หลายๆ คนน่าจะเคยเห็นการจัดลำดับประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลกผ่านตามาบ้าง

เคยสังเกตไหมว่าประเทศเดนมาร์กอยู่ไม่เคยเกินอันดับ 3 ของลิสต์ เราเลยอยากแบ่งปันปรัชญาการแสวงหาความสุขแบบคนเดนส์ เป็นประสบการณ์ที่เราสัมผัสมาด้วยตัวเองจากการไปทำงานที่โคเปนเฮเกน

บันทึกเคล็ดลับ ฮุกกะ (Hygge) ที่ทำให้คนเดนมาร์กมีความสุข โดยสาวไทยในโคเปนเฮเกน

ปีก่อนเราทำงานเป็น Management Consultant ของบริษัทสิงคโปร์ ออฟฟิศใหญ่อยู่เมืองโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก เลยมีโอกาสทำโปรเจกต์ที่นั่นคนเดียวอยู่เกือบปี และเรื่อง Hygge นี่แหละเป็นสิ่งที่เราประทับใจที่สุดจากการสัมผัสวัฒนธรรมเดนิช

เดนมาร์กเป็นประเทศเล็กๆ มีประชากรแค่ 4 ล้านคน สภาพอากาศค่อนข้างหนาวเย็น ไร้แสงอาทิตย์เกือบตลอดปี และเป็นประเทศที่ภาษีแพงเกือบที่สุดในโลก โดยมากกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ 

ทำไมคนเดนส์ถึงมีความสุขกับชีวิตมากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก มารู้ความลับกัน

Hygge (อ่านว่า hue-guh / ฮุกกะ) เป็นคำภาษาเดนิชที่หาคำภาษาอังกฤษแปลตรงความหมายเป๊ะๆ ไม่ได้ ทำนองเดียวกับคำว่า Zen ของญี่ปุ่น มีความหมายลึกซึ้งกว่าความเรียบง่าย แต่ฝังรากลึกลงไปในวัฒนธรรม รูปแบบความคิดและความเป็นอยู่ นั่นคือ ไลฟ์สไตล์ ส่วน ฮุกกะ ถ้าจะให้แปลแบบใกล้เคียงที่สุด คือคำว่า Cozy ความอบอุ่น เป็นความรู้สึกอบอุ่นของหัวใจ

ฮุกกะเป็นบรรยากาศของความสบาย อาจจะเริ่มจากสิ่งแวดล้อมรอบตัว ส่งผลให้เกิดความผ่อนคลายของร่างกายก็ได้ จิตใจก็ได้ หรือความอบอุ่นใจจากการอยู่ใกล้ชิดกับครอบครัวและเพื่อนที่สนิท 

บันทึกเคล็ดลับ ฮุกกะ (Hygge) ที่ทำให้คนเดนมาร์กมีความสุข โดยสาวไทยในโคเปนเฮเกน

ฮุกกะเริ่มฮิตติดเทรนด์ในอเมริกาตั้งแต่ถูกจัดเป็นคำศัพท์แห่ง ค.ศ. 2016 แต่เรารู้สึกว่ายังไม่ค่อยได้ยินเรื่องของฮุกกะในไทยหรือในเอเชียเท่าไหร่ ซึ่งคนเดนส์เชื่อความสุขไม่ใช่เหตุการณ์ยิ่งใหญ่อย่างการถูกลอตเตอรี่ แต่มันคือสิ่งเล็กๆ พวกนี้ที่เราแสวงหา และสร้าง ‘ฮุกกะ’ ให้ตัวเองในแต่ละวัน

ฮุกกะของคนเดนส์

1. การตกแต่งบ้านที่ทำให้ผ่อนคลายและเยียวยาจากชีวิตยุ่งๆ นอกบ้าน คือ ฮุกกะ

บ้าน สำหรับคนเดนส์ไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย แต่เป็นพื้นที่สำหรับเยียวยาตัวเองการจากทำงานหนักนอกบ้านมาทั้งวัน บ้านเป็นสถานที่แห่งความผ่อนคลาย เป็นพื้นที่สำหรับพบปะสังสรรค์กับคนสนิทและครอบครัว คนเดนส์เลยให้ความสำคัญกับการแต่งบ้านมาก ลงทุนกับดีไซน์และวัสดุคุณภาพ ถ้าถามว่าลงทุนขนาดไหน เอาเป็นว่ามีรุ่นพี่ในทีมของเราซื้อประตูไม้มะฮอกกานีทั้งแผ่นราคาเกือบแสน สั่งทำแบบพิเศษสำหรับอพาร์ตเมนต์ของตัวเองก็ทำมาแล้ว

