24 กุมภาพันธ์ 2564
18 K

ชิดลมวันนี้น่ารักขึ้น

เพราะร้าน B2S บนชั้น 6 ของห้างเซ็นทรัลชิดลม แต่งองค์ทรงเครื่องใหม่ แปลงโฉมเป็น B2S Think Space พื้นที่สร้างสรรค์โทนสีสว่างสะอาดตา ฟุ้งไปด้วยกลิ่นอายแสนอบอุ่นคล้ายร้านหนังสือกึ่งๆ ห้องสมุดของต่างประเทศ 

แม้ดูเรียบง่ายในภาพกว้าง แต่ดีไซน์กลับซับซ้อนหวือหวา ภาพของเล่นเสริมจินตนาการอันละลานตาและฝ้าเพดานลายท้องฟ้าจับใจเราตั้งแต่เห็นแวบแรก

B2S Think Space อุโมงค์หนังสือไซส์ยักษ์กลางเซ็นทรัลชิดลม การพลิกโฉมใหม่ของร้านหนังสือกลางห้าง
B2S Think Space อุโมงค์หนังสือไซส์ยักษ์กลางเซ็นทรัลชิดลม การพลิกโฉมใหม่ของร้านหนังสือกลางห้าง

ขณะย่างเดินเข้าไปด้านใน ใจก็พลันเต้นระรัวเมื่อเห็นอุโมงยักษ์ชวนพิศวง ซึ่งคอยดึงดูดให้อยากแอบเร้นกายใต้วงโค้งท่ามกลางหมู่มวลหนังสือเพื่อนยาก

จังหวะการออกแบบภายในชั้นเซียนทำให้เราสาวเท้าก้าวไปลึกๆ เรื่อยๆ โดยไม่รู้ตัว จากโซนหนังสือสู่โซนของใช้สำนักงาน โซนแกดเจ็ต และโซนขายเครื่องไม้เครื่องมือสำหรับงานศิลปะ เดินวนไปหลายรอบอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย ยิ่งได้ฝ้าเพดานกระจกสะท้อน ลวงตาให้พื้นที่ดูโอ่อ่ากว้างขวาง ลืมไปเลยว่าเดินเล่นอยู่ในห้างเก่าอายุหลายสิบปี   

อย่างนี้แล้วจะปรามตัวเองไม่ให้ตกหลุมพรางรักแหล่งรวมตัวป้ายแดงนี้ได้อย่างไรไหว

เมื่อได้รู้ว่าเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงจาก THINKK Studio เราก็คลายความแคลงใจลงทันที พลันนึกชื่นชมอยู่ในใจว่าวาดฝีไม้ลายมือเอาไว้ได้สมศักดิ์ศรีสตูดิโอออกแบบแถวหน้า

B2S Think Space อุโมงค์หนังสือไซส์ยักษ์กลางเซ็นทรัลชิดลม การพลิกโฉมใหม่ของร้านหนังสือกลางห้าง

ไม่รอเสียให้เสียเวลา ความกระหายใคร่รู้ของเราเร่งเร้าให้ยกโทรศัพท์นัดหมาย พลอย-พลอยพรรณ ธีรชัย ผู้อยู่เบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้มาต่อบทสนทนา

เชิญตีตั๋วรถไฟฟ้า (หรือจะขับยวดยานส่วนตัวก็ไม่ห้าม) มายังชิดลม ตบเท้าเข้าสู่ห้างเซ็นทรัล กดลิฟต์ขึ้นไปยังชั้น 6 ผ่านโซนของเล่นเด็กไปสู่ B2S Think Space หามุมสบายๆ ทอดกายเอนหลัง นั่งลงอ่านเรื่องราวของแลนด์มาร์กน้องใหม่ใจกลางเมืองไปพร้อมกัน

คำเตือน : ระหวังตกหลุมรักร้านหนังสือ

B2S Think Space อุโมงค์หนังสือไซส์ยักษ์กลางเซ็นทรัลชิดลม การพลิกโฉมใหม่ของร้านหนังสือกลางห้าง

พ่อสื่อแม่ชัก

“เขาเห็นผลงานเราแล้วชอบ เลยได้ร่วมงานกัน” คู่สนทนาของเราเริ่มเล่าที่มาที่ไป

“ตอนแรกพลอยทำงานกับเซ็นทรัลในการปรับปรุงบริเวณชั้น 6 ซึ่งมีหน้าร้าน B2S พอดี ทางเซ็นทรัลและ B2S อยากให้การออกแบบเป็นไปทิศทางเดียวกัน เราเลยได้ทำตรงนี้ด้วย”

ถ้าเป็นละครก็คงเป็นฉากเมื่อพระเอกและนางเอกได้เจอกันตามคำแนะนำของพ่อสื่อแม่ชัก เพราะตอนนั้น B2S กำลังมีไอเดียจะแปลงโฉมหน้าร้านสาขานี้เป็น B2S Think Space พื้นที่สำหรับความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งมอบประสบการณ์แปลกใหม่และเป็นแหล่งพลังงานบวกให้แก่ลูกค้า ภายใต้หน้าตาของร้านหนังสือและอุปกรณ์เครื่องเขียนอยู่พอดิบพอดี

