การเรียนรู้ที่ดีที่สุดคงจะไม่พ้นการประสบพบเจอด้วยตนเอง อันเป็นประสบการณ์เชิงประจักษ์ ที่จะซึมซับเข้าไปในตัวในตนของผู้เรียนได้ ครูจึงควรให้นักเรียนได้มีประสบการณ์กับเรื่องจริงบนโลกใบนี้ และหากเป็นสถานการณ์ปัจจุบันได้ยิ่งดี ผู้เรียนจะได้เข้าใจความเป็นไปที่เกิดขึ้นอย่างทันเรื่อง ทันรู้ มีหลักฐานและข้อมูลที่ตรวจสอบได้

การลงพื้นที่จริงเป็นเรื่องดีมาก ได้พบสถานการณ์ ผลของสถานการณ์ และผู้คนที่บอกเล่าข้อมูลจริง ผู้เขียนจึงได้พานักเรียนจากกรุงเทพฯ กลุ่มหนึ่งไปเรียนรู้ความเป็นมนุษย์และวิถีความเป็นอยู่ของผู้คนที่หมู่บ้านตามุย

หมู่บ้านตามุยตั้งอยู่บนที่ราบขนาดเล็กระหว่างแม่น้ำโขงและส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติผาแต้ม หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า ‘ภูตามุย’ ในอำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี เป็นสถานที่ที่ผู้เขียนพานักเรียนมาทุกปีการศึกษา หมู่บ้านนี้มีวิถีชีวิตเรียบง่าย ทำมาหากินไปตามสภาพพื้นที่ที่มีและเป็นอยู่ มีวิถีชีวิตเฉพาะตัวตามฉบับบ้านตามุย 

พานักเรียนกรุงเทพฯ ไปเรียนรู้วิถีตามฤดูกาลที่บ้านตามุย บ้านเกิดของครูชาวอุบลราชธานี, การเรียนรู้นอกห้องเรียน, อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี
พานักเรียนกรุงเทพฯ ไปเรียนรู้วิถีตามฤดูกาลที่บ้านตามุย บ้านเกิดของครูชาวอุบลราชธานี, การเรียนรู้นอกห้องเรียน, อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี

นี่จะเป็นครั้งแรกของนักเรียนชาวกรุงที่มาสัมผัส ปรับตัว พักพิง อยู่ร่วม และทำกิจกรรมกับชาวบ้าน เรียนรู้และเคารพในภูมิรู้ของผู้อื่น ฝากตัวเป็นลูกเป็นหลานของชาวบ้าน ชาวบ้านเองก็ต้อนรับพวกเราเหล่าครูและผู้เรียนอย่างเป็นกันเองเสมือนลูกหลานจริงๆ เพราะฉะนั้นก็อยู่ที่ครูและนักเรียนแล้วว่าจะพากันปรับตัวและเรียนรู้ได้มากน้อยเพียงใด

การเริ่มต้นอาศัยเรียนรู้ที่หมู่บ้านแห่งนี้ ผู้เรียนหลายคนพร้อมปรับตัวกับการอยู่ในบ้านตามุย ไม่ว่าจะเป็นที่หลับที่นอน แต่ละกลุ่มจะแยกกันไปฝากตัวเป็นลูกเป็นหลานตามแต่ละบ้าน บ้านหลังละ 3 – 4 คน แต่ละหลังมีที่หลับที่นอน ทั้งที่นอน หมอน มุ้ง และพัดลม ไม่สบายเท่าอยู่บ้านสำหรับผู้เรียนเมื่อแรกเห็น แต่ก็เป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่ชาวบ้านทำให้เราแล้ว 

เรื่องอาหารการกิน ผู้เขียนได้ไปขอแต่ละบ้านตั้งแต่ก่อนมาแล้วว่า ชาวบ้านกินแบบไหนก็ควรให้ผู้เรียนได้กินแบบนั้นด้วย เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้วิถีการกิน แต่ก็ไม่วายมีทั้งแตกต่างจากที่เคยกินและแบบที่คุ้นเคย เพราะชาวบ้านกลัวว่าผู้เรียนเหล่านี้จะกินไม่ได้ เลยทำเผื่อผู้เรียนให้กินได้ด้วย เห็นการดูแลต้อนรับอย่างใจจริงของชาวบ้านตามุยแห่งนี้ ผู้เรียนบางคนก็ยังปรับตัวได้ยาก คงต้องให้เวลาพวกเขาปรับตัวบ้าง 

