23 พฤศจิกายน 2561
4.78 K

Earth Appreciation 03: มาหาสมุทร คือทริปที่ The Cloud, โคคา-โคลา ประเทศไทย และ องค์กรระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ หรือ International Union for Conservation of Nature: IUCN ตั้งใจจัดขึ้น เพื่อพาคนเมืองเดินทางไปทำความรู้จักและสร้างความเข้าใจเรื่องราวเรียบง่ายที่เชื่อมโยงกันเป็นโครงข่ายชีวิตขนาดใหญ่ของธรรมชาติใกล้ตัวอย่าง ‘มหาสมุทร’

ทุกวันนี้เราใช้ชีวิตอยู่ในเมืองใหญ่ ใช้น้ำประปาที่ส่งตรงถึงก๊อก กินดื่มอาหารผลิตสำเร็จรูปในตู้แช่ ทิ้งขว้างข้าวของมากมายโดยที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันกำลังเดินทางไปที่ไหนต่อ เป็นชีวิตแสนสะดวกสบายที่ตัดขาดกับธรรมชาติรอบตัว

เมื่อเราตัดขาดกับธรรมชาติ เราจึงไม่รู้ว่าธรรมชาตินั้นสำคัญยังไง และตอนนี้ธรรมชาติกำลังประสบกับภัยคุกคามอะไรบ้าง เราเชื่อว่าคุณเคยเห็นและรับรู้ว่าสิ่งแวดล้อมกำลังป่วยหนัก ขยะพลาสติกกำลังล้นโลกผ่านหน้านิวส์ฟีดในโซเชียลมีเดีย แต่เรื่องราวเหล่านั้นช่างไกลตัวพวกเราเหลือเกิน

เพื่อกระชับความสัมพันธ์ให้เราใกล้และเข้าใจกันมากขึ้น เราจึงชวนคนเมืองข้ามน้ำข้ามทะเลมาที่เกาะยาวใหญ่ จังหวัดพังงา พร้อม เร แมคโดนัลด์ นักแสดง นักเดินทาง ผู้หลงใหลในธรรมชาติและวิถีชีวิตของผู้คน และ แพรี่พาย-อมตา จิตตะเสนีย์ เมกอัพอาร์ทิสต์ผู้กำลังเรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับความงดงามจากธรรมชาติรอบตัว

เพื่อมาดูให้เห็นกับตาว่าธรรมชาติกำลังอยากบอกอะไรกับเรา

เกาะยาวใหญ่

01 จากต้นน้ำสู่มหาสมุทร

หลังขึ้นฝั่ง เราเริ่มต้นวิถีชาวเกาะด้วยการออกไปสำรวจระบบนิเวศอันอุดมสมบูรณ์ พี่เปิ้ล-สุปราณี กำปงซัน หัวหน้าแผนงานประเทศไทย IUCN หนึ่งในครูคนสำคัญของทริปเริ่มอธิบายว่า “ระบบนิเวศคือระบบความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิต ที่มีการพึ่งพากันผ่านการส่งผ่านพลังงานและห่วงโซ่อาหารในบริเวณนั้นๆ”

เกาะยาวใหญ่มีภูเขาสูงเป็นแหล่งต้นน้ำ กำเนิดเป็นลำธารไหลคดเคี้ยวหล่อเลี้ยงพืชพรรณและสิ่งมีชีวิตไปทั่วเกาะ ก่อนจะทอดตัวลงสู่ทะเล

เกาะยาวใหญ่

แม้จะอยู่กลางทะเล แต่เกาะยาวใหญ่ไม่เคยขาดแคลนน้ำดื่มน้ำใช้ ไม่ต้องกระเสือกกระสนไปซื้อน้ำต่างถิ่น เพราะชาวเกาะยาวใหญ่ใช้น้ำจากการประปาภูเขา จากลำธารหลายสิบสายที่มีการทำฝายน้ำล้น การประปาภูเขานี้ มีค่าธรรมเนียมแค่เดือนละ 20 บาทเท่านั้น

“ชาวเกาะยาวใหญ่รักและหวงแหนผืนป่าชุมชน แหล่งต้นน้ำมาก แม้ไม่มีข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร แต่ชาวบ้านทุกคน ทุกเรือกสวน ที่มีอาณาบริเวณต่อเนื่องกับป่า จะมีความรู้สึกเหมือนตนเองเป็นผู้รับผิดชอบ ดูแลความเรียบร้อยของเขตแดนป่าบริเวณนั้น” บังยา-ดุสิทธิ์ ทองเกิด ชาวชุมชนท้องถิ่นผู้เป็นเหมือนครูอีกคนของทริปเอ่ยขึ้น เมื่อเราถามถึงความผูกพันที่ชาวทะเลมีต่อป่าเขาบนเกาะ

เกาะยาวใหญ่

เกาะยาวใหญ่

จากลำธารบนภูเขาสูงสู่มหาสมุทรกว้างใหญ่ บริเวณปากแม่น้ำซึ่งเป็นรอยต่อระหว่างน้ำจืดจากภูเขาและน้ำเค็มจากทะเลแบบนี้ คือที่ๆ เราจะพบระบบนิเวศป่าชายเลน

ป่าชายเลนมีคุณค่าตามธรรมชาติทำหน้าที่ในการดักตะกอนและสะสมแร่ธาตุสารอาหารจากที่ราบบนแผ่นดิน ตะกอนเหล่านี้มีประโยชน์มหาศาลต่อการเจริญเติบโตของพืชและสัตว์ในพื้นที่ป่าชายเลน ใบไม้ที่เน่าเปื่อยอยู่ใต้น้ำเป็นอาหารของแบคทีเรียและแพลงก์ตอน ซึ่งเป็นแหล่งอาหารชั้นดีของสัตว์น้ำวัยอ่อน

เกาะยาวใหญ่

เราสามารถพบเห็นพันธุ์ไม้หลากหลายชนิดได้ในป่าชายเลน โดยเฉพาะต้นโกงกางใบเล็กและโกงกางใบใหญ่ซึ่งเป็นชนิดพันธุ์ที่โดดเด่น พบเห็นได้ง่าย และคนส่วนใหญ่รู้จัก รากของต้นโกงกางและพันธุ์ไม้ป่าชายเลนชนิดอื่นๆเรียงตัวแน่นทึบกลายเป็นหลังคาธรรมชาติที่ช่วยบังแสงอาทิตย์ และเป็นแหล่งอนุบาลและคุ้มภัยให้เหล่าสัตว์น้ำวัยอ่อน

นอกจากนี้ รากพันธุ์ไม้ป่าชายเลนยังมีโครงสร้างซับซ้อน ทั้งทำหน้าที่พยุงลำต้นและเป็นรากอากาศที่ดูดซับออกซิเจนสู่รากที่อยู่ใต้ดิน แถมยังเป็นที่แหล่งที่อยู่อาศัยของเพรียงและหอยชนิดต่างๆ อีกทั้งเป็นแหล่งวางไข่ของสัตว์น้ำหลากหลายชนิดอีกด้วย

เกาะยาวใหญ่

เกาะยาวใหญ่

บังอิบ-อิบร่อฮิม หยั่งทะเล ครูท้องถิ่นอีกคนของทริปเล่าให้ฟังถึงการเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปสัมผัสพื้นที่ป่าชายเลน โดยการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์บนเกาะยาวใหญ่ นั่นคือการพายเรือคายัคและนั่งเรือหางยาวเข้าไปเพื่อชมความอุดมสมบูรณ์ของป่าชายเลน โดยไม่มีการตัดกิ่งต้นโกงกางหรือพันธุ์ไม้ชนิดใดในผืนป่าโดยเด็ดขาด นักท่องเที่ยวต้องพายช้าๆ เพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนสัตว์ที่อาศัยอยู่

เกาะยาวใหญ่

เราได้พายเรือคายัคสำรวจป่าชายเลนเป็นระยะทาง 4 กิโลเมตร ใช้เวลาเกือบสองชั่วโมง แดดข้างนอกร้อนเปรี้ยงแต่เมื่ออยู่ใต้ร่มเงาป่าชายเลน เราแทบไม่รู้สึกถึงไอแดดเลย มีแต่ความเย็นสบายสดชื่นจากน้ำและพืชพรรณโดยรอบ

เมื่อมองลอดแมกไม้ก็พบปลาตีน ปูก้ามดาบ ลิงแสม ตัวเงินตัวทอง และเมื่อแหงนหน้ามองท้องฟ้า ก็พบกับนกกระเต็น นกยางเขียว และเหยี่ยวแดง ที่บินมาทักทายเป็นระยะ

เกาะยาวใหญ่

จากป่าชายเลน เรามุ่งหน้าสู่ชายฝั่งทะเลเพื่อสำรวจระบบนิเวศป่าชายหาดและระบบนิเวศหญ้าทะเล ซึ่งถือเป็นปราการด่านแรกสู่มหาสมุทร

พี่เอ็ม-กิตติพันธุ์ ทรัพย์คูณ อีกหนึ่งผู้เชี่ยวชาญจาก IUCN อธิบายว่า พื้นที่ป่าชายหาดเป็นรอยต่อระหว่างบนบกกับทะเล สิ่งแวดล้อมบริเวณนี้มีการเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลเพราะได้รับอิทธิพลจากมรสุม คลื่นลม กระแสน้ำ และไอความเค็มของน้ำทะเลที่ถูกพัดเข้ามาในบริเวณป่าชายหาด

พันธุ์ไม้ป่าชายหาดทำหน้าที่ป้องกันคลื่นลมและการกัดเซาะชายฝั่ง สะสมเม็ดทรายที่ถูกคลื่นลมพัดเข้ามาบริเวณชายฝั่งทำให้เกิดเป็นสันทราย ซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยและแหล่งอาหารของสิ่งมีชีวิตชนิดต่างๆ

เกาะยาวใหญ่ เกาะยาวใหญ่

ระหว่างเดินลัดเลาะบริเวณชายหาดลงไปในทะเล เราสังเกตเห็นสัตว์ทะเลที่แอบอยู่ตามหลืบมุมต่างๆ อย่างปูลม ปูเสฉวน และฝูงปูทหาร ที่อาศัยและหากินอยู่บนหาดทราย เคลื่อนตัวพร้อมกันนับหมื่นนับพันตัว ในช่วงที่น้ำลงเราได้เห็นสัตว์น้ำชนิดต่างๆ ที่อาศัยอยู่ในแหล่งหญ้าทะเล ซึ่งเป็นระบบนิเวศที่พบได้ในบริเวณที่เป็นดินเลนปนทรายตามแนวชายฝั่ง

เกาะยาวใหญ่

พี่เปิ้ลอธิบายต่อว่า หญ้าทะเลเป็นแหล่งสะสมและกักเก็บตะกอนที่ถูกพัดพามาจากแนวชายฝั่งและปากแม่น้ำ เต็มไปด้วยสารอาหารและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของสัตว์น้ำและสิ่งมีชีวิตชนิดต่างๆ เช่น หอยชักตีน ปลิงทะเล กั้ง และปู 

