24 กุมภาพันธ์ 2564
15 K

ชิดลมวันนี้น่ารักขึ้น

เพราะร้าน B2S บนชั้น 6 ของห้างเซ็นทรัลชิดลม แต่งองค์ทรงเครื่องใหม่ แปลงโฉมเป็น B2S Think Space พื้นที่สร้างสรรค์โทนสีสว่างสะอาดตา ฟุ้งไปด้วยกลิ่นอายแสนอบอุ่นคล้ายร้านหนังสือกึ่งๆ ห้องสมุดของต่างประเทศ 

แม้ดูเรียบง่ายในภาพกว้าง แต่ดีไซน์กลับซับซ้อนหวือหวา ภาพของเล่นเสริมจินตนาการอันละลานตาและฝ้าเพดานลายท้องฟ้าจับใจเราตั้งแต่เห็นแวบแรก

B2S Think Space อุโมงค์หนังสือไซส์ยักษ์กลางเซ็นทรัลชิดลม การพลิกโฉมใหม่ของร้านหนังสือกลางห้าง
B2S Think Space อุโมงค์หนังสือไซส์ยักษ์กลางเซ็นทรัลชิดลม การพลิกโฉมใหม่ของร้านหนังสือกลางห้าง

ขณะย่างเดินเข้าไปด้านใน ใจก็พลันเต้นระรัวเมื่อเห็นอุโมงยักษ์ชวนพิศวง ซึ่งคอยดึงดูดให้อยากแอบเร้นกายใต้วงโค้งท่ามกลางหมู่มวลหนังสือเพื่อนยาก

จังหวะการออกแบบภายในชั้นเซียนทำให้เราสาวเท้าก้าวไปลึกๆ เรื่อยๆ โดยไม่รู้ตัว จากโซนหนังสือสู่โซนของใช้สำนักงาน โซนแกดเจ็ต และโซนขายเครื่องไม้เครื่องมือสำหรับงานศิลปะ เดินวนไปหลายรอบอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย ยิ่งได้ฝ้าเพดานกระจกสะท้อน ลวงตาให้พื้นที่ดูโอ่อ่ากว้างขวาง ลืมไปเลยว่าเดินเล่นอยู่ในห้างเก่าอายุหลายสิบปี   

อย่างนี้แล้วจะปรามตัวเองไม่ให้ตกหลุมพรางรักแหล่งรวมตัวป้ายแดงนี้ได้อย่างไรไหว

เมื่อได้รู้ว่าเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงจาก THINKK Studio เราก็คลายความแคลงใจลงทันที พลันนึกชื่นชมอยู่ในใจว่าวาดฝีไม้ลายมือเอาไว้ได้สมศักดิ์ศรีสตูดิโอออกแบบแถวหน้า

B2S Think Space อุโมงค์หนังสือไซส์ยักษ์กลางเซ็นทรัลชิดลม การพลิกโฉมใหม่ของร้านหนังสือกลางห้าง

ไม่รอเสียให้เสียเวลา ความกระหายใคร่รู้ของเราเร่งเร้าให้ยกโทรศัพท์นัดหมาย พลอย-พลอยพรรณ ธีรชัย ผู้อยู่เบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้มาต่อบทสนทนา

เชิญตีตั๋วรถไฟฟ้า (หรือจะขับยวดยานส่วนตัวก็ไม่ห้าม) มายังชิดลม ตบเท้าเข้าสู่ห้างเซ็นทรัล กดลิฟต์ขึ้นไปยังชั้น 6 ผ่านโซนของเล่นเด็กไปสู่ B2S Think Space หามุมสบายๆ ทอดกายเอนหลัง นั่งลงอ่านเรื่องราวของแลนด์มาร์กน้องใหม่ใจกลางเมืองไปพร้อมกัน

คำเตือน : ระหวังตกหลุมรักร้านหนังสือ

B2S Think Space อุโมงค์หนังสือไซส์ยักษ์กลางเซ็นทรัลชิดลม การพลิกโฉมใหม่ของร้านหนังสือกลางห้าง

พ่อสื่อแม่ชัก

“เขาเห็นผลงานเราแล้วชอบ เลยได้ร่วมงานกัน” คู่สนทนาของเราเริ่มเล่าที่มาที่ไป

“ตอนแรกพลอยทำงานกับเซ็นทรัลในการปรับปรุงบริเวณชั้น 6 ซึ่งมีหน้าร้าน B2S พอดี ทางเซ็นทรัลและ B2S อยากให้การออกแบบเป็นไปทิศทางเดียวกัน เราเลยได้ทำตรงนี้ด้วย”

ถ้าเป็นละครก็คงเป็นฉากเมื่อพระเอกและนางเอกได้เจอกันตามคำแนะนำของพ่อสื่อแม่ชัก เพราะตอนนั้น B2S กำลังมีไอเดียจะแปลงโฉมหน้าร้านสาขานี้เป็น B2S Think Space พื้นที่สำหรับความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งมอบประสบการณ์แปลกใหม่และเป็นแหล่งพลังงานบวกให้แก่ลูกค้า ภายใต้หน้าตาของร้านหนังสือและอุปกรณ์เครื่องเขียนอยู่พอดิบพอดี

แววตาเป็นประกายของนักออกแบบมากประสบการณ์กระซิบบอกเราว่า โอกาสในการเล่นสนุกคราวนี้ทำให้เจ้าตัวตื่นเต้นใจฟูสุดๆ

