27 มีนาคม 2561
26.14 K
ชื่อแบรนด์: แป้งเย็นตรางู
สัญชาติ: ไทย
ปีที่ก่อตั้ง: 1947

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ช่วงเวลาที่ร้อนที่สุดของปี

บางทีเราก็อยากให้กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศเย็นแม่นยำเหมือนที่ทำกับอากาศร้อนบ้าง

ตัวเลขอุณหภูมิ 2 หลักที่คุ้นเคยมาตลอดชีวิต เรียกร้องให้เรารู้จักรักษาตัวรอดในองศาร้อนแบบนี้ น้ำหวานเย็น อุปกรณ์คลายร้อนต่างๆ พร้อมสรรพกันมาร่วมบรรเทาใจให้เย็นก่อนใครเพื่อน

จนกระทั่งเราพบภาพซองทิชชู่เย็นหน้าตาคุ้นกระจายอยู่ตามโซเชียล

และไม่ว่าใครก็คงคิดเหมือนกันว่า แค่เห็นตราสัญลักษณ์ในบรรจุภัณฑ์ล้อกันไปกับกระป๋องแป้งเย็นตรางูที่เราคิดถึง เราก็รับรู้ถึงความหนาวเย็น

เดิมเราตั้งใจไปคุยกับแบรนด์แป้งเย็นตรางู แค่เรื่องทิชชู่เย็นหน้าตาเก๋ไก๋นี้

แต่ทันทีที่เห็นบรรดาสเปรย์เย็นตรางู สบู่เย็นตรางู แป้งน้ำเย็นตรางู น้ำมันหอมระเหยเย็นตรางู และบาล์มเจลเย็นตรางู เรียงรายพร้อมกันตรงหน้า เราก็ไม่รอช้าชวน มุทิตา หลักชัยวิบูลย์ ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายการตลาด และ มาศบดี มณีสะอาด ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายผลิตภัณฑ์ บริษัท บริทิช ดิสเพนซารี่ คอนซูมเมอร์ จำกัด (มหาชน) ทีมงานผู้ดูแลการสื่อสารผลิตภัณฑ์เย็นตรางูใหม่ฉบับพกพา คุยเรื่องความเย็นต้นตำรับที่เราคิดถึง และการตีโจทย์ออกมาเป็นอีกหลากหลายความเย็นที่เราปฏิเสธไม่ลง

พร้อมแล้วฉีกซองทิชชู่เย็นแล้วเดินตามเรามาเลย

แป้งเย็นตรางู

แป้งเย็นตรางู

Original

ย้อนกลับไปเมื่อร้อยกว่าปีก่อน สมัยนั้นคนไทยยังไม่ค่อยมีแหล่งช้อปปิ้งมากมายนัก จะมีก็แต่เพียงห้างขายยาที่ประหนึ่งเป็นซูเปอร์สโตร์แห่งยุค และหนึ่งในนั้นได้แก่ ห้างขายยาอังกฤษ (ตรางู) ซึ่งก่อตั้งใน พ.ศ. 2435 โดยนายแพทย์โทมัส เฮย์วาร์ด เฮย์ และ ดร. ปีเตอร์ กาแวน ก่อนจะเปลี่ยนมือมาเป็นของนายห้างคนล่าสุดซึ่งตัดสินใจย้ายถิ่นฐานกลับภูมิลำเนา จึงส่งต่อกิจการให้หมอล้วน ว่องวานิช ที่ทำงานอยู่ที่ร้าน เพราะเห็นว่าเป็นคนซื่อสัตย์ และจะสามารถดำเนินกิจการให้อยู่รอดและเติบโตได้

หากสังเกตเราจะพบว่า แบรนด์สมัยก่อนนิยมใช้สัตว์เป็นสัญลักษณ์เพื่อง่ายแก่การจดจำชื่อ เช่น ถ่านไฟฉายตรากบ ยาหม่องตราเสือ แผ่นเสียงตรากระต่าย สบู่ตรานกแก้ว แต่มากไปกว่าการจดจำได้ งูของแป้งเย็นตรางูมีความหมายที่มากมายกว่านั้นซ่อนอยู่

งูอสรพิษหางยาวแทนโรคภัยไข้เจ็บซึ่งมาพร้อมศรปักที่หัว ใช้สื่อแทนความหมายของการรักษาโรคภัยไข้เจ็บ และยังเป็นตรารับประกันคุณภาพสินค้าที่มีอายุยาวนานกว่าร้อยปี

แป้งเย็นตรางู

ลด – โรค – ร้อน

ก่อนจะมาเป็นแป้งเย็นตรางูต้นตำรับแป้งเย็นเจ้าแรกของโลกอย่างทุกวันนี้

หมอล้วน ว่องวานิช เริ่มต้นจากการผลิตแป้งน้ำมโนราซึ่งเป็นเครื่องสำอางประจำยุคที่ให้ทั้งความหอมและความเย็น ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็นแป้งน้ำควินนา และพัฒนาต่อเป็นแป้งเด็กเซนลุกส์ บุกเบิกตลาดผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก

