THINKK Studio คือสตูดิโอด้านงานออกแบบภายใน เฟอร์นิเจอร์ และผลิตภัณฑ์ ย่านพัฒนาการ ที่พัฒนาผลงานให้ไปไกลและน่าประทับใจถึงเวทีงานออกแบบต่างแดนอย่างมิลานและปารีส

มีเก้าอี้ โต๊ะ แจกัน โคมไฟ ของเดิมๆ ที่เราคุ้นเคย แต่พวกเขามีวิธีทำให้แตกต่าง และของใหม่ๆ ที่น่าตื่นตาในลูกเล่นและกระบวนการคิด

เริ่มตั้งแต่เมื่อ 12 ปีก่อน ในวันที่งานดีไซน์แฟร์แบบยุคสมัยนี้เพิ่งเริ่มเป็นเทรนด์ในไทย

ก่อตั้งโดยสองนักออกแบบมากฝีมืออย่าง เดย์-เดชา อรรจนานันท์ และ พลอย-พลอยพรรณ ธีรชัย จากความคิดที่ว่า ไม่ได้ตั้งใจทำของที่จะขายดีแน่นอน

THINKK Studio สตูดิโอออกแบบที่สนุกกับการคิดเปลี่ยนของเดิมๆเป็นของที่ตอบโจทย์คนและสิ่งแวดล้อม

“เราตั้งใจจะทำของที่ดีกับตลาด คนใช้งาน และอุตสาหกรรม ไม่ได้ทำตามเทรนด์ เพราะฉะนั้น ของที่ปล่อยออกมาใหม่ก็ยากที่จะขายได้ในช่วงแรก แต่เราเชื่อแบบนั้นและก็ยังทำแบบนั้นอยู่” เดย์และพลอยนั่งลงข้างกันในห้องประชุมที่รายล้อมไปด้วยผลงานออกแบบและหนังสือ เพื่อเล่าถึงความคิดในวันริเริ่มธุรกิจ

ทั้งสองเชื่อว่างานออกแบบที่ดีไม่ใช่แค่เพียงสวยงาม แต่ต้องแก้ไขปัญหาบางอย่าง และควรคิดให้ลึก ให้ครบทุกมิติ เพื่อสร้างงานออกแบบที่ทวีคุณค่า

ทั้งการใช้งาน กระบวนการผลิต การตลาด ผลดีต่อชุมชน และเรื่องสิ่งแวดล้อม ที่ถือเป็นหนึ่งในปัญหาเร่งด่วนเรื่องหนึ่งของทศวรรษ ที่นักออกแบบอย่างพวกเขาเข้ามามีบทบาทได้

เช่น ออกแบบชิ้นงานที่เนรมิตขึ้นจากวัสดุเหลือทางการเกษตรและอุตสาหกรรม ภายใต้โครงการ Design from Waste of Agriculture (DEWA)

THINKK Studio สตูดิโอออกแบบที่สนุกกับการคิดเปลี่ยนของเดิมๆเป็นของที่ตอบโจทย์คนและสิ่งแวดล้อม

 ล่าสุด พวกเขาเพิ่งขึ้นเวทีเป็นวิทยากรในงาน GC Circular Living Symposium 2020: Tomorrow Together เพื่อเล่าแนวคิดของกระถางสุดเก๋และถุงพลาสติกรักษ์โลก ภายใต้โครงการ Upcyling Upstyling by GC ของบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล ที่กำลังตั้งใจขับเคลื่อนเรื่องเศรษฐกิจหมุนเวียนจากแนวคิดให้เกิดเป็นการทำจริง

THINKK Studio มีวิธีคิดงานออกแบบสร้างสรรค์อย่างไรให้สนุกและตอบโจทย์ตลอดทั้ง 12 ปีที่ผ่านมาในฐานะธุรกิจ ที่ไม่คิดถึงเพียงแค่ตัวเอง แต่รวมถึงคนรอบข้าง และจะเติบโตต่อไปในทิศทางใด ในวันที่งานดีไซน์เริ่มได้รับความสำคัญมากขึ้นในประเทศไทย

ขอชวนคุณมา THINKK ไปด้วยกัน

01 

คิดฝัน

เดย์และพลอยพบกันครั้งแรกขณะเรียนด้านการออกแบบภายใน คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าคุณทหารลาดกระบัง สิ่งที่เรียนและสภาพแวดล้อมของวงการออกแบบไทย ณ ขณะนั้น ต่างเชื้อเชิญให้ทั้งสองมีความสนใจในด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์

สำหรับเดย์ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งของและพื้นที่เป็นเรื่องที่น่าศึกษาค้นคว้าต่อ

“ปกติในการทำงานออกแบบภายใน เราต้องเลือกเฟอร์นิเจอร์มาตกแต่งพื้นที่อยู่แล้ว เวลาเอาเข้าไปวางในตำแหน่งต่างๆ มันจะกำหนดฟังก์ชันการใช้งานของพื้นที่ได้เลย เช่น ตรงนี้เป็นห้องประชุม ตรงนี้เป็นห้องเรียน และยังบ่งบอกประวัติศาสตร์และรสนิยมของผู้ใช้งานได้อีกด้วย” เดย์อธิบายความน่าสนใจของการผสมทั้งสองศาสตร์เข้าด้วยกัน

THINKK Studio สตูดิโอออกแบบที่สนุกกับการคิดเปลี่ยนของเดิมๆเป็นของที่ตอบโจทย์คนและสิ่งแวดล้อม

ส่วนพลอย เธอเริ่มคิดกับเพื่อนว่า ในอนาคตอยากออกแบบและขายเฟอร์นิเจอร์แบรนด์ไทยที่เป็นเอกลักษณ์

“ช่วงนั้นงานแฟร์กำลังเริ่มเฟื่องฟู เราเห็นว่าสินค้าที่ขายมีแบบนำเข้ามาขายในราคาค่อนข้างสูง แต่ต่างชาติก็ยินดีซื้อ เพราะถือว่าเป็นงานที่ผ่านการออกแบบจากมืออาชีพระดับโลก และสินค้าดีไซน์ถือเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน แต่ร้านที่ออกแบบ ผลิต และขายเองของไทยตอนนั้นยังมีน้อยมาก” พลอยเสริม 

ในแถบยุโรป ผู้คนจำนวนมากใส่ใจกับชีวิตความเป็นอยู่ภายในบ้าน และมองว่าเฟอร์นิเจอร์คือสิ่งที่สื่อสารตัวตน หรือกระทั่งจุดเด่นของประเทศ ทำให้ผลงานน่าสะสมและได้รับคุณค่าตามมาด้วย พลอยคิดว่าไทยก็ควรมีวัฒนธรรมและงานเช่นนั้นมากขึ้น

ทั้งสองเก็บสิ่งที่สนใจอยากเรียนรู้และความฝันไว้ ทำงานในแวดวงเพื่อเก็บประสบการณ์ จากนั้นลาออกมาเริ่มรับงานของตัวเองในชื่อ THINKK Studio อย่างไม่เป็นทางการเมื่อ 12 ปีที่แล้ว ก่อนพกชื่อนี้ติดตัว แยกย้ายกันไปเรียนต่อ เดย์เลือกเรียนด้าน Design for Luxury & Craftsmanship ที่ École cantonale d’art de Lausanne (ECAL) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และพลอยเรียนด้าน Spatial Design ที่มหาวิทยาลัย Konstfack ประเทศสวีเดน

