เครือข่ายต้นไม้ในเมือง คือกลุ่มคนที่รักต้นไม้และอยากเห็นเมืองร่มรื่น เขียวชอุ่ม ด้วยการตัดแต่งต้นไม้อย่างถูกวิธี จากการสร้างภาพจำให้คนในเมืองตระหนักถึงต้นไม้ในฐานะสินทรัพย์อันล้ำค่าและควรค่าแก่การอนุรักษ์ พวกเขาทำหน้าที่ประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดูแลต้นไม้ เพื่อฟื้นฟูต้นไม้ประวัติศาสตร์และต้นไม้โบราณทั่วกรุง โดยเฉพาะต้นไม้ใหญ่ เช่น ต้นตะเคียน หลังวัดราชบพิธฯ คลองคูเมืองเดิม ซึ่งนักประวัติศาสตร์เชื่อว่า เป็นต้นไม้ที่รัชกาลที่ 1 ทรงปลูก อีกทั้งยังเป็นต้นไม้ใหญ่ที่มีอายุมากที่สุดที่ยังมีชีวิตอยู่ของกรุงรัตนโกสินทร์ 

จากความร่วมมือที่เกิดขึ้น ขยายผลให้เครือข่ายต้นไม้ในเมืองร่วมกับ BIG Trees กลุ่มคนเมืองที่ต้องการสร้างความเข้าใจให้คนในเมืองมีส่วนร่วมและรู้คุณค่าของการสร้างพื้นที่สีเขียวที่ยั่งยืนให้กับเมือง และกระทรวงกลาโหม จัดทำโครงการ ‘การฟื้นฟูต้นมะขามและมะฮอกกานี บริเวณกระทรวงกลาโหม’ เพื่อแก้ไขปัญหาระบบรากต้นไม้ที่เข้าขั้นวิกฤต รวมทั้งป้องกันอันตรายก่อนต้นไม้จะหักโค่นลงมาสู่คนทั่วไปที่สัญจรอยู่ 

ภารกิจใหญ่หน้ากระทรวงกลาโหมของ BIG Trees ผู้มองเห็นว่า 'ที่จริงแล้วต้นไม้ในเมืองมันมีปัญหาทั้งนั้น'
ภารกิจใหญ่หน้ากระทรวงกลาโหมของ BIG Trees ผู้มองเห็นว่า 'ที่จริงแล้วต้นไม้ในเมืองมันมีปัญหาทั้งนั้น'

นี่จึงเป็นอีกหนึ่งความร่วมมือของเหล่าคนรักต้นไม้ที่มีจุดหมายเดียวกัน คือการดูแลต้นไม้ด้วยวิธีการที่ถูกต้องบนพื้นฐานของความเข้าใจ เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมและสร้างพื้นที่สีเขียวที่ยั่งยืนให้กับเมือง และต่อยอดไปสู่การดูแลต้นไม้ในเมืองทั่วประเทศ 

ภารกิจใหญ่หน้ากระทรวงกลาโหมของ BIG Trees ผู้มองเห็นว่า 'ที่จริงแล้วต้นไม้ในเมืองมันมีปัญหาทั้งนั้น'

01

เมื่อย้อนไปเมื่อ พ.ศ. 2562 ที่ผ่านมา ในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครทางสถลมารคในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเมื่อเดือนพฤษภาคม จึงเกิดความร่วมมือของเหล่านักอนุรักษ์ขึ้น เพื่อฟื้นฟูต้นไม้ประวัติศาสตร์ในบริเวณพระราชพิธี รวมถึงต้นไม้สำคัญ เช่น ต้นตะเคียน หลังวัดพระราชบพิธฯ ให้กลับมาแข็งแรงดังเดิม ซึ่งนักประวัติศาสตร์หลายคนเชื่อว่ารัชกาลที่ 1 ทรงให้ปลูกเพื่อใช้ในการสร้างเรือ ผลจากการดูแลต้นคุณปู่ตะเคียนมาเป็นเวลา 1 ปี ทำให้คุณปู่ตะเคียนออกจากห้องไอซียูได้แล้ว สร้างความอิ่มเอมใจและกำลังใจให้เหล่าคนรักต้นไม่น้อย

จากความร่วมมือที่ผ่านมา ขยายผลให้เกิดความร่วมมืออนุรักษ์ฟื้นฟูต่อยอดมาจนถึงต้นไม้ในย่านเดียวกัน คือ ต้นมะขามและมะฮอกกานีหน้ากระทรวงกลาโหมที่เรากำลังยืนอยู่นี้

ภารกิจใหญ่หน้ากระทรวงกลาโหมของ BIG Trees ผู้มองเห็นว่า 'ที่จริงแล้วต้นไม้ในเมืองมันมีปัญหาทั้งนั้น'

02

เรากำลังอยู่ในพื้นที่การฟื้นฟูต้นมะขามและมะฮอกกานีบริเวณกระทรวงกลาโหม เสียงค้อนทุบพื้นฟุตพาทริมถนนดัง ‘ตุบ’ กับภาพที่เห็นคือพื้นรอบโคนต้นไม้ใหญ่กำลังแตกเป็นเสี่ยงๆ ในขณะเดียวกันฉันเห็นกลุ่มคนกำลังใช้เสียมขุดดินอันแข็งดั่งหิน ลึกลงไปยังพื้นที่รอบโคนต้นไม้นั่นทำให้ฉันรู้ได้ในทันทีเลยว่า ที่ตรงนี้ได้มีการนำพื้นฟุตพาทออกไปแล้ว ภารกิจใหญ่กำลังจะเกิดขึ้นหน้าบริเวณกระทรวงกลาโหมแห่งนี้  

