‘Generation Fruit’ แล็บน้ำผลไม้สกัดเย็นและมินิสโตร์ขายผลไม้ในตัวเมืองจันทบุรี ฟังดูแล้วสวนทางกับสิ่งที่หลายคนกำลังคิด ที่นี่ไม่ได้จับผลไม้รสอร่อยลงแผงหรือลังขนาดใหญ่โต แต่ผลไม้นานาชนิดวางเรียงรายอวดรูปโฉมสีสันสดใส ยังไม่นับสินค้าแปรรูปชวนรับประทานอีกมากมายที่นำเสนอในรูปแบบห้องทดลองวิทยาศาสตร์

เจ้าโควิด-19 ยังไม่อนุญาตให้เดินทาง เราจึงนัดหมายสนทนาไร้สายกับ วัฒน์-ศุภกฤษฏิ์ เย็นฉ่ำ ผู้คลุกคลีกับกิจการล้งเมืองจันท์เกือบ 20 ปี เห็นปัญหาของธุรกิจล้งมาก็มาก ซึ่งปัญหาใหญ่ที่วัฒน์ต้องยื่นมือเข้าช่วย คือปัญหาผลผลิตราคาตกต่ำและความทุกข์ยากของเกษตรกรที่ถูกกดราคา จึงคิดไอเดียสร้าง Generation Fruit ขึ้นมา 

Generation Fruit คาเฟ่ผลไม้ครบวงจรแห่งแรกของจันทบุรี ช่วยคนสวนแก้ปัญหาราคาผลไม้ตกต่ำ

Generation Fruit เกิดมาเพื่อแก้ปัญหาและยกระดับผลไม้ไทย โดยมีแรงบันดาลใจจากรายการโทรทัศน์ของประเทศญี่ปุ่น จนกลายมาเป็นคาเฟ่ผลไม้เพื่อสุขภาพ กิน ดื่ม ช้อป ครบจบในที่เดียว! โดยเอาจริงเอาจังและใส่ใจความสะอาดตั้งแต่แหล่งที่มาของผลไม้ แถมมีพนักงานที่จบด้านวิทยาศาสตร์การอาหารมาดูแลสูตรเครื่องดื่มโดยเฉพาะ

ที่สำคัญ วัฒน์ยังทำธุรกิจอย่างเป็นมิตร ด้วยการขายราคาย่อมเยา ไม่ตัดราคาตลาด 

แม้คาเฟ่รสผลไม้รวมสีขาวสะอาดตาจะยังแปลกใหม่สำหรับคนจันท์ ขนาดว่าเคยมีคนเปิดประตูมาถามว่า ‘หมออยู่หรือเปล่าครับ’ แต่เรามั่นใจว่าสถานที่ตรงหน้าจะเป็นหมุดหมายและพื้นที่ปลอดภัยของชาวสวนจันทบุรี และอนาคตเราอาจจะเห็นโมเดลที่เชื่อมคนต้นน้ำและคนปลายน้ำแบบ Generation Fruit กระจายอยู่ทั่วประเทศก็ได้

Generation Fruit คาเฟ่ผลไม้ครบวงจรแห่งแรกของจันทบุรี ช่วยคนสวนแก้ปัญหาราคาผลไม้ตกต่ำ

ความทุกข์ใจของชาวสวน

เมืองจันท์เด่นเรื่องพลอย บรรพบุรุษของวัฒน์ก็ค้าพลอยตั้งแต่สมัยบุกเบิกพลอยบ่อไร่ จนถึงรุ่นวัฒน์ เขาเลือกจับกิจการล้งราว 20 ปีก่อน วัฒน์ทำล้งสลับกับเรียนวิชากฎหมาย ด้วยประสบการณ์ที่หยอดกระปุกมาเรื่อยๆ ทำให้เขาเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับวงการเกษตรกรรมบ้านเรา ปัญหาที่เขากาดอกจันใหญ่ที่สุดคือ ‘ผลผลิตราคาต่ำกว่าตลาด’

ทุกๆ ฤดูเก็บเกี่ยว การทำงานในล้งวุ่นวายเสมอ คนงานมือเป็นระวิงเพราะต้องคอยคัดแยกผลไม้ให้ได้ตามเกรดที่ตลาดต้องการ เมื่อคนงานทำงานคัดแยกซ้ำๆ ติดกันหลายวัน ทุกคนก็เริ่มเหนื่อยล้า แต่ขณะเดียวกันผลไม้ก็สุกงอมมากขึ้นทุกที ผลผลิตมากมายจากแต่ละสวนจึงถูกส่งมาที่ล้ง พอคนทำงานทำไม่ไหว ก็เกิดปัญหาของตาย

“ของตายหมายความว่าของระบายไม่ทันครับ พอระบายไม่ทัน ล้งก็เริ่มเบรกราคา จากซื้อคนสวนในราคาสิบบาท ก็อาจเหลือห้าบาท กลายเป็นว่าต้องกดราคาคนสวน บางทีเขาต้องเก็บน้อยลงหรือหยุดเก็บไปก่อน แต่เผอิญพืชผลการเกษตรอย่างเงาะ มังคุด ถ้าไม่เก็บก็จะดำ พอดำก็ส่งออกไม่ได้ หรือขายได้ในราคาถูกลง ทำให้คนสวนไม่มีทางเลือก เขาจำเป็นต้องเก็บ พอเก็บก็มีปัญหาเรื่องราคา มันก็จะวนเข้าปัญหาแบบเดิม” วัฒน์อธิบายวงจรปัญหา

อีกหนึ่งปัญหาที่เกษตรกรไทยต้องเจอในช่วง 5 – 10 ปีที่ผ่านมา คือคนจีนเข้ามาครองตลาด

