20 กุมภาพันธ์ 2562
11 K

ที่ใดมีแสงที่นั้นย่อมมีเงา

ที่ใดมีเงาที่นั้นย่อมเจอความสว่าง

ผมตั้งใจไปญี่ปุ่นครั้งนี้เพื่อไปดูงานดีไซน์สถาปัตยกรรม ซึ่งญี่ปุ่นเองมีเอกลักษณ์เฉพาะทางและหลากหลายมาก เรามักจะพบเห็นงานดีไซน์เก๋ๆ ได้ตามเมืองต่างๆ แต่หากพูดถึงสถาปัตยกรรมในญี่ปุ่นที่ถูกดีไซน์โดยสถาปนิกญี่ปุ่นและเป็นที่ยอมรับในเวทีระดับโลกด้วยแล้ว แน่นอนว่าเราต้องนึกถึง Church of Light ของ Tadao Ando

Ibaraki Kasugaoka Church (茨木春日丘教会) หรือ Church of Light คือหนึ่งในชิ้นงานมาสเตอร์พีซของ Tadao Ando ตั้งอยู่ในเมือง Ibaraki ไม่ไกลจากโอซาก้าไปมากนัก เป็นโบสถ์ในศาสนาคริสต์นิกายโปรแตสแตนท์ โบสถ์ตั้งอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆ เงียบสงบ ถูกสร้างเมื่อ ค.ศ. 1989 เพื่อทดแทนโบสถ์ไม้เดิมที่เก่าแก่ทรุดโทรมลงไป ด้วยงบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัดจึงเป็นการท้าทายการออกแบบของอันโดะเป็นอย่างมาก

ในแต่ละเดือนทางตัวโบสถ์จะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมแค่ 4 – 5 วันเท่านั้น เพราะโบสถ์ต้องใช้งานจริงในพิธีทางศาสนาอยู่ ต้องเช็กและจองวันเวลาเข้าชมก่อนทางเว็บ ibaraki-kasugaoka-church.jp

ผมเดินทางเริ่มจาก Osaka Station นั่งรถไฟสาย JR Kyoto Line มาลงที่สถานี Ibaraki เดินข้ามสะพานลอยไปที่ชานชาลาหมายเลข 2 แล้วต่อรถบัส Kintetsu Bus สาย 1 หรือ สาย 2 มาลงที่ป้าย Kasugaokakouen จากนั้นเดินตามถนนขึ้นไปจะมีป้ายบอกทางติดเสาไฟฟ้าที่บอกให้เลี้ยวซ้ายและเดินตรงไปอีกหน่อยก็จะเจอโบสถ์ตั้งอยู่ที่หัวมุมสี่แยก

Church of Light

ลานเด็กเล่นข้างป้ายรถบัสสถานี Kasugaokakouen

Church of Light

ป้ายบอกทางไปโบสถ์ที่เสาไฟฟ้า

Church of Light

โบสถ์ตั้งอยู่หัวมุมกลางสี่แยก

Church of Light

ทางเดินเข้าโบสถ์

รูปทรงของโบสถ์เป็นทรงเรขาคณิตเรียบง่าย เพราะอันโดะเลือกใช้ผนังคอนกรีตเสริมใยเหล็กแค่ 6 แผ่นมาวางต่อกันเพื่อให้เกิดสเปซการใช้งาน และใช้แสงมาทำให้เกิดอัตลักษณ์พิเศษขึ้นมา โดยมีแผ่นคอนกรีต 1 แผ่นนำมาตัดกล่องเฉียง 15 องศา ทำหน้าที่เป็นทางเข้าโบสถ์

Church of Light Church of Light

ผนังเฉียง 15 องศา ทำหน้าที่เป็นทางเข้าโบสถ์

เมื่อเราเดินเข้าตัวโบสถ์ทางเข้าจะมืดเพราะมีผนังบังแสง แสงที่ผ่านจะเห็นเป็นลำแสงพอให้เรามองเห็นทางเท่านั้น พอเดินเลี้ยวผ่านเข้ามาเสียงนักท่องเที่ยวจากตอนแรกที่ดังก็เงียบลงทันที ภาพที่เห็นคือโบสถ์ที่ดูมืดสลัวๆ แต่ทางด้านหน้าแสงสาดส่องเป็นรูปไม้กางเขน บรรยากาศดูเรียบง่ายและสงบ โดยที่ไม่ต้องมีใครพูดหรือมีป้ายบอกใดๆ ใครที่เข้ามาในนี้ต่างเงียบสงบกันหมด