“พอตกลงจับมือกัน เราทำงานเข้าขากันดีมาก แม้เขาจะมีภาพในหัวอยู่แล้วว่าอยากได้แบบไหน แต่ด้วยความเชื่อใจ เวลาเราเสนออะไรเขารับฟังทุกอย่าง เราทำงานอย่างแฮปปี้และราบรื่น” เธอเล่าถึงเหตุที่ผลักให้งานออกมาดีสมใจ

B2S Think Space อุโมงค์หนังสือไซส์ยักษ์กลางเซ็นทรัลชิดลม การพลิกโฉมใหม่ของร้านหนังสือกลางห้าง

ร้านหนังสือเมืองนอก

“เราเคยเห็นร้านหนังสือสวยๆ ในเมืองนอกแล้วอยากให้บ้านเรามีบ้าง” ยังไม่ทันเอ่ยปากถาม เจ้าตัวก็เล่าถึงแรงบันดาลใจแรกด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

“เราอยากให้มีร้านขายหนังสือและเครื่องเขียนสวยๆ เพื่อดึงดูดคน ดูเข้าถึงง่าย และเป็นมิตรต่อลูกค้าทุกกลุ่ม ยิ่งสมัยนี้ปิดตัวลงกันเยอะ เราเลยอยากเปลี่ยนความคิดให้คนออกมาร้านหนังสือ”

B2S Think Space อุโมงค์หนังสือไซส์ยักษ์กลางเซ็นทรัลชิดลม การพลิกโฉมใหม่ของร้านหนังสือกลางห้าง

เมื่อได้รับโจทย์ว่าอยากเป็นร้านค้าที่เสิร์ฟประสบการณ์อันน่าจดจำไปในตัว พลอยจึงเริ่มภารกิจครั้งใหม่ด้วยการออกไปทำความรู้จัก B2S เพื่อจับคาแรกเตอร์ของแบรนด์

“เราไปเยี่ยมตามสาขาต่างๆ เพื่อสัมผัสประสบการณ์จริง จะได้รู้ว่าอะไรควรเพิ่ม อะไรควรลด แล้วเอามาเป็นข้อมูลในการออกแบบ เพราะอยากให้เป็นตัวตนของแบรนด์ได้มากที่สุดและไม่เหมือนแห่งอื่นๆ เลยตีโจทย์เป็นเหมือนสวนสาธารณะ สถานที่สำหรับพักผ่อน” 

ดีไซเนอร์สาวรับประกันว่าถ้าใครได้แวะเข้ามาเยี่ยมเยือน จะต้องได้ไอเดียเจ๋งๆ ติดสมองกลับไปไม่น้อยแน่นอน

Park of Creativity

B2S Think Space ที่เซ็นทรัลชิดลม คือเหล้าเก่าในขวดใหม่

ที่ว่า ‘เหล้าเก่า’ คือความเก๋าประสบการณ์และการไม่ยอมผ่อนปรนคุณภาพแบบเดิม ไม่ใช่ความน่าเบื่อจำเจ

ที่ว่า ‘ขวดใหม่’ คือใหม่ในรูปลักษณ์ เพิ่มอรรถรสในการดื่ม

B2S Think Space อุโมงค์หนังสือไซส์ยักษ์กลางเซ็นทรัลชิดลม การพลิกโฉมใหม่ของร้านหนังสือกลางห้าง

พลอยเริ่มต้นจากการเนรมิตโซนหน้าสุดอย่าง Play&Learn Space ให้กลายเป็นสวนในจินตนาการ ประหนึ่งหลุดมาจากการ์ตูนเรื่องโปรดสมัยยังแบเบาะ

“นอกจากอยากทำให้กลมกลืนกับรอบๆ ซึ่งขายของเล่นแล้ว เรายังเชื่อว่าทุกคนเคยมีวัยเด็ก และลึกๆ แล้วยังมีความเป็นเด็กซ่อนอยู่ในตัวเสมอ จึงจำลองเป็นโลกการ์ตูน ทำเสาต้นไม้ไซส์ยักษ์ ชั้นวางของเนินเขา ฝ้าเพดานท้องฟ้าแสนสดใส เหมือนเป็นสนามเด็กเล่นจริงๆ เข้าคู่ไปกับสินค้าเสริมจินตนาการที่จัดเรียงอย่างเป็นระเบียบอยู่ตามชั้น”

B2S Think Space อุโมงค์หนังสือไซส์ยักษ์กลางเซ็นทรัลชิดลม การพลิกโฉมใหม่ของร้านหนังสือกลางห้าง

เพียงไม่กี่ก้าวถัดเข้ามาด้านในคือคลังนิทานเด็ก มีโต๊ะและเก้าอี้ตัวจิ๋วไว้ให้คุณหนูๆ นั่งเล่นได้เพลินๆ ของตกแต่งแวดล้อมชวนให้คิดเพ้อฝันหมุนทวนเข็มนาฬิกากลับไปสมัยยังเตาะแตะ คลุ้งไปด้วยอายแห่งความไร้เดียงสา

ใครมากับลูกหลานกรุณาจับมือกันไว้ให้มั่น เพราะเพียงได้ย่างกรายเข้าสู่บริเวณนี้ เจ้าตัวจิ๋วเป็นต้องปลื้มอกปลื้มใจแน่นอน