“เมื่อสิบปีที่แล้ว คนจีนสั่งคนไทยแพ็กผลไม้แล้วส่งออก แต่ห้าปีมานี้ คนจีนเริ่มสร้างล้งเอง โดยการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล แล้วถือหุ้นรองจากคนไทย ตอนนี้คนจีนเริ่มซื้อเองถึงหน้าสวน ถ้าเขาทำครบระบบได้เมื่อไหร่ สินค้าเกษตรของไทยก็จะราคาถูก เพราะเขาจะกุมตลาดเอาไว้ แล้วก็กดเราได้หมดทุกอย่าง ตอนนี้มังคุดเริ่มเป็นแบบนั้นแล้ว”

ปัญหาทุกข์ใจของชาวสวนฉายภาพซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนวัฒน์ต้องลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่าง

Generation Fruit คาเฟ่ผลไม้ครบวงจรแห่งแรกของจันทบุรี ช่วยคนสวนแก้ปัญหาราคาผลไม้ตกต่ำ
Generation Fruit คาเฟ่ผลไม้ครบวงจรแห่งแรกของจันทบุรี ช่วยคนสวนแก้ปัญหาราคาผลไม้ตกต่ำ

ผุดไอเดียจากการเกษตรญี่ปุ่น

วัฒน์วางแผนช่วยเหลือเกษตรกรไว้เมื่อ 5 – 6 ปีก่อน ซึ่งได้แรงบันดาลใจขณะดูรายการโทรทัศน์ของประเทศญี่ปุ่น โดยรายการนำเสนอเรื่องราวของร้านค้าที่มีการกระจายผลผลิตทางการเกษตรอย่างเป็นระบบ มีบาร์โค้ดให้ลูกค้าตรวจสอบได้ว่าซื้อผลไม้มาจากที่ไหน ข้อมูลการปลูกเป็นอย่างไร และคนปลูกเป็นใคร ที่สำคัญ ทางร้านเปิดโอกาสให้ผู้พิการเข้ามาทำงานด้วย วัฒน์ชอบแนวคิดนี้มาก เขาทดเอาไว้ในใจ และฝันว่าสักวันหนึ่งเมืองจันท์จะมีโมเดลนี้เกิดขึ้น

ราว 3 เดือนก่อน Generation Fruit เกิดขึ้นแล้วตามความตั้งใจของวัฒน์

“ร้านนี้เป็นร้านต้นแบบของเรา” เขาพูดด้วยน้ำเสียงภูมิใจ “เราตั้งเป้าหมายไว้ว่า จะพยายามให้ร้านนี้อยู่ได้ แล้วทุกๆ สามเดือนจะขยายหนึ่งสาขา แต่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องใหญ่เหมือนร้านต้นแบบนะ อาจจะแค่ขนาดหนึ่งห้อง กระจายกันในแต่ละตำบลหรือแต่ละอำเภอ เพื่อให้ของถึงมือคนกินมากที่สุด และไม่กระจุกกันอยู่ที่ล้ง

Generation Fruit คาเฟ่ผลไม้ครบวงจรแห่งแรกของจันทบุรี ช่วยคนสวนแก้ปัญหาราคาผลไม้ตกต่ำ
Generation Fruit คาเฟ่ผลไม้ครบวงจรแห่งแรกของจันทบุรี ช่วยคนสวนแก้ปัญหาราคาผลไม้ตกต่ำ

“และภายในสามปี เราจะทำให้คนสวนเชื่อมั่น แล้วก็ขยายสาขาให้ได้มาก ส่วนภายในห้าปีเราจะทำแอปพลิเคชันให้เข้าระบบเหมือนของญี่ปุ่น เพื่อคนสวนจะได้ไม่ต้องเก็บผลผลิตส่งให้ล้ง แต่คนสวนทำเองได้ทั้งหมด แล้วก็มีบาร์โค้ดที่ตรวจสอบข้อมูลได้ด้วยว่าผลไม้มาจากสวนใคร เก็บวันไหน ใช้ปุ๋ยหรือใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชหรือเปล่า และสินค้าทั้งหมดจะถูกกระจายไปตามสาขาของเรา เพื่อให้ผลไม้เจอกับผู้บริโภคไวที่สุด

“พอเราคิดทำเป็นแอปฯ ก็มีคนแย้งว่า ‘คนสวนจะตามเทคโนโลยีทันเหรอ’ แต่บางคนอาจจะลืมไปว่า ชาวสวนส่งลูกหลานเรียนจบกันหมดแล้ว ลูกหลานชาวสวนก็กลับมาอยู่บ้าน ช่วยครอบครัวทำงาน ซึ่งแผนห้าปีของเราก็รองรับเจเนอเรชันใหม่ที่จะเกิดขึ้นด้วย” วัฒน์เล่าความตั้งใจ

เราชอบที่วัฒน์มองเห็นอนาคตของคนรุ่นใหม่ที่จะกลับมาทำงานที่บ้านมากกว่าเมืองหลวง

คาเฟ่ที่รวมผลไม้สดและผลไม้แปรรูปมาอยู่ในห้องทดลองวิทยาศาสตร์ ที่อยากให้คนกินสุขภาพดี และคนสวนมีคุณภาพชีวิตที่ดี

คาเฟ่รสผลไม้รวม

ถ้าเดินผ่าน Generation Fruit คุณจะเห็นร้านถูกล้อมด้วยกระจกใส ทะลุปรุโปร่งถึงด้านใน คล้ายแล็บหรือห้องทดลองวิทยาศาสตร์ วัฒน์ตั้งใจให้เป็นเช่นนั้น นอกจากคนข้างนอกจะตื่นตาตื่นใจกับข้าวของข้างใน ยังเป็นแผนในอนาคตที่เขาอยากให้ผู้พิการมาทำงานที่นี่ คนทั่วไปก็จะเห็นศักยภาพและความสามารถผ่านกระจกใสๆ นั้นด้วย

จะเรียกสถานที่ตรงหน้าว่าคาเฟ่ก็ไม่ผิดนัก หากแต่เป็นคาเฟ่ผลไม้คงจะตรงใจที่สุด Generation Fruit มีสินค้าให้เลือกสรรครบวงจร ตั้งแต่ผลไม้สด น้ำผลไม้สกัดเย็น อาหาร และผลไม้แปรรูป จนกระทั่งบริการจัดกระเช้า

