เชิ้ตฮาวายสีแดงลายพร้อยเก็บชายในกางเกงยีนส์ลีวายส์ ผ้าเช็ดหน้าผืนหนึ่งบรรจงผูกรอบคออย่างโก้เก๋ ชายหนุ่มผมหยักศกมีรอยยิ้มน้อยๆ ที่มุมปากเมื่อก้าวเข้ามาในออฟฟิศเดอะคลาวด์ ฉันยังจำชั่วขณะที่พบนักเขียนหนุ่ม อาร์ม-กรกฎ อุ่นพาณิชย์ ครั้งแรกได้ดี

คราวนั้นรีบเลื่อนเก้าอี้ไปสะกิดเพื่อนสาวที่นั่งพิมพ์ต้นฉบับอยู่ใกล้กัน แล้วเอ่ยว่า

‘เฮ้ย คู่แข่งมาแล้วว่ะ’

เพื่อนพยักหน้า มองตาก็เข้าใจ ไม่เพียงลีลาการเขียนที่เก่งกาจ มีเสน่ห์ยุคเก่าเสมือนเติบโตมากับการอ่านหนังสือยุค 80 ทั้งหลาย เขายังแต่งตัวดีจัด จนเราต่างรู้สึกว่าชุดที่สวมอยู่หมองหม่นอย่างไรพิกล อยากจะกลับไปรีดชุดงามๆ ให้กลีบโง้งแล้วแต่งมาประชัน กลบความรู้สึกชื่มชมแกมอิจฉาที่พลุ่งพล่านขึ้นในใจ 

Americano Taste แชนแนล Menswear ของนักเขียนหนุ่มที่รักการตัดเสื้อ วินเทจ และความเป็นมนุษย์
Americano Taste แชนแนล Menswear ของนักเขียนหนุ่มที่รักการตัดเสื้อ วินเทจ และความเป็นมนุษย์

Fast Forward มาปัจจุบัน กรกฎเป็นเจ้าของแชนแนล Americano Taste ที่บอกเล่าเรื่องราวไลฟ์สไตล์ โดยเฉพาะการแต่งตัวของผู้ชายที่สนุกและแฝงเสน่ห์วินเทจเท่ล้ำลึก 

หลังหน้าจอที่เราพูดคุยกัน อาร์มแต่งกายชุดทำงานอยู่บ้าน คือใส่เสื้อเชิ้ต French Cuff แบบโอเวอร์ไซส์สีเขียวอ่อนๆ สันนิษฐานว่ามาจากยุค 60 เจ้าตัวได้มาจากร้าน Area51 เชียงใหม่ เก็บชายเข้ากางเกงยีนส์เรียบร้อย แหวนแต่งงานเกลี้ยงเกลากลมกลืนกับชุดที่สวมอยู่ เจ้าตัวบอกว่าไม่ได้แต่งกายเป็นพิเศษเพื่อการสนทนา แต่พิถีพิถันเลือกเสื้อผ้ามาสวมทุกเช้าเป็นปกติ เพราะการแต่งตัวคือพิธีกรรมเตรียมใจเข้าสู่การทำงาน และทำให้เขารู้สึกดีกับตัวเองเมื่อเริ่มวัน

“เสื้อผ้ามันเหมือนบันทึกหรือพงศาวดาร ว่าแต่ละช่วงเวลาเราเป็นยังไง ช่วงยี่สิบห้าถึงสามสิบ กรกฎ อุ่นพาณิชย์ คิดแบบนี้ เลยสะท้อนการแต่งตัวออกมาแบบนี้ การแต่งตัวสำคัญมาก เพราะเราจะรู้จักคนคนหนึ่งผ่านการแต่งตัวได้” อาร์มเอ่ยอย่างหนักแน่น และนี่คือการเดินทางผ่านการแต่งกายของเขา ที่เรารู้ว่าคุณจะสนุกและเรียนรู้ไปได้ด้วยกัน

Late Bloomer

‘ไว้ผมปิดหน้าปิดตาแบบเกาหลียุคสองพันต้นๆ ใส่เสื้อยืดและกางเกงยีนส์ขาเดฟ ชุดนิสิตก็ต้องกางเกงสแล็กเดฟ’ กรกฎนิยามชุดเก่งขณะเรียนดุริยางคศิลป์ตะวันตก ชีวิตทุ่มเทกับการฝึกซ้อม ท่ามกลางเพื่อนๆ ที่เก่งฉกาจฉกรรจ์กว่าตัวเขามากมายนัก

“ตอนมหาลัย เราไม่ลงทุนกับเสื้อผ้าเลย รู้สึกว่าเสื้อผ้าเป็นของนอกกาย แต่งตัวแบบที่เด็กผู้ชายจากต่างจังหวัดคนหนึ่งจะแต่งตัว เสื้อเชิ้ตไม่สนใจฟิตติ้ง กางเกงจะยาวหรือสั้นก็ไม่สนใจ ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ จะขอแก้กางเกงนิสิตเป็นขากระบอกตรงสีเรียบๆ ลงทุนกับรองเท้าสีดำดีๆ สักคู่หนึ่ง และเสื้อเชิ้ต ถ้ามันเหลืองขนาดนั้นแล้ว ก็จะบอกตัวเองให้ซื้อตัวใหม่เถอะ” 

สไตล์ของเด็กหนุ่มผันเปลี่ยนเมื่อก้าวเท้าเข้าสู่โลกแห่งการทำงานแรก ในฐานะนักเขียนจูเนียร์ที่นิตยสาร ELLE MEN ประเทศไทย เรียนรู้การทำงานและการแต่งตัวจาก Fashion Editor แพ็ธ-ณภัทร สุทธิธน ที่เท่เหลือหลาย และให้โอกาสทำงาน จนทำให้มุมมองเรื่องแฟชั่นของอาร์มเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ 

“การแต่งตัวเป็นเรื่องเฉพาะตัว ไม่มีอะไรดีไม่ดีกว่ากัน คนช่างแต่งตัวคือคนที่มีความพิถีพิถัน และรู้ตัวว่าจะแสดงออกยังไง หรือถึงไม่รู้ก็กล้าทดลอง เพื่อจะได้รู้ว่าผลลัพธ์เหมาะกับเขารึเปล่า ตอนทำนิตยสารแฟชั่น สิ่งที่พวกเราพยายามนำเสนอคือเบ้าหลอมแฟชั่นหลายแนว ไม่มียูนิฟอร์มตายตัว Sartorial ไอวี่ลีก วินเทจ ทหาร เราต้องหลอมรวมสไตล์เหล่านั้น แล้วใช้มันเสริมบุคลิกของเรา”

ชีวิตนักเขียนกลายเป็นการทดลองและวิวัฒนาการไปเรื่อยๆ จุดเปลี่ยนคือการเริ่มเอากางเกงยีนส์ขาวมาใส่ 

