2 – 3 เดือนที่ผ่านมา คงเป็นช่วงเวลาของการใช้ชีวิตอยู่กับบ้านติดต่อกันนานที่สุด เพราะคนไม่อยากเสี่ยงออกจากบ้านถ้าไม่จำเป็นจริงๆ และตอนนี้ไวรัสก็ปรับตัวไวแข่งกับพฤติกรรมในวิถีชีวิตของเราแบบคู่คี่สูสีเหลือเกิน

ผมเพิ่งได้อ่านเรื่องหนึ่งโซเชียลมีเดีย มีคนสรุปว่า ‘ความกลัว’ เป็นคำที่อธิบายภาพของยุคนี้ได้ครอบคลุมและชัดเจนที่สุด 

ความไม่แน่นอนและไม่มั่นใจ อยู่ในแทบทุกขณะของการใช้ชีวิตแต่ละวัน

ความกลัว : สัญชาติญาณมนุษย์ที่เปลี่ยนแปลงวงการอาหารไปโดยสิ้นเชิงในยุคโรคระบาด
ความกลัว : สัญชาติญาณมนุษย์ที่เปลี่ยนแปลงวงการอาหารไปโดยสิ้นเชิงในยุคโรคระบาด

เป็นความคิดเห็นที่พยักหน้าตามในทันที และแน่นอนว่า คำว่า ‘ความกลัว’ รวมไปถึงเรื่องของอาหารด้วย เพราะเป็นสิ่งที่อาจนำไวรัสผ่านเข้าสู่ร่างกายได้โดยตรง

ตลอด 3 เดือนที่ผ่านมา ผมฝากท้องไว้กับอาหารผ่านการเดลิเวอรี่เสียเป็นส่วนใหญ่ ออกไปอุดหนุนร้านอาหารแถวบ้านบ้าง และอีกส่วนหนึ่งเป็นกับข้าวที่ครอบครัวทำ

ไม่ว่าจะกินรูปแบบไหน ก็เหมือนจะมีความเสี่ยงไปหมด วัตถุดิบที่ใช้ทำกับข้าวกินเองก็ต้องออกไปซื้อ ไม่ต่างจากออกไปซื้ออาหารแถวบ้านกลับมากิน หรือนั่งกินในร้านช่วงที่ยังนั่งกินได้ 

แต่สิ่งที่น่ากังวลที่สุด กลับเป็นการนั่งอยู่กับบ้านเฉยๆ และรอให้ไรเดอร์มาส่ง

เพราะเราไม่เห็นอะไรก่อนหน้านั้นเลย ว่าอาหารที่เรากำลังจะกินผ่านอะไรมาบ้าง ก่อนจะมาถึงมือของเรา

ที่เขียนแบบนี้ ไม่ได้ต้องการให้เกิดความกลัวหรือกังวลใดๆ เพราะสิ่งที่มาพร้อมความกลัว คือการสร้างความมั่นใจเสมอ

การเปลี่ยนแปลงในวงการอาหารที่ถูกขับเคลื่อนโดยความกลัว
การเปลี่ยนแปลงในวงการอาหารที่ถูกขับเคลื่อนโดยความกลัว

เมื่อคนกินต้องการความมั่นใจ ผู้ผลิตหรือร้านอาหาร รวมถึงผู้ให้บริการเดลิเวอรี่ ก็ต้องสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคมากขึ้น นี่คือสิ่งแรกๆ ที่เห็นได้ชัดตั้งแต่ช่วงต้นของการระบาด 

สิ่งที่ช่วยสร้างความอุ่นใจให้กับคนกินได้ชัดที่สุดคือ อาหารและแพ็กเกจจิ้ง ยิ่งเก็บความร้อนได้ดี หรือเหมาะกับการเอามาอุ่นใหม่ โดยไม่ต้องเปลี่ยนถ่ายบรรจุภัณฑ์บ่อยๆ ยิ่งทั้งสะดวกและช่วยสร้างความมั่นใจได้มากขึ้น 

