“ถึงหน้าบ้านแล้วนะ” ผมส่งไลน์หาฟ้า

ไม่ถึงหนึ่งนาที หญิงสาวในเสื้อสีฟ้า กางเกงสีเขียวสดใส ใบหน้าเปื้อนยิ้ม ก็เดินมาเปิดประตูต้อนรับ

เป็นเวลาเกือบหนึ่งปีที่ผมไม่มีโอกาสได้เจอฟ้าตัวเป็นๆ แต่ในช่วง 2 – 3 เดือนมานี้ ผมจะได้เห็นเธอเป็นประจำทุกเย็นวันอาทิตย์ เวลา 18.00 น. ทางหน้าจอโทรทัศน์

ผมรู้จัก ฟ้า-พัชรมณฑ์ เจริญชัย ที่คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ ตั้งแต่ 3 ปีที่แล้ว

ฟ้า พัชรมณฑ์ ผู้ฝึกฝนทำอาหารผ่านสหกรณ์โรงเรียน จนเซียนพอแข่ง MasterChef Thailand

เธอเป็นคนสะสวย มั่นใจ มีความสามารถรอบด้าน

เรียนก็ดี กิจกรรมก็เด่น แต่สิ่งที่ผู้หญิงคนนี้เน้นที่สุด และเพื่อนๆ ทุกคนรับรู้เป็นอย่างดีนั่นคือการทำอาหาร ทักษะที่เธอฝึกฝนจนชำนาญถึงขั้นได้เข้าแข่งขันรายการ MasterChef Thailand Season 4

ผู้เข้าแข่งขันรายการนี้หลายคนมีโรงเรียนสอนทำอาหารชั้นนำอย่างเลอ กอร์ดอง เบลอ หรือวิทยาลัยในต่างประเทศเป็นสถานที่สั่งสมความรู้ แต่สำหรับฟ้า เธอมีโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาและห้องครัวที่บ้านเป็นเวทีแห่งการพัฒนาตนเอง

สมัยเรียน ม.ปลาย ฟ้าหัดทำอาหารเองที่บ้าน (Home Cooking) แล้วมาฝากขายที่สหกรณ์โรงเรียน จนกลายเป็นร้านโปรดของเด็กเตรียมฯ หลายคนในเวลานั้น

ภายในห้องที่ผนังทุกด้านทำด้วยกระจก แดดยามบ่ายตกกระทบอย่างพอเหมาะ เมฆก้อนน้อยลอยอยู่ด้านบน ฟ้ากำลังจะพาผมและทุกคนไปรู้จักกับ ‘สี่ห้องครัว’ ที่หล่อหลอมตัวตนของเธอ

ไม่อยากให้ใครพลาดแม้แต่ห้องครัวเดียว

“เตือนแล้วนะ” (เสียงเชฟป้อม)

ฟ้า พัชรมณฑ์ ผู้ฝึกฝนทำอาหารผ่านสหกรณ์โรงเรียน จนเซียนพอแข่ง MasterChef Thailand

MasterChef Kitchen

ถามจริงๆ ในรายการ MasterChef Thailand Season 4 คุณเชียร์ใคร

เชียร์ทุกคนเลย อันนี้พูดจริงๆ นะ เราได้รู้จักทุกคน ได้อยู่ด้วยกันนานพอที่จะรู้ว่าแต่ละคนชอบอะไร ฝันอะไร และเราเคารพทุกความฝันนั้น การแข่งครั้งนี้คือทุกคนได้ทำเต็มที่ที่สุดในแบบของตัวเอง

ใครทำให้คุณทึ่งมากที่สุด

จิมมี่ (ปณิธี ตั้งศตนันท์) เขาเป็นคนชิลล์ๆ เล่นตลอดเวลา แต่ทำอาหารออกมาดีเสมอ มีครั้งหนึ่งเป็นโจทย์ทำขนม ซึ่งจิมมี่ไม่ถนัด รอบนั้นฟ้าเองก็เครียดมาก เครียดจนหูดับ ไม่ได้ยินใครเลย แต่จิมมี่ดูไม่ลนหรือเครียดเลยสักนิด เขายังตบมุกกับตากล้องได้ตลอด ฟ้าทึ่งมาก เพราะสุดท้ายเมนูของจิมมี่ดีถึงขั้นได้เป็นสามจานที่ดีที่สุดด้วย

คิดว่าตัวเองตกรอบเร็วไปไหม

เหมือนจะเร็ว เพราะเรารู้ว่าตัวเองทำอะไรได้บ้าง ในรายการเราได้แสดงความสามารถไม่ถึงหนึ่งในห้าสิบด้วยซ้ำ เวลาน้อยและความกดดันเยอะมาก รายการนี้คือกดดันที่สุดในชีวิตแล้วจริงๆ มาได้ไกลขนาดนี้ก็เหมาะสมแล้ว ให้คนที่เขาเก่งกว่าเรามากๆ ได้สู้กันต่อเถอะ พวกเขาเก่งมากจริงๆ 

สิ่งไหนในรายการนี้ที่คุณจะไม่ลืมแน่ๆ

มิตรภาพกับคนที่ชอบเหมือนกัน ฟ้าไม่เคยมีเพื่อนที่ชอบทำอาหาร เวลามีปาร์ตี้ที่บ้านเพื่อนแล้วต้องทำอาหารกัน ทุกคนจะหั่นมั่ว บอกให้ทำแบบนี้ เขาก็จะ อะไรนะ งง คุยกันไม่เข้าใจ ฟ้าเพิ่งเคยเจอคนที่ชอบอะไรเหมือนกัน คนที่คุยเรื่อง Cuisine แล้วเข้าใจกัน มันดีมาก (ยิ้ม) ก็คิดว่า มิตรภาพของรายการนี้จะอยู่ไปตลอด ถึงรายการจบ มิตรภาพจะยังอยู่

ฟ้า พัชรมณฑ์ ผู้ฝึกฝนทำอาหารผ่านสหกรณ์โรงเรียน จนเซียนพอแข่ง MasterChef Thailand

ได้ข่าวว่าเพื่อนๆ มาสเตอร์เชฟเคยมาปาร์ตี้ที่นี่ด้วย

ใช่ โอ๊ย สนุกมาก วันนั้นมีฟ้า ภูรินท์ (ภูรินท์ พัฒนวิริยะวาณิช), พี่บิลลี่ (ชัชวาร บุญทอง), ธันวา (จิตนเร บุญแสงวั​ฒน์), พี่เพลง, พี่วิว (ปฐมาภรณ์ อนุวนาวงศ์) และ เตอร์ (ณัฐวัฒน์ เกษมวิลาศ) เราตั้งใจมาฝึกทำวัตถุดิบแล้วปาร์ตี้ต่อตอนค่ำ โจทย์วันนั้นคือกบ แต่ละคนต้องแข่งกันทำจานกบของตัวเองโดยใช้เฉพาะวัตถุดิบที่หาได้ในบ้าน ธันวาไปเอาน้ำบ๊วยของพ่อฟ้ามาเป็นส่วนประกอบ เตอร์เอาปลาข้าวโพดมาทำเป็นอาหารญี่ปุ่น วุ่นวายกันมาก จำได้ว่า ธันวาทำแก้วไวน์วันแต่งงานของพ่อแม่ฟ้าแตกด้วย คนนี้เขาวีรกรรมเยอะจริงๆ (หัวเราะ) 

พอทำเสร็จเราก็ปาร์ตี้กันต่อ มีภูรินท์รับบทเป็นหนุ่มเสิร์ฟไวน์ พี่วิวทำคารามารีมากินเป็นกับแกล้ม ทุกคนทำอาหารที่ตัวเองถนัดมากินด้วยกัน อิ่มอร่อยมากๆ เป็นปาร์ตี้ที่สนุกที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต 

อะไรทำให้คุณตัดสินใจสมัครแข่งขัน MasterChef Thailand Season 4

ฟ้าอยากไปมาตลอด ฟ้าติดตามตั้งแต่เป็นรายการของต่างประเทศ พอรายการเข้ามาในไทย ฟ้าก็บอกกับตัวเองว่า ‘สักครั้งในชีวิต ฉันต้องไปให้ได้’