“ออกจากบ้านดูกระจกแล้วดูกระจกอีก เดินผ่านรถก็เหลือบตามองเงาตัวเอง ใช่กูเปล่าวะ ไม่รู้ แต่กูอยากใส่กางเกงยีนส์สีขาว ใส่ไปนานๆ ก็เริ่มรู้ว่าทรงไหนที่ใช่เรา ช่วงแรกๆ ใส่ Uniqlo ก่อน สักพักรู้สึกไม่ใช่ ขามันเล็กไป เปลี่ยนเป็น Greyhound สักพักเปลี่ยนเป็น Levi’s ตอนนี้รู้สึกว่าเนี่ยแหละ คือทรงที่เราควรจะใส่มาตั้งนานแล้ว”

อาร์มหยิบยีนส์ขาวลีวายส์วินเทจ 501 ตัดขารุ่ย Made in USA มาให้ดู 

Americano Taste แชนแนล Menswear ของนักเขียนหนุ่มที่รักการตัดเสื้อ วินเทจ และความเป็นมนุษย์
Americano Taste แชนแนล Menswear ของนักเขียนหนุ่มที่รักการตัดเสื้อ วินเทจ และความเป็นมนุษย์
ภาพ : 17.57

“ตัวนี้เป็นไอเท็มแฟชั่นชิ้นบุกเบิกที่ทำลายกรอบทัศนคติที่มีต่อการแต่งตัว เราโดนคนบอกว่าดูสาวจนชิน แต่การแต่งตัวมันไม่มีเพศ ซึ่งเปิดโลกเรามาก เห็นจากพี่แพ็ธใส่ สไตล์ไอคอนที่ใส่ขารุ่ยๆ ขบถแบบนี้คือนักแต่งเพลงฝรั่งเศส Serge Gainsbourg เท่มาก แล้วกางเกงนี้ก็ราคาไม่แพง ไม่มีเหตุผลที่จะไม่ซื้อ”

อาการพิพักพิพ่วนจางหาย ก็ตามมาด้วยเสื้อฮาวายลายมังกรกับกางเกงขาว รองเท้าหนังสีดำ ได้กลิ่นอายหนุ่มเจ้าสำอาง หลังจากนั้นก็เริ่มใส่แจ็กเก็ต แม้เมืองร้อนใส่หลายเลเยอร์ไม่ไหว แค่ใส่อันเดอร์เชิ้ตก็ร้อนตับแล่บ นักเขียนหนุ่มเริ่มหัดห่มแจ็กเก็ต French Workwear สีน้ำเงินม่วงไปทุกที่ ของขวัญมือสองที่รุ่นพี่ซื้อมาฝากจากสเปน ทำให้เขาทดลองความเป็นไปได้ใหม่ๆ ในการแต่งตัว

Vintage World

“ช่วงแรกๆ เราก็ซื้อพวกของคลาสสิก ประเภทเสื้อยืดสีขาว เสื้อเชิ้ตสีขาว แต่สเต็ปสำคัญคือการใส่เสื้อผ้าวินเทจ ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะใส่เสื้อผ้ามือสอง แต่การทำ ELLE MEN ทำให้เราได้เจอนักเลงวินเทจ พ่อค้าของมือสอง คนที่ความรู้เยอะๆ บางทีเราจะติดภาพว่าคนเล่นของวินเทจต้องวินเทจทั้งตัว เหมือนหลุดออกมาจากแคตตาล็อกยุคสามศูนย์ แต่พี่แพ็ธเอามาเบลนด์กับชุดยุคปัจจุบันได้ ไม่เหมือนแต่งคอสตูมไปถ่ายหนังย้อนยุค คือนุ่งไปทำงานแล้วออกไปกินก๋วยเตี๋ยว แล้วพ่อค้าไม่ทักน่ะ

“ไม่ใช่ของมือสองทุกตัวเป็นวินเทจ บางอย่างก็เป็นของมือสอง ไม่ใช่ของวินเทจทุกตัวจะราคาถูก ของที่เราซื้อ คนที่ได้ยินราคาแล้วคงตกใจ นี่ของเก่าเหรอ แล้วงบเท่านี้ ทำไมไม่ซื้อของใหม่ แต่เราซื้อเพราะรู้ว่ามันคือของคุณภาพจริงๆ”

Americano Taste แชนแนล Menswear ของนักเขียนหนุ่มที่รักการตัดเสื้อ วินเทจ และความเป็นมนุษย์
ภาพ : Jindaporn Jayangkura

ตัวแทนของใช้วินเทจที่เขารักมากคือ Vintage Longines 1970, ref.7686 นาฬิกาไขลานทรงเหลี่ยมเรือนนี้เป็นของขวัญแต่งงานจาก พี่พล-ทศพล จักรพันธุ์ ณ อยุธยา กูรูนาฬิกาสะสมแห่ง Dunaliga โมเดลยุค 70 สายโลหะเป็นของขวัญวันแต่งงานที่ทั้งอาร์มและภรรยา ปิ๋ม-จินดาภรณ์ ชยางกูร ใส่ได้ร่วมกัน ของที่มีคุณค่าทางใจ ใส่เมื่อไหร่ก็เตือนใจถึงมิตรภาพที่ดี 

จากเล่นของวินเทจ สไตลิ่งของอาร์มก้าวขึ้นไปอีกขั้นเมื่อเข้าสู่โลกแห่งการตัดสูท 

Tailored Life

พอเข้าสู่วงการการตัดเสื้อใหม่ๆ คนเราจะมีความคิดหนึ่งว่า อยากได้สูทหนึ่งตัวที่ไปได้ทุกงาน งานแต่งยันงานศพ ซึ่งอยากจะบอกว่าสูทที่ใส่ง่าย ดูแลง่าย ไม่ยับ ไปได้ทุกงาน ไม่มีครับ (หัวเราะ)”

จากสูทตัดตัวแรกที่วัดตัวตัดแบบง่ายๆ ราคาครึ่งหมื่นกลับมาพร้อมสูทอัดกาวผ้าผสมสีเทากลางๆ ไม่ใช่สูทหางม้า ไม่ใช่สูทที่ทำอย่างพิถีพิถัน จ่ายตามราคาแล้วก็ได้เท่านี้ ใช้ได้ไม่นาน ชายหนุ่มถึงได้เรียนรู้ว่าคุณภาพมาพร้อมราคา แต่ราคาสูงไม่จำเป็นต้องมาพร้อมคุณภาพเสมอไป 

3 ปีถัดมา เขากำเงินเก็บก้อนใหม่ราว 20,000 กว่าบาท ไปตัดสูท Pinstripe ใช้ผ้าลินิน วูล และไหม ทำหางม้าครึ่งตัว เป็นสูทที่ดีมาก แต่เมื่อหันหลังกลับไปมองก็รู้สึกว่าช่างเป็นชุดที่ ‘เสียงดัง’ เหลือเกิน ไม่ทางการเท่าไหร่ ซ้ำกางเกงเอวสูงแบบยุค 30 ยังรั้งลำตัวจนปวดหลัง 

“ขนาดเสื้อผ้าสั่งตัดยังผิดได้ ทำให้ Posture เปลี่ยนไปด้วย มองย้อนกลับไปเราอาจไม่เลือกแบบนั้น อยากลงทุนกับคุณภาพมากขึ้น ทำชุดแบบ Full Canvas ไปเลย แต่วันนั้นความรู้เรายังไม่ถึง รสนิยมเราปรับเปลี่ยน ผสมปนเปตลอด จากสูทเก้าศูนย์ สามศูนย์ แปดศูนย์ ต้องดูให้ดีว่าเราเหมาะกับอะไร 