Church of Light

Church of Light Church of Light Church of Light Church of Light

บรรยากาศโถงภายในโบสถ์

Space ทำให้คนสัมผัสรู้สึกได้ว่าสถานที่นี้ควรทำตัวอย่างไร

บางคนไปโบสถ์เพราะต้องการพบเจอพระเจ้า

บางคนไปโบสถ์เพราะต้องการความสงบ

บางคนไปโบสถ์เพราะต้องการสวดภาวนา

บางคนไปโบสถ์เพราะขาดที่ยึดเหนี่ยว

บางคนไปโบสถ์เพราะมีความทุกข์ต้องการพบเจอความสุข

ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด Space ที่ออกแบบมาดีก็ทำให้เราสัมผัสโมเมนต์เช่นนั้นได้ แม้จะพูดออกมาไม่ได้ก็ตาม

บรรยากาศที่ดูสลัวและมีแสงสาดส่องเป็นรูปไม้กางเขน ทำให้เรารู้สึกว่าอยู่ในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์จริงๆ ไม้กางเขนที่สาดส่องหากเปรียบก็คงเป็นแสงสว่างที่ปลายทางที่คอยนำทางชีวิตให้เราไปต่อได้

Church of Light

โต๊ะนั่งบริเวณลานพิธี

Church of Light

เปียโนตั้งอยู่ด้านหลังไว้ใช้เล่นในวันที่มีพิธีการ

Church of Light

สเปซระหว่างตัวโบสถ์

Church of Light

บันได้ด้านข้างโบสถ์

ชีวิตเราไม่ว่าใครจะต้องพบเจอความทุกข์ระหว่างทาง แต่หากเรามีที่ยึดเหนี่ยวที่ปลายทางนั้นแล้ว เราก็จะพบเจอทางออกให้ผ่านพ้นไปได้

ผมนั่งซึมซับบรรยากาศภายในโบสถ์ลมพัดอ่อนๆเย็นสบาย เผลอแป๊บเดียวเวลาผ่านไปเกือบชั่วโมง แสงที่สาดส่องเป็นรูปไม้กางเขนเริ่มหายไป ความมืดเริ่มเข้ามาเยือน ไม่มีใครมีความสุขอยู่ตลอด ความสุขผ่านมาแล้วก็ผ่านไปความทุกข์เข้ามาแทนที่ กลับกันความทุกข์ก็ไม่อยู่กับเราคงทนถาวรเช่นกันมันก็มีวันหายไป

พริบตานั้นไฟในโบสถ์ก็ถูกเปิดนำทางให้เราเดินออก…

Church of Light

ห้องทำพิธีอีกห้องด้านข้างของโบสถ์หลักเป็นห้องเล็กๆ

Church of Light

สวนด้านหลังของโบสถ์

Church of Light Church of Light Church of Light Church of Light

บริเวณด้านนอกตัวโบสถ์

ถ้าคุณมีประสบการณ์เดินทางแปลกใหม่จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญส่งเรื่องราวของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’

ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เราจะมีสมุดบันทึกปกหนังเทียมเล่มสวยส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

20 กุมภาพันธ์ 2562
11 K

ที่ใดมีแสงที่นั้นย่อมมีเงา

ที่ใดมีเงาที่นั้นย่อมเจอความสว่าง

ผมตั้งใจไปญี่ปุ่นครั้งนี้เพื่อไปดูงานดีไซน์สถาปัตยกรรม ซึ่งญี่ปุ่นเองมีเอกลักษณ์เฉพาะทางและหลากหลายมาก เรามักจะพบเห็นงานดีไซน์เก๋ๆ ได้ตามเมืองต่างๆ แต่หากพูดถึงสถาปัตยกรรมในญี่ปุ่นที่ถูกดีไซน์โดยสถาปนิกญี่ปุ่นและเป็นที่ยอมรับในเวทีระดับโลกด้วยแล้ว แน่นอนว่าเราต้องนึกถึง Church of Light ของ Tadao Ando

