“ถึงหน้าบ้านแล้วนะ” ผมส่งไลน์หาฟ้า

ไม่ถึงหนึ่งนาที หญิงสาวในเสื้อสีฟ้า กางเกงสีเขียวสดใส ใบหน้าเปื้อนยิ้ม ก็เดินมาเปิดประตูต้อนรับ

เป็นเวลาเกือบหนึ่งปีที่ผมไม่มีโอกาสได้เจอฟ้าตัวเป็นๆ แต่ในช่วง 2 – 3 เดือนมานี้ ผมจะได้เห็นเธอเป็นประจำทุกเย็นวันอาทิตย์ เวลา 18.00 น. ทางหน้าจอโทรทัศน์

ผมรู้จัก ฟ้า-พัชรมณฑ์ เจริญชัย ที่คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ ตั้งแต่ 3 ปีที่แล้ว

ฟ้า พัชรมณฑ์ ผู้ฝึกฝนทำอาหารผ่านสหกรณ์โรงเรียน จนเซียนพอแข่ง MasterChef Thailand

เธอเป็นคนสะสวย มั่นใจ มีความสามารถรอบด้าน

เรียนก็ดี กิจกรรมก็เด่น แต่สิ่งที่ผู้หญิงคนนี้เน้นที่สุด และเพื่อนๆ ทุกคนรับรู้เป็นอย่างดีนั่นคือการทำอาหาร ทักษะที่เธอฝึกฝนจนชำนาญถึงขั้นได้เข้าแข่งขันรายการ MasterChef Thailand Season 4

ผู้เข้าแข่งขันรายการนี้หลายคนมีโรงเรียนสอนทำอาหารชั้นนำอย่างเลอ กอร์ดอง เบลอ หรือวิทยาลัยในต่างประเทศเป็นสถานที่สั่งสมความรู้ แต่สำหรับฟ้า เธอมีโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาและห้องครัวที่บ้านเป็นเวทีแห่งการพัฒนาตนเอง

สมัยเรียน ม.ปลาย ฟ้าหัดทำอาหารเองที่บ้าน (Home Cooking) แล้วมาฝากขายที่สหกรณ์โรงเรียน จนกลายเป็นร้านโปรดของเด็กเตรียมฯ หลายคนในเวลานั้น

ภายในห้องที่ผนังทุกด้านทำด้วยกระจก แดดยามบ่ายตกกระทบอย่างพอเหมาะ เมฆก้อนน้อยลอยอยู่ด้านบน ฟ้ากำลังจะพาผมและทุกคนไปรู้จักกับ ‘สี่ห้องครัว’ ที่หล่อหลอมตัวตนของเธอ

ไม่อยากให้ใครพลาดแม้แต่ห้องครัวเดียว

“เตือนแล้วนะ” (เสียงเชฟป้อม)

ฟ้า พัชรมณฑ์ ผู้ฝึกฝนทำอาหารผ่านสหกรณ์โรงเรียน จนเซียนพอแข่ง MasterChef Thailand

MasterChef Kitchen

ถามจริงๆ ในรายการ MasterChef Thailand Season 4 คุณเชียร์ใคร

เชียร์ทุกคนเลย อันนี้พูดจริงๆ นะ เราได้รู้จักทุกคน ได้อยู่ด้วยกันนานพอที่จะรู้ว่าแต่ละคนชอบอะไร ฝันอะไร และเราเคารพทุกความฝันนั้น การแข่งครั้งนี้คือทุกคนได้ทำเต็มที่ที่สุดในแบบของตัวเอง

ใครทำให้คุณทึ่งมากที่สุด

จิมมี่ (ปณิธี ตั้งศตนันท์) เขาเป็นคนชิลล์ๆ เล่นตลอดเวลา แต่ทำอาหารออกมาดีเสมอ มีครั้งหนึ่งเป็นโจทย์ทำขนม ซึ่งจิมมี่ไม่ถนัด รอบนั้นฟ้าเองก็เครียดมาก เครียดจนหูดับ ไม่ได้ยินใครเลย แต่จิมมี่ดูไม่ลนหรือเครียดเลยสักนิด เขายังตบมุกกับตากล้องได้ตลอด ฟ้าทึ่งมาก เพราะสุดท้ายเมนูของจิมมี่ดีถึงขั้นได้เป็นสามจานที่ดีที่สุดด้วย

คิดว่าตัวเองตกรอบเร็วไปไหม

เหมือนจะเร็ว เพราะเรารู้ว่าตัวเองทำอะไรได้บ้าง ในรายการเราได้แสดงความสามารถไม่ถึงหนึ่งในห้าสิบด้วยซ้ำ เวลาน้อยและความกดดันเยอะมาก รายการนี้คือกดดันที่สุดในชีวิตแล้วจริงๆ มาได้ไกลขนาดนี้ก็เหมาะสมแล้ว ให้คนที่เขาเก่งกว่าเรามากๆ ได้สู้กันต่อเถอะ พวกเขาเก่งมากจริงๆ 

สิ่งไหนในรายการนี้ที่คุณจะไม่ลืมแน่ๆ

มิตรภาพกับคนที่ชอบเหมือนกัน ฟ้าไม่เคยมีเพื่อนที่ชอบทำอาหาร เวลามีปาร์ตี้ที่บ้านเพื่อนแล้วต้องทำอาหารกัน ทุกคนจะหั่นมั่ว บอกให้ทำแบบนี้ เขาก็จะ อะไรนะ งง คุยกันไม่เข้าใจ ฟ้าเพิ่งเคยเจอคนที่ชอบอะไรเหมือนกัน คนที่คุยเรื่อง Cuisine แล้วเข้าใจกัน มันดีมาก (ยิ้ม) ก็คิดว่า มิตรภาพของรายการนี้จะอยู่ไปตลอด ถึงรายการจบ มิตรภาพจะยังอยู่

ฟ้า พัชรมณฑ์ ผู้ฝึกฝนทำอาหารผ่านสหกรณ์โรงเรียน จนเซียนพอแข่ง MasterChef Thailand

ได้ข่าวว่าเพื่อนๆ มาสเตอร์เชฟเคยมาปาร์ตี้ที่นี่ด้วย

ใช่ โอ๊ย สนุกมาก วันนั้นมีฟ้า ภูรินท์ (ภูรินท์ พัฒนวิริยะวาณิช), พี่บิลลี่ (ชัชวาร บุญทอง), ธันวา (จิตนเร บุญแสงวั​ฒน์), พี่เพลง, พี่วิว (ปฐมาภรณ์ อนุวนาวงศ์) และ เตอร์ (ณัฐวัฒน์ เกษมวิลาศ) เราตั้งใจมาฝึกทำวัตถุดิบแล้วปาร์ตี้ต่อตอนค่ำ โจทย์วันนั้นคือกบ แต่ละคนต้องแข่งกันทำจานกบของตัวเองโดยใช้เฉพาะวัตถุดิบที่หาได้ในบ้าน ธันวาไปเอาน้ำบ๊วยของพ่อฟ้ามาเป็นส่วนประกอบ เตอร์เอาปลาข้าวโพดมาทำเป็นอาหารญี่ปุ่น วุ่นวายกันมาก จำได้ว่า ธันวาทำแก้วไวน์วันแต่งงานของพ่อแม่ฟ้าแตกด้วย คนนี้เขาวีรกรรมเยอะจริงๆ (หัวเราะ) 

พอทำเสร็จเราก็ปาร์ตี้กันต่อ มีภูรินท์รับบทเป็นหนุ่มเสิร์ฟไวน์ พี่วิวทำคารามารีมากินเป็นกับแกล้ม ทุกคนทำอาหารที่ตัวเองถนัดมากินด้วยกัน อิ่มอร่อยมากๆ เป็นปาร์ตี้ที่สนุกที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต 