เมื่อสงสัยว่าแล็บผลไม้แห่งเมืองจันท์มีอะไรให้ลิ้มลองบ้าง ปลายสายก็หลุดออกจากบทสนทนาเพื่อถามไถ่พนักงานหน้าร้าน ณ ตอนนั้น (เราได้ยินเสียงนับจำนวนแว่วเข้ามาในสาย เริ่มจากหลักหน่วยถึงหลักสิบ)

“ผลไม้สดมีประมาณสามสิบถึงสี่สิบอย่างค่ะ” ปลายสายอีกเสียงตอบกลับมาอย่างบางๆ 

คาเฟ่ที่รวมผลไม้สดและผลไม้แปรรูปมาอยู่ในห้องทดลองวิทยาศาสตร์ ที่อยากให้คนกินสุขภาพดี และคนสวนมีคุณภาพชีวิตที่ดี
คาเฟ่ที่รวมผลไม้สดและผลไม้แปรรูปมาอยู่ในห้องทดลองวิทยาศาสตร์ ที่อยากให้คนกินสุขภาพดี และคนสวนมีคุณภาพชีวิตที่ดี

เราส่งเสียง “โอ้โห” เป็นการตอบรับ เอาเข้าจริงก็ชวนตกใจอยู่ไม่น้อย เพราะเป็นจำนวนผลไม้ที่เยอะมากสำหรับร้านเล็กๆ เพิ่งเปิดใหม่ แต่ก็แอบดีใจแทนชาวจันท์ที่มีผลไม้อร่อยและสุขภาพดีมาเสิร์ฟถึงหน้าบ้าน ซึ่งวัฒน์เสริมว่าผลไม้ที่วางขายมาจากสวนผลไม้ในจันทบุรี และผลไม้นำเข้าจากต่างประเทศ อาทิ มะม่วงแก้วขมิ้น องุ่นไข่ปลา สาลี่หิมะ มันหวานญี่ปุ่น ส้มแมนดาริน ฝรั่งกิมจู ลิ้นจี่สนมยิ้ม แตงทิเบต พุทราจีน ฯลฯ ผักปลอดสารพิษก็มีขายนะ

นอกจากผลไม้สด Generation Fruit ยังมีสินค้าให้เลือกซื้ออีกหลายอย่าง โดยเฉพาะน้ำผลไม้สกัดเย็นที่แบ่งออกเป็น 3 หมวดหมู่ Balance Beauty และ Detox เราขอยกเมนูชวนดื่มอย่าง Multiple Vitamin ประกอบด้วยแครอท มะเขือเทศ เซเลอรี และบีทรูท ช่วยดูแลผิวพรรณ ฟื้นฟูความเหนื่อยล้า หรือ Moisture Charge Juice น้ำเลมอนผสมสาลี่ ช่วยลดอาการท้องผูกและปรับสมดุลน้ำในร่างกาย ซึ่งสูตรทั้งหมดคิดค้นโดยพนักงานรุ่นใหม่ที่จบการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์การอาหาร กระซิบว่า ถ้าอยากดื่มน้ำผลไม้นอกเหนือจากเมนูก็ทำได้ เพียงหยิบผลไม้ที่ชอบมาส่งให้ถึงมือพนักงาน

คาเฟ่ที่รวมผลไม้สดและผลไม้แปรรูปมาอยู่ในห้องทดลองวิทยาศาสตร์ ที่อยากให้คนกินสุขภาพดี และคนสวนมีคุณภาพชีวิตที่ดี

แถมอีกนิด ที่นี่มีผลไม้แปรรูปให้เลือกชิมด้วยนะ ทั้งน้ำผลไม้ เจลลี่ผลไม้ลูกกลม แยมสารพัดรส (แยมแอปเปิ้ล แยมเสาวรส แยมมะม่วง) ซึ่งวัฒน์พูดติดตลกกับเราว่า ‘แยม’ เป็นตัวชี้วัดว่า ร้านค้าขายดีหรือไม่

“บางทีผลไม้ไม่ได้เสีย แต่ผิวไม่สวย เราก็เอามาแปรรูป ทำเป็นแยมบ้าง ซึ่งแยมของเราก็ขึ้นอยู่กับผลไม้ที่มีด้วย ถ้าผลไม้เราขายดีจะไม่มีแยมขาย ถ้าร้านเราขายไม่ดี ก็จะมีแยมเพียบเลย” ปลายสายส่งเสียงหัวเราะ

แม้รูปโฉมไม่สวย แต่เนื้อในอร่อยจนยกนิ้ว ก็ไม่อาจพิชิตใจตลาดและพ่อค้าได้ ทำให้ผลไม้เหล่านั้นถูกคัดทิ้งและถูกกดราคาจนต่ำ แต่วัฒน์ยังเห็นประโยชน์ที่อัดแน่นอยู่ในผลไม้แต่ละลูก เขาตั้งใจนำผลไม้ที่คนอื่นมองว่าหมดคุณค่ามาแปรรูปเป็นสินค้าใหม่เพื่อวางขายในร้าน ถ้าถามว่าทำไม Generation Fruit ต้องมีสินค้ามากมายขนาดนี้

เพราะชายคนนี้อยากนำผลผลิตจากชาวสวนมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด-นี่คงเป็นคำตอบ

คาเฟ่ที่รวมผลไม้สดและผลไม้แปรรูปมาอยู่ในห้องทดลองวิทยาศาสตร์ ที่อยากให้คนกินสุขภาพดี และคนสวนมีคุณภาพชีวิตที่ดี

กินเป็นยา

นอกจากผลไม้และชาวสวนที่วัฒน์ให้ความสำคัญ ลูกค้าก็คือส่วนสำคัญที่ Generation Fruit ใส่ใจ