Ibaraki Kasugaoka Church (茨木春日丘教会) หรือ Church of Light คือหนึ่งในชิ้นงานมาสเตอร์พีซของ Tadao Ando ตั้งอยู่ในเมือง Ibaraki ไม่ไกลจากโอซาก้าไปมากนัก เป็นโบสถ์ในศาสนาคริสต์นิกายโปรแตสแตนท์ โบสถ์ตั้งอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆ เงียบสงบ ถูกสร้างเมื่อ ค.ศ. 1989 เพื่อทดแทนโบสถ์ไม้เดิมที่เก่าแก่ทรุดโทรมลงไป ด้วยงบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัดจึงเป็นการท้าทายการออกแบบของอันโดะเป็นอย่างมาก

ในแต่ละเดือนทางตัวโบสถ์จะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมแค่ 4 – 5 วันเท่านั้น เพราะโบสถ์ต้องใช้งานจริงในพิธีทางศาสนาอยู่ ต้องเช็กและจองวันเวลาเข้าชมก่อนทางเว็บ ibaraki-kasugaoka-church.jp

ผมเดินทางเริ่มจาก Osaka Station นั่งรถไฟสาย JR Kyoto Line มาลงที่สถานี Ibaraki เดินข้ามสะพานลอยไปที่ชานชาลาหมายเลข 2 แล้วต่อรถบัส Kintetsu Bus สาย 1 หรือ สาย 2 มาลงที่ป้าย Kasugaokakouen จากนั้นเดินตามถนนขึ้นไปจะมีป้ายบอกทางติดเสาไฟฟ้าที่บอกให้เลี้ยวซ้ายและเดินตรงไปอีกหน่อยก็จะเจอโบสถ์ตั้งอยู่ที่หัวมุมสี่แยก

Church of Light

ลานเด็กเล่นข้างป้ายรถบัสสถานี Kasugaokakouen

Church of Light

ป้ายบอกทางไปโบสถ์ที่เสาไฟฟ้า

Church of Light

โบสถ์ตั้งอยู่หัวมุมกลางสี่แยก

Church of Light

ทางเดินเข้าโบสถ์

รูปทรงของโบสถ์เป็นทรงเรขาคณิตเรียบง่าย เพราะอันโดะเลือกใช้ผนังคอนกรีตเสริมใยเหล็กแค่ 6 แผ่นมาวางต่อกันเพื่อให้เกิดสเปซการใช้งาน และใช้แสงมาทำให้เกิดอัตลักษณ์พิเศษขึ้นมา โดยมีแผ่นคอนกรีต 1 แผ่นนำมาตัดกล่องเฉียง 15 องศา ทำหน้าที่เป็นทางเข้าโบสถ์

Church of Light Church of Light

ผนังเฉียง 15 องศา ทำหน้าที่เป็นทางเข้าโบสถ์

เมื่อเราเดินเข้าตัวโบสถ์ทางเข้าจะมืดเพราะมีผนังบังแสง แสงที่ผ่านจะเห็นเป็นลำแสงพอให้เรามองเห็นทางเท่านั้น พอเดินเลี้ยวผ่านเข้ามาเสียงนักท่องเที่ยวจากตอนแรกที่ดังก็เงียบลงทันที ภาพที่เห็นคือโบสถ์ที่ดูมืดสลัวๆ แต่ทางด้านหน้าแสงสาดส่องเป็นรูปไม้กางเขน บรรยากาศดูเรียบง่ายและสงบ โดยที่ไม่ต้องมีใครพูดหรือมีป้ายบอกใดๆ ใครที่เข้ามาในนี้ต่างเงียบสงบกันหมด

