บทความนี้จะพาคุณไปเที่ยวกรุงเทพมหานคร

ใจเย็นๆ ก่อน แม้คุณอาจคุ้นเคยกับเมืองหลวงนี้เป็นอย่างดี แต่อย่าพึ่งรีบปิดหน้าเว็บหนีกันไป เราไม่ได้พาไปเที่ยวกรุงเทพฯ ในแบบปกติ

แต่เราจะปั่นจักรยานเที่ยวกรุงเทพฯ แล้วมองที่นี่จากมุมมองบนยานพาหนะสองล้อ

ถีบกันไปช้าๆ แล้วทำความรู้จักมุมอบอุ่นของเมืองหลวงที่วันนี้ดูไม่เย็นชาเหมือนเคย

ในโลกที่พลเมืองโซเชียลต่างอวดการเดินทางของตัวเอง ไม่ว่าในหรือนอกประเทศอย่างน่าอิจฉา ฉันไม่มีความปรารถนาอยากเดินทางมากนัก ฉันพอใจในชีวิตที่อยู่นิ่งเฉยในห้อง หน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือร้านอาหารตามสั่งเจ้าประจำ การเดินทางที่ฉันพอใจมากที่สุดเห็นทีจะเป็นห้างสรรพสินค้าย่านชานเมือง หรืออิเกีย บางนา (ที่พักของฉันอยู่แบริ่งน่ะคุณ)

หัวใจของฉันไม่ได้โหยหาการเดินทางขนาดนั้น

วันแรกของการเป็นนักศึกษาฝึกงานที่นี่ ฉันได้รับมอบหมายให้ติดต่อเอเจนซี่แห่งหนึ่งที่จัดการท่องเที่ยวโดยใช้ ‘จักรยาน’ เป็นยานพาหนะหลักสำหรับเที่ยวชมกรุงเทพมหานคร ชื่อว่า Co van Kessel Bangkok Tour เพื่อขอติดตามการเดินทาง

ถ้าคุณอ่านประวัติผู้เขียนในส่วนสุดท้ายของบทความจะระบุไว้ว่า

‘อยากปั่นจักรยาน แต่แม่ไม่ยอมให้ปั่น’

แน่อยู่แล้ว ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความปลอดภัยในการปั่นจักรยานต่ำมาก ต่อให้
เทรนด์การปั่นจักรยานจะเป็นที่นิยมขนาดไหน แต่ถนนร้อยละ 70 ของประเทศนี้กลับไม่เอื้อให้เราได้ปั่นจักรยานเป็นยานพาหนะหลักสักเท่าไหร่

ถ้าแม่เป็นห่วงขนาดนี้ แล้วจะนับประสาอะไรกับการปั่นจักรยานท่องเที่ยว

คำถามต่อมาที่ฉันคิดเพิ่มอีกคือ แล้วการปั่นจักรยานเที่ยวกรุงเทพฯ จะน่าสนใจจริงๆ เหรอ

ฉันเชื่อในหลักการวิทยาศาสตร์ที่ว่า ไม่เชื่อต้องพิสูจน์

ดังนั้น ฉันจึงอาสาที่จะแอบแม่ไปปั่นจักรยานเที่ยวกรุงเทพฯ

Co van Kessel Bangkok Tour : ปั่นจักรยานซอกซอนทั่วกรุงเทพฯ แบบชาวเนเธอร์แลนด์

06.30 น.

เช้านี้ฉันขึ้นรถไฟฟ้าเร็วกว่าปกติ จนมาถึงสำนักงานของ Co van Kessel Bangkok Tour ในอาคาร The River City ซอยเจริญกรุง 24 ก่อนเวลานัดหมายครึ่งชั่วโมง

ระหว่างที่ฉันกำลังรอเพื่อนร่วมทาง ฉันได้ฟังเรื่องเล่าการเริ่มต้นธุรกิจนี้จากคุณน้อง-จันทร์มณี พลภักดี ผู้ร่วมก่อตั้ง Co van Kessel Bangkok Tour คุณน้องเล่าว่าเดิมทีคุณน้องขายแพ็กเกจท่องเที่ยวอยู่ที่ถนนข้าวสาร ก่อนจะได้พบกับ Mr.Co van Kessel หรือลุงโก้ เพื่อนจากเนเธอร์แลนด์ ดินแดนของนักปั่นจักรยาน เขาชักชวนให้เธอร่วมสร้างการท่องเที่ยวด้วยจักรยานจากเส้นทางที่เขาออกแบบด้วยตนเอง คุณน้องตอบปฏิเสธอยู่หลายครั้ง จนได้ลองปั่นจักรยานไปตามเส้นทางดังกล่าว คุณน้องเกิดความสนใจด้วยวิธีการนำเสนอการเดินทางที่เล่า ‘วิถีการดำรงชีวิตของคนไทย’ ทั้งไชน่าทาวน์ บางกรวย ตลิ่งชัน เป็นต้น เธอตัดสินใจเริ่มต้นธุรกิจเล็กๆ กับลุงโก้ และจดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2548

07.00 น.

ฉันและเพื่อนนักเดินทางชาวเนเธอร์แลนด์ 8 คนเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทาง พี่อิ๋ม หัวหน้าไกด์ และพี่ป๊อปปี้ ผู้ช่วยไกด์ ให้พวกเราเลือกจักรยานตามชอบใจ โดยมีเจ้าหน้าที่ดูแลการเลือกจักรยานของเราให้เหมาะสมกับการปั่นเพื่อท่องเที่ยวในวันนี้ ด้วยส่วนสูง 170 เซนติเมตรตามมาตรฐานชายไทย ฉันเลือกจักรยานที่ขนาดเล็กหน่อย เพื่อให้การเดินทางคล่องตัวมากยิ่งขึ้น

‘Safety is our first priority’ หรือความปลอดภัยคือหัวใจสำคัญ นั่นเป็นสิ่งแรกที่พี่อิ๋มพูดกับเพื่อนร่วมทริปทุกคน การทัวร์จักรยานวันนี้จึงมีเงื่อนไขสามข้อ ประการที่หนึ่ง ปั่นจักรยานเป็นแถวตอนเรียงหนึ่งตลอดเส้นทาง ประการที่สอง เชื่อฟังคำสั่งของไกด์อย่างเคร่งครัด และประการสุดท้ายคือ หากต้องการความช่วยเหลืออะไรให้เรียกไกด์ได้ทันที

การผจญภัยในกรุงเทพมหานครที่ฉันไม่ได้รู้เส้นทางได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

07.30 น.