ภารกิจใหญ่หน้ากระทรวงกลาโหมของ BIG Trees ผู้มองเห็นว่า 'ที่จริงแล้วต้นไม้ในเมืองมันมีปัญหาทั้งนั้น'

เราได้มีโอกาสพูดคุยกับ พิมพ์-พรนภา ศิริบุญญฤทธิ์ หนึ่งในทีมฟื้นฟูต้นมะขามและมะฮอกกานี บริเวณกระทรวงกลาโหม บริษัทรุกขกรวิสาหกิจเพื่อสังคม สังกัด BIG Trees ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลต้นไม้อย่างถูกวิธีหรือที่เราเรียกว่า ‘ศาสตร์รุกขกรรม’ เปรียบเสมือน ‘อารักษ์’ ให้เหล่าคุณต้นไม้นั่นเอง 

พิมพ์เล่าให้เราฟังว่า ต้นมะขามหน้ากระทรวงกลาโหมเหล่านี้ เมื่อลองตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐานของต้นไม้ตั้งแต่รากจนถึงใบ พบว่าสิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุดคงจะเป็นเรื่องระบบรากไม่ทำงาน สาเหตุมาจากดินข้างใต้ขาดสารอาหารอีกทั้งเป็นดินที่ผสมกับเศษอิฐ หิน และทราย รวมถึงโครงสร้างพื้นฟุตพาทที่บีบอัดแน่นจนเกินไป ทำให้ดินแข็ง ส่งผลให้รากหาอาหารไม่ได้ หนทางแก้คือต้องเร่งฟื้นฟูระบบรากของต้นไม้ให้กลับทำงานได้ปกติ ด้วยวิธีการดังนี้

ภารกิจใหญ่หน้ากระทรวงกลาโหมของ BIG Trees ผู้มองเห็นว่า 'ที่จริงแล้วต้นไม้ในเมืองมันมีปัญหาทั้งนั้น'
ภารกิจใหญ่หน้ากระทรวงกลาโหมของ BIG Trees ผู้มองเห็นว่า 'ที่จริงแล้วต้นไม้ในเมืองมันมีปัญหาทั้งนั้น'

1) การฟื้นฟูระบบรากด้วยการเปิดพื้นปูนเดิมออก

2) ใช้นวัตกรรมการฟื้นฟูต้นไม้ โดยเปลี่ยนดินที่เสื่อมสภาพด้วยการใช้เสียมขุด เอาดินเดิมออกโดยไม่ทำให้รากต้นไม้เสียหาย

3) เติมและบำรุงดินด้วยปุ๋ยและไบโอชาร์ (ถ่านชีวภาพ) ถ่านคุณภาพสูงที่มาจากการเผากิ่งไม้ที่มาจากการตัดแต่งต้นไม้เมื่อผสมกับดินและปุ๋ยให้กับต้นไม้ ไบโอชาร์จะกักเก็บสารอาหารแล้วค่อยๆ ปล่อยออกมาให้กับต้นไม้เป็นเวลานาน และเป็นการกักเก็บคาร์บอนลงในดิน

ภารกิจใหญ่หน้ากระทรวงกลาโหมของ BIG Trees ผู้มองเห็นว่า 'ที่จริงแล้วต้นไม้ในเมืองมันมีปัญหาทั้งนั้น'

4) ผสมดินโครงสร้าง (Structural Soil) ซึ่งเป็นดินผสมหินขนาดเล็กใส่บริเวณโคนต้นไม้ เพื่อเพิ่มช่องว่างในดินไม่ให้ดินถูกบดอัดมากไป และอากาศจะแทรกอยู่ทำให้กระบวนการหายใจของรากเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

5) ปูด้วยบล็อกพรุน (Porous Block) อากาศและน้ำจึงซึมผ่านลงไปยังรากได้

ภารกิจใหญ่หน้ากระทรวงกลาโหมของ BIG Trees ผู้มองเห็นว่า 'ที่จริงแล้วต้นไม้ในเมืองมันมีปัญหาทั้งนั้น'

พอได้ฟังแล้วเราครุ่นคิดได้ทันทีเลยว่า ‘หากเปรียบต้นไม้เป็นมนุษย์ เมื่อมีสิ่งแปลกปลอมอุดรูจมูกไว้ เราคงอึดอัดและหายใจลำบากไม่น้อย’ 

03

เสียงเจื้อยแจ้วของเหล่าอาสาสมัครคนรักต้นไม้สอดประสานกันอยู่ริมถนน ช่างเป็นภาพหนึ่งนี่น่าประทับใจอย่างมาก ใบหน้าที่ยิ้มแย้มกับการกระทำที่คอยหยิบจับจอบเสียม ผสมดินและถ่านชาร์โคลให้กับต้นมะขาม ก่อนปิดทับด้วยบล็อกพรุน ในขณะที่ฉันกำลังเดินสนทนาอยู่กับ ปุ้ม-อรยา สูตะบุตร และ โช-สุนทร การินทร์ จากทีมคนรักต้นไม้ที่ร่วมฟื้นฟูต้นไม้มาแล้วทั่วกรุงจาก BIG Trees

“หนึ่งในสิ่งที่เป็นความกังวลจากการทำงานอนุรักษ์ต้นไม้มาแล้ว คือเราพบว่าคนทั่วไปไม่เข้าใจธรรมชาติของต้นไม้ ทุกวันเราขับรถผ่านท้องถนนที่เต็มไปด้วยต้นไม้อยู่ตามข้างทาง แต่เราไม่เคยรู้เลยว่าต้นไม้เหล่านั้นมีปัญหาอะไร เห็นใบมีสีเขียวแสดงว่าต้นไม้ยังสมบูรณ์อยู่ แต่แท้จริงแล้วต้นไม้ในเมืองมันมีปัญหาทั้งนั้นแต่เราแค่ไม่รู้” ปุ้มพูดขึ้น

