‘Generation Fruit’ แล็บน้ำผลไม้สกัดเย็นและมินิสโตร์ขายผลไม้ในตัวเมืองจันทบุรี ฟังดูแล้วสวนทางกับสิ่งที่หลายคนกำลังคิด ที่นี่ไม่ได้จับผลไม้รสอร่อยลงแผงหรือลังขนาดใหญ่โต แต่ผลไม้นานาชนิดวางเรียงรายอวดรูปโฉมสีสันสดใส ยังไม่นับสินค้าแปรรูปชวนรับประทานอีกมากมายที่นำเสนอในรูปแบบห้องทดลองวิทยาศาสตร์

เจ้าโควิด-19 ยังไม่อนุญาตให้เดินทาง เราจึงนัดหมายสนทนาไร้สายกับ วัฒน์-ศุภกฤษฏิ์ เย็นฉ่ำ ผู้คลุกคลีกับกิจการล้งเมืองจันท์เกือบ 20 ปี เห็นปัญหาของธุรกิจล้งมาก็มาก ซึ่งปัญหาใหญ่ที่วัฒน์ต้องยื่นมือเข้าช่วย คือปัญหาผลผลิตราคาตกต่ำและความทุกข์ยากของเกษตรกรที่ถูกกดราคา จึงคิดไอเดียสร้าง Generation Fruit ขึ้นมา 

Generation Fruit คาเฟ่ผลไม้ครบวงจรแห่งแรกของจันทบุรี ช่วยคนสวนแก้ปัญหาราคาผลไม้ตกต่ำ

Generation Fruit เกิดมาเพื่อแก้ปัญหาและยกระดับผลไม้ไทย โดยมีแรงบันดาลใจจากรายการโทรทัศน์ของประเทศญี่ปุ่น จนกลายมาเป็นคาเฟ่ผลไม้เพื่อสุขภาพ กิน ดื่ม ช้อป ครบจบในที่เดียว! โดยเอาจริงเอาจังและใส่ใจความสะอาดตั้งแต่แหล่งที่มาของผลไม้ แถมมีพนักงานที่จบด้านวิทยาศาสตร์การอาหารมาดูแลสูตรเครื่องดื่มโดยเฉพาะ

ที่สำคัญ วัฒน์ยังทำธุรกิจอย่างเป็นมิตร ด้วยการขายราคาย่อมเยา ไม่ตัดราคาตลาด 

แม้คาเฟ่รสผลไม้รวมสีขาวสะอาดตาจะยังแปลกใหม่สำหรับคนจันท์ ขนาดว่าเคยมีคนเปิดประตูมาถามว่า ‘หมออยู่หรือเปล่าครับ’ แต่เรามั่นใจว่าสถานที่ตรงหน้าจะเป็นหมุดหมายและพื้นที่ปลอดภัยของชาวสวนจันทบุรี และอนาคตเราอาจจะเห็นโมเดลที่เชื่อมคนต้นน้ำและคนปลายน้ำแบบ Generation Fruit กระจายอยู่ทั่วประเทศก็ได้

Generation Fruit คาเฟ่ผลไม้ครบวงจรแห่งแรกของจันทบุรี ช่วยคนสวนแก้ปัญหาราคาผลไม้ตกต่ำ

ความทุกข์ใจของชาวสวน

เมืองจันท์เด่นเรื่องพลอย บรรพบุรุษของวัฒน์ก็ค้าพลอยตั้งแต่สมัยบุกเบิกพลอยบ่อไร่ จนถึงรุ่นวัฒน์ เขาเลือกจับกิจการล้งราว 20 ปีก่อน วัฒน์ทำล้งสลับกับเรียนวิชากฎหมาย ด้วยประสบการณ์ที่หยอดกระปุกมาเรื่อยๆ ทำให้เขาเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับวงการเกษตรกรรมบ้านเรา ปัญหาที่เขากาดอกจันใหญ่ที่สุดคือ ‘ผลผลิตราคาต่ำกว่าตลาด’

ทุกๆ ฤดูเก็บเกี่ยว การทำงานในล้งวุ่นวายเสมอ คนงานมือเป็นระวิงเพราะต้องคอยคัดแยกผลไม้ให้ได้ตามเกรดที่ตลาดต้องการ เมื่อคนงานทำงานคัดแยกซ้ำๆ ติดกันหลายวัน ทุกคนก็เริ่มเหนื่อยล้า แต่ขณะเดียวกันผลไม้ก็สุกงอมมากขึ้นทุกที ผลผลิตมากมายจากแต่ละสวนจึงถูกส่งมาที่ล้ง พอคนทำงานทำไม่ไหว ก็เกิดปัญหาของตาย

“ของตายหมายความว่าของระบายไม่ทันครับ พอระบายไม่ทัน ล้งก็เริ่มเบรกราคา จากซื้อคนสวนในราคาสิบบาท ก็อาจเหลือห้าบาท กลายเป็นว่าต้องกดราคาคนสวน บางทีเขาต้องเก็บน้อยลงหรือหยุดเก็บไปก่อน แต่เผอิญพืชผลการเกษตรอย่างเงาะ มังคุด ถ้าไม่เก็บก็จะดำ พอดำก็ส่งออกไม่ได้ หรือขายได้ในราคาถูกลง ทำให้คนสวนไม่มีทางเลือก เขาจำเป็นต้องเก็บ พอเก็บก็มีปัญหาเรื่องราคา มันก็จะวนเข้าปัญหาแบบเดิม” วัฒน์อธิบายวงจรปัญหา

อีกหนึ่งปัญหาที่เกษตรกรไทยต้องเจอในช่วง 5 – 10 ปีที่ผ่านมา คือคนจีนเข้ามาครองตลาด

“เมื่อสิบปีที่แล้ว คนจีนสั่งคนไทยแพ็กผลไม้แล้วส่งออก แต่ห้าปีมานี้ คนจีนเริ่มสร้างล้งเอง โดยการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล แล้วถือหุ้นรองจากคนไทย ตอนนี้คนจีนเริ่มซื้อเองถึงหน้าสวน ถ้าเขาทำครบระบบได้เมื่อไหร่ สินค้าเกษตรของไทยก็จะราคาถูก เพราะเขาจะกุมตลาดเอาไว้ แล้วก็กดเราได้หมดทุกอย่าง ตอนนี้มังคุดเริ่มเป็นแบบนั้นแล้ว”

ปัญหาทุกข์ใจของชาวสวนฉายภาพซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนวัฒน์ต้องลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่าง

Generation Fruit คาเฟ่ผลไม้ครบวงจรแห่งแรกของจันทบุรี ช่วยคนสวนแก้ปัญหาราคาผลไม้ตกต่ำ
Generation Fruit คาเฟ่ผลไม้ครบวงจรแห่งแรกของจันทบุรี ช่วยคนสวนแก้ปัญหาราคาผลไม้ตกต่ำ