02 

คิดจากไทย ส่งไปไกลระดับอินเตอร์

ไม่นาน ชื่อของ THINKK Studio ก็เริ่มโดดเด่นเป็นที่รู้จักในวงการออกแบบต่างประเทศ ด้วยผลงานอันสร้างสรรค์ตั้งแต่เมื่อ 10 ปีที่แล้ว

Weight Vases คือแจกันทรงกรีกที่มีแท่นโปร่งประคองดอกไม้ เป็นโปรเจกต์จบการศึกษาของเดย์ ที่ไปเตะตาบริษัทเฟอร์นิเจอร์สัญชาติฝรั่งเศสจนเกิดการซื้อไปผลิต และสื่อต่างพากันพูดถึง

ส่วนพลอยก็ไม่น้อยหน้า ชุดโคมไฟตั้งโต๊ะรูปทรงคล้ายของเล่น CONST ถูกคัดสรรไปจัดแสดงในแกลเลอรี่ชื่อดังของ Rossana Orlandi ที่มิลาน และได้รับคำชื่นชมจากเจ้าของที่สายตาเฉียบคม

THINKK Studio สตูดิโอออกแบบที่สนุกกับการคิดเปลี่ยนของเดิมๆเป็นของที่ตอบโจทย์คนและสิ่งแวดล้อม

ผลงานเหล่านี้ถือเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ในการทำงานให้แก่ตัวเอง และเป็นเครื่องพิสูจน์ฝีมือในระดับสากล

แต่แล้ว พวกเขาก็ตัดสินใจกลับไทย

“ถามว่ามีเสียดายไหม ก็มีเสียดายนะ แต่วงการเฟอร์นิเจอร์สำหรับนักศึกษาที่เพิ่งจบใหม่ในต่างประเทศไม่ใช่เรื่องง่ายเลย และมีคนในประเทศที่โดดเด่นอยู่แล้ว แต่ในอีกมุมหนึ่ง บ้านเราก็มีข้อดีและโอกาสหลายอย่างเหมือนกัน” พลอยเล่าย้อนกลับไปในวันที่ตัดสินใจ

“ที่ไทยเราทำต้นแบบและทดลองไอเดียได้ง่ายกว่า อยู่ต่างประเทศเราไม่สามารถเดินไปเจอคุณลุงบนถนนที่ช่วยเชื่อมงานให้เราได้ทันที เวลาจะสั่งผลิตทีถือเป็นเรื่องที่ต้องลงทุนและวางแผนมาก” เดย์เสริม พวกเขาเลือกใช้ข้อดีตรงจุดนี้ให้เป็นประโยชน์ สานต่องานที่เคยมี และคอยผลักดันผลงานให้ไปจัดแสดงทั้งในและต่างประเทศเรื่อยๆ แทน

ผลงานของ THINKK Studio ได้รับการพูดถึงในซีกโลกตะวันตกอยู่เรื่อยๆ หนึ่งในนั้นคือผลงานเก้าอี้ไม้สัก Batten ที่ชนะการประกวดของ Tectona แบรนด์เฟอร์นิเจอร์สัญชาติฝรั่งเศสในวาระครบรอบ 40 ปี ด้วยการออกแบบที่ตรงกับดีเอ็นเอของบริษัท และโต๊ะกระจกลอนโค้ง Fluted Glass Table ที่ได้รับ Best of Year Award จากนิตยสาร Interior Design 

03

คิดละเอียด ตั้งแต่ขั้นตอนแรก

“เราถามลูกค้าเยอะเลย” เดย์เริ่มเผยกระบวนการและความคิดที่ซ่อนอยู่ภายในงานออกแบบแต่ละชิ้นที่เฉิดฉาย “เราต้องรู้ว่าพื้นฐานองค์กรเขาทำงานด้านไหน ใช้วัสดุอะไร ทักษะเป็นอย่างไร ลูกค้าเดิมเป็นใครบ้าง อยากให้เราไปช่วยตรงส่วนไหน มีบรีฟมาแล้วหรือเปล่า หรือสร้างใหม่หมดเลย” 

เพราะคำถามที่ดี จะนำมาสู่คำตอบที่ดี

“เราคิด วิเคราะห์ และสร้างโจทย์ที่น่าสนใจตั้งแต่กระบวนการแรก เพราะมันจะสร้างผลลัพธ์ใหม่ได้ แล้วลงไปศึกษาหาข้อมูล ทดลองกับทุกวัสดุและการผลิต ดูว่าจะก้าวพ้นขีดจำกัดเดิมๆ ไปให้สุดทางได้หรือเปล่า” พลอยเสริม โจทย์ของพวกเขาจึงมีทั้งจากชาวบ้านและแบรนด์หรูหรา

ด้วยเหตุนี้ เราไม่อาจกล่าวได้ว่าสไตล์ของ THINKK Studio เป็นแบบใดได้อย่างเฉพาะเจาะจง เพราะพวกเขาเปลี่ยนวิธีคิด และสร้างสรรค์โจทย์ในมุมใหม่ๆ ให้น่าสนุกอยู่เสมอ ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว

เช่น เก้าอี้ Stamping ที่พลอยยกให้เป็นหนึ่งในผลงานตัวโปรดในช่วงนี้ ซึ่งนำไปจัดแสดงในนิทรรศการ Why Do We Need Another Chair ใน Bangkok Design Week 2020 

THINKK Studio สตูดิโอออกแบบที่สนุกกับการคิดเปลี่ยนของเดิมๆเป็นของที่ตอบโจทย์คนและสิ่งแวดล้อม

โจทย์ตั้งต้นคือ ธุรกิจปั๊มชิ้นส่วนโลหะขนาดเล็กกำลังประสบปัญหาการแข่งขันจากต่างประเทศที่มีค่าแรงถูกกว่า ทำให้ต้องปิดตัวไปหลายแห่ง

พลอยและเดย์จึงเข้าไปสำรวจและเรียนรู้อย่างละเอียดว่า เครื่องจักรอายุราว 50 ปีในโรงงานทำอะไรได้บ้าง พนักงานมีศักยภาพด้านใด วัสดุเป็นแบบไหน ก่อนออกแบบให้กลายเป็นเก้าอี้โลหะปั๊มสไตล์ยุค 80 ซึ่งได้รับผลตอบรับอย่างดีจากนักออกแบบและสื่อ ส่วนตัวโรงงานเองก็มีอีกหนึ่งหนทางที่มากกว่าแค่การรับผลิตแบบเดิมๆ ให้ไปต่อ

04 

 คิดถึงชุมชน

THINKK Studio ยังใช้วิธีการคิดแบบมองให้ครบทุกมุม ทำแบรนด์เฟอร์นิเจอร์และของประดับของตัวเองในนาม THINGG เพื่อช่วยแก้ปัญหาเรื่องการขายสินค้าของชุมชน

“เราเคยไปช่วยออกแบบ เพิ่มมูลค่าให้สินค้าของผู้ประกอบการชุมชนต่างๆ แต่ปรากฏว่าเขาไม่ได้เจอตลาดที่รองรับงานออกแบบในระดับสากล ทำให้ของขายไม่ค่อยได้ ทั้งที่มีคนที่ต้องการอยู่ แค่วางอยู่ผิดที่ แล้วของก็ไม่ได้ไปต่อ”