B2S Think Space อุโมงค์หนังสือไซส์ยักษ์กลางเซ็นทรัลชิดลม การพลิกโฉมใหม่ของร้านหนังสือกลางห้าง
B2S Think Space อุโมงค์หนังสือไซส์ยักษ์กลางเซ็นทรัลชิดลม การพลิกโฉมใหม่ของร้านหนังสือกลางห้าง

น้องๆ หนูๆ หลงใหลโซนนี้ฉันใด ผู้ใหญ่คงต้องหลงใหล Book Cave อุโมงหนังสือขนาดเบิ้ม แลนด์มาร์กสำคัญแห่งใหม่ฉันนั้น

เพียงแรกเห็นก็พลันจินตนาการถึงภาพยนตร์ไซไฟอวกาศสักเรื่อง เพราะถ้ำนี้ดูสูงโปร่งราวกับเป็นพื้นที่ Double Space เพดานโล่ง

แล้วเราก็ถูกสายตาลวงเข้าอย่างจัง

“ข้อจำกัดอย่างหนึ่งคือโครงสร้างเก่าคับแคบ และเราอยากให้ถ้ำหนังสือมีหลายมิติ ไม่ใช่แค่แนวราบ เลยทำฝ้าเป็นกระจกสะท้อน นอกจากสร้างความโล่งโปร่งให้แก่บริเวณแล้ว ยังช่วยสร้างมุมมองให้อุโมงดูสูงขึ้นได้อีก ตอนแรกจะทำเป็นโครงสร้างแบบเบาๆ โปร่งๆ แต่ทาง B2S อยากให้อิมแพ็คผู้ชมทันที ระดมความคิดกันจนได้แบบนี้”

นักออกแบบคนเก่งออกท่าทาง ชี้ไม้ชี้มือชวนให้เราดูพลางไขปริศนา รู้ตัวอีกทีพวกเราก็เอาตัวเองมาอยู่ใต้ถ้ำนี้

B2S Think Space อุโมงค์หนังสือไซส์ยักษ์กลางเซ็นทรัลชิดลม การพลิกโฉมใหม่ของร้านหนังสือกลางห้าง
B2S Think Space อุโมงค์หนังสือไซส์ยักษ์กลางเซ็นทรัลชิดลม การพลิกโฉมใหม่ของร้านหนังสือกลางห้าง
B2S Think Space อุโมงค์หนังสือไซส์ยักษ์กลางเซ็นทรัลชิดลม การพลิกโฉมใหม่ของร้านหนังสือกลางห้าง

อีกหนึ่งจุดน่าสนใจและเหมาะแก่การแชะภาพไปอวดเพื่อนสุดๆ คือชั้นหนังสือติดผนังทรงโค้งขนาดใหญ่ ยกพื้นสูงขึ้นกว่าเดิมนิด นอกจากให้อารมณ์บรรยากาศห้องสมุดในมหาวิทยาลัยเมืองนอกแล้ว ยังมี Reading Nuxe มุมอ่านหนังสือสุดเก๋ ชวนสุ่มหยิบสักเล่มแล้วนั่งลงอ่าน น่าขลุกตัวตลอดทั้งวัน

B2S Think Space อุโมงค์หนังสือไซส์ยักษ์กลางเซ็นทรัลชิดลม การพลิกโฉมใหม่ของร้านหนังสือกลางห้าง

“เราพยายามใส่พวกโคมไฟและเพิ่มมุมอ่าน เพื่อให้บรรยากาศเหมือนห้องสมุด เอื้อต่อการหยิบจับ ที่สำคัญคือทาง B2S เขาไม่ห้ามเลย ไม่เคยบอกให้ทำเพื่อไม่ให้คนมานั่งอ่านแม้แต่ครั้งเดียว กลับยินดีมากๆ หากคนเลือกจะเข้ามาใช้เวลาที่นี่”

พลอยวางเส้นทางสำรวจไว้อย่างสนุก แขกไปใครมา ไม่ว่าตั้งใจเลือกหาอะไรติดตัวกลับไป ล้วนต้องลองลอดอุโมงนี้ดูสักครั้ง

ทะลุมาอีกฝั่งคือโซน Stationery Space และโซน Lifestyle Space  เธอได้เอางานออกแบบมาช่วยจัดหน้าร้านให้การขายอุปกรณ์เครื่องเขียนและแกดเจ็ตนานาชนิดดูมีชีวิตชีวา ไม่น่าเบื่อจำเจ

B2S Think Space อุโมงค์หนังสือไซส์ยักษ์กลางเซ็นทรัลชิดลม การพลิกโฉมใหม่ของร้านหนังสือกลางห้าง
B2S Think Space อุโมงค์หนังสือไซส์ยักษ์กลางเซ็นทรัลชิดลม การพลิกโฉมใหม่ของร้านหนังสือกลางห้าง

ถัดเข้าไปด้านในสุดคือ Art&Craft Space แดนสวรรค์สำหรับศิลปิน ไม่ว่าจะมือใหม่สมัครเล่นหรือระดับเซียนชั้นครู ยิ่งได้ THINKK Studio เข้ามาช่วยเพิ่มกิมมิกพิเศษ อย่างการจัดดิสเพลย์ขายสีอะคริลิกและแปรงทาสี ที่พนักงานปรับเปลี่ยนรูปแบบได้ตามแต่ใจสร้างสรรค์ ยิ่งช่วยยืนยันการเป็นขุมทรัพย์แห่งไอเดียของ B2S สาขานี้ได้อย่างแจ๋ว

แต่ละตรอกซอกซอยดูสนุกน่าค้นหาไปเสียทุกหมด แม้ไม่ใช่จุดไฮไลต์ แต่ถ้าเดินเล่นวนไปเรื่อยๆ ก็ม่วนใจหลายอยู่ มวลพลังงานบวกที่คละคลุ้งกลืนไปกับชั้นวางสินค้าชวนให้เสียทรัพย์ได้ง่ายๆ ไม่ด้อยไปกว่ากันเลย

Place for Us All

What a perfect combination!

