การเรียนรู้ที่ดีที่สุดคงจะไม่พ้นการประสบพบเจอด้วยตนเอง อันเป็นประสบการณ์เชิงประจักษ์ ที่จะซึมซับเข้าไปในตัวในตนของผู้เรียนได้ ครูจึงควรให้นักเรียนได้มีประสบการณ์กับเรื่องจริงบนโลกใบนี้ และหากเป็นสถานการณ์ปัจจุบันได้ยิ่งดี ผู้เรียนจะได้เข้าใจความเป็นไปที่เกิดขึ้นอย่างทันเรื่อง ทันรู้ มีหลักฐานและข้อมูลที่ตรวจสอบได้

การลงพื้นที่จริงเป็นเรื่องดีมาก ได้พบสถานการณ์ ผลของสถานการณ์ และผู้คนที่บอกเล่าข้อมูลจริง ผู้เขียนจึงได้พานักเรียนจากกรุงเทพฯ กลุ่มหนึ่งไปเรียนรู้ความเป็นมนุษย์และวิถีความเป็นอยู่ของผู้คนที่หมู่บ้านตามุย

หมู่บ้านตามุยตั้งอยู่บนที่ราบขนาดเล็กระหว่างแม่น้ำโขงและส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติผาแต้ม หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า ‘ภูตามุย’ ในอำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี เป็นสถานที่ที่ผู้เขียนพานักเรียนมาทุกปีการศึกษา หมู่บ้านนี้มีวิถีชีวิตเรียบง่าย ทำมาหากินไปตามสภาพพื้นที่ที่มีและเป็นอยู่ มีวิถีชีวิตเฉพาะตัวตามฉบับบ้านตามุย 

พานักเรียนกรุงเทพฯ ไปเรียนรู้วิถีตามฤดูกาลที่บ้านตามุย บ้านเกิดของครูชาวอุบลราชธานี, การเรียนรู้นอกห้องเรียน, อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี
พานักเรียนกรุงเทพฯ ไปเรียนรู้วิถีตามฤดูกาลที่บ้านตามุย บ้านเกิดของครูชาวอุบลราชธานี, การเรียนรู้นอกห้องเรียน, อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี

นี่จะเป็นครั้งแรกของนักเรียนชาวกรุงที่มาสัมผัส ปรับตัว พักพิง อยู่ร่วม และทำกิจกรรมกับชาวบ้าน เรียนรู้และเคารพในภูมิรู้ของผู้อื่น ฝากตัวเป็นลูกเป็นหลานของชาวบ้าน ชาวบ้านเองก็ต้อนรับพวกเราเหล่าครูและผู้เรียนอย่างเป็นกันเองเสมือนลูกหลานจริงๆ เพราะฉะนั้นก็อยู่ที่ครูและนักเรียนแล้วว่าจะพากันปรับตัวและเรียนรู้ได้มากน้อยเพียงใด

การเริ่มต้นอาศัยเรียนรู้ที่หมู่บ้านแห่งนี้ ผู้เรียนหลายคนพร้อมปรับตัวกับการอยู่ในบ้านตามุย ไม่ว่าจะเป็นที่หลับที่นอน แต่ละกลุ่มจะแยกกันไปฝากตัวเป็นลูกเป็นหลานตามแต่ละบ้าน บ้านหลังละ 3 – 4 คน แต่ละหลังมีที่หลับที่นอน ทั้งที่นอน หมอน มุ้ง และพัดลม ไม่สบายเท่าอยู่บ้านสำหรับผู้เรียนเมื่อแรกเห็น แต่ก็เป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่ชาวบ้านทำให้เราแล้ว 

เรื่องอาหารการกิน ผู้เขียนได้ไปขอแต่ละบ้านตั้งแต่ก่อนมาแล้วว่า ชาวบ้านกินแบบไหนก็ควรให้ผู้เรียนได้กินแบบนั้นด้วย เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้วิถีการกิน แต่ก็ไม่วายมีทั้งแตกต่างจากที่เคยกินและแบบที่คุ้นเคย เพราะชาวบ้านกลัวว่าผู้เรียนเหล่านี้จะกินไม่ได้ เลยทำเผื่อผู้เรียนให้กินได้ด้วย เห็นการดูแลต้อนรับอย่างใจจริงของชาวบ้านตามุยแห่งนี้ ผู้เรียนบางคนก็ยังปรับตัวได้ยาก คงต้องให้เวลาพวกเขาปรับตัวบ้าง 

พานักเรียนกรุงเทพฯ ไปเรียนรู้วิถีตามฤดูกาลที่บ้านตามุย บ้านเกิดของครูชาวอุบลราชธานี, การเรียนรู้นอกห้องเรียน, อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี
พานักเรียนกรุงเทพฯ ไปเรียนรู้วิถีตามฤดูกาลที่บ้านตามุย บ้านเกิดของครูชาวอุบลราชธานี, การเรียนรู้นอกห้องเรียน, อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี

ผู้เขียนในฐานะผู้อำนวยการเรียนรู้ เลยชี้ชวนให้ผู้เรียนลองย้อนพิเคราะห์สิ่งที่รู้สึกในใจ และลองมองภาพเช่นเดียวกันว่าชาวบ้านที่ต้อนรับเรามีใจเช่นไร ผู้เรียนรู้สึกอย่างไรกับใจพวกเขา ก็อาจพอช่วยให้ผู้เรียนได้มีสายตามองผู้อื่น เห็นใจเขาใจเราได้ 

การเรียนรู้เรื่องในหมู่บ้านเป็นอีกเรื่องที่ครูผู้อำนวยการเรียนรู้ ต้องชี้ชวนมองให้เห็นทั้งพื้นที่ ฤดูกาล อันมีผู้คนในหมู่บ้านไปสัมพันธ์ด้วย โดยทั่วไปแล้วชาวบ้านตามุยไม่มีอาชีพหลักกันสักเท่าใดนัก แต่เป็นอาชีพที่จะคอยปรับเปลี่ยนไปตามฤดูกาล 