จนกระทั่งวันหนึ่งใน พ.ศ. 2490 มีทนายความจากอังกฤษมาหาหมอเนื่องจากอาการผดผื่นคัน เพราะผิวหนังและร่างกายปรับรับกับสภาพอากาศเมืองไทยไม่ได้ หมอล้วนจึงคิดค้นแป้งสูตรเย็น ที่ไม่เพียงลดผดผื่นคันแต่ยังช่วยให้สบายตัว เกิดเป็นกระแสนิยมแป้งยาหรือแป้งเย็นตรางูไปทั่ว สืบมาจนปัจจุบัน

“เมื่อก่อนเวลาคนพูดถึงแป้งเย็น มันคือตรางูแบรนด์เดียวเลย” ทีมการตลาดของแป้งเย็นตรางูเล่าย้อนตำนานหอมเย็นชื่นใจ แม้ตลาดแป้งเย็นในประเทศเขตร้อนจะหอมหวานจนดึงดูดคู่แข่งจากต่างประเทศเข้ามาในสนาม แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องที่แป้งเย็นต้นตำรับต้องเกรงกลัว เพราะตราบใดที่องศาร้อนโดยเฉลี่ยทั้งพื้นที่เพิ่มขึ้นทุกๆ ปี คนไทยก็ยังคงอาบน้ำ โรยแป้งเย็นที่มาพร้อมกระป๋องเหล็กรักษาความเย็น และเป่าตัวอยู่หน้าพัดลมอย่างนั้น

จนกระทั่งการมาของเครื่องปรับอากาศและความไม่ต่อเนื่องในการสื่อสาร ทำให้แป้งเย็นตรางูเป็นเหมือนที่เพื่อนหายหน้าหายตาไปจากเรา

แป้งเย็นตรางู

พี่ชายฉันหนาว

เคยมีคนบอกว่า ประเทศไทยเรามี 3 ฤดู ได้แก่ ร้อน ร้อนมาก และร้อนมากๆ แต่น้อยคนจะรู้ว่าองศาร้อนเติบโตสวนทางกับผลประกอบการโดยรวม

“เป็นเรื่องที่ทีมงานถกเถียงมานานหลาย 10 ปีแล้วเรื่องปัญหาฤดูกาลที่ต้องยอมรับว่าปีไหนร้อนมากยอดขายก็พุ่ง ขณะที่ปีไหนไม่ค่อยร้อนยอดขายก็ตก และเวลาที่ยอดตก เราจะตกหนักกว่าเพื่อน เพราะคนรู้สึกว่าเราเย็นมากๆ” มุทิตาเล่า

โดยปกติของสินค้าประเภทแป้งเย็นจะขายดีในช่วงครึ่งปีแรก ก่อนที่แบรนด์ต่างๆ จะเปลี่ยนกลยุทธ์ไปขายครีมอาบน้ำหรือครีมบำรุงผิวในช่วงครึ่งปีหลัง เพื่อให้เกิดยอดขายตลอดทั้งปี

แต่แป้งเย็นตรางู เป็นสินค้าเพียงชนิดเดียวของแบรนด์

แป้งเย็นตรางู

แป้งเย็นตรางู

แทนที่จะลดทอนความเย็นเพื่อให้เป็นสินค้าที่ขายได้ตลอดทั้งปี แป้งเย็นตรางูเลือกที่จะกลับมาหาแก่นของแบรนด์

“ด้วยความที่แบรนด์แข็งแรงมากเรื่องความเย็น เพราะฉะนั้น ต่อให้เราออกสินค้าใหม่ๆ ที่ลดทอนความเย็นลง แล้วเขียนว่าเย็นสดชื่นแบบ Natural Cool คนก็ไม่เชื่ออยู่ดี คนจะรู้สึกมันเย็นเกินไป พอไม่ใช่หน้าร้อนก็ไม่ใช้” มุทิตาเล่า

เมื่อเห็นว่าจุดแข็งแรงของแบรนด์เองก็เป็นข้อเสีย สิ่งที่ตรางูทำก็คือเตรียมแผนบุกตลาดต่างประเทศในช่วงฤดูร้อนของพื้นที่นั้นๆ อย่างจริงจัง

ชาวต่างชาติเข้าใจความเย็นของแป้งเย็นตรางูอย่างไร เราถาม

มุทิตาเล่าให้ฟังว่า แม้ใครก็ตามที่ไม่เคยสัมผัสความเย็นจากแป้งเย็นมาก่อน แต่เมื่อได้ลองเขาก็มักจะติดใจแป้งคลายร้อน และเห็นดีเห็นงามตรงกันว่าเป็นของดีขึ้นชื่อที่ห้ามพลาดเมื่อมาท่องเที่ยวประเทศไทย

Make Snake Brand Great Again

จนถึงตอนนี้ ถ้าพูดถึงตรางู ใครๆ ก็รู้ว่าเป็นแบรนด์ที่เคยยิ่งใหญ่มาก่อน

“เวลาพูดถึงแบรนด์ตรางู ในด้านการสื่อสารเราแทบไม่ต้องใส่รูปน้ำแข็งลงบนแพกเกจจิ้งหรือสื่อประชาสัมพันธ์ใดๆ เลยนะ แค่มีงู มีดอกกุหลาบบนล่าง เท่านี้เย็นเลย เย็นมากๆ ด้วย” มุทิตาเล่าถึงผลรายงานความรู้สึกของผู้บริโภค ซึ่งความเย็นที่แท้แบบต้นตำรับนั้นมาจากน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติสูตรลับเฉพาะของตรางู ผสมกับสารสกัดจากมินต์หรือ Menthol ที่ให้ความเย็นสดชื่น