อะไรทำให้คุณตัดสินใจสมัครแข่งขัน MasterChef Thailand Season 4

ฟ้าอยากไปมาตลอด ฟ้าติดตามตั้งแต่เป็นรายการของต่างประเทศ พอรายการเข้ามาในไทย ฟ้าก็บอกกับตัวเองว่า ‘สักครั้งในชีวิต ฉันต้องไปให้ได้’

ทำไมจึงคิดว่าตัวเองพร้อมแล้ว

ไม่เคยพร้อม ถ้ารอให้พร้อม มันไม่มีทางพร้อม ในเมื่อเราอยากจะไปอยู่แล้ว ถ้าไม่ใช่ตอนนี้แล้วจะเมื่อไหร่ โอกาสไม่ได้เข้ามาง่ายๆ เราต้องวิ่งไปหาโอกาส ฟ้าเป็นพวกที่ชอบรีเสิร์ชตลอดเวลา อะไรที่ฟ้าอยากทำ ก็จะทำจนได้ รู้สึกว่าถ้าไม่ทำ เราคงพลาดอะไรในชีวิตไปเยอะมากๆ

หลังกล้องได้คุยกับคณะกรรมการบ้างไหม

จริงๆ แล้ว นอกเวลาถ่าย เราจะไม่ได้เจอกรรมการเลย แต่มีครั้งหนึ่งที่ฟ้าประทับใจ หม่อมป้อม (หม่อมหลวงขวัญทิพย์ เทวกุล) เป็นรอบที่แข่งที่โรงแรมบันยันทรี ตอนนั้นแทบทุกคนในทีมต้องออกไปเตรียมอาหารด้านนอก เหลือฟ้ากับ พี่เซฟ (ฐณะวัฒน์ ชูประเสริฐโชค) เตรียมของหวานอยู่ในครัว แล้วฟ้าต้องเลื่อนลิ้นชักรถเข็นซึ่งสูงและหนักมากลงทางต่างระดับ ในนั้นมีขนมเหลวๆ เต็มไปหมด ถ้าฟ้าทำหก ทั้งทีมคือจบเลย จู่ๆ หม่อมป้อมที่อยู่แถวนั้นพอดีก็ตะโกนออกมาว่า ‘เอ้า ทุกคนมาช่วยฟ้าหน่อยสิ ฟ้ามันตัวอย่างกับลูกหมา จะยกไหวได้ยังไง’ (ยิ้ม) 

เป็นโมเมนต์ที่ดีมากเลยนะ จากที่เครียดมากๆ ฟ้าก็ยิ้มออกมา หลังหม่อมป้อมตะโกน ทุกคนก็รีบมาช่วยฟ้าและหม่อมป้อมเองก็ช่วยด้วย หม่อมป้อมน่ารักนะ ถึงแม้ว่าจะเรียกฟ้าว่าลูกหมาก็ตาม เขาคงเอ็นดูเรานั่นแหละ แต่ฟ้าว่าฟ้าก็ออกจะแข็งแรงนะ (หัวเราะ)

ในรายการ คุณมักจะออกแบบอาหารให้มีหน้าตาเหมือนงานศิลปะ นั่นคือสไตล์การทำอาหารของคุณหรือ

ฟ้าเป็นคนชอบสีสัน เรามีแฮชแท็กในอินสตาแกรมชื่อว่า #Fahsrainbowfood ทุกอย่างที่ทำ ฟ้าอยากให้มีสีเยอะๆ แต่ฟ้าไม่ชอบประโคมดอกไม้ลงไปในจาน ฟ้าอยากให้องค์ประกอบทุกอย่างกินได้ และต้องเป็นรสชาติที่เข้ากันด้วย มากไปกว่านั้น อาหารและหน้าตาของมันควรจะบ่งบอกถึงประวัติความเป็นมา 

เช่น จานพาสต้าที่ฟ้าทำในรายการมีต้นกำเนิดจากประเทศอิตาลี เราก็เลยถ่ายทอดความเป็นธงชาติอิตาลีออกมา ส่วนจานที่เป็นซี่โครงแกะ ฟ้าคิดถึงภาพตอนที่แกะยังมีชีวิต เราอยากให้เขากลับไปอยู่ในธรรมชาติ เป็นน้องแกะที่มองดูพระอาทิตย์ตกดิน ชอบจานนั้นที่สุดแล้ว

ฟ้า พัชรมณฑ์ ผู้ฝึกฝนทำอาหารผ่านสหกรณ์โรงเรียน จนเซียนพอแข่ง MasterChef Thailand

Home Kitchen

อาหารจานแรกที่คุณหัดทำคืออะไร

เอ่อ…(คิดนาน) ที่บ้านนี้ไม่มีใครทำอาหาร แม่ฟ้าทั้งชีวิตทำอยู่แค่สองเมนู เมนูแรกที่ฟ้าลองทำก็เป็นหนึ่งในสองเมนูนั้นคือ เฟตตูชินี่แซลมอนครีมซอส สิ่งที่แม่ให้ฟ้าทำคือ โรยเกลือบนแซลมอนแล้วถูไปถูมา ตอนนั้นประมาณหกขวบ

แต่ฟ้าชอบทำอาหารตั้งแต่ก่อนหน้านั้นอีก ตอนประมาณห้าขวบ วันนั้นเป็นวันแม่หรือวันเกิดคุณแม่นี่แหละ อยู่ดีๆ ฟ้าก็ไปบอกคุณป้าแม่บ้านว่า น้องฟ้าอยากได้วิธีทำหมูก้อนทอด แล้วฟ้าก็จด หนึ่ง หมูบด สอง สาม สี่ ไปเรื่อยๆ จดเสร็จฟ้าก็ไปหาแม่แล้วบอกว่า ‘คุณแม่ หนูเอาของขวัญมาให้ เป็นสูตรหมูก้อนทอด’

ทำไมถึงอยากให้ของขวัญวันเกิดแม่เป็นสูตรหมูก้อนทอด

ฟ้าคิดแค่ว่า มันเป็นสิ่งที่เราชอบ ฟ้ายังมีกระดาษแผ่นนั้นอยู่เลยนะ

ภาพ : พัชรมณฑ์ เจริญชัย

ครูสอนทำอาหารของคุณคือ

ตัวเอง มันเริ่มจากความอยากรู้อยากเห็นของเรา ตอนเด็กๆ ในห้องคุณย่ามีชั้นหนังสือเป็นกำแพงเลย มีมุมหนึ่งเป็นหนังสือสูตรอาหารที่คุณย่าตัดแปะเอง ตัดจากนิตยสารบ้าง หนังสือพิมพ์บ้าง ฟ้านั่งอ่านหนังสือพวกนั้นซ้ำไปซ้ำมาตั้งแต่สี่ขวบ เราอยากเรียนรู้ เลยอ่านหนังสือ อยากรู้สูตรหมูก้อนทอดก็ถาม ตอนนี้ถ้าอยากรู้อะไรเราก็เสิร์ช

แกะสูตรชีวิต ฟ้า-พัชรมณฑ์ เจริญชัย สาววัย 21 ปีที่หัดทำอาหารจากการขายในสหกรณ์โรงเรียน จนเซียนพอเข้าแข่ง MasterChef Thailand Season 4
แกะสูตรชีวิต ฟ้า-พัชรมณฑ์ เจริญชัย สาววัย 21 ปีที่หัดทำอาหารจากการขายในสหกรณ์โรงเรียน จนเซียนพอเข้าแข่ง MasterChef Thailand Season 4

