ให้เวลา 10 วินาที ลองนึกชื่อเพื่อนบ้านหรือเพื่อนข้างห้อง และคนที่ถัดจากนั้นไปอีกจนครบทั้งหมู่บ้านหรือทั้งชั้น หลายคนอาจไล่ชื่อได้ไม่ครบ บางคนเจอกันข้างนอกยังนึกไม่ออกเลยว่าเราอยู่คอนโดฯ เดียวกัน แต่เมืองแห่งนี้ที่เราบินลัดจอพาไปชม จะทำให้คุณจำเพื่อนบ้านได้จนครบทั้งหมู่บ้าน เพราะ Haveforeningen Harekær เมืองบรอนด์บี้ (Brøndby) ประเทศเดนมาร์ก หรือที่ใครๆ เรียกกันติดปากว่า ‘Brondby Garden City’ ที่สร้างจากแนวคิดยูโทเปีย ซึ่งหลายคนยังไม่เชื่อว่ามีอยู่จริง แต่สร้างมาแล้วเกือบ 60 ปี

จึงไม่แปลกใจที่โคเปนเฮเกนจะได้รับการประกาศโดย UNESCO ให้เป็น World Capital of Architecture ใน ค.ศ. 2023 

แล้วทำไมที่นี่ถึงวางผังเมืองล้ำไม่ซ้ำใคร โดยแบ่งเป็นบ้านในวงกลมเหมือนตัดพิซซ่าออกเป็นชิ้นๆ และการออกแบบเช่นนี้ ช่วยให้ผู้อยู่เปี่ยมสุขภาพกายใจ พร้อมทำให้สิ่งแวดล้อมของเมืองดีอย่างยั่งยืนได้อย่างไร เราจะพาย้อนกลับไปฟังเรื่องราวเบื้องหลังหมู่บ้านสีเขียวนอกเมืองพร้อมกัน

01 ทำไมต้องเป็นวงกลม

พูดถึงเดนมาร์ก นอกจากความหนาวหรือโคนม นี่เป็นประเทศที่คิดถึงสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาเมืองมาเป็นอันดับแรกๆ และเราเชื่อเหลือเกินว่า Urbanism ที่พวกเขาให้ความสำคัญนักคือหัวใจหลักของการพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีให้กับคนได้ 

หรือนี่จะเป็นสาเหตุของการสร้างหมู่บ้านเป็นวงกลม ?

จากแนวคิดเดิมของหมู่บ้านในศตวรรษที่ 18 ที่ชาวเมืองมักสร้างบ่อน้ำและพื้นที่รวมพลตรงกลางไว้ให้ชุมชนได้บอกเล่าเก้าสิบ สังสรรค์และแลกเปลี่ยนกัน เพื่อให้เกิดปฏิสัมพันธ์ของสังคมเพื่อนบ้านในละแวก 

รวมถึงผู้มีอิทธิพลที่อยู่เบื้องหลังการขับเคลื่อนเมืองแห่งสวนอย่าง เอเบเนเซอร์ ฮาวเวิร์ด (Ebenezer Howard) เจ้าพ่อแนวคิดยูโทเปียหรือเมืองในอุดมคติ 

Brøndby Garden City หมู่บ้านวงกลมที่อยากเชื่อมสัมพันธ์จากเมืองถึงคนและพื้นที่สีเขียว
ภาพ : Ebenezer Howard

เอเบเนเซอร์ คือผู้เขียนเรื่อง The Three Magnets Diagram ไดอะแกรมแม่เหล็ก 3 อัน สรุปเรื่องเมืองเอาไว้ในหนังสือ Garden Cities of Tomorrow ว่าด้วยทฤษฎีการวางผังเมืองจำลอง บอกเล่าข้อดี-ข้อเสียของการวางผังแบบเมืองและชนบท ก่อนนำไปใช้กับเมืองในสวนว่า เรานำข้อดีและมีเมืองที่อยู่ร่วมกันอย่างสมดุลทั้งแบบชุมชนเมืองและเกษตรกรรม จนสร้างความเป็นอยู่ที่ดีทุกด้านผ่านการวางผังเมืองในฝันเช่นนี้ได้ ขนาด ลูอิส มัมฟอร์ด (Lewis Mumford) นักวิจารณ์สถาปัตยกรรมชื่อดังชาวอเมริกันยังกล่าวเอาไว้ว่า สิ่งประดิษฐ์ใหม่ที่ยิ่งใหญ่ในยุคต้นศตวรรษที่ 20 มี 2 อย่าง คือเครื่องบินและ Garden City นี่แหละ 

แนวคิดนี้กลายเป็นต้นแบบแลนด์มาร์กที่ล้ำสุดๆ ในยุคนั้น เลยเป็นแนวคิดสร้างหมู่บ้านลักษณะวงกลม-วงรีกันยกใหญ่ จน Oval Community Garden หมู่บ้านสวนวงกลม นำไปใช้เพื่อกระตุ้นให้เกิดสังคมแบบชนบทในเมืองหลวง คือทุกคนในบริเวณรั้วชิดจะได้สนิทกัน

Brøndby Garden City หมู่บ้านวงกลมที่อยากเชื่อมสัมพันธ์จากเมืองถึงคนและพื้นที่สีเขียว
ภาพ : Nicolas Cosedis