ภารกิจใหญ่หน้ากระทรวงกลาโหมของ BIG Trees ผู้มองเห็นว่า 'ที่จริงแล้วต้นไม้ในเมืองมันมีปัญหาทั้งนั้น'

การลงมือปฏิบัติการฟื้นฟูต้นไม้ในเมืองโดยทีมเหล่าอาสาสมัคร จึงต้องเผยแพร่การทำงานสู่สาธารณะ เพื่อให้คนทั่วไปที่สัญจรผ่านไปมาได้เห็นการทำงานเกี่ยวกับต้นไม้และฉุกคิดถึงเรื่องของต้นไม้ขึ้น ไม่เพียงต้นไม้ในที่สาธารณะเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงต้นไม้ในบ้านเรือนด้วย เพราะสิ่งเหล่านี้ถือเป็นความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินเหมือนกัน ถือเป็นการสร้างความเข้าใจในเรื่องต้นไม้ทางอ้อมแก่คนทั่วไป โดยที่ไม่ต้องป่าวประกาศหรือจัดอมรมให้เอิกเกริก

ตลอดระยะเวลา 8 ปี ของกลุ่ม BIG Trees ที่ได้ดูแลต้นไม้ในเมืองไปจำนวนไม่น้อย และได้สร้างเครือข่าย แผ่ขยายรัศมีออกไปสู่สาธารณชน เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมชัดสุดคงจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากการฟื้นฟูคุณปู่ตะเคียนให้กลับมาแข็งแรงสมบูรณ์นั่นเอง  

ภารกิจใหญ่หน้ากระทรวงกลาโหมของ BIG Trees ผู้มองเห็นว่า 'ที่จริงแล้วต้นไม้ในเมืองมันมีปัญหาทั้งนั้น'

“หากฟื้นฟูต้นมะขามทั้งหมดสิบเอ็ดต้นหน้ากระทรวงกลาโหมนี้เสร็จ และได้เห็นมันเติบโตขึ้นอีกหลายปีต่อจากนี้ เราก็รู้สึกภูมิใจที่เราได้เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมอนุรักษ์ต้นไม้กับเหล่าคนรักต้นไม้เหมือนกับเรา” โชพูดปิดท้าย

ภารกิจใหญ่หน้ากระทรวงกลาโหมของ BIG Trees ผู้มองเห็นว่า 'ที่จริงแล้วต้นไม้ในเมืองมันมีปัญหาทั้งนั้น'

04

บทส่งท้าย

‘ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด’ เสียงลอดออกมาจากโทรศัพท์ ฉันกำลังจะได้คุยกับ อุ๊-ช่อผกา วิริยานนท์ บุคคลสำคัญที่ทำให้เกิดโครงการฟื้นฟูต้นมะขามและมะฮอกกานี บริเวณกระทรวงกลาโหม ฉันถามคุณอุ๊ถึงความคาดหวังเกี่ยวกับการอนุรักษ์ต้นไม้ในเมืองที่อยากจะเห็นในสังคม

ภารกิจใหญ่หน้ากระทรวงกลาโหมของ BIG Trees ผู้มองเห็นว่า 'ที่จริงแล้วต้นไม้ในเมืองมันมีปัญหาทั้งนั้น'

“ทุกครั้งที่เราสร้างต้นแบบการฟื้นฟูระบบราก แปลว่าเรากำลังผ่าทางตันว่าในวิธีดูแลต้นไม้แบบเก่า คุณเคยกระทำการใดๆ ต่อรากต้นไม้ด้วยความจำเป็นมากมาย บัดนี้เราต้องเปลี่ยนการกระทำเหล่านั้น มันคือการเปลี่ยนแปลงกระบวนการทำงาน ซึ่งไม่ง่ายเลย มันจะส่งผลกระทบมากมาย และการเริ่มต้นสิ่งเล็กๆ เหล่านี้ คือโมเดลต้นแบบที่เอาไปประยุกต์และขยายผลต่อไปได้ในอีกหลายพื้นที่

“สิ่งที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง คือต้องทำให้สังคมไทยมีชีวิตที่ร่มรื่นและปลอดภัยในการอยู่กับต้นไม้ ไปพร้อมๆ กับการเติบโตของต้นไม้ เพราะเรามีความเชื่อมั่นว่าต้นไม้ในเมืองคือสินทรัพย์ของคนในเมือง เราอยากให้กรุงเทพฯ และประเทศไทยสร้างต้นไม้ในเมืองและใช้ประโยชน์จากต้นไม้ได้อย่างมหาศาลต่อไป” คุณอุ๊ทิ้งท้ายถึงความหวังในการอยู่ร่วมกันของต้นไม้ในเมืองต่อไป

ภารกิจใหญ่หน้ากระทรวงกลาโหมของ BIG Trees ผู้มองเห็นว่า 'ที่จริงแล้วต้นไม้ในเมืองมันมีปัญหาทั้งนั้น'

Writer

Avatar

พิชญาภัค เจริญวัง

ชอบอ่านเรื่องความรัก ชอบคิดเรื่องเพ้อฝัน ชอบเขียนคำคมและบทกลอน วันว่างๆ ชอบวาดรูปธรรมชาติเก็บไว้เป็นไดอารี่ของตัวเอง

Photographer

Avatar

The Cloud

นิตยสารออนไลน์ที่เล่า 3 เรื่องหลักอย่าง Local, Creative Culture และ Better Living ส่งเนื้อหารายวัน แต่เสิร์ฟความประณีตแบบนิตยสารรายเดือน

Little Big People

เรื่องราวของเหล่าคนตัวเล็กผู้มุ่งมั่นเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ให้ดีขึ้น