แต่ความสะดวกและความมั่นใจนี้ แลกมาด้วยขยะจำนวนมหาศาล 

ร้านอาหารมักห่อทุกอย่าง และแยกส่วนประกอบที่ไม่ควรปะปนกับอาหารร้อนๆ ออกจากกันแบบละเอียดยิบ เพื่อไม่ให้สูญเสียอรรถรสและรูปร่างหน้าตาของอาหารเหมือนกินที่ร้าน รวมไปถึงน้ำจิ้มอีกหลายซอง ตะเกียบ ช้อนส้อม บางทีก็ห่อทิชชูแถมมาให้ ด้วยความหวังดีต่อความสะอาด 

แต่ผมก็เห็นความมุ่งมั่นของหลายร้านในการลดการใช้พลาสติกลง แล้วหันไปใช้วัสดุย่อยสลายได้ และเหมือนจะย่อยสลายได้ตามธรรมชาติแบบที่เป็นกระดาษ (แต่อาจจะเคลือบพลาสติกอยู่ดี) บางร้านเลือกใช้วัสดุจากธรรมชาติเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ เช่น ใบตอง กาบหมาก หรือไม้ไผ่ แต่เมื่อเทียบราคา ความสะดวกสบายในการขนส่ง รวมถึงประเด็นสำคัญอย่างความสะอาด วัสดุเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเหล่านี้ก็เสียเปรียบจนหลายร้านเริ่มถอดใจ

ความกลัวในการกินที่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของอาหารและวงการอาหาร ในช่วงสถานการณ์โควิด-19
ความกลัวในการกินที่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของอาหารและวงการอาหาร ในช่วงสถานการณ์โควิด-19

บางร้านมีวิธีปรับตัวอีกแบบ จากเคยให้ความสำคัญกับหน้าตาที่สวยงามบนจาน ก็ใช้วิธีลดส่วนประกอบในแต่ละเมนูลง คิดเมนูใหม่ที่ไม่ต้องแยกส่วนผสมมากนัก รวบให้ทุกอย่างอัดลงได้ในกล่องเดียว เป็นการลดบรรจุภัณฑ์ โดยคิดว่าอาหารเดลิเวอรี่ก็คืออาหารเดลิเวอรี่ ต้องคิดคนละแบบกับอาหารที่จัดจานสวยๆ ในร้าน 

ผมเองก็ให้ความสำคัญกับหน้าตาของอาหารน้อยลง แค่ขอให้อร่อยและอิ่มก็พอ หน้าตาไม่ตรงปกก็พอรับได้ 

เรื่องความไม่ตรงปก เป็นประเด็นที่น่าพูดถึงมาก

ตอนนี้ ภาพถ่ายอาหารมีผลต่อการตัดสินใจสูงมาก โดยเฉพาะในแอปพลิเคชันเดลิเวอรี่ที่มีตัวเลือกมากมาย ร้านไหนที่ภาพอาหารไม่สวย ดูไม่น่ากิน ก็เสียเปรียบมาก

ความกลัวในการกินที่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของอาหารและวงการอาหาร ในช่วงสถานการณ์โควิด-19
ความกลัวในการกินที่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของอาหารและวงการอาหาร ในช่วงสถานการณ์โควิด-19

แต่เดี๋ยวนี้เพื่อนผมบางคนเชื่อภาพในโฆษณาน้อยลง แล้วคลิกเข้าไปดูในภาพในโลกโซเชียลที่แท็กกลับมาที่ร้าน และนับว่านั่นคือภาพที่ใกล้เคียงความจริงที่สุด อิทธิพลของโซเชียลมีเดียเลยเป็นอีกหนึ่งปัจจัยในการตัดสินใจ ถือเป็นวิธีแก้ปัญหาความกลัวว่าสั่งแล้วจะไม่เป็นอย่างที่คิดไว้

การเห็นแค่ภาพ เดารสไม่ได้ จึงต้องอ่านคำอธิบายจากลูกค้าคนอื่นๆ เป็นข้อมูลประกอบ 

แต่พูดแบบนั้นก็ไม่ถูกทั้งหมด เพราะรสเปรี้ยวและรสเผ็ด เป็นสองรสที่เดาได้จากภาพถ่าย เพราะยิ่งสาดพริก สาดมะนาว ก็ยิ่งเข้าใจรสชาติได้ทันที จึงไม่น่าแปลกใจที่ร้านยำและร้านส้มตำ จะกลายเป็นร้านยอดฮิตอันดับต้นของแอปฯ​ เดลิเวอรี่ต่างๆ 

