ชอบตลกอยู่เรื่อย คือเพจที่เรากดไลก์ทันทีตั้งแต่เห็นโพสต์แรกบนหน้าฟีด 

แม้ไม่รู้ว่าคอนเทนต์ต่อไปจะมาไม้ไหน แต่การรวม Multiverse ของ แจ๊ส ชวนชื่น ได้มาเป็นตับใหญ่ต้องไม่ใช่คนชอบตลกธรรมดาแน่ – ใจคิดว่าอย่างนั้น

กระทั่งเห็นชื่อเพจนี้โผล่ขึ้นในฟีดอีกหลายต่อหลายครั้ง พ่วงมาด้วยยอดแชร์หลักร้อยไปถึงพันที่ถือว่าเยอะพอดูสำหรับเพจที่เพิ่งเคลื่อนไหวได้ไม่นาน – ความเนิร์ดคือหัวใจหลักไม่ผิดแน่

ไม่กี่เดือนต่อมา เราสืบเสาะจากเพื่อนใกล้ตัวว่าแอดมินเพจเป็นหนึ่งในทีมงานตลกชื่อดังรึเปล่า เพราะอยากรู้เหลือเกินว่าคนที่รวบรวมอินไซด์ตลกไทยราวกับตำรานั้นเป็นใคร 

จนมีโอกาสได้ต่อสายตรงถึงเขาในที่สุด

คุณทำงานอยู่ที่ Joker Family ใช่ไหม – เรายิงคำถามแรกทันที

“แค่เป็นคนดูเฉย ๆ ครับ” แอดมินตอบกลับอย่างสัตย์ซื่อ 

เบาะแสที่เราได้ จึงเป็นเรื่องราวการทำเพจของ ลัก ชายหนุ่มอายุ 23 ปีที่มีชีวิตอย่างทุกวันนี้ได้เพราะการดูตลกไปเรื่อย

ป.ล. ขอออกตัวว่าบทสนทนานี้เกิดขึ้นเมื่อปลายปีก่อน ในตอนที่ลักยังทำได้แค่หวังว่าจะมีตลกสักคนผ่านมาเห็นเพจของเขา ปัจจุบัน ชอบตลกอยู่เรื่อย ถูกพูดถึงในรายการ ก็มาดิคร้าบ เรียบร้อย แถมกลายเป็นอีกชนวนเหตุสำคัญที่ทำให้ แจ๊ส ชวนชื่น ไม่ได้กลับไปเป็นตัวเองอีกเลย ฮา…

เป็นทุกอย่าง(ยกเว้นเป็นตัวเอง) – Room69 [Official MV]

Posted by ชอบตลกอยู่เรื่อย on Sunday, 27 November 2022

กราบสวัสดี เขียดผู้มีแกก เฮ้ย!

เราเริ่มต้นด้วยการขอให้เขาแนะนำเพจแบบง่าย ๆ 

ลักบอกว่า เขาไม่ได้ตั้งใจจะเป็นเพจ แต่อยากเป็นคอมมูนิตี้ของคนรักตลกไทย

“เราอยากให้คนที่ชื่นชอบตลก ตลกคาเฟ่ หนังตลก อะไรต่าง ๆ ที่เป็นวัฒนธรรมเกี่ยวกับตลก มารวมตัวกัน พูดคุยกัน แลกเปลี่ยนความรู้ มุก หรือมุมมองต่าง ๆ ด้วยกัน เพราะมองไปในเพจที่มีอยู่ มันก็มีเพจที่พูดคุยเรื่องหนัง เพลง ซีรีส์ กีฬา แต่เพจตลกแบบที่เราชอบยังไม่มี” 

ซึ่งความจริงเพจของเขาเกิดขึ้นตั้งแต่ พ.ศ. 2564 เพียงแต่ลักยอมรับว่าตอนนั้นเขายังจับจุดไม่ค่อยได้ เพราะก็เป็นเรื่องตลกทั่ว ๆ ไป ไม่ได้มีอะไรใหม่ ลงไปเพียงไม่กี่คอนเทนต์ก็ห่างหายไปทำอย่างอื่น จนค้นพบว่าสิ่งที่เขาต้องการ แท้จริงแล้วอยู่ภายใต้ความเนิร์ดของตัวเอง

“มันไม่ได้มีอินไซด์ของตลกจริงๆ เรากลับมานั่งคิด Base on ตัวเราเลยว่า สมมติมีเพจตลกเพจหนึ่งขึ้นมา แล้วเราอยากจะเห็นอะไรในเพจนั้น”

ลักกลับมาลบโพสต์เก่า ๆ จนหมดสิ้น และเริ่มใหม่ด้วยการฝันอยากทำตำราตลกไทย “จะทำเหมือนศาสตร์ตลกเลย คนที่มาดูเพจเราต้องได้วิชากลับไปด้วย” เขาเล่าต่ออย่างเมามัน

“เราตั้งต้นจากตรงนี้ จะรวมมุกตลกหรือตับอะไรต่าง ๆ ที่เราเคยเห็น เรียงลำดับให้เข้าใจง่าย แล้วก็ให้คนได้มาอ่าน ได้ยิ้ม หัวเราะ”

Multiverse คนดัง by แจ๊ส ชวนชื่น คือคอนเทนต์แรกที่ทำให้เราได้รู้จักกับชอบตลกอยู่เรื่อยเวอร์ชันใหม่ 

แน่นๆจุกๆ…ละเหมือนทุกคนด้วยนะ

Posted by ชอบตลกอยู่เรื่อย on Thursday, 8 September 2022

แต่แน่นอน เพจโนเนมที่ยอดติดตามเพียง 50 คนจะมีใครสนใจ 

เคล็ดลับของลักคือการแชร์เข้ากลุ่มต่าง ๆ กว่า 20 กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหานั้น ๆ อ่านถึงตรงนี้ก็อย่าเพิ่งแวะเล่นมุกแชร์เข้ากลุ่มงูสิงในใจก็แล้วกัน