เกาะยาวใหญ่

เกาะยาวใหญ่

หญ้าทะเลมีความสำคัญต่อสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศชายฝั่งเขตร้อนมาก เพราะมีบทบาทในการชะลอความรุนแรงของกระแสน้ำ ป้องกันการพังทลายและกัดเซาะของชายหาด เป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อน แหล่งอาหารที่สำคัญของเต่าทะเลและพะยูน ซึ่งเป็นสัตว์ทะเลหายาก 1 ใน 15 ชนิดของสัตว์ป่าสงวนตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าของไทย อีกทั้งยังเป็นแหล่งผลิตอาหารและหมุนเวียนธาตุอาหารไปยังในแหล่งนิเวศใกล้เคียง

หญ้าทะเลเจริญเติบโตได้ในบริเวณที่น้ำมีความขุ่น ปริมาณตะกอนสูง และสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้แม้ในขณะที่น้ำลงต่ำสุดในช่วงน้ำลงแนวน้ำลงต่ำสุดถึง 1 กิโลเมตร ชาวบ้านเกาะยาวใหญ่จึงมักมาคราดหอยแครงในหาดเลน และหาหอยชักตีนตามแนวหญ้าทะเล ซึ่งเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่สำคัญที่เป็นรายได้เสริมให้กับชุมชน

การไปเกาะยาวใหญ่ครั้งนี้พวกเราได้ร่วมกันปล่อยลูกหอยชักตีนลงสู่ท้องทะเล ลูกหอยตัวเล็กจิ๋วใช้เวลานานหลายเดือนกว่าจะเติบโตจนได้ขนาดพอเหมาะที่ชาวบ้านสามารถจับไปเป็นอาหารได้ และต้องระมัดระวังเป็นพิเศษไม่เก็บลูกหอยไปก่อนเวลาที่พวกมันเติบโตเต็มที่ เพื่อรักษาสมดุลประชากรของหอยชักตีนในธรรมชาติไว้

เกาะยาวใหญ่ เกาะยาวใหญ่

02 จับปลายังไงให้ยั่งยืน

“ทะเลเป็นเหมือนตู้เย็นของชาวบ้าน เราไม่มีอะไรกินเราก็มาหาในทะเล” จ๊ะดำ-กานดา โต๊ะไม สมาชิกสภาเทศบาล หมู่ 3 ตำบลเกาะยาวใหญ่ ผู้หวงแหนและตั้งใจอนุรักษ์ท้องถิ่นไว้เอ่ยขึ้น เราพยักหน้าเห็นด้วย เพราะท้องทะเลของเกาะยาวใหญ่นั้นยังอุดมสมบูรณ์ เดินลงทะเลไปแค่ไม่กี่สิบเมตรก็สามารถหาวัตถุดิบสดจากท้องทะเลมาปรุงอาหารใต้อร่อยๆ ได้แล้ว

เกาะยาวใหญ่

ช่วงบ่ายของวันนั้น เราได้ลองสวมวิญญาณเป็นชาวประมงพื้นบ้าน เยี่ยมชมกระชังเลี้ยงปลาบริเวณใกล้ชายฝั่ง ทดลองจับสัตว์ทะเลด้วยวิธีอย่างการยั่งยืน โดยลองตกเบ็ดปลาทรายด้วยไม้ระกำ ไม้ระกำมีข้อดีคือน้ำหนักเบา หาง่ายในชุมชน ด้วยความที่เนื้อไม้เบาทำให้เราสามารถรับรู้แรงสั่นสะเทือนเวลาปลาตอดเหยื่อได้ง่าย เหยื่อที่ใช้ก็คือไส้เดือนทะเลที่ฝังตัวอยู่ในดินเลนบริเวณนั้น

เหมือนจะง่าย แต่พอทดลองจริงปรากฏว่ายากกว่าที่คิด หลังพวกเราชาวทริปพยายามอยู่ครู่ใหญ่ ในที่สุดเราก็ตกปลาทรายได้ เรียกเสียงเฮดังลั่นหาด ปลาทรายที่ตกได้ถูกนำไปทอดกระเทียมกลิ่มหอมฉุย แถมเป็นครั้งแรกของหลายคนในทริปที่ได้ชิมอาหารทะเลที่จับด้วยตัวเอง

เกาะยาวใหญ่เกาะยาวใหญ่

พื้นที่เกาะยาวใหญ่มีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์มาก โดยเฉพาะทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง มีระบบนิเวศอีกหลายประเภทที่เชื่อมโยงสัมพันธ์กันเป็นโครงข่ายสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ 

เกาะยาวใหญ่

ค่ำวันนั้น หลังอิ่มหนำกันด้วยมื้ออาหารจากท้องทะเลฝีมือชาวบ้านแบบปักษ์ใต้แท้ๆ เราล้อมวงนั่งคุยกับ พี่ธนู แนบเนียน ผู้อำนวยการองค์การความร่วมมือเพื่อการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติอันดามัน ซึ่งเริ่มต้นด้วยการตั้งคำถามชวนคิดว่า ‘มหาสมุทรเป็นของใคร’ และเล่าให้เราฟังถึงเรื่องราวการต่อสู้เพื่อปกปักทรัพยากรธรรมชาติและท้องทะเลเป็นที่รักของชุมชนที่อาศัยอยู่บริเวณอ่าวพังงา

เกาะยาวใหญ่

พี่ธนูบอกว่า เมื่อก่อนเกาะยาวใหญ่และท้องทะเลไทยมีการทำประมงอวนลากและอวนรุน การประมงประเภทนี้จะเน้นจับปลาครั้งละมากๆ โดยไถลากอวนขนาดมหึมาครูดไปกับพื้นมหาสมุทร โดยไม่คำนึงถึงความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับท้องทะเล ระบบนิเวศ และสัตว์น้ำหลากหลายประเภทที่อาจโดนต้อนกว้านจับไปพร้อมกันในคราวเดียว

เกาะยาวใหญ่

แต่หลังจาก พ.ศ. 2535 มีการรณรงค์เรื่องเครื่องมือประมงทำลายล้างจำพวกนั้น ด้วยการดูแลของหน่วยงานภาครัฐและการผลักดันของชาวประมงพื้นบ้าน ซึ่งมารวมตัวกันทั่วภาคใต้ ทั้งทะเลอันดามันและอ่าวไทยเพื่อผลักให้เครื่องมือทำลายทางการประมงเหล่านี้ออกไปจากเขตน้ำตื้นในระยะ 3,000 เมตร  

25 ปีหลังจากมีการรณรงค์ ตอนนี้เกาะยาวใหญ่ไม่มีการประมงประเภทนั้นอีก เพราะชาวบ้านรู้ดีว่าเป็นการประมงที่ทำลายสิ่งแวดล้อมใต้ทะเลอย่างร้ายแรง หากเราคิดว่ามหาสมุทรนี้เป็นของเรา ก็เป็นหน้าที่ของเรา ไม่ใช่ของใคร ซึ่งเราทุกคนจะต้องปกป้องผืนมหาสมุทรแห่งนี้

เกาะยาวใหญ่

บังสอม-ถาวร คงบำรุง และ ผู้ใหญ่ดำ-ประวิทย์ งานแข็ง ช่วยอธิบายเพิ่มว่า การประมงหลักของชาวบ้านทุกวันนี้จะเป็นการวางอวนกุ้งแชบ๊วย อวนปลา และเบ็ดราว ซึ่งมีวิธีการแตกต่างจากอวนลากหรืออวนรุนโดยสิ้นเชิง การประมงที่ชาวบ้านเลือกใช้ไม่ทำลายทรัพยากรทางทะเล แต่เน้นอยู่อย่างพึ่งพิงอิงอาศัยกับธรรมชาติ

นอกจากนี้ ยังมีกระชังเลี้ยงปลาที่ลอยอยู่นอกชายฝั่ง ถือเป็นอาชีพเสริมรายได้ของพี่น้องชาวประมงจากการเลี้ยงปลาเก๋า ปลากะพง ในสภาวะแวดล้อมแบบธรรมชาติ โดยสัตว์น้ำที่เลี้ยงในกระชังจะจับสัตว์น้ำและแพลงก์ตอนที่อาศัยอยู่บริเวณนั้นๆ เป็นอาหาร

เกาะยาวใหญ่ เกาะยาวใหญ่

การจับปลาของชาวบ้านมีกฎระเบียบเคร่งครัดชัดเจนที่รู้กันดีทั่วทั้งเกาะ คือทำการประมงพื้นบ้านแบบไม่ทำลายล้าง ไม่จับสัตว์น้ำวัยอ่อนที่ขนาดยังไม่โตเต็มที่ เป็นการประมงพื้นบ้านบริเวณชายฝั่งที่ช่วยดูแลรักษาทรัพยากรให้ยังคงอุดมสมบูรณ์ต่อไปให้ลูกหลาน เรียกว่าเป็นอาหารทะเลออร์แกนิกหรืออาหารทะเลยั่งยืน เพราะสัตว์ทะเลถูกจับมาด้วยความใส่ใจรับผิดชอบ และเป็นมาตรฐานในการประมงที่ทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญ

ทุกวันนี้ชาวบ้านในแต่ละครัวเรือนจะมีอย่างน้อย 3 อาชีพ คือทำประมง ทำสวนยางพารา ทำสวนผลไม้จำพวกมะพร้าว มะม่วงหิมพานต์ และทำนาข้าว เป็นวิถีของคนเกาะยาวที่ประกอบอาชีพหมุนเวียนตามฤดูกลาง ช่วงมรสุม ชาวบ้านออกทะเลไปหาปลาไม่ได้ก็มากรีดยางพารา พอช่วงยางพาราผลัดใบก็ออกไปจับปลา

เกาะยาวใหญ่

03 ข้ามทะเลมาทำความเข้าใจพลาสติก

บนเกาะยาวใหญ่ นอกจากทรัพยากรธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ อีกสิ่งหนึ่งที่เราค้นพบและมีจำนวนมหาศาลคือ ‘ขยะ’

บ่ายวันต่อมาทุกคนในทริป มาหาสมุทรช่วยกันเก็บขยะบนชายหาดโละวัก บนเกาะยาวใหญ่ ใช้เวลาเพียง 30 นาที เราเก็บขยะพลาสติก ขวดแก้ว กระป๋องอลูมิเนียม เศษผ้า อุปกรณ์ประมง และรองเท้าแตะได้ถึง 161.6 กิโลกรัม

คุณคิดว่าขยะในทะเลที่ลอยอยู่ในผืนน้ำและถูกคลื่นพัดเข้ามาบริเวณชายฝั่ง กระจัดกระจายอยู่ตามพื้นที่ธรรมชาติ มันส่งผลเสียอะไรอีกบ้าง นอกเหนือจากสร้างความรกหูรกตาให้กับทัศนียภาพที่งดงาม ทำให้สัตว์ทะเลและนกที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งตายเป็นจำนวนมากเนื่องจากเข้าใจผิดคิดว่าเป็นอาหาร

