23 มิถุนายน 2563
4 K

ฉันเดินอยู่กลางพื้นถนนอันร้อนระอุของสนามแข่งรถแห่งเมืองแคนซัส (The Kansas Speedway) ซึ่งเป็นสนามแข่งรถที่ใหญ่ที่สุดในเมืองแคนซัส เบื้องหน้าเต็มไปด้วยเต็นท์ผ้าใบตั้งเรียงกันเป็นแถวยาวสุดลูกตา เต็นท์แต่ละหลังมีควันสีขาวลอยขึ้นฟ้าคล้ายผ้าขาวบางที่ปลิวไสวตามลมประจำฤดู ตัดกับฟ้าสีครามไร้เมฆ เมื่อฉันเดินเข้าไปใกล้ ก็ได้กลิ่นเนื้อรมควันหลากชนิดหอมอบอวลไปทั่วสนาม

ตอนนี้สนามแข่งรถนี้กำลังจัดการแข่งขันบาร์บีคิวรายการใหญ่ที่สุดรายการหนึ่งของโลก ที่ถือว่าเป็นแกรนด์สแลมรายการหนึ่งของการแข่งบาร์บีคิวอาชีพ คือเดอะอเมริกันรอยัล (The American Royal) เป็นงานแสดงพันธุ์สัตว์ที่เริ่มขึ้นใน ค.ศ. 1899 และได้ผนวกเอาการแข่งบาร์บีคิวระดับประเทศเป็นส่วนหนึ่งของงานเทศกาลใน ค.ศ. 1980 ปัจจุบันการแข่งรายการนี้จัดการโดยสมาคมบาร์บีคิวแห่งเมืองแคนซัส (KCBS : Kansas City BBQ Society) ซึ่งมีสมาชิกกว่า 20,000 คนทั่วโลก นอกจากการแข่งขันรายการนี้แล้ว สมาคมบาร์บีคิวแห่งเมืองแคนซัสยังร่วมจัดและตัดสินการแข่งขันบาร์บีคิวอาชีพทั่วอเมริกาและทั่วโลกมากกว่า 100 รายการอีกด้วย

ประสบการณ์ของกรรมการคนไทยผู้ตัดสินการแข่งขันย่างบาร์บีคิวรายการใหญ่ที่สุดในอเมริกา, BBQ, The American Royal, แคนซัส บาร์บีคิว
ประสบการณ์ของกรรมการคนไทยผู้ตัดสินการแข่งขันย่างบาร์บีคิวรายการใหญ่ที่สุดในอเมริกา, BBQ, The American Royal, แคนซัส บาร์บีคิว

ผู้เข้าแข่งขันส่วนใหญ่ต้องตระเวนท่องเที่ยวไปทั่วอเมริกากับเตารมควันของตัวเอง เพื่อแข่งขันในรายการต่างๆ พบกับยอดฝีมือทั่วประเทศเพื่อประชันฝีมือการรมควันเนื้อ เพื่อสะสมคะแนนให้มากพอที่จะแข่งขันรายการใหญ่ หรือเก็บคะแนนเพิ่มก่อนที่จะมีการจัดอันดับระดับประเทศประจำปี

ฟังดูคร่าวๆ เรื่องราวก็คล้ายกับเรื่องของนักดาบพเนจรผู้ร่อนเร่ไปทั่วดินแดน มุ่งหน้าท้าประลองกับนักดาบยอดฝีมือจากหลากหลายสำนัก แต่ก่อนที่จินตนาการจะบรรเจิดไปไกลกว่านี้ ฉันอยากให้ท่านผู้อ่านแทนภาพนักดาบสุดเท่ ด้วยนักทำบาร์บีคิวผู้ร่าเริงที่พร้อมรถพ่วง ครัวเคลื่อนที่ และเตารมควันเนื้อ เดินทางแข่งทำบาร์บีคิวไปทั่วประเทศกันดีกว่า

การประลองนี้ไม่มีการหลั่งเลือด น้ำตา และความแค้น เช่นการประดาบ มีเพียงอาหารแสนอร่อย เนื้อรมควันอันโอชะหลากชนิด รวมทั้งปริมาณไขมัน โซเดียม กลูโคส ฯลฯ ที่เพิ่มขึ้นในกระแสเลือดของทั้งผู้ตัดสินและผู้เข้าแข่งขันเท่านั้น

ประสบการณ์ของกรรมการคนไทยผู้ตัดสินการแข่งขันย่างบาร์บีคิวรายการใหญ่ที่สุดในอเมริกา, BBQ, The American Royal, แคนซัส บาร์บีคิว

ประชันเนื้อรมควันระดับเทพ

การแข่งขันรายการเดอะอเมริกันรอยัลนี้มีการแข่งขัน 2 วัน วันแรกเป็นการแข่งแบบกลุ่มปิด เฉพาะทีมอันดับต้นๆ ที่ได้แชมป์จากการแข่งขันรายการปกติ หรือมีคะแนนสะสมอยู่ในอันดับที่สูงเท่านั้น จึงจะเข้าร่วมแข่งในวันแรกได้ ส่วนวันที่ 2 เป็นการแข่งขันแบบเปิด ใครก็สมัครเข้าร่วมแข่งขันได้ โดยการแข่งขันทั้งสองรายการมีทีมจากทั่วโลกสมัครมาประชันการทำบาร์บีคิวมากกว่า 400 ทีม ซึ่งทีมที่ชนะการแข่งขันรายการนี้ต่างพูดได้เต็มปากว่าตัวเองเป็น ‘แชมป์บาร์บีคิวโลก’ ได้เงินรางวัลก้อนใหญ่ มีสปอนเซอร์ ได้ทำสัญญาขายซอส หรือสิทธิประโยชน์ต่างๆ มากมาย เช่นเดียวกับแชมป์กีฬาอาชีพอื่น

เนื่องจากการแข่งขันรายการนี้มีจำนวนทีมที่เข้าร่วมแข่งขันมาก จำนวนผู้ตัดสินก็มีจำนวนมากเช่นกัน แม้ผู้ตัดสินจำนวนมากจะเป็นคนท้องถิ่น แต่ก็มีผู้ตัดสินจากต่างถิ่นและต่างประเทศเดินทางมาร่วมตัดสินบาร์บีคิวในรายการนี้เช่นกัน ตัวฉันเองก็เป็นหนึ่งในผู้ตัดสินที่ได้รับเชิญมาตัดสินในปีนี้ในการแข่งขันทั้งสองวัน

ประสบการณ์ของกรรมการคนไทยผู้ตัดสินการแข่งขันย่างบาร์บีคิวรายการใหญ่ที่สุดในอเมริกา, BBQ, The American Royal, แคนซัส บาร์บีคิว
ประสบการณ์ของกรรมการคนไทยผู้ตัดสินการแข่งขันย่างบาร์บีคิวรายการใหญ่ที่สุดในอเมริกา, BBQ, The American Royal, แคนซัส บาร์บีคิว

อาหารที่ผู้เข้าร่วมแข่งขันต้องทำส่งคณะกรรมการนั้นก็ต้องเป็นบาร์บีคิวสไตล์แคนซัสที่เลื่องชื่อนั่นเอง โดยผู้เข้าร่วมแข่งขันต้องปรุงเนื้อสัตว์ 4 ประเภท คือ เนื้อไก่ ซี่โครงหมู หัวไหล่หมู และเนื้อเสือร้องไห้ จนได้รสชาติ สัมผัส เนื้อต้องชุ่มฉ่ำและกลมกล่อมพอดีตามมาตรฐานของสมาคมฯ ซึ่งคำว่า ‘บาร์บีคิว’ ในนิยามนี้หมายถึง ‘เนื้อสัตว์รมควัน’ เท่านั้น ไม่ได้หมายถึงเนื้อย่างหรือบาร์บีคิวเสียบไม้อย่างที่คนส่วนใหญ่เข้าใจกัน 

การตัดสินมีหลักสำคัญโดยย่อคือ อาหารต้องมีรูปร่างหน้าตาสวยงาม กระตุ้นให้อยากอาหารตั้งแต่ยังไม่ได้กิน รสควันไม้ในเนื้อรมควันพอดี เนื้อต้องปรุงอย่างพอเหมาะ ให้ได้รสสัมผัสจากฟันเวลากัด สามารถเห็นรอยฟันเวลากัดลงบนเนื้อ เนื้อไม่เปื่อยยุ่ยจนไหลหลุดออกจากกระดูกอย่างง่ายดายเกินไป และไม่เหนียวเกินไปจนเคี้ยวไม่ลงหรือกัดไม่เข้า 

ที่สำคัญที่สุดคือ เนื้อที่ส่งเข้าประกวดต้องผ่านการปรุงด้วยการรมควัน โดยใช้ถ่านไม้หรือไม้ฟืนในการให้ความร้อนเท่านั้น!

ประสบการณ์ของกรรมการคนไทยผู้ตัดสินการแข่งขันย่างบาร์บีคิวรายการใหญ่ที่สุดในอเมริกา, BBQ, The American Royal, แคนซัส บาร์บีคิว
ประสบการณ์ของกรรมการคนไทยผู้ตัดสินการแข่งขันย่างบาร์บีคิวรายการใหญ่ที่สุดในอเมริกา, BBQ, The American Royal, แคนซัส บาร์บีคิว

เมืองหลวงแห่งซอสบาร์บีคิว

บาร์บีคิวถือเป็นอาหารประจำชาติของสหรัฐอเมริกาที่ติดตามคนอเมริกันไปทุกหนแห่งบนโลกนี้และนอกโลก ขนาดที่นักบินอวกาศอเมริกัน ก็ยังมีบาร์บีคิวเป็นหนึ่งในเมนูอาหารสำเร็จรูปขณะประจำการในสถานีอวกาศ 

ประสบการณ์ของกรรมการคนไทยผู้ตัดสินการแข่งขันย่างบาร์บีคิวรายการใหญ่ที่สุดในอเมริกา, BBQ, The American Royal, แคนซัสบาร์บีคิว
นักบินอวกาศบนสถานีอวกาศกำลังทานบาร์บีคิวจากชุดอาหารสำเร็จรูป เมื่อ ค.ศ. 1996
ภาพ : US National Archive

การทำบาร์บีคิวมีเอกลักษณ์ที่สำคัญคือ รสชาติของควันไม้นี่เอง โดยนักปรุงบาร์บีคิวจะเลือกใช้รสควันไม้เช่นเดียวกับการเติมเกลือและเครื่องปรุงรสต่างๆ ให้อาหารมีรสชาติกลมกล่อม ซึ่งเนื้อสัตว์แต่ละชนิดจะตอบสนองกับการรมควันโดยไม้ต่างกันไป เช่น เนื้อไก่ มักมีรสชาติเข้ากันได้ดีกับไม้ที่มาจากไม้ผลจำพวกแอปเปิ้ล เชอรี่ หรือพีช หรือไม่ใช้ไม้รมควันเลยก็ได้ ในขณะที่เนื้อหมูและเนื้อวัว จะมีรสชาติเข้ากันกับไม้ที่มีรสรมควันที่มีกลิ่นควันชัดเจนกว่า เช่น ไม้โอ๊ก ไม้ฮิกคอรี ถ้าหากชอบกลิ่นควันฉุนแรงขึ้นก็ต้องใช้ไม้เมสกีต (Mesquite) ที่มีกลิ่นฉุนจัด เป็นต้น

