สารภาพว่าเราเป็นแฟนคลับ Airbnb อยู่แล้ว สถานการณ์นี้จำเป็นต้องงดท่องเที่ยว (แม้วันลาจะเยอะก็ตาม) เราเลยคันไม้คันมือขอแวบเข้าไปดูที่พักสวยรอบโลกให้ชุ่มฉ่ำหัวใจ แต่หน้าเว็บดูแปลกตา มีหมวดหมู่ใหม่เพิ่มเข้ามาจากที่พักและ Experiences คือ Experiences Online ปกติ Experiences เป็นการลงพื้นที่ไปเรียนรู้และสร้างประสบการณ์กับผู้รู้จริงในท้องถิ่น แต่เจ้า COVID-19 มาเยือนแบบไม่คาดคิด ทำให้ Airbnb ต้องปรับการทำงาน

การเกิดขึ้นของ Experiences Online ทำให้ผู้จัดกิจกรรมมีรายได้แม้สถานการณ์ยังไม่ปกติ และผู้เข้าร่วมกิจกรรมก็เปิดประสบการณ์เสมือนจริงในอีกแบบหนึ่ง แสดงให้เห็นว่าโลกไร้พรมแดน เข้าถึงกิจกรรมสนุกได้ทุกที่ ทุกเวลา แถมได้เพื่อนใหม่และคนน่าทำความรู้จักอีกเพียบ อย่างนักกีฬาโอลิมปิก คนเบื้องหลังฮอลลีวูด ฯลฯ

สิ่งที่ชอบอีกอย่างของการพบปะผ่านหน้าจอ คือการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม พูดคุยสัพเพเหระ และแสดงความเป็นห่วงด้วยการถามไถ่ถึงสถานการณ์ในแต่ละประเทศที่ทุกคนกำลังเจอ เป็นเรื่องราวดีๆ ที่หาได้ไม่ง่าย หวังว่าใครก็ตามที่กำลังเผชิญวิกฤตจะพลิกแพลตฟอร์มนี้ให้เป็นโอกาส เพื่อเรียนรู้ทักษะและสร้างแรงบันดาลใจไปพร้อมกัน

ชวนคุณตีตั๋วไปประเทศที่ชอบ แล้วเลือกกิจกรรมที่ใช่ ไม่ต้องมีวีซ่า ขอแค่อินเทอร์เน็ต (เร็วและแรง) ลุย

01

สหรัฐอเมริกา

เจาะความลับการทำเสียงเอฟเฟกต์ระดับฮอลลีวูดกับศิลปินโฟเลย์วัยเก๋า

เดินทางผ่านหน้าจอกับ Airbnb ไปทำ Experiences Online กิจกรรมสุดเจ๋งจากคนทั่วทุกมุมโลก

ชวนทำความรู้จัก Adam DeCoster ศิลปินทำโฟเลย์ระดับฮอลลีวูดประสบการณ์มากกว่า 30 ปี ภาพยนตร์และซีรีส์ดังผ่านมือเขามาแล้ว อาทิ Jumanji 2, American Vandal, Mr. Robot, Orange Is The New Black ฯลฯ 

การทำโฟเลย์เป็นการบันทึกเสียงขึ้นมาใหม่ เช่น เสียงลมหายใจ เสียงเปิดประตู เสียงฟ้าร้อง และอีกมากมาย ด้วยสารพัดวิธีและอุปกรณ์แปลกตา ที่คุณต้องตกตะลึงว่าเสียงแบบนี้ มีที่มาจากเจ้านี่เองหรอกเหรอ รับรองสนุก!

เดินทางผ่านหน้าจอกับ Airbnb ไปทำ Experiences Online กิจกรรมสุดเจ๋งจากคนทั่วทุกมุมโลก

อดัมจะพาทัวร์สตูดิโอของเขาในลอสแอนเจลิส เป็นสถานที่ที่เขาทำงานและทำเสียงเอฟเฟกต์ (จริง) ก่อนจะปิดจบด้วยวิธีการบันทึกพร้อมซิงก์เสียงโฟเลย์เข้าไปในหนังสั้นหรือภาพยนตร์ของคุณเอง อดัมสปอยล์ว่า เขาใช้ต้นขึ้นช่ายฝรั่งในการทำเสียงกระดูกหัก ประสบการณ์นี้เราว่าเหมาะมากกับคนทำงานสายโปรดักชันและภาพยนตร์

ประสบการณ์ระยะเวลา 1 ชั่วโมง เพื่อนร่วมคลาสรับสูงสุด 10 คน

กดจองคลาสได้ที่ Secrets of Hollywood Sound FX

02

สเปน

ทำรองเท้าคู่เดียวในโลกที่บอกเล่าวัฒนธรรมสเปน พร้อมส่งฟรีถึงหน้าบ้าน

เดินทางผ่านหน้าจอกับ Airbnb ไปทำ Experiences Online กิจกรรมสุดเจ๋งจากคนทั่วทุกมุมโลก

หนุ่มเอย สาวเอย มาทำเวิร์กช็อปรองเท้า Espadrilles กับช่างฝีมือเจ้าของ Handmade Barcelona ร้านรองเท้าต้นกำเนิดจากคาตาโลเนีย (Cataluña) ที่กำลังบอกเล่าและอนุรักษ์วัฒนธรรมสเปนผ่านโรงงานทำรองเท้าของครอบครัว ชวนช่างฝีมือมากกว่า 150 ชีวิตมาสร้างอาชีพด้วยกัน แถมยังใช้วัสดุคุณภาพดีในท้องถิ่นด้วยนะ

เดินทางผ่านหน้าจอกับ Airbnb ไปทำ Experiences Online กิจกรรมสุดเจ๋งจากคนทั่วทุกมุมโลก
เดินทางผ่านหน้าจอกับ Airbnb ไปทำ Experiences Online กิจกรรมสุดเจ๋งจากคนทั่วทุกมุมโลก

