The Cloud x สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa)

ดีใจเป็นอย่างยิ่งที่ทาง The Cloud ได้เฟ้นหาวัยอิสระมาแสดงความสามารถในช่วง The Cloud Golden Week และยิ่งตื่นเต้นสุด ๆ เมื่อได้สัมภาษณ์นักสะสมเครื่องหมายและงานลูกเสือตัวยง เพราะนอกจาก ครูธีร์ (ตัวผมเอง) ชอบสอนวิชาลูกเสือ-เนตรนารีแล้ว ผมก็มีความสุขทุกครั้งที่ได้ศึกษาเรื่องราวจากเครื่องหมาย เครื่องแบบ และงานลูกเสือ ดังนั้น การได้พูดคุยกับ เด่น-นฤเบศ พลตาล เจ้าของเพจ นักสะสมเครื่องหมายและงานลูกเสือ จึงเป็นช่วงเวลาที่มีค่ายิ่ง

'นฤเบศ พลตาล' นักสะสมเครื่องหมายและงานลูกเสือมากที่สุดในจังหวัดชัยภูมิ

นอกจากเด่นสะสมเครื่องหมายและสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับงานลูกเสือแล้ว เขายังสั่งสมประสบการณ์ตั้งแต่เด็กจวบจนอายุ 27 ปี แล้วนำมาถ่ายทอดเพื่อประโยชน์แก่ผู้ที่สนใจอย่างลึกซึ้ง

ต่อจากนี้คือเรื่องราวที่เราได้สนทนากัน รวมถึงของสะสมที่หายากและเก่าแก่ที่เด่นโชว์ให้ชม

ฐานที่ 1
จากเครื่องแบบที่ชอบ สู่ตำแหน่งที่ใช่

พอพบหน้าก็รู้ว่าเป็นชายหนุ่มที่มีใจรักงานลูกเสือเป็นอย่างมาก เขาเริ่มกล่าวสวัสดี

“ผมชื่อนายนฤเบศ พลตาล ชื่อเล่น ‘เด่น’ ครับ ประกอบอาชีพเป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานพิธี สังกัดสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดชัยภูมิ ปัจจุบันอาศัยอยู่ที่จังหวัดชัยภูมิ”

ตอนเด็กเด่นเป็นลูกเสือสำรอง เขาเล่าให้ครูธีร์ฟังว่า เขาเริ่มต้นชอบลูกเสือจากเครื่องแบบ เพราะการมีเครื่องหมายและสัญลักษณ์ต่าง ๆ มาติดอยู่บนชุดลูกเสือ ทำให้เขาเกิดความภาคภูมิใจ ซึ่งเด่นยังเก็บชุดลูกเสือสมัย ป.2 ไว้ด้วย พอขยับเป็นลูกเสือสามัญ เริ่มมีหมวกปีก เขาก็ชอบอีก เพราะเคยเห็นพี่ ๆ มัธยมใส่หมวกปีกแล้วให้ความรู้สึกเหมือนหมวกตำรวจ หมวกทหาร เด่นก็อยากใส่บ้าง

'นฤเบศ พลตาล' นักสะสมเครื่องหมายและงานลูกเสือมากที่สุดในจังหวัดชัยภูมิ

“มันเกิดจากความสนใจ เริ่มชอบและรักในเครื่องแบบเครื่องหมายครับ ที่สนใจในเครื่องหมายก็เพราะว่าใส่แล้วดูสวย ดูสง่า รู้สึกว่าตัวเองมีระเบียบวินัย พอมีเครื่องหมายก็เหมือนกับตัวเองเป็นตำรวจ ตอนเด็ก ๆ ผมก็ชอบเล่นตำรวจจับโจร จากนั้นก็เริ่มเกิดการเรียนรู้”

เด่นไปอยู่โรงเรียนประจำจังหวัด อันเป็นโรงเรียนที่มีการพัฒนาด้านลูกเสือค่อนข้างดี มีชุมนุมลูกเสือกองพิเศษ ชุมนุมกองลูกเสือจราจร ชุมนุมลูกเสือกองเกียรติยศ มีกองลูกเสือหลายแบบเลยเข้าทาง! เขาเลือกเข้าชุมนุมกองลูกเสือจราจร ซึ่งมีเครื่องแบบแตกต่างจากเพื่อน คือ ‘มีรองเท้าหนัง’ ถ้าอยู่บ้านนอก ใครใส่รองเท้าหนังกับชุดลูกเสือก็หาดูได้ยากแล้ว เพราะลูกเสือธรรมดาใส่รองเท้านักเรียนทั่วไป พอมีรองเท้าหนัง สายยศ ก็เป็นออปชันเสริมเครื่องแต่งกายให้ดูเหมือนตำรวจ เขาชอบ มองว่าเท่ดี

'นฤเบศ พลตาล' นักสะสมเครื่องหมายและงานลูกเสือมากที่สุดในจังหวัดชัยภูมิ

ล่วงเข้ามัธยมปลาย กองลูกเสือวิสามัญไม่ค่อยมีคนเรียน เป็นชุมนุมเล็ก ๆ ที่เขาเลือกอยู่ จนเด่นได้อบรมหลักสูตรผู้บังคับบัญชาเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งเขาได้รับตำแหน่งผู้ช่วยผู้ตรวจการลูกเสือประจำ สลช. (สำนักงานลูกเสือแห่งชาติ) จากนั้นก็อบรมจนได้ 2 ท่อน และเป็นผู้บังคับบัญชาลูกเสือ

ฐานที่ 2
วัยเด็ก – ประถม – มัธยม กับบทบาทลูกเสือ

จุดเริ่มต้น คือ ตั้งแต่ชอบเครื่องแบบลูกเสือตอน ป.2 เขาก็มักเก็บเครื่องหมายลูกเสือตามพื้นที่ที่เพื่อน ๆ หรือนักเรียนคนอื่นทำหล่นไว้ วอกเกิลหล่นบ้าง ผ้าพันคอหล่นบ้าง หมวกหล่นบ้าง เขาเก็บโดยคิดแค่ว่า เผื่อเพื่อนทำหายหรือไม่มีสตางค์ซื้อก็มาเอาที่เขาได้ เพื่อนทุกคนบอกว่าเด่นใจดี แล้วเขาก็ตอบสวนแบบติดตลกไปว่า “ก็ของพวกแกทั้งนั้นแหละ” เด่นว่า ถ้าเป็นสมัยนี้คงต้องขาย ไม่ให้กันฟรี ๆ

เด่นเก็บของลูกเสือ (หล่น) มาเรื่อย ๆ จนมารู้ว่า คุณครูดามพ์ ตุงคศิริวัฒน์ คุณตาข้างบ้านก็เป็นลูกเสือ ทั้งวิทยากรลูกเสือจังหวัด ลูกเสือชาวบ้าน แถมเก็บสะสมของลูกเสือเหมือนกัน เมื่อท่านเสียชีวิต ของสะสมบางส่วนจึงถูกส่งต่อให้เด่น เช่น หมวกปีกลูกเสือผ้าสักหลาด หัวเข็มขัด วูดแบดจ์ที่ทำจากหินฟอสซิล เป็นต้น ความเป็นนักสะสมเริ่มจริงจังเมื่อเด่นก้าวเข้าสู่ชั้นมัธยมศึกษา

