13 สิงหาคม 2561
84.15 K

แก่นแท้ของสถาปัตยกรรมและการออกแบบทุกแขนงไม่ใช่เรื่องของความสวยงามอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของ ‘การแก้ปัญหา’ งานกราฟิกดีไซน์แก้ปัญหาเรื่องการสื่อสาร การออกแบบผลิตภัณฑ์แก้ปัญหาการใช้งานให้ใช้งานได้ดีขึ้น สะดวกขึ้น การออกแบบผังเมืองก็ช่วยให้คนในเมืองอยู่ได้สบายขึ้น

ส่วนสถาปัตยกรรมคือการแก้ปัญหาของผู้อยู่อาศัยให้มีชีวิตที่ดีขึ้น และการมีชีวิตที่ดีขึ้นก็ไม่ควรจำกัดอยู่แค่คนบางอาชีพ บางฐานะ หรือบางสถานภาพเท่านั้น

ที่จั่วหัวขึ้นมาแบบนี้เพราะมีสถาปนิกบางคนเชื่อว่า แม้แต่พระหรือเณรก็ควรจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นด้วยสถาปัตยกรรม โดยไม่จำเป็นต้องมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่สิ้นเปลืองหรือไม่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของนักบวช นั่นจึงเป็นที่มาของการบูรณะอาคารร้างให้กลายมาเป็นหอพักเณรที่วัดพุทธนิมิตร อำเภอกุดจับ จังหวัดอุดรธานี  

รีโนเวตตึกร้าง, รีโนเวตหอพัก, วัดพุทธนิมิตร อุดรธานี, หอพักเณร, A49 รีโนเวตตึกร้าง, รีโนเวตหอพัก, วัดพุทธนิมิตร อุดรธานี, หอพักเณร, A49 รีโนเวตตึกร้าง, รีโนเวตหอพัก, วัดพุทธนิมิตร อุดรธานี, หอพักเณร, A49

รูปบรรยากาศของหอพักเณรที่ดูสะอาดตา มีแสงสว่างส่องเข้ามาในอาคารอย่างพอเหมาะ ช่วยให้ประหยัดพลังงาน และมีประโยชน์ต่อสุขภาพอนามัย ยิ่งไปกว่านั้น ยังดูดีและสวยงามคล้ายโชว์รูมแบรนด์สินค้าญี่ปุ่นชื่อดังบางแบรนด์ด้วย

งานทั้งหมดนี้ถูกคิด ออกแบบ และก่อสร้าง ภายใต้งบประมาณที่จำกัด หรือสิ่งนี้คือหน้าที่และความหมายของสถาปัตยกรรมที่มีต่อผู้อยู่อาศัยอย่างที่ควรจะเป็นจริงๆ 

ผมนัดกับคุณโป้ง-สการ จัยวัฒน์ สถาปนิกผู้รับผิดชอบการบูรณะหอพักเณรของวัดพุทธนิมิตร ที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง เพื่อพูดคุยถึงที่มาและเบื้องหลังของการปรับปรุงครั้งนี้

หลังจากกาแฟเข้มข้นแก้วน้อยตรงหน้าหมดลง เราก็บทสนทนาของเราก็ดำเนินต่อ เข้มข้นไม่แพ้กาแฟในแก้วน้อยตรงหน้าเลย

ขนแปลนเข้าวัด

ใครๆ ก็คงอยากจะรู้ว่า สถาปนิกที่ทำงานในบริษัททั่วไปเข้ามามีส่วนในการออกแบบหอพักเณรได้อย่างไร

“ก่อนหน้านี้ผมทำงานที่บริษัทสถาปนิกชื่อ A49 คุณย่าผมให้ทุนการศึกษาพระรูปหนึ่ง พอเรียนจบปริญญาเอกพระรูปนั้นก็กลับมาเป็นครูใหญ่ประจำวัดพุทธนิมิตรที่จังหวัดอุดรธานี เป็นวัดป่าที่อยู่ห่างจากชุมชนประมาณครึ่งชั่วโมงจากอำเภอเมืองฯ วัดนี้เป็นศูนย์รวมของชุมชนทั้งด้านจิตใจและการศึกษา เป็นโรงเรียนที่สอนเณร เวลาชาวบ้านมีลูกหลาน แต่ส่งไปเรียนที่โรงเรียนไม่ได้ จะให้ลูกหลานมาบวชเณรและเรียนที่นี่ ซึ่งฟรี” โป้งอธิบายสิ่งที่เป็นที่มาของคำว่าบวชเรียน

“ระยะหลังเณรที่มาบวชเรียนมีจำนวนเพิ่มขึ้นจนหอพักเณรที่มีอยู่แล้วไม่พอ ครูใหญ่อยากสร้างหอพักเพิ่ม ท่านได้แบบก่อสร้างมาแล้วจากผู้รับเหมา เป็นอาคารปูนสองชั้นทั่วไป เลยมาหาคุณย่าผมเพื่อขอรับบริจาค คุณย่าก็บริจาคเงินให้ทั้งหมดเลย เวลาที่คุณย่าบริจาคเงินคุณพ่อผมจะไปตรวจสอบดูให้ก่อนเสมอ ทางวัดเตรียมสร้างหอพักตรงป่าในเขตวัดที่ไม่มีใครใช้ประโยชน์ คุณพ่อผมเสียดายพื้นที่ป่า เพราะต้องตัดต้นไม้ออกหมด

“บังเอิญไปเจอตึกร้างที่เคยป็นอาคารเรียนเก่า ซึ่งไม่มีคนใช้งานแล้ว เป็นที่เก็บของ เวลาชาวบ้านมีของจะทิ้งเขาจะเอามาบริจาคให้วัด ซึ่งวัดก็ไม่ได้ใช้เลย เอามาเก็บไว้รอทิ้งที่อาคารนี้ พ่อผมเห็นว่าถ้าเราไม่สร้างตึกใหม่ แต่บูรณะตึกร้างนี้แทนพื้นที่ป่าก็ไม่เสียหาย ประหยัดงบได้มาก เลยมาถามผมว่าสนใจที่จะทำโครงการนี้ไหม พ่อผมคงอยากให้ทำเป็นงานสนุกๆ นอกเวลางานประจำ” โป้งเล่าที่มาของการเข้าร่วมโครงการนี้ให้ผมฟัง

รีโนเวตตึกร้าง, รีโนเวตหอพัก, วัดพุทธนิมิตร อุดรธานี, หอพักเณร, A49 รีโนเวตตึกร้าง, รีโนเวตหอพัก, วัดพุทธนิมิตร อุดรธานี, หอพักเณร, A49

ทำไมถึงสนใจทำงานเพิ่มเติมอีกในยุคที่งานประจำกินเรี่ยวแรงเรามากเหลือเกิน ผมถามต่อ

“พอได้ยินโจทย์ว่าเป็นตึกเก่าและต้องรีโนเวตให้เณรก็อยากทำแล้ว มันน่าสนใจและน่าสนุกมาก เพราะเณรมีพฤติกรรมที่ไม่เหมือนผู้ใช้คนอื่นๆ พอได้รับโจทย์ก็คิดถึงเพื่อนอีก 2 คนที่น่าจะมาช่วยเราทำงานนี้ได้