พวกเขาเคยออกแบบโคมไฟ SARN ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์และศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพ โดยนำใบลานจากชุมชนมาสานให้เป็นงานหัตถกรรมที่สวยงาม นำไปขายในตลาดชุมชน แต่ไม่ได้ผลตอบรับตามคาดหวัง อาจเพราะกลุ่มคนที่มาเดินซื้อไม่ได้เป็นกลุ่มเป้าหมายที่ชื่นชอบงานออกแบบ

THINKK Studio สตูดิโอออกแบบที่สนุกกับการคิดเปลี่ยนของเดิมๆเป็นของที่ตอบโจทย์คนและสิ่งแวดล้อม

จน THINKK Studio ลองรับมาช่วยขาย และนำไปจัดแสดงในงาน Maison&Objet ที่ปารีส ประเทศฝรั่งเศส

“นักออกแบบระดับโลกเดินเข้ามาถามว่าอันนี้ทำจากอะไร เขาชอบมาก มีคนสนใจซื้อสินค้าของเรา เขามองว่าการซื้อสินค้าแบบนี้ทำให้เงินกลับไปที่ชุมชน อยากสนับสนุนงาน และมีเอเจนซี่ติดต่อขอเป็นตัวแทนจำหน่ายในยุโรป เราเลยรู้ว่ามันขาดตัวเชื่อมสินค้าท้องถิ่นของไทยให้ไปขายได้ในระดับสากล” พลอยเล่าจุดกำเนิดของแบรนด์ใหม่ และการผันตัวมาเรียนรู้วิชาการตลาดมากขึ้นระหว่างทาง

เมื่อของที่ใช่ไปเจอคนที่ใช่ได้ง่ายขึ้นอีกหนึ่งช่องทาง ชุมชนก็ไม่ต้องสูญเสียโอกาสแบบเดิมอีกต่อไป

05

คิดใส่ใจรอบข้างให้ครบวงจร

วัสดุทางเลือกและการรักษาสิ่งแวดล้อม คือสิ่งที่อยู่ในใจ THINKK Studio มากขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงปีที่ผ่านมา

นักออกแบบเป็นวิชาชีพที่ผลิตผลงานใหม่อยู่เรื่อยๆ ซึ่งตามมาพร้อมกับการใช้ทรัพยากร หากไม่คิดให้ครบถ้วนก็มีโอกาสสร้างมลภาวะเพิ่มให้แก่โลกใบนี้ และสร้างผลกระทบต่อคนรุ่นหลัง

“ตอนนี้เราอยู่ในช่วงที่เริ่มทำงานตอบโจทย์สิ่งที่เราให้คุณค่าได้มากขึ้น ปีที่ผ่านมามีน้องๆ กลุ่มใหม่เข้ามาดูงานดีไซน์แฟร์เยอะมากขึ้น เลยอยากทำอะไรที่สร้างบันดาลใจให้กลุ่มคนเหล่านี้ได้คิด สนใจ และเห็นแง่มุมการออกแบบที่มีประโยชน์ต่อสังคมด้วย” เดย์เล่าภารกิจใหม่ในใจเขา ในวันที่ THINKK Studio ถือเป็นอีกหนึ่งกระบอกเสียงในวงการออกแบบไทย

THINKK Studio สตูดิโอออกแบบที่สนุกกับการคิดเปลี่ยนของเดิมๆเป็นของที่ตอบโจทย์คนและสิ่งแวดล้อม

หนึ่งในงานที่แสดงความใส่ใจเรื่องนี้ได้อย่างชัดเจนและสร้างสรรค์คือ โปรเจกต์เชิงทดลอง City Materials ที่ชวนอาสาสมัครมาค้นคว้าวิจัยวัสดุเศษเหลือที่ถือเป็นตัวแทนของคนเมืองกรุง จนเหลือเป็น 6 อย่าง จากนั้นนำมารังสรรค์แบบเป็นงานชิ้นใหม่ที่สามารถกลับเข้าไปจัดตั้งอยู่ในบริบทเดิม เช่น เปลี่ยนก้านธูปให้กลายเป็นของสักการะรูปสัตว์น่ารักๆ สำหรับใช้ในวัด เปลี่ยนกากกาแฟเป็นโคมไฟประดับร้านกาแฟ

นอกจากเปิดมุมมองเรื่องงานออกแบบกับสิ่งแวดล้อมให้คนเมืองแล้ว งานเหล่านี้ยังช่วยจุดประกายให้เกิดบทสนทนากับบรรดานักวิจัยอีกด้วย

“นักวิจัยมีองค์ความรู้ที่ลึกมาก ตอบได้หมดเลยว่าวัสดุจะอยู่ได้กี่ปี เอากลับมาใช้ได้ไหม เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อมหรือเปล่า แต่ปัญหาที่เขาเจอคือ ไม่เห็นปลายทางว่าจะนำไปทำอะไรต่อ ถึงมีการเรียกว่างานวิจัยขึ้นหิ้ง

THINKK Studio สตูดิโอออกแบบที่สนุกกับการคิดเปลี่ยนของเดิมๆเป็นของที่ตอบโจทย์คนและสิ่งแวดล้อม

“ส่วนเราพอมีความรู้เรื่องคุณสมบัติวัสดุเบื้องต้นและรู้จักว่าผู้บริโภคต้องการอะไร เราทำสิ่งเหล่านี้เป็นของต้นแบบออกมาได้ก่อน เพื่อกระตุ้นให้เกิดการวิจัยที่มีความต้องการจริงๆ นักวิจัยจะได้ไม่ต้องวิจัยในสิ่งที่เขาเองก็ไม่รู้ว่าปลายทางคืออะไร” ทั้งสองวาดภาพให้เราเห็นกระบวนการทำงานร่วมกันอย่างครบวงจรที่พวกเขากำลังพยายามขับเคลื่อนอยู่ เพื่อให้เกิดการใช้วัสดุที่นักออกแบบไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิดอีก

ถ้าทั้งฝ่ายออกแบบ วิจัย และผลิต ได้ทำงานร่วมกันตั้งแต่เนิ่นๆ และได้รับการสนับสนุนที่เพียงพอจากทางภาครัฐ คงมีงานออกแบบใหม่ๆ ที่ลูกเล่นแพรวพราวและมีคุณค่าให้เราติดตามขึ้นอีกเยอะ

06

คิดเชื่อมโยงสิ่งแวดล้อมและธุรกิจ

การออกแบบโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก นอกจากเป็นสิ่งที่ควรทำแล้ว ยังช่วยเปิดโอกาสให้ธุรกิจได้มาทำงานร่วมกันและสร้างสรรค์ความเป็นไปได้ใหม่ 

“เรามองเห็นความต้องการผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืนเยอะมากๆ ทุกคนมองหาอะไรที่จะอยู่ได้ในระยะยาว เช่น โรงแรมห้าดาว ห้างร้านต่างๆ เขาอยากรู้ว่าเฟอร์นิเจอร์นี้จะอยู่ได้กี่ปี วางเอาต์ดอร์ได้ไหม แต่ในท้องตลาดยังไม่ได้มีตอบโจทย์อย่างจริงจัง หรือไม่ก็เป็นในเชิงทดลอง สั่งทำชิ้นเดียวมากกว่า แต่เราอยากทำให้มันเป็นอุตสาหกรรมจริงๆ เพื่อที่จะได้เกิดวงจรการผลิตงานเพื่อความยั่งยืนที่สมบูรณ์” พลอยเล่า