Church of Light

Church of Light Church of Light Church of Light Church of Light

บรรยากาศโถงภายในโบสถ์

Space ทำให้คนสัมผัสรู้สึกได้ว่าสถานที่นี้ควรทำตัวอย่างไร

บางคนไปโบสถ์เพราะต้องการพบเจอพระเจ้า

บางคนไปโบสถ์เพราะต้องการความสงบ

บางคนไปโบสถ์เพราะต้องการสวดภาวนา

บางคนไปโบสถ์เพราะขาดที่ยึดเหนี่ยว

บางคนไปโบสถ์เพราะมีความทุกข์ต้องการพบเจอความสุข

ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด Space ที่ออกแบบมาดีก็ทำให้เราสัมผัสโมเมนต์เช่นนั้นได้ แม้จะพูดออกมาไม่ได้ก็ตาม

บรรยากาศที่ดูสลัวและมีแสงสาดส่องเป็นรูปไม้กางเขน ทำให้เรารู้สึกว่าอยู่ในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์จริงๆ ไม้กางเขนที่สาดส่องหากเปรียบก็คงเป็นแสงสว่างที่ปลายทางที่คอยนำทางชีวิตให้เราไปต่อได้

Church of Light

โต๊ะนั่งบริเวณลานพิธี

Church of Light

เปียโนตั้งอยู่ด้านหลังไว้ใช้เล่นในวันที่มีพิธีการ

Church of Light

สเปซระหว่างตัวโบสถ์

Church of Light

บันได้ด้านข้างโบสถ์

ชีวิตเราไม่ว่าใครจะต้องพบเจอความทุกข์ระหว่างทาง แต่หากเรามีที่ยึดเหนี่ยวที่ปลายทางนั้นแล้ว เราก็จะพบเจอทางออกให้ผ่านพ้นไปได้

ผมนั่งซึมซับบรรยากาศภายในโบสถ์ลมพัดอ่อนๆเย็นสบาย เผลอแป๊บเดียวเวลาผ่านไปเกือบชั่วโมง แสงที่สาดส่องเป็นรูปไม้กางเขนเริ่มหายไป ความมืดเริ่มเข้ามาเยือน ไม่มีใครมีความสุขอยู่ตลอด ความสุขผ่านมาแล้วก็ผ่านไปความทุกข์เข้ามาแทนที่ กลับกันความทุกข์ก็ไม่อยู่กับเราคงทนถาวรเช่นกันมันก็มีวันหายไป

พริบตานั้นไฟในโบสถ์ก็ถูกเปิดนำทางให้เราเดินออก…

Church of Light

ห้องทำพิธีอีกห้องด้านข้างของโบสถ์หลักเป็นห้องเล็กๆ

Church of Light

สวนด้านหลังของโบสถ์

Church of Light Church of Light Church of Light Church of Light

บริเวณด้านนอกตัวโบสถ์

ถ้าคุณมีประสบการณ์เดินทางแปลกใหม่จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญส่งเรื่องราวของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’

ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เราจะมีสมุดบันทึกปกหนังเทียมเล่มสวยส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

วุฒิชัย เชาว์เมธีวุฒิ

ครีเอทีฟ ชอบถ่ายรูป อ่านหนังสือ และเริ่มขีดเขียน ติดตามผลงาน IG : toiwoody FB : Toi Chao

Travelogue

พื้นที่บรรจุประสบการณ์เดินทางทั่วมุมโลก

5 มิถุนายน 2564
213

เพื่อเป็นการงาน CSD (Christopher Street Day) Frankfurt 2020 เป็นขบวนพาเหรดที่จัดปีละครั้ง เพื่อเฉลิมฉลองให้กับผู้มีความหลากหลายทางเพศ บางประเทศเรียกว่า Pride Parade หรือ Pride March งานนี้จัดเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคมปีที่แล้ว ควบคู่กับงานเสวนาออนไลน์ พิเศษตรงรูปแบบของขบวนพาเหรดที่เป็น Auto-Demo ภาษาเยอรมัน แปลว่า Car Demonstration Parade (ขบวนพาเหรดรถยนต์) เราเพิ่งรู้จักกับการจัดขบวนพาเหรดแบบนี้เป็นครั้งแรกที่นี่