พานักเรียนกรุงเทพฯ ไปเรียนรู้วิถีตามฤดูกาลที่บ้านตามุย บ้านเกิดของครูชาวอุบลราชธานี, การเรียนรู้นอกห้องเรียน, อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี
พานักเรียนกรุงเทพฯ ไปเรียนรู้วิถีตามฤดูกาลที่บ้านตามุย บ้านเกิดของครูชาวอุบลราชธานี, การเรียนรู้นอกห้องเรียน, อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี

ผู้เขียนในฐานะผู้อำนวยการเรียนรู้ เลยชี้ชวนให้ผู้เรียนลองย้อนพิเคราะห์สิ่งที่รู้สึกในใจ และลองมองภาพเช่นเดียวกันว่าชาวบ้านที่ต้อนรับเรามีใจเช่นไร ผู้เรียนรู้สึกอย่างไรกับใจพวกเขา ก็อาจพอช่วยให้ผู้เรียนได้มีสายตามองผู้อื่น เห็นใจเขาใจเราได้ 

การเรียนรู้เรื่องในหมู่บ้านเป็นอีกเรื่องที่ครูผู้อำนวยการเรียนรู้ ต้องชี้ชวนมองให้เห็นทั้งพื้นที่ ฤดูกาล อันมีผู้คนในหมู่บ้านไปสัมพันธ์ด้วย โดยทั่วไปแล้วชาวบ้านตามุยไม่มีอาชีพหลักกันสักเท่าใดนัก แต่เป็นอาชีพที่จะคอยปรับเปลี่ยนไปตามฤดูกาล 

พานักเรียนกรุงเทพฯ ไปเรียนรู้วิถีตามฤดูกาลที่บ้านตามุย บ้านเกิดของครูชาวอุบลราชธานี, การเรียนรู้นอกห้องเรียน, อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี
พานักเรียนกรุงเทพฯ ไปเรียนรู้วิถีตามฤดูกาลที่บ้านตามุย บ้านเกิดของครูชาวอุบลราชธานี, การเรียนรู้นอกห้องเรียน, อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี
พานักเรียนกรุงเทพฯ ไปเรียนรู้วิถีตามฤดูกาลที่บ้านตามุย บ้านเกิดของครูชาวอุบลราชธานี, การเรียนรู้นอกห้องเรียน, อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี
พานักเรียนกรุงเทพฯ ไปเรียนรู้วิถีตามฤดูกาลที่บ้านตามุย บ้านเกิดของครูชาวอุบลราชธานี, การเรียนรู้นอกห้องเรียน, อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี

ช่วงหน้าฝนชาวบ้านมักไปเก็บของป่าบนภูตามุย เช่น หน่อไม้และเห็ดนานาชนิดๆ โดยเฉพาะ ‘เห็ดระโงก’ ที่ดูจะเป็นของดีของเด่นของหมู่บ้านนี้ ถึงขนาดขายไปทั่วจังหวัดอุบลฯ และจังหวัดใกล้เคียง มักได้ราคาดี อันเนื่องด้วยดอกเห็ดงามและมีขนาดใหญ่ 

ฤดูแล้งก็มักหาไข่มดแดง ผักหวาน น้ำผึ้ง บนภูตามุย การปลูกพืชผักริมแม่น้ำโขงมักทำในช่วงนี้ เพราะเป็นช่วงที่น้ำลด ทำให้ตะกอนแร่ธาตุต่างๆ จะตกลงที่ริมแม่น้ำ เหมาะแก่การปลูกพืชได้ เช่น ข้าวโพด แตงโม ถั่วลิสง โดยเฉพาะฝ้าย ที่ชาวบ้านจะเอาไปทำเป็นผลิตภัณฑ์ผ้าทอจากฝ้ายที่ตอนนี้เป็นสินค้าประจำหมู่บ้านไปเสียแล้ว และยังทำประมงในแม่น้ำโขง ซึ่งหาปลาได้ง่ายกว่าฤดูฝนที่เป็นช่วงน้ำหลาก น้ำจะนิ่งมากขึ้น ตะกอนตกลงที่พื้นน้ำทำให้ปลาหากินได้ง่าย โดยเฉพาะตามแก่งหินมักมีสาหร่ายแม่น้ำเกาะอยู่ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าไกน้ำ อันเป็นอาหารปลาบางชนิดด้วย 

