San Francisco Chronicle หัวหนังสือพิมพ์เก่าแก่อายุ 150 ปี ประจำซานฟรานซิสโก เมืองเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ เริ่มตีพิมพ์คอลัมน์พิเศษที่มีชื่อว่า Throughline เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เนื้อหาชวนผู้อ่านจินตนาการอนาคตของเมืองหลังการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 และขบวนประท้วงต่อต้านการเหยียดผิวของชาวอเมริกัน โดยนำเสนอผ่านภาพประกอบทั้งหมด 8 ภาพ ตลอดระยะเวลา 8 สัปดาห์

ศิลปินที่ได้รับเลือกให้ถ่ายทอดภาพอนาคตของเมือง บนหน้าหนังสือพิมพ์ที่คนทั้งเมืองต้องหยิบอ่านนั้น เป็น Visual Development Artist ชาวไทย ชื่อว่า พ้ง-เชาว์วรรธน์ เลิศสัจจานันท์

พ้ง-เชาว์วรรธน์ เลิศสัจจานันท์ Visual Development Artist ที่ใช้ลูกบ้าพาตัวเองไปออกแบบภาพเกม The Sims™ 4

พ้งมีฝันตั้งแต่วันที่ออกจากรั้วมหาวิทยาลัยว่าเขาอยากเดินทางในสายอาชีพ Visual Development Artist แม้อาชีพนี้จะเป็นอาชีพ ‘ปิดทองหลังพระ’ ที่มีบทบาทเฉพาะช่วงแรกของโปรเจกต์ ในการถ่ายทอดจินตนาการของโปรดิวเซอร์หรือผู้กำกับแอนิเมชัน เกม หรือภาพยนตร์ ให้ออกมาเป็นภาพ แต่ภาพที่พวกเขาวาด อาจไม่ได้ปรากฏจริงต่อหน้าสาธารณชน 

เขาเริ่มต้นชีวิตทำงานจากการเป็นคนเบื้องหลัง ออกแบบพร็อพชิ้นเล็กชิ้นน้อยบ้าง เทกเจอร์ในฉากหลังบ้างในสตูดิโอในกรุงเทพฯ มีบางคราวที่คลื่นเล็กใหญ่ซัดเขาออกนอกลู่ไป แต่เขาก็หาทางกลับมาเดินบนทางที่ฝันเรื่อยมา 

ในปีที่ 8 ของชีวิตการทำงาน พ้งได้พาตัวเองจากบ้านไปโต้คลื่นไกลถึงสหรัฐอเมริกา และเริ่มมีผลงานออกแบบงานภาพให้กับเกม Tiny Royale™ บนแอปฯ Snapchat เกม The Sims™ 4 และผลงานล่าสุดที่ตีพิมพ์กับ San Francisco Chronicle

พ้ง-เชาว์วรรธน์ เลิศสัจจานันท์ Visual Development Artist ที่ใช้ลูกบ้าพาตัวเองไปออกแบบภาพเกม The Sims™ 4

การเดินทางของพ้งเหมือนการลากเส้นต่อจุดในเกมกระดาน ที่มีฉากหลังเป็นจักรวาลแห่งวงการ Visual Development เส้นที่เชื่อมจุดทั้งหลายให้ต่อกันนั้น บางคราวก็เกิดจากการจับปากกาลากเองของพ้ง แต่หลายครั้งก็เกิดขึ้นเองอย่างน่าประหลาดใจ

เราเลยอยากชวนใครต่อใครมาอ่านบันทึกการเดินทางนี้ไปพร้อมๆ กับเรา

จากคนทำสตอรี่บอร์ด สู่ ๙ ศาสตรา

พ้งเล่าให้เราฟังว่า ในช่วงปีแรกของการทำงานมีแต่งานทำสตอรี่บอร์ดเข้ามา จนเขาเกือบจะหมดไฟและตั้งคำถามกับตัวเองหลายครั้งว่า จะเอาตัวรอดในฐานะ Visual Development Artist ได้จริงหรือ แต่เขาก็ไม่ยอมจมลงไปในความสงสัยต่อตัวเอง

พ้งหว่านสมัครงานไปทุกที่ที่เปิดรับตำแหน่งนี้ จนเขาได้เข้าไปร่วมงานกับ RiFF Animation Studio ในช่วงที่กำลังทำงานเบื้องหลังให้ภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่อง ๙ ศาสตรา พนักงานใหม่แกะกล่องอย่างพ้งจึงมีโอกาสได้ออกแบบพร็อพชิ้นเล็กๆ ในหนัง อย่างปิ่นปักผมของเสี่ยวหลาน นางเอกของเรื่อง

พ้ง-เชาว์วรรธน์ เลิศสัจจานันท์ Visual Development Artist ที่ใช้ลูกบ้าพาตัวเองไปออกแบบภาพเกม The Sims™ 4

“ตอนนั้นรู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้ออกแบบพร็อพให้นางเอก ดีใจที่อาร์ตไดเรกเตอร์ให้โอกาสเรา สัญลักษณ์ประจำตระกูลของเสี่ยวหลานคือหงส์ ปิ่นปักผมเธอก็เลยต้องมีความเป็นหงส์อยู่ แล้วเราก็ใส่วัสดุที่เป็นหยกเข้าไป” พ้งเล่าถึงงานชิ้นแรกอย่างตื่นเต้น

“ไปบอกใคร ใครเขาก็คงทำหน้างงใส่ว่าออกแบบปิ่นปักผมแล้วยังไง แต่สำหรับเรา ตอนเห็นปิ่นปักผมที่ตัวเองออกแบบบนจอภาพยนตร์ อยากจะลุกขึ้นมาบอกคนในโรงหนังว่า ปิ่นปักผมนั่นเราออกแบบเอง”

พ้ง-เชาว์วรรธน์ เลิศสัจจานันท์ Visual Development Artist ที่ใช้ลูกบ้าพาตัวเองไปออกแบบภาพเกม The Sims™ 4

นั่นคือจุดเริ่มต้นในการลากเส้นต่อจุดของพ้ง จากคนทำสตอรี่บอร์ดที่ใกล้จะหมดไฟ สู่คนออกแบบปิ่นปักผมให้นางเอก ๙ ศาสตรา 

จากโปรเจกต์กระต่ายบ้าเลือดสู่อเมริกา

“หลังจากนั้นทางบริษัทก็ย้ายเรามาทำโปรเจกต์ Bloody Bunny เป็นงาน Concept Development ให้กับแอนิเมชันสั้น เราไปใส่ไอเดีย เพิ่มเอฟเฟกต์สองมิติเข้าไปในภาพเวลาคาแรกเตอร์ใช้อาวุธ เพราะอยากให้ภาพมันดูเท่ขึ้น ปรากฏว่าลูกค้าซื้อ เราเลยได้ขยับมาเป็นผู้ช่วยอาร์ตไดเรกเตอร์ของโปรเจกต์นั้นไปเฉยเลย” พ้งเล่าต่อถึงงานถัดมาที่เขาได้มีส่วนร่วม 