ผุดไอเดียจากการเกษตรญี่ปุ่น

วัฒน์วางแผนช่วยเหลือเกษตรกรไว้เมื่อ 5 – 6 ปีก่อน ซึ่งได้แรงบันดาลใจขณะดูรายการโทรทัศน์ของประเทศญี่ปุ่น โดยรายการนำเสนอเรื่องราวของร้านค้าที่มีการกระจายผลผลิตทางการเกษตรอย่างเป็นระบบ มีบาร์โค้ดให้ลูกค้าตรวจสอบได้ว่าซื้อผลไม้มาจากที่ไหน ข้อมูลการปลูกเป็นอย่างไร และคนปลูกเป็นใคร ที่สำคัญ ทางร้านเปิดโอกาสให้ผู้พิการเข้ามาทำงานด้วย วัฒน์ชอบแนวคิดนี้มาก เขาทดเอาไว้ในใจ และฝันว่าสักวันหนึ่งเมืองจันท์จะมีโมเดลนี้เกิดขึ้น

ราว 3 เดือนก่อน Generation Fruit เกิดขึ้นแล้วตามความตั้งใจของวัฒน์

“ร้านนี้เป็นร้านต้นแบบของเรา” เขาพูดด้วยน้ำเสียงภูมิใจ “เราตั้งเป้าหมายไว้ว่า จะพยายามให้ร้านนี้อยู่ได้ แล้วทุกๆ สามเดือนจะขยายหนึ่งสาขา แต่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องใหญ่เหมือนร้านต้นแบบนะ อาจจะแค่ขนาดหนึ่งห้อง กระจายกันในแต่ละตำบลหรือแต่ละอำเภอ เพื่อให้ของถึงมือคนกินมากที่สุด และไม่กระจุกกันอยู่ที่ล้ง

Generation Fruit คาเฟ่ผลไม้ครบวงจรแห่งแรกของจันทบุรี ช่วยคนสวนแก้ปัญหาราคาผลไม้ตกต่ำ
Generation Fruit คาเฟ่ผลไม้ครบวงจรแห่งแรกของจันทบุรี ช่วยคนสวนแก้ปัญหาราคาผลไม้ตกต่ำ

“และภายในสามปี เราจะทำให้คนสวนเชื่อมั่น แล้วก็ขยายสาขาให้ได้มาก ส่วนภายในห้าปีเราจะทำแอปพลิเคชันให้เข้าระบบเหมือนของญี่ปุ่น เพื่อคนสวนจะได้ไม่ต้องเก็บผลผลิตส่งให้ล้ง แต่คนสวนทำเองได้ทั้งหมด แล้วก็มีบาร์โค้ดที่ตรวจสอบข้อมูลได้ด้วยว่าผลไม้มาจากสวนใคร เก็บวันไหน ใช้ปุ๋ยหรือใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชหรือเปล่า และสินค้าทั้งหมดจะถูกกระจายไปตามสาขาของเรา เพื่อให้ผลไม้เจอกับผู้บริโภคไวที่สุด

“พอเราคิดทำเป็นแอปฯ ก็มีคนแย้งว่า ‘คนสวนจะตามเทคโนโลยีทันเหรอ’ แต่บางคนอาจจะลืมไปว่า ชาวสวนส่งลูกหลานเรียนจบกันหมดแล้ว ลูกหลานชาวสวนก็กลับมาอยู่บ้าน ช่วยครอบครัวทำงาน ซึ่งแผนห้าปีของเราก็รองรับเจเนอเรชันใหม่ที่จะเกิดขึ้นด้วย” วัฒน์เล่าความตั้งใจ

เราชอบที่วัฒน์มองเห็นอนาคตของคนรุ่นใหม่ที่จะกลับมาทำงานที่บ้านมากกว่าเมืองหลวง

คาเฟ่ที่รวมผลไม้สดและผลไม้แปรรูปมาอยู่ในห้องทดลองวิทยาศาสตร์ ที่อยากให้คนกินสุขภาพดี และคนสวนมีคุณภาพชีวิตที่ดี

คาเฟ่รสผลไม้รวม

ถ้าเดินผ่าน Generation Fruit คุณจะเห็นร้านถูกล้อมด้วยกระจกใส ทะลุปรุโปร่งถึงด้านใน คล้ายแล็บหรือห้องทดลองวิทยาศาสตร์ วัฒน์ตั้งใจให้เป็นเช่นนั้น นอกจากคนข้างนอกจะตื่นตาตื่นใจกับข้าวของข้างใน ยังเป็นแผนในอนาคตที่เขาอยากให้ผู้พิการมาทำงานที่นี่ คนทั่วไปก็จะเห็นศักยภาพและความสามารถผ่านกระจกใสๆ นั้นด้วย

จะเรียกสถานที่ตรงหน้าว่าคาเฟ่ก็ไม่ผิดนัก หากแต่เป็นคาเฟ่ผลไม้คงจะตรงใจที่สุด Generation Fruit มีสินค้าให้เลือกสรรครบวงจร ตั้งแต่ผลไม้สด น้ำผลไม้สกัดเย็น อาหาร และผลไม้แปรรูป จนกระทั่งบริการจัดกระเช้า

เมื่อสงสัยว่าแล็บผลไม้แห่งเมืองจันท์มีอะไรให้ลิ้มลองบ้าง ปลายสายก็หลุดออกจากบทสนทนาเพื่อถามไถ่พนักงานหน้าร้าน ณ ตอนนั้น (เราได้ยินเสียงนับจำนวนแว่วเข้ามาในสาย เริ่มจากหลักหน่วยถึงหลักสิบ)

“ผลไม้สดมีประมาณสามสิบถึงสี่สิบอย่างค่ะ” ปลายสายอีกเสียงตอบกลับมาอย่างบางๆ 

คาเฟ่ที่รวมผลไม้สดและผลไม้แปรรูปมาอยู่ในห้องทดลองวิทยาศาสตร์ ที่อยากให้คนกินสุขภาพดี และคนสวนมีคุณภาพชีวิตที่ดี
คาเฟ่ที่รวมผลไม้สดและผลไม้แปรรูปมาอยู่ในห้องทดลองวิทยาศาสตร์ ที่อยากให้คนกินสุขภาพดี และคนสวนมีคุณภาพชีวิตที่ดี