โดยที่มาของดอกกุหลาบบนล่างมาจากความต้องการของผู้บริหารยุคแรกที่อยากออกแบบให้บรรจุภัณฑ์ดูง่าย และให้ดอกไม้แทนความรู้สึกหอมสดชื่น แม้ต่อมาจะพยายามออกแบบให้ดอกไม้มีความหรูหราสไตล์ฝรั่งเศสมากขึ้น หรือเปลี่ยนจากกระป๋องเหล็กเป็นพลาสติก แต่ในที่สุดคนก็ยอมรับตัวตนเดิมที่แสนคลาสสิกของแป้งเย็นตรางูมากกว่า

“ครั้งหนึ่งแป้งเย็นตรางูเคยเปลี่ยนกระป๋องเป็นพลาสติกเพื่อให้ง่ายต่อการพกพา ผลก็คือ ตอนที่เปิดตัวใหม่ๆ ขายไม่ได้เลย เพราะคนเข้าใจว่าเป็นของปลอม” มุทิตาเล่า ก่อนเสริมว่าก่อนหน้านี้เข้าใจว่าคนมองแป้งเย็นตรางูว่าเชย จึงเลือกวิธีแต่งตัวใหม่ให้ทันสมัยน่าใช้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป เขาไม่ใช้แป้งแล้ว ดังนั้น ต่อให้บรรจุภัณฑ์แต่งตัวสวยแค่ไหน เขาก็จะแค่โอเคดีนะ แต่เขาไม่ได้ใช้แป้งแล้ว

ทีมการตลาดยอมรับกับเราว่าส่วนหนึ่งที่ยอดขายลดลงเป็นเพราะไม่มีกลุ่มผู้บริโภคหน้าใหม่ ซึ่งไม่นิยมหรือไม่ชินกับการใช้แป้งทาตัว หรือไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าทำไมต้องใช้แป้ง แป้งเย็นตรางูในยุคนี้จึงกลับมาพร้อมการนำเสนอความเย็นในรูปแบบอื่นๆ ตามไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปและความต้องการของคนที่หลากหลาย เกิดเป็นแคมเปญที่ชื่อว่า Make Snake Brand Great Again

แป้งเย็นตรางู

e-เย็น (ความเย็นในยุคใหม่)

แม้ปัจจุบันทุกบ้านจะมีเครื่องปรับอากาศ แต่เมื่อออกไปข้างนอกบ้าน เราก็ยังคงต้องเผชิญกับความร้อนอยู่ โจทย์ใหม่ของแป้งเย็นตรางูก็คือ ความเย็นที่พกพาได้ เกิดเป็นทิชชู่เย็นตรางู สเปรย์เย็นตรางู สบู่เย็นตรางู แป้งน้ำเย็นตรางู น้ำมันหอมระเหยเย็นตรางู และบาล์มเจลเย็นตรางู

แม้จะเป็นที่ฮือฮาในโลกโซเชียลก่อนใครเพื่อนเมื่อสัปดาห์ก่อน แต่ถ้าใครเป็นแฟนแบรนด์แป้งเย็นตรางู จะรู้ว่านี่ไม่ใช่การเดบิวต์เข้าวงการความเย็นครั้งแรกของทิชชู่เย็นตรางู

หลังจากลองผิดลองถูกมาเมื่อ 2 – 3 ปีก่อน ด้วยนวัตกรรมทิชชู่สูตรเย็นซึ่งยังไม่เคยมีใครทำมาก่อน ทิชชู่เย็นในวันนั้นมาในแพกเกจจิ้งสีม่วงและสีฟ้าอ่อน แต่เมื่อไม่ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคมากนัก ตรางูจึงแก้เกมด้วยการออกทิชชู่เย็นสูตร Active จับกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่รักการออกกำลังกายด้วยความเย็น สะอาด สดชื่น แนวสปอร์ต

“เราชอบกลิ่นของคลาสสิกมากกว่า” ช่างภาพหนุ่มของเราร้องบอก หลังขออาสาพิสูจน์กลิ่นทิชชู่เย็น 2 ซองตรงหน้า

ทิชชู่เย็นตรางู

เราถามทีมงานว่าคิดอย่างไรกับเรื่องตลกที่ในโซเชียลหยอกล้อกันว่าให้ระวังอย่าใช้ทิชชู่เย็นในห้องน้ำ

ทีมงานยิ้มอย่างมีเลศนัย แล้วตอบติดตลกว่า “จริงๆ เป็นเรื่องตลกที่เรารู้กันดีว่าคนใช้แป้งตรางูทำอะไรกันบ้าง อย่างเช่นที่ผู้ชายชอบใช้ทาเฉพาะส่วน เป็นเรื่องน่าดีใจที่คนจะนึกถึงเราในทุกหน้าร้อน เรื่องใช้ทิชชู่เปียกในห้องน้ำ หลายคนก็มาเสนอขำๆ ให้เราต่อยอดผลิตภัณฑ์เป็นผ้าอนามัยหรืออื่นๆ ซึ่งในอนาคตเราก็อาจจะหยิบความคิดเห็นที่ผู้บริโภคเสนอมามาต่อยอดจริงจังก็ได้”

และจากบทเรียนที่ผ่านมา ทำให้ในตอนแรกทีมงานเกิดความไม่มั่นใจในทิชชู่เย็นหน้าตาใหม่นี้มากนัก

