วินาทีนี้ไม่มีใครปฏิเสธว่านี่คือช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดครั้งหนึ่ง สำหรับผู้ประกอบการในทุกธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 

ถนนและเมืองที่เงียบสงัดกลายเป็นองค์ประกอบใหม่ของชีวิตผู้คนไปโดยปริยาย

หลังจากรัฐบาลประกาศปิดเมืองหรือ Lockdown โดยขอความร่วมมือห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร และสถานบริการต่างๆ ให้ปิดทำการจนถึงสิ้นเดือนเมษายน พ.ศ. 2563 ซึ่งเป็นไปได้ว่าเส้นตายดังกล่าวอาจจะขยับออกไป หากยังไม่สามารถควบคุมสถานการณ์แบบเบ็ดเสร็จ

กลุ่มเซ็นทรัล คือผู้นำธุรกิจค้าปลีกและบริการที่เป็นหลักสำคัญให้กับระบบเศรษฐกิจไทยมากว่า 7 ทศวรรษ นอกจากแนวคิดสำคัญที่มุ่งพัฒนาให้แต่ละพื้นที่ที่มีห้างสรรพสินค้าของเซ็นทรัลอยู่เติบโตไปด้วยกันพร้อมกับธุรกิจแล้ว สิ่งที่ทำให้เซ็นทรัลเข้าถึงหัวใจของคนไทยได้เป็นอย่างดี คือการสร้างคุณค่าร่วม (Creating Shared Values : CSV) ที่ตั้งเป้าการทำธุรกิจในระยะยาว โดยสำเร็จไปพร้อมกับสังคมอย่างยั่งยืนด้วย 

เพราะทุกภาคส่วนล้วนมีความเกี่ยวพันกันทั้งสิ้น เมื่อเกิดวิกฤตการณ์ที่กระทบกับความเป็นอยู่ของผู้บริโภค ยักษ์ใหญ่ค้าปลีกแบรนด์นี้จึงปรับทัพครั้งใหญ่ และใช้ศักยภาพที่มีเพื่อช่วยเหลือผู้มีส่วนได้เสียทั้งหมดโดยไม่รอช้า

เรื่องราวการใช้ศักภาพที่มีปรับทัพพนักงานเพื่อช่วยเหลือสังคมในแบบ เซ็นทรัลทำ

ดูแลทุกคนเพราะคนคือหัวใจของธุรกิจ

เมื่อไฟดวงสุดท้ายของร้านค้าปิดลงเพื่อสนองต่อมาตรการของภาครัฐ เหลือเพียงซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านอาหารที่ยังเปิดให้บริการได้ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด การดูแลผู้คนที่เกี่ยวข้อง ทั้งลูกค้า ผู้เช่าพื้นที่ และพนักงานที่ได้รับผลกระทบ จึงเป็นสิ่งแรกที่ต้องทำ โดยมีมาตรการดังนี้

1. ช่วยลดต้นทุนผู้ประกอบการด้วยความเข้าใจ

กลุ่มเซ็นทรัลพิจารณาไม่เก็บค่าเช่าผู้ประกอบการที่ต้องปิดร้าน ขาดรายได้ ขณะเดียวกันยังลดค่าเช่า 10 – 50 เปอร์เซ็นต์ ให้กับผู้ประกอบธุรกิจที่ยังดำเนินการอยู่ด้วย แม้จะเป็นรายได้สำคัญในฐานะผู้บริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ แต่ในเวลานี้ ความอยู่รอดของคู่ค้าคือเรื่องที่สำคัญมากกว่า โดยปรับช่องทางในการขายสำหรับร้านค้า ทั้งการเปิดให้ขายสินค้าแบบซื้อกลับบ้าน (One Call One Click และ Drive Thru Pick Up) สำหรับลูกค้าที่เดินทางมาใช้บริการที่ศูนย์การค้าทุกสาขา

2. ดูแลความสะอาด ยกระดับมาตรการความปลอดภัย

การสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค ถือเป็นโจทย์ที่ใหญ่มากในช่วงที่ผู้คนกังวลเรื่องความปลอดภัยและสุขอนามัยนี้ ทางเซ็นทรัลจึงได้จัดหาอุปกรณ์และเพิ่มระดับการทำความสะอาดในพื้นที่ศูนย์การค้าให้มากขึ้น ทำความสะอาดลิฟต์ บันไดเลื่อน และทุกจุดสัมผัสสำคัญในพื้นที่ทุก 30 นาที ติดตั้งระบบดักจับเชื้อโรคที่เครื่องปรับอากาศ ฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อทุกวัน นอกจากนี้ยังใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์ฆ่าเชื้อด้วยรังสียูวี (UV-C Disinfection Robots) ที่รับรองจากองค์การอนามัยโรคมาใช้งานในพื้นที่เซ็นทรัล ฟู้ดฮอลล์ โดยเริ่มต้นจากสาขาชิดลม และจะขยายไปถึงสาขาอื่นๆ รวมทั้งท็อปส์ มาร์เก็ตด้วย 