พานักเรียนกรุงเทพฯ ไปเรียนรู้วิถีตามฤดูกาลที่บ้านตามุย บ้านเกิดของครูชาวอุบลราชธานี, การเรียนรู้นอกห้องเรียน, อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี
พานักเรียนกรุงเทพฯ ไปเรียนรู้วิถีตามฤดูกาลที่บ้านตามุย บ้านเกิดของครูชาวอุบลราชธานี, การเรียนรู้นอกห้องเรียน, อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี
พานักเรียนกรุงเทพฯ ไปเรียนรู้วิถีตามฤดูกาลที่บ้านตามุย บ้านเกิดของครูชาวอุบลราชธานี, การเรียนรู้นอกห้องเรียน, อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี
พานักเรียนกรุงเทพฯ ไปเรียนรู้วิถีตามฤดูกาลที่บ้านตามุย บ้านเกิดของครูชาวอุบลราชธานี, การเรียนรู้นอกห้องเรียน, อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี

การได้รู้ได้เห็นเรื่องราวเหล่านี้ ทำให้ผู้เรียนเข้าใจสภาพพื้นที่และฤดูกาล ซึ่งทำให้เกิดพืชพรรณต่างๆ ที่ชาวบ้านนำไปใช้ประโยชน์ ไม่ใช่ว่าพืชหนึ่งๆ จะเกิดได้ทั่วไปและทุกเวลา เหตุปัจจัยมาจากสภาพพื้นที่และอากาศ ชาวบ้านมีภูมิปัญญาและวัฒนธรรมความเชื่อจากปัจจัยเหล่านี้ด้วย เช่น การตัดเห็ดให้เหลือเชื้อ เพื่อให้เกิดใหม่ในปีหน้าบนที่เดิมการเก็บของป่าที่เก็บอย่างพอดีพอกิน ไม่เก็บล้างผลาญ เคารพในเจ้าป่าเจ้าเขาที่จะปกปักษ์รักษาให้ชาวบ้านไม่มีอันตรายตอนเข้าป่าและหาของป่าเหล่านี้ให้ชาวบ้านมีกิน การไหว้บูชาแม่น้ำโขงเพื่อรำลึกถึงคุณของแม่น้ำ ที่ให้มีปลาเพื่อเลี้ยงปากท้องชาวบ้าน เป็นต้น 

ทุกอย่างมีปัจจัยเกื้อหนุนทำให้มีสิ่งต่างๆ และดำเนินต่อไปด้วยความเชื่อ ผู้เรียนได้เรียนรู้จากรูปธรรมไปสู่นามธรรม ครูไม่ใช่ผู้บอกข้อมูลทั้งหมดนี้ ผู้ที่บอกเล่าได้ดีที่สุดคือชาวบ้านบนพื้นที่ ผู้เขียนแค่ทำหน้าที่ถามหรือปะติดปะต่อร้อยเรียงเรื่องราวเป็นเส้นเป็นสาย ให้เห็นความสัมพันธ์ของเรื่องต่างๆ เรื่องไหนยากเกินไปก็ถามนักเรียนไปทีละขั้นๆ เพื่อให้ผู้เรียนได้คำตอบนั้นด้วยตนเอง ซึ่งเป็นวิธีการเรียนรู้ที่ดีสำหรับเขา

หมู่บ้านตามุยมีเรื่องแง่ดีแง่งามของทรัพยากรธรรมชาติและภูมิปัญญาความเชื่อ แต่แท้จริงแล้วก็ไม่ได้อยู่อย่างสวยงาม ยังมีข้อติดขัดและปัญหามากมายถาโถมเข้ามาไม่หยุดไม่หย่อน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาจากพื้นที่ทำกินและที่อยู่อาศัยทับซ้อนกับเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ปัญหาแม่น้ำโขงแปรเปลี่ยนไป เนื่องมาด้วยการตั้งเขื่อนหลายแห่ง แม่น้ำจึงผิดไปจากฤดูกาลที่ควรเป็น ปัญหาใหญ่ทั้งสองเรื่องนี้ส่งผลต่อปากท้องของคนในหมู่บ้านพอสมควร จากที่ควรอยู่แบบพึ่งพิงตนเองได้ ก็ต้องเปลี่ยนไปตามปัญหาที่เกิดขึ้น 