เมนูอาหารที่ได้รับความนิยมในการสั่งผ่านแอปพลิเคชัน มักจะเกี่ยวข้องกับประสบการณ์เดิมของผู้สั่ง อาหารที่ขายดีในช่วงนี้จึงเป็นอาหารง่ายๆ ที่คนรู้จักกันดีอยู่แล้ว

ความกลัวในการกินที่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของอาหารและวงการอาหาร ในช่วงสถานการณ์โควิด-19
ความกลัวในการกินที่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของอาหารและวงการอาหาร ในช่วงสถานการณ์โควิด-19

Good Eats Kitchen เป็น Cloud Kitchen ในเครือเดียวกับร้านอาหาร ROAST และ ร้านกาแฟ Roots ก็ทำเมนูที่อยู่ในใจอันดับต้นๆ เช่น ส้มตำ ไก่ทอด หรือชาไข่มุก แต่ใช้วัตถุดิบที่ดีตามมาตรฐานและสะอาดปลอดภัยตามแนวคิดของร้าน

Samlor ร้านอาหารของเชฟที่เคยทำไฟน์ไดนิ่งระดับรางวัล เลือกเปิดร้านใหม่กลางช่วงวิกฤตในคอนเซปต์อาหารที่ทุกคนคุ้นเคยดี อย่างข้าวขาหมู ข้าวมันไก่ แต่พลิกแพลงวิธีทำให้แปลกใหม่ขึ้น

ในยุคสมัยแห่งการเดลิเวอรี่เช่นนี้ ร้านที่มั่นใจในฝีมือคงไม่กลัว แต่ผู้ประกอบการจำนวนมากก็พยายามเลี่ยงเมนูแปลกๆ ที่ซับซ้อน และเดารสชาติไม่ถูก เพราะมีความเสี่ยงว่าคนจะไม่สั่ง 

ความกลัวอีกอย่างที่มากับยุคอาหารเดลิเวอรี่คือ กลัวว่าอาหารจะอร่อยน้อยกว่ากินที่ร้าน แค่จับใส่กล่องทิ้งไว้สัก 10 – 20 นาที อาหารก็เปลี่ยนไปแล้ว ทางแก้หนึ่งที่เราเห็นกันก็คือ ชุดอาหารแบบ DIY

การทำอาหารแบบ Home Cooking แม้ว่าสัดส่วนจะยังไม่เท่าอาหารเดลิเวอรี่ แต่ก็เติบโตตีคู่กันมา ร้าน After You ยังมียอดขายอาหารพร้อมรับประทานเป็นอันดับหนึ่ง แต่ตัวเลขของชุดอาหารแบบ DIY ที่ให้คนซื้อกลับไปทำเองที่บ้านก็เติบโตขึ้นมากอย่างมีนัยสำคัญ

หลายร้านเริ่มหันมาทำอาหารประเภทนี้มากขึ้น โดยทางร้านจะเลือกเมนูที่ทำสำเร็จมาแล้วครึ่งค่อนกระบวนการ ปรุงรสชาติจากผู้ผลิตมาแล้วเรียบร้อย ผู้บริโภคแค่ทำต่อในส่วนที่เหลือ ซึ่งต่างจากอาหารแช่แข็ง เพราะยังคงเป็นอาหารที่สดใหม่กว่ามาก และอาจไม่ได้ผ่านกระบวนการแบบอุตสาหกรรม

ความกลัวในการกินที่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของอาหารและวงการอาหาร ในช่วงสถานการณ์โควิด-19

 อันที่จริงชุด DIY ก็เหมาะสมกับพฤติกรรมการซื้อของ และการสั่งซื้ออาหารของคนในช่วงนี้ เนื่องจากพฤติกรรมการซื้อที่น้อยครั้งลง แต่ปริมาณต่อครั้งมากขึ้น เพราะไม่อยากออกไปเสี่ยงนอกบ้านบ่อย ประหยัดค่าส่ง และเก็บได้นานกว่าอาหารปรุงเสร็จพร้อมรับประทาน