แต่งบ้านยังไงให้ฮุกกะ

บ้านที่ฮุกกะสำหรับคนเดนส์มักเริ่มด้วยการจัดแสงโทนอุ่น เช่น วางเชิงเทียนบนโต๊ะกินข้าว เตาผิง และมุมต่างๆ ของบ้าน เฟอร์นิเจอร์เน้นวัสดุธรรมชาติ ไม้เนื้อแข็ง ผ้า เพิ่มเติมด้วยพรม ขนสัตว์ หรือผ้าตกแต่งที่โทนสีล้วนใกล้เคียงกับสีธรรมชาติ เท่านี้บ้านก็กลายเป็นที่ที่เราอยากรีบกลับไปหา และรีชาร์ตตัวเองให้พร้อมสำหรับวันใหม่

บันทึกเคล็ดลับ ฮุกกะ (Hygge) ที่ทำให้คนเดนมาร์กมีความสุข โดยสาวไทยในโคเปนเฮเกน

อันนี้เป็นการจัดแต่งอาหารเช้าของโรงแรมที่เราพัก ทุกโต๊ะมีแก้วเทียน สังเกตว่าโทนสีเป็นไม้ หนังสัตว์ ทุกอย่างให้ความรู้สึก Down to Earth แค่มองก็รู้สึกอบอุ่น ผ่อนคลาย ให้คะแนนความฮุกกะ 9/10 

(ถ้ามีเพื่อนสนิทนั่งกินข้าวด้วยกัน จะให้คะแนนเต็ม)

2. การได้ใช้เวลาคุณภาพร่วมกับครอบครัวและคนที่สนิท คือ ฮุกกะ

ฮุกกะกับการเข้าสังคม ก่อนหน้าเราเล่าไปแล้วว่าคนเดนส์เป็นชาติที่ค่อนข้างเก็บตัวและเน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณในเรื่องของกลุ่มเพื่อน เพื่อนที่คบมักเป็นเพื่อนที่รู้จักกันตั้งแต่สมัยเด็ก คบกันมาจนแก่ เป็นเพราะคนเดนส์มองว่าการใช้เวลากับเพื่อนสนิท ทำให้พวกเขาไม่ต้องห่วงภาพลักษณ์ เป็นตัวของตัวเองได้ คุยอะไรด้วยก็สบายใจ

อันนี้ก็เรียกว่าเป็นฮุกกะเหมือนกัน

รุ่นพี่คนเดนส์ในทีมอธิบายฮุกกะของตัวเองว่า การชวนเพื่อนสนิทมาทำกับข้าวด้วยกันที่บ้าน นั่งคุยกันจนดึก ทุกคนอยู่ในชุดสบายๆ ไม่มีใครแต่งหน้าทำผม ความสนใจทั้งหมดอยู่ที่เรื่องที่คุย บรรยากาศดีๆ อาหารอร่อยๆ 

ปรัชญามิตรภาพของคนเดนส์ค่อนข้างสอดคล้องกับหลายการวิจัยเกี่ยวกับศาสตร์แห่งความสุข นั่นคือข้อสำคัญที่บ่งบอกว่ามีความสุขกับชีวิตหรือไม่ คือความพึงพอใจในความสัมพันธ์ของเรากับคนอื่น ทั้งครอบครัวและเพื่อนฝูง

บันทึกเคล็ดลับ ฮุกกะ (Hygge) ที่ทำให้คนเดนมาร์กมีความสุข โดยสาวไทยในโคเปนเฮเกน
Brunch ที่บ้านเพื่อนร่วมงานชาวเดนมาร์ก ทุกคนแบ่งกันเอาอาหารมาและเจ้าของบ้านอบขนมปังเอง