พานักเรียนกรุงเทพฯ ไปเรียนรู้วิถีตามฤดูกาลที่บ้านตามุย บ้านเกิดของครูชาวอุบลราชธานี, การเรียนรู้นอกห้องเรียน, อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี
พานักเรียนกรุงเทพฯ ไปเรียนรู้วิถีตามฤดูกาลที่บ้านตามุย บ้านเกิดของครูชาวอุบลราชธานี, การเรียนรู้นอกห้องเรียน, อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี

ตัวผู้เรียนไม่รู้สาเหตุที่แท้จริงมากนัก ณ ที่ตรงนั้น จะรู้ได้แค่ผลกระทบที่ชาวบ้านบอกเล่า และความรู้สึกที่พวกเขาพบเจอกับปัญหานี้ ตัวผู้เรียนเองต้องเข้าใจถึงสภาพที่เกิดขึ้น และต้องนำเรื่องเหล่านั้นกลับมาทำงานต่อที่โรงเรียน เพื่อให้เข้าใจต้นเหตุปัญหาที่แท้จริงของชาวบ้าน 

นักเรียนได้ศึกษาไปจนถึงท้ายที่สุดว่า ตัวนักเรียนเองอาจเป็นส่วนหนึ่งของต้นเหตุปัญหา โดยเฉพาะการสร้างเขื่อนบนแม่น้ำโขงเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าให้นักเรียนใช้ทุกวันนี้ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า เราเองก็ยังจำเป็นต้องใช้ไฟฟ้าในชีวิตประจำวันอยู่ แล้วเราควรทำอย่างไรกับเรื่องนี้ดี

หลายคนคงมีคำตอบในคำถามนี้ แต่ท้ายที่สุดแล้ว นักเรียนจะเห็นว่าเป็นเช่นไรก็แล้วแต่ตัวนักเรียน เพราะไม่มีคำตอบสุดท้าย ผู้เขียนได้พานักเรียนมาเรียนรู้ พบเจอประสบการณ์เชิงประจักษ์ เจอความจริงบางอย่างจากหมู่บ้านตามุย จนมาถึงจุดหนึ่งที่นักเรียนต้องเริ่มคิดหรือทำเอง ไม่ใช่คอยบังคับทิศทางพวกเขาอยู่ตลอดเวลา จนผู้เรียนไม่ได้คิดเห็นอะไรได้เป็นตัวของตัวเอง 

หากทิศทางครูไม่ผิดเพี้ยนจากความเป็นจริง คงเป็นคำตอบที่ก่อประโยชน์ต่อผู้อื่น ไม่ทำให้ใครต้องเดือดร้อนจากความคิดนี้ เป็นคำตอบที่มีความคิด มีแง่งาม มีคุณค่าต่อสังคม อันจะทำให้ผู้เรียนสามารถเป็นพลเมืองที่ดีของสังคมต่อไปในภายภาคหน้า อย่างที่ครูไม่ต้องเป็นห่วงพวกเขาเลย

พานักเรียนกรุงเทพฯ ไปเรียนรู้วิถีตามฤดูกาลที่บ้านตามุย บ้านเกิดของครูชาวอุบลราชธานี, การเรียนรู้นอกห้องเรียน, อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี

Writer & Photographer

ภิญโญ เสาร์วันดี

ครูมัธยมที่ไม่ใช่นักเขียนที่เขียนได้ดี แต่อยากเขียนบอกเล่าการเรียนรู้ของครูและผู้เรียน ที่ได้เรียนรู้ความเป็นมนุษย์บนพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วไทย

โรงเรียนนานาชาติ

บทเรียนจากการไปใช้ชีวิตในทั่วโลก

นับถอยหลังไปเมื่อ พ.ศ. 2548 โรงเรียนเทศบาลบ้านโนนชัย มีโอกาสเข้าร่วมศึกษาการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการจาก โรงเรียนรุ่งอรุณ ทำให้เราได้แนวคิดดี ๆ และเอาความรู้ต่าง ๆ มาปรับใช้กับความเป็นท้องถิ่นของเราเอง เพราะโรงเรียนของเราเป็นโรงเรียนวิถีชุมชนท้องถิ่น การเรียนรู้จึงยึดหลักการเรียนรู้แบบบูรณาการสู่ชีวิต มุ่งเน้นพัฒนานักเรียนให้ใช้ความรู้เป็นและเกิดประโยชน์ต่อตนเอง ต่อผู้อื่น และสังคม (Knowledge-based Society) 