ล้อหมุนที่เวลา 7 โมงครึ่ง

ไม่ใช่ล้อที่หมุนด้วยการสันดาปน้ำมันกับเครื่องยนต์ แต่เป็นการหมุนด้วยแรงถีบของเราเอง

เจริญกรุงถือเป็นส่วนหนึ่งของไชน่าทาวน์ในกรุงเทพฯ​ เราปั่นเข้าสู่ย่านตลาดน้อยจนมาถึงจุดหมายแรกคือ ศาลเจ้าโจวซือกงซึ่งเป็นศาลเจ้าขนาดไม่ใหญ่มากหลบซ่อนอยู่ลึกพอสมควร ศาลเจ้าแห่งนี้อาจเป็นที่รู้จักของชาวไทยเชื้อสายจีนหรือประชาชนทั่วไปด้านการขอพรให้มีสุขภาพที่แข็งแรงและมีลูกง่าย แต่สำหรับฉันแล้ว มันคือ Hidden Place ที่แรกซึ่งเป็นการเริ่มต้นการเดินทางที่น่าสนใจทีเดียว

Co van Kessel Bangkok Tour : ปั่นจักรยานซอกซอนทั่วกรุงเทพฯ แบบชาวเนเธอร์แลนด์ Co van Kessel Bangkok Tour : ปั่นจักรยานซอกซอนทั่วกรุงเทพฯ แบบชาวเนเธอร์แลนด์

เราเคลื่อนขบวนไปที่ศาลเจ้าแม่กวนอิม มูลนิธิเทียนฟ้า เป็นศาลเจ้าที่มีขนาดเล็กลงมา ผู้คนต่างมาขอพรให้ประสบพบแต่โชคดี

ในย่านนี้มีศาสนสถานมากมายทั้งวัดไทยและวัดจีนขนาดเล็กใหญ่ปนกัน เราสามารถจำแนกความแตกต่างได้จากสี ลวดลาย และงานประกอบที่ตกแต่งเอาไว้ในศาสนสถานนั้นๆ

เรามาถึงเยาวราช ไม่ต้องอธิบายให้มากความถึงความนิยมของย่านนี้ เยาวราชแบ่งได้เป็นหลายโซน เราผ่านมาในโซนตลาดเก่า มีทั้งร้านขายรองเท้าแตะ อาหารแห้ง เครื่องเทศ ของใช้จุกจิก และร้านอาหารอยู่ในซอกซอยต่างๆ ที่ฉันไม่คาดคิดเลยว่าจะมีร้านรวงเหล่านี้ตั้งอยู่ในซอยด้วย

การปั่นจักรยานผ่านซอยแคบในย่านตลาดเก่า ทำให้ฉันรู้สึกตื่นตาตื่นใจอยู่ตลอดเวลา ถึงแม้ว่าไกด์จะอนุญาตให้เราถ่ายภาพได้อย่างเต็มที่ แต่ฉันเลือกซึมซับและบันทึกภาพชีวิตของผู้คนในพื้นที่ด้วยสองตาของฉันเอง

ภาพของอากงอาม่านั่งพูดคุยกันหน้าบ้านในตอนเช้า ชาวบ้านที่ยืนดูพวกเราขับจักรยานผ่านไป คุณพ่อคุณแม่ส่งลูกไปโรงเรียน ผู้คนมากมายในตลาดตอนเช้า เป็นอีกความรู้สึกที่ฉันไม่มีโอกาสเห็นเลยเมื่อมาเยาวราช

เราผ่านโรงเรียนวัดปทุมคงคาในช่วงเช้าที่นักเรียนกำลังทยอยมาโรงเรียน มีเด็กประถมสองสามคนมายืนหน้าประตูและขอตีมือพวกเรา

น่ารักไม่ใช่เล่น

Co van Kessel Bangkok Tour : ปั่นจักรยานซอกซอนทั่วกรุงเทพฯ แบบชาวเนเธอร์แลนด์


08.00 น.

เราปั่นจักรยานมาหยุดที่ท่าเรือราชวงศ์ พวกเราทุกคนช่วยกันขนจักรยานขึ้นไปไว้บนเรือ ผูกเชือกมัดให้ปลอดภัย และข้ามฟากจากฝั่งพระนครมาฝั่งธนฯ ด้วยเวลาไม่นาน

ก่อนที่เราจะออกตัวไปยังจุดหมายต่อไป ไกด์ชวนเราดื่มกาแฟจากรถเข็นกาแฟที่คนไทยคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เพื่อนร่วมทริปของฉันสั่งกาแฟหวานน้อยทุกคน

เมื่อได้ดื่มกาแฟที่ชงสดจากบาริสต้าไทยในผ้ากันเปื้อนสีชมพูหวานแหววแล้ว ทุกคนบอกว่ามันหวานเกินไป เพราะคนไทยใช้นมข้นหวานในการชงเครื่องดื่ม จึงทำให้กาแฟแบบไทยๆ มีรสชาติหวานมันกว่าการใช้น้ำเชื่อมชงแบบฝรั่ง

ฉันบอกกับเพื่อนใหม่ว่า ‘หวานน้อย is the new หวานปกติ’ (Low sugar is the normal sweet level for Thai people.)

โชคดีที่ทุกคนหัวเราะกับมุกตลกของฉัน

จุดต่อไปที่ไกด์พามาจอดคือ ตลาดสด

ไม่ต้องตกใจ มันคือตลาดสดที่เราแวะซื้อของก่อนกลับบ้านนั่นแหละ

Co van Kessel Bangkok Tour : ปั่นจักรยานซอกซอนทั่วกรุงเทพฯ แบบชาวเนเธอร์แลนด์

ฉันตกใจมากว่าทำไมถึงต้องมาตลาดสด แต่เมื่อเราตามไกด์มาดู ไกด์พาเรามาชิมขนมสอดไส้และขนมครกจากร้านในตลาดที่อร่อยไม่หยอก พร้อมกับการเดินสำรวจตลาดแบบไทยๆ ที่ทำให้เพื่อนร่วมทริปของฉันตื่นตาตื่นใจ ทั้งการบดมะพร้าวด้วยเครื่องจักรเพื่อคั้นออกมาเป็นน้ำกะทิ หรือไข่เยี่ยวม้าที่คนไทยคุ้นเคย เพื่อนร่วมทริปของฉันตื่นเต้นกับไข่เป็ดสีชมพูที่ตอกออกมาแล้วจะได้พบกับไข่เนื้อเยลลี่ ที่รสชาติอาจจะแปลกประหลาดสำหรับชาวต่างชาติไปสักหน่อย

พักดื่มน้ำดื่มท่าเรียบร้อยแล้ว เราทุกคนจึงเดินทางต่อ

Co van Kessel Bangkok Tour : ปั่นจักรยานซอกซอนทั่วกรุงเทพฯ แบบชาวเนเธอร์แลนด์

เส้นทางการปั่นจักรยานนั้นค่อนข้างลดเลี้ยวเคี้ยวคดด้วยความแคบ ฉันนึกชมทีมสำรวจอยู่ในใจถึงการหาเส้นทางที่ทำให้เราทุกคนสนุกกับการปั่นจักรยานได้ขนาดนี้

เราลัดเลาะย่านกุฎีจีนจนมาจอดไหว้พระกันที่วัดกัลยานมิตรวรมหาวิหาร เราได้ซึมซับถึงพุทธศาสนาผ่านความเงียบสงบภายในวิหารอันเป็นสถานที่ประดับสถานของหลวงพ่อโต (พระพุทธไตรรัตนนายก) เราใช้เวลาสั้นๆ ก่อนออกจากวัดและเดินทางไปยังจุดหมายต่อไป

09.30 น.