เราส่งเสียง “โอ้โห” เป็นการตอบรับ เอาเข้าจริงก็ชวนตกใจอยู่ไม่น้อย เพราะเป็นจำนวนผลไม้ที่เยอะมากสำหรับร้านเล็กๆ เพิ่งเปิดใหม่ แต่ก็แอบดีใจแทนชาวจันท์ที่มีผลไม้อร่อยและสุขภาพดีมาเสิร์ฟถึงหน้าบ้าน ซึ่งวัฒน์เสริมว่าผลไม้ที่วางขายมาจากสวนผลไม้ในจันทบุรี และผลไม้นำเข้าจากต่างประเทศ อาทิ มะม่วงแก้วขมิ้น องุ่นไข่ปลา สาลี่หิมะ มันหวานญี่ปุ่น ส้มแมนดาริน ฝรั่งกิมจู ลิ้นจี่สนมยิ้ม แตงทิเบต พุทราจีน ฯลฯ ผักปลอดสารพิษก็มีขายนะ

นอกจากผลไม้สด Generation Fruit ยังมีสินค้าให้เลือกซื้ออีกหลายอย่าง โดยเฉพาะน้ำผลไม้สกัดเย็นที่แบ่งออกเป็น 3 หมวดหมู่ Balance Beauty และ Detox เราขอยกเมนูชวนดื่มอย่าง Multiple Vitamin ประกอบด้วยแครอท มะเขือเทศ เซเลอรี และบีทรูท ช่วยดูแลผิวพรรณ ฟื้นฟูความเหนื่อยล้า หรือ Moisture Charge Juice น้ำเลมอนผสมสาลี่ ช่วยลดอาการท้องผูกและปรับสมดุลน้ำในร่างกาย ซึ่งสูตรทั้งหมดคิดค้นโดยพนักงานรุ่นใหม่ที่จบการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์การอาหาร กระซิบว่า ถ้าอยากดื่มน้ำผลไม้นอกเหนือจากเมนูก็ทำได้ เพียงหยิบผลไม้ที่ชอบมาส่งให้ถึงมือพนักงาน

คาเฟ่ที่รวมผลไม้สดและผลไม้แปรรูปมาอยู่ในห้องทดลองวิทยาศาสตร์ ที่อยากให้คนกินสุขภาพดี และคนสวนมีคุณภาพชีวิตที่ดี

แถมอีกนิด ที่นี่มีผลไม้แปรรูปให้เลือกชิมด้วยนะ ทั้งน้ำผลไม้ เจลลี่ผลไม้ลูกกลม แยมสารพัดรส (แยมแอปเปิ้ล แยมเสาวรส แยมมะม่วง) ซึ่งวัฒน์พูดติดตลกกับเราว่า ‘แยม’ เป็นตัวชี้วัดว่า ร้านค้าขายดีหรือไม่

“บางทีผลไม้ไม่ได้เสีย แต่ผิวไม่สวย เราก็เอามาแปรรูป ทำเป็นแยมบ้าง ซึ่งแยมของเราก็ขึ้นอยู่กับผลไม้ที่มีด้วย ถ้าผลไม้เราขายดีจะไม่มีแยมขาย ถ้าร้านเราขายไม่ดี ก็จะมีแยมเพียบเลย” ปลายสายส่งเสียงหัวเราะ

แม้รูปโฉมไม่สวย แต่เนื้อในอร่อยจนยกนิ้ว ก็ไม่อาจพิชิตใจตลาดและพ่อค้าได้ ทำให้ผลไม้เหล่านั้นถูกคัดทิ้งและถูกกดราคาจนต่ำ แต่วัฒน์ยังเห็นประโยชน์ที่อัดแน่นอยู่ในผลไม้แต่ละลูก เขาตั้งใจนำผลไม้ที่คนอื่นมองว่าหมดคุณค่ามาแปรรูปเป็นสินค้าใหม่เพื่อวางขายในร้าน ถ้าถามว่าทำไม Generation Fruit ต้องมีสินค้ามากมายขนาดนี้

เพราะชายคนนี้อยากนำผลผลิตจากชาวสวนมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด-นี่คงเป็นคำตอบ

คาเฟ่ที่รวมผลไม้สดและผลไม้แปรรูปมาอยู่ในห้องทดลองวิทยาศาสตร์ ที่อยากให้คนกินสุขภาพดี และคนสวนมีคุณภาพชีวิตที่ดี

กินเป็นยา

นอกจากผลไม้และชาวสวนที่วัฒน์ให้ความสำคัญ ลูกค้าก็คือส่วนสำคัญที่ Generation Fruit ใส่ใจ

คาเฟ่ผลไม้เกิดมาเพื่อแก้ปัญหาก็จริง แต่วัฒน์ก็มองเห็นเทรนด์อาหารการกินในอนาคตด้วย ‘กินเป็นยา’ เทรนด์สุขภาพที่กำลังน่าจับตามอง ซึ่งเจ้าวายร้ายโควิด-19 เป็นตัวเร่งให้เทรนด์นี้ชัดขึ้น บวกกับโรคภัยไข้เจ็บที่มีอยู่มากมายและยากจะหลบหลีก อนาคตอันใกล้อาจจะเกิดการขาดแคลนทางอาหารขึ้นก็ได้ การกินอาหารหนึ่งอย่าง แล้วได้รับสารอาหารอย่างเต็มที่ในคราวเดียว อาจเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ามากกว่าการกินอาหารมากมายแต่ไร้ประโยชน์

“อนาคตเราอาจจะมีคอร์สดูแลผิวพรรณ” ความสนุกและความเป็นไปได้กำลังจะเกิดขึ้น

“เขาไม่ต้องกินอาหารเสริมแบบเม็ดที่ย่อยยากและผ่านความร้อน ซึ่งสู้ผลไม้จริงไม่ได้อยู่แล้ว บางคนเพิ่งหัดกินน้ำสกัดเย็นก็มาปรึกษาเรา ให้จัดคอร์สทดลอง เราก็จัดให้สามวัน โดยเริ่มจากผลไม้ที่ทานง่ายๆ ก่อน” 

คาเฟ่ที่รวมผลไม้สดและผลไม้แปรรูปมาอยู่ในห้องทดลองวิทยาศาสตร์ ที่อยากให้คนกินสุขภาพดี และคนสวนมีคุณภาพชีวิตที่ดี

ร้านอาหารกับความสะอาดเป็นของคู่กัน Generation Fruit มีบริการล้างผลไม้ด้วยระบบโอโซน เพื่อฆ่าเชื้อรา แบคทีเรีย และลดสารตกค้างในผิวผลไม้ ก่อนตัดแต่งลงกล่องพร้อมรับประทาน วัฒน์ย้ำว่าอนาคตจะมีการ Test Lab ทุกสัปดาห์ เช่น ทดสอบว่ามีดที่ใช้มีสารปนเปื้อนหรือสารตกค้างหรือเปล่า เพื่อให้มั่นใจว่าทุกอย่างในร้านสะอาดจริงๆ