3. บางที ฮุกกะ ก็คือการดูแลตัวเองทั้งกายและใจ

ถึงฮุกกะมักจะหมายถึงโมเมนต์ดีๆ ที่เราแบ่งปันกับคนอื่น แต่ฮุกกะก็ให้ความสำคัญกับตัวเราเองเช่นกันว่ารู้สึกผ่อนคลาย และ Fulfill หรือเปล่า เพราะฉะนั้น จริงๆ แล้วฮุกกะอาจจะต้องเริ่มต้นที่ตัวเราเอง 

คนเดนส์ให้ความสำคัญกับ ‘Me time’ และการหาเวลา Slow Down ในแต่ละวัน เช่น การใช้เวลากับการทำกาแฟร้อนๆ สักแก้ว การขดตัวหน้าเตาผิงแล้วอ่านหนังสือดีๆ สักเล่ม แม้กระทั่งการออกไปเดินเล่นผ่อนคลาย

บันทึกเคล็ดลับ ฮุกกะ (Hygge) ที่ทำให้คนเดนมาร์กมีความสุข โดยสาวไทยในโคเปนเฮเกน

แฟชั่นของสาวๆ ชาวเดนส์ก็ยังเน้นความสบายมากกว่าความสวยงาม เสื้อไหมพรมนิ่มๆ ผ้าพันคอ การออกจากบ้านได้แบบไม่แต่งหน้า ขมวดผมมวย หรืออะไรก็ได้ที่สบายตัวและสบายใจของเจ้าตัวเป็นพอ คนอื่นไม่เกี่ยว

มีครั้งหนึ่งเราบ่นกับเพื่อนชาวเดนส์ว่า เราไม่ชอบใส่ยีนส์เลยเพราะขาดูใหญ่ เพื่อนหันมาทำหน้างงแล้วบอกว่า “ยูรู้ไหม เราไม่เคยคิดเรื่องพวกนี้เลยแฮะ” เรารู้สึกว่าฮุกกะเป็นคอนเซปที่มีพลัง เพราะมันคือความสุขที่สร้างได้ และเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ในแต่ละวัน

ไม่ว่าฮุกกะของเราจะเป็นการกินข้าวเย็นพร้อมกันกับครอบครัว ทำขนม อ่านหนังสือ อย่าลืมแบ่งเวลาให้สิ่งเหล่านี้ และอย่าลืมแบ่งความสุขในโมเม้นต์ฮุกกะให้กับคนสำคัญๆ ในชีวิตด้วย เพราะว่า

“Happiness is sweetest when shared.”

บันทึกเคล็ดลับ ฮุกกะ (Hygge) ที่ทำให้คนเดนมาร์กมีความสุข โดยสาวไทยในโคเปนเฮเกน

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ โรงเรียนนานาชาติ’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เรามีของขวัญส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

ชมพูนุช ชัชวาลย์

นักเดินทางที่ไปมาทุกทวีปทั่วโลก ทุกครั้งมีจุดหมายเพื่อไปทำงาน แต่ระหว่างทางก็มีเรื่องราวดีๆ เก็บมาเป็นความประทับใจเล่าสู่กันฟัง

โรงเรียนนานาชาติ

บทเรียนจากการไปใช้ชีวิตในทั่วโลก

นับถอยหลังไปเมื่อ พ.ศ. 2548 โรงเรียนเทศบาลบ้านโนนชัย มีโอกาสเข้าร่วมศึกษาการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการจาก โรงเรียนรุ่งอรุณ ทำให้เราได้แนวคิดดี ๆ และเอาความรู้ต่าง ๆ มาปรับใช้กับความเป็นท้องถิ่นของเราเอง เพราะโรงเรียนของเราเป็นโรงเรียนวิถีชุมชนท้องถิ่น การเรียนรู้จึงยึดหลักการเรียนรู้แบบบูรณาการสู่ชีวิต มุ่งเน้นพัฒนานักเรียนให้ใช้ความรู้เป็นและเกิดประโยชน์ต่อตนเอง ต่อผู้อื่น และสังคม (Knowledge-based Society) 