เรานำโจทย์ปัญหาจริงในสังคมหรือประเด็นวิกฤตปัญหาโลกมาเป็นแกนหลักของการเรียนรู้ ผ่านการลงมือทำบนบริบทจริงของโรงเรียน สภาพของปัญหาของสังคม และผลกระทบที่เกิดขึ้น ตลอดจนมีส่วนร่วมเสนอแนวทางแก้ไข เพื่อเป้าหมายการพัฒนานักเรียนให้เติบโตเป็นพลเมืองที่มีสำนึกรับผิดชอบต่อสังคม (Active Citizen) และพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ของผู้เรียนผ่านกระบวนการคิดและปฏิบัติจริง เน้นกิจกรรมแบบบูรณาการ การเรียนรู้จากฐานปัญหา (Problem Based Learning) การเรียนรู้แบบสร้างและพัฒนานวัตกรรม หรือเรียกว่า การเรียนรู้แบบโครงงาน (Project Based Learning) ตามแนวทางพัฒนา กระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียนแบบ Active Learning 

วิชาบูรณาการท้องถิ่นศึกษา วิชาเอาตัวรอดที่สอนเด็ก ๆ มองเห็นคุณค่าท้องถิ่น จ.ขอนแก่น

เราตั้งชื่อวิชาว่า ‘วิชาบูรณาการท้องถิ่นศึกษา’ เป็นวิชาที่ว่าด้วยการบูรณาการระหว่างวิชา เป็นการเชื่อมโยงหรือร่วมศาสตร์ต่าง ๆ ตั้งแต่ 2 สาขาวิชาขึ้นไป ภายในหัวเรื่องเดียวกัน เป็นการเรียนรู้โดยใช้ความรู้ความเข้าใจและทักษะในศาสตร์ หรือความรู้ในวิชาต่าง ๆ มากกว่า 1 วิชาขึ้นไป เพื่อแก้ปัญหาหรือแสวงหาความรู้ความเข้าใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง การเชื่อมโยงความรู้และทักษะระหว่างวิชาต่าง ๆ เพื่อช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ที่ลึกซึ้ง 

เราไม่ได้สอนเพียงผิวเผิน แต่จัดกระบวนวิชาให้ใกล้เคียงกับชีวิตจริงมากขึ้น เพื่อให้เขาใช้ได้จริงในชีวิต

มีจุดมุ่งหมายเพื่อฝึกทักษะผู้เรียน เตรียมความพร้อม เพราะโลกของเราเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา พร้อมทั้งสอดคล้องกับอัตลักษณ์ของโรงเรียน คือ กิน-อยู่-เป็น หมายถึง กินอย่างรู้คุณค่า อยู่อย่างมีความหมาย และเป็นพลเมืองที่เตรียมพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โดยผู้เรียนวิชานี้ก็คือ นักเรียนโรงเรียนเทศบาลบ้านโนนชัย

วิชาบูรณาการท้องถิ่นศึกษา วิชาเอาตัวรอดที่สอนเด็ก ๆ มองเห็นคุณค่าท้องถิ่น จ.ขอนแก่น

และด้วยภายใต้สถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมาทาง โรงเรียนของเราเปิดเรียนตามปกติไม่ได้ และเพื่อเป็นการสร้างการเรียนรู้ ไม่ให้นักเรียนเกิดสภาวะถดถอยและหลุดจากระบบ จึงเป็นที่มาของการเรียนรู้เรื่องข้าวหลากสี บทเรียนกินได้ และการทำ Eco Printing ลงบนผ้า โดยสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างนักเรียนและผู้ปกครอง 

แน่นอนว่าจากสถานการณ์ โควิด-19 ที่รุมเร้ามาเกือบ 3 ปี ทำให้ชีวิตใครหลายคนล้มลง แต่ทว่าเรายังมีแรงสู้ต่อจากคนที่รักและครอบครัว แม้แต่เราเองที่เป็นครูก็อยากสานฝันให้เด็กได้ค้นพบตัวเอง ค้นพบอาชีพ อยากพาไปตะลุยเรียนรู้ที่ต่าง ๆ เหมือนเคยทำมา เพื่อต่อยอดให้เขารู้จักตัวเองและเลือกเรียนสาขาที่ถนัด หรือสิ่งที่เขาต้องการต่อยอดในอนาคตได้ แต่สถานการณ์โควิด-19 ทำให้การจัดการเรียนรู้ของนักเรียนหยุดไป แต่การเรียนรู้ของนักเรียนชั้น ม.3 หยุดไม่ได้ เพราะการเรียนรู้ของเด็กต้องไปต่อ เราจึงมองวิกฤตเป็นโอกาส เพราะเด็กที่โนนชัยพื้นฐานครอบครัวไม่ได้ร่ำรวย