'นฤเบศ พลตาล' นักสะสมเครื่องหมายและงานลูกเสือมากที่สุดในจังหวัดชัยภูมิ
คุณครูดามพ์ ตุงคศิริวัฒน์
'นฤเบศ พลตาล' นักสะสมเครื่องหมายและงานลูกเสือมากที่สุดในจังหวัดชัยภูมิ
ของสะสมบางส่วนจากคุณครูดามพ์

วันที่เด่นมาเยือนกรุงเทพฯ เขาตื่นเต้นมาก เพราะมีคนพาไปเดินตลาดของเก่า เช่น ตลาดนัดจตุจักร เจเจมอลล์ ตึกแดง ตลาดปัฐวิกรณ์ ทำให้เขาพบข้าวของลูกเสือในราคาแสนถูก เขาก็ซื้อเท่าที่กำลังทรัพย์จะไหว พอมีคนรู้ว่าเด่นสะสมของเหล่านี้ ก็มีผู้ใหญ่ใจดี ครูเกษียณ มอบให้เพิ่มเติม เช่น ภาพเก่าจากเหตุการณ์ในอดีต ป้ายตำแหน่ง (จากร้านในกรุงเทพฯ สมัยก่อนผลิตให้กองเสือป่าของรัชกาลที่ 6)

ฐานที่ 3
วิชาของสะสมลูกเสือ

นอกจากความชอบ ความสนใจ ที่ทำให้เด่นเป็นนักสะสม ยังมีอีกหนึ่งอย่างที่จุดประกายให้เขาเดินสู่วงการ ‘นักสะสม’ นั่นคือ วิชาของสะสมลูกเสือ วิชานี้มีสอนให้กับลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ ในหลักสูตรมีวิชาให้เลือกเรียนมากถึง 72 วิชา เมื่อเรียนจบจะได้ป้ายชื่อวิชามาติดบริเวณไหล่ขวาของชุดลูกเสือ

วิชาของสะสมลูกเสือ มีตัวอย่างการสะสมสารพัดให้ผู้เรียนเลือก เช่น สมุดภาพ สมุดแสตมป์ สะสมภาพ สะสมเข็ม สะสมของเล่น สะสมโมเดล เด่นว่าวิชานี้มีจุดประสงค์เพื่อให้เด็ก ๆ ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ รู้จักจัดระเบียบของที่มีในบ้าน การทำความสะอาดของสะสม และฝึกวินัยในการสะสม

'นฤเบศ พลตาล' นักสะสมเครื่องหมายและงานลูกเสือมากที่สุดในจังหวัดชัยภูมิ

วิชาพิเศษทั้ง 72 วิชาในหลักสูตรวิชาลูกเสือ ต้องลงเรียนและมีผู้บังคับบัญชาเป็นคนเปิดสอบ จากนั้นส่งผลสอบไปยังเขต เมื่อสอบผ่านจะได้ป้ายชื่อวิชามาติดบนชุดลูกเสือ เด่นบอกว่า ยุครัชกาลที่ 6 – 7 จะได้เป็นเหรียญหรือเข็ม ซึ่งปัจจุบันเป็นป้ายผ้า โดยมีกฎว่าวิชาพิเศษที่ติดบริเวณไหล่ขวา ติดได้เพียง 9 วิชา หากเกินกว่านั้นให้ติดลงบนสายสะพายสีเหลือง สวย เท่ไปอีกแบบ

เด่นเรียนและได้ป้ายวิชาครบ 9 วิชาบนแขนขวา แต่ไม่มีวิชานักสะสม เพราะไม่เปิดสอบ ซึ่งเขาติ๊งต่างเอาว่า ตนก็นับเป็นนักสะสมจริง ๆ แล้วบังเอิญเจอป้ายชื่อวิชานักสะสมของลูกเสือในตลาดของเก่า เขาก็ซื้อมาและติดลงบนชุด (เด่นถามอาจารย์ที่เกี่ยวข้องแล้ว เขาบอกว่าติดได้ เพราะสะสมจริง ๆ)

ฐานที่ 4
จากนักสะสมสู่นักแบ่งปัน

เครื่องหมายและงานลูกเสือที่เด่นสะสม นับว่ามีของสะสมเหล่านั้นเยอะที่สุดในจังหวัดชัยภูมิ เพราะทุกโรงเรียนทราบกันดีว่าของทั้งหมดมารวมอยู่ที่เด่นหมดแล้ว แถมเด่นมีของสะสมยุคเก่าสมัยเสือป่าอีกเพียบ ซึ่งมีน้อยคนที่สะสมของยุคเสือป่า เด่นบอกครูธีร์ว่าเขาแบ่งของสะสมจำนวนนับไม่ถ้วนเป็น 4 หมวด ได้แก่ หมวดลูกเสือไทย หมวดนานาชาติ หมวดงานชุมชน และหมวดจิปาถะทั่วไป

นั่นเลยทำให้เด่นตัดสินใจเปิดเพจสะสมเครื่องหมายและงานลูกเสือขึ้น เพื่อแบ่งปันความรู้กับผู้ที่สนใจ แลกเปลี่ยนความเห็น และพบเจอมิตรภาพจากเพื่อนพี่น้องที่สนใจสะสมในสิ่งเดียวกัน

การเป็นนักสะสมทำให้เด่นกลายเป็นนักเรียนรู้ด้วยตนเอง เขาทำสองอย่างควบคู่พร้อมกัน มากกว่านั้น เขายังถ่ายทอดองค์ความรู้และเรื่องราวของงานลูกเสือให้กับคนอื่นต่อไปเรื่อย ๆ

มีเกร็ดสนุก ๆ ที่เด่นหยิบยกมาเล่าให้ฟังว่า ครั้งหนึ่งเคยมีลูกเสือหญิงที่เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 6 พร้อมกับเสือป่า เขาเรียกว่า เสือป่าหญิง แต่งกายคล้ายเสือป่าชาย ซึ่งเด่นค้นเจอภาพเก่าใบหนึ่ง เป็นภาพสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินเยือนปราสาทหินพิมาย โดยมีเหล่าคณะเสือป่าหญิงมายืนถ่ายภาพร่วมกัน เครื่องแต่งกายสวมเนคไทลายเสือพาดกลอน ซึ่งเครื่องแต่งกายก็ถูกปรับเปลี่ยนเรื่อยมาตามยุคสมัย

'นฤเบศ พลตาล' นักสะสมเครื่องหมายและงานลูกเสือมากที่สุดในจังหวัดชัยภูมิ

เมื่อถามถึงประวัติความเป็นมาของการลูกเสือไทย เด่นก็แบ่งปันให้ฟังสั้น ๆ แบบนี้

“ลูกเสือเริ่มจากกองเสือป่าในรัชกาลที่ 6 พระองค์ทรงนำข้าหลวง ข้าราชบริพารมาฝึก เป็นกองกำลังเสือป่าป้องกันชาติ พอสิ้นรัชกาลของพระองค์ท่าน การเสือป่าก็ซบเซาลง เริ่มมีกองยุวชนทหารขึ้นมา ส่วนลูกเสือเป็นเพียงการสืบเจตนารมณ์ต่อจากกองเสือป่า หลังรัชกาลที่ 6 ผมแบ่งลูกเสือเป็น 3 ยุค