เรายกจักรยานขึ้นเรือหางยาว ใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมงจึงข้ามฟากมาถึงย่านตลิ่งชัน โดยปกติจะมีตลาดน้ำตลิ่งชันทุกวันเสาร์-อาทิตย์ แต่เราเดินวันจันทร์จึงเห็นแต่แผงขายของที่ไม่มีสินค้าและผู้คน

Co van Kessel Bangkok Tour : ปั่นจักรยานซอกซอนทั่วกรุงเทพฯ แบบชาวเนเธอร์แลนด์ Co van Kessel Bangkok Tour : ปั่นจักรยานซอกซอนทั่วกรุงเทพฯ แบบชาวเนเธอร์แลนด์

พี่อิ๋มให้พวกเราหยุดพักสักครู่เพื่อให้เพื่อนร่วมทริปของฉันได้ชิมเงาะโรงเรียน หนึ่งในผลไม้ประจำฤดูฝนของไทย พี่อิ๋มเล่าว่าผลไม้ไทยนั้นมีราคาถูกมาก เงาะโรงเรียนน้ำหนัก 1 กิโลกรัมที่เธอซื้อมาให้พวกเราทุกคนได้ชิม ราคาเพียงกิโลกรัมละ 40 บาทเท่านั้น

เงาะหมดถุง การเดินทางจึงดำเนินต่อ

การปั่นจักรยานในครั้งนี้เราซอกซอนชอนไชด้วยความยากลำบากไปอีกหนึ่งระดับ ไกด์ได้พาเราเข้าสู่หมู่บ้านที่ถนนนั้นแคบมากเสียจนจะเป็นชุมชนแออัด เราได้รับคำเตือนให้ปั่นจักรยานด้วยความระมัดระวัง เพราะนอกจากทางที่แคบแล้ว ยังไม่มีอะไรกั้นขอบถนน ซึ่งอาจจะทำให้เราตกลงไปในคูคลอง

Co van Kessel Bangkok Tour : ปั่นจักรยานซอกซอนทั่วกรุงเทพฯ แบบชาวเนเธอร์แลนด์

10.00 น.

เราผ่านเส้นทางอันหฤโหดมาได้ รางวัลที่ได้รับคืออาหารมื้อใหญ่ประจำวันนี้

ไกด์พาพวกเราทุกคนแวะทานอาหารที่น่าจะเรียกว่า ‘บรันช์’ หรือมื้อควบเช้า-กลางวันตามวิถีฝรั่ง ที่ร้านคุณแก ร้านอาหารท้องถิ่นในย่านบางกรวย

ทางร้านจัดอาหารไทยง่ายๆ แต่แสดงออกถึงความเป็นไทยได้อย่างครบเครื่องทั้งหมด 4 เมนู ได้แก่ ต้มจืดเต้าหู้ไข่หมูสับ พะแนงไก่รสเข้มข้น ไข่เจียวหมูสับ และผัดผักรวม

ฉันเห็นเพื่อนร่วมทริปเหงื่อตกกับรสชาติเผ็ดร้อนของพะแนงก็แอบสงสารเขานิดหน่อย เพราะฝรั่งทานเผ็ดมากไม่ได้ แต่การที่เพื่อนใหม่ของฉันได้สัมผัสกับอาหารไทยรสชาติถึงเครื่องน่าจะเป็นประสบการณ์ที่ดีไม่น้อย

เมื่อสังเกตดีๆ ตลอดทั้งโปรแกรมการปั่นจักรยานไม่มีการแวะตามร้านอาหารดังหรือร้านขนมที่มีชื่อเสียงเลย พี่อิ๋มเลือกร้านที่อยู่ในพื้นที่ท้องถิ่น เพราะพันธกิจอย่างหนึ่งของ Co van Kessel Bangkok Tour คือการสนับสนุนธุรกิจในท้องถิ่น ไม่มีการผูกขาดร้านค้าเพื่อแบ่งเปอร์เซ็นต์ แต่เป็นการอุดหนุนเพื่อช่วยเหลือร้านค้าภายในพื้นที่ให้มีรายได้

11.00 น.

ทิ้งท้ายเส้นทางวันนี้ด้วยการปั่นจักรยานลัดเลาะกลับเข้ามาที่ย่านบางขุนนนท์มาที่วัดสุวรรณนาราม เพื่อขนจักรยานขึ้นเรือหางยาวกลับไปยังจุดเริ่มต้นของเรา สำนักงานของ Co van Kessel Bangkok Tour

การนั่งเรือกลับในครั้งนี้เป็นการเดินทางกลับโดยผ่านแม่น้ำเจ้าพระยา คนเรือเตือนให้พวกเราทุกคนสวมใส่เสื้อชูชีพเพื่อความปลอดภัย ฉันทำตามอย่างว่าง่าย แล้วก็เข้าใจว่าทุกอย่างย่อมมีเหตุผลของมัน

เพราะการนั่งเรือกลับไปที่สำนักงานนั้นหฤโหดเอาเรื่องด้วยความเร็วของเรือทำให้น้ำกระเซ็นเข้าหน้า และมีน้ำหนักการเหวี่ยงที่ค่อนข้างแรง ฉันพูดกับพี่อิ๋มเล่นๆ ว่าเหมือนกำลังเล่นบานาน่าโบ๊ตที่พัทยาเลย

การขึ้นเรือครั้งนี้เกินความคาดหมายของฉันมาก ก่อนขึ้นเรือฉันพูดคุยกับพี่อิ๋มถึงการออกแบบเส้นทาง และการเตรียมงานในแต่ละทริป ถึงได้รู้ว่า Co van Kessel Bangkok Tour มีโปรแกรมการเดินทางที่หลากหลาย ทั้งแบบครึ่งวัน เต็มวัน ทั้งกลางวันและกลางคืน มีการปล่อยตัวนักท่องเที่ยวหลายกลุ่มในช่วงเวลาเดียวกัน ทุกกลุ่มจะมีเส้นทางในการท่องเที่ยวที่ไม่เหมือนกัน โดยจะมีการสำรวจเส้นทางซึ่งใช้ทีมงานหลายคน แล้วนำเส้นทางที่ได้มาประชุมเพื่อวางแผนการเดินทางให้นักท่องเที่ยวได้รับประสบการณ์ที่แตกต่างออกไปทุกครั้ง (มีนักท่องเที่ยวเคยมาใช้บริการซ้ำมากที่สุด 28 ครั้งเลยนะ!)