การหัดทำอาหารเองที่บ้านแทนที่จะเรียนในโรงเรียน มีข้อดี-ข้อเสีย ยังไง

ฟ้าไม่เคยเรียนในโรงเรียนทำอาหาร เลยไม่รู้ว่าจะเปรียบเทียบยังไง คนที่เรียนอาจจะได้รู้เยอะกว่าเราก็ได้ แต่การฝึกที่บ้านเหมือนได้ลองผิดลองถูกเอง เวลาใครถามอะไรเรา เราจะตอบได้เพราะว่าเราทำมาหมดแล้ว อย่างตอนนี้ฟ้าเลี้ยงยีสต์มาหนึ่งปี เป็นหม่ามี้ที่ภูมิใจในน้องยีสต์มาก พอมีใครเริ่มเลี้ยงยีสต์หรือมาถามเราว่าที่เขาทำมันผิดปกติยังไง ทำไมเป็นอย่างนั้น ฟ้าตอบได้หมด เราเลี้ยงเขามาเองกับมือ เราไม่ได้ไปรับความรู้มาจากใคร เป็นความรู้มือหนึ่งของเราเอง

การหัดทำอาหารที่บ้านไม่มีข้อเสียเลยเหรอ

ก็มีบ้าง (ยิ้ม) อย่างเวลาฟ้าทำอาหาร แม่ก็จะบ่นว่า ‘ฟ้าทำครัวแม่เละอีกแล้วนะ’ คือคุณแม่ฟ้ามีความเป็น Perfectionist ทุกอย่างต้องกริ๊บ อย่างอ่างล้างจาน พอใช้เสร็จก็ต้องเอาผ้าเช็ดอ่างให้แห้งสนิท หรืออย่างคุณพ่อ มีครั้งหนึ่งเราทำอาหารเสร็จแล้วอยากให้เขาชิม พอเขาเข้ามาถึงปุ๊บ แทนที่จะชื่นชม เขากลับพูดว่า ‘ตอนทำอาหารได้ใส่ถุงมือหรือเปล่า ระวังมือเหม็นนะ’ ความแฮปปี้ของเรากลายเป็นความเซ็ง ในใจคิดว่า ช่วยยินดีปรีดากับอาหารที่หนูทำหน่อยไม่ได้เหรอ แต่เขาก็ไม่ได้ห้าม แค่บ่นหน่อย (หัวเราะ)

แกะสูตรชีวิต ฟ้า-พัชรมณฑ์ เจริญชัย สาววัย 21 ปีที่หัดทำอาหารจากการขายในสหกรณ์โรงเรียน จนเซียนพอเข้าแข่ง MasterChef Thailand Season 4
แกะสูตรชีวิต ฟ้า-พัชรมณฑ์ เจริญชัย สาววัย 21 ปีที่หัดทำอาหารจากการขายในสหกรณ์โรงเรียน จนเซียนพอเข้าแข่ง MasterChef Thailand Season 4

High School Kitchen

เรื่องหนึ่งที่เพื่อนๆ ยังร่ำลือกันจนถึงวันนี้คือ สมัย ม.ปลาย คุณทำอาหารไปขายที่โรงเรียน จนตอนเที่ยงเพื่อนจะถามกันว่า ‘จะกินฟ้าหรือกินโรงอาหาร’ ไปเอาความคิดนี้มาจากไหน

มันเกิดขึ้นตอน ม.5 ช่วงนั้นฟ้าเปิดพรีออเดอร์ให้เพื่อนสั่ง ทำเสร็จก็เอาไปส่งที่โรงเรียน วันหนึ่งมีอาจารย์เห็น แล้วก็พูดลอยๆ ว่า เนี่ย ลองเอาไปขายที่สหกรณ์สิ คือเขาก็คงพูดแบบไม่ได้คิดอะไร เพราะปกติสหกรณ์ไม่ได้ให้นักเรียนเอาอาหารมาขายได้ตามใจชอบ แต่พอได้ยินแบบนั้น ฟ้าคิดว่าน่าจะเวิร์ก เลยไปติดต่อสหกรณ์ ซึ่งป้าสหกรณ์น่ากลัวมาก แต่เราก็ดำเนินการจนวางขายได้ในที่สุด เป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่ามากๆ

คุณขายวันไหนบ้าง

ขายทุกวัน ยกเว้นวันศุกร์ อยากให้มีวันพักผ่อนบ้าง ตอนนั้นฟ้าทำอาหารถึงเกือบตีหนึ่งแทบทุกวัน วันเสาร์เตรียมของ วันอาทิตย์ทำเพื่อขายวันจันทร์ วันจันทร์ทำเพื่อขายวันอังคาร ก็จะได้ว่างเย็นวันพฤหัส พอคิดย้อนไปก็สุดอยู่เหมือนกันนะ อาจฟังดูเหนื่อย แต่ฟ้าไม่เคยเหนื่อยเลย เชื่อปะ มีความสุขมากทุกวัน

นอกจากจะนอนตีหนึ่งแล้ว ฟ้าต้องตื่นเช้าเพื่อเอาของไปวางที่สหกรณ์ด้วย เพราะลูกค้าหลายคนจะมาซื้อกันก่อนเข้าแถว แล้วตอนนั้นไม่รู้ทำไมไม่รู้จักนวัตกรรมที่เรียกว่ารถเข็น ฟ้าเลยต้องหิ้วตะกร้าสองข้าง แล้วก็แบกของที่ทำวันละประมาณร้อยกล่องไปตั้งที่สหกรณ์ (ทำท่าให้ดู)

แกะสูตรชีวิต ฟ้า-พัชรมณฑ์ เจริญชัย สาววัย 21 ปีที่หัดทำอาหารจากการขายในสหกรณ์โรงเรียน จนเซียนพอเข้าแข่ง MasterChef Thailand Season 4

วันละร้อยกล่องเลยเหรอ

ใช่ ฟ้าทำวันละสองเมนู เมนูละประมาณห้าสิบกล่อง เมนูแต่ละวันจะไม่เหมือนกัน ยกเว้นบางเมนูที่คนชอบมากๆ ก็จะกลับมาทำบ่อยหน่อย เช่น แร็พไข่ แร็พไก่ และพวกคุกกี้ แต่นอกจากเมนูพวกนี้ ฟ้าจะเปลี่ยนเมนูทุกวัน กลายเป็นกิมมิกให้คนรีบมาซื้อ เพราะถ้าไม่ซื้อก็อาจจะไม่มีโอกาสได้ลองชิมเมนูในวันนั้นๆ

ลูกค้าต้องลุ้นทุกวันเลยสิว่าจะเจอเมนูอะไร

ฟ้ามีเฟซบุ๊กเพจชื่อ Sweet Tooth by PcH ทุกวันอาทิตย์จะโพสต์ว่า สัปดาห์นี้ วันไหนมีเมนูอะไรบ้าง

ที่บ้านกังวลไหมว่าคุณจะทำอาหารจนเสียการเรียน

เขาเชื่อเรา เชื่อมาตั้งแต่เด็ก เขาให้เราทำอะไรก็ได้ ให้เราจัดการเอง ซึ่งก็ดี เพราะสุดท้ายเราก็จัดการชีวิตตัวเองได้ตลอด มันพิสูจน์ได้จากการที่พอเราทำอาหารไปขายที่สหกรณ์ ผลการเรียนของเราดีขึ้นด้วยซ้ำ ไม่รู้ทุกคนเป็นไหม แต่เหมือนถ้าในหนึ่งวันเรามีอะไรให้ทำเยอะมากๆ เราจะจัดการเวลาได้ดีกว่าตอนไม่มีอะไรทำเลย ฟ้ารู้สึกว่า ยิ่งงานเยอะ ยิ่งจัดการเวลาได้ดี

เสียงตอบรับจากลูกค้าเป็นยังไง คุ้มกับที่เหนื่อยไหม

ลูกค้าชอบมาก ถ้าเขาไม่ได้แกล้งอวยนะ (หัวเราะ) แต่ก็คงไม่หรอก เพราะเขาซื้ออยู่ตลอด ขายหมดทุกวัน เมนูไหนที่เขาชอบเป็นพิเศษ เขาก็จะรีเควสแล้ว รีเควสอีก

แกะสูตรชีวิต ฟ้า-พัชรมณฑ์ เจริญชัย สาววัย 21 ปีที่หัดทำอาหารจากการขายในสหกรณ์โรงเรียน จนเซียนพอเข้าแข่ง MasterChef Thailand Season 4