ถ้าให้นึกถึงที่ที่ทั้งงานดีไซน์และการใช้งานเดินทางมาพบกับเอกลักษณ์ของแบรนด์ได้อย่างลงตัว B2S Think Space สาขาเซ็นทรัลชิดลมคือหนึ่งในนั้น

B2S Think Space อุโมงค์หนังสือไซส์ยักษ์กลางเซ็นทรัลชิดลม การพลิกโฉมใหม่ของร้านหนังสือกลางห้าง

“บางคนมองแป๊บเดียวรู้เลยว่าเราออกแบบ เพราะดูโมเดิร์นแบบเป็นมิตร เรียบง่าย แต่ใส่ใจรายละเอียด อย่างที่แขวนกระเป๋าช้อปปิ้ง ชั้นขายขนม เก้าอี้ โซฟา รวมทั้งโคมไฟตามจุดต่างๆ เราออกแบบใหม่หมดเพื่อที่นี่โดยเฉพาะ หัวเสาเราก็ดีไซน์เพื่อสื่อสารถึงสินค้าแต่ละโซน ลูกค้าจะได้ไม่หลง

“จุดแข็งคือเรามีทั้งนักออกแบบผลิตภัณฑ์ สถาปนิก และนักตกแต่งภายใน พอได้ประสบการณ์และข้อมูลจาก B2S มาประกอบ THINKK Studio เกือบจะไม่มีข้อจำกัดในการทำโปรเจกต์นี้เลย”

B2S Think Space อุโมงค์หนังสือไซส์ยักษ์กลางเซ็นทรัลชิดลม การพลิกโฉมใหม่ของร้านหนังสือกลางห้าง

ดีไซเนอร์สาวตรงข้ามเรากวาดตามองบรรยากาศโดยรอบด้วยแววแห่งความภาคภูมิใจไปพลาง

“อีกหนึ่งความตั้งใจ…” เธอหยุดรอให้เสียงประกาศจากห้างจบลงก่อน

“คือการพยายามทำให้ต้อนรับได้ทุกคน ไม่เจาะจงกลุ่มใดเป็นพิเศษ ปากกาแท่งละสิบบาทก็มีขาย เด็กนักเรียนเลิกเรียนมาซื้อได้ ทุกคนในครอบครัวใช้เวลาตรงนี้ได้ พ่อไปพลิกหนังสือหุ้น แม่เอ็นจอยอยู่โซนหนังสือทำอาหาร ลูกคนโตเปิดดูหนังสือติว ลูกคนเล็กสนุกสนานกลางดงหนังสือการ์ตูน อยากให้เป็นพื้นที่แห่งความสุขจริงๆ”

เรามีโอกาสได้เดินลัดเลาะดูบรรยากาศในล่วงหน้าครู่หนึ่งก่อนคู่สนทนามาถึง 

อวยความสุขอันลอยฟุ้งอยู่เต็มบริเวณ และรอยแย้มซึ่งแย้มส่งมาจากดวงตาของผู้คนที่เดินผ่านเราไปมาตลอดการสนทนา คือเครื่องยืนยันว่าพลอยทำสำเร็จ

ถ้ากล่าวให้ง่ายที่สุด B2S Think Space คือร้านขายหนังสือและอุปกรณ์เครื่องเขียนซึ่งก้าวกระโดดหลุดกรอบไปไกลกว่าภาพจำแบบเดิมๆ มาก เป็นคอมมูนิตี้และแหล่งเติมไฟความคิดสร้างสรรค์แห่งใหม่กลางชิดลมที่พร้อมให้เข้าไปซุกซ่อนตัวได้อย่างอบอุ่นตลอดทั้งวัน

B2S Think Space สาขาเซ็นทรัลชิดลม

ชั้น 6 เซ็นทรัลชิดลม เลขที่ 1027 ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

Writer

นิรภัฎ ช้างแดง

กองบรรณาธิการผู้คนพบความสุขในวัยใกล้เบญจเพสจากบทสนทนาดีๆ กับคนดีๆ และเพลงรักสุดแสน Bittersweet ของ Mariah Carey

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

ยิมกึ่งคาเฟ่ เราไม่เคยได้ยินมาก่อน 

แสงแดดยามบ่ายสาดส่องเข้ามาในห้องสี่เหลี่ยมขนาดกำลังสบายตัว โปร่งโล่ง ด้านหน้ามีเคาน์เตอร์กาแฟคอยต้อนรับ มองลึกเข้าไปเห็นเด็กและผู้ใหญ่กำลังร่ำเรียนศิลปะการต่อสู้อย่างขะมักเขม้น

ภาพจำของยิมกีฬาทั่วไป คงหนีไม่พ้นความดิบ มวลบรรยากาศมาคุ การตกแต่งมักเป็นไปในโทนสีเข้มขรึม สื่อถึงความเข้มข้นจริงจังและความทุ่มเท จากทั้งนักเรียนและผู้ฝึกสอน ประกอบกับเสียงร้องจากการออกแรงอย่างหนักเพื่อเป้าหมายที่วาดหวังไว้ของนักกีฬาแต่ละคน 

