4 สิงหาคม 2561
16.72 K

สัปดาห์ที่แล้ว พี่เอ๋ย-วินัย สัตตะจารุวงษ์ ผู้กำกับของ The Cloud เพิ่งกลับจากเกาะฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น

พี่เอ๋ยหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดภาพการเดินทางให้ดูหลายสิบภาพ ฉันสนใจสถานที่แห่งหนึ่งมากเป็นพิเศษ มันคือภาพทุ่งดอกลาเวนเดอร์ที่ปกคลุมพระพุทธรูปทั้งองค์ จนเหลือเพียงเศียรพระพุทธรูปให้มองเห็นจากภายนอกเท่านั้น นี่คืองานออกแบบของ ทาดาโอะ อันโดะ (Tadao Ando) ปรมาจารย์สถาปนิกมินิมอล ซึ่งมีสไตล์เฉพาะตัวจนโด่งดังระดับโลก

พอรู้ข่าวว่าอันโดะออกแบบวัด ใครบ้างไม่อยากไปดู พี่เอ๋ยก็เช่นกัน

ลาเวนเดอร์, วัด, พระพุทธรูป, ญี่ปุ่น, สุสาน Makomanai Takino Cemetery, ซัปโปโร, ฮอกไกโด

ภาพ : www.cnn.com

วันฝนตก

เมืองซัปโปโร เกาะฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น

เช้าวันนั้นฝนยังคงปรอยอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด

แต่การเดินทางบนการตัดสินใจที่หนักแน่น ยังคงดำเนินต่อ

การเดินทางจากตัวเมืองซัปโปโรล่าช้าเพราะพายุฝน ใช้เวลาประมาณชั่วโมงกว่าๆ ก็มาถึงจุดหมาย นั่นคือสุสาน Makomanai Takino Cemetery แต่ถ้าเป็นสภาพอากาศปกติ เดินทางด้วยรถไฟสายนัมโบคุ (Namboku Line) จะใช้เวลาเพียง 24 นาทีจากสถานีซัปโปโรจนถึงสถานีมาโกะมะนาอิ (Makomanai Station) แล้วต่อรถบัสอีก 23 นาที ไปที่สุสาน

Hill of the Buddha หรือ หุบเขาพระพุทธเจ้า ถือเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญอย่างหนึ่งของสุสานแห่งนี้ เมื่อมองด้วยตาเปล่า พระพุทธรูป Atama Daibutsu ขนาดใหญ่ปกคลุมไปด้วยทุ่งดอกลาเวนเดอร์กว่า 15,000 ต้น สีเขียวสบายตาในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ผลิดอกม่วงสะพรั่งในช่วงฤดูร้อน และขาวโพลนด้วยหิมะในฤดูหนาว

พี่เอ๋ยมาถึงสุสานในช่วงสาย โชคดีที่ฝนหยุดแล้ว แต่ยังไม่มีแดดมาปลุกความสดใสให้สถานที่นี้

ลาเวนเดอร์, วัด, พระพุทธรูป, ญี่ปุ่น, สุสาน Makomanai Takino Cemetery, ซัปโปโร, ฮอกไกโด

ขอขีดเส้นใต้สักนิดว่าที่นี่คือ สุสาน

แต่บรรยากาศไม่เหมือนสุสานเลย สีม่วงของดอกลาเวนเดอร์ตัดกับท้องฟ้าสีเทาครึ้มที่ไม่มีแดดหลังจากฝนหยุด ให้ความรู้สึกสดชื่น แต่ก็ยังสงบแบบศาสนสถาน

สุสานแห่งนี้เพิ่งได้รับการประชาสัมพันธ์ในช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมานี่เอง นักท่องเที่ยวจึงไม่มากเท่าสถานที่ท่องเที่ยวแห่งอื่น