พานักเรียนกรุงเทพฯ ไปเรียนรู้วิถีตามฤดูกาลที่บ้านตามุย บ้านเกิดของครูชาวอุบลราชธานี, การเรียนรู้นอกห้องเรียน, อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี
พานักเรียนกรุงเทพฯ ไปเรียนรู้วิถีตามฤดูกาลที่บ้านตามุย บ้านเกิดของครูชาวอุบลราชธานี, การเรียนรู้นอกห้องเรียน, อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี
พานักเรียนกรุงเทพฯ ไปเรียนรู้วิถีตามฤดูกาลที่บ้านตามุย บ้านเกิดของครูชาวอุบลราชธานี, การเรียนรู้นอกห้องเรียน, อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี
พานักเรียนกรุงเทพฯ ไปเรียนรู้วิถีตามฤดูกาลที่บ้านตามุย บ้านเกิดของครูชาวอุบลราชธานี, การเรียนรู้นอกห้องเรียน, อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี

ช่วงหน้าฝนชาวบ้านมักไปเก็บของป่าบนภูตามุย เช่น หน่อไม้และเห็ดนานาชนิดๆ โดยเฉพาะ ‘เห็ดระโงก’ ที่ดูจะเป็นของดีของเด่นของหมู่บ้านนี้ ถึงขนาดขายไปทั่วจังหวัดอุบลฯ และจังหวัดใกล้เคียง มักได้ราคาดี อันเนื่องด้วยดอกเห็ดงามและมีขนาดใหญ่ 

ฤดูแล้งก็มักหาไข่มดแดง ผักหวาน น้ำผึ้ง บนภูตามุย การปลูกพืชผักริมแม่น้ำโขงมักทำในช่วงนี้ เพราะเป็นช่วงที่น้ำลด ทำให้ตะกอนแร่ธาตุต่างๆ จะตกลงที่ริมแม่น้ำ เหมาะแก่การปลูกพืชได้ เช่น ข้าวโพด แตงโม ถั่วลิสง โดยเฉพาะฝ้าย ที่ชาวบ้านจะเอาไปทำเป็นผลิตภัณฑ์ผ้าทอจากฝ้ายที่ตอนนี้เป็นสินค้าประจำหมู่บ้านไปเสียแล้ว และยังทำประมงในแม่น้ำโขง ซึ่งหาปลาได้ง่ายกว่าฤดูฝนที่เป็นช่วงน้ำหลาก น้ำจะนิ่งมากขึ้น ตะกอนตกลงที่พื้นน้ำทำให้ปลาหากินได้ง่าย โดยเฉพาะตามแก่งหินมักมีสาหร่ายแม่น้ำเกาะอยู่ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าไกน้ำ อันเป็นอาหารปลาบางชนิดด้วย 

พานักเรียนกรุงเทพฯ ไปเรียนรู้วิถีตามฤดูกาลที่บ้านตามุย บ้านเกิดของครูชาวอุบลราชธานี, การเรียนรู้นอกห้องเรียน, อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี
พานักเรียนกรุงเทพฯ ไปเรียนรู้วิถีตามฤดูกาลที่บ้านตามุย บ้านเกิดของครูชาวอุบลราชธานี, การเรียนรู้นอกห้องเรียน, อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี
พานักเรียนกรุงเทพฯ ไปเรียนรู้วิถีตามฤดูกาลที่บ้านตามุย บ้านเกิดของครูชาวอุบลราชธานี, การเรียนรู้นอกห้องเรียน, อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี
พานักเรียนกรุงเทพฯ ไปเรียนรู้วิถีตามฤดูกาลที่บ้านตามุย บ้านเกิดของครูชาวอุบลราชธานี, การเรียนรู้นอกห้องเรียน, อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี

การได้รู้ได้เห็นเรื่องราวเหล่านี้ ทำให้ผู้เรียนเข้าใจสภาพพื้นที่และฤดูกาล ซึ่งทำให้เกิดพืชพรรณต่างๆ ที่ชาวบ้านนำไปใช้ประโยชน์ ไม่ใช่ว่าพืชหนึ่งๆ จะเกิดได้ทั่วไปและทุกเวลา เหตุปัจจัยมาจากสภาพพื้นที่และอากาศ ชาวบ้านมีภูมิปัญญาและวัฒนธรรมความเชื่อจากปัจจัยเหล่านี้ด้วย เช่น การตัดเห็ดให้เหลือเชื้อ เพื่อให้เกิดใหม่ในปีหน้าบนที่เดิมการเก็บของป่าที่เก็บอย่างพอดีพอกิน ไม่เก็บล้างผลาญ เคารพในเจ้าป่าเจ้าเขาที่จะปกปักษ์รักษาให้ชาวบ้านไม่มีอันตรายตอนเข้าป่าและหาของป่าเหล่านี้ให้ชาวบ้านมีกิน การไหว้บูชาแม่น้ำโขงเพื่อรำลึกถึงคุณของแม่น้ำ ที่ให้มีปลาเพื่อเลี้ยงปากท้องชาวบ้าน เป็นต้น 

ทุกอย่างมีปัจจัยเกื้อหนุนทำให้มีสิ่งต่างๆ และดำเนินต่อไปด้วยความเชื่อ ผู้เรียนได้เรียนรู้จากรูปธรรมไปสู่นามธรรม ครูไม่ใช่ผู้บอกข้อมูลทั้งหมดนี้ ผู้ที่บอกเล่าได้ดีที่สุดคือชาวบ้านบนพื้นที่ ผู้เขียนแค่ทำหน้าที่ถามหรือปะติดปะต่อร้อยเรียงเรื่องราวเป็นเส้นเป็นสาย ให้เห็นความสัมพันธ์ของเรื่องต่างๆ เรื่องไหนยากเกินไปก็ถามนักเรียนไปทีละขั้นๆ เพื่อให้ผู้เรียนได้คำตอบนั้นด้วยตนเอง ซึ่งเป็นวิธีการเรียนรู้ที่ดีสำหรับเขา