เรานำโจทย์ปัญหาจริงในสังคมหรือประเด็นวิกฤตปัญหาโลกมาเป็นแกนหลักของการเรียนรู้ ผ่านการลงมือทำบนบริบทจริงของโรงเรียน สภาพของปัญหาของสังคม และผลกระทบที่เกิดขึ้น ตลอดจนมีส่วนร่วมเสนอแนวทางแก้ไข เพื่อเป้าหมายการพัฒนานักเรียนให้เติบโตเป็นพลเมืองที่มีสำนึกรับผิดชอบต่อสังคม (Active Citizen) และพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ของผู้เรียนผ่านกระบวนการคิดและปฏิบัติจริง เน้นกิจกรรมแบบบูรณาการ การเรียนรู้จากฐานปัญหา (Problem Based Learning) การเรียนรู้แบบสร้างและพัฒนานวัตกรรม หรือเรียกว่า การเรียนรู้แบบโครงงาน (Project Based Learning) ตามแนวทางพัฒนา กระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียนแบบ Active Learning 

วิชาบูรณาการท้องถิ่นศึกษา วิชาเอาตัวรอดที่สอนเด็ก ๆ มองเห็นคุณค่าท้องถิ่น จ.ขอนแก่น

เราตั้งชื่อวิชาว่า ‘วิชาบูรณาการท้องถิ่นศึกษา’ เป็นวิชาที่ว่าด้วยการบูรณาการระหว่างวิชา เป็นการเชื่อมโยงหรือร่วมศาสตร์ต่าง ๆ ตั้งแต่ 2 สาขาวิชาขึ้นไป ภายในหัวเรื่องเดียวกัน เป็นการเรียนรู้โดยใช้ความรู้ความเข้าใจและทักษะในศาสตร์ หรือความรู้ในวิชาต่าง ๆ มากกว่า 1 วิชาขึ้นไป เพื่อแก้ปัญหาหรือแสวงหาความรู้ความเข้าใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง การเชื่อมโยงความรู้และทักษะระหว่างวิชาต่าง ๆ เพื่อช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ที่ลึกซึ้ง 

เราไม่ได้สอนเพียงผิวเผิน แต่จัดกระบวนวิชาให้ใกล้เคียงกับชีวิตจริงมากขึ้น เพื่อให้เขาใช้ได้จริงในชีวิต

มีจุดมุ่งหมายเพื่อฝึกทักษะผู้เรียน เตรียมความพร้อม เพราะโลกของเราเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา พร้อมทั้งสอดคล้องกับอัตลักษณ์ของโรงเรียน คือ กิน-อยู่-เป็น หมายถึง กินอย่างรู้คุณค่า อยู่อย่างมีความหมาย และเป็นพลเมืองที่เตรียมพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โดยผู้เรียนวิชานี้ก็คือ นักเรียนโรงเรียนเทศบาลบ้านโนนชัย

วิชาบูรณาการท้องถิ่นศึกษา วิชาเอาตัวรอดที่สอนเด็ก ๆ มองเห็นคุณค่าท้องถิ่น จ.ขอนแก่น

และด้วยภายใต้สถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมาทาง โรงเรียนของเราเปิดเรียนตามปกติไม่ได้ และเพื่อเป็นการสร้างการเรียนรู้ ไม่ให้นักเรียนเกิดสภาวะถดถอยและหลุดจากระบบ จึงเป็นที่มาของการเรียนรู้เรื่องข้าวหลากสี บทเรียนกินได้ และการทำ Eco Printing ลงบนผ้า โดยสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างนักเรียนและผู้ปกครอง 

แน่นอนว่าจากสถานการณ์ โควิด-19 ที่รุมเร้ามาเกือบ 3 ปี ทำให้ชีวิตใครหลายคนล้มลง แต่ทว่าเรายังมีแรงสู้ต่อจากคนที่รักและครอบครัว แม้แต่เราเองที่เป็นครูก็อยากสานฝันให้เด็กได้ค้นพบตัวเอง ค้นพบอาชีพ อยากพาไปตะลุยเรียนรู้ที่ต่าง ๆ เหมือนเคยทำมา เพื่อต่อยอดให้เขารู้จักตัวเองและเลือกเรียนสาขาที่ถนัด หรือสิ่งที่เขาต้องการต่อยอดในอนาคตได้ แต่สถานการณ์โควิด-19 ทำให้การจัดการเรียนรู้ของนักเรียนหยุดไป แต่การเรียนรู้ของนักเรียนชั้น ม.3 หยุดไม่ได้ เพราะการเรียนรู้ของเด็กต้องไปต่อ เราจึงมองวิกฤตเป็นโอกาส เพราะเด็กที่โนนชัยพื้นฐานครอบครัวไม่ได้ร่ำรวย