แววตาเป็นประกายของนักออกแบบมากประสบการณ์กระซิบบอกเราว่า โอกาสในการเล่นสนุกคราวนี้ทำให้เจ้าตัวตื่นเต้นใจฟูสุดๆ

“พอตกลงจับมือกัน เราทำงานเข้าขากันดีมาก แม้เขาจะมีภาพในหัวอยู่แล้วว่าอยากได้แบบไหน แต่ด้วยความเชื่อใจ เวลาเราเสนออะไรเขารับฟังทุกอย่าง เราทำงานอย่างแฮปปี้และราบรื่น” เธอเล่าถึงเหตุที่ผลักให้งานออกมาดีสมใจ

B2S Think Space อุโมงค์หนังสือไซส์ยักษ์กลางเซ็นทรัลชิดลม การพลิกโฉมใหม่ของร้านหนังสือกลางห้าง

ร้านหนังสือเมืองนอก

“เราเคยเห็นร้านหนังสือสวยๆ ในเมืองนอกแล้วอยากให้บ้านเรามีบ้าง” ยังไม่ทันเอ่ยปากถาม เจ้าตัวก็เล่าถึงแรงบันดาลใจแรกด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

“เราอยากให้มีร้านขายหนังสือและเครื่องเขียนสวยๆ เพื่อดึงดูดคน ดูเข้าถึงง่าย และเป็นมิตรต่อลูกค้าทุกกลุ่ม ยิ่งสมัยนี้ปิดตัวลงกันเยอะ เราเลยอยากเปลี่ยนความคิดให้คนออกมาร้านหนังสือ”

B2S Think Space อุโมงค์หนังสือไซส์ยักษ์กลางเซ็นทรัลชิดลม การพลิกโฉมใหม่ของร้านหนังสือกลางห้าง

เมื่อได้รับโจทย์ว่าอยากเป็นร้านค้าที่เสิร์ฟประสบการณ์อันน่าจดจำไปในตัว พลอยจึงเริ่มภารกิจครั้งใหม่ด้วยการออกไปทำความรู้จัก B2S เพื่อจับคาแรกเตอร์ของแบรนด์

“เราไปเยี่ยมตามสาขาต่างๆ เพื่อสัมผัสประสบการณ์จริง จะได้รู้ว่าอะไรควรเพิ่ม อะไรควรลด แล้วเอามาเป็นข้อมูลในการออกแบบ เพราะอยากให้เป็นตัวตนของแบรนด์ได้มากที่สุดและไม่เหมือนแห่งอื่นๆ เลยตีโจทย์เป็นเหมือนสวนสาธารณะ สถานที่สำหรับพักผ่อน” 

ดีไซเนอร์สาวรับประกันว่าถ้าใครได้แวะเข้ามาเยี่ยมเยือน จะต้องได้ไอเดียเจ๋งๆ ติดสมองกลับไปไม่น้อยแน่นอน

Park of Creativity

B2S Think Space ที่เซ็นทรัลชิดลม คือเหล้าเก่าในขวดใหม่

ที่ว่า ‘เหล้าเก่า’ คือความเก๋าประสบการณ์และการไม่ยอมผ่อนปรนคุณภาพแบบเดิม ไม่ใช่ความน่าเบื่อจำเจ

ที่ว่า ‘ขวดใหม่’ คือใหม่ในรูปลักษณ์ เพิ่มอรรถรสในการดื่ม

B2S Think Space อุโมงค์หนังสือไซส์ยักษ์กลางเซ็นทรัลชิดลม การพลิกโฉมใหม่ของร้านหนังสือกลางห้าง

พลอยเริ่มต้นจากการเนรมิตโซนหน้าสุดอย่าง Play&Learn Space ให้กลายเป็นสวนในจินตนาการ ประหนึ่งหลุดมาจากการ์ตูนเรื่องโปรดสมัยยังแบเบาะ

“นอกจากอยากทำให้กลมกลืนกับรอบๆ ซึ่งขายของเล่นแล้ว เรายังเชื่อว่าทุกคนเคยมีวัยเด็ก และลึกๆ แล้วยังมีความเป็นเด็กซ่อนอยู่ในตัวเสมอ จึงจำลองเป็นโลกการ์ตูน ทำเสาต้นไม้ไซส์ยักษ์ ชั้นวางของเนินเขา ฝ้าเพดานท้องฟ้าแสนสดใส เหมือนเป็นสนามเด็กเล่นจริงๆ เข้าคู่ไปกับสินค้าเสริมจินตนาการที่จัดเรียงอย่างเป็นระเบียบอยู่ตามชั้น”

B2S Think Space อุโมงค์หนังสือไซส์ยักษ์กลางเซ็นทรัลชิดลม การพลิกโฉมใหม่ของร้านหนังสือกลางห้าง

