ชื่อแบรนด์: สบู่พฤกษานกแก้ว
สัญชาติ: ไทย
ปีที่ก่อตั้ง: 1947

ถ้าเป็นคนไทย ใครๆ ก็ต้องรู้จักสบู่พฤกษานกแก้ว สบู่หอมแบบไทยแท้ๆ 100% ที่เป็นขวัญใจคนรุ่นพ่อแม่ และปู่ย่าตายาย

แต่ถ้าหากถามคนรุ่นใหม่ คนที่โตมากับสบู่เหลว น้ำหอมนับร้อย นับล้านแบบ คนที่มีไลฟ์สไตล์เข้ากับยุคดิจิทัล สนใจสิ่งใหม่ๆ ตลอดเวลา เขาก็คงมองว่าสบู่พฤกษานกแก้วที่ห่อด้วยกระดาษแบบที่ใช้ในยุคแรกนั้นเป็นของตกยุค

ความรู้สึกแปลกๆ กับรูปลักษณ์ออริจินัลดั้งเดิม กลิ่นหอมที่เดาไม่ออก เพราะไม่เหมือนแบรนด์สบู่หอมก้อนไหน ผสมกับความรู้สึกคุ้นเคยลึกๆ ในความทรงจำ ก่อให้เกิดความไม่แน่ใจว่าจะชอบหรือไม่ชอบดี

ไม่เป็นไรนะ เราจะค่อยๆ เล่าให้คุณฟัง

ในยุคสมัยที่ใครๆ ก็ลุกขึ้นมารีแบรนด์ เปลี่ยนตัวตน ปรับภาพลักษณ์ให้ทันสมัยตามยุคตามกระแส เราก็ยังคงเห็นสบู่ก้อนหอมสูตรดั้งเดิมก้อนนี้ห่ออย่างประณีตด้วยกระดาษหน้าตาคุ้นชินและส่งกลิ่นหอมฉุย ซึ่งเป็นอัตลักษณ์และตัวตนที่ชัดเจนจนปฏิเสธไม่ได้

และเพราะรู้ถึงจุดเด่นของตัวเอง สบู่พฤกษานกแก้วจึงเลือกที่จะปฏิบัติการกู้ภาพลักษณ์เก่าแก่ให้เป็นความเก๋าที่มีอัตลักษณ์ เก๋ไก๋สไตล์ไทยๆ มากกว่าจะเปลี่ยนตัวตนที่มี มาดูกันว่า วิธีการคิดนอกกรอบที่ไฉไลและร่วมสมัยของสบู่พฤกษานกแก้วในยุคนี้เป็นอย่างไร

สบู่พฤกษานกแก้ว

สบู่พฤกษานกแก้ว กับห้องปรุงกลิ่นแห่งความลับ

ก่อนอื่นขอพาคุณย้อนกลับไปในวันหนึ่งของปี 2490

ยุคนั้นคนไทยยังมีวิถีชีวิตแสนเรียบง่าย อาบน้ำตามแม่น้ำลำคลองแบบไม่ใช้สบู่ มีบ้างเป็นส่วนน้อยที่ใช้สบู่กรด หรือสบู่ก้อนห่อกระดาษหนังสือพิมพ์โตๆ อาบน้ำรวมกับเอาไว้ใช้ล้างสารพัดสิ่งไปจนถึงซักผ้า

จนกระทั่งนักธุรกิจชาวสวิส มิสเตอร์วอลเตอร์ เลโอ ไมเยอร์ ประธานกรรมการของห้างเบอร์ลี่ ยุคเกอร์ แอนด์โก ห้างสรรพสินค้าชื่อดังแห่งยุคนั้น ที่โด่งดังมีชื่อเสียงเรื่องการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ เห็นโอกาสทางธุรกิจของสบู่หอม จึงก่อตั้งโรงงานผลิตสบู่เล็กๆ เริ่มต้นด้วยการผลิตสบู่หอม ที่ผลิตด้วยมือทุกก้อน ใช้น้ำหอมนำเข้าจากฝรั่งเศสกับส่วนผสมจากธรรมชาติ เกิดเป็นสูตรลับระดับตำนานอันเลื่องลือ และส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่วทั้งบริเวณซอยรูเบีย ตำแหน่งที่ตั้งแรกของโรงงาน

สบู่พฤกษานกแก้ว

ความน่ารักก็คือ ชาวบ้านในย่านนั้นจะชอบมารวมตัว มุงดูกันแน่นขนัด ในทุกครั้งที่มีการทำสบู่
ที่มาของชื่อ อัตลักษณ์ และเอกลักษณ์ต่างๆ ของสบู่พฤกษานกแก้ว มาจากงานอดิเรกที่ชอบเดินป่าของมิสเตอร์วอลเตอร์ ซึ่งครั้งหนึ่งออกเดินสำรวจป่าและประทับใจความสวยงามของนกแก้วไทย จึงตั้งใจออกแบบกลิ่นของสบู่ให้ออกมาหอมกลิ่นธรรมชาติของพฤกษาและดอกไม้ป่านานาพันธุ์

ยากจะคาดเดาว่ากลิ่นหอมสดชื่นอันสุดแสนจะเป็นเอกลักษณ์นี้ ใกล้เคียงกับดอกไม้ชนิดใดในความทรงจำของเราบ้าง

และจนถึงทุกวันนี้ กลิ่นหอมในตำนานของสบู่พฤกษานกแก้วก้อนสีเขียวนั้นก็ยังคงเป็นปริศนาธรรมสำหรับเราทุกคน

กลิ่นหอมรอมริบ

ความจริงเพียงหนึ่งเดียวของกลิ่นสบู่ที่เราพอเปิดเผยได้ก็คือ จะมีแค่เพียงผู้บริหารระดับสูงเท่านั้นที่ทราบสูตรลับนี้ โดยจะมีห้องลับที่ใช้ปรุงความหอม ซึ่งจะไม่เปิดเผยสูตรลับนี้แก่ใคร และทุกวันนี้ก็ยังเป็นแบบนั้นอยู่
วัตถุดิบตั้งต้นยังคงเป็นไปตามสูตรดั้งเดิม

น้ำหอมนำเข้าจากต่างประเทศ ผสมกับกลิ่นสกัดจากดอกไม้และสมุนไพรไทยนานาชนิด ในขณะที่วิธีการปรุงหัวน้ำหอมจนได้กลิ่นพิเศษนี้เป็นความลับที่แม้กระทั้ง Supplier เองก็ไม่มีทางรู้

สบู่นกแก้ว

จะว่าไปแล้ว สูตรลับเรื่องกลิ่นของสบู่พฤกษานกแก้วก็ไม่ต่างจากสูตรลับรสชาติและความอร่อยของน้ำอัดลมชื่อดังระดับโลกที่ใครๆ ก็ลอกเลียนแบบรสชาติและกลิ่นไม่ได้ เพราะแม้จะมีแบรนด์ต่างชาติหลายแบรนด์พยายามแกะสูตรลับนี้ แต่ก็ยังคงไม่มีใครสามารถทำสำเร็จ

ความหอมของสบู่พฤกษานกแก้วจึงยังคงความอมตะ และเป็นไทยแท้ 100% ให้เราได้ชื่นใจมาจนถึงทุกวันนี้

 