ต่อมา เอริก ไมกินด์ (Erik Mygind) ภูมิสถาปนิก เลยหยิบเอาแนวคิดนี้มาพัฒนาต่อยังเมืองบรอนด์บี้ กลายเป็นหมู่บ้านลักษณะเฉพาะตัว และ ค.ศ.1964 ก็ได้รับการอนุมัติจากเทศบาลเมืองให้จัดสรรพื้นที่นี้ขึ้นมา เพื่อกระตุ้นให้เกิดปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนและชุมชน เป็นหูเป็นตาให้กัน และรู้จักมักจี่เพื่อนบ้านทุกคนจนกลายเป็นสังคมเอื้อเฟื้อในอุดมคติขึ้นจริง

ด้วยหน้าตาแปลกประหลาด จินตนาการของผู้คนก็มองเจ้าหมู่บ้านในสวนหลากหลายมาก ทั้งเหมือนพวงองุ่นบ้าง ล้อรถบ้าง คนก็ว่านี่คืออารยธรรมจากนอกโลก 

แต่หลังจากโครงสร้างเสร็จไม่นาน ก็มีหลายบ้านเริ่มถูกจับจอง ปัจจุบันหมู่บ้านมีวงกลมทั้งหมด 24 วง ซึ่งแต่ละวงประกอบด้วยบ้านหลาย 10 หลังในพื้นที่ประมาณ 100 ตารางวา 

Brøndby Garden City หมู่บ้านวงกลมที่อยากเชื่อมสัมพันธ์จากเมืองถึงคนและพื้นที่สีเขียว

02 ทำไมถึงอยากอยู่เมืองนี้

ในระยะแรก การออกแบบเริ่มจากวงกลม 12 หน่วย ประกอบด้วยที่ดินจำนวน 284 ยูนิต ซึ่งจะถูกแบ่งออกเป็นแปลงรูปลิ่ม หรือที่ใครหลายคนมองเหมือนชิ้นพิซซ่า แบ่งตามการจัดสรรของสมาชิกแต่ละกลุ่ม ทำให้ได้ออกมาเป็นพื้นที่อาคารสำหรับสร้างบ้านประมาณ 50 ตารางเมตร และอนุญาตให้ถือครองได้นานถึง 30 ปี 

จากนั้นเมื่อเกิดการประชุมผู้อยู่อาศัยหรือ ‘Folkets Hus’ ก็ลงความเห็นกันว่า ควรมีสวนเพิ่มเติม ขยายไปอีกฟากถนน เกิดเป็นหมู่บ้านวงกลมขบาบสองฟากฝั่ง แถมความน่ารักคือเขาแจกจ่ายอุปกรณ์เพาะปลูกเริ่มต้นและต้นไม้ให้ช่วยกันปลูกเป็นแนวรั้วและล้อมรอบพื้นที่ต่างๆ ส่วนที่ว่างก็ตกเป็นของชุมชนให้แวะเวียนมาทำกิจกรรมร่วมกันได้

Brøndby Garden City หมู่บ้านวงกลมที่อยากเชื่อมสัมพันธ์จากเมืองถึงคนและพื้นที่สีเขียว

ความน่าอยู่แรกคือ หมู่บ้านแห่งนี้ออกห่างจากตัวเมืองที่เสียงดังและแสนวุ่นวาย แถมยังมีสวนหน้าบ้านคอยลดเสียงรบกวนจากการทำกิจกรรม บรรยากาศรอบข้างก็สีเชียวเต็มที่ คนที่อยากดื่มด่ำกับธรรมชาติก็มาสูดอากาศได้เต็มปอด

สำรวจบ้านในวงกลมตามฉบับดินแดนอุดมคติของเดนมาร์ก เพื่อบ้านหลังที่สองของคนเมืองให้ปลูกต้นไม้และได้รู้จักบ้านข้างๆ

ข้อสองคือ แม้พื้นที่ค่อนข้างเล็ก แต่ที่นี่กลับมีความเป็นส่วนตัวและสร้างสัมพันธ์ได้ แม้มีกำแพงต้นไม้ที่กั้นแบ่งพื้นที่สำหรับบ้าน 16 – 24 หลังต่อหนึ่งโซนวงกลม ไม่ให้รบกวนกัน แต่สุดท้ายต้องใช้ทางออก รวมถึงลาดจอดรถหน้าบ้านร่วมกันอยู่ดี และมีลานกิจกรรมใช้จัดปาร์ตี้และแสดงดนตรีสด เพื่อกระชับมิตรฉันเพื่อนบ้านให้แนบแน่น

สำรวจบ้านในวงกลมตามฉบับดินแดนอุดมคติของเดนมาร์ก เพื่อบ้านหลังที่สองของคนเมืองให้ปลูกต้นไม้และได้รู้จักบ้านข้างๆ
สำรวจบ้านในวงกลมตามฉบับดินแดนอุดมคติของเดนมาร์ก เพื่อบ้านหลังที่สองของคนเมืองให้ปลูกต้นไม้และได้รู้จักบ้านข้างๆ
ภาพ : kolonihave.nu
สำรวจบ้านในวงกลมตามฉบับดินแดนอุดมคติของเดนมาร์ก เพื่อบ้านหลังที่สองของคนเมืองให้ปลูกต้นไม้และได้รู้จักบ้านข้างๆ
ภาพ : Per Asbjørn Thanning

