The Cloud x Museum Siam

สะพานข้ามคลองคือหนึ่งร่องรอยทางประวัติศาสตร์ที่น่าค้นหา ไม่ต่างจากอาคารเก่าแก่หรือป้อมปราการที่หลงเหลืออยู่ในพระนคร

ตั้งแต่สมัยต้นรัตนโกสินทร์ การขนส่งและทัศนาจรนิยมใช้ทางน้ำเป็นส่วนใหญ่ เมื่อต้องขยายอาณาเขตเมืองพระนครให้กว้างขึ้น จึงต้องขุดคลองโดยรอบเพิ่มตามไปด้วย เมื่อคลองแบ่งเป็น 2 ฝั่ง การจะเชื่อมผู้คน วัฒนธรรม การค้าได้ ย่อมต้องมีสะพานพาดผ่าน ในเกาะรัตนโกสินทร์แห่งนี้เต็มไปด้วยสะพานที่เคยมีไว้ให้เกวียนข้าม ม้าเดิน ช้างผ่าน จวบจนคนเดินและพาหนะเดินทางผ่านไปมาในปัจจุบัน

สภาพของสะพานอาจจะดูเอี่ยมอ่องจากสีที่เพิ่งแต่งแต้ม การปรับเพิ่มโครงสร้างให้สะดวกต่อการใช้งานยิ่งขึ้นทำให้ผู้คนที่วนเวียนเดินผ่านไปมาประจำเคยชินราวกับเป็นคนแปลกหน้าที่ไม่รู้จัก ทว่าสิ่งเหล่านี้กลับมีเรื่องราวที่น่าค้นหา มีความเป็นมาที่เก่าแก่ซ่อนอยู่ในทุกรายละเอียดการออกแบบ และรอให้คุณทำความรู้จักอยู่

สะพานเจริญรัช 31 

สะพานแรกในสะพานชุดที่ชื่อขึ้นต้นว่า ‘เจริญ’

แกะร่องรอยทางประวัติศาสตร์ที่ซ่อนอยู่ใน 12 สะพานข้ามคลองโบราณทั่ว เกาะรัตนโกสินทร์

ใครเคยมาเดินซื้อดอกไม้ที่ปากคลองตลาดน่าจะพอคุ้นหน้าคุ้นตาสะพานโค้งครึ่งวงกลม ที่มีลูกกรงเป็นปูนปั้นรูปเสือป่าถือดาบหันข้างอยู่บ้าง

สะพานเจริญรัช 31 เป็นสะพานชุดเจริญแรกที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อฉลองพระชนพรรษาครบ 31 ปี ซึ่งเป็นปีที่พระองค์ทรงสืบราชสมบัติต่อจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ภายหลังยังมีการสร้างสะพานเพื่อฉลองการครองราชสมบัติเพื่อใช้ในกิจกรรมสาธารณประโยชน์ โดยใช้ชื่อนำว่า เจริญ อีกหลายแห่ง ได้แก่ สะพานเจริญราษฏร์ 32 ข้ามคลองมหานาค สะพานเจริญพาศน์ 33 ข้ามคลองบางกอกใหญ่ สะพานเจริญศรี 34 ข้ามคลองคูเมืองเดิม

กิจการเสือป่าที่ทรงสถาปนาคือที่มาของการใช้เสือป่าเป็นสัญลักษณ์ที่กึ่งกลางสะพานเป็นรูป คล้ายโล่จารึกนามสะพาน ล้อมด้วยลายใบไม้แบบยุโรป เหนือราวสะพานมีพระปรมาภิไธยย่อว่า ว.ป.ร. ประดิษฐานอยู่ตรงกลางรัศมี ปลายราวสะพานทั้งสองฝั่งมีแป้นกลมจารึกเลข 31 ซึ่งหมายถึงพระชนพรรษานั่นเอง

ที่อยู่ : หน้าสถานีตำรวจพระบรมมหาราชวัง ถนนจักรเพชร ตัดกับถนนมหาราช แขวงพระบรมมหาราชวัง

สะพานฮงอุทิศ 

สะพานของผู้ก่อตั้งมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

แกะร่องรอยทางประวัติศาสตร์ที่ซ่อนอยู่ใน 12 สะพานข้ามคลองโบราณทั่ว เกาะรัตนโกสินทร์

ช้อนคู่กับส้อมฉันใด ป่อเต็กตึ๊งก็คู่กับเหตุด่วนเหตุร้ายฉันนั้น แต่ที่สะพานแห่งนี้ไม่ได้เกิดเรื่องอะไรให้ต้องตื่นตกใจ เราเพียงอยากแนะนำให้รู้จักว่าสะพานปูนขนาดเล็กสีเหลืองนวล มีลูกกรงเหล็กดัดรูปดอกบัวสีเขียวเรียบง่าย ที่พาดผ่านคลองบางลำพู เป็นสะพานที่สร้างโดย พระอนุวัตน์ราชนิยม หรือที่รู้จักกันในนาม ยี่กอฮง นายอากรหวยคนสุดท้ายในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และเป็นผู้ก่อตั้งมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งที่สร้างประโยชน์ให้กับสังคมไทยเรามาเนิ่นนาน

เมื่อมาเยือนสะพานแห่งนี้ เราสัมผัสกลิ่นอายของวิถีชีวิตริมคลองเช่นเดียวกับในอดีตได้ ทิวทัศน์สองฝั่งคลองยังคงความเป็นชุมชนดั้งเดิมไว้ น้ำคลองก็สะอาด หรือจะลองนั่งเรือท่องเที่ยวเส้นทางประตูน้ำ-บางลำพูที่อยู่บริเวณตีนสะพานก็น่าสนใจเหมือนกัน

ที่อยู่ : ซอยสามเสน 1 แขวงวัดสามพระยา

สะพานช้างโรงสี 

สะพานช้างข้ามรูปสุนัข

แกะร่องรอยทางประวัติศาสตร์ที่ซ่อนอยู่ใน 12 สะพานข้ามคลองโบราณทั่ว เกาะรัตนโกสินทร์
แกะร่องรอยทางประวัติศาสตร์ที่ซ่อนอยู่ใน 12 สะพานข้ามคลองโบราณทั่ว เกาะรัตนโกสินทร์

สะพานช้างโรงสีมีรูปปั้นหน้าสุนัขที่เสาหัวโค้งต้นสะพาน อยู่บริเวณถนนบำรุงเมือง เยื้องๆ กระทรวงกลาโหม ที่มาของชื่อสะพานมาจากสมัยต้นรัตนโกสินทร์ สะพานตั้งอยู่ใกล้กับโรงสีข้าวหลวงในขณะนั้น และถูกสร้างเพื่อใช้เป็นทางให้ช้างสัญจรขนของ จึงถูกเรียกว่าสะพานช้างโรงสี

ส่วนรูปปั้นหน้าสุนัขมาจากการแปลงสะพานไม้ซุงที่วางบนตอม่อก่ออิฐกลายเป็นคอนกรีต ใน พ.ศ. 2453 โดยสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ โปรดฯ ให้สร้างใหม่ เมื่อสร้างเสร็จก็ปั้นรูปสุนัขไว้เพื่อแสดงปีนักษัตรที่สร้างเสร็จนั้น และจะเป็นปีอะไรไปไม่ได้เลยนอกเสียจากปีจอนั่นเอง