เพียงไม่กี่ก้าวถัดเข้ามาด้านในคือคลังนิทานเด็ก มีโต๊ะและเก้าอี้ตัวจิ๋วไว้ให้คุณหนูๆ นั่งเล่นได้เพลินๆ ของตกแต่งแวดล้อมชวนให้คิดเพ้อฝันหมุนทวนเข็มนาฬิกากลับไปสมัยยังเตาะแตะ คลุ้งไปด้วยอายแห่งความไร้เดียงสา

ใครมากับลูกหลานกรุณาจับมือกันไว้ให้มั่น เพราะเพียงได้ย่างกรายเข้าสู่บริเวณนี้ เจ้าตัวจิ๋วเป็นต้องปลื้มอกปลื้มใจแน่นอน

B2S Think Space อุโมงค์หนังสือไซส์ยักษ์กลางเซ็นทรัลชิดลม การพลิกโฉมใหม่ของร้านหนังสือกลางห้าง
B2S Think Space อุโมงค์หนังสือไซส์ยักษ์กลางเซ็นทรัลชิดลม การพลิกโฉมใหม่ของร้านหนังสือกลางห้าง

น้องๆ หนูๆ หลงใหลโซนนี้ฉันใด ผู้ใหญ่คงต้องหลงใหล Book Cave อุโมงหนังสือขนาดเบิ้ม แลนด์มาร์กสำคัญแห่งใหม่ฉันนั้น

เพียงแรกเห็นก็พลันจินตนาการถึงภาพยนตร์ไซไฟอวกาศสักเรื่อง เพราะถ้ำนี้ดูสูงโปร่งราวกับเป็นพื้นที่ Double Space เพดานโล่ง

แล้วเราก็ถูกสายตาลวงเข้าอย่างจัง

“ข้อจำกัดอย่างหนึ่งคือโครงสร้างเก่าคับแคบ และเราอยากให้ถ้ำหนังสือมีหลายมิติ ไม่ใช่แค่แนวราบ เลยทำฝ้าเป็นกระจกสะท้อน นอกจากสร้างความโล่งโปร่งให้แก่บริเวณแล้ว ยังช่วยสร้างมุมมองให้อุโมงดูสูงขึ้นได้อีก ตอนแรกจะทำเป็นโครงสร้างแบบเบาๆ โปร่งๆ แต่ทาง B2S อยากให้อิมแพ็คผู้ชมทันที ระดมความคิดกันจนได้แบบนี้”

นักออกแบบคนเก่งออกท่าทาง ชี้ไม้ชี้มือชวนให้เราดูพลางไขปริศนา รู้ตัวอีกทีพวกเราก็เอาตัวเองมาอยู่ใต้ถ้ำนี้

B2S Think Space อุโมงค์หนังสือไซส์ยักษ์กลางเซ็นทรัลชิดลม การพลิกโฉมใหม่ของร้านหนังสือกลางห้าง
B2S Think Space อุโมงค์หนังสือไซส์ยักษ์กลางเซ็นทรัลชิดลม การพลิกโฉมใหม่ของร้านหนังสือกลางห้าง
B2S Think Space อุโมงค์หนังสือไซส์ยักษ์กลางเซ็นทรัลชิดลม การพลิกโฉมใหม่ของร้านหนังสือกลางห้าง

อีกหนึ่งจุดน่าสนใจและเหมาะแก่การแชะภาพไปอวดเพื่อนสุดๆ คือชั้นหนังสือติดผนังทรงโค้งขนาดใหญ่ ยกพื้นสูงขึ้นกว่าเดิมนิด นอกจากให้อารมณ์บรรยากาศห้องสมุดในมหาวิทยาลัยเมืองนอกแล้ว ยังมี Reading Nuxe มุมอ่านหนังสือสุดเก๋ ชวนสุ่มหยิบสักเล่มแล้วนั่งลงอ่าน น่าขลุกตัวตลอดทั้งวัน

B2S Think Space อุโมงค์หนังสือไซส์ยักษ์กลางเซ็นทรัลชิดลม การพลิกโฉมใหม่ของร้านหนังสือกลางห้าง

“เราพยายามใส่พวกโคมไฟและเพิ่มมุมอ่าน เพื่อให้บรรยากาศเหมือนห้องสมุด เอื้อต่อการหยิบจับ ที่สำคัญคือทาง B2S เขาไม่ห้ามเลย ไม่เคยบอกให้ทำเพื่อไม่ให้คนมานั่งอ่านแม้แต่ครั้งเดียว กลับยินดีมากๆ หากคนเลือกจะเข้ามาใช้เวลาที่นี่”

พลอยวางเส้นทางสำรวจไว้อย่างสนุก แขกไปใครมา ไม่ว่าตั้งใจเลือกหาอะไรติดตัวกลับไป ล้วนต้องลองลอดอุโมงนี้ดูสักครั้ง