ยิ่งไปกว่านั้น การประกอบอาหารเองด้วยการใช้ความร้อน ยังเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับคนกินไปด้วยในตัว เพียงแต่อาจจะไม่ได้เหมาะกับอาหารทุกประเภทหรือคนทุกคน แต่ก็เป็นวิธีที่น่าจับตามองต่อไป

ที่เล่ามาไม่ได้ครอบคลุมธุรกิจอาหารทั้งหมดหรอกนะครับ แต่โดยรวมก็คือ ทุกฝ่ายต่างต้องการเอาชนะความกลัวเหมือนกัน เพียงแต่ใช้วิธีการที่ต่างกัน

ท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่ปกติเช่นนี้ เราควรกลัวและป้องกันตัวเองให้ดีที่สุด ส่วนความวิตกกังวลต่างๆ ที่ตามมา เราก็ควรช่วยกันตั้งสติ และสู้กับปัญหาในแบบที่ตัวเองถนัด ตราบที่ยังสู้ไหว

ขอเป็นกำลังใจให้ร้านอาหารต่างๆ ปรับตัวเพื่อให้ผ่านช่วงเวลายากลำบากนี้ไปให้ได้ผู้บริโภคอย่างเราๆ จะพร้อมจะปรับตัวและสู้ไปด้วยกัน

Writer & Photographer

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

Eat Direction

ทิศทางการปรับตัวของอาหารและการกิน

พอเริ่มออกไปกินข้าวนอกบ้านได้บ้าง ก็รู้สึกค่อยยังชั่วหน่อย การได้กินอาหารแบบทำสดใหม่จากครัวมาวางตรงหน้าถือเป็นเรื่องน่ายินดี ร้านอาหารเองก็เหมือนกัน การได้เปิดร้านเป็นเรื่องดีทั้งโอกาสที่เพิ่มขึ้นจากคนที่เข้ามาในร้าน และได้เสิร์ฟอาหารรสชาติที่ต้องการเสิร์ฟจริงๆ โดยไม่ผ่านการใส่กล่องส่งไปที่บ้าน แต่การนั่งรับประทานในร้านก็ต้องระมัดระวังตัวกันเพิ่มขึ้นกว่าเดิม

ตอนนี้จะไปไหนก็ต้องโทรไปเช็กข้อมูลกันหมด ทั้งเวลาเปิด-ปิด ร้านจะให้นั่งในร้านได้หรือยัง เป็นการเปิดร้านแบบยังไม่เต็มที่ กล้าๆ กลัวๆ โรคก็กังวล คนจะอยากมากินที่ร้านหรือยังก็กังวล นั่งได้แต่ก็ยังไม่เต็มที่ บางร้านที่ต้องจำกัดคน ก็แนะนำให้จองล่วงหน้าไว้ก่อน 

ล่าสุดผมไปนั่งกินกาแฟตามคาเฟ่ พบว่าเริ่มมีระบบจองเวลาแบ่งเป็นรอบแล้ว ก็ดีไปอีกแบบ ช่วยจำกัดจำนวนคนไม่ให้แออัดเกินไป จะว่าไปแล้วแบบนี้ก็สบายใจกันทุกฝ่าย 

แม้แต่เวลาไปเที่ยวต่างจังหวัด การจองร้านไว้ก่อนเป็นการจัดการแผนชีวิตได้ ไม่ต้องเสียเวลาหรือจะพลาดโอกาสที่ไหนๆ ก็อุตส่าห์ได้ไปถึงแล้ว ขนาดแอปฯ สำหรับจองโดยเฉพาะ ยังมีให้จองไปจนถึงเข้าอุทยานฯ

แทบลืมไปแล้วว่าก่อนหน้านี้เราคุ้นเคยกับการจองล่วงหน้ากันแค่ไหน นึกถึงอันดับแรกๆ ของร้านที่ต้องจองก็เป็นร้านแบบไฟน์ ไดนิ่ง ร้านโอมากาเสะ เชฟเทเบิ้ล หรือจะเรียกอะไรก็ตาม ร้านรูปแบบนี้จะใช้การจองแบบ 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่รับลูกค้าวอล์กอิน ข้อดีของระบบนี้คือ รู้จำนวนคนที่ชัดเจนแน่นอนว่ามีกี่คน การจัดเตรียมวัตถุดิบก็รู้ปริมาณแน่ชัด ลดจำนวนของวัตถุดิบที่ต้องทิ้งไปอย่างสูญเปล่าได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก 