แต่ไม่ใช่สำหรับ ‘DOJOH – Gym x Cafe’ ยิมสอนศิลปะการต่อสู้กึ่งคาเฟ่ ที่นี่ทาสีขาวสะอาดตา เสริมด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้สีธรรมชาติสุดอบอุ่น ความต่างระหว่างยิมกับคาเฟ่ผสานกันอย่างลงตัว พร้อมด้วยทำเลเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา สถานที่แห่งนี้อยู่ภายใต้การดูแลของ ครูโจ้-ธนพันธุ์​ ทองอร่าม ผู้ก่อตั้ง อาจารย์สอนศิลปะการต่อสู้ และหมวกอีกใบของเขา คือประธาน​ไอคิไทย​ ไอคิโด​ ประเทศไทย

DOJOH : ยิมสอนการต่อสู้ในคาเฟ่ริมน้ำเจ้าพระยา ที่สร้างชุมชนมิตรภาพผ่าน Martial Arts

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการฝึกศิลปะการต่อสู้เพื่อความเป็นเลิศทางด้านกีฬา ต้องฝึกเพื่อสร้างความกระหายชัยชนะ ให้ฝังเข้าไปในตัวตนของนักกีฬา แต่สำหรับที่แห่งนี้ ครูโจ้ไม่ได้มองถึงการสร้างความเป็นเลิศ แต่อยากช่วยเพิ่มทางเลือกให้คนทั่วไปรู้จักศิลปะการต่อสู้มากขึ้น ร่างกายแข็งแรงขึ้น

สิ่งที่ได้เพิ่มเติมคือ การฝึกใจและการเข้าสังคมบนพื้นเบาะเดียวกัน

เมื่อเรียนเสร็จเหนื่อย ๆ หากเป็นยิมธรรมดาคงแยกย้ายกันไปในทันที แต่ที่ DOJOH – Gym x Cafe จะได้นั่งหย่อนใจไปกับบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมเครื่องดื่มและอาหารง่าย ๆ ฝีมือครูโจ้ 

DOJOH : ยิมสอนการต่อสู้ในคาเฟ่ริมน้ำเจ้าพระยา ที่สร้างชุมชนมิตรภาพผ่าน Martial Arts

ฐานชีวิตจากพื้นเบาะ

เส้นทางของครูโจ้กับศิลปะการต่อสู้ โดยเฉพาะไอคิโด (Aikido) ศาสตร์ศิลปะการต่อสู้แขนงหนึ่งที่เป็นวิชาหลักของที่นี่ ซึ่งมีครูโจ้เป็นผู้สอน เริ่มมาจากคุณพ่อที่เป็นต้นแบบในการดำเนินชีวิต 

“คุณพ่อผมเป็นทหาร พันเอกพิเศษสมบูรณ์ ทองอร่าม คุณ​พ่อเป็น​คนไทยคนแรกที่เรียนไอคิโด​จากอาจารย์​ชาวญี่ปุ่น​ที่เข้ามาเผยแพร่​ในประเทศ​ไทย​ และเป็นคนไทยคนแรกที่ได้สายดำศิลปะ​ป้องกันตัว​ของญี่ปุ่น​คือ ยูโด​ ไอคิโด​ คาราเต้​ จนได้ทุนไปศึกษา​ต่อที่ประเทศ​ญี่ปุ่น​ และได้ใช้ความรู้​ที่เรียนมาสอนในวิชาพลศึกษา​ทหาร​ โรงเตรียม​ทหาร”

ด้วยความเป็นลูกทหาร บวกกับหมวกอีกใบของพ่อที่เป็นครูสอนศิลปะการต่อสู้ ครูโจ้จึงปฏิเสธไม่ได้ที่จะต้องฝึก ซึ่งเขาเริ่มฝึกศิลปะการต่อสู้ตั้งแต่ 5 – 6 ขวบ ประสบการณ์ 30 กว่าปี และคุณพ่อสมบูรณ์ก็เป็นคนทำงานหนักมาก ตื่นเช้าจนหัวจรดหมอน ผ่านการทำงานมาประมาณ 4 – 5 หน้าที่ต่อวัน ตั้งแต่สอนว่ายน้ำ รับราชการทหาร สอนเพาะกาย คุมการเงินที่ธนาคาร จนถึงผู้จัดการบาร์ในยามค่ำคืน 

“ผมไม่มีเวลาเล่นกับพ่อมากเท่าไหร่ แต่ผมมีเวลาเจอพ่อตอนฝึก สำหรับผมการอยู่บนเบาะฝึกคือเวลาของครอบครัว ตอนเด็ก ๆ ไม่รู้หรอก ผมมาคิดได้ตอนเป็นผู้ใหญ่ว่าได้อะไรจากการฝึก แน่นอนว่าได้วิชาจากพ่อ ได้สังคม ได้เจอคนที่ไม่เหมือนเรา แต่มีอะไรเหมือนเรา นั่นคือการมาทำกิจกรรมเดียวกัน” 

DOJOH : ยิมสอนการต่อสู้ในคาเฟ่ริมน้ำเจ้าพระยา ที่สร้างชุมชนมิตรภาพผ่าน Martial Arts

