ภาพความน่ารักของ ‘มาเรียม’ และ ‘ยามีล’ น่าจะยังคงอยู่ในความทรงจำของใครหลายๆ คน

จากลูกพะยูนที่พลัดหลงกับแม่เข้ามาสู่การดูแลของกลุ่มนักอนุรักษ์และชาวบ้านบนเกาะลิบง จังหวัดตรัง เกิดเป็นปรากฏการณ์ ‘ลูกสาวลูกชายของคนไทย’ ที่แจกความสดใสให้แม่ยกพ่อยกไปทั่วสังคมออนไลน์

จนวันหนึ่งที่ลูกพะยูนน้อยทั้งสองตัวไปต่อไม่รอด ด้วยพลาสติกเต็มท้องจากน้ำมือของมนุษย์มักง่าย

การสูญเสียครั้งนี้จะต้องไม่เสียเปล่า เครือข่ายนักอนุรักษ์ได้ร่วมมือกับพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) นำร่างของมาเรียมและยามีลมาเก็บรักษาเป็นหุ่นสตัฟฟ์เพื่อประโยชน์ทางการศึกษาวิจัย โดยมีนักวิชาการและทีมงานมือหนึ่งด้านการสตัฟฟ์สัตว์ของไทยเป็นผู้ดูแลการดำเนินงานในครั้งนี้

เชื่อว่าหลายๆ คนนึกภาพไม่ออกว่าการสตัฟฟ์สัตว์ทำยังไง ด้านในตัวสัตว์ยังคงเป็นเนื้อ หรือเป็นวัสดุอื่นที่ยัดเข้าไปแทน

นักสตัฟฟ์สัตว์มือหนึ่งของประเทศไทยพร้อมจะเล่าให้ฟังแล้ว

เบื้องหลังการสตัฟฟ์เพื่อชุบชีวิต มาเรียมและยามีล สองลูกพะยูนขวัญใจมหาชน

อุทิศร่างเพื่อการศึกษา

แนวคิดการสตัฟฟ์สัตว์ในปัจจุบันเปลี่ยนไปจากในอดีตมากพอสมควร จากที่แต่เดิมสัตว์สตัฟฟ์ถูกใช้เป็นเครื่องหมายแห่งชัยชนะในการล่า มาสู่การทำเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาวิจัย การทำงานสตัฟฟ์สัตว์เพื่อการศึกษาจึงไม่ใช่การเน้นแข่งขันว่าใครมีครอบครองไว้เยอะกว่ากัน แต่เน้นความสมบูรณ์ถูกต้องตามหลักวิชาการ

บางครั้งสัตว์หนึ่งประเภททำสตัฟฟ์ไว้ตัวเดียวก็เพียงพอที่จะช่วยให้มนุษย์ได้เรียนรู้อะไรมากมาย รวมไปถึงกระตุ้นให้เกิดสำนึกในการอนุรักษ์ได้อีกทางหนึ่งด้วย พะยูน 2 ตัวก็เช่นกัน พวกมันไม่ได้เป็นแค่สัตว์สตัฟฟ์ แต่ยังเล่าเรื่องราวมากมายที่เกี่ยวกับปัญหาขยะพลาสติกในมหาสมุทร และเรื่องที่คนไทยทั่วประเทศส่งกำลังใจให้พวกมัน เป็นเรื่องราวที่น่าจะสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการลงมือแก้ปัญหาอะไรเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมแบบเดียวกับพะยูนทั้งสองอีก

พบกันครั้งแรก

หลังจากผ่านการผ่าชันสูตรสาเหตุการเสียชีวิตแล้ว ร่างของมาเรียมและยามีลถูกส่งมาที่กรุงเทพฯ โดยเครื่องบินของกองทัพเรือ วัชระ สงวนสมบัติ ผู้อำนวยการกองวัสดุอุเทศพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา เล่าให้ฟังถึงภาพแรกเมื่อได้พบร่างพะยูนทั้งสองที่สนามบินดอนเมือง ซึ่งเขายอมรับว่าไม่เป็นเหมือนดังที่คิด

วัชระ สงวนสมบัติ ผู้อำนวยการกองวัสดุอุเทศพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา

“เปิดเครื่องบินมามันไม่ใช่ภาพน่ารักเลย ร่างมันยุบ เหี่ยวๆ แห้งๆ โดยเฉพาะมาเรียม รู้สึกเศร้าเพราะดูเป็นสัตว์ป่วย ผอมซูบ ไม่เหมือนตัวที่เราเคยเห็นในข่าว เราก็คิดว่าจะทำยังไงต่อ ตอนนั้นใจผมยังเชื่อมั่นว่าทำได้นะ”

แม้จะอยู่ในมือของทีมนักสตัฟฟ์สัตว์ที่เก่งที่สุดในประเทศแล้ว แต่ด้วยสถานะของลูกพะยูนทั้งสองตัวนี้ที่เป็นดาราขวัญใจประชาชนซึ่งใครๆ ก็จับจ้อง ทำให้ความกดดันถาโถมเข้ามาสู่ทีมทำงานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เบื้องหลังการสตัฟฟ์เพื่อชุบชีวิต มาเรียมและยามีล สองลูกพะยูนขวัญใจมหาชน