ทะลุมาอีกฝั่งคือโซน Stationery Space และโซน Lifestyle Space  เธอได้เอางานออกแบบมาช่วยจัดหน้าร้านให้การขายอุปกรณ์เครื่องเขียนและแกดเจ็ตนานาชนิดดูมีชีวิตชีวา ไม่น่าเบื่อจำเจ

B2S Think Space อุโมงค์หนังสือไซส์ยักษ์กลางเซ็นทรัลชิดลม การพลิกโฉมใหม่ของร้านหนังสือกลางห้าง
B2S Think Space อุโมงค์หนังสือไซส์ยักษ์กลางเซ็นทรัลชิดลม การพลิกโฉมใหม่ของร้านหนังสือกลางห้าง

ถัดเข้าไปด้านในสุดคือ Art&Craft Space แดนสวรรค์สำหรับศิลปิน ไม่ว่าจะมือใหม่สมัครเล่นหรือระดับเซียนชั้นครู ยิ่งได้ THINKK Studio เข้ามาช่วยเพิ่มกิมมิกพิเศษ อย่างการจัดดิสเพลย์ขายสีอะคริลิกและแปรงทาสี ที่พนักงานปรับเปลี่ยนรูปแบบได้ตามแต่ใจสร้างสรรค์ ยิ่งช่วยยืนยันการเป็นขุมทรัพย์แห่งไอเดียของ B2S สาขานี้ได้อย่างแจ๋ว

แต่ละตรอกซอกซอยดูสนุกน่าค้นหาไปเสียทุกหมด แม้ไม่ใช่จุดไฮไลต์ แต่ถ้าเดินเล่นวนไปเรื่อยๆ ก็ม่วนใจหลายอยู่ มวลพลังงานบวกที่คละคลุ้งกลืนไปกับชั้นวางสินค้าชวนให้เสียทรัพย์ได้ง่ายๆ ไม่ด้อยไปกว่ากันเลย

Place for Us All

What a perfect combination!

ถ้าให้นึกถึงที่ที่ทั้งงานดีไซน์และการใช้งานเดินทางมาพบกับเอกลักษณ์ของแบรนด์ได้อย่างลงตัว B2S Think Space สาขาเซ็นทรัลชิดลมคือหนึ่งในนั้น

B2S Think Space อุโมงค์หนังสือไซส์ยักษ์กลางเซ็นทรัลชิดลม การพลิกโฉมใหม่ของร้านหนังสือกลางห้าง

“บางคนมองแป๊บเดียวรู้เลยว่าเราออกแบบ เพราะดูโมเดิร์นแบบเป็นมิตร เรียบง่าย แต่ใส่ใจรายละเอียด อย่างที่แขวนกระเป๋าช้อปปิ้ง ชั้นขายขนม เก้าอี้ โซฟา รวมทั้งโคมไฟตามจุดต่างๆ เราออกแบบใหม่หมดเพื่อที่นี่โดยเฉพาะ หัวเสาเราก็ดีไซน์เพื่อสื่อสารถึงสินค้าแต่ละโซน ลูกค้าจะได้ไม่หลง

“จุดแข็งคือเรามีทั้งนักออกแบบผลิตภัณฑ์ สถาปนิก และนักตกแต่งภายใน พอได้ประสบการณ์และข้อมูลจาก B2S มาประกอบ THINKK Studio เกือบจะไม่มีข้อจำกัดในการทำโปรเจกต์นี้เลย”

B2S Think Space อุโมงค์หนังสือไซส์ยักษ์กลางเซ็นทรัลชิดลม การพลิกโฉมใหม่ของร้านหนังสือกลางห้าง

ดีไซเนอร์สาวตรงข้ามเรากวาดตามองบรรยากาศโดยรอบด้วยแววแห่งความภาคภูมิใจไปพลาง

“อีกหนึ่งความตั้งใจ…” เธอหยุดรอให้เสียงประกาศจากห้างจบลงก่อน

“คือการพยายามทำให้ต้อนรับได้ทุกคน ไม่เจาะจงกลุ่มใดเป็นพิเศษ ปากกาแท่งละสิบบาทก็มีขาย เด็กนักเรียนเลิกเรียนมาซื้อได้ ทุกคนในครอบครัวใช้เวลาตรงนี้ได้ พ่อไปพลิกหนังสือหุ้น แม่เอ็นจอยอยู่โซนหนังสือทำอาหาร ลูกคนโตเปิดดูหนังสือติว ลูกคนเล็กสนุกสนานกลางดงหนังสือการ์ตูน อยากให้เป็นพื้นที่แห่งความสุขจริงๆ”

เรามีโอกาสได้เดินลัดเลาะดูบรรยากาศในล่วงหน้าครู่หนึ่งก่อนคู่สนทนามาถึง 

อวยความสุขอันลอยฟุ้งอยู่เต็มบริเวณ และรอยแย้มซึ่งแย้มส่งมาจากดวงตาของผู้คนที่เดินผ่านเราไปมาตลอดการสนทนา คือเครื่องยืนยันว่าพลอยทำสำเร็จ