11.30 น.

พวกเราเข็นจักรยานกลับมาที่ห้องจักรยานพร้อมรับผ้าเย็นจากเจ้าหน้าที่

เช็ดหน้าเช็ดตาจนชื่นใจ ฉันยื่นนามบัตรของ The Cloud ให้กับเพื่อนใหม่ของฉัน พวกเขารอคอยที่จะดูภาพประกอบบทความนี้อย่างใจจดใจจ่อ (เพราะเขาอ่านภาษาไทยไม่ได้) สมควรแก่เวลา เพื่อนใหม่จึงบอกลาฉันพร้อมอวยพรให้โชคดีในการฝึกงาน ซึ่งเป็นเวลาประจวบเดียวที่ฉันได้พบคุณน้องอีกครั้งเพื่อถามไถ่เกี่ยวกับการเดินทาง

“มันคือการจ่ายเงินมาเหนื่อย” คุณน้องเปิดบทสนทนากับฉันด้วยประโยคนี้ในห้องทำงานของเธอ ซึ่งทำให้ฉันอดหัวเราะไม่ได้

“พี่ทำธุรกิจนี้ด้วยวงกลม 4 วง ที่มีตรงกลางเรียกว่าความสุข ประการแรก เราทำงานกับคนที่อยากทำงานจริงๆ และมีความสุขกับการทำงาน ประการที่สอง ลูกค้าต้องมีความสุขกับสิ่งที่เราให้ ประการต่อมา เวลาที่เราไปตามชุมชน ชาวบ้านต้องได้กับเขาด้วย และประการสุดท้าย พี่มองหาความยั่งยืน เมื่อองค์กรอยู่ได้ ชุมชนอยู่ได้ ไกด์อยู่ได้ ทั้งหมดจะขับเคลื่อนให้กลายเป็น Niche Market ที่มีคุณภาพ ลูกค้าอยากจะมาร่วมทัวร์ในเชิงสร้างสรรค์ ทัวร์ที่ไม่มีการสร้างภาพ ทำในสิ่งที่มีความรู้สึกว่าลูกค้าได้ให้อะไรกลับไปยังชุมชนด้วย ให้เป็นการเติบโตอย่างยั่งยืนมากเสียกว่าที่จะยัดเยียดไปตามเส้นทาง”

เสียงตอบรับที่ดีมากจากลูกค้าผู้มาใช้บริการ รางวัลและรีวิวมากมายจากเว็บไซต์ชื่อดัง คุณน้องมองภาพการพัฒนาของ Co van Kessel Bangkok Tour ให้เป็นแฟรนไชส์ที่จะขยายไปตัวไปในหลายจังหวัด หลายประเทศมากยิ่งขึ้น เพื่อส่งต่อการเดินทางที่ไม่เหมือนใครในแบบฉบับเดียวกันให้ผู้คนได้สัมผัสมากกว่าเดิม

ชักอยากเห็นแล้วสิ

13.00 น.

ฉันร่ำลาทุกคนที่ออฟฟิศของลุงโก้หลังจากทุกอย่างเสร็จสิ้น รวมถึงตึ๊ดต๋อ สุนัขประจำออฟฟิศซึ่งมีสติกเกอร์ไลน์เป็นของตัวเอง

เป็นวันที่ฉันสนุก สุข จนแทบอยากจะเข้าไปจองทัวร์โปรแกรมต่อไปในทันที

ฝากบอกแม่ฉันทีว่าไม่ต้องห่วงนะ ฉันปั่นจักรยานเที่ยวกรุงเทพฯ ได้แล้ว

ถ้าคุณมีประสบการณ์เดินทางแปลกใหม่จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญส่งเรื่องราวของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’

ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เราจะมีสมุดบันทึกปกหนังเทียมเล่มสวยส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer

สุรพันธ์ แสงสุวรรณ์

เขียนหนังสือบนก้อนเมฆในวันหนึ่งตรงหางแถว และทำเว็บไซต์เล็กๆ ชื่อ ARTSvisual.co

Photographer

วริศรา ศิริพลไพบูลย์

เด็กบัญชี ปีสอง ถิ่นกำเนิดจากขอนแก่น ชอบตื่นเช้ามาออกกำลังรับวิตามินดี รักการท่องเที่ยวธรรมชาติ กำลังเรียนรู้วิถีการเป็นช่างภาพ

Travelogue

พื้นที่บรรจุประสบการณ์เดินทางทั่วมุมโลก

25 พฤศจิกายน 2565

ทริปนี้เริ่มต้นแบบง่าย ๆ คิดแค่ว่าเงินเยนกำลังตก ไปเที่ยวที่ไหนสักแห่งในญี่ปุ่นน่าจะเป็นการเที่ยวที่ประหยัดดี พอไม่มีแผนการละเอียด ก็เลยคิดว่าเอารถแบบค่ำไหนนอนนั่นไปก็สะดวกกว่าพยายามจองโรงแรมล่วงหน้า และนี่ไม่ใช่หนแรกที่เราเช่ารถที่เป็นบ้านในประเทศญี่ปุ่น 

เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ก่อนที่จะเกิดสภาวะผู้คนหยุดเดินทาง เราเคยเช่ารถ RV ขับเที่ยวมาแล้วรอบหนึ่ง และพบว่าการท่องเที่ยวแบบนี้จุดหมายไม่ใช่เรื่องสำคัญเท่ากับคนที่อยู่ร่วมกันบนรถ

ญี่ปุ่นมีบริการเช่ารถแคมปิ้งและ RV หลายรูปแบบ รอบนี้เราเลือกแบบมีเต็นท์อยู่บนหลังคา ด้วยเหตุผลใหญ่ ๆ 3 ข้อ ข้อแรก รถ RV นั้นถึงมีพื้นที่ใช้งานสะดวกสบาย แต่ว่าขนาดรถที่ค่อนข้างใหญ่ ทำให้ขับเข้าตรอกซอกซอยหรือขึ้นเขาลำบาก อีกข้อคืออยากลองนอนเต็นท์บนหลังคารถ เพื่อเป็นตัวเลือกให้กับการปรับแต่งรถของตัวเองที่เมืองไทยทีหลัง และข้อสุดท้ายคือบริษัทรถเช่ามีอุปกรณ์เครื่องนอนและแคมปิ้งให้พร้อมทุกอย่าง ขนมาแต่เสื้อผ้าและใบขับขี่ก็พร้อมเดินทางได้เลย