เรื่องราวการใช้ศักภาพที่มีปรับทัพพนักงานเพื่อช่วยเหลือสังคมในแบบ เซ็นทรัลทำ
เรื่องราวการใช้ศักภาพที่มีปรับทัพพนักงานเพื่อช่วยเหลือสังคมในแบบ เซ็นทรัลทำ

3. เพิ่มช่องทางออนไลน์ อำนวยความสะดวกลูกค้า

ในฐานะผู้นำด้านค้าปลีก สิ่งที่เซ็นทรัลให้ความสำคัญเสมอคือการบริหารจัดการประสบการณ์ของลูกค้าแบบไร้รอยต่อ แม้ว่าห้างสรรพสินค้าที่ถือเป็นแหล่งรวมไลฟ์สไตล์ของผู้คนในยุคนี้จะต้องปิดเป็นการชั่วคราว แต่ลูกค้าก็ยังสั่งซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่แพลตฟอร์ม Central Online รวมทั้งตลาดอีคอมเมิร์ซ JD Central และยังอำนวยความสะดวกด้วยบริการ Chat & Shop ทางไลน์และ Call & Shop  ซึ่งเป็นผู้ช่วยช้อปปิ้งที่รู้ใจ ช่วยจัดหาสินค้าที่ต้องการได้ทุกประเภท ไปจนถึงช่องทางการชำระเงินและบริการจัดส่งสินค้า ซึ่งลูกค้าสามารถเลือกขับรถมารับหรือเลือกรับสินค้าที่บ้านก็ได้ 

โดยสร้างความมั่นใจด้วยการทำความสะอาดทุกขั้นตอนการจัดส่ง ทั้งพนักงานจัดส่ง การทำความสะอาดสินค้า ไปจนถึงการส่งมอบถึงมือลูกค้า ซึ่งทางศูนย์การค้าเข้มงวดเรื่องการเว้นระยะห่างต่อกัน (Physical Distancing) และเพิ่มช่องจ่ายเงินพิเศษเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้สูงอายุ คนพิการ และสตรีมีครรภ์ ในซูเปอร์มาร์เก็ตที่เปิดทำการ

เรื่องราวการใช้ศักภาพที่มีปรับทัพพนักงานเพื่อช่วยเหลือสังคมในแบบ เซ็นทรัลทำ
เรื่องราวการใช้ศักภาพที่มีปรับทัพพนักงานเพื่อช่วยเหลือสังคมในแบบ เซ็นทรัลทำ

4. ดูแลพนักงานอย่างดีและทั่วถึง

ส่วนมาตรการในการดูแลพนักงานและป้องกันการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 นั้น กลุ่มเซ็นทรัลได้ทำความสะอาดทุกพื้นที่สำนักงานและการปฏิบัติงาน มอบหน้ากากอนามัย N95 ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงให้กับพนักงานทุกคน เพื่อป้องกันตนเอง ออกกฎเพิ่มเติมไม่อนุญาตให้พนักงานเดินทางไปต่างประเทศเพื่อปิดความเสี่ยง และขอให้พนักงานที่เดินทางกลับจากต่างประเทศเฝ้าระวังและสังเกตอาการที่บ้านเป็นระยะเวลา 14 วัน สนับสนุนให้ทำงานที่บ้าน และให้พนักงานที่หน้าร้านยังเปิดอยู่สวมหน้ากากอนามัยและถุงมือตลอดเวลาที่ปฏิบัติงาน ซึ่งมีช่องทางการติดต่อที่สำคัญ คือระบบสื่อสารภายในองค์กร รวมทั้งเครือข่ายขนาดใหญ่ของ The 1 ที่เซ็นทรัลนำข้อมูลมาบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

นอกจากนี้ ยังติดตั้งเครื่องตรวจวัดอุณหภูมิหรือเทอร์โมสแกนตามจุดต่างๆ วางแอลกอฮอล์สำหรับล้างมือทั่วทั้งศูนย์การค้า และกลุ่มเซ็นทรัลยังช่วยประสานงานเพื่อให้พนักงานได้รับเงินช่วยเหลือจากสำนักงานประกันสังคม จัดสวัสดิการเงินกู้ฉุกเฉินสำหรับพนักงานที่มีความจำเป็นต้องใช้เงินตามสมควร รวมถึงซื้อประกันกลุ่มโรค COVID-19 เพื่อคุ้มครองพนักงานที่มีมากถึง 8 หมื่นคนทั่วประเทศ เพื่อสร้างความอุ่นใจว่าคนในครอบครัวเซ็นทรัลจะได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด 