“ร้านเรามาทางนี้แล้ว ก็ต้องไปให้สุด” วัฒน์ให้ความเชื่อมั่น “ถ้าคนมาซื้อเขากินของเราไปแล้วมันไม่สะอาดหรือมีปัญหาท้องเสีย เราก็ไม่สบายใจ เพราะเราอยากให้เขาทานแล้วได้ประโยชน์จริงๆ ซึ่งของพวกนี้เรามองไม่เห็น มันอาจจะเข้าไปสะสมในร่างกายของเขาก็ได้ เราเลยพยายามแก้ปัญหาตรงนั้น ให้เขามั่นใจในความสะอาดของเรา”

ยิ่งไปกว่านั้น พนักงานที่นี่ยังจบการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์การอาหาร เพื่อดูแลสูตรน้ำผลไม้สกัดเย็นโดยเฉพาะ กระซิบว่าเมื่อทุกอย่างเข้าระบบ วัฒน์จะเพิ่มนักโภชนาการมาให้ความรู้และจัดผลไม้ให้ตรงกับความต้องการ

คาเฟ่ที่รวมผลไม้สดและผลไม้แปรรูปมาอยู่ในห้องทดลองวิทยาศาสตร์ ที่อยากให้คนกินสุขภาพดี และคนสวนมีคุณภาพชีวิตที่ดี
คาเฟ่ที่รวมผลไม้สดและผลไม้แปรรูปมาอยู่ในห้องทดลองวิทยาศาสตร์ ที่อยากให้คนกินสุขภาพดี และคนสวนมีคุณภาพชีวิตที่ดี

“ร้านเรามีบริการจัดกระเช้าด้วย ถ้าเรามีนักโภชนาการอยู่ในร้าน แล้วลูกค้าอยากจัดกระเช้าผลไม้ไปเยี่ยมผู้ป่วย เราก็แนะนำลูกค้าได้ว่าเขาควรเลือกผลไม้ชนิดไหน เพื่อให้เหมาะสมกับโรคหรืออาการของผู้ป่วย เราอยากให้ผลไม้นั้นเป็นผลไม้ที่คนป่วยทานได้จริงๆ เพราะบางทีซื้อผลไม้ไปฝาก คนป่วยก็กินไม่ได้ แขกที่ไปเยี่ยมดันทานหมดแทน”

ที่นี่ไม่ได้มอบแค่ผลไม้ที่อร่อยและสะอาด แต่ตั้งใจมอบความรู้ให้ลูกค้ากลับไปดูแลตัวเองต่อด้วย

คาเฟ่ที่รวมผลไม้สดและผลไม้แปรรูปมาอยู่ในห้องทดลองวิทยาศาสตร์ ที่อยากให้คนกินสุขภาพดี และคนสวนมีคุณภาพชีวิตที่ดี

Generation ; not only FRUIT but also AGE

Generation Fruit ไม่ได้มีเพียงแค่คนรุ่นใหญ่อย่างวัฒน์ที่คลุกคลีอยู่กับปัญหาของเกษตรกรเท่านั้น 

ทางร้านยังมีผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์การอาหารที่เป็นคนรุ่นใหม่ และอาจจะมีนักโภชนาการรุ่นใหม่ตามมา เพื่อตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพที่ได้พูดคุยกันก่อนหน้านี้ ที่สำคัญ เขาเปิดกว้างให้เจนใหม่ฉายแสงอย่างเต็มที่

“ตอนรับน้องโบ (นักวิทยาศาสตร์การอาหาร) มาทีแรก เขาเป็นเด็กจบใหม่เลยนะ มาทำงานที่นี่ที่แรก เราก็บอกเขาเลยว่า ‘ร้านนี้ ไม่ได้ทำมาขายให้คนรุ่นพี่ แต่ทำมาเพื่อเจนฯ ของหนู จะออกแบบ จะทำอะไร ให้เน้นเป้าหมายที่เป็นคนรุ่นหนูเลย’ เราปล่อยให้น้องโบคิดอย่างอิสระ แต่ขอให้สิ่งที่เขาทำมันมีประโยชน์และสร้างแบรนด์ให้เราได้ 

“เราบอกน้องโบว่า ไม่จำเป็นต้องทำเหมือนคนอื่น อยากทำอะไรทำเลย ถ้าทำมาแล้วขายไม่ได้ เราก็หยุดทำ อย่างน้อยเราก็สร้างอะไรใหม่ๆ ให้คนมาเที่ยวร้านของเราได้ พยายามอย่าให้ร้านของเราหยุดนิ่ง” วัฒน์พูดถึงการทำงานของคนต่างวัย ซึ่งสะท้อนให้เห็นชัดเจนว่า Generation Fruit เป็นจุดเชื่อมของคน 2 เจเนอเรชัน

เชื่อมกันเพื่อสร้างสิ่งใหม่และสร้างสรรค์สินค้าดีๆ เพื่อส่งต่อให้ถึงมือผู้บริโภค

ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

“เราทำล้ง อยู่กับเกษตรกร เรารู้ว่าเขาเหนื่อยจริงๆ ทำมาทั้งปี ขายผลผลิตก็แล้ว ยังไม่พอที่จะจ่ายหนี้ค่าปุ๋ยตลอดทั้งปีเลย มันมีแต่ทุกข์ ไม่มีแสงสว่าง แล้วอนาคตเขาก็ต้องเจอคนจีนที่พยายามจะครองตลาดอีก เป้าหมายหลัก เราอยากเปิดร้านให้มาก ยิ่งมีร้านแบบนี้มากขึ้นก็ยิ่งช่วยคนสวนได้ ระบายผลผลิตในสวนได้ คานกับนายทุนได้ 

“ตอนนี้เรายังซื้อพืชผลทางการเกษตรไม่ได้ทุกอย่างร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เราพยายามทำ ซึ่งคงช่วยทุกคนได้ไม่ทั้งหมด แต่เราก็อาจจะจุดประกายให้คนอื่นอยากทำตาม ถ้ามีคนอื่นอยากทำเหมือนเรา เราไม่หวงนะ ถ้าเจอคนที่สนใจจริง เราจะเล่าให้เขาฟังเลย จะอธิบายเขาให้หมดจนเอากลับไปทำได้ เพราะเราอยากให้คนปลูกเขาได้ประโยชน์ คนกินก็ได้ประโยชน์ด้วย และที่สำคัญ เราอยากเป็นพื้นที่ที่ให้โอกาสกับผู้พิการ เราอยากสร้างคุณค่าและกำลังใจให้เขา” วัฒน์เล่า