“คนแรกคือ เมือง-วิธี วิสุทธิอัมพร เพื่อนสนิทตั้งแต่ที่โรงเรียนและมหาวิทยาลัย (ซึ่งได้ทำการออกแบบโรงพยาบาลที่ให้ทุกคนในโรงพยาบาลนั้นได้มีส่วนร่วมในการออกแบบมาแล้ว อ่านเพิ่มเติมได้ ที่นี่) เราทำงานเจอแต่ลูกค้า ไม่เคยทำงานให้เณรมาก่อน เมืองเป็นคนที่หากระบวนการมาถามความต้องการจากผู้ใช้งานอย่างเณรได้ เพราะทำงานเรื่องกระบวนการมาเยอะ คุยกับคนอื่นเก่ง หาข้อมูลเชิงลึกจากผู้ใช้งานอย่างเณรหรือพระได้

“อีกคนเป็นชาวญี่ปุ่นชื่อ รินะ ชินโด เป็นสถาปนิกแลกเปลี่ยนที่ A49 เขาทำวิทยานิพนธ์เรื่อง Community Space เคยมาดูงานที่แฟลตดินแดงและชุมชนอื่นๆ เลยชวนมาร่วมทีมอีกคน”

งานออกแบบที่เราคุ้นเคยกันดูเป็นของฟุ่มเฟือย การหยิบเอาการออกแบบมาใส่เข้าไปในวัดแบบนี้จะขัดกับสถานะของความเป็นพระหรือเณรที่ต้องอยู่ความสมถะหรือเปล่า

“ของที่ดีจำเป็นที่จะต้องแพงไหม” โป้งตั้งคำถามกลับมา ก่อนจะอธิบายต่อ

“ผมเคยคิดตั้งแต่เด็กแล้วว่า สถาปัตยกรรมที่ดีควรรับใช้คนทุกรูปแบบ หัวใจของสถาปัตยกรรมที่ดีคืออะไร ก็คือพื้นที่ แสง ลม อากาศ สิ่งเหล่านี้เป็นธรรมชาติที่เราต้องกักเก็บไว้ในสถาปัตยกรรมของเราให้ได้ ไม่ว่าจะใช้วัสดุราคาแพงหรือราคาถูก

“โอเค คนรวยมีเงินก็ใช้งานได้ ถ้าเราใช้ชุดความรู้ชุดเดียวกันก็น่าจะทำให้คนที่มีเงินไม่มากได้เช่นเดียวกัน งานนี้จึงน่าสนุกและช่วยเราในการทำงานปกติด้วย น่าจะส่งเสริมกันและกัน”

รีโนเวตตึกร้าง, รีโนเวตหอพัก, วัดพุทธนิมิตร อุดรธานี, หอพักเณร, A49 รีโนเวตตึกร้าง, รีโนเวตหอพัก, วัดพุทธนิมิตร อุดรธานี, หอพักเณร, A49

โยมนิเวอร์แซลดีไซน์

ผมถามต่อถึงขั้นตอนการออกแบบในโครงการนี้ว่าหลังจากได้ฟอร์มทีมครบแล้ว มีขั้นตอนการทำงานยังไงบ้าง

“เราไปสำรวจตัวโครงสร้างของตึกก่อน มันคืออาคารที่ชาวบ้านช่วยกันสร้างให้วัด สร้างกันเองแบบไม่มีช่างค่อยๆ สร้างค่อยๆ ต่อเติมกันเองตามเงินที่มีในแต่ละปี เสาและคานมีขนาดใหญ่โตมาก และไม่มีเหล็กหรือปูนที่ถูกต้องตามหลักการก่อสร้างเท่าไหร่ แต่ยังแข็งแรงและใช้งานได้

“ครั้งแรกที่มาบรรยากาศด้านในไม่น่าใช้งานเลย เพราะทั้งมืดและอับ อาคารใกล้ๆ ตึกที่จะรีโนเวตเป็นที่เก็บหนังสือการเรียนการสอนของทางโรงเรียนทั้งหมด ทั้งมืดและอับไม่น่าใช้งานเช่นเดียวกัน เราเลยคำนวณดูว่าค่าโครงสร้างที่ประหยัดไปได้จากการรีโนเวตหอพักพอจะเอามาสร้างห้องสมุดใหม่แทนอันเดิมได้ไหม ซึ่งก็ดูลงตัวมากในด้านการใช้งาน เลยสรุปงานทั้งหมดเป็นการรีโนเวตหอพักเณรเพื่อรองรับเณรจำนวนประมาณ 40 รูป ห้องอาบน้ำ รวมไปถึงอาคารห้องสมุด”

การออกแบบที่พักอาศัยให้เณรแตกต่างจากที่พักคนปกติยังไง ผมถามคำถามที่สงสัยที่สุดออกไป

“เราลงพื้นที่ตอนที่เณรอยู่กันเยอะๆ เพื่อไปสังเกตดูพฤติกรรมว่าเณรใช้ชีวิตกันยังไง เวลาพักชอบอยู่ในพื้นที่แบบไหน เณรก็เหมือนเด็กที่มีความซน ความเฮี้ยว เหมือนวัยรุ่นทั่วไป เขาชอบหลบไปอยู่ในพื้นที่ไกลๆ หรืออยู่ตรงที่พระผู้ใหญ่มองไม่เห็น

“แล้วก็คุยกับเจ้าอาวาสเรื่องข้อจำกัดของพื้นที่ สภาพภูมิอากาศ อากาศที่อุดรธานีกลางวันร้อนมาก ตอนกลางคืนก็หนาวมาก ฝนก็ตกหนัก ปลวกเยอะจนไม่ควรจะใช้ไม้จริงในการก่อสร้าง ไปจนถึงเรื่องของจำนวนเณรที่พักอาศัยในห้องแต่ละห้องซึ่งไม่ควรจะเยอะเกินไปจนดูแลไม่ทั่วถึง

“หลังจากได้ข้อมูลก็เริ่มวางแปลนทำแบบคร่าวๆ เอาไปคุยกับเจ้าอาวาสแล้วเอากลับมาแก้ไข ก่อนเอาไปคุยกันอีกรอบ ทำโมเดลเล็กๆ ไปให้เณรลองปรับดูว่าอยากจะนอนแบบไหน ทำอยู่หลายเดือนกว่าจะได้ข้อสรุป บางทีคุณย่าหรือคุณพ่อก็ถามเหมือนกันว่าต้องจริงจังขนาดนี้เลยเหรอ” สถาปนิกหนุ่มหัวเราะ

รีโนเวตตึกร้าง, รีโนเวตหอพัก, วัดพุทธนิมิตร อุดรธานี, หอพักเณร, A49

จำวัดแทบไม่ได้ แต่เป็นวัดที่จำวัดได้ดี

ผลลัพธ์ของความจริงจังในการออกแบบ ได้หน้าตาอาคารออกมาเป็นยังไง

“วัดนี้เป็นเหมือนศูนย์กลางชุมชน เวลามีงานบุญบรรดาแขกเหรื่อที่มาจะกางเต็นท์นอนพักค้างคืนตรงลานกลางวัด ซึ่งอยู่หน้าโรงเรียน นี่คือจุดที่สำคัญที่สุดในการออกแบบโครงการนี้” โป้งเริ่มต้นอธิบายสิ่งที่เขาออกแบบมา

“สิ่งแรกที่เราคิดเกี่ยวกับอาคารหอพักเณรก็คือ ต้องทำให้เณรอยู่ในหอพักโดยไม่รู้สึกว่าถูกมองเห็นได้ชัดจากทุกคนตรงลานกลางวัด ไม่งั้นเณรก็จะไปอยู่กันแบบซ่อนๆ ที่อื่น เราเลยคิดว่าควรมีกำแพงที่เอาไว้บังสายตา จึงเป็นที่มาของการใช้บล็อกช่องลมทำเป็นแนวกำแพง