“แก่ลงแล้วคิดได้ว่า สิ่งที่สำคัญกว่าเสื้อผ้าคือความคิด การงาน บุคลิกนิสัย เราไม่ตื่นเต้นแล้วเวลาเห็นสูทที่โชว์ออฟ แต่จะตื่นเต้นถ้าเห็นคนใส่สูทสี Navy หรือ Charcoal ทรงสวยคมๆ เนกไทเรียบๆ ได้สัดส่วน รองเท้าหนังสีดำ แต่งตัวแบบคุมโทนมาเลย แล้วท่าทางการพูดให้เกียรติคน เป็นผู้ฟังที่ดี วิธีออกความเห็นไม่ดูถูกสไตล์ของใคร ความคิดและการปฏิบัติต่อผู้อื่นที่เขาแสดงออกมาต่างหาก ที่จะทำให้สง่างามจริงๆ คนแบบนี้ต่อให้ใส่สูท Pinstripe ก็ทำให้กลืนไปกับตัวเอง เราใส่สูทตัวนั้นแล้วรู้สึกว่ามันเรียกร้องให้คนมองเสื้อ แล้วมองข้ามเราไปเลย เราเอาเสื้อผ้าไม่อยู่ คิดว่าใส่แล้วเท่อย่างกับมาเฟียอิตาลี คนนิวยอร์กยุค The Wolf of Wall Street แต่จริงๆ มึงก็แค่นักเขียนคนหนึ่งที่อยากใช้ชีวิตสงบๆ”

Americano Taste แชนแนล Menswear ของนักเขียนหนุ่มที่รักการตัดเสื้อ วินเทจ และความเป็นมนุษย์
Americano Taste แชนแนล Menswear ของนักเขียนหนุ่มที่รักการตัดเสื้อ วินเทจ และความเป็นมนุษย์
Americano Taste แชนแนล Menswear ของนักเขียนหนุ่มที่รักการตัดเสื้อ วินเทจ และความเป็นมนุษย์
ภาพ : Akkapon Kumpusan

ปัจจุบันชุดที่อาร์มแฮปปี้มากๆ และใส่บ่อยๆ คือเบลเซอร์กระดุมทองสีกรมท่า ผ้า Dormeuil วูลผสมไหม ตัดแบบฟูลแคนวาสโดยห้องเสื้อบรม โดยเขาร่วมออกแบบด้วย คลาสสิกเบลเซอร์นี้เป็นมรดกของทหารเรืออังกฤษ ไปงานทางการหรือลำลองก็ได้ ใส่กับยีนส์ก็ไม่เขิน

“ถ้าถูกบังคับว่ามีชุดเดียวในตู้เสื้อผ้าจะเลือกตัวนี้ เราใส่ตัวนี้ในวันทำบุญก่อนแต่งงาน ใส่กับเสื้อเชิ้ตอ็อกซ์ฟอร์ดสีม่วงๆ เนกไทสีเขียว แล้วก็กางเกงสแล็ก รองเท้าหนัง แต่จะใส่มันกับกางเกงยีนส์ขาดๆ กับเสื้อยืดก็ได้ เสื้อตัวนี้มีคุณค่าทางใจมากเพราะ พี่ต้า เดชานุภาพ ทำให้ เราถือว่าเขาเป็นอาจารย์ เพราะเขาให้คำแนะนำเรื่องการตัดเสื้อเยอะมากๆ ปกติช่างไม่ค่อยให้คำแนะนำกันหรอก พอใส่ของที่ผู้มีพระคุณทำให้ เป็นความรู้สึกที่ดี”

Substance Over Style

“ตอนนี้สิ่งที่ให้ความสำคัญมากที่สุดคือ ความคิด บุคลิก และการแสดงออก แค่นั้นเลย เราเชื่อเรื่อง Personal Style จริงๆ ใส่กางเกงขาสั้นเสื้อยืดก็เอาอยู่ บางทีเห็นคนใส่สูทเต็มยศแล้วแทบจะส่ายหัว มันน่าจะมีอะไรมากมายหลากหลายกว่าการแต่งตัวแบบเดียว และเอาตรงๆ มันก็แค่เสื้อผ้า ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย ยิ่งเวลาบ้านเมืองไม่เป็นประชาธิปไตยคงที่ เราไม่อาจบอกได้ว่ามันจำเป็นที่สุด ยังมีสิ่งสำคัญกว่าคือความเป็นมนุษย์”

นักเขียนหนุ่มเอ่ยได้เต็มปาก ส่วนหนึ่งเพราะเขาได้เรียนรู้วิชาสูทและทำความเข้าใจผู้คนอย่างเต็มอิ่ม จากการเป็น Shop Guy ที่ The Somchai อยู่ 3 ปีถ้วน ตั้งแต่ ค.ศ. 2018 – 2021 หน้าที่ช่วยให้คำแนะนำเรื่องการตัดสูท ค่อยๆ กะเทาะเปลือกคนออกมาว่า ทำงานอะไร ใช้ชีวิตยังไง เป็นใครในองค์กร งานที่จะใส่สูทไปเป็นแบบไหน ควบคู่กับการทำ Americano Taste ไปด้วย จนในที่สุดก็ตัดสินใจออกมาทำสื่อของตัวเองและทำงานอิสระเต็มตัว 

“Americano Taste เป็นจุดร่วมที่เราสองคนชอบ ถ้าเป็นเพจแต่งตัวแต่แรกอาจจะชื่อ สไตล์บายอาร์ม (หัวเราะ) Americano Taste เป็นเรื่อง The taste of style, simplicity and story รสชาติกาแฟดำผสมน้ำเปล่าเป็นรสชาติที่เรียบง่ายที่สุด กินได้ทุกวัน”

จากเพจกับอินสตาแกรมที่ภรรยาของอาร์มทำก่อน แล้วชวนอาร์มมาทำด้วยกัน ความตั้งใจแรกเป็นเพจ Travel & Lifestyle ที่สอนปรัชญาเกี่ยวกับการแต่งกายผ่านการท่องเที่ยว แต่จุดเปลี่ยนคือคลิปของวินเทจ การไปเยี่ยมร้าน Wooden Submarine ทำให้คนสนใจเสื้อผ้าเข้ามาเยอะ ยิ่งทำเรื่องนาฬิกา ยิ่งตอกย้ำประเด็น Menswear เข้าไปอีก จึงทำให้ทั้งคู่ตัดสินใจเปลี่ยนมาเล่าเรื่องเสื้อผ้าการแต่งกายของผู้ชายแบบเต็มตัว โดยปิ๋มคอยช่วยดู Art Direction อยู่เบื้องหลัง

“Americano Taste เล่าเรื่องเสื้อผ้าโดยมีเนื้อหาหนัก มีความเห็นชัดเจน มีปรัชญาเกี่ยวกับการทำเสื้อผ้า ถ้าเราไปสัมภาษณ์คน เราจะถามเขาว่าปรัชญาในการทำงานของพี่คืออะไร อะไรคือความงาม พี่เชื่อในอะไร