เรื่องราวการใช้ศักภาพที่มีปรับทัพพนักงานเพื่อช่วยเหลือสังคมในแบบ เซ็นทรัลทำ

ลูกค้าและพนักงานล้วนเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ธุรกิจเติบโตไปข้างหน้า นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่เซ็นทรัลจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง 

‘เซ็นทรัลทำ’ ใช้ศักยภาพของบุคลากรและช่องทางจัดจำหน่ายที่เข้มแข็งเพื่อช่วยสังคม

การทำธุรกิจในปัจจุบันนั้นแตกต่างจากอดีตอย่างมาก มุมมองที่มีต่อภาพรวมเปลี่ยนไปและครอบคลุมมากกว่าเรื่องของลูกค้าและพนักงานเท่านั้น แต่ยังต้องคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสีย (Stakeholders) ที่รวมถึงคู่ค้า ผู้ที่เกี่ยวข้องกับห่วงโซ่อุปทาน และภาคสังคมด้วย 

เรื่องนี้อธิบายจุดยืนของ ‘เซ็นทรัลทำ’ ได้เป็นอย่างดี 

ด้วยเชื่อเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างผลประโยชน์ขององค์กรและผลกระทบทางสังคมที่เกิดขึ้นจากการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจ เซ็นทรัลจึงเน้นการทำธุรกิจอย่างมีคุณภาพที่สอดคล้องกับความต้องการของสังคม ตามแนวคิดของการสร้างคุณค่าร่วมหรือ CSV ที่ทำเสมอมา ทั้งด้านการศึกษา การลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม การสนับสนุนอาชีพคนพิการ การสร้างโอกาสให้เกษตรกรรวมทั้งการดูแลสิ่งแวดล้อม

1. บริจาคช่วยโรงพยาบาลเพื่อรับมือผู้ป่วยโรค COVID-19

เช่นเดียวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ที่ไม่เพียงกระทบมิติทางเศรษฐกิจแต่ยังมีผลต่อวิถีชีวิตของผู้คนและวงการสาธารณสุขที่ถือเป็นผู้ด่านหน้าสำคัญในตอนนี้ เซ็นทรัลจึงได้สนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์ อาหาร เครื่องดื่ม และอุปกรณ์จำเป็นให้กับบุคลากรทางการแพทย์ รวมกว่า 40 ล้านบาท ผ่านทางแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยฯ เพื่อนำไปสนับสนุนโรงพยาบาลกว่า 30 โรงพยาบาลทั่วประเทศ เป็นโรงพยาบาลในกรุงเทพฯ 20 แห่ง และโรงพยาบาลในต่างจังหวัด 10 แห่ง

เรื่องราวการใช้ศักภาพที่มีปรับทัพพนักงานเพื่อช่วยเหลือสังคมในแบบ เซ็นทรัลทำ

เพื่อความถูกต้องตามกระบวนการที่เหมาะสมและความโปร่งใสในการดำเนินการ กลุ่มเซ็นทรัลได้ประสานงานกับบุคคลสำคัญของวงการแพทย์ในแต่ละส่วน ทั้งศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์อมร ลีลารัศมี นายกแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยฯ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ แพทย์หญิงสมศรี เผ่าสวัสดิ์ นายกแพทยสภา ศาสตราจารย์นายแพทย์ รณชัย คงสกนธ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการรวมคุมยาสูบ โรงพยาบาลรามาธิบดี และนายแพทย์วันชาติ ศุภจัตุรัส อดีตนายกแพทยสมาคมโลก ซึ่งทุกท่านได้ให้คำแนะนำเป็นอย่างดี

นอกจากนี้เซ็นทรัล ยังให้ความสำคัญกับจังหวัดสงขลาและพื้นที่พิเศษ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ไม่ว่าจะเป็นการมอบหน้ากากรวม 3,000 ชิ้น ผ่านสภากาชาดจังหวัดนราธิวาส สาธารณสุขจังหวัดยะลา ศูนย์บ่อยางสงขลาพึ่งพาตนเอง จังหวัดสงขลา และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จังหวัดปัตตานี และผลิตกล่องฆ่าเชื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ จำนวน 150 กล่อง มูลค่ากว่า 150,000 บาท ส่งให้โรงพยาบาลต่างๆ ในพื้นที่นี้ และแจกจ่ายหน้ากากผ้ากว่า 6,000 ชิ้น ให้กับโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบทั่วทุกภาค