“ตลาดมันเฉพาะทางมากๆ ลำพังคนใช้ทิชชู่เปียกก็เป็นคนกลุ่มเล็กๆ อยู่แล้ว กลุ่มคนที่ใช้ทิชชู่เปียกสูตรเย็นยิ่งเล็กลงไปอีก บทเรียนจากเรื่องนี้จึงบอกเราว่าแบรนด์ตรางูยังมีบารมีในตัวเองอยู่มาก คนเห็นแล้วรู้เลยว่าเย็นแน่นอน และจากที่เราเคยคิดว่าคนรุ่นใหม่คงหลงลืมแป้งเย็นตรางูไปแล้ว กลายเป็นว่าทุกคนให้ความสนใจ” ผู้จัดการฝ่ายการตลาดของแบรนด์ยิ้มตอบ

เจลเย็นตรางู น้ำมันตรางู

เย็นตอแย

เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่แป้งเย็นตรางูปล่อยคลิปโปรโมตแบรนด์ครั้งแรกในรอบ 5 ปี ในแฟนเพจ เพื่อบอกทุกคนว่า แป้งเย็นตรางูกำลังกลับมาอีกครั้งพร้อมผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ภายใต้ตรางูคลาสสิก เผยให้เห็นสมาชิกใหม่อย่างสเปรย์เย็นและทิชชู่เย็น ซึ่งแม้จะปรากฏตัวเพียง 1 – 2 วินาที ทุกคนที่ได้รับชมก็จบภาพนิ่งส่งมาถามหาสเปรย์กันมากมาย

“ลดอุณหภูมิ 8 องศาฯ จากอุณหภูมิโดยรอบ ภายใน 60 วินาที” ผลทดสอบจากห้องทดลองระบุไว้ข้างกระป๋องสเปรย์ต้นแบบ ก่อนพร้อมวางจำหน่ายช่วงกลางเดือนเมษายน

“ตอนที่ทำการทดสอบ มีคนนิยามความเย็นของสเปรย์เย็นว่า เป็นความเย็นตอแย นั่นคือ ไม่เพียงทำให้คลายร้อนยังสร้างความเย็นเยือกทิ้งไว้ยาวนาน จนต้องใส่อารมณ์กับกระป๋องสเปรย์ว่า พอได้แล้ว หายร้อนแล้ว เลิกเย็นได้แล้ว” ทันทีที่ได้รับคำอธิบายจากมุทิตา ช่างภาพหนุ่มของเราก็ไม่พลาดที่จะขอทดลอง

แป้งเย็นตรางู สบู่ตรางู

“เย็นเท่าแป้งเย็นมั้ยคะ” เราถาม

“เย็นกว่าแป้งอีกนะ เพราะจริงๆ แล้วแป้งเย็นเองก็มีเคล็ดลับการใช้ ถ้าใช้ตอนผิวแห้งจะไม่ค่อยเย็น ต้องใช้ตอนตัวหมาดๆ ซึ่งในสเปรย์เย็นและทิชชู่เย็นมีความชื้นในตัวเองอยู่แล้ว ดังนั้น จะเย็นทันทีที่ใช้งาน” มุทิตาเล่า ก่อนจะทิ้งท้ายว่าสิ่งที่แบรนด์แป้งเย็นตรางูตั้งใจจะสื่อในยุคนี้คือการเป็น Cool Solution ที่ไม่ว่าคุณจะต้องการความเย็นรูปแบบไหน ซึ่งในอนาคตแบรนด์ก็อาจจะนำผลิตภัณฑ์สูตรเย็นอื่นๆ ตรางูที่เคยทำในอดีตกลับมาให้หายคิดถึงอีกครั้ง

และในที่สุดแล้ว แบรนด์แป้งเย็นตรางูก็พบว่าเบื้องหลังกระแสตอบรับที่ดีนั้น คนมองข้ามเรื่องภาพลักษณ์ดีไซน์ที่ว่าเป็นกราฟิกคลาสสิกเดียวกัน แต่มองภาพรวมว่านี่คือตรางู และนี่คือความเย็น

มุทิตา หลักชัยวิบูลย์ มาศบดี มณีสะอาด

วิธีเอาชีวิตรอดสไตล์แป้งเย็นตรางู

  1. ใช้ทิชชู่เย็นตรางูเช็ดหน้าได้ แต่ให้ระวังและเว้นรอบตวงตา เพราะจะเย็นมากจนลืมตาไม่ขึ้น
  2. ลองพกทิชชู่เย็นตรางูติดไว้ในรถเวลาขับรถทางไกลแล้วรู้สึกง่วงนอน ให้นำมาปาดหน้าเลย สร่างแน่นอน
  3. สเปรย์เย็นตรางูใช้ฉีดผ่านเสื้อผ้าได้ รับรองว่าเย็นเหมือนฉีดที่ผิวโดยตรง
  4. เห็นแบบนี้ทหารหรือนักเรียน รด. ชอบใช้แป้งตรางูมาก มีคนสิงคโปร์และคนมาเลเซียมารีวิวให้ หรือบางทีเป็นทหารอเมริกันซึ่งเขาใช้แป้งเย็นตรางูแทนการอาบน้ำ
  5. ล่าสุดมีคนอินเดียส่งข้อความมาถามในเฟซบุ๊กว่าใช้แป้งเย็นตรางูแล้วทำไมไม่เย็น ซึ่งถ้าเป็นแป้งเย็นให้ใช้ตอนผิวหมาดนิดๆ แต่ถ้าเป็นทิชชู่เย็นหรือสเปรย์เย็นจะเย็นทันทีหลังใช้