ความตั้งใจของวัฒน์คือการสร้างระบบการขายที่ดี สร้างองค์ความรู้ให้เกษตรกรนำไปต่อยอดได้ ทั้งการแพ็กสินค้า การทำความสะอาด การขายออนไลน์ ถ้าดูจากกระบวนการทั้งหมดของ Generation Fruit ร้านนี้เป็นพื้นที่ที่พาคนปลูกและคนกินมาเจอกัน เพื่อให้คนต้นน้ำและปลายน้ำได้ประโยชน์จากการขายและการกินผลไม้ไปพร้อมๆ กัน มีสุขภาพร่างกายและจิตใจที่ดีไปพร้อมๆ กัน โดยวัฒน์ทำร้านให้อยู่ได้ เปิดสาขาให้มากขึ้น ช่วยเหลือผู้คนให้มากขึ้น 

นั่นคือก้าวต่อๆ ไปที่เราอยากเป็นกำลังใจให้ Generation Fruit ไปถึงในแต่ละจุดที่ตั้งใจไว้

คาเฟ่ที่รวมผลไม้สดและผลไม้แปรรูปมาอยู่ในห้องทดลองวิทยาศาสตร์ ที่อยากให้คนกินสุขภาพดี และคนสวนมีคุณภาพชีวิตที่ดี

Generation Fruit

ที่ตั้ง : 95/9-10 หมู่ 7 ตำบลจันทนิมิต อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี 22000 (แผนที่)

เปิดบริการทุกวัน เวลา 07.00 – 20.00 น.

โทรศัพท์ : 09 3329 0970

Facebook : Generation Fruit น้ำผักผลไม้สกัดเย็น ผลไม้สดนำเข้า

Writers

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

ชลณิชา ทะภูมินทร์

นักเล่าเรื่องฝึกหัดกำลังตามหาความฝันที่หล่นหาย คนน่าน-เชียงใหม่ที่รักบ้านเกิดแต่ก็หลงรักการเดินทาง

Photographer

ปริญญา ชัยสิทธิ์

จบอักษรฯ ทำงานสายพัฒนา Digital platform - เชื่อว่าการมีอะไรที่ไม่สมบูรณ์แบบบ้าง เป็นเรื่องน่ารัก

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

ยามบ่ายแก่ในวันฟ้าเปิดที่ไร้หมู่เมฆคอยบดบังทิวากร ทั่วทั้งอาณาบริเวณของสุขุมวิท 36 จึงถูกปกคลุมไว้ด้วยมวลอากาศร้อนราวกับจะลุกเป็นไฟ พี่วินมอเตอร์ไซค์หยุดรถเป็นระยะ ๆ เหตุก็เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เราเดินทางเข้ามาในย่านแห่งนี้ บวกรวมกับความไม่คุ้นชินเส้นทาง เราสองจึงต้องคอยดูแผนที่ซ้ำ ๆ เพื่อความแน่ใจ แต่ที่สุดแล้ว พวกเราก็มาถึงสถานที่อันเป็นหมุดหมายปลายทางในวันนี้จนได้

เบื้องหน้าของเราคืออาคารกระจกเปิดโล่ง 2 ชั้นสไตล์โมเดิร์น เหนือบานประตูขนาดใหญ่มีอักษรสีขาวนูนกำกับไว้ว่า ‘FLOHOUSE’ สถานที่อันเป็นที่ตั้งของ FLO, FLOLAB, LIVID และ FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระที่เน้นหนักไปทางหนังสือออกแบบและเฟอร์นิเจอร์

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

แม้จะบอกว่าเป็นร้านหนังสือ แต่ที่นี่ไม่ได้มีแค่หนังสือเพียงอย่างเดียว เพราะ นรุตม์ ปิติทรงสวัสดิ์ ทายาทรุ่นสามโรงงานเฟอร์นิเจอร์ นักออกแบบผู้สร้างแบรนด์ FLO ควบตำแหน่งเจ้าของ FLOBOOKSTORE ตั้งใจให้พื้นที่แห่งนี้เป็นมากกว่านั้น ขณะมองสำรวจไปรอบ ๆ พร้อมสูดกลิ่นหอมของกาแฟ เราเห็นภาพของนรุตม์และอีก 4 – 5 คน กำลังจัดเตรียมสถานที่อย่างขะมักเขม้น 

ด้วยเพราะวันรุ่งขึ้น จะเป็นวันที่ FLOHouse เปิดต้อนรับอย่างเป็นทางการวันแรก 

แม้ไร้บทสนทนา แต่เราก็รับรู้ได้ในทันทีว่า พวกเขาทุกคนกำลังตั้งใจอย่างหนัก

เมื่อนาฬิกาเดินถึงยามที่เรานัดหมาย นรุตม์วางมือจากทุกสิ่งอย่าง พร้อมกับบทสนทนาเคล้ากลิ่นกาแฟของร้านหนังสือที่ผูกโยงไว้กับเฟอร์นิเจอร์ด้วยเชือกสายอันเหนียวแน่นก็เริ่มต้นขึ้น

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

ร้านขายประสบการณ์

“ที่นี่เพิ่งเสร็จใหม่ ๆ เลย” ชายตรงหน้าบอกกับเราด้วยแววตาเป็นประกาย

‘ที่นี่’ ที่ว่าก็คือ FLOHouse ซึ่งก่อนหน้านี้เคยเป็นร้านเฟอร์นิเจอร์เด็กมาก่อน และหากลองเพ่งสายตาดี ๆ ก็จะเห็นร่องรอยของกาลเวลาบันทึกไว้บนเพดานไม้สลับปูน

หันมองไปรอบกาย ที่แห่งนี้มีบรรยากาศโปร่งโล่งสบาย และมีแสงอุ่น ๆ สาดส่องเข้ามาทั่วทั้งบริเวณ นรุตม์ตั้งใจให้อาคารทั้งหลังเป็นกระจกใส (แต่ไม่ร้อน) เพื่อให้ผู้สัญจรไปมามองเห็นว่า ด้านในมีหนังสือ มีร้านกาแฟ มีเก้าอี้น่านั่ง มีมุมสวย ๆ และมีบรรยากาศของการเชื้อเชิญอย่างเป็นมิตร

FLOBOOKSTORE อาจจะเป็นร้านหนังสือที่ต่างจากภาพจำของหลายคนนิด ๆ ด้วยพื้นที่ทั้งร้านไม่ได้เต็มไปด้วยหนังสือทั้งหมด แต่ยังมีพื้นที่ให้กับกิจกรรมอื่น ๆ เพราะนรุตม์ต้องการให้พื้นที่แห่งนี้กลายเป็น ‘Furniture Design Space’ พื้นที่ของคนรักเฟอร์นิเจอร์และหนังสือ