“พอวันต่อมายอดมันก็กระโดดขึ้นมาประมาณ 40 – 50 แชร์ อีกวันต่อมามันก็กระโดดมาเป็น 800 แชร์เลย วันนั้นทั้งวันมันก็พุ่งขึ้น ๆ เป็นหมื่นแชร์ ผมก็ เฮ้ย อิทธิพลของแจ๊ส ชวนชื่นนี่มันขนาดนี้เลยหรอ กระแสตอบรับดีมากเลย เพราะคนรู้สึกแบบนี้จริง ๆ นะว่า พี่แจ๊ส เป็นได้ทุกคนยกเว้นตัวเอง งั้นเราน่าจะมาถูกทางแล้ว มีกำลังใจทำต่อ”

ถัดมา เขาก็ลองทำ Multiverse ของตลกคนอื่น ๆ ด้วย ทั้งยัด ชัยโสโร, นุ้ย เชิญยิ้ม, ป๋อมแป๋ม เป็นต้น สลับกับความตั้งใจจะเป็นศาสตร์แห่งตลก ด้วยการรวบรวมตับมุกตลกยาว ๆ ที่ทุกคนต้องเคยผ่านหูผ่านตามาบ้าง ให้คนเอาไปท่องจำกัน ซึ่งก็ได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม ตอกย้ำว่าคอมมูนิตี้ตลกไทยที่เปิดพื้นที่ให้คนพันธุ์เดียวกันมาหัวเราะร่วมกันนั้นขาดแคลนขนาดไหน 

คนอื่นท่องศัพท์ แต่ผมท่องตับค้าบบบ

Posted by ชอบตลกอยู่เรื่อย on Friday, 10 June 2022

“คอนเทนต์ที่ทำทั้งหมด พื้นฐานต้องมาจากตัวเราด้วย ถ้าไม่ได้ดูพี่แจ๊สมาก่อน มันก็จะเหนื่อยมากในการไล่ดู หลังจากที่เราลงไปแล้ว ลูกเพจก็จะมาโพสต์รูปว่ามีคนนี้อีก มีคนนั้นอีก เยอะแยะเต็มไปหมด ซึ่งจริง ๆ แล้วเราไม่สามารถเก็บหมดทุกรายละเอียดหรอก แต่เราเป็นพื้นที่ที่ให้คนมาแชร์ว่าเขาเห็นใครอีก เขาดูใครมา 

“ในเพจนี้ถ้ามีลักอยู่คนเดียวมันก็จะไม่สมบูรณ์ ต้องมีคนแบบเรามาแชร์ด้วยกันถึงจะสนุก” แอดมินว่า

ฮาศาสตร์

เราถามเขาอย่างคาดหวังในคำตอบว่ากว่าจะคลอดออกมาเป็นคอนเทนต์ที่ดูเนิร์ดมาก ๆ เขาต้องทำอะไรบ้าง

สำหรับคนที่ดูตลกเป็นชีวิตจิตใจอย่างลัก ปัญหาไม่ใช่การนั่งนึกหรือไล่ดูมุกตลก แต่เป็นการรวบรวมต่างหาก 

“เราใช้เวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมงในการไล่เก็บฟุตเทจ Multiverse แต่กว่าเราจะหาองศาที่หน้ามันเป๊ะได้นี่ยากมาก พวกคอนเทนต์ท่องมุกยาว ๆ ตับยาว ๆ ก็เหนื่อยตรงเราไม่สามารถหาแหล่งที่มีอย่างนี้ได้หมด ต้องไปไล่เสิร์ช แล้วมันมีเวอร์ชันเต็มที่บางทีตลกเขาเล่นครึ่งเดียวหรือว่าไม่ครบ ผลสุดท้ายแล้วเราก็ไม่ได้มั่นใจนะว่ามันจะถูกต้อง 100 เปอร์เซ็นต์”

แต่นั่นก็ยังไม่ใช่ชิ้นที่ทำยากที่สุด

55 เรื่อง หนังตลกไทย ที่ไม่ควรพลาด

Posted by ชอบตลกอยู่เรื่อย on Saturday, 24 September 2022

คอนเทนต์แนะนำหนังตลกไทยคือชิ้นนั้น อาจเป็นเพราะเขาดันไปเชื่อมั่นว่าเพจตลก ก็ต้องมีทั้งหมด 55 เรื่อง

“เราใช้เวลาหานาน คัดนาน ว่าหนังตลกไทยมีเรื่องอะไรบ้าง ถ้าเป็นหนังแอคชั่นที่มันตลกเราก็ไม่เอามา อยากได้ที่เขาตั้งมาว่าเป็นหนังตลกจริง ๆ แล้วต้องมาไล่ดูทีละเรื่องว่าเราจะให้คะแนนเท่าไหร่ ดูว่าคนส่วนมากพอใจกับหนังเรื่องนี้แค่ไหน แล้วก็ให้คะแนนตามฟีดแบ็กคนดูด้วย”

ซึ่งกระบวนการทั้งหมดนี้คุณทำทุกอย่างคนเดียวเหรอ – เราถาม

“คนเดียวครับ”

ตัดต่อรูป ทำกราฟิกก็ด้วยเหรอ

“ใช่ สังเกตว่าแรก ๆ เราทำง่ายเลย ฟอนต์ตัวหนังสือ แบกกราวนด์สีธรรมดา เราเน้นเนื้อหาข้างในมากกว่า ส่วนกราฟิกก็เอาให้ดูง่าย ดูออก เน้นฟังก์ชัน ไม่ใช่ความสวยงาม” 

คำถามต่อมาที่ไม่ถามไม่ได้ คือเขารู้สึกกดดันบ้างไหม หากคนจะคาดหวังให้เขาทำคอนเทนต์สไตล์เด็กเนิร์ดไปตลอด 

“ไม่เคยคิดเลยว่าจะต้องทำคอนเทนต์ลึก ๆ ไปตลอด บางทีลึกเกินไป คนก็ไม่ได้มีส่วนร่วมด้วยซ้ำ อย่างตับ ท ทหาร ก ไก่ ตอนที่เราดูเราชอบ แต่พอทำจริง ๆ มันไม่ได้เอาไปใช้ง่ายขนาดนั้น ไม่ได้เหมือนกับสีเหลือง Yellow มะม่วง Mango ก็เลยต้องบาลานซ์ระหว่างความลึกกับความใกล้ตัวของคน