ที่อยู่ : ริมคลองหลอด หลังกระทรวงกลาโหม แขวงพระบรมมหาราชวัง

สะพานปีกุน 

สะพานหมูแสนสง่า

แกะร่องรอยทางประวัติศาสตร์ที่ซ่อนอยู่ใน 12 สะพานข้ามคลองโบราณทั่ว เกาะรัตนโกสินทร์

สะพานนี้ไม่มีชื่อ เพราะเป็นเพียงสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กเล็กๆ จึงไม่ได้รับพระราชทานชื่อ แต่ได้ชื่อมาเพียงเพราะอยู่ใกล้กับอนุสาวรีย์หมูตรงเชิงสะพาน จึงถูกเรียกสะพานหมูหรือสะพานปีกุนไปโดยปริยาย และสะพานก็ถูกสร้างขึ้นในปีกุนพอดิบพอดี

สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โปรดเกล้าฯ ให้สร้างสะพานนี้ขึ้นในโอกาสเจริญพระชนมายุ 4 รอบ การออกแบบในอดีตนั้นเน้นรายละเอียดได้ดี เพราะเชิงสะพานมีเสาคอนกรีตเซาะร่องทั้งสองฝั่ง รวม 4 ต้น ซึ่งหมายถึงเทียนประทีปพระชันษา หัวเสาสลักรูปถ้วยประดับช่อมาลา มีวงรูปไข่ 4 วงทุกเสา หมายถึงรอบปี ซ่อนความหมายของผู้สร้างได้อย่างดี 

แกะร่องรอยทางประวัติศาสตร์ที่ซ่อนอยู่ใน 12 สะพานข้ามคลองโบราณทั่ว เกาะรัตนโกสินทร์

ใครผ่านไปมาก็แวะเข้าวัดทำบุญโดยใช้สะพานปีกุนนี้เป็นทางเชื่อมไปมาหาสู่ระหว่างวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามและวัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมารามได้

ที่อยู่ : ริมคลองหลอด หลังวัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม ถนนราชินี แขวงพระบรมมหาราชวัง

สะพานหก  

สะพานยกแบบฮอลันดา

แกะร่องรอยทางประวัติศาสตร์ที่ซ่อนอยู่ใน 12 สะพานข้ามคลองโบราณทั่ว เกาะรัตนโกสินทร์

หก หมายถึง สิ่งใดสิ่งหนึ่งเทลง หรือเอียงลง สะพานหกจึงมีชื่ออย่างตรงไปตรงมา จากการเป็นสะพานที่สร้างให้มีฟังก์ชันยกหกขึ้นหกลงให้เรือที่แล่นในลำคลองผ่านได้ และยังถูกสร้างถึง 6 สะพาน ทั้งในฝั่งธนบุรีและพระนคร

บ้างรู้จักกันในชื่อ สะพานหกแบบวิลันดา เพราะมีรูปแบบการสร้างตามอย่างสะพานฮอลันดา นิยมกันมากในปลายสมัยพระบามสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จนถึงต้นสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว บัดนี้สะพานเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา จากสะพานไม้เก่าเพื่อให้เรือแล่นผ่าน ได้ถูกเสริมเหล็กเพื่อเดินรถราง และค่อยๆ ถูกรื้อฟื้นสร้างขึ้นใหม่อยู่หลายครั้งหลายคราโดยพยายามคงรูปเดิมไว้ จนกระทั่งให้คนเดินในปัจจุบัน

ที่อยู่ : ริมคลองหลอด ใกล้สวนสราญรมย์ แขวงพระบรมมหาราชวัง

สะพานสมมตอมรมารค 

สะพานนี้อ่านว่าอะไร

แกะร่องรอยทางประวัติศาสตร์ที่ซ่อนอยู่ใน 12 สะพานข้ามคลองโบราณทั่ว เกาะรัตนโกสินทร์

หากผ่านไปแถวแยกสำราญราษฎร์ย่านประตูผี จะมีสะพานข้ามคลองที่อยากชวนคุณไปดู เชื่อเถอะว่าคุณอาจต้องหยุดเดิน ขยี้ตาสักสองสามที และพยายามอ่านชื่อสะพานนั้นซ้ำๆ อีกครั้ง

สพานสมมตอมรมารค ตามจารึกบนพนักสะพาน อ่านว่า สะ-พาน-สม-มด-อะ-มอน-มาก ตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแด่พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระสมมตอมรพันธุ์ แรกเริ่มเดิมทีสะพานแห่งนี้เคยเป็นสะพานไม้เก่า โครงล่างเป็นเหล็กแบบเลื่อนให้เรือสัญจรไปมาได้ สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เรียกกันว่าสะพานเหล็กประตูผี แต่พอทรุดโทรมลงเรื่อยๆ จึงสร้างขึ้นใหม่เป็นสะพานคอนกรีตแทน พร้อมลวดลายปูนปั้นประดับที่ตัวสะพานและลูกกรงที่จำลองเสาแบบไอโอนิกกั้นช่อง ถือเป็นหนึ่งในสะพานรอบกรุงที่น่าไปเดินข้าม และสนุกไปกับเปล่งเสียงอ่านชื่อให้ถูก

ที่อยู่ : ข้ามคลองบางลำพู ถนนมหาไชย แขวงบ้านบาตร

สะพานมหาดไทยอุทิศ 

เจ้าของฉายาสะพานร้องไห้ 

สะพานมหาดไทยอุทิศ
สะพานมหาดไทยอุทิศ

จากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงหมายมั่นมีพระราชประสงค์จะสร้างสะพานเชื่อมถนนฝั่งวัดสระเกศราชวรมหาวิหารกับถนนฝั่งราชดำเนิน เพื่อเป็นเส้นทางให้ประชาชนได้สัญจรไปมาอย่างสะดวก แต่สวรรคตเสียก่อน พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงร่วมกับกระทรวงมหาดไทยสร้างสะพานจนสำเร็จ เป็นสะพานคอนกรีตที่มีกลิ่นอายสถาปัตยกรรมตะวันตกชัดเจน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่รัชกาลที่ 5

ที่มาที่ไปของฉายาสะพานร้องไห้มาจากปูนปั้นกลางสะพานซึ่งเป็นประติมากรรมนูนต่ำรูปชายยืนจับไหล่เด็กและหญิงอุ้มเด็กด้วยท่าทางเศร้าหมอง ขณะที่ด้านบนมีสัญลักษณ์ประจำรัชกาลที่ 5 ประดับอยู่ เพื่อสื่อถึงความโศกเศร้าของประชาชนที่เคารพและอาลัยแด่กษัตริย์ผู้จากไปผ่านประติมากรรมนี้  

สะพานนี้มีอายุมากกว่า 100 ปี เป็นมรดกอันล้ำค่าที่ผ่านการบูรณะ ซ่อมแซม ปรับปรุง อยู่หลายครั้งตามโครงสร้างเดิม ที่เด่นชัดคือการปั้นกางเกงในเด็กชายขึ้นใหม่ หากผ่านไปย่านผ่านฟ้า ป้อมมหากาฬ ก็ลองไปเดินสังเกตความเปลี่ยนแปลงได้