เกาะยาวใหญ่

คำตอบหลากหลายจากเพื่อนร่วมทริปที่เราได้ฟังน่าวิตกกังวลกว่าที่คิด อย่างแรกคือการเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรค เพราะขยะก็ไม่ใช่ขยะประเภทเดียว มันมีเศษอาหารหมักหมมรวมกันกลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรค 

และเมื่อขยะพลาสติกแตกตัวเล็กลงเรื่อยๆ หลังถูกปล่อยออกสู่ธรรมชาติ มันจะค่อยๆสลายตัวเปลี่ยนเป็นไมโครพลาสติก ซึ่งหมายถึงพลาสติกที่มีขนาดเล็กกว่า 5 มิลลิเมตรจนถึงขนาดที่สายตามองไม่เห็น และยังคงคุณสมบัติความเป็นพลาสติกอยู่ครบถ้วนทุกประการแม้ขนาดจะเล็กลงก็ตาม 

เกาะยาวใหญ่

โลกหมุนไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ผู้คนใช้ชีวิตอย่างรีบเร่งเพื่อก้าวให้ทันเทคโนโลยี ด้วยวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัย และพลาสติกคือหนึ่งในสิ่งที่ทำให้ชีวิตมนุษย์สะดวกสบายขึ้น พลาสติกจึงไม่ใช่ตัวร้ายที่ทำลายโลกใบนี้ แต่เราต้องมีระบบการจัดการกับขยะพลาสติกอย่างถูกวิธี จะช่วยยืดอายุการใช้งานและลดปริมาณขยะที่จะปนเปื้อนสู่ธรรมชาติได้อย่างยั่งยืน

เกาะยาวใหญ่

ทุกวันนี้พบขยะในทะเลจำนวนมหาศาล 80เป็นขยะที่เกิดจากกิจกรรมบนบก และ 20มาจากกิจกรรมทางทะเล ข้อมูลจากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในปี 2560 พบว่าเฉพาะขยะจากจังหวัดชายฝั่งทะเล 23 จังหวัดมีปริมาณถึง 11 ล้านตัน

โดย 14% หรือ 1.5 ล้านตันต่อปีถูกนำไปกำจัดอย่างไม่ถูกต้อง 12% ของขยะที่ไม่ถูกจัดการอย่างถูกต้องเป็นขยะพลาสติก ซึ่งมีปริมาณสูงถึง 185,000 ตันต่อปี และมีสถิติที่น่าตกใจคือ 10 – 15% เป็นขยะพลาสติกที่เล็ดลอดลงสู่ทะเล หรือประมาณ 18,000 – 27,000 ตันต่อปี

และหลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า ปริมาณขยะในประเทศไทยในปี 2560 มีปริมาณมากถึง 27 ล้านตัน หากเทียบจำนวนประชากรกับประเทศขนาดใหญ่อื่นๆ นับว่าเราสร้างรอยเท้าขนาดใหญ่มหึมาให้กับระบบนิเวศ 

ตัวเลขเหล่านี้บอกอะไรกับเราบ้าง?

เหตุผลที่เราข้ามน้ำข้ามทะเลมาถึงเกาะยาวใหญ่ ไม่ใช่เพียงเพื่อมาเก็บขยะ แต่เราอยากสร้าง ‘ความเข้าใจ’ เพื่อนำไปสู่ ‘แรงบันดาลใจ’ ในการช่วยกันแก้ไขปัญหาวิกฤตสิ่งแวดล้อมนี้อย่างถูกจุด

เกาะยาวใหญ่

กระป๋องโลหะที่ดูเหมือนเป็นวัสดุชิ้นเดียว จริงๆ แล้วประกอบไปด้วยชิ้นส่วนหลากหลายประเภท ห่วงเปิดกระป๋องคือโลหะชนิดหนึ่ง ตัวกระป๋องก็อีกชนิดหนึ่ง แม้แต่ขวดน้ำที่เราดื่มกันทุกวันนี้ ฝาขวด ตัวขวด พลาสติกหุ้มฝาขวด หรือฉลาก ล้วนเป็นพลาสติกคนละชนิดกัน ซึ่งแน่นอนว่าไม่สามารถนำไปเข้าสู่กระบวนรีไซเคิลรวมกันได้

ดังนั้น การคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทางและนำไปเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลอย่างถูกวิธีตามประเภทที่แท้จริง จึงเป็นวิธีแก้ปัญหาจากต้นทางที่ส่งผลกระทบต่อธรรมชาติน้อยที่สุดแล้วในวันนี้ ขยะจะไม่ลอยข้ามมหาสมุทรมาไกลแสนไกลจนถึงหาดที่เรายืนอยู่นี้ เราทุกคนจะมีส่วนช่วยลดปริมาณขยะบนโลกใบนี้จากที่ใดก็ได้แม้แต่บ้านของเราเอง

ชาวบ้านหอบหิ้วปลาที่เพิ่งตกได้สดๆ ใหม่ๆ จากท้องทะเลมาปิ้งกินกันบริเวณชายหาดที่เรากำลังเก็บขยะกันอยู่ สะท้อนความอุดมสมบูรณ์ของเกาะแห่งนี้ได้เป็นอย่างดี แต่สิ่งที่น่ากังวลคือเราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าปลาจากท้องทะเลที่เรากินทุกวันนี้ พวกมันกลืนกินไมโครพลาสติกเข้าไปหรือเปล่า

เกาะยาวใหญ่

เกาะยาวใหญ่

ทั้งมนุษย์และสัตว์ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศ ไมโครพลาสติกที่ปนเปื้อนอยู่ในธรรมชาติจากขยะพลาสติกที่เราทิ้ง สุดท้ายผลกระทบเหล่านั้นก็จะวนกลับมาสู่มนุษย์ เพราะทุกชีวิตในห่วงโซ่อาหารตั้งแต่จุลินทรีย์ แพลงก์ตอน ไปจนถึง กุ้ง หอย ปู ปลา และมนุษย์ ล้วนเชื่อมโยงกันเป็นโครงข่ายชีวิตขนาดใหญ่

เกาะยาวใหญ่

04 แก้ปัญหาตั้งแต่ต้นทาง

หลักคิดสากลการจัดการขยะที่ถูกต้องเริ่มจากการใช้น้อย ใช้ซ้ำ และการนำกลับมาใช้ใหม่ หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า Reduce Reuse Recycle ซึ่งการจะทำให้เกิดการจัดการเหล่านั้นได้ ต้องเริ่มมาจากการคัดแยกขยะก่อนอย่างที่เราบอกไปข้างต้น

ทันทีที่คุณอ่านบทความนี้จบ และมีแรงบันดาลใจที่จะลุกขึ้นมาแยกขยะแบบเดียวกับพวกเราชาวทริป ‘มาหาสมุทร’ สิ่งแรกที่คุณต้องทำคือเริ่มต้นแยกวัสดุที่สามารถนำไปรีไซเคิลได้ออกจากขยะเศษอาหารอย่างเด็ดขาด

เช่น ขวดพลาสติก ขวดแก้ว กระป๋องอลูมิเนียม และกระดาษ ซึ่งถ้าเปียกน้ำหรือปนกับเศษอาหารก็จะไม่สามารถนำไปรีไซเคิลได้เลย หากไม่เหลือบ่ากว่าแรงจนเกินไป ลองมองหาร้านรับซื้อวัสดุรีไซเคิลใกล้บ้านที่คุณจะสามารถนำวัสดุเหล่านั้นไปส่งต่อเพื่อจัดการรีไซเคิลอย่างถูกวิธีต่อไป 

เกาะยาวใหญ่

บนหาดที่พวกเรายืนอยู่นี้เต็มไปด้วยขยะมากมายหลายประเภท พี่เปิ้ลค่อยๆ อธิบายวิธีการจำแนกขยะอย่างง่าย จำกลับไปจำแนกที่บ้านได้อย่างแน่นอนว่า

‘พลาสติก’ มี 2 ประเภท คือพลาสติกแบบใสและพลาสติกแบบขุ่น ขวดพลาสติกทึบมีสีอย่างขวดน้ำยาปรับผ้านุ่ม ขวดน้ำมันเครื่อง ล้วนอยู่ในจำพวกพลาสติกแบบขุ่น เสื้อ ‘มาหาสมุทร’ ที่ทุกคนใส่อยู่วันนั้นก็มาจากการรีไซเคิลขวดพลาสติกแบบใสหรือ PET ออกมาเป็นเส้นใยโพลีเอสเตอร์ ผลิตภัณฑ์จากพลาสติกฉีดสีทุกชนิดที่เราใช้งานอยู่ทุกวันนี้ อย่างกะละมัง เก้าอี้ ต่างมีวัสดุตั้งต้นเป็นพลาสติกที่ผ่านกระบวนการรีไซเคิลมาแล้วทั้งสิ้น

เกาะยาวใหญ่

ฝาขวดน้ำ ฝาขวดนม ไปจนถึงหลอดพลาสติก หลอดชานมไข่มุก คือพลาสติกประเภทเดียวกับขวดขุ่น ซึ่งยากต่อการจัดเก็บ จึงเล็ดรอดไปสู่ทะเล มหาสมุทร ได้ง่าย

บนหาดเรายังเจอโฟมจำนวนมาก ตั้งแต่ชิ้นใหญ่ไปจนถึงเล็ก โฟมบอร์ดที่ยังคงสภาพดี สามารถนำมารีไซเคิลกลับเป็นโฟมแผ่นใหม่ได้ไม่ยากเย็นนัก แต่โฟมที่แช่น้ำทะเลจนเปื่อยยุ่ยกลายเป็นเศษชิ้นเล็กชิ้นน้อยแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะนำกลับมารีไซเคิล

หนังยางที่ใช้รัดถุงแกงเราสามารถนำกลับมาใช้ได้ซ้ำแล้วซ้ำอีก ทุกครั้งที่ได้รับมาใหม่ ล้างทำความสะอาดแล้วเก็บไว้ใช้ หรือถ้ามีจำนวนมากเก็บสะสมไว้ที่บ้านอยู่แล้ว ลองนำไปให้แม่ค้าร้านข้าวแกงแถวบ้านใช้ต่อ เราเชื่อว่าแหล่าแม่ค้ายินดีรับน้ำใจที่จะช่วยโลกใบนี้อย่างแน่นอน

เกาะยาวใหญ่

เกาะยาวใหญ่

บรรจุภัณฑ์ประเภท ‘แก้ว’ มี 2 ประเภท คือแก้วสีและแก้วใส

‘กระป๋อง’ เครื่องดื่มและอาหารก็มี 2 ประเภท คือกระป๋องสังกะสีและกระป๋องอะลูมิเนียม พี่เปิ้ลแอบบอกเคล็ดลับจากจำแนกอย่างง่ายว่าให้มองที่ก้นกระป๋อง กระป๋องเครื่องดื่มบางชนิดถ้าเป็นสีขาวคือกระป๋องสังกะสี แยกให้ดี เพราะมีกระบวนการรีไซเคิลแตกต่างกัน