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

เราย้ายสายตาไป ณ กึ่งกลางของร้าน ตรงนั้นมีเหล่าแท่นวางหนังสือและชั้นหนังสือที่ดีไซน์มาให้วางอวดปกสวย ๆ ของหนังสือได้ ซึ่งนรุตม์เรียกพื้นที่นั้นว่า ห้องจัดแสดงของ FLOLab แต่สิ่งที่เราลงความเห็นว่าช่างน่ารักเสียจริง คือการที่เขาตั้งชื่อให้เฟอร์นิเจอร์เหล่านั้นด้วยนามปากกาของนักเขียนที่ชื่นชอบ อาทิ Murakami Bookconsole, Kafka Bookstand, Marquez Bookstand ฯลฯ

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

FLOLab คือห้องทดลองของ FLO ที่ทดลองทำเฟอร์นิเจอร์ใหม่ ๆ ฉีกออกไปจากเดิม และเป็นเหมือนรวมเรื่องสั้นที่ในหนังสือเล่มนั้นไม่ได้มีเรื่องเดียว แต่มีเรื่องสั้น A เรื่องสั้น B C D… ต่อไปเรื่อย ๆ ซึ่งเฟอร์นิเจอร์ที่จัดแสดงอยู่ ณ ตอนนี้เป็นเพียง Chapter แรกจากหนังสือเล่มหนา

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์
FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

นรุตม์พยายามเนรมิตพื้นที่ทั้งหมดให้กลายเป็นพื้นที่ให้ผู้คนมาแลกเปลี่ยน ทำกิจกรรมร่วมกัน กลายเป็นพื้นที่สร้างสรรค์แรงบันดาลใจ ผู้มาเยือนได้ค้นหาอะไรใหม่ ๆ อยู่เสมอ การจับคู่กับ LIVID คาเฟ่ที่เป็นที่มาของกลิ่นหอมฟุ้งไปทั้งร้านจึงถือกำเนิดขึ้นด้วยประการฉะนี้ 

“เขาทำเรื่องที่เขาถนัด ผมทำเรื่องที่ผมถนัด พออยู่ด้วยกันน่าจะเกิดอะไรใหม่ ๆ ได้” 

ด้วยกาแฟที่ง่ายต่อการดื่ม และสไตล์การคั่วแบบ Nordic Roasting Style ของ Livid Coffee Roasters ทำให้นรุตม์คิดว่า ช่างเหมือนกับเฟอร์นิเจอร์ของเขา ซึ่งมีความเป็นสแกนดิเนเวียนผสมผสานกลิ่นอายญี่ปุ่นนิด ๆ จึงก็ก่อเกิดเป็นการจับคู่ที่ผูกโยงเข้าด้วยกันอย่างน่าสนใจ 

เราหันมองไปยังเคาน์เตอร์บาร์ของร้านกาแฟ LIVID ไล่ตั้งแต่แก้วเซรามิกที่เรียงรายอยู่บนชั้น ถัดขึ้นไปบนเคาน์เตอร์สีดำ และเครื่องไม้เครื่องมือมากมายทั้งรู้จักและไม่รู้จัก ข้าวของทั้งหมดจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบ ที่ตรงนั้นเป็นอีกมุมที่มีอีกหลาย ๆ เรื่องราวเฝ้าคอยการถูกค้นพบ

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

คาแรกเตอร์ของคนขายหนังสือ

“ชีวิตและงานของผม มันคือหนังสือที่ผมอ่านและเรื่องราวที่ผมชอบ” เขาเปรย

วัยเด็กของนรุตม์เติบโตมาพร้อมกับโรงงานเฟอร์นิเจอร์ของครอบครัว เฟอร์นิเจอร์อยู่ในทุก ๆ ช่วงเวลาของเขา ขณะเดียวกัน หนังสือก็อยู่ในทุกช่วงเวลาของเขาเช่นกัน การเติบโตของชายผู้นี้เกิดขึ้นพร้อมกับจำนวนหนังสือที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่ลดละ ที่สุดแล้วหนังสือเหล่านั้นก็กลายมาเป็นหลาย ๆ ส่วนในชีวิตเขา 

การอ่านของนรุตม์เริ่มต้นจากหนังสือนิยาย สู่เรื่องสั้น สู่หนังสือปรัชญา หนังสือพุทธศาสนา หนังสือประวัติศาสตร์ ไล่ไปจนถึงหนังสือดีไซน์ เฟอร์นิเจอร์ เขาเล่าว่าเคยบวช 15 วัน เพื่อให้เข้าใจเกี่ยวกับพุทธศาสนา และทฤษฎีต่าง ๆ ที่เขารู้จากการอ่าน รวมทั้งวิธีการที่จะนำไปใช้จริงในชีวิต

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

“ผมมีเพจชื่อ FLOBOOKSTORE” เขาพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น พร้อมเปิดให้เราดู 

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2014 ด้วยเพราะอยากแบ่งปันเรื่องราวของหนังสือแต่ละเล่ม เขาสร้างสมุดบันทึกความทรงจำออนไลน์ขึ้นมาเพื่อแบ่งปันและเขียนเล่าเรื่องราวหนังสือที่ชอบแต่ละเล่มอย่างบรรจงทุกตัวอักษรและทุก ๆ ข้อความ 

นรุตม์พยายามถ่ายทอดทุกความประทับใจที่เขามีต่อหนังสือแต่ละเล่มออกมาให้ได้มากที่สุด ที่น่ารักที่สุดคงเป็นการที่เขาใส่แง่มุมน่าค้นหาของหนังสือแต่ละเล่มไว้อย่างน่าติดตาม เห็นได้ชัดว่าเขาไม่เพียงเป็นนักอ่าน แต่ยังเป็นทั้งนักเขียน นักเรียน และนักปฏิบัติที่เก่งกาจ ผู้ไม่เคยหยุดแสวงหาสิ่งใหม่อยู่ตลอดเวลา

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

แม้การตัดสินใจเปิดร้านหนังสืออิสระในครั้งนี้จะถูกทักท้วงโดยคนในครอบครัว แต่เขาก็ยกเอาเหตุผลและความชอบส่วนตัวเข้าสู้ จึงก่อกำเนิดเป็นร้านหนังสืออิสระแห่งนี้ขึ้นมาจนได้

“ถ้าถามตัวเองว่าก่อนตายอยากจะทำอะไร ร้านหนังสือคือหนึ่งในนั้น” เขายิ้ม

เฟอร์นิเจอร์กับหนังสือ เชือกสายที่ตั้งใจผูก

“ผมรู้สึกว่าที่ไหนก็ตามที่มีหนังสือ ที่นั่นจะดีเสมอ ไม่รู้เพราะอะไร” 