ข้อสาม บ้านใน Brøndby Garden City มีระบบน้ำประปา-ไฟฟ้า สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ให้ครบ พร้อมการออกแบบที่คำนวณองศาการเอียงมาเรียบร้อย ว่าส่วนที่แคบที่สุดของพื้นที่จะรับแสงที่เพียงพอ รวมถึงพุ่มไม้ที่ไล่ระดับเพื่อรับแสงให้สังเคราะห์อย่างเต็มอิ่ม แถมถ้าผู้อยู่อาศัยอยากใช้พลังงานแสงอาทิตย์มาสร้างเป็นความร้อนหรือไฟฟ้าก็ต่อเติมเองได้ พร้อมมีแปลงสวนจำนวน 284 แปลงให้ทำการเกษตรอีกด้วย 

ถ้าหลังจากฟัง 3 ข้อนี้ แล้วอยากบินไปซื้อบ้านอยู่บ้าง เราต้องแสดงความเสียใจล่วงหน้ามา ณ ที่นี้ เพราะเขาเปิดให้ผู้ที่อาศัยอยู่ในรัศมี 20 กิโลเมตรเท่านั้นถึงมีสิทธิ์จับจองแบบถาวรได้ แต่ไม่ได้ให้อยู่ทั้งปี!

Brøndby Garden City หมู่บ้านวงกลมที่อยากเชื่อมสัมพันธ์จากเมืองถึงคนและพื้นที่สีเขียว
ภาพ : Google Earth

แม้จะจับจองเป็นเจ้าของบ้านแล้ว ก็อยู่ได้แค่ช่วงเดือนเมษายน-ปลายเดือนกันยายนเท่านั้น เพราะตามกฎหมายท้องถิ่น จะป้องกันไม่ให้ใครก็ตามเข้าครอบครองทรัพย์สินนานกว่า 6 เดือนในแต่ละปี ดังนั้น ชาวเมืองที่ซื้อบ้านหลังที่สองเอาไว้ที่นี่ มักแวะมาแค่ช่วงหน้าร้อนเพื่อพักผ่อนหรือเพาะปลูก หลังจากนั้นจะกลับบ้านไปในช่วงฤดูหนาว ส่วนถ้าอยากได้สวนก็ต้องเช่าเพิ่มเติม เพื่อให้ทุกคนได้เวียนกันมาใช้ได้

03 ทำไมอนาคตถึงควรมีเมืองในสวน

เห็นแบบนี้แล้ว ก็มีความคิดหลากหลายเกิดขึ้น บางคนอาจไม่ชอบใจเพราะผังเมืองที่แตกต่างจากบริเวณโดยรอบเหลือเกิน หรือเพราะมีข้อจำจัดบางอย่าง แต่หากลองมองอีกแง่มุม ทางทีมผู้สร้างเองก็พยายามเสนอวิธีการแก้ปัญหา โดยหยิบเอาทฤษฎีการวางผังเมืองในตำรามาบูรณาการชีวิตแบบในเมืองและพื้นที่สีเขียวเข้าไว้ด้วยกัน 

สำรวจบ้านในวงกลมตามฉบับดินแดนอุดมคติของเดนมาร์ก เพื่อบ้านหลังที่สองของคนเมืองให้ปลูกต้นไม้และได้รู้จักบ้านข้างๆ
ภาพ : Per Asbjørn Thanning

และที่สำคัญ หลังจากสืบค้นไปมาก็พบว่ามีหมู่บ้านวงกลมแบบไทยๆ เกิดขึ้นแล้ว ที่ ‘หมู่บ้านทัพไทย’ อำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว ซึ่งจัดสรรพื้นที่ให้ชาวบ้านที่ไร้ที่ทำกินตามแนวเขตชายแดนได้มีพื้นที่ทำกิน รวมถึงช่วยกันสอดส่องดูแลพื้นที่ร่วมกัน 

Brøndby Garden City หมู่บ้านวงกลมที่อยากเชื่อมสัมพันธ์จากเมืองถึงคนและพื้นที่สีเขียว
ภาพ : Google Earth

ไม่แน่นะว่าวิธีนี้จะทำให้เราอยู่ในชุมชนที่รู้จักกันทั่วถึงและเห็นกันได้ตามแนวรั้ว และสังคมแบบยูโทเปียที่คนรักใคร่แบ่งปันอาจเกิดขึ้นจริงได้ในสักวันหนึ่ง

ข้อมูลอ้างอิง

www.archdaily.com https://haveforeningen-harekaer.dk

Writer

ฉัตรชนก ชโลธรพิเศษ

ชาวนนทบุเรี่ยน ชอบเขียน และกำลังฝึกเขียนอย่างพากเพียร มีความหวังจะได้เป็นเซียน ในเรื่องขีดๆ เขียนๆ สักวันหนึ่ง

หมู่บ้าน

แนวคิดของผู้สร้างที่อยู่อาศัยเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีให้ผู้อยู่