ประสบการณ์ที่คุณจะได้รับ คือการทำความรู้จักเรื่องราวของรองเท้า Espadrilles และวัสดุดั้งเดิมในการทำรองเท้า หลังจบวิชาแนะนำตัว จะเข้าสู่การเวิร์กช็อปรองเท้าคู่เดียวในโลก ช่างฝีมือจะให้คุณเลือกสี ขนาดรองเท้า ด้าย และรูปแบบของการเย็บ เมื่อเสร็จสมบูรณ์ทางร้านจะแนะทริกการผูกเชือกรองเท้าสารพัดแบบให้คุณสนุกกับการแต่งตัวในทุกวัน และนับวันรอรับรองเท้าคู่พิเศษถึงหน้าบ้านด้วยบริการจัดส่งฟรีจากประเทศสเปน

ประสบการณ์ระยะเวลา 1 ชั่วโมง 30 นาที เพื่อนร่วมคลาสรับสูงสุด 10 คน

กดจองคลาสได้ที่ Design Your Espadrilles, We’ll Make Them 

03

เกาหลีใต้

หยิบแปรงมาแต่งหน้าแบบสาวเกาหลีกับสาวเกาหลีที่เป็น Makeup Artist ระดับมือโปร

เดินทางผ่านหน้าจอกับ Airbnb ไปทำ Experiences Online กิจกรรมสุดเจ๋งจากคนทั่วทุกมุมโลก

สาวคนไหนหลงใหลการแต่งหน้าสไตล์สาวแดนโสม โกลว์ฉ่ำวาว แต่งหน้าเหมือนไม่แต่งแต่ความจริงก็คือแต่ง คุณต้องชอบกิจกรรมนี้ เพราะ Park Si-young ผู้ประกาศข่าวระดับมืออาชีพ พ่วงตำแหน่ง Makeup Artist แถมสอนแต่งหน้าระดับมาสเตอร์คลาสให้กับ JUNG SAEM MOOL Art & Academy จะชวนคุณล้อมวงคุยเรื่อง K-Beauty

เดินทางผ่านหน้าจอกับ Airbnb ไปทำ Experiences Online กิจกรรมสุดเจ๋งจากคนทั่วทุกมุมโลก

เธอจะสอนคุณตั้งแต่การเตรียมผิว การเลือกสกินแคร์ให้เหมาะกับผิวหน้า และแต่งหน้าลุคธรรมชาติแบบสาวเกาหลีทีละขั้นตอน ด้วยเครื่องสำอางที่คุณมี ความสนุกคือคุณจะเจอเพื่อนใหม่จากหลายประเทศมาปันทริกการแปลงโฉม แชร์ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ดีจนต้องบอกต่อ อุปกรณ์ที่คุณต้องเตรียมคือสกินแคร์ เครื่องสำอาง อุปกรณ์แต่งหน้า พัฟเอย แปรงเอย ที่คุณใช้งานประจำ สำคัญเลยต้องร่วมกิจกรรมแบบหน้าสด แล้วค่อยแต่งแต้มความสวยพร้อมกัน

ประสบการณ์ระยะเวลา 1 ชั่วโมง เพื่อนร่วมคลาสรับสูงสุด 4 คน

กดจองคลาสได้ที่ K-Beauty Get Camera Ready with a TV Host

04

เม็กซิโก

ดื่มด่ำเรื่องราวรสเข้มกับผู้เชี่ยวชาญด้านกาแฟระดับแถวหน้าของเม็กซิโก

เดินทางผ่านหน้าจอกับ Airbnb ไปทำ Experiences Online กิจกรรมสุดเจ๋งจากคนทั่วทุกมุมโลก

พานักดื่มมือใหม่และคอกาแฟรุ่นใหญ่ตีตั๋วเที่ยวเม็กซิโก ลงลึกเรื่องกาแฟระดับมาสเตอร์กับ Ricardo หนึ่งในกรรมการผู้ตัดสินการแข่งขันกาแฟระดับชาติของเม็กซิโก นักชิมกาแฟระดับแถวหน้า พ่วงตำแหน่งเจ้าของร้านกาแฟ Borola Café อันเลื่องชื่อ กิจกรรมครั้งนี้เป็นการพูดคุยถึงหัวใจหลักของกาแฟ พร้อมแชร์สูตรเด็ดให้ลองทำเองที่บ้าน

เดินทางผ่านหน้าจอกับ Airbnb ไปทำ Experiences Online กิจกรรมสุดเจ๋งจากคนทั่วทุกมุมโลก

เรื่องของรสชาติเราว่าน่าสนใจ ชวนมาถกเถียงให้เกิดความเข้าใจว่ารสชาติกาแฟแบบไหนเป็นรสชาติที่ดี และขั้นตอนการได้มาซึ่งรสชาติที่ดีทำยังไง แถมเขาเตรียมลิสต์ข้าวของคร่าวๆ ให้คุณสนุกกับกาแฟแก้วโปรดไปพร้อมกัน กิจกรรมจะจัดในบ้านของเขา ย่าน Coyoacan ซึ่งเป็นย่านที่ Frida Kahlo เคยมาใช้ชีวิต แถมบ้านยังได้แรงบันดาลใจมาจากบ้านของเธอด้วย แค่ฟังยังสนุก นักดื่ม (กาแฟ) และคนรักบ้านต้องกดถูกใจสิ่งนี้

ประสบการณ์ระยะเวลา 1 ชั่วโมง เพื่อนร่วมคลาสรับสูงสุด 10 คน

กดจองคลาสได้ที่ Coffee Masterclass with National Judge

05

อาร์เจนตินา

เรียนเต้นแทงโก้กับสาวนักเต้นจากบัวโนสไอเรส

เดินทางผ่านหน้าจอกับ Airbnb ไปทำ Experiences Online กิจกรรมสุดเจ๋งจากคนทั่วทุกมุมโลก