คาเฟ่ผลไม้เกิดมาเพื่อแก้ปัญหาก็จริง แต่วัฒน์ก็มองเห็นเทรนด์อาหารการกินในอนาคตด้วย ‘กินเป็นยา’ เทรนด์สุขภาพที่กำลังน่าจับตามอง ซึ่งเจ้าวายร้ายโควิด-19 เป็นตัวเร่งให้เทรนด์นี้ชัดขึ้น บวกกับโรคภัยไข้เจ็บที่มีอยู่มากมายและยากจะหลบหลีก อนาคตอันใกล้อาจจะเกิดการขาดแคลนทางอาหารขึ้นก็ได้ การกินอาหารหนึ่งอย่าง แล้วได้รับสารอาหารอย่างเต็มที่ในคราวเดียว อาจเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ามากกว่าการกินอาหารมากมายแต่ไร้ประโยชน์

“อนาคตเราอาจจะมีคอร์สดูแลผิวพรรณ” ความสนุกและความเป็นไปได้กำลังจะเกิดขึ้น

“เขาไม่ต้องกินอาหารเสริมแบบเม็ดที่ย่อยยากและผ่านความร้อน ซึ่งสู้ผลไม้จริงไม่ได้อยู่แล้ว บางคนเพิ่งหัดกินน้ำสกัดเย็นก็มาปรึกษาเรา ให้จัดคอร์สทดลอง เราก็จัดให้สามวัน โดยเริ่มจากผลไม้ที่ทานง่ายๆ ก่อน” 

คาเฟ่ที่รวมผลไม้สดและผลไม้แปรรูปมาอยู่ในห้องทดลองวิทยาศาสตร์ ที่อยากให้คนกินสุขภาพดี และคนสวนมีคุณภาพชีวิตที่ดี

ร้านอาหารกับความสะอาดเป็นของคู่กัน Generation Fruit มีบริการล้างผลไม้ด้วยระบบโอโซน เพื่อฆ่าเชื้อรา แบคทีเรีย และลดสารตกค้างในผิวผลไม้ ก่อนตัดแต่งลงกล่องพร้อมรับประทาน วัฒน์ย้ำว่าอนาคตจะมีการ Test Lab ทุกสัปดาห์ เช่น ทดสอบว่ามีดที่ใช้มีสารปนเปื้อนหรือสารตกค้างหรือเปล่า เพื่อให้มั่นใจว่าทุกอย่างในร้านสะอาดจริงๆ

“ร้านเรามาทางนี้แล้ว ก็ต้องไปให้สุด” วัฒน์ให้ความเชื่อมั่น “ถ้าคนมาซื้อเขากินของเราไปแล้วมันไม่สะอาดหรือมีปัญหาท้องเสีย เราก็ไม่สบายใจ เพราะเราอยากให้เขาทานแล้วได้ประโยชน์จริงๆ ซึ่งของพวกนี้เรามองไม่เห็น มันอาจจะเข้าไปสะสมในร่างกายของเขาก็ได้ เราเลยพยายามแก้ปัญหาตรงนั้น ให้เขามั่นใจในความสะอาดของเรา”

ยิ่งไปกว่านั้น พนักงานที่นี่ยังจบการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์การอาหาร เพื่อดูแลสูตรน้ำผลไม้สกัดเย็นโดยเฉพาะ กระซิบว่าเมื่อทุกอย่างเข้าระบบ วัฒน์จะเพิ่มนักโภชนาการมาให้ความรู้และจัดผลไม้ให้ตรงกับความต้องการ

คาเฟ่ที่รวมผลไม้สดและผลไม้แปรรูปมาอยู่ในห้องทดลองวิทยาศาสตร์ ที่อยากให้คนกินสุขภาพดี และคนสวนมีคุณภาพชีวิตที่ดี
คาเฟ่ที่รวมผลไม้สดและผลไม้แปรรูปมาอยู่ในห้องทดลองวิทยาศาสตร์ ที่อยากให้คนกินสุขภาพดี และคนสวนมีคุณภาพชีวิตที่ดี

“ร้านเรามีบริการจัดกระเช้าด้วย ถ้าเรามีนักโภชนาการอยู่ในร้าน แล้วลูกค้าอยากจัดกระเช้าผลไม้ไปเยี่ยมผู้ป่วย เราก็แนะนำลูกค้าได้ว่าเขาควรเลือกผลไม้ชนิดไหน เพื่อให้เหมาะสมกับโรคหรืออาการของผู้ป่วย เราอยากให้ผลไม้นั้นเป็นผลไม้ที่คนป่วยทานได้จริงๆ เพราะบางทีซื้อผลไม้ไปฝาก คนป่วยก็กินไม่ได้ แขกที่ไปเยี่ยมดันทานหมดแทน”

ที่นี่ไม่ได้มอบแค่ผลไม้ที่อร่อยและสะอาด แต่ตั้งใจมอบความรู้ให้ลูกค้ากลับไปดูแลตัวเองต่อด้วย

คาเฟ่ที่รวมผลไม้สดและผลไม้แปรรูปมาอยู่ในห้องทดลองวิทยาศาสตร์ ที่อยากให้คนกินสุขภาพดี และคนสวนมีคุณภาพชีวิตที่ดี

Generation ; not only FRUIT but also AGE

Generation Fruit ไม่ได้มีเพียงแค่คนรุ่นใหญ่อย่างวัฒน์ที่คลุกคลีอยู่กับปัญหาของเกษตรกรเท่านั้น 

ทางร้านยังมีผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์การอาหารที่เป็นคนรุ่นใหม่ และอาจจะมีนักโภชนาการรุ่นใหม่ตามมา เพื่อตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพที่ได้พูดคุยกันก่อนหน้านี้ ที่สำคัญ เขาเปิดกว้างให้เจนใหม่ฉายแสงอย่างเต็มที่