เขาวังเคเบิลคาร์ เป็นทั้งสถานีรถรางไฟฟ้าเพื่อชมอุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี และแหล่งร้านขายของที่ระลึกนักท่องเที่ยวมานมนาน นอกจากเป็นแหล่งช้อปปิ้งมาหลายทศวรรษ ปัจจุบันเคเบิลคาร์ อาเขต ด้านล่างยังเป็นที่ตั้งคาเฟ่เก๋และจุดถ่ายรูปสวย 

มากไปกว่านั้น ที่นี่ยังเป็นแหล่งข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวเพชรบุรีแบบครบครัน มีนิทรรศการงานช่างศิลป์สกุลเมืองเพชร จุดเวิร์กชอปทำพวงมโหตร ตอกกระดาษ ทำขนมไทย ไปจนถึงวาดรูประบายสีและพิมพ์ลงบนผลงานอย่างกระเป๋าผ้า แก้วน้ำ ปั้นเซรามิก แถมยังมีมุมขายของคราฟต์ของที่ระลึกจากลุงป้าในชุมชนทั่วเพชรบุรี เรียกได้ว่ามาที่เดียว ได้ครบทุกสิ่งอัน เป็นพื้นที่ทำกิจกรรมที่เหมาะกับครอบครัวที่มีเด็ก ๆ และน่าจะถูกใจคนรักศิลปวัฒนธรรม

ผู้อยู่เบื้องหลังการแปลงโฉมพื้นที่ว่างที่นี่คือ ‘โรงเรียนลูกหว้า’ โดย ครูจำลอง บัวสุวรรณ์ และบรรดาลูกศิษย์ อย่าง หนูแดง-สุนิสา ประทุมเทือง, ป๊อป-สุดาลักษณ์ บัวคลี่ และ นัท-ภริตา บุตรเจียมใจ ที่ยืนหยัดเผยแพร่ศิลปะให้ทั้งเยาวชนเมืองเพชร และนักท่องเที่ยวทุกวัยได้สนุกกับศิลป์เมืองพริบพรี

กว่า ‘กลุ่มลูกหว้า’ จะสุกงอมเป็นโรงเรียนศิลปวัฒนธรรมที่มีอายุเกือบ 2 ทศวรรษ พวกเขาทำได้อย่างไร และหยัดยืนแบบไหนถึงประคองโมเดลนี้มาอย่างยั่งยืน เราพาไปหาคำตอบจากเหล่าคุณครูที่ใจกลางเมืองเพชร

โรงเรียนลูกหว้า : รร.ช่างศิลป์ที่ทำให้เด็กจากทุกที่สนุกกับศิลปะเมื่อมาเยือนเพชรบุรี

เป็นความผิดของอินเทอร์เน็ต ที่ทำให้ครูจำลอง บัวสุวรรณ์ ครูสอนภาษาอังกฤษชั้นมัธยม 1- 6 ของโรงเรียนเบญจมเทพอุทิศ คิดอ่านไม่เหมือนคนอื่น ๆ 

ย้อนเวลาไปในยุคที่อินเทอร์เน็ตเป็นของใหม่ในเมืองไทย โดยเริ่มเข้ามาในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ในกรุงเทพฯ ครูจำลองวานเพื่อนที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ช่วยต่อแอกเคาน์เข้าโมเด็มอินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์ส่วนตัว การเชื่อมต่อกับโลกกว้างภายนอกนาทีละ 9 บาทนั้นแพงระยับ แต่ทำให้หนุ่มเมืองเพชรเป็นบุคคลแรก ๆ ในจังหวัดที่มีอีเมล และริเริ่มโครงการให้นักเรียนเพชรบุรีใช้คอมพิวเตอร์แชทพูดคุยภาษาอังกฤษกับนักเรียนอเมริกันผ่านระบบ ICQ โดยมุ่งหวังให้เด็ก ๆ พูดภาษาตะวันตกได้เก่งขึ้น แต่ผลลัพธ์ที่ประจักษ์นั้นกระแทกใจอย่างบอกไม่ถูก

“โลกมันกว้างมาก แต่ตอนนั้นเวลาพูดคุยกับฝรั่ง เวลาแนะนำตัวก็ 4 ประโยค Hello, My name is Chumlong. I am 14 years old. I study in Phetchaburi. I live in Phetchaburi Thailand. เด็กไทยถามเด็กอเมริกาว่า ดาราคนโปรดของคุณชื่ออะไร สีที่คุณชอบคือสีอะไร เด็กฝรั่งถามว่า ในวันหยุดคุณไปมั่วสุมกันที่ไหน วัยรุ่นนุ่งกางเกงยีนส์ยี่ห้ออะไรกัน โห เด็กเราหงายตึง เสียหน้า มันเห็นได้ชัดมาก ๆ ว่าโลกการศึกษาที่เราอยู่ มันแคบมาก ๆ เลย” 

นับตั้งแต่นั้น โจทย์ใหญ่ของครูไฟแรง ไม่ใช่แค่ทำอย่างไรให้เยาวชนในเมืองเล็ก ๆ อย่างเพชรบุรีได้การศึกษาทัดเทียมนักเรียนในเมืองหลวง แต่ทำอย่างไรถึงจะสร้างเด็ก ๆ เพชรบุรีให้มีศักยภาพไม่แพ้ประชากรโลกคนอื่น ๆ 

โรงเรียนลูกหว้า : รร.ช่างศิลป์ที่ทำให้เด็กจากทุกที่สนุกกับศิลปะเมื่อมาเยือนเพชรบุรี

เป็นความคิดที่ไม่แปลกประหลาดอันใดในยุคนี้ แต่ในยุคที่ยังไม่มีระบบ Windows ใช้ในเมืองไทยเสียด้วยซ้ำ แนวทางการสอนหนังสือของครูจำลอง ซึ่งตอนนี้อายุ 60 กว่าปีแล้ว ถูกมองว่าแปลกพิลึก