ที่อยู่ : ข้ามคลองมหานาค ถนนบริพัตร แขวงคลองมหานาค 

สะพานเฉลิมวันชาติ 

สะพานในย่านค้าธง

สะพานเฉลิมวันชาติ

รอยต่อข้ามคลองบางลำพูจากฝั่งถนนดินสอสู่ถนนประชาธิปไตย สะพานแห่งนี้เป็นแหล่งขึ้นชื่อเรื่องขายธงชาติในพระนคร เพราะมีร้านธงบรรณการ ร้านค้าธงแห่งแรกของไทย อยู่ในย่านนี้ เป็นร้านที่บุกเบิกการทำธงจนมีร้านค้าธงเกิดขึ้นตามมามากมาย พอพูดถึงสะพานเฉลิมวันชาติ ผู้คนในเมืองเก่าก็คงนึกภาพร้านธงตามมาในทันที สะพานสีครีมอ่อนรูปทรงเรียบง่ายพาดยาวข้ามคลอง อำนวยความสะดวกให้การสัญจรไปมาทั้งทางรถยนต์ มอเตอร์ไซค์ จักรยาน ไปจนถึงผู้คน อีกทั้งใกล้ๆ กันนั้นยังมีร่องรอยประวัติศาสตร์บางส่วนของป้อมปราการยุคนธรให้ได้เดินแวะไปชมด้วย

สะพานถูกสร้างขึ้นใน พ.ศ. 2483 ในรัฐบาล จอมพล ป. พิบูลสงคราม และที่มาของชื่อนั้นก็เพื่อเฉลิมฉลองการประกาศให้วันที่ 24 มิถุนายนเป็นวันชาติไทย นอกจากนี้ ในปีเดียวกันยังมีการสร้างอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยขึ้น รวมถึงการแทนที่คำว่า สยาม ด้วยคำว่า ไทย อีกด้วย

ที่อยู่ : ข้ามคลองบางลำพู ถนนประชาธิปไตย แขวงวัดบวรนิเวศ

สะพานผ่านฟ้าลีลาศ 

สะพานออกจากชั้นในไปชั้นนอก

สะพานผ่านฟ้าลีลาศ

เดิมสะพานมีเพียงโครงเหล็ก แต่เมื่อเริ่มสร้างถนนราชดำเนินขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวก็ได้เกิดสะพานเชื่อมต่อถนนราชดำเนินในกับราชดำเนินนอกขึ้นเช่นกัน เป็นสะพานระยะสั้นที่อยู่ใกล้หนึ่งในกำแพงเมืองที่หลงเหลืออยู่อย่างป้อมมหากาฬ

สะพานผ่านฟ้าลีลาศ

สะพานที่ผสมผสานทั้งเหล็กและหินอ่อนเข้าไว้ด้วยกัน รวมถึงผสมผสานศิลปะไทยให้เข้ากับยุโรป โดยมีเชิงสะพานเป็นเสาหินอ่อนสูงประดับรูปหัวแกะไว้ แถมที่ตัวเสายังมีสีดำของสำริดเป็นลวดลายเรือไวกิ้งสุดประณีตอยู่ด้วย หัวเสาเป็นสำริดรูปหล่อพวงมาลา พื้นของสะพานจะเป็นหินอ่อนโค้งลาดลงสู่ถนนซึ่งต่างจากที่อื่นๆ ที่มักเป็นคอนกรีตเสียมากกว่า ส่วนราวสะพานนั้นกลับเป็นลูกกรงที่สลักลวดลายดอกทานตะวันและใบไม้

เพราะเป็นสะพานที่ใช้มีการสัญจรผ่านไปมา และเป็นทางแยกตัดผ่านของถนนหลายสาย จึงถูกปรับขยายผิวสะพานให้กว้างขึ้นอยู่บ่อยครั้ง แต่ก็ยังคงความงามของศิลปกรรมสมัยโบราณไว้ได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

ที่อยู่ : ใกล้ป้อมมหากาฬ แขวงวัดบวรนิเวศ 

สะพานผ่านพิภพลีลา 

สะพานที่ไม่เหมือนสะพาน

สะพานผ่านพิภพลีลา

หากขับรถผ่านโดยไม่สังเกตให้ดีจะไม่ทราบเลยว่าขับผ่านสะพานแห่งนี้ เหตุเพราะสะพานแทบไม่มีความโค้งชัน แบนราบเรียบไปกับถนน และเหลือฝั่งคลองคูเมืองเดิมให้เห็นเพียงด้านเดียว เพราะเมืองที่พัฒนาขึ้นทำให้เกิดการสร้างถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้ามาทับถมคลองอีกด้าน 

เดิมตัวสะพานใช้วัสดุทำจากโครงเหล็ก แต่เพื่อให้รับกับถนนราชดำเนินที่สร้างขยายใหม่ใน พ.ศ. 2445 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างสะพานขึ้นใหม่ แข็งแรงและกว้างขวางกว่าเดิมเพื่อความสะดวกในการสัญจร ซึ่งสะพานนี้เปรียบเสมือนทางเข้าออกระหว่างราชดำเนินชั้นในและกลางด้วย

ที่อยู่ : เชื่อมระหว่างถนนราชดำเนินในและถนนราชดำเนินกลาง แขวงวัดบวรนิเวศ 

สะพานเจริญศรี 34 

สะพานหมายเลข 4 

แกะร่องรอยทางประวัติศาสตร์ที่ซ่อนอยู่ใน 12 สะพานข้ามคลองโบราณทั่ว เกาะรัตนโกสินทร์

เดินต่อลงมาทางใต้เลียบคลองคูเมืองเดิมตามเส้นถนนอัษฎางค์ จะพบอีกหนึ่งสะพานสีขาวตั้งอยู่เยื้องกับวัดบุรณศิริมาตยารามและศาลฎีกา

สะพานแห่งนี้เป็นสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก เสริมแต่งด้วยปูนปั้นตรงลูกกรง และเชิงสะพานเป็นเสาปูนหล่อ 4 เสา ลักษณะเป็นรูปพาน มีเฟื่องอุบะแบบตะวันตก ซึ่งแท่นเสาจะมีเลข 4 หมายถึงปีที่ 4 แห่งการครองราชย์ และเป็นสะพานลำดับที่ 4 ในชุดสะพานเจริญ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระชนมพรรษา 34 พรรษา เป็นการเจริญรอยตามพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่พระราชทานเงินเพื่อสร้างสะพานชุด ‘เฉลิม’ ทั้ง 16 สะพาน แทนการพระราชทานเงินแก่คนยากจนตามประเพณีเดิม

ที่อยู่ : ถนนบุญศิริ แขวงพระบรมมหาราชวัง

สะพานอุบลรัตน์

สะพานหัวจระเข้

แกะร่องรอยทางประวัติศาสตร์ที่ซ่อนอยู่ใน 12 สะพานข้ามคลองโบราณทั่ว เกาะรัตนโกสินทร์

สะพานข้ามคลองที่ในอดีตรู้จักกันในชื่อ สะพานหัวจระเข้ สันนิษฐานว่าอาจมาจากราวสะพานที่เดิมทำเป็นรูปจระเข้ สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 เพื่ออุทิศเป็นพระราชกุศลแด่พระอรรคชายาเธอ พระองค์เจ้าอุบลรัตนนารีนาค กรมขุนอรรควรราชกัลยา เป็นสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กโค้งครึ่งวงกลมสวยงาม ประกอบด้วยลูกกรงลวดลายสลักแบบไทยๆ หากลองสังเกตดีๆ กลางสะพานมีลายดอกบัวในกรอบสี่เหลี่ยมประดับอยู่ด้วย  