ใจความสำคัญของการฟูมฟักฉบับคุณพ่อสมบูรณ์ ก่อร่างสร้างฐานในการใช้ชีวิตที่แข็งแรงให้กับครูโจ้เป็นอย่างมาก และ ใช่! สิ่งนี้เขาได้มารู้เมื่อเติบใหญ่แล้วอีกเช่นกัน 

หนึ่งในนั้นคือหุ้นส่วนของเขา จักร-จักร จุลเกียรติ เจ้าของบริษัท Define Studio ผู้มีผลงานออกแบบมากมาย เขาชวนเพื่อนบนเบาะมาช่วยออกแบบโรงยิมแห่งนี้ให้ต่างจากทุกแห่งที่เคยเจอ คงไม่ต้องสงสัยว่าจะสวยและมีสไตล์ขนาดไหน

จักรเป็นพี่ที่เป็นคู่ฝึกให้กับครูโจ้ตั้งแต่เด็ก เติบโตมาด้วยกัน และจับมือร่วมกันเมื่อเป็นผู้ใหญ่ 

นี่คือหนึ่งตัวอย่างของการได้สังคมบนผืนเบาะที่ครูโจ้พูดถึง

“สำหรับผม ศิลปะการต่อสู้ คือ Lifestyle กับ Community” โจ้พูดเสียงหนักแน่น 

ยิมแห่งนี้สร้างด้วยแนวคิดสำคัญนี้ ที่เขาอยากให้การสอนศิลปะการต่อสู้ได้รับการปฏิบัติเหมือนกิจกรรมหนึ่งของชีวิต ไม่ต่างจากการเตะบอล ว่ายน้ำ แต่เปลี่ยนจากพื้นหญ้า สระน้ำ เป็นพื้นเบาะและผู้คน 

DOJOH : ยิมสอนการต่อสู้ในคาเฟ่ริมน้ำเจ้าพระยา ที่สร้างชุมชนมิตรภาพผ่าน Martial Arts

ลูกไม้ต้องโตไกลต้น 

เมื่อเข้าวัยเลข 2 ครูโจ้เลือกเรียนด้านการถ่ายภาพภาพยนตร์ ช่วงนั้นเป็นช่วงที่เขาห่างหายไปจากการฝึกสอนไอคิโดอยู่บ้าง ขณะเดียวกัน คุณพ่อสมบูรณ์ก็วางแผนหลังเกษียณด้วยการเปิดยิมชื่อ Somboon Home บริเวณบ้านของตัวเองย่านพระราม 3 

การเกิดขึ้นของ Somboon Home ทำให้โจ้มองเห็นอนาคตตัวเองกลาย ๆ กับการสานต่อในสิ่งที่คุณพ่อสร้าง ตอนนั้นโจ้กำลังสนุกกับการเป็นผู้ช่วยผู้กำกับโฆษณา ในยุคสมัยที่โฆษณาไทยเฟื่องฟู 

“พ่อผมเคยพูดไว้ว่า ลูกไม้ใต้ต้นมันไม่โตหรอก ถึงโต ต้นมันก็เอียงไปหาแดด ถ้าจะให้ดี ลูกไม้มันต้องไปโตไกล ๆ ต้น มันต้องถูกนกเอาไปขี้ทิ้งในป่า ถ้ามันแข็งแรงพอ มันจะโตเป็นต้นไม้ใหญ่เอง ซึ่งผมก็เชื่อเช่นนั้น และผมยังเชื่ออีกว่าชีวิตคนเรามันไม่มี Second Man จะไม่มีสมบูรณ์คนที่สอง”

จุดเปลี่ยนสำคัญดันให้ DOJOH เกิดขึ้นเร็วกว่าที่วางแผนไว้ คือการระบาดของโควิด-19

ด้วยความที่เติบโตมากับบ้านริมน้ำ โจ้ฝันอยากจะมียิมริมน้ำเป็นของตัวเอง จังหวะประจวบเหมาะจากสถานการณ์โรคระบาด ทำให้โจ้ตัดสินใจใช้โอกาสจากการที่ยิมถูกปิดและใช้เวลาหาพื้นที่​ทำเลที่ต้องการ​ จนมาเจอห้องว่างริมน้ำ​ที่ราคาพอสู้ไหว

และชะตาฟ้าลิขิตให้เขาได้สถานที่แห่งนี้ที่มีทำเลเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา

โรงยิมที่เปล่งประกายด้วยความสว่าง ระหว่างที่กำลังง่วนกับการฝึกฝนท่วงท่าอยู่ภายในโรงยิม แสงแดดยามเย็นสาดส่องเพิ่มเฉดของความสว่างให้ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น สถานที่แห่งนี้มีบรรยากาศภายนอกให้มองออกไปพักสายตาชั่วครู่อย่างริมแม่น้ำที่ยากจะหายิมไหนเหมือน พร้อมลมจากริมฝั่งที่พัดพาความเย็นสบายและความฝันของครูโจ้ เข้ามาก่อร่างกันอย่างลงตัวที่โรงยิมอุ่นตาสบายกายแห่งนี้

DOJOH คือผลผลิตของลูกไม้ที่เลือกมาโตให้ไกลจากต้นไม้ใหญ่ 

DOJOH : ยิมสอนการต่อสู้ในคาเฟ่ริมน้ำเจ้าพระยา ที่สร้างชุมชนมิตรภาพผ่าน Martial Arts