Soul Kitchen

ตอนเรียนมหาวิทยาลัย คุณก็ยังมีไปออกบูทขายอาหารบ้าง รอบนี้ทำเพราะอยากซ้อมมือเหมือนเดิมหรือเพราะอะไร

ฟ้าชอบแบรนด์ Sweet Tooth by PcH พอเข้ามหาวิทยาลัยก็รีแบรนด์เล็กๆ แล้วเปิดบูทครั้งแรกที่ตลาดนัดของละครนิเทศ จุฬาฯ ตอนนั้นขายมีตบอลมันบด ใช้ชื่อร้านว่า Sweet Tooth by PcH X แบ๊ดส์บอยซอยตัน ซึ่งเป็นชื่อละครในปีนั้น ผลตอบรับก็ดีมากๆ แฮปปี้มาก คือฟ้าไม่อยากทิ้งแบรนด์นี้ ไม่ว่าตัวเองจะทำอะไรในอนาคต เราก็อยากให้เป็นร้านนี้ โลโก้นี้ แต่จะค่อยๆ รีแบรนด์ให้ดีขึ้นเรื่อยๆ พัฒนาโดยที่ยังเป็นตัวเรา แต่เป็นตัวเราที่ดีขึ้นเรื่อยๆ

แล้วจะพัฒนาไปเป็นอะไรต่อ

เดาไม่ได้ บางคนชอบถามว่า จบแล้วอยากทำอะไร คือฟ้าไม่รู้ ไม่รู้ว่าอะไรจะเข้ามาบ้าง ก็คงต้องรอดูกันไป บางครั้งก็อยากเปิดร้านของตัวเองนะ แต่ก็คงไม่ใช่เร็วๆ นี้ เพราะช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ค่อยดี โควิด-19 ก็ยังระบาดหนัก

ถ้าได้เปิดจะเป็นร้านแนวไหน

ร้านที่ฟ้าอยากทำมากที่สุดคือร้านอาหารเดนมาร์ก ตอนปีสอง ฟ้าไปแลกเปลี่ยนที่เดนมาร์ก ไปกินอาหารในร้าน Fine Dining ที่นั่น แล้วได้แรงบันดาลใจกลับมาเยอะมาก มีเมนูหนึ่งที่ฟ้าผูกพันและรู้สึกว่ามีเสน่ห์มากๆ เป็นเมนูดั้งเดิมของเดนมาร์กชื่อ Smørrebrød (แซนด์วิชหน้าเปิด) ฟ้าอยากให้คนไทยได้ลิ้มลองเสน่ห์ของอาหารจานนี้ อยากให้ทุกคนได้รับประสบการณ์ความสุขแบบที่เราได้รับในตอนนั้น

แกะสูตรชีวิต ฟ้า-พัชรมณฑ์ เจริญชัย สาววัย 21 ปีที่หัดทำอาหารจากการขายในสหกรณ์โรงเรียน จนเซียนพอเข้าแข่ง MasterChef Thailand Season 4

วันนี้เราเรียกคุณว่าเชฟฟ้าได้หรือยัง

ไม่ได้ สำหรับฟ้า การจะเป็นเชฟได้ต้องสั่งสมประสบการณ์หรือมีดีกรีบางอย่าง ประสบการณ์ฟ้ายังมีไม่เยอะ ดีกรีก็ไม่มี ทุกวันนี้ฟ้ายังบอกตัวเองอยู่ว่า ‘ฟ้าเป็น Home Cook’ เพราะฉะนั้น ก็ยังเป็นแค่ฟ้าเฉยๆ ยังเรียกว่าเชฟไม่ได้

แล้วจะมีวันที่เราได้เรียกคุณว่าเชฟฟ้าไหม

เขินอะ เคยมีครั้งหนึ่งฟ้าไปตัดชุดเชฟ แล้วเขาถามว่า เชฟคะ เชฟใส่ไซส์อะไร เราเขินมาก (ยิ้ม) งงไปหมดเลย เอาจริงๆ ไม่ทราบเหมือนกัน ก็อาจจะมีวันที่เราทำได้ วันที่คนเรียกว่าเชฟแล้วเราไม่เขิน

คุณเคยบอกว่าตัวเองกลัวการเป็นเป็ด

ใช่ มันเหมือนกับเราทำได้ทุกอย่าง แต่ยังไม่สุดสักอย่าง เราเรียนเก่ง แต่ทุกวันนี้ก็ไม่ได้อยากทำงานในสายที่เราเรียน เราชอบทำอาหาร แต่ก็ยังไม่เก่งถ้าเทียบกับคนอื่น ฟ้าถามตัวเองบ่อยๆ ว่า เป็นอย่างนี้มันได้ไหมนะ แต่สุดท้ายก็คิดว่าเป็นแบบนี้ก็ดีตรงที่เราดัดแปลงได้ตลอด เหมือนน้ำที่จะอยู่ในแก้วไหนหรือทำอะไรก็ได้ ถ้าตายจากสิ่งหนึ่งเราก็ไปทำอย่างอื่นได้ ไม่จำเป็นต้องผูกติดกับสิ่งเดียวไปตลอด แต่ก็ยังชอบทำอาหารที่สุดอยู่ดีนะ

แกะสูตรชีวิต ฟ้า-พัชรมณฑ์ เจริญชัย สาววัย 21 ปีที่หัดทำอาหารจากการขายในสหกรณ์โรงเรียน จนเซียนพอเข้าแข่ง MasterChef Thailand Season 4
แกะสูตรชีวิต ฟ้า พัชรมณฑ์ เจริญชัย สาววัย 21 ปีที่หัดทำอาหารจากการขายในสหกรณ์โรงเรียน จนเซียนพอเข้าแข่ง MasterChef Thailand Season 4

การทำอาหารให้อะไรกับคุณและเอาอะไรไปจากคุณบ้าง

อาหารให้ความเป็นตัวเอง ภาพที่คนรู้จักเราตอนนี้มีคำว่าอาหารเป็นหนึ่งในนั้น อาหารจึงเป็นสิ่งที่สร้างตัวตนของฟ้าขึ้นมา ส่วนเอาอะไรไปบ้าง ฟ้าคิดว่าไม่มี

ไม่มีเลยเหรอ

ก็อาจจะมีบางครั้งที่เพื่อนชวนไปเที่ยวหลังเลิกเรียน แต่ฟ้าไปไม่ได้เพราะต้องกลับไปทำอาหาร ตอนนั้นเราชอบทำอาหารมากกว่าจริงๆ ส่วนตอนนี้ฟ้ารู้สึกว่าตัวเองแบ่งเวลาได้ ดังนั้น อาหารไม่ได้เอาอะไรไปจากฟ้าเลย

ถ้าให้คุณเลือกอาหารที่ตรงกับชีวิตตัวเอง คุณว่าเป็นเมนูไหนดี

ยากจัง ฟ้าเคยเห็นหลายคนต้องตอบคำถามนี้ ไม่รู้เขาคิดออกได้ยังไง… (คิดอยู่ 10 วินาที)

โอเค (ตาลุกวาว) มันคือเมนูนี้เลย Smørrebrød Leverpostej (แซนด์วิชหน้าเปิดหน้าตับบด) เมนูนี้เป็นเมนูที่ฟ้าทำตอนออดิชันประกวด MasterChef Thailand Season 4 คนที่ออดิชันรอบเดียวกันคิดว่าเราทำขนม ซึ่งก็ไม่แปลกเพราะดูภายนอก จานนี้ก็เหมือนขนมจริงๆ 

เหมือนกับชีวิตของฟ้าที่ข้างนอกอาจจะดูอ่อนหวาน ดูเหมือนนั่งสวยๆ แต่จริงๆ แล้วมีอะไรอยู่ข้างในเยอะมาก จานนี้ไม่ใช่ของหวาน มันคือของคาวที่มีหลากรสชาติอยู่ข้างใน มีบีตรูทดองเพิ่มความเปรี้ยว ผักชีลาวเพิ่มความสดชื่น เบคอนกรอบเพิ่มความกรอบ ทุกองค์ประกอบช่วยกันสร้างเป็นจานจานนี้ และคนคนนี้