เราเลยชวนเด็ก ๆ หันกลับมามองตัวเองว่า ถ้าเราจะกินข้าวในหนึ่งมื้อ เพื่อลดภาระ ลดค่าใช้จ่าย เราจะทำอย่างไร โดยอาหารเหล่านั้นเป็นอาหารที่ประหยัดและมีคุณค่า เราควรหันมาใส่ใจครอบครัว เพราะเราเห็นว่า พ่อแม่ของเด็กหลายคนโดนเลิกจ้างงาน ไม่มีรายได้ แต่ในชีวิตประจำวันของเด็กยังมีรายจ่าย ก็เลยคิดว่าจะทำอะไรดีให้เด็กต่อยอดได้ในภาวะนี้ เลยนึกถึงเรื่องการทำอาหาร กลายมาเป็นการบูรณาการเรื่องอาชีพสร้างสรรค์ บทเรียนกินได้ บทเรียนติดปีก บทเรียนชีวิต และโภชนาการบนถาดหลุม การบูรณาการของเราไม่หยุดเดิน เพราะทุกคนต้องลุยกันต่อ

การจัดการเรียนการสอนแบบ On-Site เรามีการประสานผู้ปกครองเพื่อขออนุญาตนักเรียนก่อนออกจากบ้าน เพราะกระบวนการเรียนรู้ต้องมีการสืบค้นข้อมูลด้วย อย่าง ‘โภชนาการบนถาดหลุม’ เราชวนเด็ก ๆ เลือกอาหารในแบบที่เขาอยากกิน แต่ต้องคำนึงถึงความพอเพียง พอดี พอประมาณ โดยนักเรียนมีสิทธิ์เลือก และเราให้เขาคิดหาเมนูที่ชอบ ครบหลักโภชนาการ คาว หวาน มาหมด จากนั้นวิเคราะห์คุณค่าโภชนาการ เพื่อให้เด็ก ๆ รู้จักคุณค่าทางโภชนาการของเมนูอาหารที่ตนเองเลือก พร้อมทั้งให้นักเรียนประกอบอาหารที่นักเรียนเลือก อย่างเมนูกะเพราหมูกรอบ เมนูธรรมดา แต่จะทำอย่างไรให้ไม่ธรรมดา เห็นแล้วว้าว มีคุณค่าทั้งเบื้องหน้าและภายในใจ จึงเกิดไอเดียข้าวหลากสีขึ้นมา

เราเลือกวัตถุดิบธรรมชาติที่มีในบ้าน ท้องถิ่น ชุมชน ในความโชคร้ายกับภัยร้ายแบบนี้ เรามีความโชคดีคือ นักเรียนปลูกมะลิไร้สารเคมี จึงคิดเป็นเมนูข้าวกลิ่นมะลิ (หอมมากกก) นักเรียนอีกคน หนูมีอัญชัน เราก็สร้างสรรค์ข้าวสีม่วง นักเรียนคนนู้นเห็นมีดอกเฟื่องฟ้าอยู่ในโรงเรียน ส่วนอีกคนก็ยกมือบอกครู บ้านผมมีใบเตย ให้สีเขียว ทานอร่อย หอมหวานชื่นใจ เมนูอาหารจากข้าวหลากสี เด็ก ๆ ได้เรียนรู้พันธุ์ข้าวและสีธรรมชาติจากเรื่องราวรอบรั้ว

วิชาบูรณาการท้องถิ่นศึกษา วิชาเอาตัวรอดที่สอนเด็ก ๆ มองเห็นคุณค่าท้องถิ่น จ.ขอนแก่น