เราเลยชวนเด็ก ๆ หันกลับมามองตัวเองว่า ถ้าเราจะกินข้าวในหนึ่งมื้อ เพื่อลดภาระ ลดค่าใช้จ่าย เราจะทำอย่างไร โดยอาหารเหล่านั้นเป็นอาหารที่ประหยัดและมีคุณค่า เราควรหันมาใส่ใจครอบครัว เพราะเราเห็นว่า พ่อแม่ของเด็กหลายคนโดนเลิกจ้างงาน ไม่มีรายได้ แต่ในชีวิตประจำวันของเด็กยังมีรายจ่าย ก็เลยคิดว่าจะทำอะไรดีให้เด็กต่อยอดได้ในภาวะนี้ เลยนึกถึงเรื่องการทำอาหาร กลายมาเป็นการบูรณาการเรื่องอาชีพสร้างสรรค์ บทเรียนกินได้ บทเรียนติดปีก บทเรียนชีวิต และโภชนาการบนถาดหลุม การบูรณาการของเราไม่หยุดเดิน เพราะทุกคนต้องลุยกันต่อ

การจัดการเรียนการสอนแบบ On-Site เรามีการประสานผู้ปกครองเพื่อขออนุญาตนักเรียนก่อนออกจากบ้าน เพราะกระบวนการเรียนรู้ต้องมีการสืบค้นข้อมูลด้วย อย่าง ‘โภชนาการบนถาดหลุม’ เราชวนเด็ก ๆ เลือกอาหารในแบบที่เขาอยากกิน แต่ต้องคำนึงถึงความพอเพียง พอดี พอประมาณ โดยนักเรียนมีสิทธิ์เลือก และเราให้เขาคิดหาเมนูที่ชอบ ครบหลักโภชนาการ คาว หวาน มาหมด จากนั้นวิเคราะห์คุณค่าโภชนาการ เพื่อให้เด็ก ๆ รู้จักคุณค่าทางโภชนาการของเมนูอาหารที่ตนเองเลือก พร้อมทั้งให้นักเรียนประกอบอาหารที่นักเรียนเลือก อย่างเมนูกะเพราหมูกรอบ เมนูธรรมดา แต่จะทำอย่างไรให้ไม่ธรรมดา เห็นแล้วว้าว มีคุณค่าทั้งเบื้องหน้าและภายในใจ จึงเกิดไอเดียข้าวหลากสีขึ้นมา

เราเลือกวัตถุดิบธรรมชาติที่มีในบ้าน ท้องถิ่น ชุมชน ในความโชคร้ายกับภัยร้ายแบบนี้ เรามีความโชคดีคือ นักเรียนปลูกมะลิไร้สารเคมี จึงคิดเป็นเมนูข้าวกลิ่นมะลิ (หอมมากกก) นักเรียนอีกคน หนูมีอัญชัน เราก็สร้างสรรค์ข้าวสีม่วง นักเรียนคนนู้นเห็นมีดอกเฟื่องฟ้าอยู่ในโรงเรียน ส่วนอีกคนก็ยกมือบอกครู บ้านผมมีใบเตย ให้สีเขียว ทานอร่อย หอมหวานชื่นใจ เมนูอาหารจากข้าวหลากสี เด็ก ๆ ได้เรียนรู้พันธุ์ข้าวและสีธรรมชาติจากเรื่องราวรอบรั้ว

วิชาบูรณาการท้องถิ่นศึกษา วิชาเอาตัวรอดที่สอนเด็ก ๆ มองเห็นคุณค่าท้องถิ่น จ.ขอนแก่น

จากการเรียนการสอนที่เน้นสอนทาง On-line, On-demand, On-hand อยู่ต่อเนื่อง เนื่องจากนักเรียน ม.3 ต้องเตรียมตัวหลายอย่างในการต่อยอดและเลือกเรียนสาขาต่าง ๆ หรือสายอาชีพอีกมากมาย แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือการกลับมาอยู่กับครอบครัว ทำให้นึกได้ว่าอีกสิ่งหนึ่งที่ครูอย่างเราไม่ควรลืม คือ การพบปะนักเรียนกลุ่มย่อย ซึ่งเราสอน On-Site เป็นกลุ่มย่อยอยู่แล้ว แต่รอบนี้ต้องขอชวนผู้ปกครองคุยด้วย เพื่อถามข่าวคราวกัน ทั้งเรื่องปากท้องและเรื่องวินัยความเป็นอยู่ จะทำยังไงให้ผู้ปกครองและนักเรียนไม่เบื่อ เพราะเราเองก็เป็นครูประจำชั้น ม.3/1 อยากให้รู้ว่าครูยังห่วงใย 

