24 กุมภาพันธ์ 2564
15 K

ชิดลมวันนี้น่ารักขึ้น

เพราะร้าน B2S บนชั้น 6 ของห้างเซ็นทรัลชิดลม แต่งองค์ทรงเครื่องใหม่ แปลงโฉมเป็น B2S Think Space พื้นที่สร้างสรรค์โทนสีสว่างสะอาดตา ฟุ้งไปด้วยกลิ่นอายแสนอบอุ่นคล้ายร้านหนังสือกึ่งๆ ห้องสมุดของต่างประเทศ 

แม้ดูเรียบง่ายในภาพกว้าง แต่ดีไซน์กลับซับซ้อนหวือหวา ภาพของเล่นเสริมจินตนาการอันละลานตาและฝ้าเพดานลายท้องฟ้าจับใจเราตั้งแต่เห็นแวบแรก

B2S Think Space อุโมงค์หนังสือไซส์ยักษ์กลางเซ็นทรัลชิดลม การพลิกโฉมใหม่ของร้านหนังสือกลางห้าง
B2S Think Space อุโมงค์หนังสือไซส์ยักษ์กลางเซ็นทรัลชิดลม การพลิกโฉมใหม่ของร้านหนังสือกลางห้าง

ขณะย่างเดินเข้าไปด้านใน ใจก็พลันเต้นระรัวเมื่อเห็นอุโมงยักษ์ชวนพิศวง ซึ่งคอยดึงดูดให้อยากแอบเร้นกายใต้วงโค้งท่ามกลางหมู่มวลหนังสือเพื่อนยาก

จังหวะการออกแบบภายในชั้นเซียนทำให้เราสาวเท้าก้าวไปลึกๆ เรื่อยๆ โดยไม่รู้ตัว จากโซนหนังสือสู่โซนของใช้สำนักงาน โซนแกดเจ็ต และโซนขายเครื่องไม้เครื่องมือสำหรับงานศิลปะ เดินวนไปหลายรอบอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย ยิ่งได้ฝ้าเพดานกระจกสะท้อน ลวงตาให้พื้นที่ดูโอ่อ่ากว้างขวาง ลืมไปเลยว่าเดินเล่นอยู่ในห้างเก่าอายุหลายสิบปี   

อย่างนี้แล้วจะปรามตัวเองไม่ให้ตกหลุมพรางรักแหล่งรวมตัวป้ายแดงนี้ได้อย่างไรไหว

เมื่อได้รู้ว่าเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงจาก THINKK Studio เราก็คลายความแคลงใจลงทันที พลันนึกชื่นชมอยู่ในใจว่าวาดฝีไม้ลายมือเอาไว้ได้สมศักดิ์ศรีสตูดิโอออกแบบแถวหน้า

B2S Think Space อุโมงค์หนังสือไซส์ยักษ์กลางเซ็นทรัลชิดลม การพลิกโฉมใหม่ของร้านหนังสือกลางห้าง

ไม่รอเสียให้เสียเวลา ความกระหายใคร่รู้ของเราเร่งเร้าให้ยกโทรศัพท์นัดหมาย พลอย-พลอยพรรณ ธีรชัย ผู้อยู่เบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้มาต่อบทสนทนา

เชิญตีตั๋วรถไฟฟ้า (หรือจะขับยวดยานส่วนตัวก็ไม่ห้าม) มายังชิดลม ตบเท้าเข้าสู่ห้างเซ็นทรัล กดลิฟต์ขึ้นไปยังชั้น 6 ผ่านโซนของเล่นเด็กไปสู่ B2S Think Space หามุมสบายๆ ทอดกายเอนหลัง นั่งลงอ่านเรื่องราวของแลนด์มาร์กน้องใหม่ใจกลางเมืองไปพร้อมกัน

คำเตือน : ระหวังตกหลุมรักร้านหนังสือ

B2S Think Space อุโมงค์หนังสือไซส์ยักษ์กลางเซ็นทรัลชิดลม การพลิกโฉมใหม่ของร้านหนังสือกลางห้าง

พ่อสื่อแม่ชัก

“เขาเห็นผลงานเราแล้วชอบ เลยได้ร่วมงานกัน” คู่สนทนาของเราเริ่มเล่าที่มาที่ไป

“ตอนแรกพลอยทำงานกับเซ็นทรัลในการปรับปรุงบริเวณชั้น 6 ซึ่งมีหน้าร้าน B2S พอดี ทางเซ็นทรัลและ B2S อยากให้การออกแบบเป็นไปทิศทางเดียวกัน เราเลยได้ทำตรงนี้ด้วย”

ถ้าเป็นละครก็คงเป็นฉากเมื่อพระเอกและนางเอกได้เจอกันตามคำแนะนำของพ่อสื่อแม่ชัก เพราะตอนนั้น B2S กำลังมีไอเดียจะแปลงโฉมหน้าร้านสาขานี้เป็น B2S Think Space พื้นที่สำหรับความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งมอบประสบการณ์แปลกใหม่และเป็นแหล่งพลังงานบวกให้แก่ลูกค้า ภายใต้หน้าตาของร้านหนังสือและอุปกรณ์เครื่องเขียนอยู่พอดิบพอดี

แววตาเป็นประกายของนักออกแบบมากประสบการณ์กระซิบบอกเราว่า โอกาสในการเล่นสนุกคราวนี้ทำให้เจ้าตัวตื่นเต้นใจฟูสุดๆ

“พอตกลงจับมือกัน เราทำงานเข้าขากันดีมาก แม้เขาจะมีภาพในหัวอยู่แล้วว่าอยากได้แบบไหน แต่ด้วยความเชื่อใจ เวลาเราเสนออะไรเขารับฟังทุกอย่าง เราทำงานอย่างแฮปปี้และราบรื่น” เธอเล่าถึงเหตุที่ผลักให้งานออกมาดีสมใจ