“เราไม่ได้มองว่าคนอื่นไม่รู้เรื่องการแต่งตัว แต่อยากจะแชร์ความคิดเห็นที่เรามีเกี่ยวกับเรื่องสไตล์ อยากให้คนใช้สิ่งนี้ในการเรียนรู้ตัวเองว่าเหมาะกับอะไร และอยากสร้างค่านิยมของการเปิดกว้าง ไม่ตัดสินกัน โดยตระหนักว่ากาลเทศะก็เป็นเรื่องสำคัญ

“คนเรามีทั้ง Style และ Substance มีเนื้อหาก่อนแล้วสไตล์จะดี คนที่เราชอบสไตล์มากคือ Mordechai Rubinstein ชื่ออินสตาแกรมคือ mistermort นี่คือนิยามของคนที่แต่งตัวสนุก มีสไตล์ของตัวเอง และทำให้การแต่งตัวเสริมบุคลิกจริงๆ 

“หรืออย่าง Fran Lebowitz การแต่งตัวของนักเขียนคนนี้ไม่ป่าวประกาศ เขาใส่เสื้อเชิ้ต French Cuff สีขาวธรรมดา กางเกงยีนส์ลีวายส์ 501 รองเท้าคาวบอยบูต แล้วใส่แจ็กเก็ตตัดโดยห้องเสื้อ Anderson & Sheppard ที่ Savile Row, London ที่เลือกลงทุนกับสิ่งนี้เพราะเขาใส่แบบนี้จริงๆ มีรสนิยมแล้วเอาความพิถีพิถันมาแต่งตัว เพื่อแสดงออกตัวตนที่เขาเป็น ไม่ใช่การแต่งตัวเพื่อบดบัง”

Writer/Tailor

จากเป็นนักเขียน สู่นักเล่าเรื่อง อาร์มขยับขยายทักษะตัวเองสู่การเรียนรู้เป็นช่างตัดเสื้อ เพื่อทำความเข้าใจคุณค่าของ Craftmanship ในอีกมุม เขาหยิบ ‘สูทกรกฎ’ มาอวดอย่างภูมิใจ แจ็กเก็ต Green Prince of Wales นี้เขาตัดผ้าเอง ร่างแบบเอง เรียนรู้กระบวนการตั้งแต่ต้นจนจบ

คุยกับ อาร์ม-กรกฎ อุ่นพาณิชย์ แชนแนลเล่าเรื่อง Menswear ที่แนะนำการค้นหาตัวตน สไตล์ ไปจนถึงวิถี Craftmanship
คุยกับ อาร์ม-กรกฎ อุ่นพาณิชย์ แชนแนลเล่าเรื่อง Menswear ที่แนะนำการค้นหาตัวตน สไตล์ ไปจนถึงวิถี Craftmanship
คุยกับ อาร์ม-กรกฎ อุ่นพาณิชย์ แชนแนลเล่าเรื่อง Menswear ที่แนะนำการค้นหาตัวตน สไตล์ ไปจนถึงวิถี Craftmanship
ภาพ : Jindaporn Jayangkura

“งานนี้ตั้งใจทำเอง เรียนแบบครูพักลักจำ ทำให้เราก้าวข้ามจากคนสื่อสารเรื่อง Menswear เป็นคนทำชุด ได้เข้าใจหัวอกของช่าง เลยคิดว่าเราต้องทรีตช่างให้ดี ตั้งใจทำให้ประณีต ซึ่งมันยากมาก เป็นความใฝ่สูงที่ไม่ดูสารรูปตัวเองอย่างที่สุด เราตัดให้ภรรยาเป็นของขวัญวันเกิดเขา แต่ทำไม่ทันปีก่อน เพราะต้องไปทำมาหากินก่อน จิตใจสงบแล้วค่อยมาทำ น่าจะเสร็จปีนี้ ทำทุกอย่างเป็นเกรดเทเลอร์จริงๆ” 

“อนาคตเราอยากทำแบรนด์ที่เราทำได้เองทั้งหมด และอยากสนับสนุนให้คนเคารพช่างว่าเป็น Artist เราเดินไปหาช่างตัดสูทคนนี้ เพราะเราเลือกเขาแล้ว ไม่ใช่ให้เงินแล้วจบ ต้องเคารพกันด้วย อีกอย่างเราไม่ตื่นเต้นแล้วกับการทำสไตลิ่ง เพราะรู้สึกว่าจะใส่อะไรก็ได้ ไม่อยากหยุดตัวเองอยู่แค่นี้ เคยพูดกับแฟนว่าถ้าอายุน้อยกว่านี้ คงบินไปเรียนตัดสูทที่อิตาลีหรือญี่ปุ่น แต่แฟนก็บอกว่าถ้าคิดแบบนี้ ทำอะไรก็ไม่ได้ ถึงตัวนี้จะออกมาเละ ก็ยังรู้สึกว่าคุ้มค่ากับเวลาที่เสียไป เพราะมันทำลายกรอบการท้าทายตัวเอง พาเราไปอีกขั้นหนึ่ง และดีใจมากที่ได้เลือกทำสิ่งนี้ให้ภรรยา มันเป็นแจ็กเก็ตตัวแรก และจะได้อยู่ในชีวิตคนที่สำคัญที่สุดของเรา”

นักเขียนอาชีพผู้กำลังเรียนรู้วิถีเทเลอร์ตบท้ายด้วยรอยยิ้มละไม 

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการ นักเขียน ที่สนใจตึกเก่า เสื้อผ้า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวที พอๆ กับการเดินทาง

Page Maker

คุยกับเหล่านักทำเพจน่าสนใจในโลกออนไลน์

อับดุลเอ้ย – เอ้ย!

ถามอะไรตอบได้ – ได้!

รู้จัก The Cloud ไหม – รู้จัก!

รู้จัก รถเมล์ไทยแฟนคลับ ไหม – รู้จัก!

ปกติกลับบ้านยังไง – รถเมล์!

เห้ย! นี่ไม่เคยนั่งรถเมล์เลย – ทำไม!

เพราะขึ้นทีไรมีแต่ยืน!

'รถเมล์ไทยแฟนคลับ' บริการความรู้จากกูรู คุยทุกเรื่องตั้งแต่ประวัติรถเมล์ถึงคนตีกัน

สถานการณ์นี้เกิดทุกเวลา เมื่อสายรถโดยสารอันเป็นที่ต้องการของสาธารณชนแบกคนจำนวนมหาศาลใกล้เข้ามา หลายครั้งมาช้า บางครั้งก็ไม่มาเลย อะอ้าว!