“ตอนรับน้องโบ (นักวิทยาศาสตร์การอาหาร) มาทีแรก เขาเป็นเด็กจบใหม่เลยนะ มาทำงานที่นี่ที่แรก เราก็บอกเขาเลยว่า ‘ร้านนี้ ไม่ได้ทำมาขายให้คนรุ่นพี่ แต่ทำมาเพื่อเจนฯ ของหนู จะออกแบบ จะทำอะไร ให้เน้นเป้าหมายที่เป็นคนรุ่นหนูเลย’ เราปล่อยให้น้องโบคิดอย่างอิสระ แต่ขอให้สิ่งที่เขาทำมันมีประโยชน์และสร้างแบรนด์ให้เราได้ 

“เราบอกน้องโบว่า ไม่จำเป็นต้องทำเหมือนคนอื่น อยากทำอะไรทำเลย ถ้าทำมาแล้วขายไม่ได้ เราก็หยุดทำ อย่างน้อยเราก็สร้างอะไรใหม่ๆ ให้คนมาเที่ยวร้านของเราได้ พยายามอย่าให้ร้านของเราหยุดนิ่ง” วัฒน์พูดถึงการทำงานของคนต่างวัย ซึ่งสะท้อนให้เห็นชัดเจนว่า Generation Fruit เป็นจุดเชื่อมของคน 2 เจเนอเรชัน

เชื่อมกันเพื่อสร้างสิ่งใหม่และสร้างสรรค์สินค้าดีๆ เพื่อส่งต่อให้ถึงมือผู้บริโภค

ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

“เราทำล้ง อยู่กับเกษตรกร เรารู้ว่าเขาเหนื่อยจริงๆ ทำมาทั้งปี ขายผลผลิตก็แล้ว ยังไม่พอที่จะจ่ายหนี้ค่าปุ๋ยตลอดทั้งปีเลย มันมีแต่ทุกข์ ไม่มีแสงสว่าง แล้วอนาคตเขาก็ต้องเจอคนจีนที่พยายามจะครองตลาดอีก เป้าหมายหลัก เราอยากเปิดร้านให้มาก ยิ่งมีร้านแบบนี้มากขึ้นก็ยิ่งช่วยคนสวนได้ ระบายผลผลิตในสวนได้ คานกับนายทุนได้ 

“ตอนนี้เรายังซื้อพืชผลทางการเกษตรไม่ได้ทุกอย่างร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เราพยายามทำ ซึ่งคงช่วยทุกคนได้ไม่ทั้งหมด แต่เราก็อาจจะจุดประกายให้คนอื่นอยากทำตาม ถ้ามีคนอื่นอยากทำเหมือนเรา เราไม่หวงนะ ถ้าเจอคนที่สนใจจริง เราจะเล่าให้เขาฟังเลย จะอธิบายเขาให้หมดจนเอากลับไปทำได้ เพราะเราอยากให้คนปลูกเขาได้ประโยชน์ คนกินก็ได้ประโยชน์ด้วย และที่สำคัญ เราอยากเป็นพื้นที่ที่ให้โอกาสกับผู้พิการ เราอยากสร้างคุณค่าและกำลังใจให้เขา” วัฒน์เล่า

ความตั้งใจของวัฒน์คือการสร้างระบบการขายที่ดี สร้างองค์ความรู้ให้เกษตรกรนำไปต่อยอดได้ ทั้งการแพ็กสินค้า การทำความสะอาด การขายออนไลน์ ถ้าดูจากกระบวนการทั้งหมดของ Generation Fruit ร้านนี้เป็นพื้นที่ที่พาคนปลูกและคนกินมาเจอกัน เพื่อให้คนต้นน้ำและปลายน้ำได้ประโยชน์จากการขายและการกินผลไม้ไปพร้อมๆ กัน มีสุขภาพร่างกายและจิตใจที่ดีไปพร้อมๆ กัน โดยวัฒน์ทำร้านให้อยู่ได้ เปิดสาขาให้มากขึ้น ช่วยเหลือผู้คนให้มากขึ้น 

นั่นคือก้าวต่อๆ ไปที่เราอยากเป็นกำลังใจให้ Generation Fruit ไปถึงในแต่ละจุดที่ตั้งใจไว้

คาเฟ่ที่รวมผลไม้สดและผลไม้แปรรูปมาอยู่ในห้องทดลองวิทยาศาสตร์ ที่อยากให้คนกินสุขภาพดี และคนสวนมีคุณภาพชีวิตที่ดี

Generation Fruit

ที่ตั้ง : 95/9-10 หมู่ 7 ตำบลจันทนิมิต อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี 22000 (แผนที่)

เปิดบริการทุกวัน เวลา 07.00 – 20.00 น.

โทรศัพท์ : 09 3329 0970

Facebook : Generation Fruit น้ำผักผลไม้สกัดเย็น ผลไม้สดนำเข้า

Writers

Avatar

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Avatar

ชลณิชา ทะภูมินทร์

นักเล่าเรื่องฝึกหัดกำลังตามหาความฝันที่หล่นหาย คนน่าน-เชียงใหม่ที่รักบ้านเกิดแต่ก็หลงรักการเดินทาง

Photographer

Avatar

ปริญญา ชัยสิทธิ์

จบอักษรฯ ทำงานสายพัฒนา Digital platform - เชื่อว่าการมีอะไรที่ไม่สมบูรณ์แบบบ้าง เป็นเรื่องน่ารัก

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

อบอุ่นและคับคั่งเหมือนเดิม ยังอยู่ในย่านอารีย์เหมือนเคย เพิ่มเติมคือ ‘Lilou & Laliart’ โยกย้ายมาตั้งอยู่ในซอยอารีย์สัมพันธ์ 10

หลังจากหลายปีก่อน เราเคยสัมภาษณ์ ต้น-เอกกมล ธีปฏิกานนท์ และ ปุ๋ม-นวลวรรณ สุพฤฒิพานิชย์ ที่ร้านละเลียดสมัยยังพ่วงอยู่กับ FabCafe Bangkok ในพหลโยธิน ซอย 5 ในขวบปีที่ผ่านมา เจ้าของร้านทั้งสองเติบโตขึ้น ร้านแห่งนี้ก็ขยับขยายกลายเป็นมากกว่าร้านกาแฟและขนม เราเลยเดินทางมาเพื่อพูดคุยกับพวกเขาอีกครั้ง ถึงการเดินทางก่อร่างเป็นร้านอิสระในบ้านเก่าแห่งนี้