หันซ้ายแลขวา เห็นคนใกล้ตัวต่างก็มีสัตว์เลี้ยงข้างกายกันทั้งนั้น เป็นเทรนด์ก็ว่าใช่ เพราะบางคู่ที่ไม่อยากมีลูก ก็เปลี่ยนมาเลี้ยงเจ้าหมาสี่ขา แล้วยกให้เป็นโซ่ทองคล้องใจแทน หลายคนอยู่บ้าน Work from Home มาแรมปีก็เปลี่ยวเหงา เลยรับแมวตัวจ้อย กระต่ายตัวจิ๊ดมาอยู่ด้วย ส่วนบางคนต่อให้อยากเลี้ยงใจจะขาด แต่ที่อยู่ดันไม่เอื้ออำนวยก็มี 

คอลัมน์หมู่บ้านเข้าใจปัญหานี้ เลยอาสาหาทางออกให้ พาไปเปิดที่อยู่อาศัยเอาใจคนรักสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ แน่นอนว่าไม่ใช่แค่คอนโดมิเนียมที่ยอมให้เพื่อนแสนรักไปอยู่ได้เท่านั้น แต่ที่นี่เรียกได้ว่าออกแบบทุกชิ้นส่วน ทุกซอกทุกมุม ตั้งแต่เข้าประตูจนถึงเข้านอน ให้ทั้งเจ้าของและสัตว์เลี้ยงได้รับความสะดวกสบาย รวมถึงคำนึงถึงหลักสุขอนามัย ซึ่งผ่านการวิจัยและคิดมาอย่างดีในทุกรายละเอียด เพื่อการใช้ชีวิตอย่างเป็นธรรมชาติ และอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข คิดดูเถอะว่าขนาดคนไม่มีสัตว์เลี้ยงแบบเราแอบไปทำความรู้จักมา ยังอยากย้ายเข้าไปอยู่ แล้วหาเพื่อนสี่ขารู้ใจสักตัวไปอยู่เป็นเพื่อนเลยล่ะ 

ถ้าพร้อมแล้ว เราขอพาคุณไปทำความรู้จักโครงการ Whizdom The Forestias โดย MQDC กันได้เลย

เมืองแห่งสัตว์เลี้ยง

ใครที่เป็นสายการ์ตูนแล้วจินตนาการอยากให้มีโลกของเหล่าสัตว์เลี้ยงแบบใน The Secret Life of Pets ที่เหล่าทาสและเจ้านายหลากหลายได้มาอยู่ร่วมกันที่ตึก Petopia ใน Whizdom The Forestias คือโครงการที่เกิดมาเพื่อสิ่งนี้ 

Petopia คอนโดที่ออกแบบเพื่อเลี้ยงสัตว์อย่างสบายใจ ให้อยู่ดี ปลอดภัย และไม่รบกวนใคร

หลายคนคงเคยได้ยินชื่อโครงการที่อยู่อาศัยบนพื้นที่ขนาด 398 ไร่ของ ‘The Forestias’ หรือเมืองขนาดย่อมที่รวมเอาผืนป่าไว้เป็นหนึ่งเดียวกัน ซึ่งนับว่าเป็นโปรเจกต์ยักษ์น่าจับตา ล่าสุด Whizdom The Forestias เป็นอีกหนึ่งโครงการน้องใหม่ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน ด้วยคอนเซปต์บ้านแนวตั้งเน้นตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ ทั้งความเป็นอยู่ที่ดีของผู้อยู่อาศัยและสิ่งแวดล้อมรอบๆ ซึ่งจะแบ่งออกเป็นคอนโดมิเนียม High Rise ในชื่อ Petopia ขนาด 43 ชั้นท่ามกลางป่า 30 ไร่ ที่พร้อมพาพลพรรคคนรักสัตว์และเหล่าสัตว์เลี้ยงให้มาอยู่ร่วมกัน เพื่อตอบโจทย์ให้การใช้ชีวิตของคนในยุคนี้ ที่อยากดูแลสัตว์เลี้ยงข้างกายให้มีชีวิตที่ดีด้วยเช่นกัน 

แถมความพิเศษของอาคารเพื่อเหล่าสัตว์เลี้ยงแห่งนี้ ไม่เหมือนกับคอนโดมิเนียมทั่วไปที่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ได้ เพราะพวกเขายังค้นคว้า ทำวิจัยกันแบบจริงจัง และร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่าย เพื่อออกแบบอาคารนี้ให้ตอบโจทย์ทั้งเจ้าของและสัตว์เลี้ยงในทุกด้าน นับว่าเป็นแห่งแรกๆ เลยที่เราเห็นว่าดีไซน์กันทุกฟังก์ชันอย่างแท้จริง

เจ้าของไม่อยู่ เจ้านายร่าเริง

เริ่มกันตั้งแต่เดินเข้ามายังด้านในตัวอาคาร เราจะได้พบประตูแบบ Double Gate เป็นด่านแรกที่ Main Lobby ซึ่งกั้นไว้ถึง 2 ชั้น เพื่อไม่ให้น้องๆ วิ่งเตลิดออกไปได้ พร้อมที่นั่งพักข้างๆ เจ้าของ ขณะที่เรากำลังนั่งเม้าหรือพักผ่อน

Petopia คอนโดที่ออกแบบเพื่อเลี้ยงสัตว์อย่างสบายใจ ให้อยู่ดี ปลอดภัย และไม่รบกวนใคร