ถ้ากล่าวให้ง่ายที่สุด B2S Think Space คือร้านขายหนังสือและอุปกรณ์เครื่องเขียนซึ่งก้าวกระโดดหลุดกรอบไปไกลกว่าภาพจำแบบเดิมๆ มาก เป็นคอมมูนิตี้และแหล่งเติมไฟความคิดสร้างสรรค์แห่งใหม่กลางชิดลมที่พร้อมให้เข้าไปซุกซ่อนตัวได้อย่างอบอุ่นตลอดทั้งวัน

B2S Think Space สาขาเซ็นทรัลชิดลม

ชั้น 6 เซ็นทรัลชิดลม เลขที่ 1027 ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

Writer

Avatar

นิรภัฎ ช้างแดง

กองบรรณาธิการผู้คนพบความสุขในวัยใกล้เบญจเพสจากบทสนทนาดีๆ กับคนดีๆ และเพลงรักสุดแสน Bittersweet ของ Mariah Carey

Photographer

Avatar

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

อบอุ่นและคับคั่งเหมือนเดิม ยังอยู่ในย่านอารีย์เหมือนเคย เพิ่มเติมคือ ‘Lilou & Laliart’ โยกย้ายมาตั้งอยู่ในซอยอารีย์สัมพันธ์ 10

หลังจากหลายปีก่อน เราเคยสัมภาษณ์ ต้น-เอกกมล ธีปฏิกานนท์ และ ปุ๋ม-นวลวรรณ สุพฤฒิพานิชย์ ที่ร้านละเลียดสมัยยังพ่วงอยู่กับ FabCafe Bangkok ในพหลโยธิน ซอย 5 ในขวบปีที่ผ่านมา เจ้าของร้านทั้งสองเติบโตขึ้น ร้านแห่งนี้ก็ขยับขยายกลายเป็นมากกว่าร้านกาแฟและขนม เราเลยเดินทางมาเพื่อพูดคุยกับพวกเขาอีกครั้ง ถึงการเดินทางก่อร่างเป็นร้านอิสระในบ้านเก่าแห่งนี้

แนวคิดการทำร้านยังเหมือนเดิมไหม – เราถาม พร้อมชวนต้นและปุ๋มนั่งลงคุย ก่อนลูกค้าระลอกใหม่จะทยอยมา

กาแฟของละเลียด

ขอทวนความจำกันสักนิดเผื่อใครที่เพิ่งมาเป็นแฟนของร้าน Laliart Coffee ก่อนหน้านี้ต้นทำร้านกาแฟเล็ก ๆ อยู่กับร้านจักรยาน Tokyobike ช็อปแรกในไทยได้อยู่ 2 ปีแล้วโยกย้าย จากนั้นก็โดดมาทำร้านที่ 2 อยู่กับ FabCafe Bangkok ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เริ่มทำเบเกอรี่ขายกับกาแฟจริงจัง ก่อนจะหมดสัญญาในอีก 2 ปีถัดมา นำมาสู่ร้านที่ 3 ที่เรามาเยือนกันในครั้งนี้

“พอหมดสัญญาเราก็ยังอยากทำต่อ แล้วเจอบ้านนี้พอดี การเดินทางครั้งที่สามนี้เราไม่ได้อยู่กับใครแล้ว เราจึงออกแบบพื้นที่และรีโนเวตอย่างที่ชอบและอยากได้” ต้นบอกว่าที่นี่เป็นออฟฟิศเก่ามาก่อน และมี 2 ข้อที่ทำให้ตัดสินใจว่าจะลงหลักปักร้านที่นี่คือ หนึ่ง สเปซสวย และสอง มีที่จอดรถแม้จะอยู่ในซอยก็ตาม

เขาเล่าติดตลกว่าในฐานะอดีต Art Director นิตยสารเก่า เขาก็เขียน AI (Adobe Illustator) กรอบประตูหน้าต่างที่บาร์กาแฟด้านล่างอย่างที่อยากได้ แล้วส่งให้ช่างเนรมิตรออกมาให้

ต้นเล่าต่อว่าพอมีพื้นที่ที่เป็นของตัวเอง ก็ตั้งใจจะ Roast กาแฟอย่างลงลึกและเข้มข้น ซึ่งแพสชันนั้นเกิดขึ้นตั้งแต่ลาออกจากงานพร้อม ๆ กับปุ๋ม แล้วเดินทางไปเป็นอาสาสมัครทำงานในคาเฟ่ในโครงการ WWOOF ที่ญี่ปุ่น ก่อนกลับมาเดินทางไป Sip กาแฟที่แม่ฮ่องสอน ที่นั่นเองที่เขาได้พบกับพาร์ตเนอร์คนสำคัญ ซึ่งนำมาสู่ขั้นตอนศึกษาการคั่วและการเลือกกาแฟแบบสเปเชียลตี้มากขึ้น