ช่วงที่มีการระบาดของโรค COVID-19 ในครั้งแรก ก็มีการรณรงค์เรื่องความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว เพื่อวางแผนมาตรการเฝ้าระวัง ในตอนนั้นทางรัฐบาลมีข้อกำหนดเรื่องการเว้นระยะห่างอย่างเข้มงวด เพื่อลดปริมาณผู้ติดเชื้อ การเดินประท้วงแบบปกติจึงต้องงดเว้นไป แต่ทางการอนุญาตให้ใช้รถยนต์ได้ โดยจะต้องมีผู้โดยสารคันละไม่เกิน 2 คน จึงทำให้เราได้เห็นการประท้วงแบบ Auto-Demo นี้แทนการเดินถนน

เดินขบวนทิพย์ในงานขบวนพาเหรดรถยนต์เพื่อความเท่าเทียมทางเพศ LGBTQ+

ผู้จัดต้องการให้มีพาเหรดนี้เกิดขึ้น แม้จะอยู่ในช่วงที่ยังต้องเฝ้าระวังสถานการณ์โรคระบาด ก็เลยนำไอเดีย Auto-Demo มาใช้กับงานพาเหรดในปีนี้เช่นกัน ในขบวนมีทั้งผู้สนับสนุนจากเมือง Frankfurt และเมืองใกล้เคียง เช่น Offenbach และ Wiesbaden มาร่วมด้วย ซึ่งงานในครั้งนี้จัดขึ้นที่ Romerberg ลานกว้างที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของ Frankfurt โชคดีที่ในวันงาน สถานการณ์ดีขึ้นมากแล้ว ทางการอนุญาตให้เดินขบวนและชุมนุมได้ 

โดยยังแนะนำให้มีการใส่หน้ากากและเว้นระยะห่าง 1.5 เมตรอยู่ 

เดินขบวนทิพย์ในงานขบวนพาเหรดรถยนต์เพื่อความเท่าเทียมทางเพศ LGBTQ+

ทุกคนมารวมตัวกันที่นี่ เพื่อฟังผู้นำการจัดงานพูดแนะนำงานและความสำคัญของความเท่าเทียมทางเพศ ก่อนที่จะเริ่มขบวน Auto-Demo ซึ่งผู้ร่วมขบวนและรถยนต์ทั้งหมดได้จอดรอเรียบร้อยแล้ว บนถนนริมแม่น้ำที่อยู่ไม่ไกลจากสถานที่จัดงานมากนัก

เมื่อถึงเวลา ทุกคนเดินไปขึ้นรถของตัวเองและรอสัญญาณจากทีมงาน ก่อนจะเริ่มขับออกไปพร้อมกับโบกธง Pride Flag ให้กับผู้คนรอบข้าง ทั้งขบวนมีรถประมาณ 20 – 30 คัน แต่ละคันมาจากองค์กรและหน่วยงานอิสระมากมาย รวมทั้งรถยนต์ส่วนบุคคล บางส่วนก็เป็นผู้ร่วมขบวนที่เดินเป็นหน้ากระดานทั้งระหว่างขบวนและท้ายขบวน

ในความรู้สึกของเราถือเป็นไอเดียที่ดีมาก เพราะเรื่องสิทธิมนุษยชนเป็นสิ่งสำคัญ และรณรงค์ได้ด้วยมาตรการความปลอดภัย ในขบวนพาเหรดครั้งนี้ เราได้เห็นข้อความที่น่าสนใจคือ การรณรงค์เรื่อง Artikel 3 หรือกฎหมายมาตราที่ 3 

เมื่อได้อ่านดู ก็พบว่ามีใจความสำคัญเรื่องความเท่าเทียม มีประโยคขึ้นต้นมาตราว่า

“All persons shall be equal before the law.”