ที่สำคัญ ทุกสถานที่และส่วนกลางในตึก Petopia สามารถจูงน้องๆ เข้านอกออกในได้เกือบทั้งหมด ส่วนสวนบนดาดฟ้า ก็ปลูกพืชพันธุ์ปลอดภัยให้สัตว์เลี้ยงเดินชมวิวไปและกินไปได้ มีเฉพาะพื้นที่ส่วนกลางอย่าง Pet play ground ลานให้สุนัขได้ออกกำลังกาย วิ่งเล่นกับเพื่อนๆ ระหว่างเจ้าของนั่งทำงานหรือพักผ่อน พร้อมเครื่องกดอาหารอัตโนมัติ จนถึง Relaxation Room และ Co-living Room ส่วนทำงานพร้อมพื้นที่ให้น้องแมววิ่งเล่น ที่ตั้งใจแยกฝั่งสำหรับน้องหมาและน้องแมวก็เพื่อป้องกันอันตรายหากน้องๆ ต้องเผชิญหน้ากัน ทางโครงการร่วมมือกับทาง Petology ผู้นำด้าน Pet Technology ในการออกแบบและจัดวางอุปกรณ์ต่างๆ ให้เหมาะกับสัตว์เลี้ยงด้วย

Petopia คอนโดที่ออกแบบเพื่อเลี้ยงสัตว์อย่างสบายใจ ให้อยู่ดี ปลอดภัย และไม่รบกวนใคร
Petopia คอนโดที่ออกแบบเพื่อเลี้ยงสัตว์อย่างสบายใจ ให้อยู่ดี ปลอดภัย และไม่รบกวนใคร

เพราะคิดถึงสุขอนามัยของทั้งคนและสัตว์ โครงการยังจัดห้องซักล้างที่มีเครื่องซักผ้า แยกสำหรับของสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะให้ด้วย และเรายังผูกสายจูงหรืออุ้มน้องๆ ที่รักขึ้นลิฟต์ได้เลยและด้านในมีระบบไอออนที่ช่วยฆ่าเชื้อ เรียกได้ว่าปฏิบัติกับพวกเขาเหมือนเป็นคนในครอบครัวจริงๆ

และถ้าวันใดเจ้าของเกิดไม่ว่างดูแลพวกเขา ในอนาคตก็จะมี Pet Day Care รับฝากเลี้ยงน้องเมื่อเจ้าของไม่อยู่ โดยเป็นบริการเสริมที่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม 

ก๊อกๆๆ เปิดห้องเลี้ยงสัตว์

หากทึ่งกับความใส่ใจของพื้นที่ส่วนกลางแล้ว ในห้องพักอาจทำให้ประหลาดใจได้มากขึ้นกว่าเดิม เพราะ Petopia เป็นโครงการที่ดูแลคนและสัตว์กันอย่างรอบด้าน เต็มไปด้วยแนวคิดอันแยบคายตั้งแต่ก้าวแรก

Petopia คอนโดที่ออกแบบเพื่อเลี้ยงสัตว์อย่างสบายใจ ให้อยู่ดี ปลอดภัย และไม่รบกวนใคร

หลังประตูปิดลง สิ่งแรกที่เราสัมผัสได้คือความเงียบ จากปัญหามากมายที่ทีมงานทำการบ้านรวบรวมมา หนึ่งในนั้นคือเรื่องปัญหาเสียงดังรบกวนกัน นำมาสู่ออกแบบสิ่งที่ดูเล็กน้อยแต่สำคัญอย่าง Door Seal & Drop Seal ซึ่งอยู่ด้านในของขอบประตู ช่วยกันเสียงทั้งด้านในและนอกไม่ให้เล็ดลอดเข้า-ออกได้ 

และถ้าเหลือบมองต่อไปอีกไม่ไกลในห้องนอน บานกระจก IGU ก็ช่วยป้องกันเสียงได้อีกทาง เพราะติดตั้งด้วยกระจก 2 ชั้น และออกแบบให้มีช่องว่างตรงกลาง แถมยังช่วยช่วยกรองแสง และป้องกันความร้อนได้อีกด้วย

Petopia คอนโดที่ออกแบบเพื่อเลี้ยงสัตว์อย่างสบายใจ ให้อยู่ดี ปลอดภัย และไม่รบกวนใคร

ความจริงจังเรื่องเสียงยังไม่หมดแต่เพียงเท่านี้ เพราะทางโครงการมีการสร้างห้องทดสอบ หรือ Lab Room จำลองห้องเสมือนจริง โดยให้ Acoustic Designer มาช่วยกันออกแบบเสียงในห้องพัก ทั้งพื้น ผนัง ฝ้าเพดาน ประตู จนถึง หน้าต่าง ผ่านการเห่าแข่งกันของน้องหมา 2 ตัว ดูความดังของเสียง แล้วหาทางพัฒนาต่อเพื่อลดเสียงรบกวนให้ได้มากที่สุด 