กลุ่มก้อนทางการบ้านการเมือง

เคยได้ยินใครสักคนบอกไว้ ว่าต่อให้อาบน้ำอยู่ริมคลองแล้วทำสบู่พฤกษานกแก้วตกลงไปหลายวัน พอเก็บขึ้นมาจากน้ำ สบู่ก็ยังคงรูปก้อนดังเดิม

คุณงามความดีเรื่องก้อนสบู่ที่แข็ง เนื้อสบู่แน่น ไม่เละง่าย ใช้ไปแล้วก้อนไม่แตกไม่หักนั้น มาจากสูตรการผสมวัตุดิบทำสบู่คุณภาพสูง และเทคนิคการผลิตเฉพาะตัวที่ไม่เปิดเผยเช่นกัน

สำคัญที่สุดคือ ความซื่อสัตย์ในการรักษาคุณภาพสบู่แบบเดียวกับที่ตอนที่เป็นสบู่หอมชั้นดีตั้งแต่ในอดีตถึงปัจจุบัน

น้อยคนจะรู้ว่า สบู่พฤกษานกแก้วการออกแบบมาเพื่อให้ใช้ได้กับน้ำทุกประเภท

ความไม่กล้วน้ำกระด้าง และการใช้ได้กับทุกสภาพน้ำ ทุกพื้นที่ในประเทศไทยนี้ ทำให้ฟองที่เกิดขึ้นสามารถชำระล้างทุกสิ่งสกปรกอย่างง่ายดาย อาบน้ำครั้งใดก็สะอาดหอมกลิ่นพฤกษา ชื่นใจและหอมติดผิว

ไม่น่าแปลกใจ ว่าทำไมคนไทยจึงเป็นชนชาติที่อาบน้ำบ่อยที่สุดในโลก

สบู่นกแก้ว

สบู่นกแก้ว

หอมสดชื่น…ติด (ตลาด) ทนนาน

เช่นเดียวกับทุกธุรกิจในอดีต สบู่พฤกษานกแก้วสร้างการจดจำผ่านโฆษณาในวิทยุ โปสเตอร์ และสิ่งพิมพ์ ก่อนจะเริ่มมีโฆษณาโทรทัศน์ ซึ่งใช้นักแสดงหรือคนดังแห่งยุคสมัยมาเป็นพรีเซนเตอร์เล่าคุณประโยชน์และสร้างการจำจด ด้วยการชูประเด็นเรื่องความหอม สะอาด สดชื่น  

ก่อนจะเพิ่มประเภทของสินค้า หลังจากขายสบู่ก้อนเดียว สีเดียว กลิ่นเดียว มาตลอด 50 ปี

เราจึงได้กลิ่นและเห็นห่อสบู่พฤกษานกแก้วสีอื่นๆ บนชั้นสินค้า รวมทั้งหมด 8 สี เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่มีความชอบหลากหลายมากขึ้น

คนรุ่นใหม่ที่อาจจะแค่คุ้นชื่อ แต่ไม่เคยได้ลอง เราเชื่อเหลือเกินว่าถ้าได้เปิดใจลองสัมผัสกลิ่นความหอมของสบู่พฤกษานกแก้ว จะต้องมีสักกลิ่นใน 8 กลิ่นนี้ที่คุณชื่นชอบแน่ๆ

สบู่พฤกษานกแก้ว สบู่นกแก้ว

เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป แบรนด์ก็ไม่ปฏิเสธที่จะออกสินค้ากลุ่มใหม่ๆ อย่างครีมอาบน้ำหรือสบู่เหลว เพราะตอบโจทย์การใช้งานในยุคนี้มากกว่า แต่ก็ยังคงอัตลักษณ์ของความเป็นต้นตำรับสบู่ความงามของไทย และยืนหยัดที่จะมอบประสบการณ์การอาบน้ำหอมสดชื่นติดทนนาน

การยืนหยัดในอัตลักษณ์และรักษาสิ่งที่เชื่อมั่นถือเป็นการคงคุณค่าแก่นแท้ของแบรนด์อย่างยั่งยืน แบบเดียวกับที่แบรนด์เครื่องสำอางระดับโลกอย่าง La Mer, Sisley, SK-II รักษาคุณค่าในผลิตภัณฑ์ระดับตำนานของตัวเอง
จะว่าไป สบู่พฤกษานกแก้วก้อนสีเขียวก็ไม่ต่างจาก Jo Malone แบรนด์น้ำหอมชื่อดังของอังกฤษที่ต่อให้ออกแบบกลิ่นธรรมชาตินับร้อยนับพัน แฟนๆ ก็ยังคงจะจดจำกลิ่นหอมหลักได้มากกว่า

และด้วยคุณลักษณะพิเศษทั้งหมดนี้ สบู่พฤกษานกแก้วจึงยังเป็นสบู่ก้อนยอดนิยมอันดับหนึ่งของเมืองไทย ด้วยยอดขายมากกว่า 40 ล้านก้อนต่อปี

ใครที่เคยคิดว่า ยุคนี้ไม่มีใครใช้สบู่พฤกษานกแก้วคงต้องมองสบู่ก้อนหอมสีเขียวนี้เสียใหม่ เพราะสบู่พฤกษานกแก้วไม่ได้ขายดีแต่ที่บ้านเรา

ภูมิใจทุกครั้งที่รู้ว่าแบรนด์สัญชาติไทยแบรนด์นี้ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติที่สนใจในอัตลักษณ์พิเศษ ทั้งกลิ่นพฤกษาที่หาจากไหนในโลกไม่ได้ และงานออกแบบบนกระดาษห่อสบู่ ดังจะเห็นในร้านค้าคัดสรรของเก๋ๆ ทั่วโลก ในหลายๆ ประเทศ เช่น สวิตเซอร์แลนด์ อังกฤษ หรือแม้แต่สหรัฐอเมริกา

หนึ่งในแบรนด์ไทยๆ จากไม่กี่แบรนด์ที่ยืดหยัดในตัวตนและอัตลักษณ์ ข้ามผ่านกาลเวลาและสถานที่ จนไปไกลและไกลได้อีกขนาดนี้

สบู่พฤกษานกแก้ว

เรียกพี่ได้มั้ย

ถึงกระนั้น ก็ยังมีคนจำนวนไม่น้อยที่ยังเข้าใจว่าสบู่พฤกษานกแก้วเป็นของหลงยุค หรือเป็นของที่ไม่มีใครใช้แล้ว

ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะที่ผ่านมาแบรนด์ห่างหายจากการสื่อสารกับกลุ่มคนรุ่นใหม่ไปบ้าง

คำถามก็คือ แล้วแบรนด์ออริจินัลอย่างสบู่พฤกษานกแก้วผู้เชื่อมั่นในสิ่งที่ทำและมีความจริงใจมอบสินค้าดีมีคุณค่า มีวิธีการสื่อสารและต่อติดกับเด็กรุ่นใหม่ ผู้เติบโตในยุคที่มีสบู่และน้ำหอมให้เลือกมากมาย จนรู้สึกว่ากลิ่นหอมเย็นแนวพฤกษาที่มีเอกลักษณ์แบบไทยจ๋าเป็นสิ่งที่ไม่เข้ากับพวกเขานี้อย่างไร

รีแบรนด์ เมกโอเวอร์ อาจจะเป็นคำแรกๆ ที่ทุกคนคิดถึง

แต่ไม่ใช่กับสบู่พฤกษานกแก้ว

สบู่นกแก้ว

หอมออริจินัล

ในยุคที่ใครๆ ก็รีแบรนด์ ลบและเปลี่ยนภาพจำให้ทันสมัยกับยุค 4.0 จนลืมตัวตนที่มีมาหมดสิ้น