หลังจากหยอดเงิน 300 เยน ลงไปในกล่องหน้าทางเข้าหุบเขาลาเวนเดอร์ เพื่อเป็นค่าบำรุงรักษาลาเวนเดอร์เหล่านี้ให้ยังคงอยู่ตลอดไป นักท่องเที่ยวก็จะเดินเข้าสู่ด้านในของหุบเขาลาเวนเดอร์ สองข้างทางทั้งซ้ายและขวาเป็นทุ่งดอกลาเวนเดอร์ของจริง เห็นแล้วเข้าใจเลยว่าที่คนบอกว่าโลกสวยเหมือนอยู่ในทุ่งลาเวนเดอร์มันสวยอย่างนี้นี่เอง

ลาเวนเดอร์ Hill of the Buddha, ซัปโปโร, ฮอกไกโด, สุสาน

ทางสุสานมีบริการนำเดินชมทุ่งดอกลาเวนเดอร์โดยชาวบ้านในท้องถิ่น ราคารอบละ 500 เยน หลังจากเดินจบ ชาวบ้านจะมอบดอกไม้ให้เป็นที่ระลึกด้วย

สุสาน Makomanai Takino Cemetery, Hill of the Buddha, Water Garden

จุดถัดมาที่ควรหยุดคือ สระน้ำ หรือ Water Garden ประกอบด้วยกำแพงแบบปูนเปลือยไม่มีการตกแต่ง เราต้องเดินอ้อมสระน้ำตามเข็มนาฬิกา เพื่อชำระล้างจิตใจให้เกิดความสงบ เย็นสบายทั้งกาย ใจ และนำตัวเองออกจากความวุ่นวายของโลกภายนอก ก่อนจะเข้าสู่อุโมงค์ความยาว 400 เมตร ซึ่งด้านหน้าอุโมงค์มีธูปให้เราจุดขอพรกับพระพุทธรูปได้ในราคา 100 เยน

Hill of the Buddha, สุสาน Makomanai Takino Cemetery, พระพุทธรูป, ญี่ปุ่น, ซัปโปโร, ฮอกไกโด Hill of the Buddha, สุสาน Makomanai Takino Cemetery, พระพุทธรูป, ญี่ปุ่น, ซัปโปโร, ฮอกไกโด

เมื่อเดินเข้ามาจนสุดปลายอุโมงค์ เราจะเห็นพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่โดยไร้สิ่งปกคลุม

หากเราแหงนมองขึ้นไปด้านบนจะเห็นพระพุทธรูปเต็มองค์พร้อมกับการสาดของแสงธรรมชาติผ่านช่องแสงด้านบนที่กำหนดทิศทางของแสง ซึ่งเป็นจุดเด่นของการออกแบบที่นี่ เมื่อแสงจากภายนอกสาดส่องลงมายังพระพุทธรูป นอกจากจะส่องรายละเอียดของพระพุทธรูปให้ชัดเจนยิ่งขึ้นแล้ว แสงนั้นยังเปรียบเสมือนพลังรัศมีจากฟากฟ้า ก่อให้เกิดความศรัทธาต่อพระพุทธรูปอีกด้วย

Hill of the Buddha, สุสาน Makomanai Takino Cemetery, พระพุทธรูป, ญี่ปุ่น, ซัปโปโร, ฮอกไกโด

ด้านหลังพระพุทธรูปยังมีพระพุทธรูปอีกหลายปางประดิษฐานให้นักท่องเที่ยวได้กราบไหว้ทำความเคารพ อีกทั้งในบริเวณเดียวกันยังมีการแสดงภาพการก่อสร้างงานสถาปัตยกรรมชิ้นนี้ด้วย ตั้งแต่เริ่มก่อสร้างจนถึงวันที่ชิ้นงานเสร็จสิ้นในช่วงฤดูหนาวของปี 2015

Hill of the Buddha, สุสาน Makomanai Takino Cemetery, พระพุทธรูป, ญี่ปุ่น, ซัปโปโร, ฮอกไกโด Hill of the Buddha, สุสาน Makomanai Takino Cemetery, พระพุทธรูป, ญี่ปุ่น, ซัปโปโร, ฮอกไกโด