มาขยับร่างกาย ส่ายสะโพกโยกย้าย บั้นท้ายโยกย้าย ด้วยการเรียนเต้นแทงโก้ฉบับชาวอาร์เจนตินา กับหญิงสาวที่หลงใหลการเต้นแทงโก้มาตั้งแต่เด็ก เธอเรียนวิธีเต้นขนานแท้มาจากนักเต้นชาวพื้นเมือง จนปัจจุบันเปิดโรงเรียนสอนเต้นแทงโก้มานานกว่า 10 ปี ประสบการณ์ครั้งนี้ขอให้คุณจินตนาการว่ากำลังอยู่ในคลับ บาร์ ในยุค 40 ของบัวโนสไอเรส

เดินทางผ่านหน้าจอกับ Airbnb ไปทำ Experiences Online กิจกรรมสุดเจ๋งจากคนทั่วทุกมุมโลก

สาวนักเต้นจะสอนคุณตั้งแต่พื้นฐานของการเต้นแทงโก้ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานถึง 80 ปี รวมถึงการสร้างจังหวะแทงโก้ในแบบของคุณเองด้วย แม้การเต้นจะออกแบบมาให้เต้นเป็นคู่ แต่เธอยินดีถ้าคุณจะมาแบบฉายเดี่ยว

แต่งตัวตาม Dress Code ที่เจ้าบ้านกำหนด แล้วปล่อยตัวและหัวใจไปตามจังหวะด้วยกัน 

ประสบการณ์ระยะเวลา 1 ชั่วโมง เพื่อนร่วมคลาสรับสูงสุด 4 คน

กดจองคลาสได้ที่ Unlock the Passion of Argentinian Tango

06

โมร็อกโก

สวมผ้ากันเปื้อนเข้าครัวทำอาหารท้องถิ่นกับครอบครัวชาวโมร็อกโก

เดินทางผ่านหน้าจอกับ Airbnb ไปทำ Experiences Online กิจกรรมสุดเจ๋งจากคนทั่วทุกมุมโลก

ช่วงอยู่ติดบ้าน ถ้ากำลังหาไอเดียทำอาหาร (นอกจากหม้อทอดไร้น้ำมัน) เราแนะนำให้ว่าที่พ่อครัว-แม่ครัวกระโดดข้ามประเทศไปเรียนรู้วิธีทำอาหารท้องถิ่นของชาวโมร็อกโกถึงมาราเคช (Marrakech) เคาะประตูบ้าน เยือนครัวบรรยากาศอบอุ่นผ่านหน้าจอ พร้อมทำเมนูทาร์จีนไก่ (Chicken Tajine) กับสารพัดผัก แกล้มกับสลัดฉบับโมร็อกโก

นอกจากจะได้สูตรอาหารอร่อยกลับมาทำที่บ้าน ระหว่างการทำอาหารจะสอดแทรกเรื่องราววัฒนธรรมที่เจ้าบ้านพร้อมแลกเปลี่ยนให้คุณฟัง ทุกวันศุกร์เวลา 15.00 น. จากเมนูทาร์จีนไก่จะถูกเปลี่ยนเป็นคอฟต้าทาร์จีน แทน

แถมอีกนิด ทาร์จีนเป็นหม้อดินเผาที่ใช้ปรุงอาหารแบบดั้งเดิม ทาร์จีนไก่ เป็นเมนูที่นำไก่และผักมาตุ๋นในหม้อดินเผาให้สุกอย่างช้าๆ ส่วนคอฟต้าคือเนื้อบดผสมเครื่องเทศปั้นเป็นก้อน อย่าลืมเตรียมอุปกรณ์และวัตถุดิบให้พร้อมนะ

เดินทางผ่านหน้าจอกับ Airbnb ไปทำ Experiences Online กิจกรรมสุดเจ๋งจากคนทั่วทุกมุมโลก

ประสบการณ์ระยะเวลา 1 ชั่วโมง 30 นาที เพื่อนร่วมคลาสรับสูงสุด 4 คน

กดจองคลาสได้ที่ Cooking with a Moroccan Family

07

ญี่ปุ่น

สนทนาภาษาโอตาคุ ดูอนิเมะ ทัวร์อากิฮาบารา และเรียนภาษาญี่ปุ่นฉบับเอาตัวรอด

เดินทางผ่านหน้าจอกับ Airbnb ไปทำ Experiences Online กิจกรรมสุดเจ๋งจากคนทั่วทุกมุมโลก

ยูกิ เป็นโอตาคุจากเมืองไซตามะและเป็นไกด์ทัวร์สำหรับคนรักอนิเมะโดยเฉพาะ เขาจัดกิจกรรมนี้มาเพื่อโอตาคุรอบโลก เป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนและสังสรรค์ ถ้าใครที่ต้องการเรียนรู้วัฒนธรรมอนิเมะอย่างเราก็เข้าร่วมได้นะ แต่ต้องมีพื้นฐานการดูอนิเมะ อ่านมังงะมาประมาณหนึ่งถึงจะพอเข้าใจเรื่องที่ยูกิกำลังเล่าทั้งหมด มือใหม่อย่างเราเปิดโลกมาก

เดินทางผ่านหน้าจอกับ Airbnb ไปทำ Experiences Online กิจกรรมสุดเจ๋งจากคนทั่วทุกมุมโลก