แนวคิดการทำร้านยังเหมือนเดิมไหม – เราถาม พร้อมชวนต้นและปุ๋มนั่งลงคุย ก่อนลูกค้าระลอกใหม่จะทยอยมา

กาแฟของละเลียด

ขอทวนความจำกันสักนิดเผื่อใครที่เพิ่งมาเป็นแฟนของร้าน Laliart Coffee ก่อนหน้านี้ต้นทำร้านกาแฟเล็ก ๆ อยู่กับร้านจักรยาน Tokyobike ช็อปแรกในไทยได้อยู่ 2 ปีแล้วโยกย้าย จากนั้นก็โดดมาทำร้านที่ 2 อยู่กับ FabCafe Bangkok ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เริ่มทำเบเกอรี่ขายกับกาแฟจริงจัง ก่อนจะหมดสัญญาในอีก 2 ปีถัดมา นำมาสู่ร้านที่ 3 ที่เรามาเยือนกันในครั้งนี้

“พอหมดสัญญาเราก็ยังอยากทำต่อ แล้วเจอบ้านนี้พอดี การเดินทางครั้งที่สามนี้เราไม่ได้อยู่กับใครแล้ว เราจึงออกแบบพื้นที่และรีโนเวตอย่างที่ชอบและอยากได้” ต้นบอกว่าที่นี่เป็นออฟฟิศเก่ามาก่อน และมี 2 ข้อที่ทำให้ตัดสินใจว่าจะลงหลักปักร้านที่นี่คือ หนึ่ง สเปซสวย และสอง มีที่จอดรถแม้จะอยู่ในซอยก็ตาม

เขาเล่าติดตลกว่าในฐานะอดีต Art Director นิตยสารเก่า เขาก็เขียน AI (Adobe Illustator) กรอบประตูหน้าต่างที่บาร์กาแฟด้านล่างอย่างที่อยากได้ แล้วส่งให้ช่างเนรมิตรออกมาให้

ต้นเล่าต่อว่าพอมีพื้นที่ที่เป็นของตัวเอง ก็ตั้งใจจะ Roast กาแฟอย่างลงลึกและเข้มข้น ซึ่งแพสชันนั้นเกิดขึ้นตั้งแต่ลาออกจากงานพร้อม ๆ กับปุ๋ม แล้วเดินทางไปเป็นอาสาสมัครทำงานในคาเฟ่ในโครงการ WWOOF ที่ญี่ปุ่น ก่อนกลับมาเดินทางไป Sip กาแฟที่แม่ฮ่องสอน ที่นั่นเองที่เขาได้พบกับพาร์ตเนอร์คนสำคัญ ซึ่งนำมาสู่ขั้นตอนศึกษาการคั่วและการเลือกกาแฟแบบสเปเชียลตี้มากขึ้น

“เมล็ดกาแฟที่เราใช้เป็นหลักที่นี่ คือเมล็ดกาแฟไทยจากสวนคำปัน ปลูกในพื้นที่บ้านห้วยห้า (โกลฮาคี) ซึ่งได้รับคัดเลือกเป็น 1 ใน 10 ของเมล็ดกาแฟคัดสรรจากจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพราะเราเห็นความตั้งใจของเขา กาแฟที่ทำสะอาดและซับซ้อนขึ้นทุกปี มีหลายโปรเซสมากเพื่อให้รสชาติกาแฟดีขึ้น เราก็อยากสนับสนุนให้คนทำกาแฟดีให้อยู่ได้” นอกจากต้นจะคั่วสเกลเล็กที่นี่เพื่อใช้ภายในร้านแล้ว เขายังรับคั่วส่งสเกลใหญ่ในโรงคั่วของครอบครัวสำหรับร้านอื่น ๆ ที่ต้องการด้วยเช่นกัน

Recommended Menu

at Lilou & Laliart

เมนูซิกเนเจอร์และขายดี

ชูก้าเรย์ กาแฟที่ได้แรงบันดาลใจมาจากการเขย่ากาแฟกับน้ำตาลอ้อยเพื่อให้เกิดฟอง ผสมกับน้ำส้มเล็ก ๆ เพิ่มความสดชื่น ใช้เมล็ด Light Roast จากบ้านห้วยห้า เมล็ดโทนผลไม้โทนเปรี้ยวแต่ไม่จัด ทำให้ได้รสชาติแบบธรรมชาติ หรือถ้าไม่ใช่สายกาแฟ ลองสั่งสตรอว์เบอร์รีช็อกโกแลตดู ก็อร่อยชื่นใจไม่แพ้กัน

เมนูกินเพลิน

อเมริกาโน่ แม้เป็นเมนูเบสิกแต่มีหลายเมล็ด หลากคาแรกเตอร์ให้เลือก ทั้งเมล็ดไทยและนอกอีกประมาณ 10 กว่าตัว (เดือนไหนมีเมล็ดอะไรบ้าง ลองแวะถามพนักงานที่หน้าเคาน์เตอร์ได้)

เมนูคู่กับนม

ใครชอบทานกาแฟนม Dirty ที่นี่ก็ไม่เป็นรองใคร ซึ่งใช้เมล็ดไทย Medium Roast ผสมกับเมล็ดฉานจากเมียนมา กลายเป็นกาแฟเบสช็อกโกแลต ถั่วนิด ๆ ไม่เปรี้ยว ทานกับนมอร่อย

นมของลิลู

ชิมกาแฟกันไปแล้ว จะลืมขนมได้อย่างไร ใครมาที่นี่เป็นต้องติดใจขนมของ Lilou Cafe เสียทุกราย เราเองก็เป็นหนึ่งในนั้น ซึ่งเรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกันบนไทม์ไลน์ของปุ๋ม 