ไม่ว่าจะเรื่องเล็กหรือใหญ่ก็อยู่ในสายตาของเพจ ‘รถเมล์ไทยแฟนคลับเสมอ’ เช่นเดียวกับเหตุร้องเรียน นโยบายใหม่ ข้อมูลสายรถ ประวัติศาสตร์และเรื่องจิปาถะน่าสนุก มอนิเตอร์โดย พงษ์ และ สิทธิ์ รถเมล์ไทย แอดมินผู้อยากใช้ความคลั่งไคล้ให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม

วันนี้ พวกเขาพาเรานั่งรถแอร์ธรรมชาติไปถึงอู่คลองเตย เพื่อเล่าเรื่องน่ารู้ แชร์ประสบการณ์นั่งสุดขอบฟ้า 50 กิโล อยู่ทั้งวันที่คนขับกับกระปี๋ตีกัน โจรกรีดกระเป๋า ซ่อนปืนบนช่องระบายอากาศ และวิ่งหนีกลุ่มเด็กช่างทะเลาะวิวาท

'รถเมล์ไทยแฟนคลับ' บริการความรู้จากกูรู คุยทุกเรื่องตั้งแต่ประวัติรถเมล์ถึงคนตีกัน

เจอกันไม่นาน พวกเขาแสดงความสามารถพิเศษที่ทำเราอึ้ง เพราะเห็นแค่เห็นรถอยู่ไกล ๆ หน้าป้ายสวนลุมพินีก็จำได้แล้วว่า

“…นั่นคือสาย 46 ไม่ใช่ 74 เพราะ 74 คันเล็ก ส่วน 46 วิ่ง ม.ราม 2 – รองเมือง ตอนนี้เปลี่ยนเป็นสาย 3 – 10 สีส้ม บางคันอายุเกือบ 40 ปี เปลี่ยนสีมาหลายรอบจากสีครีมน้ำเงิน เก็บ 2 – 2.50 บาท เป็นสีครีมแดง เก็บ 3 – 3.50 บาท สีขาวน้ำเงิน รถพัดลม เก็บ 5 – 10 บาท สีชมพูคาดน้ำตาล รถพัดลมเหมือนกันเก็บ 8 – 10 บาท และสีส้ม แต่รถเก่าเก็บ 10 บาท รถใหม่เก็บ 12 บาท ทั้งหมดเป็นราคาตลอดสาย…”

พงษ์ตอบอย่างฉะฉานสมกับที่เป็นเจ้าหนูจำไมตั้งแต่เมื่อ 30 ปีที่แล้ว ทุกอย่างเริ่มจากการที่คุณแม่ชอบพานั่งรถเมล์เที่ยว ลูกชายขี้สงสัยจึงศึกษาจากคอลัมน์จราจรบนหนังสือพิมพ์ในยุคที่โซเชียลมีเดียยังไม่บูม

เขาบอกเราว่าวันไหนหยุดเรียนจะเดินทางตามคู่มือรถเมล์ พร้อมบัตรรายวันคู่ใจราคา 10 บาทสำหรับรถร้อน และราคา 35 บาทสำหรับรถแอร์ นั่งเที่ยวศึกษาเส้นทาง ไกลสุดจากเซ็นทรัลปิ่นเกล้าถึงหนองจอกกว่า 50 กิโลเมตร

'รถเมล์ไทยแฟนคลับ' บริการความรู้จากกูรู คุยทุกเรื่องตั้งแต่ประวัติรถเมล์ถึงคนตีกัน
'รถเมล์ไทยแฟนคลับ' บริการความรู้จากกูรู คุยทุกเรื่องตั้งแต่ประวัติรถเมล์ถึงคนตีกัน

เช่นเดียวกับสิทธิ์ กูรูอันดับต้น ๆ ของไทยที่ชอบเดินเล่นในอู่ใกล้บ้านตั้งแต่เด็ก เริ่มสำรวจเส้นทางเองตอน ป.1 อยู่ในยุคที่ผู้คนห้อยโหนรถโดยสารจนล้นประตู แต่ละคันวิ่งแข่งกันอย่างสนุกสนาน จากนั้นจึงศึกษาข้อมูลอย่างจริงจังตั้งแต่บอดี้ รุ่นเครื่องยนต์ ความหมายของรหัส ไปจนถึงเขตการเดินรถ แม้กระทั่งนักข่าวหรือผู้กำกับหนังที่ต้องการความคิดเห็นเกี่ยวกับขนส่งสาธารณะชนิดนี้ยังต้องโทรมาถาม

ทั้งสองพบกันโดยมีเพจรถเมล์ไทยแฟนคลับเป็นสื่อกลาง พงษ์สร้างเพจเมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2554 เพื่อเป็นที่ให้ Bus Fan คุยกัน ก่อนกลายเป็นเวทีตอบคำถามของผู้ใช้บริการ และเป็นแหล่งรวมคอนเทนต์เกี่ยวกับรถเมล์ เมื่อสิทธิ์ที่เคยออกจากวงการไปช่วงหนึ่งมาลองเล่นเฟซบุ๊กจึงได้พบกับพงษ์

ปัจจุบันเพจของพวกเขามีผู้ติดตามเกือบ 2 แสนคน ถือเป็นเบอร์หนึ่งในการสร้างแรงกระเพื่อมให้กับวงการ และเป็นตัวกลางประสานงานตั้งแต่ประชาชนถึงภาครัฐ

'รถเมล์ไทยแฟนคลับ' บริการความรู้จากกูรู คุยทุกเรื่องตั้งแต่ประวัติรถเมล์ถึงคนตีกัน
'รถเมล์ไทยแฟนคลับ' บริการความรู้จากกูรู คุยทุกเรื่องตั้งแต่ประวัติรถเมล์ถึงคนตีกัน

บอกเล่า 90s

ยุคที่ขนส่งหลักคือรถโดยสารประจำทาง เป็นเรื่องปกติที่ผู้คนจะเคยเจอเหตุการณ์เสียวสันหลังหรืออิหยังวะบ้าง

“ผมเคยเจอคนยิงกันแล้วเอาปืนซ่อนไว้บนช่องระบายอากาศ ตำรวจปิดถนนและเรียกค้น ผมโดนค้นด้วย แต่ตอนนั้นพูดไม่ได้ เพราะกลัวมาก ขณะที่ลุง ๆ ป้า ๆ คุยกับตำรวจแล้วก็เจอปืน” สิทธิ์เริ่มแชร์ก่อน

“ส่วนของผมไปยืนรอรถที่หน้าสถาบันแห่งหนึ่ง ปรากฏว่ารถคันที่วิ่งมาเป็นสถาบันคู่อริ ข้างหลังผมเป็นคู่แค้นมาดักรอ ทีนี้รถเมล์วิ่งผ่าน เขาก็ปาไม้เขวี้ยงดาบใส่กัน ผมตกใจหนี บางทีคนอยู่ในรถก็ปีนหน้าต่างออกมาไล่ฟันกันด้วย” พงษ์หัวเราะ แต่วันนั้นบอกเลยว่าขำไม่ออก

ในอดีต รถติดยังไง ปัจจุบันรถก็ติดไม่ต่างกัน ชีวิตคนเมือง สมัยก่อน เลนซ้าย รถเมล์ต่อแถวกันยาว ดูเป็นระเบียบมากๆ #รถเมล์ไทยแฟนคลับ

Posted by รถเมล์ไทยแฟนคลับ Rotmaethai on Thursday, 17 February 2022

“ตอนอายุ 15 – 16 นั่งรถอยู่แถวกองสลาก นั่งแถวหลังสุด เราก็สงสัยว่าทำไม 2 คนข้างหน้าถึงยืนเบียดคุณลุงคนนั้นจัง อ้าว! มันกรีดกระเป๋าอย่างไวเลย พอประตูรถปิดเท่านั้น ผมรีบบอกลุงว่าลุงโดนกรีดกระเป๋า ลุงบอกให้ผมลงไปช่วยลุงหน่อย ปรากฏว่าช่วยลุงได้