“เราไม่รู้ว่าลูกเพจมองยังไงนะ เขาอาจจะคิดว่าเราต้อง Expert มาก ๆ แน่เลย แต่เรารู้ตัวเองว่าเราไม่ได้เชี่ยวชาญขนาดเป๊ะทุกศาสตร์ ทุกมุก ช่ำชอง เราเป็นแค่คนหนึ่งที่ชอบดูตลก เป็นแค่คนอายุ 23 มีช่วงที่เราไม่ทันไปตั้งเยอะ เช่น ช่วงตลกคาเฟ่ เพราะฉะนั้น เพจของเราเหมือนแค่จั่วหัวมาดีกว่า ใครที่มีความรู้เยอะก็มาอธิบายมาใส่ในคอมเมนต์เราได้เลยครับ”

ต้นฉบับร้องไง จำไม่ได้ละนะ

Posted by ชอบตลกอยู่เรื่อย on Saturday, 13 August 2022

หัวหมอสุด ๆ

ตลอดการพูดคุย รองจากคำว่าตลกที่ได้ยินบ่อยก็คงเป็นคำว่า คอมมูนิตี้ เราถือโอกาสนี้ให้เขาได้พูดถึงชุมชนเล็ก ๆ ที่กำลังขยับขยายใหญ่ของเขาเสียหน่อย

“พวกเขาก็เป็นคนเหมือนผมนี่แหละ อยากคุยเรื่องตลก อยากแชร์เรื่องตลก อยากเห็นคอนเทนต์ตลก แต่ละคนจะมีประสบการณ์ในการดูตลกมาต่างกัน บางรายการบางคนดู แต่ผมไม่ได้ดู ในเนื้อหาที่เราขาด เขาก็จะเป็นคนเติมเต็มให้ มันจะได้หลากหลายมุมมอง แล้วจะกลายเป็นอะไรที่ครบขึ้น 

“ตอนนี้แค่เริ่มต้น ยังไม่ได้กว้างครอบคลุมนะ เราว่าในแวดวงตลกมีอะไรหลายอย่างที่ไปได้มากกว่านี้”

แต่เราไม่ค่อยเห็นคุณทำคอนเทนต์เกี่ยวกับยุคคาเฟ่เลยนะ – เราลองเสนอในฐานะลูกเพจอีกคน

“หนึ่ง มันไม่ใช่ตัวเราด้วย สอง เราคิดว่าไม่น่าจะใช่ของคนอื่นด้วยเช่นกัน” เขาแสดงความเห็น

“มันเลยช่วงเวลานั้นมาแล้ว เราโตมากับ ชิงร้อยชิงล้าน ตอนนี้ก็เป็น ฮาไม่จำกัดทั่วไทย ก็มาดิคร้าบ มันคือการเอาคาเฟ่มาปรับให้ทันสมัยขึ้น 

“นิยามจริง ๆ ของชอบตลกอยู่เรื่อยไม่ได้หยุดแค่นั้น ตลกไม่ได้มีเฉพาะในคาเฟ่อย่างเดียว สมัยนี้คำว่าตลกหลากหลายมากเลย หนังตลก รายการตลก ยูทูบเบอร์หลาย ๆ คนก็มีความตลกธรรมชาติของเขา เนื้อหาของเพจเราไม่ได้กำหนดว่าต้องเป็นไทป์คาเฟ่เท่านั้น เราไม่ได้ทำเนื้อหาที่ตลก แต่เราทำเนื้อหาที่คนชอบดูตลกเขาชอบ” ลักสรุปใจความให้เสร็จสรรพ พร้อมยกตัวอย่างคอนเทนต์ตารางซิตคอมในวันหยุดให้เห็นภาพ

วันหยุดนั่งดูทีวีมันทั้งวันอ่ะ โครตมีความสุข55555

Posted by ชอบตลกอยู่เรื่อย on Sunday, 18 September 2022

น่าสนใจว่าคนที่เคยดูตลกเพื่อความผ่อนคลาย ฆ่าเวลา หรืออาจเป็นเพื่อนกินข้าว ทุกวันนี้เขาดูไปคิดถึงเพจไปด้วยรึเปล่า

“เราดูปกติเลย แค่เปลี่ยนมุมมองนิดหน่อย พอดูไปฉากนี้เราชอบ พีกมาก เราก็จะคิดว่าคนอื่นจะชอบไหม มันน่าจะเอามาทำอะไรได้บ้าง อย่างตอนเห็นฉากที่แจ๊สแต่งตัวเป็นนักกล้ามออกมา เราก็ โห คนน่าจะคิดเหมือนเราว่ามันคืออกอูฐฟิตเนสดี ๆ นี่เอง แล้วก็ทำ”

ส่วนใครที่ยังคิดว่าลักต้องเป็น Expert ด้านตลก เขาขอแก้ต่างและย้ำอีกครั้งว่า ลักก็เป็นแค่คนอายุ 23 ที่ดู บริษัทฮาไม่จำกัด และ ก็มาดิคร้าบ ครบทุกตอนเท่านั้น

“เราไม่ได้ทุ่มเวลาทั้งวันเพื่อดูตลกอย่างเดียว คอนเทนต์เราก็เลยวนอยู่กับ Joker Family จนคนคิดว่าเป็นทีมงาน” เขาหัวเราะ เพราะเราเองก็เป็นหนึ่งในนั้นที่เชื่ออย่างจริงจังเสียด้วย

ทอปฟอร์มทุกปี บอกเลย5555

Posted by ชอบตลกอยู่เรื่อย on Monday, 5 September 2022

ชอบตลกอยู่เรื่อย 

“อะไรที่ดูแล้วตลก ได้เสียงหัวเราะ ทุกคนก็ชอบหมดแหละ แต่เราหันมาสนใจสิ่งที่เรียกว่าตับตลก มุกตลก คิดว่าน่าจะ ม.3 – 4” 

ถ้านึกไม่ออกว่าเป็นยุคไหน ก็เป็นสมัย วันก่อนครับ… ไปเจอหมูมาล้มเลยครับ อะไรอะ หมูสไลด์ ผ่าม!