แกะสูตรชีวิต ฟ้า พัชรมณฑ์ เจริญชัย สาววัย 21 ปีที่หัดทำอาหารจากการขายในสหกรณ์โรงเรียน จนเซียนพอเข้าแข่ง MasterChef Thailand Season 4

สำหรับคุณ อาหารคืออะไร

คนกินอาจมองว่าอาหารคือสิ่งที่ทำให้เราอิ่ม แต่สำหรับคนทำ ฟ้ามองว่าอาหารคือความรักและความใส่ใจ คือทุกอย่างที่เราใส่ลงไปในจานแล้วอยากให้คนที่กินรู้สึกถึงมัน อาหารคือศิลปะอันย่อมๆ เลยล่ะ

อาหารจานล่าสุดที่ทำให้คนที่คุณรักกินคืออะไร

เค้กชาเขียว จริงๆ ฟ้าทำไว้ให้ทุกคนด้วย เดี๋ยวสัมภาษณ์เสร็จไปชิมกันนะ

Writer

สิรวิชญ์ บุญประสิทธิการ

มนุษย์ภูเก็ต เด็กนิเทศที่ทำงานพิเศษเป็นนักเล่าเรื่อง โกโก้ หนัง และฟุตบอล ช่วยให้เข้านอนอย่างมีคุณภาพ

Photographer

นินทร์ นรินทรกุล ณ อยุธยา

นินทร์ชอบถ่ายรูปมาตั้งแต่เด็ก พ่อแม่ซื้อฟิล์มให้ไม่ยั้ง ตื่นเต้นกับเสียงชัตเตอร์เสมอต้นเสมอปลาย เพื่อนชอบชวนไปทะเล ไม่ใช่เพราะนินทร์น่าคบเพียงอย่างเดียวแน่นอน :)

Talk of The Cloud

บทสัมภาษณ์คนคุ้นหน้าในแง่มุมที่อาจไม่คุ้นนัก

เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา มีวงประสานเสียงหญิงล้วน คว้าเหรียญทองจากเวที 4th World Virtual Choir Festival 2021 ได้สำเร็จ ที่น่าปรบมือชื่นชมคือ วงประสานเสียงหญิงทับทิมสยาม (Siam Ruby Women’s Choir) เป็นวงประสานเสียงผู้สูงอายุวัย 50 – 70 ปี ซึ่งรูปแบบการแข่งขันในครั้งนี้เป็นแบบ Virtual ประจวบกับสถานการณ์โควิด-19 ทำให้นักร้องประสานเสียงทั้ง 16 คน ต้องฝึกซ้อมออนไลน์และอัดคลิปส่งประกวดทางแอปพลิเคชันไลน์ โดยเบื้องหลังความตั้งใจมีแรงผลักดันจากคนรุ่นหลานอย่าง อาจารย์ธนาวุฒิ ศรีวัฒนะ ผู้ก่อตั้ง ผู้ฝึกสอน และวาทยกร วงประสานเสียงหญิงทับทิมสยาม ตลอดจนเป็นเจ้าของบริษัท เอนาวา จำกัด สตูดิโอที่มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงวัยให้ยืนยาว สุขภาพจิตแจ่มใส สุขภาพกายแข็งแรง ด้วยกิจกรรมเสียงเพลง ทั้งคลาสเรียนร้องคาราโอเกะ วงประสานเสียง ฯลฯ 

ความพอดีกันของความสุขและความไพเราะ คือท่าไม้ตายที่ทำให้พวกเขาชนะใจกรรมการ ก่อนจะทำความรู้จักเรื่องราวเบื้องหลังของผู้สูงอายุกับเสียงเพลงและคนเจนวายกับเบบี้บูมเมอร์ ชวนฟังเพลง ‘อสงไขย’ จากพี่วัยเก๋าทั้ง 16 คน พร้อมกัน รับรองว่าขนจะลุกเกรียวด้วยความทึ่งในศักยภาพ ความไพเราะและความสุขที่ผู้ขับร้องมอบให้ผู้ฟัง

บทเพลงที่คว้าเหรียญทองจากเวที 4th World Virtual Choir Festival 2021

Spark Joy

อาจารย์ธนาวุฒิ ศรีวัฒนะ หรือ เดว์ เริ่มเรียนดนตรีตั้งแต่อายุ 4 ขวบ ทั้งชีวิตเขามอบหัวใจให้ดนตรี ระหว่างทางเขาเก็บเกี่ยวประสบการณ์หลากหลาย ทั้งเข้าร่วมการแข่งขันดนตรี ร่วมประกวดดัชชี่บอยแอนด์เกิล และจับงานแสดงร่วมกับช่อง Thai PBS เรื่อง ผีเสื้อและดอกไม้ รับบทเป็น นาคา, โหมโรง รับบทเป็น ศร จวบจนระดับอุดมศึกษา เขาเลือกเรียนสาขาประพันธ์เพลงคลาสสิก วิทยาลัยดุริยศิลป์ มหาวิทยาลัยพายัพ จังหวัดเชียงใหม่ และจบปริญญาโทด้านการอำนวยเพลง วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล หลังจบการศึกษาเขาก็เป็นอาจารย์พิเศษ เป็นวาทยกรวงประสานเสียงศาลายาหนุ่มสาวน่อยน้อย ซึ่งเป็นวงประสานเสียงผู้สูงอายุที่คว้า 4 เหรียญเงิน จากการแข่งขัน 3 ประเทศ

“ผมได้ร่วมโปรเจกต์พิเศษกับ รองศาสตราจารย์ ดร.สุกรี เจริญสุข คณบดีวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล เขาอยากทำโปรเจกต์ช่วยเหลือสังคมด้วยการให้ผู้สูงอายุเข้าถึงดนตรีได้ง่ายขึ้น นั่นก็คือ การร้องเพลง และผมเป็นลูกศิษย์ อาจารย์ฤทธิ์ ทรัพย์สมบูรณ์ ซึ่งเป็นประธานโครงการ เขาชวนผมไปทำด้วยกัน พอทำแล้วผมรู้สึก Spark Joy กับผู้สูงอายุ

“ผมมองเห็นศักยภาพของพวกเขา และผมเป็นคนที่ทำอะไรจะต้องทำให้สุด ต้องดึงศักยภาพของคนสูงวัยออกมาให้เต็มที่ หลังจากนั้นผมเขียนเพลงขึ้นมาหนึ่งเพลง เอาเพลง ผู้ใหญ่ลี ไปทำเป็นร็อกแอนด์โรลว์ ไปแข่งที่ประเทศมาเลเซีย จนได้เหรียญเงินกลับมา เราแข่งมาแล้วสามประเทศ ได้สี่เหรียญเงิน ไม่เคยได้เหรียญทองเลย ในสายตาผม เหรียญทองเป็นเรื่องที่ยากมาก ยากที่จะเห็นว่าความสามารถระดับเหรียญทองมันต้องประมาณไหน 

“ผมสู้แล้วก็คิด แสดงและฝึกฝนพวกเขาต่อไป” อาจารย์ธนาวุฒิเล่าตั้งใจ

ธนาวุฒิ ศรีวัฒนะ ผู้พาวงประสานเสียงหญิงทับทิมสยามชนะเหรียญทองครั้งแรกของไทย

วงประสานเสียงศาลายาหนุ่มสาวน่อยน้อยมีเหรียญเงินติดตัว แต่อาจารย์ธนาวุฒิก็ยังมุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพของวัยอิสระอย่างไม่หยุดยั้ง เขาเสนอละครเวที ในความทรงจำ เดอะมิวสิคัล ให้นักศึกษาสาขาธุรกิจดนตรี วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ธนาวุฒิเสนอว่า เขาอยากทำละครเวทีที่มีผู้สูงอายุมากที่สุดบนเวที โดยเขารับหน้าที่ประพันธ์เพลง แถมได้ คุณสุชาติ ชวางกูร รับบทพระเอก และ คุณนนทิยา จิวบางป่า รับบทนางเอก ซึ่งการแสดงประสบความสำเร็จโดยไม่ต้องสงสัย และเขายังเป็นผู้ประพันธ์และเรียบเรียงละครเวที เทพธิดาบาร์ 21 ด้วย 