ที่อยู่ : ถนนพระพิพิธ ข้ามริมคลองหลอด แขวงพระบรมมหาราชวัง


อ่านเรื่องราวของ 200 ที่เที่ยวรอบเกาะรัตนโกสินทร์เพิ่มเติมได้ที่นี่

Writer & Photographer

The Cloud

นิตยสารออนไลน์ที่เล่า 3 เรื่องหลักอย่าง Local, Creative Culture และ Better Living ส่งเนื้อหารายวัน แต่เสิร์ฟความประณีตแบบนิตยสารรายเดือน

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

เข็มสั้นชี้เลข 11 เข็มยาวชี้เลข 12 พระอาทิตย์ค่อย ๆ เคลื่อนตัวตั้งฉากกับท้องฟ้า บ่งบอกเวลาใกล้เที่ยงวัน ใกล้ชั่วโมงพักจากกิจกรรมตรงหน้า ถ้ามีมื้อสายสนุก ๆ สักจาน คงเติมเต็มช่วงวันสาย ๆ ได้เป็นอย่างดี แต่อาหารก็มีหลากหลายนานาจิตตัง บางคนอาจจะมีคำถามว่า วันนี้กินอะไรดีนะ? เป็นส่วนหนึ่งก่อนการเริ่มมื้ออาหาร เราเลยมีช้อยส์สนุก ๆ อยากชวนทุกคนไปเปิดโลกอาหารนานาชาติจากหลายตรอกซอกมุมรอบกรุงเทพฯ (ท้องร้องกันแล้วใช่มั้ย)

Take Me Out รอบนี้ ตระเวนคัดสรรมาแล้วเน้น ๆ กับร้านอาหารมื้อสายฉบับนานาชาติ 10 ร้าน 10 สัญชาติ ไม่ว่าจะเป็นอาหารที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคยกัน อย่างอาหารญี่ปุ่น เกาหลี เวียดนาม หรือจะเป็นอาหารที่ไม่เคยคุ้นแต่อยากเปิดใจลอง เช่น อาหารพม่า เนปาล แอฟริกา รวมทั้งสัมผัสประสบการณ์ทานอาหารที่น่าจดจำด้วยจานหลักที่ปรุงจากแพสชันและวัตถุดิบสดใหม่ 

เชฟทุกคน ทุกร้าน พร้อมแบ่งปันเรื่องราวของอาหารประจำชาติและเสิร์ฟมื้อสายนี้สุดฝีมือเพื่อนักชิมทุกคน

ความอร่อยแปลกใหม่รออยู่ตรงหน้า แค่ปักหมุดไว้ แล้วออกไปกิน Brunch พร้อมกันเลย!

01
มิงกะละบา!

ชิมยำใบชารสจัดจ้าน หอมเครื่องเทศ ขนานเมียนมาแท้ ๆ ที่ MO.NA

ร้านแรกที่เราพาไป คือต้นตำรับของอาหารพม่าแท้ ๆ เลยต้องขอกล่าวทักทายด้วยภาษาประจำชาติสักเล็กน้อย

ประเดิมชาติแรกที่พม่า หนึ่งในประเทศเพื่อนบ้านใกล้ชิดที่มีความสัมพันธ์สนิทกับไทยมาช้านาน แต่เรื่องอาหารอาจจะยังไม่เป็นที่คุ้นเคยเท่าไร สองเท้าเลยพาเรามาหยุดหยู่หน้าร้านเล็ก ๆ หลังจากลัดเลาะเข้ามาในตลาดย่านพระโขนง

10 ร้านอาหารเสิร์ฟ Brunch นานาชาติ จาก 10 ประเทศรอบกรุงเทพฯ ตั้งแต่พม่ายันเม็กซิโก
10 ร้านอาหารเสิร์ฟ Brunch นานาชาติ จาก 10 ประเทศรอบกรุงเทพฯ ตั้งแต่พม่ายันเม็กซิโก

MO.NA เรียกสั้น ๆ จำง่าย ๆ ชื่อเดียวกับเจ้าของร้านอย่าง โมนา เธอเริ่มต้นจากการขายอาหารเร่แบบรถเข็น พอขายมาเรื่อย ๆ ก็เก็บเงินก้อนหนึ่งเปิดร้านอาหารพม่าท้องถิ่น คงกลิ่นและรสชาติเอกลักษณ์ตามฉบับพม่าไว้ได้อย่างดี เพราะเธอเลือกนำเข้าวัตถุดิบหลักจากประเทศพม่าโดยตรง คนที่เข้ามาทานอาหารที่ร้านก็มักเป็นคนพม่าในย่านพระโขนง บางครั้งก็มีนักท่องเที่ยวต่างถิ่นและชาวไทยผู้อยากเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้ต่อมรับรสแวะเวียนมาทานอยู่บ้าง

10 ร้านอาหารเสิร์ฟ Brunch นานาชาติ จาก 10 ประเทศรอบกรุงเทพฯ ตั้งแต่พม่ายันเม็กซิโก

อาหารพื้นถิ่นพม่าที่ไม่ควรพลาด คือ ยำใบชา จานนี้เป็นอาหารและขนมขบเคี้ยวยอดนิยมของคนพม่าที่เปรียบเสมือนเอเนอจี้บาร์ มีส่วนผสมหลักเป็นใบชาหมักและถั่วชนิดต่าง ๆ รวมทั้งพริกขี้หนู มะเขือเทศ งา กระเทียม และขิง ส่งกลิ่นหอมของเครื่องเทศพร้อมรสชาติจัดจ้าน ดึงดูดให้คนที่อยากสัมผัสประสบการณ์ใหม่ ๆ มาเรียนรู้ผ่านการชิมรสชาติได้ในทุกวัน

พิกัด : 10/32 ซอยสุขุมวิท 71 แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร (BTS พระโขนง)

เวลาทำการ : 07.00 -19.00 น.

โทรศัพท์ : 06 2709 0665

02
ซิน จ่าว!

ลิ้มรสบั๋นห์แบ่วรสมือคนเวียดนามตัวจริงเสียงจริงที่ Tonkin Annam

เขยิบจากพม่ามาไม่ใกล้ไม่ไกล ไปที่อีกหนึ่งประเทศเพื่อนบ้านทางทิศตะวันออกอย่างเวียดนาม

ย้อนกลับไปสมัยสงครามเวียดนาม ผู้คนบางส่วนอพยพมาที่ไทย เช่นเดียวกับเจ้าของร้านนี้ นอกจากสิ่งที่ติดตัวมาคือวัฒนธรรม ยังมีตำราอาหารในความทรงจำ เขาเชื่อว่าเป็นสิ่งสะท้อนภาพรวมทุกอย่าง ทั้งสังคม การเมือง และวิถีชีวิต

10 ร้านอาหารเสิร์ฟ Brunch นานาชาติ จาก 10 ประเทศรอบกรุงเทพฯ ตั้งแต่พม่ายันเม็กซิโก

การทำอาหารนับว่าเป็นหนึ่งในตัวตนของ กาย ไล มิตรวิจารณ์ เขาคิดถึงรสมือคุณป้าที่เคยทำอาหารให้กิน จึงกลับไปรื้อฟื้นความทรงจำ ศึกษา คลุกคลี ทำความรู้จักกับอาหารเวียดนามให้ถ่องแท้ที่ Tonkin บ้านเกิดของย่าในแคว้นตอนเหนือ และ Annam บ้านเกิดของปู่ในแคว้นตอนกลาง Tonkin Annam จึงเกิดขึ้นและเสิร์ฟอาหารเวียดนามถิ่นเหนือและแถบกลางสไตล์โฮมคุกมาตลอด 5 ปี