B2S Think Space อุโมงค์หนังสือไซส์ยักษ์กลางเซ็นทรัลชิดลม การพลิกโฉมใหม่ของร้านหนังสือกลางห้าง

ร้านหนังสือเมืองนอก

“เราเคยเห็นร้านหนังสือสวยๆ ในเมืองนอกแล้วอยากให้บ้านเรามีบ้าง” ยังไม่ทันเอ่ยปากถาม เจ้าตัวก็เล่าถึงแรงบันดาลใจแรกด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

“เราอยากให้มีร้านขายหนังสือและเครื่องเขียนสวยๆ เพื่อดึงดูดคน ดูเข้าถึงง่าย และเป็นมิตรต่อลูกค้าทุกกลุ่ม ยิ่งสมัยนี้ปิดตัวลงกันเยอะ เราเลยอยากเปลี่ยนความคิดให้คนออกมาร้านหนังสือ”

B2S Think Space อุโมงค์หนังสือไซส์ยักษ์กลางเซ็นทรัลชิดลม การพลิกโฉมใหม่ของร้านหนังสือกลางห้าง

เมื่อได้รับโจทย์ว่าอยากเป็นร้านค้าที่เสิร์ฟประสบการณ์อันน่าจดจำไปในตัว พลอยจึงเริ่มภารกิจครั้งใหม่ด้วยการออกไปทำความรู้จัก B2S เพื่อจับคาแรกเตอร์ของแบรนด์

“เราไปเยี่ยมตามสาขาต่างๆ เพื่อสัมผัสประสบการณ์จริง จะได้รู้ว่าอะไรควรเพิ่ม อะไรควรลด แล้วเอามาเป็นข้อมูลในการออกแบบ เพราะอยากให้เป็นตัวตนของแบรนด์ได้มากที่สุดและไม่เหมือนแห่งอื่นๆ เลยตีโจทย์เป็นเหมือนสวนสาธารณะ สถานที่สำหรับพักผ่อน” 

ดีไซเนอร์สาวรับประกันว่าถ้าใครได้แวะเข้ามาเยี่ยมเยือน จะต้องได้ไอเดียเจ๋งๆ ติดสมองกลับไปไม่น้อยแน่นอน

Park of Creativity

B2S Think Space ที่เซ็นทรัลชิดลม คือเหล้าเก่าในขวดใหม่

ที่ว่า ‘เหล้าเก่า’ คือความเก๋าประสบการณ์และการไม่ยอมผ่อนปรนคุณภาพแบบเดิม ไม่ใช่ความน่าเบื่อจำเจ

ที่ว่า ‘ขวดใหม่’ คือใหม่ในรูปลักษณ์ เพิ่มอรรถรสในการดื่ม

B2S Think Space อุโมงค์หนังสือไซส์ยักษ์กลางเซ็นทรัลชิดลม การพลิกโฉมใหม่ของร้านหนังสือกลางห้าง

พลอยเริ่มต้นจากการเนรมิตโซนหน้าสุดอย่าง Play&Learn Space ให้กลายเป็นสวนในจินตนาการ ประหนึ่งหลุดมาจากการ์ตูนเรื่องโปรดสมัยยังแบเบาะ

“นอกจากอยากทำให้กลมกลืนกับรอบๆ ซึ่งขายของเล่นแล้ว เรายังเชื่อว่าทุกคนเคยมีวัยเด็ก และลึกๆ แล้วยังมีความเป็นเด็กซ่อนอยู่ในตัวเสมอ จึงจำลองเป็นโลกการ์ตูน ทำเสาต้นไม้ไซส์ยักษ์ ชั้นวางของเนินเขา ฝ้าเพดานท้องฟ้าแสนสดใส เหมือนเป็นสนามเด็กเล่นจริงๆ เข้าคู่ไปกับสินค้าเสริมจินตนาการที่จัดเรียงอย่างเป็นระเบียบอยู่ตามชั้น”

B2S Think Space อุโมงค์หนังสือไซส์ยักษ์กลางเซ็นทรัลชิดลม การพลิกโฉมใหม่ของร้านหนังสือกลางห้าง

เพียงไม่กี่ก้าวถัดเข้ามาด้านในคือคลังนิทานเด็ก มีโต๊ะและเก้าอี้ตัวจิ๋วไว้ให้คุณหนูๆ นั่งเล่นได้เพลินๆ ของตกแต่งแวดล้อมชวนให้คิดเพ้อฝันหมุนทวนเข็มนาฬิกากลับไปสมัยยังเตาะแตะ คลุ้งไปด้วยอายแห่งความไร้เดียงสา

ใครมากับลูกหลานกรุณาจับมือกันไว้ให้มั่น เพราะเพียงได้ย่างกรายเข้าสู่บริเวณนี้ เจ้าตัวจิ๋วเป็นต้องปลื้มอกปลื้มใจแน่นอน

B2S Think Space อุโมงค์หนังสือไซส์ยักษ์กลางเซ็นทรัลชิดลม การพลิกโฉมใหม่ของร้านหนังสือกลางห้าง
B2S Think Space อุโมงค์หนังสือไซส์ยักษ์กลางเซ็นทรัลชิดลม การพลิกโฉมใหม่ของร้านหนังสือกลางห้าง

น้องๆ หนูๆ หลงใหลโซนนี้ฉันใด ผู้ใหญ่คงต้องหลงใหล Book Cave อุโมงหนังสือขนาดเบิ้ม แลนด์มาร์กสำคัญแห่งใหม่ฉันนั้น