เดินขบวนทิพย์ในงานขบวนพาเหรดรถยนต์เพื่อความเท่าเทียมทางเพศ

เนื้อหาในกฎหมายมาตรานี้ยังพูดถึงสิทธิเท่าเทียมของชายและหญิง รัฐมีหน้าที่กำจัดความไม่เท่าเทียมใดก็ตามที่เกิดขึ้น ยังกล่าวด้วยว่า บุคคลไม่ควรได้รับการปฏิบัติด้วยความลำเอียง เพราะเพศ การมีลูก ชาติพันธุ์ ภาษา ถิ่นกำเนิด เชื้อสาย ความเชื่อ หรือความคิดเห็นที่เกี่ยวกับศาสนาและการเมือง และบุคคลไม่ควรได้รับการปฏิบัติที่ไม่เท่าเทียมเพราะมีความพิการ

(ข้อมูลอ้างอิง: https://www.bundesregierung.de/breg-en/chancellor/basic-law-470510)

ในฐานะผู้หญิงตรงเพศที่แต่งงานกับสามีซึ่งเป็นผู้ชายตรงเพศเช่นกัน เราจินตนาการไม่ได้เลยว่า ความไม่เท่าเทียมที่ชาว LGBTQ+ ต้องแบกรับนั้นนักหนาขนาดไหน แม้ว่าประเทศเยอรมนีจะเป็นประเทศประชาธิปไตยที่มีกฎหมายคุ้มครอง และผู้คนส่วนใหญ่ที่นี่ให้ความสำคัญกับเรื่องความเท่าเทียมและสิทธิมนุษยชนมาก แต่ในความเป็นจริง ชาว LGBTQ+ ก็ยังถูกเลือกปฏิบัติ ทั้งในการใช้ชีวิตประจำวัน ชีวิตส่วนตัว และการทำงาน 

ตราบใดที่ยังมีความไม่เท่าเทียมในสังคม การรณรงค์นี้ก็ยังคงต้องดำเนินต่อไป

เดินขบวนทิพย์ในงาน CSD Frankfurt ขบวนพาเหรดรถยนต์เพื่อความเท่าเทียมทางเพศ

นอกจากมาตราที่ 3 ที่เป็นกฎหมายพื้นฐานแล้ว ประเทศเยอรมนียังมีกฎหมายสมรสเท่าเทียม คู่รัก LGBTQ+ จดทะเบียนสมรสได้ และอุปการะบุตรบุญธรรมได้ด้วย เราได้เห็นครอบครัว LGBTQ+ ที่นี่กับลูกๆ หลายครั้ง และรู้สึกดีมากที่ได้อยู่ในประเทศที่มีกฎหมายรับรอง เราเชื่อว่าความรักที่ดีมาจากคนสองคนที่รักและเคารพกันในฐานะคนที่เท่าเทียม และความรักที่ดีก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้สถาบันครอบครัวเข้มแข็งและทำให้สังคมมีความเข้มแข็งตามไปด้วย

เราหวังว่าจะมีวันที่ประเทศไทยมีกฎหมายสมรสเท่าเทียมและกฎหมายความเท่าเทียมพื้นฐานเช่นกัน

สำหรับปีนี้งาน CSD Frankfurt 2021 จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 17 กรกฎาคม 2021 รูปแบบงานจะกลับมาเป็นขบวนพาเหรดเดินเท้า พร้อมกิจกรรม Mini-CSD ที่จะจัดขึ้นอีกครั้งช่วงฤดูใบไม้ร่วง เพื่อเป็นการสนับสนุนความเท่าเทียมทางเพศและดูแลความปลอดภัยให้ผู้เข้าร่วมงานทุกคน ติดตามรายละเอียดที่ : https://csd-frankfurt.de

เดินขบวนทิพย์ในงาน CSD Frankfurt ขบวนพาเหรดรถยนต์เพื่อความเท่าเทียมทางเพศ

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ โรงเรียนนานาชาติ’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เรามีหมวกรุ่นพิเศษจาก Painkiller Atelier X The Cloud ส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

5 มิถุนายน 2564
213

เพื่อเป็นการงาน CSD (Christopher Street Day) Frankfurt 2020 เป็นขบวนพาเหรดที่จัดปีละครั้ง เพื่อเฉลิมฉลองให้กับผู้มีความหลากหลายทางเพศ บางประเทศเรียกว่า Pride Parade หรือ Pride March งานนี้จัดเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคมปีที่แล้ว ควบคู่กับงานเสวนาออนไลน์ พิเศษตรงรูปแบบของขบวนพาเหรดที่เป็น Auto-Demo ภาษาเยอรมัน แปลว่า Car Demonstration Parade (ขบวนพาเหรดรถยนต์) เราเพิ่งรู้จักกับการจัดขบวนพาเหรดแบบนี้เป็นครั้งแรกที่นี่