เนื้อที่รมควันจนได้ที่จะมีเปลือกนอก (Bark) สีเข้มจนถึงดำ เมื่อหั่นเนื้อด้านในออกมาแล้วอาจจะมีสโมกริง (Smoke Ring) สีชมพูอ่อนตรงขอบที่เกิดจากการรมควันหรือไม่ก็ได้ แต่ด้านในเนื้อรมควันนี้ต้องไม่แห้งผาก มีกลิ่นควันกลมกล่อมกำลังดี เข้ากับรสชาติของซอสบาร์บีคิวหรือผงเครื่องปรุง (Rub) บนเนื้อ 

ประสบการณ์ของกรรมการคนไทยผู้ตัดสินการแข่งขันย่างบาร์บีคิวรายการใหญ่ที่สุดในอเมริกา, BBQ, The American Royal, แคนซัสบาร์บีคิว
ประสบการณ์ของกรรมการคนไทยผู้ตัดสินการแข่งขันย่างบาร์บีคิวรายการใหญ่ที่สุดในอเมริกา, BBQ, The American Royal, แคนซัสบาร์บีคิว

คนไทยมักไม่ค่อยรู้ว่าอัตลักษณ์ทางอาหารที่สำคัญที่สุดของเมืองแคนซัส คือการทำบาร์บีคิวหรือเนื้อรมควันแบบแคนซัส มีเมืองแคนซัสซิตี้เป็นเมืองหลวงของบาร์บีคิวแห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกา สาเหตุที่บอกว่าเป็นเมืองหลวง ‘แห่งหนึ่ง’ ก็เพราะว่าสหรัฐมีวัฒนธรรมการทำบาร์บีคิวอยู่หลายตระกูล แต่ละพื้นที่ของประเทศก็จะมีรูปแบบและรสชาติของบาร์บีคิวแบบเฉพาะของตนเอง 

แต่ละสกุลช่างบาร์บีคิวทั่วประเทศก็มักทุ่มเถียงกันว่าการทำบาร์บีคิวในท้องถิ่นตนเองเป็นสุดยอดบาร์บีคิวของประเทศ เรียกได้ว่าเรื่องรสชาติและสไตล์การทำบาร์บีคิวท้องถิ่นในอเมริกานี้เป็นเรื่องใหญ่ขนาด “ฆ่าได้หยามไม่ได้” สำหรับชาวอเมริกันหลายคน 

สกุลช่างบาร์บีคิวในสหรัฐอเมริกานั้น โดยทั่วไปแล้วแบ่งออกเป็น 3 สกุลใหญ่ๆ ตามชื่อรัฐ คือ 1) แคนซัส 2) นอร์ทแคโรไลนา 3) เท็กซัส

บาร์บีคิวสไตล์แคนซัส ใช้เนื้อสัตว์ทุกชนิดมารมควัน ไม่ว่าจะเป็นเนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อแกะ จุดเด่นของเนื้อรมควันสไตล์นี้คือการใช้ซอสบาร์บีคิวที่มีรสออกหวาน โดยใช้ซอสมะเขือเทศเป็นส่วนผสมพื้นฐาน 

บาร์บีคิวสไตล์นอร์ทแคโรไลนา นิยมใช้เนื้อหมูทุกส่วนในการทำบาร์บีคิว ไม่ว่าจะเป็นซี่โครง หัวไหล่ ฯลฯ บาร์บีคิวสกุลนี้ขึ้นชื่อเรื่องหมูเส้น (Pulled Pork) ซอสบาร์บีคิวของนอร์แคโรไลนาส่วนมากมีส่วนผสมของมัสตาร์ดน้ำส้มสายชู เป็นส่วนผสมหลัก รสชาติกลมกล่อมหวาน เค็ม เปรี้ยว หอมควันไฟ เป็นเอกลักษณ์ของเนื้อรมควันสกุลนี้ 

ส่วนบาร์บีคิวแบบสุดท้าย คือบาร์บีคิวสไตล์เท็กซัส มีลักษณะการปรุงรสที่ไม่ซับซ้อน ส่วนมากใช้แค่เกลือกับพริกไทยในการปรุงรสก่อนรมควัน และใช้เนื้อวัวในการทำบาร์บีคิวมากกว่าเนื้อชนิดอื่นๆ เพราะในรัฐเท็กซัสผลิตเนื้อวัวได้มาก บาร์บีคิวสไตล์นี้ถ้าเป็นแบบดั้งเดิมจริงๆ จะไม่นิยมเสิร์ฟเนื้อรมควันพร้อมซอสบาร์บีคิว แต่เสิร์ฟเป็นเนื้อรมควันเปล่าๆ หรือเนื้อรมควันที่หั่นเป็นชิ้นพร้อมกับเครื่องเคียง เช่น สลัดหรือผักดองเท่านั้น 

มีเรื่องขำขันที่เล่าต่อๆ กันมา และที่กลายเป็นดราม่าตามสิ่งพิมพ์และสื่อออนไลน์หลายหนว่า ถ้าลูกค้าต่างถิ่นจากรัฐอื่น เช่น รัฐแคนซัสหรือนอร์ทแคโรไลนามาซื้อบาร์บีคิวที่เท็กซัส แล้วดันไปขอซอสบาร์บีคิวจากคนขาย คนทำเมื่อรู้เรื่องก็โกรธจนควันออกหู เพราะการกินเนื้อรมควันกับซอสบาร์บีคิวไม่ใช่การกินบาร์บีคิวในนิยามของชาวเท็กซัส ในขณะที่ลูกค้าต่างถิ่นจากแคนซัสก็โกรธจนหน้าแดงเช่นกัน เพราะคิดว่าการกินบาร์บีคิวแบบไร้ซอสนั้นไม่นับเป็นวิธีการกินบาร์บีคิวที่แท้จริง 

เมื่ออัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมโดยเฉพาะนิยามที่เกี่ยวกับมาตรฐานของอาหารประจำถิ่นปะทะกัน แค่เรื่องซอสบาร์บีคิวก็กลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตขึ้นมาได้ แค่กินอาหารกันคนละแบบเท่านั้นเอง

ประสบการณ์ของกรรมการคนไทยผู้ตัดสินการแข่งขันย่างบาร์บีคิวรายการใหญ่ที่สุดในอเมริกา, BBQ, The American Royal, แคนซัสบาร์บีคิว
ภาพโฆษณาร้านบาร์บีคิวของเฮนรี่ เพอร์รี่ ในหนังสือพิมพ์ The Kansas City Sun ในเดือนธันวาคม ค.ศ. 1917
ภาพ : The Library of Congress

มรดกการครัวทาสผิวดำ 

ในการแข่งขันบาร์บีคิวชิงแชมป์โลก ผู้เข้าแข่งขันทั้งหมดต้องเสิร์ฟเนื้อรมควันในกล่องที่มีขนาดมาตรฐาน เพื่อให้กรรมการได้ลงคะแนนตัดสินในทางลับ ผู้เข้าแข่งส่วนมากปรุงรสบาร์บีคิวในแบบที่เป็น ‘อาหารคำเดียว’ ที่ปรุงรสจัดจ้านพอที่จะมัดใจกรรมการผู้ตัดสินจากการลิ้มรสเพียงหนึ่งคำ ทุกคนต่างมุ่งมั่นในการเอาชนะโดยใช้วัตถุดิบราคาแพงต่างๆ ในการปรุงรสเพื่อมัดใจกรรมการ ซึ่งต่างจากต้นกำเนิดของบาร์บีคิวในยุคแรกอย่างสิ้นเชิง

ก่อนที่บาร์บีคิวจะกลายมาเป็นอาหารประจำชาติอเมริกาที่ทุกคนกินได้อย่างไม่แบ่งแยกนั้น บาร์บีคิวมีที่ประวัติที่ขมขื่นมาก่อน การปรุงอาหารวิธีนี้เป็นเทคนิคการทำอาหารของทาสผิวดำที่ต้องหาทางปรุงเนื้อเหนียวที่เป็นเศษเหลือทิ้งให้มีรสชาติที่กินได้ ทาสผิวดำในสมัยนั้นจึงคิดค้นวิธีการรมควันไม้ด้วยไฟอ่อนๆ เป็นเวลานาน เพื่อทำให้กล้ามเนื้อที่กระด้างในเนื้ออ่อนนุ่มลง จนมีรสชาติและผิวสัมผัสที่ชวนกิน เรียกได้ว่าเป็นนวัตกรรมอาหารที่เกิดขึ้นเพราะความจำเป็น

แม้ว่าจะเป็นเศษเนื้อไหม้เหลือๆ ก็แปลงมาเป็นอาหารแสนอร่อยได้ เช่นในกรณีของบาร์บีคิว เบิร์น เอนด์ (Burnt End) จานเด็ดสไตล์แคนซัส มาจากการนำปลายเนื้อเสือร้องไห้ไหม้ๆ ที่ขายไม่ออก มาสับเป็นลูกเต๋าพอคำราดซอสบาร์บีคิวเพื่อไม่ให้เสียของ แต่เมื่อเวลาผ่านไป บาร์บีคิว เบิร์น เอนด์ ก็กลายเป็นอาหารจานเด็ดที่ทุกคนต่างอยากลิ้มลอง

การทำบาร์บีคิวจึงเป็นอาหารที่เกิดจากความทุกข์ยาก เป็นอาหารที่ผูกพันกับกลุ่มชาวแอฟริกัน-อเมริกัน ในอเมริกาตลอดมา แม้แต่ผู้ริเริ่มการทำบาร์บีคิวสไตล์แคนซัสนี้ก็เป็นชาวแอฟริกัน-อเมริกัน เช่นกัน

ประสบการณ์ของกรรมการคนไทยผู้ตัดสินการแข่งขันย่างบาร์บีคิวรายการใหญ่ที่สุดในอเมริกา, BBQ, The American Royal, แคนซัสบาร์บีคิว

บิดาแห่งบาร์บีคิวสไตล์แคนซัส เป็นพ่อครัวผิวดำชื่อ เฮนรี่ เพอร์รี่ (Henry Perry) คุณเฮนรี่เข้ามาเปิดร้านขายบาร์บีคิวในเมืองแคนซัสในช่วงราว ค.ศ. 1907 โดยตั้งแผงขายเนื้อรมควันราดซอสบาร์บีคิว ซอสที่ใช้ก็เป็นซอสรส ‘จัดจ้าน’ ที่มีพริกไทยเป็นส่วนผสม คู่กับเนื้อสัตว์รมควันหลากชนิด ตั้งแต่ หมูบด เนื้อวัว เนื้อแกะ โอพอสซัม ไปจนถึงเนื้อแรคคูน

ประสบการณ์ของกรรมการคนไทยผู้ตัดสินการแข่งขันย่างบาร์บีคิวรายการใหญ่ที่สุดในอเมริกา, BBQ, The American Royal, แคนซัสบาร์บีคิว