พระพุทธรูปองค์นี้ประดิษฐานอยู่ในพื้นที่ของสุสานเป็นเวลากว่า 18 ปี ด้วยความสูง 13.5 เมตร และน้ำหนักกว่า 1,500 ตัน ผู้ที่สัญจรไปมาบริเวนสุสานจึงเห็นพระพุทธรูปได้อย่างชัดเจน

แต่ในความชัดเจนนั้นกลับไม่มีสิ่งดึงดูดใจให้คนส่วนใหญ่เข้าไปเยือนสถานที่นั้นเลย

“จะทำอย่างไรให้พระพุทธรูปยังคงเคร่งขรึม แต่ดึงดูด”

อันโดะตั้งคำถามเมื่อเขาได้รับคำขอร้องจากทางสุสานให้จัดการออกแบบพื้นที่นี้ จึงออกมาเป็นสถาปัตยกรรมที่มีลีลาในการสร้างความศรัทธา จนเกิดความประหลาดใจมากมาย ทั้งการใช้พื้นที่สำหรับออกแบบให้เกิดคุณค่าทางอารมณ์ ความรู้สึกน่าค้นหา พร้อมสอดแทรกการออกแบบเฉพาะตัวที่จัดสรรแนวคิดสมัยใหม่เข้าไป ทั้งหมดนี้ยังคงเอกลักษณ์ความเป็นวัดญี่ปุ่นอย่างชัดเจน ไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่ฉีกจารีตหรือประเพณีใดๆ อันนำไปสู่ความสงบ

Hill of the Buddha, สุสาน Makomanai Takino Cemetery, พระพุทธรูป, ญี่ปุ่น, ซัปโปโร, ฮอกไกโด

นอกจากผลงานของอันโดะจะผสมผสานสถาปัตยกรรมที่มีความโดดเด่นจากการใช้ปูนปั้นและคอนกรีตเป็นองค์ประกอบสำคัญ ยังดึงเอาความเป็นธรรมชาติมาหลอมรวมกัน ให้เกิดความลงตัวอย่างสวยงาม เช่น งานออกแบบโบสถ์คริสต์ชื่อ Church of Light ใช้เทคนิคการเจาะกำแพงเป็นรูปไม้กางเขน เพื่อให้แสงธรรมชาติลอดเข้ามา หรือพิพิธภัณฑ์ศิลปะ Modern Art Museum of Fort Worth ในเมือง Fort Worth รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา

ประเด็นสำคัญอีกประการหนึ่งในการปรับเปลี่ยนพื้นที่สุสานของอันโดะครั้งนี้ คือการใช้ศิลปะเป็นจุดเด่นเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้พื้นที่นี้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สร้างรายได้ และเป็นที่นิยมมากขึ้น ดังเช่นฟักทองลายจุดของยาโยย คุซามะ (Yayoi Kusama) ศิลปินป๊อปอาร์ตชื่อดัง ที่ตั้งอยู่ข้างท่าเรือของเกาะศิลปะนาโอชิมะ เป็นต้น

การออกแบบหุบเขาพระพุทธเจ้าจึงเป็นการสร้างงานที่คิดอย่างรอบคอบ นอกจากจะเพิ่มคุณค่าให้แก่สิ่งที่มีอยู่แล้ว ยังเปลี่ยนภาพสถานที่อึมครึมให้มีชีวิตชีวา แตกต่าง แต่ยังคงคุณค่าดั้งเดิมเอาไว้อย่างครบถ้วน

สุสาน Makomanai Takino Cemetery

เวลาเปิด-ปิด การเข้าชม Hill of The Buddha (ตามเวลาท้องถิ่น)
เดือนเมษายน-ตุลาคม : 09.00 – 16.00 น.
เดือนพฤศจิกายน-มีนาคม : 10.00 – 15.00 น.
ค่าธรรมเนียม 300 เย
www.takinoreien.com

 

ถ้าคุณมีประสบการณ์เดินทางแปลกใหม่จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญส่งเรื่องราวของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’

ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เราจะมีสมุดบันทึกปกหนังเทียมเล่มสวยส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer

สุรพันธ์ แสงสุวรรณ์

เขียนหนังสือบนก้อนเมฆในวันหนึ่งตรงหางแถว และทำเว็บไซต์เล็กๆ ชื่อ ARTSvisual.co

Photographer

วินัย สัตตะรุจาวงษ์

ผู้กำกับรายการและโฆษณาที่ช่วงนี้หันมาสนใจงานแนวสารคดี จึงเน้นทำงานที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานความจริง ตัวอย่างผลงานที่ผ่านมาคือ รายการ human ride และ เป็น อยู่ คือ

Travelogue

พื้นที่บรรจุประสบการณ์เดินทางทั่วมุมโลก

25 มิถุนายน 2565
1.83 K

The Cloud x Vespa

บรึ้น ๆ ! เสียงขบวนเวสป้าบึ่งเข้ามายังนครขอนแก่นเพื่อร่วมทริป Walk with The Cloud : บึ่งแก่นนคร ชมศิลปะและวัฒนธรรมในแดนอีสาน บ้างมาจากกรุงเทพฯ บ้างมาจากขอนแก่นบ้านเฮานี่แหละ วันนี้เป็นวันที่ฟ้าไร้แดดเหมาะกับการขี่รถตากลมสุด ๆ จากจุดรวมตัว เราจะบึ่งไปที่โฮงสินไซเป็นที่แรก

เป็นความรู้สึกที่แปลกใหม่ในการขี่สกู๊ตเตอร์เที่ยวกับเพื่อนหน้าใหม่ที่เพิ่งทำความรู้จัก

เชื่อว่าทั้งคนในและคนนอกก็คงตื่นเต้นไม่ต่างกัน ไม่พูดพร่ำทำเพลง ขอสตาร์ทรถไปเบิ่งกันแน่จ้า

ขี่ Vespa เที่ยวขอนแก่น เลาะมข.ไปดูตึกโมเดิร์น 50 ปี ฟังเสียงแคนที่โฮงสินไซในป่ากลางเมือง

ที่นี่โฮงสินไซ

จอดสกู๊ตเตอร์ที่ ‘โฮงสินไซ’ บ้านสวนกลางเมืองจังหวัดขอนแก่น โอบล้อมด้วยรั้วไม้ไผ่และมวลแมกไม้นานาพันธุ์ สองมือยังไม่ทันล้วงกระเป๋า พวกเราก็พบกับ ผศ.ดร.ทรงวิทย์ พิมพะกรรณ์ ผู้ก่อตั้งโฮงสินไซ ที่ชวนน้อง ๆ เด็กพิเศษ มาเป็นวิทยากรพิเศษนำชมเรื่องราวของ สินไซ ด้วยกัน ที่นั่นมีเสียงจิ้งโกร่งต้อนรับพวกเราอย่างเนืองแน่น

เจ้าบ้านชวนเรานั่งล้อมวงสบาย ๆ บริเวณหน้าบ้าน แถมแจกจ่ายน้ำสมุนไพรเย็นชื่นใจดับกระหายให้คนละแก้ว (เติมได้ไม่อั้น) พร้อมขนมและผลไม้ตามฤดูกาล ก่อนจะเกริ่นแนะนำตัวและเล่าถึงวรรณคดีแบบกระชับ

สินไซ เป็นวรรณคดีของอุษาคเนย์ รู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งคือ สังข์ศิลป์ชัย ท้องเรื่องไม่ได้ต่างจากวรรณคดีไทยส่วนใหญ่มากนัก แน่นอนว่า ‘สินไซ’ คือตัวเอกที่ต้องผ่านหลายเหตุการณ์ ต้องข้ามผ่าน 7 ย่านน้ำ 9 ด่านมหาภัย จนสุดท้ายก็จบแบบแฮปปี้เอนดิ้ง โดยท้าวกุดสะราดสละราชสมบัติให้สินไซปกครองต่ออย่างร่มเย็นเป็นสุข