ช่วงที่มีการระบาดของโรค COVID-19 ในครั้งแรก ก็มีการรณรงค์เรื่องความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว เพื่อวางแผนมาตรการเฝ้าระวัง ในตอนนั้นทางรัฐบาลมีข้อกำหนดเรื่องการเว้นระยะห่างอย่างเข้มงวด เพื่อลดปริมาณผู้ติดเชื้อ การเดินประท้วงแบบปกติจึงต้องงดเว้นไป แต่ทางการอนุญาตให้ใช้รถยนต์ได้ โดยจะต้องมีผู้โดยสารคันละไม่เกิน 2 คน จึงทำให้เราได้เห็นการประท้วงแบบ Auto-Demo นี้แทนการเดินถนน

เดินขบวนทิพย์ในงานขบวนพาเหรดรถยนต์เพื่อความเท่าเทียมทางเพศ LGBTQ+

ผู้จัดต้องการให้มีพาเหรดนี้เกิดขึ้น แม้จะอยู่ในช่วงที่ยังต้องเฝ้าระวังสถานการณ์โรคระบาด ก็เลยนำไอเดีย Auto-Demo มาใช้กับงานพาเหรดในปีนี้เช่นกัน ในขบวนมีทั้งผู้สนับสนุนจากเมือง Frankfurt และเมืองใกล้เคียง เช่น Offenbach และ Wiesbaden มาร่วมด้วย ซึ่งงานในครั้งนี้จัดขึ้นที่ Romerberg ลานกว้างที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของ Frankfurt โชคดีที่ในวันงาน สถานการณ์ดีขึ้นมากแล้ว ทางการอนุญาตให้เดินขบวนและชุมนุมได้ 

โดยยังแนะนำให้มีการใส่หน้ากากและเว้นระยะห่าง 1.5 เมตรอยู่ 

เดินขบวนทิพย์ในงานขบวนพาเหรดรถยนต์เพื่อความเท่าเทียมทางเพศ LGBTQ+

ทุกคนมารวมตัวกันที่นี่ เพื่อฟังผู้นำการจัดงานพูดแนะนำงานและความสำคัญของความเท่าเทียมทางเพศ ก่อนที่จะเริ่มขบวน Auto-Demo ซึ่งผู้ร่วมขบวนและรถยนต์ทั้งหมดได้จอดรอเรียบร้อยแล้ว บนถนนริมแม่น้ำที่อยู่ไม่ไกลจากสถานที่จัดงานมากนัก

เมื่อถึงเวลา ทุกคนเดินไปขึ้นรถของตัวเองและรอสัญญาณจากทีมงาน ก่อนจะเริ่มขับออกไปพร้อมกับโบกธง Pride Flag ให้กับผู้คนรอบข้าง ทั้งขบวนมีรถประมาณ 20 – 30 คัน แต่ละคันมาจากองค์กรและหน่วยงานอิสระมากมาย รวมทั้งรถยนต์ส่วนบุคคล บางส่วนก็เป็นผู้ร่วมขบวนที่เดินเป็นหน้ากระดานทั้งระหว่างขบวนและท้ายขบวน

ในความรู้สึกของเราถือเป็นไอเดียที่ดีมาก เพราะเรื่องสิทธิมนุษยชนเป็นสิ่งสำคัญ และรณรงค์ได้ด้วยมาตรการความปลอดภัย ในขบวนพาเหรดครั้งนี้ เราได้เห็นข้อความที่น่าสนใจคือ การรณรงค์เรื่อง Artikel 3 หรือกฎหมายมาตราที่ 3 

เมื่อได้อ่านดู ก็พบว่ามีใจความสำคัญเรื่องความเท่าเทียม มีประโยคขึ้นต้นมาตราว่า

“All persons shall be equal before the law.”