ทำไมจึงคิดว่าตัวเองพร้อมแล้ว

ไม่เคยพร้อม ถ้ารอให้พร้อม มันไม่มีทางพร้อม ในเมื่อเราอยากจะไปอยู่แล้ว ถ้าไม่ใช่ตอนนี้แล้วจะเมื่อไหร่ โอกาสไม่ได้เข้ามาง่ายๆ เราต้องวิ่งไปหาโอกาส ฟ้าเป็นพวกที่ชอบรีเสิร์ชตลอดเวลา อะไรที่ฟ้าอยากทำ ก็จะทำจนได้ รู้สึกว่าถ้าไม่ทำ เราคงพลาดอะไรในชีวิตไปเยอะมากๆ

หลังกล้องได้คุยกับคณะกรรมการบ้างไหม

จริงๆ แล้ว นอกเวลาถ่าย เราจะไม่ได้เจอกรรมการเลย แต่มีครั้งหนึ่งที่ฟ้าประทับใจ หม่อมป้อม (หม่อมหลวงขวัญทิพย์ เทวกุล) เป็นรอบที่แข่งที่โรงแรมบันยันทรี ตอนนั้นแทบทุกคนในทีมต้องออกไปเตรียมอาหารด้านนอก เหลือฟ้ากับ พี่เซฟ (ฐณะวัฒน์ ชูประเสริฐโชค) เตรียมของหวานอยู่ในครัว แล้วฟ้าต้องเลื่อนลิ้นชักรถเข็นซึ่งสูงและหนักมากลงทางต่างระดับ ในนั้นมีขนมเหลวๆ เต็มไปหมด ถ้าฟ้าทำหก ทั้งทีมคือจบเลย จู่ๆ หม่อมป้อมที่อยู่แถวนั้นพอดีก็ตะโกนออกมาว่า ‘เอ้า ทุกคนมาช่วยฟ้าหน่อยสิ ฟ้ามันตัวอย่างกับลูกหมา จะยกไหวได้ยังไง’ (ยิ้ม) 

เป็นโมเมนต์ที่ดีมากเลยนะ จากที่เครียดมากๆ ฟ้าก็ยิ้มออกมา หลังหม่อมป้อมตะโกน ทุกคนก็รีบมาช่วยฟ้าและหม่อมป้อมเองก็ช่วยด้วย หม่อมป้อมน่ารักนะ ถึงแม้ว่าจะเรียกฟ้าว่าลูกหมาก็ตาม เขาคงเอ็นดูเรานั่นแหละ แต่ฟ้าว่าฟ้าก็ออกจะแข็งแรงนะ (หัวเราะ)

ในรายการ คุณมักจะออกแบบอาหารให้มีหน้าตาเหมือนงานศิลปะ นั่นคือสไตล์การทำอาหารของคุณหรือ

ฟ้าเป็นคนชอบสีสัน เรามีแฮชแท็กในอินสตาแกรมชื่อว่า #Fahsrainbowfood ทุกอย่างที่ทำ ฟ้าอยากให้มีสีเยอะๆ แต่ฟ้าไม่ชอบประโคมดอกไม้ลงไปในจาน ฟ้าอยากให้องค์ประกอบทุกอย่างกินได้ และต้องเป็นรสชาติที่เข้ากันด้วย มากไปกว่านั้น อาหารและหน้าตาของมันควรจะบ่งบอกถึงประวัติความเป็นมา 

เช่น จานพาสต้าที่ฟ้าทำในรายการมีต้นกำเนิดจากประเทศอิตาลี เราก็เลยถ่ายทอดความเป็นธงชาติอิตาลีออกมา ส่วนจานที่เป็นซี่โครงแกะ ฟ้าคิดถึงภาพตอนที่แกะยังมีชีวิต เราอยากให้เขากลับไปอยู่ในธรรมชาติ เป็นน้องแกะที่มองดูพระอาทิตย์ตกดิน ชอบจานนั้นที่สุดแล้ว

ฟ้า พัชรมณฑ์ ผู้ฝึกฝนทำอาหารผ่านสหกรณ์โรงเรียน จนเซียนพอแข่ง MasterChef Thailand

Home Kitchen

อาหารจานแรกที่คุณหัดทำคืออะไร

เอ่อ…(คิดนาน) ที่บ้านนี้ไม่มีใครทำอาหาร แม่ฟ้าทั้งชีวิตทำอยู่แค่สองเมนู เมนูแรกที่ฟ้าลองทำก็เป็นหนึ่งในสองเมนูนั้นคือ เฟตตูชินี่แซลมอนครีมซอส สิ่งที่แม่ให้ฟ้าทำคือ โรยเกลือบนแซลมอนแล้วถูไปถูมา ตอนนั้นประมาณหกขวบ

แต่ฟ้าชอบทำอาหารตั้งแต่ก่อนหน้านั้นอีก ตอนประมาณห้าขวบ วันนั้นเป็นวันแม่หรือวันเกิดคุณแม่นี่แหละ อยู่ดีๆ ฟ้าก็ไปบอกคุณป้าแม่บ้านว่า น้องฟ้าอยากได้วิธีทำหมูก้อนทอด แล้วฟ้าก็จด หนึ่ง หมูบด สอง สาม สี่ ไปเรื่อยๆ จดเสร็จฟ้าก็ไปหาแม่แล้วบอกว่า ‘คุณแม่ หนูเอาของขวัญมาให้ เป็นสูตรหมูก้อนทอด’

ทำไมถึงอยากให้ของขวัญวันเกิดแม่เป็นสูตรหมูก้อนทอด

ฟ้าคิดแค่ว่า มันเป็นสิ่งที่เราชอบ ฟ้ายังมีกระดาษแผ่นนั้นอยู่เลยนะ

ภาพ : พัชรมณฑ์ เจริญชัย

ครูสอนทำอาหารของคุณคือ

ตัวเอง มันเริ่มจากความอยากรู้อยากเห็นของเรา ตอนเด็กๆ ในห้องคุณย่ามีชั้นหนังสือเป็นกำแพงเลย มีมุมหนึ่งเป็นหนังสือสูตรอาหารที่คุณย่าตัดแปะเอง ตัดจากนิตยสารบ้าง หนังสือพิมพ์บ้าง ฟ้านั่งอ่านหนังสือพวกนั้นซ้ำไปซ้ำมาตั้งแต่สี่ขวบ เราอยากเรียนรู้ เลยอ่านหนังสือ อยากรู้สูตรหมูก้อนทอดก็ถาม ตอนนี้ถ้าอยากรู้อะไรเราก็เสิร์ช

แกะสูตรชีวิต ฟ้า-พัชรมณฑ์ เจริญชัย สาววัย 21 ปีที่หัดทำอาหารจากการขายในสหกรณ์โรงเรียน จนเซียนพอเข้าแข่ง MasterChef Thailand Season 4
แกะสูตรชีวิต ฟ้า-พัชรมณฑ์ เจริญชัย สาววัย 21 ปีที่หัดทำอาหารจากการขายในสหกรณ์โรงเรียน จนเซียนพอเข้าแข่ง MasterChef Thailand Season 4

การหัดทำอาหารเองที่บ้านแทนที่จะเรียนในโรงเรียน มีข้อดี-ข้อเสีย ยังไง

ฟ้าไม่เคยเรียนในโรงเรียนทำอาหาร เลยไม่รู้ว่าจะเปรียบเทียบยังไง คนที่เรียนอาจจะได้รู้เยอะกว่าเราก็ได้ แต่การฝึกที่บ้านเหมือนได้ลองผิดลองถูกเอง เวลาใครถามอะไรเรา เราจะตอบได้เพราะว่าเราทำมาหมดแล้ว อย่างตอนนี้ฟ้าเลี้ยงยีสต์มาหนึ่งปี เป็นหม่ามี้ที่ภูมิใจในน้องยีสต์มาก พอมีใครเริ่มเลี้ยงยีสต์หรือมาถามเราว่าที่เขาทำมันผิดปกติยังไง ทำไมเป็นอย่างนั้น ฟ้าตอบได้หมด เราเลี้ยงเขามาเองกับมือ เราไม่ได้ไปรับความรู้มาจากใคร เป็นความรู้มือหนึ่งของเราเอง

การหัดทำอาหารที่บ้านไม่มีข้อเสียเลยเหรอ

ก็มีบ้าง (ยิ้ม) อย่างเวลาฟ้าทำอาหาร แม่ก็จะบ่นว่า ‘ฟ้าทำครัวแม่เละอีกแล้วนะ’ คือคุณแม่ฟ้ามีความเป็น Perfectionist ทุกอย่างต้องกริ๊บ อย่างอ่างล้างจาน พอใช้เสร็จก็ต้องเอาผ้าเช็ดอ่างให้แห้งสนิท หรืออย่างคุณพ่อ มีครั้งหนึ่งเราทำอาหารเสร็จแล้วอยากให้เขาชิม พอเขาเข้ามาถึงปุ๊บ แทนที่จะชื่นชม เขากลับพูดว่า ‘ตอนทำอาหารได้ใส่ถุงมือหรือเปล่า ระวังมือเหม็นนะ’ ความแฮปปี้ของเรากลายเป็นความเซ็ง ในใจคิดว่า ช่วยยินดีปรีดากับอาหารที่หนูทำหน่อยไม่ได้เหรอ แต่เขาก็ไม่ได้ห้าม แค่บ่นหน่อย (หัวเราะ)