การรับจองล่วงหน้า : ขั้นตอนเล็กสุดใส่ใจ แต่ให้ผลใหญ่ของร้านอาหาร

ร้าน Blackitch Artisan Kitchen ที่เชียงใหม่ใช้วิธีการจองล่วงหน้าเช่นกัน เชฟแบล็ก-ภานุภน บุลสุวรรณ ให้ความเห็นซึ่งผมว่าน่าสนใจมากว่า การจองจะทำให้เราได้อาหารที่ละเอียดอ่อนและประณีตขึ้น อาจจะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม 

อาหารอย่างแกงบางชนิด พะโล้ เนื้อตุ๋น ไม่ใช่ว่าทำแล้วจะอร่อยเลย อาจดีกว่าถ้ามีเวลาในการทำมากขึ้น หรือล่วงหน้าข้ามวัน ถ้าหากรู้จำนวนความต้องการที่แน่ชัด ก็ไม่มีปัญหาเลยว่าจะต้องเตรียมไว้ในปริมาณเท่าไหร่

ในแง่ของคนทำร้านอาหาร การรับจองล่วงหน้ามีโอกาสไปถึงการเข้าใจรายละเอียดของคนกินแต่ละคนได้ด้วย ยิ่งเดี๋ยวนี้พฤติกรรมการกินของคนแตกแยกย่อยลงไปละเอียดมากขึ้น เช่น ใครกินอะไรได้ กินอะไรไม่ได้ อาจจะเพราะไม่ชอบ หรือเหตุผลในเรื่องสุขภาพ เช่น แพ้อาหารชนิดนั้น ร้านจะได้จัดอาหารให้เหมาะสม เป็นการบริการที่ลงไปถึงรายละเอียดรายคน ผมคิดว่าประเด็นอาหารที่เหมาะระดับบุคคล เป็นเรื่องที่ร้านอาหารควรให้ความสำคัญและสนใจเป็นพิเศษในอีกไม่นาน

เชฟก้อง-ก้องวุฒิ ชัยวงศ์ขจร จากร้าน Locus บอกผมว่า การให้ลูกค้าจองล่วงหน้าช่วยทำให้ไม่ต้องกังวลกับอาหารมาก เพราะอาหารถูกคิดและเตรียมพร้อมไว้อย่างเสร็จสรรพในระดับหนึ่งแล้ว ที่เหลือในมื้อเลยโฟกัสไปที่ความตั้งใจในการให้การบริการที่ดี

สำหรับคนกินบางคนที่อาจจะไม่ได้ชอบพิธีรีตองมากมาย นั่นก็เข้าใจครับ บางทีนึกอยากจะกินก็ไป นั่งได้เลย ทานได้เลย ไม่ต้องจอง ไม่ต้องรอให้ยุ่งยากเสียเวลา ร้านบางร้านเองก็ไม่ได้เหมาะกับการจอง

บางร้านมีลูกค้าที่วอล์กอินเยอะ มีเวลาขาย และรู้ว่าจะต้องขายเท่าไหร่ต่อวัน นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาที่จะต้องให้คนจอง 

หลายร้านไม่ได้เปิดรับจองเพราะเจอปัญหามากมาย เช่น จองแล้วมาไม่ตรงเวลา หรือยกเลิกโดยไม่บอก ทำให้เสียโอกาสในการขายลูกค้าที่เข้ามาร้านไป

ที่ว่ามาก็ไม่ได้ต้องการบอกว่า ให้ทุกร้านหรือทุกคนเปลี่ยนมาเป็นจองล่วงหน้ากันเถอะ 

แต่การจองก็ไม่ได้หมายถึงแค่การจองที่นั่งอย่างเดียว การโทรจองเมนูล่วงหน้าหรือพรีออเดอร์ และการจองเมนูพิเศษที่ทำขึ้นเรื่อยๆ เริ่มกลายเป็นพฤติกรรมที่ทั้งคนกินและคนขายเริ่มปรับตัวไปในทางนี้มากขึ้น เหตุผลคล้ายๆ กัน คือการรู้จำนวนล่วงหน้า เพื่อจัดการวัตถุดิบและมีเวลาละเมียดละไมในการลงมือทำ 