เราตั้งคำถามถึงความท้าทายในการสื่อสารกับคนรุ่นใหม่ โดยที่เลือกจะไม่รีแบรนด์ตามสมัยนิยม จนเมื่อได้พบกับคำตอบในงานล่าสุดของสบู่พฤกษานกแก้ว

สบู่พฤกษานกแก้วเลือกที่จะแตกต่างอย่างที่เป็นมา และสร้างความรู้สึกภูมิใจในความเป็นนกแก้วที่อยู่คู่คนไทยมานานรุ่นสู่รุ่น  

บทเรียนจากนกแก้วบอกเราว่า สิ่งสำคัญก็คือ ใครเป็นคนให้ค่าว่าการห่อสบู่ด้วยกระดาษนั้นเชยหรือไม่เชย และอะไรคือเหตุผลที่เราต้องทำตามที่สิ่งที่ใครเขาเชื่อกัน เพราะถ้ามองให้ดี ความขลังนี้ไม่ต่างจากการเลือกดื่มน้ำอัดลมในขวดแก้วหรือขวดพลาสติก ล้วนเป็นอรรถรสจากประสบการณ์ที่ผู้บริโภคเลือกได้เอง

เหมือนที่เราเห็นสบู่ความงามชั้นสูงของยุโรปหลายแบรนด์ก็ยังคงห่อด้วยกระดาษ ขายในร้านหรูหราด้วยราคาที่สูงลิบ

คงเป็นเรื่องไม่ยุติธรรมกับสบู่พฤกษานกแก้วเท่าไหร่

ถ้าพวกเราคนรุ่นใหม่ตั้งคำถามว่า ‘ใครจะใช้’ หรือ ‘ใครยังใช้’ สบู่แบรนด์นี้อยู่ เพราะยังมีคนไม่น้อยที่ยังใช้และภูมิใจในสิ่งที่เลือกแล้วนี้

ถ้าเปรียบเป็นคน ก็คงเป็นคนที่มีสไตล์และเป็นตัวของตัวเอง เพราะไม่ว่าโลกจะหมุนเวียนเปลี่ยนไปอย่างไร สบู่พฤกษานกแก้วก็ยังคงยืนยันว่า ฉันจะยังเป็นสบู่หอมพฤกษาที่ห่อด้วยกระดาษ

ถ้าเป็นสบู่หอมไม่จริงกลิ่นก็คงหายไปหมด เราคิดในใจขณะยกสบู่พฤกษานกแก้วก้อนสีเขียวขึ้นมาสัมผัสกลิ่น พิสูจน์มนต์อำนาจความหอมอมตะ ครั้งแล้วครั้งเล่า

สบู่พฤกษานกแก้ว

ขอให้เหมือนเดิม

ถ้าสบู่พฤกษานกแก้วเปลี่ยนหน้าตาจากห่อกระดาษไปใส่กล่องสวยๆ หรือแม้แต่เปลี่ยนรูปนกแก้วออกเราจะมีความรู้สึกต่อสิ่งนี้อย่างไร

คำตอบของคนในจำนวนร้อยทั้งร้อยทั้งใกล้ตัวและไกลตัว เห็นตรงกันว่าอย่างไรก็คงไม่ชิน

และไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ขอให้มีรูปนกแก้วบนโลโก้ บนสินค้า เพราะเป็นเครื่องการันตีคุณภาพและความเชื่อใจที่มีต่อกัน

สิ่งที่แบรนด์สบู่พฤกษานกแก้วเลือกทำ จึงไม่ใช่การ Repackaging หรือการรื้อภาพ แต่เป็นการนำเสนอแก่นสารและความรู้สึกในแบบที่เราเรียกว่าการทำ Art Marketing

นกแก้ว

ศิลปะการตลาด

นอกจากเรื่อง Rebranding ในโลกธุรกิจสร้างสรรค์มีสิ่งที่เรียกว่า Co-branding

ดังที่เราจะเห็นการทำ Co-branding ของแบรนด์ระดับโลก อย่างแบรนด์น้ำดื่ม Evian กับศิลปินต่างๆ หรือล่าสุด การร่วมกันระหว่างแบรนด์เก่าแก่อย่าง LOUIS VUITTON กับ Jeff Koons ศิลปินป๊อปอาร์ตชื่อดัง ออกมาเป็นคอลเลกชันที่ชื่อว่า Masters ที่จับผลงานศิลปะของศิลปินชั้นครูมาอยู่บนกระเป๋าแบรนด์หรู โดยไม่ทิ้งตัวตนของแบรนด์และศิลปินแต่อย่างไร

เพราะการสื่อสารด้วยศิลปะเป็นเรื่องที่ไม่ต้องการคำอธิบาย เป็นภาษาสากลที่สื่อสารออกไปในวงกว้างได้มากกว่า

เพียงแค่เห็นก็สามารถถ่ายทอดความรู้สึก เรื่องราวกินใจได้ครบถ้วน

Art Marketing ของสบู่พฤกษานกแก้วเกิดจากการมอบโจทย์ให้ศิลปินเป็นคนบอกเล่าเรื่องราวตัวตนของพฤกษานกแก้วในรูปแบบงานศิลป์ โดยขอให้คงตัวตน คุณค่าของแบรนด์ และให้ความงามของศิลปะเป็นตัวเชื่อมการบอกเล่าเรื่องราวสู่คนรุ่นใหม่ที่ให้ความสนใจในงานศิลป์

ซึ่งถ้าคุณเป็นแฟน The Cloud คุณคงกำลังคิดถึงศิลปินคนเดียวกัน

เก๋ไก๋ ไฉไล สไตล์พฤกษานกแก้ว นักรบ มูลมานัส นักรบ มูลมานัส

ใช่แล้ว สบู่พฤกษานกแก้วเลือก นักรบ มูลมานัส ศิลปินคอลลาจดาวรุ่งที่มีสายตาเข้มข้นทั้งอัตลักษณ์แบบไทยๆ และความเก๋ไก๋ที่ร่วมสมัยแบบสากล

ภายใต้แคมเปญที่ชื่อว่า ‘เก๋ไก๋ ไฉไล สไตล์พฤกษานกแก้ว’ นี้ ประกอบด้วยงานศิลปะที่มีกลิ่นอายไทยๆ จากการตีโจทย์ความเป็นไทยผ่านเอกลักษณ์ของสบู่ทั้ง 8 สี 8 กลิ่น โดยสบู่พฤกษานกแก้วจะใช้ผลงานของนักรบสื่อสารไปยังคนรุ่นใหม่ผ่านทางกิจกรรมเยอะแยะมากมายของแบรนด์ ทั้งทางโซเชียลมีเดีย และการออกของพรีเมียมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

เก๋ไก๋ ไฉไล สไตล์พฤกษานกแก้ว เก๋ไก๋ ไฉไล สไตล์พฤกษานกแก้ว

นกแก้ว นักรบ

เป็นความลงตัวระหว่างแบรนด์กับศิลปินที่ทั้งน่าอิจฉาและจับตามอง

ศิลปะบางแขนงเข้าถึงยากมาก แต่งานของนักรบเข้าใจและเข้าถึงง่าย เทคนิคการทำงานศิลปะและแนวทางที่นำเสนอ ภาพตัด-ปะ-จัดวาง จับของหลายสิ่งที่แตกต่างกันน้อยเรียงไปมาก และเก่าเรียงมาใหม่ รวมถึงเสน่ห์และสไตล์ไทยที่เป็นเอกลักษณ์ยากจะเลียนแบบ