“การก่อก็บิดองศาของบล็อกเล็กน้อยเพื่อให้ช่วยพรางตา เราอยากให้แนวกำแพงนี้ดูสะอาดตาจึงใช้บล็อกช่องลมอย่างเดียวมาต่อเป็นกำแพง โดยไม่มีเสาและคานปูนมารบกวนสายตา เลยคิดหาเทคนิคที่จะทำให้กำแพงบล็อกนี้แข็งแรงอยู่ได้ด้วยตัวเอง ก็คือเอาเสาเหล็กมาช่วยยึดแนวกำแพงให้แข็งแรงขึ้นทุกๆ 4 เมตร โดยซ่อนไปกับแนวบล็อกที่ก่อขึ้นอย่างแนบเนียน

รีโนเวตตึกร้าง, รีโนเวตหอพัก, วัดพุทธนิมิตร อุดรธานี, หอพักเณร, A49 รีโนเวตตึกร้าง, รีโนเวตหอพัก, วัดพุทธนิมิตร อุดรธานี, หอพักเณร, A49

“ด้านหลังของกำแพงบล็อกเป็นพื้นที่ส่วนกลางที่เณรใช้ทำกิจกรรมต่างๆ อย่างทำการบ้าน นั่งเล่น ส่วนด้านหลังของอาคารเป็นห้องพัก แบ่งแยกพื้นที่ออกจากกันชัดเจน ในส่วนของห้องพักก็มีโจทย์ใหญ่ถัดมา คือเราจะทำยังไงให้คนอยู่สบายด้วยงบที่จำกัด

“สิ่งจำเป็นสำหรับชีวิตมนุษย์ที่สถาปัตยกรรมจะให้ได้คืออะไร แสงที่ดี ลมที่ดี พื้นที่ที่ดี ที่อยู่สบาย เพราะฉะนั้นพื้นที่ส่วนกลางและห้องพักต้องโปร่ง ลมไหลผ่านได้ดี  มีแสงเข้ามาอย่างพอเหมาะ

“ตัวอาคารเดิมนี้เราเก็บเอาไว้แค่เสากับคาน เอาผนังออกเพื่อใส่หน้าต่างเข้ามาแทนทั้งสองฝั่ง ทุบเพดานเดิมออกแล้วทำหลังคาใหม่ที่สูงกว่าเดิม เปลี่ยนหลังคาเดิมออกบางส่วนและใส่หลังคาใสหรือสกายไลต์ลงไปแทน เพื่อให้มีแสงสว่างเข้าไปด้านในอาคารมากขึ้น

“พื้นที่ส่วนกลางก็ใช้หลังคาใสเยอะหน่อย ห้องนอนก็ใช้เป็นบางจุด ทำให้ไม่ต้องเปิดไฟตอนกลางวัน แม้จะมีแสงแดดเข้ามาแต่อากาศไม่ร้อน เพราะหลังคาที่สูงและทิศทางการพัดของลม รวมกับหน้าต่างที่มีทั้งสองฝั่งของอาคารทำให้มีลมพัดระบายความร้อนออกไปจากห้องได้ ตอนกลางคืนก็ไม่ต้องใช้แอร์ พอมีแสงสว่างอย่างพอเหมาะในอาคาร ก็มีส่วนช่วยควบคุมพฤติกรรมของเณรไปด้วย เหมือนพื้นที่และแสงไม่เอื้อให้เณรทำอะไรที่ไม่เหมาะสมในทางอ้อม”

รีโนเวตตึกร้าง, รีโนเวตหอพัก, วัดพุทธนิมิตร อุดรธานี, หอพักเณร, A49 รีโนเวตตึกร้าง, รีโนเวตหอพัก, วัดพุทธนิมิตร อุดรธานี, หอพักเณร, A49

โป้งเล่าเบื้องหลังให้ฟังอีกว่า ไม่ใช่แค่ออกแบบตามหลักการเท่านั้น แต่เขายังใช้เครื่องมือสำหรับวัดแสง มาใช้วัดในพื้นที่จริงด้วย จะได้คำนวณแสงที่พอเหมาะกับการอยู่อาศัยประกอบการตัดสินใจ ช่วงก่อสร้างจึงทดลองวางหลังคาใสหลายๆ รูปแบบ เพื่อให้ใช้อยู่อาศัยได้สบายจริงๆ

สรงน้ำคอมมูนิตี้สเปซ

รีโนเวตตึกร้าง, รีโนเวตหอพัก, วัดพุทธนิมิตร อุดรธานี, หอพักเณร, A49
รีโนเวตตึกร้าง, รีโนเวตหอพัก, วัดพุทธนิมิตร อุดรธานี, หอพักเณร, A49

เมื่อมีการอยู่อาศัยก็ต้องมีห้องน้ำ โป้งเลือกย้ายห้องน้ำและห้องอาบน้ำออกมาสร้างเป็นโรงเรือนอีกหลังอยู่ข้างหอพัก

“พระจากกุฏิอื่นๆ หรือเณรจากหอพักหลังอื่นๆ จะได้มาใช้งานร่วมกันได้ เป็นเหมือนที่พบปะของพระและเณรและการสร้างรวมกันไว้ที่เดียวก็ช่วยประหยัดงบมากกว่าด้วย

“ส่วนเรื่องการใช้งาน เราวางรูปแบบที่เรียบง่ายมาก คือแยกส่วนเปียกส่วนแห้ง ห้องส้วมอยู่ด้านหลัง วางห้องอาบน้ำไว้ตรงกลาง มีห้องอาบน้ำที่เป็นฝักบัวแยกเป็นห้องๆ อยู่ด้านข้างเพื่อให้พระผู้ใหญ่ได้ใช้งานสะดวกขึ้น ข้อมูลทั้งหมดได้มาจากตอนที่คุยกับทั้งพระและเณรในทีแรก

“ในอาคารห้องน้ำนี้ก็ใช้หลังคาสกายไลต์แบบเดียวกับหอพัก พื้นที่ส่วนที่อยู่ด้านในไม่ถูกแสงเราก็เปิดให้แสงเข้ามาเยอะหน่อย ส่วนที่อยู่ริมๆ มีแสงอยู่บ้างเราก็ใช้สกายไลต์น้อยกว่าเพื่อให้แสงลงมาเสมอกันทั้งหมด การทำให้มีแสงลงแบบนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงามนะครับ แต่เป็นเรื่องของความสะอาดของห้องน้ำด้วย”

รีโนเวตตึกร้าง, รีโนเวตหอพัก, วัดพุทธนิมิตร อุดรธานี, หอพักเณร, A49

สิ่งที่ผมชอบที่สุดของห้องน้ำนี้คือ ส่วนของลานตากผ้าที่ติดกับด้านหน้าของห้องอาบน้ำ เนื่องจากห้องน้ำอยู่ใกล้ถนนสาธารณะ สถาปนิกเลยเลือกใช้พื้นที่ส่วนนั้นเป็นที่ตากผ้า ผ้าที่แขวนจะทำหน้าที่เป็นม่านพรางตาให้เณรที่อาบน้ำอยู่ด้านใน เป็นการแก้ปัญหาโดยไม่ต้องสร้างอะไรใหม่เลย