เดินขบวนทิพย์ในงานขบวนพาเหรดรถยนต์เพื่อความเท่าเทียมทางเพศ

เนื้อหาในกฎหมายมาตรานี้ยังพูดถึงสิทธิเท่าเทียมของชายและหญิง รัฐมีหน้าที่กำจัดความไม่เท่าเทียมใดก็ตามที่เกิดขึ้น ยังกล่าวด้วยว่า บุคคลไม่ควรได้รับการปฏิบัติด้วยความลำเอียง เพราะเพศ การมีลูก ชาติพันธุ์ ภาษา ถิ่นกำเนิด เชื้อสาย ความเชื่อ หรือความคิดเห็นที่เกี่ยวกับศาสนาและการเมือง และบุคคลไม่ควรได้รับการปฏิบัติที่ไม่เท่าเทียมเพราะมีความพิการ

(ข้อมูลอ้างอิง: https://www.bundesregierung.de/breg-en/chancellor/basic-law-470510)

ในฐานะผู้หญิงตรงเพศที่แต่งงานกับสามีซึ่งเป็นผู้ชายตรงเพศเช่นกัน เราจินตนาการไม่ได้เลยว่า ความไม่เท่าเทียมที่ชาว LGBTQ+ ต้องแบกรับนั้นนักหนาขนาดไหน แม้ว่าประเทศเยอรมนีจะเป็นประเทศประชาธิปไตยที่มีกฎหมายคุ้มครอง และผู้คนส่วนใหญ่ที่นี่ให้ความสำคัญกับเรื่องความเท่าเทียมและสิทธิมนุษยชนมาก แต่ในความเป็นจริง ชาว LGBTQ+ ก็ยังถูกเลือกปฏิบัติ ทั้งในการใช้ชีวิตประจำวัน ชีวิตส่วนตัว และการทำงาน 

ตราบใดที่ยังมีความไม่เท่าเทียมในสังคม การรณรงค์นี้ก็ยังคงต้องดำเนินต่อไป

เดินขบวนทิพย์ในงาน CSD Frankfurt ขบวนพาเหรดรถยนต์เพื่อความเท่าเทียมทางเพศ

นอกจากมาตราที่ 3 ที่เป็นกฎหมายพื้นฐานแล้ว ประเทศเยอรมนียังมีกฎหมายสมรสเท่าเทียม คู่รัก LGBTQ+ จดทะเบียนสมรสได้ และอุปการะบุตรบุญธรรมได้ด้วย เราได้เห็นครอบครัว LGBTQ+ ที่นี่กับลูกๆ หลายครั้ง และรู้สึกดีมากที่ได้อยู่ในประเทศที่มีกฎหมายรับรอง เราเชื่อว่าความรักที่ดีมาจากคนสองคนที่รักและเคารพกันในฐานะคนที่เท่าเทียม และความรักที่ดีก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้สถาบันครอบครัวเข้มแข็งและทำให้สังคมมีความเข้มแข็งตามไปด้วย

เราหวังว่าจะมีวันที่ประเทศไทยมีกฎหมายสมรสเท่าเทียมและกฎหมายความเท่าเทียมพื้นฐานเช่นกัน

สำหรับปีนี้งาน CSD Frankfurt 2021 จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 17 กรกฎาคม 2021 รูปแบบงานจะกลับมาเป็นขบวนพาเหรดเดินเท้า พร้อมกิจกรรม Mini-CSD ที่จะจัดขึ้นอีกครั้งช่วงฤดูใบไม้ร่วง เพื่อเป็นการสนับสนุนความเท่าเทียมทางเพศและดูแลความปลอดภัยให้ผู้เข้าร่วมงานทุกคน ติดตามรายละเอียดที่ : https://csd-frankfurt.de

เดินขบวนทิพย์ในงาน CSD Frankfurt ขบวนพาเหรดรถยนต์เพื่อความเท่าเทียมทางเพศ

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ โรงเรียนนานาชาติ’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เรามีหมวกรุ่นพิเศษจาก Painkiller Atelier X The Cloud ส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

วรรณิดา กสิวงศ์

เวดดิ้งแพลนเนอร์ @wondersweddings ชอบหนังสือ ช็อกโกแลตร้อน และดอกไม้ ใฝ่ฝันอยากเห็นประเทศไทยเป็นรัฐสวัสดิการ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load