THINKK Studio สตูดิโอออกแบบที่สนุกกับการคิดเปลี่ยนของเดิมๆเป็นของที่ตอบโจทย์คนและสิ่งแวดล้อม

ในปีนี้เพื่อขยับเข้าใกล้ความตั้งใจนั้นไปอีกขั้น THINKK Studio จึงร่วมมือกับสองผู้ประกอบคู่ค้าของบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล หรือ GC ในโครงการ Upcyling Upstyling by GC 

คู่แรก พวกเขาร่วมมือกับแสงรุ่งกรุ๊ป ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติก เช่น ถังหมัก ถังขยะ และแกลลอนพลาสติก โดยนำเศษจากการผลิตสิ่งนี้เหล่านี้ นำมาออกแบบให้กลายเป็นกระถางต้นไม้ ที่ปรับแต่งขนาดของกระถางได้หลากหลายรูปแบบ 

“เราเดินเข้าไปดูในโรงงานแล้วเห็นว่ามีขั้นตอนหนึ่งที่เขาใช้คัตเตอร์กรีดส่วนเกินของภาชนะทีละใบออกอย่างประณีต ก็เลยสร้างเป่าหนึ่งแม่พิมพ์ให้มีหลายรูปแบบในอันเดียว แล้วใช้การตัดที่โรงงานถนัดเพื่อทำให้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีขนาดและฟังก์ชันต่างๆ เช่น กระถางแขวน แจกัน ที่ใส่อุปกรณ์” เดย์อธิบาย ขั้นตอนนี้ยังช่วยลดต้นทุนในการผลิตได้ไปมากอีกด้วย

คู่สอง พวกเขาจับมือกับลาวัณย์วิสุทธิ์ พลาสติกไทย ผู้ผลิตถุงพลาสติก ภายใต้โจทย์ที่ให้นำกระบวนการและเครื่องมือที่มีอยู่ในโรงงานปัจจุบัน คิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เกิดเป็นถุงพลาสติกรีไซเคิลหลากสีสันสะท้อนแสง ตามสีเศษพลาสติกต่างๆ และสกรีนข้อความเด่นๆ ว่า ‘REUSE ME, I WANNA BE WRINKLED’ เพื่อชูเสน่ห์ทางแฟชั่นของรอยย่นยับที่เกิดขึ้นบนถุง

THINKK Studio สตูดิโอออกแบบที่สนุกกับการคิดเปลี่ยนของเดิมๆเป็นของที่ตอบโจทย์คนและสิ่งแวดล้อม

จุดเด่นของถุงพลาสติกนี้คือความหนาและเหนียวเป็นพิเศษ ใช้งานซ้ำได้หลายครั้ง ไม่เกิดการปลิวหรือฉีกขาดแบบถุงพลาสติกเดิมๆ 

หลังมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์นี้ ลาวัณย์วิสุทธิ์ก็ได้รับการติดต่อจากแบรนด์ต่างๆ เข้ามาที่โรงงานเพื่อพัฒนาถุงรูปแบบใหม่ๆ ร่วมกัน

“ต่อไปการคิดถึงสิ่งแวดล้อมจะอยู่ในชีวิตประจำวันของคน ธุรกิจต้องคิดถึงเรื่องนี้ด้วย” เดย์สรุป

07

คิดเพื่อคนที่อยู่ด้วยกัน

THINKK Studio เป็นบริษัทขนาดกะทัดรัดประมาณ 9 คนที่รวมพลนักออกแบบฝีมือดี และเปิดโอกาสต้อนรับคนรุ่นใหม่ให้ได้เก็บประสบการณ์ผ่านการฝึกงานหรือทำนิทรรศการต่างๆ เพื่อให้เกิดการทดลองและเรียนรู้ร่วมกัน
“สิ่งที่คนรุ่นใหม่ต้องการคือ ประสบการณ์และโอกาสในการสร้างผลงาน เรามองว่าสมัยก่อนหายาก เลยอยากให้คนรุ่นใหม่ตอนนี้ได้ทำ” พลอยเล่า “เด็กรุ่นใหม่ที่มาทำงานด้วยก็สอนอะไรเราเยอะมาก เขาทันสมัยกว่า ทำให้เราเห็นว่าปัจจุบันไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว ถ้าเราไม่พัฒนาก็จะตกยุค และต่อไปไม่มีใครเก่งแค่คนเดียวได้แล้ว”

ในอนาคตเธอยังมีความฝันที่จะเปิดเป็นโรงเรียน เพื่อให้คนรุ่นใหม่ได้มาเรียนรู้การออกแบบอย่างลึกซึ้ง

THINKK Studio สตูดิโอออกแบบที่สนุกกับการคิดเปลี่ยนของเดิมๆเป็นของที่ตอบโจทย์คนและสิ่งแวดล้อม

การก้าวขาเข้าสู่วงการผู้ประกอบการ ยังทำให้ทั้งสองได้เรียนรู้การคิดระยะยาวไปในอนาคต เพื่อคนที่ทำงานด้วยกันในวันนี้มากขึ้นด้วย

“แต่ก่อนเราไม่ได้วางแผนธุรกิจขนาดนั้น พยายามออกแบบและทำงานปัจจุบันให้ดีที่สุด แต่พอเราโตขึ้น มีหลายเรื่องที่เราต้องฝึกฝน ทั้งเรื่องการบริหารเงิน รวมถึงเรื่องดูแลคนด้วย ว่าเราจะทำให้คนรู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งกับเราได้อย่างไร มีความสุขและเติบโตไปด้วยกัน

“เลยเริ่มวางแผนจริงจังว่าจะเติบโตไปในทิศทางไหน เพราะสุดท้ายแล้ว เราอยากทำธุรกิจที่สร้างรายได้ คนเห็นค่า และได้ให้กลับไปยังคนที่ทำงานร่วมกับเรา” พลอยยิ้ม

08

คิดถึงอนาคตของเรา

ปัจจุบัน THINKK Studio รับงานออกแบบหลากหลายสไตล์ ให้กับทั้งเอกชนและองค์กรภาครัฐ ให้คำปรึกษาแก่ผู้ประกอบการที่ต้องการประสบการณ์และสายตาอันเฉียบแหลมด้านการออกแบบในธุรกิจของตัวเอง และขายสินค้าในแบรนด์ THINGG 

ความช่ำชองหลากหลายด้านเหล่านี้ทำให้พวกเขาเริ่มได้รับโจทย์สนุกๆ และเป็นงานที่ตรงกับตัวตนของธุรกิจมากขึ้น แถมยังทำให้รอดพ้นจากช่วงเวลายากๆ อย่าง COVID-19 ได้ด้วย เพราะถึงบางจุดจะได้รับผลกระทบ ก็ยังมีโอกาสอื่นๆ รองรับอยู่

THINKK Studio สตูดิโอออกแบบที่สนุกกับการคิดเปลี่ยนของเดิมๆเป็นของที่ตอบโจทย์คนและสิ่งแวดล้อม