แบรนด์สบู่พฤกษานกแก้วก็เช่นกัน เพราะเป็นสินค้าที่เข้าถึงไม่ยาก จริงใจและตรงๆ ไม่ซับซ้อนและลึกซึ้งจนเกินไป

นกแก้ว นกแก้ว นกแก้ว

เป็นวิธีคิดนอกกรอบที่ตอบโจทย์การรักษาและบอกเล่าคุณค่าของแบรนด์ ผ่านงานศิลปะที่เปลี่ยนความเป็นไทยให้ดูตื่นตาตื่นใจ และการให้ศิลปินเป็นตัวกลางเชื่อมต่อแบรนด์และคนรุ่นใหม่เข้าหากัน

จนถึงตอนนี้ รู้ตัวอีกทีเราก็มายืนอยู่หน้าชั้นวางสินค้า เลือกๆ ดมๆ ชื่นใจและตื่นเต้นไปกับกลิ่นไทยๆ ก่อนตัดสินใจเลือกหยิบห่อกระดาษสีน้ำเงินกลับบ้าน

คิดเผื่อไปไกลว่า นอกจากไว้อาบน้ำ น่าจะลองเอาไปใส่ตู้เสื้อผ้า ไว้ในรถแม่ และใช้อีกก้อนทำอะไรดี แต่ที่แน่ๆ เราติดใจในความหอมสไตล์นกแก้วซะแล้วสิ

Parrot Natural

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Big Brand

เรื่องราวน่ารู้เบื้องหลังแบรนด์ดังที่รัก

“CURAPROX ต้องการส่งต่อความรู้และทักษะการดูแลสุขภาพช่องปากที่มากกว่าฟันขาวและลมหายใจสดชื่น แต่รวมถึงสุขภาพร่างกายด้วย

“เราอยากให้คนไข้รู้สึกแตกต่างเมื่อใช้ผลิตภัณฑ์ ให้รู้สึกว่าการแปรงฟันเป็นเรื่องสนุก เพราะทั้งง่ายและได้ผลลัพธ์ที่ดี

“เราทำงานหนักเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่สวยที่สุดและดีที่สุดในโลก ครองใจผู้ใช้ใหม่ ๆ กว่าล้านคนทุกปี

“คนไม่ได้เรียกเราว่า ‘ชาวสวิสผู้หมกมุ่นเรื่องฟัน’ โดยไม่มีสาเหตุหรอกนะ”

ส่วนหนึ่งของเรื่องราวบนเว็บไซต์เขียนโดย Ueli Breitschmid เขาก่อตั้งแบรนด์นี้เมื่อครึ่งทศวรรษก่อนในปี 1972 ตั้งต้นจากการจำหน่ายเครื่องมือทันตกรรมในสวิตเซอร์แลนด์ภายใต้บริษัท Curaden

15 เรื่อง CURAPROX แปรงสีฟันที่ออกแบบให้คนแปรงฟันถูกวิธีง่าย ผิดยาก ถ้าผิดต้องไม่เจ็บตัว

CURAPROX ตั้งเป้าจะเปลี่ยนคนธรรมดา ให้ใส่ใจและดูแลสุขภาพช่องปากด้วยตัวเองได้ ผ่านเครื่องมือที่ออกแบบให้ปลอดภัยและเอื้อต่อการใช้งานได้อย่างถูกวิธี ที่สำคัญต้องทำให้การแปรงฟันเป็นเรื่องสนุก

เราเจอกับ เอก-เอกสิทธิ์ นนทรีย์ กรรมการผู้จัดการบริษัท คูราเดน (ประเทศไทย) จำกัด เมื่อ 2 เดือนก่อน เขาเล่าเรื่องแบรนด์ให้ฟังอย่างออกรส จนต้องนัดหมายเพื่อพูดคุยกันต่อในวันนี้

“นาฬิกาเป็นยังไง การทำธุรกิจก็เป็นแบบนั้น” เขานิยามการทำธุรกิจกับคนสวิส “คำไหนคำนั้น เราสบายใจได้เลย”

Ueli เจ้าของแบรนด์เชื่อในธุรกิจนี้มาก แม้แต่ละปีจะมีบริษัทแปรงสีฟันยักษ์ใหญ่มาขอซื้อกิจการมากกว่า 1 ครั้งก็ไม่เคยคิดขาย

เอก ในฐานะ Curaden Thailand ก็มีเป้าหมายใหญ่กว่าแค่ตัวเลขยอดขายสิ้นรอบบัญชี

เป้าหมายที่ใหญ่กว่า คือสังคมที่ดูแลสุขภาพช่องปากเป็นกิจวัตร และทันตแพทย์ให้ความสำคัญที่กระบวนการป้องกันมากกว่ามุ่งแต่จะแก้ไข 

คุณสมบัติที่พวกเขามีเหมือนกันคือความเชื่อมั่นในสิ่งที่ทำ เจ้าของที่รักแบรนด์ยิ่งกว่าอะไรจึงไว้ใจให้นักธุรกิจในอีกซีกโลกพาธุรกิจไปยังปลายทางที่วางไว้

15 เรื่อง CURAPROX แปรงสีฟันที่ออกแบบให้คนแปรงฟันถูกวิธีง่าย ผิดยาก ถ้าผิดต้องไม่เจ็บตัว

1. แบรนด์ที่อยากให้คนดูแลสุขภาพช่องปากได้ด้วยตัวเอง

ทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อ Ueli ได้ฟังบรรยายของทันตแพทย์ท่านหนึ่ง เขาเล่าถึงการหาแนวทางไม่ให้เกิดโรคตั้งแต่ต้นเหตุ และดูแลไม่ให้ต้องเจ็บป่วยอีก โดยเชื่อเรื่องการป้องกันมากกว่าซ่อมแซม ซึ่งเป็นสิ่งที่หมอฟันได้รับการปลูกฝังต่อ ๆ กันมา

หมอท่านนี้สอนเรื่องการดูแลสุขภาพช่องปากด้วยตัวเอง แต่เป็นการดูแลในมาตรฐานของหมอฟัน ไม่ใช่คนทั่วไป

“การพยายามเปลี่ยนคนทั่วไปที่ไม่มีความรู้และไม่ได้สนใจเรื่องสุขภาพช่องปาก มาดูแลฟันได้เหมือนที่หมอทำมันไม่ง่ายนะ เวลาเราทำความสะอาดฟัน เราก็คิดว่าที่ทำนั้นสะอาดแล้ว ซึ่งสะอาดของเรากับหมอไม่เหมือนกัน” 

เอกเล่าต่อว่า Ueli ได้แรงบันดาลใจครั้งใหญ่จากหมอท่านนี้ ความเชื่อที่ว่าถ้าทุกคนดูแลช่องปากได้ ก็ไม่ต้องเป็นโรคอีกต่อไป คือจุดเริ่มต้นและจุดยืนเดียวของธุรกิจนี้ในอีก 50 ปีต่อมา

2. สุขภาพที่ดีที่ไม่ใช่แค่ในช่องปาก และการป้องกัน (Prevention) ดีกว่าการซ่อมแซม (Restoration)