ประมาณนั้นแหละ

เด็กที่เติบโตมาในวัยใกล้เคียงกัน คงมีวันธรรมดาที่มีความสุขสุด ๆ เพราะรู้ว่าจะมีซิตคอมและรายการตลกให้ดูทุกวันไม่ซ้ำเรื่องเหมือนเป็นกิจวัตร ตื่นเช้า 6 โมงดูการ์ตูน 10 โมง เปลี่ยนช่องมาดู เฮงเฮงเฮง บ้าง ผู้กองเจ้าเสน่ห์ บ้าง ตอนเย็นก็กลับมาดูซิตคอมเรื่องอื่น ลักจึงกลายเป็นเด็กมัธยมที่คอยสร้างเสียงหัวเราะในหมู่เพื่อน แบบที่เขาชอบพูดกันว่า ดูแล้วจำ จำแล้วนำไปใช้

ส่วนตลกในดวงใจ ใคร ๆ ก็คงรู้ เพราะในเพจแทบจะมีแต่หน้าของผู้ชายคนนี้ – แจ๊ส ชวนชื่น

“เขาเดาไม่ออกอะ” นี่คือเหตุผลแรกที่ลักมอบให้

“เราไม่รู้เขาจะเล่นอะไร เขาไม่ได้เป็นตัวที่เห็นชัดเลยว่าเป็นตลกตัวปู ตัวชง เรามองพี่แจ๊สแล้วรู้สึกว่า ทุกอย่างในศาสตร์ตลกมีอยู่ในตัวเขาหมดเลย ดูพี่แจ๊สก็เหมือนได้ดูอะไรหลาย ๆ อย่าง คาแรกเตอร์เขาจะโดดเด่นเป็นพิเศษ ทุกคนชงให้เขาได้ฉายแสง เราก็เลยได้เห็นความตลกของเขาเต็มที่

“ช่วงแรก ๆ อาจจะยากหน่อยที่จะมองว่าใครตลก แต่ถ้าเกิดมองว่าเขาตลกแล้วนะ โห หลังจากนั้นเล่นอะไรก็ตลก ยิ้มก็ตลก ยืนเฉย ๆ หน้านิ่ง ๆ ก็ตลก มันจะโดนเส้นเรามากขึ้น”

ฉากในความทรงจำ ดูกี่รอบก็ฮา . ใครมีฉากไหนที่ชอบ มาแชร์กันได้นะ

Posted by ชอบตลกอยู่เรื่อย on Friday, 17 June 2022

เราแลกเปลี่ยนกลับไปว่าคนนั้นของเราคือ หม่ำ จ๊กมก

“น้าหม่ำสำหรับเรา นอกจากเขาจะตลกแล้ว หัวเขายังโคตรไวอีกต่างหาก เหมือนเขาไม่มีโมเมนต์ตันเลย ถึงจะมีตันนะ แต่เราก็ไม่รู้ เพราะด้วยความสามารถเขา เป็นคนที่ไหวพริบดี ต่อได้หมดเลย แล้วก็ไม่มีใครเลียนแบบได้ด้วย เพราะมันไม่ใช่ศาสตร์ที่เรียนรู้กัน มันคือเขา คือธรรมชาติของเขา”

งั้นถ้าชอบตลกขนาดนี้ คุณเคยฝันอยากเป็นตลกบ้างรึเปล่า

“เคยคิด อยากเอาความตลกของตัวเองให้คนอื่นได้หัวเราะ หรือไม่ก็สักครั้งหนึ่งได้เล่นตลกกับพี่ ๆ หรือว่าได้ยืนดูก็ได้ ยืนดูเงียบ ๆ ในฉาก เป็นทีมงานก็ได้ เป็นความใฝ่ฝันที่เราจะได้สัมผัสพวกเขาตัวเป็น ๆ น่าจะเป็นความรู้สึกที่ดีมากเลย

“ถ้าเขารู้จักเราก็จะยินดีมาก แต่ถ้าไม่รู้จักก็ไม่เป็นไร แค่ในอนาคตก็มีคิด ๆ ว่าถ้ามันโตถึงขนาดหนึ่ง เราก็อยากติดต่อพี่ ๆ ให้เนื้อหาเราสมบูรณ์ขึ้น ถูกต้องมากขึ้น ลึกมากขึ้น ไม่ได้ไปดูไปจำเอาเอง”

แม้เด็กคนนั้นจะไม่ได้โตมาเป็นตลก แต่เขาก็ได้สร้างคอมมูนิตี้ที่รวบรวมคนรักตลกไว้มากถึง 80,000 คน 

“เราดีใจมากที่ทำให้คนได้ดูตลกมากขึ้น ถ้าพื้นที่ตรงนี้เป็นศาสตร์วิชาที่คนได้เอาไปใช้จริง ๆ คนอื่น ๆ ที่ไม่ได้ดูตลก เขาอยากเอามุกไปเล่นให้มันเกิดมวลความสนุกในชีวิต อย่างคอนเทนต์รวมตอนสนุก ๆ ของบริษัทฮาไม่จำกัด คนก็มาคอมเมนต์ว่าขอบคุณเยอะมากเลย”

คัดมาด้วยความชอบส่วนตัวล้วนๆ (ไม่ถูกใจขออภัย) . จริงๆมีตอนที่ฮาอีกเยอะ แต่เอาไป 20 ตอนก่อน เดี๋ยวกรามค้างกันพอดี

Posted by ชอบตลกอยู่เรื่อย on Friday, 3 June 2022

ช่วงเวลานั้นที่เราคุยกัน เพจของเขากำลังไต่ระดับขึ้นมาเรื่อย ๆ แต่นั่นก็ยังไม่ไกลพอที่คนในแวดวงตลกจะมองเห็นเขา 