ขี่ Vespa เที่ยวขอนแก่น เลาะมข.ไปดูตึกโมเดิร์น 50 ปี ฟังเสียงแคนที่โฮงสินไซในป่ากลางเมือง
ขี่ Vespa เที่ยวขอนแก่น เลาะมข.ไปดูตึกโมเดิร์น 50 ปี ฟังเสียงแคนที่โฮงสินไซในป่ากลางเมือง

อาจารย์ทรงวิทย์บอกว่า โฮงสินไซนี้มีที่มาจาก โฮง หมายถึง โรง ที่บรรจุเรื่องราวของวรรณคดีเรื่อง สินไซ เอาไว้ นอกจากฟังประวัติความเป็นมาและความตั้งใจของสถานที่แห่งนี้แล้ว พวกเรายังได้เดินดูของสะสมในตู้กระจกที่เก็บรวบรวมเอกสารเกี่ยวกับวรรณคดีเรื่องนี้ประมาณ 140 – 150 รายการ ทั้งหมดเกี่ยวกับ สินไซ ในด้านต่าง ๆ ทั้งแง่รัฐศาสตร์-การเมือง งานวิจัยภาษาไทย-ลาว อีกทั้งยังมีผนังห้องประดับภาพเขียนสีน้ำเล่าเรื่อง สินไซ ซึ่งอาจารย์เป็นผู้วาด และมีมุมการต่อยอด-ประยุกต์ให้ร่วมสมัย เป็นหนังตะลุง เสื้อยืด ถ้วยกาแฟ ร่ม และของที่ระลึกต่าง ๆ

“วรรณคดีเป็นที่อยู่ของวัฒนธรรม” มหาสิลา วีระวงส์ นักปราชญ์คนสำคัญของลาวกล่าวไว้ คำกล่าวนี้ไม่เกินจริงแต่อย่างใด เพราะเมื่อมีวัฒนธรรมจึงเกิดงานศิลป์หลายอย่าง วรรณคดีก็เป็นอีกศาสตร์หนึ่งที่บ่งบอกถึงความเป็นอยู่ของวัฒนธรรมนั้น ๆ ให้เห็นว่า วรรณคดีแต่ละยุคสมัย ผู้คนมีความคิด ความเชื่อ วัฒนธรรม พิธี ต่างกันหรือไม่ อย่างไร

โฮงสินไซเซอร์ไพรส์เราด้วยเสียงแคนกับหมอแคนรุ่นใหม่ ที่ผูกโยงกับ สินไซ และวัฒนธรรมอีสาน

ขี่ Vespa เที่ยวขอนแก่น เลาะมข.ไปดูตึกโมเดิร์น 50 ปี ฟังเสียงแคนที่โฮงสินไซในป่ากลางเมือง

“หมอลำจะไม่มีวันตาย เพราะปรับตัวง่าย พร้อมที่จะรับทุกสิ่งที่คิดว่าดีกว่า” เป็นคำกล่าวของ วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ซึ่งหมอลำไม่ตายฉันใด หมอแคนก็ไม่ตายฉันนั้น เพราะ 2 สิ่งนี้เป็นสิ่งที่อยู่คู่กัน

ถ้าหมอลำ-หมอแคน ไม่ตายแล้ว สินไซ และวัฒนธรรมอีสานก็จะไม่มีวันหายไป เพราะเชื่อมโยงกับหมอลำอย่างขาดกันไม่ได้ ยิ่งมีหมอแคนใหม่ ๆ เกิดขึ้น ยิ่งทำให้วัฒนธรรมอีสานแข็งแรงมากขึ้นด้วย

นั่นแปลว่าพวกเราจะมีโอกาสบิดเวสป้ากลับมาม่วนที่นี่อีกแน่นอน!