การรับจองล่วงหน้า : ขั้นตอนเล็กสุดใส่ใจ แต่ให้ผลใหญ่ของร้านอาหาร

ร้าน DAG ของ เชฟแวน-เฉลิมพล โรหิตรัตนะ มีเมนูพิเศษที่คิดขึ้นใหม่ทุกสัปดาห์ มีจำนวนจำกัด ใช้เวลาในกระบวนการทำล่วงหน้าได้นานกว่า เป็นเมนูที่เลือกใช้วัตถุดิบโดยไม่ต้องซื้อในปริมาณมาก เลือกใช้แบบพิเศษที่มีจำนวนน้อย ที่สำคัญคือมีความสดใหม่ของไอเดียในการคิดเมนูนั้นๆ ตลอดเวลา เชฟแวนใช้รูปแบบเมนูพิเศษจำนวนจำกัดนี้กับร้านเป็นหลัก ตอนที่ต้องปิดร้านในช่วงโควิด-19 ผลดีที่ผมมองเห็นคือความเคลื่อนไหวของร้าน DAG ที่มีเมนูใหม่ๆ มานำเสนอตลอด และร้านไม่ต้องห่วงเรื่องการเก็บวัตถุดิบ

แต่การพรีออเดอร์ล่วงหน้าก็มีผลกับเรื่องของพฤติกรรมการกินของลูกค้าเหมือนกัน ลูกค้าที่ต้องผ่านกระบวนการหลายขั้นตอน ต้องใช้เวลารอนาน ไม่ได้อาหารทันที อาจกลายเป็นการซื้อแค่ครั้งเดียวเพื่อลอง แต่จะยากในการตัดสินใจซื้อครั้งต่อไป เว้นเสียว่าจะอร่อยจริงๆ ต่างกับร้านที่ซื้อได้ทันที โอกาสในการซื้อซ้ำและสร้างลูกค้าประจำจะง่ายกว่า

อย่างไรก็ตาม เราเริ่มเห็นหลายๆ ร้านเปิดให้จองมา แทนที่จะเปิดบริการเต็มรูปแบบตามปกติเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ 

เชื่อว่าเรื่องที่ดูเล็กน้อยอย่างการจอง จะกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยกำหนดรูปแบบของร้านอาหาร 

อย่างน้อยก็เรื่องการจัดโต๊ะและที่นั่งในร้าน การมีโต๊ะใหญ่ที่นั่งได้หลายคนแบบก่อนหน้านี้ อาจจะขยับตัวได้ยากกว่าการมีโต๊ะเล็กๆ หลายโต๊ะ แต่สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบโต๊ะให้เหมาะกับจำนวนลูกค้าที่รู้ล่วงหน้าในแต่ละวันได้คล่องตัวกว่า หลายๆ ร้านเลยเปลี่ยนไปเลือกใช้โต๊ะแบบเล็กๆ แทน

เท่าที่ผมลองถามความเห็นหลายๆ คนในช่วงหลังจากที่เริ่มกินข้าวนอกบ้านได้ มีความเห็นส่วนใหญ่ที่เป็นไปในทางบวกกับการจองไว้ล่วงหน้ามากขึ้นนะครับ

ร้านอาหารที่กำลังจะกลับมาเปิดบริการตามปกติ ถ้าลองนึกถึงปัจจัยนี้ด้วย น่าจะช่วยลดความเสี่ยงหลายๆ อย่าง ในช่วงที่ควรเจ็บตัวน้อยที่สุด รับลูกค้าแบบได้วางแผนล่วงหน้า ไม่เสียเงินเปล่ากับวัตถุดิบที่เกินจำเป็น

ฝั่งลูกค้าเองก็เริ่มคุ้นเคยกับการโทรสอบถามข้อมูลและจองล่วงหน้ากันมากขึ้น ไม่ต้องเสี่ยงมาที่ร้านแล้วไม่มีที่นั่ง อาหารหมด ร้านยังไม่เปิดปกติ

ดีกับทุกฝ่ายแน่ๆ ครับ

Writer

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load