หลังจากเป็นอาจารย์พิเศษสอนนักศึกษาสักพัก เขาก็ตัดสินใจลาออก

“ผมมีคติอยู่ว่า อะไรที่ไม่ใช่ความสุขผมไม่ทำ ผมมีความสุขกับการสอนผู้สูงอายุ ก็เลยตัดสินใจลาออก ลาออกจากวงประสานเสียงศาลายาหนุ่มสาวน่อยน้อยด้วย แล้วก็ชวนลูกศิษย์เก่ามาตั้งวงประสานเสียงด้วยกัน

“ลูกศิษย์ของผมค่าเฉลี่ยอยู่ที่หกสิบปี ส่วนผมอายุสามสิบปี ข้ามเจนกันเลย เจนวายกับเบบี้บูมเมอร์”

เราเชื่อแล้วว่าอาจารย์ธนาวุฒิสปาร์กจอยกับผู้สูงอายุจริงๆ 

Siam Ruby Women’s Choir

อาจารย์ธนาวุฒิตั้งบริษัท เอนาวา จำกัด ขึ้นมา เพื่อเชื่อมดนตรีกับผู้สูงอายุ ให้มีอายุยืนยาว สุขภาพกายและสุขภาพจิตสดใสแข็งแรง และยังก่อตั้งวงประสานเสียงขึ้นอีก 6 วง ได้แก่ วงประสานเสียงหญิงทับทิมสยาม วงประสานเสียงพลังสุขสูงวัย (ชมรมผู้สูงอายุโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย) วงประสานเสียงเพื่อนโดม วงประสานเสียงเพลินเพลงคอรัส (การรวมตัวกันของผู้ปกครองโรงเรียนเพลินพัฒนา) วงประสานเสียงเยาวชนเทศบาลนครยะลา และ The Emerald Singers (วงขับร้องประสานเสียงที่มีช่วงวัยต่างกันและมีความหลากหลายของเพลงที่ขับร้อง)

ซึ่งวงประสานเสียงหญิงทับทิมสยาม เป็นการรวมตัวกันของหญิงวัยอิสระที่มีใจรักเสียงเพลงและต่อยอดเป็นกิจกรรมร้องเพลง มีสมาชิก 16 คน น้องน้อยอายุ 52 ปี และพี่โตอายุ 72 ปี แต่อายุไม่อาจจำกัดความสามารถ

พวกเธอเริ่มออกแข่งขันขับร้องประสานเสียงระดับนานาชาติครั้งแรก ค.ศ. 2019 คว้าเหรียญเงินจากรายการ Senior Choir และรางวัลเหรียญทองแดงจากงาน Singapore International Choral Festival 2019 ประเทศสิงคโปร์

“ทุกการแข่งขันที่ผ่านมาเราไม่เคยได้เหรียญทอง มันเครียดนะ ทุกๆ ครั้งที่แข่ง ผมพยายามปรับตัวตลอด บางทีความผิดมันเกิดจากผมนะ ถ้าผมรู้มาตรฐานของเหรียญทองว่าเป็นประมาณไหนก็คงจะดี แต่นี่ผมมืดแปดด้าน เลยข้อคำแนะนำจากกรรมการทุกครั้ง เขาพูดเหมือนกันว่า ทุกการร้องเพลงต้องมีความสุขและความไพเราะ

“ผู้สูงอายุต้องร้องเพลงอย่างมีความสุข แล้วก็ไพเราะด้วย คำสองคำนี้ มันยากที่จะอธิบายว่าความสุขแบบไหนที่แสดงออกมาแล้วลงตัว กรรมการเคยบอกกับผมว่า เขาไม่ต้องการเพลงที่ยาก ไม่ต้องการให้ร้องหลายเสียง แล้วก็ไม่ต้องการเพลงระดับสูงจนนักร้องร้องแล้วรู้สึกทรมาน แต่เขาต้องการเพลงที่มัน Touch the heart อย่างเดียวก็พอ 

“ผมเอาเรื่องนี้กลับไปคิดจนเจอโควิด-19 ทำให้พวกเราไม่ได้ไปแข่งใน ค.ศ. 2020 ส่วน ค.ศ. 2021 มีการชักชวนจากเจ้าของงานประเทศอินโดนีเซีย ผมก็สนใจเข้าร่วม เพราะเขาเปิดรับซีเนียร์ด้วย ผมลองดูอีกสักตั้ง มานั่งตกผลึกว่าความสุขกับความไพเราะจะออกมาได้ยังไง ในการแข่งขันผมเลือกเพลง อสงไขย
เพลงไทยร้องง่ายๆ จังหวะง่ายๆ และเป็นเพลงที่พวกเขาร้องแล้วเพราะที่สุด ทั้งสิบหกคนก็ชอบ เวลาออกคอนเสิร์ต เขาร้องเพลงนี้แล้วสีหน้าเต็มไปด้วยความสุข ผู้ฟังฟังแล้วรู้สึกไพเราะ มีความพอดีของเสียง จนได้ผลลัพธ์ออกมาเป็นเหรียญทองเหรียญแรกในหลายปีที่ผ่านมา”

ไม้ตายที่ทำให้พิชิตเหรียญทอง คือความพอดีของความสุขและความไพเราะ-เราย้ำ

ธนาวุฒิ ศรีวัฒนะ ผู้พาวงประสานเสียงหญิงทับทิมสยามชนะเหรียญทองครั้งแรกของไทย

“ความพอดีต้องคำนึงเป็นอันดับแรก ผมรู้อยู่แล้วว่านักร้องของผมทำได้เท่านี้คือสุดยอด อย่าทำไปมากกว่านั้น เพราะวันนั้นพวกเราอยู่ในจุดที่ต้องแสดงความเจ๋งที่สุดออกมา นั่นคือความพอดีที่สุด ไม่ใช่ความยากที่สุด”

เหรียญทองจาก 4th World Virtual Choir Festival 2021 นับเป็นความสุขที่มอบให้กับคนไทยทุกคน

“นักเรียนบางคนอยู่กับผมมาตั้งแต่ต้นเขาก็ดีใจมาก บางคนเพิ่งมาปีเดียวก็ดีใจ งานนี้ไม่มีใครไม่ดีใจเพราะมันเกินความคาดหมาย อย่างที่ผมบอก ผมเป็นคนที่ทำอะไรจะต้องทำให้สุดจนกว่าจะไปถึงเป้าหมาย สมมติปีที่ห้ายังไม่ได้เหรียญทอง ผมก็จะทำต่อไป บังเอิญว่ามันได้เร็วไปหน่อย ซึ่งผมมองไว้ห้าปี สิบปี ถึงจะได้เหรียญทอง

“วันนั้นผมรู้สึกประสบความสำเร็จมาก ดีใจมาก ฉันทำได้ เพราะผมไม่เคยยอมแพ้กับอะไรเลย งานประกวดผมก็ส่งประกวดตลอดเลยนะ แต่ผมไม่เคยได้ขึ้นเวที ผมก็ไม่หยุดส่ง ส่งคลิปทุกปี เขาไม่เลือก ผมก็ไม่เป็นไร ผมไม่เคยท้อ พูดง่ายๆ ว่าทำไมต้องท้อ เหตุผลของการท้อแท้คืออะไร นั่นยิ่งทำให้ผมกลับมาปรับปรุงและพัฒนาตัวเอง