“เมล็ดกาแฟที่เราใช้เป็นหลักที่นี่ คือเมล็ดกาแฟไทยจากสวนคำปัน ปลูกในพื้นที่บ้านห้วยห้า (โกลฮาคี) ซึ่งได้รับคัดเลือกเป็น 1 ใน 10 ของเมล็ดกาแฟคัดสรรจากจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพราะเราเห็นความตั้งใจของเขา กาแฟที่ทำสะอาดและซับซ้อนขึ้นทุกปี มีหลายโปรเซสมากเพื่อให้รสชาติกาแฟดีขึ้น เราก็อยากสนับสนุนให้คนทำกาแฟดีให้อยู่ได้” นอกจากต้นจะคั่วสเกลเล็กที่นี่เพื่อใช้ภายในร้านแล้ว เขายังรับคั่วส่งสเกลใหญ่ในโรงคั่วของครอบครัวสำหรับร้านอื่น ๆ ที่ต้องการด้วยเช่นกัน

Recommended Menu

at Lilou & Laliart

เมนูซิกเนเจอร์และขายดี

ชูก้าเรย์ กาแฟที่ได้แรงบันดาลใจมาจากการเขย่ากาแฟกับน้ำตาลอ้อยเพื่อให้เกิดฟอง ผสมกับน้ำส้มเล็ก ๆ เพิ่มความสดชื่น ใช้เมล็ด Light Roast จากบ้านห้วยห้า เมล็ดโทนผลไม้โทนเปรี้ยวแต่ไม่จัด ทำให้ได้รสชาติแบบธรรมชาติ หรือถ้าไม่ใช่สายกาแฟ ลองสั่งสตรอว์เบอร์รีช็อกโกแลตดู ก็อร่อยชื่นใจไม่แพ้กัน

เมนูกินเพลิน

อเมริกาโน่ แม้เป็นเมนูเบสิกแต่มีหลายเมล็ด หลากคาแรกเตอร์ให้เลือก ทั้งเมล็ดไทยและนอกอีกประมาณ 10 กว่าตัว (เดือนไหนมีเมล็ดอะไรบ้าง ลองแวะถามพนักงานที่หน้าเคาน์เตอร์ได้)

เมนูคู่กับนม

ใครชอบทานกาแฟนม Dirty ที่นี่ก็ไม่เป็นรองใคร ซึ่งใช้เมล็ดไทย Medium Roast ผสมกับเมล็ดฉานจากเมียนมา กลายเป็นกาแฟเบสช็อกโกแลต ถั่วนิด ๆ ไม่เปรี้ยว ทานกับนมอร่อย

นมของลิลู

ชิมกาแฟกันไปแล้ว จะลืมขนมได้อย่างไร ใครมาที่นี่เป็นต้องติดใจขนมของ Lilou Cafe เสียทุกราย เราเองก็เป็นหนึ่งในนั้น ซึ่งเรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกันบนไทม์ไลน์ของปุ๋ม 

หลังจากต้นกำลังทำร้านกาแฟที่แรกที่โตเกียวไบค์ ช่วง 1-2 ปีหลังจากนั้น ปุ๋มก็ไปเปิดร้าน Lilou (อ่านว่า ลิลู ชื่อร้านที่มาจากชื่อเล่นของปุ๋ม) ขายอาหารมังสวิรัติที่ The Yard Bangkok เป็นช่วงคาบเกี่ยวที่ต้นย้ายร้านไปเปิดที่สอง จากนั้นปุ๋มก็ปิดร้าน แล้วโอนย้ายการทำขนมไปไว้ที่ร้านของต้น

ปุ๋มเล่าย้อนตั้งแต่จุดเริ่มต้นว่าเธอเดินทางด้านจิตวิญญาณและกินมังสวิรัติมาตั้งแต่เด็ก 

“ปกติเราชอบไล่ตามความฝัน ตั้งแต่เป็นอินทีเรียดีไซเนอร์ นักเขียน ครูสอนโยคะ ตอนนั้นฝันว่าอยากเปิดร้านมังสวิรัติ พอเปิดได้ 2 ปีก็รู้สึกว่าทำตามความฝันเสร็จแล้ว เลยปิดแล้วไปอยู่อินเดีย เอาทุกอย่างไปฝากไว้ที่ต้น” ปุ๋มพูดพลางหัวเราะ 

Lilou & Laliart โฮมคาเฟ่ สตูดิโอ เวิร์กชอป และแหล่งรวมมิตรของเพื่อนบ้านย่านอารีย์
Lilou & Laliart โฮมคาเฟ่ สตูดิโอ เวิร์กชอป และแหล่งรวมมิตรของเพื่อนบ้านย่านอารีย์

ร้านละเลียดเลยเริ่มมีแครอทเค้ก บราวนี่ และเลม่อนเค้กสูตรฮิตตั้งแต่นั้น ขนมโฮมเมดที่ปุ๋มคิดสูตรล้วนเลือกวัตถุดิบคุณภาพ ปลอดเนื้อสัตว์ เน้นรสชาติจากวัตถุดิบ ไม่ปรุงรสให้จัดเกินไปจนลูกค้าติดพัน พอมาตั้งร้านของพวกเขาเองแล้ว จึงรวมสองร้านเข้าด้วยกันซึ่งปีนี้กำลังย่างเข้าปีที่สอง โดยมีครัวขนมทำเองอยู่ด้านหลังร้าน