ฉันสังเกตว่าบาร์บีคิวของคุณเฮนรี่ยังคงสถานะของความเป็น ‘อาหารคนยาก’ เช่นเดียวกับสถานะของบาร์บีคิวในยุคก่อน เพราะใช้เนื้อราคาถูกเป็นวัตถุดิบหลัก แต่ด้วยความเก่งกาจในการทำอาหารของคุณเฮนรี่ ก็ทำให้เนื้อราคาถูกเหล่านี้กลายเป็นอาหารอันโอชะขึ้นมาได้ จนทำให้ร้านบาร์บีคิวของคุณเฮนรี่กลายเป็นร้านยอดนิยม คุณเฮนรี่เองก็ถูกตั้งฉายาให้เป็น ‘ราชาแห่งบาร์บีคิว’ (Barbecue King) ไปด้วย และการทำบาร์บีคิวในแบบคุณเฮนรี่ก็กลายเป็นต้นกำเนิดของวัฒนธรรมบาร์บีคิวแบบแคนซัสไปในที่สุด 

ประสบการณ์ของกรรมการคนไทยผู้ตัดสินการแข่งขันย่างบาร์บีคิวรายการใหญ่ที่สุดในอเมริกา, BBQ, The American Royal, แคนซัสบาร์บีคิว

สายใยอาหารข้ามกาลเวลา

ร้าน แอลซี บาร์บีคิว ชานเมืองแคนซัส เป็นหนึ่งในร้านบาร์บีคิวที่ยังคงปรุงบาร์บีคิวในสไตล์ของคุณเฮนรี่ บาร์บีคิวของร้านแอลซีนั้นซื่อตรงกับรากเหง้าของบาร์บีคิวในฐานะอาหารสามัญ ที่ให้ความสำคัญของรสชาติอาหารและรสสัมผัสของเนื้อ และลูกค้าเลือกชิมรสได้ในราคาย่อมเยา ซึ่งปัจจุบันที่บาร์บีคิวกลายเป็นอาหารทันสมัยราคาแพง ร้านแอลซีแห่งนี้ก็คล้ายเป็นพิพิธภัณฑ์มีชีวิตที่เล่าถึงประวัติอันยากลำบากของบาร์บีคิวแคนซัสได้ในการลิ้มรสเนื้อรมควัน

ภายในร้านเก่าๆ นั้นมีเตารมควันก่ออิฐขนาดใหญ่ที่มีควันโขมงกระจายไปทั่วร้าน บรรยากาศภายในเหมือนมีเงาสีเทาจางทาบอยู่ทุกที่ ฉันเดินไปสั่งอาหารขึ้นชื่ออย่างเบิร์น เอนด์ หนึ่งที่ พร้อมกับสลัดกะหล่ำปลีหั่น (Coleslaw) แล้วไปนั่งรออาหารอยู่ที่โต๊ะ 

เมื่อได้รับออร์เดอร์แล้ว ชายด้านหลังเคาน์เตอร์สูงก็เปิดประตูเหล็กสีดำเมื่องของเตาอิฐขนาดใหญ่ออกมา ก้อนควันสีเทาที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของกลิ่นไม้รมควันผสมกับเนื้อรมควัน ถั่วอบ ก็พวยพุ่งทะลักเข้ามาในส่วนห้องอาหาร ส่งกลิ่นหอมหวานไปทั่ว 

ชายร่างสูงใช้ส้อมเหล็กยาวจิ้มเนื้อเสือร้องไห้ชิ้นใหญ่ที่รมควันจนผิวนอกมีสีดำเข้มได้ที่ และใช้มีดยาวหั่นเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าอย่างว่องไวลงในจานกระดาษแบบใช้แล้วทิ้งที่รองด้วยแผ่นขนมปังขาว ก่อนจะใช้ทัพพียาวตักซอสบาร์บีคิวสีแดงเข้มจากหม้อร้อนๆ ลงบนชิ้นเนื้อ และโปะกองเนื้อนั้นด้วยแผ่นขนมปังอีกครั้ง ก่อนวางจานกระดาษนั้นข้างถ้วยโฟมบรรจุโคลสลอว์บนถาดพลาสติกสีสด

ไม่มีการอ้อยอิ่ง ไม่ประดิดประดอย

ฉันรับถาดอาหารนั้นมาและเดินไปนั่งที่โต๊ะเงียบๆ แสงแดดจ้าส่องผ่านกระจกสีเหลืองอ่อนจากควันไฟเข้ามาในร้าน 

ก้อนเนื้อวัวรมควันในจานมีรสสัมผัสนุ่มชุ่มฉ่ำ หอมกลิ่นเข้มข้นของเนื้อวัวและควันไฟ ซอสบาร์บีคิวสีสดที่ราดลงบนเนื้อซึมเข้าไปในแผ่นขนมปังที่วางด้านบนจนฉีกกินไปด้วยกันได้ รสเปรี้ยวหวานกลมกล่อมของซอสตัดกับรสเข้มของเนื้ออย่างพอเหมาะพอดี

รสของบาร์บีคิวที่ฉันได้ลิ้มรสในวันนั้น เป็นรสชาติของบาร์บีคิวที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์การดิ้นรนของคนผิวดำในอเมริกา ที่บรรจุถึงเรื่องราวของการต่อสู้ ความอดทนต่อความยากลำบาก และสภาพยากแค้นที่เกิดจากการเลือกปฏิบัติต่อคนผิวดำเอาไว้อย่างเต็มเปี่ยม

เบิร์น เอนด์ ที่ฉันได้ชิมรสในวันนั้น ไม่ใช่บาร์บีคิวที่ถูกนำเสนอในแบบที่ลดทอนหรือดัดแปลงรูปแบบ (Appropriation) ให้มีรูปร่างที่สวยงามแวววับ แต่ไร้รากฐานและกำพืดของอาหารที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมท้องถิ่น 

อาหารท้องถิ่นอื่นๆ ทั่วโลกก็เช่นกัน

อาหารเหล่านั้นอาจมีหน้าตาไม่ดึงดูด มีส่วนประกอบที่น่าสงสัย หรือมีรสชาติที่ไม่คุ้นเคย แต่อาหารเหล่านั้นก็ถูกนำเสนออย่างซื่อตรงต่ออดีตของตนเอง

ถ้าเราเปิดใจเรียนรู้รสชาติและความเป็นมาเหล่านี้ เราก็จะได้ลิ้มลองสิ่งที่มีมากกว่ากฎเกณฑ์และรสชาติที่คุ้นเคยแน่นอน

เราต้องปล่อยให้การลิ้มรสของพวกเราได้เดินออกมาจากกรงขังกันบ้าง 

การลิ้มรสประสบการณ์จากมุมมองที่แตกต่างนี้ต่างหาก 

จึงจะเรียกได้ว่าเป็นการเดินทางที่แท้จริง

Bon Voyage.

ประสบการณ์ของกรรมการคนไทยผู้ตัดสินการแข่งขันย่างบาร์บีคิวรายการใหญ่ที่สุดในอเมริกา, BBQ, The American Royal, แคนซัสบาร์บีคิว
การปรุงบาร์บีคิวบนดาดฟ้าเรือ USS BATAAN ใน ค.ศ. 2001
ภาพ : US National Archive
23 มิถุนายน 2563
4 K

ฉันเดินอยู่กลางพื้นถนนอันร้อนระอุของสนามแข่งรถแห่งเมืองแคนซัส (The Kansas Speedway) ซึ่งเป็นสนามแข่งรถที่ใหญ่ที่สุดในเมืองแคนซัส เบื้องหน้าเต็มไปด้วยเต็นท์ผ้าใบตั้งเรียงกันเป็นแถวยาวสุดลูกตา เต็นท์แต่ละหลังมีควันสีขาวลอยขึ้นฟ้าคล้ายผ้าขาวบางที่ปลิวไสวตามลมประจำฤดู ตัดกับฟ้าสีครามไร้เมฆ เมื่อฉันเดินเข้าไปใกล้ ก็ได้กลิ่นเนื้อรมควันหลากชนิดหอมอบอวลไปทั่วสนาม

ตอนนี้สนามแข่งรถนี้กำลังจัดการแข่งขันบาร์บีคิวรายการใหญ่ที่สุดรายการหนึ่งของโลก ที่ถือว่าเป็นแกรนด์สแลมรายการหนึ่งของการแข่งบาร์บีคิวอาชีพ คือเดอะอเมริกันรอยัล (The American Royal) เป็นงานแสดงพันธุ์สัตว์ที่เริ่มขึ้นใน ค.ศ. 1899 และได้ผนวกเอาการแข่งบาร์บีคิวระดับประเทศเป็นส่วนหนึ่งของงานเทศกาลใน ค.ศ. 1980 ปัจจุบันการแข่งรายการนี้จัดการโดยสมาคมบาร์บีคิวแห่งเมืองแคนซัส (KCBS : Kansas City BBQ Society) ซึ่งมีสมาชิกกว่า 20,000 คนทั่วโลก นอกจากการแข่งขันรายการนี้แล้ว สมาคมบาร์บีคิวแห่งเมืองแคนซัสยังร่วมจัดและตัดสินการแข่งขันบาร์บีคิวอาชีพทั่วอเมริกาและทั่วโลกมากกว่า 100 รายการอีกด้วย

ประสบการณ์ของกรรมการคนไทยผู้ตัดสินการแข่งขันย่างบาร์บีคิวรายการใหญ่ที่สุดในอเมริกา, BBQ, The American Royal, แคนซัส บาร์บีคิว
ประสบการณ์ของกรรมการคนไทยผู้ตัดสินการแข่งขันย่างบาร์บีคิวรายการใหญ่ที่สุดในอเมริกา, BBQ, The American Royal, แคนซัส บาร์บีคิว

ผู้เข้าแข่งขันส่วนใหญ่ต้องตระเวนท่องเที่ยวไปทั่วอเมริกากับเตารมควันของตัวเอง เพื่อแข่งขันในรายการต่างๆ พบกับยอดฝีมือทั่วประเทศเพื่อประชันฝีมือการรมควันเนื้อ เพื่อสะสมคะแนนให้มากพอที่จะแข่งขันรายการใหญ่ หรือเก็บคะแนนเพิ่มก่อนที่จะมีการจัดอันดับระดับประเทศประจำปี

ฟังดูคร่าวๆ เรื่องราวก็คล้ายกับเรื่องของนักดาบพเนจรผู้ร่อนเร่ไปทั่วดินแดน มุ่งหน้าท้าประลองกับนักดาบยอดฝีมือจากหลากหลายสำนัก แต่ก่อนที่จินตนาการจะบรรเจิดไปไกลกว่านี้ ฉันอยากให้ท่านผู้อ่านแทนภาพนักดาบสุดเท่ ด้วยนักทำบาร์บีคิวผู้ร่าเริงที่พร้อมรถพ่วง ครัวเคลื่อนที่ และเตารมควันเนื้อ เดินทางแข่งทำบาร์บีคิวไปทั่วประเทศกันดีกว่า

การประลองนี้ไม่มีการหลั่งเลือด น้ำตา และความแค้น เช่นการประดาบ มีเพียงอาหารแสนอร่อย เนื้อรมควันอันโอชะหลากชนิด รวมทั้งปริมาณไขมัน โซเดียม กลูโคส ฯลฯ ที่เพิ่มขึ้นในกระแสเลือดของทั้งผู้ตัดสินและผู้เข้าแข่งขันเท่านั้น

ประสบการณ์ของกรรมการคนไทยผู้ตัดสินการแข่งขันย่างบาร์บีคิวรายการใหญ่ที่สุดในอเมริกา, BBQ, The American Royal, แคนซัส บาร์บีคิว