“ยุคซบเซา ยุคประคับประคอง ยุคพัฒนา ยุครัชกาลที่ 9 ถือเป็นยุคพัฒนา มีการแบ่งลูกเสือย่อยลงไปอีก เช่น ลูกเสือเหล่าสมุทร ลูกเสือเหล่าอากาศ ลูกเสือเหล่าสามัญรุ่นใหญ่ และลูกเสือชาวบ้าน เกิดขึ้นช่วงปราบคอมมิวนิสต์ โดยเอาลูกเสือชาวบ้านเข้าไปในชุมชน ให้เกิดการต่อต้านกลุ่มขบวนการคอมมิวนิสต์ ประมาณว่าเป็นกองกำลังช่วยทหารและตำรวจในยุคนั้น เพราะว่าบทบาทการลูกเสือในระเบียบเก่าที่ผมเคยเห็น เขาบอกว่าลูกเสือเหล่าอากาศสนับสนุนช่วยกองทัพอากาศ ลูกเสือเหล่าสมุทรสนับสนุนกองทัพเรือ ลูกเสือเหล่าเสนาสนับสนุนกองทัพบก แต่ปัจจุบันนี้ลูกเสือไม่เกี่ยวกับทหาร ตำรวจ”

'นฤเบศ พลตาล' นักสะสมเครื่องหมายและงานลูกเสือมากที่สุดในจังหวัดชัยภูมิ

“เจตนารมณ์ของรัชกาลที่ 6 ต่อการลูกเสือ คือ ฝึกให้เยาวชนรู้จักรักชาติบ้านเมือง รัชกาลที่ 6 ทรงพระราชนิพนธ์หลายอย่าง เช่น แบบสั่งสอนเสือป่าและลูกเสือ เป็นการปลูกจิตสำนึก ปลุกใจให้รักชาติบ้านเมือง เพราะยุคสมัยนั้นเป็นช่วงสงคราม ช่วงล่าอาณานิคม พระองค์จึงมีพระราชดำริปลูกฝังให้เยาวชนเข้าใจ รู้จักรักชาติบ้านเมือง สมัยนั้นก็มียุวชนทหารและนักเรียนออกมาถือปืนช่วยทหาร ตำรวจ เพียงกำลังทหาร ตำรวจ ไม่เพียงพอ ก็ต้องอาศัยพลเรือน พอผ่านยุคสงครามมาเป็นยุคปกติ ก็เกิดการบูรณาการเรื่องการเอาตัวรอด การอยู่ในป่า การดำรงชีพ การเดินทางไกล การใช้เข็มทิศ การใช้เงื่อนเชือก เพียงแต่สมัยก่อนลูกเสือได้ใช้จริง ๆ”

ฐานที่ 5
ศูนย์การเรียนรู้กิจกรรมลูกเสือ

จากของสะสมเครื่องหมายและงานลูกเสือที่มีมากจนนับไม่ถ้วน เขาได้รับคำแนะนำจาก ‘สโมสรเสือป่าแลลูกเสือสยาม’ เป็นสโมสรที่สอนให้เด่นเริ่มสะสมของลูกเสือแบบสะสมไปด้วย ศึกษาเรียนรู้ไปด้วย โดยมี พันโทชยุต ศาตะโยธิน และ อาจารย์ภูวนารถ (ณัฏฐภัทร) กังสดาลมณีชัย แนะว่า ถ้าเก็บมากก็กลายเป็นพวกบ้าสมบัติ เอาของพวกนั้นออกมาให้คนสืบค้นดีกว่า ให้คนเห็นคุณค่าและรู้คุณค่า จนเกิดเป็นศูนย์การเรียนรู้กิจกรรมลูกเสือในพื้นที่โรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล มีการจัดนิทรรศการเพื่อเผยแพร่ความรู้ที่เด่นได้จากการสะสมของชิ้นนั้น ๆ เพื่อติดอาวุธทางปัญญา แบ่งปันความรู้ให้กับผู้อื่น

ศูนย์การเรียนรู้นี้เปิดให้ผู้สนใจทั่วไปเข้าชม มาเป็นหมู่คณะดูงามก็ยินดีต้อนรับ (ต้องติดต่อล่วงหน้า) ด้านในมีมุมนิทรรศการ เล่าประวัติลูกเสือไทย เล่าประวัติลูกเสือโลกและนานาชาติ เล่าความเป็นมาของการลูกเสือกับจังหวัดชัยภูมิ มีมุมของสะสมที่ระลึก มุมหนังสือสำหรับศึกษาเรียนรู้และคู่มือการจัดการเรียนการสอนรายวิชาลูกเสือ ตลอดจนวีดิทัศน์ที่เล่าเรื่องราวต่าง ๆ เกี่ยวกับงานลูกเสือ

'นฤเบศ พลตาล' นักสะสมเครื่องหมายและงานลูกเสือมากที่สุดในจังหวัดชัยภูมิ
'นฤเบศ พลตาล' นักสะสมเครื่องหมายและงานลูกเสือมากที่สุดในจังหวัดชัยภูมิ

ซึ่งการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ ส่วนใหญ่เป็นงบประมาณส่วนตัวของเด่นเอง และมีการระดมทุนบางส่วนเพื่อปรับปรุงพื้นที่ภายในและตู้จัดเก็บของสะสม ซึ่งเป็นการเกื้อกูลกันระหว่างเด่นและโรงเรียน

เด่นบอกว่าสิ่งที่เขากำลังทำ หนึ่ง เป็นการสานต่อ ต่อยอด และรักษามรดกของรัชกาลที่ 6 ไว้ นี่คือแรงบันดาลใจสูงสุด

สอง เขาอยากให้ศูนย์การเรียนรู้กิจกรรมลูกเสือ เป็นแนวทางในการจัดนิทรรศการให้กับโรงเรียนต่าง ๆ เพราะนโยบายของ สลช. กำหนดให้แต่ละโรงเรียนต้องมีห้องลูกเสือ

สาม เป็นตัวอย่างในการบูรณาการความรู้ เช่น ผนวกการจัดนิทรรศการเข้ากับผลงานทางวิชาการของครูผู้สอน

ศูนย์การเรียนรู้กิจกรรมลูกเสือ เปิดบริการ วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30 – 16.30 น. ปิดวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ สอบถามข้อมูลได้ที่ โทรศัพท์ 08 5006 0070 (คุณครูสุรักษ์ เที่ยงธรรม) และ 08 3380 6463 (นายนฤเบศ พลตาล)

ฐานที่ 6
วงการลูกเสือไทยในสายตานักสะสม

“ปัจจุบัน สลช. เปิดอบรมผู้บังคับบัญชาลูกเสือเกือบทุกจังหวัด แต่ผลหรือการต่อยอดของลูกเสือไม่เติบโตครับ นี่เป็นปัญหาที่ผมเห็น ทำให้ระบบลูกเสือไม่พัฒนา อย่างระบบผู้บังคับบัญชาก็ล้าหลัง บางคนอบรมบรรจุเป็นครูสมัยหนุ่ม ๆ พออายุประมาณหนึ่งก็สืบหาประวัติไม่ได้ อบรมรุ่นไหนก็ไม่ทราบ เกียรติบัตรก็หาย ผมว่าถ้า สลช. ทำข้อมูลด้วยระบบคอมพิวเตอร์ พิมพ์บัตรประชาชนใบเดียวขึ้นทุกอย่าง มันจะเวิร์กกว่าและทันสมัยกว่า เพราะระบบการเก็บแบบเป็นเอกสารมันล้าหลังครับ