Bloody Bunny เป็นคาแรกเตอร์และแอนิเมชันที่หลายคนน่าจะได้เห็นผ่านสื่อกันจนชินตา เจ้ากระต่ายสีขาวนัยน์ตาสีแดงจอมโหดที่เราอาจไม่รู้มาก่อนว่าเป็นฝีมือของสตูดิโอไทย มองในแง่ของผลตอบรับแล้วก็ถือว่าดีทีเดียว ปัจจุบันมียอดผู้ชมบน YouTube รวมกันทุกตอนเกือบ 10 ล้านวิว

พ้ง-เชาว์วรรธน์ เลิศสัจจานันท์ Visual Development Artist ที่ใช้ลูกบ้าพาตัวเองไปออกแบบภาพเกม The Sims™ 4
พ้ง-เชาว์วรรธน์ เลิศสัจจานันท์ Visual Development Artist ที่ใช้ลูกบ้าพาตัวเองไปออกแบบภาพเกม The Sims™ 4

“เราแฮปปี้กับผลตอบรับนะ แม้จะไม่ได้ทำโปรเจกต์นั้นจนจบ เพราะดันเกิดคำถามในตัวเองขึ้นมาอีกสองคำถาม ว่าเราชอบอาร์ตจริงๆ หรือเปล่า และเราทำอะไรที่มากกว่านี้ได้อีกหรือเปล่า ก็เลยลาออกมาเพื่อจะไปหาคำตอบ (หัวเราะ)
“แต่มันเป็นประสบการณ์ที่ดีมาก เราได้ทำงานกับทีมงานที่เชื่อมั่นและพร้อมจะสู้ไปด้วยกัน รู้สึกขอบคุณทีมในตอนนั้นจริงๆ” พ้งเสริมถึงความทรงจำของเขากับทีมงานที่เขาผูกพัน

หลังจากยื่นใบลาออกจาก RiFF Animation Studio พ้งได้สมัครเรียนการตลาดเป็นคอร์สสั้นๆ แต่ก็รู้ตัวอย่างรวดเร็วว่าเขาไม่ได้ชอบสิ่งนั้น จึงตัดสินใจจะใช้ช่วงเวลาในการเรียนปริญญาโทเพื่อตอบคำถามของตัวเองว่าเขาชอบงานศิลปะจริงหรือเปล่า

นั่นคือการลากเส้นจุดต่อมา จากกระต่ายบ้าเลือดสู่ปลายทางที่ห่างออกไปจากกรุงเทพฯ เกือบ 12,000 กิโลเมตร-ซานฟรานซิสโก

พ้ง-เชาว์วรรธน์ เลิศสัจจานันท์ Visual Development Artist ที่ใช้ลูกบ้าพาตัวเองไปออกแบบภาพเกม The Sims™ 4

จากศิลปินนอกสายตา สู่ The Sims™ 4

การเดินทางสู่สหรัฐอเมริกาของพ้ง ดูราวกับการเดินทางไปออกรบของทหารที่เตรียมใจไว้ว่า ถ้าไม่ชนะก็จะไม่มีวันกลับมา

“เหตุผลที่เราเลือกจะมาที่นี่ ก็เพราะอเมริกาเป็นศูนย์รวมบริษัทที่พัฒนาเกมและแอนิเมชันชั้นนำของโลก เราเลยตั้งเป้าว่าอยากจะมาพิสูจน์ตัวเอง ถ้าเป็นของจริงด้าน Visual Development ก็ต้องทำให้ตัวเองเป็นที่ยอมรับของอุตสาหกรรมนี้ให้ได้”

เมื่อมีเป้าหมายแบบนั้น พ้งก็ร่อนใบสมัครงานตั้งแต่วันแรกๆ ที่ไปถึงอเมริกา แต่แน่นอนว่าไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ อีเมลสมัครงานนับร้อยไม่เคยได้รับการตอบกลับอยู่เป็นระยะเวลาเกือบ 2 ปี เมื่อเราถามเขาว่าเขาผ่านพ้นช่วงเวลานั้นมาได้อย่างไร พ้งจึงเล่าให้เราฟังว่า

“เราเคยขอให้ศิลปินท่านหนึ่งที่เรานับถือมากวิจารณ์งานเรา เขาเป็นอดีตอาร์ตไดเรกเตอร์ของ DreamWorks เขาตอบตรงๆ ว่างานเรามันเหนือกว่ามาตรฐานมาหน่อยก็จริง แต่ถ้าคิดจะทำงานที่อเมริกา ให้คิดว่ากำลังแข่งกับเขาอยู่ เพราะเรากับเขาอยู่ในวงการเดียวกัน 

“หลังจากนั้นเราก็ใช้ทุกนาทีเพื่อฝึกฝน ทำพอร์ต และร่อนใบสมัครงาน

“จนกระทั่งวันหนึ่ง Zynga (บริษัทพัฒนาเกมมือถือ) ก็ติดต่อกลับมา เขาชวนเราไปออกแบบอาวุธในเกม Tiny Royale™ ซึ่งเป็นเกมบนแอปฯ Snapchat วันสัมภาษณ์เขาบอกว่าเลือกเรา เพราะเกม Tiny Royale™ นี้ใช้แอนิเมชันที่ชื่อ Bloody Bunny เป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบ และเขาเห็นว่าเราเคยเป็นอาร์ตไดฯ ให้งานนั้น มันมหัศจรรย์มาก” 

พ้ง-เชาว์วรรธน์ เลิศสัจจานันท์ Visual Development Artist ที่ใช้ลูกบ้าพาตัวเองไปออกแบบภาพเกม The Sims™ 4

“ทาง Zynga ก็คาดหวังไอเดียแปลกๆ จากเรา เราก็เลยลองเสนออาวุธที่มีไอเดียสนุกๆ อย่าง บาซูก้าที่ยิงนกพิราบออกไปเป็นจรวด ปืนยิง Meat Ball หรือกระบองที่หน้าตาเป็นปลาทูน่า ซึ่งเราอินกับการออกแบบอาวุธอยู่แล้ว และ เสียดายนิดหน่อยที่ไม่ได้ทำพวกงานออกแบบฉากด้วย เพราะในทีมมี Artist อีกคน เก่งแถมทำงานเร็วยังกับปีศาจ เขาเอาไปกินหมด (หัวเราะ)”