และสุดท้ายคือ ‘กระดาษ’ 

คนบนเกาะยาวใหญ่เองก็กำลังหาทางออกที่ดีที่สุด ในการจัดการขยะแต่ละประเภทอยู่เช่นกัน ขยะอินทรีย์ไม่ใช่ปัญหาหลัก เพราะนำไปเป็นอาหารสัตว์ ฝังกลบและนำไปทำปุ๋ยอินทรีย์ ขยะอันตรายก็มีการรวบรวมจัดเก็บโดยมีเทศบาลตำบลเกาะยาวใหญ่เป็นจุดรับ

เกาะยาวใหญ่

เกาะยาวใหญ่

ตอนนี้ชุมชนมีการคัดแยกขยะ เราเห็นถุงอวนตาข่ายใส่ขวดพลาสติกวางคู่กับถังขยะเป็นระยะ พี่เปิ้ลบอกว่า ขวดพลาสติกเหล่านี้ต้องขนออกจากเกาะไปเข้ากระบวนการรีไซเคิลเท่านั้น ซึ่งต้องเป็นขวดพลาสติกที่สะอาด เพราะถ้ามีน้ำ เศษขยะ หรือเศษทราย อยู่ข้างใน การขนขวดเหล่านี้ออกจากเกาะไปแสนไกลสู่โรงงานรีไซเคิลจะไม่มีผลอะไรเลย เนื่องจากไม่ถูกรับซื้อ

เมื่อเราและคนรอบตัวเริ่มแยกขยะ คนในครอบครัวร่วมมือกันทำ ทุกชุมชนมีระบบการจัดการขยะที่ถูกต้องเหมาะสม มันจะทำให้ปริมาณขยะจากต้นทางไปปลายทางน้อยลง ป้องกันการเล็ดรอดของขยะเหล่านั้นลงสู่ท้องทะเล และสารพิษปนเปื้อนเหล่านั้นก็จะไม่ย้อนกลับมาทำร้ายมนุษย์

เกาะยาวใหญ่

05 ในน้ำมีปลา ในอาหารมีชีวิต

ค่ำคืนสุดท้ายบนเกาะยาวใหญ่ เรานั่งลงเรียนรู้เรื่องทะเลผ่าน ‘ความรู้กินได้’ ในสไตล์ Chef’s Table

เกาะยาวใหญ่

หัวหน้าทีมมื้อนี้คือ อุ้ม-คณพร จันทร์เจิดศักดิ์ แห่งร้านตรัง โคอิ เชฟอุ้มไปเลือกสรรวัตถุดิบจากท้องทะเลด้วยตัวเอง เป็นวัตถุดิบท้องถิ่นที่หยิบมาพลิกแพลงด้วยวิธีการปรุงที่หลากหลาย จนกลายเป็นเซ็ตอาหารมื้อค่ำสุดพิเศษที่น่าสนใจทั้งรสชาติและเรื่องราว

เกาะยาวใหญ่

เริ่มจาก Welcome Drink เครื่องดื่มล้างรสชาติที่ติดค้างอยู่ในปากเรามาตลอดทั้งวัน ก่อนจะเข้าสู่เมนูอาหาร อย่าง Mojito มะพร้าวอ่อน รสชาติกลมกล่อมที่ให้ความสดชื่นตั้งแต่จิบแรกมาจากการผสมกันของน้ำมะพร้าวอ่อน, น้ำตะไคร้ และน้ำดอกดาหลา ซึ่งเป็นไม้ดอกท้องถิ่นทางภาคใต้ชนิดหนึ่งที่ชาวบ้านนิยมปลูก เพราะดอกจากความสวยงามแล้ว สามารถนำหน่ออ่อนและดอกมาใช้ประกอบอาหารได้

เกาะยาวใหญ่

ตามมาด้วยหอยนางรม ท็อปด้วยซอร์เบต์ดอกดาหลาและผิวมะนาว เชฟอุ้มอธิบายว่า เสน่ห์ของหอยนางรมคือความหวาน ดังนั้น ควรรับประทานสดเพื่อคงรสชาติวัตถุดิบเอาไว้ให้มากที่สุด ความเปรี้ยวของดอกดาหลาและความฝาดเล็กๆ ของผิวมะนาว เข้ากันได้ดีมากกับผิวสัมผัสหนึบหนับของหอยนางรมสด

เกาะยาวใหญ่ เกาะยาวใหญ่

อีกจานที่พิเศษมากคือ เมนูหอยชักตีนซอสตะไคร้ ลูกหอยชักตีนที่พวกเรามีโอกาสปล่อยลงสู่ท้องทะเลเมื่อวันก่อน หลายเดือนต่อมาจะเติบโตเต็มวัยและสามารถจับมาปรุงอาหารได้ โดยไม่เสียสมดุลประชากรของหอยชักตีนตามธรรมชาติ ซอสตะไคร้รสชาติหวานมันเพราะมีส่วนผสมของมะม่วงหิมพานต์ พืชยืนต้นที่ชาวบ้านบนเกาะยาวใหญ่นิยมปลูกเป็นอาชีพเสริม

เกาะยาวใหญ่

เนื้อปลาเก๋าชิ้นโตเสิร์ฟพร้อมอาจาดแตงกวาที่ดองในน้ำส้มสายชูจากสับปะรด ผลไม้พื้นเมืองของจังหวัดภูเก็ต

เชฟอุ้มเล่าว่า ทุกเมนูที่ตั้งใจปรุงในคืนนี้จะมีรสชาติอมเปรี้ยว เพราะวัตถุดิบหลักคือสัตว์ทะเลซึ่งมีความหวานและกลิ่นเฉพาะตัว รสเปรี้ยวจะช่วยกลบกลิ่นคาวและลดความเลี่ยน รวมถึงช่วยลดอุณหภูมิและความชื้นในร่างกาย เพราะภาคใต้มีสภาพอากาศร้อนชื้น

เกาะยาวใหญ่

ไอศครีมกะทิสดเสิร์ฟพร้อมขนมบ้าบิ่น ขนมพื้นถิ่นขึ้นชื่อของเกาะยาวใหญ่ เชฟอุ้มตั้งใจโรยหน้าด้วยเนื้อมะพร้าวและลูกหยี ผลไม้พื้นเมืองอีกชนิดของภาคใต้ เพื่อบาลานซ์ให้ขนมหวานจานนี้มีรสชาติอมเปรี้ยว

เนื้อมะพร้าวที่ใช้ในเมนูนี้เป็นลูกเดียวกับน้ำมะพร้าวที่ใช้ทำ Welcome Drink ด้วย ถือเป็นการทำอาหารแบบ Zero-waste ไม่มีวัตถุดิบเหลือใช้ และขอบอกเลยว่าอร่อยมาก

เชฟอุ้มกล่าวทิ้งท้ายก่อนจะปล่อยให้เราเพลิดเพลินกับอาหารและบรรยากาศดีต่อใจว่า “ชีวภาพทางทะเล ถ้ามันมีความสมบูรณ์ สุดท้ายมันก็มีความสมบูรณ์ คืนชีวิตชีวาให้เรา ถ้าเขามีชีวิตที่ดี เราก็จะมีชีวิตที่ดี มาเที่ยวทะเลก็อย่าทำลายเขา แล้วเขาก็จะไม่ทำร้ายเราเหมือนกัน”

06 สองมือเล็กๆ ของเรา

ตลอดทั้งทริป ‘มาหาสมุทร’ เราได้พบเรื่องราวน่าทึ่งมากมายของธรรมชาติยิ่งใหญ่ที่โอบกอดมนุษย์ตัวเล็กๆ เอาไว้ และในขณะเดียวกัน เราก็ได้สัมผัสกับปัญหา ‘ขยะพลาสติก’ ปัญหาระดับโลกที่เกิดขึ้นจากสองมือเล็กๆ ของมนุษย์

ดังนั้น หนทางแก้ไขจึงต้องมาจากสองมือของทุกคน ไม่ใช่แค่ใครหรือองค์กรใดองค์กรหนึ่ง 

พี่ธนูบอกว่า การดูแลมหาสมุทรก็เหมือนการดูแลรักษาบ้านของพวกเรา ท้องทะเลไม่มีเขตกั้น ไม่ว่าจะเป็นคนเกาะยาว คนภูเก็ต คนพังงา คนกรุงเทพฯ คนเชียงใหม่ คนขอนแก่น ถ้าเราคิดว่าทะเลเป็นของเรา เราจะช่วยกันทะนุถนอม ดูแลรักษา และปกป้อง บ้านของเรา

เกาะยาวใหญ่

เกาะยาวใหญ่

ทุกครั้งที่เราปฏิเสธการรับหลอดหรือถุงพลาสติก แยกขยะเพื่อนำขวดพลาสติกไปรีไซเคิล หรือพยายามใช้ถุงพลาสติกซ้ำแทนการใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง ก็ถือเป็นการร่วมแก้ปัญหาและสร้างการเปลี่ยนแปลงโดยเริ่มต้นที่ตัวเองแล้ว

พี่เปิ้ลเล่าว่า ที่เกาะยาวใหญ่ทุกคนได้รับผลกระทบจากปัญหาขยะ จากที่ไม่เคยพูดคุยกัน ตอนนี้ชุมชนหันมาร่วมมือกัน เทศบาลลุกขึ้นมาจริงจังกับเรื่องนี้ ตอนนี้ IUCN ร่วมมือกับภาคเอกชนในการเข้ามาสนับสนุนการทำงานของภาคประชาชน และองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นด้านการบริหารจัดการขยะ

เกาะยาวใหญ่

ภาคเอกชนที่ว่าคือ โคคา-โคลาประเทศไทย ได้ประกาศวิสัยทัศน์ระดับโลก World without Waste เมื่อต้นปีที่ผ่านมา โดยตั้งเป้าตามเก็บบรรจุภัณฑ์ของโคคา-โคลา และใช้บรรจุภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของวัสดุรีไซเคิลไม่น้อยกว่า 50% ภายในปี 2573 พัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ภายในปี 2568 และประสานความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ เพื่อส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่สะอาดปราศจากขยะมูลฝอยทั้งบนพื้นดินและในทะเล

โคคาโคลา ตั้งใจแก้ไขปัญหา ‘ขยะพลาสติก’ โดยเริ่มจากการทำงานวิจัยร่วมกับผู้เชี่ยวชาญเรื่องของ ‘ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน’ ในการทำความเข้าใจกับปัญหาขยะในประเทศ และระบบจัดการบริหารขยะปัจจุบันอย่างลึกซึ้ง