“อีกปัญหาคือ ลูกเสือเบื่อหน่ายการเรียน บางโรงเรียนตีกลอง ร้องเพลง บางโรงเรียนมีฝึกทหาร อันที่จริงวิชาลูกเสือบูรณาการได้หลายอย่างและเอาไปใช้กับชุมชนได้ อย่างวิชาเงื่อนเชือก ทำเงื่อนเชือกเพื่ออะไร ครูบอกเอาไปทำหอคอย ทำรั้ว เด็กก็เกิดคำถาม ทำหอคอยทำไม จะเอาไปส่องใคร

“ถ้าผมเป็นครู ผมจะสอนเด็กทำเงื่อนเชือกแล้วลงพื้นที่ใช้งานจริง ๆ เด็กก็จะเกิดความสนุกและตื่นเต้น แต่ทุกวันนี้เขาไม่ให้เด็กไปต่อยอด เรียนแล้วก็จบ มันจึงเกิดคำถามว่า จะเอาไปทำอะไรต่อ เด็กไม่ได้เห็นของจริง เรียนจากทฤษฎีแล้วก็มาปฏิบัติ ปฏิบัติก็เหมือนทฤษฎีเลย ถอดมาจากในหนังสือ มัดเสาธงจากไม้พลองก็เป็นแค่ของที่เกิดขึ้นวันนั้น ถ้าเอาไปบูรณาการใช้ในชีวิตจริงมันจะเกิดประโยชน์

“ในชีวิตจริงก็บูรณาการวิชาลูกเสือกับการเอาตัวรอดในสังคมปัจจุบันได้ เพราะมันไม่ต่างอะไรจากการหลงป่าเลยครับ เราต้องหาอาหาร ทำอาหาร และดำรงชีพ อย่างการแพ็กเครื่องหลัง ‘ของใช้ก่อนลงหลัง ของใช้หลังลงก่อน’ ก็เอามาใช้กับชีวิตประจำวันได้ เช่น เมื่อต้องไปเที่ยว ไปทัศนศึกษา ไปอบรม ก็แพ็กเครื่องหลังแบบลูกเสือได้ เพียงแต่เราต้องรู้จักดึงประโยชน์ของวิชาลูกเสือมาใช้ให้ถูกต้อง”

ฐานที่ 7
ของสะสมที่อยากนำเสนอ 10 ชิ้น

01 ป้ายตำแหน่งผู้บังคับบัญชาลูกเสือ

'นฤเบศ พลตาล' นักสะสมเครื่องหมายและงานลูกเสือมากที่สุดในจังหวัดชัยภูมิ

“ในอดีตป้ายตำแหน่งผู้บังคับบัญชาลูกเสือเป็นรูปตราคณะลูกเสือแห่งชาติ ทำด้วยโลหะสีทอง เส้นผ่านศูนย์กลาง 3.5 เซนติเมตร ติดบริเวณกลางกระเป๋าเสื้อด้านขวา ป้ายตำแหน่งหน้าเสือ (แถวล่าง) จาก ร้านวิวิธภูษาคาร กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นร้านเก่าแก่ที่ผลิตเครื่องหมาย-เครื่องแบบให้กับกองเสือป่าในยุครัชกาลที่ 6 ต่อมาก็ผลิตเครื่องหมาย-เครื่องแบบลูกเสือ แต่ปัจจุบันไม่ได้ผลิตแล้ว

“ชิ้นนี้ผมได้มาจากตลาดของเก่าของสะสมและรุ่นน้องที่นำมาแบ่งปันในเฟซบุ๊ก”

02 หมวกหนีบลูกเสือสามัญ

'นฤเบศ พลตาล' นักสะสมเครื่องหมายและงานลูกเสือมากที่สุดในจังหวัดชัยภูมิ

“หมวกหนีบลูกเสือสามัญ เป็นเครื่องแบบประกอบที่ลูกเสือในยุคต้นรัชกาลที่ 9 ใช้กัน สมัยนั้นสวมหมวกลูกเสือ 2 แบบ คือ แบบหมวกหนีบ (ในรูป) และหมวกปีกกว้างพับข้าง สังเกตว่าเนื้อผ้าจะเก่า เพราะผ่านการใช้งานมาระยะหนึ่ง ผมได้มาในสภาพเดิม ๆ พร้อมตราคณะลูกเสือแห่งชาติทองเหลืองเก่า ๆ ประดับที่หมวก ซึ่งได้มาจากอาจารย์ท่านหนึ่งที่โพสต์แบ่งปันทางหน้าเฟซบุ๊ก”

03 สมุดคู่มือลูกเสือ พร้อมกับเข็มกลัดที่ระลึกงานชุมนุมลูกเสือแห่งชาติครั้งที่ 5

จากเด็กชายผู้เก็บอุปกรณ์ลูกเสือหล่นพื้นของเพื่อน สู่นักสะสมผู้สร้างศูนย์การเรียนรู้เพื่อสานต่อคุณค่าวิชาลูกเสือ

“งานนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 9 – 15 ธันวาคม พ.ศ. 2508 (ราว 56 ปี) ณ ค่ายลูกเสือวชิราวุธ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ผมได้รับมอบจาก คุณพ่อสากล บุญเนาว์ ผู้เป็นเจ้าของสมุดคู่มือเมื่อสมัยเป็นลูกเสือที่ท่านเดินทางไปเข้าร่วม ท่านเป็นคนในพื้นที่อำเภอเมืองชัยภูมิด้วยกัน มอบไว้เพื่อนำไปประกอบการเผยแพร่”

04 พินเนกไทหลากสี และเหรียญที่ระลึกงานชุมนุมลูกเสือแห่งชาติครั้งที่ 6

จากเด็กชายผู้เก็บอุปกรณ์ลูกเสือหล่นพื้นของเพื่อน สู่นักสะสมผู้สร้างศูนย์การเรียนรู้เพื่อสานต่อคุณค่าวิชาลูกเสือ

“งานชุมนุมลูกเสือแห่งชาติครั้งที่ 6 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11 – 17 ธันวาคม พ.ศ. 2512 (ราว 52 ปี) ณ ค่ายลูกเสือวชิราวุธ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี เป็นของที่ระลึกจากงานชุมนุม ได้มาจากพี่ที่รู้จักกันทางเฟซบุ๊ก และเหรียญเงินที่ระลึกงานชุมนุม ได้มาจากร้านขายเครื่องหมายในตัวเมืองจังหวัดนครราชสีมา”

05 เข็มกลัดติดเนกไทสีน้ำเงิน และหัวเข็มขัดที่ระลึกงานชุมนุมลูกเสือแห่งชาติครั้งที่ 8

จากเด็กชายผู้เก็บอุปกรณ์ลูกเสือหล่นพื้นของเพื่อน สู่นักสะสมผู้สร้างศูนย์การเรียนรู้เพื่อสานต่อคุณค่าวิชาลูกเสือ

“งานนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 – 30 พฤศจิกายน พ.ศ.​ 2516 (ราว 48 ปี) ณ ค่ายลูกเสือวชิราวุธ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี เป็นของที่ระลึกจากงานชุมนุม โดยหัวเข็มขัดงานชุมนุม ได้มาจากพี่ที่รู้จักกันทางเฟซบุ๊ก ส่วนเข็มกลัดติดเนกไท ผมได้จากการเดินเล่นในตลาดของเก่าสะสม”