พ้ง-เชาว์วรรธน์ เลิศสัจจานันท์ Visual Development Artist ที่ใช้ลูกบ้าพาตัวเองไปออกแบบภาพเกม The Sims™ 4
พ้ง-เชาว์วรรธน์ เลิศสัจจานันท์ Visual Development Artist ที่ใช้ลูกบ้าพาตัวเองไปออกแบบภาพเกม The Sims™ 4

งานแรกของพ้งในซานฟรานซิสโก จึงเป็นเหมือนการลากเส้นต่อจุดมาจากโปรเจกต์ Bloody Bunny แต่ในขณะเดียวกัน พ้งก็ได้เริ่มลากเส้นจากอีกจุดหนึ่ง ซึ่งพาเขาไปสู่การร่วมทีมกับบริษัทเกมชั้นนำอย่าง EA ในโปรเจกต์เกม The Sims™ 4

“มันเริ่มจากการไปช่วยออกแบบงานภาพให้เพื่อนที่มหาวิทยาลัย ขนานไปกับช่วงที่เราทำงานให้ Tiny Royale™ อยู่นั่นแหละ ในโปรเจกต์ของเพื่อน เราออกแบบฉาก จำพวกห้องและเฟอร์นิเจอร์ เก้าอี้ โต๊ะ ต่างๆ ให้เขาไปทำแอนิเมชัน เนื้อเรื่องมีแค่เด็กสองคนสู้กันแย่งรีโมตทีวี แต่หน้าที่ของเราคือการสร้างมู้ดให้กับห้องที่เป็นฉากหลังเพื่อให้เหมาะกับเรื่อง ซึ่งจะเป็นเรื่องพร็อพในห้องและทิศทางของแสงเป็นหลัก 

“สุดท้ายเพื่อนเราลาออกไปก่อนจะทำแอนิเมชันของเขาจบ แต่นั่นเป็นช่วงที่เราต้องส่งผลงานเข้าประกวดกับงาน Spring Show พอดี เราเลยเอางานพวกนี้มาพัฒนาต่อ ปรากฏว่าได้รับรางวัลที่หนึ่งด้านการออกแบบฉาก และได้ไปจัดแสดงด้วย

“ตอนแรกแม่บ่นว่าไปช่วยเพื่อนทำไม ไม่ได้เงิน (หัวเราะ) แต่กลายเป็นว่าทีมงานจาก EA มาเห็นงานเราที่โชว์อยู่ใน Spring Show แล้วเขาชอบ ก็เลยได้เข้าไปทำพาร์ตไทม์กับ The Sims™ 4

พ้ง-เชาว์วรรธน์ เลิศสัจจานันท์ Visual Development Artist ที่ใช้ลูกบ้าพาตัวเองไปออกแบบภาพเกม The Sims™ 4

“เนื้องานของเราคือการออกแบบพวกคอลเลกชันไอเท็มเฟอร์นิเจอร์หรือของแต่งบ้าน ทางอาร์ตไดเรกเตอร์จะเป็นคนไกด์เรามาคร่าวๆ ว่าอยากได้แนวไหน เช่น เซ็ตเก้าอี้โซฟาแบบ Art Nouveau ในแพ็ก Realm of Magic หรือบ้านสไตล์ยุค Victorian ชนบทของอเมริกา แต่เราจะมาออกไอเดียไอเท็มแปลกๆ อย่างเครื่องดักฟังเพื่อนบ้านคุยกัน หรือ ทำดีไซน์ต่อจากเพื่อในทีม เป็นบูทขายของจากต่างดาว ซึ่งสนุกมาก”

พ้ง-เชาว์วรรธน์ เลิศสัจจานันท์ Visual Development Artist ที่ใช้ลูกบ้าพาตัวเองไปออกแบบภาพเกม The Sims™ 4
พ้ง-เชาว์วรรธน์ เลิศสัจจานันท์ Visual Development Artist ที่ใช้ลูกบ้าพาตัวเองไปออกแบบภาพเกม The Sims™ 4

แม้ตอนนี้จะต้องหยุดทำงานชั่วคราวเพราะรอต่อวีซ่า (ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19) แต่ก็คงไม่เกินจริงหากเราจะกล่าวว่า พ้งได้ใช้ความมานะบากบั่น พาตัวเองเดินออกมาจากสถานะศิลปินนอกสายตาได้สำเร็จ

จากอินสตาแกรมสู่หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น

ในที่สุดก็ลากเส้นต่อจุดมาถึงผลงานที่ทำให้เราอยากคุยกับพ้ง นั่นคือภาพประกอบคอลัมน์ของหนังสือพิมพ์ San Francisco Chronicle (SFC) อยากรู้จริงๆ ว่าทำอะไรถึงไปเข้าตากองบรรณาธิการเข้า

“ในมหาวิทยาลัยเราได้เรียนเรื่องการทำงานของแสง แสงแบบไหนจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาไหน เวลาวาด เราไม่ได้วาดสิ่งที่เราเห็น แต่เป็นการวาดในสิ่งที่เราสังเกต และตีความออกมามากกว่า เราก็จะศึกษาเรื่องพวกนี้อยู่ตลอด แล้วก็โพสต์ภาพที่วาดลงบนอินสตาแกรมบ้าง

“เขามาเจองานเราบนอินสตาแกรม ที่เราวาดเพื่อเรียนรู้เรื่องแสง สี แล้วสิ่งที่เราใช้มาเป็นต้นแบบก็คือมุมต่างๆ ของเมืองซานฟานซิสโก ประกอบกับเราเป็นคนมีพื้นฐานเรื่อง Visual Development เขาเลยคิดว่าเราน่าจะถ่ายทอดเมืองซานฟรานฯ ในจินตนาการออกมาเป็นภาพได้ 

“โจทย์ของเราคือวาดภาพแปดภาพที่ตีพิมพ์แยกกัน แต่พอเอามาวางด้วยกันจะต่อกันเป็นภาพเดียวได้ ตอนเขาบอกโจทย์เราก็ยิ้ม แล้วตอบครับๆ ไป แต่ในใจคือกรีดร้องไปแล้ว (หัวเราะ)”

พ้ง-เชาว์วรรธน์ เลิศสัจจานันท์ Visual Development Artist ที่ใช้ลูกบ้าพาตัวเองไปออกแบบภาพเกม The Sims™ 4

“โปรเจกต์นี้เราทำงานร่วมกับทีมบรรณาธิการของ SFC เพื่อถ่ายทอดเมืองในจินตนาการที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตที่ไม่ไกลมาก หลังผ่านช่วงโควิดและการประท้วงเรื่องสีผิว มีการแชร์ความเห็นกันว่าการประท้วงรูปแบบใหม่น่าจะเป็นยังไง เช่น จะมีการใช้รถฉายภาพโฮโลแกรมภาพผู้ประท้วงวิ่งไปทั่วเมือง แทนที่จะให้คนออกมาเดินบนถนนจริงๆ หรือเปล่า