เป็นงานวิจัยที่ว่าด้วยเรื่องการศึกษาวิเคราะห์เส้นทางของบรรจุภัณฑ์ขวดพลาสติกและกระป๋องอะลูมิเนียมในประเทศไทย (Material Flow Analysis) เริ่มตั้งแต่การผลิต และเมื่อถูกส่งต่อไปถึงมือผู้บริโภคแล้วมันเดินทางไปที่ไหนต่อ ทำการศึกษาเพื่อจะได้รู้ที่อยู่ของปัญหา และตามไปแก้ไขจัดการให้ถูกจุด

เกาะยาวใหญ่

ตอนนี้โคคา-โคลา IUCN และชุมชนบนเกาะยาวใหญ่ กำลังร่วมมือกันเสริมสร้างความตระหนัก และพัฒนาศักยภาพด้านการจัดการขยะในชุมชนบนพื้นที่เกาะยาวใหญ่ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

รวมถึงสนับสนุนการจัดการกิจกรรมการท่องเที่ยวที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ที่จะเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ให้บุคคลภายนอกได้รับทราบถึงความพยายามของคนในชุมชน ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาขยะในระดับชุมชน

เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรมระดับบุคคล และการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายด้านการจัดการขยะพลาสติกทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศต่อไป

เกาะยาวใหญ่

พี่เอ็ด-นันทิวัต ธรรมหทัย ผู้อำนวยการองค์กรสัมพันธ์และการสื่อสาร โคคา-โคลา ประเทศไทย เล่าให้ฟังว่า ในการผลิตเครื่องดื่มให้ถึงมือผู้บริโภคอย่างปลอดภัย และถูกสุขอนามัย โค้กจำเป็นต้องใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกด้วยนอกเหนือจากขวดแก้วและกระป๋องอะลูมิเนียม

โค้กตระหนักดีว่าบรรจุภัณฑ์พวกนี้ ถ้าไม่ได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม คนทิ้งไปแล้วไม่ได้มีการจัดการแยกขยะเพื่อนำไปสู่กระบวนการรีไซเคิล มันก็จะกลายเป็นขยะที่ตกค้างอยู่ในสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะอยู่ในหลุมฝังกลบ หรือแม้แต่การเล็ดลอดไปสู่ลำคลอง แม่น้ำ และในที่สุดในท้องทะเลที่เห็นกับตาในทริปครั้งนี้

จึงเป็นที่มาของโครงการสร้างความตระหนักด้านการจัดการขยะในชุมชมบนเกาะยาวใหญ่ และทริป มาหาสมุทรในครั้งนี้ เพราะโค้กรู้ดีว่าไม่เฉพาะชุมชนริมทะเลเท่านั้นที่ต้องจัดการกับปัญหาขยะพลาสติกในมหาสมุทร แต่คนต้นทางผู้ผลิตขยะจำนวนมหาศาลจากในเมืองอย่างพวกเราด้วย ที่จะต้องร่วมไม้ร่วมมือกันแก้ไขปัญหานี้ไปได้อย่างยั่งยืน

ทริป ‘มาหาสมุทร’ ประกอบด้วยคนหลากหลาย ตั้งแต่นักศึกษา นักวิชาการ นักสิ่งแวดล้อม ผู้ดูแลโรงงานแหอวน จนถึงเจ้าของร้านน้ำยาแบ่งขาย ทุกคนมีพื้นเพที่ต่างกัน และก็มีความคาดหวังที่หอบหิ้วข้ามน้ำข้ามทะเลมาต่างกันด้วย 

แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนมีเหมือนกันหลังจากที่เราร่วมทำความรู้จักทะเลอย่างใกล้ชิดมาตลอดทั้งทริป นั่นคือ ‘ความเข้าใจ’ ที่นำไปสู่ ‘แรงบันดาลใจ’ ในการเห็นปัญหาขยะพลาสติกในท้องทะเลได้รับการแก้ไข

ประสบการณ์และการเรียนรู้ที่เราได้รับบนเกาะยาวใหญ่ อาจเป็นเพียงสิ่งเล็กๆ ของคนไม่กี่สิบคน แต่เราเชื่อมั่นว่าจุดเริ่มต้นเล็กๆ นี้จะค่อยๆ ขยายวงกว้างออกไปยังคนอีกมากมายในสังคมและกลายเป็นพลังที่ขับเคลื่อนให้โลกใบนี้ดีขึ้นกว่าเดิม

เกาะยาวใหญ่

Writer

มิ่งขวัญ รัตนคช

อดีต Urban Designer ผู้รักการเดินทางสำรวจโลกกว้าง สนใจงานออกแบบเชิงพฤติกรรมมนุษย์ และยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ เชื่อว่าทุกการเปลี่ยนแปลงเริ่มต้นจากน้ำหยดเล็กที่ไหลมารวมกัน

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Earth Appreciation

ชวนคนเมืองออกไปรู้จักและรื่นรมย์กับธรรมชาติรอบตัว ด้วยเนื้อหาย่อยง่ายแบบบทเรียน 101

ต้นไม้ทุกต้นมีเรื่องเล่า ยิ่งเราได้รู้จักต้นไม้เหล่านั้นมากขึ้น เราก็จะยิ่งสัมผัสความงามที่ซ่อนอยู่ได้มากขึ้น

ที่ผ่านมา เราอาจสัมผัสกับความสวยงามของสวนผ่านทัศนียภาพ แสงแดดสะท้อนผืนน้ำ ท้องฟ้ายามเย็น หรือฟอร์มของต้นไม้ใหญ่ แต่ในวันนี้เราจะชวนทุกคนมาสัมผัสความสวยงามของสวนในมุมที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เป็นความงามที่ซ่อนอยู่ในรายละเอียด

จากต้นไม้ที่เราเคยเดินผ่าน วันนี้เราจะเดินช้าลง สังเกตพวกเขาให้มากขึ้น ไปแอบพลิกดูลวดลายด้านใต้ใบไม้ สังเกตสีสันบนกลีบดอก แอบดูเกสรเล็ก ๆ ที่หลบซ่อน และเรียนรู้เรื่องราวสนุก ๆ เกี่ยวกับพืชพรรณแต่ละชนิด โดยมี ผศ.ดร.สาโรจน์ รุจิสรรค์สกุล อาจารย์ภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และ อาจารย์บีน-วิชัย อัยกูล นักพฤกษศาสตร์ เป็นผู้นำทาง

เรื่องเล่าจากพรรณพืช ประโยชน์ของวัชพืช ชีวิตใต้น้ำ และฟังก์ชันความรกในสวนเบญจกิติ

การเดินทางครั้งนี้คือครั้งที่ 2 ของกิจกรรมพิเศษ 5 ครั้งที่ The Cloud ร่วมกับสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ OKMD ในการชวนคนเมืองมาเรียนรู้ธรรมชาติผ่านสวนเบญจกิติ จากที่เราได้เรียนรู้แนวคิดการออกแบบสวนและระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำในครั้งก่อนไปแล้ว คราวนี้เราจะไปเรียนรู้เรื่องพืชพรรณในสวนกัน

เดินผ่านต้นไม้ที่เคยคุ้น ในมุมมองใหม่

ก่อนที่เราจะเข้าไปชมสวนเบญจกิติเฟสใหม่ สองนักพฤกษศาสตร์ได้พาเราเดินดูต้นไม้ในสวนด้านนอกกันก่อน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นไม้ยืนต้นที่เราคุ้นเคยกัน เช่น ทองอุไร ประดู่ เสลา แต่วันนี้เราจะได้รู้จักต้นไม้เหล่านั้นในมุมที่ต่างออกไป

อาจารย์บีนเริ่มต้นด้วยการหยิบดอกไม้สีแดงที่เตรียมไว้มาให้เราดู หลายคนจำได้ว่านั่นคือดอกหางนกยูง แต่เขาก็ชวนให้สังเกตสิ่งที่หลายคนไม่เคยมองเห็นมาก่อน นั่นคือกลีบดอกหนึ่งที่มีขนาดใหญ่กว่าเพื่อน และมีสีสันที่แตกต่างโดดเด่นออกมา

“แมลงหลายชนิดมองเห็นสีในช่วงที่ต่างจากเรา สีที่โดดเด่นออกมาตรงนี้จะเป็นสิ่งที่เตะตาแมลง และเป็นการบอกตำแหน่งให้เขาลงเกาะ” เรานึกถึงแสงไฟบนรันเวย์ที่นักบินใช้เป็นจุดสังเกตเพื่อลงจอดยามค่ำคืน สีสันบนกลีบดอกนี้ก็คงทำหน้าที่แบบเดียวกัน

“ความพิเศษของตำแหน่งนี้ก็คือ เมื่อเกาะแล้ว เกสรตัวผู้จะห้อยลงมาแปะที่หน้าแมลงพอดี พอแมลงตัวนั้นบินไปตอมดอกอื่น มันก็จะพาเกสรนั้นไปด้วย ข้อดีของการผสมข้ามดอกคือทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนยีน สร้างพันธุกรรมที่หลากหลาย ทำให้อยู่รอดได้ดีกว่า ดอกไม้หลายชนิดก็เลยมีกลไกเพื่อป้องกันการผสมเกสรในดอกเดียวกัน เช่น เกสรตัวผู้กับตัวเมียยาวไม่เท่ากัน หรือฟังก์ชันไม่พร้อมกัน” อาจารย์บีนเล่าความรู้แรกที่ทำให้เรารู้สึกว้าวในความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ

ส่วนทาง ดร.สาโรจน์ ก็พาผู้ร่วมทริปมาหยุดที่ต้นทองอุไร ต้นไม้ดอกสีเหลืองที่เราเห็นกันบ่อยตามข้างทาง พร้อมเล่าว่า ต้นนี้เป็นญาติในวงศ์เดียวกับต้นชมพูพันธุ์ทิพย์และเหลืองปรีดียาธร

เรื่องเล่าจากพรรณพืช ประโยชน์ของวัชพืช ชีวิตใต้น้ำ และฟังก์ชันความรกในสวนเบญจกิติ

“ในบรรดาต้นไม้ในเมือง จะมีอยู่ 2 วงศ์ที่เราเจอได้บ่อยมาก หนึ่งคือวงศ์ชมพูพันธุ์ทิพย์ จุดเด่นของวงศ์นี้คือ ดอกฟู ออกดอกเยอะ กลีบดอกเชื่อมกัน ถ้าสังเกตดอกที่ร่วงลงมา จะเห็นว่ามันร่วงมาทั้งดอก ไม่ได้แยกเป็นกลีบ ส่วนอีกวงศ์คือวงศ์ถั่ว เช่น ประดู่ มะขาม จามจุรี หางนกยูง พวกนี้เป็นใบประกอบ หนึ่งข้อมีหลายใบ กลีบดอกไม่เชื่อมกัน เวลาดอกร่วงก็จะร่วงเป็นกลีบ ๆ” เขาเล่าถึงจุดสังเกตเล็ก ๆ ที่อาจทำให้เราสนุกกับการดูดอกไม้ข้างทางมากขึ้น