“ครูเป็นครูภาษาอังกฤษที่พูดภาษาอังกฤษไม่เหมือนฝรั่ง ก็เลยถูกตำหนิติติงอย่างรุนแรงว่า accent ไม่ได้ แต่โชคดีที่ตอนบรรจุครูปีแรก ครูได้เพื่อนเป็นครูจากอเมริกา เขาให้กำลังใจเราว่าเขาก็พูดภาษาไทยสู้เราไม่ได้ เพราะฉะนั้นไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องนี้ ครูก็เลย เอ้อ สอนไม่เหมือนใครในโรงเรียนไม่เป็นไร สอนเหมือนไอ้แจ็ค”

“การเรียนรู้เนี่ย มันถูกใครไม่รู้แยกว่าไอ้นี่เป็นเรื่องนี้ ไอ้นี่เป็นเรื่องนั้น จริง ๆ แล้วเราก็ใช้ชีวิตบูรณาการมาตลอดใช่มั้ย ครูไม่เคยแยกชีวิตว่าเลยว่าตรงนี้ภาษาอังกฤษ ตรงนี้ศิลปะ ตรงนี้สุขศึกษา มันบูรณาการกันหมด งั้นของที่ถูกทิ้งก็เอามาทำประโยชน์ ห้องว่างเยอะแยะในโรงเรียนเราก็เอามาใช้งาน แล้วชวนเด็ก ๆ มาช่วยภารกิจ ซึ่งพอมาอยู่แล้วมันเพลินจะตาย ใครมาช่วยไม่ต้องเข้าแถวหน้าเสาธงช่วงเช้า ก็สนุกใหญ่”

จากการเรียนนอกเวลาเรียน นำไปสู่การเรียนรู้หลังเลิกเรียนและการเรียนรู้ในวันหยุด โดยครูจำลองเริ่มพาเด็ก ๆ ไปเรียนรู้กับครูช่างศิลป์ เพราะยังจำได้ดีว่าตอนเขายังเยาว์วัย ไม่เคยมีพื้นที่ให้เด็กเรียนรู้ศิลปะท้องถิ่นอย่างจริงจัง ต้องเรียนรู้แบบครูพักลักจำ แถมเขายังเสียดายแทนเด็กยุคหลัง ๆ ที่ไม่ได้โอกาสกระโดดน้ำตามคลอง วิ่งตามทุ่ง ไปปักเบ็ด ดักผึ้งในป่า เหมือนสมัยเขาเด็ก ๆ อีกต่อไปแล้ว 

“การเรียนรู้ในห้องเรียนมันไม่พอในการใช้ชีวิตที่เกื้อกูลกัน มันต้องมากกว่านั้น เนื้อหาความรู้ที่เรียนมันถูกกำหนดจากที่อื่น จริงหรือไม่จริงบางทีก็ไม่รู้ แต่ว่าความรู้จากชุมชนเนี่ยมันหาข้อมูลได้ เรียนรู้ได้เลย ครูก็เลยมองว่ามันต้องเปลี่ยน ให้เมืองเป็นเมืองที่คนรู้จักเรียนรู้ คือไม่ต้องไปเรียนรู้ที่อื่น เรียนรู้ในชุมชนก็ได้ เพราะว่าเรื่องที่เรามีอยู่มันเยอะ และก็เป็นทุนอย่างดีของการเรียนรู้ แล้วเราค่อย ๆ สะสมทุนในพื้นที่กันไป ใช้ศิลปวัฒนธรรมมาสร้างศิลปะสร้างสรรค์”

ไอเดียที่สุกงอม ทำให้ ‘กลุ่มลูกหว้า’ คลับของเยาวชนเพชรบุรีได้กำเนิดขึ้น

ครูจำลองมองว่าการพานักเรียนไปเรียนรู้งานศิลป์ และออกไปพูดคุย สอนงานศิลปะเบื้องต้นกับนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ จะช่วยสร้างเสริมทักษะชีวิตจำเป็นให้เด็กนักเรียนไทยขี้อายได้ โดยเริ่มจากพาลูกหว้าทั้งหลายไปออกงานราชการ ไปสาธิตงานศิลปะที่ชะอำ แต่ด้วยระยะทางไกล เดินทางบ่อย ๆ ไม่สะดวก และเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยด้วย จึงตระเวนหาสถานที่ใกล้ ๆ ในที่สุดทางเขาวังเคเบิลคาร์ก็เป็นผู้ใหญ่ใจดี อนุเคราะห์พื้นที่ว่างให้เหล่าลูกหว้าได้ปล่อยของกันที่นี่ตั้งแต่ พ.ศ. 2549 หรือราว ๆ 17 ปีก่อน 

แรกเริ่มเด็ก ๆ สอนนักท่องเที่ยวทำธงราวฉลุลายสิงห์สาราสัตว์ ตามอัตลักษณ์ช่างสกุลเมืองเพชร แต่ไม่ประสบผลสำเร็จนักเพราะคลาสยากเกินไป จึงปรับมาสอนทำพวงมโหตร ปรากฎว่าฮิตฮอตเป็นปรากฏการณ์ฟื้นคืนชีพภูมิปัญญา ได้รับความสนใจล้นหลามจากนักท่องเที่ยวทั่วสารทิศ จากจัดเดือนละครั้ง ต้องเปลี่ยนเป็นจัดทุกวันเสาร์เพราะมีเด็ก ๆ มารอเรียน ยิ่งทำใบปลิวใส่กระดาษโรเนียวแจก ไป ๆ มา ๆ ข้อมูลเรื่องพวงมโหตรของกลุ่มลูกหว้าก็กลายเป็นความรู้มาตรฐานของชาติที่แพร่หลายไปทั่วอินเทอร์เน็ต