แกะสูตรชีวิต ฟ้า-พัชรมณฑ์ เจริญชัย สาววัย 21 ปีที่หัดทำอาหารจากการขายในสหกรณ์โรงเรียน จนเซียนพอเข้าแข่ง MasterChef Thailand Season 4
แกะสูตรชีวิต ฟ้า-พัชรมณฑ์ เจริญชัย สาววัย 21 ปีที่หัดทำอาหารจากการขายในสหกรณ์โรงเรียน จนเซียนพอเข้าแข่ง MasterChef Thailand Season 4

High School Kitchen

เรื่องหนึ่งที่เพื่อนๆ ยังร่ำลือกันจนถึงวันนี้คือ สมัย ม.ปลาย คุณทำอาหารไปขายที่โรงเรียน จนตอนเที่ยงเพื่อนจะถามกันว่า ‘จะกินฟ้าหรือกินโรงอาหาร’ ไปเอาความคิดนี้มาจากไหน

มันเกิดขึ้นตอน ม.5 ช่วงนั้นฟ้าเปิดพรีออเดอร์ให้เพื่อนสั่ง ทำเสร็จก็เอาไปส่งที่โรงเรียน วันหนึ่งมีอาจารย์เห็น แล้วก็พูดลอยๆ ว่า เนี่ย ลองเอาไปขายที่สหกรณ์สิ คือเขาก็คงพูดแบบไม่ได้คิดอะไร เพราะปกติสหกรณ์ไม่ได้ให้นักเรียนเอาอาหารมาขายได้ตามใจชอบ แต่พอได้ยินแบบนั้น ฟ้าคิดว่าน่าจะเวิร์ก เลยไปติดต่อสหกรณ์ ซึ่งป้าสหกรณ์น่ากลัวมาก แต่เราก็ดำเนินการจนวางขายได้ในที่สุด เป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่ามากๆ

คุณขายวันไหนบ้าง

ขายทุกวัน ยกเว้นวันศุกร์ อยากให้มีวันพักผ่อนบ้าง ตอนนั้นฟ้าทำอาหารถึงเกือบตีหนึ่งแทบทุกวัน วันเสาร์เตรียมของ วันอาทิตย์ทำเพื่อขายวันจันทร์ วันจันทร์ทำเพื่อขายวันอังคาร ก็จะได้ว่างเย็นวันพฤหัส พอคิดย้อนไปก็สุดอยู่เหมือนกันนะ อาจฟังดูเหนื่อย แต่ฟ้าไม่เคยเหนื่อยเลย เชื่อปะ มีความสุขมากทุกวัน

นอกจากจะนอนตีหนึ่งแล้ว ฟ้าต้องตื่นเช้าเพื่อเอาของไปวางที่สหกรณ์ด้วย เพราะลูกค้าหลายคนจะมาซื้อกันก่อนเข้าแถว แล้วตอนนั้นไม่รู้ทำไมไม่รู้จักนวัตกรรมที่เรียกว่ารถเข็น ฟ้าเลยต้องหิ้วตะกร้าสองข้าง แล้วก็แบกของที่ทำวันละประมาณร้อยกล่องไปตั้งที่สหกรณ์ (ทำท่าให้ดู)

แกะสูตรชีวิต ฟ้า-พัชรมณฑ์ เจริญชัย สาววัย 21 ปีที่หัดทำอาหารจากการขายในสหกรณ์โรงเรียน จนเซียนพอเข้าแข่ง MasterChef Thailand Season 4

วันละร้อยกล่องเลยเหรอ

ใช่ ฟ้าทำวันละสองเมนู เมนูละประมาณห้าสิบกล่อง เมนูแต่ละวันจะไม่เหมือนกัน ยกเว้นบางเมนูที่คนชอบมากๆ ก็จะกลับมาทำบ่อยหน่อย เช่น แร็พไข่ แร็พไก่ และพวกคุกกี้ แต่นอกจากเมนูพวกนี้ ฟ้าจะเปลี่ยนเมนูทุกวัน กลายเป็นกิมมิกให้คนรีบมาซื้อ เพราะถ้าไม่ซื้อก็อาจจะไม่มีโอกาสได้ลองชิมเมนูในวันนั้นๆ

ลูกค้าต้องลุ้นทุกวันเลยสิว่าจะเจอเมนูอะไร

ฟ้ามีเฟซบุ๊กเพจชื่อ Sweet Tooth by PcH ทุกวันอาทิตย์จะโพสต์ว่า สัปดาห์นี้ วันไหนมีเมนูอะไรบ้าง

ที่บ้านกังวลไหมว่าคุณจะทำอาหารจนเสียการเรียน

เขาเชื่อเรา เชื่อมาตั้งแต่เด็ก เขาให้เราทำอะไรก็ได้ ให้เราจัดการเอง ซึ่งก็ดี เพราะสุดท้ายเราก็จัดการชีวิตตัวเองได้ตลอด มันพิสูจน์ได้จากการที่พอเราทำอาหารไปขายที่สหกรณ์ ผลการเรียนของเราดีขึ้นด้วยซ้ำ ไม่รู้ทุกคนเป็นไหม แต่เหมือนถ้าในหนึ่งวันเรามีอะไรให้ทำเยอะมากๆ เราจะจัดการเวลาได้ดีกว่าตอนไม่มีอะไรทำเลย ฟ้ารู้สึกว่า ยิ่งงานเยอะ ยิ่งจัดการเวลาได้ดี

เสียงตอบรับจากลูกค้าเป็นยังไง คุ้มกับที่เหนื่อยไหม

ลูกค้าชอบมาก ถ้าเขาไม่ได้แกล้งอวยนะ (หัวเราะ) แต่ก็คงไม่หรอก เพราะเขาซื้ออยู่ตลอด ขายหมดทุกวัน เมนูไหนที่เขาชอบเป็นพิเศษ เขาก็จะรีเควสแล้ว รีเควสอีก

แกะสูตรชีวิต ฟ้า-พัชรมณฑ์ เจริญชัย สาววัย 21 ปีที่หัดทำอาหารจากการขายในสหกรณ์โรงเรียน จนเซียนพอเข้าแข่ง MasterChef Thailand Season 4

Soul Kitchen

ตอนเรียนมหาวิทยาลัย คุณก็ยังมีไปออกบูทขายอาหารบ้าง รอบนี้ทำเพราะอยากซ้อมมือเหมือนเดิมหรือเพราะอะไร

ฟ้าชอบแบรนด์ Sweet Tooth by PcH พอเข้ามหาวิทยาลัยก็รีแบรนด์เล็กๆ แล้วเปิดบูทครั้งแรกที่ตลาดนัดของละครนิเทศ จุฬาฯ ตอนนั้นขายมีตบอลมันบด ใช้ชื่อร้านว่า Sweet Tooth by PcH X แบ๊ดส์บอยซอยตัน ซึ่งเป็นชื่อละครในปีนั้น ผลตอบรับก็ดีมากๆ แฮปปี้มาก คือฟ้าไม่อยากทิ้งแบรนด์นี้ ไม่ว่าตัวเองจะทำอะไรในอนาคต เราก็อยากให้เป็นร้านนี้ โลโก้นี้ แต่จะค่อยๆ รีแบรนด์ให้ดีขึ้นเรื่อยๆ พัฒนาโดยที่ยังเป็นตัวเรา แต่เป็นตัวเราที่ดีขึ้นเรื่อยๆ

แล้วจะพัฒนาไปเป็นอะไรต่อ

เดาไม่ได้ บางคนชอบถามว่า จบแล้วอยากทำอะไร คือฟ้าไม่รู้ ไม่รู้ว่าอะไรจะเข้ามาบ้าง ก็คงต้องรอดูกันไป บางครั้งก็อยากเปิดร้านของตัวเองนะ แต่ก็คงไม่ใช่เร็วๆ นี้ เพราะช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ค่อยดี โควิด-19 ก็ยังระบาดหนัก