วิชาบูรณาการท้องถิ่นศึกษา วิชาเอาตัวรอดที่สอนเด็ก ๆ มองเห็นคุณค่าท้องถิ่น จ.ขอนแก่น

ระหว่างนั่ง ๆ มองๆ คิด ๆ เราเห็นใบสักที่เติบโตและร่วงหล่น จึงเกิดไอเดียที่น่าเรียนรู้ร่วมกัน นอกจากเมนูข้าวหลากสีที่เล่าให้ฟัง ถ้ามีผ้าหลากสีบ้างคงจะดี เรามองหาวัสดุรอบตัวทันที และ ‘ใบสัก’ ก็เป็นนางเอกของเรื่องนี้

เราปิ๊งไอเดีย ‘สักศรี (สี)’ ชวนเด็ก ๆ มาทำผ้าพันคอ Eco Printing ด้วยกัน ระหว่างรอนึ่งผ้า ครู เด็ก ๆ และผู้ปกครองก็สรรหาเมนูอาหารง่าย ๆ กินกัน ขอขอบพระคุณแม่น้องเม ที่ทำขนมหวานหลากสีจากธรรมชาติล้วน ๆ และคุณแม่น้องขวัญที่ทำกะเพราหมูไข่ดาวและส้มตำสุดแซ่บ วันนี้เหมือนไม่ได้มาเรียน แต่เหมือนมาทานข้าวนอกบ้าน ได้ทั้งผ้าหลากสีกับข้าวหลากสี รอบหน้าจะมีดนตรีเพื่อสร้างสีสัน มีผลิตภัณฑ์จากสักศรี (สี) โปรดติดตามตอนต่อไป 

วิชาบูรณาการของโรงเรียนเทศบาลบ้านโนนชัย จ.ขอนแก่น ที่ทำให้เด็กต่อยอดอาชีพ ต่อยอดชีวิต และพัฒนาท้องถิ่นผ่านการลงมือทำ

เทอม 2 นี้ การเรียนการสอนก็ต้องดำเนินต่อไปเช่นกันในรูปแบบออนไลน์ แต่จะดีกว่านี้ถ้าพวกเราได้ลงมือทำอะไรสักอย่าง เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ที่ต่อยอดอาชีพ ต่อยอดการบริโภค ต่อยอดชีวิตในครัวเรือน เราซึ่งเป็นครูตัวเล็ก ๆ ก็คิดไอเดีย ‘ต่อยอดแบบวิถีพอเพียง หล่อเลี้ยงชีวี กินดีอยู่ดี แบบมีเงินออม’ ใบไม้แห้งที่โรงเรียนมีเยอะมาก ซึ่งเป็นปัญหาในการทำความสะอาด เราก็คิดช่วยกันจัดการใบไม้เหล่านี้ แต่ใครจะรู้ว่า ไอ้เจ้าปัญหานี่แหละ คือขุมทรัพย์ของเรา เพราะทำปุ๋ยหมักได้ แปลงเกษตรที่โรงเรียนก็มี ถ้าเราปลูกผักกินเอง ปุ๋ยก็ไม่ต้องซื้อ ผักก็ไม่ต้องซื้อ ที่สำคัญปลอดสารพิษ เปิดเทอมเมื่อไหร่ก็เอาผักส่งโรงอาหาร เหลือก็แบ่งกลับบ้าน ขายเก็บออมก็ยังไหว 