“ความท้าทายของงาน Visual Development ลักษณะนี้ คือการทำให้คนรู้สึก โดยที่ไม่รู้ตัวว่าทำไมเขาถึงรู้สึกแบบนั้น เราต้องทำงานที่ตอบ Sub-consciousness นั้นให้ได้ เป็นเรื่องของ Logic ผสมกับ Emotions ทำไมเราถึงเลือก Mood, Shape หรือสีนี้ หรือทำอย่างไรให้คนดูภาพแล้วเข้าใจโดยยังไม่ต้องเล่าอะไรเลย”

พ้ง-เชาว์วรรธน์ เลิศสัจจานันท์ Visual Development Artist ที่ใช้ลูกบ้าพาตัวเองไปออกแบบภาพเกม The Sims™ 4

และภาพประกอบที่ได้ตีพิมพ์บนหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นของซานฟรานฯ นี้ ก็คืองานชิ้นล่าสุดที่พ้งกำลังขลุกอยู่กับมัน ซึ่งเป็นการต่อจุดจากโพสต์บนอินสตาแกรมนั่นเอง

จากปัจจุบัน สู่อนาคต

แม้แต่ในวันที่เดบิวต์เป็น Visual Development Artist ที่อเมริกาสำเร็จแล้ว แต่พ้งยังคงพัฒนาตัวเองอยู่ไม่หยุด 

เขาบอกกับเราว่า ไม่รู้ว่าเป็นคำสาปของการเป็น Artist หรือเปล่า เพราะแม้จะเข้าไปทำงานในบริษัทใหญ่ๆ หรือโปรเจกต์ที่เอ่ยชื่อไปใครก็รู้จักได้แล้ว แต่เสียงในหัวที่พูดว่า ‘ยังไม่เก่งพอ’ ยังอยู่กับเขาไม่เคยหายไป

แต่แทนที่จะยอมให้คำสาปนั้นหยุดเขา พ้งเลือกจะอยู่กับเสียงนั้นอย่างเพื่อน อย่างสัตว์เลี้ยง ที่คอยเตือนไม่ให้เขาหยุดก้าวไปข้างหน้า เพราะเขาได้รู้แล้วว่าถ้าหากเขาไม่หยุดเดิน ก็ยังคงมีทางให้ไปต่อได้

ทุกอย่างที่ทำจะพาเขาไปที่ใดที่หนึ่งเสมอ เหมือนที่เคยเป็นมาตลอดตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน

เมื่อเราขอให้พ้งได้แง้มถึงจุดหมายต่อไป พ้งบอกว่ายังบอกอะไรมากไม่ได้ เพราะเป็นโปรเจกต์ที่ยังไม่ประกาศอย่างเป็นทางการ บอกได้แค่เป็นการทำงานพัฒนาภาพฉากหลังให้แอนิเมชันของ DreamWorks

ดูเหมือนการลากเส้นต่อจุดของศิลปินชื่อพ้ง ผู้ไม่เคยยอมแพ้ จะยังคงดำเนินต่อไปในจักรวาลซานฟรานซิสโก

พ้ง-เชาว์วรรธน์ เลิศสัจจานันท์ Visual Development Artist ที่ใช้ลูกบ้าพาตัวเองไปออกแบบภาพเกม The Sims™ 4

Writer

เกวลิน ศักดิ์สยามกุล

นักออกแบบ-สื่อสารเพื่อความยั่งยืน ที่อยากเล่าเรื่องสิ่งแวดล้อมผ่านชีวิต บทสนทนา และแบรนด์ยาสีฟันเม็ดเล็กๆ ของตัวเอง

In Design

วิธีคิดและแรงบันดาลใจของนักออกแบบที่น่าทำความรู้จัก

ภาพวาดสิ่งมีชีวิตสี่ขาสื่อแทนผู้คน เติมเต็มด้วยลวดลายแพตเทิร์น สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม ลายขวาง ค่าน้ำหนักขาว เทา ดำ เส้นทุกเส้นบรรจบกันอย่างบรรจง ทุกองค์ประกอบประดับขึ้นเพื่อเพิ่มมิติให้กับทุกคาแรกเตอร์ในหนึ่งเรื่องราว

ภาพที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวยากที่จะเลียนแบบนี้เป็นผลงานของ กรีฑา พรมโว หรือศิลปินผู้เป็นที่รู้จักในชื่อ Chang of Art ผลงานของเขาโดดเด่นในสไตล์ของ Pop Art, Contemporary Art และ Doodle Art สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์และแนวคิดที่ว่า มันบาลานซ์ได้ดีระหว่างความเป็น Fine Art (วิจิตรศิลป์เน้นความสวยงาม) และ Commercial Art (พาณิชยศิลป์เน้นการต่อยอดด้านมูลค่าของผลงาน) ทั้งความงามและคุณประโยชน์ของสิ่งหนึ่งสิ่งใด ซึ่งเป็นเรื่องที่เข้ากับยุคสมัยปัจจุบันอย่างมาก

ด้วยสไตล์งานที่สนุกและเข้าใจง่าย ทำให้คนเสพก็สุข คนสร้างจึงไม่เคยหยุดเสาะแสวงหาไอเดียมาวาดชิ้นงานใหม่ ๆ ชีวิตที่เติบโตมากับศิลปะประหนึ่งเป็นส่วนหนึ่งซึ่งแยกจากกันไม่ได้ ทำให้เขาเข้าใจงาน เข้าใจตัวเอง และเข้าใจสิ่งที่สังคมต้องการได้เป็นอย่างดี แต่เบื้องหลังกว่าจะได้มายังสิ่งนี้ คงไม่ง่ายเสมือนดีดนิ้วแค่เป๊าะเดียวเป็นแน่

งานของเขามีชื่อเสียงในแวดวงนักสะสมผู้ชื่นชอบศิลปะคาแรกเตอร์ชัด ขนาดมีคนยอมรอภาพวาดในเวลาหลักปี ไม่ใช่แค่ระดับประเทศ เขายังได้ไปจัดแสดงงานที่เกาหลีใต้ สิงคโปร์ ไต้หวัน และฮ่องกง ล่าสุด เขาได้ออกแบบลวดลายบนเสื้อลิมิเต็ดอิดิชันให้กับ Garena Free Fire เกมมือถือออนไลน์สำหรับผู้ที่ชื่นชอบความท้าท้าย การต่อสู้ และการเอาชีวิตรอด คว้ารางวัล ‘เกมมือถือยอดเยี่ยมแห่งปี’ จากงาน Esports Awards 2021 ถึง 2 ปีซ้อน คล้ายจะเป็นเรื่องเดียวกับรางวัลชีวิตราว 20 ปีที่ได้มาจากการฝ่าฟันของเขา เราจึงอยากชวนทุกคนทำความรู้จัก ‘งานช้าง’ ในแบบของ Chang of Art ไปพร้อมกัน