ก่อนเรียนยูกิจะมีควิซทดสอบความรู้อนิเมะเบื้องต้นให้ทำและแทรกความรู้ไปพร้อมกัน แถมเขายังแนะนำย่านอากิฮาบารา ย่านที่คนรักอนิเมะและมังงะต้องหลงรักให้เรารู้จัก ก่อนจะปิดท้ายด้วยการสอนภาษาญี่ปุ่นที่ยูกิบอกว่า ถ้ามาแล้วพูดประโยคเหล่านี้ได้จะเที่ยวญี่ปุ่นได้สบาย (ยูกิรู้ศัพท์ไทยหลายคำ สบาย สุดยอด ใจเย็น ต้มยำกุ้ง) 

อีกหนึ่งความพิเศษในช่วงที่ต้องงดท่องเที่ยว คุณสามารถเลือกให้ยูกิช้อปสินค้าอนิเมะ วิดีโอเกม มังงะ ฯลฯ แทนคุณแล้วส่งมาให้ถึงหน้าบ้าน หรือเลือกรับส่วนลดทัวร์อนิเมะของเขาเมื่อคุณมีโอกาสไปเยือนโตเกียวก็ย่อมได้

ประสบการณ์ระยะเวลา 1 ชั่วโมง เพื่อนร่วมคลาสรับสูงสุด 5 คน

กดจองคลาสได้ที่ Inside The Anime Culture of Akihabara

08

แอฟริกาใต้

ตอบทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับฉลามกับ Shark Guy แห่งโมซัมบิก

เดินทางผ่านหน้าจอกับ Airbnb ไปทำ Experiences Online กิจกรรมสุดเจ๋งจากคนทั่วทุกมุมโลก

ดำลึกลงไปใต้มหาสมุทรของเขตอนุรักษ์ทางทะเลโมซัมบิก บ้านของปลาน้อย-ใหญ่ และเจ้าฉลามตัวเบิ้ม กับ Justin นักชีววิทยาทางทะเลที่หลงใหลฉลามมาก และเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งโครงการวิจัยฉลามในแอฟริกาใต้และโมซัมบิก

เดินทางผ่านหน้าจอกับ Airbnb ไปทำ Experiences Online กิจกรรมสุดเจ๋งจากคนทั่วทุกมุมโลก

ปัจจุบันเขาแปลงความชอบมาทำโปรดักชันใต้ท้องทะเลและสนับสนุนการวิจัยและอนุรักษ์ฉลาม การเข้าร่วมกิจกรรมนี้คุณจะได้เรียนรู้วิธีการติดตามและวิจัยฉลาม เช่น เมื่อเจอฉลามครั้งแรกต้องเก็บตัวอย่างผิวหนังและเลือด ติดแถบสัญญาณดาวเทียมและติดรหัสประจำตัวฉลาม รวมถึงเบื้องหลังการถ่ายทำฉลามใต้ท้องทะเล 

รายได้ทั้งหมดจากกิจกรรมจะมอบให้กับ The RockHopper Fund องค์กรขนาดเล็กที่ไม่แสวงหาผลกำไร สิ่งที่คุณต้องเตรียมคือชุดสวย-หล่อผ้าพริ้วไหวและหมวกปีกกว้างที่พร้อมท้าแดดริมทะเล อินให้สุด แม้จะต้องอยู่บ้าน!

ประสบการณ์ระยะเวลา 1 ชั่วโมง 30 นาที เพื่อนร่วมคลาสรับสูงสุด 8 คน

กดจองคลาสได้ที่ Meet a Real Life Shark Scientist

09

สหราชอาณาจักร

ฝึกโยคะผ่านหน้าจอกับนักกีฬาเรือพายแชมป์โอลิมปิก

เดินทางผ่านหน้าจอกับ Airbnb ไปทำ Experiences Online กิจกรรมสุดเจ๋งจากคนทั่วทุกมุมโลก

จากการเล่นโยคะระหว่างฝึกซ้อมกีฬาเรือพายเมื่อ 12 ปีก่อน ทำให้ Katherine เจ้าของแชมป์จาก The London 2012 Summer Olympics และ Olympic Games Rio 2016 กลายมาเป็นครูสอนโยคะ เตรียมปูเสื่อโยคะของคุณแล้วจิบชาให้ผ่อนคลาย ก่อนฟังเธอแบ่งปันเรื่องราวตอนเข้าแข่งขันโอลิมปิก และเริ่มต้นคลาสด้วย Hatha-Flow ที่ทำได้ทุกคน หากจองแบบกลุ่มส่วนตัว เลือกได้เลยว่าจะเรียนโยคะแบบไหน ทั้ง Hatha, Vinyasa และ Yin 

เดินทางผ่านหน้าจอกับ Airbnb ไปทำ Experiences Online กิจกรรมสุดเจ๋งจากคนทั่วทุกมุมโลก

ปีนี้ Tokyo Olympics ประกาศเลื่อนออกไป แต่คุณก็เพลิดเพลินกับเทศกาลกีฬาระดับโลกที่ Airbnb ชวนนักกีฬาดีกรีแชมป์มามอบความสุขถึงบ้าน นอกจากแชมป์เรือพาย ยังมีนักแล่นเรือใบ นักยูโด นักยกน้ำหนัก ฯลฯ

ประสบการณ์ระยะเวลา 1 ชั่วโมง เพื่อนร่วมคลาสรับสูงสุด 8 คน

กดจองคลาสได้ที่ Practice Yoga with an Olympic Rower 

10

เนเธอร์แลนด์

ฟังดนตรีสดผ่านหน้าจอกับนักดนตรีและคนรักเสียงเพลงในอัมสเตอร์ดัม

เดินทางผ่านหน้าจอกับ Airbnb ไปทำ Experiences Online กิจกรรมสุดเจ๋งจากคนทั่วทุกมุมโลก