Safety First ปลอดภัยไว้ก่อน

ยิ่งไปกว่านั้น ที่นี่ห่วงเรื่องความปลอดภัยของเหล่าสัตว์ตัวเล็ก-ใหญ่ เป็นสำคัญ

เคยได้ยินประสบการณ์จากเหล่าทาสน้องหมาในคอนโดฯ มาบ้าง ว่าเวลาต้องต้อนรับแขกที่มาเยือน หรือพอประตูเปิดปุ๊บ เจ้าสี่ขาแสนซนที่จ้องอยู่นั้น ก็พร้อมกระโจนออกไปได้ทุกเมื่อ ตะขอเกี่ยวรูปร่างแปลกตาจึงเกิดมาเพื่อการนี้ โดยขอเกี่ยวเช่นนี้ออกแบบร่วมกับสัตวแพทย์ ช่วยนั่งเลือก นั่งคิด และทดลอง จนได้ขอเกี่ยวลักษณะดวงกลม ช่วยให้ไม่รั้งหรือกระชากคอน้องจนบาดเจ็บเวลากระโดด รวมถึงป้องกันสายจูงที่ล็อกเอาไว้ไม่ให้หลุด เวลาน้องหมาพยายามวิ่งออกไป

ที่อยู่อาศัยแนวตั้งเพื่อชาว Pet Lover ที่ออกแบบมาอย่างเข้าใจคนเลี้ยงสัตว์ ตั้งแต่หน้าประตู สู่ส่วนกลางที่คิดเผื่อทั้งคนและเพื่อนแสนรักทุกตารางเมตร
ที่อยู่อาศัยแนวตั้งเพื่อชาว Pet Lover ที่ออกแบบมาอย่างเข้าใจคนเลี้ยงสัตว์ ตั้งแต่หน้าประตู สู่ส่วนกลางที่คิดเผื่อทั้งคนและเพื่อนแสนรักทุกตารางเมตร

แถมยังมีอีก 2 จุดคือในห้องน้ำฝั่งเปียกและแห้งเพื่อง่ายต่อการอาบน้ำและไดร์ขน แถมโซน Shower Area ก็ไม่ต้องห่วงหากน้องมีปัญหาซุกซน เพราะออกแบบกันตั้งแต่ค่า R10 ของพื้นให้มีความลื่นพอดี สุขภัณฑ์ต่างๆ อย่างฝักบัวแยก สำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ ออกแบบให้ควบคุมด้วยมือเดียวได้ หากอีกมือจับเจ้าสัตว์เลี้ยงเอาไว้ ที่นั่งอาบน้ำก็ออกแบบให้รับน้ำหนักได้ถึง 100 กิโลกรัม และยังอยู่ในระดับที่เหมาะสมให้น้องๆ นั่ง มีตะแกรงกันกลิ่น 3 ชั้น ช่วยกรองไม่ให้ขนอุดตัน หรือถึงแม้มีปัญหาเกี่ยวกับท่อน้ำ ก็ไม่ต้องขึ้นไปเคาะประตูรบกวนห้องด้านล่างอีกต่อไป เพราะทุกห้องในโครงการของ Whizdom The Forestias ใช้ระบบท่อระบายออกทางด้านหลังไว้ การซ่อมแซมจึงจะไม่ก่อให้เกิดปัญหากวนใจใคร

ที่อยู่อาศัยแนวตั้งเพื่อชาว Pet Lover ที่ออกแบบมาอย่างเข้าใจคนเลี้ยงสัตว์ ตั้งแต่หน้าประตู สู่ส่วนกลางที่คิดเผื่อทั้งคนและเพื่อนแสนรักทุกตารางเมตร

พื้นด้านนอกออกแบบมาให้มีค่าความลื่นต่างจากพื้นห้องปกติเช่นกัน เหตุผลคือเพื่อช่วยเซฟขาและเข่าของสัตว์เวลาเดินในห้อง ซึ่งตัวพื้นเองผ่านการทดสอบรอยขูดขีดของพื้น รวมทั้งยังเป็นวัสดุที่ทนความชื้นและทำความสะอาดง่าย หากเจ้าสัตว์เลี้ยงเล่นปัดถ้วยน้ำหกหรือขับถ่ายไม่เป็นที่ ก็จะไม่เกิดปัญหาในภายหลัง ไปจนถึงการยกปลั๊กไฟให้อยู่สูง 1 เมตร ซึ่งมากกว่าห้องทั่วไปเพื่อความปลอดภัย ส่วนการดีไซน์ห้องครัวแบบปิดนั้น เพื่อช่วยเรื่องกลิ่นและความสะอาดขณะทำอาหาร

เจ้าของไม่อยู่ หนูร่าเริง

เชื่อว่าหลายคนที่โอ๋สัตว์เลี้ยงเหมือนกับลูกคนเล็ก แทบไม่อยากห่างจากอก แต่ถ้าเกิดจำเป็นต้องออกไปข้างนอกจริงๆ เหล่าสัตว์เลี้ยงก็อยู่ได้ เพราะข้อแรก มีน้องไข่ต้ม Home Automation อัจฉริยะทำหน้าที่สอดส่องภายในบ้าน ให้เราดูน้องไลฟ์สดผ่านโทรศัพท์ได้ 24 ชั่วโมง รวมถึงสั่งการทุกอย่างในบ้านได้ด้วยเสียงภาษาไทย หรือจะดูดวง ฟังพยากรณ์อากาศก็ทำได้เช่นกัน 