นรุตม์เดินทางท่องเที่ยวในต่างแดนมาหลายหนแห่ง ทุกครั้งที่เขาเดินทาง ร้านหนังสือของเมืองนั้น ๆ มักเป็นหมุดหมายแบบตั้งใจและไม่ตั้งใจของเขาเสมอ ยิ่งเดินทางมากเท่าไหร่ การพบเจอความต่างก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น บางร้านมีหนังสือเล่มนี้ ทำไมบางร้านไม่มี เป็นความแตกต่างที่นรุตม์ยกตัวอย่าง 

นรุตม์ลงความเห็นว่า ร้านหนังสือแต่ละที่เป็นประสบการณ์พิเศษที่ไม่ควรจะเหมือนกัน เพราะร้านหนังสือมีคาแรกเตอร์ของผู้เป็นเจ้าของแฝงอยู่ นรุตม์หลงใหลในเฟอร์นิเจอร์ เขาจึงเลือกเชื่อมโยง 2 สิ่งที่รักอย่างเฟอร์นิเจอร์กับหนังสือเข้าด้วยกัน กลายมาเป็น FLO – BOOK(s) – STORE 

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

“หนังสือกับเฟอร์นิเจอร์ไม่เหมือนกันโดยตัวมันเอง แต่ทั้งสองอย่างทำให้ชีวิตเราดีขึ้น”

ปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ ว่าเฟอร์นิเจอร์กลายมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต ไม่ว่าจะตอนตื่น ตอนนอน ทำกิจวัตรต่าง ๆ หรือการนั่งดูหนังสักเรื่อง หากได้เก้าอี้ดี ๆ ก็จะทำให้ป๊อปคอร์นอร่อยขึ้น ดูหนังสนุกขึ้น เกิดเป็นการเติมพลังชีวิตที่เต็มเปี่ยม ขณะเดียวกันหนังสือก็ทำหน้าที่เป็นกุญแจและประตูพาผู้คนไปยังเรื่องราว โลกใบใหม่ หรืออาจจะเสนออีกมุมมองหนึ่งซึ่งต่างออกไปจากที่เราเคยรับรู้ 

เมื่อพูดถึงหนังสือดีไซน์ นรุตม์บอกกับเราว่าเขาไม่อยากเห็นหนังสือดีไซน์จัดอยู่แค่ในมุมเล็ก ๆ ของร้าน และอยากให้มีจำนวนหนังสือประเภทนี้เยอะ ๆ เขาอยากนำเสนอให้ผู้คนเห็นว่า ในโลกของการออกแบบ ตอนนี้มีใครกำลังโลดแล่นอยู่บ้าง และใครกำลังทำอะไรบ้างในต่างประเทศ 

ที่ขาดไม่ได้คือ หนังสือดีไซน์ที่เล่าเรื่องราวของดีไซเนอร์ซึ่งเป็นฮีโร่ของนรุตม์ 

FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์
FLOBOOKSTORE ร้านหนังสืออิสระย่านสุขุมวิท พื้นที่ใหม่ของคนรักหนังสือและเฟอร์นิเจอร์

เราย้ายสายตาไปยังชั้นวางและโต๊ะไม้ที่มีหนังสือเรียงรายอยู่เป็นจำนวนมาก ในนั้นมีหนังสือหลายหมวดหมู่ เช่น Design, Furniture Design, Interior Designer, Photography, Architecture และ Art and Culture ซึ่งทั้งหมดนั้นล้วนแล้วแต่เป็นหนังสือที่คนขายเคยอ่าน

“ผมชอบนะ เวลามีคนมาปรึกษาผม ถ้าเขามีปัญหาแบบนี้ เขาจะอ่านอะไรดี” 

นรุตม์อยากเป็นพนักงานขายและผู้ร่ายมนต์เยียวยาที่เก่งกาจ เขาอยากแนะนำหนังสือให้ตรงกับสิ่งที่ผู้มาเยือนแสวงหา ให้คนมาเลือกซื้อได้ค้นพบหนังสือที่ตัวเองชอบผ่านคนขายหนังสือ เพราะมันคือการมอบประสบการณ์พิเศษให้กับผู้มาเยือน

หนังสือและเรื่องราวที่อยากแบ่งปัน

เราถามนรุตม์ว่า หากมา FLOBOOKSTORE หนังสือ 5 เล่มที่เขาจะแนะนำมีเล่มใดบ้าง 

คนขายหนังสือเดินไปหน้าชั้นทันที เขาลังเลอยู่สักพัก ก่อนจะเลือกหยิบแต่ละเล่มอย่างง่ายดาย มีตั้งแต่หนังสืออ่านง่ายไปจนถึงหนังสือที่มีเนื้อหาการดีไซน์แบบเข้มข้นกลมกล่อม ซึ่งไม่ว่าจะหยิบจับเล่มไหน ก็เขาแนะนำมันด้วยน้ำเสียงเปี่ยมไปด้วยพลัง ความตื่นเต้น ความชอบ และความหลงใหล

เล่มที่ 1

Ettore Sottsass and the Poetry of Things Sudjic 

หลบร้อนเข้าร้านหนังสือที่มีทั้ง เฟอร์นิเจอร์ กาแฟ และหนังสือดี ๆ ที่ FLOHouse สุขุมวิท 36

หนังสือเล่มนี้เปลี่ยนมุมมองของนรุตม์ และมีต่อผลงานออกแบบของ Ettore Sottsass สถาปนิกและนักออกแบบชาวอิตาลี ผู้เป็นหัวหอกแห่งวงการออกแบบ นรุตม์เล่าว่าสิ่งที่น่าสนใจมากกว่าการอธิบายงานออกแบบ คือหนังสือเล่มนี้เล่าบริบทเบื้องหลังที่โอบล้อมตัว Sottsass ซึ่งส่งผลต่อการใช้ชีวิต การตัดสินใจ และการออกแบบของเขา

เล่มที่ 2

Axel Vervoordt Stories and Reflection 

หลบร้อนเข้าร้านหนังสือที่มีทั้ง เฟอร์นิเจอร์ กาแฟ และหนังสือดี ๆ ที่ FLOHouse สุขุมวิท 36

“ชีวิตเขาสนุกดี” นรุตม์เล่าถึงเรื่องราวของ Axel Vervoordt ที่ตอนนี้มีบ้านอยู่ในปราสาท เขาออกแบบเฟอร์นิเจอร์และมีแกลเลอรี่เป็นของตัวเอง 

เล่มที่ 3

THE GOOD. THE BAD. THE UGLY

หลบร้อนเข้าร้านหนังสือที่มีทั้ง เฟอร์นิเจอร์ กาแฟ และหนังสือดี ๆ ที่ FLOHouse สุขุมวิท 36