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

Big Brand

เรื่องราวน่ารู้เบื้องหลังแบรนด์ดังที่รัก

ยาอมแก้ไอสมุนไพรลูกกลม เม็ดเล็ก รสชาติแรกลองเฝื่อนหน่อย ๆ อมไปแล้วหวานนิด ๆ ชื่อนี้ไม่มีใครไม่รู้จักเมื่อเห็นตะขาบเลื้อยอยู่บนซอง

ตราตะขาบ 5 ตัวอยู่คู่คนไทยมาตั้งแต่ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ทุกวันนี้มียอดขายหลายร้อยล้านบาท ส่งออกไปยังอาเซียนและหลากหลายประเทศ โดยยังคงโลโก้ตะขาบขนาบข้างในซองดังเดิม มีสรรพคุณแก้ไอได้ชะงักงัน เป็นดั่งฮีโร่ยาสมุนไพรไทยคู่บ้านที่สืบทอดรุ่นต่อรุ่นมาตลอด ความท้าทายใหม่ของแบรนด์ในยุคนี้ คือทำอย่างไรให้คนรุ่นใหม่สนใจแบรนด์สินค้าจากสมุนไพรไทย ไม่มองว่าเชย ตกยุค แต่เก๋าจนอยากรู้จัก จำสรรพคุณของตะขาบ 5 ตัวได้แบบไม่กลัวความขม

ถ้าเคยตัดสินยาอมแก้ไอจากรูปลักษณ์ วันนี้ขอชวนมาทำความรู้จักตะขาบ 5 ตัวให้ลึกลงอีกสักหน่อย จากวันแรกที่ผู้ก่อตั้งรุ่นหนึ่งแบกกระเป๋าเดินขายยาอมแก้ไอซิมเทียนฮ้อ จนถึงวันนี้ที่คลิปหนังโฆษณาเกิดไวรัล คนดูหลายล้านวิว ฮีโร่คนเดิมคนนี้เข้าไปนั่งในใจคนรุ่นใหม่ได้อย่างไร

The Cloud ชวนมาพูดคุยกับ คุณอรมณส์ แก่นศักดิ์ศิริ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด และ คุณไพบูลย์ สิมะวรา ผู้อำนวยการฝ่ายต่างประเทศ ของบริษัท ห้าตะขาบ (ซิมเทียนฮ้อ) จำกัด เผยให้เห็นเรื่องราวกว่าจะมาเป็นผลิตภัณฑ์ยาแก้ไอตราตะขาบ 5 ตัวในทุกวันนี้

1. ชายลึกลับบนซองตะขาบ 5 ตัว คือ จุ้ยไซ แซ่ซิ้ม ผู้ปรุงยาสมุนไพรเป็นงานพาร์ตไทม์จนได้ดี

ย้อนกลับไปในยุคก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 นายจุ้ยไซ แซ่ซิ้ม ผู้เคยเป็นเด็กช่วยปรุงยาในร้านหมอจีน ได้ย้ายถิ่นฐานจากเมืองจีนมาตั้งรกรากที่อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา ทำสวน เลี้ยงเป็ดไก่ไปเพื่อยังชีพ พอเริ่มมีเงินทุนจึงนำไปเปิดร้านขายของชำในตลาด

ราว พ.ศ. 2478 จึงย้ายมาอยู่ที่กรุงเทพฯ ย่านตลาดเก่า เยาวราช เขายังคงรับจ้างแบกหามในตอนกลางวันและปรุงยาตอนกลางคืน แต่ด้วยความรู้ติดตัวด้านยาสมุนไพร เป็นอย่างดี พอมีเวลาว่างจากงานจึงริเริ่มคิดสูตรยาสมุนไพรและทดลองปรุงยาอื่น ๆ อีกหลากหลายชนิดตามแบบฉบับของตนเอง เพื่อใช้กันเองในหมู่ญาติและคนใกล้ชิด ยาแก้ไอเป็นยาที่คนละแวกนั้นเริ่มชอบมากสุด จึงเริ่มนำไปฝากขายตามร้านยาภายใต้ชื่อ ‘ยาอมแก้ไอซิมเทียนฮ้อ’

หากเป็นสมัยนี้คงเรียกงานปรุงยาของนายจุ้ยไซว่างานพาร์ตไทม์ ใช้วิธีทำเป็นงานเสริมปั้นแบรนด์ไปเรื่อย ๆ สลับกับงานประจำเพื่อหาเลี้ยงชีพ

2. หิ้วกระเป๋าขายยาตามร้านกว่า 20 ปี จนเกิด Word of Mouth ชื่อแบรนด์ตะขาบ 5 ตัวติดหูลูกค้า

ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 นายจุ้ยไซพาครอบครัวอพยพหนีสงครามไปอยู่ที่อำเภอพระประแดงชั่วคราว ครั้งนั้นเจอน้ำท่วมใหญ่ สังเกตเห็นตะขาบหนีน้ำมาเกาะตามฝาบ้าน เห็นสัตว์มีพิษแล้วนึกถึงความเชื่อของศาสตร์การรักษาอาการป่วยแบบจีนสมัยโบราณที่เชื่อว่าพิษล้างพิษ ตะขาบถือเป็นสัญลักษณ์ของสัตว์มีพิษจึงมีสรรพคุณช่วยล้างพิษได้