ที่อยู่อาศัยแนวตั้งเพื่อชาว Pet Lover ที่ออกแบบมาอย่างเข้าใจคนเลี้ยงสัตว์ ตั้งแต่หน้าประตู สู่ส่วนกลางที่คิดเผื่อทั้งคนและเพื่อนแสนรักทุกตารางเมตร

และอีกข้อคือที่นี่มีประตูลับบานเล็ก หรือ Wicket Door เชื่อมห้องนั่งเล่นไปยังกรงด้านนอก ให้น้องแมวออกไปนั่งส่องนก หรือน้องหมาออกไปทำธุระส่วนตัว ช่วยลดปัญหาเรื่องกลิ่นกวนใจ

ที่อยู่อาศัยแนวตั้งเพื่อชาว Pet Lover ที่ออกแบบมาอย่างเข้าใจคนเลี้ยงสัตว์ ตั้งแต่หน้าประตู สู่ส่วนกลางที่คิดเผื่อทั้งคนและเพื่อนแสนรักทุกตารางเมตร


ก่อนจะมาเป็น Wicket Door แบบ Manual เช่นนี้ ก็พัฒนามาหลายขั้นตอนแล้วเช่นกัน ทั้งประตูใส่แบตเตอรี่และระบบไฟฟ้า แต่เมื่อสัตวแพทย์เข้ามาดูร่วมด้วย ก็พบว่าแม้จะสะดวกแต่หากเกิดเหตุแบตเตอรี่หมด สัตว์เลี้ยงติดอยู่ภายนอก ก็อาจเกิดอาการ Heatstroke ขึ้นได้ เลยพัฒนาต่อให้ง่ายและพร้อมใช้งานได้ในทุกสถานการณ์ ไปจนถึงซี่กรงด้านนอกที่วัดและคำนวณขนาดซี่กรงแล้วว่า แม้กระทั่งสัตว์เลี้ยงตัวจิ๋วก็ผ่านออกไปไม่ได้ 

Love me, Love my pet

นอกจากสัตว์เลี้ยงแล้ว ภายในห้องยังคำนึงถึง Health and Wellbeing ให้คนเลี้ยงรู้สึกเหมือนอยู่บ้านอย่างแท้จริง ทั้งตู้เก็บของขนาดความลึกถึง 70 เซนติเมตร ให้ใส่กระเป๋าเดินทางใบใหญ่เข้าไปได้และมีพื้นที่เก็บของมากขึ้น 

ที่อยู่อาศัยแนวตั้งเพื่อชาว Pet Lover ที่ออกแบบมาอย่างเข้าใจคนเลี้ยงสัตว์ ตั้งแต่หน้าประตู สู่ส่วนกลางที่คิดเผื่อทั้งคนและเพื่อนแสนรักทุกตารางเมตร

แม้กระทั่งแสงและสีในห้อง พวกเขาก็ให้ความสำคัญ ทั้งไฟที่เลือกค่าความสว่างใกล้ความจริงมากที่สุด ในตำแหน่งที่เหมาะแก่การอ่านหนังสือบนเตียงที่สุด และสีที่เลือกมาแล้วว่าปลอดภัย ไม่ปล่อยสารระเหยหรือสารเคมีอันตรายใดๆ ออกมา

มีเครื่อง Fresh Air Fan เพื่อดึงอากาศบริสุทธิ์และออกซิเจนเข้ามาภายในห้อง ทำให้เรานอนหลับได้ลึกและดีขึ้น ส่วนอีกเครื่องที่คล้ายกันแต่อยู่ในห้องนั่งเล่น คือ ERV เครื่องแลกเปลี่ยนอากาศ ที่จะช่วยให้อากาศในห้องที่มีสัตว์เลี้ยงถ่ายเทอยู่เสมอ และช่วยกรองฝุ่น PM 2.5 ให้ทั้งคนและสัตว์อยู่ในสภาวะสบายที่สุดแบบไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งยังช่วยให้ทาสอย่างเราๆ ประหยัดค่าไฟได้เพราะเครื่อง ERV ช่วยลดอุณหภูมิจากภายนอกได้ประมาณ 3 องศา และใช้แอร์แบบฝังฝ้าที่เป็นระบบน้ำเย็น จึงทำให้ไม่มีคอมเพรซเซอร์แอร์อยู่ตรงระเบียง จึงทำให้ไม่มีลมร้อนมารบกวน ก็ช่วยให้มีพื้นที่มากขึ้น ทำให้ใช้ระเบียงได้อย่างเต็มที่ 

วันไหนไฟดับก็ไม่ต้องห่วง เพราะจะมีไฟสำรองใช้ได้นานถึง 8 ชั่วโมง 

ทั้งหมดนี้ ทีมออกแบบเล่าให้ฟังว่าแต่ละห้องของ Petopia ถูกคิดอย่างถี่ถ้วนมาตั้งแต่ต้น รวมถึงพัฒนาร่วมกับผู้เชี่ยวชาญทางด้านต่างๆ อย่างจริงจัง และตั้งใจแก้สารพัดข้อกังวลใจของทั้งคนและสัตว์เลี้ยง