ชื่อของ CURAPROX มาจาก 2 คำ

Cura แปลว่า การรักษา

Proximal หมายถึงช่องว่างระหว่างฟัน 

สโลแกนของแบรนด์คือ Better Health for You สุขภาพในที่นี้ไม่ได้หมายถึงแค่สุขภาพในช่องปาก แต่หมายถึงสุขภาพโดยรวม เพราะหลาย ๆ ครั้งโรคทางกายก็เชื่อมโยงกับโรคในปาก 

“รู้ไหมว่า หมอฟันพยายามแก้ปัญหาช่องปากมาตั้งแต่สมัยเมโสโปเตเมีย มีการค้นพบฟันปลอมที่ทำจากฟันคนหรือสัตว์ และการสอนแปรงฟันก็มีมาตั้งนานแล้ว มีหลากหลายเทคนิค อย่างเทคนิคหนึ่งเรียกว่า Bass Technique คิดค้นโดย Dr.Charles Bass”

ที่น่าสนใจคือ หมอแบสคนนี้ไม่ใช่หมอฟัน แต่เป็นแพทย์ผู้พัฒนาวิธีการแปรงฟันจนเป็นที่ยอมรับในหมู่ทันตแพทย์ ย้ำเตือนว่าในแวดวงทันตกรรมยังให้ความสำคัญกับการซ่อมแซม (Restoration) มากกว่าการป้องกัน (Prevention) อยู่จริง

Curaden จึงตั้งใจให้แปรงสีฟัน CURAPROX เป็นเครื่องมือป้องกันโรคทางช่องปาก และคนธรรมดาต้องทำเองได้

3. ดีไซน์ที่อนุญาตให้คนลองผิดได้โดยไม่เจ็บตัว

ปัญหาของการทำความสะอาดฟันมี 2 ข้อ หนึ่ง คนไม่รู้วิธีแปรงฟันที่ถูกต้อง สอง ต่อให้รู้วิธีที่ถูกต้อง มาตรฐานของแต่ละคนก็ไม่เท่ากัน 

“เราอาจจะคิดว่าตัวเองทำดีแล้ว แต่อย่างที่บอก ดีของเราอาจยังไม่ดีพอตามหลักของแพทย์”

ทีมโปรดักต์ดีไซน์ของแบรนด์ทำงานหนักบนโจทย์ใหญ่ พวกเขาต้องออกแบบแปรงสีฟันที่ช่วยให้มนุษย์ธรรมดาแปรงฟันได้สะอาดที่สุด

“ผมชอบเทียบแปรงของเรากับไอโฟน ตอนออกมายุคแรก ๆ แม่ผมถามตลอดว่ามันกดยังไง ก่อนหน้านี้ถ้าเป็นเครื่องอิเล็กทรอนิกส์จะต้องมาพร้อมคู่มือการใช้ แต่ไอโฟนไม่เคยมีคู่มือตั้งแต่วันแรก เขาดีไซน์ออกมาให้ User เรียนรู้วิธีใช้ได้ด้วยตัวเอง ซึ่งมนุษย์ชอบลองผิดลองถูกอยู่แล้ว เอามนุษย์มาขังในห้อง เดี๋ยวก็หาวิธีเปิดประตูได้”

คำตอบของทีมดีไซเนอร์คือการออกแบบโปรดักต์ที่ให้คนลองผิดได้โดยไม่เกิดอันตราย ขณะเดียวกันก็ต้องเอื้อให้คนทำถูกได้ง่าย เหมือนที่เอกย้ำ “ถูกง่าย ผิดยาก แต่ถ้าผิดต้องไม่เป็นไร”

4. แปรงสีฟันที่ทำให้มีพฤติกรรมเดิม แต่ได้ผลลัพธ์ที่เปลี่ยนไป

ปัญหาสุขภาพช่องปากส่วนใหญ่มาจากแบคทีเรียที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า สิ่งสำคัญในการทำความสะอาดช่องปากคือ ตำแหน่ง น้ำหนัก และการแปรงให้ครบทุกซี่และทุกซอก

“ถ้าตำแหน่งถูก แต่น้ำหนักผิดหรือแปรงไม่ครบ ก็ทำให้เกิดปัญหาได้”

แปรงสีฟันในท้องตลาดมีขนแปรงอยู่ที่ 800 – 1,000 เส้น และจำนวนขนแปรงไม่ใช่จุดขายในประเทศไทย ณ วันนั้น

“หมอฟันมักแนะนำว่า การแปรงฟันให้สะอาดที่สุดต้องใช้เวลานาน 2 นาที ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว คนทั่วไปไม่เคยใช้เวลาเป็นตัววัดความสะอาด แต่ใช้ความรู้สึก การออกแบบผลิตภัณฑ์จึงต้องปรับไปตามพฤติกรรมการใช้งานจริง การแปรงฟันจาก 2 นาทีตามคำแนะนำหมอ เราอาจแปรงแค่ 30 – 45 วินาที เลยต้องคิดต่อว่าจะทำยังไงให้การกวาดแปรงทำความสะอาดฟันทีเดียวมีประสิทธิภาพเท่ากับกวาด 5 ที 

“จึงเป็นที่มาว่า ทำไมแปรงรุ่นแรกของเราต้องมีขนแปรงมากกว่า 5,000 เส้น”

5. 5460 แปรงรุ่นแรกที่มีฟังก์ชันตอบโจทย์ทันตแพทย์ รูปลักษณ์สวยเซ็กซี่เอาใจผู้ใช้ และไม่เคยเปลี่ยนดีไซน์เลยตลอด 50 ปี

“การจะทำให้คนเปลี่ยนพฤติกรรมได้มันต้องง่ายและไม่น่าเบื่อ ต้องทำให้สนุก ให้คูลให้ได้”

โจทย์ของหมอฟันคือ แปรงสีฟันที่ไม่เป็นอันตรายต่อทั้งเหงือกทั้งฟัน และทำความสะอาดได้ดี 

เมื่อออกแบบตามความต้องการทันตแพทย์ โปรโตไทป์แรก ๆ ของ CURAPROX จึงไม่สนุกเซ็กซี่เหมือนอย่างวันนี้ที่เราเห็น 

ทีมดีไซเนอร์กลับไปรวมหัวกันใหม่จนเกิดรุ่น 5460 แปรงสีฟันรุ่นแรกที่ไม่เคยเปลี่ยนดีไซน์เลยตลอด 50 ปี ด้วยหัวแปรงที่โน้มมาข้างหน้าเพื่อให้แปรงฟันด้านในได้สะดวก ขนแปรงตัดตรง ด้ามแปรง 8 เหลี่ยมจับเหมือนปากกา หากหมุนตามมุมจะทำให้หัวแปรงหัน 45 องศา ตรงตามหลักการแปรงฟันที่ถูกต้อง พอดีกับการแปรงคราบแบคทีเรียสะสมบนขอบเหงือกโดยไม่ต้องกังวลเรื่องเลือดออก เพราะขนแปรงนุ่มเฉพาะตัว

“กระบวนการออกแบบหัวและขนแปรงก็ท้าทายมาก” เขาเล่า “การที่เราจะใส่ขนแปรงกว่า 5,000 เส้น ถ้าหัวแปรงไม่ใหญ่ ขนแปรงก็ต้องเล็ก ซึ่งก็มีปัญหาตามมาอีก ถ้าเล็กมากเวลาเปียกน้ำจะย้วย เหมือนผู้หญิงผมเส้นเล็ก ซึ่งไม่มีวัสดุในท้องตลาดที่ตอบโจทย์นี้ บริษัทเลยต้องเริ่มจากศูนย์ พัฒนาวัตถุดิบใหม่ เกิดขนแปรงชนิดใหม่ที่แข็งเท่าเดิมถึงแม้เปียกน้ำ แต่นุ่มระดับที่สามารถแปรงบนขอบเหงือกได้อย่างปลอดภัย ซึ่งเป็นสิทธิบัตรของเราเท่านั้น”