นายจุ้ยไซจึงเกิดไอเดียนำตะขาบมาทำเป็นเครื่องหมายการค้า ส่วนเลข 5 คือเลขมงคลของชาวจีน หากสังเกตชื่อแบรนด์สินค้าที่คุ้นหูในอดีต จะพบว่าหลายแบรนด์นิยมนำเลข 5 มาตั้งชื่อ ไม่ว่าจะเป็น 5 เจดีย์ หรือ 5 มังกร รวมทั้งครอบครัวของนายจุ้ยไซยังมีลูกถึง 10 คน แบ่งเป็นผู้ชาย 5 คน ผู้หญิง 5 คน เลข 5 จึงเป็นเลขที่ทั้งมีความมงคลและผูกพัน เกิดเป็นชื่อแบรนด์ตะขาบ 5 ตัว พร้อมซองยาที่มีสัญลักษณ์เป็นรูปตะขาบขนาบทั้งสองข้างและรูปนายจุ้ยไซอยู่ตรงกลาง

ด้วยความมุ่งมั่นไม่ย่อท้อและเชื่อมั่นในสรรพคุณยาของตนเอง เขายังคงหิ้วกระเป๋าเดินทางไปฝากขายตามร้านขายยาต่าง ๆ เป็นเวลา 20 กว่าปีจนสินค้าเริ่มติดหู ลูกค้าจดจำได้ ลูกค้าบอกปากต่อปากจนสามารถขยายกิจการ เช่าตึกแถวเปิดร้านขายยาซิมเทียนฮ้อที่ศาลเจ้าแซ่ซิ้ม ตากสิน ซ.8 ฝั่งธนบุรี ใน พ.ศ. 2496 ทั้งขายยาสำเร็จรูป จัดยาสมุนไพร และตรวจผู้ป่วย

3. ตะขาบ 5 ตัวไม่ได้ขายแค่ยาแก้ไอ แต่นำเข้าสินค้าจากต่างประเทศด้วยเพื่อความหลากหลาย

จากร้านขายยาเติบโตเป็นบริษัทผลิตยาอย่างเดียวแบบเต็มตัว ในยุคของทายาทรุ่นสองภายใต้ชื่อ บริษัท ห้าตะขาบ (ซิมเทียนฮ้อ) จำกัด ในเวลาต่อมา โดยสร้างโรงงานใหม่ที่เขตบางขุนเทียนนี้ สามารถพัฒนากระบวนการผลิตยาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมีการนำเครื่องจักรที่ทันสมัยมาใช้ร่วมกับแรงงานคน และเพิ่มบุคลากรที่มีความสามารถเฉพาะทาง เพื่อร่วมทำการวิจัยกระบวนการผลิตให้ได้มาตรฐานและทันสมัยเรื่อยมา

น้อยคนจะรู้ว่านอกจากยาอมแก้ไอตราตะขาบ 5 ตัวแล้ว บริษัท ห้าตะขาบ (ซิมเทียนฮ้อ) จำกัด ยังมีบริษัทในเครือคือ บริษัท ห้าตะขาบ เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด นำเข้าสินค้ายาจากต่างประเทศหลากหลายชนิด อย่างแผ่นแปะพริก ปอราส แคพซิคัม พลาสเตอร์ แผ่นแปะบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อ ยาน้ำมันสมุนไพร ยู่ยี่ออยล์ที่มีประวัติกว่า 150 ปีในมาเลเซียและสิงคโปร์ โดยคัดเลือกยาที่เป็นที่ยอมรับในท้องถิ่น มีประวัติขึ้นชื่ออย่างยาวนานในประเทศนั้น ๆ เหมือนยาแก้ไอตะขาบ 5 ตัว เพื่อขยายกลุ่มลูกค้าและเพิ่มความหลากหลายของสินค้า รวบรวมของดีให้คนไทยได้ใช้ โดยไม่ทอดทิ้งเอกลักษณ์ดั้งเดิมของตราตะขาบ ปัจจุบันอยู่ในช่วงข้อต่อเพื่อที่จะมารับช่วงของทายาทรุ่นสองและรุ่นสามของตระกูลที่ทำงานร่วมกันเพื่อขยับขยายกิจการ

7 เรื่อง ‘ตราตะขาบ 5 ตัว’ ยาแก้ไอสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 สู่แบรนด์คนรุ่นใหม่ระดับโลก
7 เรื่อง ‘ตราตะขาบ 5 ตัว’ ยาแก้ไอสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 สู่แบรนด์คนรุ่นใหม่ระดับโลก

4. ยาสมุนไพรไทยลุคบ้าน ๆ ที่พร้อมคิดค้นสูตรใหม่ให้อมง่าย และปรับแพ็กเกจให้เข้ากับยุคสมัย

คนรุ่นพ่อรุ่นแม่จดจำตะขาบ 5 ตัวเป็นยาอมแก้ไอสมุนไพรที่แก้เจ็บคอได้อย่างชะงักงัน ด้านรสชาตินั้นว่ากันว่า แรก ๆ มันขม แต่อมไปมันจะหวาน โดยความหวานมาจากสมุนไพรล้วน ไม่ใส่น้ำตาล เด็ดขาดแต่ละมุนละม่อม ทำให้ชุ่มคอ เมื่อดื่มน้ำหรือชาร้อนตาม ความชุ่มคอนั้นจะยิ่งทวีคูณ