“มีกระแสว่าไม่อยากให้ทำ เพราะเขาเคยเห็นสัตว์สตัฟฟ์ที่ไม่สวย ทำออกมาน่าหดหู่ คนก็กลัวผิดหวัง อยากเก็บภาพดีๆ ไว้ในความทรงจำ แต่ในมุมมองของเรามันมีประโยชน์มากกว่าสัตว์ทั่วไป ถึงแม้ไม่ใช่มาเรียมหรือยามีล เราก็ควรทำเก็บไว้ เพราะในไทยมีพะยูนสตัฟฟ์เพียงไม่กี่ตัว แล้วถ้านับตัวที่สตัฟฟ์สวยๆ เท่าที่ผมนึกออกก็ยังไม่มีตัวไหนที่เป็นสุดยอดของความเหมือน เนื่องจากพะยูนเป็นสัตว์ที่ทำค่อนข้างยาก ทีมงานเราก็ต้องคุยกันว่าเราจะต้องหาวิธีที่ดีที่สุดเพื่อรับกระแสต่างๆ ให้ได้” คุณวัชระกล่าวด้วยความมั่นใจ

กองวัสดุอุเทศพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา

วางแผนอย่างรัดกุม

ทีมงานตัดสินใจสตัฟฟ์ยามีลก่อนเนื่องจากมีสภาพที่สมบูรณ์กว่า ผิวหนังมีรอยผ่าชันสูตรน้อยกว่า และไม่ซูบผอมเท่ามาเรียม ขั้นตอนการทำงานถูกวางแผนมาอย่างรัดกุม โดยจะต้องทำแม่พิมพ์จากตัวจริงขึ้นมาก่อน หลังจากนั้นหล่อหุ่นซิลิโคนเพื่อใช้อ้างอิงสัดส่วนต่างๆ แล้วจึงค่อยทำหุ่นปูนปลาสเตอร์ให้เหมือนหุ่นซิลิโคนมากที่สุดเพื่อใช้เป็นโครงสร้างภายใน ก่อนที่จะเลาะหนังเพื่อนำมาหุ้มหุ่นปูนปลาสเตอร์อีกที

เบื้องหลังการสตัฟฟ์เพื่อชุบชีวิต มาเรียมและยามีล สองลูกพะยูนขวัญใจมหาชน

ขั้นตอนการหุ้มหนัง สิ่งที่ท้าทายที่สุดคือการวางหนังให้ตรงตำแหน่งแบบพอดีเป๊ะ เพราะหากตำแหน่งหนังเคลื่อนไปเพียงนิดเดียว จะทำให้จุดอื่นๆ เคลื่อนตามไปด้วยทั้งตัว การสตัฟฟ์สัตว์สี่ขาทั่วไปใช้ความยาวขาช่วยอ้างอิงตำแหน่งและขนาดได้ แต่สัตว์รูปร่างกลมเรียวยาวเป็นทรงกระบอกอย่างพะยูน ผอ.วัชระ ยืนยันว่า การวัดขนาดทำได้ยากกว่ามาก

“จากประสบการณ์ที่ทำสตัฟฟ์สัตว์มา รูปทรงนี้คือรูปทรงที่ยากที่สุดแล้ว อย่างเราวัดเส้นรอบวงได้ห้าสิบเซนติเมตร แต่เป็นวงรีหรือวงกลมล่ะ ตอนเอาหนังมาหุ้มถ้าเหลื่อมกันนิดเดียวมันก็ค่อยๆ ขยับไปหมด เราเลยต้องหล่อแบบซิลิโคนเอาไว้ก่อนเพื่อใช้อ้างอิงขนาดที่แท้จริง ผมคิดต่อว่าเนื่องจากมีผู้เกี่ยวข้องเยอะ แต่ตัวจริงมีตัวเดียว เช่น หากชาวบ้านเกาะลิบงอยากได้เพราะเขาผูกพัน ก็เอาหุ่นซิลิโคนไปเป็นตัวแทนได้ เพราะเป็นแบบที่หล่อจากตัวจริงก่อนที่จะผ่า เราทำตัวแทนอีกกี่ตัวก็ได้ ตราบใดที่พิมพ์ยังไม่พัง”

 วัชระ สงวนสมบัติ ผู้อำนวยการกองวัสดุอุเทศพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา เบื้องหลังการสตัฟฟ์เพื่อชุบชีวิต มาเรียมและยามีล สองลูกพะยูนขวัญใจมหาชน

หัวใจของการสตัฟฟ์สัตว์อยู่ที่หนัง

วันชัย สุขเกษม นักวิชาการ Taxidermy ประจำพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา คือหนึ่งในทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านการสตัฟฟ์สัตว์ที่ดูแลร่างของมาเรียมและยามีลมาตั้งแต่ต้น แม้จะทำงานแข่งกับเวลา แต่คุณวันชัยก็กล่าวกับเราว่างานละเอียดเช่นนี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่จะรีบร้อนได้

