ฉันเป็นเด็กผู้หญิงที่ใช้ชีวิตวัยเด็กเติบโตอยู่ในจังหวัดนครสวรรค์ ตอนนี้ฉันโตขึ้นและก้าวออกมาจากจังหวัดนครสวรรค์ หลายคนรอบๆ ตัวฉันเมื่อถามถึงจังหวัดนครสวรรค์ สิ่งแรกที่จะนึกถึงจังหวัดของฉันก็คือโมจิ แต่ฉันไม่ได้จะมาบอกเรื่องราวของโมจิ

ประโยคแรกในคำขวัญของจังหวัดฉันคือ ‘เมื่องสี่แควแห่งมังกร’ สิ่งที่ฉันจะมาบอกเล่าคือจังหวัดนครสวรรค์ของฉันมีคนไทยเชื้อสายจีนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก เมื่อถึงงานแห่มังกรประจำปี หรือที่เรียกเต็มๆ ว่า ‘ประเพณีแห่เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ปากน้ำโพ’ จะมีการแห่ขบวนเจ้าพ่อ-เจ้าแม่ รวมไปถึงองค์สมมติเจ้าแม่กวนอิม คณะสิงโตและมังกรทองวนไปรอบๆ ตลอดปากน้ำโพ ผู้คนทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัดจะมารวมงานกันมากมาย เรียกได้ว่าเป็นงานใหญ่แห่งปีของจังหวัดที่มีการเตรียมงานกันข้ามปี

ในตลาดปากน้ำโพส่วนมากเป็นคนไทยเชื้อสายจีนที่มาทำการค้าขายและอาศัยอยู่ เมื่อถึงวันแห่เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ปากน้ำโพ หรือเรียกสั้นๆ กันติดปากว่า วันแห่ ชาวบ้านที่อยู่ในเส้นทางขบวนแห่ต่างออกมาตั้งโต๊ะไหว้เจ้าไว้หน้าบ้าน ในงานแห่มังกรปีที่ก่อน ฉันได้มีโอกาสกลับบ้านไปร่วมงาน ได้เดินไปตามถนนซึ่งฉันในวัยเด็กก็เคยเดินผ่านในงานประเพณีนี้ แต่การโตขึ้นทำให้ฉันได้ผ่านไปยังถนนเส้นเดิมที่มีขบวนแห่ผ่าน ซึบซับกับบรรยากาศของเทศกาลประจำปี ได้บันทึกเรื่องราวผ่านภาพถ่าย แล้วได้เห็นว่ามีโต๊ะไหว้เจ้าที่ออกมาตั้งเรียงรายกันตามถนนมากมายแค่ไหน

โต๊ะไหว้เจ้านั้นไม่ได้มีเพียงคนไทยเชื้อสายจีนเท่านั้นที่ออกมาตั้งไหว้เจ้า แต่ปัจจุบันไม่ว่าเป็นห้างหุ้นส่วนต่างๆ ธนาคาร ร้านค้า ร้านโมจิ แม้แต่โรงเรียนมัธยมของฉัน ไปจนถึงคนไทยแท้ในจังหวัดที่อยู่บนเส้นทางขบวนแห่ ต่างออกมาตั้งโต๊ะไหว้เจ้ากันเป็นจำนวนมาก เป็นการผสมผสานวัฒนธรรมความเชื่อของคนในจังหวัดที่หลอมรวมจนกลมกลืนทั้งไทยและจีน เรียกได้ว่าสิ่งที่เคยเห็นในวัยเด็กในจังหวัดของฉัน ฉันไม่เคยสังเกตเลยว่ามันเต็มไปด้วยความน่าสนใจขนาดไหนที่ผสมผสานความไทยกับจีนอย่างลงตัว แต่เมื่อฉันเติบโต ก้าวออกมาจากจังหวัด มองย้อนกลับไปก็ได้เห็นสิ่งต่างๆ มากมายที่ซ่อนอยู่ในจังหวัด บรรยากาศของสถานที่ ผู้คนมากมาย กลิ่นอายของประเพณีเก่าแก่ วัฒนธรรมที่ล้วนบอกเล่าถึงความเป็นมาของคนในจังหวัดนครสวรรค์ ผ่านเรื่องราวของประเพณีแห่เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ปากน้ำโพ และโต๊ะไหว้เจ้า