แม้ช่วงนี้จะรวมกลุ่มกันสร้างความบันเทิงเริงใจไม่ได้ เราขอให้คุณพิจารณา Amsterdam Music Project (A.M.P.) กลุ่มที่เต็มไปด้วยนักดนตรีและคนรักเสียงเพลงมารวมตัวกัน เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสร้างความสุข พวกเขาจะเล่นดนตรีภายในเรือที่ดัดแปลงให้เป็นเสมือนบ้าน จะร้อง เล่น เต้นระบำ หรือนอนฟังเพลงให้สบายใจเฉิบก็ยังได้ 

เดินทางผ่านหน้าจอกับ Airbnb ไปทำ Experiences Online กิจกรรมสุดเจ๋งจากคนทั่วทุกมุมโลก

นอกจากจะฟังเพลงร่วมกับเพื่อนใหม่จากรอบโลก คุณยังจัดกิจกรรมนี้แบบส่วนตัวในโอกาสพิเศษได้ เช่น วันเกิด คืนออกเดท ปาร์ตี้กับแกงค์เพื่อน หรือการชวนทีมงานที่รักมา Outting ผ่านหน้าจอ เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์อันดีผ่านเสียงดนตรี แถมไม่ต้องเขียนชื่อเพลงใส่ทิชชู่แล้วยื่นถึงมือนักร้อง (ต้องรักษาระยะห่าง) เพียงพิมพ์เพลงโปรดลงในช่องแชต ก็ออกลีลาได้ที่บ้าน เตรียมขนมและเครื่องดื่มที่ชอบให้พร้อม แล้วให้เสียงเพลงขับกล่อมคุณ

ประสบการณ์ระยะเวลา 1 ชั่วโมง เพื่อนร่วมคลาสรับสูงสุด 25 คน

กดจองคลาสได้ที่ Hidden Houseboat Concert 

หมายเหตุ

  • บางกิจกรรมเต็มเร็วมาก หมั่นเช็กวันและเวลาที่สนใจแล้วกดจองพร้อมชำระเงินไว้ก่อน
  • บางประเทศมีไทม์โซนห่างกับประเทศไทยหลายโมงยาม อาจต้องเรียนกะดึกในบางกิจกรรม
  • ติดตาม Experiences Online เพิ่มเติมได้ที่ th.airbnb.com/s/experiences/online

ภาพ : Airbnb

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

นานาเพลินจิต

รีวิวมหรสพชั้นดีที่แนะนำให้ตามไปเสพ

“จุนจิ อิโต้ คือนักเล่าเรื่องสยองขวัญผู้มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ความดุดัน ความละเอียดถี่ถ้วน และความน่าสะพรึงกลัวของเขานั้นช่างวิเศษ ควรค่าแก่การรับชมเป็นอย่างยิ่ง เขาคือปรมาจารย์ตัวจริงผู้ยิ่งใหญ่ไม่แพ้ สตีเวน คิง อลันโพ และ อุเมซุ คาซึโอะ เลยทีเดียว” กิเยร์โม เดล โตโร (Guillermo del Toro) ผู้กำกับชื่อดังกล่าวชมชายที่ชื่อ จุนจิ อิโต้ (Junji Ito)

จำได้ว่าตื่นเต้นมาก ๆ ครับเมื่อรู้ว่าเรื่องสั้นที่คัดสรรโดยอาจารย์จุนจิ อิโต้ จะดัดแปลงเป็นอนิเมะลง Netflix และในที่สุดก็ได้ชมเรียบร้อย Junji Ito Maniac: Japanese Tales of the Macabre คือผลงานที่ประกอบไปด้วย 20 เรื่องสั้น ใน 12 อีพี มีทั้งแบบเต็มอีพีหรือตอนละ 20 กว่านาที และ 2 ตอนต่อ 1 อีพี (ตอนละ 10 กว่านาที) โดยเรื่องสั้นส่วนใหญ่มาจาก คลังสยองขวัญลงหลุม เล่มต่าง ๆ มีมาจาก เศษซากอสูร และเล่ม เจาะลึก อิโต้ จุนจิ ด้วยเช่นกัน

ซีรีส์ประกอบไปด้วยตอนสั้นขนาดยาว อย่าง พี่น้องฮิคิซึริป่วนพิสดาร ลูกโป่งหัวมนุษย์ เมืองแห่งป้ายสุสาน โทมิเอะ: รูปถ่าย และตอนสั้นขนาดสั้น อย่าง อุโมงค์พิศวง รถไอศกรีม ห้องสี่ชั้น ห้องแห่งนิทรา ผู้บุกรุก ผมยาวแห่งห้องใต้หลังคา รา กองหนังสือหลอน สยองหลายชั้น เกยตื้น ทางวงกตสุดจะทนไหว เด็กขี้แกล้ง ข้างหลังตรอก รูปปั้นไร้หัว หญิงกระซิบ และ สัตว์เลี้ยงแสนรักของโซอิจิ ทั้งหมดนี้สร้างสรรค์ผลงานโดยที่เคยทำ Junji Ito Collection ไปเมื่อปี 2018 

ก่อนจะเล่าถึงภาพรวมและแสดงความเห็นเกี่ยวกับบางตอน ถือเป็นโอกาสดีที่จะพูดถึงตัวตนของอาจารย์จุนจิ แรงบันดาลใจ เบื้องหลังไอเดีย และประสบการณ์ก่อนมาเป็นปรมาจารย์และมังงะสยองขวัญอย่างที่เราเห็นกันทุกวันนี้

**บทความต่อไปนี้เปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของซีรีส์ **

เจาะลึกปรมาจารย์ความสยอง จุนจิ อิโต้ กับเรื่องเขย่าขวัญฉบับอนิเมะใน Junji Ito Maniac