ส่วนสีสันสดใสมาภายหลัง ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่อยากให้การแปรงฟันเป็นเรื่องสนุก จนกลายเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ไปโดยปริยาย

15 เรื่อง CURAPROX แปรงสีฟันที่ออกแบบให้คนแปรงฟันถูกวิธีง่าย ผิดยาก ถ้าผิดต้องไม่เจ็บตัว

6. ผลลัพธ์ที่แตกต่างไม่ได้สร้างแค่ยอดขาย แต่เกิดประสบการณ์เฉพาะตัว

CURAPROX Experience คือประสบการณ์ของผู้ใช้แปรงสีฟันแบรนด์นี้ เมื่อผลลัพธ์ที่ได้แตกต่าง คนก็ไม่อยากให้ปากสกปรก

“จริง ๆ แล้ว ปากที่สะอาดที่สุดคือตอนที่เพิ่งขูดหินปูนเสร็จใหม่ ๆ แต่นั่นคือหมอทำ ส่วนการแปรงฟันคือความสะอาดที่เราทำได้เอง มันคือความภูมิใจ

“พอแปรงฟันได้สะอาดขนาดนั้น ผมไม่กล้าดื่มกาแฟเลยนะ กลัวเปื้อน ความรู้สึกแบบนี้ทำให้คนแสวงหาผลิตภัณฑ์เพื่อความสะอาดขั้นกว่า”

จากแปรงสีฟันรุ่น 5460 ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดี ก็เริ่มมีผลิตภัณฑ์เฉพาะทางตามลักษณะของช่องปาก เช่น แปรงของคนจัดฟัน หรือแปรงกระจุกที่ใช้ทำความสะอาดฟันในตำแหน่งเฉพาะ ไปจนถึงแปรงรุ่น Velvet ที่มีขนแปรงถึง 12,000 เส้น

7. เพิ่มความสนุกด้วยแปรงสีฟันรุ่นลิมิเต็ด และรุ่นตอบโจทย์การใช้งานแบบเฉพาะที่ออกแบบเพื่อคนใช้งานจริง ๆ

แม้ผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากจะเป็นสินค้าแบบ Disposible คือใช้จนสิ้นอายุก็ต้องทิ้ง แต่แบรนด์นี้ก็ยังมีรุ่น Limited Edition ให้คนซื้อตื่นเต้นสนุกสนานอยู่เรื่อยมา อย่างครั้งที่ประเทศบราซิลเป็นเจ้าภาพการแข่งขันฟุตบอลโลก แบรนด์ก็ออกรุ่นพิเศษเป็นขนแปรงลายธงชาติบราซิลขายเอาใจคนในประเทศและแฟนกีฬาเสียเลย

หรืออีกผลิตภัณฑ์หนึ่งที่เอกชอบมาก ๆ คือ Travel Set ประกอบไปด้วยแปรง 5460 ขนาดจริง แปรงซอกฟัน และยาสีฟัน บรรจุในกล่องขนาดพกพาที่ออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน

“ผู้ใช้คือคนที่อยากทำความสะอาดช่องปากนอกสถานที่ แบบ Anytime, Anywhere อันดับแรกเลยต้องพกง่าย ขนาดกล่องต้องใส่กระเป๋าเสื้อได้ แล้วเขาก็ใส่กิมมิกให้เหมือนกระเป๋าเดินทาง

“เขาดีไซน์ให้ด้ามแปรงสีฟันรุ่น 5460 แบ่งเป็น 2 ท่อน พอเสียบต่อกันปุ๊บ กลายเป็นไซส์จริง ข้อต่อก็แข็งแรงมาก ไม่หัก ไม่งอ ไม่โครง พอกล่องเล็ก ทุกอย่างต้องใส่พอดี แต่เพื่อให้ผู้ใช้ไม่ต้องจำว่าอะไรวางยังไง เขาก็ออกแบบให้บนกล่องมีบอกตำแหน่งการวางทุกอย่าง แปรงวางแบบนี้ แปรงซอกวางแบบนี้”

15 เรื่อง CURAPROX แปรงสีฟันที่ออกแบบให้คนแปรงฟันถูกวิธีง่าย ผิดยาก ถ้าผิดต้องไม่เจ็บตัว

ทีมออกแบบคิดเผื่อผู้ใช้งาน แม้กระทั่งป้ายบ่งบอกรสชาติยาสีฟันนอกกล่อง เพราะ CURAPROX มียาสีฟันหลากหลาย ซึ่งก็เกิดมาจากโจทย์ความต้องการของคนเช่นเดียวกัน

“ยาสีฟัน Be You ก็มีคอนเซ็ปต์ที่สนุกมาก มันเริ่มจากคำถามว่า เราขายแปรงสีฟันเก่งมาก แต่ทำไมคนที่ใช้แปรงเรา ไม่เห็นซื้อยาสีฟันของเราเลย”

เช่นเดียวกัน ยาสีฟัน CURAPROX รุ่นแรกดูยังไงก็เหมือนยาที่หมอจ่าย จนได้พัฒนาเป็นรุ่น Be You ให้ผู้ใช้เป็นตัวของตัวเองได้ ไอเดียเหมือนน้ำหอมที่แสดงตัวตนและบุคลิกผ่านกลิ่น ทำหน้าที่เป็นน้ำหอมของปาก มาพร้อมกลิ่นที่สนุกไม่แพ้สี เช่น Pure Happiness กลิ่น Peach & Apricot หรือ Challenger กลิ่น Gin & Tonic เป็นต้น

15 เรื่อง CURAPROX แปรงสีฟันที่ออกแบบให้คนแปรงฟันถูกวิธีง่าย ผิดยาก ถ้าผิดต้องไม่เจ็บตัว

8. Curaden Thailand เกิดขึ้นในปี 2017 โดยกลุ่มคนที่เข้าใจวงการทันตกรรม

Curaden มีอยู่ 70 ประเทศทั่วโลกในรูปแบบตัวแทนจำหน่าย ส่วนประเทศที่มีศักยภาพในการทำตลาด บริษัทแม่จะเข้ามาลงทุนร่วม

ด้วยความที่เป็นแฟนพันธุ์แท้แปรงสีฟันยี่ห้อนี้อยู่แล้ว ทั้งยังมีเครือข่ายกับทันตแพทย์และคลินิกทั่วประเทศ เอกตัดสินใจติดต่อไปที่สำนักงานใหญ่เพื่อนำเสนอแผนธุรกิจ

ในอีเมลเล่าถึงศักยภาพของตลาดประเทศไทย พร้อมความเชื่อว่าคนไทยจะรักแบรนด์นี้ และแม้จะไม่มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรม Oral Care มาก่อน เขากลับมั่นใจว่าจะพาแบรนด์ไปสู่เป้าหมายได้ด้วย 2 เหตุผล

หนึ่ง เขามีความเข้าใจในตลาดทันตกรรม เพราะเป็นที่ปรึกษาธุรกิจให้เจ้าของคลินิกทำฟันมานับสิบปี หนึ่งในนั้นคือคลินิก Protech Dents ที่เราเคยไปเยี่ยมเยียน