10 ร้านอาหารเสิร์ฟ Brunch นานาชาติ จาก 10 ประเทศรอบกรุงเทพฯ ตั้งแต่พม่ายันเม็กซิโก

หนึ่งในจานที่อยากแนะนำ คือ บั๋นห์แบ่ว อาหารว่างสำหรับทานกลางวัน เป็นที่นิยมของคนเวียดนาม มองเผิน ๆ หน้าตาคล้ายขนมถ้วยบ้านเรา แต่บ้านเขาเป็นของคาวด้วยหน้าหมูสับผัดต้นหอม เสิร์ฟคู่กับน้ำปลาสูตรเฉพาะของร้าน (เราชิมแล้วอร่อยติดใจ เค็มกำลังดีและมีกลิ่นหอมจากน้ำมันต้นหอม ปรุงเข้ากับน้ำปลาเวียดนาม) และส้มจี๊ดทำหน้าที่ให้ความเปรี้ยวแทนมะนาว 

วัตถุดิบหลักที่พิเศษของร้านนี้ หนึ่ง คือ แป้งข้าวเจ้าที่ไม่ผ่านการแช่น้ำ สอง คือ ผักทุกชนิดในร้านปลูกสดจากสวนของ ตงกิง อันนัม ทุกเมนูเสิร์ฟในจานชามที่อวดลวดลายศิลปะท้องถิ่น และตะเกียบไม้ขนุนเสริมบรรยากาศให้เหมือนบินไปกินถึงถิ่นเวียดนาม

10 ร้านอาหารเสิร์ฟ Brunch นานาชาติ จาก 10 ประเทศรอบกรุงเทพฯ ตั้งแต่พม่ายันเม็กซิโก

พิกัด : 69 ซอยท่าเตียน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร (MRT สนามไชย)

เวลาทำการ : 11.00 – 22.00 น.

โทรศัพท์ : 09 3469 2969

03
ซาลามัต ดาตัง!

สัมผัสรสชาตินาซี เลอมัก ฉบับโฮมคุกฝีมือชาวมาเลเซียที่ 8817 Cafe

อีกหนึ่งประเทศเพื่อนบ้าน อยู่ติดกับทางตอนใต้ของไทย มีการค้าขาย สถานที่ท่องเที่ยวที่สัมพันธ์กับไทยมากมาย อยู่ติดกันแค่นี้ แต่เราเชื่อว่าหลายคนอาจจะยังไม่เคยชิมอาหารมาเลเซียสักครั้ง เราเลยอาสาพาไปเปิดประสบการณ์อาหารมาเลเซียที่คาเฟ่ย่านสุทธิสาร เจ้าของร้านเกริ่นว่าเสน่ห์ของอาหารมาเลคือ ต้องกินร้อน ๆ ทันทีหลังเสิร์ฟ ถ้าผ่านไป 10 – 20 นาที รสชาติจะเปลี่ยน

10 ร้านอาหารเสิร์ฟ Brunch นานาชาติ จาก 10 ประเทศรอบกรุงเทพฯ ตั้งแต่พม่ายันเม็กซิโก

บ้านเลขที่ 88 ในซอยรัชดา 17 เป็นที่ตั้งของ ‘8817 คาเฟ่’ ร้านอาหารมาเลจากชาวมาเลที่อยู่ไทยมานาน อย่าง เดวิด เซ็ก ตั๊ก ไว และ เจนต์-วุฒิศักดิ์ นาชัยธง พร้อมกับหุ้นส่วนที่เคยทำธุรกิจท่องเที่ยวด้วยกัน ลูกค้าที่เคยมาทานต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเหมือนกลับไปกินข้าวที่บ้าน ด้วยรสชาติฉบับมาเลเซียแท้ ๆ ใช้วัตถุดิบสำคัญส่งจากปีนัง พร้อมพลิกแพลงสูตรให้ถูกปากคนไทย

10 ร้านอาหารเสิร์ฟ Brunch นานาชาติ จาก 10 ประเทศรอบกรุงเทพฯ ตั้งแต่พม่ายันเม็กซิโก

เมนูที่เราชวนทุกคนไปชิม และเจ้าของร้านกระซิบว่ามาที่นี่ห้ามพลาด คือ นาซี เลอมัก ขึ้นชื่อว่าเป็นอาหารประจำชาติของมาเลเซีย ไปทางไหนก็เจอได้ตามสตรีทฟู้ดทั่วไป ข้าวหุงด้วยกะทิรับบทหลักของจานนี้ แวดล้อมด้วยน้ำพริกและเครื่องเคียง 5 อย่าง มีไก่ทอดหรือแกงกะหรี่ ไข่ต้ม ถั่วลิสง แตงกวา ปลาเล็กทอด ถ้าใครสายเส้นสายแป้ง ที่ร้านยังมีเมนูน่าลองอีกมากมาย เช่น หมี่ฮกเกี๊ยน ชาก๋วยเตี๋ยว โรตีชะไน และอย่าลืมเพิ่มความกลมกล่อมด้วยเครื่องดื่มประจำชาติ อย่างเต ตาริก หรือชามาเล ด้วยนะ

10 ร้านอาหารเสิร์ฟ Brunch นานาชาติ จาก 10 ประเทศรอบกรุงเทพฯ ตั้งแต่พม่ายันเม็กซิโก

พิกัด : 88 ซอยรัชดาภิเษก 17 (อินทามระ 45) เขตดินแดง แขวงดินแดง กรุงเทพมหานคร (MRT สุทธิสาร)

เวลาทำการ : 10.00 – 20.00 น.

โทรศัพท์ : 09 5812 6817

04
คนนิจิวะ!

สั่งชุดกับข้าวและซดซุปร้อน ๆ ตามสไตล์ชาวญี่ปุ่นที่ Okonomi 

10 ร้านอาหารเสิร์ฟ Brunch นานาชาติ จาก 10 ประเทศรอบกรุงเทพฯ ตั้งแต่พม่ายันเม็กซิโก

ร้านอาหารญี่ปุ่นในไทยมีมากมาย เราขอชวนเลือก Okonomi ร้านอาหารญี่ปุ่นของ เชษฐ เชษฐโชติศักดิ์ ซึ่งพาร้านอาหารญี่ปุ่นในย่านบรูกลิน สหรัฐอเมริกา มาสู่ประเทศไทย ภายใต้ 2 คอนเซ็ปต์หลักที่อยากให้ทุกคนที่มารู้สึกเหมือนได้ Start the Day เริ่มต้นวันใหม่ด้วยอาหารญี่ปุ่น และ Stay the Day ใช้เวลาวันนี้ของคุณเพื่อผ่อนคลายในร้านที่ตกแต่งแนวสแกนดิเนเวียน องค์ประกอบภายในร้านคัดสรรอย่างดี ตั้งแต่โต๊ะ เก้าอี้ ยันแผ่นไม้ที่เลือกใช้ไม้ฮานาโกะเพราะกลิ่นที่ให้ความสบาย

10 ร้านอาหารเสิร์ฟ Brunch นานาชาติ จาก 10 ประเทศรอบกรุงเทพฯ ตั้งแต่พม่ายันเม็กซิโก
10 ร้านอาหารเสิร์ฟ Brunch นานาชาติ จาก 10 ประเทศรอบกรุงเทพฯ ตั้งแต่พม่ายันเม็กซิโก

อาหารที่ควรค่าแก่การลิ้มลอง ได้แก่ Ichiju Sansai (อิจิสุ ซันไซ) ซุป 1 อย่างกับข้าว 3 อย่าง และเลือกวัตถุดิบหลักอย่างปลาได้ 3 ชนิด พร้อมเสิร์ฟตั้งแต่ 8 โมงเช้า ถึง 11 โมง นอกจากนี้ยังมีเครื่องดื่มแก้วพิเศษ Kuromitsu Macchiato กาแฟหอมกรุ่น ใช้ความหวานจากน้ำตาลดำญี่ปุ่นแทนคาราเมล เหมาะแก่การเริ่มต้นวันสาย ๆ กับมื้ออาหารที่ครบทั้งรสชาติและสารอาหาร

10 ร้านอาหารเสิร์ฟ Brunch นานาชาติ จาก 10 ประเทศรอบกรุงเทพฯ ตั้งแต่พม่ายันเม็กซิโก

พิกัด : 33/1 ซอยสุขุมวิท 38 แขวงพระโขนง กรุงเทพมหานคร (BTS พระโขนง)

เวลาทำการ : 08.00 – 18.00 น.