สิ่งสำคัญพื้นฐาน

ทริปญี่ปุ่นกะทันหัน ขับรถบ้านไปแคมปิ้งท่ามกลางใบไม้สีแดงและลมหนาวของฤดูใบไม้ร่วง
และประหยัดสุดสำหรับการขับรถเที่ยว

เพื่อความประหยัดขั้นสุด เราวางแผนนอนตามที่พักริมถนนซึ่งไม่ต้องเสียเงินค่านอน ในญี่ปุ่นที่จอดรถพักริมทางเหล่านี้เรียกว่า มิจิ โนะ เอกิ (Michi-no-Eki) เรียกสั้นๆ ว่า ‘มิจิ’ ในเวลากลางวัน ตามมิจิจะมีร้านขายอาหารและของที่ระลึกพื้นถิ่น บางแห่งใหญ่โตเหมือนห้าง บางแห่งก็เล็ก ๆ เงียบสงบ แต่สิ่งที่ทุกแห่งมีเหมือนกันคือห้องน้ำสะอาด 24 ชั่วโมง ญี่ปุ่นมีห้องน้ำสาธารณะที่สะอาดเกินมาตรฐานอยู่เกือบทุกแห่ง ขนาดจุดที่ในรีวิวเขียนว่าห้องน้ำไม่สะอาดก็ยังเรียกว่าไม่ได้เลวร้ายเกินไปนัก

ข้อดีของการขับรถแคมปิ้งคือ ถ้ามีห้องน้ำสาธารณะตรงไหน เราก็จอดนอนตรงนั้นได้เลย คนเข้าป่าบ่อย ๆ อาจจะเถียงค้านในใจนิดหนึ่งว่า ถึงไม่มีห้องน้ำก็ทำธุระได้ แต่ญี่ปุ่นนั้นการทำธุระในป่าเป็นเรื่องไม่ปกติ เลี่ยงได้ควรเลี่ยงให้ถึงที่สุด ด้วยเหตุผลของมารยาทในการใช้พื้นที่ส่วนรวม จึงควรไปทำธุระเฉพาะตามพื้นที่ที่จัดให้เท่านั้น

ทริปญี่ปุ่นกะทันหัน ขับรถบ้านไปแคมปิ้งท่ามกลางใบไม้สีแดงและลมหนาวของฤดูใบไม้ร่วง
เต็นท์ด้านบนรถเปิดออกรับวิวฤดูใบไม้ร่วงยามเช้า

เรื่องต่อมาจากห้องน้ำคือการอาบน้ำ การมาเที่ยวญี่ปุ่นของเรา ไม่ว่ากิจกรรมหลักจะเป็นอะไร ก็ต้องจัดเวลาไปแวะออนเซ็นทุกครั้ง หลังจากวันยาวนานหรือวันที่อากาศหนาวเย็น พอได้แช่น้ำอุ่นตอนจบวัน ทำให้ความเหนื่อยล้าทั้งหมดหายเกลี้ยง การแช่น้ำแร่ช่วยรีเซ็ตร่างกายให้พร้อมกับวันพรุ่งนี้ได้ดีมาก ๆ

ออนเซ็นแบบ Stand Alone ส่วนใหญ่ปิดประมาณ 1 ทุ่ม เรามักวางแผนแวะไปก่อนอาหารมื้อเย็น กิจวัตรประจำวันหลัง 4 โมงเย็นคือ เราจะเปิดแอปฯ รวบรวมที่ตั้งมิจิ ออนเซ็น และแคมป์ไซต์ เพื่อหาว่าจะไปอาบน้ำที่ไหน แล้วขับต่อไปนอนที่ไหนโดยไม่ออกนอกเส้นทาง ซึ่งมุ่งสู่จุดท่องเที่ยวของวันต่อไป

โพรงกระต่ายของอลิซ

คุณลุค เจ้าของบริษัทรถเช่าถามเราว่า เจอบริษัทเขาได้อย่างไร เพราะเพิ่งเปิดมาได้ไม่นาน และไม่ได้ทำการตลาดเท่าไหร่ เราตอบเขาไปอย่างติดตลกว่า พวกเรา Google เก่ง แต่มันเป็นเรื่องจริง 

จุดท่องเที่ยวที่อยากไปผุดขึ้นมาเรื่อย ๆ จากการเสิร์ชกูเกิลดูอะไรต่อมิอะไรต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ พอหาข้อมูลต่อก็พบสถานที่ใหม่ ๆ ที่อยากไปเห็นด้วยตาเพิ่มอีก เรียกว่าตกลงไปในโพรงกระต่ายของอลิซอย่างเต็มตัว

คืนแรกพวกเรากะว่าจะไปหาที่นอนใกล้ออนเซ็นลิงขึ้นชื่อ แต่จะแวะเที่ยวบ่อน้ำร้อนแช่เท้าที่คุซัตสึ (Kusatsu) ก่อนสักนิด ด้วยความโอ้เอ้ของวันแรกและฝนตกปรอย ๆ ตลอดทาง กว่าจะถึงคุซัตสึก็เย็นแล้ว เลยต้องปรับแผนใหม่ หาออนเซ็นดี ๆ หาข้าวอร่อย ๆ กิน แล้วขับรถออกไปหามิจิที่ไม่ไกลนอนแทน

เช้าวันต่อมาเส้นทางขึ้นเขาชิงะโคเก็น (Shiga Kogen) เป็นเส้นถนนที่เรากะว่าจะวิ่งผ่านชมวิวสวยไปเฉย ๆ แต่กลับกลายเป็นว่าต้องจอดรถทุกจุดชมวิวข้างทาง ภูเขาลูกนี้เป็นจุดสูงสุดในเส้นทางที่วางแผนไว้ หญ้าสีเขียวสลับกับหินทรงแปลก ความสูงเหนือเมฆที่ปกคลุมเมืองด้านล่างจนมิดตลอดเส้นทางเหมือนเราอยู่คนละโลกกับพื้นที่เมื่อวาน

ทริปญี่ปุ่นกะทันหัน ขับรถบ้านไปแคมปิ้งท่ามกลางใบไม้สีแดงและลมหนาวของฤดูใบไม้ร่วง
เส้นทางข้ามเขา Shiga Kogen เป็น Scenic Route ที่พวกเราต้องจอดแวะทุกจุดที่จอดได้