“ตอนนี้เราเพิ่งเริ่มยกมาเรียมออกมาจากตู้เย็น และอยู่ในขั้นตอนถอดพิมพ์จากตัวจริง เราตั้งเดดไลน์สำหรับมาเรียมไว้ว่าภายในสามวันต้องทำพิมพ์ให้เสร็จ โดยต้องแบ่งทำทีละซีกครับ พิมพ์เสร็จก็เอาไปแช่แข็งก่อน เพราะกว่าแบบซิลิโคนจะแห้งก็ใช้เวลานาน ถ้าทำในอุณหภูมิปกติหนังจะเสียหายเร็ว ถ้าหนังไม่ดีหนังไม่สวย หนังมันเน่าไปแล้ว เราก็จะสตัฟฟ์ไม่ได้ แต่ก็รีบไม่ได้อยู่ดี เพราะทำพิมพ์ต้องใช้เวลา ความชื้นของสัตว์ที่เราสตัฟฟ์มีผลต่อซิลิโคนด้วย ต้องค่อยๆ ทำ ใจเย็นๆ”

เบื้องหลังการสตัฟฟ์เพื่อชุบชีวิต มาเรียมและยามีล สองลูกพะยูนขวัญใจมหาชน

ทักษะสำคัญของการสตัฟฟ์สัตว์นอกจากความรู้ในเรื่องกายวิภาคแล้ว สมาธิและความใจเย็นคือสิ่งที่ทุกคนต้องมี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขั้นตอนการเลาะหนัง การขยับมือต้องแม่นยำไม่ต่างจากศัลยแพทย์ เพราะหากพลาดทำหนังขาด นั่นหมายถึงความเสียหายที่ย้อนกลับมาไม่ได้

การเลาะหนังจึงต้องใช้คนช่วยกันเลาะอย่างน้อยตัวละสองคน และจะต้องมีช่วงพักมือเป็นระยะ เพื่อหลีกเลี่ยงความเครียดสะสมที่อาจนำมาสู่ความผิดพลาดได้

เบื้องหลังการสตัฟฟ์เพื่อชุบชีวิต มาเรียมและยามีล สองลูกพะยูนขวัญใจมหาชน

ความท้าทายของสัตว์ทะเล

พะยูนเป็นสัตว์สงวน หากผู้ใดครอบครองซากต้องทำเรื่องขออนุญาตให้ถูกต้องตามกฎหมาย จึงทำให้ที่ผ่านมามีการสตัฟฟ์พะยูนน้อยมาก นั่นหมายความว่าข้อมูลที่ทีมงานจะมาใช้ช่วยในการทำงานยิ่งน้อยลงไปอีก

แม้แต่อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศที่คอยให้คำปรึกษาด้านการสตัฟฟ์สัตว์กับทางพิพิธภัณฑ์มาโดยตลอดก็ไม่มีประสบการณ์สตัฟฟ์พะยูนเช่นกัน เนื่องจากเป็นสัตว์หายากที่อาศัยอยู่ในทะเลแถบเขตร้อนเท่านั้น

เมื่อไม่มีองค์ความรู้ให้อ้างอิง ทีมงานไทยในครั้งนี้จึงต้องให้ความสำคัญกับการวางแผนงานอย่างละเอียดและคิดแก้ปัญหาอย่างรอบคอบในทุกๆ ขั้นตอน จนน่าจะถือได้ว่าการทำงานในครั้งนี้จะกลายเป็นงานครูอีกชิ้นที่จะเป็นแนวทางให้กับการสตัฟฟ์พะยูนในครั้งต่อไปในอนาคต

เบื้องหลังการสตัฟฟ์เพื่อชุบชีวิต มาเรียมและยามีล สองลูกพะยูนขวัญใจมหาชน

“เราเป็นทีมทำสัตว์ใหญ่โดยเฉพาะครับ เรายังไม่เคยทำพะยูน หนังพะยูนกับหนังสัตว์ปกติไม่เหมือนกัน ชั้นหนังจะบางกว่า แล้วในหนังอีกชั้นนึงมีไขมันแทรกอยู่ ถ้าเราเลาะบางไป พอนานๆ ไปก็เสี่ยงที่หนังจะแตกเพราะอากาศบ้านเราร้อนชื้น แต่ถ้าเราเลาะหนังไว้หนามากๆ ไขมันก็จะแทรกอยู่ในนั้น ก็จะต้องใช้ระยะเวลาการทิ้งไว้ให้แห้งนานขึ้น และอาจจะมีไขมันไหลเยิ้มออกมาตลอดเวลา

“เรื่องนี้เราได้คุยกันแล้วว่าเราจะใช้วิธีการฟอกหนังช่วยดึงไขมันในหนังสัตว์ออกมา ตอนแรกเราตีไว้สามเดือน แต่ถ้าปัญหาเรื่องไขมันยังไม่จบ เวลาการทำงานก็อาจจะยาวไปอีก เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างการทำงานที่เราคุมได้ยาก แต่เราก็พยายามวางแผนกันมาเยอะพอสมควรครับ” คุณวันชัยเล่าถึงความท้าทายที่ต้องเจอหน้างาน