หมู่บ้านตามุยมีเรื่องแง่ดีแง่งามของทรัพยากรธรรมชาติและภูมิปัญญาความเชื่อ แต่แท้จริงแล้วก็ไม่ได้อยู่อย่างสวยงาม ยังมีข้อติดขัดและปัญหามากมายถาโถมเข้ามาไม่หยุดไม่หย่อน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาจากพื้นที่ทำกินและที่อยู่อาศัยทับซ้อนกับเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ปัญหาแม่น้ำโขงแปรเปลี่ยนไป เนื่องมาด้วยการตั้งเขื่อนหลายแห่ง แม่น้ำจึงผิดไปจากฤดูกาลที่ควรเป็น ปัญหาใหญ่ทั้งสองเรื่องนี้ส่งผลต่อปากท้องของคนในหมู่บ้านพอสมควร จากที่ควรอยู่แบบพึ่งพิงตนเองได้ ก็ต้องเปลี่ยนไปตามปัญหาที่เกิดขึ้น 

พานักเรียนกรุงเทพฯ ไปเรียนรู้วิถีตามฤดูกาลที่บ้านตามุย บ้านเกิดของครูชาวอุบลราชธานี, การเรียนรู้นอกห้องเรียน, อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี
พานักเรียนกรุงเทพฯ ไปเรียนรู้วิถีตามฤดูกาลที่บ้านตามุย บ้านเกิดของครูชาวอุบลราชธานี, การเรียนรู้นอกห้องเรียน, อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี

ตัวผู้เรียนไม่รู้สาเหตุที่แท้จริงมากนัก ณ ที่ตรงนั้น จะรู้ได้แค่ผลกระทบที่ชาวบ้านบอกเล่า และความรู้สึกที่พวกเขาพบเจอกับปัญหานี้ ตัวผู้เรียนเองต้องเข้าใจถึงสภาพที่เกิดขึ้น และต้องนำเรื่องเหล่านั้นกลับมาทำงานต่อที่โรงเรียน เพื่อให้เข้าใจต้นเหตุปัญหาที่แท้จริงของชาวบ้าน 

นักเรียนได้ศึกษาไปจนถึงท้ายที่สุดว่า ตัวนักเรียนเองอาจเป็นส่วนหนึ่งของต้นเหตุปัญหา โดยเฉพาะการสร้างเขื่อนบนแม่น้ำโขงเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าให้นักเรียนใช้ทุกวันนี้ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า เราเองก็ยังจำเป็นต้องใช้ไฟฟ้าในชีวิตประจำวันอยู่ แล้วเราควรทำอย่างไรกับเรื่องนี้ดี

หลายคนคงมีคำตอบในคำถามนี้ แต่ท้ายที่สุดแล้ว นักเรียนจะเห็นว่าเป็นเช่นไรก็แล้วแต่ตัวนักเรียน เพราะไม่มีคำตอบสุดท้าย ผู้เขียนได้พานักเรียนมาเรียนรู้ พบเจอประสบการณ์เชิงประจักษ์ เจอความจริงบางอย่างจากหมู่บ้านตามุย จนมาถึงจุดหนึ่งที่นักเรียนต้องเริ่มคิดหรือทำเอง ไม่ใช่คอยบังคับทิศทางพวกเขาอยู่ตลอดเวลา จนผู้เรียนไม่ได้คิดเห็นอะไรได้เป็นตัวของตัวเอง 

หากทิศทางครูไม่ผิดเพี้ยนจากความเป็นจริง คงเป็นคำตอบที่ก่อประโยชน์ต่อผู้อื่น ไม่ทำให้ใครต้องเดือดร้อนจากความคิดนี้ เป็นคำตอบที่มีความคิด มีแง่งาม มีคุณค่าต่อสังคม อันจะทำให้ผู้เรียนสามารถเป็นพลเมืองที่ดีของสังคมต่อไปในภายภาคหน้า อย่างที่ครูไม่ต้องเป็นห่วงพวกเขาเลย

พานักเรียนกรุงเทพฯ ไปเรียนรู้วิถีตามฤดูกาลที่บ้านตามุย บ้านเกิดของครูชาวอุบลราชธานี, การเรียนรู้นอกห้องเรียน, อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี

Writer & Photographer

ภิญโญ เสาร์วันดี

ครูมัธยมที่ไม่ใช่นักเขียนที่เขียนได้ดี แต่อยากเขียนบอกเล่าการเรียนรู้ของครูและผู้เรียน ที่ได้เรียนรู้ความเป็นมนุษย์บนพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วไทย

โรงเรียนนานาชาติ

บทเรียนจากการไปใช้ชีวิตในทั่วโลก

การเดินทางที่ยาวไกลและนานที่สุดของฉัน เริ่มต้นเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ตอนที่ฉันบินจากไทยมายุโรป เพื่อเรียนต่อ ป.โท สาขา วรรณกรรม สื่อ และวัฒนธรรมเด็ก (Children’s Literature, Media, and Culture-CLMC) 

CLMC เป็นคอร์ส ป.โท 2 ปี ในโครงการ Erasmus Mundus ของสหภาพยุโรป (EU) มีมหาวิทยาลัยร่วมกันสอน 6 แห่ง คือ Tilburg University (เนเธอร์แลนด์), Universidad Autónoma de Barcelona (สเปน), University of Wrocław (โปแลนด์), Aarhus University (เดนมาร์ก), University British Columbia (แคนาดา) และมี University of Glasgow ที่สกอตแลนด์เป็นแม่งาน นั่นหมายความว่า เราเริ่มเรียนเทอมแรกและกลับไปรับปริญญาที่นั่น ส่วนระหว่างนั้นนักเรียนก็เดินทางย้ายไปประเทศต่าง ๆ เทอมสองไปเดนมาร์ก ปิดเทอมใหญ่ไปแคนาดา (ซึ่งเราไม่ได้ไปกันเพราะล็อกดาวน์) 