ส่วนความฝันก้าวต่อไป เป็นสิ่งที่อยู่ในใจลึกๆ ของพวกเขามาตั้งแต่สมัยเรียน

“เราอยากให้ที่แห่งนี้เป็นที่ที่คนต่างชาติมาไทยแล้วอยากรู้ต่อว่างานดีไซน์ของไทยเป็นอย่างไร อยากแวะมาดูที่สตูดิโอ หรือนึกถึงเราเมื่อมีโจทย์ที่ต้องใช้ดีไซน์ที่ตอบโจทย์ความยั่งยืน เวลาไปต่างประเทศ ก็อยากให้วันหนึ่งไปเจอเฟอร์นิเจอร์ไทยที่ชัดเจนและโดดเด่น คนอื่นมองแล้วรู้ว่ามาจากการออกแบบประเทศเรา ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นของเรานะ มันคงไปคนเดียวไม่ได้ แต่ต้องมาตรฐานดีเป็นภาพรวมทั้งหมดเลย เราอยากเห็นภาพแบบนั้น”

Lesson Learned 

เดย์ : “ถ้าเป็นนักออกแบบ สิ่งสำคัญที่สุดคือตัวผลิตภัณฑ์ ตัวผลงาน อยากให้โฟกัสกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าให้มากที่สุด เรื่องอื่นๆ เป็นแค่องค์ประกอบเสริมที่จะทำให้งานไปไกลมากขึ้น”

พลอย : “ถ้าเราใส่ความคิด ความตั้งใจที่ดีลงไปในผลิตภัณฑ์ เราเชื่อว่าคนจะรับรู้ได้เมื่อเห็นผลงาน ถ้าเราทำให้ผลิตภัณฑ์นั้นบอกเล่าเรื่องราวบางอย่าง มันจะมีคุณค่ามากขึ้น มากกว่าของที่ทำเพื่อให้ขายดีหรือตามเทรนด์เฉยๆ” 

THINKK Studio สตูดิโอออกแบบที่สนุกกับการคิดเปลี่ยนของเดิมๆเป็นของที่ตอบโจทย์คนและสิ่งแวดล้อม

GC Circular Living Symposium 2020: Tomorrow Together งานประชุมด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) จัดโดยบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ร่วมกับพันธมิตรระดับโลก National Geographic และเครือข่ายพันธมิตรที่รวบรวมกว่า 40 ผู้นำความคิด นวัตกร และนักธุรกิจจากทั่วโลก มาร่วมแบ่งปันความคิดและประสบการณ์เกี่ยวกับแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อขับเคลื่อนโลกสู่ความยั่งยืน ด้วยนวัตกรรม การสร้าง Business Model เพื่อก่อให้เกิดระบบนิเวศทางธุรกิจ (Ecosystem)

งานนี้มุ่งหวังการแลกเปลี่ยนมุมมองและส่งเสริมการเรียนรู้เรื่องราวที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์ในรูปแบบ Circular in Action รวมพลังปฏิวัติการใช้ทรัพยากรโลก เพื่อสร้างสมดุลเพื่อความยั่งยืน โดยถอดบทเรียนด้วยหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน วิถีการพึ่งพาตนเอง…ใช้สิ่งที่มีให้คุ้มค่า เปลี่ยนแนวความคิดสู่การปฏิบัติที่พร้อมขยายผล ถ่ายทอดจากประสบการณ์ตรงที่เข้าใจง่ายและเกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม เป็นประโยชน์ทั้งในชีวิตประจำวัน SMEs องค์กรและหน่วยงานต่างๆ ตลอดจนสังคม เพื่อเป็นแรงกระเพื่อมให้การนำแนวคิด Circular Economy ขยายผลออกไปให้มากที่สุด เพื่อจะสร้าง ‘วันพรุ่งนี้ที่ดีกว่า’ ร่วมกัน (Tomorrow Together)

เข้าชมทุก Speaker ทุก Session ย้อนหลังได้ที่นี่

Writer

ปัน หลั่งน้ำสังข์

บัณฑิตวิศวฯ ที่ผันตัวมาทำงานด้านสื่อ เพราะเชื่อว่าเนื้อหาดี ๆ จะช่วยให้คนอยากมีชีวิตอยู่ต่อไป

Photographer

ปวรุตม์ งามเอกอุดมพงศ์

นักศึกษาถ่ายภาพที่กำลังตามหาแนวทางของตัวเอง ผ่านมุมมอง ผ่านการคิด และ ดู

The Entrepreneur

แรงบันดาลใจจากแผนธุรกิจสร้างสรรค์ไม่จำกัดวงการของผู้ประกอบการผู้ตั้งใจ

‘Ericeira เมืองเซิร์ฟของประเทศโปรตุเกส-เขาหลัก ใน 20 ปี?’

นี่คือชื่อบทความออนไลน์ที่เราอ่านระหว่างทำความรู้จัก ‘Better Surf Thailand’ โรงเรียนสอนเล่นเซิร์ฟที่เกิดจากการรวมตัวของเซิร์ฟเฟอร์ในเขาหลัก ก่อนเดินทางไปสัมภาษณ์พวกเขา

บทความฉายภาพให้เห็นถึงเมืองประมงเล็ก ๆ เงียบ ๆ แห่งหนึ่งในโปรตุเกส ที่เติบโตจนพลิกฟื้นให้เมืองกลับมาคึกคักด้วยการโต้คลื่น และกลายเป็นจุดหมายปลายทางของผู้คนมากมายจากทั่วโลก

พวกเขามองว่าเขาหลักเองก็ไม่ต่างกัน และตั้งเป้าหมายว่าจะต้องทำแบบนั้นให้ได้

Better Surf วางพิมพ์เขียวของความฝันของตัวเองไว้อย่างไร ไปดูกัน 

Better Surf Thailand โรงเรียนสอนโต้คลื่นที่พลิกหน้ามรสุมเป็น High Season ณ เขาหลัก พังงา

First Sight

ที่นี่เริ่มมาจากคำชวนง่าย ๆ ของ ต๊ะ-ทวีโรจน์ เอี๋ยวพานิช เจ้าของเพจ Surfer’s Holiday ที่ชวน แมน-ชาติชาย สมพร นักกีฬาโต้คลื่นทีมชาติที่ประจำอยู่ภูเก็ต ให้ลองเปลี่ยนบรรยากาศมาโต้คลื่นที่เขาหลักบ้านเขา 

แมนไม่รอช้า คว้าบอร์ดขึ้นมอเตอร์ไซค์มาสองคนกับเพื่อน เขาบอกว่ามาถึงตกดึกยังไม่ทันเห็นอะไร รุ่งเช้าวันถัดไปเขาถึงได้รู้จักคลื่นที่เขาหลักเป็นครั้งแรก โดยไม่ทันเอะใจว่าที่นี่จะกลายมาเป็นบ้านหลังที่ 2 ในที่สุด

การโต้คลื่นครั้งนั้นก็ยังไม่ใช่จุดเริ่มต้นของ Better Surf เสียทีเดียว ทั้งคู่เคยทำโปรเจกต์ Monkey Dive Hostel ด้วยกันมาก่อน โดยนำสปาเก่ามาปรับปรุงเป็นที่พักนักเดินทาง ค่อย ๆ เริ่มไปทีละขั้นทีละตอน ตั้งแต่ก่อสร้างไปจนถึงต้อนรับลูกค้าด้วยตัวเอง ทำให้ได้เจอกับ Co-founder คนที่ 3 เรมี-อาทิต์ยา จันทร์ประเสริฐ 