“แล้วมีหลายคันที่คนขับกับกระเป๋าเป็นแฟนกัน ผมเคยขึ้นแล้วเจอเขาทะเลาะกัน คิดว่าน่าจะเป็นตั้งแต่ที่บ้าน เก็บเงินไปด่าไปไม่หยุด จนจังหวะออกรถ กระเป๋าคงทนไม่ไหวกระโดดพุ่งออกนอกหน้าต่างตอนรถกำลังวิ่ง หัวร้างข้างแตกกันไปเลย กระบอกตั๋วปลิว เงินกระจาย ผมเห็นตั๋วแล้วเสียดาย เปรอะเลือดหมดแล้ว” สิทธิ์ในฐานะนักสะสมสิ่งของที่เกี่ยวกับรถโดยสารประจำทางเปรยด้วยความโคตรเสียดาย

'รถเมล์ไทยแฟนคลับ' บริการความรู้จากกูรู คุยทุกเรื่องตั้งแต่ประวัติรถเมล์ถึงคนตีกัน

นอกจากประสบการณ์ในฐานะผู้ใช้บริการ เรื่องเล่าของเหล่าคนให้บริการที่พวกเขาไปรับรู้มาก็น่าสนใจเช่นกัน น่าสนใจในแง่ว่า ทรหดเหลือเกิน

“หลายคนรักรถเมล์มาก แต่ระบบไม่เอื้อ สมมติในอู่มีรถ 30 คัน เราปล่อยออกไปหมดแล้ว แต่ยังไม่กลับมาสักคันเพราะรถติด กลับมาปุ๊บ ยังไม่ทันกินข้าว ไม่ทันเข้าห้องน้ำ ต้องไปต่อแล้ว ผู้โดยสารขึ้นมากดดัน ส่วนใหญ่เลยเป็นโรคกระเพาะ เนื่องจากกินอาหารไม่เป็นเวลา โรคระบบทางเดินหายใจ ทางเดินทางอาหาร โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ บางสายไม่มีอู่ แวะปั๊มโดนตำรวจจับ เพราะรถใหญ่เข้าปั๊มไม่ได้ ต้องจอดข้างถนนเลยกีดขวางทางจราจร” สิทธิ์เล่า

'รถเมล์ไทยแฟนคลับ' บริการความรู้จากกูรู คุยทุกเรื่องตั้งแต่ประวัติรถเมล์ถึงคนตีกัน
'รถเมล์ไทยแฟนคลับ' บริการความรู้จากกูรู คุยทุกเรื่องตั้งแต่ประวัติรถเมล์ถึงคนตีกัน

ด้วยความรัก พนักงานหลายคนยังปฏิบัติหน้าที่ข้ามเวลามาหลายทศวรรษ เรื่องน่ารักของพวกเขาถูกส่งผ่านเพจ ไม่ว่าจะเป็นเคสผู้โดยสารฝากขอบคุณพนักงานรถเมล์เอกชนสาย 27 ที่ช่วยเหลือตอนเป็นลมหมดสติบนรถโดยสาร จนเพจกลายการเป็นชุมชนให้คนมาพูดคุยเล่าเรื่อง การขัดสีฉวีวรรณให้รถเก่าเงาเหมือนใหม่ แต่งล้อด้วยสีสัน เช็ดกระจกใสกิ๊ง พื้นรถสะอาดเนี้ยบ หรือแม้แต่ตามหาอดีตพนักงานเก็บค่าโดยสายในชุดสวย

ในยุคแรกๆที่ ขสมก.เดินรถปรับอากาศ เราจะตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้เจอ กระเป๋าสาวสวย ภาพในอดีตที่ หลายท่านคงชินตา คนขับผูกเนคไท กระเป๋าผู้หญิงใส่หมวก แล้วใส่เสื้อกั๊ก #ชวนคิดเรื่องอดีต #รถเมล์ไทยแฟนคลับ

Posted by รถเมล์ไทยแฟนคลับ Rotmaethai on Wednesday, 16 March 2022

“คนที่รักรถ เวลาเห็นอะไรใกล้พังเขารีบเรียกช่างมาซ่อม แต่กลับกลายเป็นค่าใช้จ่ายที่ผู้บริหารมองว่า นี่คือรถไม่ดี รถดีต้องไม่ซ่อมเยอะ เมื่อรถที่พนักงานรักถูกย้าย มันก็เหลือแค่รถเก่า ๆ โทรม ๆ ที่ไม่ได้รับการดูแล อย่างรถครีมแดงวิ่งมา 31 ปี ตั้งแต่ พ.ศ. 2534 ก็ยังทำหน้าที่อยู่ พี่ที่ดูแลรักมาก” เขาเล่า ขณะที่เราบอกกลับว่า พวกคุณรู้เรื่องของรถโดยสารประจำทางดีจริง ๆ

“พวกผมเขาเรียกพวกบ้า (หัวเราะ) ไม่ปกติเรื่องรถเมล์” ทั้งสองยอมรับ

'รถเมล์ไทยแฟนคลับ' บริการความรู้จากกูรู คุยทุกเรื่องตั้งแต่ประวัติรถเมล์ถึงคนตีกัน

รู้จักรถเมล์ไทยและแฟนเพจฉบับย่อ

เราใช้เวลาคุยกับพงษ์และสิทธิ์กว่า 2 ชั่วโมง รวมเวลาเดินทางสัมผัสควันพิษไปอู่คลองเตยก็ปาไปครึ่งวันเห็นจะได้

การเดินทางไปสู่การปฏิรูปรถเมล์โดยมีรัฐบาลเข้ามาดูแลทั้งหมด คือปลายที่พวกเขาฝันไว้ ส่วนระหว่างทาง แฟนเพจขอใช้ความคลั่งไคล้ให้เป็นประโยชน์ทั้งในแง่ส่งต่อสาระ ชื่นชมคนทำงาน ตามหาของหาย และทำให้เรื่องร้องเรียนคืบหน้าไวที่สุด ถึงขั้นที่เพจ สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว เอาไปทำเป็นข่าวดังมาแล้ว

'รถเมล์ไทยแฟนคลับ' บริการความรู้จากกูรู คุยทุกเรื่องตั้งแต่ประวัติรถเมล์ถึงคนตีกัน

1. ทำไมรถเมล์ต้องวิ่งแข่งกัน

องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ไม่ค่อยแข่ง แต่ตัวตึงที่คนจดจำจะเป็นสาย 8 เพราะมีจำนวนรวมกว่าร้อยคัน ปล่อยออกทุก 2 นาที หลายครั้งติดไฟแดงที่แยกแฮปปี้แลนด์มีสาย 8 ตามมา 2 – 5 คัน เมื่อไฟเขียวจึงต้องเหยียบให้มิด เพราะพนักงานไม่มีเงินเดือน รับค่าแรงรายวัน ต้องกินเปอร์เซ็นต์จากหน้าตั๋วร้อยละ 10 – 12 ขึ้นอยู่กับบริษัท ผู้โดยสารยิ่งมากยิ่งได้เปอร์เซ็นต์