โทรศัพท์ : 06 1338 8000

05
อันยองฮาเซโย!

ซดซุปกิมจิถึงเครื่องเสมือนมีออมม่ามาปรุงให้ถึงบ้านที่ Kiani Korean Restaurant

กระแส K-Pop และซีรีส์เกาหลียังคงมาแรง ขอชวนสายเกาและผู้ชื่นชอบวัฒนธรรมแดนกิมจิมาชิมอาหารเกาหลีใต้รสชาติต้นตำรับฝีมือคนเกาหลีแท้ ๆ สูตรจากออมม่า (คุณแม่) ของ อี จงจิน ลูกชายผู้หลงใหลการทำอาหารและชื่นชอบประเทศไทย

10 ร้านอาหารเสิร์ฟ Brunch นานาชาติ จาก 10 ประเทศรอบกรุงเทพฯ ตั้งแต่พม่ายันเม็กซิโก

จากร้านคิมบับเล็ก ๆ ในศูนย์การค้า Fifty Fifth Thonglor เมื่อ 10 ปีก่อน สู่ร้าน Kiani Korean Restaurant 

เดิมที แม่ของจงจินเปิดร้านขายอาหารที่ปูซาน ลูกชายจึงอยากเปิดร้านอาหารสาขาลูกบ้าง แต่การเปิดร้านที่นู่นมีการแข่งขันสูง เขามีเพื่อนเป็นคนหลายเชื้อชาติจากการทำงานสายวิศวกร ทำให้รู้จักเและมาเที่ยวเมืองไทยบ่อยจนเรียกได้ว่าเป็นบ้านหลังที่ 2 จึงตัดสินใจเปิดร้านและใช้สูตรอาหารเกาหลีกลิ่นอายบ้านเกิดฝีมือแม่ ด้วยรสชาติโฮมเมดของที่นี่ รับรองเลยว่าคนเกาหลีกินแล้วต้องคิดถึงบ้าน ส่วนคนต่างชาติหรือคนไทยชิมแล้วก็เหมือนได้ไปเยือนแดนโสมขาวเลยทีเดียว

10 ร้านอาหารเสิร์ฟ Brunch นานาชาติ จาก 10 ประเทศรอบกรุงเทพฯ ตั้งแต่พม่ายันเม็กซิโก
10 ร้านอาหารเสิร์ฟ Brunch นานาชาติ จาก 10 ประเทศรอบกรุงเทพฯ ตั้งแต่พม่ายันเม็กซิโก

‘Kiani’ ในภาษาเกาหลีแปลว่าคุณพ่อขายาว ซึ่งพร้อมดูแลทุกคนด้วยอาหาร คุณพ่อขายาวแนะนำเมนูที่ไม่ควรพลาดคือ ซุปกิมจิพร้อมเครื่องเคียง ซุปกิมจิแต่ละร้านรสชาติไม่เหมือนกัน สูตรของที่นี่มีความเฉพาะตัว กลมกล่อมเหมือนมีคุณแม่มาทำซุปให้กินที่บ้าน ไม่หวานไม่เผ็ดจนเกินไป กินกับเครื่องเคียงและข้าวในช่วงสาย ๆ ก็อร่อยอิ่มท้อง พร้อมเริ่มทำงานช่วงบ่ายทันที!

ทุกวันไม่เว้นเสาร์อาทิตย์ ชวนเพื่อน ชวนครอบครัว มาฝากท้องให้คุณพ่อขายาวดูแลได้เลย

พิกัด : 90 ถนนสุขุมวิท ซอย 55 (ซอยทองหล่อ 2) เขตคลองตันเหนือ กรุงเทพมหานคร (ใกล้กับ BTS ทองหล่อ 400 ม.)

เวลาทำการ : 11.00 – 21.00 น.

โทรศัพท์ : 0 2714 7730

06
นมัสเต!

ตักคาร์จาร์เซ็ตตำรับเนปาลเข้าปาก และสัมผัสอ้อมกอดหิมาลัยที่ Himalaya Restaurant

คนไทยมักคิดว่าอาหารเนปาลและอาหารอินเดียรสชาติคล้ายกัน แต่ที่นี่จะพานักชิมไปรู้จักรสชาติแห่งอาหารจากเทือกเขาหิมาลัย สูตรต้นตำรับเอกลักษณ์เนปาลแท้ที่ไม่เหมือนอาหารอินเดีย

เอ็นจอย Brunch จาก 10 ประเทศกับอาหารรสชาติต้นตำรับ อิ่ม อร่อย เปิดประสบการณ์โดยไม่ต้องบินไกล

ธันวา-อัสสชิตะ อวาเล อดีตนักข่าวต่างประเทศสำนักพิมพ์มติชน ปัจจุบันเป็นเจ้าของร้านอาหารเนปาลสูตรท้องถิ่นอย่าง Himalaya Restaurant การทำงานในวงการสื่อของธันวาทำให้เขากลายเป็นที่รู้จักในฐานะคนกลาง ผู้ดูแลคนไทยที่อยากไปเยือนเนปาล และคนเนปาลที่อยากมาเยือนเมืองไทย ร้านนี้เกิดขึ้นเพื่อบริการคนเนปาลที่มาไทยแต่กินอาหารไทยไม่ได้ และคนไทยที่อยากไปเนปาลได้ลองชิมอาหารเนปาลก่อนไปเที่ยวเพื่อความสบายใจ 

ร้านฮิมาลายาจึงไม่ได้เป็นเพียงร้านอาหาร แต่เปรียบเสมือนทูตทางวัฒนธรรม เผยแพร่ความเป็นเนปาลแท้ ๆ ให้คนภายนอกได้รู้จัก และเป็นพื้นที่สำหรับชาวเนปาลผู้หวนคิดถึงบ้าน

เอ็นจอย Brunch จาก 10 ประเทศกับอาหารรสชาติต้นตำรับ อิ่ม อร่อย เปิดประสบการณ์โดยไม่ต้องบินไกล

อาหารพื้นเมืองเนปาลที่ไม่ควรพลาดคือ Khaja Set (คาจาร์เซ็ต) เป็นเมนูเอกลักษณ์ของเนปาล มีแค่ร้านนี้ร้านเดียวในไทยที่มีขาย ในเซ็ตมีข้าวเม่า ยำมันฝรั่ง ยำไก่ คนเนปาลจะกินช่วงเช้า-บ่าย รสชาติกลมกล่อม ไม่เผ็ด กินง่าย ไม่ฉุนเครื่องเทศ 

อาหารเนปาลกินง่าย รสชาติดี ถูกปากคนไทย ขอเชิญนักชิมมาพิสูจน์ได้ทุกวันไม่เว้นเสาร์อาทิตย์

เอ็นจอย Brunch จาก 10 ประเทศกับอาหารรสชาติต้นตำรับ อิ่ม อร่อย เปิดประสบการณ์โดยไม่ต้องบินไกล

พิกัด : 122/16 ถนนราชปรารภ กรุงเทพมหานคร (BTS พญาไท / BTS ราชเทวี)

เวลาทำการ : 11.00 – 22.00 น

โทรศัพท์ : 0 2​060 4778

07
ชาโลม!