สิ่งที่ตะขาบ 5 ตัวอยากบอกคือ อย่าตัดสินกันที่รูปลักษณ์ภายนอก เพราะแม้จะเป็นแบรนด์เก่าแก่ เป็นยาสมุนไพรไทย แต่อมแล้วหายได้จริง พิสูจน์แล้วทั้งจากการบอกต่อกันปากต่อปากมาเป็นเวลากว่า 80 ปี และผลวิจัยทางวิทยาศาสตร์จาก สวทช. พบว่าสามารถยับยั้งเชื้อแบคทีเรียได้มากกว่า 99.99 เปอร์เซ็นต์ภายใน 5 นาที ข้อดีของสมุนไพรไทย คือ ไม่ดื้อยา อมได้บ่อยตามต้องการ ต่างจากยาสมัยใหม่ที่อาจมีผลข้างเคียงต่อร่างกาย

นอกจากรสสมุนไพรแบบดั้งเดิมแล้ว แบรนด์ยังพัฒนาสูตรยาอมให้หลากหลาย เคลือบรสมิ้นท์ บ๊วย ตะไคร้ เพื่อตอบโจทย์คนที่กลัวความขม และยังพัฒนาจากบรรจุภัณฑ์แบบซองดั้งเดิม เพิ่มแบบตลับและสเปรย์แก้ไอเข้ามาเพื่อแก้ปัญหาของลูกค้า สำหรับคนที่ชอบภาพลักษณ์ทันสมัย การพกตลับยาอมแก้ไอจะสะดวกกว่า ส่วนคนที่ไม่อยากอมยานาน ไม่อยากอมสมุนไพรแล้วลิ้นดำ แบบสเปรย์ก็เข้ามาตอบโจทย์เป็นทางเลือกใหม่ที่ละลายเสมหะ ทำให้ชุ่มคอได้เหมือนกัน

เรื่องราวของยาแก้ไอตราตะขาบ 5 ตัว แบรนด์คู่คนไทยกว่าศตวรรษ ที่พร้อมปรับตัวให้เก๋า โดนใจคนรุ่นใหม่

5. บทสนทนาระหว่าง 2 เจเนอเรชันที่อยากให้คนรุ่นใหม่เปิดใจให้ตะขาบในหนังโฆษณาฝีมือ ต่อ ธนญชัย

ด้วยเป็นยาอมสมุนไพรแผนโบราณที่โด่งดังมานานร่วมศตวรรษ ความท้าทายของตราตะขาบ 5 ตัว คือ ทำอย่างไรให้คนรุ่นใหม่อยากเปิดใจลอง เพราะแบรนด์มั่นใจว่าถ้ารู้จักแล้วจะรัก ลองแล้วชอบในประสิทธิภาพแน่นอน

ความตั้งใจของแบรนด์ คือสื่อสารภาพลักษณ์ให้มีความคลาสสิกแต่เท่ เป็นแบรนด์จากภูมิปัญญาไทยที่ถูกใจคนรุ่นใหม่แต่ก็ไม่ทิ้งลูกค้าเก่า หนังโฆษณาล่าสุดของตะขาบโดย ต่อ-ธนญชัย ศรศรีวิชัย แห่งฟีโนมีนา เล่าเรื่องการคุยกันของพ่อกับลูก เปรียบสมุนไพรไทยเป็นญาติผู้ใหญ่ที่อบอุ่น เป็นมิตร แก้ปัญหาเก่ง สอดแทรกมุกโดนใจวัยรุ่น ให้ปรับภาพลักษณ์สมุนไพรไทยที่ดูล้าสมัยให้เป็นสิ่งที่เข้าถึงง่าย เล่าเรื่องความแตกต่างระหว่างเจเนอเรชันผ่านการสอดแทรกภูมิปัญญาของคนรุ่นเก่าและการตั้งคำถามของคนรุ่นใหม่ที่แม้แตกต่างกัน แต่ด้วยความรักก็ทำให้เข้าใจกันได้

หากแบรนด์ตะขาบ 5 ตัวที่อายุกว่า 80 ปีเป็นคน คงเป็นแด๊ดดี้สายวินเทจที่ไม่เคยเชยตามกาลเวลา ยังแต่งตัวด้วยชุดเดิมแต่พร้อมเล่นโซเชียลมีเดียอย่าง Facebook และ TikTok เป็นตะขาบที่พร้อมปรับตัวตามโลกที่เปลี่ยนไปเร็ว ใช้ทั้งสื่อออนไลน์และออฟไลน์ ปรับตามไลฟ์สไตล์ลูกค้าเสมอ พร้อมก้าวเข้าหาคนรุ่นใหม่ โดยยังคงความเป็นตัวเองไปด้วย

เรื่องราวของยาแก้ไอตราตะขาบ 5 ตัว แบรนด์คู่คนไทยกว่าศตวรรษ ที่พร้อมปรับตัวให้เก๋า โดนใจคนรุ่นใหม่

6. ตะขาบไม่ทิ้งลาย Takabb x Greyhound x SAPPE เพิ่มสินค้าที่เข้าไปอยู่ในไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ 