ถ้าได้เปิดจะเป็นร้านแนวไหน

ร้านที่ฟ้าอยากทำมากที่สุดคือร้านอาหารเดนมาร์ก ตอนปีสอง ฟ้าไปแลกเปลี่ยนที่เดนมาร์ก ไปกินอาหารในร้าน Fine Dining ที่นั่น แล้วได้แรงบันดาลใจกลับมาเยอะมาก มีเมนูหนึ่งที่ฟ้าผูกพันและรู้สึกว่ามีเสน่ห์มากๆ เป็นเมนูดั้งเดิมของเดนมาร์กชื่อ Smørrebrød (แซนด์วิชหน้าเปิด) ฟ้าอยากให้คนไทยได้ลิ้มลองเสน่ห์ของอาหารจานนี้ อยากให้ทุกคนได้รับประสบการณ์ความสุขแบบที่เราได้รับในตอนนั้น

แกะสูตรชีวิต ฟ้า-พัชรมณฑ์ เจริญชัย สาววัย 21 ปีที่หัดทำอาหารจากการขายในสหกรณ์โรงเรียน จนเซียนพอเข้าแข่ง MasterChef Thailand Season 4

วันนี้เราเรียกคุณว่าเชฟฟ้าได้หรือยัง

ไม่ได้ สำหรับฟ้า การจะเป็นเชฟได้ต้องสั่งสมประสบการณ์หรือมีดีกรีบางอย่าง ประสบการณ์ฟ้ายังมีไม่เยอะ ดีกรีก็ไม่มี ทุกวันนี้ฟ้ายังบอกตัวเองอยู่ว่า ‘ฟ้าเป็น Home Cook’ เพราะฉะนั้น ก็ยังเป็นแค่ฟ้าเฉยๆ ยังเรียกว่าเชฟไม่ได้

แล้วจะมีวันที่เราได้เรียกคุณว่าเชฟฟ้าไหม

เขินอะ เคยมีครั้งหนึ่งฟ้าไปตัดชุดเชฟ แล้วเขาถามว่า เชฟคะ เชฟใส่ไซส์อะไร เราเขินมาก (ยิ้ม) งงไปหมดเลย เอาจริงๆ ไม่ทราบเหมือนกัน ก็อาจจะมีวันที่เราทำได้ วันที่คนเรียกว่าเชฟแล้วเราไม่เขิน

คุณเคยบอกว่าตัวเองกลัวการเป็นเป็ด

ใช่ มันเหมือนกับเราทำได้ทุกอย่าง แต่ยังไม่สุดสักอย่าง เราเรียนเก่ง แต่ทุกวันนี้ก็ไม่ได้อยากทำงานในสายที่เราเรียน เราชอบทำอาหาร แต่ก็ยังไม่เก่งถ้าเทียบกับคนอื่น ฟ้าถามตัวเองบ่อยๆ ว่า เป็นอย่างนี้มันได้ไหมนะ แต่สุดท้ายก็คิดว่าเป็นแบบนี้ก็ดีตรงที่เราดัดแปลงได้ตลอด เหมือนน้ำที่จะอยู่ในแก้วไหนหรือทำอะไรก็ได้ ถ้าตายจากสิ่งหนึ่งเราก็ไปทำอย่างอื่นได้ ไม่จำเป็นต้องผูกติดกับสิ่งเดียวไปตลอด แต่ก็ยังชอบทำอาหารที่สุดอยู่ดีนะ

แกะสูตรชีวิต ฟ้า-พัชรมณฑ์ เจริญชัย สาววัย 21 ปีที่หัดทำอาหารจากการขายในสหกรณ์โรงเรียน จนเซียนพอเข้าแข่ง MasterChef Thailand Season 4
แกะสูตรชีวิต ฟ้า พัชรมณฑ์ เจริญชัย สาววัย 21 ปีที่หัดทำอาหารจากการขายในสหกรณ์โรงเรียน จนเซียนพอเข้าแข่ง MasterChef Thailand Season 4

การทำอาหารให้อะไรกับคุณและเอาอะไรไปจากคุณบ้าง

อาหารให้ความเป็นตัวเอง ภาพที่คนรู้จักเราตอนนี้มีคำว่าอาหารเป็นหนึ่งในนั้น อาหารจึงเป็นสิ่งที่สร้างตัวตนของฟ้าขึ้นมา ส่วนเอาอะไรไปบ้าง ฟ้าคิดว่าไม่มี

ไม่มีเลยเหรอ

ก็อาจจะมีบางครั้งที่เพื่อนชวนไปเที่ยวหลังเลิกเรียน แต่ฟ้าไปไม่ได้เพราะต้องกลับไปทำอาหาร ตอนนั้นเราชอบทำอาหารมากกว่าจริงๆ ส่วนตอนนี้ฟ้ารู้สึกว่าตัวเองแบ่งเวลาได้ ดังนั้น อาหารไม่ได้เอาอะไรไปจากฟ้าเลย

ถ้าให้คุณเลือกอาหารที่ตรงกับชีวิตตัวเอง คุณว่าเป็นเมนูไหนดี

ยากจัง ฟ้าเคยเห็นหลายคนต้องตอบคำถามนี้ ไม่รู้เขาคิดออกได้ยังไง… (คิดอยู่ 10 วินาที)

โอเค (ตาลุกวาว) มันคือเมนูนี้เลย Smørrebrød Leverpostej (แซนด์วิชหน้าเปิดหน้าตับบด) เมนูนี้เป็นเมนูที่ฟ้าทำตอนออดิชันประกวด MasterChef Thailand Season 4 คนที่ออดิชันรอบเดียวกันคิดว่าเราทำขนม ซึ่งก็ไม่แปลกเพราะดูภายนอก จานนี้ก็เหมือนขนมจริงๆ 

เหมือนกับชีวิตของฟ้าที่ข้างนอกอาจจะดูอ่อนหวาน ดูเหมือนนั่งสวยๆ แต่จริงๆ แล้วมีอะไรอยู่ข้างในเยอะมาก จานนี้ไม่ใช่ของหวาน มันคือของคาวที่มีหลากรสชาติอยู่ข้างใน มีบีตรูทดองเพิ่มความเปรี้ยว ผักชีลาวเพิ่มความสดชื่น เบคอนกรอบเพิ่มความกรอบ ทุกองค์ประกอบช่วยกันสร้างเป็นจานจานนี้ และคนคนนี้

แกะสูตรชีวิต ฟ้า พัชรมณฑ์ เจริญชัย สาววัย 21 ปีที่หัดทำอาหารจากการขายในสหกรณ์โรงเรียน จนเซียนพอเข้าแข่ง MasterChef Thailand Season 4

สำหรับคุณ อาหารคืออะไร

คนกินอาจมองว่าอาหารคือสิ่งที่ทำให้เราอิ่ม แต่สำหรับคนทำ ฟ้ามองว่าอาหารคือความรักและความใส่ใจ คือทุกอย่างที่เราใส่ลงไปในจานแล้วอยากให้คนที่กินรู้สึกถึงมัน อาหารคือศิลปะอันย่อมๆ เลยล่ะ

อาหารจานล่าสุดที่ทำให้คนที่คุณรักกินคืออะไร

เค้กชาเขียว จริงๆ ฟ้าทำไว้ให้ทุกคนด้วย เดี๋ยวสัมภาษณ์เสร็จไปชิมกันนะ

Writer

สิรวิชญ์ บุญประสิทธิการ

มนุษย์ภูเก็ต เด็กนิเทศที่ทำงานพิเศษเป็นนักเล่าเรื่อง โกโก้ หนัง และฟุตบอล ช่วยให้เข้านอนอย่างมีคุณภาพ

Photographer

นินทร์ นรินทรกุล ณ อยุธยา

นินทร์ชอบถ่ายรูปมาตั้งแต่เด็ก พ่อแม่ซื้อฟิล์มให้ไม่ยั้ง ตื่นเต้นกับเสียงชัตเตอร์เสมอต้นเสมอปลาย เพื่อนชอบชวนไปทะเล ไม่ใช่เพราะนินทร์น่าคบเพียงอย่างเดียวแน่นอน :)

Talk of The Cloud

บทสัมภาษณ์คนคุ้นหน้าในแง่มุมที่อาจไม่คุ้นนัก

แม้นางงามที่ชื่อ แอนชิลี สก๊อต-เคมมิส จะไปไม่ถึงฝันในเวทีประกวดระดับจักรวาล แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าผู้หญิงที่ชื่อ แอนชิลี สก็อต-เคมมิส มอบบางสิ่งบางอย่างที่มีคุณค่ามากกว่าความสวยให้กับประเทศไทย