Lilou & Laliart โฮมคาเฟ่ สตูดิโอ เวิร์กชอป และแหล่งรวมมิตรของเพื่อนบ้านย่านอารีย์

(กระซิบว่านอกจากมาสั่งขนมทานที่ร้าน ใครอยากทานเมนูไหนเป็นพิเศษ พวกเขาก็ยินดีเปิดครัวรับทำให้เช่นกัน เพียงสั่งกันล่วงหน้า)

ชั้นสองของบ้านเก่า

Lilou & Laliart โฮม พื้นที่ของสองคนที่รักอารีย์ แปลงโฉมบ้านเก่าเป็นร้านกาแฟสเปเชียลตี้ ขนมวีแกน ขายของออร์แกนิก และสตูดิโอเปี่ยมจิตวิญญาณ

หลายคนที่มาคาเฟ่อาจไม่รู้ว่าบนชั้นสองของที่นี่ยังเปิดเป็นสตูดิโอ Lilou Heart Space ด้วย ซึ่งเป็นชีวิตพาร์ตจิตวิญญาณที่ปุ๋มเดินตามมาตลอด

หลังจากหายจากการทำร้าน เธอก็ออกเดินทาง ค้นพบโยคะ สอนอยู่ไม่นานปุ๋มก็รู้ว่าความเข้าใจของเธอลึกลงไปมากกว่าการทำท่าเพื่อออกกำลัง แต่เป็นเรื่องการใช้ร่างกายอันส่งผลต่อ Emotional Body เธอเลยเริ่มทำรีทรีตที่เกาะพะงัน สอนทำ Water Therapy หรือวารีบำบัด ซึ่งเธอเคยเขียนเล่าไว้ในคอลัมน์อโศก

Lilou & Laliart โฮมคาเฟ่ สตูดิโอ เวิร์กชอป และแหล่งรวมมิตรของเพื่อนบ้านย่านอารีย์
ภาพ : นวลวรรณ สุพฤฒิพานิชย์

พอย้ายมาที่นี่ต้นก็ทำห้องด้านบนนี้ไว้ให้เธอเปิดสอน รวมทั้งให้คนที่ทำเรื่อง Energy Work เหมือนกันมาเช่า เพื่อทำสารพัดกิจกรรมที่ไม่ค่อยเห็นที่อื่น ไม่ว่าจะเป็น Soundbath, อ่านไพ่ทาโรต์ หรือคลาสที่ปุ๋มชวนเราเข้าร่วมด้วยคือเวิร์กชอป Healing the self sabotaging patterns & connecting to self worth กับคุณ Shubho Dutta ซึ่งออกแบบมาสำหรับคนเมืองที่มีความเครียดสูงจากการทำงาน หรือใครก็ตามที่รู้สึกว่าความสมบูรณ์แบบและความคาดหวังกำลังทำร้ายเราอยู่ เป็นเหมือนห้องเรียนเล็ก ๆ นั่งพูดคุยและชวนสำรวจจิตใจของตัวเอง ทันทีที่ออกจากห้องเรียน เราก็ได้ค้นจิตใจเบื้องลึกของตัวเอง สนุก และโล่งอกอย่างบอกไม่ถูก โดยแต่ละเดือนจะมีกิจกรรมหลากหลายไม่ซ้ำกัน รอติดตามได้เลย

อาคาร Lilabo ในสวนด้านหลัง

Lilou & Laliart โฮม พื้นที่ของสองคนที่รักอารีย์ แปลงโฉมบ้านเก่าเป็นร้านกาแฟสเปเชียลตี้ ขนมวีแกน ขายของออร์แกนิก และสตูดิโอเปี่ยมจิตวิญญาณ

ถ้าเดินสำรวจพื้นที่ด้านล่างต่ออีกสักนิด จะเห็นว่าด้านนอกของร้านมีอาคารชื่อน่ารักอย่าง Lilabo ซ่อนอยู่ ต้นไขข้อข้องใจให้เราว่าอาคารนี้มีไว้ใช้ทำอะไร

“ช่วงแรกเราเอาไว้เพาะต้นไม้ขาย มีทั้งกระถาง อุปกรณ์ รวมทั้งวัสดุปลูก พอช่วงหลังก็ปรับเป็นห้องเวิร์กชอปให้คนมาเช่าใช้ได้ ไม่ว่าจะมาจัดกิจกรรม วาดรูป ทำงานศิลปะ เทสกลิ่น หรืออะไรก็ได้” หลังจากนี้จะมีกิจกรรมอะไรบ้าง รอติดตามผ่านทางเพจได้เลย