ประชันเนื้อรมควันระดับเทพ

การแข่งขันรายการเดอะอเมริกันรอยัลนี้มีการแข่งขัน 2 วัน วันแรกเป็นการแข่งแบบกลุ่มปิด เฉพาะทีมอันดับต้นๆ ที่ได้แชมป์จากการแข่งขันรายการปกติ หรือมีคะแนนสะสมอยู่ในอันดับที่สูงเท่านั้น จึงจะเข้าร่วมแข่งในวันแรกได้ ส่วนวันที่ 2 เป็นการแข่งขันแบบเปิด ใครก็สมัครเข้าร่วมแข่งขันได้ โดยการแข่งขันทั้งสองรายการมีทีมจากทั่วโลกสมัครมาประชันการทำบาร์บีคิวมากกว่า 400 ทีม ซึ่งทีมที่ชนะการแข่งขันรายการนี้ต่างพูดได้เต็มปากว่าตัวเองเป็น ‘แชมป์บาร์บีคิวโลก’ ได้เงินรางวัลก้อนใหญ่ มีสปอนเซอร์ ได้ทำสัญญาขายซอส หรือสิทธิประโยชน์ต่างๆ มากมาย เช่นเดียวกับแชมป์กีฬาอาชีพอื่น

เนื่องจากการแข่งขันรายการนี้มีจำนวนทีมที่เข้าร่วมแข่งขันมาก จำนวนผู้ตัดสินก็มีจำนวนมากเช่นกัน แม้ผู้ตัดสินจำนวนมากจะเป็นคนท้องถิ่น แต่ก็มีผู้ตัดสินจากต่างถิ่นและต่างประเทศเดินทางมาร่วมตัดสินบาร์บีคิวในรายการนี้เช่นกัน ตัวฉันเองก็เป็นหนึ่งในผู้ตัดสินที่ได้รับเชิญมาตัดสินในปีนี้ในการแข่งขันทั้งสองวัน

ประสบการณ์ของกรรมการคนไทยผู้ตัดสินการแข่งขันย่างบาร์บีคิวรายการใหญ่ที่สุดในอเมริกา, BBQ, The American Royal, แคนซัส บาร์บีคิว
ประสบการณ์ของกรรมการคนไทยผู้ตัดสินการแข่งขันย่างบาร์บีคิวรายการใหญ่ที่สุดในอเมริกา, BBQ, The American Royal, แคนซัส บาร์บีคิว

อาหารที่ผู้เข้าร่วมแข่งขันต้องทำส่งคณะกรรมการนั้นก็ต้องเป็นบาร์บีคิวสไตล์แคนซัสที่เลื่องชื่อนั่นเอง โดยผู้เข้าร่วมแข่งขันต้องปรุงเนื้อสัตว์ 4 ประเภท คือ เนื้อไก่ ซี่โครงหมู หัวไหล่หมู และเนื้อเสือร้องไห้ จนได้รสชาติ สัมผัส เนื้อต้องชุ่มฉ่ำและกลมกล่อมพอดีตามมาตรฐานของสมาคมฯ ซึ่งคำว่า ‘บาร์บีคิว’ ในนิยามนี้หมายถึง ‘เนื้อสัตว์รมควัน’ เท่านั้น ไม่ได้หมายถึงเนื้อย่างหรือบาร์บีคิวเสียบไม้อย่างที่คนส่วนใหญ่เข้าใจกัน 

การตัดสินมีหลักสำคัญโดยย่อคือ อาหารต้องมีรูปร่างหน้าตาสวยงาม กระตุ้นให้อยากอาหารตั้งแต่ยังไม่ได้กิน รสควันไม้ในเนื้อรมควันพอดี เนื้อต้องปรุงอย่างพอเหมาะ ให้ได้รสสัมผัสจากฟันเวลากัด สามารถเห็นรอยฟันเวลากัดลงบนเนื้อ เนื้อไม่เปื่อยยุ่ยจนไหลหลุดออกจากกระดูกอย่างง่ายดายเกินไป และไม่เหนียวเกินไปจนเคี้ยวไม่ลงหรือกัดไม่เข้า 

ที่สำคัญที่สุดคือ เนื้อที่ส่งเข้าประกวดต้องผ่านการปรุงด้วยการรมควัน โดยใช้ถ่านไม้หรือไม้ฟืนในการให้ความร้อนเท่านั้น!

ประสบการณ์ของกรรมการคนไทยผู้ตัดสินการแข่งขันย่างบาร์บีคิวรายการใหญ่ที่สุดในอเมริกา, BBQ, The American Royal, แคนซัส บาร์บีคิว
ประสบการณ์ของกรรมการคนไทยผู้ตัดสินการแข่งขันย่างบาร์บีคิวรายการใหญ่ที่สุดในอเมริกา, BBQ, The American Royal, แคนซัส บาร์บีคิว

เมืองหลวงแห่งซอสบาร์บีคิว

บาร์บีคิวถือเป็นอาหารประจำชาติของสหรัฐอเมริกาที่ติดตามคนอเมริกันไปทุกหนแห่งบนโลกนี้และนอกโลก ขนาดที่นักบินอวกาศอเมริกัน ก็ยังมีบาร์บีคิวเป็นหนึ่งในเมนูอาหารสำเร็จรูปขณะประจำการในสถานีอวกาศ 

ประสบการณ์ของกรรมการคนไทยผู้ตัดสินการแข่งขันย่างบาร์บีคิวรายการใหญ่ที่สุดในอเมริกา, BBQ, The American Royal, แคนซัสบาร์บีคิว
นักบินอวกาศบนสถานีอวกาศกำลังทานบาร์บีคิวจากชุดอาหารสำเร็จรูป เมื่อ ค.ศ. 1996
ภาพ : US National Archive

การทำบาร์บีคิวมีเอกลักษณ์ที่สำคัญคือ รสชาติของควันไม้นี่เอง โดยนักปรุงบาร์บีคิวจะเลือกใช้รสควันไม้เช่นเดียวกับการเติมเกลือและเครื่องปรุงรสต่างๆ ให้อาหารมีรสชาติกลมกล่อม ซึ่งเนื้อสัตว์แต่ละชนิดจะตอบสนองกับการรมควันโดยไม้ต่างกันไป เช่น เนื้อไก่ มักมีรสชาติเข้ากันได้ดีกับไม้ที่มาจากไม้ผลจำพวกแอปเปิ้ล เชอรี่ หรือพีช หรือไม่ใช้ไม้รมควันเลยก็ได้ ในขณะที่เนื้อหมูและเนื้อวัว จะมีรสชาติเข้ากันกับไม้ที่มีรสรมควันที่มีกลิ่นควันชัดเจนกว่า เช่น ไม้โอ๊ก ไม้ฮิกคอรี ถ้าหากชอบกลิ่นควันฉุนแรงขึ้นก็ต้องใช้ไม้เมสกีต (Mesquite) ที่มีกลิ่นฉุนจัด เป็นต้น

เนื้อที่รมควันจนได้ที่จะมีเปลือกนอก (Bark) สีเข้มจนถึงดำ เมื่อหั่นเนื้อด้านในออกมาแล้วอาจจะมีสโมกริง (Smoke Ring) สีชมพูอ่อนตรงขอบที่เกิดจากการรมควันหรือไม่ก็ได้ แต่ด้านในเนื้อรมควันนี้ต้องไม่แห้งผาก มีกลิ่นควันกลมกล่อมกำลังดี เข้ากับรสชาติของซอสบาร์บีคิวหรือผงเครื่องปรุง (Rub) บนเนื้อ 

ประสบการณ์ของกรรมการคนไทยผู้ตัดสินการแข่งขันย่างบาร์บีคิวรายการใหญ่ที่สุดในอเมริกา, BBQ, The American Royal, แคนซัสบาร์บีคิว
ประสบการณ์ของกรรมการคนไทยผู้ตัดสินการแข่งขันย่างบาร์บีคิวรายการใหญ่ที่สุดในอเมริกา, BBQ, The American Royal, แคนซัสบาร์บีคิว

คนไทยมักไม่ค่อยรู้ว่าอัตลักษณ์ทางอาหารที่สำคัญที่สุดของเมืองแคนซัส คือการทำบาร์บีคิวหรือเนื้อรมควันแบบแคนซัส มีเมืองแคนซัสซิตี้เป็นเมืองหลวงของบาร์บีคิวแห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกา สาเหตุที่บอกว่าเป็นเมืองหลวง ‘แห่งหนึ่ง’ ก็เพราะว่าสหรัฐมีวัฒนธรรมการทำบาร์บีคิวอยู่หลายตระกูล แต่ละพื้นที่ของประเทศก็จะมีรูปแบบและรสชาติของบาร์บีคิวแบบเฉพาะของตนเอง 

แต่ละสกุลช่างบาร์บีคิวทั่วประเทศก็มักทุ่มเถียงกันว่าการทำบาร์บีคิวในท้องถิ่นตนเองเป็นสุดยอดบาร์บีคิวของประเทศ เรียกได้ว่าเรื่องรสชาติและสไตล์การทำบาร์บีคิวท้องถิ่นในอเมริกานี้เป็นเรื่องใหญ่ขนาด “ฆ่าได้หยามไม่ได้” สำหรับชาวอเมริกันหลายคน 

สกุลช่างบาร์บีคิวในสหรัฐอเมริกานั้น โดยทั่วไปแล้วแบ่งออกเป็น 3 สกุลใหญ่ๆ ตามชื่อรัฐ คือ 1) แคนซัส 2) นอร์ทแคโรไลนา 3) เท็กซัส

บาร์บีคิวสไตล์แคนซัส ใช้เนื้อสัตว์ทุกชนิดมารมควัน ไม่ว่าจะเป็นเนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อแกะ จุดเด่นของเนื้อรมควันสไตล์นี้คือการใช้ซอสบาร์บีคิวที่มีรสออกหวาน โดยใช้ซอสมะเขือเทศเป็นส่วนผสมพื้นฐาน 

บาร์บีคิวสไตล์นอร์ทแคโรไลนา นิยมใช้เนื้อหมูทุกส่วนในการทำบาร์บีคิว ไม่ว่าจะเป็นซี่โครง หัวไหล่ ฯลฯ บาร์บีคิวสกุลนี้ขึ้นชื่อเรื่องหมูเส้น (Pulled Pork) ซอสบาร์บีคิวของนอร์แคโรไลนาส่วนมากมีส่วนผสมของมัสตาร์ดน้ำส้มสายชู เป็นส่วนผสมหลัก รสชาติกลมกล่อมหวาน เค็ม เปรี้ยว หอมควันไฟ เป็นเอกลักษณ์ของเนื้อรมควันสกุลนี้ 

ส่วนบาร์บีคิวแบบสุดท้าย คือบาร์บีคิวสไตล์เท็กซัส มีลักษณะการปรุงรสที่ไม่ซับซ้อน ส่วนมากใช้แค่เกลือกับพริกไทยในการปรุงรสก่อนรมควัน และใช้เนื้อวัวในการทำบาร์บีคิวมากกว่าเนื้อชนิดอื่นๆ เพราะในรัฐเท็กซัสผลิตเนื้อวัวได้มาก บาร์บีคิวสไตล์นี้ถ้าเป็นแบบดั้งเดิมจริงๆ จะไม่นิยมเสิร์ฟเนื้อรมควันพร้อมซอสบาร์บีคิว แต่เสิร์ฟเป็นเนื้อรมควันเปล่าๆ หรือเนื้อรมควันที่หั่นเป็นชิ้นพร้อมกับเครื่องเคียง เช่น สลัดหรือผักดองเท่านั้น 