ศิลปะใส่ไอเดียลายเส้นวกวนของ Chang of Art ผู้มีผลงานล่าสุดในเกม Free Fire

Unique-Useful-Universal 

ภายในสตูดิโอส่วนตัวที่ปลุกพลังด้วยผนังสีแดง แสงไฟปรับระดับเข้ม กลาง อ่อน ไปตามฟีลลิ่งของการสร้างสรรค์ เต็มไปด้วยผลงานหลายชิ้น หลากสไตล์

“เราใช้สัตว์และคนมาเป็นตัวแทนในการนำเสนอความคิดและความรู้สึก” เจ้าของผลงานกล่าว เมื่อเราเห็นว่าทุกภาพมีสัตว์เป็นพระเอกของงาน

หากใครเป็นแฟนผลงาน Chang of Art ก็ดี หรือใครกำลังทำความรู้จักกับผลงานของเขาจากเรื่องราวนี้ก็ตามแต่ จะสังเกตได้อย่างชัดเจนถึงสิ่งมีชีวิตที่กำลังโลดแล่นลีลาอยู่บนพื้นผ้าใบ เพื่อบอกเล่าเรื่องราวให้คนเข้าใจง่ายในพริบตาเดียว ดังเช่นที่อยู่ตรงหน้าเรา ภาพสิงโตกำลังหัวเราะร่า ใส่หมวกกันน็อกเตรียมพร้อมออกซ่าผจญภัยบนท้องถนน แฝงไปด้วยอารมณ์ บริบท และไลฟ์สไตล์ จนใครเห็นก็คงต้องพูดออกมาเลยว่า ‘นี่แหละ ผลงานของ Chang of Art’

แต่ก่อนจะมาเป็นสัตว์นานาชนิด ศิลปินต้องทำความเข้าใจกับความหมายและความเชื่อของตัวละครที่จะปรากฏในผลงานเสียก่อน

“ถ้าเราเข้าใจ เราจะมักง่ายเวลาถ่ายทอดไม่ได้ เพราะต้องสื่อสารและนำเสนอ Definition ให้ได้ ว่าทำไมต้องเป็นเสือสิงโต มังกร หมาป่า หรือทำไมต้องเป็นขวดเหล้า ขวดเบียร์ ทำไมต้องเป็นรถยนต์ ทำไมต้องเร็ว พวกนี้มันมีคำตอบที่ชัดเจน และเป็นคำตอบแบบ High Art ไม่ใช่ Design มันมีมิติลึกกว่า อย่างสัตว์นี่มีความเชื่อ เรื่องสถานะต่าง ๆ มีความหมายแฝงอยู่ เช่น เสือ สื่อถึงบุคลิกสุขุม นุ่มลึก ใจใหญ่”

นิยามของ ‘งานช้าง’ จึงมีด้วยกัน 3 อย่างใหญ่ ๆ คือ Unique, Useful, Universal 

Unique ยูนีกทันทีที่มอง รู้เลยว่าเส้นเยอะ ๆ หนวดเยอะ ๆ มีแพตเทิร์น มีไอคอน มีไอเดียแฝงอยู่ในทุกคาแรกเตอร์

Useful ต่อยอดประโยชน์ของชิ้นงานได้มากกว่าแค่บทบาทของภาพวาด เขาคิดต่อยอดไปถึงว่างานชิ้นนี้ให้อะไรกับคนและสังคม การจบกระบวนการของงานจึงไม่ใช่การลงสีในด่านสุดท้าย แต่ต้องคิดเผื่อไปไกลถึงผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

Universal ต้องเป็นงานสะท้อนตัวตนที่ได้รับการยอมรับในสังคม ซึ่งการเป็นที่ยอมรับในที่นี้ เขาอธิบายว่า ไม่เท่ากับความแมสเพียงอย่างเดียว แม้ศิลปินต้องการให้ผลงานตัวเองเป็นที่รู้จัก แต่งานชิ้นนั้นก็ต้องให้ไอเดียกับคนที่พบเห็น ผู้คนต้องมีการตั้งคำถาม ชื่นชม ไปจนถึงวิพากษ์วิจารณ์ เพื่อให้สิ่งเหล่านั้นย้อนกลับมาสู่การพัฒนางานชิ้นต่อไปของตน

ศิลปะใส่ไอเดียลายเส้นวกวนของ Chang of Art ผู้มีผลงานล่าสุดในเกม Free Fire
ศิลปะใส่ไอเดียลายเส้นวกวนของ Chang of Art ผู้มีผลงานล่าสุดในเกม Free Fire

Flashback to The Beginning

กว่าจะออกมาเป็น Chang of Art ในทุกวันนี้ ช้างได้เดินทาง ลองผิดลองถูก มีอุปสรรคแวะทักทายบ้าง จนตกตะกอนกับความรักในศิลปะมากว่า 20 ปี

“ผมไม่ได้คิดว่าเราทำงาน เราคิดว่าเราใช้ชีวิต”

ชีวิตที่มีศิลปะเป็นส่วนประกอบหลัก เริ่มตั้งแต่สมัยเป็นเด็กชายช้างที่ชอบวาดรูปเหมือนกับเด็กหลาย ๆ คน ศิลปินเยาว์วัยวาดเตาะแตะเรื่อยมาไม่เคยหยุดจนกลายเป็นความชอบ พอเริ่มเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น จึงเริ่มทำความเข้าใจศิลปะในเรื่องพื้นฐาน ลัทธิต่าง ๆ ประวัติศาสตร์ศิลปะ และพื้นฐานทางด้านทัศนศิลป์ เขาค่อย ๆ มองภาพในสเกลใหญ่ขึ้น นั่นคือ การหาสถานที่สักที่ เพื่อเดินต่อในเส้นทางของการพัฒนาฝีมือ หลังจากเรียนจบระดับอุดมศึกษา เขาจึงคิดถึงการนำศิลปะมาอยู่ในชีวิตประจำวัน กึ่งเดินกึ่งวิ่งหาลู่ทางนำศิลปะมาประยุกต์ใช้ ประกอบอาชีพ และเติมเต็มคุณค่าของชีวิต จนถึงทุกวันนี้ เขาเพียงแค่เดินเรื่อย ๆ ไปในทางของตัวเองในทุก ๆ วัน ข้ามผ่านจุดสูงชันและไม่ต้องวิ่งแข่งกับใคร