ในระหว่างแวะเข้าห้องน้ำและดื่มกาแฟที่คาเฟ่บนเขา เราหันไปเห็นโปสเตอร์การท่องเที่ยว Shiga Kogen เป็นรูปเสาโทริอิ (Torii) สีแดงริมทะเลสาบสีฟ้าสด เราหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อจะหาว่าสถานที่ในภาพอยู่ที่ไหน พร้อมจะเปลี่ยนแผนทันทีถ้าไม่ลำบากจนเกินไป เจ้ากูเกิลพาเราไหลลงโพรงกระต่ายอีกครั้งเพื่อพบว่า บนเขา Shiga Kogen มีเส้นทางเดินเขาสั้น ๆ น่าสนใจอยู่หลายเส้น และหนึ่งในนั้นอยู่ห่างจากเราไปไม่กี่นาที

ทริปญี่ปุ่นกะทันหัน ขับรถบ้านไปแคมปิ้งท่ามกลางใบไม้สีแดงและลมหนาวของฤดูใบไม้ร่วง
ทางเดินเขาเส้นสั้น ๆ ของ Shiga Kogen เลยจุดสวยที่สุดของใบไม้แดงไปแล้ว

แผนเปลี่ยนอีกครั้ง ยังไม่มีใครหิว ไม่มีใครรีบไปไหน พวกเราจอดรถหยุดลงไปเดินสัมผัสธรรมชาติด้วยเท้าของเราเอง ด้านบนเขาอากาศเย็นมาถึงก่อนพื้นล่าง ต้นไม้ส่วนใหญ่เหลือแต่กิ่ง ไม่ค่อยเห็นใบสีเหลืองสีแดงเยอะเท่าไหร่แล้ว แต่ทุกมุมที่มองไปก็ยังดูสวยอยู่ดี

รู้ตัวอีกทีก็เลยเที่ยงมาพักใหญ่ แผนร่างของวันนี้มีหมุดท่องเที่ยวปักไว้ที่น้ำตกนะเอะนะ (Naena Waterfall) พวกเราตัดสินใจดิ่งไปกินข้าวเที่ยงที่โน่นเลย ร้านอาหารมีอยู่ร้านเดียว อาหารขึ้นชื่อของที่นี่คือเส้นหมี่ขาวที่ปล่อยไหลมากับสายน้ำ แต่เวลาของเราไหลไปหมดแล้ว เลยสั่งข้าวคนละชุด รีบกินแล้วรีบเดินไปน้ำตกทันที

ทริปญี่ปุ่นกะทันหัน ขับรถบ้านไปแคมปิ้งท่ามกลางใบไม้สีแดงและลมหนาวของฤดูใบไม้ร่วง

เส้นทางเดินในป่าปกคลุมด้วยไอหมอกละอองน้ำจากน้ำตกใหญ่ด้านใน ตรงจุดนี้ต่ำกว่าเส้นทางเขาด้านบน เป็นความสูงที่พอดีให้เราเห็นใบไม้เปลี่ยนสีที่แท้จริง ทันทีที่มุมมองของต้นไม้เปิดออกให้เห็นน้ำตกอลังการ เราหยุดยืนตะลึง – นี่เราทะลุมาสู่โลกแห่งจินตนาการแล้วอย่างแน่นอน

ทริปญี่ปุ่นกะทันหัน ขับรถบ้านไปแคมปิ้งท่ามกลางใบไม้สีแดงและลมหนาวของฤดูใบไม้ร่วง

ตลาดฤดูใบไม้ร่วง

  เช้านี้เสียงหัวเราะและพูดคุยของกลุ่มแม่บ้านสูงอายุด้านนอกตัวรถปลุกให้เราตื่น กลุ่มคุณป้ากำลังเตรียมตั้งโต๊ะขายขนมแป้งทอด ห่างออกไปอีกนิดมีเต็นท์ขายแอปเปิ้ลผลใหญ่เกือบ 2 กำปั้น ใต้เต็นท์เดียวกันมีองุ่นสีสวยดูหวานฉ่ำวางขายด้วย สุดทางเดินเป็นร้านขายผัก คุณลุงหลายคนทยอยขับรถเข้ามาจอดส่งผัก ในร้านมีต้นหอมญี่ปุ่นอวบหนาและสูงเกือบเท่าตัวเรา มะเขือเทศสดน่ากิน ลูกพลับสุกวางเรียงราย และเห็ดหลากหลายชนิด

ทริปญี่ปุ่นเช่ารถแคมปิ้งจากโตเกียว ค้างแรมในมิจิ ชมใบไม้เปลี่ยนสีและน้ำตกแสนสวย ณ แดนอาทิตย์อุทัย
รสชาติแห่งฤดูใบไม้ร่วงที่แท้จริง

สิ่งที่ขึ้นชื่อของฤดูใบไม้ร่วงนอกจากสีส้ม แดง เหลือง ที่เป็นเอกลักษณ์แล้ว ก็เป็นฤดูที่มีผลไม้อร่อยให้กินมากมาย พวกเราแวะซื้อผักผลไม้หลายชนิด แวะซื้อเนื้อสดและวัตถุดิบสำหรับทำอาหารเพิ่มจากซูเปอร์มาร์เก็ต คืนนี้พวกเราจะทำอาหารกินเอง เพื่อเข้าถึงรสชาติของฤดูใบไม้ร่วงที่แท้จริง

 เข้าแคมป์ของจริง

รถ FJ Cruiser คันนี้ถูกปรับพื้นที่ให้เหมาะกับการเข้าแคมป์เต็มที่ นอกจากเต็นท์ที่ติดอยู่ด้านบน ข้างขวากางกันสาดออกมาได้ ทางซ้ายกางออกมาเป็นห้องน้ำจำเป็น ท้ายรถมีตู้ลิ้นชัก 2 อัน เต็มไปด้วยเครื่องครัวสำหรับแคมปิ้ง จาน ชาม หม้อ กระทะ ไปจนเครื่องปรุงอาหารและหม้อต้มกาแฟ ตรงประตูหลังก็มีโต๊ะที่พับเก็บและเปิดออกได้ 

หลังจากนอนมิจิมาหลายคืน พวกเราตัดสินใจกันว่าต้องไปนอนแคมป์จริง ๆ เสียที ไม่ให้เสียคุณค่าของอุปกรณ์ท้ายรถ วันนี้เราตัดกิจกรรมท่องเที่ยวให้จบเร็วขึ้นเพื่อไปถึงแคมป์กราวนด์ก่อนมืดจะได้มีเวลาตั้งแคมป์

ทริปญี่ปุ่นเช่ารถแคมปิ้งจากโตเกียว ค้างแรมในมิจิ ชมใบไม้เปลี่ยนสีและน้ำตกแสนสวย ณ แดนอาทิตย์อุทัย
แสงแดดยามเย็นขับสีสันของฤดูใบไม้ร่วงให้สวยขึ้นไปอีก