Better Surf Thailand โรงเรียนสอนโต้คลื่นที่พลิกหน้ามรสุมเป็น High Season ณ เขาหลัก พังงา

Better Surf, Better City

2 ปีแรกที่ Monkey Dive Hotel พวกเขาใช้เวลาช่วงหน้ามรสุมปิดโฮสเทลไปทำอย่างอื่น เพราะเป็นช่วงที่เกาะต่าง ๆ ซึ่งเป็นแม่เหล็กสำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยวของจังหวัดพังงาปิดชั่วคราว ธุรกิจอื่นก็ซบเซาเสียจนเมืองเงียบเหงา 

พวกเขาเริ่มเห็นลู่ทางใหม่ แม้คลื่นลมในหน้ามรสุมทำให้การท่องเที่ยวบนเกาะเป็น Low Season แต่ก็เป็นคลื่นลมนี้เช่นกันที่ทำให้การโต้คลื่นสนุกขึ้น ช่วงพฤษภาคมจนถึงตุลาคมที่เคยเงียบเหงา จึงกลายมาเป็น High Season สำหรับการเล่นเซิร์ฟ ความคิดที่จะเปิดโรงเรียนสอนโต้คลื่นเพื่อทำให้มาเที่ยวพังงาได้ทั้งปีจึงเกิดขึ้น

ย้อนไปวันแรก แมนบอกว่ากังวลอยู่ไม่น้อย เพราะไม่ได้มีพื้นฐานทำธุรกิจมาก่อน แต่โชคดีที่ Co-founder ทั้งสามคนมีความรู้ในด้านที่ต่างกันลงตัวพอดิบพอดี เขาใช้ประสบการณ์ที่มีสอนทฤษฎีและการโต้คลื่น ขณะที่ต๊ะกับเรมีช่วยดูเรื่องแผนการตลาด และยังได้แรงสนับสนุนจาก คุณฉิ่ง-มนตรี ณ ตะกั่วทุ่ง เจ้าของสถานที่ผู้ที่มีส่วนสำคัญในการผลักดันกีฬาโต้คลื่นในพังงาให้เติบโตอย่างทุกวันนี้

กิจการเริ่มขึ้นในปี 2018 กับการสอนนักเรียน 150 คนแรก พวกเขาทำเองเกือบทุกขั้นตอน ทั้งตอบอินบ็อกซ์ รับจองคลาสเรียน รวมถึงลงน้ำสอนโต้คลื่นด้วยตัวเอง จนมั่นใจว่าโรงเรียนจะไปต่อได้เลยเริ่มตั้งชื่อ 

พวกเขาอยากให้เป็นชื่อที่ดี เลยคิดจะใช้ Surf Thailand ทว่าคิดอีกที Better Surf Thailand น่าจะดีกว่า

เพราะสิ่งที่คิดจะทำ ไม่ใช่แค่โรงเรียนสอนโต้คลื่นในไทย แต่ต้องเป็นโรงเรียนสอนโต้คลื่นที่ให้ประการณ์ที่ดียิ่งกว่า เพื่อทำให้เขาหลักเป็นมากกว่า Surf Town และผลักดันธุรกิจท่องเที่ยวของเมืองให้เป็น Tourist Spot ให้ได้ ทั้งทีมเลยตั้งใจพัฒนา 2 ส่วนสำคัญ คือ โรงเรียน และ คอมมูนิตี้

Better Surf Thailand โรงเรียนสอนโต้คลื่นที่พลิกหน้ามรสุมเป็น High Season ณ เขาหลัก พังงา
Better Surf Thailand โรงเรียนสอนโต้คลื่นที่พลิกหน้ามรสุมเป็น High Season ณ เขาหลัก พังงา

Surf School’s System

“ผมมองว่าการสอนเซิร์ฟ มันมากกว่าลงไปเล่นแล้วยืนได้” แมนเล่าแบบนั้น “แต่เขาต้องแฮปปี้และปลอดภัย นั่นเป็นเป้าหมายที่เราหวังไว้”

เหตุผลที่เขาเลือกเป็นคนสอนพื้นฐานและทฤษฎีบนบกเอง เพื่อให้แน่ใจว่านักเรียนได้เรียนรู้ทักษะที่จำเป็นต้องใช้ในการปฏิบัติ เอาตัวรอดในน้ำได้อย่างครบถ้วนและถูกต้อง จากนั้นถึงจะส่งไม้ต่อให้ครูท่านอื่นสอนนักเรียนกับคลื่นจริงตัวต่อตัว

จากการซาวเสียงคนรอบตัว ส่วนใหญ่ที่ได้มีโอกาสโต้คลื่นครั้งแรก มักได้คำตอบรับกลับมาว่าสนุก ประทับใจ เพราะเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่ไม่เคยสัมผัส ทำให้อยากกลับไปเรียนอีก 

แต่พอเราถามถึงการเล่นครั้งที่ 2 3 หรือ 4 ก็มีบางเสียงบอกว่ายากเกินไป เพราะหลาย ๆ โรงเรียนเน้นสอนแต่คอร์ส Try Surf และไม่มีบันไดขั้นอื่นให้เดินต่อ แต่ไม่ใช่กับ Better Surf

Better Surf Thailand โรงเรียนสอนโต้คลื่นที่พลิกหน้ามรสุมเป็น High Season ณ เขาหลัก พังงา

ระบบของที่นี่ส่งเสริมการเรียนของนักเรียนมากขึ้น โดยนำความรู้จากเนื้อหาของ ISA (International Surfing Association) มาย่อยเป็นทักษะต่าง ๆ ที่นักโต้คลื่นแต่ละระดับควรมี เขียนออกมาเป็นเอกสารสำหรับทั้งครูและนักเรียน ตั้งแต่ระดับ Beginner, Intermediate ไปจนถึง Advance ซึ่งเราไม่เคยได้เห็นจากโรงเรียนอื่น 

“เรามีเอกสารให้กรอกเลยว่า ใน 1 ชั่วโมงที่เรียน นักเรียนคาดหวังอยากเรียนรู้อะไร พอจบ 1 ชั่วโมงปุ๊บ ครูผู้สอนมีหน้าที่อธิบายและแนะนำว่า อะไรคือส่วนที่ทำได้ดีแล้ว และจะปรับปรุงส่วนไหนเพื่อให้ครั้งหน้าเล่นได้ดีขึ้น นักเรียนจะได้รู้ว่า แต่ละขั้นควรเรียนรู้อะไรเพื่อก้าวไปสู่ขั้นถัดไป และทำให้รู้ว่าที่มาเรียนนี่ผมไม่ได้เลี้ยงไข้คุณนะ” เขาหัวเราะ

แต่ในบางครั้งโดยเฉพาะช่วง High Season ที่คิวสอนของครูแต่ละคนยาวต่อเนื่องชั่วโมงต่อชั่วโมง ก็เกิดการฟีดแบ็กไม่ทันเช่นกัน เขาไม่นิ่งนอนใจและแก้ปัญหานี้ด้วยการทำกล่องคอมเมนต์ไว้ที่โต๊ะลงทะเบียนของโรงเรียน ซึ่งหย่อนได้ทั้งนักเรียนและคุณครู 