จุดกำเนิด จุนจิ อิโต้ 

พูดถึงปรมาจารย์สยองขวัญของญี่ปุ่น 2 คนที่ผมนึกถึงและชื่นชอบผลงานมาก คือ อุเมซุ คาสึโอะ (Umezu Kazuo) ผู้แต่ง ฝ่ามิตินรก และ 14 อาถรรพ์ปริศนา กับ อาจารย์จุนจิ อิโต้ ที่ปลูกฝังให้ผมชอบความสยองลึกลับตั้งแต่สมัยมีร้านเช่าการ์ตูน ซึ่งไม่เคยนึกเลยครับว่าคนแรกจะเป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้กับคนหลัง และเป็นจุดเริ่มต้นให้ผมสนใจด้านนี้ของ จุนจิ อิโต้

จุนจิ อิโต้ เกิดเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม ปี 1963 การเข้าสู่โลกแห่งความสยองของเขาเริ่มตั้งแต่ 4 – 5 ขวบจากการอ่านนิยายเล่มแรกคือ Mummy Teacher ของ อุเมซุ คาซึโอะ ในนิตยสารตามพี่สาว 2 คน นอกจากนี้การเติบโตมาในต่างจังหวัดที่เมืองนากัตสึงาวะมีส่วนในการหล่อหลอมเขาเช่นกัน 

ด้วยความที่ห้องน้ำของบ้านเขาอยู่ใกล้กับอุโมงค์ใต้ดิน เขาจึงโตมากับสิงสาราสัตว์จำพวกแมลง เช่น จิ้งหรีดถ้ำ ตะขาบ กิ้งกือ แมงมุม และแมลงสาบ ซึ่งเขาบอกว่าตัวเองกลัวอะไรพวกนี้กับห้องน้ำบ้านตัวเองยิ่งกว่ามังงะหรือหนังสยองซะอีกครับ แต่วันหนึ่งรู้ตัวอีกทีก็ชินแล้ว (แต่ก็ยังไม่ชอบและเจอทีไรก็สะดุ้งอยู่ดี) และด้วยบรรยากาศที่ขมุกขมัวของห้องน้ำสมัยนั้น กับอุโมงค์ดิน ไม่ใช่คอนกรีตเหมือนทุกวันนี้ รวมกันทั้งหมดจึงกลายเป็นรากฐาน Mood & Tone และแรงบันดาลใจในงานของอาจารย์

อาจารย์จุนจิเริ่มเขียนมังงะตั้งแต่ 4 ขวบ ด้วยการวาดตามลายเส้นอาจารย์อุเมซุ ซึ่งเริ่มแรกอาชีพของเขาไม่ใช่นักเขียนมังงะอย่างที่เราเห็นทุกวันนี้ เขาเป็นช่างทันตกรรมมาก่อน แต่ก็ไม่เคยละทิ้งความชอบของตัวเอง จึงทำทั้ง 2 อย่างควบคู่กันไป

จนกระทั่งวันหนึ่งในปี 1987 เขาส่งมังงะตอนสั้นส่งประกวดในนิตยสาร Gekkan Halloween และได้รับรางวัลชมเชย ความน่ายินดีปรีดาอยู่ตรงที่หนึ่งในผู้ตัดสินรางวัล คือ อาจารย์อุเมซุ คาสึโอะ ไอดอลและแรงบันดาลใจที่มอบจุดเริ่มต้นให้เขา ต่อมามังงะตอนสั้นนั้นได้ถูกตีพิมพ์ กลายมาเป็นซีรีส์ขนาดยาวและหนึ่งในผลงานที่โด่งดังที่สุดของจุนจิ อิโต้ เรื่องนั้นคือ โทมิเอะ หลังจากที่เขียนเป็นเรื่องเป็นราวได้ประมาณ 3 ปี โดยทำงานด้านทันตกรรมไปด้วย เขาก็ออกมาเป็นนักเขียนการ์ตูนเต็มตัว

เจาะลึกปรมาจารย์ความสยอง จุนจิ อิโต้ กับเรื่องเขย่าขวัญฉบับอนิเมะใน Junji Ito Maniac

แรงบันดาลใจและสไตล์ของ จุนจิ อิโต้

แน่นอนว่า อุเมซุ คาสึโอะ เป็นหนึ่งในนั้น ไม่ว่าจะเป็นแนวทางการเล่าเรื่อง ความสยอง และลายเส้นที่ลงเส้นแบบเข้ม ๆ มีน้ำหนัก ให้อารมณ์ดิบ ๆ อาจารย์กล่าวว่า ฝ่ามิตินรก (The Drifting Classroom) เป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจที่เขารู้สึกผูกพันตั้งแต่ครั้งแรกที่อ่าน เหมือนเป็นพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดอย่างไรอย่างนั้น นอกเหนือจากนี้ยังมี ฮิเดชิ ฮิโนะ, ชินอิจิ โคกะ, ยะสุทากะ สึสึอึ ผู้แต่งนิยาย Paprika และ เอโดงาวะ รัมโปะ อีกด้วย

ด้วยความที่อาจารย์จุนจิชอบเสพผลงานอย่างกว้างขวาง แรงบันดาลใจของเขาจึงมาจากซีกโลกตะวันตกด้วย นั่นคือปรมาจารย์ด้าน Cosmic Horror อย่าง เอช. พี. เลิฟคราฟต์ (H.P. Lovecraft) เลิฟคราฟต์ทำให้เขาสนใจเกี่ยวกับชีวิตนอกโลก ซึ่งไม่ใช่คนหรือสัตว์ที่เราเคยพบเจอ ความสยองถึงแก่น เหตุการณ์หรือปรากฏการณ์เหนือความเข้าใจ สภาวะจนมุมของตัวละคร การจบแบบสิ้นหวังหรือการตายทั้งเป็น และการตายศพไม่สวย เป็นต้น