“จะสังเกตว่าสวนในกรุงเทพฯ หลายแห่ง ต้นไม้ส่วนใหญ่จะเป็นไม้นอก ผมคิดว่าเหตุผลน่าจะเป็นเพราะในไทยมีป่าหลัก ๆ อยู่ 2 แบบ หนึ่งคือป่าผลัดใบ ซึ่งฤดูแล้งใบจะร่วง ถ้าเลือกต้นไม้พวกนี้มาปลูกก็อาจทำให้สวนดูไม่ร่มรื่น ส่วนป่าอีกแบบคือป่าดิบชื้น ซึ่งต้นไม้ในป่าแบบนี้เพาะยากมาก ก็เลยน่าจะเป็นเหตุผลที่เขามักเลือกไม้นอกมาปลูก” ดร.สาโรจน์ อธิบายเหตุผลที่ทำให้เราร้องอ๋อ

อย่างไรก็ตาม ต้นไม้ไทย ๆ ในสวนนี้ก็มีให้เห็นบ้าง เช่น ต้นพิกุล ซึ่งเป็นไม้ที่มีใบทึบและทรงสวย ต้นข่อย ที่จุดเด่นคือใบสาก รวมถึงต้นไม้ในกลุ่มอินทนิล ตะแบก เสลา ที่มีดอกสีม่วง ไปจนถึงพืชเกาะอย่างเฟินข้าหลวงหลังลาย ที่เขาชวนว่า หากใครมีลูกเล็ก ๆ ก็ลองให้ลูกพลิกดูด้านใต้ใบและลองสัมผัส จะรู้สึกเหมือนมีฝุ่น ๆ เต็มไปหมด นั่นก็คือสปอร์ของเฟิน

เรื่องเล่าจากพรรณพืช ประโยชน์ของวัชพืช ชีวิตใต้น้ำ และฟังก์ชันความรกในสวนเบญจกิติ
เรื่องเล่าจากพรรณพืช ประโยชน์ของวัชพืช ชีวิตใต้น้ำ และฟังก์ชันความรกในสวนเบญจกิติ

“ความสนุกอย่างหนึ่งของการเดินสวนในเขตร้อนคือ เรามักจะเจอของประหลาดที่ในเขตอบอุ่นไม่เจอ บางครั้งเราอาจเดินผ่านมันทุกวันแต่ไม่เคยสังเกต” อาจารย์เกริ่นชวนให้เราสงสัย แล้วชี้ให้ดูกิ่งหนึ่งที่ย้อยลงมาจากต้นเสลา พร้อมเฉลยว่า นี่คือกาฝาก ทำเอาบางคนอุทานว่า ถ้าไม่บอกก็นึกว่าเป็นต้นเดียวกัน

“ถ้ามองดี ๆ ตรงกิ่งนั้น จะเห็นจุดหนึ่งที่มันบวม ๆ น่าจะเป็นจุดที่นกมาขี้เอาไว้ แล้วเมล็ดกาฝากในขี้นกก็งอกออกมาจากตรงนั้น”

เรื่องเล่าจากพรรณพืช ประโยชน์ของวัชพืช ชีวิตใต้น้ำ และฟังก์ชันความรกในสวนเบญจกิติ

มีคนสงสัยว่า ถ้าเราเจอกาฝากในสวนของเราควรตัดทิ้งหรือไม่ ดร.สาโรจน์ ก็ตอบว่า หากมองในมุมการจัดสวนเพื่อความสวยงาม เป็นระเบียบ ก็อาจต้องตัดออก แต่ถ้าเป็นสวนเพื่อสร้างความหลากหลายทางชีวภาพ ก็แนะนำให้เก็บเอาไว้ เพราะพลังงานที่กาฝากแย่งจากต้นหลักไม่ได้มากถึงขนาดที่ทำให้ต้นแม่ตาย อีกทั้งผลกาฝากยังเป็นอาหารให้นกบางชนิดได้ด้วย

เราเดินต่อกันมาอีกไม่กี่ก้าว ก็เจอกับต้นไม้ที่โด่งดังในฐานะไม้ประดับในช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมา แต่จริง ๆ แล้วในธรรมชาติ พืชกลุ่มนี้คือไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ – เรากำลังพูดถึงต้นไม้ในกลุ่ม ‘โพธิ์ ไทร ไกร กร่าง’

เรื่องเล่าจากพรรณพืช ประโยชน์ของวัชพืช ชีวิตใต้น้ำ และฟังก์ชันความรกในสวนเบญจกิติ

“ต้นนี้น่าจะเป็นต้นกร่าง ความน่าสนใจของพืชกลุ่มนี้คือ มันวิวัฒนาการมาร่วมกับสัตว์ชนิดหนึ่งโดยเฉพาะ นั่นคือ ต่อไทร หรือ fig wasp ที่ทำหน้าที่ผสมเกสรให้ไทร โดยช่อดอกของไทรซ่อนอยู่ในสิ่งที่ดูคล้ายผลกลม ๆ มีรูเล็ก ๆ ให้ต่อไทรมุดเข้าไปผสมเกสรข้างใน ถ้าเราลองแกะสิ่งที่ดูคล้ายลูกไทรนั้นออกมา จะเห็นแมลงเล็ก ๆ ข้างในเต็มเลย”

ชื่อ ‘ต่อไทร’ นี้อาจทำให้หลายคนกลัว แต่จริง ๆ แล้วต่อไทรไม่เป็นอันตราย และเป็นแมลงคนละกลุ่มกับต่อแตนที่มีเหล็กใน ซึ่งต่อไทรแต่ละชนิดก็จะผสมเกสรให้ไทรเฉพาะชนิด จำเพาะเจาะจงกันเหมือนแม่กุญแจกับลูกกุญแจ ซึ่งเมื่อดอกไทรได้รับการผสมเกสรแล้ว ก็จะกลายเป็นผลไทรสุกที่สัตว์นานาชนิดโปรดปราน ว่ากันว่าเมื่อใดที่ลูกไทรในป่าสุก ปาร์ตี้ของผืนป่าจะเริ่มต้นขึ้น

“ถ้าเราไปเที่ยวป่า อาจเคยเห็นป้ายสื่อความหมายที่บอกว่า ไทรคือ ‘นักบุญของผืนป่า นักฆ่าแห่งพงไพร’ ซึ่งฉายานักบุญของผืนป่าก็มาจากการที่ผลของมันเป็นอาหารให้สัตว์หลายชนิด เช่น นก ลิง ชะนี เวลาเดินป่าแล้วเจอไทรสุกจะโชคดีมาก จะเห็นสัตว์เต็มเลย แต่ที่บอกเป็นนักฆ่าแห่งพงไพร ก็เพราะว่าหลายครั้งเมล็ดไทรจะมากับขี้นกที่ไปขี้ไว้บนกิ่งไม้ เมล็ดไทรจะงอกรากมาจากตรงนั้น แล้วพอรากลงมาถึงดินเมื่อไหร่ก็จะโตไวมาก แล้วมันก็จะพันล้อมต้นแม่จนตาย ทำให้บางทีเราจะเห็นด้านในของต้นไทรกลวง ก็คือต้นเดิมที่ตายไป”

ส่วนต้นโพธิ์ที่เราเห็นบ่อย ๆ ก็อยู่ในกลุ่มไทรเช่นกัน โดยในกรุงเทพฯ จะเจอโพธิ์ได้ 2 ชนิดหลักคือ โพธิ์ขี้นก และ โพธิ์ศรีมหาโพธิ ซึ่งชนิดหลังมีจุดเด่นคือที่ปลายใบจะมีติ่งยาวออกมา ชื่อวิทยาศาสตร์คือ Ficus religiosa ที่มาจากคำว่า Religion

นอกจากไม้ยืนต้นแล้ว เราก็ได้ทำความรู้จักกับดอกไม้อีกหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นดอกเอื้องหมายนา ดอกไม้ช่อดอกสีแดงที่ใบประดับเรียงซ้อนกันเป็นแท่ง หรือดอกประทัดไต้หวัน ดอกไม้สีส้มขนาดเล็ก หน้าตาเหมือนประทัดตามชื่อ

เรื่องเล่าจากพรรณพืช ประโยชน์ของวัชพืช ชีวิตใต้น้ำ และฟังก์ชันความรกในสวนเบญจกิติ
เรื่องเล่าจากพรรณพืช ประโยชน์ของวัชพืช ชีวิตใต้น้ำ และฟังก์ชันความรกในสวนเบญจกิติ

“อย่างต้นนี้คือพลับพลึงตีนเป็ด ถ้าช่วงออกดอกจะมีชันโรงมาตอมเยอะมาก อันนี้คือหนึ่งในแมลงที่อยากให้ทุกคนรู้จักและไม่กลัวมัน มันคือผึ้งตัวน้อย ๆ ที่ไม่มีเหล็กในและไม่เป็นอันตราย” ดร.สาโรจน์ เล่าถึงแมลงที่สำคัญอีกชนิดของโลก

“ดอกไม้แต่ละชนิดก็เหมาะกับสัตว์กินน้ำหวานต่างชนิดกัน อย่างผึ้งนี่จะเข้าดอกไม้กินน้ำหวานจากดอกไม้หลายชนิด ขอแค่ท่อน้ำหวานไม่ลึกเกินไป ส่วนผีเสื้อชอบดอกไม้ที่ลักษณะเป็นหลอด ๆ เพราะลิ้นเขายาว ส่วนนกชอบดอกที่มีสีสด เช่น สีแดง สีเหลือง และมีก้านแข็ง ๆ ให้มันเกาะ”

เมื่อเดินผ่านประตูเข้ามาสู่โซนสวนเฟสใหม่ ดอกไม้ชนิดแรกที่โดดเด่นอยู่ตรงคูกลางถนนก็คือดอกในสกุล เฮลิโคเนีย พืชจากทวีปอเมริกาที่หน้าตาคล้ายดอกปักษาสวรรค์ แต่จริง ๆ แล้วอยู่คนละวงศ์กัน ซึ่งเรื่องราวของดอกนี้ก็น่าสนใจไม่แพ้ชนิดอื่น ๆ

เรื่องเล่าจากพรรณพืช ประโยชน์ของวัชพืช ชีวิตใต้น้ำ และฟังก์ชันความรกในสวนเบญจกิติ

“ดอกไม้ในสกุลเฮลิโคเนียเป็นดอกไม้ที่วิวัฒนาการมาคู่กับนกกินน้ำหวานของที่นั่นโดยเฉพาะ คือพวกฮัมมิงเบิร์ด เพราะตัวดอกแต่ละชนิดจะโค้งต่างกัน ซึ่งฟิตพอดีกับปากนกชนิดที่เป็นตัวผสมเกสรของมันพอดี” ดร.สาโรจน์ เล่าถึงความมหัศจรรย์และความซับซ้อนของธรรมชาติ ซึ่งแม้ในเมืองไทยไม่มีฮัมมิงเบิร์ด แต่เราก็มีนกกินน้ำหวานสีสวยอย่างนกกินปลี ทำหน้าที่ผสมเกสรให้ดอกไม้ไทยหลายชนิดเช่นกัน