“พอนักเรียนเห็นว่าผมหรือครูผู้สอนของเขาเป็นนักสู้ ตัวผู้เรียนก็สู้ ไม่มีใครยอมแพ้เลย” 

คุยกับวาทยากรวงประสานเสียงหญิงทับทิมสยาม ที่พากลุ่มนักร้องสูงวัยคว้าเหรียญทองครั้งแรกของไทย

Social Distancing

“เราซ้อมกันผ่านไลน์กลุ่มครับ” หัวเรือเฉลยเบื้องหลังความสำเร็จ ทำเอาเราต้องร้องว้าว (ในใจ)

ลูกหลานต่างรู้กันดีว่าแอปพลิเคชันไลน์กับผู้สูงอายุเป็นของคู่กัน ภาพสวัสดีวันจันทร์ก็เช่นกัน 

อาจารย์ธนาวุฒิเลือกใช้แอปพลิเคชันสื่อสารยอดนิยมมาเชื่อมวัยอิสระ ในวันที่โรคภัยบอกให้เราต้อง Social Distancing พูดไปจะหาว่าอวย เพราะคุณพี่ สว. (สูงวัย) ติดใจการเรียนการสอนออนไลน์กันยกใหญ่ ส่วนการซ้อมก็อาศัยการวิดีโอคอลพร้อมกัน แล้วตรวจเช็กการร้องแยกอีกเป็นรายบุคคล ซึ่ง 16 คน ไม่ได้เท่ากับ 16 ครั้ง คุณพี่บางท่านต้องตรวจการบ้านถึง 3 รอบ และมากสุดคือ 10 รอบขึ้นไป เพื่อให้ได้รอบที่ดีที่สุดของทุกคน ผู้สอนว่านี่คือโจทย์หิน

คุยกับวาทยากรวงประสานเสียงหญิงทับทิมสยาม ที่พากลุ่มนักร้องสูงวัยคว้าเหรียญทองครั้งแรกของไทย

“รูปแบบการส่งประกวดคือการอัดคลิปของแต่ละคนแล้วเอามาต่อกัน โดยผมเล่นไลน์เปียโนแจกทุกคน แล้วให้เขาใส่หูฟังฟังเสียงเปียโนแล้วร้องออกมาปากเปล่า หลังจากนั้นผมให้ซาวนด์เอ็นจิเนียช่วยซ้อนเสียงทั้งหมดให้

“ความยากคือทุกคนต้องร้องให้เป๊ะก่อน หายใจพร้อมกัน ปิดคำ เปิดคำพร้อมกัน ซึ่งพวกเขาต้องอัดมาจากที่บ้าน บางคนยังพักผ่อนอยู่ที่หัวหินอยู่เลย บางคนก็อยู่บ้านหลาน บ้านญาติ อุปกรณ์ก็ของญาติบ้าง หลานบ้าง”

เราแอบหยอกผู้สอนไปว่ากว่าจะถึงเส้นชัยก็อุปสรรคไม่น้อย วัยอิสระไม่โอดโอยกันบ้างหรือ

“ตอนหลังก็มาสารภาพว่าท้อ” อาจารย์ธนาวุฒิเว้นจังหวะก่อนจะอธิบาย

“ผมบอกเขาว่า คุณฟังเสียงตัวเองคนเดียวอย่าท้อเลย คนฟังสิบหกเสียงยังไม่ท้อเลย” ผู้สอนหัวเราะ

การปรับตัวไม่เพียงเฉพาะการฝึกซ้อมของวงประสานเสียงหญิงทับทิมสยาม แต่คลาสร้องเพลงคาราโอเกะของเอนาวา สตูดิโอ ก็ถูกปรับมาเรียนออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชันไลน์ด้วยเหมือนกัน มีสอนมากถึง 13 คลาสต่อสัปดาห์

การสอนร้องคาราโอเกะของที่นี่ จะสอนร้องอย่างปลอดภัย เข้าใจตัวเองและเข้าใจข้อจำกัด

“ผมทำธุรกิจเกี่ยวกับผู้สูงอายุ ต้องปรับตัวกันหนักมาก ก่อนหน้าก็หลงทาง แต่ผมว่าข้อดีของคนที่มาเรียนกับผมคือ หัวใจเขาไม่แก่ ถ้าหัวใจแก่ไม่มาเรียนร้องเพลงหรอก อะไรที่เขาปรับได้ เขาจะปรับเร็วเลย กลายเป็นว่าติดใจ

“ผมเปิดสอนร้องเพลงออนไลน์สัปดาห์ละหนึ่งเพลง ตอนนี้ผมเปิดสิบสามห้องต่อสัปดาห์ มีคนสนใจเยอะมาก ห้องหนึ่งผมสอนสิบห้าคน สิบห้าคูณสิบสามคือจำนวนนักเรียนทั้งหมดที่เรียนออนไลน์ บางคนเข้าห้องน้ำก็เดินร้องเพลงไปด้วย แล้วก็มีการบอกต่อด้วยนะ ตัวลูกอายุหกสิบกว่าแล้ว ก็ชวนคุณแม่อายุเก้าสิบมาเรียนด้วยกัน”

สนทนากันสักพัก ต่อมสงสัยทำงาน การสอนสูงวัยร้องเพลงยากกว่าคนทั่วไปหรือเปล่า-เราถาม

“เขาประสบการณ์เยอะ บางทีเม็มฯ เต็ม อาจจะเข้าใจช้ากว่าคนทั่วไป ผมต้องใจเย็น ค่อยเป็นค่อยไปก็จะเข้าใจเขา สิ่งที่ผมชอบคือวัฒนธรรมเก่าๆ ที่เขาให้ความเคารพคุณครู แม้ผมจะเป็นรุ่นหลานของเขา แต่บางคนไม่ได้มองว่าผมเป็นเด็ก เขามองว่าผมเป็นอาจารย์ ถ้าพวกเขามองข้ามอายุ ทุกอย่างก็ไม่ใช่ปัญหา คุณค่าความเป็นผู้ใหญ่ไม่ได้อยู่ที่อายุ มันอยู่ที่ภาวะความเป็นผู้นำ และอีกฝ่ายต้องยอมรับในสิ่งที่ผมเป็น ส่วนผมก็ต้องแอคทีฟและพัฒนาอยู่เสมอ”

เพียงเข้าใจและยอมรับก็พิชิตระยะห่างระหว่างวัยได้ นี่สิ ความหมายของวลี อายุเป็นเพียงตัวเลข!

คุยกับวาทยากรวงประสานเสียงหญิงทับทิมสยาม ที่พากลุ่มนักร้องสูงวัยคว้าเหรียญทองครั้งแรกของไทย

Live and Learn

การทำงานกับผู้สูงอายุมาหลายขวบปี ทำให้อาจารย์ธนาวุฒิมีไกด์บุ๊กในการดำเนินชีวิต เป็นตำราและบทเรียนชีวิตนับสิบ นับร้อย ของเหล่าพี่ๆ วัยอิสระ เขาเรียกมันว่า ‘สูตรสำเร็จ’ ที่ทำให้เขาเติบโตขึ้นพร้อมกับภาวะผู้นำ

“ต้องค่อยๆ เรียนรู้ผู้สูงอายุ หลายคนมีความสามารถหลากหลาย และหลายคนทำให้ผมมีความสามารถมากขึ้นด้วยซ้ำ เขาผ่านอะไรมาเยอะ ผมเอาตรงนั้นมาประยุกต์ใช้กับตัวเอง ซึ่งสิ่งที่ผมเรียนรู้จากนักเรียนมีสามสเต็ป