06 กระดุมเสือป่า

จากเด็กชายผู้เก็บอุปกรณ์ลูกเสือหล่นพื้นของเพื่อน สู่นักสะสมผู้สร้างศูนย์การเรียนรู้เพื่อสานต่อคุณค่าวิชาลูกเสือ

“ชิ้นนี้เป็นกระดุมเสือป่าเนื้อเงิน ใช้ประกอบเครื่องแต่งกายของเครื่องแบบเสือป่าในยุครัชสมัยล้นเกล้ารัชกาลที่ 6 นับว่าหายากและในตลาดขายกันราคาสูงเลยทีเดียว เป็นกระดุมเนื้อเงินขนาดเล็ก 2.2 x 2.2 เซนติเมตร ซึ่งผมได้มาจากรุ่นน้องทางจังหวัดชลบุรี”

07 เหรียญประจำตัวเสือป่า

จากเด็กชายผู้เก็บอุปกรณ์ลูกเสือหล่นพื้นของเพื่อน สู่นักสะสมผู้สร้างศูนย์การเรียนรู้เพื่อสานต่อคุณค่าวิชาลูกเสือ
จากเด็กชายผู้เก็บอุปกรณ์ลูกเสือหล่นพื้นของเพื่อน สู่นักสะสมผู้สร้างศูนย์การเรียนรู้เพื่อสานต่อคุณค่าวิชาลูกเสือ

“เหรียญประจำตัวเสือป่า ใช้ในสมัยรัชกาลที่ 6 อายุราวร้อยกว่าปี ด้านหลังเหรียญแบ่งเป็น 3 ชั้น อ่านจากแถวบนสุด คือ มณฑลที่สังกัด แถวกลาง คือ กองร้อยที่สังกัด และแถวล่าง คือ เลขประจำตัวสมาชิกเสือป่าผู้นั้น ดังในรูปตัวซ้ายสุด มณฑลภูเก็ตที่ 2 (ภ.ก.2) กองร้อยที่ 15 (ร.15) เลขประจำตัวเสือป่า 059 ผมได้เหรียญนี้มาจากรุ่นน้องทางจังหวัดชลบุรี”

08 หนังสือคู่มือหลักสูตรลูกเสือ ตรี โท เอก

จากเด็กชายผู้เก็บอุปกรณ์ลูกเสือหล่นพื้นของเพื่อน สู่นักสะสมผู้สร้างศูนย์การเรียนรู้เพื่อสานต่อคุณค่าวิชาลูกเสือ

“เป็นหนังสือใช้ประกอบหลักสูตรการสอนรายวิชาลูกเสือในอดีต สังเกตว่ามีหลากหลายสำนักพิมพ์ เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาลูกเสือได้ศึกษา แล้วนำไปจัดทำแผนการสอนรายวิชาลูกเสือแต่ละประเภทนั้น ๆ ให้เหมาะสมกับช่วงชั้นของผู้เรียน ชุดหนังสือบางส่วนได้มาจากการพบเจอในตลาดนัดหนังสือ สื่อออนไลน์ เฟซบุ๊ก และบางส่วนได้รับมอบจาก อาจารย์พันเอกชยุต ศาตะโยธิน นายกสโมสรเสือป่าแลลูกเสือสยาม ที่แบ่งปันให้นำไปศึกษาค้นคว้าและเผยแพร่ในนิทรรศการศูนย์การเรียนรู้กิจกรรมลูกเสือ”

09 รูปยาซิกาแรตเสือป่าและลูกเสือ

จากเด็กชายผู้เก็บอุปกรณ์ลูกเสือหล่นพื้นของเพื่อน สู่นักสะสมผู้สร้างศูนย์การเรียนรู้เพื่อสานต่อคุณค่าวิชาลูกเสือ
จากเด็กชายผู้เก็บอุปกรณ์ลูกเสือหล่นพื้นของเพื่อน สู่นักสะสมผู้สร้างศูนย์การเรียนรู้เพื่อสานต่อคุณค่าวิชาลูกเสือ

“รูปยาซิกาแรตมีมาเกือบร้อยปีก่อน เป็นของแถมจากซองบุหรี่ มีหลากหลายรูปแบบ ซึ่งเป็นการตลาดของบริษัทยาสูบฝั่งตะวันตก เพื่อให้ผู้ที่ชอบสูบบุหรี่ได้เพลิดเพลินกับรูปภาพที่แถมมาในซองบุหรี่ จะเน้นไปทางสะสมเลยก็ได้ ในแต่ละซองบุหรี่จะได้ภาพยาซิกาแรตเพียง 1 ภาพ แต่ละภาพอาจได้ซ้ำบ้าง ได้ภาพใหม่ ๆ บ้าง ตามแต่ช่วงเวลานั้น ๆ สลับหมุนเวียนกันไป กว่าจะสะสมให้ครบเข้าชุดเซ็ตภาพนั้น ๆ ก็คงต้องสูบบุหรี่ไปหลายซองเลยทีเดียว และคงต้องใช้เวลาพอสมควร

“ในชุดสะสมของผมเป็นภาพซิกาแรตเสือป่าและลูกเสือ ได้มาจากรุ่นน้องที่จังหวัดชลบุรี”

10 แบดจ์ลูกเสือนานาชาติ

จากเด็กชายผู้เก็บอุปกรณ์ลูกเสือหล่นพื้นของเพื่อน สู่นักสะสมผู้สร้างศูนย์การเรียนรู้เพื่อสานต่อคุณค่าวิชาลูกเสือ

“นี่คือเครื่องหมายต่าง ๆ ที่แสดงถึงการเข้าร่วม เป็นรางวัล เป็นเครื่องหมายที่ระลึก รวมถึงเป็นวิชาพิเศษลูกเสือที่จะได้รับมาติดบนเสื้อ บ่งบอกว่าลูกเสือคนนี้เชี่ยวชาญหรือผ่านกระบวนการฝึกฝนทักษะอะไรมาบ้าง ในต่างประเทศถือว่ามีหลากหลายแบดจ์ ทั้งแบดจ์งานที่ระลึก แบดจ์รางวัล แบดจ์วิชาพิเศษ ในต่างประเทศ เมื่อมีเยอะ ๆ จะนำมาติดที่เครื่องแบบลูกเสือ หรือติดที่ชุดเสื้อคลุมก็ตามแต่สะดวก

“บางที่แบดจ์ก็นำมาแลกเปลี่ยนในช่วงมีงานชุมนุมลูกเสือโลกหรือลูกเสือแห่งชาติ โดยแลกเปลี่ยนระหว่างลูกเสือไทยกับลูกเสือต่างประเทศ ลูกเสือไทยคุ้นหูกันดีกับคำว่า ‘Change’ คือการแลกเปลี่ยนกัน โดยของสะสมชุดนี้ได้มาจากอาจารย์จังหวัดนครปฐม และบางส่วนจากรุ่นพี่ในจังหวัดชัยภูมิ”