หลังจากต้นกำลังทำร้านกาแฟที่แรกที่โตเกียวไบค์ ช่วง 1-2 ปีหลังจากนั้น ปุ๋มก็ไปเปิดร้าน Lilou (อ่านว่า ลิลู ชื่อร้านที่มาจากชื่อเล่นของปุ๋ม) ขายอาหารมังสวิรัติที่ The Yard Bangkok เป็นช่วงคาบเกี่ยวที่ต้นย้ายร้านไปเปิดที่สอง จากนั้นปุ๋มก็ปิดร้าน แล้วโอนย้ายการทำขนมไปไว้ที่ร้านของต้น

ปุ๋มเล่าย้อนตั้งแต่จุดเริ่มต้นว่าเธอเดินทางด้านจิตวิญญาณและกินมังสวิรัติมาตั้งแต่เด็ก 

“ปกติเราชอบไล่ตามความฝัน ตั้งแต่เป็นอินทีเรียดีไซเนอร์ นักเขียน ครูสอนโยคะ ตอนนั้นฝันว่าอยากเปิดร้านมังสวิรัติ พอเปิดได้ 2 ปีก็รู้สึกว่าทำตามความฝันเสร็จแล้ว เลยปิดแล้วไปอยู่อินเดีย เอาทุกอย่างไปฝากไว้ที่ต้น” ปุ๋มพูดพลางหัวเราะ 

Lilou & Laliart โฮมคาเฟ่ สตูดิโอ เวิร์กชอป และแหล่งรวมมิตรของเพื่อนบ้านย่านอารีย์
Lilou & Laliart โฮมคาเฟ่ สตูดิโอ เวิร์กชอป และแหล่งรวมมิตรของเพื่อนบ้านย่านอารีย์

ร้านละเลียดเลยเริ่มมีแครอทเค้ก บราวนี่ และเลม่อนเค้กสูตรฮิตตั้งแต่นั้น ขนมโฮมเมดที่ปุ๋มคิดสูตรล้วนเลือกวัตถุดิบคุณภาพ ปลอดเนื้อสัตว์ เน้นรสชาติจากวัตถุดิบ ไม่ปรุงรสให้จัดเกินไปจนลูกค้าติดพัน พอมาตั้งร้านของพวกเขาเองแล้ว จึงรวมสองร้านเข้าด้วยกันซึ่งปีนี้กำลังย่างเข้าปีที่สอง โดยมีครัวขนมทำเองอยู่ด้านหลังร้าน

Lilou & Laliart โฮมคาเฟ่ สตูดิโอ เวิร์กชอป และแหล่งรวมมิตรของเพื่อนบ้านย่านอารีย์

(กระซิบว่านอกจากมาสั่งขนมทานที่ร้าน ใครอยากทานเมนูไหนเป็นพิเศษ พวกเขาก็ยินดีเปิดครัวรับทำให้เช่นกัน เพียงสั่งกันล่วงหน้า)

ชั้นสองของบ้านเก่า

Lilou & Laliart โฮม พื้นที่ของสองคนที่รักอารีย์ แปลงโฉมบ้านเก่าเป็นร้านกาแฟสเปเชียลตี้ ขนมวีแกน ขายของออร์แกนิก และสตูดิโอเปี่ยมจิตวิญญาณ

หลายคนที่มาคาเฟ่อาจไม่รู้ว่าบนชั้นสองของที่นี่ยังเปิดเป็นสตูดิโอ Lilou Heart Space ด้วย ซึ่งเป็นชีวิตพาร์ตจิตวิญญาณที่ปุ๋มเดินตามมาตลอด

หลังจากหายจากการทำร้าน เธอก็ออกเดินทาง ค้นพบโยคะ สอนอยู่ไม่นานปุ๋มก็รู้ว่าความเข้าใจของเธอลึกลงไปมากกว่าการทำท่าเพื่อออกกำลัง แต่เป็นเรื่องการใช้ร่างกายอันส่งผลต่อ Emotional Body เธอเลยเริ่มทำรีทรีตที่เกาะพะงัน สอนทำ Water Therapy หรือวารีบำบัด ซึ่งเธอเคยเขียนเล่าไว้ในคอลัมน์อโศก

Lilou & Laliart โฮมคาเฟ่ สตูดิโอ เวิร์กชอป และแหล่งรวมมิตรของเพื่อนบ้านย่านอารีย์
ภาพ : นวลวรรณ สุพฤฒิพานิชย์

พอย้ายมาที่นี่ต้นก็ทำห้องด้านบนนี้ไว้ให้เธอเปิดสอน รวมทั้งให้คนที่ทำเรื่อง Energy Work เหมือนกันมาเช่า เพื่อทำสารพัดกิจกรรมที่ไม่ค่อยเห็นที่อื่น ไม่ว่าจะเป็น Soundbath, อ่านไพ่ทาโรต์ หรือคลาสที่ปุ๋มชวนเราเข้าร่วมด้วยคือเวิร์กชอป Healing the self sabotaging patterns & connecting to self worth กับคุณ Shubho Dutta ซึ่งออกแบบมาสำหรับคนเมืองที่มีความเครียดสูงจากการทำงาน หรือใครก็ตามที่รู้สึกว่าความสมบูรณ์แบบและความคาดหวังกำลังทำร้ายเราอยู่ เป็นเหมือนห้องเรียนเล็ก ๆ นั่งพูดคุยและชวนสำรวจจิตใจของตัวเอง ทันทีที่ออกจากห้องเรียน เราก็ได้ค้นจิตใจเบื้องลึกของตัวเอง สนุก และโล่งอกอย่างบอกไม่ถูก โดยแต่ละเดือนจะมีกิจกรรมหลากหลายไม่ซ้ำกัน รอติดตามได้เลย

อาคาร Lilabo ในสวนด้านหลัง

Lilou & Laliart โฮม พื้นที่ของสองคนที่รักอารีย์ แปลงโฉมบ้านเก่าเป็นร้านกาแฟสเปเชียลตี้ ขนมวีแกน ขายของออร์แกนิก และสตูดิโอเปี่ยมจิตวิญญาณ