ก่อนที่แฮชแท็ก #RealSizeBeauty จะโลดแล่นอยู่บนหน้าจอมือถือ พร้อมกับรูปภาพผู้คนที่อวดโฉมเรือนร่างของตนด้วยความมั่นใจ 

สำหรับแอนชิลี แสงไฟบนเวทีอาจมีไว้ให้ใครบางคนเฉิดฉาย มงกุฎหรือสายสะพายก็อาจมีไว้แค่เป็นสัญลักษณ์ เธอตั้งใจมาที่นี่เพื่อบอกว่าความสวยไม่เคยมีมาตรฐาน

แอนก้าวขาขึ้นมาบนเวทีนางงามพร้อมกับค่านิยมใหม่สุดกล้าหาญ ด้วยโครงร่างสูงใหญ่ 183 เซนติเมตรของสาวลูกครึ่งออสเตรเลีย-ไทย และร่างกายแข็งแรงแบบฉบับกัปตันทีมวอลเลย์บอล 2 ปีซ้อน แต่ถึงกระนั้นเธอก็ยังฉีกยิ้มกว้าง ทำลายทุกข้อครหา ตอบคำถามอย่างชาญฉลาด ปิดท้ายด้วยการสร้างตำนาน คว้ารางวัลชนะเลิศจากความแตกต่างที่เธอมี 

บอกตามตรงว่าเราเข้าใจได้ทันทีตั้งแต่แรกเห็น ว่านางงามผู้ทรงอิทธิพลทางความคิดเป็นเช่นไร จากละอองไอแห่งความมั่นใจที่ปกคลุมรอบตัวเธอ และจากทุกคำตอบที่ชัดถ้อยชัดคำ แม้จะมีบางคำถามที่เข้าใจยาก แต่สาวลูกครึ่งก็พยายามอย่างสุดฝีมือ อาจเพราะรู้ว่าทุกการกระทำของเธอจะเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนอีกมากมาย ต่อให้แสงไฟบนเวทีจะดับลงแล้วก็ตาม

พบกันคราวนี้ เราขออนุญาตชวนแอนชิลี ในฐานะพรีเซนเตอร์คนใหม่ของคอลเกต กลับไปออดิชันรอบ Keyword อีกครั้งโดยไม่จับเวลา และถามเธอถึงเรื่องราวสำคัญที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มกว้าง 

คอลเกตอ๊อพติคไวท์โอทู,Smile Out Loud,ยิ้มมั่นสวยมั่น,Colgate,แอนชิลี สก๊อต-เคมมิส,

Keyword No.1 ผู้หญิง

“ผู้หญิงเป็นหนึ่งในสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังที่สุด เราทุกคนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผู้หญิงคิดในมุมมองที่แตกต่าง ผู้หญิงไม่อยากทำเหมือนใคร ไม่มีอะไรจะให้พลังผู้หญิงมากไปกว่าการที่ผู้หญิงให้กำลังใจซึ่งกันและกัน เพื่อให้เราได้เป็นตัวของตัวเองอย่างเต็มที่ เมื่อไรที่คุณยอมรับในสิ่งที่คุณเป็น เมื่อนั้นคุณจะสู้สุดกำลัง และจะไม่มีใครหยุดยั้งคุณได้”

ชีวิตเปลี่ยนไปยังไงบ้างหลังจบการประกวด

เปลี่ยนมาก จากคนที่มีชีวิตสนุกมาก เที่ยวทะเล อาบแดด อิสระ ไม่มีข้อจำกัด หลังได้มงกุฎ เรารู้ว่าเราเป็นต้นแบบให้กับใครหลายคน เรามีหน้าที่ต้องรับผิดชอบ 

เพราะแอนเชื่อว่าเด็ก ๆ ที่กำลังมองอยู่เขาจะเลียนแบบหลายอย่างที่แอนทำ ซึ่งเด็กเหล่านี้เขาต้องการ Role Model ที่ดี ที่ไม่ได้สอนอะไรผิด ๆ ให้เขา แอนเลยตั้งใจย้อนกลับมาดูตัวเองว่าแอนเป็นคนยังไง เราจะพัฒนาตัวเองยังไงให้เด็กพวกนี้เติบโตมาในโลกที่ไม่วัดคุณค่าของเขาจากรูปร่าง ที่ปฏิบัติต่อทุกคนอย่างเคารพ กล้าที่จะพูด แต่ขณะเดียวกันก็ให้เกียรติคนอื่นด้วย 

ถ้า Role Model ของเด็ก ๆ คือแอน แล้ว Role Model ของแอนคือใคร

คุณพ่อค่ะ เขาเป็นคนที่ฉลาดมาก ไม่เคยหยุดเรียนรู้ ไม่เคยคิดว่าตัวเองรู้เยอะเกินไป ถ้าไม่รู้อะไรเขาจะยอมรับว่าไม่รู้ เขาเลือกด้วยว่าอะไรที่ควรใช้เวลา อะไรไม่ควร แล้วเขาก็เชื่อว่าทุกคนมีข้อดีในตัวเอง 

คุณหยิบอะไรจากพ่อมาปรับใช้กับตัวเองบ้าง

My curiosity ความอยากรู้ แอนชอบการเรียนรู้มาก (ลากเสียง) อยากรู้อะไรก็จะอ่าน แล้วก็การฟัง พ่อเป็นคนที่ตั้งใจฟังมาก พ่อฟังโดยไม่ได้คิดว่าจะตอบอะไร แต่คิดว่าจะช่วยเขาได้ยังไง

คอลเกตอ๊อพติคไวท์โอทู,Smile Out Loud,ยิ้มมั่นสวยมั่น,Colgate,แอนชิลี สก๊อต-เคมมิส,

คุณเป็นคนมั่นใจแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไร

แอนมั่นใจตั้งแต่เด็ก เพราะแอนไม่เคยมองคุณค่าของตัวเองหรือคนอื่นจากภายนอก คุณค่าของแอนไม่ได้มาจากภาพลักษณ์ เสื้อผ้าที่แอนใส่ จากสิว กระบนใบหน้า หรือแผลเป็น 

แอนเห็นคุณค่าของตัวเองจากการคิดว่า ฉันปฏิบัติต่อคนอื่นดีไหม ฉันพัฒนาตัวเองตลอดไหม ฉันช่วยเหลือเพื่อนหรือเปล่า แอนมองแบบนั้นแทน แอนไม่เคยไม่มั่นใจเรื่องรูปร่าง มันไม่ใช่เรื่องที่แอนคิดในชีวิตประจำวัน 

พอเรากลับมาไทย แล้วเรามีหุ่นฝรั่ง ชอบมีคนบอกว่าเราอ้วน เราตัวใหญ่ คือปฏิเสธไม่ได้ว่าบางทีก็เจ็บ แต่กลับมาคิดดูแล้ว แอนว่ามันเป็นโอกาสมากกว่าที่เราจะพูดเรื่องนี้ 

ทุกวันนี้เวลาโดนว่าเรื่องหุ่น ความมั่นใจของแอนมาจากแคมเปญ #RealSizeBeauty แอนเชื่อว่ามันไม่ได้เป็นแคมเปญที่แอนสร้างมาเอง แต่มันเป็นของทุกคนที่ร่วมกันสร้างแรงบันดาลใจ

รู้ไหมว่าหลายคนไม่ได้ชื่นชอบคุณแค่เพราะหุ่นหรือหน้าตา แต่ชอบเพราะสิ่งที่คุณทำ 

เวลาคนมาพูดว่าชอบทัศนคติ ชอบความคิดของแอน แอนภูมิใจมาก เพราะคนเห็นคุณค่าของแอนที่ไม่ได้มาจากภายนอก แอนขอบคุณพ่อแม่ที่สอนแอนมาอย่างดี แล้วก็ทำให้แอนเป็นคนที่พัฒนาตัวเองอยู่เสมอ แอนคิดว่าการเลี้ยงลูกเป็นสิ่งที่ยากมาก ๆ อยากขอบคุณที่เขาใช้เวลากับแอน 

แสดงว่าการเลี้ยงดูของครอบครัวส่งผลต่อความมั่นใจ

การที่แอนเป็นผู้หญิงแบบทุกวันนี้ แอนต้องยกความดีความชอบให้คุณพ่อ คุณแม่ น้องชาย เพราะเขาจะถามตลอดว่าเรียนเป็นยังไงบ้าง เรียนหนังสือเพิ่มไหม ถามว่าแอนปฏิบัติต่อเพื่อนที่โรงเรียนยังไง เขาสอนให้แอนเคารพความเป็นมนุษย์ของคนอื่น และทุกคนมีศักดิ์ศรีในตัวเอง 