“ไม่มีคอมเมนต์ไหนที่ไม่ดีนะ เพราะการที่เขามาคอมเมนต์ แปลว่าเขาเห็นจุดอ่อน เห็นอะไรที่คิดว่ามันพัฒนาไปได้ไกลกว่านี้”

Better Surf Thailand โรงเรียนสอนโต้คลื่นที่พลิกหน้ามรสุมเป็น High Season ณ เขาหลัก พังงา

Soft Skill

ในปี 2019 ซึ่งเป็นช่วง High Season ความต้องการเล่นเซิร์ฟตื่นตัวมากเป็นประวัติการณ์ ที่นี่จึงจำเป็นต้องรับสมัครครูสอนเซิร์ฟเพิ่มเป็นครั้งแรก สิ่งที่น่าสนใจในการมองหาผู้ร่วมทีมคนใหม่ คือ Better Surf ไม่ได้มองหาผู้สมัครที่เล่นได้เก่งที่สุด แต่เลือกคนที่มีไฟในการพัฒนาตัวเองและการสอน 

Soft Skills คือสิ่งที่เขาบอกว่าเป็นทักษะสำคัญที่ครูแต่ละคนควรมี ความเห็นอกเห็นใจ (Empathy) เป็นสิ่งที่ต้องใช้เยอะมากในการสอน เพื่อสร้างความประทับใจและสร้างประสบการณ์การเรียนที่ดีให้กับนักเรียน เพราะครูผู้สอนเหมือนเป็นประตูด่านแรกในการเล่นกีฬาโต้คลื่น ถ้าได้รับประสบการณ์ที่ไม่ดี ก็อาจปิดประตูกีฬาชนิดนี้ไปเลย ทั้ง ๆ ที่มันเป็นกีฬาที่สนุก เปิดโอกาสให้ได้อยู่กับธรรมชาติ ได้พูดคุยกับผู้คน โดยไม่ต้องพะวงกับมือถือหรือโลกภายนอก 

“ผมบอกครูทุกคนว่า บทบาทของคุณสำคัญต่อการขับเคลื่อนองค์กรนะ เพราะถ้าไม่มีคุณ Better Surf ก็ไปต่อไม่ได้ หรือต่อให้ทำได้ก็ไม่มีทีมเวิร์ก ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการ เราอยากให้คุณพัฒนาศักยภาพตัวเอง เพราะในอนาคต คุณมีฐานนักเรียนที่เขาแฮปปี้กับคุณ มันต่อยอดได้อีกเยอะ ไปที่อื่นก็มีคนตามคุณอยู่ เพราะเขารู้ว่าคุณเป็นครูแบบไหน”

Better Surf Thailand โรงเรียนสอนโต้คลื่นที่พลิกหน้ามรสุมเป็น High Season ณ เขาหลัก พังงา

Empower People

นอกจากความสนุกในการเล่น เราพบว่าอีกส่วนที่กีฬาโต้คลื่นทำได้ดีคือการสร้างเสริมความมั่นใจ แมนบอกเราว่า จริง ๆ แล้ว 80 – 90 เปอร์เซ็นต์ของนักเรียนเป็นผู้หญิง เพราะสื่อโซเชียลที่ทันสมัยทำให้ทุกคนมีโอกาสได้เห็นแรงบันดาลใจใหม่ ๆ เปลี่ยนภาพจำจากเซิร์ฟที่ดูเป็นกีฬาเอ็กซ์ตรีมของผู้ชาย ให้กลายเป็นกีฬาที่ใคร ๆ ก็เล่นได้

“พี่เรมีน่าจะเป็นอีกคนที่ Empower ให้ผู้หญิงไทยมาเล่นเซิร์ฟ”

แมนเล่าถึง Co-founder คนที่ 3 ที่ใช้เวลา 2 ปี เปลี่ยนการโต้คลื่นจากงานอดิเรกให้เป็นเรื่องจริงจังขนาดติดทีมชาติ และคว้าเหรียญทองแดงกลับมาจากการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 30 

Better Surf เองก็เคยทำแพ็กเกจ Solo Traveller ส่งสารถึงผู้หญิงทุกคนว่า การมาโต้คลื่นเป็นกิจกรรมที่ทำคนเดียวได้ ไม่ต้องรอใคร ไม่ว่าจะแข็งแรงดีหรืออกหักอยากพักใจ ก็จองคลาสเรียนมาได้เลย เพราะถึงแม้จะเดินทางมาคนเดียว ก็ยังมีเพื่อนผู้หญิงอีกหลายคนร่วมเดินทางด้วยกัน กลายเป็นคอมมูนิตี้แห่งใหม่ขึ้น

การเล่นเซิร์ฟทำหน้าที่เป็นเพื่อนใหม่ให้กับใครหลาย ๆ คน อย่างใน Barcadi Camp แคมป์เซิร์ฟแรกที่โรงเรียนจัด มีผู้ร่วมกิจกรรมหลายคนแชร์ประสบการณ์เรื่องภาวะซึมเศร้ากับการโต้คลื่น ว่าการได้มาลองโต้คลื่นในแคมป์เป็นประสบการณ์ที่ดี ทำให้ได้เจอเพื่อน เจอคลื่น พบกีฬาที่ชอบ และได้รับพลังกลับไป 

โรงเรียนสอนโต้คลื่นในเขาหลัก จ.พังงา ที่ช่วยขับเคลื่อนให้เมืองนี้กลับมามีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง
โรงเรียนสอนโต้คลื่นในเขาหลัก จ.พังงา ที่ช่วยขับเคลื่อนให้เมืองนี้กลับมามีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง

Ride the Right Wave

ช่วงปี 2019 เป็นปีสำคัญของโรงเรียน Better Surf เพราะเป็นปีที่มีทั้งจังหวะเติบโตและจังหวะหยุดอยู่กับที่ โควิด-19 ระลอกแรกทำให้ธุรกิจแทบทุกอย่างที่กำลังไปได้สวยหยุดชะงัก ในจังหวะนั้น ต๊ะเสนอทางรับมือกับปัญหาเกี่ยวกับนโยบายป้องกันโรคระบาดที่ผันผวนไปมา โดยวางแผนร่วมกับธุรกิจภาคโรงแรม เตรียมความพร้อมไว้รอวันที่การท่องเที่ยวกลับมาคึกคักอีกครั้ง เพราะเชื่อว่าเมื่อถึงเวลาที่เมืองเปิด คนจะกลับมา 

และก็เป็นอย่างที่คาดการณ์เอาไว้

หลังคลายล็อกดาวน์ จำนวนนักเรียนจากเดิมที่สอนแค่วันละ 5 – 7 คน ทะลุไปสู่หลักร้อย โดยเฉพาะช่วงสุดท้ายของซีซั่นปลายเดือนตุลาคม พอคำนวณรวบยอดทั้งซีซั่น พวกเขาสอนนักเรียนร่วมหนึ่งหมื่นคน นับเป็นนิมิตรหมายที่ดีต่อธุรกิจ แต่เมื่อทบทวนดี ๆ กลับพบว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่ต้องการ