โรงเรียนลูกหว้า : รร.ช่างศิลป์ที่ทำให้เด็กจากทุกที่สนุกกับศิลปะเมื่อมาเยือนเพชรบุรี

ด้วยวิธีการปรับผู้เรียนเปลี่ยนเป็นผู้สอน การสร้างพื้นที่เรียนรู้ของนักท่องเที่ยวจึงเป็นรูปเป็นร่างชัดเจนขึ้น จาก 1 ห้อง ที่ได้ใช้สอนวิชาพวงมโหตรฟรี ๆ ก็ขยับขยายเป็นอิสระมากขึ้นเมื่อทางเขาวังให้พื้นที่เก็บของเพิ่มเติม นอกจากเรียนวิชาทำพวงมโหตรได้ฟรีแล้ว ห้องด้านหน้านี้ยังใช้จัดนิทรรศการ เช่น นิทรรศการ ‘การถอดลายช่างเมืองเพ็ชร์ สร้างงานศิลป์สู่เมืองสร้างสรรค์’ ที่ช่างศิลป์ชั้นครูที่สอนเด็ก ๆ ลูกหว้าก็ได้นำตัวอย่างผลงานมาจัดแสดง หรือสาธิตวิธีการทำงานช่างแบบต่าง ๆ เช่นงานช่างไม้ งานประดับกระจก งานแกะสลักต่าง ๆ 

โรงเรียนลูกหว้า : รร.ช่างศิลป์ที่ทำให้เด็กจากทุกที่สนุกกับศิลปะเมื่อมาเยือนเพชรบุรี
โรงเรียนลูกหว้า : รร.ช่างศิลป์ที่ทำให้เด็กจากทุกที่สนุกกับศิลปะเมื่อมาเยือนเพชรบุรี

“ครูมีความฝันมานานแล้วว่า เพชรบุรีเป็นจังหวัดที่ใคร ๆ ควรจะมา มันเป็นพื้นที่ที่เรียนรู้ได้ทุกตารางนิ้วเหมือนเมือง Oxford” ชาวเมืองเพชรผู้เกษียณก่อนกำหนดมามุ่งมั่นกับโครงการลูกหว้า เอ่ยเสียงจริงจัง ไม่มีล้อเล่น

โรงเรียนลูกหว้า : รร.ช่างศิลป์ที่ทำให้เด็กจากทุกที่สนุกกับศิลปะเมื่อมาเยือนเพชรบุรี

เพื่อขยับเข้าใกล้ความฝันขึ้นอย่างยั่งยืน ซึ่งครูจำลองนิยามสั้น ๆ ว่า “ไม่เลิก ถึงไม่มีเงินก็ไม่เลิก ยังไงก็ไม่เลิก ยั่งยืนแน่” กลุ่มเด็ก ๆ ที่มาเป็นอาสาสมัครในวันเสาร์อย่างกลุ่มลูกหว้า ซึ่งพ่วงงานรับจัดกิจกรรม ติวหนังสือ ติวนักเรียนเข้ามหาวิทยาลัย จึงแตกสาขาเป็น ‘โรงเรียนลูกหว้า’ ซึ่งปักหลักตั้งพื้นที่อยู่ที่เขาวังเคเบิลคาร์ และจากที่มีครูใหญ่คนเดียว ก็มีครูรุ่นใหม่อีก 3 คน อดีตลูกหว้าที่เรียนกับครูจำลองตั้งแต่สมัยมัธยม รับหน้าที่ดูแลเวิร์กช็อปคนละอย่าง 

เวิร์กช็อปทำขนมจากตาลโตนดสุก เป็นเวิร์กช็อปวันหยุดที่เด็ก ๆ โปรดปราน ทำให้แขกไปใครมาได้รู้จักเมืองแห่งต้นตาลและขนมหวาน นอกจากชิมขนมร้อน ๆ แล้วก็ยังขอเรียนวิชาได้เต็มที่จากนัท 

โรงเรียนลูกหว้า : รร.ช่างศิลป์ที่ทำให้เด็กจากทุกที่สนุกกับศิลปะเมื่อมาเยือนเพชรบุรี
โรงเรียนลูกหว้า : รร.ช่างศิลป์ที่ทำให้เด็กจากทุกที่สนุกกับศิลปะเมื่อมาเยือนเพชรบุรี

“ตาลโตนดเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของเพชรบุรี สำคัญมากขนาดรุ่นปู่ย่าตายายเขาเก็บภาษีตาลโตนดมาสร้างวังได้เมื่อร้อยปีก่อนบนยอดเขา มันเยอะขนาดไหน แล้วทำไมเราไม่ใช้เรื่องโตนดมาสร้างเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โตนดที่เราปั้นเป็นโตนดสุก เหมาะกับครูผู้หญิง เพราะไม่ต้องปีน พอมันสุกก็หล่นเอง เราก็ไปเก็บลูกสุกมาแกะเนื้อออก เนื้อโตนดนี่ก็น่าวิจัยเป็นแป้งโตนดนะ เราเคยทดลองใช้แป้งโตนดแทนแป้งข้าวเจ้า เอามาย้อมใบเตยทำขนมชั้นสีเขียวก็ได้ นี่เป็นการรณรงค์แบบลูกหว้า พูดเรื่องหัวใจหลักพื้นฐาน 3 อย่างของขนมไทย คือแป้ง น้ำตาล แล้วก็มะพร้าว” ครูจำลองอธิบายอย่างคล่องแคล่ว

โรงเรียนลูกหว้า : รร.ช่างศิลป์ที่ทำให้เด็กจากทุกที่สนุกกับศิลปะเมื่อมาเยือนเพชรบุรี