เรื่องราวการใช้ศักภาพที่มีปรับทัพพนักงานเพื่อช่วยเหลือสังคมในแบบ เซ็นทรัลทำ

2. เชื่อมความรู้สู่ชุมชนเพื่อรับมือวิกฤตการณ์

สำหรับความช่วยเหลือเพื่อชุมชนนั้น ได้ร่วมมือกับกรมอนามัยเพื่อแจกหน้ากากผ้า 2 หมื่นชิ้นให้กับชุมชน ครู นักเรียนในสถาบันการศึกษา รวมทั้งสอนให้คนในชุมชนทำหน้ากากผ้าด้วยตนเอง ทำคลิปให้ความรู้ในการป้องกันตนเองผ่านช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ ตลอดจนสนับสนุนการจัดทำหน้ากากอนามัยเพื่อมอบให้กับพระสงฆ์ ผู้สูงอายุ และคนในชุมชนร่วมกับมูลนิธิพัฒนาทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมสากล ซึ่งจัดตั้งตามดำริของพระเมธีวชิโรดม (ว.วชิรเมธี) ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกับเครือข่ายทางสังคมต่างๆ ที่ทำมาอย่างต่อเนื่อง

3. ปรับทัพพนักงาน ฝึกอาชีพ เพื่อช่วยสังคม

สิ่งสำคัญที่สุด คือการใช้ศักยภาพทั้งองค์ความรู้ด้านสินค้าทุกประเภทที่มีของพนักงานและช่องทางการจัดจำหน่ายที่แข็งแรงที่สุดของเครือเซ็นทรัลมาช่วยเหลือสังคม รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ซึ่งถือเป็นการสร้างคุณค่าร่วมระหว่างธุรกิจ คนในองค์กร และทุกส่วนที่เชื่อมโยงถึงกัน 

ทั้งการโยกย้ายพนักงานจากบางแผนกอย่าง B2S และ PowerBuy มาเติมในธุรกิจซูเปอร์มาร์เก็ตอย่าง ท็อปส์ มาร์เก็ต หรือเซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ เนื่องจากยังเป็นส่วนสำคัญที่เปิดให้ผู้บริโภคเข้ามาซื้อสินค้าเพื่อใช้ในชีวิตประจำวันได้ ไม่เพียงยอดขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก แต่ต้องใช้พนักงานเพิ่มมากขึ้นตลอดห่วงโซ่อุปทานที่เกี่ยวข้อง ทั้งการจัดเรียงสินค้า การจัดการสต็อกสินค้าและการจัดส่งสินค้า

ขณะเดียวกันยังนำความเชี่ยวชาญของกลุ่ม Central Marketing Group (CMG) ที่มีแบรนด์สินค้าแฟชั่นยอดนิยมจำนวนมากมาใช้ในการตัดเย็บหน้ากากผ้า เพื่อกระจายให้คนในทุกกลุ่มธุรกิจได้ใช้งาน นำไปบริจาคให้กับบุคคลภายนอก และยังเป็นการฝึกพัฒนาทักษะด้านอาชีพให้กับพนักงาน เพื่อนำไปผลิตด้วยตนเองต่อด้วย 

นอกจากนี้กลุ่มเซ็นทรัลพัฒนา (CPN) ยังให้พนักงานทุกสาขาประกอบหน้ากากป้องกันละอองฝอยหรือ Face Shield เพื่อส่งมอบให้บุคลากรทางการแพทย์ได้ถึง 6 หมื่นชิ้น ซึ่งถือเป็นการสนับสนุนการทำงานของด่านหน้าวงการสาธารณสุขไทยที่กำลังรับศึกหนักในตอนนี้

4. ต่อยอดองค์ความรู้สู่นวัตกรรมเพื่อคุณหมอ

ธุรกิจจัดจำหน่ายวัสดุก่อสร้างอย่างไทวัสดุก็ได้ใช้ทักษะและความเชี่ยวชาญของช่างฝีมือคิดค้นอุปกรณ์ครอบร่างผู้ป่วยบนเตียง เพื่อป้องการการแพร่ระบาดของเชื้อโรคที่ส่งผลต่อการทำงานของแพทย์และพยาบาล โดยเปิดอบรมให้กับพนักงานเพื่อร่วมกันผลิตและส่งมอบให้กับ 30 โรงพยาบาล จำนวน 150 ชิ้น