เพียงแรกเห็นก็พลันจินตนาการถึงภาพยนตร์ไซไฟอวกาศสักเรื่อง เพราะถ้ำนี้ดูสูงโปร่งราวกับเป็นพื้นที่ Double Space เพดานโล่ง

แล้วเราก็ถูกสายตาลวงเข้าอย่างจัง

“ข้อจำกัดอย่างหนึ่งคือโครงสร้างเก่าคับแคบ และเราอยากให้ถ้ำหนังสือมีหลายมิติ ไม่ใช่แค่แนวราบ เลยทำฝ้าเป็นกระจกสะท้อน นอกจากสร้างความโล่งโปร่งให้แก่บริเวณแล้ว ยังช่วยสร้างมุมมองให้อุโมงดูสูงขึ้นได้อีก ตอนแรกจะทำเป็นโครงสร้างแบบเบาๆ โปร่งๆ แต่ทาง B2S อยากให้อิมแพ็คผู้ชมทันที ระดมความคิดกันจนได้แบบนี้”

นักออกแบบคนเก่งออกท่าทาง ชี้ไม้ชี้มือชวนให้เราดูพลางไขปริศนา รู้ตัวอีกทีพวกเราก็เอาตัวเองมาอยู่ใต้ถ้ำนี้

B2S Think Space อุโมงค์หนังสือไซส์ยักษ์กลางเซ็นทรัลชิดลม การพลิกโฉมใหม่ของร้านหนังสือกลางห้าง
B2S Think Space อุโมงค์หนังสือไซส์ยักษ์กลางเซ็นทรัลชิดลม การพลิกโฉมใหม่ของร้านหนังสือกลางห้าง
B2S Think Space อุโมงค์หนังสือไซส์ยักษ์กลางเซ็นทรัลชิดลม การพลิกโฉมใหม่ของร้านหนังสือกลางห้าง

อีกหนึ่งจุดน่าสนใจและเหมาะแก่การแชะภาพไปอวดเพื่อนสุดๆ คือชั้นหนังสือติดผนังทรงโค้งขนาดใหญ่ ยกพื้นสูงขึ้นกว่าเดิมนิด นอกจากให้อารมณ์บรรยากาศห้องสมุดในมหาวิทยาลัยเมืองนอกแล้ว ยังมี Reading Nuxe มุมอ่านหนังสือสุดเก๋ ชวนสุ่มหยิบสักเล่มแล้วนั่งลงอ่าน น่าขลุกตัวตลอดทั้งวัน

B2S Think Space อุโมงค์หนังสือไซส์ยักษ์กลางเซ็นทรัลชิดลม การพลิกโฉมใหม่ของร้านหนังสือกลางห้าง

“เราพยายามใส่พวกโคมไฟและเพิ่มมุมอ่าน เพื่อให้บรรยากาศเหมือนห้องสมุด เอื้อต่อการหยิบจับ ที่สำคัญคือทาง B2S เขาไม่ห้ามเลย ไม่เคยบอกให้ทำเพื่อไม่ให้คนมานั่งอ่านแม้แต่ครั้งเดียว กลับยินดีมากๆ หากคนเลือกจะเข้ามาใช้เวลาที่นี่”

พลอยวางเส้นทางสำรวจไว้อย่างสนุก แขกไปใครมา ไม่ว่าตั้งใจเลือกหาอะไรติดตัวกลับไป ล้วนต้องลองลอดอุโมงนี้ดูสักครั้ง

ทะลุมาอีกฝั่งคือโซน Stationery Space และโซน Lifestyle Space  เธอได้เอางานออกแบบมาช่วยจัดหน้าร้านให้การขายอุปกรณ์เครื่องเขียนและแกดเจ็ตนานาชนิดดูมีชีวิตชีวา ไม่น่าเบื่อจำเจ

B2S Think Space อุโมงค์หนังสือไซส์ยักษ์กลางเซ็นทรัลชิดลม การพลิกโฉมใหม่ของร้านหนังสือกลางห้าง
B2S Think Space อุโมงค์หนังสือไซส์ยักษ์กลางเซ็นทรัลชิดลม การพลิกโฉมใหม่ของร้านหนังสือกลางห้าง

ถัดเข้าไปด้านในสุดคือ Art&Craft Space แดนสวรรค์สำหรับศิลปิน ไม่ว่าจะมือใหม่สมัครเล่นหรือระดับเซียนชั้นครู ยิ่งได้ THINKK Studio เข้ามาช่วยเพิ่มกิมมิกพิเศษ อย่างการจัดดิสเพลย์ขายสีอะคริลิกและแปรงทาสี ที่พนักงานปรับเปลี่ยนรูปแบบได้ตามแต่ใจสร้างสรรค์ ยิ่งช่วยยืนยันการเป็นขุมทรัพย์แห่งไอเดียของ B2S สาขานี้ได้อย่างแจ๋ว

แต่ละตรอกซอกซอยดูสนุกน่าค้นหาไปเสียทุกหมด แม้ไม่ใช่จุดไฮไลต์ แต่ถ้าเดินเล่นวนไปเรื่อยๆ ก็ม่วนใจหลายอยู่ มวลพลังงานบวกที่คละคลุ้งกลืนไปกับชั้นวางสินค้าชวนให้เสียทรัพย์ได้ง่ายๆ ไม่ด้อยไปกว่ากันเลย

Place for Us All

What a perfect combination!