Learning by Doing

ตลอดชีวิตบนเส้นทางสายศิลปะ เขาผ่านมาทุกยุคทุกวัยของการเรียนรู้ ทั้งยุคลอง ยุคเริ่มต้น ยุคแสวงหา จนอยู่ตัวและให้คำตอบตัวเองได้แล้วว่า ยุคนี้เป็นยุคของการสร้างทัศนคติ สร้างมุมมองใหม่ ๆ และสร้างแม้กระทั่งนิยามใหม่ จากองค์ประกอบศิลป์ที่เขาเข้าใจทั้งหมด 

“เราทำงานมาเรื่อย ๆ ปรับตัว ปรับปรุงอยู่ตลอด ให้มันเลี้ยงชีพได้ ทั้งในทาง Commercial และ Fine Art ให้มันมีความบาลานซ์อยู่ตรงกลาง และเราก็สร้างทัศนคติใหม่ ๆ ขึ้นมาระหว่างทาง”

ช้างทำให้งานเขาอยู่ตรงกลาง พอดีในทุกมิติ

“ผมนิยามงานตัวเองว่ามันคือสมดุลระหว่างความเข้าใจ” พอดีทั้งความงาม มูลค่า ประโยชน์ใช้สอย และแนวคิดต่อยอด

กว่าจะมาเป็น 1 ชิ้นงาน ต้องผ่านกระบวนการคิด และนำความคิดมาคิดต่ออีกที เพื่อวิเคราะห์ความหมายขององค์ประกอบทุกส่วนที่จะเกิดขึ้น หลังจากนั้นจรดปลายดินสอลงบนกระดาษ สเก็ตช์ภาพที่ร่างไว้ในหัวให้คุ้นชิน ลองแล้วลองเล่า ชนิดที่เห็นกระดาษเปล่าแล้วชี้ได้เลยว่าอันนี้อยู่ตรงไหน เชื่อมกับอะไร จึงเริ่มขั้นตอนสำคัญต่อไป คือการร่างความคิดให้เป็นจริงขึ้นมา

“เมื่อได้ไอเดียแล้ว เราต้องมาคิดวิเคราะห์ มาทำสเก็ตช์มาเลือกคาแรกเตอร์ที่ชอบที่สุด และวางแผนว่าทำยังไงถึงสำเร็จ” Chang of Art เปรียบงานตัวเองเสมือนงานวิจัยขนาดย่อม

“ถ้าเราอยากได้หมาหัวเราะหรืออยากได้หมาน่ารัก ๆ ตัวหนึ่งนั่งบนเวสป้าหรือขี่สกู๊ตเตอร์ เราก็วาดไปเลยแล้วค่อยมาดูว่า จะเอามันมาใช้ยังไง ต้องการความ Hamony กลมกลืนไปด้วยกัน ฉะนั้นงานมันต้องวางแผน เพราะทุกเส้นวกไปวนมา”

ทุกผลงาน ช้างเลือกใช้เทคนิค Free Hand หรือการวาดโดยไม่ต้องร่างดินสอก่อนและไม่ต้องพึ่งพายางลบ ลายเส้นทุกเส้นตวัดวาดจากภาพร่างในจินตนาการ ที่ผ่านการวางแผน กลั่นกรอง และสเก็ตช์จนจดจำทุกตำแหน่งได้อย่างแม่นยำ

“เราต้องมีภาพในหัวว่าจะวางอะไรบนพื้นที่ตรงนี้ และจัดสรรองค์ประกอบ เว้นสเปซให้พอดี” เขาอธิบายการจัดวางลายเส้นให้เชื่อมกันอย่างไร้รอยต่อและไขว้ไปไขว้มา ชวนค้นหาจุดสิ้นสุด

ศิลปะใส่ไอเดียลายเส้นวกวนของ Chang of Art ผู้มีผลงานล่าสุดในเกม Free Fire

เมื่อภาพเกิดขึ้นตามความตั้งใจสมกับความพยายามแล้ว อาณาจักรของ Chang of Art ไม่หยุดอยู่แค่ในภาพวาด แต่เขายังต่อยอดงานสู่ประติมากรรม ดึงเอาคาแรกเตอร์ของการ์ตูนออกมาเป็นรูปปั้นสามมิติ จับต้องได้ เขาทำมาหมดแล้วทุกไซส์ ทั้งเล็กทั้งใหญ่ ตัวจิ๋วถึงตัวยักษ์ ตั้งแต่ 30 เซนติเมตร ไปจนถึง 150 เซนติเมตร

เบื้องหลังกว่าจะได้มาซึ่งผลงานทั้งหมด ต้องตกตะกอนกับความคิดจากแพสชันแรกเริ่ม

“มันเริ่มตั้งแต่คิด” ศิลปินชาวนครปฐมเอ่ย

“เราคิดโดยเอาความอยากเป็นตัวตั้ง คิดเสร็จก็ทำ เราต้องสร้างคุณค่าให้กับคาแรกเตอร์เหล่านั้นให้แข็งแรง”
ช้างเผยกลเม็ดที่จะทำให้งานนั้นแข็งแรงขึ้น ด้วยการพาไปออกงานแสดงนิทรรศการ เอาไปให้คนอื่นดู แล้วรับฟีดแบ็กเพื่อนำกลับมาพัฒนา ผลพลอยได้อีกอย่างจากการที่เขาพางานไป Road Show ให้คนรู้จักทั้ง Online และ Onground ยังเป็นการเพิ่มมูลค่าให้งานมากขึ้น เมื่อได้รับการตอบรับที่ดี มีคนชื่นชอบ จึงมีทั้งคำแนะนำ การสนับสนุน และการติชม ซึ่งนำไปสู่การปรับปรุงต่อยอด ดังที่ศิลปินเชื่อมาตลอดว่า ‘Learning by Doing’ ทำให้ผลงานของเขาแอดวานซ์ขึ้นไปเรื่อย ๆ อย่างหาตัวจับได้ยาก

“ถ้าเราอยากเป็นศิลปินระดับโลก เราต้องคิดแบบศิลปินระดับโลก” ช้างกล่าวประโยคเชิญชวนคนฟังเข้าสู่ภวังค์อีกครั้ง ก่อนจะขยายความต่อ 

“เราก็เลยคิดว่าเราต้องสร้างแนวทางของเรา จากฝีมือที่เพียรฝึกฝนและประสบการณ์ที่สะสมมา เราต้องชัดเจนตั้งแต่ความหมายของมัน คิดมากกว่าแค่เริ่มต้นจนสิ้นสุด สุดท้ายมันเลยทำให้งานของเรายูนีกและเป็นตัวตนเราจริง ๆ”

ทุกผลงานเห็นประจักษ์ถึงการประสบความสำเร็จขนาดนี้ เพราะช้างไม่เคยขาดไอเดียสร้างสรรค์

“ตอนนี้สื่อมันเยอะ โลกก็มีอะไรให้ทำมาก เพียงแค่เราต้องเปิดใจเรียนรู้และย้ำตัวเองว่าอย่ายึดติด”