ร้านของชำออร์แกนิก

Lilou & Laliart โฮม พื้นที่ของสองคนที่รักอารีย์ แปลงโฉมบ้านเก่าเป็นร้านกาแฟสเปเชียลตี้ ขนมวีแกน ขายของออร์แกนิก และสตูดิโอเปี่ยมจิตวิญญาณ

นอกจากคาเฟ่และพื้นที่ต่าง ๆ ที่เป็นจุดหมายของแขกขาจรและประจำ พื้นที่ด้านหน้าร้านยังอุทิศให้กับบรรดาของออร์แกนิกและรักษ์โลกน่ารักทั้งหลาย 

“เราอยากทำพื้นที่นี้ให้เป็นคอมมูนิตี้ พยายามหาผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายมาวางขาย แต่บางอย่างคนที่นี่เห็นแล้วก็อยากมาอยู่ด้วยกัน อย่าง Normal Refill กับสมุดแบรนด์ A pieces of paper ก็รู้จักกัน หรืออย่างน้องดีน ศิลปินที่วาดภาพตกแต่งร้าน บ้านเขาก็อยู่อีกสองซอยนี่เอง วันที่เราเปิดร้านเขาก็มาเปิดตัวด้วย เหมือนเป็นการซัพพอร์ตชาวอารีย์ ที่เราทำก็เพราะว่าเรามีเพื่อนบ้าน” ต้นตอบทั้งหมดนี้อย่างจริงจังและจริงใจ แทนความตั้งใจของพวกเขาที่อยากเป็นส่วนหนึ่งของย่านนี้จริง ๆ

การเดินทางของ Lilou & Laliart

แม้ปุ๋มและต้นจะเดินมาคนละสาย สนใจกันคนละแบบ แต่ทั้งคู่ก็เลือกเปิดบ้านหลังนี้ให้คนเข้ามาเยือนด้วยความรักที่มีเหมือนกัน เพราะอยากให้ที่นี่เป็นเสมือนโอเอซิสของคนกรุงที่มุ่งหน้าหนีความตึงเครียดมาพักผ่อนและมองหาที่พอดีกับใจ

“เราเลือกอยู่อารีย์ตั้งแต่ทำร้านแรกจนถึงร้านที่สาม เพราะย่านนี้อยู่แล้วพอดีกับเรา นอกจากการทำงานที่เป็นเชิงธุรกิจแล้ว ยังมีเรื่องของการใช้ชีวิตด้วย ที่นี่มีอะไรให้เลือกเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นของกิน ธรรมชาติ การเดินทาง หรือว่าสวน” ต้นตอบในมุมของเขา 

ส่วนปุ๋มเองชอบความเงียบสงบแต่ก็เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของที่นี่ “ย่านนี้มีคอมมูนิตี้ที่ไม่เหมือนย่านอื่น ทุกคนรู้จักกันหมด เราไม่ได้อยู่อย่างสันโดษ แต่ก็ไม่วุ่นวายเกินไปนัก”

ในอนาคตอีกสัก 5 หรือ 10 ปีข้างหน้า พวกเขาตั้งหมุดหมายเอาไว้ว่าอยากขยายร้านให้กว้างขวางมากขึ้น กาแฟก็จะถูกโปรเซสอย่างเข้มข้นมากขึ้น อาจจะมีร้านอาหารถ้าพร้อมตั้งรับ และอีกส่วนหนึ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือพื้นที่ Healing กับความตั้งใจที่อยากผสานสองสิ่งนี้เข้าไว้ด้วยกันอย่างจริงจัง

นอกจากแวะมาเติมท้อง เติมกำลังกาย และเติมพลังใจแล้ว ใครแวะมาที่นี่แล้วบังเอิญเจอเจ้าของอีกหนึ่งแมวอย่างน้องโอบกอด ก็ทักทายได้เช่นกัน 

Lilou & Laliart โฮม พื้นที่ของสองคนที่รักอารีย์ แปลงโฉมบ้านเก่าเป็นร้านกาแฟสเปเชียลตี้ ขนมวีแกน ขายของออร์แกนิก และสตูดิโอเปี่ยมจิตวิญญาณ
Lilou & Laliart
  • 18 ซอยอารีย์สัมพันธ์ 10 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร (แผนที่)
  • ทุกวัน เวลา 10.00 – 17.00 น.
  • 09 4691 2666
  • Laliart coffee

Writer

ฉัตรชนก ชโลธรพิเศษ

ฉัตรชนก ชโลธรพิเศษ

ชาวนนทบุเรี่ยน ชอบเขียน และกำลังฝึกเขียนอย่างพากเพียร มีความหวังจะได้เป็นเซียน ในเรื่องขีดๆ เขียนๆ สักวันหนึ่ง

Photographer

Avatar

สิปปกร วงศ์ธนาภา

ช่างภาพที่หลงรักชุมชนต่าง ๆ ทั่วไทย จนอยากบอกเลิกกับกรุงเทพฯ รักตัวหนังสือที่ทำเห็นภาพ จนอยากบอกเลิกกับกล้องตัวเอง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load