“หนึ่ง ผมเรียนรู้ที่จะเป็นหรือไม่เป็นเหมือนกับเขา สอง ผมเรียนรู้วิธีการจะใช้ความสุขเพื่อเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่ตลอด สาม การต่อสู้กับความแก่ ซึ่งผมพยายามศึกษาทุกเรื่องใหม่หมดทุกครั้ง เพราะการเรียนรู้จะทำให้คุณเติบโต แล้วคุณก็ต้องกลับไปเรียนรู้อะไรบางอย่างเพื่อที่จะเป็นเด็ก แล้วเติบโต ถ้าคุณเรียนรู้ทุกๆ ปี คุณก็จะไม่มีความแก่

“ผมใช้วิธีนี้กับตัวเองเสมอ หนึ่งปีต้องมีหนึ่งเรื่องเล่า ปีก่อนผมสนใจเรื่องแฟชั่น กีฬา เครื่องดื่ม การลงทุน ส่วนปีนี้ผมกำลังศึกษาเรื่องไวน์และพันธุ์องุ่น พอสนใจแล้วผมเอาจริง อย่างตอนสนใจเรื่องอาหาร ผมไปเรียน ไปลองขาย เพื่อให้อยู่ในจุดที่ผมเข้าใจมันจริงๆ แม้กระทั่งปีที่สนใจเรื่องการลงทุน เล่นหุ้น ก็กลายเป็นนิสัยติดตัวผม ทำให้ผมใช้เงินเป็น ที่สำคัญ ต้องดูด้วยว่าเราได้อะไรจากความรู้นั้น และมันทำให้เราอยู่รอดได้ยังไง ยิ่งรู้เยอะ ยิ่งดี” 

คุณพี่วัยอิสระและอาจารย์ธนาวุฒิพิสูจน์ให้เห็นแจ้งแล้วว่า อายุไม่ใช่ข้อจำกัดของการเรียนรู้

ใช่-ไม่มีใครแก่เกินเรียน

คุยกับวาทยากรวงประสานเสียงหญิงทับทิมสยาม ที่พากลุ่มนักร้องสูงวัยคว้าเหรียญทองครั้งแรกของไทย

Passion & Impact

ชายผู้มอบชีวิตให้กับดนตรีตั้งเป้าหมายใหญ่ที่จะพาวงประสานเสียงผู้สูงอายุไปถึงคือการโลดแล่นทั่วโลก และเป็นที่พูดถึงในนาม ‘วงประสานเสียงผู้สูงอายุ’ ไม่ใช่เพียงแค่วงประสานเสียงหญิงทับทิมสยาม แต่หมายรวมถึงวงประสานเสียงผู้สูงอายุทั่วประเทศไทย ต้องได้รับการยอมรับจากสากลว่ามีความสามารถ ถ้าพูดถึงเมื่อไหร่ต้องที่ไทยเท่านั้น

“สิ่งหนึ่งที่ผมทำสำเร็จแล้วคือ ความสุขที่มากพอจนผู้เห็น ผู้ฟังต้องยิ้มตาม ผมไม่ต้องการให้คนฟังฟังแล้วรู้สึกว่าเจ๋ง เก่งที่สุด หรือเทียบกับใคร แต่ขอเป็นความสุขที่ไม่มีใครเทียบดีกว่า และทับทิมสยามก็เป็นตัวแทนประเทศไทย ไม่น้อยหน้าไปกว่าการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกหรือพาราลิมปิก เพราะเราคือผู้สูงอายุไทยที่สร้างชื่อเสียงให้ก้องโลก”

และนับเป็นการคว้าเหรียญทองครั้งแรกของประวัติศาสตร์ไทยสำหรับวงประสานเสียงผู้สูงอายุด้วย

“นี่คือยาที่ดีที่สุด” วาทยกรพูดถึงการเกิดขึ้นของวงประสานเสียงผู้สูงอายุ

“เพราะการร้องเพลงช่วยพัฒนาสมองซีกขวา ส่วนการร้องประสานเสียงช่วยพัฒนาสมองซีกซ้าย สมองทั้งสองซีกจะไม่ฝ่อ และการยืนร้องเพลง ร่างกาย สรีระสง่างดงามมากขึ้น อีกเรื่องคือการฝึกหายใจ ยิ่งเก็บออกซิเจนได้เยอะ การเผาผลาญยิ่งดี และที่สำคัญได้สังคม มิตรภาพ เพื่อนๆ ให้การยอมรับ ทำให้คนสูงวัยรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าต่อสังคม ช่วยสร้างความรับผิดชอบ เพราะมีส่งการบ้าน ต้องฝึกซ้อม และข้อสุดท้ายทำให้สูงวัยเป็นนักพิชิตเป้าหมาย เป้าหมายคือมีคอนเสิร์ตหนึ่งครั้งทำให้ประทับใจที่สุด นี่คือการทำให้ฮอร์โมนความสุขและความสำเร็จพลุ่งพล่าน”

ผู้คลุกคลีกับบรรดาวัยอิสระบอกว่าการตั้งเป้าหมายนั่นสำคัญ ยิ่งพิชิตได้ยิ่งเพิ่มพลังใจ

คุยกับวาทยากรวงประสานเสียงหญิงทับทิมสยาม ที่พากลุ่มนักร้องสูงวัยคว้าเหรียญทองครั้งแรกของไทย

“อาจจะเป็นการร้องเพลงจบหนึ่งเพลง การร้องเพลงไม่ให้เพี้ยน การร้องเพลงให้ตรงจังหวะ มันเป็นการชนะใจตัวเองทั้งนั้น ลูกหลานต้องพยายามถามสูงวัยว่าความสุขของเขาคืออะไร ให้มุ่งเน้นไปทางนั้น เพราะกิจกรรมทำให้คุณภาพของคนสูงวัยดีขึ้น และต้องไม่ลืมหาเป้าหมายระยะสั้นให้ได้ เพื่อให้เขากระโจนสู้เป้าหมายนั้นอย่างภาคภูมิใจ”

สิ่งที่ทำให้เด็กชายที่ผูกพันกับดนตรีตั้งแต่ 4 ขวบ จวบจน อายุ 30 ปี คือ ‘แพสชันและอิมแพค’

“แพสชันคือสิ่งแรกที่คุณต้องมี ต้องมีความอยาก ความรัก ความคลั่งไคล้ ส่วนอิมแพค มันต้องมีประโยชน์หรือเข้ากับสถานปัจจุบัน ตัวผมก็ไม่ได้ทำธุรกิจสำเร็จในปีแรกหรือสองปีแรก แต่สิ่งที่ทำให้ผมมีความอดทนอยู่ได้คือ ‘แพสชัน’ จงเชื่อในแพสชันของคุณ แล้วจงคิดอย่างถี่ถ้วนว่ามันอิมแพคต่อคนทั้งประเทศหรือคนทั้งโลกยังไงบ้าง

“บั้นปลายผมวางแผนกับภรรยาว่าจะเก็บเงินแล้วทำเพื่อสังคม ไปตระเวนแนะนำชาวบ้านเรื่องการเก็บเงิน ส่วนตัวผมจะทำให้ชุมชนมีศักยภาพ มีทักษะ มีความรู้มากขึ้น ผ่านดนตรีและการร้องประสานเสียง 

“ทุกวันนี้ดนตรีให้ทุกอย่างกับผม ผมคงจะอยู่กับดนตรีต่อไป พัฒนาวงการดนตรี ไม่ว่าจะเป็นการประสานเสียง ส่งเสริมดนตรีไทย ส่งเสริมคุณภาพผู้สูงวัยกับดนตรี เพราะผมอยากทำให้ตัวเองมีประโยชน์ต่อสังคม”

เราเชื่อว่าแพสชันที่มีต่อเสียงเพลงและผู้สูงอายุของชายคนนี้กำลังสร้างอิมแพคในใจพวกคุณ

คุยกับวาทยากรวงประสานเสียงหญิงทับทิมสยาม ที่พากลุ่มนักร้องสูงวัยคว้าเหรียญทองครั้งแรกของไทย

ภาพ : วงประสานเสียงหญิงทับทิมสยาม Siam Ruby Women’s Choir

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load