ถ้าให้นึกถึงที่ที่ทั้งงานดีไซน์และการใช้งานเดินทางมาพบกับเอกลักษณ์ของแบรนด์ได้อย่างลงตัว B2S Think Space สาขาเซ็นทรัลชิดลมคือหนึ่งในนั้น

B2S Think Space อุโมงค์หนังสือไซส์ยักษ์กลางเซ็นทรัลชิดลม การพลิกโฉมใหม่ของร้านหนังสือกลางห้าง

“บางคนมองแป๊บเดียวรู้เลยว่าเราออกแบบ เพราะดูโมเดิร์นแบบเป็นมิตร เรียบง่าย แต่ใส่ใจรายละเอียด อย่างที่แขวนกระเป๋าช้อปปิ้ง ชั้นขายขนม เก้าอี้ โซฟา รวมทั้งโคมไฟตามจุดต่างๆ เราออกแบบใหม่หมดเพื่อที่นี่โดยเฉพาะ หัวเสาเราก็ดีไซน์เพื่อสื่อสารถึงสินค้าแต่ละโซน ลูกค้าจะได้ไม่หลง

“จุดแข็งคือเรามีทั้งนักออกแบบผลิตภัณฑ์ สถาปนิก และนักตกแต่งภายใน พอได้ประสบการณ์และข้อมูลจาก B2S มาประกอบ THINKK Studio เกือบจะไม่มีข้อจำกัดในการทำโปรเจกต์นี้เลย”

B2S Think Space อุโมงค์หนังสือไซส์ยักษ์กลางเซ็นทรัลชิดลม การพลิกโฉมใหม่ของร้านหนังสือกลางห้าง

ดีไซเนอร์สาวตรงข้ามเรากวาดตามองบรรยากาศโดยรอบด้วยแววแห่งความภาคภูมิใจไปพลาง

“อีกหนึ่งความตั้งใจ…” เธอหยุดรอให้เสียงประกาศจากห้างจบลงก่อน

“คือการพยายามทำให้ต้อนรับได้ทุกคน ไม่เจาะจงกลุ่มใดเป็นพิเศษ ปากกาแท่งละสิบบาทก็มีขาย เด็กนักเรียนเลิกเรียนมาซื้อได้ ทุกคนในครอบครัวใช้เวลาตรงนี้ได้ พ่อไปพลิกหนังสือหุ้น แม่เอ็นจอยอยู่โซนหนังสือทำอาหาร ลูกคนโตเปิดดูหนังสือติว ลูกคนเล็กสนุกสนานกลางดงหนังสือการ์ตูน อยากให้เป็นพื้นที่แห่งความสุขจริงๆ”

เรามีโอกาสได้เดินลัดเลาะดูบรรยากาศในล่วงหน้าครู่หนึ่งก่อนคู่สนทนามาถึง 

อวยความสุขอันลอยฟุ้งอยู่เต็มบริเวณ และรอยแย้มซึ่งแย้มส่งมาจากดวงตาของผู้คนที่เดินผ่านเราไปมาตลอดการสนทนา คือเครื่องยืนยันว่าพลอยทำสำเร็จ

ถ้ากล่าวให้ง่ายที่สุด B2S Think Space คือร้านขายหนังสือและอุปกรณ์เครื่องเขียนซึ่งก้าวกระโดดหลุดกรอบไปไกลกว่าภาพจำแบบเดิมๆ มาก เป็นคอมมูนิตี้และแหล่งเติมไฟความคิดสร้างสรรค์แห่งใหม่กลางชิดลมที่พร้อมให้เข้าไปซุกซ่อนตัวได้อย่างอบอุ่นตลอดทั้งวัน

B2S Think Space สาขาเซ็นทรัลชิดลม

ชั้น 6 เซ็นทรัลชิดลม เลขที่ 1027 ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

Writer

นิรภัฎ ช้างแดง

กองบรรณาธิการผู้คนพบความสุขในวัยใกล้เบญจเพสจากบทสนทนาดีๆ กับคนดีๆ และเพลงรักสุดแสน Bittersweet ของ Mariah Carey

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

4

1

นับเลขช้า ๆ สูดหายใจเข้าลึก ๆ ผ่อนลมหายใจออก เตรียมตัวหลีกหนีจากความวุ่นวายไปสู่ความสงบ ชีวิตช้า ๆ ที่ทำให้สบายใจ

ทว่ายังไม่ทันจะได้เริ่มหายใจให้ช้าลง พระพิรุณก็กระหน่ำฟ้าฝนลงมาดั่งแกล้งกัน เหลือบตามองท้องฟ้าที่มืดครึ้มแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจยาว ๆ ตามมาด้วยเงาของความกังวลที่วันนี้อาจจะไม่มีโอกาสได้เข้าไปสำรวจ ‘Slow Life บางกอก Market’ แห่งนี้เสียแล้ว

กระนั้นความร้อนใจของเราก็ได้ดับลงด้วยผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ผู้มาพร้อมแนวคิดชีวิตที่ช้าลงโบกมือเรียกเราเข้าบ้านด้วยรอยยิ้ม

เชฟจิ้น-กวีวิรัญจ์ บัวสุวรรณ Slow Life บางกอก

ปรับบ้านเพื่อแบ่งปัน 

จิง-ธีรา ลี้อบาย เจ้าของตลาด Slow Life บางกอก และศิลปินนักวาดภาพสีน้ำผู้สนใจสิ่งแวดล้อม เปิดบ้านพาเราเข้าไปนั่งในพื้นที่ ‘พักทำสวน’ ที่เปิดเป็นคาเฟ่ให้ผู้คนได้เข้ามาพักผ่อนพร้อมรับประทานอาหารที่ดีและอร่อย 

ทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามายังบ้านสีขาวสลับน้ำตาลหลังนี้ บรรยากาศชวนนึกถึงบ้านพักต่างจังหวัดสวย ๆ สักหลังที่ทำให้เราได้หย่อนใจในวันเหนื่อยล้า จนย้อนคิดได้ว่า นับวันพื้นที่แสนสงบในกรุงเทพฯ ยิ่งหายาก ด้วยความเจริญและเศรษฐกิจที่เติบโต เมืองหลวงของเราจึงมีภาพจำของความวุ่นวาย เร่งรีบ ตึกสูงและคอนโดมิเนียม ที่แห่งนี้จึงเป็นดั่งขุมทรัพย์ใน ‘ลาดพร้าว’ ย่านที่ถูกขนานนามว่า ไฟแดงชาตินี้ ไฟเขียวชาติหน้า 