ช่วงฤดูนี้แสงอาทิตย์หมดวันเร็วกว่าบ้านเรา เวลา 4 โมงเย็น แสงอาทิตย์ก็เปลี่ยนเป็นสีทองแล้ว สองข้างทางของเส้นทางที่มุ่งไปแคมป์นั้นสวยเกินจริงมาก ๆ ใบไม้กำลังแดงเต็มที่ แสงแดดสีอุ่นขับสีของใบไม้ให้สดขึ้นไปอีก ตลอดเส้นถนนที่วิ่งลัดเลาะผ่านหุบเขา พวกเราผลัดกันส่งเสียงแทนคำว่า ’สวย’ จนกระทั่งหมดคำพูดและเงียบลง เพราะรู้ดีว่าพวกเรากำลังเคลื่อนที่ผ่านช่วงเวลามหัศจรรย์นี้ไปด้วยกัน

ทริปญี่ปุ่นเช่ารถแคมปิ้งจากโตเกียว ค้างแรมในมิจิ ชมใบไม้เปลี่ยนสีและน้ำตกแสนสวย ณ แดนอาทิตย์อุทัย
แคมปิ้งกราวนด์ที่เอารถเข้ามาจอดได้ มีพื้นที่กว้างขวาง

  สตาฟของแคมป์กราวนด์ดูกังวลเมื่อเรามาถึง เพราะไม่แน่ใจว่าเราจะเข้าใจกฎต่าง ๆ ที่เป็นภาษาญี่ปุ่นได้มากน้อยแค่ไหน แคมป์กราวนด์ของญี่ปุ่นส่วนใหญ่ต้องจองล่วงหน้า และมีกฎการใช้พื้นที่ละเอียดยิบ เช่น ช่วงเวลาห้ามส่งเสียงดัง การแยกทิ้งขยะ การจุดไฟ ฯลฯ แต่พอพวกเราสื่อสารกันจนรู้เรื่อง จ่ายเงินค่าใช้พื้นที่เรียบร้อย คุณสตาฟก็ปล่อยให้เราขับรถเข้าไปในพื้นที่ที่ระบุไว้ พร้อมกับให้แอปเปิ้ลท้องถิ่นเป็นของฝาก 1 ลูก

แคมป์ที่เราเลือกมานอนเป็นจุดที่อยู่ติดริมน้ำเขื่อน คนส่วนหนึ่งที่มาตั้งแคมป์เอาเรือคายัคมาด้วยเพื่อไปพายเรือในตอนเช้า สิ่งอำนวยความสะดวกในแคมป์มีพื้นฐานทั่วไป อาคารซักล้างแยกออกจากพื้นที่แคมป์กราวนด์ ห้องน้ำสะดวกสบาย มีโถส้วมอุ่นและสายฉีดไฟฟ้า ที่แคมป์นี้มีน้ำอุ่นและห้องอาบน้ำให้ด้วย แต่ต้องจ่ายเงินเพิ่มในราคา 5 นาที 300 เยน

ทริปญี่ปุ่นเช่ารถแคมปิ้งจากโตเกียว ค้างแรมในมิจิ ชมใบไม้เปลี่ยนสีและน้ำตกแสนสวย ณ แดนอาทิตย์อุทัย

พฤศจิกายนเป็นช่วงปลายของการตั้งแคมป์ เพราะอากาศเริ่มเย็นมาก แคมเปอร์ข้าง ๆ เราส่วนใหญ่หายเข้าไปจุดไฟทำอาหารในเต็นท์ที่มีผนังบังลม ส่วนพวกเรานั่งสู้อากาศหนาวด้านนอกด้วยการจุดไฟกองใหญ่ ฟืนไม้มีขายพร้อมให้ใช้งานในราคามัดละ 800 เยน จุดติดไม่ยากเท่าไหร่ แต่ควันค่อนข้างเยอะ ไม่เหมือนไฟจากถ่านที่คุ้นเคยเวลาตั้งแคมป์ในไทย อาหารที่เราเตรียมมาเยอะกว่าที่จะกินได้หมด เลยเก็บส่วนที่เหลือไว้ในรถ ที่นี่ห้ามวางอาหารทิ้งไว้นอกเต็นท์โดยเด็ดขาด เพราะอาจจะมีสัตว์ป่ามาบุกแคมป์ได้ อุณหภูมิสุดท้ายที่เรากดดูก่อนปีนเข้าเต็นท์อยู่ที่ 5 องศาเซลเซียส คืนนี้อากาศค่อย ๆ เย็นลงเรื่อย ๆ เป็นคืนที่หนาวที่สุดของทริป

ทริปญี่ปุ่นเช่ารถแคมปิ้งจากโตเกียว ค้างแรมในมิจิ ชมใบไม้เปลี่ยนสีและน้ำตกแสนสวย ณ แดนอาทิตย์อุทัย
อาหารชาวแคมป์ อุด้งแกงกะหรี่หมู เต้าหู้ย่าง และมันญี่ปุ่นเผา

เส้นทางที่ซ่อนอยู่

พวกเรามาญี่ปุ่นช่วงฤดูใบไม้แดงหลายหน แต่ไม่เคยได้พบกับจังหวะพีกที่สุดของฤดูกาลแบบที่เมืองนี้ ณ เวลานี้เลย ก่อนหน้านี้เคยเห็นแบบที่เริ่มร่วงไปแล้วบ้าง หรือไม่ก็ยังไม่แดงพีกบ้าง เป็นเรื่องธรรมดาในการท่องเที่ยวที่ขึ้นกับปรากฏการณ์ธรรมชาติ ซึ่งเรากะเกณฑ์ล่วงหน้าไม่ได้

ทริปญี่ปุ่นเช่ารถแคมปิ้งจากโตเกียว ค้างแรมในมิจิ ชมใบไม้เปลี่ยนสีและน้ำตกแสนสวย ณ แดนอาทิตย์อุทัย

เช้านี้พวกเราเปลี่ยนใจตัดจุดท่องเที่ยวที่หามาตั้งแต่เมืองไทยทิ้ง เพราะอยากมองดูใบไม้สีแดงส้มในจังหวะที่สวยที่สุด ให้นานที่สุด

หลังอาหารเช้าและเก็บของออกจากแคมป์ เราขับรถไปทางขึ้นเขาที่ค่อนข้างแคบ ถนนเลาะเลียบแม่น้ำสายเล็ก เส้นทางนี้ขึ้นชื่อว่าเป็น Scenic Route ที่ดีเส้นหนึ่ง ในสมุดคู่มือแคมป์ที่ได้มาเมื่อวานเขียนบอกไว้ว่า ถ้าหาจุดจอดรถข้างถนนได้ให้จอดเลย แล้วเดินชมวิวข้างทางด้วยขาของเราเอง