ความเป็นผู้ใหญ่ที่ทันยุคสมัยของตะขาบ 5 ตัว คือการพร้อมสร้างสรรค์สิ่งใหม่กับแบรนด์รุ่นใหม่อยู่เสมอโดยไม่ละทิ้งความเป็นตัวเอง ตราตะขาบเคยคิดอยากทำแบรนด์ให้โมเดิร์นขึ้น มินิมอลขึ้นตามกระแส แต่พบว่าหากขาดภาพตะขาบและอากงไป ก็จะขาดตัวตนของแบรนด์ที่เป็นภาพจำของยาสมุนไพรคู่คนไทยไป จึงยังคงโลโก้เดิม แล้วหาทางทำให้ภาพลักษณ์ของตะขาบเป็นแบรนด์ที่วัยรุ่นอยากรู้จักและอยู่ในไลฟ์สไตล์ให้ได้

เพราะเป็นแด๊ดดี้ก็เก๋าได้ ‘ตะขาบ’ ร่วมกับแบรนด์แฟชั่นสัญชาติไทยอายุ 40 ปีอย่าง Greyhound ที่มีประสบการณ์ในการทำสินค้าไลฟ์สไตล์มากมาย และมีจุดเด่นในการคิดนอกกรอบและทดลองสิ่งใหม่ ๆ สร้างสรรค์ลายวินเทจอย่างตะขาบ 5 ตัวให้เป็นลายคลาสสิกสุดเท่บนสินค้าของที่ระลึกอย่างเสื้อผ้าและกระเป๋า สร้างความผูกพันและติดตากับลายตะขาบในชีวิตประจำวัน

กลางปีที่ผ่านมา Takabb ยังร่วมกับ SAPPE แบรนด์เครื่องดื่มทางเลือกสุขภาพของคนรุ่นใหม่ เช่น บิวตี้ดริงก์ที่เน้นฟังก์ชันสุขภาพหลากหลาย ปรับตามเทรนด์ไลฟ์สไตลรักสุขภาพของคนรุ่นใหม่ ออกสินค้าเครื่องดื่มสมุนไพรไทย Functional Herbal Drink แบบช็อต สำหรับเสริมความมั่นใจในการใช้เสียง ดึงจุดเด่นของสมุนไพรไทยให้เด่นขึ้น เพิ่มทางเลือกให้คนเจเนอเรชั่น Y และ Z ที่พร้อมอยากลองของใหม่

เรื่องราวของยาแก้ไอตราตะขาบ 5 ตัว แบรนด์คู่คนไทยกว่าศตวรรษ ที่พร้อมปรับตัวให้เก๋า โดนใจคนรุ่นใหม่

7. แบรนด์ตะขาบไทยอยากเติบโตไปไกลทั่วโลก มีวิสัยทัศน์กว้างไกลและไม่หยุดพัฒนา

ความตั้งใจของตะขาบ 5 ตัว ไปอยากเติบโตเป็นแบรนด์ระดับโลก อยากนำตราตะขาบสินค้าภูมิปัญญาไทยให้คนต่างชาติได้รู้จัก

ตราตะขาบเริ่มส่งออกไปยังหลากหลายประเทศ เริ่มจากฮ่องกงเป็นที่แรกใน พ.ศ. 2548 ตั้งแต่สมัยที่ไม่มียาแผนโบราณออกจำหน่ายมากนัก เมื่อเริ่มขยายไปยังประเทศที่มีอิทธิพลอย่างสิงคโปร์ได้แล้ว ก็ขยายต่อไปยังอินโดนีเซีย มาเลเซีย จนขยายครอบคลุมในแถบอาเซียน ทั้งบรูไน กัมพูชา ลาว พม่า พร้อมมีแผนขยายไปยังประเทศอื่น ๆ ทั้งรัสเซียและแถบอินเดียอีกในอนาคต

สมัยก่อนภาพลักษณ์ยาสมุนไพรไทยที่ Made in Thailand ยังคล้ายสินค้าจากจีนอยู่ เมื่อสะสมการสร้างชื่อมาอย่างยาวนาน พิสูจน์สรรพคุณได้จริงทำให้เป็นที่ยอมรับมากขึ้นในต่างประเทศ โดยทุกครั้งที่แบรนด์ตีตลาดใหม่ จะต้องศึกษาวัฒนธรรมของประเทศนั้น ๆ เช่น คนรัสเซียไม่ชอบความหวาน ประเทศมุสลิมมีข้อกำหนดด้านฮาลาล เป็นต้น

ความท้าทายของการเติบโตอย่างยั่งยืน จึงเป็นการไม่หยุดพัฒนาสินค้าและระบบการทำงาน คงตำราสมุนไพรดั้งเดิมแต่ก็ไม่ Out พร้อมสร้างความแปลกใหม่ให้เข้าถึงง่ายอยู่เสมอ

Writer

รตา มนตรีวัต

อดีตสาวอักษรผู้โตมาในร้านขายหวายอายุ 100 กว่าปีย่านเมืองเก่า เป็นคนสดใสเหมือนดอกทานตะวัน สะสมแรงบันดาลใจไว้ในบล็อคชื่อ My Sunflower Thought ขับรถสีแดงชื่อ Cherry Tomato ระหว่างวันทำงานในโลกธุรกิจ เวลาว่างซาบซึ้งในศิลปะ

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load