เรื่องราวการใช้ศักภาพที่มีปรับทัพพนักงานเพื่อช่วยเหลือสังคมในแบบ เซ็นทรัลทำ

ขณะที่ธุรกิจอาหารก็ยังช่วยจัดส่งอาหารและเครื่องดื่มให้กับโรงพยาบาลหลักทั้ง 6 แห่งในกรุงเทพฯ และโรงพยาบาลต่างๆ เพื่อเติมพลังให้กับเจ้าหน้าที่ที่ทำงานอย่างหนักด้วย 

นอกจากนี้ธุรกิจจัดจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่าง PowerBuy ได้มอบเครื่องคอมพิวเตอร์และแท็บเล็ตเพื่อให้แพทย์ได้ใช้งานให้คำปรึกษากับผู้ที่เสี่ยงติดเชื้อ และติดตามอาการคนไข้ผ่านแอปพลิเคชันของโรงพยาบาลราชวิถี รวมทั้งสนับสนุนการแพทย์ฺระยะทางไกล (Telemedicine) เพื่อป้องกันความเสี่ยงให้กับเจ้าหน้าที่ ซึ่งพนักงานของ PowerBuy ซึ่งเชี่ยวชาญการใช้งานอุปกรณ์และแบรนด์สินค้าเหล่านี้ก็พร้อมให้บริการอย่างเต็มที่ 

เรื่องราวการใช้ศักภาพที่มีปรับทัพพนักงานเพื่อช่วยเหลือสังคมในแบบ เซ็นทรัลทำ

5. ตั้งใจทำอย่างต่อเนื่องและฟันฝ่าบททดสอบนี้ไปด้วยกัน 

กลุ่มเซ็นทรัลเชื่อในศักยภาพของบุคลากรทางการแพทย์ไทย จึงสนับสนุนการทำประกันชีวิตให้กับหมอและพยาบาลทั่วประเทศผ่านเครือข่ายแพทยสภา และยังเปิดห้องพัก 24 ห้องในโรงแรมแกรนด์เซ็นทารา แอท เซ็นทรัลเวิลด์เพื่อให้ผู้บริหารและอาจารย์แพทย์ของโรงพยาบาลตำรวจซึ่งอยู่ใกล้ที่สุดได้ใช้บริการเพื่อพักผ่อนในวันที่ 1 – 30 เมษายน พ.ศ. 2563

สำหรับความช่วยเหลือระยะถัดไปจะครอบคลุมไปที่โรงพยาบาลในต่างจังหวัด ซึ่งอาจต้องรองรับการขยายตัวของจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มมากขึ้นในอนาคต จึงได้สนับสนุนเงิน 6 ล้านบาทเพื่อจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ในจังหวัดใหญ่ทั้งภูเก็ต อุดรธานี นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี ชลบุรี สมุทรปราการ และนนทบุรี รวมทั้งการให้ความช่วยเหลือโรงพยาบาลในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ที่มีข้อจำกัดมากกว่าพื้นที่อื่น

นี่คือสิ่งที่กลุ่มเซ็นทรัลได้ทำตามพันธะสัญญาที่ต้องการมีส่วนร่วมในการสร้างความเจริญก้าวหน้าและเติบโตไปพร้อมกับสังคม ไม่ใช่ในฐานะของพันธมิตรทางธุกิจ แต่เป็นเพื่อนที่พร้อมจะร่วมทุกข์ร่วมสุขไปข้างหน้าด้วยกัน เป็นการสร้างคุณค่าร่วมที่คำนึงถึงรอยยิ้มและคุณภาพชีวิตของผู้คน (People) สร้างการจ้างงาน สนับสนุนเศรษฐกิจชุมชนไปสู่ความเจริญก้าวหน้าด้วยกัน (Prosperity) ขณะที่การดำเนินธุรกิจยังต้องให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม (Planet) การจัดการขยะ รวมทั้งบริการจัดการห่วงโซ่คุณค่าเพื่อส่วนรวม เพื่อที่จะช่วยให้สังคมได้ยืนหยัดอย่างแข็งแรงและสอดประสานกันในทุกมิติที่เกื้อกูลกัน (Peace & Partnerships) อย่างยั่งยืนต่อไป

เพราะยังมีความหวัง ทุกชีวิตจึงมีความหมาย

เพราะยังเชื่อในพลังใจของคนไทย จึงจับมือกันเดินไปข้างหน้า

และเซ็นทรัลก็ยังจะเป็นส่วนหนึ่งในฟันเฟืองที่ช่วยขับเคลื่อนประเทศและร่วมฟื้นฟูประเทศไทยผ่านวิกฤตพร้อมกลับมามีความสุขอีกครั้ง อย่างที่เป็นเสมอมา