ความมั่นใจเลยมาจากข้างใน จากจิตใจของแอนเอง สะท้อนออกมาว่าแอนเป็นคนแบบไหน แอนให้ของขวัญคนไหม ทำกับข้าวให้คนกินรึเปล่า ไม่เคยมีอะไรมาจากรูปลักษณ์ภายนอกของแอนเลย

ฟังดูเหมือนคุณเป็นเด็กที่เติบโตมาอย่างดี แล้วเริ่มรู้ตัวตอนไหนว่า Beauty Standard ส่งผลกับชีวิต

แอนเคยไปแคสงานตอนอายุ 13 ปี แล้วโดนบอกให้ไปลดน้ำหนัก 10 กิโล ตอนนั้นแอนยังไม่รู้เลยว่า Beauty Standard คืออะไร เพราะยังเด็กมาก จำได้แค่เราโกรธ แต่ไม่รู้ว่าโกรธอะไร แล้วแอนก็กลับไปคิด ว่าทำไมเราต้องลดน้ำหนักด้วย เราก็ยังเรียนดี เพื่อนก็ยังรักเรา เล่นกีฬาก็ได้ มันเกี่ยวอะไรกับน้ำหนัก 

แอนโดนล้อเรื่องปากเยอะมากด้วย เพราะแอนเป็นคนปากใหญ่ เคยกลับไปบ้านแล้วร้องไห้ถามคุณแม่ว่า ‘Mom, Can I make my lips smaller?’ ให้เขาตัดปากออกให้เล็กลงได้ไหม แต่สังคมมันเปลี่ยนไปแล้ว 

เช่น เรื่องหุ่น เมื่อก่อน Muscular Body หุ่นแบบนักกีฬา มีกล้ามเนื้อ เขาไม่ค่อยชอบกัน ทุกวันนี้คือแสดงถึงความแข็งแรง สวยมาก 

ทำไมเราต้องมาเป็นเหยื่อของมาตรฐานสังคมที่ไม่เหมือนเดิมตลอดเวลา แค่ฉลองให้ตัวเอง เป็นตัวของตัวเอง ถามตัวเองให้มั่นใจว่าฉันชอบตัวเองแล้วหรือยัง แอนคิดว่าชีวิตจะสบายขึ้น เป็นอิสระ ไม่ต้องคอยต่อสู้กับตัวเอง

โตมาแบบฝรั่ง มีความมั่นใจเต็มเปี่ยม สนุกกับการเล่นกีฬา ทำไมคุณถึงต้องมาประกวดนางงาม

เราเป็นลูกครึ่ง มีคุณยายคนไทยที่การดูนางงามคือความสุขของเขา อยากให้หลานเป็นตั้งแต่เด็ก คุณแม่ก็ชอบแซวให้เราเป็น แอนก็ไม่เคยคิดว่าจะไปเป็นนะ แค่เก็บไว้ในใจตัวเองว่า โอเค อาจจะไปก็ได้ แต่แอนรู้ว่าถ้าแอนจะไปประกวดหรือไปทำอะไร แอนต้องมีจุดประสงค์ 

ตอนย้ายกลับไปออสเตรเลีย แอนเห็นวัฒนธรรมที่แตกต่างกันมาก โดยเฉพาะเรื่อง Beauty Standard ที่ออสเตรเลียมันก้าวผ่านไปได้แล้ว ถึงเวลาที่ประเทศไทยของเราควรสนับสนุนเรื่องนี้ แอนเลยมาประกวดด้วยจุดประสงค์ที่อยากช่วยเหลือสังคม

คิดยังไงถึงกล้าทำเรื่อง #RealSizeBeauty บนเวทีนางงามที่มีมาตรฐานกำหนดชัดเจน

แอนเห็นว่ามันจำเป็น สิ่งที่แอนกำลังทำคือสิ่งที่สังคมต้องการ 

ถ้าเราอยากทำเพื่อสังคมจริง ๆ เราจะไม่กลัวว่าใครจะว่าอะไรไหม ความกล้าหาญมันจะมาเอง แต่ก็ต้องยอมรับว่าทีมที่ส่งแอนไป ครอบครัวแอน สนับสนุนทุกอย่าง นี่เป็นจุดแข็งของแอน มีพวกเขาเป็นพื้นที่ปลอดภัย ทำให้แอนหยัดยืนได้ตลอด แอนก็เลยมีความกล้า เพราะแอนรู้ว่าถ้าไม่ประสบความสำเร็จ เรายังมีคนอยู่ข้าง ๆ

ชีวิตที่เปลี่ยนอดีตให้เป็นพลังของ แอนชิลี ผู้หญิงที่เชื่อว่าความสวยไม่ต้องมีมาตรฐาน

Keyword No.2 ความสวย

ความสวยจะออกมาจากตัวตนที่แท้จริงข้างใน สะท้อนให้เห็นว่าคุณเป็นใครในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง คุณมีวิธีปฏิบัติหรือโต้ตอบกับเพื่อนมนุษย์อย่างไร สิ่งที่งดงามที่สุดคือการที่คุณอนุญาตให้ตัวเองเปล่งประกาย มอบทุกความจริงใจ มอบทุกความสุขให้คนอื่นได้สัมผัส 

“เราจะสวยได้มากกว่าถ้าเราทุกคนแตกต่างกัน เพราะความสวยนั้นหลากหลาย เป็นเอกลักษณ์ เป็นตัวคุณ แอนหวังว่าคุณจะเฉลิมฉลองและภาคภูมิใจกับการเป็นตัวเอง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม”

นอกจากเรื่องรูปร่าง คุณเคยโดนล้อเรื่องอะไรอีกบ้างไหม

ส่วนมากจะเป็นเรื่องเชื้อชาติ ด้วยความที่เราเป็นลูกครึ่ง เขาจะเรียกเราว่า ‘ฝรั่ง’ ซึ่งทำให้เรารู้สึกแปลกแยกมาก แต่แอนโชคดีที่คุณพ่อเป็นคนบอกว่า หนูเกิดที่ไทย เติบโตที่ไทย ความคิด ทัศนคติ การเคารพผู้ใหญ่ มันมาจากการที่หนูเป็นคนไทย ถึงแม้รูปร่างหน้าตาอาจจะไม่ใช่ แต่ข้างในเราเป็นคนไทย

หรือความ Feminine แอนไม่ค่อยได้ทำตัวเหมือนผู้หญิงหวาน ๆ แอนเป็นคนพูดเยอะ พูดเก่ง กล้าแสดงออก ไม่ใช่ผู้หญิงที่ตรงตามวัฒนธรรมไทย เขาจะชอบแซวกันว่า ‘เป็นแบบนี้จะหาแฟนได้ไหมเนี่ย’ 

อีกเรื่องคือฟันกระต่ายของแอน ตอนเด็ก ๆ โดนล้อเยอะมากนะ เมื่อก่อนก็ไม่ค่อยยิ้มโชว์ฟัน เพราะไม่อยากโดนเรียกว่ากระต่าย บางคนอาจจะคิดว่าน่ารัก แต่แอนไม่ค่อยมั่นใจ 

ตอนนั้นคุณผ่านมาได้ยังไง

เราเริ่มหัวเราะกลับ เพื่อนเรียกเราว่า Bugs Bunny แอนก็ตอบกลับว่า Yes, I am. มันเป็นสัญลักษณ์ของแอน แอนเป็นคนปากใหญ่ ยิ้มก็ต้องใหญ่ แอนเลือกไม่ให้คำพูดของคนอื่นมีผลกระทบกับชีวิต 

แอนเชื่อว่าไม่มีใครฟันไม่สวย มันคือเอกลักษณ์ของเขา ต่อให้โดนล้อเรื่องฟันกระต่ายเยอะมาก แต่ฟันคู่นี้ก็ทำให้แอนเป็นแอน เวลาแอนยิ้ม คนจะยิ้มตาม เพราะแอนยิ้มแบบจริงใจ ยิ้มแบบ Smile Out Loud ถ้าเรายิ้มแล้วคนอื่นมีความสุข ทำไมเราจะไม่ยิ้ม 