เวิร์กช็อปปั้นเซรามิกของหนูแดง เกิดจากความร่วมมือกับคณาจารย์มหาวิทยาลัยศิลปากร ทำให้โรงเรียนลูกหว้ามีเตาเผาเซรามิกด้วย ใครมาปลดปล่อยจินตนาการด้วยการปั้น ก็รอเผา ลงสี และเผาอีกครั้งจนได้ผลงานกลับบ้านที่สวยเรียบร้อย แต่ว่าต้องใช้เวลาสักหน่อยนะ 

โรงเรียนลูกหว้า : รร.ช่างศิลป์ที่ทำให้เด็กจากทุกที่สนุกกับศิลปะเมื่อมาเยือนเพชรบุรี
โรงเรียนลูกหว้า : รร.ช่างศิลป์ที่ทำให้เด็กจากทุกที่สนุกกับศิลปะเมื่อมาเยือนเพชรบุรี

สุดท้ายคือเวิร์กช็อปภาพวาดภาพพิมพ์ของป๊อป รูปวาดระบายสีของเด็ก ๆ ไม่จำเป็นต้องอยู่แค่ในกระดาษ พ่อแม่ผู้ปกครองและน้อง ๆ เลือกได้ว่าอยากพิมพ์ภาพเหล่านั้นลงเสื้อ กระเป๋า แก้วน้ำ หรือแต่งเติมภาพด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ได้ตามสะดวก โดยภาพเหล่านี้เป็นลิขสิทธิ์ของเด็ก ๆ ที่ผู้ใหญ่ที่สนใจ ติดต่อเช่านำไปใช้ได้ตามโอกาส

คุยกับ ครูจำลอง บัวสุวรรณ์ ถึงการสร้างห้องเรียนศิลปะ วัฒนธรรม และชีวิต ให้เด็ก ๆ ชาวเพชรบุรี
คุยกับ ครูจำลอง บัวสุวรรณ์ ถึงการสร้างห้องเรียนศิลปะ วัฒนธรรม และชีวิต ให้เด็ก ๆ ชาวเพชรบุรี

เวิร์กช็อปทั้งหมดมีค่าใช้จ่ายเรื่องวัสดุอุปกรณ์เล็ก ๆ น้อย ๆ ถือว่าถูกมาก สำหรับกิจกรรมที่เด็ก ๆ จะได้สนุกและมีสมาธิกับสิ่งประดิษฐ์นับครึ่งค่อนวัน 

“พ่อแม่ยุคนี้เขาไม่ไว้ใจระบบการศึกษาที่รัฐจัดให้ แต่ไม่มีทางเลือก เขาจึงต้องการหาพื้นที่เรียนรู้แบบปฏิบัติให้เด็ก ๆ”

“ที่เราใช้คำว่าโรงเรียนลูกหว้า หลายคนถามว่าทำไมไม่ใช้คำอย่างอื่น อย่าง สถาบัน แหล่งเรียนรู้ เพราะเราอยากจะชนกับโรงเรียนเลย แต่ว่าการเรียนการสอนของเราต่าง เราลงมือปฏิบัติจริง ประเมินผลได้เมื่อจบ ป๊อปเรียนสายวิทย์มา เขาทำให้เด็ก ๆ เข้าใจเรื่อง ‘ความน่าจะเป็น’ ได้ภายใน 2 ชั่วโมง อุปสรรคของโรงเรียนคือการสงวนเวลา แบบนั้นมันไม่ควรจะมี วันนี้อยากเรียนอันนี้ก็เรียนไปเถอะ”

โรงเรียนนี้ไม่ต้องส่งใบสมัคร ไม่บังคับอะไรถ้าจะไม่มาซ้ำ แต่ครูจำลองมั่นใจว่าการแสดงออกนั้นบอกได้ ถ้าแววตาเด็ก ๆ เรียกร้อง หรือยังจดจ่อแม้พ่อแม่ชวนกลับ เป็นสัญญาณบอกเสมอว่าการเรียนรู้แบบนี้แหละที่เด็กต้องการ

คุยกับ ครูจำลอง บัวสุวรรณ์ ถึงการสร้างห้องเรียนศิลปะ วัฒนธรรม และชีวิต ให้เด็ก ๆ ชาวเพชรบุรี

โรงเรียนลูกหว้า เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ ‘พื้นที่นี้ดีจัง’ ร่วมกับเครือข่ายพื้นที่สร้างสรรค์ทั่วประเทศ ซึ่งแม้ดำเนินโครงการมาแล้วสิบกว่าปี แต่ไอเดียเรื่องพื้นที่เล่น ริเริ่ม เรียนรู้ ร่วมทำ แบ่งปัน ยังไม่จางไป หนำซ้ำยังขยายออกไปเรื่อย ๆ เช่น โครงการน่ารัก ๆ อย่าง ‘เพชรบุรีดีจัง’ ที่ชวนเด็ก ๆ 14 กลุ่มใน 8 อำเภอของเพชรบุรีค้นหาสื่อศิลปวัฒนธรรมที่น่าสนใจในชุมชน แล้วออกแบบการสื่อสารเรื่องราวนั้น ๆ กับคนภายนอก งานนี้ต่อยอดให้โรงเรียนลูกหว้าได้มีเครือข่ายทั่วทั้งจังหวัด เกิดการเรียนรู้ชุมชนและความสนิทชิดเชื้อกับชุมชน 

คุยกับ ครูจำลอง บัวสุวรรณ์ ถึงการสร้างห้องเรียนศิลปะ วัฒนธรรม และชีวิต ให้เด็ก ๆ ชาวเพชรบุรี