มีเรื่องขำขันที่เล่าต่อๆ กันมา และที่กลายเป็นดราม่าตามสิ่งพิมพ์และสื่อออนไลน์หลายหนว่า ถ้าลูกค้าต่างถิ่นจากรัฐอื่น เช่น รัฐแคนซัสหรือนอร์ทแคโรไลนามาซื้อบาร์บีคิวที่เท็กซัส แล้วดันไปขอซอสบาร์บีคิวจากคนขาย คนทำเมื่อรู้เรื่องก็โกรธจนควันออกหู เพราะการกินเนื้อรมควันกับซอสบาร์บีคิวไม่ใช่การกินบาร์บีคิวในนิยามของชาวเท็กซัส ในขณะที่ลูกค้าต่างถิ่นจากแคนซัสก็โกรธจนหน้าแดงเช่นกัน เพราะคิดว่าการกินบาร์บีคิวแบบไร้ซอสนั้นไม่นับเป็นวิธีการกินบาร์บีคิวที่แท้จริง 

เมื่ออัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมโดยเฉพาะนิยามที่เกี่ยวกับมาตรฐานของอาหารประจำถิ่นปะทะกัน แค่เรื่องซอสบาร์บีคิวก็กลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตขึ้นมาได้ แค่กินอาหารกันคนละแบบเท่านั้นเอง

ประสบการณ์ของกรรมการคนไทยผู้ตัดสินการแข่งขันย่างบาร์บีคิวรายการใหญ่ที่สุดในอเมริกา, BBQ, The American Royal, แคนซัสบาร์บีคิว
ภาพโฆษณาร้านบาร์บีคิวของเฮนรี่ เพอร์รี่ ในหนังสือพิมพ์ The Kansas City Sun ในเดือนธันวาคม ค.ศ. 1917
ภาพ : The Library of Congress

มรดกการครัวทาสผิวดำ 

ในการแข่งขันบาร์บีคิวชิงแชมป์โลก ผู้เข้าแข่งขันทั้งหมดต้องเสิร์ฟเนื้อรมควันในกล่องที่มีขนาดมาตรฐาน เพื่อให้กรรมการได้ลงคะแนนตัดสินในทางลับ ผู้เข้าแข่งส่วนมากปรุงรสบาร์บีคิวในแบบที่เป็น ‘อาหารคำเดียว’ ที่ปรุงรสจัดจ้านพอที่จะมัดใจกรรมการผู้ตัดสินจากการลิ้มรสเพียงหนึ่งคำ ทุกคนต่างมุ่งมั่นในการเอาชนะโดยใช้วัตถุดิบราคาแพงต่างๆ ในการปรุงรสเพื่อมัดใจกรรมการ ซึ่งต่างจากต้นกำเนิดของบาร์บีคิวในยุคแรกอย่างสิ้นเชิง

ก่อนที่บาร์บีคิวจะกลายมาเป็นอาหารประจำชาติอเมริกาที่ทุกคนกินได้อย่างไม่แบ่งแยกนั้น บาร์บีคิวมีที่ประวัติที่ขมขื่นมาก่อน การปรุงอาหารวิธีนี้เป็นเทคนิคการทำอาหารของทาสผิวดำที่ต้องหาทางปรุงเนื้อเหนียวที่เป็นเศษเหลือทิ้งให้มีรสชาติที่กินได้ ทาสผิวดำในสมัยนั้นจึงคิดค้นวิธีการรมควันไม้ด้วยไฟอ่อนๆ เป็นเวลานาน เพื่อทำให้กล้ามเนื้อที่กระด้างในเนื้ออ่อนนุ่มลง จนมีรสชาติและผิวสัมผัสที่ชวนกิน เรียกได้ว่าเป็นนวัตกรรมอาหารที่เกิดขึ้นเพราะความจำเป็น

แม้ว่าจะเป็นเศษเนื้อไหม้เหลือๆ ก็แปลงมาเป็นอาหารแสนอร่อยได้ เช่นในกรณีของบาร์บีคิว เบิร์น เอนด์ (Burnt End) จานเด็ดสไตล์แคนซัส มาจากการนำปลายเนื้อเสือร้องไห้ไหม้ๆ ที่ขายไม่ออก มาสับเป็นลูกเต๋าพอคำราดซอสบาร์บีคิวเพื่อไม่ให้เสียของ แต่เมื่อเวลาผ่านไป บาร์บีคิว เบิร์น เอนด์ ก็กลายเป็นอาหารจานเด็ดที่ทุกคนต่างอยากลิ้มลอง

การทำบาร์บีคิวจึงเป็นอาหารที่เกิดจากความทุกข์ยาก เป็นอาหารที่ผูกพันกับกลุ่มชาวแอฟริกัน-อเมริกัน ในอเมริกาตลอดมา แม้แต่ผู้ริเริ่มการทำบาร์บีคิวสไตล์แคนซัสนี้ก็เป็นชาวแอฟริกัน-อเมริกัน เช่นกัน

ประสบการณ์ของกรรมการคนไทยผู้ตัดสินการแข่งขันย่างบาร์บีคิวรายการใหญ่ที่สุดในอเมริกา, BBQ, The American Royal, แคนซัสบาร์บีคิว

บิดาแห่งบาร์บีคิวสไตล์แคนซัส เป็นพ่อครัวผิวดำชื่อ เฮนรี่ เพอร์รี่ (Henry Perry) คุณเฮนรี่เข้ามาเปิดร้านขายบาร์บีคิวในเมืองแคนซัสในช่วงราว ค.ศ. 1907 โดยตั้งแผงขายเนื้อรมควันราดซอสบาร์บีคิว ซอสที่ใช้ก็เป็นซอสรส ‘จัดจ้าน’ ที่มีพริกไทยเป็นส่วนผสม คู่กับเนื้อสัตว์รมควันหลากชนิด ตั้งแต่ หมูบด เนื้อวัว เนื้อแกะ โอพอสซัม ไปจนถึงเนื้อแรคคูน

ประสบการณ์ของกรรมการคนไทยผู้ตัดสินการแข่งขันย่างบาร์บีคิวรายการใหญ่ที่สุดในอเมริกา, BBQ, The American Royal, แคนซัสบาร์บีคิว

ฉันสังเกตว่าบาร์บีคิวของคุณเฮนรี่ยังคงสถานะของความเป็น ‘อาหารคนยาก’ เช่นเดียวกับสถานะของบาร์บีคิวในยุคก่อน เพราะใช้เนื้อราคาถูกเป็นวัตถุดิบหลัก แต่ด้วยความเก่งกาจในการทำอาหารของคุณเฮนรี่ ก็ทำให้เนื้อราคาถูกเหล่านี้กลายเป็นอาหารอันโอชะขึ้นมาได้ จนทำให้ร้านบาร์บีคิวของคุณเฮนรี่กลายเป็นร้านยอดนิยม คุณเฮนรี่เองก็ถูกตั้งฉายาให้เป็น ‘ราชาแห่งบาร์บีคิว’ (Barbecue King) ไปด้วย และการทำบาร์บีคิวในแบบคุณเฮนรี่ก็กลายเป็นต้นกำเนิดของวัฒนธรรมบาร์บีคิวแบบแคนซัสไปในที่สุด 

ประสบการณ์ของกรรมการคนไทยผู้ตัดสินการแข่งขันย่างบาร์บีคิวรายการใหญ่ที่สุดในอเมริกา, BBQ, The American Royal, แคนซัสบาร์บีคิว

สายใยอาหารข้ามกาลเวลา

ร้าน แอลซี บาร์บีคิว ชานเมืองแคนซัส เป็นหนึ่งในร้านบาร์บีคิวที่ยังคงปรุงบาร์บีคิวในสไตล์ของคุณเฮนรี่ บาร์บีคิวของร้านแอลซีนั้นซื่อตรงกับรากเหง้าของบาร์บีคิวในฐานะอาหารสามัญ ที่ให้ความสำคัญของรสชาติอาหารและรสสัมผัสของเนื้อ และลูกค้าเลือกชิมรสได้ในราคาย่อมเยา ซึ่งปัจจุบันที่บาร์บีคิวกลายเป็นอาหารทันสมัยราคาแพง ร้านแอลซีแห่งนี้ก็คล้ายเป็นพิพิธภัณฑ์มีชีวิตที่เล่าถึงประวัติอันยากลำบากของบาร์บีคิวแคนซัสได้ในการลิ้มรสเนื้อรมควัน

ภายในร้านเก่าๆ นั้นมีเตารมควันก่ออิฐขนาดใหญ่ที่มีควันโขมงกระจายไปทั่วร้าน บรรยากาศภายในเหมือนมีเงาสีเทาจางทาบอยู่ทุกที่ ฉันเดินไปสั่งอาหารขึ้นชื่ออย่างเบิร์น เอนด์ หนึ่งที่ พร้อมกับสลัดกะหล่ำปลีหั่น (Coleslaw) แล้วไปนั่งรออาหารอยู่ที่โต๊ะ 

เมื่อได้รับออร์เดอร์แล้ว ชายด้านหลังเคาน์เตอร์สูงก็เปิดประตูเหล็กสีดำเมื่องของเตาอิฐขนาดใหญ่ออกมา ก้อนควันสีเทาที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของกลิ่นไม้รมควันผสมกับเนื้อรมควัน ถั่วอบ ก็พวยพุ่งทะลักเข้ามาในส่วนห้องอาหาร ส่งกลิ่นหอมหวานไปทั่ว 

ชายร่างสูงใช้ส้อมเหล็กยาวจิ้มเนื้อเสือร้องไห้ชิ้นใหญ่ที่รมควันจนผิวนอกมีสีดำเข้มได้ที่ และใช้มีดยาวหั่นเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าอย่างว่องไวลงในจานกระดาษแบบใช้แล้วทิ้งที่รองด้วยแผ่นขนมปังขาว ก่อนจะใช้ทัพพียาวตักซอสบาร์บีคิวสีแดงเข้มจากหม้อร้อนๆ ลงบนชิ้นเนื้อ และโปะกองเนื้อนั้นด้วยแผ่นขนมปังอีกครั้ง ก่อนวางจานกระดาษนั้นข้างถ้วยโฟมบรรจุโคลสลอว์บนถาดพลาสติกสีสด

ไม่มีการอ้อยอิ่ง ไม่ประดิดประดอย

ฉันรับถาดอาหารนั้นมาและเดินไปนั่งที่โต๊ะเงียบๆ แสงแดดจ้าส่องผ่านกระจกสีเหลืองอ่อนจากควันไฟเข้ามาในร้าน 

ก้อนเนื้อวัวรมควันในจานมีรสสัมผัสนุ่มชุ่มฉ่ำ หอมกลิ่นเข้มข้นของเนื้อวัวและควันไฟ ซอสบาร์บีคิวสีสดที่ราดลงบนเนื้อซึมเข้าไปในแผ่นขนมปังที่วางด้านบนจนฉีกกินไปด้วยกันได้ รสเปรี้ยวหวานกลมกล่อมของซอสตัดกับรสเข้มของเนื้ออย่างพอเหมาะพอดี