สำหรับคนที่ต้องการกำลังใจ ไม่ว่ารอยยิ้มของคุณจะเป็นแบบไหน ทุกคนสวยได้ในแบบของตัวเอง รอยยิ้มของทุกคนแตกต่างกันก็จริง แต่สิ่งที่เหมือนกันคือคุณกำลังเติมความสดใสให้กับโลก ไม่ต้องกังวลค่ะ

เพราะอะไรทุกคนถึงต้องยอมรับตัวเอง หรือหัวเราะกลับไปแบบที่คุณทำเวลาโดนล้อ

เพราะความแตกต่างจะอยู่กับเราตลอดไป มันเปลี่ยนแปลงไม่ได้ ทุกคนมีสิทธิ์เลือกว่าเราจะเสียใจขนาดไหน มีความสุขขนาดไหน นี่คือร่างกายของเรา หน้าตาของเรา รอยยิ้มของเรา และแอนเลือกที่จะไม่เศร้าไปกับมัน

แล้วในวงการนางแบบที่การทำหน้านิ่ง ขึงขัง เวลาถ่ายภาพ กลายเป็นลุคของผู้หญิงทำงาน มากกว่าการยิ้มสดใส 

แอนว่าแล้วแต่สไตล์นะ เราไม่ยิ้มเพราะเรากำลังขายเสื้อผ้า ซึ่งหน้าเฟียส (Fierce) ก็กลายเป็นงานอีกแบบหนึ่งไปแล้ว 

หรือมันเป็นเรื่องของประวัติศาสตร์ที่ผู้หญิงไม่เคยเป็นผู้นำ ต้องต่อสู้อย่างหนักเพื่อสิทธิ เพื่อสวัสดิการ ไม่ได้ถูกมองว่าเป็นเด็กผู้หญิงที่ร่าเริงตลอดเวลา การไม่ยิ้มคงทำให้รู้สึกเหมือน ฉันไม่ได้มาเล่น ๆ ฉันมาสู้กลับ แต่แอนว่าถ้ายิ้มมันจะคอนเนกกับคนได้มากกว่านะ

ทำไมคุณถึงคิดว่ารอยยิ้มเป็นสัญลักษณ์ของความมั่นใจ

Because It’s you เพราะมันเป็นตัวคุณไง เหมือนกับประโยคที่บอกว่า Eyes don’t lie ดวงตาไม่เคยโกหก เวลาเรายิ้ม ตาเราก็จะยิ้มไปด้วย มันเห็นเลยว่าคุณกำลังมีความสุขหรือกำลังมั่นใจจริง ๆ รึเปล่า

ชีวิตที่เปลี่ยนอดีตให้เป็นพลังของ แอนชิลี ผู้หญิงที่เชื่อว่าความสวยไม่ต้องมีมาตรฐาน

กลัวไหมถ้าคนจะมองว่าคุณมั่นใจเกิน

คนคิดไปแล้วค่ะว่าแอนมั่นใจเกิน

เพราะแอนไม่อยากให้คนที่มองแอนเป็นต้นแบบ เห็นแอนไม่โอเค เห็นแอนไม่มั่นใจ เขาอาจจะไม่โอเคมากกว่าแอนอีก 

แอนเองก็ไม่ได้มั่นใจตลอดเวลา เวลาเราโดนบูลลี่เรื่องรูปร่าง ทั้งที่เราพยายามมาก ๆ ที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลง บางทีแอนก็รู้สึกว่านี่ไม่ต่างอะไรกับ Me VS The World 

คนที่รู้จักแอนจริง ๆ จะรู้ว่าแอนเจ็บปวดมากที่คนชอบคิดว่าแอนมั่นใจเกินไป เพราะแอนไม่ใช่คนแบบนั้น แอนรู้ว่าลิมิตของความมั่นใจอยู่ตรงไหน แต่หลังได้ตำแหน่ง แอนก็ยอมให้คนคิดว่าแอนมั่นใจเกินไปเลย เพราะแอนรู้ว่าแอนมีบทบาทสำคัญมาก ๆ ต่อสังคม แอนกำลังทำเรื่อง Beauty Standard เพื่อเปลี่ยนแปลงค่านิยม ให้ทุกคนมีความมั่นใจ เป็นตัวของตัวเองได้โดยไม่ต้องฟังเสียงของใคร

นอกจากเรื่องรูปร่าง รอยยิ้ม มีเรื่องอะไรอีกที่คุณอยากรณรงค์เพื่อให้คนมองข้ามความสวยและวัดกันที่ความสามารถ

Cyberbullying แอนคิดว่าเราควรรณรงค์เรื่องนี้ด้วยกันถ้าอยากให้สังคมพัฒนา ควรพูดถึงเยอะ ๆ ไม่ควรทำเป็นมองไม่เห็นอีกต่อไปแล้ว 

สำหรับแอน มันคือการไม่ให้เกียรติ เรามีหน้าที่สอนเด็กรุ่นใหม่ที่กำลังใช้โซเชียลว่า คำบางคำสร้างความเจ็บปวดได้ มนุษย์คนหนึ่งไม่มีสิทธิ์มาทำให้มนุษย์อีกคนเจ็บปวดขนาดนั้นโดยไม่มีเหตุผล และถ้าจะแชร์ความคิดเห็น แอนว่าอย่างน้อยต้องติเพื่อก่อ สมมติมีคนไม่ชอบชุดที่แอนใส่ ก็บอกว่าชุดนี้ไม่ค่อยสวย อยากให้ใส่อีกชุดหนึ่ง แทนที่จะบอกว่าไม่สวยเพราะแอนใส่แล้วหน้าอกห้อย มันมีวิธีที่เราจะช่วยให้เขาสวยขึ้นได้ โดยไม่ด้อยค่าเขา

แล้วกับคนธรรมดาที่ไม่มีชื่อเสียงโด่งดัง เขาจะร่วมรณรงค์ยังไง

Educate yourself เราควรให้ความรู้แก่ตัวเอง เรียนรู้ว่าการบูลลี่มีผลกระทบรุนแรงขนาดไหน ทุกคนควรรู้ว่าการบูลลี่คืออะไร มีแบบไหนบ้าง ไม่ว่าจะในอินเทอร์เน็ต ในโรงเรียน ในชีวิตจริง เราทุกคนมีหน้าที่ เพราะเราอยู่ในสังคมเดียวกัน แล้วก็อย่าทำเป็นมองไม่เห็น เรียกร้องเลย กล้าที่จะพูดออกมาว่ามันผิด ถ้าเราทำจนสิ่งนี้เป็นเรื่องธรรมดา สังคมมันจะเปลี่ยนแปลงได้

อยากบอกอะไรกับคนที่ยังคิดว่าคุณมาถึงจุดนี้ได้ง่าย ๆ เพราะ Beauty Privilege 

ไม่อยาก ไม่ต้องรู้หรอกว่ามันยากขนาดไหน แอนไม่ชอบพูดเลย แต่แอนจะใช้เวลา ใช้พลังงานทั้งหมดที่มีของแอน ผลักดันประเด็นสังคมให้กับคนที่เขาอยากฟัง ส่วนคนที่ไม่อยาก แอนจะรอจนกว่าเขาจะพร้อม เพราะนั่นก็เป็นสิทธิ์ของเขาเช่นกัน

แอนมี Beauty Privilege ไหม แอนต้องยอมรับว่ามี แต่แอนทำอะไรกับสิ่งนี้ล่ะ แอนรณรงค์เรื่องรูปร่างหน้าตา เรื่องความมั่นใจในตัวเอง เรื่องรอยยิ้มให้ไปไกลขึ้น ให้สังคมนี้เกิดการเปลี่ยนแปลง ทำลายมาตรฐานความสวย ค่านิยมแบบเดิม ๆ

การที่เรามี Privileges ไม่ใช่เฉพาะหน้าตา แค่เราได้เรียนโรงเรียนดี ๆ  เกิดในครอบครัวดี ๆ เราก็มีความรับผิดชอบต่อสังคมแล้วนะ เพราะคนที่เขามีความยากลำบาก มันไม่ใช่ความผิดของเขาคนเดียว 

คุณเหนื่อยกับสิ่งที่ทำอยู่บ้างไหม

เหนื่อยเรื่องโดนบูลลี่ แต่ว่าไม่ท้อ เพราะแอนท้อไม่ได้ สิ่งที่แอนต้องก้าวข้ามมาเพื่อจะมาอยู่จุดนี้ทำให้เราท้อไม่ได้ มีหลายคนกำลังมองแอนเป็นต้นแบบ มีทีมที่ตั้งใจช่วยแอนทุกวินาที ทำให้แอนต้องมั่นใจ เดินหน้าต่อ แล้วแอนก็รักในสิ่งที่แอนทำ