ไม่รู้หรอกว่าลักในตอนนี้จะรู้สึกเช่นไรที่ชอบตลกอยู่เรื่อยได้ปรากฏอยู่ในรายการที่เขาชื่นชอบ และอาจอยู่ในวงสนทนาของคนที่เขารักในเวลาไม่กี่เดือน 

แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนรับรู้ และพี่ ๆ ตลกเองก็คงรู้ คือเด็กคนนี้คงชอบดูตลกมากจริง ๆ 

หากบทความนี้ส่งลักไปได้ไกลขึ้นอีกสักหน่อย นี่เป็นจดหมายรักถึงตลกไทยทุกคน จากคนที่ไม่ได้แค่ชอบตลกไปเรื่อย

“พูดได้คำเดียวว่า ขอบคุณ เรารู้สึกว่า อาชีพตลกต้องได้บุญเยอะแน่เลย ที่เขาทำให้เรามีความสุข ตลกได้ แม้เพียงชั่วคราวนะ บางคนอาจจะสุขจากการดูหนังสนุก รู้สึกดี แต่การหัวเราะออกมามันชัดเจนเป็นรูปธรรม เรามีความสุขมาก ก็อยากขอบคุณจริง ๆ 

“ที่เราเป็นได้อย่างทุกวันนี้ มันก็เป็นสิ่งที่เราถูกหล่อหลอมมาตั้งแต่เด็ก ๆ ตอนนั้นเราดูอะไรมา เราก็เป็นคนตลก อารมณ์ดี ถ้าเกิดเราไม่มีพวกเขา ไม่รู้เราจะเป็นยังไง แต่ไม่ใช่ตัวเราในวันนี้แน่นอน” ลักปิดท้าย

Facebook : ชอบตลกอยู่เรื่อย

Writer

ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์

ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์

นักอยากเขียน บ้านอยู่ชานเมือง ไม่ชอบชื่อเล่นที่แม่ตั้งให้ มีคติประจำใจว่าอย่าเชื่ออะไรจนกว่าหมอบีจะทัก รักการดูหนังและเล่นกับแมว

Page Maker

คุยกับเหล่านักทำเพจน่าสนใจในโลกออนไลน์

“ช่วงกักตัวโควิดมันไม่มีอะไรทำ ผมก็เลยทำเพจครับ”

“ส่วนผมหมอเจตชวนมาทำครับ (หัวเราะ)”

ประโยคแรกเป็นของ หมอเจต-นพ.เจตพัฒน์ ทวีโภคา ส่วนประโยคที่สองเป็นของ หมอบี-นพ.อุดมศักดิ์ ตั้งชัยสุริยา ที่พูดกันอย่างติดตลกเมื่อเราถามถึงจุดเริ่มต้นของ ‘ห้องฉุกเฉินต้องรู้’ เพจให้ความรู้เกี่ยวกับการแพทย์ฉุกเฉิน ครอบคลุมตั้งแต่เคล็ดลับสามัญประจำบ้านที่คนทั่วไปนำไปใช้ปฐมพยาบาลเบื้องต้น ไปจนถึงความรู้ระดับเจาะลึก ซึ่งเป็นประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ของบุคลากรทางการแพทย์

‘ห้องฉุกเฉินต้องรู้’ เพจให้ความรู้ทางการแพทย์แบบฟรี ๆ ที่อยากให้ทุกชีวิตรอดตาย
‘ห้องฉุกเฉินต้องรู้’ เพจให้ความรู้ทางการแพทย์แบบฟรี ๆ ที่อยากให้ทุกชีวิตรอดตาย

นอกจากร่ายยาวให้ข้อมูลครบถ้วนประหนึ่งนั่งฟังแพทย์ในห้องตรวจ อีกจุดน่าสนใจอยู่ตรงภาพประกอบ ซึ่งหมอเจตลงมือวาดด้วยตัวเองทั้งหมด และหลังจากบทสนทนายามดึกระหว่างเรากับนายแพทย์หนุ่มทั้งสองจบลง ก็พบอีกประเด็นสำคัญที่อยากชวนทุกท่านอ่าน

ทั้งหมอบีและหมอเจตเห็นตรงและยืนยันหนักแน่นว่า จุดประสงค์ในการจัดสรรเวลามารังสรรค์คอนเทนต์ให้แฟนเพจติดตาม ก้าวข้ามการให้ความรู้หรือให้ใคร ๆ มานับหน้าถือตาว่าเป็นนายแพทย์ผู้เสียสละ แต่พวกเขาอยากให้สิ่งนี้มีส่วนให้คนตระหนักและกล้าเข้าใกล้ศาสตร์การแพทย์ฉุกเฉิน มีมุมมองที่ดีต่อแผนก ER รวมถึงฝันที่ยิ่งใหญ่ ว่าคอนเทนต์กู้ชีพมากมายที่พวกเขาตั้งใจเผยแพร่ออกไป อาจมีส่วนช่วยรักษาชีวิตคนใกล้ตัวเอาไว้ได้ 

ซักประวัติ

“ประเทศเรามีชุดความคิดที่ว่า ต้องเป็นคนรวยเท่านั้นถึงจะได้เรียนหมอ” 

หมอเจตเริ่มต้นบทสนทนาด้วยการพาเราย้อนไปถึงอุดมการณ์ในวันที่ตัดสินใจเปิดเพจ เพราะชุดความคิดของสังคมที่มองว่าหากอยากอยู่ในแวดวงการแพทย์ คุณต้องมีต้นทุนที่ดี ครอบครัวต้องพร้อมสนับสนุน หรือแม้แต่เรียนจบแล้ว อยากเข้าร่วมประชุมวิชาการเพื่อยกระดับความรู้ให้ตัวเองสักครั้ง พวกเขาต้องเสียค่าใช้จ่ายถูกสุดหลักพัน หรืออาจบานปลายไปถึงหลักหมื่น ซึ่งสำหรับหมอที่มีเงินเดือนหลักแสนอาจไม่เป็นปัญหา แต่เมื่อลองนึกถึงพยาบาลหรือเหล่ากู้ภัย ซึ่งจำเป็นต้องเข้าถึงความรู้เหล่านี้ไม่แพ้กัน ก็ดูจะเหนือบ่ากว่าแรงใครหลายคนไม่อยู่ไม่น้อย