กติกาการอยู่ร่วมกัน 

หากอ่านมาถึงตรงนี้แล้วอยากลากกระเป๋าพาเหล่าสัตว์เลี้ยงมาอยู่ ก็อาจต้องหมายเหตุกฎกติกาการอยู่ร่วมกันเอาไว้สักนิด ว่าถึงแม้จะเข้านอกออกในได้ทั่วทั้งตึก แต่สระว่ายน้ำและฟิตเนสอาจต้องงดเว้นเอาไว้เพื่อสุขอนามัย

แล้วเราจะพาสัตว์อะไรมาเลี้ยงได้บ้าง สัตว์แปลกๆ เข้าอยู่ได้ไหม ทางทีมงานก็รีบคลายข้อสงสัยให้ว่า อนุญาตให้สัตว์เลี้ยงที่ไม่ผิดกฎหมาย ไม่ทำร้ายคน หรือเป็นอันตรายต่อสัตว์อื่นและเพื่อนบ้าน นำมาเลี้ยงได้ น้องสุนัขบางพันธุ์ที่ดุร้ายหรือสัตว์มีพิษอาจไม่ได้รับอนุญาต หากเป็นสัตว์เลี้ยงประเภทอื่นๆ ก็ต้องมาคุยกับทางทีมงานเป็นกรณีไป และอาจมีข้อจำกัดเรื่องน้ำหนักตัวและจำนวนของสัตว์เลี้ยงเพิ่มด้วย ว่าต้องไม่เกิน 25 กิโลกรัมต่อตัวเมื่อโตเต็มวัย ในห้องขนาดไม่เกิน 50 ตารางเมตรเลี้ยงสัตว์ได้ 2 ตัว ขนาด 50 – 90 ตารางเมตรได้ไม่เกิน 3 ตัว และ 90 ตารางเมตรขึ้นไปเลี้ยงได้สูงสุด 4 ตัว รวมถึงเจ้าตูบ เจ้าเหมียว และบรรดาสัตว์เลี้ยง ต้องผ่านการฝึกกับผู้เชี่ยวชาญของโครงการประมาณ 2 สัปดาห์ เพื่อให้คุ้นชินกับสถานที่และอยู่ร่วมกับเพื่อนๆ ได้ 

ที่อยู่อาศัยแนวตั้งเพื่อชาว Pet Lover ที่ออกแบบมาอย่างเข้าใจคนเลี้ยงสัตว์ ตั้งแต่หน้าประตู สู่ส่วนกลางที่คิดเผื่อทั้งคนและเพื่อนแสนรักทุกตารางเมตร
ที่อยู่อาศัยแนวตั้งเพื่อชาว Pet Lover ที่ออกแบบมาอย่างเข้าใจคนเลี้ยงสัตว์ ตั้งแต่หน้าประตู สู่ส่วนกลางที่คิดเผื่อทั้งคนและเพื่อนแสนรักทุกตารางเมตร
ที่อยู่อาศัยแนวตั้งเพื่อชาว Pet Lover ที่ออกแบบมาอย่างเข้าใจคนเลี้ยงสัตว์ ตั้งแต่หน้าประตู สู่ส่วนกลางที่คิดเผื่อทั้งคนและเพื่อนแสนรักทุกตารางเมตร

นอกจากนี้ ยังมีอาคารเพื่อนบ้านอีก 2 อาคาร อย่าง Destinia & Mytopia สำหรับคนโสด คู่รัก หรือครอบครัวเล็กๆ ที่อยากได้พื้นที่ส่วนตัว ซึ่งทางทีมออกแบบก็คิดมาอย่างดีว่า ทำยังไงให้ตึกที่มีเหล่าน้องๆ แสนรักก็จะไม่มารบกวนตึกข้างเคียง

ในโครงการยังมีความพิเศษอีกมากมาย ที่เหล่าคนรักสัตว์เลี้ยงคงต้องไปพิสูจน์ด้วยตัวเอง แต่ทั้งหมดนี้ก็อาจพอทำให้เราเข้าใจแล้ว ว่ายังมีที่อยู่อาศัยที่เห็นถึงความสำคัญของคุณภาพทุกชีวิต แถมยังเป็นแห่งแรกๆ ที่เราพบว่าทุ่มเทและใส่ใจในทุกรายละเอียด เพื่อทั้งคน สัตว์เลี้ยง และเพื่อนบ้านคนรักสัตว์ด้วยกัน อยู่ร่วมกันอย่างดีและมีความสุข จนอยากชวนเข้าไปสัมผัสความตั้งใจของพวกเขา

โครงการ WHIZDOM THE FORESTIAS PETOPIA ที่อยู่อาศัย Pet Friendly เปิดให้เข้าไปเยี่ยมชมแบบส่วนตัวพร้อมเจ้าสัตว์เลี้ยงตัวโปรดแล้วตั้งแต่วันนี้ นัดหมายเข้าชมล่วงหน้าได้ที่ bit.ly/2Uwif6q โทร. 1265 หรือผ่านช่องทาง LINE OA : MQDC ที่ bit.ly/3xUA8KVt

Writer

ฉัตรชนก ชโลธรพิเศษ

ชาวนนทบุเรี่ยน ชอบเขียน และกำลังฝึกเขียนอย่างพากเพียร มีความหวังจะได้เป็นเซียน ในเรื่องขีดๆ เขียนๆ สักวันหนึ่ง

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ผู้ที่หาความสุขจากสิ่งรอบๆ ตัว

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load