เอช. อาร์. ไกเกอร์ (H.R. Giger) ผู้ออกแบบงานศิลป์สุดพิสดารอันเป็นเอกลักษณ์ประเภท Biomechanical อย่าง Xenomorph และองค์ประกอบอื่น ๆ ในหนัง Aliens (1979) กับศิลปินชื่อดังอย่าง ซัลวาดอร์ ดาลี (Salvador Dalí) ก็เป็นแรงบันดาลใจของเขาเช่นกัน กับหนังสยองขวัญคลาสสิกอย่าง Dracula และ Frankenstein และไม่เพียงแค่ผลงานส่วนบุคคล บางผลงานของอาจารย์ยังปรากฏองค์ประกอบของงานศิลป์ในยุคบาโรกและอิมเพรสชันนิสม์ฝรั่งเศสอยู่ด้วย 

เจาะลึกปรมาจารย์ความสยอง จุนจิ อิโต้ กับเรื่องเขย่าขวัญฉบับอนิเมะใน Junji Ito Maniac

สไตล์งานของอาจารย์จุนจิจัดอยู่ในประเภท Cosmic Horror และ Body Horror หรือความสยองเชิงกายวิภาคที่ดูสะอิดสะเอียน ซึ่งเป็นงานประเภทเดียวกับ เอช. พี. เลิฟคราฟต์ อีกส่วนคืออาจารย์ศึกษาเรื่องกล้ามเนื้อ ผิวหนัง และการทำงานของร่างกายจากหนังสือกายวิภาคสำหรับนักเรียนแพทย์ จึงนำมันมาต่อยอด อีกทั้งการเป็นช่างทันตกรรม น่าจะมีส่วนในการหล่อหลอมสไตล์ของเขา

แต่ถึงจะมีคำว่า ‘Horror’ แปะอยู่ ก็ไม่ใช่แนวสยองขวัญเพียว ๆ ซะทีเดียวครับ เพราะที่จริงเขาเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบไซไฟและเรื่องลี้ลับเหนือความเข้าใจเอามาก ๆ นอกจากหนัง หนังสือ และมังงะสยองขวัญ อาจารย์จุนจิยังโตมากับการอ่านเรื่องสั้นไซไฟแบบรวมเล่มและดูหนังไซไฟด้วยเช่นกัน ผลงานของเขาจึงเห็นได้ชัดว่าผสมสานระหว่างความสยองกับไซไฟ จนออกมาเป็น ‘สไตล์ จุนจิ อิโต้’ ดังเช่นที่เราจะเห็นเรื่องราวที่สอดแทรกไปด้วยเรื่องโลกคู่ขนาน เอ็กโทพลาสซึม รังสีคอสมิก ฯลฯ นอกจากนี้บางตอนยังมีความตลกร้ายและคอเมดี้ ซึ่งเป็นไปตามสไตล์ของแกอยู่ดี

จุนจิ อิโต้ มองว่าผลงานของตัวเองไม่ใช่เรื่องผีหรือเรื่องสยองขวัญ แต่เป็นแนวมอนสเตอร์กับ Supernatural มากกว่า และคำว่ามอนสเตอร์ไม่จำเป็นต้องมาในรูปสัตว์ประหลาดน่าเกลียดน่ากลัวและหลอกหลอนเสมอไป เราจึงได้เห็นทั้งงานแนวนี้กับแนวที่เป็นเรื่องราวของคนล้วน ๆ เช่นความสัมพันธ์ระหว่างเหยื่อ-ผู้ล่า ความหมกหมุ่นและหลงผิดจนเลยเถิด การสูญสิ้นศรัทธาในมนุษยชาติ การเป็นเหยื่อของปรากฏการณ์พิสดารที่หาคำตอบไม่ได้ จนได้พบจุดจบอย่างน่าอนาถและไม่รู้ว่าทำยังไงถึงจะรอด การถูกลงโทษจากบาป และความกลัวสุดขีด โดยอาจารย์เคยให้สัมภาษณ์ว่า เขาไม่ได้อยากให้ตัวละครตายและหลายครั้งพยายามช่วยตัวละคร แต่เขียนไปเขียนมาแล้วหาทางออกให้ไม่ได้ ผลลัพธ์คือตัวละครตายกันเป็นเบืออย่างที่เห็นนั่นเอง โดยเฉพาะเมื่อเขียนไปเขียนมาแล้วหน้าหมด ชะตากรรมตัวละครต้องขาดอย่างเลี่ยงไม่ได้เช่นกัน

แต่ถึงแม้จะเป็นเจ้าความสยองขวัญและชื่อดังแค่ไหน อาจารย์ก็พูดอย่างตรงไปตรงมาว่า ไม่คิดว่าตัวเองเหมาะกับการเขียนเรื่องยาวสักเท่าไหร่ครับ เขาถนัดเขียนเรื่องสั้น เขารู้สไตล์ตัวเองว่าทำได้ ทำง่ายกว่า และเอ็นจอยในการสำรวจไอเดียใหม่ ๆ อยู่เสมอ ด้วยการสร้างเนื้อเรื่องก่อน จากนั้นค่อยคิดว่าตัวละครแบบไหนถึงเหมาะกับเนื้อเรื่องนั้น ๆ โดยทุกตอนโฟกัสไปที่ ‘ความพิลึก’ ส่วน ‘ความน่ากลัว’ เป็นเรื่องรอง

เจาะลึกปรมาจารย์ความสยอง จุนจิ อิโต้ กับเรื่องเขย่าขวัญฉบับอนิเมะใน Junji Ito Maniac

เปลี่ยนความกลัวเป็นผลงาน

อาจารย์จุนจิ อิโต้ เคยให้สัมภาษณ์ว่า การที่เขาดูเป็นคนสนใจและเต็มไปด้วยผลงานสยองชวนแหวะ ไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่กลัว แต่วิธีการคือเขานำความกลัวเหล่านั้นมาต่อยอดเป็นผลงาน และสารภาพตรง ๆ ว่านิสัยชอบสงสัยใคร่รู้ของตัวเองมีมากกว่าความกลัว นั่นทำให้เขาอยากสำรวจปริศนาว่ามีความเป็นไปได้อะไรบ้างจากไอเดียตั้งต้นของตัวเอง และลองให้คำตอบกับมันดู