ถ้าเดินสำรวจพื้นที่ด้านล่างต่ออีกสักนิด จะเห็นว่าด้านนอกของร้านมีอาคารชื่อน่ารักอย่าง Lilabo ซ่อนอยู่ ต้นไขข้อข้องใจให้เราว่าอาคารนี้มีไว้ใช้ทำอะไร

“ช่วงแรกเราเอาไว้เพาะต้นไม้ขาย มีทั้งกระถาง อุปกรณ์ รวมทั้งวัสดุปลูก พอช่วงหลังก็ปรับเป็นห้องเวิร์กชอปให้คนมาเช่าใช้ได้ ไม่ว่าจะมาจัดกิจกรรม วาดรูป ทำงานศิลปะ เทสกลิ่น หรืออะไรก็ได้” หลังจากนี้จะมีกิจกรรมอะไรบ้าง รอติดตามผ่านทางเพจได้เลย

ร้านของชำออร์แกนิก

Lilou & Laliart โฮม พื้นที่ของสองคนที่รักอารีย์ แปลงโฉมบ้านเก่าเป็นร้านกาแฟสเปเชียลตี้ ขนมวีแกน ขายของออร์แกนิก และสตูดิโอเปี่ยมจิตวิญญาณ

นอกจากคาเฟ่และพื้นที่ต่าง ๆ ที่เป็นจุดหมายของแขกขาจรและประจำ พื้นที่ด้านหน้าร้านยังอุทิศให้กับบรรดาของออร์แกนิกและรักษ์โลกน่ารักทั้งหลาย 

“เราอยากทำพื้นที่นี้ให้เป็นคอมมูนิตี้ พยายามหาผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายมาวางขาย แต่บางอย่างคนที่นี่เห็นแล้วก็อยากมาอยู่ด้วยกัน อย่าง Normal Refill กับสมุดแบรนด์ A pieces of paper ก็รู้จักกัน หรืออย่างน้องดีน ศิลปินที่วาดภาพตกแต่งร้าน บ้านเขาก็อยู่อีกสองซอยนี่เอง วันที่เราเปิดร้านเขาก็มาเปิดตัวด้วย เหมือนเป็นการซัพพอร์ตชาวอารีย์ ที่เราทำก็เพราะว่าเรามีเพื่อนบ้าน” ต้นตอบทั้งหมดนี้อย่างจริงจังและจริงใจ แทนความตั้งใจของพวกเขาที่อยากเป็นส่วนหนึ่งของย่านนี้จริง ๆ

การเดินทางของ Lilou & Laliart

แม้ปุ๋มและต้นจะเดินมาคนละสาย สนใจกันคนละแบบ แต่ทั้งคู่ก็เลือกเปิดบ้านหลังนี้ให้คนเข้ามาเยือนด้วยความรักที่มีเหมือนกัน เพราะอยากให้ที่นี่เป็นเสมือนโอเอซิสของคนกรุงที่มุ่งหน้าหนีความตึงเครียดมาพักผ่อนและมองหาที่พอดีกับใจ

“เราเลือกอยู่อารีย์ตั้งแต่ทำร้านแรกจนถึงร้านที่สาม เพราะย่านนี้อยู่แล้วพอดีกับเรา นอกจากการทำงานที่เป็นเชิงธุรกิจแล้ว ยังมีเรื่องของการใช้ชีวิตด้วย ที่นี่มีอะไรให้เลือกเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นของกิน ธรรมชาติ การเดินทาง หรือว่าสวน” ต้นตอบในมุมของเขา 

ส่วนปุ๋มเองชอบความเงียบสงบแต่ก็เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของที่นี่ “ย่านนี้มีคอมมูนิตี้ที่ไม่เหมือนย่านอื่น ทุกคนรู้จักกันหมด เราไม่ได้อยู่อย่างสันโดษ แต่ก็ไม่วุ่นวายเกินไปนัก”

ในอนาคตอีกสัก 5 หรือ 10 ปีข้างหน้า พวกเขาตั้งหมุดหมายเอาไว้ว่าอยากขยายร้านให้กว้างขวางมากขึ้น กาแฟก็จะถูกโปรเซสอย่างเข้มข้นมากขึ้น อาจจะมีร้านอาหารถ้าพร้อมตั้งรับ และอีกส่วนหนึ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือพื้นที่ Healing กับความตั้งใจที่อยากผสานสองสิ่งนี้เข้าไว้ด้วยกันอย่างจริงจัง

นอกจากแวะมาเติมท้อง เติมกำลังกาย และเติมพลังใจแล้ว ใครแวะมาที่นี่แล้วบังเอิญเจอเจ้าของอีกหนึ่งแมวอย่างน้องโอบกอด ก็ทักทายได้เช่นกัน 

Lilou & Laliart โฮม พื้นที่ของสองคนที่รักอารีย์ แปลงโฉมบ้านเก่าเป็นร้านกาแฟสเปเชียลตี้ ขนมวีแกน ขายของออร์แกนิก และสตูดิโอเปี่ยมจิตวิญญาณ
Lilou & Laliart
  • 18 ซอยอารีย์สัมพันธ์ 10 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร (แผนที่)
  • ทุกวัน เวลา 10.00 – 17.00 น.
  • 09 4691 2666
  • Laliart coffee

Writer

ฉัตรชนก ชโลธรพิเศษ

ฉัตรชนก ชโลธรพิเศษ

ชาวนนทบุเรี่ยน ชอบเขียน และกำลังฝึกเขียนอย่างพากเพียร มีความหวังจะได้เป็นเซียน ในเรื่องขีดๆ เขียนๆ สักวันหนึ่ง

Photographer

Avatar

สิปปกร วงศ์ธนาภา

ช่างภาพที่หลงรักชุมชนต่าง ๆ ทั่วไทย จนอยากบอกเลิกกับกรุงเทพฯ รักตัวหนังสือที่ทำเห็นภาพ จนอยากบอกเลิกกับกล้องตัวเอง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load