ภาพ : นฤเบศ พลตาล

The Cloud Golden Week คือแคมเปญสนุก ๆ ที่ทีมงานก้อนเมฆขอประกาศลาพักร้อน 1 สัปดาห์ เนื่องในโอกาสฉลอง The Cloud ครบ 5 ปี เราเลยเปิดรับวัยอิสระ อายุ 50 ปีขึ้นไป ทั้งนักเขียน ช่างภาพ และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ เข้ามาประจำการแทนใน The Cloud Golden Week ขอเรียกว่าเป็นการรวมพลังวัยอิสระมา ‘เล่าเรื่อง’ ในฉบับของตนเองผ่านสื่อดิจิทัลบนก้อนเมฆ เพราะเราเชื่อว่า ‘ประสบการณ์’ ของวัยอิสระคือเรื่องราวอันมีค่า เราเชื่อในศักยภาพของมนุษย์ อายุที่เพิ่มขึ้นเป็นเพียงตัวเลข ไม่ใช่ข้อจำกัดของการเรียนรู้

แคมเปญนี้เราร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจให้วัยอิสระกล้ากระโจนเข้าหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ออกมาพูดคุยกับเพื่อนวัยเดียวกัน พร้อมแบ่งปันเรื่องราวอันเปี่ยมด้วยคุณค่า เพื่อเติมฟืนไฟให้กาย-ใจสดใสร่าเริง

นี่เป็นครั้งแรกที่ทีมงาน The Cloud มีสมาชิกอายุรวมกันมากกว่า 1,300 ปี!

Writer

ธีระรัตน์ ศิริสวัสดิ์

ครูวัยเกษียณผู้รักการทำงาน อยากส่งต่อความรู้ผ่านการสอนพิเศษ เพื่อพัฒนาเด็ก ๆ ตามศักยภาพ และยังสนใจศึกษางานเขียนภาษาไทยอยู่เสมอ

The Collector

คอลเลกชันความหลงใหลของนักสะสมนานาประเภท

‘เก็บ หรือ ทิ้ง’

คุณจะตั้งคำถามเหล่านี้เมื่อสิ่งของชิ้นนั้นมีคุณค่ามากพอให้ลังเล

‘เก็บ’

ครูหมู-วลัยพร ใจหนักแน่น หลานสาวของ พระศรีสมุทโภค (อิ่ม ยมจินดา) เจ้าเมืองระยองคนสุดท้าย เจ้าของ บ้านเจ้าเมือง ต้นตระกูลยมจินดา คนปัจจุบัน เลือกเช่นนั้นกับสมบัติทุกชิ้นที่รับสืบทอดมาจากบรรพบุรุษและของเก่าที่เธอเลือกสะสมเอง

ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบบนถนนสายเล็กยาวกว่า 700 เมตร บ้านเรือนหลังเก่ายังมีลมหายใจ ชาวยมจินดา จังหวัดระยอง ยังมีเรื่องให้เล่าขาน แต่ใครไหนเลยจะเล่าเรื่องได้ดีไปกว่าตระกูลที่มีเจ้าเมืองมากถึง 3 รุ่น และชื่อถนนหลายเส้นยังถูกตั้งขึ้นเพื่อให้เกียรติพวกเขา

เดินหลบเข้าซอยไปเพียงไม่กี่เมตร บ้านไม้ทรงปั้นหยาหลังงามยังคงตั้งอยู่ที่เดิมตั้งแต่ พ.ศ. 2475 สร้างโดย ท่านอิ่ม ยมจินดา บุตรชายของ พระยาศรีสมุทโภคไชยโชคชิตสงคราม (เกตุ ยมจินดา) เจ้าเมืองระยองคนแรกและทวดของครูหมู

ครั้งนี้ The Cloud ชวนเธอเปิดบ้าน ชมสมบัติในกรุเก่า ฟังเรื่องเล่าที่ทั้งสนุกและเพลินของตระกูลประวัติศาสตร์ ดูหอกง้าวประดับฝาผนังที่เคยใช้ในพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยามาแต่โบราณ แม้แต่พื้นเอียง ๆ ของบ้านยังมีที่มา และเสาบ้านสีดำแปลกตาก็มีคำอธิบาย

เปิดบ้านเจ้าเมืองระยองคนสุดท้าย ตระกูลยมจินดา คลังสมบัติเก่าที่ชมได้แต่ไม่มีวันขาย

House of Yomjinda
บ้านเจ้าเมือง

เราเคยแต่เดินชมห้องที่เปลี่ยนเป็นคลังสมบัติล้ำค่า แต่ครั้งนี้เราเดินอยู่ในบ้านที่แม้กระทั่งตัวบ้านเองก็นับเป็นสมบัติหนึ่งในนั้น

คุณแม่วันสุข ยมจินดา เป็นลูกสาวของท่านอิ่ม เธอยกครูหมูวัย 8 เดือน ให้อยู่ในความดูแลของพี่สาว 2 คนคือ วาจา ยมจินดา และ ทองล้วน ยมจินดา นอกจากนี้ยังมี คุณยายบาง ยมจินดา อาศัยอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน

หลังคุณตาเสียชีวิตใน พ.ศ. 2485 บ้านหลังนี้ก็ตกทอดมาสู่คุณยายบาง คุณป้าวาจา และมาถึงเธอในปัจจุบัน

เปิดบ้านเจ้าเมืองระยองคนสุดท้าย ตระกูลยมจินดา คลังสมบัติเก่าที่ชมได้แต่ไม่มีวันขาย

ความเจริญก้าวหน้าด้านการคมนาคมทำให้การสัญจรทางน้ำถูกแทนที่ด้วยรถยนต์ หน้าบ้านที่ติดกับแม่น้ำระยองจึงกลับกลายเป็นหลังบ้าน อู่ต่อเรือไม้ที่มีอยู่หลายแห่งต้องปิดกิจการ ไม่นานสะพานก็สร้างขึ้น เรือไม้จึงแล่นออกสู่ปากอ่าวไม่ได้อีกต่อไป

เรามองเป็นความโชคดีที่ยังมีบ้านเก่าให้คนรุ่นใหม่มาเยี่ยมชม ครูหมูบอกว่าในอดีต คนที่อาศัยอยู่ในบ้านเก่าไม่ได้รับความนับหน้าถือตา ผิดกับปัจจุบันที่คนกลับมาสนใจของโบราณกันมากขึ้น สิ่งที่มีคุณค่าอยู่แล้วจึงมีคุณค่ายิ่งกว่าเก่า โดยเฉพาะมูลค่าทางใจที่มากกว่าตัวเงิน

เปิดบ้านเจ้าเมืองระยองคนสุดท้าย ตระกูลยมจินดา คลังสมบัติเก่าที่ชมได้แต่ไม่มีวันขาย
เปิดบ้านเจ้าเมืองระยองคนสุดท้าย ตระกูลยมจินดา คลังสมบัติเก่าที่ชมได้แต่ไม่มีวันขาย

บ้านเจ้าเมืองถูกฉาบด้วยสีเขียวอ่อนอมฟ้าหลังการปรับปรุงซ่อมแซม เธอมีศัตรูตัวฉกาจคือ ‘ปลวก’ ที่ตั้งทัพพร้อมรบทุกปี ทำเอาครูหมูหมดเงินไปมหาศาลเพื่อพิทักษ์สมบัติทั้งหมด