และสอง ซึ่งนับว่าสำคัญที่สุด คือเขาเป็นผู้ใช้งานจริง และเคยผ่านประสบการณ์ที่เรียกว่า CURAPROX Experience มาแล้ว

จาก Exclusive Distributor ประจำประเทศ ก็พิสูจน์ให้เห็นเป็นประจักษ์ เขาสามารถพาแบรนด์เติบโตในทุกด้าน ตั้งแต่การรับรู้ ยอดขาย ไปจนถึงการสร้างคอมมูนิตี้ของคนรักสุขภาพช่องปาก ซึ่งรวมถึงผู้ใช้งาน ทันตแพทย์ หรือร้านค้าพาร์ตเนอร์ต่าง ๆ จนแบรนด์แม่เลือกที่จะเข้ามาลงทุนร่วมในไทยอย่างจริงจังในปี 2019 โดยมีข้อแม้ว่า Curaden Thailand จะต้องดำเนินการโดยเอกและทีมงานเดิมทั้งหมด

9. นักขายทุกคนต้องผ่านการทดสอบเรื่องสุขภาพช่องปาก

หนึ่งตำแหน่งที่สำคัญมากที่สุดของธุรกิจในแวดวงทันตกรรมคือ นักการขาย หรือที่ Curaden Thailand เรียกว่า Partner Development Executive

ทุกคนต้องผ่านการอบรมและทดสอบ จะผ่านโปรเบชันต้องได้คะแนน 80 จาก 100 ทั้งระดับ Non-dentist Level 1 และ Level 2 ข้อสอบก็ไม่ใช่การท่องจำคุณสมบัติหรือจำนวนขนแปรงสีฟันอย่างที่หลายคนคิด แต่ต้องเรียนรู้เรื่องสุขภาพช่องปากตั้งแต่ต้นตอ ลึกไปถึงการทำงานของแบคทีเรียที่ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมา

เอกบอกว่า มีหลายคนไม่ผ่านโปรเบชัน

“เขาก็สงสัยว่าทำไมแบรนด์แปรงสีฟันต้องเข้มงวดกับการสอบขนาดนี้ ถ้าไม่เข้มงวด ทุกคนจะเป็นแค่เซลส์ขายแปรงสีฟัน เพราะเรามองแปรงสีฟันเป็นมากกว่าสินค้า แต่เป็นเครื่องมือประกอบการเรียนรู้ที่จะแปลงร่างลูกค้าให้เป็นคนใหม่ เป็นคนที่ดูแลสุขภาพช่องปากตัวเองอย่างถูกต้อง

“ผมเลือกที่จะไม่รับคนที่มาจาก Supplier เครื่องมือทันตกรรม แม้รู้ดีว่าเขาจะพาคอนเนกชันหมอกับคลินิกเข้ามาอีกมากมาย สิ่งนั้นสร้างได้ แต่การจะสอนให้เขาเปลี่ยนจากบทบาทเซลส์มาเป็น Educator หรือ Business Consultant ได้นั้นยากกว่าเยอะ”

พนักงานในตำแหน่งนี้ถ้าไม่ใช่คนที่มีประสบการณ์ด้าน Business Development ก็ต้องเคยทำ Marketing มาก่อน

15 เรื่อง CURAPROX แปรงสีฟันที่ออกแบบให้คนแปรงฟันถูกวิธีง่าย ผิดยาก ถ้าผิดต้องไม่เจ็บตัว

10. ทำธุรกิจแบบมียอดขายเป็นผลลัพธ์ ไม่ใช่ต้นเหตุ

อ่านมาถึงข้อนี้ หลายคนอาจเกิดคำถามว่า แล้วธุรกิจนี้สนใจเรื่องยอดขายหรือเปล่า 

“สนสิ” เอกตอบทันที “แต่สนในฐานะผลลัพธ์ เราไม่ได้เอายอดขายมาตั้งต้น”

เขาเปรียบเทียบกับการสร้างภาพยนตร์ที่ได้รางวัลออสการ์ รางวัลมาทีหลัง มาจากผลลัพธ์ของผลงานที่ดี คนที่มาร่วมงานกับเขาจึงต้องสนุกกับการเรียนรู้ เรียนรู้ว่าจะทำให้ลูกค้า ทันตแพทย์ และพาร์ตเนอร์ทางธุรกิจ ได้ประโยชน์จากการทำงานร่วมกันอย่างไรบ้าง 

11. จัดกิจกรรมให้ทันตแพทย์ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นลูกค้าของแบรนด์

เป้าหมายของ Curaden คือการทำงานร่วมกับทันตแพทย์ เพื่อให้คนไทยดูแลสุขภาพช่องปากของตัวเองได้ด้วยตัวเองจริง ๆ

แบรนด์ต้องการสนับสนุนทันตแพทย์ภาคเอกชนให้เติบโตอย่างยั่งยืน ผ่าน 2 โครงการที่ทำมาตลอดหลายปีอย่าง กลุ่ม Prevé และ Business Development Conference

โครงการแรกจัดทำขึ้นเพื่อหมอฟันที่อยากเห็นความเปลี่ยนแปลงในสังคมไทย ให้ความสำคัญในการสอนคนไข้ดูแลช่องปาก เน้นป้องกันมากกว่าซ่อมแซม แต่จะทำให้หมอฟันสนใจได้ ก็ต้องรู้ว่าเขาต้องการอะไร

ต่อเนื่องมายังโครงการที่สอง คอร์สอบรมเรื่องการทำธุรกิจทันตกรรมโดยเอกและวิทยากรรับเชิญจากหลายสาขา ทั้งอาจารย์ภาควิชาการตลาด สอนกลยุทธ์พัฒนาธุรกิจที่ไม่ใช่ราคา รวมถึงแนวคิดการทำธุรกิจคิดดีแบบ อาจารย์เกด-ดร. กฤตินี พงษ์ธนเลิศ หรือ เกตุวดี Marumura ที่ผู้อ่าน The Cloud รู้จักเป็นอย่างดี

“เราไม่คิดค่าใช้จ่าย ไม่โฆษณาแบรนด์ ไม่ขายของ และหมอเจ้าของคลินิกที่มาร่วมงาน ก็ไม่จำเป็นต้องเป็นลูกค้าของเรา ที่ทำตรงนี้เพราะรู้ดีว่า การเป็นเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กไม่ใช่เรื่องง่าย ทั้งยังเป็นธุรกิจบริการทางการแพทย์ ที่จรรยาบรรณเป็นเรื่องสำคัญ 

“เราอยากเห็นคนไข้ขอบคุณหมอ มากกว่าพูดถึงหมอฟันในแง่ลบ ผมว่าบุคคลากรทางการแพทย์ทุกคนสมควรได้รับคำขอบคุณนี้

“เราอยากให้หมอกลับไปพัฒนาคลินิกของตัวเอง เพราะสุดท้ายวงการก็จะพัฒนาต่อไปด้วย”