ส่วนสุดท้ายห้องสมุด โป้งใช้เทคนิคในการออกแบบที่ไม่น้อยหน้าอาคารส่วนอื่นๆ

รีโนเวตตึกร้าง, รีโนเวตหอพัก, วัดพุทธนิมิตร อุดรธานี, หอพักเณร, A49

“เราใช้เทคนิคการออกแบบที่ค่อนข้างจะพิเศษ ตอนแรกสุดอาคารห้องสมุดอยู่ติดกับหอพัก แต่เราอยากให้พระหรือเณรมาใช้งานได้สะดวกขึ้น เราจึงสร้างอาคารเล็กๆ โดยยกพื้นขึ้นมาให้เสมอและเชื่อมต่อกับตัวอาคารเรียน ถ้าพระหรือเณรเรียนอยู่ก็เดินจากอาคารเรียนเข้าไปได้เลย ผลพลอยได้ของการยกพื้นขึ้นมานี้ นอกจากจะเชื่อมพื้นที่เข้าด้วยกันแล้ว ยังป้องกันปลวกและระบายอากาศใต้อาคารด้วย

“ด้านในของห้องสมุด เราก็คิดถึงการให้แสงเข้ามาอย่างเหมาะสม มีแสงเพียงพอให้อ่านหนังสือได้สบายตา แต่ไม่โดนหนังสือตรงๆ จนทำให้หนังสือเสื่อมสภาพเร็ว พอตำแหน่งห้องสมุดเชื่อมกับตัวอาคารเรียนแล้ว จึงมีผนังของอาคารเรียนด้านหนึ่งที่ขนานทางลึกกับห้องสมุด ผนังนี้ทำหน้าที่สะท้อนแสงผ่านช่องเปิดเข้ามาในห้องสมุด แสงที่ได้จะเป็นแสงนวลตา แต่ก็สว่างมากพอและไม่โดนตัวหนังสือเลย ช่วยยืดอายุของหนังสือในห้องสมุดได้

“ชั้นหนังสือเป็นชั้นเหล็กฉากทั่วๆ ไปที่แข็งแรง ติดตั้งได้ง่าย ราคาถูก ประตูทางเข้าก็เป็นประตูบานหมุนขนาดใหญ่ 2 บาน เพื่อให้เกิดการเชื่อมต่อระหว่างวิวป่าจากภายนอกกับพื้นที่ภายในห้องสมุด ที่นั่งก็ออกแบบไว้รองรับความหลากหลายในการใช้งาน พระผู้ใหญ่จะมานั่งคุยกันก็ได้ เณรจะนั่งอ่านหนังสือกับพื้นหรือกับโต๊ะก็ได้เหมือนกัน” โป้งอธิบายถึงเทคนิคที่คิดขึ้นมาได้ในการออกแบบห้องสมุด

รีโนเวตตึกร้าง, รีโนเวตหอพัก, วัดพุทธนิมิตร อุดรธานี, หอพักเณร, A49

รีโนเวตตึกร้าง, รีโนเวตหอพัก, วัดพุทธนิมิตร อุดรธานี, หอพักเณร, A49

อุปสรรคของการบูรณะ

หลังจากฟังวิธีและขั้นตอนในการออกแบบมาอย่างสนุกแล้ว ผมก็ถามถึงปัญหาหรืออุปสรรคในการบูรณะโครงการนี้บ้าง

“ไม่เชิงว่าเป็นอุปสรรคนะครับ ช่างที่ก่อสร้างก็เป็นช่างทั่วไป เราเลยต้องใช้วัสดุที่หาได้ทั่วไปในท้องตลาด เพราะผู้รับเหมาทำงานง่ายและมีราคาถูก อีกเรื่องหนึ่งคือ งบประมาณที่จำกัด ส่วนไหนของอาคารที่เราอยากให้ดูดีก็ใช้วัสดุแพงหน่อย ทำให้เราต้องไปลดทอนวัสดุของพื้นที่อื่นแทน เพื่อให้ยังอยู่ในงบ เป็นเทคนิคที่เราได้มาจากการทำงานจริงกับลูกค้า เอาวิธีคิดในการทำงานมาดัดแปลงกับงานแบบนี้ ก็สนุกดีครับ”

รีโนเวตตึกร้าง, รีโนเวตหอพัก, วัดพุทธนิมิตร อุดรธานี, หอพักเณร, A49

หลังจากก่อสร้างเสร็จและใช้งานจริงแล้ว ผมเลยสงสัยว่าเสียงตอบรับออกมาตามที่เราคิดหรือเปล่า

“เท่าที่ไปดูและคุยกับพระที่วัด ก็เหมือนว่าเวลาว่างบรรดาเณรจะมานั่งที่ห้องสมุดแห่งใหม่นี้ แทนที่จะไปนั่งไกลหูไกลตาที่อื่นแทน” เจ้าตัวตอบด้วยรอยยิ้ม

ได้อะไรจากการทำโปรเจกต์แบบนี้บ้าง ผมถามโป้งทิ้งท้าย

“หลักๆ เลย คือตอบคำถามที่เราสงสัยมาตลอดว่า สถาปัตยกรรมที่ดีต้องแพงใช่ไหม ถ้าถูกจะดีได้แค่ไหน เหมือนการรีโนเวตนี้อยู่ในเส้นทางที่เราค้นหา ก็ตอบคำถามในใจได้ระดับหนึ่ง ทำให้เราชื่นใจ มีกำลังใจอยากทำงานต่อไปเรื่อยๆ” โป้งทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้ม

รีโนเวตตึกร้าง, รีโนเวตหอพัก, วัดพุทธนิมิตร อุดรธานี, หอพักเณร, A49 รีโนเวตตึกร้าง, รีโนเวตหอพัก, วัดพุทธนิมิตร อุดรธานี, หอพักเณร, A49

หอพักและห้องสมุดสามเณร วัดพุทธนิมิต

ที่อยู่ 250/9 วัดพุทธนิมิต ตำบลเมืองเพีย อำเภอกุดจับ จังหวัดอุดรธานี 4815

ก่อสร้างเสร็จปี 2017

สถาปนิก : สการ จัยวัฒน์, รินะ ชินโด, วิธี วิสุทธิอัมพร

ภาพถ่าย : เชาวฤทธิ์ พูนผล

ติดต่อสถาปนิกได้ที่ [email protected]

https://goo.gl/maps/5GVNEgiLPfG2

Writer & Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

Re-Place

เบื้องหลังการรีโนเวตอาคารเก่า

10 พฤษภาคม 2565
1.50 K

หากคุณขับรถแล่นตรงจากสะพานนวรัฐมุ่งหน้าสู่ประตูท่าแพในเวลานี้ แล้วไม่ทันสังเกตว่ามีร้านอร่อยระดับที่ Foodie ตัวจริงตั้งใจมา ร้านขายสินค้าแฮนด์เมดสุดเก๋ หรือร้านกาแฟเจ้าเดียวกันกับเจ้าดังประจำย่านนิมมานเหมินทร์ยืนแทรกตัวอยู่ริมถนน ก็คงไม่แปลกอะไร เพราะเป้าหมายของคนส่วนใหญ่อยู่ที่การตระเวนย่านเมืองเก่า หรืออาจจะเป็นบรรยากาศเงียบเหงาและตึกแถวว่างเปล่าสะดุดตากว่า จนแทบจินตนาการไม่ออกว่า ‘ย่านท่าแพ’ ที่เพิ่งขับผ่านมา ครั้งหนึ่งเคยคลาคล่ำผู้คนและมีสถานะเป็นถึงย่านถนนเศรษฐกิจการค้าแห่งแรกของเมืองเชียงใหม่ อีกทั้งยังรุ่มรวยด้วยสถาปัตยกรรมหลากยุคสมัยเปี่ยมคุณค่าทางประวัติศาสตร์