“มันถึงเวลาที่เราต้องคืนอะไรให้กับสังคมบ้าง” ซึ่งสิ่งนั้นปรากฏผลลัพธ์เป็นเพจห้องฉุกเฉินต้องรู้ รวบรวมประสบการณ์และความเชี่ยวชาญที่ทั้งหมอเจตและหมอบีสั่งสมมา เพื่อให้ ‘ทุกคน’ ไม่ว่าจะอยู่ในสายงานการแพทย์หรือบุคคลทั่วไปที่อาจต้องเผชิญเหตุไม่คาดฝัน เข้ามาเก็บเกี่ยวและนำไปปรับใช้ได้โดยไม่เสียสตางค์สักบาท 

นอกจากนี้ แนวทางในการตั้งชื่อเพจของพวกเขาก็น่าสนใจไม่แพ้อุดมการณ์ข้างต้น เพราะทั้งสองตั้งใจตั้งให้สั้น กระชับ ชัดเจน จนออกมาเป็น ‘ห้องฉุกเฉิน + ต้องรู้’ เพื่อกลับไปตอบโจทย์เดิมอีกว่า ทุกคนควรรู้สิ่งนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 

พบแพทย์

ข้อมูล ณ วันที่ 26 มกราคม 2566 ห้องฉุกเฉินต้องรู้มีผู้ติดตาม 168,883 คน แต่ละโพสต์มีแฟนเพจมาแสดงความคิดเห็น ถกเถียง และรีเควสขอความรู้เรื่องอาการใหม่ ๆ แบบเรียกได้ว่าคึกคักไม่แพ้เพจให้ความบันเทิง ซึ่งผู้คนที่กดติดตามมีหลากหลาย ทั้งบุคลากรทางการแพทย์แทบทุกสาขาและคนทั่วไปหลายช่วงวัย 

หมอเจตเล่าว่าในช่วงเริ่มต้น พวกเขาไม่ได้วางกลุ่มเป้าหมายหลักไว้ให้เป็นเช่นนี้ แต่ตั้งใจให้นักศึกษาแพทย์ พยาบาล กู้ภัย และผู้คนในสายงานที่เกี่ยวกับความเป็นความตาย มาติดตามไว้เพิ่มพูนความรู้ในการทำงาน เนื้อหาและภาษาในช่วงแรก ๆ จึงหนักหน่วงและเต็มไปด้วยศัพท์เฉพาะที่คนในวงการเข้าใจร่วมกัน 

สำลักควันไฟ หมดสติ อย่าเชื่อเครื่องวัดออกซิเจน ระวังพิษก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ . ไฟไหม้โรงงาน คนไข้สำลักควันหมดสติ…

Posted by ห้องฉุกเฉินต้องรู้ on Wednesday, 10 August 2022

เมื่อเวลาผ่านล่วงเลยเข้าปีที่ 3 กลับกลายเป็นว่ามีคนทั่วไปให้ความสนใจมากขึ้น ประกอบกับได้หมอบีผู้เชี่ยวชาญด้านการให้ความรู้สำหรับประชาชนเข้ามาร่วมแรงร่วมใจ เนื้อหาและภาษาในเพจจึงปรับให้เป็นเคสที่เข้าถึงคนทั่วไปมากขึ้น และมีการหยิบยกโรคภัยไข้เจ็บที่สังคมกำลังสนใจ บ้างก็เป็นเคสที่มีคนขอให้ช่วยอธิบายซ้ำอีกครั้ง คล้าย ๆ กับการส่งบ้าน

แล้วมีจุดไหนที่ทำให้รู้สึกว่าการทำเพจนี้ประสบความสำเร็จแล้ว – เราถาม

“มีคนส่งข้อความมาว่า เขาเป็นคุณแม่ วันหนึ่งลูกเขาเกิดอาการชัก แล้วเขาเคยติดตามในเพจ เขาเลยปฐมพยาบาลให้ลูกก่อนนำส่งโรงพยาบาล แล้วลูกก็รอดชีวิต นั่นคือหนึ่งในเหตุการณ์ที่ทำให้พวกเราคิดว่า ประสบความสำเร็จในการทำเพจแล้วครับ”

‘ห้องฉุกเฉินต้องรู้’ เพจให้ความรู้ทางการแพทย์แบบฟรี ๆ ที่อยากให้ทุกชีวิตรอดตาย

ณ นาทีแห่งความเป็นความตายของแม่ลูกคู่นั้นคงเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและตกใจ แต่โพสต์โพสต์หนึ่งจากเพจห้องฉุกเฉินต้องรู้กลับผุดขึ้นมา และพาให้เธอนำวิธีที่นำเสนอในเพจไปกู้ชีพ จนรักษาลูกชายเอาไว้ได้…

นอกจากเนื้อหาสดใหม่อิงกระแสกับโรคภัยไข้เจ็บที่สังคมกำลังสนใจ ภาพวาดประกอบสื่อความชัดเจน ภาษาในการนำเสนอที่อ่านง่าย เข้าถึงได้ทุกคน อีกสิ่งที่นายแพทย์ทั้งสองให้ความสำคัญมากที่สุด คือ ความถูกต้องของข้อมูล นั่นก็เพราะพวกเขาไม่ได้เป็นแค่ครีเอเตอร์ แต่ยังเป็นบุคลากรทางการแพทย์ผู้ตั้งใจส่งต่อองค์ความรู้ที่มีไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ ดังนั้น ทุกข้อมูลที่เขาสื่อสารออกไปจึงต้องแม่นยำ ห้ามผิดพลาด 

“เพจที่เราทำเกี่ยวกับความเป็นความตาย ไม่ใช่ดูเพื่อความบันเทิง เพจนี้แหละจะป้องกันคุณในยามที่คุณเดือดร้อน” หมอเจตย้ำ