Slow Life บางกอก : ตลาดออร์แกนิกแสนสงบที่คืนบรรยากาศ 'ลาดมะพร้าว' ในอดีตให้ย่านลาดพร้าว

จิงเล่าให้เราฟังว่า เจ้าของบ้านตัวจริงคือ เชฟจิ้น-กวีวิรัญจ์ บัวสุวรรณ ที่สนใจวัตถุดิบท้องถิ่น ธรรมชาติ และการเกษตร ผู้เป็นเจ้าของแนวคิด Slow Life ในบางกอก 

“พี่จิ้นเป็นเจ้าของบ้าน โตที่นี่ ตรงนี้ก็เป็นญาติกันไปหมดจนสุดคลองลาดพร้าว เป็นที่ดินของคุณตาคุณยาย คุณลุงคุณป้า ตัวพี่จิ้นเติบโตมากับการวิ่งเล่นริมสวน พื้นที่ตรงนี้เคยเป็นลาดพร้าวที่เป็นลาดมะพร้าวจริง ๆ พอเมืองเข้ามา ก็ยังอยากเก็บบรรยากาศเดิม ๆ ไว้” จิงเล่า

เชฟจิ้น-กวีวิรัญจ์ บัวสุวรรณ Slow Life บางกอก

บ้านขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่นี้ชั้นล่างเป็นร้านอาหาร ส่วนด้านบนเป็นแกลเลอรี่ที่เปิดให้ศิลปินเข้ามาแสดงผลงานได้ จึงอาจกล่าวได้ว่า นอกเหนือจากการเป็นคาเฟ่หรือบ้านพักริมสวนของสองสามีภรรยาแล้ว พื้นที่แห่งนี้ยังเป็นสนามเด็กเล่นให้ผู้คนได้รู้และได้ลองทำในสิ่งที่ตนเองต้องการ 

Slow Life บางกอก : ตลาดออร์แกนิกแสนสงบที่คืนบรรยากาศ 'ลาดมะพร้าว' ในอดีตให้ย่านลาดพร้าว

“ไม่ได้อยากให้ที่นี่เป็นบ้านของเรา หรือร้านของเราอย่างเดียว เราเปิดให้หลาย ๆ คนเข้ามา อย่างเชฟเขาก็เป็นเชฟในระบบทั่วไป นอกจากวันทำงานแล้ว พอมีวันหยุด 1 วัน ก็อยากทำอะไรที่มันมีคุณค่า มากกว่าเมนูที่ระบบสั่งมา เลยชวนให้น้องมาอยู่ที่นี่ เขาจะดีไซน์เมนูของเขา เปิดพื้นที่ให้คนที่อยากลอง”

Slow Life บางกอก : ตลาดออร์แกนิกแสนสงบที่คืนบรรยากาศ 'ลาดมะพร้าว' ในอดีตให้ย่านลาดพร้าว

ย้อนรอยวันเปิดตลาด

นอกเหนือจากตัวบ้านที่เปิดเป็นคาเฟ่แล้ว จุดมุ่งหมายที่พาเรามาที่นี่ คือตลาด Slow Life บางกอก

ตลาดแห่งนี้เริ่มมาจากงานขึ้นบ้านใหม่ ด้วยความที่ทั้งสองคนอยู่ในแวดวงสินค้าออร์แกนิกอยู่แล้ว จึงถือโอกาสชวนเพื่อนนำสินค้ามาขายที่บ้าน แต่ก็ไม่ได้สานต่อโปรเจกต์นี้มากนักเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 หลังภาวะโรคระบาดนี้ดีขึ้น จิงจึงตัดสินใจกลับมาจัดตลาดอีกครั้ง ประกอบกับในช่วงนั้นได้พบกับมูลนิธิ MOA ซึ่งสนับสนุนเกษตรกรเรื่องออร์แกนิก สุนทรี ปรัชญา ธรรมชาติกับศิลปะ ตลอดจนสุขภาพและวัฒนธรรม จากเดิมทีที่การทำงานพัฒนาเกษตรกรต้องดำเนินการในต่างจังหวัดเท่านั้น ตลาดนี้จึงเป็นโอกาสให้ได้พัฒนาเกษตรกรในกรุงเทพฯ ร่วมด้วย

พอมีคำว่าออร์แกนิกขึ้นมา เราก็อดสงสัยไม่ได้ว่า ในโลกอันกว้างใหญ่ของนิยามคำว่าออร์แกนิกนั้น ความเข้าใจของเราจะถูกต้องสักเศษเสี้ยวหนึ่งไหม 

Slow Life บางกอก : ตลาดออร์แกนิกแสนสงบที่คืนบรรยากาศ 'ลาดมะพร้าว' ในอดีตให้ย่านลาดพร้าว

จิงคิดอยู่สักพักก่อนตอบว่า “เราก็คุยกันอยู่เหมือนกันนะ ว่าอะไรจะมาชี้วัดว่าออร์แกนิก เราว่ามันคือหัวใจของคนที่ทำ บางคนอาจจะคิดว่าแค่ตรารับรอง มันก็คือออร์แกนิกแล้ว ใจของคนทำสำคัญกว่า ถ้าเราตั้งใจทำ ตั้งใจไม่ใช้ยา ถึงปริมาณไม่ได้เยอะ ไม่ได้สวยงามก็ดีกว่า ออร์แกนิกไม่ใช่แค่มาตรฐานหรือตรากำกับ มันคือจิตใจของผู้คนนี่แหละ” 