หยิบขนมปังจิ้มน้ำมันมะกอกและผงสมุนไพร เติมพลังฉบับชาวอิสราเอลที่ Nine Pastry

ขนมปัง Rush Hour ของชาวออฟฟิศมักเป็นแซนด์วิชแฮมง่าย ๆ อีกมือถือแก้วกาแฟเล็ก ๆ ถ้าขนมปังรสชาติเดิมอาจจำเจ ขอแนะนำร้านเบเกอรี่แนวใหม่ เสิร์ฟขนมปังสไตล์อิสราเอล โดยเชฟผู้เปี่ยมแพสชันต่อการอบขนมปังและเชื่อว่าขนมปังเป็นสิ่งมีชีวิต

เอ็นจอย Brunch จาก 10 ประเทศกับอาหารรสชาติต้นตำรับ อิ่ม อร่อย เปิดประสบการณ์โดยไม่ต้องบินไกล

Nine Pastry ร้านเบเกอรี่โดยหนุ่มชาวยิวผู้เคยทำงานในสายการบินอย่าง เนียร์ เน็ตเซอร์ ร่วมกับ Food Stylist สาวไทย แพตตี้-พิชญา ศิริวงศ์รังสรรค์ คู่หูผู้รักในการทำขนมปัง ที่อยากเสิร์ฟขนมปังสไตล์ตะวันออกกลางในชั่วโมงเร่งด่วนให้ลูกค้าเข้ามา Grab & Go เบเกอรี่หลักของร้านคือขนมปังซาวร์โดว (Sourdough) และครัวซองต์ 

ขนมปังทุกชิ้นเกิดจากแพสชันและความรักในการทำขนมปังของเนียร์ เขาเลี้ยงยีสต์สำหรับทำขนมปังเอง เพราะหลงใหลการเปลี่ยนแปลงและการเติบโตของยีสต์ก่อนเป็นขนมปัง ดังนั้น การนำก้อนยีสต์เข้าเตาอบให้ออกมาเป็นขนมปังแต่ละก้อน สร้างความภูมิใจและเติมแพสชันในการตื่นตี 5 มาอบขนมได้ในทุก ๆ วัน

เอ็นจอย Brunch จาก 10 ประเทศกับอาหารรสชาติต้นตำรับ อิ่ม อร่อย เปิดประสบการณ์โดยไม่ต้องบินไกล
เอ็นจอย Brunch จาก 10 ประเทศกับอาหารรสชาติต้นตำรับ อิ่ม อร่อย เปิดประสบการณ์โดยไม่ต้องบินไกล

ขนมปังที่ชวนลิ้ม คือ Classic Sourdough ขนมปังสไตล์อิสราเอล จิ้มน้ำมันมะกอกและผงซาตาร์ (Za’atar) สมุนไพรจากตะวันออกกลาง หอมผงสมุนไพร กินง่ายอยู่ท้อง แถมมีเมนูพิเศษทุกวันศุกร์และเสาร์ เป็นเมนูที่ทำเฉพาะวันหยุดสุดสัปดาห์ในวัฒนธรรมของคนยิว 

พิกัด : 615 สุขุมวิท 22 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร (BTS พร้อมพงษ์)

เวลาทำการ : 08.00 – 18.00 น.

โทรศัพท์ : 09 5815 5839

08
เคีย โอร่า!

รังสรรค์ Fish & Chips มื้อสนุก ๆ แบบคนนิวซีแลนด์ ที่ Kai New Zealand

เอ็นจอย Brunch จาก 10 ประเทศกับอาหารรสชาติต้นตำรับ อิ่ม อร่อย เปิดประสบการณ์โดยไม่ต้องบินไกล

ข้ามมาฝั่งตะวันตกที่ประเทศนิวซีแลนด์กันบ้าง ดินแดนนี้ได้รับอิทธิพลทางวัฒนธรรมจากอังกฤษค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกีฬา การแต่งกาย หรือภาษา ที่สำคัญคือเรื่องอาหารประจำชาติ ซึ่งคำว่า Kai มาจากภาษาเมารี แปลว่า อาหาร เกิดจากความต้องการเผยแพร่สูตรอาหารจากคุณพ่อคุณแม่ของเจ้าของร้านชาวนิวซีแลนด์สู่คนไทย ทั้งยังใช้วัตถุดิบชั้นดีส่งตรงจากประเทศนิวซีแลนด์ เช่น เนื้อวัว แกะ กวางเกรดพรีเมี่ยม หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ตัวโต ๆ เพิ่มดีกรีความอร่อยด้วยขั้นตอนการปรุงอย่างพิถีพิถันในครัวเปิดโล่งกลางโถงชั้น 1 มีเมนูเด็ดให้เลือกชิมหลากหลาย ทั้งเบอร์เกอร์ สปาเก็ตตี้ และของหวาน ตามตำรับตำรานิวซีแลนด์แท้ ๆ

ส่วนจานที่ขึ้นชื่อสุด ๆ ของ Kai คือ Fish & Chips อาหารทานง่ายแต่มีกิมมิกแสนสนุก 

เอ็นจอย Brunch จาก 10 ประเทศกับอาหารรสชาติต้นตำรับ อิ่ม อร่อย เปิดประสบการณ์โดยไม่ต้องบินไกล
เอ็นจอย Brunch จาก 10 ประเทศกับอาหารรสชาติต้นตำรับ อิ่ม อร่อย เปิดประสบการณ์โดยไม่ต้องบินไกล

นักชิม DIY ทุกจานอาหารได้เต็มที่ เลือกได้เลยว่าจะเอาปลาชนิดอะไร (มีหลากหลายชนิดปลาแต่แวกว่ายมาจากนิวซีแลนด์ที่เดียว) จะปรุงแบบไหน หาซอสที่ชอบ เครื่องเคียงที่ใช่ เลือกตามจริตปรับให้เข้ากับสไตล์ได้ในเมนูสุดพิเศษมื้อนี้ ท่ามกลางบรรยากาศบ้านไม้หลังใหญ่ เน้นความโปร่ง โล่ง สบาย เหมาะแก่การเริ่มต้นมื้อสายสุดชิลล์ใจกลางเมือง

พิกัด : 142 22-23 ซอยสาทร 12 แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร (BTS เซนต์หลุยส์)

เวลา : 11.00 – 23.00 น.

ติดต่อ : 0 2635 3800

09
ฮัลโหล!