เทอมสามพวกเราต้องเลือกว่าจะไปเรียนต่อสาขาอะไรเป็นพิเศษไปพร้อม ๆ กับการฝึกงาน เราเลือกไปเรียนด้าน ‘การส่งเสริมการอ่าน’ (Promotion of Reading) ที่สเปน เพื่อนบางคนเลือกไปเรียนสาขา ‘การข้ามวัฒนธรรมของวรรณกรรม’ (Transcultural Trajectories) บ้างก็เลือกเรียนด้าน ‘ภาพยนตร์และการสร้างการมีส่วนร่วม’ (Film and Participatory Culture) และเทอมสุดท้าย พวกเราจะไปอยู่ที่ไหนก็ได้ใน 6 ประเทศนี้ เพื่อเขียนทีสิสกับอาจารย์ที่ปรึกษา 

เด็กยุโรปอ่านหนังสืออะไร บันทึกป.โท ของบ.ก. ที่เดินทางเรียนรู้วรรณกรรมเด็กทั่วยุโรป
เพื่อน ๆ CLMC รุ่น 1 ฉลองคริสต์มาสแรกด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตา

พวกเราเหล่านักเรียนแซวกันว่า การเดินทางไป ๆ มา ๆ ทุก 3 – 4 เดือนแบบนี้ ทำให้เรากลายเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการย้ายประเทศไปแล้ว ไหนจะต้องกรอกเอกสารทำวีซ่า เจอตำรวจ แพ็กของ จองเวลาขนของ ซ่อมกระเป๋าลาก ฯลฯ ถ้าหางานด้านวรรณกรรมเด็กทำไม่ได้ ลองไปเปิดบริษัทช่วยคนย้ายประเทศดูก็แล้วกัน

ข้อเสียของการเดินทางเยอะ ๆ แบบนี้ คือพวกเราต้องรับมือกับความไม่แน่นอน ความเครียดจากการหาที่อยู่ แพ็กของ วางแผนเดินทางซ้ำแล้วซ้ำเล่า การปรับตัวเข้ากับผู้คนที่มีวิถีชีวิตแตกต่างกันไป (จากสังคมคนนอนเร็วในเดนมาร์ก มาสู่สังคมไม่หลับไม่นอนในสเปน) และค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าการเรียนคอร์ส ป.โททั่ว ๆ ไป ส่วนหนึ่งเพราะค่าที่พักระยะสั้น (แพงกว่าอยู่ 1 ปีเต็ม) ไหนจะค่าเดินทางอีก เรียกได้ว่าถ้าเราไม่ได้ทุน ก็คงไม่มีโอกาสได้มาเรียนคอร์สนี้เลยตลอดชีวิต

เด็กยุโรปอ่านหนังสืออะไร บันทึกป.โท ของบ.ก. ที่เดินทางเรียนรู้วรรณกรรมเด็กทั่วยุโรป
กว่าจะถึงบาร์เซโลนา…

ส่วนข้อดีก็คือ พวกเราได้เห็นหนังสือ/สื่อเด็ก ห้องสมุด ร้านหนังสือ เทศกาลหนังสือมากมายหลายแบบ ซึ่งทลายความเชื่อเดิมหลาย ๆ อย่างโดยสิ้นเชิง เช่น อะไรคือสิ่งที่เด็กควรอ่าน ไม่ควรอ่าน เข้าใจ ไม่เข้าใจ จริง ๆ แล้ว ‘เด็ก’ คือสิ่งมีชีวิตแบบไหนกันแน่ แล้วเราในฐานะผู้ใหญ่ควรปฏิบัติต่อพวกเขาอย่างไร 

แม้ในวันที่เรียนจบมาแล้ว เราก็ยังคงตั้งคำถามนี้อยู่ในใจ ซึ่งเราว่าก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดีนะ เพราะ ‘วัยเด็ก’ ไม่ใช่อะไรที่คงที่ เด็กเมื่อวานนี้ วันนี้กับพรุ่งนี้แตกต่างกัน และเด็กคนหนึ่งก็ต่างจากเด็กอีกคนหนึ่ง หากเรามีความเชื่อบางอย่างฝังหัวว่าเด็กเป็นแบบนั้นแบบนี้ เท่ากับเราหยุดรับฟังและสังเกตเด็กจริง ๆ แล้วด่วนตัดสินพวกเขาจากมุมมองของตัวเองเพียงอย่างเดียว

ขยายขอบเขตความเข้าใจเรื่อง ‘วรรณกรรมเด็ก’ ให้กว้างขึ้น

ก่อนจะมาเรียนต่อ คำว่า ‘วรรณกรรมเด็ก’ ของเราจำกัดอยู่แค่หนังสือสำหรับเด็ก เช่น บอร์ดบุ๊ก นิทานภาพ หนังสือสารคดี/ความรู้สำหรับเด็ก หนังสือเรียน วรรณกรรมแปล อย่างหนังสือชุด แฮร์รี่ พอตเตอร์ ห้าสหายผจญภัย นิตยสารเด็ก เช่น เพื่อเพื่อนรัก เล่มโปรด ไปจนถึงนิยาย Young Adult ซึ่งเอาจริง ๆ แค่นี้ก็เยอะมากแล้ว

แต่คำว่า ‘วรรณกรรมเด็ก’ ในเชิงวิชาการที่เราเรียนมากว้างกว่านั้น มันรวมถึงงานเขียนทุกอย่างที่เด็ก (0 – 18 ตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก) เข้าถึง รับสาร และเรียนรู้บางอย่างจากมัน ซึ่งเป็นสิ่งที่เราประทับใจมาก ๆ 