ตัวพื้นบ้านทำจากไม้กระท้อนซึ่งหาได้ยากในสิ่งปลูกสร้างสมัยใหม่ ลายฉลุโบราณทำมือทั้งหมด เมื่อสร้างปีเดียวกับการเปลี่ยนแปลงการปกครอง จึงมีลายฉลุเป็นรูปพานรัฐธรรมนูญประดับ

“เสานี้คือไม้ตะเคียน ปกติต้องอยู่นอกชานเพราะทนแดดทนฝน แต่เมื่ออยู่ด้านนอกหลายปีเกิดการผุพัง เราเลยตั้งใจอนุรักษ์ของเก่าโดยนำมาปิดเสาที่ถูกปลวกกิน ส่วนรั้วไม้ด้านนอกที่เอาไว้กันเด็กหล่นก็เป็นไม้ตะเคียน เป็นเสาที่คุณตาเก็บไว้ใต้ถุนบ้าน”

ผ่านมาเกือบ 100 ปี บ้านทรุดลงตามกาลเวลา ครูหมูจึงต้องให้ช่างมาหนุนบ้าน เมื่อหน้าแล้งเดือนเมษา ช่างได้พายเรือเข้าไปใต้ถุนช่วงน้ำลดเพื่อซ่อมแซม และได้พบกับเสาตะเคียนพอดี

เราพิจารณาพื้นและบอกเธอว่า ตอนนี้บ้านของเธอเอียง

เธอบอกว่าที่เห็นเอียงแบบนี้ถูกต้องแล้ว เนื่องจากสมัยก่อนคุณตาสร้างระเบียงโดยยกหัวสูง ปลายเท้าต่ำ โดยใช้ลูกมะนาววางให้กลิ้งตามความลาดชัน เมื่อใครมานอนจะได้รู้ว่าฝั่งไหนคือหัวและเท้า แต่เมื่อครูหมูหนุนบ้านใหม่ ความเอียงจึงลดลง

ครูหมูอธิบายลักษณะบ้านโบราณของคนมีฐานะว่า มีห้องนอนเพียงห้องเดียว ภายในมีประตู 2 บาน เรียกว่า ประตูหน้าและประตูลับ เมื่อมีการปล้นจึงใช้ประตูลับเป็นทางหนี นอกจากนี้บ้านธรรมดาเมื่อเงยหน้ามองจะเห็นคานของบ้าน แต่บ้านคนมีฐานะจะมีฝ้าไม้กั้น

ส่วนด้านบนเพดานมีช่องลับเป็นเหมือนห้องใต้หลังคา เธอเคยให้ช่างปีนขึ้นไป แต่ตอนนี้เมื่อมองเองกลับหาไม่เจอ

“เฟอร์นิเจอร์ด้านในที่เห็นเป็นของโบราณทั้งหมด ไม่เก่า เราไม่เก็บ แต่จะมีในส่วนที่ซื้อมาเพื่อสะสมกับของประจำตระกูล โดยเฉพาะพวกตู้ไม้ ตู้คาวหวาน พวกนี้เป็นของที่คุณตาทำขึ้นมาเอง” 

เปิดบ้านเจ้าเมืองระยองคนสุดท้าย ตระกูลยมจินดา คลังสมบัติเก่าที่ชมได้แต่ไม่มีวันขาย

House of the Collector
คลังสมบัติของนักสะสม

ครูหมูและสามีเก็บของสะสมร่วมกันมากว่า 40 ปี พวกเขาไม่เลือกประเภท แต่ต้องเก่าจริงเท่านั้น 

นอกจากตะเกียง วิทยุ โทรทัศน์ พัดลม เครื่องเล่นแผ่นเสียง ถ้วยชามรามไห ที่ล้วนแต่โบราณ ของชิ้นใหญ่อย่างกล้องคลุมโปง Large Format ที่เห็นในละครเรื่อง สี่แผ่นดิน ก็วางโชว์อยู่ที่มุมในสุดของบ้าน พร้อมด้วยหีบโบราณ เครื่องชั่งทอง ชั่งหมู ไปจนถึงเชี่ยนหมากที่เจ้าของกินค้างไว้ก่อนจะเสียชีวิต อุปกรณ์ทุกอย่างอยู่เหมือนเดิมและเหลือเท่าเดิมมาตลอด 80 ปี

หากรวมสิ่งของชิ้นเล็กชิ้นน้อยจำนวนมหาศาลทั้งหมดคงไม่อาจนับได้ว่าอายุกี่สหัสวรรษ

เปิดบ้านเจ้าเมืองระยองคนสุดท้าย ตระกูลยมจินดา คลังสมบัติเก่าที่ชมได้แต่ไม่มีวันขาย

หิ้งบรรพบุรุษ

ภาพทั้งหมดถูกบันทึกไว้ในยุคนั้น เว้นแต่เพียงภาพของคุณทวด หรือท่านเกตุที่เป็นภาพวาด

รูปบนสุดในกรอบไม้คือ ท่านเกตุ ซึ่งมีตำแหน่งเป็นพระยาศรีสมุทโภคไชยโชคชิตสงคราม เจ้าเมืองระยองคนแรก

รูปที่สองรองลงมาคือ คุณหญิงลำเจียก ภรรยาของท่านเกตุ

รูปที่สามคือ ท่านอิ่ม คุณตาของครูหมู และเจ้าของสมบัติโบราณหลายชิ้นในบ้านหลังนี้

รูปที่สี่ด้านล่างสุดคือ คุณยายบาง ภรรยาที่เสียชีวิตไปใน พ.ศ. 2514

หอกและง้าว

นับตั้งแต่สมัยคุณทวดที่มีชีวิตอยู่ในช่วงรัชกาลที่ 3 – 4 เจ้าเมืองสมัยโบราณต้องร่วมรบทัพจับศึกกับพระเจ้าแผ่นดิน จึงได้ราชทินนามว่า พระยาศรีสมุทโภคไชยโชคชิตสงคราม

หอกและง้าวด้านหลังหิ้งคืออาวุธโบราณที่ใช้ในพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยาของต้นตระกูล เพื่อดื่มสาบานแสดงความจงรักภักดีต่อพระเจ้าแผ่นดิน

ทุกเสาร์ที่ 2 ของเดือนธันวาคม เทศบาลนครระยองจัดงาน ‘ภูมิบุรี ศรีระยอง’ ส่งเสริมการท่องเที่ยว และมีการขอเปิดบ้านยมจินดา เพื่อนำผู้หลักผู้ใหญ่ของเมืองเข้ามาแสดงความเคารพ ในฐานะที่บรรพบุรุษของตระกูลเป็นผู้สร้างถนนยมจินดา และเป็นเจ้าเมืองระยองมาหลายรุ่น

แม้จะมีคนเคยมาขอหอกและง้าวชุดนี้ แต่ครูหมูก็ไม่ให้ เพราะถือเป็นของประจำตระกูลที่ควรอยู่คู่บ้านต่อไป

เปิดบ้านเจ้าเมืองระยองคนสุดท้าย ตระกูลยมจินดา คลังสมบัติเก่าที่ชมได้แต่ไม่มีวันขาย

ตู้คาวหวานและตู้ไม้

ตู้คาวหวานออกแบบเป็นรูปทรงแปดเหลี่ยม เปิด-ปิดได้ทั้ง 4 ประตู มองได้รอบทิศ เอาไว้เก็บสำรับอาหาร ตู้แต่ละหลังมีอายุกว่าร้อยปี สร้างโดยคุณตาของครูหมู