ตี๋-ศุภวุฒิ บุญมหาธนากร สถาปนิกแห่งใจบ้านสตูดิโอ เป็นลูกหลานคนเชียงใหม่ที่ผูกพันกับย่านนี้มาตั้งแต่เด็ก เขาตระหนักถึงปัญหาความเปลี่ยนแปลงข้างต้น ไม่ใช่เพียงในเชิงกายภาพ แต่หมายรวมความสัมพันธ์ของย่านที่ค่อย ๆ โรยแรงแห้งเฉา ซึ่งมีจุดเริ่มมาจากการเปลี่ยนกรรมสิทธิ์ในที่ดินและอาคาร ควบคู่กับการขาดทิศทางการพัฒนาย่านให้ยืนอย่างสง่างามบนรากวัฒนธรรม

เหตุนี้เขาจึงลงมือสร้างสรรค์โปรเจกต์ ‘ย่านท่าแพ 2030’ นำเสนอแนวคิดในการจัดปรับตำแหน่งแห่งที่และตัวตนของย่านท่าแพ ให้สอดคล้องกับการพัฒนาเมืองที่เปลี่ยนแปลงไป พร้อมชี้นำการพัฒนาให้กับชุมชน ผู้ประกอบการ นายทุน และนักพัฒนา ผู้ให้ความสำคัญกับการทำธุรกิจที่รักษาต้นทุนทางธรรมชาติและวัฒนธรรม เพื่อชุบชูย่านให้กลับมามีชีวิตชีวา ศักยภาพ และสืบสานมนตร์เสน่ห์ความเป็นท่าแพจากวันนี้สู่อนาคต

ย่านท่าแพ 2030 : โปรเจกต์ฟื้นฟูเชียงใหม่ ธุรกิจสร้างสรรค์อยู่ได้ หัวใจของเมืองก็อยู่

จิ๊กซอว์ความสัมพันธ์

“จริง ๆ สถานการณ์ที่ดินเปลี่ยนมือค่อย ๆ เริ่มเมื่อประมาณ 5 ปีก่อนเกิดโรคโควิด-19 ระบาด ช่วงนั้นเชียงใหม่เป็นจุดหมายปลายทางของคนจีน นักธุรกิจที่เล็งเห็นโอกาสจึงเข้ามาสอยที่ดินทำธุรกิจ ทำให้หลายตึกถูกเปลี่ยนกรรมสิทธิ์เป็นของนายทุนจีน กลายเป็นร้านขายยาบ้าง ขายหมอนยางพาราบ้าง จนไม่เหลือร่องรอยของการใช้งานแบบ Mix Used” 

ตี๋ย้อนเค้าลางความแปรผันบนสองฝั่งถนนท่าแพ พลางขยายว่า ในอดีตอาคารบริเวณนี้มีลักษณะการใช้งานแบบผสมผสาน หรือ Mix Used คือชั้นบนเป็นที่อยู่อาศัย ส่วนชั้นล่างเปิดเป็นร้านค้า ขณะเดียวกันบางร้านยังแบ่งปันพื้นที่สำหรับจำหน่ายงานคราฟต์และสินค้าชาติพันธุ์ต่าง ๆ 

อนึ่ง ความผสมยังผสานไปถึงลักษณะทางสังคมที่อยู่ร่วมกันอย่างกลมเกลียว ทั้งชุมชน พาณิชย์ และศาสนา ครั้นเมื่อที่ดินเปลี่ยนมือและลักษณะการใช้งานอาคารเปลี่ยนไป ความสัมพันธ์ในย่านจึงคล้ายชิ้นส่วนจิ๊กซอว์ที่ถูกดึงออก วัดซึ่งเป็นศูนย์กลางของชุมชน พอขาดสังคมอุปถัมภ์ก็จำต้องปรับตัว จัดสรรพื้นที่ทำลานจอดรถ จัดอีเวนต์ หรือตกแต่งบรรยากาศเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยว 

ตี๋เสริมว่าคลื่นการเปลี่ยนแปลงที่มาพร้อมกระแส Mass Tourism เช่นนี้ เกิดกับแทบทุกย่านของเชียงใหม่ แต่สิ่งที่ทำให้ย่านท่าแพสะท้อนภาพชัด คือมูลค่าของทำเลที่สูงกว่า 25 – 40 ล้านต่อห้อง ตัวเลขดังกล่าวประมาณจากผลการสำรวจราคาที่ดินพร้อมอาคารในย่าน พ.ศ. 2562 ซึ่งเป็นปัจจัยให้ทำเลตกไปอยู่กับนายทุนที่มีกำลังซื้อ และโดยมากคือคนนอกพื้นที่

“เมืองจะมีลมหายใจต่อเนื่อง ก็ต่อเมื่อมีความทรงจำของผู้คนที่ถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น แต่ดูเหมือนขณะนี้มันกำลังขาดช่วง เพราะพื้นที่กลายไปเป็นของคนอื่น”

เหนือความเปลี่ยนแปลงนานา ตี๋ให้ความสำคัญกับความทรงจำอันเปรียบดังห่วงเชื่อมร้อยความสัมพันธ์ทางสังคม และของผู้คนที่มีต่อพื้นที่ ซึ่งจะช่วยนิยามอัตลักษณ์ของย่าน รวมถึงรักษาประวัติศาสตร์ท้องถิ่นไม่ให้สูญหาย

ย่านท่าแพ 2030 : โปรเจกต์ฟื้นฟูเชียงใหม่ ธุรกิจสร้างสรรค์อยู่ได้ หัวใจของเมืองก็อยู่
ย่านท่าแพ 2030 : โปรเจกต์ฟื้นฟูเชียงใหม่ ธุรกิจสร้างสรรค์อยู่ได้ หัวใจของเมืองก็อยู่
ย่านท่าแพ 2030 : โปรเจกต์ฟื้นฟูเชียงใหม่ ธุรกิจสร้างสรรค์อยู่ได้ หัวใจของเมืองก็อยู่

ย่านท่าแพ 2030

เราจะสร้างสรรค์ธุรกิจใหม่ ฟื้นกายภาพ และฟื้นโครงสร้างทางสังคม ให้เติบโตไปพร้อมกันได้อย่างไร…

นี่คือสิ่งที่ใจบ้านสตูดิโอ และ กฤติกา รอดเจริญ นักศึกษาฝึกงานจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง พยายามค้นหาคำตอบให้กับย่านท่าแพในอนาคต พลันศึกษาค้นคว้า ออกแบบ และนำเสนอแนวคิดการพัฒนาที่เป็นประโยชน์ไว้ในโปรเจกต์ ‘ย่านท่าแพ 2030’ (Thapae Neighborhood 2030) ภายใต้โจทย์หลัก 3 ข้อ 

หนึ่ง เพื่อจุดประกายให้เกิดโมเดลธุรกิจและการพัฒนาที่ดินที่เจ้าของเดิมอยู่อาศัยร่วมกับธุรกิจใหม่ ๆ ได้โดยไม่จำเป็นต้องขายที่ 