Writer

มนต์ชัย วงษ์กิตติไกรวัล

นักข่าวธุรกิจที่ชอบตั้งคำถามใหม่ๆ กับโลกใบเดิม เชื่อว่าตัวเองอายุ 20 ปีเสมอ และมีเพจชื่อ BizKlass

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

11 มิถุนายน 2565
4.60 K

เบื้องหลังคลองภักดีรำไพที่ทอดยาวเลียบไปกับถนน คือทิวทัศน์ของภูเขาและหนึ่งฟ้ากว้างเคล้ากับหมอกจาง ๆ ที่มองแล้วรู้สึกสงบใจ ใครจะคิดว่าวิวนี้มองเห็นได้จากศูนย์การค้าอย่าง ‘เซ็นทรัล จันทบุรี’ ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

ศูนย์การค้าแห่งนี้เริ่มต้นขึ้น เมื่อ ‘เซ็นทรัลพัฒนา’ เล็งเห็นศักยภาพของจังหวัดจันทบุรี ที่รุ่มรวยทั้งวัฒนธรรมและทรัพยากรธรรมชาติ อย่างภูเขา น้ำตก ทะเล ผลไม้เมืองร้อน ไปจนถึงอัญมณี ราวกับเป็น Hidden Gem แห่งภาคตะวันออกที่รอการเจียระไนให้เฉิดฉาย 

เซ็นทรัลพัฒนาจึงปักหมุดพื้นที่กว่า 40 ไร่ เพื่อพัฒนาโครงการมิกซ์ยูสที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออก โดยมีทั้งศูนย์การค้า โรงแรม คอนโดมิเนียม และคอนเวนชันฮอลล์สำหรับจัดงานแสดงสินค้าและงานอีเวนต์ต่าง ๆ โดยมีโจทย์คือทำอย่างไรให้เชื่อมโยงพื้นที่จากภายในอาคารสู่ภายนอกอาคารได้อย่างลื่นไหล กลมกลืน รวมทั้งใช้สอยพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด จึงเกิดเป็นศูนย์การค้าแบบ Semi-outdoor ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การกิน เที่ยว ช้อปปิ้งตั้งแต่เช้าจรดค่ำ 

ความพิเศษของสถานที่แห่งนี้ คือดีไซน์ที่ไม่ป่าวประกาศว่าเป็นอาคารหน้าใหม่ ที่เพิ่งปรากฏขึ้นในจังหวัดจันทบุรี หากเป็นการผสมผสานความทันสมัยและเอกลักษณ์ของท้องถิ่นไว้อย่างลงตัว รวมถึงการออกแบบพื้นที่ให้โอบรับกับวิถีชีวิตของผู้คนหลากหลายช่วงวัย 

เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย

เสน่ห์เมืองจันท์ที่แทรกซึมอยู่ในการออกแบบ

ถ้ามีใครถามหาคู่มือ ‘รู้จักจันทบุรีฉบับรวบรัด’ เราคงแนะนำให้เดินทางมายังเซ็นทรัล จันทบุรี เพราะสถานที่แห่งนี้เป็นเสมือนการรวบรวมเอาความรุ่มรวยของทั้งจังหวัด มาไว้ในการออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘Charming Chanthaburi’ หรือ ‘มหัศจรรย์จันทบุรี’ 

หากมองจากภายนอกตัวอาคาร เราจะพบสัญลักษณ์ของเมืองจันท์อย่าง Art Feature กระต่ายสีขาวแสนน่ารักในหลากหลายอิริยาบถรอบ ๆ ศูนย์การค้า ชวนให้เรารู้สึกสดใสและอบอุ่นหัวใจในเวลาเดียวกัน

เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย

ส่วนบริเวณด้านหน้า เราจะเห็นฟาซาด (Façade) หรือองค์ประกอบด้านหน้าของอาคาร เป็นสีน้ำตาลอิฐที่มีรูปทรงโค้งมนซ้อนทับกันหลายชั้น โดยลวดลายดังกล่าวได้รับแรงบันดาลใจมาจากลายเสื่อจันทบูร ผสมผสานกับประกายของอัญมณีเมืองจันท์

เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย

เมื่อก้าวเข้าไปข้างใน เราจะพบว่าพื้นที่ครึ่งหนึ่งของอาคารเป็นแบบเปิดโล่งหรือ Semi-outdoor เพื่อรับแสงและลมธรรมชาติ โดยตัวอาคารค่อนข้างโปร่ง ทำให้อากาศถ่ายเทเย็นสบาย เมื่อรวมกับวัสดุกึ่งปูนกึ่งไม้ ยิ่งได้กลิ่นอายของบ้านเรือนในชุมชนริมน้ำจันทบูร แต่ความละเอียดของสถาปัตยกรรมดังกล่าวไม่ได้จบเพียงเท่านี้ เพราะเมื่อมองลึกลงไปจนถึงดีเทลเล็ก ๆ อย่างเสาบริเวณชั้น 1 จะเห็นว่าเสาถูกตกแต่งด้วยเสื่อจันทบูรลายเก๋ ตลอดจนลายกระเบื้องบริเวณศูนย์อาหาร (Food Patio) ก็มีการเลือกใช้สีสันและแพตเทิร์นที่คล้ายกับเสื่อกกเช่นกัน

เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย
เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย
เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย

แน่นอนว่าเมื่อพูดถึงจันทบุรี คงอดไม่ได้ที่จะนึกถึงรสชาติผลไม้เมืองร้อน อย่างเงาะ มังคุด ทุเรียน หรือลองกอง ซึ่งความน่ารักของบริเวณชั้น 2 คือ โซนสำหรับนั่งพักที่บ่งบอกถึงความเป็นจันทบุรี ผ่านเฟอร์นิเจอร์สีสวยดีไซน์สร้างสรรค์ โดยเฉพาะเก้าอี้รูปทรงทุเรียนและมังคุดสุดมินิมอล ราวกับเป็นผลงานศิลปะที่นั่งได้จริง

เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย

คงกลิ่นอายความเป็นชุมชน

นอกจากการออกแบบที่คำนึงถึงท้องถิ่นแล้ว สิ่งที่ทำให้เซ็นทรัล จันทบุรี โดดเด่น คือการสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน โดยชูอัตลักษณ์ของดีแห่งจันทบุรี นำร้านรวงและสินค้าท้องถิ่นมาเปิดขายในศูนย์การค้า ไม่ว่าจะเป็นร้านขายของดีเมืองจันท์ ในงานสีสันจันทบูร ร้านกาแฟคราฟต์ของนักธุรกิจท้องถิ่นรุ่นใหม่อย่าง กาแฟบ้านทวด และ ‘โซนพลอยจันท์’ ที่เต็มไปด้วยร้านอัญมณีชื่อดังของจังหวัด

เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย

‘ตลาดจริงใจ’ ที่มีผักและผลไม้จากสวนในท้องถิ่น เช่น มะปี๊ดหรือส้มจี๊ด หน่อไม้ มังคุด ลองกอง เงาะ ฯลฯ ส่วนบริเวณ Semi-outdoor ของชั้น G ก็ได้รวมเอาของดีจาก 10 อำเภอดังมาจัดจำหน่ายอีกด้วย

เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย
เบื้องหลังเซ็นทรัล จันทบุรี เล่าเรื่องเมืองจันท์ผ่านดีไซน์-พื้นที่ตอบโจทย์ทุกวัย

ส่วนภายนอกอาคาร ยังมี ‘จุดชมจันท์’ ที่มองวิวบริเวณคลองภักดีรำไพได้แบบ 360 องศา โดยชั้นล่างเปิดเป็นคาเฟ่ ‘Seed Of Siam’ คาเฟ่ที่ตั้งใจจะฟื้นคืนกาแฟจันทบูรที่เคยห่างหายไปนับร้อยปี ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง โดยเอกลักษณ์ของเมล็ดกาแฟจันทบูร คือรสช็อกโกแลตที่จิบแล้วมีรสหวานตบท้าย เรียกว่าเป็นอีกโซนหนึ่งที่ได้สัมผัสทั้งบรรยากาศและรสชาติในแบบฉบับของเมืองจันท์เลยทีเดียว

การออกแบบศูนย์การค้าแห่งจันทบุรีที่ตั้งใจคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น และเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตสำหรับคนทุกวัย
การออกแบบศูนย์การค้าแห่งจันทบุรีที่ตั้งใจคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น และเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตสำหรับคนทุกวัย

เซ็นทรัล จันทบุรี ยังจ้างงานคนท้องถิ่นมาทำงานในศูนย์การค้า เปิดโอกาสให้ชาวจันทน์ที่ต้องไปทำงานต่างบ้าน ได้มีโอกาสกลับมาทำงานในจังหวัด ดูแลท้องถิ่น และสร้างความรู้สึกให้ชุมชนได้เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาจังหวัดตัวเอง

พื้นที่สาธารณะที่โอบรับคนทุกวัย

อีกจุดเด่นของเซ็นทรัล จันทบุรี คือพื้นที่สาธารณะที่ตอบโจทย์ผู้คนทุกช่วงวัย โดยภายในอาคารจะมี ‘บ้านชานจันท์’ Co-working Space ร้านกึ่งคาเฟ่สำหรับนั่งทำงานหรืออ่านหนังสือ ถัดไปไม่ไกลจากบริเวณนั้นยังมีสนามเด็กเล่นขนาดย่อมที่เด็ก ๆ เข้าไปปีนป่ายเล่นได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายอีกด้วย

การออกแบบศูนย์การค้าแห่งจันทบุรีที่ตั้งใจคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น และเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตสำหรับคนทุกวัย
การออกแบบศูนย์การค้าแห่งจันทบุรีที่ตั้งใจคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น และเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตสำหรับคนทุกวัย

เมื่อเดินออกมาจากโซน Semi-outdoor เราจะพบพื้นที่กว่า 4 ไร่ที่ถูกพัฒนามาเป็น ‘สวนเพลิน’ เพื่อตอบโจทย์การพักผ่อนหย่อนใจของชาวจันทบุรี สำหรับคนที่อยากนั่งเงียบ ๆ ก็มี ‘เรือนจันทบูร’ ให้หย่อนใจทอดสายตามองวิวแม่น้ำและภูเขา ส่วนสายออกกำลังกาย ที่นี่มีทั้งลู่วิ่งรอบสวน ความยาวกว่า 400 เมตร จุดจอดจักรยาน ลานสเกตบอร์ด สนามบาสเกตบอล เครื่องออกกำลังกาย สนามเด็กเล่น ไปจนถึงพื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยง

การออกแบบศูนย์การค้าแห่งจันทบุรีที่ตั้งใจคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น และเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตสำหรับคนทุกวัย
การออกแบบศูนย์การค้าแห่งจันทบุรีที่ตั้งใจคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น และเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตสำหรับคนทุกวัย
เรือนจันทบูร
การออกแบบศูนย์การค้าแห่งจันทบุรีที่ตั้งใจคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น และเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตสำหรับคนทุกวัย
การออกแบบศูนย์การค้าแห่งจันทบุรีที่ตั้งใจคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น และเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตสำหรับคนทุกวัย
สวนเพลิน

ถัดจากโซนสัตว์เลี้ยง คือบริเวณ ‘ลานอินจัน’ ที่ตั้งชื่อตามต้นไม้ประจำจังหวัดจันทบุรี โดยลานนี้จะใช้เป็นพื้นที่สำหรับนั่งพักหรือจัดกิจกรรมต่าง ๆ ความพิเศษคือท่ามกลางไม้ดอกไม้ประดับ เราจะเห็นต้นอินจันและผลไม้ท้องถิ่นอย่างมะปี๊ด มังคุด และทุเรียน ปลูกแซมอยู่ภายในสวน เพื่อรอวันให้เราได้ยลโฉม (และอาจจะได้ลิ้มรส) เมื่อต้นไม้เหล่านี้ผลิดอกออกผลเต็มที่

การออกแบบศูนย์การค้าแห่งจันทบุรีที่ตั้งใจคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น และเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตสำหรับคนทุกวัย

หากย้อนกลับมามองในภาพรวมของเซ็นทรัล จันทบุรี เราจะไม่ได้เห็นเพียงผู้คนที่ก้าวเข้ามาซื้อสินค้าและบริการเท่านั้น แต่เราจะเห็นผู้มาเยือนที่ได้ทำความรู้จักจังหวัดนี้ผ่านดีไซน์และร้านรวงต่าง ๆ ได้เห็นเด็ก ๆ กำลังเล่นสนุก วัยรุ่นมาถ่ายรูปเช็กอิน วัยทำงานมาใช้พื้นที่ Co-working Space ครอบครัวพาเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ไปจนถึงสัตว์เลี้ยงมาเดินเล่นออกกำลังกาย เพราะนอกจากการเป็นศูนย์การค้าแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นพื้นที่แห่งนี้ยังเชื่อมต่อผู้คนมากหน้าหลายตาให้เข้ามาใช้ชีวิต และสัมผัสเสน่ห์ของจังหวัดจันทบุรีได้อย่างเต็มอิ่ม

Writer

ธัญญารัตน์ โคตรวันทา

มนุษย์ที่กำลังเติบโตในทุกๆ ด้าน ยกเว้นความสูง ชอบเดินเป็นงานอดิเรก หลงรักเสียงเพลงและเป็นแฟนหนังสือมูราคามิ

Photographer

ณัฐสุชา เลิศวัฒนนนท์

เรียนวารสาร เที่ยวไปถ่ายรูปไปคืองานอดิเรก และหลงใหลช่วงเวลา Magic Hour ของทุกๆวัน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load