นรุตม์หยิบหนังสือเล่มนี้มาพร้อมกับเปิดงานออกแบบชิ้นหนึ่งให้เราดู เขาเล่าว่ามันคือเก้าอี้รูปร่างแปลกตาที่เบื้องหลังมีการลงทุนไปกว่า 10 ล้าน เก้าอี้ตัวนี้ขายไม่ได้เป็นเวลา 2 ปี จนกระทั่งมีสถาปนิกคนหนึ่งนำเก้าอี้ตัวนี้ไปใช้ที่มิวเซียมแห่งหนึ่ง และกลายเป็นว่าเก้าอี้ตัวนั้นเป็นสินค้าขายดีที่สุด นรุตม์เสริมว่า เหตุการณ์นั้นทำให้เขาเห็นว่า ดีไซน์ตัดสินกันไม่ได้ในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ

เล่มที่ 4

B Vitra

หลบร้อนเข้าร้านหนังสือที่มีทั้ง เฟอร์นิเจอร์ กาแฟ และหนังสือดี ๆ ที่ FLOHouse สุขุมวิท 36

Vitra เป็นแบรนด์เฟอร์นิเจอร์จากสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเล่มนี้นำเสนอแง่มุมที่ว่า เขาทำธุรกิจอย่างไร จึงทำให้ร้านขายของเมื่อปี 1950 ประสบความสำเร็จได้อย่างทุกวันนี้

เล่มที่ 5

Giorgio Morandi: Late Paintings

หลบร้อนเข้าร้านหนังสือที่มีทั้ง เฟอร์นิเจอร์ กาแฟ และหนังสือดี ๆ ที่ FLOHouse สุขุมวิท 36

นี่คือหนังสือเกี่ยวกับศิลปินผู้วาดภาพพอร์เทรตซ้ำ ๆ แต่สลับสับเปลี่ยนตำแหน่งการวางของไปมาจนเกิดความชำนาญ ทำให้เขานึกถึง Jiro Dreams of Sushi ที่เชี่ยวชาญในสิ่งนี้มาก เจ้าของร้านหนังสืออิสระพูดเปรียบอย่างขบขันว่า “เหมือนการชกลมวันละพันครั้งจนกลายเป็นเซียนชกลม”

หลบร้อนเข้าร้านหนังสือที่มีทั้ง เฟอร์นิเจอร์ กาแฟ และหนังสือดี ๆ ที่ FLOHouse สุขุมวิท 36

สิ่งสำคัญที่นรุตม์ตกตะกอนได้และเล่าสู่กันฟัง คือ

“บางทีเราต้องฟังคอมเมนต์ แต่เราไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเองตามความเห็นของคนอื่น ถ้าเรามีเป้าหมายที่ชัดเจน” เขาย้ำหนักแน่น

ก่อนกาแฟจะจืดจาง

ก่อนบทสนทนาเคล้ากลิ่นหอมของกาแฟในครั้งนี้จะสิ้นสุดลง เราชวนนรุตม์เลือกหนังสืออีกหนึ่งเล่มเพื่อเป็นตัวแทนของ FLOBOOKSTORE ซึ่งเขาร้องโอดออกมาทันทีว่า ยากเหลือเกิน 

นั่นอาจเป็นเพราะ FLOBOOKSTORE บรรยายไม่ได้ด้วยหนังสือเล่มเดียวจริง ๆ

แต่ท้ายที่สุดแล้ว หลังจากเดินวนไปเวียนมาอยู่สักพัก เขาก็หยิบหนังสือเล่มหนึ่งออกมา หนังสือเล่มนั้นมีชื่อว่า ‘The Danish Chair’ 

หนังสือปกสีน้ำเงินเล่มนั้นบอกเล่าความเชื่อมโยงของเก้าอี้แต่ละตัวกับนักออกแบบแต่ละคน พร้อมกับเรื่องราวต่าง ๆ ที่ถักทอสอดประสานเข้าด้วยกันอย่างเป็นเหตุและผล

หลบร้อนเข้าร้านหนังสือที่มีทั้ง เฟอร์นิเจอร์ กาแฟ และหนังสือดี ๆ ที่ FLOHouse สุขุมวิท 36
หลบร้อนเข้าร้านหนังสือที่มีทั้ง เฟอร์นิเจอร์ กาแฟ และหนังสือดี ๆ ที่ FLOHouse สุขุมวิท 36

หนังสือเล่มนี้เป็นความทรงจำของเขาที่ Design Museum Denmark ณ โคเปนเฮเกน มิวเซียมที่จัดนิทรรศการ The Danish Chair – an International Affair รวบรวมเก้าอี้จากนักออกแบบทั่วโลกกว่า 113 ตัว นรุตม์เดินทางไปที่เมืองนั้น 2 ครั้ง และแวะเวียนไปที่นิทรรศการนั้น 2 ครั้งเช่นกัน ครั้งแรกเขาไปเยือนพร้อมกับแสงแรกของพระอาทิตย์ในฤดูร้อน ครั้งที่สองเขาไปที่นั่นในฤดูหนาว พร้อมกับความเข้าใจที่มีต่อนิทรรศการมากขึ้น หลังจากได้อ่านเรื่องราวของเก้าอี้และนักออกแบบแต่ละคนจากหนังสือเล่มโปรด

อีกหนึ่งเหตุผลที่เขาเลือกหยิบเล่มนี้ เพราะคอนเซ็ปต์ของ FLOBOOKSTORE คือการกลับมาทำความเข้าใจถึงที่มาที่ไปของดีไซน์และสิ่งต่าง ๆ ที่เชื่อมโยงกันเอาไว้อย่างเหนียวแน่น และเฝ้าคอยการถูกค้นพบจากนักเดินทางที่เปิดประตูเข้ามา 

หลบร้อนเข้าร้านหนังสือที่มีทั้ง เฟอร์นิเจอร์ กาแฟ และหนังสือดี ๆ ที่ FLOHouse สุขุมวิท 36

FLOBOOKSTORE

ที่ตั้ง : 107 ถนนพระรามที่ 4 แขวง คลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ​ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00 – 19.00 น.

Facebook : FLOBOOKSTORE

Instagram : FLOBOOKSTORE

Writer

เกษมณี ชาติมนตรี

นักเรียนฝึกเขียนที่เริ่มการเรียนใหม่ตั้งแต่ 0-10 ชอบของหวาน ชอบอ่านนิยาย ชอบสีสันสดใสของดอกไม้ ชอบเสียงเพลง

Photographer

ณัฐวุฒิ เตจา

เกิดและโตที่ภาคอีสาน เรียนจบจากสาขาศิลปะการถ่ายภาพ สนใจเรื่องราวธรรมดาแต่ยั่งยืน ตอนนี้ถ่ายภาพเพื่อเข้าใจตนเอง ในอนาคตอยากทำเพื่อเข้าใจคนอื่นบ้าง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load