“วันนี้สิ่งที่อยากให้ทุกคนได้กลับไป ก็คือคำว่า ‘ความหลากหลายทางชีวภาพ’ ยิ่งเรารักษาความหลากหลายไว้มากเท่าไหร่ ลูกหลานของเราก็จะยิ่งมีอะไรให้ดูมากขึ้น ธรรมชาติก็จะสมบูรณ์ การเรียนรู้ธรรมชาติก็จะสนุกขึ้น”

รู้จักพืชข้างทางที่เราเคยเดินผ่านเลยไป

เมื่อเราเข้ามาสู่สวนเฟสใหม่ ความแตกต่างอย่างแรกที่เห็นเด่นชัดก็คือพื้นหญ้าข้างทาง จากที่เป็นหญ้าชนิดเดียวเตียนเรียบ ก็กลายเป็นพื้นที่ที่มีพืชหลายชนิดขึ้นปะปนกัน

เรื่องเล่าจากพรรณพืช ประโยชน์ของวัชพืช ชีวิตใต้น้ำ และฟังก์ชันความรกในสวนเบญจกิติ

ดร.สาโรจน์ ชวนเราก้มลงสำรวจ พร้อมบอกว่า หากนับดูก็ไม่น่าจะต่ำกว่า 20 ชนิด พร้อมแนะนำให้เรารู้จักชนิดที่เห็นบ่อย ๆ อย่างเช่น หญ้าปากควาย ที่ช่อดอกตรงปลายสุดแตกออกเป็นแฉก หญ้าลิ้นงู ที่คล้ายดอกเข็มเวอร์ชันย่อส่วน ลูกใต้ใบ ที่เป็นใบประกอบเล็ก ๆ มีลูกกลม ๆ เรียงตัวกันอยู่ด้านใต้ตามแนวก้านใบ รวมถึงผักเสี้ยนผี ที่เป็นญาติกับผักเสี้ยนฝรั่งที่มักเป็นไม้ประดับตามเกาะกลางถนน

“ส่วนต้นนี้เป็นต้นที่เราเดินผ่านกันทุกวัน ต่อไปเวลาเดินตามฟุตพาท อยากให้ลองสังเกตตามพื้น เชื่อว่าภายใน 10 นาทีต้องเจอต้นนี้ มันคือต้นน้ำนมราชสีห์ ถ้าหักจะมีน้ำยางสีขาวไหลออกมา อยู่ในกลุ่มเดียวกับโป๊ยเซียน”

เรื่องเล่าจากพรรณพืช ประโยชน์ของวัชพืช ชีวิตใต้น้ำ และฟังก์ชันความรกในสวนเบญจกิติ

ลักษณะของต้นนี้นั้นคุ้นตา ใบเป็นขน ๆ ก้านสีแดง ช่อดอกเป็นกระจุกกลม ๆ ส่วนอีกต้นหนึ่ง คนในวัย 30 ขึ้นไปน่าจะคุ้นเคยกันดี เพราะสมัยเด็กจะต้องเคยเก็บเมล็ดของต้นนี้มาเล่น นั่นก็คือ ต้อยติ่ง หรือที่บางคนเรียกกันว่า เมล็ดเป๊าะแป๊ะ เพราะถ้านำเมล็ดแก่ของต้นนี้ไปใส่ในน้ำ มันจะแตกกระเด็นขึ้นมา ซึ่งเป็นกลไกให้เมล็ดเดินทางไปไกลจากต้นแม่

ส่วนพืชชนิดถัดมาที่อาจารย์ชี้ให้ดู หลายคนได้ยินชื่อแล้วร้องอ๋อ มันคือต้นอ่อมแซบ หรือบุษบาริมทาง หรือบางคนอาจคุ้นในชื่อเบญจรงค์ 5 สี ที่ได้ชื่อนี้มาจากดอกที่มีได้หลายสี

“ต้นนี้ล่อผึ้งได้ดีมาก หากใครอยากปลูกดอกไม้เรียกแมลง ตัวนี้คือคำตอบหนึ่ง แถมกินได้ ปลูกง่าย บางทีก็ขึ้นเองด้วยซ้ำ”

ในยุคที่แมลงผู้ผสมเกสรที่สำคัญอย่างผึ้งลดจำนวนอย่างรวดเร็ว การเก็บรักษาความหลากหลายของพืชริมทางเล็ก ๆ เหล่านี้ จึงเป็นหนึ่งหนทางที่ช่วยฟื้นฟูประชากรของพวกมันในเขตเมืองได้ แต่สิ่งที่ต้องระวังมากที่สุดก็คือพืชต่างถิ่น (Alien Species) ที่หลายชนิดเป็นพืชต่างถิ่นรุกราน (Invasive Species) ซึ่งหมายถึงชนิดที่ขยายพันธุ์รวดเร็วมาก จนไปแย่งพื้นที่ของพืชพื้นถิ่นและทำลายความหลากหลายทางชีวภาพของพื้นที่นั้น

“ตรงนี้ก็มีเอเลี่ยนสปีชีส์อยู่บ้าง แต่เท่าที่เห็นก็ไม่ได้รุกรานมากนัก ตัวที่น่ากลัวและรุกรานหนัก ๆ จะเป็นพวกที่อยู่ในวงศ์ทานตะวัน เช่น บัวตอง ปืนนกไส้ เพราะกระจายโดยลมและติดเมล็ดทีหนึ่งเยอะมาก”

ความสัมพันธ์ระหว่างแมลงกับพืชไม่ได้มีแค่การผสมเกสรเท่านั้น แต่ใบของพืชหลายชนิดก็เป็นอาหารแมลงเช่นกัน ซึ่งอาจารย์บีนก็เล่าเกร็ดสนุก ๆ ของวิวัฒนาการให้ฟังว่า ฝั่งพืชเองก็ไม่ได้ปล่อยให้แมลงกินตามอำเภอใจ แต่พืชหลายชนิดมีการสู้กลับ โดยสร้างสารเคมีออกมาต้าน ทำให้พืชหลายชนิดมีรสฝาด และสารเคมีหลากหลายที่พืชสร้างเหล่านี้ ก็คือสิ่งที่ทำให้พืชหลายชนิดมีสรรพคุณทางยา ไม่ว่าจะเป็นด้านยาสมุนไพรพื้นบ้าน ไปจนถึงงานวิจัยยาสมัยใหม่

บันทึก Earth Appreciation 06 : เดินตามนักพฤกษศาสตร์ ไปทำความรู้จักพืชพรรณมากมายใน 'สวนเบญจกิติ'

ฟังก์ชันของความรก

เราเดินลัดเลาะตามทางเดินเข้ามาในโซนพื้นที่ชุ่มน้ำ สองข้างทางเต็มไปด้วยพืชน้ำหลากชนิด บางต้นสูงท่วมหัว ซึ่งวันนี้เราได้เรียนรู้ว่าในความรกนั้นมีความสำคัญ ทั้งในแง่การบำบัดน้ำ การยึดหน้าดิน การเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ต่าง ๆ

“ต้นหญ้าหรือกกพวกนี้ เป็นจุดที่นกมาสร้างรังกันเยอะ เมล็ดของมันก็มีนกบางชนิดมากิน ส่วนนกบางชนิดที่ไม่กินเมล็ด ก็อาจมาเกาะเพื่อรอกินแมลงที่ซ่อนอยู่ตามใบ” ดร.สาโรจน์ อธิบายถึงประโยชน์ของพืชเหล่านี้ในมุมที่มากไปกว่าความสวยงาม

“ตัวที่เด่นที่สุดที่สูงท่วมหัวเราตรงนี้ก็คือ คล้าน้ำ ที่นี่มี 2 ชนิด คือคล้าน้ำช่อห้อยกับคล้าน้ำช่อตั้ง ถ้าเราสังเกตตรงดอกดี ๆ จะเห็นว่ามันเป็นดอกคู่ที่เป็น Mirror Image คือเป็นเหมือนกระจกสะท้อนซึ่งกันและกัน” อาจารย์เล่าเกร็ดเล็ก ๆ ที่น่าจะทำให้การเดินสวนครั้งต่อไปของเราสนุกขึ้น

ส่วนพืชน้ำที่ทุกคนรู้จักกันดีอย่างบัว วันนี้เราก็ได้เรียนรู้ว่าที่นี่มีบัวหลักอยู่ 2 ชนิด คือบัวหลวงและบัวสาย โดยบัวหลวงมีจุดเด่นคือใบจะชูพ้นน้ำ ส่วนบัวสายใบจะปริ่มน้ำ

“บัวหลวงเป็นพืชที่ใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วนจริง ๆ ใบมาห่อข้าว กลีบดอกก็อยู่ในตำรับยา ส่วนบัวสายก็มีเรื่องน่าสนใจ คือวันที่ดอกบานวันแรก เกสรตัวเมียจะทำงาน ของเหลวตรงกลางเกสรตัวเมียจะดึงดูดให้ผึ้งบินตกลงไป เกสรตัวผู้ที่ติดมากับผึ้งจากดอกอื่นก็จะตกลงตรงนั้น แล้วผึ้งก็จะถูกขังไว้ในนั้นก่อน พอวันต่อมาเกสรตัวผู้ทำงาน ผึ้งก็จะพาเกสรตัวผู้ออกไป”

นอกจากประโยชน์ต่อผึ้งและแมลงในส่วนดอกเหนือน้ำแล้ว ความซับซ้อนของสายบัวใต้น้ำก็เป็นที่อยู่อาศัยและหลบภัยของเหล่าสัตว์น้ำเช่นกัน ซอกหลืบเหล่านั้นเหมาะต่อการวางไข่ของปลาหลายชนิด

ส่วนเกาะกลางน้ำก็มีไม้ยืนต้นหลายชนิดที่น่าสนใจ ทางฝั่งอาจารย์บีนก็ชวนให้เราดูต้นหนึ่งพร้อมบอกว่า นั่นคือต้นมะกอกน้ำ ไม้พื้นถิ่นที่เคยมีเยอะในกรุงเทพฯ และเป็นที่มาของชื่อ ‘บางกอก หรือ Bangkok’

ส่วนอีกต้นข้างทางที่หลายคนเห็นแล้วก็จำได้ว่าคือต้นสาละ แต่อาจารย์บีนก็เฉลยว่า นั่นคือความเข้าใจผิดของคนส่วนใหญ่ เพราะจริง ๆ แล้ว ต้นนี้มีชื่อว่า ‘กระสุนปืนใหญ่ (Cannonball Tree)’ ที่อยู่คนละวงศ์กับต้นสาละเลย ซึ่งเขาก็สันนิษฐานว่า ความเข้าใจผิดนี้น่าจะเริ่มมาจากคนที่นำเข้ามาปลูกคนแรก ๆ แล้วส่งต่อความเข้าใจผิดนั้นมาเรื่อย ๆ

บันทึก Earth Appreciation 06 : เดินตามนักพฤกษศาสตร์ ไปทำความรู้จักพืชพรรณมากมายใน 'สวนเบญจกิติ'