มองย้อนกลับไปในวัยเด็ก พวกเราอ่านอะไรกันบ้าง

สำหรับเรา ตอนเด็ก ๆ เราอ่านอะไรหลายอย่าง นอกจากหนังสือสำหรับเด็กที่เราว่ามาแล้ว เราก็อ่านการ์ตูน ขายหัวเราะ ซึ่งเต็มไปด้วยมุกแนวผัวเมีย ผู้หญิงนมใหญ่เอวคอด มังงะ นิตยสารแนวสารคดี เวลาไปร้านบะหมี่หน้าปากซอย เราก็ชอบอ่านหนังสือพิมพ์ (ซึ่งมักเต็มไปด้วยข่าวอาชญากรรม) เวลาไปร้านทำผม เราอ่านนิตยสารแฟชั่น ขวัญเรือน นอกจากสื่อสิ่งพิมพ์ เราก็อ่านงานเขียนออนไลน์ด้วย เช่น แฟนฟิค แปลการ์ตูน แปลเพลง ในเว็บเด็กดี และ Exteen ที่เด็ก ๆ อย่างเราเขียน อ่าน และวิจารณ์กันเอง

แม้จะฟังดูไม่เหมือนสิ่งที่เขียนมาเพื่อเด็ก แต่ในแง่การทำวิจัยสาขาวรรณกรรมเด็กแล้ว ทั้งหมดนี้เข้าข่ายวรรณกรรมเด็กทั้งสิ้น เพราะมันเป็นงานเขียนที่เด็กอ่าน และงานบางชิ้นเด็กเป็นผู้ผลิตเองด้วยซ้ำ (ไม่ว่าจะตั้งใจให้เด็กด้วยกันอ่านหรือไม่)

งานเขียนที่ว่าก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ในรูปแบบสื่อสิ่งพิมพ์ดั้งเดิมเสมอไป แต่ครอบคลุมถึงสื่อสมัยใหม่จำนวนมาก เช่น อีบุ๊ก ออดิโอบุ๊ก โซเชียลมีเดีย แอปพลิเคชัน บทโทรทัศน์-ภาพยนตร์-วิดีโอเกม เพลง แม้แต่ข้อความทวิตเตอร์ ก็อยู่ในขอบข่ายของงานวิจัยด้าน ‘วรรณกรรมเด็ก’ ที่มีอยู่เกลื่อนกลาดดาษดารอให้เราหยิบมาอ่านและประยุกต์ใช้ อยากรู้ไหมว่าแฟนฟิคส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็กอย่างไร มีคนทำวิจัยไว้แล้ว อยากรู้ไหมว่าหนังสือไร้คำมีประโยชน์ตรงไหน ก็หางานวิจัยอ่านได้เยอะแยะ 

ด้วยคำจำกัดความอันกว้างไกล ในคอร์สนี้เราเลยไม่ได้ทำรายงานแค่เกี่ยวกับ ‘หนังสือเด็ก’ เท่านั้น แต่ได้วิเคราะห์ทั้งเกม การใช้เฟซบุ๊กเพจของเด็กไทย แฟนฟิค กิจกรรมส่งเสริมการอ่านแบบทั้งจังหวัด ฯลฯ แล้วจบที่การเขียนทีสิสเรื่องการเล่าประวัติศาสตร์ในรายการทีวีเด็ก Horrible Histories (ชื่อไทย : ประวัติศาสตร์โหด-มัน-ฮา) เพื่อต่อต้านอำนาจนิยม 

วรรณกรรมหลากหลาย เพื่อสังคมที่เปิดกว้าง

อีกสิ่งที่เราชอบมาก ๆ คือ การที่เราได้เห็นวรรณกรรมเด็กที่หลากหลาย ได้เห็นว่าผู้ใหญ่ในแต่ละสังคมมองเด็ก ๆ อย่างไร แล้วผลลัพธ์ที่ได้ ซึ่งก็คือสังคมของเขานั้นเป็นอย่างไร 

ก่อนที่เราจะเข้าสู่โลกแห่งการทำงาน อ.ศิริพร ศรีวรกานต์ ผู้สอนวิชา Children’s Literature ให้เราที่อักษรศาสตร์ จุฬาฯ ทำให้เราตระหนักว่า หนังสือเด็กเป็นมากกว่าแค่หนังสืออ่านสนุกหรือหนังสือเรียน แต่คือพื้นที่แห่งความเป็นไปได้ใหม่ ๆ 

ถ้าเราอยากให้คนในประเทศเรา มีความคิดเปิดกว้างต่อความแตกต่างหลากหลาย และต่อสู้เพื่อความเสมอภาคสำหรับทุกคน เราต้องเริ่มให้ความรู้เรื่องนี้กับประชาชนตั้งแต่เล็ก ๆ ว่า คนในสังคมมีหลายเชื้อชาติ มีที่มา หน้าตา ความสามารถ ความชอบวิถีชีวิต ความคิดแตกต่างกัน ครอบครัวซึ่งเป็นหน่วยเล็กสุดของสังคมก็มีได้หลายแบบ ไม่ว่าจะครอบครัวผู้ปกครองคนเดียว ครอบครัวบุญธรรม ครอบครัวพ่อสองคน แม่สองคน ฯลฯ และทุกคนควรได้รับการคุ้มครองให้อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข

ถ้าอยากให้ประเทศเรามีการเมืองที่ดี เป็นประชาธิปไตย ปราศจากสงคราม ความรุนแรง เราต้องสื่อสารกับเด็กว่า สภาพบ้านเมืองที่ดีเป็นแบบไหน ระบบการเมืองทำงานอย่างไร ประชาชนมีส่วนร่วมได้อย่างไร สงครามเกิดขึ้นจากอะไรและมันแย่อย่างไร ถ้าอยากให้คนประเทศเรารักษาสิ่งแวดล้อม เราก็ต้องทำให้เขาตระหนักได้ตั้งแต่เด็กว่า สิ่งแวดล้อมสำคัญกับเราแค่ไหน ชุมชนเราวางแผนที่จะรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างไร และเขาจะช่วยอะไรได้บ้าง