“เราไม่ต้องการให้คนมาเรียนวันละ 100 คน เพราะไม่ได้มองว่าธุรกิจที่เราทำต้องได้ผลกำไรสูงสุด แต่อยากให้มันยั่งยืนมากกว่า เพราะถ้าเราโตเร็ว ก็อาจจะไปเร็วเหมือนกัน”

พวกเขาเลยกลับมาที่ Core Value คือการค่อย ๆ ขยายธุรกิจไปแบบไม่เร่งร้อน รับครูและพนักงานเพิ่มปีละ 1 – 2 คน ตามขนาดธุรกิจที่เติบโตขึ้น เพื่อเป็นฐานสำหรับการสร้างคอมมูนิตี้เซิร์ฟให้เติบโตไปอย่างแข็งแรงและยั่งยืน ซึ่งเขาวางแผนเอาไว้ว่า มีสิ่งที่ต้องพัฒนาทั้งหมด 5 อย่าง 

หนึ่ง การพัฒนาบุคลากร อบรมและสร้างมาตรฐานการสอนให้ครู เพื่อทำให้การมาเรียนโต้คลื่นสนุก ปลอดภัย นักเรียนอยากกลับมาอีก พร้อมกับสร้างความเข้าใจกับคนท้องที่เรื่องการเป็นเจ้าบ้านว่า Service Mind เป็นสิ่งสำคัญ ยิ่งเราเป็นเจ้าบ้านที่ดี ถ้อยทีถ้อยอาศัยกับนักท่องเที่ยวได้เท่าไหร่ เศรษฐกิจท้องถิ่นยิ่งโตไปข้างหน้าเท่านั้น เพราะเมื่อนักท่องเที่ยวติดใจจนอยากกลับมาซ้ำ คนท้องถิ่นเองก็จะมีรายได้มั่นคงขึ้น ไม่ต้องไปย้ายถิ่นฐานไปไกลบ้าน

สอง จำกัดจำนวนผู้เรียนให้น้อยลงและไม่รับนักเรียน Walk-in เพื่อที่โรงเรียนจะได้จัดการบุคลากรอย่างพอดี ให้ครูแต่ละคนมีเวลาเตรียมตัว ทำความรู้จักพื้นฐานของนักเรียนแต่ละคนเต็มที่ ตั้งแต่ก่อนที่นักเรียนจะมาถึง เพื่อสร้างความประทับใจแรกให้กับนักเรียน และอีกด้านหนึ่ง Better Surf Thailand ต้องการทำหน้าที่การตลาดและเลือกที่จะกระจายนักเรียนไปยังโรงเรียนโต้คลื่นอื่น ๆ ที่มีมาตรฐานเช่นเดียวกัน อย่างเช่น Pakarang Surf School และ Seapiens Camp Khaolak ที่คอยทำงานและพัฒนาไปด้วยกัน

สาม สร้างโอกาสให้นักกีฬาเยาวชนได้พัฒนาศักยภาพเพิ่มขึ้น ด้วยการจัดสรรทั้งทุนและอุปกรณ์ ผ่านชมรมกระดานโต้คลื่นของจังหวัดพังงาที่มีต๊ะเป็นประธาน เพราะปัจจุบันมีนักกีฬารุ่นใหม่ทักษะดีที่รอการเจียระไนอยู่อีกมาก และพวกเขามองว่าจะประสบความสำเร็จในเวทีใหญ่ได้ไม่ยาก ถ้าหากได้รับการสนับสนุนที่ดีพอ

สี่ สนับสนุนให้นักเรียนลองขยับขยายไปเล่นที่อื่นอีกหลาย ๆ ที่ ไม่ว่าจะเป็นทะเลตะวันออก อย่างเขาแหลมหญ้าที่ระยอง หาดเจ้าหลาวที่จันทบุรี หรือฝั่งอ่าวไทย ตั้งแต่หัวหิน ปราณบุรี ถึงสงขลา ที่หน้า High Season ไม่ตรงกับฝั่งอันดามัน เพื่อให้นักเรียนได้มีโอกาสเล่นเซิร์ฟทั้งปี ไม่ใช่แค่ที่เขาหลัก เป็นการผลักดันให้ทุกที่มีรายได้เลี้ยงตัวเอง เติบโตเป็นเครือข่ายกีฬาโต้คลื่นที่แข็งแรงด้วยกันทั้งประเทศ

ห้า รณรงค์เก็บขยะ ไม่ใช่แค่ที่ Memories Beach ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงเรียน แต่กระจายออกไปให้ทั่วทุกหาด ทุกพื้นที่ เพื่อทำให้ธรรมชาติสวยสะอาด ดึงดูดใจให้คนมาท่องเที่ยว 

เราเชื่อว่า 5 อย่างที่ทาง Better Surf กำลังตั้งใจทำอยู่ในตอนนี้ ประกอบกับธรรมชาติที่ดีของเขาหลัก จะพาให้พวกเขาไปถึงฝัน ในการใช้กีฬาโต้คลื่นพลิกฟื้นเมืองและธุรกิจท้องถิ่นให้กลับมาคึกคัก เป็น Tourist Destination แบบ Ericeira ได้ไม่ยาก และอาจจะไม่ต้องใช้เวลามากถึง 20 ปี 

“แมนคิดว่า 5 ปีก็น่าจะเริ่มเห็นผลแล้วนะ” คุณครูทิ้งท้ายไว้พร้อมรอยยิ้ม 

โรงเรียนสอนโต้คลื่นในเขาหลัก จ.พังงา ที่ช่วยขับเคลื่อนให้เมืองนี้กลับมามีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง

Lessons Learned

  • การเลือกคนให้เหมาะกับงาน ต้องอ่านเนื้องานให้ขาด ถึงจะได้คนที่มีคุณสมบัติที่ถูกเหมาะสมแบบที่ Better Surf เลือกให้คุณสมบัติของครูผู้สอนมีไฟ เข้าใจ Soft Skills มาเป็นอันดับแรก เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับนักเรียน
  • การจับจังหวะเป็นอีกทักษะสำคัญของการทำธุรกิจ ต้องอ่านสถานการณ์ให้ออกว่าจังหวะไหนต้องหยุดรอ จังหวะไหนทำต่อได้ เพราะการฝืนทำในจังหวะที่ยังไม่ใช่ อาจจะทำให้ธุรกิจไม่ได้ไปต่อ
  • การจับคู่กับพาร์ตเนอร์ซึ่งทำธุรกิจที่ส่งเสริมกัน จะช่วยยกระดับให้เศรษฐกิจท้องถิ่นเติบโต พัฒนาไปได้ไกลกว่าการทำเพียงเจ้าเดียวโดด ๆ
  • พัฒนาธุรกิจไปพร้อม ๆ กับพัฒนาท้องถิ่นที่อยู่ เพื่อการเติบโตที่ยั่งยืนของทุกฝ่าย

Writer

นิปุณ แสงอุทัยวณิชกุล

สถาปนิกที่สนใจในงานเขียน สถาปัตยกรรม ที่ว่าง เวลา และหมาฟลัฟฟี่

Photographer

ณัฐปคัลภ์ ทัศนวิริยกุล

ช่างภาพอิสระ | ภูเก็ต ชอบหาของอร่อยกิน รักการใช้เวลากับคนรัก ig : Kenhitive

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load