รสของบาร์บีคิวที่ฉันได้ลิ้มรสในวันนั้น เป็นรสชาติของบาร์บีคิวที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์การดิ้นรนของคนผิวดำในอเมริกา ที่บรรจุถึงเรื่องราวของการต่อสู้ ความอดทนต่อความยากลำบาก และสภาพยากแค้นที่เกิดจากการเลือกปฏิบัติต่อคนผิวดำเอาไว้อย่างเต็มเปี่ยม

เบิร์น เอนด์ ที่ฉันได้ชิมรสในวันนั้น ไม่ใช่บาร์บีคิวที่ถูกนำเสนอในแบบที่ลดทอนหรือดัดแปลงรูปแบบ (Appropriation) ให้มีรูปร่างที่สวยงามแวววับ แต่ไร้รากฐานและกำพืดของอาหารที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมท้องถิ่น 

อาหารท้องถิ่นอื่นๆ ทั่วโลกก็เช่นกัน

อาหารเหล่านั้นอาจมีหน้าตาไม่ดึงดูด มีส่วนประกอบที่น่าสงสัย หรือมีรสชาติที่ไม่คุ้นเคย แต่อาหารเหล่านั้นก็ถูกนำเสนออย่างซื่อตรงต่ออดีตของตนเอง

ถ้าเราเปิดใจเรียนรู้รสชาติและความเป็นมาเหล่านี้ เราก็จะได้ลิ้มลองสิ่งที่มีมากกว่ากฎเกณฑ์และรสชาติที่คุ้นเคยแน่นอน

เราต้องปล่อยให้การลิ้มรสของพวกเราได้เดินออกมาจากกรงขังกันบ้าง 

การลิ้มรสประสบการณ์จากมุมมองที่แตกต่างนี้ต่างหาก 

จึงจะเรียกได้ว่าเป็นการเดินทางที่แท้จริง

Bon Voyage.

ประสบการณ์ของกรรมการคนไทยผู้ตัดสินการแข่งขันย่างบาร์บีคิวรายการใหญ่ที่สุดในอเมริกา, BBQ, The American Royal, แคนซัสบาร์บีคิว
การปรุงบาร์บีคิวบนดาดฟ้าเรือ USS BATAAN ใน ค.ศ. 2001
ภาพ : US National Archive

Writer & Photographer

ณัฎฐา ชื่นวัฒนา

เป็นคนชอบกินที่ได้เรียนโบราณคดีจากโรงเรียนที่ไทยและอังกฤษ สนใจเรื่องราวของอาหารในอดีตและการกินอาหารต่างวัฒนธรรมในที่ต่างๆ ทั่วโลก ปัจจุบันยังเรียนโบราณพฤกษคดี ในภาควิชามานุษยวิทยา ที่ประเทศหนึ่งใกล้ๆ ขั้วโลกเหนือ นอกจากชอบกินแล้วยังชอบทำกับข้าวที่มาจากทั่วโลก ทุกยุคสมัย เท่าที่จะหาหลักฐานได้ และยังเป็นผู้ตัดสินระดับเชี่ยวชาญของสมาคมบาร์บีคิวแห่งเมืองแคนซัส (KCBS) ซึ่งเป็นลีกอาชีพที่มีสมาชิกมากที่สุดในโลก เดินทางไปตัดสินการแข่งขันทั่วอเมริกาและแคนาดาอยู่บ่อยๆ

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

11 มิถุนายน 2564
1 K

สิงโตทองและยูนิคอร์นขาวโอบโล่ตระการ อุ้งเท้าเหยียบข้อความ Dieu et mon Droit อวดโฉมอยู่หน้าประตู ร้อยปีหลังจากเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรย้ายที่ทำการจากเจริญกรุงไปอยู่เพลินจิต ตราแผ่นดินของสหราชอาณาจักรกลับมาอยู่บนถนนเจริญกรุงอีกครั้ง 

เปลี่ยนเศษไม้ใหญ่ในสถานทูตอังกฤษเดิม เป็นเฟอร์นิเจอร์ฝีมือนักออกแบบไทย

หลังจากสถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทยตัดสินใจขายอาคารและพื้นที่ทั้งหมด 23 ไร่ ในย่านเพลินจิต สร้างปรากฏการณ์ซื้อขายที่ดินที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ไทยใน ค.ศ. 2018 สถานทูตและทำเนียบทูตอังกฤษย้ายไปอยู่ต่างพื้นที่กันเป็นครั้งแรก โดยปัจจุบันสถานทูตอยู่ที่ AIA Sathorn Tower และทำเนียบทูตอยู่ในอาคารสูงย่านเจริญกรุง ซึ่งมองเห็นทิวทัศน์ริมเจ้าพระยาได้ถนัดตา

“การย้ายทำเนียบทูตไม่ใช้สิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยๆ ปกติทูตจะย้ายบ้านเมื่อย้ายไปประเทศใหม่ ทำเนียบใหม่นี้โมเดิร์นกว่าเดิมมาก”

ท่านทูตไบรอัน เดวิดสัน (Brian Davidson) เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักร​ประจำประเทศไทย ผู้กำลังจะย้ายไปเป็นกงสุลใหญ่ประจำฮ่องกงและมาเก๊า อธิบายเมื่อเปิดบ้านพักต้อนรับ 

“ที่นั่น (ทำเนียบทูตเดิม) มีความหมายกับเรามาก ตอนเรามาเมืองไทยเมื่อห้าปีก่อน เราไม่มีลูก แต่ตอนนี้เราเป็นครอบครัวที่มีลูกสามคน มีช่วงเวลาที่สวยงามและมีความสุขมากที่ตรงนั้น” สก็อตต์ ชาง (Scott Chang) สามีชาวอเมริกันเชื้อสายจีน ผู้อำนวยการศูนย์การเรียนรู้เพื่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม FREC Bangkok กล่าวสมทบ

เปลี่ยนเศษไม้ใหญ่ในสถานทูตอังกฤษเดิม เป็นเฟอร์นิเจอร์ฝีมือนักออกแบบไทย
ภาพ : Numchok Sawangsri

ก่อนครอบครัวของคุณพ่อ 2 คนและเด็กๆ 3 คนจะย้ายออกจากประเทศไทย พวกเขาตัดสินใจร่วมมือกับกลุ่มช่างไม้รุ่นใหม่ชาวไทย เพื่อเก็บความทรงจำของสถานทูตย่านเพลินจิตในรูปแบบเฟอร์นิเจอร์และประติมากรรม ที่สร้างจากเศษไม้จามจุรีในสวน

The Cloud เคยเล่าประวัติและความพิเศษของสถานทูตอังกฤษเดิมไว้แล้ว ก่อนชิ้นส่วนเหล่านี้จะแยกย้ายไปอยู่ในที่ต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ เราจึงขอนำโปรเจกต์ที่ระลึกถึงพื้นที่เก่าแก่แสนสวยมาเล่าสู่กันฟัง 

เปลี่ยนเศษไม้ใหญ่ในสถานทูตอังกฤษเดิม เป็นเฟอร์นิเจอร์ฝีมือนักออกแบบไทย
เปลี่ยนเศษไม้ใหญ่ในสถานทูตอังกฤษเดิม เป็นเฟอร์นิเจอร์ฝีมือนักออกแบบไทย
ภาพ : ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

“เราต้องการเก็บชิ้นส่วนของทำเนียบเดิมไว้ เป็นที่ระลึกว่าอดีตจะอยู่ร่วมกับเราในอนาคต ไม้พวกนี้มีความหมายกับพวกเรามาก มันอยู่ในสวนที่ลูกๆ วิ่งเล่น แต่ละชิ้นจึงเป็นตัวแทนความทรงจำดีๆ แสนพิเศษ เราจะนำชิ้นงานบางส่วนไปกับเราเป็นที่ระลึกถึงบ้านในกรุงเทพฯ บางส่วนมอบเป็นของที่ระลึก และอีกส่วนหนึ่งจะมอบให้สถานทูตที่นี่” 

งานไม้ที่ท่านทูตเอ่ยถึง ได้แก่ ม้านั่ง ประติมากรรม โต๊ะทานข้าว โคมไฟ และแจกัน งานนี้เกิดขึ้น ค.ศ. 2020 เมื่อเกิดการย้ายต้นไม้ใหญ่ในสวนสถานทูตเดิม กิ่งก้านต้นจามจุรีร่วงหล่นเป็นเศษเหลือทิ้ง สก็อตต์เห็นท่อนไม้เหล่านั้นก็เกิดไอเดียให้สหายดีไซเนอร์งานไม้ เฉย-ภาคภูมิ ยุทธนานุกร หรือ นานุ ออกแบบผลงานที่ระลึก เฉยจึงชักชวนเพื่อนฝูงช่างไม้กลุ่ม Grains & Grams ที่เขาก่อตั้ง มาร่วมสนุกออกแบบด้วย

เปลี่ยนเศษไม้ใหญ่ในสถานทูตอังกฤษเดิม เป็นเฟอร์นิเจอร์ฝีมือนักออกแบบไทย

“สก็อตต์โทรมาหาผมบอกว่าเสียดายไม้ แต่ผมคิดว่าสิ่งที่เขาเสียดายมากกว่าคือความทรงจำทั้งหลาย สถานที่ตรงนั้นสวยจริงๆ เขาใช้เวลาอยู่กับมัน แล้วได้เห็นความเปลี่ยนแปลง เขาคงอยากจะเก็บอะไรไว้สักอย่างครับ ผมเลยขนไม้ไปโรงเลื่อย โรงอบ แล้วคิดว่าจะออกแบบของเครื่องใช้ในทำเนียบทูตใหม่ แต่สุดท้ายก็ทำให้เป็นงานศิลปะขึ้นหน่อย บ่งบอกถึงความทรงจำ ถึงความเปลี่ยนผ่านทางกาลเวลามากกว่า”

ดีไซเนอร์หลักโครงการนี้เล่าเสริมว่าทำเนียบนี้มีเครื่องใช้เพียบพร้อม ทั้งเฟอร์นิเจอร์โบราณจากทำเนียบเดิมที่ท่านทูตไบรอันเลือกมา เช่น โต๊ะกลมหินอ่อน ตู้ลายรดน้ำแบบไทย และตู้ไม้ฝังมุกจีน บวกกับเฟอร์นิเจอร์ร่วมสมัยมากมาย ซึ่งนักออกแบบตกแต่งภายในดูแลให้เสร็จสรรพ ข้าวของที่เฉยและพรรคพวกประดิษฐ์ใหม่จึงเป็นของใช้ส่วนตัวที่ครอบครัวปรารถนา

เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต
เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต

พิษณุ นำศิริโยธิน สร้างโต๊ะทานข้าวตัวใหญ่ ซึ่งเป็นของที่ครอบครัวท่านทูตชื่นชอบและอยากนำไปใช้จริง

พิชาญ สุจริตสาธิต ทำโคมไฟรูปเห็ด ที่ได้แรงบันดาลใจจากโคมพลาสติกและแจกัน 33 ใบ หน้าตาไม่ซ้ำกันสักใบ ดึงความงามออกมาจากความสามัญ แจกันเหล่านี้ไม่ต้องใส่น้ำ เพราะตั้งใจว่าดึงดอกไม้ข้างทางหรือดอกไม้แห้งๆ มาใส่ก็สร้างรูปทรงที่สวยงามออกมาได้