มีไขมันเกินไปก็ไม่ได้ แห้งเกินไปก็ไม่ดี สำหรับการแก้ปัญหาหนังแห้งแตก ทีมงานตัดสินใจเติมไขมันเทียมให้ซึมเข้าไปในหนัง ซึ่งจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นแต่ไม่ละลายไหลเยิ้มในอากาศร้อนเหมือนไขมันธรรมชาติ นอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะเติมพาราฟินเข้าไปเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นด้วย เป็นการรวมเทคนิคสตัฟฟ์สัตว์หลายๆ ชนิดมารวมกันในการทำงานกับพะยูนตัวเดียว

เบื้องหลังการสตัฟฟ์เพื่อชุบชีวิต มาเรียมและยามีล สองลูกพะยูนขวัญใจมหาชน

ราวกับมีชีวิตจิตใจ

ความกังวลใหญ่อีกเรื่องหนึ่งที่มักจะเป็นประเด็นขึ้นมาเมื่อพูดถึงการสตัฟฟ์สัตว์ คือความสมจริง นักสตัฟฟ์สัตว์จะต้องมีความเข้าใจในเรื่องของกายวิภาคสัตว์ชนิดนั้นๆ รวมถึงออกแบบท่วงท่าของสัตว์ให้เหมาะสมและสื่อสารได้ถูกต้องมากที่สุด คำถามคือ สำหรับมาเรียมและยามีลที่สุขภาพร่างกายในวาระสุดท้ายของชีวิตไม่ได้สดใสสมตามวัยของมัน ทีมงานจะเลือกทำหุ่นสตัฟฟ์ของทั้งสองให้อยู่ในสถานะไหนของชีวิต

คุณวันชัยเล่าให้ฟังถึงแผนการที่วางไว้

“เราจะทำให้มาเรียมดูอ้วนนิดหนึ่ง ดูมีชีวิตชีวาขึ้นมานิดหนึ่ง ไม่อยากทำให้ผอมมากจนดูไม่ดี ก็รู้สึกกดดันนะครับ แต่ว่าเรามีความภูมิใจมากกว่าที่เราได้ทำงานแบบนี้ครับ โชคดีที่มีโอกาสได้ทำ ถือเป็นโชคดีของพวกเรา”

เบื้องหลังการสตัฟฟ์เพื่อชุบชีวิต มาเรียมและยามีล สองลูกพะยูนขวัญใจมหาชน

การสตัฟฟ์สัตว์มี 2 แบบ ถ้าทำแบบง่ายๆ มักจะใช้วัสดุเช่นฝอยไม้มายัดไว้ภายในตัว ผลลัพธ์ที่ได้จะดูป่อง พอง และไม่มีกล้ามเนื้อ จนทำให้ใครหลายคนติดภาพว่าสัตว์สตัฟฟ์จะต้องดูแข็งทื่อน่ากลัว แต่สำหรับการปั้นหุ่นขึ้นมาใหม่หรือการทำพิมพ์ จะทำให้โครงหุ่นมีกล้ามเนื้อสมจริงมากขึ้น จัดหนังให้โค้งเว้าตามกล้ามเนื้อได้

“อย่างดวงตาก็เหมือนกัน สัตว์บางชนิดมันสีดำก็จริง แต่ไม่ดำสนิท ตาปัจจุบันเราใช้สองแบบ หนึ่งคือ เรซิ่นที่ทำขึ้นมาเอง สองคือ สั่งตาสำเร็จรูปจากต่างประเทศเข้ามา เขาทำสีได้เหมือนจริงมาก แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นตาของสัตว์ต่างประเทศที่ล่าได้แล้วก็นิยมสตัฟฟ์ ถ้าเป็นสัตว์เฉพาะบ้านเราจะไม่มี บางตัวก็ต้องซื้อตาแก้วใสๆ มาทำสีเอง”

เบื้องหลังการสตัฟฟ์เพื่อชุบชีวิต มาเรียมและยามีล สองลูกพะยูนขวัญใจมหาชน

ส่งต่อจินตนาการและเนื้อหาสำคัญสู่ผู้ชม

ผอ.วัชระ ได้เล่าถึงข้อคิดที่อาจารย์ที่ปรึกษาชาวต่างชาติเคยฝากไว้

“อาจารย์ของผมแกบอกว่า สัตว์สตัฟฟ์เป็นสิ่งจัดแสดงที่ทำให้คนคิดเอง สมมติผมทำกวางกินหญ้า พ่อแม่ลูกสามคนมาด้วยกันแล้วก็ชี้ คนเห็นว่ากวางกินหญ้านี่ตามจุดประสงค์ของเราแล้ว แต่เด็กที่มาด้วยกันเขาอาจจะไม่ได้มองแค่กวางกินหญ้า เขาอาจจะมองว่ากวางมันรักลูกมันนะ มันเป็นการชี้ชวนกันชม งานชิ้นนั้นจะแสดงรายละเอียดได้แค่ไหนขึ้นอยู่กับฝีมือคนทำ ถ้าเราให้รายละเอียดหรือข้อมูลที่เป็นจริงได้ ในการสื่อสารเราจะแทบไม่ต้องใช้คำอธิบายเลย ตัวสัตว์สตัฟฟ์จะสื่อสารด้วยตัวมันเอง”