สอง จัดสรรพื้นที่ให้ผู้ประกอบการสร้างสรรค์เชียงใหม่มีพื้นที่ค้าขาย แสดงผลงาน โดยไม่จำเป็นต้องแบกค่าที่ดินหรือค่าเช่ามหาศาล ผ่านการสร้างระบบแบ่งปันพื้นที่ (Sharing Space) ซึ่งส่งเสริมนิเวศทางธุรกิจที่เกื้อหนุน 

และ สาม ปลุกกระแสให้เห็นคุณค่าของประวัติศาสตร์ อาคารและย่านอันเป็นต้นทุนสำคัญของธุรกิจ Creative Business District ที่จะมีผลกับการฟื้นฟูเมืองแบบ Urban Regeneration ในมิติเศรษฐกิจและกายภาพไปพร้อม ๆ กัน  

ย่านท่าแพ 2030 : โปรเจกต์ฟื้นฟูเชียงใหม่ ธุรกิจสร้างสรรค์อยู่ได้ หัวใจของเมืองก็อยู่

“ลองจินตนาการดูว่า ในเมืองที่แยกขาดระหว่างที่อยู่อาศัยกับพื้นที่พาณิชย์ ถ้าวันใดพื้นที่พาณิชย์ปิด เมืองก็ตาย จะกลับมามีชีวิตอีกครั้งได้ก็ต่อเมื่อธุรกิจเปิด ยิ่งเมืองสมัยใหม่พื้นที่ค่อนข้างจำกัด การอยู่แบบผสมผสาน หรือส่งเสริมการใช้พื้นที่อย่างสมประโยชน์จริง ๆ ดังนั้นแนวคิดการพัฒนาเมือง ‘เมืองกระชับ’ (Compact City) จึงเป็นวิธีการน่าสนใจ” ตี๋พูด 

“เราไม่ได้โหยหาอดีตชนิดต้องกลับไปอยู่เหมือนเดิม ในเมื่อธุรกิจปรับตัว กายภาพของอาคารก็ต้องปรับตัวด้วยเช่นกัน อย่างเมื่อก่อนตึกตึกหนึ่ง มีเจ้าของคนเดียวและใช้เป็นที่อยู่อาศัยและทำธุรกิจ แต่ปัจจุบันที่ดินแพง มูลค่าตึกก็สูง แน่นอน ผู้ประกอบการหน้าใหม่ที่กำลังสร้างตัวไม่มีสิทธิครอบครองตึกนี้ได้เลย แล้วโมเดลธุรกิจควรจะเป็นแบบไหน”

เขาทิ้งท้ายทำนองเชิญชวนให้นึกคิด แต่สำหรับเขาอยากนำเสนอโมเดลที่เรียกว่า ‘การฟื้นฟูย่านด้วยการปรับปรุงอาคาร’ ซึ่งจะกล่าวกันต่อในบทถัดไป

ฟื้นฟูย่านด้วยการปรับปรุงอาคาร โมเดลชี้นำอนาคต 'ย่านท่าแพ' ที่เมืองเก่าหลายแห่งควรศึกษา

ปรับอาคารให้ย่านฟื้น

“อาคารก็เหมือนชิ้นส่วนของชีวิต ณ ยุคหนึ่งมันถูกออกแบบกายภาพตามความต้องการของสังคม แต่พอพ้นยุคสมัยอาคารก็ต้องปรับตัวตาม โดยนำมา Reuse และ Adaptive ให้เข้ากับสังคมที่เปลี่ยนไปอย่างเข้าใจคุณค่า ด้วยการรักษาบางอย่างให้เป็นชิ้นส่วนความทรงจำ พร้อมปรับเปลี่ยนบางอย่างเพื่อจะทำให้ชีวิตดำเนินต่อไปได้”

ตี๋เกริ่นปูทางเพื่อจะอธิบายถึงโมเดลการฟื้นฟูย่านด้วยการปรับปรุงอาคารแบบ ‘Adaptive Reuse’ ในโปรเจกต์ย่านท่าแพ 2030 ที่เขาสำรวจตำแหน่งอาคาร วิเคราะห์โครงสร้างทางสถาปัตยกรรม และรวบรวมข้อมูลธุรกิจบนย่านถนนท่าแพ ก่อนนำมาออกแบบ 3 โมเดลตัวอย่างจากการประยุกต์แนวคิดเข้ากับตึกเก่าในย่าน โดยให้ความสำคัญกับการเก็บหน้าตาอาคารยุคโมเดิร์นและฟาซาด ควบคู่ปรับรื้อภายในให้เกิดการเชื่อมต่อจากถนนสู่ด้านในตัวอาคาร ซึ่งจัดสรรปันส่วนใหม่เป็นพื้นที่ว่างหลากหลายขนาด สำหรับรองรับกิจกรรมและธุรกิจรูปแบบต่าง ๆ ตลอดจนแทรกพื้นที่สีเขียวและช่องแสงให้เป็นเสมือน Pocket Park เพื่อเติมเต็มความเขียวขจีสดชื่นแก่ย่านน่าเดินแห่งนี้ 

ฟื้นฟูย่านด้วยการปรับปรุงอาคาร โมเดลชี้นำอนาคต 'ย่านท่าแพ' ที่เมืองเก่าหลายแห่งควรศึกษา
ฟื้นฟูย่านด้วยการปรับปรุงอาคาร โมเดลชี้นำอนาคต 'ย่านท่าแพ' ที่เมืองเก่าหลายแห่งควรศึกษา
ฟื้นฟูย่านด้วยการปรับปรุงอาคาร โมเดลชี้นำอนาคต 'ย่านท่าแพ' ที่เมืองเก่าหลายแห่งควรศึกษา

 “บางทีการเก็บรักษาทุกอย่างไว้ มันโรแมนติกนะ แต่ไม่สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน เรามองว่าการฟื้นฟูพัฒนาย่านเมืองเก่าอย่างมีศักยภาพจะต้องหาสมดุลระหว่างศิลปะ เศรษฐศาสตร์ และสังคม” ตี๋สรุปหัวใจของโมเดล

นอกจากไอเดียเนรมิตพื้นที่ภายในอาคาร แต่ละโมเดลตัวอย่างยังลองนำเสนอรูปแบบการจัดการกรรมสิทธิ์และพื้นที่ ที่จำแนกสัดส่วนการใช้งาน อาทิ ที่อยู่อาศัย พื้นที่สาธารณะ และพาณิชยกรรม รวมทั้งออกแบบกิจกรรมใหม่เพื่อฟื้นฟูอาคารและย่านอย่างสร้างสรรค์

“ถ้าเราอยากจะเก็บคาแรกเตอร์เดิมให้ลูกหลานกลับมาอยู่แล้วทำธุรกิจต่อได้ เราลองปรับพื้นที่ภายในกันดูไหม เพื่อให้มีสัดส่วนสำหรับคนอยู่อาศัยดั้งเดิมราว 20 เปอร์เซ็นต์ อีก 80 เปอร์เซ็นต์ที่เหลือก็ใส่กิจกรรมใหม่เข้าไป เช่น คาเฟ่ ร้านอาหาร แกลเลอรี่ หรือ Co-working Space แบบนี้เจ้าของอาคารเดิมอยู่อาศัยและมีรายได้จากการแบ่งเช่าพื้นที่ ขณะเดียวกันผู้ประกอบการรายย่อยก็เช่าทำธุรกิจโดยไม่ต้องแบกรับต้นทุนราคาที่ดิน หากแต่ละหน่วยธุรกิจสร้างกำไรต่อปีมากพอคุ้มค่าแรงจูงใจในการขายตึก นั่นหมายถึง ตึกนี้ก็จะยังเป็นของคนท้องถิ่นและลูกหลานรุ่นต่อไปก็ยังอยู่ได้” 