โมเดิร์นในมอ

ขี่ Vespa เที่ยวขอนแก่น เลาะมข.ไปดูตึกโมเดิร์น 50 ปี ฟังเสียงแคนที่โฮงสินไซในป่ากลางเมือง

บึ่งมาต่อกันที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น ชมสถาปัตยกรรมโมเดิร์นที่ออกแบบโดย อมร ศรีวงศ์, สมคิด เพ็ญภาคกุล, เฉลิมชัย ห่อนาค และ สถาพร เกตกินทะ ที่ออกแบบให้เข้ากับบริบทแวดล้อมของมอดินแดง พัฒนาภาพลักษณ์ของอาคารในสมัยนั้นให้มีสไตล์โมเดิร์น ถือได้ว่าเป็นภาพลักษณ์ของการพัฒนา แสดงออกถึงความก้าวหน้าและทันสมัย

เจ้าถิ่นที่พาพวกเราทัวร์มอและชมสถาปัตยกรรม คือ รศ.ดร.นพดล ตั้งสกุล จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ผู้ศึกษาเกี่ยวกับตึกทั้งหมดร่วมกับอาจารย์หลายท่านในคณะ รวมถึงเปิดวิชาเลือกให้นักศึกษาสถาปัตยกรรมในคณะร่วมเก็บข้อมูลทำโมเดลออกมาเพื่ออนุรักษ์อาคารเหล่านี้ไว้ เกิดเป็นนิทรรศการ ‘อาคารสมัยใหม่ Modern Architecture’ กระซิบเลยว่า อาจารย์นพดลเล่าเรื่องสนุกมาก เพราะท่านเคยเป็นศิษย์เก่าที่นี่

อ้อ ลืมบอกว่าพวกเราเติมพลังให้เต็มพุงกันเรียบร้อยที่ร้านไก่ย่างปรีชา แถมจัดไอติมกะทิหวานมันคนละถ้วยสองถ้วย ไม่นานพวกเราก็ประจำที่ จับเวสป้าคู่ใจออกเดินทางอีกครั้ง ผ่านสะพานขาวด้วย บรรยากาศดีสุด ๆ

แดดร่มลมตก เรามาเริ่มกันที่ ‘ตึกกลม’ อาคารเรียนรวมของนักศึกษาปี 1 ที่เราเปิดประตูห้องไปทดลองนั่งเรียนเป็นนักศึกษา ก่อนเดินสำรวจโครงสร้างภายนอก พบว่าอาคารรุ่นคุณลุงสวยไม่แพ้อาคารฝั่งตะวันตกเลยทีเดียว

ส่วนภาพรวมการออกแบบ อาจารย์นพดลเล่าว่า มันบ่งบอกถึงแนวคิดที่ให้ความสำคัญกับประโยชน์ใช้สอยเป็นหลัก รองลงมาคือการใช้งานในภูมิอากาศแบบร้อนชื้น และตอบโจทย์ความงามภายนอกอาคาร จังหวะการออกแบบเปลือกอาคารเมื่อแสงแดดกระทบ ก็จะเกิดเฉดเงาที่แสดงถึงความงามของอาคารนั่นเอง

ขี่ Vespa เที่ยวขอนแก่น เลาะมข.ไปดูตึกโมเดิร์น 50 ปี ฟังเสียงแคนที่โฮงสินไซในป่ากลางเมือง
ขี่ Vespa เที่ยวขอนแก่น เลาะมข.ไปดูตึกโมเดิร์น 50 ปี ฟังเสียงแคนที่โฮงสินไซในป่ากลางเมือง