จุนเจือกันไม่ขาด 

คุยกันไปมาได้สักพัก ฟ้าที่มืดครึ้มก็สว่างจ้า กลับมาทอแสงแดดสวยเหมือนเดิม เรามองออกไปจากประตูกระจกของร้านเห็นบรรดาพ่อค้าแม่ค้ายกโต๊ะ เก้าอี้ และร่มคันสวย กลับมาจัดหน้าร้านกันอย่างขันแข็ง จึงถือโอกาสให้จิงพาเดินชมตลาดพลางพูดคุยกัน

Slow Life บางกอก : ตลาดออร์แกนิกแสนสงบที่คืนบรรยากาศ 'ลาดมะพร้าว' ในอดีตให้ย่านลาดพร้าว

ความเป็นกันเอง สบาย ๆ ของทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย เป็นจุดเด่นที่สังเกตเห็นได้ทั้งตลาด หรืออาจกล่าวได้ว่า ที่นี่ไม่ได้มีกฎเกณฑ์อะไรมากมาย ในราคาค่าแผงเพียง 100 บาท พ่อค้าแม่ค้าต่างพึ่งพาตนเองและช่วยเหลือกัน นอกจากนั้นความพิถีพิถันในการเลือกลูกตลาดให้ลูกค้าที่เข้ามาซื้อของได้รับประโยชน์สูงสุด ก็เป็นอีกความน่าสนใจที่ทำให้ที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงตลาดออร์แกนิกธรรมดา

Slow Life บางกอก : ตลาดออร์แกนิกแสนสงบที่คืนบรรยากาศ 'ลาดมะพร้าว' ในอดีตให้ย่านลาดพร้าว

Slow Life บางกอก Market เปิดพื้นที่ให้สินค้าออร์แกนิก เกษตรอินทรีย์ พืช อาหารที่ไม่ใช้ยาฆ่าหญ้า ยาฆ่าแมลง และเหล่างานคราฟต์เข้ามาขาย โดยคำนึงมากกว่าเพียงตัวผลิตภัณฑ์ เพราะจิงและจิ้นมองลึกลงไปถึงความสัมพันธ์ ร้านค้าที่เข้ามาเป็นลูกตลาดต้องมีจุดเด่นที่บอกได้ว่าสินค้าของคุณต่างจากคนอื่นอย่างไร และนอกจากดีต่อร่างกายแล้ว มันดีต่อใจอย่างไร

ชิมรสชาติพิเศษล้ำ

จิงพาเราเดินมาถึงร้านสวนดินคานาอัน รถเข็นคันเล็ก ๆ ที่ขายพัฟย่าง ทั้งรสเผือก เห็ดอบชีส ไก่เทอริยากิ และผักโขมอบชีส แต่สิ่งที่สะดุดตาเรามากที่สุด คือ ‘ปลาส้มฟัก’ เมนูที่เราพยายามมองหา ‘ฟัก’ ในอาหารชนิดนี้ 

เด็กกรุงเทพฯ ตาใสอย่างเราไม่เคยได้ยินเมนูนี้มาก่อน พี่เจ้าของร้านอธิบายให้ฟังว่า ปลาส้มฟักก็เหมือนแหนม แต่เป็นแหนมที่ทำจากเนื้อปลา โดยรากศัพท์เกิดจากการผสมคำว่า ปลาส้ม แปลว่าการนำปลาไปหมักดอง กับฟักที่หมายถึงการสับหรือบดละเอียด ปลาส้มฟักร้านนี้ใช้ปลาจากเขื่อนอุบลรัตน์ ไม่มีก้างและไม่มีผงชูรส 

Slow Life บางกอก : ตลาดออร์แกนิกแสนสงบที่คืนบรรยากาศ 'ลาดมะพร้าว' ในอดีตให้ย่านลาดพร้าว

 เดินถัดมา 3 – 4 ร้าน เราสังเกตเห็นร้านที่เหมือนรถขายกาแฟทั่วไป แต่มีเลม่อนปลูกเองจากสวนที่นำมาสรรสร้างเป็นเมนูพิเศษมากมาย ตั้งแต่เครื่องดื่มเพิ่มความสดชื่นอย่างเลม่อนน้ำผึ้ง หรือกาแฟเลม่อนที่มีรสหวานอมเปรี้ยวขมปลาย ช่วยให้วันฟ้าหมอง ๆ สว่างขึ้นมาได้ 

 ระหว่างพูดคุยเรื่องสัพเพเหระ เจ้าของร้านชวนเราชิมเมล็ดโกโก้สด สัมผัสแรกคือกลิ่นโกโก้ที่หอมตีขึ้นจมูก ก่อนจะตามมาด้วยความมันและรสขมบาง ๆ ความรู้สึกคล้ายกำลังทานเมล็ดถั่วที่มีกลิ่นโกโก้หอมตลบอบอวลทั้งปาก

ตลาดสโลว์ไลฟ์ใจกลางลาดพร้าวที่อยากให้ทุกคนหายใจช้าลง ด้วยบรรยากาศผ่อนคลาย อาหารออร์แกนิก งานคราฟต์ และสังคมเกื้อกูล

นอกจากนั้นยังมีร้านข้าวต้มมัดที่มีคุณยายวัย 80 ปี ซึ่งเป็นผู้นำชุมชนนำมาขาย โดยขนมในตะกร้าสานนั้นเวียนกันไปในการจัดตลาดแต่ละครั้ง ตั้งแต่ถั่วแปบ ขนมใส่ไส้ ขนมกล้วย ตลอดจนขนมฟักทอง อาจเรียกได้ว่า คุณจะได้สุ่มทานขนมไทยอร่อย ๆ ทุกครั้งที่มาเยือนตลาดแห่งนี้