2. นอกจาก ขสมก. ทำไมเอกชนถึงวิ่งรถได้

เพราะเอกชนได้รับสัมปทาน (ใบอนุญาตเดินรถ) โดยกรมการขนส่งทางบกส่งเปิดประมูลเส้นทาง แต่ถึงอย่างนั้นเอกชนก็วิ่งไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ขสมก. ต้องวิ่งควบคู่ บางครั้งจึงเกิดการวิ่งทับสาย เช่น 28 กับ 542 (ปัจจุบันไม่มีแล้ว) ถ้าเห็น 28 วิ่งมา คนขับ 542 ต้องรีบกวาดคนและโกยอ้าว ไม่อย่างนั้นจะโดนแย่งลูกค้า

ที่ไหนว่างโปรดนั่ง ฟังเบื้องหลัง ‘รถเมล์ไทยแฟนคลับ’ ของกลุ่มกูรูรถเมล์ที่อยากใช้ความหลงใหลให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม
ที่ไหนว่างโปรดนั่ง ฟังเบื้องหลัง ‘รถเมล์ไทยแฟนคลับ’ ของกลุ่มกูรูรถเมล์ที่อยากใช้ความหลงใหลให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม

3. ทำไมเปลี่ยนรถใหม่ แต่นิสัยไม่เปลี่ยน

รถใหม่ รถพลังงานไฟฟ้า อาจเป็นพนักงานสาย 8 มาขับก็ได้ อย่าง ขสมก. มีกฎกติกาควบคุมความประพฤติ แต่เอกชนยังแก้ไขปัญหาไม่ได้ เพราะต้องง้อพนักงาน หากเข้มงวดมาก พนักงานลาออก ไม่มีคนขับ จากรถที่เคยออก 10 คัน เกเรไป 2 พาพรรคพวกลาออกอีก 6 เหลือแค่ 2 คัน โดนคนใช้บริการด่าว่ารถน้อยและมาช้า นี่คือความกดดันที่ทั้งกระเป๋าและคนขับโดน ทำให้คนไม่อยากเข้ามาทำงาน

4. อะไรคือหนทางแก้ไขที่ดีที่สุด

รัฐควรเป็นผู้กำกับดูแลแต่เพียงผู้เดียว เดี๋ยวเล่าให้ฟัง

ที่ไหนว่างโปรดนั่ง ฟังเบื้องหลัง ‘รถเมล์ไทยแฟนคลับ’ ของกลุ่มกูรูรถเมล์ที่อยากใช้ความหลงใหลให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม

5. รถเมล์ไทยมีปัญหาตั้งแต่เมื่อไหร่

พ.ศ. 2498 คือปีแรกที่ราชการกำหนดระบบรถเมล์อย่างจริงจัง กรมการขนส่งทางบกเปิดสัมปทานให้ผู้ประกอบการถือใบอนุญาตเดินรถในเส้นทางของตัวเอง จึงเกิดเป็นระบบหลายผู้ประกอบการ มีทั้งรถเมล์นายเลิด รถเมล์ขาว รถเมล์ รสพ. รถเมล์ บขส. นี่คือจุดเริ่มต้นของปัญหา

ต่อมาช่วง พ.ศ. 2516 – 2517 เกิดวิกฤตราคาน้ำมันพุ่งสูง แต่ผู้ประกอบการขึ้นราคาไม่ได้ เมื่อ พ.ศ. 2518 รัฐบาลหม่อมราชวงค์คึกฤทธิ์ ปราโมช จึงเริ่มมีแนวคิดรวบกิจการ 24 บริษัทและ 2 รัฐวิสาหกิจเป็นกิจการเดียว ดำเนินการโดยรัฐในนาม บริษัท มหานครขนส่ง จำกัด ให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2518 – 30 กันยายน พ.ศ. 2519 ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็น ขสมก. ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2519 เป็นต้นมา 

Fiat 130 รถเมล์องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ (รสพ.) สาย 4 ท่าเรือคลองเตย – ตลาดพลู คลองเตย – บ่อนไก่ – สวนลุมพินี…

Posted by รถเมล์ไทยแฟนคลับ Rotmaethai on Wednesday, 20 January 2016

6. สุดท้าย รัฐบาลรวมกิจการสำเร็จไหม

ขสมก. มีปัญหาว่า รถเก่าจากยุค 24 บริษัทจอดเสียเป็นจำนวนมาก หาอะไหล่ยาก เมื่อปล่อยวิ่งในจำนวนน้อยจึงเกิดปัญหารถโดยสารขาดแคลน ผู้โดยสารตกค้าง ขสมก. แก้ปัญหาระยะสั้นด้วยการเช่ารถจากเอกชน นำมาสู่การกำเนิด รถร่วม ขสมก.

จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นช่วง พ.ศ. 2528 ขสมก. เริ่มให้เอกชนมาร่วมเดินรถแบบเต็มตัว จากที่รัฐบาลเดินรถเองทั้งหมดจึงเปลี่ยนมาเปิดเส้นทางให้เอกชนเดินรถร่วมครึ่งต่อครึ่ง

สุดท้ายราชการมองว่า ขสมก. กำกับดูแลรถร่วมไม่ดีพอ จึงกลับมาเป็นระบบหลายผู้ประกอบการอีกครั้ง ปัจจุบัน เอกชนที่เคยวิ่งร่วมและ ขสมก. ขึ้นตรงกับกรมการขนส่งทางบกตั้งแต่ พ.ศ. 2562

ที่ไหนว่างโปรดนั่ง ฟังเบื้องหลัง ‘รถเมล์ไทยแฟนคลับ’ ของกลุ่มกูรูรถเมล์ที่อยากใช้ความหลงใหลให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม

7. ทำไมตอนเช้ามีรถ แต่ตอนเย็นรถน้อย

ขสมก. เป็นระบบกะเช้ากะบ่าย ทำงาน 8 ชั่วโมง นอกจากนั้นต้องจ่าย OT ถามว่าทำไมไม่ให้คนกะเช้าทำต่อ เพราะมีเรื่องค่าใช้จ่าย ซึ่งต้องชี้แจงกับทางฝั่งบริหารว่าทำไมถึงเกิดค่าใช้จ่ายส่วนนี้เยอะ

พอคนบรรจุใหม่เงินเดือนน้อย ไม่ได้ทำ OT ก็อยู่ไม่นาน ถ้าวิ่งจบเร็วก็ไปทำอาชีพเสริมต่อ

ส่วนเอกชนไม่มีกะ ออกจากอู่ตี 3 เลิกอีกที 1 ทุ่ม บางคนอยู่ 16 – 18 ชั่วโมง สรุปพักผ่อนไม่เพียงพอ แถมเอกชนที่รับคนขับเกษียณจาก ขสมก. คนแก่เคยทำแค่ 8 ชั่วโมง มาทำแบบนี้ก็ไม่ไหว มีโรคติดตัว

ลดเวลางานก็ไม่ได้ คนด่า ที่เลวร้ายมากกว่าคือพนักงานบางคนไปเล่นเครื่องดื่มชูกำลัง กินน้ำกระท่อม เพราะไม่เสพแล้วไม่มีเเรงทำงาน นี่คือเรื่องจริง 