ความพิเศษของหนังสือเด็กคือ ไม่ได้มีแค่เด็กเท่านั้นที่อ่านและซึบซับข้อมูลในหนังสือ แต่ผู้ใหญ่ที่อ่านหนังสือให้เด็กฟังก็ได้รับข้อมูลไปด้วย เมื่อเด็กกับผู้ใหญ่ได้อ่านหนังสือด้วยกัน ก็มีโอกาสจะได้สนทนา รับฟังกันและกัน และสร้างสรรค์โลกที่สันติและยั่งยืนร่วมกัน

เด็กยุโรปอ่านหนังสืออะไร บันทึกป.โท ของบ.ก. ที่เดินทางเรียนรู้วรรณกรรมเด็กทั่วยุโรป
เด็กยุโรปอ่านหนังสืออะไร บันทึกป.โท ของบ.ก. ที่เดินทางเรียนรู้วรรณกรรมเด็กทั่วยุโรป
หนังสือบางส่วนในห้องสมุดชุมชนเล็กมาก ๆ ในสกอตแลนด์ เกี่ยวกับความแตกต่างในสังคม และครอบครัวที่หย่าร้าง

เด็ก ๆ ข้างนอกกำลังอ่านอะไร 

ห้องสมุดชุมชนในประเทศที่เราไปมา ทุกแห่งมีโซนหนังสือเด็กขนาดใหญ่

ห้องสมุดเราชอบที่สุดในการเดินทางครั้งนี้คือ ห้องสมุด Dokk 1 ในเมืองออฮุส ประเทศเดนมาร์ก ซึ่งให้พื้นที่กว้างทั้งชั้น 2 และ 3 เป็นพื้นที่คลาน วิ่งเล่น ปีนป่าย และวางหนังสือเด็ก แถมยังมีสนามเด็กเล่นรอบ ๆ ห้องสมุดอีกต่างหาก และเนื่องจากวงการหนังสือเด็กในเดนมาร์กค่อนข้างเล็ก ประกอบกับผู้ใหญ่ค่อนข้างใจเปิดกว้างกับแนวคิดและวัฒนธรรมที่หลากหลาย เราจึงได้เห็นหนังสือเด็กที่แปลมาจากทั่วยุโรป รวมอยู่ในห้องสมุดชุมชนที่นี่โดยไม่ต้องไปไหนไกล เช่น หนังสือภาพเรื่อง Glassklokken จากนอร์เวย์ ซึ่งพูดถึงเด็กหญิงที่ถูกรถชนตาย หนังสือภาพ Opa Rainer weiss nitch mehr จากเยอรมนี เล่าเรื่องหลาน ๆ ที่อยู่กับคุณตาความจำเสื่อม และหนังสือสารคดี Lilla Snippaboken กับ Lilla Snoppboken จากสวีเดน ที่อธิบายเรื่องอวัยวะเพศหญิงและชาย รวมไปถึงค่านิยมทางเพศในประวัติศาสตร์วัฒนธรรมต่าง ๆ อย่างละเอียด 

เด็กยุโรปอ่านหนังสืออะไร บันทึกป.โท ของบ.ก. ที่เดินทางเรียนรู้วรรณกรรมเด็กทั่วยุโรป
เด็กยุโรปอ่านหนังสืออะไร บันทึกป.โท ของบ.ก. ที่เดินทางเรียนรู้วรรณกรรมเด็กทั่วยุโรป
สนามเด็กเล่นรอบห้องสมุด Dokk1
เด็กยุโรปอ่านหนังสืออะไร บันทึกป.โท ของบ.ก. ที่เดินทางเรียนรู้วรรณกรรมเด็กทั่วยุโรป
เด็กยุโรปอ่านหนังสืออะไร บันทึกป.โท ของบ.ก. ที่เดินทางเรียนรู้วรรณกรรมเด็กทั่วยุโรป
เด็กยุโรปอ่านหนังสืออะไร บันทึกป.โท ของบ.ก. ที่เดินทางเรียนรู้วรรณกรรมเด็กทั่วยุโรป
ห้องสมุดสำหรับ 0 ปีขึ้นไป) ลานจอดรถเข็นเด็กในห้องสมุด จออินเตอร์แรกทีฟที่เด็กชอบมากระโดดเล่นกัน เด็กประถมปลายจัดงานอ่านหนังสือมาราธอนและอยู่ค้างคืนห้องสมุดกันเอง (มีบรรณารักษ์ช่วยสั่งพิซซ่าให้)

หนังสือเด็กเดนิชที่เรารักที่สุด และสะท้อนถึงแนวคิดการเลี้ยงดูเด็กของเขาอย่างชัดเจน คือเรื่อง Den lille røde bog for skoleelever (คู่มือนักเรียนขบถ) ที่เขียนโดยครูสองคนในช่วง 1970 คู่มือน้อยเล่มนี้สื่อสารกับเด็ก ๆ อย่างตรงไปตรงมาว่า สภาพการศึกษาในขณะนั้นมีปัญหาอะไร ไม่ตอบโจทย์การเรียนรู้ของเด็กยังไง การศึกษาที่ดีควรเป็นอย่างไร ทั้งยังให้ความรู้อื่น ๆ ที่โรงเรียนไม่สอน เช่น การมีเพศสัมพันธ์ การคุมโรคติดต่อและคุมกำเนิด การใช้สารเสพติดและผลลัพธ์ การประท้วงและเรียกร้องสิทธิ์ทางการศึกษาที่นักเรียนควรได้รับ

เด็กยุโรปอ่านหนังสืออะไร บันทึกป.โท ของบ.ก. ที่เดินทางเรียนรู้วรรณกรรมเด็กทั่วยุโรป
ห้องสมุดชุมชนในเดนมาร์กมีหนังสือหลายภาษา ขึ้นอยู่กับว่าในชุมชนนั้นมีคนพูดภาษาอะไรบ้าง เช่น ที่ละแวกบ้านเรามีคนไทยอยู่ เลยมีหนังสือไทย