เขาเชื่อว่าการจะเติบโตเป็นต้นไม้ที่ให้ร่มเงาตัวเอง ก็ต้องเริ่มสร้างแนวคิดจากประสบการณ์ สร้างทัศนคติขึ้นมาใหม่ด้วยปัจจัยทางด้านศิลปะเหมือนเดิม แต่ต้องหลุดจากกรอบเดิมนั้น ด้วยวิธีคิดใหม่ ๆ

“อยู่กับศิลปะมา 20 ปี คำว่าแรงบันดาลใจยังสำคัญอยู่มั้ย” เราถามต่อ

“ผมมองว่าแรงบันดาลใจเป็นขั้นสอง ขั้นแรก คือมองชีวิตเราก่อน มองทัศนคติของตัวเอง บางคนบอกผมทำเหมือนพี่ไม่ได้หรอก ยาก จะหาเงินได้ยังไง เนี่ย มันจึงต้องเริ่มที่ทัศนคติ ถ้าเรารู้สึกว่าเชื่อมั่นในตัวเอง เราค่อยมาหาแรงบันดาลใจ 

“จริง ๆ เราเป็นคนธรรมดา พื้นฐานบ้านไม่ได้มีเงิน ติดลบด้วยซ้ำ แต่ว่าพวกนี้มันก็คือแรงบันดาลใจให้เราอยากให้กำลังใจหลาย ๆ คนต่อ อย่าไปคิดว่าต้องรอให้มีตังค์ค่อยทำงานศิลปะที่ดีได้ มันเริ่มจากเล็กไปใหญ่ได้ เราต้องเข้าใจพื้นฐานของศิลปะ เส้น สีรูปทรง น้ำหนัก วัสดุ ลัทธิศิลปะ แล้วทำผลงานให้ดี ค่อย ๆ สะสมประสบการณ์ ชื่อเสียง เงินทอง

 “อย่างพวกเสือ สิงโต ก็กลับไปตอบคำถามเรื่องนิยามที่เราแสดงออกมาแทน Chang of Art ที่ฝ่าฝันเอาตัวรอด งานก็เหมือนการดิ้นรน คนที่แข็งแกร่งเท่านั้นถึงอยู่รอด ที่สำคัญคือต้องพยายามเปิดใจเรียนรู้ มีโอกาสก็ไปดูงานดี ๆ”

ศิลปะใส่ไอเดียลายเส้นวกวนของ Chang of Art ผู้มีผลงานล่าสุดในเกม Free Fire
Chang of Art ศิลปินที่เติบโตมากับศิลปะครึ่งค่อนชีวิต ผู้ไม่ยึดติดกับสไตล์ และเชื่อว่าชีวิตกับศิลปะเป็นเรื่องเดียวกัน

Free up your soul

“มันประเมินมูลค่าไม่ได้เลย” ช้างตอบ หากให้นิยามความสำเร็จของเขา

งานช้าง ไปสร้างปรากฏการณ์ที่น่าจดจำในต่างแดนมาแล้วมากมาย ทั้ง เกาหลี สิงคโปร์ ไต้หวัน รวมถึงงานที่เป็น Original Licencing ระดับโลกในฮ่องกง

ทั้งหมดทั้งมวลทำให้เขารู้ว่า การมองงานศิลปะให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ จะนำมาสู่ความคิดที่แหลมคม

“จริง ๆ ความคิดไม่ใช่ประเด็นสำคัญ สิ่งที่สำคัญคือวิเคราะห์และการมองให้เหนือไปกว่าตรงนั้น เวลาผมทำงาน ผมจะมองลึกกว่าลึกกว่าลึกเข้าไปอีก เราไม่ได้มองแค่ต้องทำงานชิ้นนี้ให้ดีที่สุด แต่เรามองเลยไปถึงผลลัพธ์ ว่างานชิ้นนั้นมันให้อะไรได้บ้าง” ศิลปินแนวหน้าเน้นเสียง

อีกหนึ่งสิ่งที่ช้างใช้ขับเคลื่อนศิลปะในชีวิต คือ ‘Free up your soul’ การปลดปล่อยจินตนาการอย่างไร้ข้อจำกัด วางกฎเกณฑ์ทั้งหมด แล้วฟังเสียงหัวใจตัวเอง

“คำนี้เป็นคำที่ผมชอบใช้มากเลย คือการที่เราจะมีพลัง มันต้องมีความรู้สึกอะไรบางอย่างที่มาเติมเต็ม งานศิลปะฟังก์ชันมันเยอะมาก บางคนที่สะสมจริง ๆ เขาบอกเขาหลับตาไม่ลง เขาละสายตาจากมันไม่ได้ มันสวยมาก เซ็กซี่มาก”

ที่มาของพลัง ของมนต์สะกด ของความเซ็กซี่เหล่านั้น คือ

“เราต้องหาให้เจอว่า Vision คืออะไร Definition คืออะไร ถ้าชัดเจนแล้วมันจะง่ายมากเลย เหมือนกับชีวิตเรา ระหว่างทางเราก็มีปัญหานะ เยอะด้วย ก็แก้ไขไปให้ถูกที่ ถูกเวลา ถูกจังหวะ ปัญหาใหญ่ ๆ ก็คือความรู้ รู้น้อยยิ่งปัญหาเยอะ รู้เยอะปัญหาน้อย เราต้องออกไปค้นหา ไปเจอความผิดพลาดต่าง ๆ พอถึงจุดหนึ่งก็จะง่าย และสิ่งสำคัญคือการพยายามเรียนรู้การเปลี่ยนไปของโลก” ช้างทิ้งท้ายถึงหนึ่งแนวคิดที่เขาเชื่อมาตลอด

หลังจากทำความรู้จักกับตัวตนของศิลปินมาครู่ใหญ่ เราขอพาทุกคนไปรู้จักเรื่องราวในอีกมิติ ผ่าน 4 ผลงานที่มีความหมายของศิลปินบ้าง

01 Free Fire 

ช้าง-กรีฑา พรมโว ศิลปินที่เติบโตมากับศิลปะครึ่งค่อนชีวิต ผู้ไม่ยึดติดกับสไตล์ และเชื่อว่าชีวิตกับศิลปะเป็นเรื่องเดียวกัน

สำหรับ Free Fire ที่ร่วมงานกับผู้คนหลายวงการทั้งยูทูบเบอร์และอินฟลูเอนเซอร์ต่าง ๆ ในครั้งนี้จึงมองหางานศิลปะและการออกแบบ เลยตัดสินใจเลือก Chang of Art อย่างไม่ลังเล ด้วยสไตล์งานที่สนุก เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน เป็นรูปสัตว์ที่มีเรื่องราวในตัวงาน