Martial Art Community

“DOJO ในภาษาญี่ปุ่น แปลว่า โรงฝึก ส่วนผมชื่อโจ้ แต่ผมใช้สะกดว่า JOH ผมก็เลยเติม H เข้าไป ถ้าคำว่า DO คำเดียว แปลว่าไลฟ์สไตล์ ส่วน JOH เป็นชื่อผม มันก็เลยกลายเป็นว่า ถ้าเราไม่เอาไวยากรณ์ภาษาญี่ปุ่นมาก มันก็เหมือนเป็นสไตล์เรา เป็นสไตล์ของโจ้ ส่วนอีกความหมายหนึ่งก็คือโรงฝึก” 

แล้วสไตล์ของโจ้เป็นแบบไหน – เราถาม

“พื้นฐานของที่นี่ เริ่มจากไอคิโด ซึ่งเป็นวิชาหลัก ฝึกสอนโดยผม แล้วก็จะมีศิลปะการต่อสู้อีก 2 อย่างคือ เทควันโด, Brazilian Jiu-Jitsu มวยไทย แต่มวยเป็นคลาสส่วนตัว แล้วก็โยคะ” 

ไอคิโด
Taekwondo
Brazilian Jiu-jitsu

คลาสต่าง ๆ ถูกออกแบบมาอย่างสบาย ๆ พร้อมครูผู้สอนที่ทุ่มเททั้งร่างกายและจิตใจ รวมถึงให้ความสำคัญกับการเข้าสังคมบนพื้นเบาะ ไม่ใช่ความเป็นเลิศทางด้านกีฬา 

“อย่างคลาสโยคะ ตอนแรกจะเปิดเพื่อรองรับครอบครัว กลายเป็นบางคนเอาแม่มาเรียน ผมก็เลยเอาแม่ผมมาเรียน กลายเป็นโยคะมาสเตอร์ มาสเตอร์ไม่ได้เก่งนะ สว (สูงวัย) เยอะ” เขาหัวเราะ

DOJOH : ยิมสอนการต่อสู้ในคาเฟ่ริมน้ำเจ้าพระยา ที่สร้างชุมชนมิตรภาพผ่าน Martial Arts

“ไม่ต้องซีเรียสว่าคุณจะเอาหัวไปแตะเท้าได้มั้ย แต่เล่นยังไงให้มันสนุก นั่นคือสิ่งสำคัญ ผมต้องบรีฟครูผู้สอนว่า ผมไม่ได้สอนให้เขากลับออกไปเป็นผู้เชี่ยวชาญในวิชานั้น ๆ ผมต้องการทำให้เขามีความสุขกับการทำกิจกรรมเหล่านี้ กลับไปทำเองที่บ้านได้ หรือนำมาเป็นกิจกรรมออกกำลังกายในระยะยาว”

ดั่งวัยเด็กของตัวเองที่โจ้พบเจอเพื่อนร่วมเบาะจนกลายมาเป็นมิตรร่วมชีวิตมากมาย นั่นทำผู้ก่อตั้ง DOJOH GYM & CAFE ให้ความสำคัญเพิ่มเป็นพิเศษสำหรับพี่น้องหรือพ่อลูกที่มาเรียนด้วยกัน

“ผมว่าสิ่งเหล่านี้ผมได้มาจากพ่อพอสมควร ในเรื่องการทำเพื่อครอบครัว ผมก็เลยมีส่วนลดสำหรับคนที่มาเรียนกับลูก หรือพี่น้องมาเล่นด้วยกัน ผมมียิมนี้ได้ เพราะครอบครัวผม พ่อสอนผม 

“การที่พ่อแม่มา แล้วเขาลงเล่นกับลูกได้ ผมถือว่าเป็นความเก่งของเขานะ ไม่ใช่ทุกคนที่จะเล่นกับลูกได้ ไม่ใช่ทุกคนจะยอมเสียเวลา บางคนเอาลูกมาทิ้งไว้กับผม แล้วออกไปช้อปปิ้ง ผมไม่ว่า เป็นสิทธิ์ของทุกคน แต่ผมนับถือคนที่ลงไปเล่นกับลูก ผมว่ามันเป็นช่วงเวลาที่ดีมาก ๆ ของครอบครัว” 

ช่วงเวลาแห่งครอบครัว ดั่งวันวานของเด็กชายโจ้กับคุณพ่อสมบูรณ์ 

DOJO - Gym x Cafe โรงยิมกึ่งคาเฟ่เลียบแม่น้ำเจ้าพระยา ต้อนรับผู้คนทุกเพศ ทุกวัย พร้อมสันทนาการด้วยศิลปะการต่อสู้ดุจครอบครัวเดียวกัน

อีกหนึ่งอย่างที่ครูโจ้ให้ความสำคัญนอกเหนือจากความสุข คือ การฝึกจิตใจที่แข็งแกร่ง

“เมื่อมาเรียนกับผมหรือครูทุกคน สิ่งที่ผมจะบอก คือการเรียนศิลปะป้องกันตัวไม่ว่าคุณจะฝึกที่ไหน ฝึกกับโค้ชคนใด สิ่งแรกที่คุณต้องคิดเมื่อเรียนไป คือคิดว่าจะไม่ได้ใช้มัน แล้วก็อย่าคิดจะใช้มัน เพราะถ้าคุณเรียนให้ตาย นานแค่ไหน โค้ชคุณเก่งแค่ไหน ถ้าคุณเรียนแล้วใจคุณยังอยากอยู่ แสดงว่าคุณฝึกแต่ร่างกาย จิตใจคุณไม่ได้ถูกฝึก และแน่นอนว่าคุณได้ความรู้จากครูผู้สอน แต่คุณจะเก่งจากเพื่อนร่วมฝึกที่หลากหลาย เล่นกับคนที่เด็กกว่า เล่นกับเด็กตัวเล็ก เล่นกับผู้หญิง ซึ่งแน่นอนไม่ได้แข็งแรงกว่าผู้ชาย แต่ทำยังไงให้เขาฝึกได้ ได้เรียนรู้และพัฒนาทักษะ การฝึกมันเป็นการเข้าสังคมอย่างหนึ่ง”