สำหรับร้านหนังสือเด็กยอดเยี่ยม เราต้องขอยกให้ในสหราชอาณาจักร อาณาจักรแห่งวรรณกรรมเด็ก ซึ่งมีร้านหนังสืออิสระกระจายตัวอยู่ทั่วไป หลาย ๆ ร้าน โดยเฉพาะร้าน Chain Store ไฮเอนด์อย่าง Waterstones และ Foyles อุทิศพื้นที่กว้างขวางอย่างยิ่งให้เด็ก ๆ ตัวอย่างเช่น ร้าน Foyles ในลอนดอนให้พื้นที่วางหนังสือเด็กทั้งชั้นกราวนด์ และเปิดให้เด็กหรือผู้ใหญ่เข้ามาอ่านหนังสือได้ตามใจชอบ วงการหนังสือเด็กภาษาอังกฤษนั้นใหญ่โตและมีชีวิตชีวา เพราะภาษาอังกฤษเป็นภาษาสากล มีนักเขียนหนังสือเด็กภาษานี้อยู่มากมาย หัวข้อและรูปแบบหนังสือก็หลากหลายตามไปด้วย (แม้จะแทบไม่แปลหนังสือจากต่างประเทศเข้ามาเลยก็ตาม… ถ้าแปลมากกว่านี้จะดีมาก) 

เทรนด์ที่มาแรงตอนนี้ ก็เช่นหนังสือที่มีตัวละครเอกเป็นชนกลุ่มน้อย (BAME) หนังสือที่ Empower (ปลุกพลัง) ให้กับเด็ก ๆ โดยเฉพาะเด็กผู้หญิงและเด็กที่มีความหลากหลายทางเพศ หนังสือเกี่ยวกับการใช้สื่อออนไลน์อย่างปลอดภัย และหนังสือเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม 

เด็กยุโรปอ่านหนังสืออะไร บันทึกป.โท ของบ.ก. ที่เดินทางเรียนรู้วรรณกรรมเด็กทั่วยุโรป
เด็กยุโรปอ่านหนังสืออะไร บันทึกป.โท ของบ.ก. ที่เดินทางเรียนรู้วรรณกรรมเด็กทั่วยุโรป
เด็กยุโรปอ่านหนังสืออะไร บันทึกป.โท ของบ.ก. ที่เดินทางเรียนรู้วรรณกรรมเด็กทั่วยุโรป
ร้านหนังสือ Foyles ในลอนดอน ชั้นล่างเป็นของเด็ก ๆ 
เด็กยุโรปอ่านหนังสืออะไร บันทึกป.โท ของบ.ก. ที่เดินทางเรียนรู้วรรณกรรมเด็กทั่วยุโรป
เด็กยุโรปอ่านหนังสืออะไร บันทึกป.โท ของบ.ก. ที่เดินทางเรียนรู้วรรณกรรมเด็กทั่วยุโรป
เด็กยุโรปอ่านหนังสืออะไร บันทึกป.โท ของบ.ก. ที่เดินทางเรียนรู้วรรณกรรมเด็กทั่วยุโรป
บันทึก ป.โท ของนักศึกษาวรรณกรรมเด็ก ผู้ออกเดินทางไกลเพื่อศึกษาหนังสือเด็กใน 6 ประเทศยุโรป
บันทึก ป.โท ของนักศึกษาวรรณกรรมเด็ก ผู้ออกเดินทางไกลเพื่อศึกษาหนังสือเด็กใน 6 ประเทศยุโรป
เทรนด์หนังสือเด็กในห้องสมุดและร้านหนังสือบางส่วนในสหราชอาณาจักร เช่น ขบวนการซัฟฟราเจตต์ การต่อสู้เพื่อความเท่าเทียม, ปกป้องสัตว์โลก, มาต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติกันเถอะ, ข่าวด่วน : จะรู้ได้ยังไงว่าเรื่องไหนจริง เรื่องไหนโกหกทั้งเพ, พูดออกมา! ทุกคนต้องได้ยินเสียงของเรา ไม่มีใครหยุดยั้งเราได้

เนเธอร์แลนด์และสเปนเองก็เจ๋งไม่เบาในเรื่องการนำหนังสือเด็กเข้าไปอยู่ในพื้นที่ครอบครัวต่าง ๆ เช่น ร้านหนังสือในพิพิธภัณฑ์และแหล่งท่องเที่ยว ขายหนังสือเด็กเกี่ยวกับนิทรรศการศิลปะและประวัติศาสตร์ อย่างสมุดระบายสีธีมแวนโก๊ะ หนังสือภาพ/การ์ตูนเล่าเรื่องสถาปัตยกรรมเด่น ๆ ในเมือง เนเธอร์แลนด์มีพิพิธภัณฑ์หนังสือเด็ก (Kinderboeken Museum) ที่เต็มไปด้วยวัตถุจัดแสดงอินเตอร์แรกทีฟสนุก ๆ ส่วนบาร์เซโลนาและเมืองต่าง ๆ ในแคว้นกาตาลัน ก็มีธรรมเนียมน่ารัก ๆ อย่างการมอบหนังสือและดอกไม้ให้กันวันแห่งความรัก (วัน St.Jordi) วันที่ 23 เมษายนของทุกปี