การสตัฟฟ์มาเรียมและยามีลในครั้งนี้ ผอ.วัชระ ผู้นำทีมนักสตัฟฟ์สัตว์ก็มีความคาดหวังที่อยากจะสื่อสารไปถึงผู้ชมด้วยเช่นกัน

กองวัสดุอุเทศพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา

“แน่นอนว่ามาเรียมกับยามีลเป็นตัวแทนได้หลายมุมมอง เป็นทั้งความหวังดี ความตั้งใจ ความรัก ความทุ่มเท ของคนที่พยายามจะช่วยสัตว์ ในขณะเดียวกันมันก็เป็นความโหดร้ายที่มันต้องตายโดยมนุษย์อีกกลุ่มนึง มันทำให้คนเห็นว่าทุกคนต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อจะช่วยโลกใบนี้ ถ้าไม่ทำก็จะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมาอีก บางทีเราไปสอนว่าลูกต้องหยุดใช้พลาสติกนะ มันคิดภาพไม่ออกหรอก แต่ถ้าเราบอกว่าถ้าเราใช้พลาสติกมาเรียมจะตายอีกกี่ตัวก็ไม่รู้ คนที่เขาติดตามและผูกพันกับมาเรียมมาตั้งแต่ต้น พอเห็นตัวสตัฟฟ์ก็จะตอบสนองได้ง่ายขึ้น ผมว่ามันคิดอะไรไปได้มากมาย”

ในท้ายที่สุดไม่ว่าหุ่นสตัฟฟ์มาเรียมและยามีลจะได้จัดแสดงในรูปแบบไหน แต่เราก็เชื่อว่ามันจะกลายเป็นบันทึกเรื่องราวความสูญเสียทางธรรมชาติที่ชัดเจนที่สุด เพื่อเป็นบทเรียนให้กับมนุษย์ได้เรียนรู้ที่จะวางตัวกับธรรมชาติให้ดีขึ้นกว่าเดิม

“สุดท้ายแล้วทั้งมาเรียมและยามีลมันได้กลายเป็นไอคอนการเปลี่ยนแปลงตัวเองของมนุษย์ไปแล้วล่ะครับ” ผอ.วัชระ กล่าวปิดท้าย

Writer

แก้วขวัญ เรืองเดชา

โปรดิวเซอร์สารคดีโทรทัศน์ นักเขียน และนักออกแบบนิทรรศการ

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

พระราชพิธีพระบรมศพ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 เปี่ยมไปด้วยความหมายทุกขั้นตอน ในงานถ่ายทอดสดทั่วโลก เราต่างได้เห็นว่าเหนือหีบพระบรมศพกษัตริย์ผู้ครองราชย์ยาวนานที่สุดของสหราชอาณาจักร ประกอบไปด้วยสิ่งต่าง ๆ ที่บอกเล่าความนัยพิเศษ

ธงรอยัล สแตนดาร์ด กับเครื่องราชกกุธภัณฑ์สหราชอาณาจักร 3 ชิ้น คือ พระมหามงกุฎอิมพีเรียล สเตต (The Imperial State Crown) พระลูกโลก (The Orb) และพระคทา (The Sceptre) บ่งบอกสถานะความเป็นกษัตริย์

การ์ดสีขาวลายพระหัตถ์สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 “In loving and devoted memory, Charles R.” บ่งบอกความเชื่อมโยงระหว่างประมุขผู้ล่วงลับ กับประมุขพระองค์ถัดไปผู้เป็นพระราชโอรส

แล้วพวงหรีดดอกไม้ที่ชูช่อสดสวยอยู่ใต้การ์ดสื่อถึงอะไร วัฒนธรรมดอกไม้ในราชสำนักวินด์เซอร์เป็นอย่างไรกัน ลองมาทำความรู้จักกันเสียหน่อย

ช่อดอกไม้เหนือหีบพระบรมศพ เหล้าจิน น้ำผึ้ง น้ำหอม ผลผลิตจากสวนพระราชฐานราชวงศ์อังกฤษ
ภาพ : Peter Byrne – PA IMAGES//GETTY IMAGES

ดอกไม้ช่อสุดท้ายบนหีบนี้ออกแบบตามพระราชประสงค์ของคิงชาร์ลส์ คือใช้ดอกไม้และใบพฤกษาจากพระราชวังบักกิงแฮม กับพระตำหนักแคลเรนซ์ ในลอนดอน และพระตำหนักไฮโกรฟ มณฑลกลอสเตอร์เชียร์ เป็นที่รู้กันดีว่าคิงชาร์ลส์ทรงคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมมาแต่ไหนแต่ไร และโปรดการจัดสวนตั้งแต่ดำรงพระอิสริยยศเป็นเจ้าชายแห่งเวลส์ ดังนั้นช่อดอกไม้สดนี้จึงได้รับการออกแบบให้ย่อยสลายได้ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยช่อดอกไม้ประกอบด้วยดอกเมอร์เทิล (Myrtle) โรสแมรี่ และกิ่งโอ๊ก