ชานนท์ นครสังข์ ออกแบบม้านั่งปลายเตียง ซึ่งเรียบง่ายแต่สวยจับตา คุณสก็อตต์ถูกใจเลยวางไว้ที่โถงทางเข้าซึ่งติดภาพวาดศิลปินไทยที่เล่าเรื่องการทำสมาธิและหายใจ เหมือนเป็นมุมแกลเลอรี่ให้ชมงานศิลป์ ผ่อนคลายก่อนเดินเข้าตัวบ้าน

เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต
เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต
เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต
เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต

ส่วนตัวหัวหน้าโปรเจกต์ เจ้าของสตูดิโอ Republic Nanu สร้างม้านั่งยาวและประติมากรรม 

“ไม้ก้ามปูก็มีลักษณะพิเศษ ลายมันสวยดีนะครับ ถึงแม้ว่าไม่ใช่ไม้เบอร์หนึ่งในการทำเฟอร์นิเจอร์ เพราะเนื้อหยาบกว่าไม้สักที่สัมผัสนุ่มนวล เนื้ออ่อนกว่าไม้แดงหรือไม้เต็งที่ทำโครงสร้างได้ดี แต่ด้วยสถานที่อยู่ มันเลยมีความหมาย ตอนเจอไม้กิ่งหนึ่งซึ่งมันโค้งๆ หน่อย ผมก็รู้แล้วแหละว่าอยากจะทำม้านั่ง ก็เลยผ่าครึ่ง ทำคานแขวน ยึดตรงกลางด้วยท่อนไม้สี่เหลี่ยมคางหมู ภาษาช่างเรียกว่าหางเหยี่ยว ให้แผ่นไม้ทั้งชิ้นแขวนอยู่ ถ้าเปรียบไม้นี้เป็นวิญญาณของสถานที่ มันก็ถูกแขวนเอาไว้เหมือนการแขวนนวม เลิกแล้วก็เหลือแต่ความทรงจำ” 

เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต
เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต

“ส่วนประติมากรรมนี้ชื่อว่า Entropy เป็นคำฟิสิกส์ ถ้าใช้กับชีวิตทั่วไปก็สื่อถึงการที่ทุกอย่างย่อยสลายไปตามกาลเวลา ผมคุยกับสก็อตต์เรื่องความเสียใจต่อสิ่งที่หายไป เลยนึกถึงพระเจ้าสามองค์ของฮินดู คือ พระพรหมผู้สร้าง พระศิวะผู้ทำลาย และพระวิษณุผู้ปกป้องรักษา ในโลกความเป็นจริง คนเราก็หมุนอยู่รอบเรื่องนี้ ทั้งการทำลายล้างและการอนุรักษ์ ถ้าทำงานที่สะท้อนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกระจ่างน่าจะเป็นสิ่งดี มองสถานการณ์กว้างๆ คือทุกอย่างต้องย่อยสลายเมื่อถึงวาระ ตัวผมเองเป็นทั้งผู้ทำลายและรักษาผ่านภาษาไม้ คือเอาไม้มาเฉาะจริงๆ”

เฉยชี้ให้ดูรอยปริแตกของไม้ชิ้นใหญ่ที่โดนง้างให้ฉีกคาออกจากกัน

เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต

“เฉาะให้มันแยกออก เหมือนเป็นการทำลาย แต่ก็มีตัวไม้ Butterfly รั้งเอาไว้ไม่ให้มันฉีกมากกว่านี้ เพราะฉะนั้น งานนี้เปรียบเสมือนโลกที่เกิดขึ้น ระหว่างความอยากอนุรักษ์ไว้กับการเปลี่ยนแปลง หรือพลังงานธรรมชาติที่มีทั้งการทำลายและรักษา ทั้งหมดอยู่ในนี้ครับ” 

ดีไซเนอร์เล่ารายละเอียด ขณะที่เด็กๆ ตัวจิ๋วกระจายตัวไปหยิบของเล่นรอบๆ ประติมากรรมที่ตั้งเด่นเป็นสง่า 

แล้วเด็กๆ มีส่วนร่วมมากแค่ไหนกับชิ้นงานเหล่านี้ เราชักสงสัย

“เอลเลียต รู้ไหมว่าม้านั่งนี้ทำจากอะไร” สก็อตต์หันไปถามลูกชาย “เอลเลียตโตที่สุด เขาจำบ้านเดิมได้มากที่สุด” 

“มาจากต้นไม้ที่บ้านเก่าของเรา!” เด็กชายตอบอย่างฉะฉานขณะปีนขึ้นโซฟา 

เด็กคนอื่นๆ นั้นอาจยังเล็กเกินกว่าจะเข้าใจ ถึงอย่างนั้นงานไม้เหล่านี้ก็จะเดินทางไปอยู่ในบ้านใหม่ อยู่ในเรื่องเล่าของพ่อสองคนยามเล่าถึงอดีตเมื่อลูกยังตัวเล็กๆ เมื่อเพลินจิตเคยเป็นบ้านแห่งความสุขสมชื่อ ความทรงจำที่บรรจุในงานไม้จะเป็นส่วนหนึ่งของพวกเขายามเติบโตขึ้น

เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต
ภาพ : Numchok Sawangsri

“ประวัติศาสตร์สหราชอาณาจักรมีความงามและเรื่องราวมากมาย ทำเนียบทูตเป็นพื้นที่แสดงทิศทางในอนาคตของสหราชอาณาจักร ซึ่งเห็นได้ชัดว่ามีแง่มุมร่วมสมัยเพิ่มมากขึ้น แต่ละครอบครัวทูตคงมีแนวทางตกแต่งของตัวเอง อย่างบ้านเราก็มีงานศิลปินไทย ครึ่งหนึ่งเป็นศิลปินหญิงรุ่นใหม่ และงานศิลปะที่พูดถึงเรื่องสิ่งแวดล้อม ซึ่งมูลนิธิสติให้ยืมมาจัดแสดงชั่วคราวเพื่อขายให้ผู้สนใจ และรายได้ส่วนหนึ่งจะเข้ามูลนิธิ ต่อไปก็น่าจะมีงานศิลปะจากอังกฤษมาตกแต่งมากขึ้น” ผู้อำนวยการ FREC Bangkok กล่าวตบท้าย

นอกจากเครื่องใช้ไม้จามจุรีที่เก็บเรื่องราวลึกซึ้งในของใช้ประจำวัน ดูเหมือนว่าทำเนียบสหราชอาณาจักรโฉมใหม่ จะสลัดภาพเดิมอันเสมือนพิพิธภัณฑ์เก่าแก่โอ่อ่า เป็นแกลเลอรี่ที่เต็มไปด้วยงานศิลปะและข้าวของหลากหลายยุคสมัยและที่มา โดยถนอมคุณค่าของมรดกประวัติศาสตร์ในมิติอื่นๆ 

น่าจับตามองว่าเรื่องราวของทำเนียบใหม่บนถนนเส้นเดิมเลียบริมเจ้าพระยาจะเป็นอย่างไรต่อไป 

ดูผลงานของกลุ่มดีไซเนอร์ไม้เพิ่มเติมได้ที่ www.grainsandgrams.com

11 มิถุนายน 2564
1 K

สิงโตทองและยูนิคอร์นขาวโอบโล่ตระการ อุ้งเท้าเหยียบข้อความ Dieu et mon Droit อวดโฉมอยู่หน้าประตู ร้อยปีหลังจากเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรย้ายที่ทำการจากเจริญกรุงไปอยู่เพลินจิต ตราแผ่นดินของสหราชอาณาจักรกลับมาอยู่บนถนนเจริญกรุงอีกครั้ง 

เปลี่ยนเศษไม้ใหญ่ในสถานทูตอังกฤษเดิม เป็นเฟอร์นิเจอร์ฝีมือนักออกแบบไทย

หลังจากสถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทยตัดสินใจขายอาคารและพื้นที่ทั้งหมด 23 ไร่ ในย่านเพลินจิต สร้างปรากฏการณ์ซื้อขายที่ดินที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ไทยใน ค.ศ. 2018 สถานทูตและทำเนียบทูตอังกฤษย้ายไปอยู่ต่างพื้นที่กันเป็นครั้งแรก โดยปัจจุบันสถานทูตอยู่ที่ AIA Sathorn Tower และทำเนียบทูตอยู่ในอาคารสูงย่านเจริญกรุง ซึ่งมองเห็นทิวทัศน์ริมเจ้าพระยาได้ถนัดตา

“การย้ายทำเนียบทูตไม่ใช้สิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยๆ ปกติทูตจะย้ายบ้านเมื่อย้ายไปประเทศใหม่ ทำเนียบใหม่นี้โมเดิร์นกว่าเดิมมาก”

ท่านทูตไบรอัน เดวิดสัน (Brian Davidson) เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักร​ประจำประเทศไทย ผู้กำลังจะย้ายไปเป็นกงสุลใหญ่ประจำฮ่องกงและมาเก๊า อธิบายเมื่อเปิดบ้านพักต้อนรับ 

“ที่นั่น (ทำเนียบทูตเดิม) มีความหมายกับเรามาก ตอนเรามาเมืองไทยเมื่อห้าปีก่อน เราไม่มีลูก แต่ตอนนี้เราเป็นครอบครัวที่มีลูกสามคน มีช่วงเวลาที่สวยงามและมีความสุขมากที่ตรงนั้น” สก็อตต์ ชาง (Scott Chang) สามีชาวอเมริกันเชื้อสายจีน ผู้อำนวยการศูนย์การเรียนรู้เพื่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม FREC Bangkok กล่าวสมทบ

เปลี่ยนเศษไม้ใหญ่ในสถานทูตอังกฤษเดิม เป็นเฟอร์นิเจอร์ฝีมือนักออกแบบไทย
ภาพ : Numchok Sawangsri

ก่อนครอบครัวของคุณพ่อ 2 คนและเด็กๆ 3 คนจะย้ายออกจากประเทศไทย พวกเขาตัดสินใจร่วมมือกับกลุ่มช่างไม้รุ่นใหม่ชาวไทย เพื่อเก็บความทรงจำของสถานทูตย่านเพลินจิตในรูปแบบเฟอร์นิเจอร์และประติมากรรม ที่สร้างจากเศษไม้จามจุรีในสวน

The Cloud เคยเล่าประวัติและความพิเศษของสถานทูตอังกฤษเดิมไว้แล้ว ก่อนชิ้นส่วนเหล่านี้จะแยกย้ายไปอยู่ในที่ต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ เราจึงขอนำโปรเจกต์ที่ระลึกถึงพื้นที่เก่าแก่แสนสวยมาเล่าสู่กันฟัง 

เปลี่ยนเศษไม้ใหญ่ในสถานทูตอังกฤษเดิม เป็นเฟอร์นิเจอร์ฝีมือนักออกแบบไทย
เปลี่ยนเศษไม้ใหญ่ในสถานทูตอังกฤษเดิม เป็นเฟอร์นิเจอร์ฝีมือนักออกแบบไทย
ภาพ : ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