บันทึก ป.โท ของนักศึกษาวรรณกรรมเด็ก ผู้ออกเดินทางไกลเพื่อศึกษาหนังสือเด็กใน 6 ประเทศยุโรป
บันทึก ป.โท ของนักศึกษาวรรณกรรมเด็ก ผู้ออกเดินทางไกลเพื่อศึกษาหนังสือเด็กใน 6 ประเทศยุโรป
บันทึก ป.โท ของนักศึกษาวรรณกรรมเด็ก ผู้ออกเดินทางไกลเพื่อศึกษาหนังสือเด็กใน 6 ประเทศยุโรป
หนังสือเด็กในพิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ และแหล่งท่องเที่ยวเชิงสถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์ในบาร์เซโลนา
บันทึก ป.โท ของนักศึกษาวรรณกรรมเด็ก ผู้ออกเดินทางไกลเพื่อศึกษาหนังสือเด็กใน 6 ประเทศยุโรป
บันทึก ป.โท ของนักศึกษาวรรณกรรมเด็ก ผู้ออกเดินทางไกลเพื่อศึกษาหนังสือเด็กใน 6 ประเทศยุโรป
พิพิธภัณฑ์ Kinderboeken Museum ที่กรุงเฮก เนเธอร์แลนด์ มีมุมถ่ายรูปและทำกิจกรรม Hands on มากมายในธีมหนังสือเด็กยอดนิยมของที่นั่น

ย้อนกลับมามองที่ไทยบ้าง

ตอนที่เราทำงานบรรณาธิการหนังสือเด็ก เราได้มีโอกาสเห็นหนังสือต่างประเทศจากแคตตาล็อกที่ตัวแทนลิขสิทธิ์ส่งมาให้ จากหนังสือจำนวนมหาศาลนั้น สำนักพิมพ์ในไทยเลือกมาแปลได้เพียงส่วนน้อย ด้วยข้อจำกัดทางการเงิน แรงงาน และเวลา หนังสือที่มั่นใจว่าขายออกจะได้รับเลือกก่อน ส่วนหนังสือที่แหวกขนบตลาดออกไปมักถูกเลือกทีหลัง หรือไม่ถูกเลือกเลย 

เช่น หนังสือที่มีภาพประกอบที่อาจทำผู้ปกครองช็อก (รูปเปลือย คนตาย การสู้รบ) ภาพสีสันไม่สดใส อาร์ตจัด ๆ หนังสือประเภทไร้คำ (คนซื้อหนังสือมองว่าไม่คุ้ม) หรือพูดถึงหัวข้อที่ผู้ใหญ่คิดว่าเป็นเรื่องที่เด็กไม่สนใจอ่าน ยากไป ไกลตัวไป ไม่ตอบโจทย์เทรนด์การศึกษาในชาติ เช่น หนังสือเด็กเกี่ยวกับปรัชญา ความหลากหลายทางศาสนา ครอบครัวนอกขนบ LGBTQ+ การเมือง การวางผังเมือง ปัญหาผู้ลี้ภัย สงคราม ไปจนถึงนโยบายระดับประเทศ อย่างแผนการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ

หัวข้อทั้งหมดนี้มีอยู่จริงในตลาดหนังสือเด็กต่างประเทศมาหลายปีแล้ว ทั้งในจีน ไต้หวัน เกาหลี ญี่ปุ่น และประเทศในยุโรป อเมริกา (เหนือและใต้) และบางประเทศในตะวันออกกลาง แต่ยังไม่อาจผ่านด่านตลาดหนังสือไทยได้ด้วยสาเหตุบางประการ

หากหนังสือเด็กคือพื้นที่แห่งโอกาสใหม่ ๆ ในสังคม ก็น่าคิดว่าเด็ก ๆ ของเราเข้าถึงโอกาสนั้นมากแค่ไหน แล้วเราในฐานะผู้ใหญ่ ควรจะทำอย่างไรต่อไปกับ ‘วรรณกรรมเด็ก’ ในบ้านเรา

บันทึก ป.โท ของนักศึกษาวรรณกรรมเด็ก ผู้ออกเดินทางไกลเพื่อศึกษาหนังสือเด็กใน 6 ประเทศยุโรป
บันทึก ป.โท ของนักศึกษาวรรณกรรมเด็ก ผู้ออกเดินทางไกลเพื่อศึกษาหนังสือเด็กใน 6 ประเทศยุโรป
บันทึก ป.โท ของนักศึกษาวรรณกรรมเด็ก ผู้ออกเดินทางไกลเพื่อศึกษาหนังสือเด็กใน 6 ประเทศยุโรป
บันทึก ป.โท ของนักศึกษาวรรณกรรมเด็ก ผู้ออกเดินทางไกลเพื่อศึกษาหนังสือเด็กใน 6 ประเทศยุโรป
บันทึก ป.โท ของนักศึกษาวรรณกรรมเด็ก ผู้ออกเดินทางไกลเพื่อศึกษาหนังสือเด็กใน 6 ประเทศยุโรป
บันทึก ป.โท ของนักศึกษาวรรณกรรมเด็ก ผู้ออกเดินทางไกลเพื่อศึกษาหนังสือเด็กใน 6 ประเทศยุโรป
ตัวอย่างหนังสือเด็กนอกขนบไทย ซึ่งเด็กในประเทศอื่น ๆ กำลังอ่านอยู่ เช่น เมื่อไดโนเสาร์ตาย (หนังสือสารคดีเล่าเรื่องความตายและการสูญเสีย), ซีโนเบีย (หนังสือแทบไร้คำเกี่ยวกับเด็กหญิงผู้ลี้ภัยที่จมน้ำตายกลางทะเล),หนังสือภาพ นี่แหละที่เขาเรียกว่า เผด็จการ, หนังสือคอมิก ฟาสซิสม์คืออะไร บางส่วนของหนังสือบอร์ดบุ๊กที่มีครอบครัวพ่อสองคน, หนังสือบอร์ดบุ๊ก หมวกแห่งศรัทธา เล่าให้เด็กเล็กสุดฟังว่าโลกเต็มไปด้วยผู้คนจากหลากหลายศาสนาความเชื่อ

Writer & Photographer

บุลวัชร เสรีชัยพร

คนทำหนังสือ/สื่อเด็ก นักสำรวจห้องสมุด ร้านหนังสือ บุ๊คแฟร์ และเจ้าของเพจ Children's Books Out There ผู้ฝันอยากให้เด็กไทยได้อ่านทุกเรื่องที่อยากรู้อย่างอิสระและสนุกสนาน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load