แอนชิลี สก๊อต-เคมมิส นางงามที่กล้าพูดเรื่อง #RealSizeBeauty บนเวทีประกวด และคว้ารางวัลชนะเลิศด้วยทรวดทรงอันแท้จริง

Keyword No.3 รอยยิ้ม

“เวลาที่ใครสักคนยิ้มออกมา เหมือนเขามอบทั้งความสดใส ความสุข ความจริงใจ โลกใบนี้งดงามขึ้นได้จากทุกรอยยิ้มที่ส่งต่อถึงกัน ถ้าสามารถบอกอะไรกับทุกคนได้หนึ่งอย่าง แอนอยากจะบอกให้ทุกคนยิ้มต่อไป และขอให้ยิ้มออกมาอย่างมั่นใจค่ะ”

จากวันที่คุณยังเด็ก ผ่านมาแล้วเป็นสิบปี ทำไมทุกวันนี้ยังมีการล้อเลียนกันอยู่

เพราะว่าเรายังไม่มีคนต้นแบบที่กล้าโชว์ความแตกต่าง ต้นแบบที่เด็ก ๆ เห็นแล้วจะโตมาเอาเยี่ยงอย่าง ทุกวันนี้โซเชียลมีเดียมีแต่ความสวยงามตามมาตรฐาน แอนว่ามันคล้าย ๆ กับ Soft Power

วัฒนธรรมเราก็เป็นแบบนี้ เราคอมเมนท์รูปร่างหน้าตากันทุกวัน มันถูกส่งต่อกันมาจนกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว ทำให้คนไทยไม่กล้าที่จะมั่นใจในตัวเองสักที

แล้วคุณรับมือยังไง

เราเข้าใจว่าทุกคนมีความแตกต่าง และความแตกต่างเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้เราโดดเด่น มีออร่าของตัวเอง คนจะว่าเรื่องรูปร่างก็ว่าได้ แต่แอนรู้ว่าแอนแข็งแรง แอนสุขภาพดี แอนก็ปล่อยวางได้ในระดับหนึ่ง 

แต่ในมุมมองที่แอนก็เป็นมนุษย์ เป็นผู้หญิง อายุแค่ 22 ปี บางทีเราก็รับมือไม่ได้เป็นธรรมดาค่ะ ซึ่งแอนกล้าที่จะยอมรับว่าแอนไม่โอเค แอนคิดว่า การที่ทุกคนกล้าที่จะยอมรับว่าตัวเองไม่โอเค มันจะช่วยสร้างความมั่นใจให้คนอื่นได้ ว่าเราทุกคนไม่ต้องรู้สึกดีตลอดเวลา

ในวันที่คุณยิ้มไม่ออก รู้สึกท้อ คุณดึงเอาความมั่นใจกลับมาด้วยวิธีไหน

เราเลือกได้ว่าจะให้สิ่งเหล่านั้นเข้ามามีผลกับชีวิตหรือปล่อยวาง เวลามีคนบอกให้เราไปทำฟันให้เท่ากัน บางทีเราก็ไม่ยิ้มดีกว่า ทำหน้านิ่งไปเลย เพราะจิตใจเราไม่พร้อมรับความคิดเห็นแย่ ๆ แล้วแอนเป็นคนยิ้มปลอม ๆ ไม่ได้ จะเห็นเลยว่า แอนยิ้มพร้อมกับตา 

แต่ต้องยอมรับว่าการได้เป็นพรีเซนเตอร์งานนี้ดึงความมั่นใจของแอนกลับมานะ เพราะแบรนด์ระดับโลกมองเห็นความแตกต่างของแอน ช่วยทำให้แอนมั่นใจมากขึ้นว่าแอนไม่ได้พยายามขับเคลื่อนสังคมอยู่คนเดียว และถ้าเราช่วยกันทำทุกคนมันจะดีขนาดไหน สังคมมันจะเปลี่ยน

แอนชิลี สก๊อต-เคมมิส นางงามที่กล้าพูดเรื่อง #RealSizeBeauty บนเวทีประกวด และคว้ารางวัลชนะเลิศด้วยทรวดทรงอันแท้จริง

อะไรบ้างที่จะเปลี่ยน หลังจากแคมเปญนี้ออกไป

ทัศนคติ ความคิด การตัดสินกันที่รูปร่างหน้าตา มันจะเปลี่ยนไป ถามว่ายังมีอยู่ไหม มีแน่นอนค่ะ แต่ทุกคนจะมีความมั่นใจมากขึ้น เป็นตัวของตัวเองได้มากขึ้น ไม่ยอมให้ใครมาตัดสินเราจากภายนอกอีก คิดดูว่าสังคมที่เต็มไปด้วยความแตกต่างหลากหลายจะงดงามมากขึ้นขนาดไหน เพราะประเทศไทยเรามีความสวยงามมากอยู่แล้ว มีวัฒนธรรมที่ดี เพียงแต่ตัวตนที่แท้จริงของเราถูกกดทับด้วยมาตรฐานความสวยมานานเกินไป 

อยากให้สังคมก้าวข้ามผ่านเรื่องรูปร่างและมองที่ความสามารถมากกว่า เพราะมาตรฐานของความสวยเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ เราเป็นใครถึงไปบังคับให้ใครเป็นแบบไหน เราต้องภูมิใจในสิ่งที่เราเป็น ทั้งรูปร่าง สีผิว ความสูง ฯลฯ

คุณจะขับเคลื่อน #SmileOutLoud ในฐานะพรีเซนเตอร์ของคอลเกต ไปพร้อม ๆ กับแคมเปญ #RealSizeBeauty ยังไง

สำหรับแอน สิ่งที่คอลเกตทำมันมากกว่าการขายยาสีฟันออกใหม่นะ แต่เขากำลังเปลี่ยนแปลงค่านิยมของสังคม เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้แอนเลือกรับงานนี้ ทุกคนจะได้รู้ว่าความเป๊ะมันไม่มีในโลก เราไม่ต้องเป็นคนที่สวยเป๊ะทุกอย่างก็ได้ 

#RealSizeBeauty ไม่ใช่แค่เรื่องหุ่น แต่คือการเฉลิมฉลองให้กับการเป็นตัวเอง ส่วน #SmileOutLoud ก็คือความมั่นใจที่สะท้อนออกมาผ่านรอยยิ้ม  ไม่ว่าเราจะมีฟันแบบไหน ฟันไม่สวยแต่เราก็สามารถยิ้มสวยมั่นใจในแบบของเราได้ ซึ่งสองแคมเปญนี้เป็นเรื่องเดียวกันด้วยซ้ำ  ขอบคุณที่คอลเกตมองเห็นความสำคัญในจุดนี้ และเลือกแอน เพราะฟันแอนก็ไม่ได้เท่ากัน แต่มันก็ทำให้แอนเป็นแอน

แอนชิลี สก๊อต-เคมมิส นางงามที่กล้าพูดเรื่อง #RealSizeBeauty บนเวทีประกวด และคว้ารางวัลชนะเลิศด้วยทรวดทรงอันแท้จริง

ตอกย้ำความเชื่อของแบรนด์ Colgate ที่อยากเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความมั่นใจให้ทุกคนผ่าน Smile Out Loud ที่ร่วมกับ แอนชิลี สก๊อต-เคมมิส, ซูซี่-ณัฐวดี ไวกาโล และผู้หญิงอีกหลายคนทั่วเอเชีย ที่อยากเปลี่ยนนิยามและสนับสนุนให้คนอื่น ๆ มั่นใจในความเป็นตัวเอง เราจึงมี #คอลเกตอ๊อพติคไวท์โอทู ยาสีฟันที่ช่วยเสริมความมั่นใจสำหรับกิจวัตร Beauty Oral Care ที่มี O2 Technology จะช่วยให้ทุกคนมั่นใจที่จะยิ้มแสดงออกความเป็นตัวของตัวเอง พร้อมที่จะ Smile Out Loud กันทั้งประเทศ

และติดตามอ่านเรื่องราวของ ซูซี่-ณัฐวดี ไวกาโล ได้ที่ readthecloud.co/suziewadee/ 

Writer

ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์

นักอยากเขียน บ้านอยู่ชานเมือง ไม่ชอบชื่อเล่นที่แม่ตั้งให้ มีคติประจำใจว่าอย่าเชื่ออะไรจนกว่าหมอบีจะทัก รักการดูหนังและเล่นกับแมว

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load