ขยับออกมาอีกนิด มองเห็น ‘ตึกหลอด’ น่าสนใจไม่แพ้กัน ด้วยรูปทรงหลอดทดลองที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ เดินไปหน่อยเป็น ‘ตึก SC01 ภาควิชาเคมี’ ตัวอาคารเป็นผนังคอนกรีต สะท้อนให้เห็นสัจจะของวัสดุ ที่ช่างฝีมือฉาบคอนกรีตผิวหยาบทิ้งไว้ ถ้าถอยหลังออกมาจะเห็นการเล่นเส้นเล็ก-ใหญ่บนตัวอาคาร เป็นกลิ่นอายสถาปัตยกรรมแบบ Le Corbusier ส่วนโถงโล่งใต้อาคารไม่มีเสาคานตรงกลาง แต่ดันอยู่ด้านข้าง ห่างกันถี่ ๆ เพื่อให้นักศึกษามีพื้นที่ทำกิจกรรมมากขึ้น เมื่อแหงนหน้ามองเพดาน จะเห็นโครงสร้างตาข่ายที่ตั้งใจออกแบบให้สอดคล้องกับพื้นที่ห้องแล็บบนอาคาร

ขี่ Vespa เที่ยวขอนแก่น เลาะมข.ไปดูตึกโมเดิร์น 50 ปี ฟังเสียงแคนที่โฮงสินไซในป่ากลางเมือง

ถัดจากตึกภาควิชาเคมีเพียงไม่กี่ก้าว มีอาคารทรงหลังคาคอนกรีตหล่อโค้งทรงเรขาคณิตครึ่งวงกลม หรือ ‘ห้องปฏิบัติการกลางเป่าแก้ว’ ออกแบบโครงสร้าง Hyperbolic Paraboloid ซึ่งไม่ใช่ของใหม่ หากแต่เป็นการออกแบบที่คิดค้นโดยสถาปนิกเมื่อ 50 ปีก่อน ที่สำคัญคือโชว์ประสิทธิภาพของคอนกรีตได้ดีเยี่ยม

คณะเกษตรศาสตร์ เป็นคณะเก่าแก่ที่สุดในมหาวิทยาลัยขอนแก่น ‘ตึก AG 01’ เป็นตึกเรียนรวมตึกแรกของคณะ ออกแบบเพื่อเมืองร้อน สะท้อนความเป็นระบบอุตสาหกรรมเมื่อยุค 50 ปีก่อน แผงสีเขียวที่เด่นชัดนั้น ทำหน้าที่กันฝนและเป็นราวกันตกให้นักศึกษา ซึ่งสถาปนิกออกแบบได้ตรงตามโจทย์ของสถาปัตยกรรมแบบโมเดิร์นทรอปิคัล

บึ่งเวสป้าเลาะแก่นนคร ชมศิลปะ-วัฒนธรรมแห่งเมืองขอนแก่น ตั้งแต่วรรณคดีสินไซ ตึกโมเดิร์นทรอปิคัล และศิลปะร่วมสมัย

คณะวิศวกรรมศาสตร์ มีตึกที่โดดเด่น 2 หลัง หนึ่ง คือ ‘ตึกโครงเหล็ก CB’ เป็นอาคารเรียนรวมและห้องซ้อมเชียร์ มองจากด้านนอกเป็นห้องสโลปบรรยายพร้อมอัฒจันทร์ โครงสร้างท่อเหล็กสีส้มทำหน้าที่ซัพพอร์ตโครงสร้างด้านใน ตัวอาคารไม่มีคานตรงกลาง แต่คานที่รับน้ำหนักเป็นหลักอยู่ริมนอกแทน และโครงเหล็กสีส้มจี๊ดถือเป็นสัญลักษณ์ของยุคโพสต์โมเดิร์นที่นำเหล็กมาใช้ในงานออกแบบเยอะขึ้น เพื่อเพิ่มลูกเล่น ลดความน่าเบื่อ

บึ่งเวสป้าเลาะแก่นนคร ชมศิลปะ-วัฒนธรรมแห่งเมืองขอนแก่น ตั้งแต่วรรณคดีสินไซ ตึกโมเดิร์นทรอปิคัล และศิลปะร่วมสมัย
บึ่งเวสป้าเลาะแก่นนคร ชมศิลปะ-วัฒนธรรมแห่งเมืองขอนแก่น ตั้งแต่วรรณคดีสินไซ ตึกโมเดิร์นทรอปิคัล และศิลปะร่วมสมัย