ที่จอดรถอยู่ตรงข้ามกับสะพานข้ามแม่น้ำ สีแดงของใบไม้ริมน้ำกวักมือเรียกให้เราจอดรถลงไปเดิน จากที่จะเดินเล่นนิด ๆ หน่อย ๆ แล้วไปดูอีกจุดหนึ่ง กลายเป็นการเดินปีนป่ายหินริมน้ำกินเวลาไปเกือบ 2 ชั่วโมง ซึ่งสนุกและสวยงามทุกนาทีที่ผ่านไป

ทริปญี่ปุ่นเช่ารถแคมปิ้งจากโตเกียว ค้างแรมในมิจิ ชมใบไม้เปลี่ยนสีและน้ำตกแสนสวย ณ แดนอาทิตย์อุทัย

ถึงเวลาสิ้นสุดเส้นทาง

คืนสุดท้ายเราจอดนอนที่มิจิอีกครั้ง หลังจากขับรถวนหาจุดที่เหมาะสมสักพัก จุดจอดรถที่ดีต้องไม่ใกล้กับคันอื่น ๆ เนื่องจากเราต้องกางบันไดขึ้นลงเต็นท์หลังคา จึงควรเลือกจุดริมสุดของช่องจอด เพื่อไม่ให้กินที่เข้าไปในช่องข้าง ๆ

มิจิสุดท้ายของคืนนี้อยู่หน้าสวนสาธารณะ เป็นมิจิที่เงียบสงบมาก มีรถจอดนอนก่อนหน้าเราเพียงคันเดียว มีกลิ่นมูลสัตว์ลอยมาจาง ๆ คุยกันว่าน่าจะเป็นกลิ่นขี้วัว เมื่อตื่นตอนเช้าจึงพบว่าที่นี่มีคอกแพะ ยามเช้าของวันสุดท้ายจึงเป็นการเดินเล่นกับแพะและแมวจรที่มีอยู่เต็มสวน

ทริปญี่ปุ่นเช่ารถแคมปิ้งจากโตเกียว ค้างแรมในมิจิ ชมใบไม้เปลี่ยนสีและน้ำตกแสนสวย ณ แดนอาทิตย์อุทัย
เจ้าถิ่นเฝ้ามิจิเล็ก ๆ ที่เราใช้เป็นที่นอนในคืนสุดท้าย

เรามีนัดกับคุณลุคเพื่อคืนรถตอนค่ำที่โตเกียว เส้นทางวกกลับเข้าสู่เมืองใหญ่อีกครั้ง แถวนี้ยังไม่ถึงช่วงเวลาที่ใบไม้จะเปลี่ยนสี ถึงแม้ว่าเราอยู่เที่ยวต่อหลังคืนรถอีก 3 วันก็ตาม แต่ไฮไลต์ของทริปผ่านไปแล้ว บรรยากาศในรถก็เปลี่ยนไป ความรู้สึกที่เข้าใกล้ตอนจบก่อตัวเกาะกินเป็นความเหงาแปลก ๆ

ทริปญี่ปุ่นเช่ารถแคมปิ้งจากโตเกียว ค้างแรมในมิจิ ชมใบไม้เปลี่ยนสีและน้ำตกแสนสวย ณ แดนอาทิตย์อุทัย
เมื่อกลับเข้าสู่พื้นราบใกล้เมืองที่อากาศอุ่นกว่า ใบไม้แถวนี้ยังไม่ถึงจังหวะเปลี่ยนสี

พวกเราอ้อยอิ่งเก็บของออกจากรถ เอากระเป๋าลงทั้งหมดเพื่อให้พร้อมส่งรถคืน ในระหว่างเดินทางกลับเข้าเมืองก็เปิดไล่ดูรูปในโทรศัพท์มือถือ ฤดูกาลของที่นี่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จากสีเขียวกลายเป็นสีแดง น้ำตาล แล้วหิมะก็มาทำให้ทุกอย่างขาวโพลน เมื่อหิมะละลายทุกอย่างก็เริ่มใหม่อีกครั้ง 

ความเปลี่ยนแปลงที่มีให้เห็นในธรรมชาติตลอดเวลา สอนให้เราเข้าใจความเปลี่ยนแปลงที่มีอยู่รอบตัว และรู้จักอดทนรอช่วงเวลาที่ดี ซึ่งจะผ่านเข้ามาอีกครั้งอย่างแน่นอน

ทริปญี่ปุ่นกะทันหัน ขับรถบ้านไปแคมปิ้งท่ามกลางใบไม้สีแดงและลมหนาวของฤดูใบไม้ร่วง

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เราจะส่งสมุดลิมิเต็ดอิดิชัน จาก ZEQUENZ แบรนด์สมุดสัญชาติไทย ทำมือ 100 % เปิดได้ 360 องศา ให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer

ชุตินันท์ โมรา

ช่างภาพ/วิดีโอใต้น้ำมือรางวัลระดับเอเชีย ที่เห็นความเปลี่ยนแปลงของโลกใต้น้ำทั้งในและนอกประเทศมากว่า 17 ปี ทำหนังสือดำน้ำระดับนานาชาติหลายเล่ม เป็นทีมวิดีโอใต้น้ำและคนเบื้องหลังสารคดีและโฆษณาหลายตัว นอกจากนี้ยังเป็นแอดมินเพจ digitalay

Photographers

ชุตินันท์ โมรา

ช่างภาพ/วิดีโอใต้น้ำมือรางวัลระดับเอเชีย ที่เห็นความเปลี่ยนแปลงของโลกใต้น้ำทั้งในและนอกประเทศมากว่า 17 ปี ทำหนังสือดำน้ำระดับนานาชาติหลายเล่ม เป็นทีมวิดีโอใต้น้ำและคนเบื้องหลังสารคดีและโฆษณาหลายตัว นอกจากนี้ยังเป็นแอดมินเพจ digitalay

พลพิชญ์ คมสัน

เริ่มต้นชีวิตจากการเป็นสถาปนิกแต่ชอบหนีงานไปเข้าป่าลงทะเล ผสมกับความอินโทรเวิร์ตเล็กๆ เลยเปลี่ยนสายอาชีพมาเป็นช่างภาพใต้น้ำและคนทำสารคดี เคยทำนิตยสารดำน้ำระดับอินเตอร์ ผลิตงานสารคดีใต้น้ำ และงานโฆษณาหลายชิ้น ปัจจุบันเป็นแอดมินเพจ Digitalay

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load