ก็เลยคิดไอเดีย ‘ปลูกเอง กินเอง นักเลงพอ ปุ๋ยก็ไม่ต้องขอ เรามีเพียงพอ ต่อยอดชีวี’ ฮิ้ว ๆ ๆ ว่าแล้วก็ชวนเด็ก ๆ มาสร้างพื้นที่เรียนรู้ ทำกิจกรรมภาคปฏิบัติกลุ่มย่อย กลุ่มละ 6 คน (ป.ล. ฉีดวัคซีนครบนะคะ) ช่วยกันทำปุ๋ยหมักเพื่อเตรียมปุ๋ยบำรุงดิน ก่อนที่เราจะไปเตรียมแปลงปลูกกัน นักเรียนที่มาเรียนก็ตั้งใจดี และที่สำคัญ การเรียนรู้ต้องลงมือทำถึงจะมีความหมาย เพราะต้อง Learning by Doing แบบ Active Learning และเรียนรู้แบบร่วมมือและมีส่วนร่วม เมื่อพร้อมแล้วเราก็ลุยทันที นัดหมายประชุมนักเรียน ผู้ปกครอง และ ครูชาญณรงค์ ที่เป็นเพื่อนร่วมทีมที่ช่วยเหลือกันมาตลอด พร้อมลุย

จากการจัดการเรียนรู้ครั้งนี้ นักเรียนร่วมสะท้อนแง่คิดดี ๆ ให้ครูได้รับรู้ว่าที่ผ่านมานักเรียนได้เรียนรู้แบบไหน ทั้งยังทบทวนและวางแผนต่อยอด ขอบใจลูก ๆ ทำให้ครูรู้ว่านักเรียนมีความสุขดี อดทน น่ารัก 

วิชาบูรณาการของโรงเรียนเทศบาลบ้านโนนชัย จ.ขอนแก่น ที่ทำให้เด็กต่อยอดอาชีพ ต่อยอดชีวิต และพัฒนาท้องถิ่นผ่านการลงมือทำ
วิชาบูรณาการของโรงเรียนเทศบาลบ้านโนนชัย จ.ขอนแก่น ที่ทำให้เด็กต่อยอดอาชีพ ต่อยอดชีวิต และพัฒนาท้องถิ่นผ่านการลงมือทำ

วิชาบูรณาการท้องถิ่นศึกษา ทำให้เรารู้ว่าการเรียนรู้นั้นมีอยู่รอบตัว รอบบ้าน และชุมชน การทำให้นักเรียนหันกลับมาใส่ใจสิ่งรอบตัวในชุมชนและท้องถิ่นของตนเองได้ จะทำให้เขาเห็นประโยชน์จากสิ่งที่มีอยู่ พร้อมพัฒนา ประยุกต์ใช้ความคิดสร้างสรรค์และใช้สื่อเทคโนโลยี ช่วยพัฒนาชุมชนของตนเองได้อย่างยั่งยืน ที่สำคัญ การพึ่งพาตนเองตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จะทำให้เราอยู่รอด อยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข ข้อดีอีกอย่างของวิชาบูรณาการ คือ เป็นวิชาที่ดึงศักยภาพและความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนได้โดยไม่ต้องมีกรอบบังคับ สะท้อนผ่านการลงมือทำของเด็ก ๆ ได้อย่างชัดเจน ทำให้นักเรียนฝึกอยู่กับปัจจุบัน รู้จักใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่าและปลอดภัย

ส่วนเราในฐานะครูผู้ออกแบบกระบวนวิชาก็เรียนรู้ว่าการเรียนรู้ในรูปแบบบูรณาการ เป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและเห็นศักยภาพของนักเรียนแต่ละคน ทำให้ครูได้เข้าใจชีวิตที่หลากหลายของนักเรียน และเราเชื่อว่ากระบวนการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ หลาย ๆ โรงเรียนคงทำกันอยู่แล้ว แต่สิ่งสำคัญ คือ การเห็นคุณค่าในสิ่งที่ท้องถิ่นของตนเองมี และประยุกต์ใช้ พัฒนา ต่อยอด สร้างคุณค่าให้กับสิ่งที่เรามีอยู่ นั่นคือการสร้างนวัตกรรมที่ดีที่สุด 

แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้น คือ เราต้องลงมือทำ

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ โรงเรียนนานาชาติ’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เรามีของขวัญส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

นันทนา ลีโคตร

ครูผู้จัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ โรงเรียนเทศบาลบ้านโนนชัย ที่เชื่อว่านักเรียนจะเกิดการเรียนรู้ได้อย่างถ่องแท้ หากได้ลงมือทำ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load