‘ห้องฉุกเฉินต้องรู้’ เพจให้ความรู้ทางการแพทย์แบบฟรี ๆ ที่อยากให้ทุกชีวิตรอดตาย
‘ห้องฉุกเฉินต้องรู้’ เพจให้ความรู้ทางการแพทย์แบบฟรี ๆ ที่อยากให้ทุกชีวิตรอดตาย

X-RAY

มาถึงหลายคนที่สงสัย หมอดูเป็นอาชีพที่ตารางงานรัดตัว แล้วหมอเจตกับหมอบีเอาเวลาไหนมาจัดสรรลงคอนเทนต์ได้ทุกวัน คุณหมอทั้งสองปรึกษากันสักครู่ แล้วให้คำตอบว่า “คำแรกคือแพสชัน คำที่สองคือการบริหารเวลา”

แพสชันที่ว่า มาจากอุดมการณ์ที่ไม่อยากให้ความรู้ถูกจำกัดด้วยทุนนิยม

และอีกคำหนึ่งคือ การบริหารเวลา หมอเจตบอกเราว่า คือสิ่งที่หมอฉุกเฉินเชี่ยวชาญเป็นอันดับต้น ๆ เพราะหากทำงานล่าช้าหรือจัดลำดับความสำคัญผิดพลาดเพียงนิด นั่นหมายถึงชีวิตของคนไข้ 

ทั้งสองแบ่งหน้าที่ในการดูแลเพจร่วมกัน โดยหมอบีดูแลเรื่องเนื้อหา ตั้งแต่คัดเลือก ค้นคว้าข้อมูล หาตัวอย่างประกอบ หรือติดต่อผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่าง ๆ เพื่อรีเช็กข้อมูลและชวนมาพูดคุยให้ได้องค์ความรู้ที่กว้างขวางขึ้น รวมถึงหมอบียังทำหน้าที่แอดมิน ตอบกลับความคิดเห็นและข้อความจากบรรดาแฟนเพจอีกด้วย 

เย็บปากยังไงไม่ให้เบี้ยว…หาขอบปากให้เจอครับ ตรงนั้นเรียกว่า “เวอ-มิ-เลี่ยน”…

Posted by ห้องฉุกเฉินต้องรู้ on Monday, 22 August 2022

ส่วนหมอเจต นายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทั้งศาสตร์และศิลป์ เขาตั้งใจวาดภาพประกอบโพสต์ทั้งหมดให้เป็นศิลปะแบบ Pop Art โดยยังคงเก็บรายละเอียดที่เทียบเคียงกับหลักกายวิภาคศาสตร์เอาไว้ถ้วน แต่ก็ลดทอนความรุนแรงของบาดแผลหรือความเหวอะหวะให้อยู่ในระดับที่คนทั่วไปรับชมได้โดยไม่ต้องปิดตาหนี 

‘ห้องฉุกเฉินต้องรู้’ เพจให้ความรู้ทางการแพทย์แบบฟรี ๆ ที่อยากให้ทุกชีวิตรอดตาย

“วิธีการคือ เราจะคุยกันตลอดว่าตอนนี้มีเรื่องอะไรน่าสนใจ มีข่าวแบบนี้ คนน่าจะอยากรู้ข้อมูลการปฐมพยาบาลเคสนี้ หรือบางทีก็เริ่มจากหมอเจตส่งรูปที่วาดมาก่อน แล้วผมก็โอเค เข้าใจแล้วว่าเขาอยากสื่ออะไร มีเรื่องไหนที่ต้องเขียนชี้แจง ต้องหาข้อมูลเพิ่มเติม หรือต้องชวนใครมาคุยด้วยกัน จากนั้นก็ลุยเลย เพราะทั้งหมดเราทำอยู่ภายใต้กรอบเดียวกัน นั่นคือศาสตร์การแพทย์ฉุกเฉิน” หมอบี หมอสายวิชาการเล่าวิธีทำงานกับหมอสายติสต์อย่างหมอเจตให้ฟัง 

นอกจากทำหน้าที่แบ่งปันความรู้แบบอัดแน่นที่ย่อยให้เข้าถึงง่ายแล้ว ห้องฉุกเฉินต้องรู้ ยังเคยทำหน้าที่เป็นห้องฉุกเฉินยามจำเป็นให้กับผู้ป่วยและทีมกู้ภัยมาแล้ว คุณหมอทั้งสองยกตัวอย่างเหตุการณ์ให้เราฟังว่า มีคนส่งคลิปเข้ามาให้พวกเขาช่วยประเมินอาการเบื้องต้น ทั้งคนในบ้านหายใจผิดปกติ มีอาการชัก เพราะไม่รู้ว่าต้องรับมืออย่างไร ต้องไปโรงพยาบาลไหม หรือควรแจ้งหน่วยงานไหนต่อ หรือข้อความจากพนักงานกู้ภัย ที่ส่งเข้ามาถามว่า สิ่งที่พวกเขาปฐมพยาบาลให้ผู้ป่วยไปถูกต้องหรือเปล่า

คำถามจากแฟนเพจข้างต้น สะท้อนความเป็นจริงในสังคม 2 ประการ

หนึ่ง ความรู้เบื้องต้นในการปฐมพยาบาลยังคงห่างไกลจากความรู้ความเข้าใจของคนในสังคม พวกเรายังขาดแหล่งเข้าถึงข้อมูลอันเกี่ยวข้องโดยตรงกับความเป็นความตาย ทั้งต่อตนเองและคนรอบข้าง 

สอง โชคดีที่ห้องฉุกเฉินต้องรู้ มีอยู่เพื่อพยายามขจัดปัญหานั้น

‘ห้องฉุกเฉินต้องรู้’ เพจให้ความรู้ทางการแพทย์แบบฟรี ๆ ที่อยากให้ทุกชีวิตรอดตาย

วินิจฉัย 

ถึงแม้ว่าตอนนี้แพทย์ฉุกเฉินจะเป็นสาขาที่ปรากฏตามสื่อต่าง ๆ มากขึ้น องค์ความรู้ด้านการปฐมพยาบาลได้รับการเผยแพร่มากขึ้น แต่จากมุมมองของหมอเจตและหมอบีผู้คลุกคลีอยู่ในวงการ พวกเขาบอกว่า คนทั่วไปยังเข้าใจและก้าวข้ามสถานการณ์ฉุกเฉินได้ไม่มากเท่าที่ควร 