ตลาดสโลว์ไลฟ์ใจกลางลาดพร้าวที่อยากให้ทุกคนหายใจช้าลง ด้วยบรรยากาศผ่อนคลาย อาหารออร์แกนิก งานคราฟต์ และสังคมเกื้อกูล

พาทัวร์ออกนอกถิ่น 

หลังตลาดแห่งนี้จัดต่อเนื่องมาถึง 3 ครั้ง จิงและจิ้นยังคงมุ่งหวังให้ตลาดนี้ดำเนินไปอย่างต่อเนื่องในรูปแบบของคอมมูนิตี้ที่เพื่อน ๆ พร้อมช่วยเหลือกัน โดยอาจจะเปิดโปรเจกต์ใหม่ด้วยการพาลูกตลาดไปสัญจรยังที่ต่าง ๆ 

ตลาดสโลว์ไลฟ์ใจกลางลาดพร้าวที่อยากให้ทุกคนหายใจช้าลง ด้วยบรรยากาศผ่อนคลาย อาหารออร์แกนิก งานคราฟต์ และสังคมเกื้อกูล

“เราไม่ได้อยากให้เป็นร้านอย่างเดียว เราอยากให้เป็นที่ที่คนมารวมกัน มาเจอกันที่นี่แล้วก็ไปเจอกันที่อื่นได้อีก มารู้จักกันที่นี่แล้วพากันไปที่อื่นได้อีก”

ฝึกจนชินด้วยเวิร์กชอป

สำหรับเดือนกันยายนนี้ ตลาด Slow Life บางกอก จัดขึ้นในธีม Workshop Village ชวนคุณเข้ามาทดลองทำงานคราฟต์ด้วยพลังกายและพลังใจ แนวคิดของธีมนี้เกิดขึ้นจากการรับความคิดเห็นของผู้คนที่เข้ามาเยี่ยมชมตลาดเมื่อ 2 ครั้งที่ผ่านมา ประกอบกับความต้องการปรับพื้นที่โซนสวนให้คนเข้าไปเดินเล่นได้ จนกลายเป็นต้นกำเนิดของงานในครั้งนี้ สำหรับเดือนถัด ๆ ไป Slow Life บางกอก Market ก็จะรับข้อเสนอแนะและปรับธีมไปตามความสนใจของผู้คนในตลาดเช่นกัน

ตลาดสโลว์ไลฟ์ใจกลางลาดพร้าวที่อยากให้ทุกคนหายใจช้าลง ด้วยบรรยากาศผ่อนคลาย อาหารออร์แกนิก งานคราฟต์ และสังคมเกื้อกูล

ผ้าผ่อนเกิดอาภรณ์

หลังเดินวนชมมารอบตลาด ก็ถึงเวลาที่เราขอเข้าร่วมเวิร์กชอปการเย็บเสื้อง่าย ๆ กับร้าน Beehive Art-icle Rare แนวคิดหลักของการตัดเย็บเสื้อผ้านี้ คือการมอง ‘เครื่องนุ่งห่มให้เป็นเครื่องนุ่งห่ม’ หากมองย้อนไปในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา มนุษย์มองเสื้อผ้าต่างออกไปจากอดีต เราใช้เสื้อผ้าเป็นเครื่องประดับร่างกาย สิ่งเพิ่มความสวยงาม โดยลืมหน้าที่หลักอย่างการเป็นเครื่องนุ่งห่มไป ปัญหาจากแนวคิดเหล่านี้ทำให้เกิดภาวะขยะแฟชั่นล้นเมือง คนใส่เสื้อครั้งเดียวแล้วก็ทิ้ง Beehive Art-icle Rare จึงนำเสนอมุมมองใหม่ ๆ ในการตัดเย็บเสื้อผ้าให้เราได้สวมใส่อย่างสวยงามและรักษ์โลกในคราวเดียวกัน 

เรากับการตัดเย็บเสื้อผ้า ถ้าพูดให้คนในครอบครัวฟังก็คงขำแล้วบอกว่ามันเป็นงานที่ต้องอาศัยทักษะชั้นสูง แต่กว่า 1 ชั่วโมงในการทำเวิร์กชอปนี้ไม่น่าเบื่อเลย และทำให้เราได้เปิดมุมมองใหม่ ๆ ของการตัดเย็บเสื้อผ้าอีกด้วย 

เริ่มต้นจากการเลือกผ้าที่ต้องการ จากนั้นนำผ้ามาฉีกออกมาเป็น 2 ส่วนคือ ด้านหน้าและด้านหลังของตัวเสื้อ จากนั้นวัดพื้นที่บริเวณคอเสื้อและใช้เข็มกลัดกลัดไว้เพื่อเย็บไหล่ทั้งสองข้าง ก่อนเย็บด้านข้างของลำตัว และติดป้ายร้านเพื่อแสดงเป็นเครื่องหมายว่า ‘วันนี้เราได้มาเจอกัน’

ตลาดสโลว์ไลฟ์ใจกลางลาดพร้าวที่อยากให้ทุกคนหายใจช้าลง ด้วยบรรยากาศผ่อนคลาย อาหารออร์แกนิก งานคราฟต์ และสังคมเกื้อกูล

ช่วงเวลา 50 กว่านาทีที่นั่งอยู่ใต้ชายคาของร้านนี้ มีสมาชิกร่วมตัดเย็บกับเราอีก 1 คน จนคล้ายเป็นสภากาแฟในช่วงบ่ายที่ได้ร่วมพูดคุยกันถึงประเด็นสิ่งแวดล้อม ด้วยความแตกต่างของช่วงวัยทำให้คุณป้าถามเราถึงเทรนด์การรักษาสิ่งแวดล้อมในวัยรุ่น จากประเด็นการแยกขยะและเสื้อผ้า Fast Fashion นำไปสู่การพูดคุยระดับนโยบายของประเทศ การกำจัดขยะ และปัญหางบประมาณประเทศที่จำเป็นต้องลงทุนกับการดูแลสิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืน

“พอพูดเรื่องการแยกขยะ บางทีเราไม่ได้แยกขยะ แต่เราไม่สร้างขยะตั้งแต่แรก พยายามซื้อของมือสอง ใส่เสื้อมือสอง มันก็คือเรื่องสิ่งแวดล้อมทั้งนั้น” คุณป้าเจ้าของร้านสรุปประเด็นที่พูดคุยกัน หลังเราเล่าเรื่องเสื้อผ้ามือสองของโกดังต่าง ๆ

ช่วงบ่าย 3 – 4 โมงเย็นที่เรานั่งใช้เข็มสะกิดเนื้อผ้าไปมาจนเป็นทรง วงนั่งเล่นขึ้นมาซ้อมดนตรีขับกล่อมให้ใจเย็นลง ดั่งช่วงเวลาเวทมนตร์ เวิร์กชอปนี้จึงมอบเสื้อสวย ๆ ให้สวมกลับบ้านอย่างภาคภูมิใจ พร้อมด้วยบทสนทนาดี ๆ ที่เปิดมุมมองใหม่ในหลากหลายประเด็น

ตลาดสโลว์ไลฟ์ใจกลางลาดพร้าวที่อยากให้ทุกคนหายใจช้าลง ด้วยบรรยากาศผ่อนคลาย อาหารออร์แกนิก งานคราฟต์ และสังคมเกื้อกูล

เงาสะท้อนช้าจนชาญ

จากตอนแรกที่รู้สึกหลงถิ่นเหลือเกินกับการเดินทางเข้ามายังพื้นที่นี้ ด้วยนิสัยรีบร้อนของมนุษย์กรุงเทพฯ ที่ฝังลึกในดีเอ็นเอ แถมยังไม่เข้าใจคำว่าสโลว์ไลฟ์อย่างถ่องแท้ จนพาลให้จิงต้องอธิบายความหมายให้ฟังอยู่หลายรอบ

“คนทั่วไปคิดว่าสโลว์ไลฟ์หมายถึงต้องใช้ชีวิตช้า ๆ อะไรแบบนี้ใช่ไหม (หัวเราะ) จริง ๆ แล้วไม่เลยนะ ไม่ต้องใช้ชีวิตช้า ๆ ที่นี่มี Gadgets เทคโนโลยีทั่วไป ติดโซลาร์เซลล์ เราใช้โรบอตดูดฝุ่นบ้าน ใช้เทคโนโลยีทุกอย่าง แค่ไม่ต้องใช้ชีวิตแบบกดดันหรือเร่งรีบในระบบของสังคม แค่ทำสิ่งที่เราอยากทำนั่นแหละ มันเป็นความสุขภายใต้มุมของเรา เรายังไปเดินห้างปกติ ไม่ต้องกินอาหารออร์แกนิกเท่านั้น ผงชูรสก็กินได้ ส่วนตัวเรารู้สึกว่าความหลากหลายนั้นสำคัญกว่า เรากินสารพิษหลาย ๆ อย่างแล้วก็คละเคล้ากัน เราก็อยู่ได้” เราท้าวคางนั่งฟังจิงอย่างตั้งใจ โดยไม่รู้ตัวเลยว่าประโยคนี้เปลี่ยนความคิดเราไปมากมาย 

เชฟจิ้น-กวีวิรัญจ์ บัวสุวรรณ Slow Life บางกอก

ที่นี่เป็นเสมือนขุมทรัพย์ใจกลางเมืองที่พาเราไปพักผ่อนสบาย ๆ โดยไม่ต้องขับรถหลายชั่วโมงไปถึงต่างจังหวัด ด้วยสภาพแวดล้อม สังคม และผู้คน จะชวนให้เราได้พักหายใจ ทำอะไรช้าลง คิดอะไรช้าลง  

หากคุณมีเวลาว่างในวันหยุดเสาร์แรกของต้นเดือนหน้า เราอยากชวนให้คุณได้ไปสัมผัสประสบการณ์ดี ๆ ของตลาดที่จัดขึ้นด้วยใจ ณ Slow Life บางกอก Market

ตลาดสโลว์ไลฟ์ใจกลางลาดพร้าวที่อยากให้ทุกคนหายใจช้าลง ด้วยบรรยากาศผ่อนคลาย อาหารออร์แกนิก งานคราฟต์ และสังคมเกื้อกูล

Slow Life บางกอก 

ที่ตั้ง : ซอยจามจุรี รัชดา32/ลาดพร้าว23 เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร (แผนที่

วัน-เวลาทำการ​ : ทุกเสาร์แรกของเดือน เวลา 10.00 – 18.00น.

โทรศัพท์ : 08 9897 9651

Facebook : Slow Life บางกอก 

Writer

ปณิตา พิชิตหฤทัย

นักเรียนสื่อผู้ชอบเล่าเรื่องแถวบ้าน ความฝันสูงสุดคือการเป็นเพื่อนกับแมวสามสีทุกตัวบนโลก

Photographer

ณัฐวุฒิ เตจา

เกิดและโตที่ภาคอีสาน เรียนจบจากสาขาศิลปะการถ่ายภาพ สนใจเรื่องราวธรรมดาแต่ยั่งยืน ตอนนี้ถ่ายภาพเพื่อเข้าใจตนเอง ในอนาคตอยากทำเพื่อเข้าใจคนอื่นบ้าง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load