หลายปีต่อมา ครูจำลองพบว่าผลิตภัณฑ์หัตถกรรมมากมายตกค้างอยู่ในชุมชน เพราะทำแล้วไม่มีการจัดการเรื่องตลาด ชาวลูกหว้าเลยเปิดห้องหนึ่งไว้จัดแสดงและขายสินค้าคราฟต์จากช่างฝีมือทั่วเพชรบุรี อย่างผ้ามัดย้อมป่าชายเลนบางตะบูน อำเภอบ้านแหลม ผ้าทอท่าโล้ฝีมือป้าติ๋ม ใบตาลสานเป็นสัตว์ทะเลตัวจิ๋ว ฝีมือลุงอุดมศักดิ์ อำเภอเมืองเพชร เข่งและงอบไม้ไผ่ บ้านดงห้วยหลวง และตุ๊กตากระดองตาลฝีมือลุงผุด บ้านม่วงงาม อำเภอบ้านลาด เห็นผลิตภัณฑ์มากมายอย่างนี้ ของบางชิ้นก็ไม่ขาย อย่างบุ้งกี๋หาบเกลือฝีมือลุงหอม มือหนึ่งด้านการสานผู้ล่วงลับ งานแบบนี้ครูจำลองขอเก็บไว้เป็นตัวอย่างงานฝีมือประจำจังหวัด ผลงานแต่ละชิ้นมีประวัติศาสตร์ย่อม ๆ ของเพชรบุรีอยู่ในทุกร่องสานและรอยทอ

คุยกับ ครูจำลอง บัวสุวรรณ์ ถึงการสร้างห้องเรียนศิลปะ วัฒนธรรม และชีวิต ให้เด็ก ๆ ชาวเพชรบุรี
คุยกับ ครูจำลอง บัวสุวรรณ์ ถึงการสร้างห้องเรียนศิลปะ วัฒนธรรม และชีวิต ให้เด็ก ๆ ชาวเพชรบุรี

“อยากใช้คำว่า ‘สถานีดีจัง’ แล้วตอนนี้ สถานีดีจังเป็นสารบัญของเพชรบุรี เป็นสถานีที่ทุกคนต้องแวะ เป็นพื้นที่เรียนรู้ศิลปะวัฒนธรรมเมืองเพชรสำหรับทุกคน ถ้าใครอยากรู้จักว่าเพชรบุรีเป็นยังไง ก็มาที่นี่ได้ อยากรู้เรื่องไรก็มาแวะได้เลย โดยเฉพาะเรื่องชุมชน เรามั่นใจว่าเราไปมาเป็นร้อยชุมชน อยากได้ที่ท่องเที่ยวแบบไหนก็มาถามเราได้ จะไปไหว้พระ จะกินข้าวแช่ จะหากิจกรรมสำหรับเด็ก จะชี้ทางให้แบบที่ไม่มีในกูเกิล” ครูจำลองยิ้ม

“ที่นี่มีโรงเรียน มีห้องนิทรรศการ มีร้านกาแฟ มีศาลาเป็นห้องประชุม มีร้านค้า มีที่จอดรถ ห้องน้ำ แถมหน้าถนนยังมีโรงแรม นอนพักฝั่งตรงข้ามได้เลย” ครูใหญ่แห่งโรงเรียนลูกหว้าอธิบายความครบวงจรของสถานีนี้

“พออันนี้เสร็จแล้ว เราก็จะเป็น ‘เมืองนี้ดีจัง’ เพราะเราทำงานที่วัดใหญ่สุวรรณารามวรวิหารด้วย ที่วัดเป็นหอศิลป์งานช่างสกุลเมืองเพชร จากกุฏิพระ 7 หลังที่หลวงพ่อไม่ได้ใช้ เป็นเรือนไทยหมู่ เราก็เลยขอใช้ ชวนคนขึ้นไปเรียนรู้อะไรหลายอย่าง นอกจากนี้ยังมีหมู่บ้านช่างทำทอง อยากให้เด็ก ๆ ไปชักลวดรีดทอง หลอมทอง เป่าทอง มีบ้านเล็กบ้านน้อยที่เราชวนเปิดบ้านให้คนเรียนรู้ แผงแม่ค้าในตลาดก็เป็นแหล่งเรียนรู้  กุ้งแห้งจากมหาชัยต่างจากของชุมพรยังไง ปลาตัวไหนควรเอาไปทำอะไร นี่คือความรู้ที่มันมีทุกหัวระแหง คือความรู้สำคัญด้วย เศรษฐกิจสร้างสรรค์ได้เพราะคนมีความรู้แบบนี้นะ” 

คุยกับ ครูจำลอง บัวสุวรรณ์ ถึงการสร้างห้องเรียนศิลปะ วัฒนธรรม และชีวิต ให้เด็ก ๆ ชาวเพชรบุรี

“ที่นี่มีพื้นที่ว่างอยู่เยอะ ศิลปินท่านใดประสงค์จะทำกิจกรรมอะไร ก็ติดต่อกลุ่มลูกหว้าได้เลย ใครอยากอบรม จัดกิจกรรมนู่นนี่นั่น เรามีกลุ่มผู้ปกครองที่ติดตามกันอยู่ ชักชวนกันมาเรียนรู้หรือว่าทำอะไรได้ ห้องที่ยังว่าง ๆ อยู่จะมาเช่าก็ได้ มาเปิดพื้นที่เรียนรู้ด้วยกันได้นะ”

ผู้ก่อตั้งโรงเรียนลูกหว้าปิดท้ายว่าเปิดกว้างที่จะรับผู้ลงทุนอนาคตไปด้วยกัน ไม่จำเป็นต้องเป็นแค่เม็ดเงิน ถ้าสนใจมอบความช่วยเหลือหรือความร่วมมือต่าง ๆ ทางโรงเรียนลูกหว้ายินดีเปิดรับโอกาสเสมอ

โรงเรียนลูกหว้า

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการ นักเขียน ที่สนใจตึกเก่า เสื้อผ้า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวที พอๆ กับการเดินทาง

Photographer

Avatar

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load