จากการเรียนการสอนที่เน้นสอนทาง On-line, On-demand, On-hand อยู่ต่อเนื่อง เนื่องจากนักเรียน ม.3 ต้องเตรียมตัวหลายอย่างในการต่อยอดและเลือกเรียนสาขาต่าง ๆ หรือสายอาชีพอีกมากมาย แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือการกลับมาอยู่กับครอบครัว ทำให้นึกได้ว่าอีกสิ่งหนึ่งที่ครูอย่างเราไม่ควรลืม คือ การพบปะนักเรียนกลุ่มย่อย ซึ่งเราสอน On-Site เป็นกลุ่มย่อยอยู่แล้ว แต่รอบนี้ต้องขอชวนผู้ปกครองคุยด้วย เพื่อถามข่าวคราวกัน ทั้งเรื่องปากท้องและเรื่องวินัยความเป็นอยู่ จะทำยังไงให้ผู้ปกครองและนักเรียนไม่เบื่อ เพราะเราเองก็เป็นครูประจำชั้น ม.3/1 อยากให้รู้ว่าครูยังห่วงใย 

วิชาบูรณาการท้องถิ่นศึกษา วิชาเอาตัวรอดที่สอนเด็ก ๆ มองเห็นคุณค่าท้องถิ่น จ.ขอนแก่น

ระหว่างนั่ง ๆ มองๆ คิด ๆ เราเห็นใบสักที่เติบโตและร่วงหล่น จึงเกิดไอเดียที่น่าเรียนรู้ร่วมกัน นอกจากเมนูข้าวหลากสีที่เล่าให้ฟัง ถ้ามีผ้าหลากสีบ้างคงจะดี เรามองหาวัสดุรอบตัวทันที และ ‘ใบสัก’ ก็เป็นนางเอกของเรื่องนี้

เราปิ๊งไอเดีย ‘สักศรี (สี)’ ชวนเด็ก ๆ มาทำผ้าพันคอ Eco Printing ด้วยกัน ระหว่างรอนึ่งผ้า ครู เด็ก ๆ และผู้ปกครองก็สรรหาเมนูอาหารง่าย ๆ กินกัน ขอขอบพระคุณแม่น้องเม ที่ทำขนมหวานหลากสีจากธรรมชาติล้วน ๆ และคุณแม่น้องขวัญที่ทำกะเพราหมูไข่ดาวและส้มตำสุดแซ่บ วันนี้เหมือนไม่ได้มาเรียน แต่เหมือนมาทานข้าวนอกบ้าน ได้ทั้งผ้าหลากสีกับข้าวหลากสี รอบหน้าจะมีดนตรีเพื่อสร้างสีสัน มีผลิตภัณฑ์จากสักศรี (สี) โปรดติดตามตอนต่อไป 

วิชาบูรณาการของโรงเรียนเทศบาลบ้านโนนชัย จ.ขอนแก่น ที่ทำให้เด็กต่อยอดอาชีพ ต่อยอดชีวิต และพัฒนาท้องถิ่นผ่านการลงมือทำ

เทอม 2 นี้ การเรียนการสอนก็ต้องดำเนินต่อไปเช่นกันในรูปแบบออนไลน์ แต่จะดีกว่านี้ถ้าพวกเราได้ลงมือทำอะไรสักอย่าง เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ที่ต่อยอดอาชีพ ต่อยอดการบริโภค ต่อยอดชีวิตในครัวเรือน เราซึ่งเป็นครูตัวเล็ก ๆ ก็คิดไอเดีย ‘ต่อยอดแบบวิถีพอเพียง หล่อเลี้ยงชีวี กินดีอยู่ดี แบบมีเงินออม’ ใบไม้แห้งที่โรงเรียนมีเยอะมาก ซึ่งเป็นปัญหาในการทำความสะอาด เราก็คิดช่วยกันจัดการใบไม้เหล่านี้ แต่ใครจะรู้ว่า ไอ้เจ้าปัญหานี่แหละ คือขุมทรัพย์ของเรา เพราะทำปุ๋ยหมักได้ แปลงเกษตรที่โรงเรียนก็มี ถ้าเราปลูกผักกินเอง ปุ๋ยก็ไม่ต้องซื้อ ผักก็ไม่ต้องซื้อ ที่สำคัญปลอดสารพิษ เปิดเทอมเมื่อไหร่ก็เอาผักส่งโรงอาหาร เหลือก็แบ่งกลับบ้าน ขายเก็บออมก็ยังไหว 