ฟื้นฟูย่านด้วยการปรับปรุงอาคาร โมเดลชี้นำอนาคต 'ย่านท่าแพ' ที่เมืองเก่าหลายแห่งควรศึกษา

ตี๋อธิบายสมการของโมเดลการปรับปรุงอาคารที่เขาคิด พร้อมเสริมว่าสิ่งนี้นับเป็นองค์ประกอบของย่านอยู่ดี คือ มีธุรกิจหลากหลายและชุมชนสัมพันธ์อันเกื้อกูลกันและผูกผันกับพื้นที่ เหนืออื่นใดอาจพัฒนาให้เกิดย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์แห่งใหม่ที่ยืนอยู่บนรากวัฒนธรรมได้อย่างงามสง่า ช่วยพลิกฟื้นเศรษฐกิจ และชี้นำอนาคตของเมือง 

ฟื้นฟูย่านด้วยการปรับปรุงอาคาร โมเดลชี้นำอนาคต 'ย่านท่าแพ' ที่เมืองเก่าหลายแห่งควรศึกษา

ความเป็นไปได้

อย่าเพิ่งด่วนตัดสินว่าแนวคิด Adaptive Reuse ที่กล่าวมานั้นช่างอุดมคติและฝันเพ้อ เพราะมีหลายเมืองทีเดียวที่ตี๋เล่าว่านำไปพัฒนาย่านเมืองเก่า ยกระดับคุณภาพชีวิตผู้คน และส่งเสริมผู้ประกอบการ SME ให้เติบโตขึ้นจริง ๆ

ตัวอย่างแรก คือ ไต้หวัน ที่นี่มีองค์กรชื่อ ‘Taipei City Urban Regeneration Office’ คอยทำหน้าที่จับคู่ผู้ประกอบการกับพื้นที่ที่ต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจ นอกจากนี้ยังร่วมมือกับภาครัฐจัดตั้งกองทุนสนับสนุนสำหรับจัดซื้อตึกเก่ามาชุบชีวิต สร้างสรรค์พื้นที่และกิจกรรมหลายหลาก เพื่อเพิ่มมูลค่าที่ดินและดึงดูดคนรุ่นใหม่ให้เข้ามาใช้งาน เช่าทำธุรกิจ จนเกิดเศรษฐกิจหมุนเวียน กลายเป็นพื้นที่ของบรรดา Startup และ SME ในย่านต่าง ๆ 

หรือ เมืองอาห์เมดาบัด ประเทศอินเดีย มีฐานะเป็นถึงเมืองมรดกโลก ทว่ากลับซบเซา มีแต่ผู้สูงอายุและวัยรุ่นที่ไม่เห็นโอกาสสร้างตัว คณะกรรมการเมืองเก่าจึงก่อตั้งองค์กร ‘Heritage Cell’ ขึ้นมา เพื่อทำงานร่วมกับอาคารสงเคราะห์ สนับสนุนการปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับซ่อมบำรุงบ้านเก่า สร้างจูงใจให้คนอยากกลับมาอยู่บ้าน ควบคู่กับเปิดโรงเรียนสอนวิชาช่างไม้ ฝึกอบรมทักษะอาชีพด้านการฟื้นฟูอาคารไม้รุ่นคุณปู่คุณย่า โดยพยายามขับเคลื่อนเชิงกายภาพ เศรษฐกิจ และสังคมไปพร้อมกัน

อีกตัวอย่างสุดท้าย ได้แก่ จอร์จทาวน์ เมืองหลวงรัฐปีนัง ประเทศมาเลเซีย ซึ่งมีกองทุนของรัฐบาลกลาง ‘Think City’ คอยดูแลเรื่องการเพิ่มปริมาณพื้นที่สีเขียว รักษาฟื้นฟูอาคารเก่า รวมถึงแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยของผู้คนในย่านเมืองเก่า เนื่องจาก 82 เปอร์เซ็นต์ของพลเมืองจอร์จทาวน์เป็นผู้เช่าอาศัยทั้งสิ้น ประกอบกับเมื่อได้รับการขึ้นทะเบียนจาก UNESCO เป็นเมืองมรดกโลก ทำให้มีนายทุนต่างชาติมากว้านซื้ออาคารไปเก็งกำไร หรือทำธุรกิจ ผู้เช่าดั้งเดิมเลยพลอยถูกขับออก

ฟื้นฟูย่านด้วยการปรับปรุงอาคาร โมเดลชี้นำอนาคต 'ย่านท่าแพ' ที่เมืองเก่าหลายแห่งควรศึกษา

ทาง Think City จึงผุดโครงการรักษาตึกที่ผู้เช่าเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลรักษา โดย Think City เป็นตัวกลาง รวมผู้เช่าเป็นหนึ่งสหกรณ์ แล้วเจรจาทำสัญญาเช่าระยะยาวกับเจ้าของตึก เพื่อมอบความมั่นคงทางการเงินแก่เจ้าของ ส่วนผู้เช่าเมื่อรู้สึกมั่นคงทางที่อยู่อาศัยก็มีแรงจูงใจในการพัฒนาคุณภาพชีวิต นอกจากนี้กองทุนยังยื่นข้อเสนอว่า หากเจ้าของตึกรายใดเข้าร่วมโครงการ ทางรัฐบาลยินดีสนับสนุนงบปรับปรุงอาคารให้หน้าตาสวยงามสมเป็นส่วนหนึ่งของเมืองมรดกโลกอีกด้วย

“นี่คือโมเดลทางเศรษฐศาสตร์ในการอนุรักษ์ฟื้นฟูย่านเมืองเก่าให้เป็นไปได้เชิงเศรษฐกิจ โดยมีทางเลือกให้คุณค่าและมูลค่าอยู่ด้วยกันได้” ตี๋แสดงความเห็น “ต่างจากบ้านเราที่มักเรียกร้องให้คนมาชื่นชมความงาม เชิดชูคุณค่า แต่กลับไม่หยิบยื่นเครื่องมือทางการเงินใด ๆ ทำให้มันยากที่จะรักษา แม้เรารู้ดีว่าสิ่งนี้มีคุณค่าแค่ไหน แถมยังกลายเป็นอุปสรรคในการเข้าถึงแนวคิดทั้งที่มูลค่ามันสูงมาก”

ทำไมภาครัฐถึงมองไม่เห็นจุดอ่อนนี้ – ผมถามเขา

“เราว่ารัฐต้องมองเมืองกับคนเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาก่อน แต่เขาไม่เคยมองแบบนั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกายภาพหรือศักยภาพผู้คน เพราะถ้าเขาเห็นศักยภาพพื้นที่จริงเขาจะต้องต่อยอด ไม่ใช่ขายของเก่ากินเรื่อย ๆ เพื่อให้นักท่องเที่ยวมาเสพของเดิม ๆ ส่วนคนก็ถูกมองเป็นอุปสรรคที่ต้องควบคุมให้คิดคล้อยตาม แทนที่จะมองศักยภาพแล้วใช้มันผลักเมืองให้เดินไปข้างหน้า เช่นเดียวกับตึกที่ก็ไปได้ไกลสุดแค่ควบคุมสี หรือคุมทรงหลังคา” 