ตักแกงซาก้าซาก้า คู่ Fufu ตะลึงความอร่อยของแอฟริกาที่ Saima Food Master

เดินทางมาถึงร้านเกือบสุดท้ายแห่งเดียวของทวีปแอฟริกา 

ถ้าพูดถึงดินแดนนี้ เราอาจติดภาพสิงสาราสัตว์อันอุดมสมบูรณ์ท่ามกลางทุ่งหญ้าสะวันนา แต่เชื่อว่าหลายคนอาจยังไม่ค่อยคุ้นหน้าคุ้นตากับอาหารแอฟริกันสักเท่าไร เราเลยอาสาพาทุกคนไปทำความรู้จักกับอาหารแอฟริกาอันโอชามื้อนี้กัน

เอ็นจอย Brunch จาก 10 ประเทศกับอาหารรสชาติต้นตำรับ อิ่ม อร่อย เปิดประสบการณ์โดยไม่ต้องบินไกล

Saima Food Master เกิดจากเรื่องราวของ คุณพ่อทาเฮ มูฮัมหมัด ชายชาวปากีสถานพบรักกับ คุณแม่สมยงค์ มูฮัมหมัด แม่ครัวสาวไทยในร้านอาหารย่านที่มีคนแถบแอฟริกาและตะวันออกกลางอาศัยอยู่เยอะ ด้วยภาวะทางเศรษฐกิจซบเซา ทำให้ร้านเก่าที่คุณแม่เคยทำงานปิดตัวลง คุณพ่อและคุณแม่จึงตัดสินใจเปิดร้านเป็นของตัวเอง 

จากครัวเล็ก ๆ ในอพาร์ตเมนต์ ขายส่งให้แค่คนในละแวกใกล้เคียงในวันนั้น สู่วันที่มีลูกค้าติดอกติดใจมากขึ้นทั้งคู่จึงขยับขยายมาเปิดร้าน Saima Food ตั้งตามชื่อของลูกสาว แจน-ไซม่า มูฮัมหมัด อยู่ที่ย่านบางรักจนถึงปัจจุบัน (นี่เป็นร้านอาหารที่เกิดจากความรักและครอบครัวจริง ๆ เรารู้สึกอย่างนั้น)

เอ็นจอย Brunch จาก 10 ประเทศกับอาหารรสชาติต้นตำรับ อิ่ม อร่อย เปิดประสบการณ์โดยไม่ต้องบินไกล
เอ็นจอย Brunch จาก 10 ประเทศกับอาหารรสชาติต้นตำรับ อิ่ม อร่อย เปิดประสบการณ์โดยไม่ต้องบินไกล

คุณพ่อคุณแม่บอกว่าคนแอฟริกันนิยมทาน Fufu 1 ก้อน (เปรียบเสมือนข้าวสวยบ้านเรา) กับเมนูเครื่องเคียงอีกเล็กน้อย เช่น ปลาทอด กล้วยผัดเปรี้ยวหวาน และแกง 2 – 3 อย่าง ซึ่งจานที่เราแนะนำให้ลองสักครั้งในชีวิต คือ Saka Saka (ซากาซาก้า) เป็นแกงผักโขมสไตล์แอฟริกัน โดดเด่นด้วยน้ำซุปสูตรลับของร้านที่ใช้ผักแทนซาดีน เพื่อลดปริมาณโซเดียม และให้สายวีแกนทานได้ด้วย หรือใครอยากทานเนื้อสัตว์ด้วย ก็มีทั้งเนื้อวัว เนื้อแพะ เนื้อไก่ เนื้อปลา ให้เลือกชนิดเนื้อได้ตามใจชอบ 

พิกัด : 293/30 ซอยกำจายเอี่ยมสุรีย์ ถนนสุรวงค์ แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร (BTS เซนต์หลุยส์)

เวลาทำการ : 13.30 – 21.30 น.

โทรศัพท์ : 0 2235 1329

10
โอล่า!

กัดหมับ! ‘I love you honey wrap’ รสชาติเข้มข้นสไตล์เม็กซิกันที่ Wraptor

เอาใจสายเฮลท์ตี้ กับคนชอบทานผักและวัตถุดิบชั้นดี แต่ยังคงรสชาติจัดจ้านถึงใจ เราขอผายมือแนะนำร้านสุดท้ายด้วยอาหารเม็กซิกัน เน้นความสด รสจัด มีผัก เนื้อสัตว์ และซอส เป็นส่วนประกอบหลักของทุกจาน ชิมรสชาติเม็กซิกันแท้ ๆ โดยไม่ต้องบินไกล แค่โดยสารฉับไวมาที่ย่านอารีย์ มีด้วยกัน 2 สาขา ห่างกันเพียง 200 เมตร พร้อมเสิร์ฟความอร่อยเพื่อลูกค้าทุกคน

เอ็นจอย Brunch จาก 10 ประเทศกับอาหารรสชาติต้นตำรับ อิ่ม อร่อย เปิดประสบการณ์โดยไม่ต้องบินไกล

‘ไส้ต้องแน่น แป้งต้องดี!’ คือคอนเซ็ปต์หลักของ Wraptor ร้านที่เริ่มต้นจากความชอบทาน Wrap ของ แมว-พิสิฐ สุธีโร เขาจึงศึกษาสูตรอาหารเม็กซิกันด้วยตัวเอง จนพัฒนาออกมาเป็นสูตรลับของร้าน ทุกจานให้มากกว่าความอิ่มอร่อย เพราะทุกวัตถุดิบเป็นมิตรต่อสุขภาพ ใช้น้ำมันรำข้าวเพื่อลดคอเลสเตอรอลและใช้เนยแท้ ไม่มีมาการีนผสม 

เอ็นจอย Brunch จาก 10 ประเทศกับอาหารรสชาติต้นตำรับ อิ่ม อร่อย เปิดประสบการณ์โดยไม่ต้องบินไกล

‘I love you honey wrap’ คือซิกเนเจอร์ของที่นี่ ไม่ว่าจะตัดซ้าย หั่นขวา ผ่ากลาง ก็เจอแต่ไส้ล้น ๆ หนึ่งคำได้สารอาหารครบ 5 หมู่ ความนุ่มของแป้ง ความกรอบของผัก ความแน่นของเนื้อสัตว์ เติมเต็มด้วยรสชาติซอสสุดเข้มข้นอย่างฮันนี่มัสตาร์ดสูตรเฉพาะ แมวกระซิบว่าเขาใช้น้ำผึ้งจากธุรกิจของครอบครัวมาเคี่ยวใหม่หอมกรุ่นวันต่อวัน กินคู่กับเครื่องดื่มเปรี้ยวซ่าอย่าง Wild honey lemon lime ก็เติมความสดชื่นได้ดี หรือหนุ่มสาวคอแอลกอฮอล์จะกระดกคราฟต์เบียร์สักแก้ว ก็เสริมรสชาติอาหารให้ลงตัวมากยิ่งขึ้น 

จบมื้อนี้ ใครหลายคนอาจจะบอกกับตัวเองได้เลยว่า I love you honey, Wraptor

10 ร้านอาหารเสิร์ฟ Brunch นานาชาติ จาก 10 ประเทศรอบกรุงเทพฯ ตั้งแต่พม่ายันเม็กซิโก

พิกัด : ปากซอยอารีย์สัมพันธ์ 2 และซอยอารีย์ซอย 2 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร (BTS อารีย์)

เวลาทำการ : 11.30 – 22.00 น. 

โทรศัพท์: 08 5660 8880

เรื่อง : ปิยฉัตร เมนาคม, กชกร ด่านกระโทก, วิทย์ อนันต์ธนาเกษม, ปุณณ กาญจนะโภคิน

Writer

The Cloud

นิตยสารออนไลน์ที่เล่า 3 เรื่องหลักอย่าง Local, Creative Culture และ Better Living ส่งเนื้อหารายวัน แต่เสิร์ฟความประณีตแบบนิตยสารรายเดือน

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load