“เราต้องการเก็บชิ้นส่วนของทำเนียบเดิมไว้ เป็นที่ระลึกว่าอดีตจะอยู่ร่วมกับเราในอนาคต ไม้พวกนี้มีความหมายกับพวกเรามาก มันอยู่ในสวนที่ลูกๆ วิ่งเล่น แต่ละชิ้นจึงเป็นตัวแทนความทรงจำดีๆ แสนพิเศษ เราจะนำชิ้นงานบางส่วนไปกับเราเป็นที่ระลึกถึงบ้านในกรุงเทพฯ บางส่วนมอบเป็นของที่ระลึก และอีกส่วนหนึ่งจะมอบให้สถานทูตที่นี่” 

งานไม้ที่ท่านทูตเอ่ยถึง ได้แก่ ม้านั่ง ประติมากรรม โต๊ะทานข้าว โคมไฟ และแจกัน งานนี้เกิดขึ้น ค.ศ. 2020 เมื่อเกิดการย้ายต้นไม้ใหญ่ในสวนสถานทูตเดิม กิ่งก้านต้นจามจุรีร่วงหล่นเป็นเศษเหลือทิ้ง สก็อตต์เห็นท่อนไม้เหล่านั้นก็เกิดไอเดียให้สหายดีไซเนอร์งานไม้ เฉย-ภาคภูมิ ยุทธนานุกร หรือ นานุ ออกแบบผลงานที่ระลึก เฉยจึงชักชวนเพื่อนฝูงช่างไม้กลุ่ม Grains & Grams ที่เขาก่อตั้ง มาร่วมสนุกออกแบบด้วย

เปลี่ยนเศษไม้ใหญ่ในสถานทูตอังกฤษเดิม เป็นเฟอร์นิเจอร์ฝีมือนักออกแบบไทย

“สก็อตต์โทรมาหาผมบอกว่าเสียดายไม้ แต่ผมคิดว่าสิ่งที่เขาเสียดายมากกว่าคือความทรงจำทั้งหลาย สถานที่ตรงนั้นสวยจริงๆ เขาใช้เวลาอยู่กับมัน แล้วได้เห็นความเปลี่ยนแปลง เขาคงอยากจะเก็บอะไรไว้สักอย่างครับ ผมเลยขนไม้ไปโรงเลื่อย โรงอบ แล้วคิดว่าจะออกแบบของเครื่องใช้ในทำเนียบทูตใหม่ แต่สุดท้ายก็ทำให้เป็นงานศิลปะขึ้นหน่อย บ่งบอกถึงความทรงจำ ถึงความเปลี่ยนผ่านทางกาลเวลามากกว่า”

ดีไซเนอร์หลักโครงการนี้เล่าเสริมว่าทำเนียบนี้มีเครื่องใช้เพียบพร้อม ทั้งเฟอร์นิเจอร์โบราณจากทำเนียบเดิมที่ท่านทูตไบรอันเลือกมา เช่น โต๊ะกลมหินอ่อน ตู้ลายรดน้ำแบบไทย และตู้ไม้ฝังมุกจีน บวกกับเฟอร์นิเจอร์ร่วมสมัยมากมาย ซึ่งนักออกแบบตกแต่งภายในดูแลให้เสร็จสรรพ ข้าวของที่เฉยและพรรคพวกประดิษฐ์ใหม่จึงเป็นของใช้ส่วนตัวที่ครอบครัวปรารถนา

เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต
เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต

พิษณุ นำศิริโยธิน สร้างโต๊ะทานข้าวตัวใหญ่ ซึ่งเป็นของที่ครอบครัวท่านทูตชื่นชอบและอยากนำไปใช้จริง

พิชาญ สุจริตสาธิต ทำโคมไฟรูปเห็ด ที่ได้แรงบันดาลใจจากโคมพลาสติกและแจกัน 33 ใบ หน้าตาไม่ซ้ำกันสักใบ ดึงความงามออกมาจากความสามัญ แจกันเหล่านี้ไม่ต้องใส่น้ำ เพราะตั้งใจว่าดึงดอกไม้ข้างทางหรือดอกไม้แห้งๆ มาใส่ก็สร้างรูปทรงที่สวยงามออกมาได้

ชานนท์ นครสังข์ ออกแบบม้านั่งปลายเตียง ซึ่งเรียบง่ายแต่สวยจับตา คุณสก็อตต์ถูกใจเลยวางไว้ที่โถงทางเข้าซึ่งติดภาพวาดศิลปินไทยที่เล่าเรื่องการทำสมาธิและหายใจ เหมือนเป็นมุมแกลเลอรี่ให้ชมงานศิลป์ ผ่อนคลายก่อนเดินเข้าตัวบ้าน

เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต
เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต
เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต
เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต

ส่วนตัวหัวหน้าโปรเจกต์ เจ้าของสตูดิโอ Republic Nanu สร้างม้านั่งยาวและประติมากรรม 

“ไม้ก้ามปูก็มีลักษณะพิเศษ ลายมันสวยดีนะครับ ถึงแม้ว่าไม่ใช่ไม้เบอร์หนึ่งในการทำเฟอร์นิเจอร์ เพราะเนื้อหยาบกว่าไม้สักที่สัมผัสนุ่มนวล เนื้ออ่อนกว่าไม้แดงหรือไม้เต็งที่ทำโครงสร้างได้ดี แต่ด้วยสถานที่อยู่ มันเลยมีความหมาย ตอนเจอไม้กิ่งหนึ่งซึ่งมันโค้งๆ หน่อย ผมก็รู้แล้วแหละว่าอยากจะทำม้านั่ง ก็เลยผ่าครึ่ง ทำคานแขวน ยึดตรงกลางด้วยท่อนไม้สี่เหลี่ยมคางหมู ภาษาช่างเรียกว่าหางเหยี่ยว ให้แผ่นไม้ทั้งชิ้นแขวนอยู่ ถ้าเปรียบไม้นี้เป็นวิญญาณของสถานที่ มันก็ถูกแขวนเอาไว้เหมือนการแขวนนวม เลิกแล้วก็เหลือแต่ความทรงจำ” 

เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต
เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต

“ส่วนประติมากรรมนี้ชื่อว่า Entropy เป็นคำฟิสิกส์ ถ้าใช้กับชีวิตทั่วไปก็สื่อถึงการที่ทุกอย่างย่อยสลายไปตามกาลเวลา ผมคุยกับสก็อตต์เรื่องความเสียใจต่อสิ่งที่หายไป เลยนึกถึงพระเจ้าสามองค์ของฮินดู คือ พระพรหมผู้สร้าง พระศิวะผู้ทำลาย และพระวิษณุผู้ปกป้องรักษา ในโลกความเป็นจริง คนเราก็หมุนอยู่รอบเรื่องนี้ ทั้งการทำลายล้างและการอนุรักษ์ ถ้าทำงานที่สะท้อนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกระจ่างน่าจะเป็นสิ่งดี มองสถานการณ์กว้างๆ คือทุกอย่างต้องย่อยสลายเมื่อถึงวาระ ตัวผมเองเป็นทั้งผู้ทำลายและรักษาผ่านภาษาไม้ คือเอาไม้มาเฉาะจริงๆ”

เฉยชี้ให้ดูรอยปริแตกของไม้ชิ้นใหญ่ที่โดนง้างให้ฉีกคาออกจากกัน

เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต

“เฉาะให้มันแยกออก เหมือนเป็นการทำลาย แต่ก็มีตัวไม้ Butterfly รั้งเอาไว้ไม่ให้มันฉีกมากกว่านี้ เพราะฉะนั้น งานนี้เปรียบเสมือนโลกที่เกิดขึ้น ระหว่างความอยากอนุรักษ์ไว้กับการเปลี่ยนแปลง หรือพลังงานธรรมชาติที่มีทั้งการทำลายและรักษา ทั้งหมดอยู่ในนี้ครับ” 

ดีไซเนอร์เล่ารายละเอียด ขณะที่เด็กๆ ตัวจิ๋วกระจายตัวไปหยิบของเล่นรอบๆ ประติมากรรมที่ตั้งเด่นเป็นสง่า 

แล้วเด็กๆ มีส่วนร่วมมากแค่ไหนกับชิ้นงานเหล่านี้ เราชักสงสัย

“เอลเลียต รู้ไหมว่าม้านั่งนี้ทำจากอะไร” สก็อตต์หันไปถามลูกชาย “เอลเลียตโตที่สุด เขาจำบ้านเดิมได้มากที่สุด” 

“มาจากต้นไม้ที่บ้านเก่าของเรา!” เด็กชายตอบอย่างฉะฉานขณะปีนขึ้นโซฟา 

เด็กคนอื่นๆ นั้นอาจยังเล็กเกินกว่าจะเข้าใจ ถึงอย่างนั้นงานไม้เหล่านี้ก็จะเดินทางไปอยู่ในบ้านใหม่ อยู่ในเรื่องเล่าของพ่อสองคนยามเล่าถึงอดีตเมื่อลูกยังตัวเล็กๆ เมื่อเพลินจิตเคยเป็นบ้านแห่งความสุขสมชื่อ ความทรงจำที่บรรจุในงานไม้จะเป็นส่วนหนึ่งของพวกเขายามเติบโตขึ้น

เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต
ภาพ : Numchok Sawangsri

“ประวัติศาสตร์สหราชอาณาจักรมีความงามและเรื่องราวมากมาย ทำเนียบทูตเป็นพื้นที่แสดงทิศทางในอนาคตของสหราชอาณาจักร ซึ่งเห็นได้ชัดว่ามีแง่มุมร่วมสมัยเพิ่มมากขึ้น แต่ละครอบครัวทูตคงมีแนวทางตกแต่งของตัวเอง อย่างบ้านเราก็มีงานศิลปินไทย ครึ่งหนึ่งเป็นศิลปินหญิงรุ่นใหม่ และงานศิลปะที่พูดถึงเรื่องสิ่งแวดล้อม ซึ่งมูลนิธิสติให้ยืมมาจัดแสดงชั่วคราวเพื่อขายให้ผู้สนใจ และรายได้ส่วนหนึ่งจะเข้ามูลนิธิ ต่อไปก็น่าจะมีงานศิลปะจากอังกฤษมาตกแต่งมากขึ้น” ผู้อำนวยการ FREC Bangkok กล่าวตบท้าย

นอกจากเครื่องใช้ไม้จามจุรีที่เก็บเรื่องราวลึกซึ้งในของใช้ประจำวัน ดูเหมือนว่าทำเนียบสหราชอาณาจักรโฉมใหม่ จะสลัดภาพเดิมอันเสมือนพิพิธภัณฑ์เก่าแก่โอ่อ่า เป็นแกลเลอรี่ที่เต็มไปด้วยงานศิลปะและข้าวของหลากหลายยุคสมัยและที่มา โดยถนอมคุณค่าของมรดกประวัติศาสตร์ในมิติอื่นๆ 

น่าจับตามองว่าเรื่องราวของทำเนียบใหม่บนถนนเส้นเดิมเลียบริมเจ้าพระยาจะเป็นอย่างไรต่อไป 

ดูผลงานของกลุ่มดีไซเนอร์ไม้เพิ่มเติมได้ที่ www.grainsandgrams.com

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load