เมอร์เทิลเป็นดอกไม้สีขาวที่อยู่ในช่อดอกไม้เจ้าสาวราชวงศ์อังกฤษตั้งแต่ปี 1858 ในพระราชพิธีสมรสของเจ้าหญิงวิกตอเรีย พระราชธิดาองค์โตของสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย และพระราชพิธีสมรสของเจ้าหญิงพระองค์อื่น ๆ ดอกเมอร์เทิลกลายเป็นธรรมเนียมของราชสำนักที่เจ้าหญิงและสะใภ้หลวงจะทรงถือ เพื่อสื่อถึงความรัก ความหวัง โชคลาภ ความอุดมสมบูรณ์ และความสุขในชีวิตคู่ ในพระราชพิธีสมรสของเจ้าชายวิลเลียม เจ้าชายแห่งเวลส์ และเจ้าชายแฮร์รี ดยุกแห่งซัสเซกซ์ ทั้งแคเธอรีน มิดเดิลตัน และเมแกน มาร์เคิล ล้วนถือช่อดอกไม้ที่มีดอกเมอร์เทิลจากตำหนักออสบอร์น อดีตที่ประทับของราชวงศ์อังกฤษ

เมอร์เทิลที่ใช้ในพระราชพิธีพระบรมศพนี้ ตัดมาจากต้นเมอร์เทิลที่เติบโตจากกิ่งเมอร์เทิลในช่อดอกไม้งานพระราชพิธีสมรสของควีนเอลิซาเบธ กับเจ้าชายฟิลิป ดยุกแห่งเอดินบะระ ในปี 1947 การใช้ดอกไม้ชนิดนี้จึงสื่อถึงความผูกพันต่อพระราชสวามีผู้ล่วงลับในปีที่แล้ว 

ช่อดอกไม้เหนือหีบพระบรมศพ เหล้าจิน น้ำผึ้ง น้ำหอม ผลผลิตจากสวนพระราชฐานราชวงศ์อังกฤษ
ภาพ : Forest & Kim Starr
ช่อดอกไม้เหนือหีบพระบรมศพ เหล้าจิน น้ำผึ้ง น้ำหอม ผลผลิตจากสวนพระราชฐานราชวงศ์อังกฤษ
ภาพ : Jane6592

ส่วนโรสแมรี่ พันธุ์ไม้ศักดิ์สิทธิ์ตั้งแต่ยุคอียิปต์และกรีก-โรมันโบราณ เป็นสัญลักษณ์ของการจดจำตามธรรมเนียมยุโรป ในงานอนุสรณ์สงครามหรืองานศพ ผู้ไว้อาลัยจะโยนโรสแมรี่ลงไปในหลุมศพ บทละครของเชกสเปียร์หลายเรื่องก็ใช้โรสแมรี่ในงานพิธีศพหรือกล่าวถึงผู้เสียชีวิต

“There’s rosemary, that’s for remembrance. Pray you, love, remember.”

โอฟีเลีย นางเอกแห่ง Hamlet เอ่ยถึงพ่อของเธอ 

ช่อดอกไม้เหนือหีบพระบรมศพ เหล้าจิน น้ำผึ้ง น้ำหอม ผลผลิตจากสวนพระราชฐานราชวงศ์อังกฤษ
ภาพ : Snowmanradio

ถัดมาคือกิ่งโอ๊กอังกฤษ สัญลักษณ์แห่งความแข็งแกร่งทนทาน ความอดทน และภูมิปัญญา โอ๊กเป็นไม้ท้องถิ่นขนาดยักษ์ที่สูงใหญ่ พบได้ทั่วประเทศ และมีอายุยืนยาวหลายร้อยปี ไม้เนื้อแข็งทนทานชนิดที่ว่าฟ้าฝ่ายังยืนต้นอยู่ได้ ใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย ตั้งแต่สร้างบ้าน ทำเฟอร์นิเจอร์ ไปจนถึงต่อเรือ โอ๊กเป็นไม้สำคัญทั้งในประวัติศาสตร์และตำนานของอังกฤษ และได้รับสมญานามว่าเป็น The Wooden Walls of Old England 

นอกจากนี้ หรีดดอกไม้นี้ยังประกอบด้วยดอกเพลาร์โกเนียม กุหลาบ ไฮเดรนเยีย ซีดัม ดาเลีย และสกาบิโอซา ซึ่งล้วนมาจากสวนของราชสำนัก

ช่อดอกไม้เหนือหีบพระบรมศพ เหล้าจิน น้ำผึ้ง น้ำหอม ผลผลิตจากสวนพระราชฐานราชวงศ์อังกฤษ
ภาพ : Christopher Furlong //GETTY IMAGES

ส่วนหรีดบนหีบพระบรมศพสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ในงานพระราชพิธีก่อนหน้าที่มหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ ประกอบด้วยกุหลาบขาว ดาเลียขาว ประดับด้วยกิ่งสนจากพระราชวังบัลมอรัล พิตโตสปอรัม ลาเวนเดอร์ และโรสแมรี่จากพระราชวังวินด์เซอร์ 