8. ทำไมบนถนนมีแต่รถเก่า

ผู้ประกอบการเดินรถกำไรน้อยมาก กำไรทั้งปีอาจมีแค่หลักหมื่น การซื้อรถใหม่แปลว่าต้นทุนเพิ่มหลักล้าน เขาจึงใช้วิธีประมูลรถเก่าปลดระวางจาก ขสมก. ราคาหลักแสน

ธุรกิจนี้หากำไรไม่ได้ สาย 46 เขาสู้ด้วยลำแข้งตัวเองเพื่อคนใช้บริการ รัฐบาลออกกฎให้เปลี่ยนรถ ผู้ประกอบการยอมเป็นหนี้อีกร้อยล้าน แต่ทำต่อไป 7 ปีก็ไม่คืนทุน เพราะคนใช้บริการน้อย ไหนจะค่าจ้างงาน ค่าซ่อม ค่าน้ำมัน เราจึงพยายามสื่อสารให้คนเข้าใจในจุดนี้ และบอกให้รัฐบาลเข้ามาจัดการเพียงผู้เดียว ถ้าปล่อยให้ผู้ประกอบการค่อย ๆ ตาย สุดท้ายคนก็เปลี่ยนงาน ไม่มีรถให้บริการอีกต่อไป

ที่ไหนว่างโปรดนั่ง ฟังเบื้องหลัง ‘รถเมล์ไทยแฟนคลับ’ ของกลุ่มกูรูรถเมล์ที่อยากใช้ความหลงใหลให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม
ที่ไหนว่างโปรดนั่ง ฟังเบื้องหลัง ‘รถเมล์ไทยแฟนคลับ’ ของกลุ่มกูรูรถเมล์ที่อยากใช้ความหลงใหลให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม

9. ตอนนี้รถใหม่กำลังจอดเหงาจริงหรือ

ผู้เล่นรายใหญ่เจอสถานการณ์เดียวกัน รถใหม่มารอ 1,250 คัน แต่วิ่งไม่ได้ เพราะไม่มีคนขับ รถไม่วิ่ง อนาคตคือพัง เวลาเปิดสายใหม่ มีรถน้อย ก็ใช้เวลานานกว่าคนจะรู้และใช้บริการ ถึงเวลานั้นอาจเจ๊งแล้ว

10. การจดจำสำคัญแค่ไหน

จำไม่ได้ ไม่คุ้นหน้า ไม่รู้ว่าไปไหนก็ไม่ขึ้น ยิ่งเวลาเปลี่ยนเลข เช่น 4-65 เรายังสงสัยเลยว่ารถสายอะไร ไม่เหมือนเลขเก่าเช่น 516 142 46 53 ที่คุ้นเคย แล้วคิดดูว่าลุงป้าที่เป็นแฟนคลับรถโดยสาร รู้อยู่แล้วว่าตัวเองจะขึ้นสายไหน จู่ ๆ มาเจอสาย Y-61 อะไรครับเนี่ย

(เฉลยคือ สาย 4-61 หรือ Yello 61 เนื่องจากอยากแบ่งตามสีให้เหมือนระบบเดินรถของเกาหลีใต้)

ที่ไหนว่างโปรดนั่ง ฟังเบื้องหลัง ‘รถเมล์ไทยแฟนคลับ’ ของกลุ่มกูรูรถเมล์ที่อยากใช้ความหลงใหลให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม
ที่ไหนว่างโปรดนั่ง ฟังเบื้องหลัง ‘รถเมล์ไทยแฟนคลับ’ ของกลุ่มกูรูรถเมล์ที่อยากใช้ความหลงใหลให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม
โมเดลสาย 142 รถเมล์สายโปรดของสิทธิ์

11. มีแอปพลิเคชันแนะนำไหม

VIABUS ความแม่นยำ 95 เปอร์เซ็นต์ บอกครบทั้งแผนที่ ป้าย สาย เวลาที่ต้องรอ แต่ GPS ไม่ได้ realtime ขนาดนั้น อาจเลยมาจากที่ปักในแอปหน่อย ส่วน TSB Go เป็นของรถเมล์ไฟฟ้า แต่เสียดายเขาไม่เชื่อมกันเลยต้องเปิดสองแอป

12. ทริกสังเกตง่าย ๆ ที่คนไม่ค่อยรู้

ป้ายสีเหลืองหน้ารถ แปลว่าขึ้นทางด่วน รถร้อนบางคันติดป้ายด้านบนเป็นสีเหลืองหมดเลยก็มี

ป้ายสีแดง คือรถเสริม (วิ่งไม่เต็มเส้นทาง) ป้ายจะบอกว่าคันนั้นไปถึงตรงไหน ที่ต้องมีเสริมเพราะเป็นการตัดเวลา OT ข้อดีคือทำให้คันนี้กลับไปได้เร็ว รถไม่ขาดระยะ

13. สิ่งที่อยากได้

บัตรแมงมุม ใช้ได้ทุกการเดินทาง ล้อ ราง เรือ ไม่แบ่งค่าย และจอแสดงข้อมูลตามป้าย เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้สูงวัย หรือคนที่ไม่ได้ใช้แอป

สุดท้ายคืออยากให้รัฐบาลเป็นเจ้าภาพระบบขนส่งทั้งหมด เพื่อให้ ‘ประชาชนทุกคน’ เข้าถึงได้

ที่ไหนว่างโปรดนั่ง ฟังเบื้องหลัง ‘รถเมล์ไทยแฟนคลับ’ ของกลุ่มกูรูรถเมล์ที่อยากใช้ความหลงใหลให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม

14. ทำไมเพจและตัวคุณต้องให้ความสำคัญกับรถเมล์ขนาดนี้

เพราะมันไม่ต่างอะไรจากเส้นเลือดฝอย เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน น่าแปลกที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับขนส่งทางรางมากจนละเลยสิ่งนี้ทั้งที่เข้าถึงในชุมชนได้ดีกว่ารถไฟฟ้า 

15. อยากทิ้งท้ายอะไรไหม

จ้างพวกเราได้นะ ถ้ารัฐบาลจ้างเราทำงานให้กับ ขสมก. เชื่อว่าระบบดีขึ้นแน่นอน เพราะเรารู้รากเหง้าของปัญหา และมีประสบการณ์เป็นผู้โดยสารมาอย่างยาวนาน พวกเราชอบด้วยใจ ไม่มีอคติ หวังอย่างเดียวคือคุณภาพชีวิตทุกคนดีขึ้นจากระบบรถเมล์ที่ดีขึ้น

ที่ไหนว่างโปรดนั่ง ฟังเบื้องหลัง ‘รถเมล์ไทยแฟนคลับ’ ของกลุ่มกูรูรถเมล์ที่อยากใช้ความหลงใหลให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม

Writer

วโรดม เตชศรีสุธี

วโรดม เตชศรีสุธี

นักจิบชามะนาวจากเมืองสรอง หลงใหลธรรมชาติ การเล่าเรื่อง และชอบสูดกลิ่นอายแห่งอารยธรรม

Photographer

Avatar

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load