ตู้ไม้ข้างกันมีลักษณะยกออกได้เป็น 2 ท่อน ไม่มีตะปู แต่ใช้สลัก เมื่อครั้งมีนักสะสมมาเยี่ยมเยือนได้ให้ข้อมูลว่า นี่คือตู้เสื้อผ้าที่ได้แบบมาจากฝรั่งเศส

ปัจจุบันด้านในกลายเป็นที่เก็บของสำคัญ มีตั้งแต่ช้อนส้อมทองเหลืองที่คุณตาเคยใช้ ไม้เท้าหัวพญานาค กระถางต้นไม้โบราณ กระโถนประจำตำแหน่งของคุณทวด ประดับด้วยลายมังกร 5 ขา ซึ่งเป็นกระโถนสำหรับขุนนาง ส่วนพระเจ้าแผ่นดินมี 9 ขา

นอกจากนี้ยังมีชุดผ้าเยียรบับของคุณตา ซึ่งใส่ตอนที่เข้าร่วมโต๊ะเสวยกับรัชกาลที่ 5 และหนังสืองานศพ แจกในพิธีพระราชทานเพลิงศพคุณตาที่วัดเก๋งหรือวัดจันทอุดมเมื่อ พ.ศ. 2485 ปัจจุบันคือโรงพยาบาลระยอง ซึ่งด้านในยังมีเจดีย์หนึ่งองค์ที่ได้รับการดูแลโดยกรมศิลปากร ถือเป็นสมบัติที่บรรพบุรุษของตระกูลสร้างเอาไว้ 

โอ่งเขียวไข่กาและโอ่งจีน

โอ่งเขียวไข่กาบ่งบอกว่าเจ้าของเป็นคนมีฐานะ ในอดีตคุณตาใช้รองน้ำฝนสำหรับดื่ม เพราะให้ความรู้สึกเย็นชื่นใจ แต่จะเอาโอ่งนี้ไว้แจกจ่ายน้ำหน้าบ้านให้คนแปลกหน้าก็คงไม่ใช่ เธอบอกว่าในอดีตมีคุณไสยที่เรียกว่า ยาสั่ง หากเอาโอ่งใหญ่ไปตั้งไว้ก็คงโดนยาสั่งกันถ้วนหน้า

ส่วนโอ่งที่เก็บน้ำได้เย็นกว่าคือ โอ่งจีน ซึ่งขนส่งมาทางแพ ด้านในเป็นเนื้อสีเขียวคล้ายหยก มีคนมอบให้คุณตาเป็นเครื่องบรรณาการ

บานแพนก

อ่านว่า บาน-พะ-แนก คือจารึกกฎหมายในอดีตเขียนโดยอารักษ์ลายมือสวย ว่าด้วยเรื่องกฎหมายที่ดิน ที่นา รวมถึงลงโทษ หนีบขมับ หนีบเล็บ เขียนไว้ตั้งแต่ พ.ศ. 2410 สมัยปลายรัชกาลที่ 4

เครื่องแก้วเจียระไน

ของเก่าสุดโปรดจากอังกฤษที่เธอซื้อจากลูกศิษย์มายกตู้ หนึ่งในนั้นมีเครื่องแก้วทรงแปลกตาที่ดูคล้ายอุปกรณ์คั้นน้ำส้มไม่ก็ที่เขี่ยบุหรี่ สุดท้ายมีผู้มีความรู้มาเฉลยว่าสิ่งนี้คือ ที่เก็บแหวน

House of Memories
ความทรงจำที่ไม่มีวันขาย

ครูหมูได้รับคำชมจากผู้มาเยือนว่า นี่คือบ้านที่เก็บของเก่าไว้เยอะและเป็นระเบียบ ทุกอย่างจัดไว้เป็นหมวดหมู่ โดยเฉพาะอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชิ้นเล็กที่ตั้งโชว์อยู่ในตู้

ในอดีต ของโบราณไม่เคยอยู่ในความสนใจของเธอ ทั้งยังมองว่าเป็นสิ่งที่ทำให้บ้านรก แต่เมื่อเวลาผ่านไป ตนเองกลับเป็นผู้ถวิลหาของเก่าที่เคยอยู่ในความทรงจำ

“เราย้อนนึกถึงวันที่ไปแอบดูโทรทัศน์ในตลาดเก่า ดูได้ไม่นาน 6 โมงเย็นต้องเข้าบ้าน เพราะเป็นผู้หญิง คุณป้าไม่อยากให้อยู่นอกบ้านมืด ๆ ค่ำ ๆ ต่อมาคุณป้าซื้อทีวีขาวดำ พอทำงานเองก็ซื้อทีวีสี แต่ยิ่งเทคโนโลยีพัฒนา เรากลับถวิลหาของเดิม ทีวีขาวดำมันหายไปไหน”

นอกจากสิ่งของที่เคยถูกทอดทิ้งไป ครั้งหนึ่งครูหมูคิดจะรีโนเวตบ้านยมจินดาเสียใหม่ ชนิดที่เงินพร้อม แปลนพร้อม สถาปนิกพร้อม ช่างรับเหมาก่อสร้างพร้อม แต่เมื่อตกดึก เธอกลับฝันเห็นคุณทวดหญิงมานั่งขวางทางและบอกว่า ห้ามรื้อบ้านเด็ดขาด แต่ให้ซ่อมแซมได้

หลังจากครูหมูตื่น เธอล้มเลิกแผนการเดิมและตัดสินใจสร้างบ้านอีกหลังไว้ข้างกัน ซึ่งปัจจุบันคือ ‘ครัวครูหมู’ ร้านอาหารระยองโบราณที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด

ในฐานะเจ้าบ้านและลูกหลานของตระกูลเก่าแก่ เธอทิ้งท้ายบทสนทนาด้วยความคิดอันมุ่งมั่นที่ใช้เวลาบ่มเพาะมาหลายสิบปี

“ของทุกชิ้นมีความหมายกับคนที่ยังมีชีวิตอยู่ เราไม่ขายแน่นอน ขายเป็นเงินก็เอาไปใช้หมด แก่ขนาดนี้จะใช้เงินอะไรเยอะแยะ จริงไหม”

หากใครตั้งใจมาเยี่ยมบ้านเก่า อย่าลืมแวะทานอาหารสูตรโบราณที่บางจานคือของโปรดเจ้าเมืองระยองมาตั้งแต่อดีต หรือหากใครแวะมาทานอาหารก็อย่าลืมขอครูหมูเข้าชมบ้านยมจินดาที่อยู่ใต้หลังคาเดียวกัน แล้วอย่าลืมชวนเธอไปเป็นไกด์ เพราะยังมีเรื่องราวอีกมากมายที่จะทำให้การไปเที่ยวระยองครั้งนี้สนุกกว่าเดิม

Facebook : บ้านเจ้าเมือง ต้นตระกูลยมจินดา

Writer

วโรดม เตชศรีสุธี

นักจิบชามะนาวจากเมืองสรอง หลงใหลธรรมชาติ การเล่าเรื่อง และชอบสูดกลิ่นอายแห่งอารยธรรม

Photographer

ชาคริสต์ เจือจ้อย

ช่างภาพอิสระและนักปั่นจักรยานฟิกเกียร์ ชอบสั่งกระเพราหมูสับเผ็ดน้อยหวานๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load