ดอกไม้ขาวเป็นที่นิยมในงานศพ กุหลาบและดาเลียขาวเป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์ ความสงบ และกุหลาบขาวก็มักอยู่ในช่อดอกไม้ของเจ้าสาวด้วยเช่นกัน ช่อดอกไม้ในพระราชพิธีพิเษกสมรสของควีนวิกตอเรียมีกุหลาบขาว ซึ่งสื่อถึงความผุดผ่อง ความไร้เดียงสา และความซื่อสัตย์ต่อกัน

ช่อดอกไม้เหนือหีบพระบรมศพ เหล้าจิน น้ำผึ้ง น้ำหอม ผลผลิตจากสวนพระราชฐานราชวงศ์อังกฤษ
ภาพ : Alkis Konstantinidis //GETTY IMAGES

นอกจากนี้ยังมีพวงดอกไม้บนหีบพระบรมศพ เมื่อเคลื่อนย้ายพระบรมศพจากพระราชวังบัลมอรัลไปที่พระราชวังฮอลีรูด ประกอบด้วยดอกดาเลีย ดอกฟล็อกซ์ ดอกฮีเธอร์สีขาว กิ่งสน และดอกสวีทพี ซึ่งสวีทพีใช้ประดับหีบพระบรมศพเจ้าชายฟิลลิปเช่นกัน พืชพรรณเหล่านี้นำมาจากบัลมอรัล 

ฮีเธอร์สีขาวเป็นสัญลักษณ์ของความโชคดีของชาวสกอตแลนด์ หายากกว่าฮีเธอร์สีม่วง มีหลายตำนานที่เกี่ยวข้องกับเจ้าดอกไม้มงคลนี้ ตำนานหนึ่งที่จับใจคนที่สุด คือโศกนาฏกรรมของคู่รักชื่อมัลวิน่ากับออสการ์ ซึ่งกำลังจะแต่งงานกัน แต่ออสการ์เสียชีวิตในการสู้รบก่อนวันแต่งงาน ผู้นำข่าวร้ายมาแจ้งแก่ว่าที่เจ้าสาว ด้วยการนำกิ่งฮีเธอร์สีม่วงมามอบให้เธอ เพื่อสื่อถึงความรักของออสการ์อันเป็นนิรันดร์ เมื่อน้ำตาของมัลวิน่าหยดลงบนกลีบดอกไม้ ฮีเธอร์สีม่วงก็แปรเปลี่ยนเป็นสีขาว 

แม้จะเศร้าโศกมาก แต่มัลวิน่าไม่ได้อยากให้ใครต้องพบความเจ็บปวดเช่นเธออีก จึงอธิษฐานให้ฮีเธอร์สีขาวนำโชคดีมาสู่ผู้พบเห็น จึงกลายเป็นธรรมเนียมว่าช่อดอกไม้เจ้าสาวมักมีฮีเธอร์สีขาว เพื่อสื่อถึงสิริมงคลแห่งชีวิตคู่ 

ส่วนสวีทพี ดอกไม้งามแสนหอมแห่งเดือนเมษายน เป็นสัญลักษณ์ของความสุข การบอกลา การขอบคุณ ความซื่อสัตย์ ซึ่งเป็นที่นิยมในอังกฤษตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 19 และเป็นดอกไม้ประจำยุคเอ็ดวาร์เดียน มักใช้จัดตกแต่งในพิธีวิวาห์หรืองานเลี้ยงอาหารค่ำ มีสมญานามว่า Queen of Annuals คำว่า สวีทพี ยังเป็นคำใช้เรียกคนรัก เด็ก หรือสัตว์น่ารัก ๆ ด้วยความเอ็นดู 

นอกจากความอ่อนหวานของภาษาดอกไม้ สิ่งที่น่าประทับใจคือการนำพรรณพฤกษาจากสวนในเขตพระราชฐานมาใช้ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 โปรดธรรมชาติและการจัดสวน พระราชโอรสของพระองค์ก็เช่นกัน การใช้ดอกไม้จากที่ประทับต่าง ๆ ในการอำลาครั้งสุดท้าย จึงสื่อความหมายที่กินใจมาก

แถมท้ายอีกเล็กน้อยเรื่อง Royal Garden สวนอังกฤษของราชวงศ์วินด์เซอร์ลือชื่อเรื่องความงาม มีหนังสือออกมาหลายเล่ม เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม หรือใช้จัดกิจกรรมต่าง ๆ อยู่เสมอ และผลผลิตจากสวนก็เคยนำมาสร้างโปรดักต์หลายครั้ง 

ช่อดอกไม้เหนือหีบพระบรมศพ เหล้าจิน น้ำผึ้ง น้ำหอม ผลผลิตจากสวนพระราชฐานราชวงศ์อังกฤษ
ช่อดอกไม้เหนือหีบพระบรมศพ เหล้าจิน น้ำผึ้ง น้ำหอม ผลผลิตจากสวนพระราชฐานราชวงศ์อังกฤษ
ภาพ : www.royalcollectionshop.co.uk