สำหรับย่านท่าแพนั้นยังไม่หมดหวัง เพราะภายหลังเกิดสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้การเก็งกำไรที่ดินในย่านนี้ชะลอความรุนแรงลงไปมาก รวมถึงพิสูจน์ได้ว่าใครคือตัวจริง โดยหนึ่งในพื้นที่ที่ฝ่ามรสุมทางเศรษฐกิจและตี๋สนใจเป็นพิเศษ คือ ‘เวิ้งเหล็กแดง’ คอมมูนิตี้สร้างสรรค์ ซึ่งพัฒนาใกล้เคียงกับแนวคิด Adaptive Reuse มากสุด 

แม้ไม่มีทุนจากหน่วยงานใดให้พึ่งพา ทว่าสำเร็จได้เพียงอาศัยทุนที่เข้าใจ 

ฟื้นฟูย่านด้วยการปรับปรุงอาคาร โมเดลชี้นำอนาคต 'ย่านท่าแพ' ที่เมืองเก่าหลายแห่งควรศึกษา

ทุนที่เข้าใจ

ย้อนกลับไปราว 80 ปี ในยุคที่ย่านท่าแพยังเป็นถนนดิน รถวิ่งสวนสองทาง และสามล้อถีบคือบริการยอดฮิตของผู้จับจ่ายสินค้าตลาดวโรรส บริเวณเวิ้งเหล็กแดงตรงนี้มีแค่อาคารสองชั้นก่ออิฐสีเข้ม เปิดเป็นสถานพักแรมสำหรับพ่อค้าแม่ขายต่างจังหวัด ก่อนจะดัดแปลงเป็นโรงงานผลิตขนมปังกะโหลก แต่แล้วโรงงานก็เกิดเหตุเพลิงไหม้จนทำให้ต้องยุติกิจการ อาคารหลังดังกล่าวจึงกลายเป็นโกดังเก็บสินค้าของ ‘เจริญการค้า’ ร้านจำหน่ายหนังสือและอุปกรณ์เครื่องเขียน หนึ่งในผู้เช่าพื้นที่ตึกแถว 5 ห้องด้านหน้า ซึ่งสร้างเพิ่มเติมขึ้นมาโดยคุณตาของ ลุงภูมิ-ภูมิสรรค์ ศิลปิศรโกศล ทายาทผู้ดูแลเวิ้งเหล็กแดงคนปัจจุบัน

ฟื้นฟูย่านด้วยการปรับปรุงอาคาร โมเดลชี้นำอนาคต 'ย่านท่าแพ' ที่เมืองเก่าหลายแห่งควรศึกษา

“ตอนที่ตึกแถวริมถนนยังมีผู้เช่าเต็มทุกห้อง การเข้ามาในเวิ้งต้องเดินผ่านช่องแคบ ๆ ข้างร้านก๋วยเตี๋ยวสามชัย สมัยนั้นดังมาก พอเศรษฐกิจซบเซาคนเช่าก็ทยอยออก พื้นที่เลยถูกปล่อยร้างไว้พักใหญ่ กระทั่งมีคนมาติดต่อขอทำธุรกิจโรงแรม เขาเลยทุบห้องตรงกลางเปิดเป็นช่องทางเข้า แต่ยังไม่ทันเรียบร้อยดี โครงการก็พับไปเพราะพิษเศรษฐกิจปี 40 เหลือแค่โครงเหล็กสีแดง ซึ่งตามแผนจะเป็นตัวโครงสร้างอาคารหลัก” ลุงภูมิเฉลยเรื่องราวของโครงเหล็กแดง สัญลักษณ์เด่นที่กลายเป็นชื่อเรียกของคอมมูนิตี้สุดฮิปแห่งนี้ ภายหลังจากที่แบรนด์ Dibdee Binder เข้ามาบุกเบิกขอเช่าห้องทำสตูดิโอ ก่อนชักชวนเพื่อนฝูงมาอยู่ด้วยกัน จนปัจจุบันครึกครื้นด้วยบรรดานักออกแบบ ศิลปิน และสารพัดธุรกิจสร้างสรรค์ 

ฟื้นฟูย่านด้วยการปรับปรุงอาคาร โมเดลชี้นำอนาคต 'ย่านท่าแพ' ที่เมืองเก่าหลายแห่งควรศึกษา
ฟื้นฟูย่านด้วยการปรับปรุงอาคาร โมเดลชี้นำอนาคต 'ย่านท่าแพ' ที่เมืองเก่าหลายแห่งควรศึกษา

ลุงภูมิเล่าให้ฟังต่อว่า เขาใช้วิธีให้ผู้เช่าช่วยกันบริหารจัดการ ไม่ว่าจะเป็นค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าส่วนกลาง หรือแม้แต่การเลือกผู้เช่ารายใหม่ 

“ผมให้เด็ก ๆ บริหารกันเอง เพราะรู้สึกว่าไอเดียของผู้ใหญ่อย่างผมกับของเด็กรุ่นใหม่มันคนละเรื่องกัน ในเมื่อตรงนั้นเป็นพื้นที่ของพวกเขา เขาก็ควรจะมีอิสระในการออกแบบ ส่วนถ้าใครสนใจอยากเข้ามาเช่า ผมก็ให้สิทธิพวกเขาปรึกษาพูดคุยกันเองก่อน หากทุกคนพร้อมใจว่าคนนี้มาอยู่ได้ ผมก็โอเค เพราะอยากให้อยู่แบบสบาย ๆ ทำงาน ทำธุรกิจ และเป็นคอมมูนิตี้เล็ก ๆ ที่เอื้อเฟื้อเกื้อกูลกัน” 

ยิ่งไปกว่านั้น ที่นี่ยังไม่เคยปรับขึ้นค่าเช่า “ถ้าปรับเด็กก็ลำบาก ไม่ใช่ว่าเราไม่ต้องการเงินนะ แต่เราต้องการแค่พออยู่ได้ทั้งเขาและเรา” เจ้าของเวิ้งอธิบายอย่างใจดี พลางเสริมว่าเขามีเป้าหมายเพียงอยากเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้โชว์ฝีมือ

เหนืออื่นใด เขาเชื่อว่าไอเดียธุรกิจสร้างสรรค์เหล่านี้จะสร้างความเปลี่ยนแปลงและพลิกฟื้นย่านท่าแพให้กลับมาคึกคัก เป็นย่านเศรษกิจสำคัญของเมืองเชียงใหม่อีกครั้งในอนาคต

ฟื้นฟูย่านด้วยการปรับปรุงอาคาร โมเดลชี้นำอนาคตย่านท่าแพที่เมืองเก่าหลายแห่งควรศึกษา

Writer

คุณากร

เป็นคนอ่านช้าที่อาศัยครูพักลักจำ จับพลัดจับผลูจนกลายมาเป็นคนเขียนช้า ที่อยากแบ่งปันเรื่องราวบันดาลใจให้อ่านกันช้าๆ เวลาว่างชอบวิ่งแต่ไม่ชอบแข่งขัน มีเจ้านายเป็นแมวโกญจาที่ชอบคลุกทราย นอนหงาย และกินได้ทั้งวัน

Photographer

กรินทร์ มงคลพันธ์

ช่างภาพอิสระชาวเชียงใหม่ผู้รักจักรยานไม่น้อยไปกว่าลูก ซึ่งความรักที่มีต่อทั้งสองมากกว่าการถ่ายรูปด้วยซ้ำ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load