“ส่วนต้นนี้คือกกอียีปต์หรือกกปาปิรุส ชื่อนี้หลายคนน่าจะคุ้น มันคือต้นที่นำมาทำกระดาษปาปิรุส กระดาษชนิดแรกของโลก” อาจารย์บีนพูดถึงพืชน้ำชนิดหนึ่งที่ตรงปลายมีลักษณะเป็นเส้น ๆ พู่ ๆ มีช่อดอกเล็ก ๆ สีน้ำตาล

บันทึก Earth Appreciation 06 : เดินตามนักพฤกษศาสตร์ ไปทำความรู้จักพืชพรรณมากมายใน 'สวนเบญจกิติ'

เมื่อก้มลงดูผืนน้ำสองข้างทาง เราก็รู้สึกได้ว่าน้ำที่นี่ดูสะอาดชนิดที่ไม่น่าเชื่อว่า เป็นน้ำที่มาจากคลองไผ่สิงโต ซึ่งสถาปนิกในทีมออกแบบจากอาศรมศิลป์อย่าง ชัชนิล ซัง ก็เผยเคล็ดลับว่า ทั้งหมดนี้เป็นผลงานของเหล่าพืชน้ำที่ถูกปลูกไว้ในเส้นทางบำบัดน้ำ 1.5 กิโลเมตร โดยช่วงแรก ๆ ที่น้ำมีคุณภาพต่ำ จะมีพืชบำบัดหลักอย่างกกและธูปฤาษี เมื่อคุณภาพน้ำเริ่มดีขึ้น ก็จะเริ่มมีพืชพื้นถิ่นตามท้องไร่ท้องนามากขึ้น เช่น ไคร้ย้อย สันตะวาใบพาย สันตะวาใบกลม กระจูด ผักบุ้ง ซึ่งหนึ่งในผู้ร่วมทริปที่เคยทำงานในโครงการแหลมผักเบี้ยก็ช่วยเสริมว่า จริง ๆ แล้วไม่ว่าพืชน้ำชนิดไหนก็บำบัดน้ำได้ เพียงแต่บางชนิด เช่น ธูปฤาษี อาจทำหน้าที่ได้ดีกว่าชนิดอื่นและทนต่อน้ำคุณภาพต่ำได้ดีกว่า

บันทึก Earth Appreciation 06 : เดินตามนักพฤกษศาสตร์ ไปทำความรู้จักพืชพรรณมากมายใน 'สวนเบญจกิติ'
บันทึก Earth Appreciation 06 : เดินตามนักพฤกษศาสตร์ ไปทำความรู้จักพืชพรรณมากมายใน 'สวนเบญจกิติ'

“น้ำเสียตามบ้านเรือนส่วนใหญ่เป็นสารอินทรีย์ ซึ่งเมื่อถูกย่อยสลายโดยแบคทีเรียจะกลายเป็นสารอนินทรีย์ เช่น ไนเตรต ฟอสเฟต ฟังก์ชันของพืชน้ำก็คือการดูดซึมสารเหล่านี้ไปใช้ ถ้าไม่มีพืชน้ำ สารเหล่านี้จะมีเยอะ สาหร่ายในน้ำจะโตดี พอกลางคืนสาหร่ายหายใจใช้ออกซิเจน ก็จะทำให้ออกซิเจนลดลง ส่งผลกระทบต่อสัตว์น้ำและเกิดกลิ่นเหม็น ซึ่งเป็นผลจากแบคทีเรียที่ย่อยสลายแบบไม่ใช้ออกซิเจน”

ฟังแล้วก็รู้สึกขอบคุณการมีอยู่ของพืชน้ำเหล่านั้น

ความพิเศษของสวนที่ยังไม่เสร็จ

ด้วยความที่ต้นไม้ส่วนใหญ่ที่นำมาปลูกเป็นกล้าไม้จากการเพาะเมล็ด ไม่ใช่ไม้ล้อม ทำให้สวนนี้ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ซึ่งในมุมของนักพฤกษศาสตร์อย่าง ดร.สาโรจน์ ก็บอกว่า นี่คือสิ่งที่น่าสนใจและน่าติดตามต่อว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง

บันทึก Earth Appreciation 06 : เดินตามนักพฤกษศาสตร์ ไปทำความรู้จักพืชพรรณมากมายใน 'สวนเบญจกิติ'

“เสน่ห์อย่างหนึ่งของที่นี่คือมันยังไม่เสร็จ พวกผมในฐานะนักวิชาการก็สนใจกันว่า มันจะมีการเปลี่ยนแปลงยังไง เช่น ไม้บางตัวที่เอามาปลูกอาจตายไป แล้วอาจมีไม้พื้นถิ่นเข้ามาเกิดเอง หรือไม้ใหญ่ที่เขาเอามาลงจะรอดไหม เพราะดินที่นี่ค่อนข้างตื้นและน้ำค่อนข้างกร่อย เราก็อยากเห็นว่าอีก 10 ปีข้างหน้าจะเป็นยังไง”

เมื่อมีคำถามว่า การที่ต้นไม้จะเข้ามาเกิดเอง มันจะมาจากไหนได้บ้าง อาจารย์บีนก็ตอบว่าอาจเป็นได้จากหลายทาง เช่น เมล็ดปลิวตามลมมา ซึ่งบางครั้งเมล็ดที่เบา ๆ ก็อาจมาไกลได้นับร้อยกิโลเมตร หรือไม่ก็อาจมากับสัตว์ เช่น นก ไปจนถึงเมล็ดที่อยู่ในดินอยู่แล้ว พอดินถูกพลิกกลับขึ้นมาก็อาจเติบโตได้

ส่วนคำถามที่ว่าอยากให้ที่นี่มีต้นอะไรเพิ่มเติม ดร.สาโรจน์ ก็บอกว่าอยากเห็นพืชน้ำพื้นถิ่นที่เคยมีในอดีต เช่น ต้นเทียน ซึ่งแต่ก่อนมีเยอะมากในกรุงเทพฯ แต่ปัจจุบันหายากแล้ว เพราะถูกพืชต่างถิ่นอย่างธูปฤาษีแย่งชิงพื้นที่ไปหมด รวมถึงสาหร่ายข้าวเหนียว ซึ่งเป็นสาหร่ายกินแมลง ใบของมันจะเป็นกระเปาะคอยดักสัตว์เล็ก ๆ ในน้ำ

บันทึก Earth Appreciation 06 : เดินตามนักพฤกษศาสตร์ ไปทำความรู้จักพืชพรรณมากมายใน 'สวนเบญจกิติ'

“ยิ่งมีความหลากหลาย ระบบนิเวศก็จะยิ่งสมบูรณ์ขึ้น หลายคนอาจกลัวว่า ถ้ามีบ่อน้ำแล้วยุงจะเยอะ แต่จริง ๆ แล้วถ้าเรามีพืชหลากหลาย มีสัตว์หลากหลาย มันก็จะเริ่มกินกันเอง ทำให้จำนวนยุงถูกควบคุมและไม่เป็นปัญหา”

สิ่งที่ ดร.สาโรจน์ เล่านี้ก็เป็นประเด็นเดียวกับที่ โตมร ศุขปรีชา Chief Creative Director ของ OKMD ได้ยกตัวอย่างให้ฟังก่อนเริ่มเดินว่า ที่สิงคโปร์มีสวนแห่งหนึ่งที่มีบ่อน้ำสำหรับแมลงปอโดยเฉพาะ ชื่อว่า Dragonfly Pond ซึ่งมีแมลงปอบินว่อนมากมาย และแมลงปอเหล่านี้รวมถึงตัวอ่อนแมลงปอก็ทำหน้าที่กินยุง เช่นเดียวกับสวนเมจิจินกุที่โตเกียว ซึ่งออกแบบด้วยแนวคิดเดียวกันคือการฟื้นคืนธรรมชาติและระบบนิเวศหรือที่เรียกว่า Rewilding

บันทึก Earth Appreciation 06 : เดินตามนักพฤกษศาสตร์ ไปทำความรู้จักพืชพรรณมากมายใน 'สวนเบญจกิติ'

หากจะสรุปสิ่งสำคัญสักข้อหนึ่งที่ทำให้สวนนี้แตกต่างจากสวนอื่น ๆ ในกรุงเทพฯ เราก็คิดว่า น่าจะเป็นการที่สวนนี้ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อมนุษย์เท่านั้น แต่ยังออกแบบมาเพื่อสัตว์อื่น ๆ ที่อยู่ร่วมเมืองกับเราด้วย

“สวนนี้อาจไม่ได้มีต้นไม้ที่สวยงามออกดอกตลอดเวลา แต่เราอยากให้ที่นี่มีต้นไม้ที่มีประโยชน์มากกว่าแค่เรามอง หรือให้ออกซิเจน และเป็นที่อยู่ของสัตว์ต่าง ๆ เราพยายามเลือกต้นไม้ให้หลากหลาย มีต้นไม้ที่นกกินได้ เช่น หว้า ตะขบ ไทร แล้วก็อาจมีต้นไม้ที่เป็นยาและอาจเป็นอาหารของเราด้วยก็ได้” ชัชนิลเล่าถึงเบื้องหลังการคิดที่ไม่ใช่แค่เพียงเพื่อมนุษย์

บันทึก Earth Appreciation 06 : เดินตามนักพฤกษศาสตร์ ไปทำความรู้จักพืชพรรณมากมายใน 'สวนเบญจกิติ'

“เหตุผลที่เราออกแบบให้มีเนินอยู่ด้านในและล้อมรอบด้วยน้ำ เพราะเราอยากให้เป็นที่อยู่ของสัตว์ที่คนจะไม่เข้าไปรบกวนเขา ส่วนทางเดินก็สังเกตว่าค่อนข้างแคบและคดเคี้ยวไปมา เพราะเราอยากให้คนระวัง และไม่มีกิจกรรมโลดโผนที่อาจไปรบกวนกัน”

ส่วนน้อง ๆ สรรพสัตว์ในสวนนี้จะมีใครบ้าง และพวกเขาเชื่อมโยงกับชีวิตเราในเมืองอย่างไร โปรดติดตามได้ในกิจกรรม Earth Appreciation ลำดับถัดไปในตอน ‘สวน สัตว์’

บันทึก Earth Appreciation 06 : เดินตามนักพฤกษศาสตร์ ไปทำความรู้จักพืชพรรณมากมายใน 'สวนเบญจกิติ'

Writer

เมธิรา เกษมสันต์

นักเขียนอิสระ เจ้าของเพจ ‘Nature Toon การ์ตูนสื่อความหมายธรรมชาติ’ สนใจเรื่องธรรมชาติ ระบบนิเวศ สรรพสัตว์ โลกใต้ทะเล และการใช้ชีวิตแบบเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีผลงานหนังสือแล้ว 2 ชุด คือ ‘สายใยที่มองไม่เห็น’ และ ‘สายใยใต้สมุทร’

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load