ช่วงโควิดที่ผ่านมา พระราชวังบักกิงแฮมก็ผลิต Buckingham Palace Dry Gin ออกมาจำหน่าย ผู้เขียนจำได้ว่าเป็นข่าวฮือฮาและจำหน่ายหมดอย่างรวดเร็วจนต้องสั่งจอง ด้วยคำโฆษณาว่าใช้วัตถุดิบ 12 ชนิด เช่น เลมอน เวอร์บีนา ฮอว์ธอร์น ใบมัลเบอร์รี่ ที่เก็บมาจากสวนในพระราชวังบักกิงแฮมอันกว้างใหญ่ไพศาลถึง 16 เฮกเตอร์ เป็นบ้านของนก 30 สายพันธุ์ และดอกไม้ป่ามากกว่า 250 ชนิด

หลังจากนั้นเลยมีผลิตภัณฑ์อีกตัวตามมา คือ Buckingham Palace Sloe Gin คือใส่ลูกสโล หน้าตาคล้าย ๆ บลูเบอร์รีลงไปหมักใน Buckingham Palace Dry Gin ให้ได้รสชาติผลไม้ จินจะออกสีแดง ๆ 

ถ้าไม่ใช่สายดื่ม ยังมีผลิตภัณฑ์น้ำผึ้งดอกฮีเธอร์พระราชวังฮอลีรูด พระราชฐานในสกอตแลนด์ แต่เว็บไซต์บอกว่าน้ำผึ้งเก็บมาจากสวนรอบ ๆ พระราชวังบัลมอรัล ซึ่งเต็มไปด้วยดอกฮีเธอร์ อันนี้ก็แปลกใจว่าทำไมตั้งชื่อที่หนึ่ง แต่เก็บน้ำผึ้งมาจากอีกที่ แต่ทั้งสองพระราชวังอยู่ในสกอตแลนด์เหมือนกัน ทั้งสามผลิตภัณฑ์สั่งจองได้ที่ royalcollectionshop.co.uk แต่ไม่มีบริการส่งถึงเมืองไทยนะ 

ช่อดอกไม้เหนือหีบพระบรมศพ เหล้าจิน น้ำผึ้ง น้ำหอม ผลผลิตจากสวนพระราชฐานราชวงศ์อังกฤษ
ภาพ : www.royalcollectionshop.co.uk

ปี 2022 นี้ คิงชาร์ลส์ก็เพิ่งออกโปรดักต์ร่วมกับแบรนด์น้ำหอม Penhaligon หมาด ๆ เป็นน้ำหอม ‘Highgrove Bouquet’ ที่ได้แรงบันดาลใจจากสวนพระตำหนักไฮโกรฟในช่วงฤดูร้อน ซึ่งเป็นที่ประทับส่วนพระองค์ของคิงชาร์ลส์มาตลอดหลายสิบปี น้ำหอมประกอบด้วยกลิ่นดอกเจอเรเนียม ลาเวนเดอร์ ไฮยาซินธ์ ซิลเวอร์ไลม์ มิโมซา ทูเบอโรส ซีดาร์ รากไอริส และมัสก์ ซึ่งเน้นเรื่องแพ็กเกจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และ 10 เปอร์เซ็นต์ของรายได้จากการขายเข้ามูลนิธิการกุศลของคิงชาร์ลส์ด้วย 

ช่อดอกไม้เหนือหีบพระบรมศพ เหล้าจิน น้ำผึ้ง น้ำหอม ผลผลิตจากสวนพระราชฐานราชวงศ์อังกฤษ
ช่อดอกไม้เหนือหีบพระบรมศพ เหล้าจิน น้ำผึ้ง น้ำหอม ผลผลิตจากสวนพระราชฐานราชวงศ์อังกฤษ
ภาพ : www.penhaligons.com/uk/en/highgrove-bouquet

ในการผลัดเปลี่ยนรัชสมัยของสหราชอาณาจักร เราอาจจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงใหม่ต่าง ๆ เกี่ยวกับสวนในวัง ประเทศแห่งการจัดสวนนี้ดูจะมีอะไรให้ติดตามอยู่เสมอ

ข้อมูลจาก

www.theguardian.com/uk-news/2022/sep/19/a-handwritten-note-a-crown-and-a-wreath-items-on-queens-coffin-and-what-they-signify

www.townandcountrymag.com/society/tradition/a41277503/flowers-queen-elizabeths-coffin-meaning/

inews.co.uk/news/wreath-queen-coffin-what-mean-symbolism-funeral-flower-display-explained-1865652

www.theluxurytravelgroup.com/blog/drink-like-the-queen-with-the-first-official-buckingham-palace-gin

www.delicious.com.au/drinks/spirits-cocktails/article/queen-launches-sloe-gin-made-buckingham-palace-botanicals/zc28kuoh

en.wikipedia.org/wiki/Rosemary 

tree2mydoor.com/pages/information-trees-celtic-tree-calendar-oak-tree-symbolism

www.historic-uk.com/CultureUK/The-English-Oak/ 

darachcroft.com/news/the-symbolism-of-white-heather-in-scotland

kathleenkarlsen.com/sweet-pea-flower-meaning 

www.royalcollectionshop.co.uk/ 

www.penhaligons.com/uk/en/highgrove-bouquet 

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load