ช้าง-กรีฑา พรมโว ศิลปินที่เติบโตมากับศิลปะครึ่งค่อนชีวิต ผู้ไม่ยึดติดกับสไตล์ และเชื่อว่าชีวิตกับศิลปะเป็นเรื่องเดียวกัน

เมื่อความต้องการตรงกัน ช้างจึงตั้งใจให้งานชิ้นนี้เป็น Event Merchandise ที่เน้นความสนุก เขาไม่ได้มองแค่ว่าเป็นสิ่งใช้สอย แต่อยากให้เป็นฟังก์ชัน เป็นการสะสม เพื่อเพิ่มคุณค่าให้ทั้งตัวงานและผู้ครอบครอง จึงออกมาเป็นเสื้อยืดสกรีนลาย Limited Edition มาพร้อมแพ็กเกจจิ้งที่ออกแบบพิเศษเช่นกัน และมีซีเรียลนัมเบอร์ทุกกล่อง ภายใต้สโลแกน ‘สัญชาตญาณแรกของชีวิต คือ การเอาตัวรอดอย่างมีเกียรติและเข้มแข็ง’ ให้ Wolf หรือ หมาป่า รับหน้าที่เป็นพระเอกในโปรเจกต์นี้ ถ่ายทอดความเป็นนักล่า ปราดเปรียว เป็นสัตว์ที่ล่ายาก ตายยาก แม้จะต้องตายอย่างโดดเดี่ยวแต่ก็มีเกียรติ เข้ากับคอนเซ็ปต์ของความเป็นเกมแนว Battle Royale

02 Mr. Mee Hey

ช้าง-กรีฑา พรมโว ศิลปินที่เติบโตมากับศิลปะครึ่งค่อนชีวิต ผู้ไม่ยึดติดกับสไตล์ และเชื่อว่าชีวิตกับศิลปะเป็นเรื่องเดียวกัน

เจ้าป่าใส่หมวกกันน๊อกขี่เมฆ คงเป็นภาพที่เราไม่เคยเห็นจากที่ไหน มีทั้งแบบ 2 มิติ (ภาพวาดคุมโทนด้วยสีขาวดำแต่จัดเต็มด้วยแพตเทิร์นอย่างไม่มีที่ว่างเพื่อเพิ่มสีสันให้งาน) และแบบ 3 มิติ (รูปปั้นขนาด 1.50 เมตร เป็นสิงโตใส่หมวกกันน็อกที่หมวกถอดได้) สื่อความหมายถึงคนที่ไม่ชอบหยุดนิ่งอยู่กับที่ เชื่อว่าชีวิตคือการได้ออกเดินทางแสวงหาสิ่งใหม่

ช้าง-กรีฑา พรมโว ศิลปินที่เติบโตมากับศิลปะครึ่งค่อนชีวิต ผู้ไม่ยึดติดกับสไตล์ และเชื่อว่าชีวิตกับศิลปะเป็นเรื่องเดียวกัน

สีขาวดำของผิวเจ้าป่า เป็นอีกหนึ่งไอเดียใหม่คือการปล่อยโล่งโดยไม่ผ่านการเพนต์ ผลงานชิ้นนี้เปลี่ยนชีวิตเขา และมอบทัศนคติใหม่ ๆ จากที่คนเริ่มมองว่างานแปลกดี ซึ่งมันการันตีได้ว่าความความกล้า ความแปลกนี้ก็มีมูลค่ามหาศาลเหมือนกัน 

03 Mr. Mee Har

ช้าง-กรีฑา พรมโว ศิลปินที่เติบโตมากับศิลปะครึ่งค่อนชีวิต ผู้ไม่ยึดติดกับสไตล์ และเชื่อว่าชีวิตกับศิลปะเป็นเรื่องเดียวกัน

ถ้าไม่ดุ ก็ไม่ใช่เสือ – ช้างว่า

แต่บังเอิญเป็นเสือดุที่มีมุมน่ารัก คาแรกเตอร์ของนักล่าอย่างเสือนี้ สร้างขึ้นมาเหมาะเจาะกับนักษัตรปีขาลพอดิบพอดี

มีฮาเป็นประติมากรรมทองเหลืองชิ้นแรกของ Change of Art ที่ถอดส่วนประกอบได้ทุกอย่าง เขาสนใจเพียงแค่ฟังก์ชันเป็นหลัก มองข้ามเรื่องต้นทุนเป็นรอง งานชิ้นนี้จัดว่าเป็นคู่แฝดของสิงโตเจ้าป่าอย่าง Mr. Mee Hey ซึ่งนำเสนอความคิดแบบเดียวกัน

04 Leopard

ช้าง-กรีฑา พรมโว ศิลปินที่เติบโตมากับศิลปะครึ่งค่อนชีวิต ผู้ไม่ยึดติดกับสไตล์ และเชื่อว่าชีวิตกับศิลปะเป็นเรื่องเดียวกัน

เสือดาวเฝ้ารอโอกาสและเวลา เมื่อถูกที่ ถูกจังหวะ จึงก้าวออกจากป่า แผ่ซ่านความป๊อปบนถนนใจกลางเมืองหลวง

ช้างเลือกใช้สีสันสดสวยตัดกัน โชว์กลิ่นอายความเป็นป๊อปอาร์ตอย่างชัดเจน และทลายกรอบของตัวเองในการใช้สีสัน ต่างจากงานขาวดำชิ้นก่อน ๆ แสดงออกผ่านภาพวาด ภาพพิมพ์ และประติมากรรม ในการสร้างคาแรกเตอร์เสือดาวสวมแว่นตาฉายอดีตที่มีความเท่ มี Third Eye บนหัว แสดงถึง Sixth Sense เช่นเดียวกับที่ศิลปินมีในทุกการสร้างผลงาน 

ผลงานชิ้นนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ความกล้าเดินออกจากเส้นทางเดิม ๆ แสดงให้เห็นถึงความไม่ยึดติดในสไตล์งานและการใช้ชีวิต

“เราต้องการท้าทายและแสดงความสามารถออกมา ทำให้ดี เป็นที่ยอมรับ เพื่อส่งแรงบันดาลใจให้คนอื่นได้ รวมถึงเพิ่มคุณค่าใหม่ ๆ ให้กับตัวเราเอง” ศิลปินผู้กล้าย้ำ

Writer

ปิยฉัตร เมนาคม

หัดเขียนจากบันทึกหน้าที่ 21/365 เพิ่งค้นพบว่า สลัดผักก็อร่อย หลงใหลงานคราฟต์เป็นชีวิต ของมือสองหล่อเลี้ยงจิตใจ ขอจบวันง่าย ๆ แค่ได้มองพระอาทิตย์ตกจนท้องฟ้าเปลี่ยนสี วันนั้นก็คอมพลีทแล้ว

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load