ด้วยเหตุนี้ ทั้งสองคนจึงตั้งใจใช้เพจห้องฉุกเฉินต้องรู้ เป็นประตูไปสู่ประชาชน เช่นเดียวกับที่แพทย์บางคนขึ้นเขาลงห้วย ขับรถขึ้นดอยด้วยงบของตัวเองไปสอนชาวบ้านเรื่องการปฐมพยาบาล สอนทำ CPR แก้อาการอาหารติดคอ ชัก แมลงสัตว์กัดต่อย ปั๊มหัวใจ ไฟฟ้าดูด จมน้ำ ฯลฯ 

“เพื่อนผมบอกว่า เพจของเราทำให้หมอฉุกเฉินมีบทบาทโดดเด่นมากขึ้น อย่างตอนเหตุโศกนาฏกรรมที่อิแทวอน ประเทศเกาหลีใต้ ถ้าเป็นในสมัยก่อน หลังเกิดเหตุการณ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะออกมาให้ข้อมูล แต่ข้อมูลนั้นก็อาจจะออกแนววิเคราะห์เจาะลึก เป็นแนววิชาการหนัก ๆ เข้าถึงยาก แต่ตอนนี้เพจเราเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ออกมาพูดเรื่องนี้ได้ทันทีในฐานะหมอฉุกเฉินคนหนึ่ง รวมไปถึงในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้วยเช่นกัน ที่สำคัญ เราสามารถย่อยข้อมูลให้เข้าใจง่ายขึ้น คนที่ติดตามนำไปใช้ได้จริงมากขึ้น 

ในคลิป #อิแทวอน…

Posted by ห้องฉุกเฉินต้องรู้ on Sunday, 30 October 2022

“เมื่อ 5 ปีที่แล้ว ผมเคยไปออกหน่วยสอนคนไข้เรื่องการปั๊มหัวใจ คนไข้บอก ป้าไม่ปั๊มได้ไหม ป้าทำไม่เป็นหรอก แต่หลังจากเหตุการณ์ที่อิแทวอน ซึ่งเราออกมาเล่าวิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไว้อย่างละเอียด ก็รู้สึกว่าคนตระหนักและให้ความสนใจกับสิ่งนี้มากขึ้น มีถามเข้ามาว่าให้ปั๊มมือเดียวหรือ 2 มือดี ต้องเป่าปากไหม ถ้าเป่าปากแล้วจะเป็นโควิดไหม คำถามเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า ประชาชนมีความตระหนักระดับหนึ่งแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าดีใจมาก ๆ” หมอเจตกล่าว

ใบรับรองแพทย์

เวลาล่วงเลยจบพลบค่ำ ก่อนจากกัน เราถามถึงเป้าหมายไกล ๆ ที่นายแพทย์ทั้งสองใฝ่ฝันจะไปให้ถึง หมอเจตจึงยกคำพูดของ แอนดี วอร์ฮอล ขึ้นว่า “Art is anything that you can take away with” หรือ ศิลปะคือสิ่งที่คุณสามารถเอาไปด้วยได้ – คุยกันเรื่องวิทย์อยู่ดี ๆ ไหงยกคำคมของศิลปินคนดังขึ้นมาซะได้ 

“ทุกอย่างคือศิลปะที่คุณถือเอาไปได้ครับ ทั้งภาพของเรา เนื้อหาในเพจเรา หรือทุก ๆ ข้อมูลที่เราตั้งใจถ่ายทอดเอาไว้ ไม่ว่าอะไรจากศิลปะ คุณพกพามันใส่สมองเอาไว้ได้ แล้วจะหยิบมาใช้เมื่อไหร่ก็ได้เช่นกัน นั่นคือความตั้งใจของผม

“คุณอยากรู้ว่าเส้นเลือดในสมองแตกไหม คุณดูภาพศิลปะของผม ถ้าวันหนึ่งที่คุณปากเบี้ยว คุณจะนึกถึงศิลปะของผมที่คุณเอาไปด้วยผ่านการจดจำ” หมอหัวใจศิลป์กล่าว 

และสำหรับหมอบี ความคาดหวังของเขาไม่ได้อยู่ที่จำนวนผู้ติดตามที่จะเพิ่มขึ้นหรือลดลง หากแต่เป็นการคงมาตรฐานในทุก ๆ คอนเทนต์ที่นำเสนอ ทั้งในด้านความถูกต้อง ครบถ้วน แม่นยำ เป็นประโยชน์ และเขายังหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เนื้อหาเหล่านั้นจะช่วยชีวิตของใครสักคนได้ในที่สุด

ที่สำคัญ ทั้งสองยังยืนยันหนักแน่นว่า พวกเขาเชื่อมั่นว่าการเข้าถึงความรู้ไม่จำเป็นต้องเสียเงิน และเพจห้องฉุกเฉินต้องรู้ของเขาจะยังคงยึดอุดมการณ์นี้ จนกว่าจะถึงวันที่แม้แต่เด็กอนุบาลก็ทำ CPR เป็น

Facebook : ห้องฉุกเฉินต้องรู้

YouTube : ห้องฉุกเฉิน ต้องรู้

Writer

Avatar

พัทธนันท์ สวนมะลิ

เด็กกรุงเทพฯ ผู้เป็น Sneakerhead และ Cinephile ที่หอบเสื่อผืนหมอนใบมาเรียนเชียงใหม่ แล้วสุดท้ายก็กลับไปตายรังที่กรุงเทพฯ

Photographer

ธนาธิป อดิเรกเกียรติ

ธนาธิป อดิเรกเกียรติ

ช่างภาพรักความสงบ กำลังพยายามค้นหาความสุขให้กับตัวเอง ผู้หลงใหลระหว่างบรรทัดของบทกวี

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load