สอง คือ ‘ตึกของภาควิชาวิศวกรรมโยธา’ ที่นักศึกษามายืนดูโครงสร้างและเรียนกันจริง ๆ โดดเด่นตรงมีเสาซัพพอร์ตอยู่ริมสองข้าง การหิ้วโครงสร้างที่มีแรงกระทำในแนวดิ่งและแรงกระทำกลับคืนขึ้นไป คล้ายโครงสร้างการหิ้วของสะพาน เดินโฉบด้านในอีกนิด ไปดูบันไดแบบ Freestanding Structure ที่มีจุดบรรจบเพียง 2 จุด บริเวณชานพักไม่มีเสาเลยสักต้น! เป็นความเก๋าของนักออกแบบที่ผสานหลักวิศวกรรมได้อย่างน่าเหลือเชื่อ

ใหม่อีหลี – ม่วนอีหลี – มักอีหลี

น้ำมันลดไปไม่มาก ก็มาจบทริปกันที่ ‘ใหม่อีหลี’ แกลเลอรี่งานศิลปะข้างบึงแก่นนคร สถานที่ที่เราได้พักดื่มชา-กาแฟในคาเฟ่ และเดินชมงานศิลปะตั้งแต่หน้าประตูแกลเลอรี่ จนถึงด้านในที่ชวนเราไปสัมผัสวัฒนธรรมภาคอีสานผ่านงานศิลปะที่ คุณเอริค บุนนาค บูทซ์ ผู้ก่อตั้งที่นี่ขึ้นมา ถัดจากแกลเลอรี่ใหม่เอี่ยมของเชียงใหม่

บึ่งเวสป้าเลาะแก่นนคร ชมศิลปะ-วัฒนธรรมแห่งเมืองขอนแก่น ตั้งแต่วรรณคดีสินไซ ตึกโมเดิร์นทรอปิคัล และศิลปะร่วมสมัย

ตอนนี้กำลังจัดนิทรรศการ ‘A Minor History | ประวัติศาสตร์กระจ้อยร่อย’ โดย อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ให้ได้ชมด้วย พวกเรานั่งลงบนเก้าอี้อย่างเงียบเชียบ ตัวหนังสือวิ่งขึ้นเป็นแนวตั้งคำต่อคำ เป็นการฉายโปรเจกเตอร์แบบสลับด้านให้มาฉายบนผ้าขาว จะอ่านออกได้ด้านเดียว ซึ่งคือด้านที่มีเก้าอี้ให้รับชม

นิทรรศการนี้น่าสนใจตรงที่เป็นการเล่าเรื่องของคนธรรมดาตัวเล็ก ๆ ฉีกกรอบประวัติศาสตร์แบบเดิม ที่มักเป็นเรื่องเล่าจากมุมมองผู้มีอำนาจเพียงฝ่ายเดียว

พระอาทิตย์เกือบลับขอบฟ้า พวกเราทั้ง 20 คนถ่ายภาพร่วมกัน ก่อนเอ่ยคำร่ำลาเพื่อเตรียมตัวกลับไปทำงานตามเดิม ขอนแก่นสำหรับใครบางคนในคาราวานเวสป้าวันนี้เป็นเมืองที่เขาเคยไม่รู้จัก แต่หากมีรถคู่ใจสักคัน เพื่อนรู้ใจสักคน รับรองว่าจะท่องเที่ยวเมืองนี้ได้สนุกเหมือนกับทริปนี้แน่ ๆ

ขอนแก่นและอีกหลายสถานที่กำลังรอให้คุณมาค้นพบเช่นเดียวกับเรา ไม่ต้องไปไหนไกล เริ่มจากสตาร์ทรถแล้วบึ่งไปเลาะโลด!

บึ่งเวสป้าเลาะแก่นนคร ชมศิลปะ-วัฒนธรรมแห่งเมืองขอนแก่น ตั้งแต่วรรณคดีสินไซ ตึกโมเดิร์นทรอปิคัล และศิลปะร่วมสมัย

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เรามีของขวัญส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Photographer

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load