Writer & Photographer

ปรตา จรบุรี

เด็กที่โตมากับนิยายและไอดอลเกาหลี ปลูกกระบองเพชรริมระเบียง ชอบประวัติศาสตร์ คติคืออยากรวย

Photo Essay

เรื่องเล่าผ่านภาพถ่าย

ถ้าคิดว่ารู้จักเชียงใหม่ดีแล้ว ชุดภาพถ่ายนี้จะเปลี่ยนมุมมองนั้นเสียใหม่ ผ่านนิทรรศการที่เกิดจากความบังเอิญของนักศึกษาและคณาจารณ์สาขาวิชาการถ่ายภาพสร้างสรรค์ เกิดความสนใจเรื่องของเมืองเชียงใหม่ร่วมกันมาจัดแสดงงานเล่าเรื่องราวเมื่อต้องอาศัยอยู่ในเชียงใหม่ในมุมแปลกไปจากที่คุ้นชิน ทั้งสภาพการณ์ที่เปลี่ยนไป บริบทสังคมที่เปลี่ยนแปลง รวมถึงความรู้สึกดั้งเดิมที่ถูกสั่นคลอนในยามโรคระบาด เหมือนเป็นอีกเมืองในแง่มุมที่หลายคนอาจยังไม่เคยเห็นผ่านเลนส์กล้องของ 6 ช่างภาพ 

ทั้ง ภาพขาว-ดำ เล่าเรื่องเมืองเชียงใหม่ในห้วงเวลาการระบาดของโรคโควิด-19 

ภาพคนในครอบครัว ตัวแทนความสับสนและหลงทางเมื่อเกิดโรคระบาด ผู้คนต่างพลัดพรากจากความสุขและความหวังในการใช้ชีวิต แม้อยู่ในบ้านแสนอบอุ่นของตัวเองก็ตาม 

ภาพคลองแม่ข่าของศิลปินที่เคยผันตัวจากนักท่องเที่ยวมาเป็นผู้อยู่อาศัยในเมืองเชียงใหม่ บริเวณคลองแม่ข่าซึ่งถูกขุดเพื่อเป็นทางระบายน้ำและเกิดมลพิษมาเป็นเวลานาน ทำให้เขาเกิดคำถามว่า ทำไมเมืองที่เขาคิดไว้จึงไม่สวยงามอย่างที่คิดไว้ 

ภาพพาโนรามาทิวทัศน์เมืองที่ต่อขึ้นจากภาพถ่าย แสดงให้เห็นบรรยากาศและสถาปัตยกรรมบนสองฝั่งถนนท่าแพในช่วงเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2563 

ภาพจากการสังเกตทะเลสาบดอยเต่า ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างจากการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ และการใช้ชีวิตของชาวบ้านหลังจากที่ไม่มีน้ำเมื่อภัยแล้งที่รุนแรงมาเยือน 

และภาพการเดินทางไร้แบบแผนตามหาแสงอาทิตย์ที่ตกกระทบลงบนสิ่งต่างๆ เพื่อเยียวยาความคิดและจิตใจ ให้ผ่านวันที่ยากลำบากให้เดินไปต่อได้ 

หากชมภาพหน้าจอแล้วยังไม่จุใจ สามารถไปเยี่ยมชมนิทรรศการภาพถ่ายแบบเต็มๆ ได้ที่ศูนย์ศิลปะบ้านตึก ถนนท่าแพ จ.เชียงใหม่ ตั้งแต่วันที่ 21 ตุลาคม – 7 พฤศจิกายน 2564  เวลา 09.00 – 17.00 น. (เปิดทุกวันอังคาร-อาทิตย์)

Writer & Photographer

Lost in Chiang Mai

นิทรรศการภาพถ่ายเชียงใหม่ในมุมมองใหม่ของช่างภาพ 6 คน อัษฎา โปราณานนท์, กรรณ เกตุเวช, ณัฐพล นุกูลคาม, ศิริน ม่วงมัน, กรดนัย เกิดปฐม และ นวมินทร์ มูลรัตน์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load