ก็เลยคิดไอเดีย ‘ปลูกเอง กินเอง นักเลงพอ ปุ๋ยก็ไม่ต้องขอ เรามีเพียงพอ ต่อยอดชีวี’ ฮิ้ว ๆ ๆ ว่าแล้วก็ชวนเด็ก ๆ มาสร้างพื้นที่เรียนรู้ ทำกิจกรรมภาคปฏิบัติกลุ่มย่อย กลุ่มละ 6 คน (ป.ล. ฉีดวัคซีนครบนะคะ) ช่วยกันทำปุ๋ยหมักเพื่อเตรียมปุ๋ยบำรุงดิน ก่อนที่เราจะไปเตรียมแปลงปลูกกัน นักเรียนที่มาเรียนก็ตั้งใจดี และที่สำคัญ การเรียนรู้ต้องลงมือทำถึงจะมีความหมาย เพราะต้อง Learning by Doing แบบ Active Learning และเรียนรู้แบบร่วมมือและมีส่วนร่วม เมื่อพร้อมแล้วเราก็ลุยทันที นัดหมายประชุมนักเรียน ผู้ปกครอง และ ครูชาญณรงค์ ที่เป็นเพื่อนร่วมทีมที่ช่วยเหลือกันมาตลอด พร้อมลุย

จากการจัดการเรียนรู้ครั้งนี้ นักเรียนร่วมสะท้อนแง่คิดดี ๆ ให้ครูได้รับรู้ว่าที่ผ่านมานักเรียนได้เรียนรู้แบบไหน ทั้งยังทบทวนและวางแผนต่อยอด ขอบใจลูก ๆ ทำให้ครูรู้ว่านักเรียนมีความสุขดี อดทน น่ารัก 

วิชาบูรณาการของโรงเรียนเทศบาลบ้านโนนชัย จ.ขอนแก่น ที่ทำให้เด็กต่อยอดอาชีพ ต่อยอดชีวิต และพัฒนาท้องถิ่นผ่านการลงมือทำ
วิชาบูรณาการของโรงเรียนเทศบาลบ้านโนนชัย จ.ขอนแก่น ที่ทำให้เด็กต่อยอดอาชีพ ต่อยอดชีวิต และพัฒนาท้องถิ่นผ่านการลงมือทำ

วิชาบูรณาการท้องถิ่นศึกษา ทำให้เรารู้ว่าการเรียนรู้นั้นมีอยู่รอบตัว รอบบ้าน และชุมชน การทำให้นักเรียนหันกลับมาใส่ใจสิ่งรอบตัวในชุมชนและท้องถิ่นของตนเองได้ จะทำให้เขาเห็นประโยชน์จากสิ่งที่มีอยู่ พร้อมพัฒนา ประยุกต์ใช้ความคิดสร้างสรรค์และใช้สื่อเทคโนโลยี ช่วยพัฒนาชุมชนของตนเองได้อย่างยั่งยืน ที่สำคัญ การพึ่งพาตนเองตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จะทำให้เราอยู่รอด อยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข ข้อดีอีกอย่างของวิชาบูรณาการ คือ เป็นวิชาที่ดึงศักยภาพและความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนได้โดยไม่ต้องมีกรอบบังคับ สะท้อนผ่านการลงมือทำของเด็ก ๆ ได้อย่างชัดเจน ทำให้นักเรียนฝึกอยู่กับปัจจุบัน รู้จักใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่าและปลอดภัย

ส่วนเราในฐานะครูผู้ออกแบบกระบวนวิชาก็เรียนรู้ว่าการเรียนรู้ในรูปแบบบูรณาการ เป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและเห็นศักยภาพของนักเรียนแต่ละคน ทำให้ครูได้เข้าใจชีวิตที่หลากหลายของนักเรียน และเราเชื่อว่ากระบวนการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ หลาย ๆ โรงเรียนคงทำกันอยู่แล้ว แต่สิ่งสำคัญ คือ การเห็นคุณค่าในสิ่งที่ท้องถิ่นของตนเองมี และประยุกต์ใช้ พัฒนา ต่อยอด สร้างคุณค่าให้กับสิ่งที่เรามีอยู่ นั่นคือการสร้างนวัตกรรมที่ดีที่สุด 

แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้น คือ เราต้องลงมือทำ

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ โรงเรียนนานาชาติ’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เรามีของขวัญส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

นันทนา ลีโคตร

ครูผู้จัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ โรงเรียนเทศบาลบ้านโนนชัย ที่เชื่อว่านักเรียนจะเกิดการเรียนรู้ได้อย่างถ่องแท้ หากได้ลงมือทำ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load