เล่นกิจกรรมให้มีความสุข ได้สังคม ได้มิตรภาพ ที่ต่างเคารพซึ่งกันและกัน 

นี่คือแกนหลักสำคัญที่ครูโจ้ยึดมั่นและอยากส่งต่อให้กับผู้คนที่แวะเวียนเข้ามาเจอกัน

DOJO - Gym x Cafe โรงยิมกึ่งคาเฟ่เลียบแม่น้ำเจ้าพระยา ต้อนรับผู้คนทุกเพศ ทุกวัย พร้อมสันทนาการด้วยศิลปะการต่อสู้ดุจครอบครัวเดียวกัน

โรงน้ำชาของคนรักศิลปะการต่อสู้

ครูโจ้มองอนาคตของสถานที่แห่งนี้อย่างไรบ้าง บทสนทนามาถึงช่วงท้าย

“ผมมองว่าผมจะนั่งแก่ตรงนี้เลย อนาคตอาจจะมีรำไทเก็กด้วยนะ” ครูโจ้บอก

“มันอาจจะกลายเป็นร้านน้ำชา ผมนั่งคุย กินอาหารเช้า ฟังเสียงนกร้องริมแม่น้ำ ผมค่อนข้างมั่นใจว่าผมอยู่ตรงนี้ได้ในระยะยาว ผมเคยบอกว่า ที่ตรงนี้เหมือนกับที่ผมเคยคิดไว้ตอนเด็ก แต่มันจะเว่อร์ไปถ้าคิดว่ามันจะเป็นจริง” เขาคงเล่าถึงความสุขที่ได้เห็นสถานที่นี้กลายเป็นอะไรอีกมากมายในอนาคต

การเริ่มต้นด้วยโควิด-19 ทำให้ธุรกิจของครูโจ้เจอบททดสอบโหดหินตั้งแต่เริ่มงานสร้าง ดังนั้น หากเขาผ่านพ้นมันไปได้ ในระยะยาวคงไม่มีอะไรหนักหน่วงไปกว่านี้แล้ว ยกเว้นกรณีเดียวคือ โลกแตก

DOJOH ล้มลุกคลุกคลานมาอย่างพอตัวในสภาพเศรษฐกิจสังคมเช่นที่เป็นอยู่ นั่นทำให้ “การปรับตัวอยู่เสมอ” เป็นอีกหนึ่งแกนสำคัญของอนาคตโรงน้ำชาสำหรับผู้ชื่นชอบศิลปะการต่อสู้แห่งนี้ แต่สิ่งที่จะไม่มีวันเปลี่ยนคือจิตวิญญาณของสถานที่ ที่พร้อมต้อนรับผู้คนทุกเพศทุกวัยอยู่เสมอ

ครูโจ้ทิ้งท้ายถึงเป้าหมายอีกอย่างของการทำยิมแห่งนี้คือ เขาเป็นตัวอย่างสำหรับคนที่สนใจศิลปะการต่อสู้และอยากขยายฐานการรับรู้ เพื่อสร้างคอมมูนิตี้ สร้างแรงบันดาลใจให้กับคนที่สนใจ สร้างทางเลือกสำหรับคนกลุ่มใหม่ ๆ ที่ยังไม่เห็นว่าศิลปะการต่อสู้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับเขาและครอบครัวได้ เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ช่วยสานความเข้าใจในครอบครัวผ่านท่วงท่าที่ร่ายรำกันบนเบาะผืนเดียวกัน และเชิญชวนมาเป็นครอบครัวเดียวกัน ในโรงฝึกแสนอบอุ่น พร้อมด้วยมิตรภาพที่ยินดีมอบแก่ผู้มาเยือน

DOJO - Gym x Cafe โรงยิมกึ่งคาเฟ่เลียบแม่น้ำเจ้าพระยา ต้อนรับผู้คนทุกเพศ ทุกวัย พร้อมสันทนาการด้วยศิลปะการต่อสู้ดุจครอบครัวเดียวกัน

DOJOH – Gym x Cafe

ที่ตั้ง : 376/2 ชั้น 1 สลิลธารา คอนโดมิเนียม ซอย 18/1 ถนนพระราม 3 แขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม กรุงเทพ (แผนที่)

เปิดบริการวันจันทร์-พฤหัสบดี, เวลา 13.00 – 22.00 น. และ วันเสาร์-อาทิตย์, เวลา 9.00 – 18.00 น. (ปิดทุกวันศุกร์)

โทรศัพท์ : 08 1771 1833 Facebook : DOJOH

Writer

คณิศร สันติไชยกุล

นักเรียนนิเทศศาสตร์ อยากเห็นโลกที่ดีกว่าเดิม ให้ความสำคัญกับการมีอยู่ไม่ต่างจากการจากไป

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load