12. ตั้งใจเป็นมากกว่า Supplier

อุตสาหกรรมทันตกรรมประกอบไปด้วย 3 ผู้เล่นหลัก ๆ

Supplier ผู้จำหน่ายเครื่องมือให้ทันตแพทย์นำไปรักษาคนไข้

ทันตแพทย์ ผู้ประกอบธุรกิจบริการ

และคนไข้ที่มาใช้บริการรักษา

ถ้าใครเคยดูหนังหรือมีความเข้าใจวงการนี้อยู่บ้าง คงพอเห็นภาพความสัมพันธ์ระหว่างเซลส์ผู้ขายกับแพทย์ผู้ซื้อ ความสัมพันธ์ที่มีลำดับขั้นและเต็มไปด้วยการต่อสู้เพื่อให้ยอดขายทะลุเป้า

แต่ภาพในหัวของ CURAPROX ไม่ใช่แบบนั้น

เอกและทีมอยากเป็นมากกว่า Supplier ที่คอยหาสินค้ามาให้เมื่อต้องการ แต่เป็นที่ปรึกษาที่หมอดีใจทุกครั้งที่เข้าไปหา และพร้อมเล่าปัญหาให้ฟังเพื่อช่วยหาวิธีแก้ให้

15 เรื่อง CURAPROX แปรงสีฟันที่ออกแบบให้คนแปรงฟันถูกวิธีง่าย ผิดยาก ถ้าผิดต้องไม่เจ็บตัว

13. ขายของอย่างตรงไปตรงมา อะไรดีบอกดี ถ้ามีที่ดีกว่าก็ยินดีแนะนำ

“ผมไม่ได้ทำธุรกิจเพื่อการอยู่รอด แต่ทำเพราะอยากแก้ปัญหาทางสังคม เครือข่ายทันตแพทย์เจ้าของคลินิกเอกชน ปัญหาสุขภาพช่องปากของคนไทย ไปจนถึงปัญหาค่าใช้จ่ายในการรักษาที่เป็นภาระของภาครัฐ ซึ่งมีแต่จะมากขึ้นทุกวัน” เอกพูดเสียงหนักแน่น

สำหรับเขา การทำธุรกิจมีหลายวิธี มีทั้งแบบกีฬาเทนนิส คือการทำทุกทางให้อีกฝ่ายลำบากที่สุด ตัวเองถึงชนะ หรือแบบกอล์ฟ ที่กดดันอีกฝั่งด้วยจิตวิทยา

CURAPROX ทำธุรกิจเหมือน The Voice รอบชิงชนะเลิศ

“ให้มวลชนโหวต ไม่ใช้กรรมการตัดสิน คู่แข่งอยากทำอะไร ทำเลย เราไปแย่งไมค์จากมือเขาไม่ได้ แต่เราจะชนะก็ต่อเมื่อเราร้องเพลงถูกใจมวลชนมากกว่า เท่านั้นเอง”

สิ่งนี้สะท้อนผ่านวิธีการทำงานของ CURAPROX ยกตัวอย่างง่าย ๆ เวลาทันตแพทย์ต้องการโซลูชันที่แบรนด์อาจไม่มีคำตอบให้

“หมอฟันอยากได้ไหมขัดฟัน เรารู้ว่ายี่ห้อไหนดี เราก็แนะนำไปหรือผมรู้ว่าหมอตุ๊กตา-ทพญ.ปวีณา คุณนาเมือง ทำยาสีฟันเด็ก ของเราก็มีนะ แต่ของหมอตุ๊กตาก็ตอบโจทย์และมีคุณภาพ  ผมก็แนะนำต่อให้ร้านค้าที่เป็นพาร์ตเนอร์เรา”

เพราะไม่ได้ทำธุรกิจแบบ ‘เธอตาย แล้วฉันถึงรอด’ ต่างคนเลยต่างเติบโตไปด้วยกัน

14. จะตกลงขายก็ต่อเมื่อเป็นประโยชน์ต่อคนซื้อ 

ในอุตสาหกรรมทันตกรรมพูดถึง CURAPROX ว่าเป็นแบรนด์ที่เลือกคลินิก เอกอธิบายเพิ่มเติมว่า ถ้าหมอมองสินค้าเป็นแค่แปรงสีฟันไว้ขายคนไข้ แต่ไม่คิดว่าเป็นส่วนหนึ่งของการรักษา ก็จะไม่ยอมขายให้เด็ดขาด

วิธีการขายของแบรนด์ก็น่าสนใจมาก เขาไม่ขายขาด แต่ใช้วิธีฝากขาย ขายได้ 1 ด้าม วางบิลแค่ 1 ด้าม ถ้าขายไม่ได้ก็ไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ หรือใช้วิธีจำกัดจำนวน เพื่อไม่ต้องการให้เป็นภาระกับคลินิก

“เราอยากช่วยหมอ สมัยก่อนวิธีขายของ ถ้าซื้อเยอะจะมีส่วนลด มีของแถม แต่เราไม่อยากผลักภาระให้เขา ไม่อยากบีบให้ซื้อเยอะเพื่อเอาส่วนลด ทั้ง ๆ ที่ของขายไม่ได้ เมื่อเขาขายของเราไม่ได้ มันก็ไม่มีประโยชน์กับเขา ต่อให้ขายขาด เขาก็ซื้อเราแค่ครั้งเดียว เราเลยไม่ได้ขายทุกคลินิก ต้องมั่นใจก่อนว่ามันจะมีค่ากับเขา เราถึงขายให้”

15. แบรนด์แปรงสีฟันที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้วงการทันตกรรมและสังคมไทย

ตั้งแต่ปี 2017 CURAPROX เข้ามาเปลี่ยนแวดวงทันตกรรมในหลายด้าน 

ด้านโปรดักต์ เราเริ่มเห็นแปรงสีฟันสี ๆ เห็นคนพูดถึงความสำคัญของความนุ่ม การจับแปรงแบบปากกา เริ่มเห็นแบรนด์อื่นในท้องตลาดใช้จุดขายคล้าย ๆ กัน

ด้านความสัมพันธ์กับทันตแพทย์ แบรนด์เปลี่ยนภาพจำจาก Supplier ที่เน้นขายเยอะ เป็นที่ปรึกษาที่อยากเติบโตไปด้วยกัน

ด้านทันตกรรม มีหมอฟันจากทั่วประเทศที่มุ่งมั่นทำเรื่องการป้องกัน (Prevention) เพิ่มขึ้นทุกวัน 

ด้านผู้ใช้ เกิดคอมมูนิตี้คนรักสุขภาพช่องปาก ที่สนุกกับการแปรงฟันอย่างถูกวิธีจนเป็นนิสัย

เอกนึกไปถึงวันที่ Ueli เดินทางมาพบที่เมืองไทย ภาพที่เขาเดินยิ้มลงจากรถตู้ยังชัดเจน

“วันนั้น ผมยังนึกกับตัวเองอยู่เลยว่าเขาจะรู้สึกยังไงนะ ถ้าวันหนึ่งผมเดินทางไปประเทศเล็ก ๆ แล้วมีหมอฟันในประเทศนั้นเดินมาจับมือผมแล้วบอกว่า เขา Appreciate กับสิ่งที่เราทำมาก ๆ 

“เป็นผม ก็คงเดินลงจากรถตู้ยิ้มกว้างเหมือน Ueli วันนั้นแหละ”

15 เรื่อง CURAPROX แบรนด์แปรงสีฟัน Made in Switzerland ที่ออกแบบให้คนแปรงฟันถูกวิธีง่าย ผิดยาก แต่ถ้าผิดต้องไม่เจ็บตัว

Writer

พิมพ์อร นทกุล

บัญชีบัณฑิตที่พบว่าตัวเองรักหมามากกว่าคน

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load