ความหวาดกลัวหลัก ๆ ของอาจารย์คือแมลงอย่างที่ได้กล่าวไปก่อนหน้านี้ ความตายที่ใกล้เข้ามา สงคราม การแอบซุ่ม การถูกจับตามอง และความรู้สึกไม่ปลอดภัย เขาเปลี่ยนความรู้สึกเหล่านั้นออกมาเป็นรูปธรรมให้ผู้อ่านสัมผัสได้เช่นกัน เพราะเชื่อว่าเป็นการดีที่สุดหากจะถ่ายทอดเรื่องที่ตัวเองอิน

ความกลัวและความปรารถนาบางประการของเขาถูกนำมาสร้างเป็นผลงาน เช่น โทมิเอะ ลูกโป่งหัวมนุษย์ หรือ Gyo มังงะ ปลามรณะ ที่มาจากหนังเรื่อง Jaws และประสบการณ์ของพ่อแม่สมัยสงครามโลก ซึ่งสมมุติว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากความกลัวในทะเลตามมาบนบกได้ และ ฝันยาว (Long Dream) ที่มาจากบทสนทนากับพี่สาว ฯลฯ

เจาะลึกปรมาจารย์ความสยอง จุนจิ อิโต้ กับเรื่องเขย่าขวัญฉบับอนิเมะใน Junji Ito Maniac

Junji Ito Maniac: Japanese Tales of the Macabre

ก่อนหน้าจะเป็นอนิเมะรวมผลงานชุดนี้ เรื่องที่เคยสร้างเป็นผลงานภาพเคลื่อนไหวสุดติดตามาแล้วคือ ปลามรณะ และ Junji Ito Collection ในปี 2018 เป็นการรวมผลงานจากมังงะสยองเป็น 12 อีพี ประกอบไปด้วย 24 ตอน กับ 2 OVA ของ โทมิเอะ มาถึงเรื่องนี้ ไม่ผิดนักครับถ้าจะเรียกว่าเป็น ‘Junji Ito Collection ซีซั่น 2’ เพราะทำโดยสตูดิโอเดียวกัน ในรูปแบบที่คล้ายคลึงกันกับเรื่องก่อนหน้า แตกต่างกันตรงที่ชุดนี้มีลายเส้นที่เปลี่ยนไปและหาดูบน Netflix ได้ 

สำหรับความเห็นของผม ทั้ง Junji Ito Collection และ Junji Ito Maniac: Japanese Tales of the Macabre (หลังจากนี้ขอเรียกสั้น ๆ ว่า Junji Ito Maniac แทนนะครับ) ยังถ่ายทอดความสยองจากทั้งลายเส้นและความรู้สึกแบบเปิดอ่านจากหน้ากระดาษไม่ได้ พูดง่าย ๆ และอาจดูแรงไปหน่อยคือ ยัง ‘ทำได้ไม่ถึง’ ทั้งด้วยลายเส้น การนำเสนอ การลดทอนรายละเอียด และข้อจำกัดเรื่องเวลา โดยเฉพาะอย่างหลังสุด เพราะอาจารย์เคยกล่าวว่า เขาเขียนบางงานแบบจบไม่ลง หรือรู้ตัวอีกทีหมดหน้าก่อนเลยเลือกจบมันแบบนั้น แต่อนิเมะเรื่องนี้บางเรื่องมีเวลาเพียงแค่ประมาณ 12 นาที จึงต้องตัดให้สั้นลงไปอีก ผลลัพธ์คือบางตอนดูห้วน ๆ ไปมาก และดูแล้วรู้สึกไม่ครบถ้วนเท่าไหร่นัก

ถึงอย่างนั้นก็ต้องบอกว่าโดยรวมยังอยู่ในเกณฑ์ชอบนะครับ ในขั้นต้นอนิเมะเรื่องนี้ทำหน้าที่ขยายฐานแฟนให้อาจารย์มากขึ้น และในมุมของตัวมันเอง มีหลายตอนที่นับคร่าว ๆ น่าจะเกินครึ่งที่มองว่าทำได้ในระดับโอเคถึงดีในการสร้างความบันเทิง แต่ก็แอบสับสนว่า ที่ชอบเพราะเนื้อเรื่องดั้งเดิมที่มีอยู่แล้ว หรือเพราะการนำเสนอของอนิเมะ

จะเสียดายก็ตรงลายเส้นดิบ ๆ ของมังงะหายไป แต่ข้อดีคือ บางตอนอย่าง เขาวงกตสุดจะทนไหว รา และ ผมยาวแห่งห้องใต้หลังคา มีการวาดลายเส้นที่ดูใหม่และทันสมัยขึ้น และเมื่อนำไปเทียบกับ Junji Ito Collection แล้ว ถือว่ามีพัฒนาการ แม้จะรู้สึกว่าลายเส้นนั้นมีเสน่ห์ในทางหนึ่งเหมือนกัน แต่ Junji Ito Maniac นำเสนอได้สมูทกว่า (ปนการใช้ Transition ที่งง ๆ อยู่หลายจังหวะ และแอบรู้สึกว่าเลือกตอนเปิดที่เซต Mood & Tone ได้ไม่ดีเท่าไหร่) และบางตอนถือว่ารวบประเด็นกับสรุปจบได้ดีในระยะเวลาของตอนที่มีเพียงเท่านั้น เพียงแต่ดูแล้วยังคงไม่เปลี่ยนใจครับว่า การ ‘อ่าน’ ยังคงเป็นประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการเสพผลงานของจุนจิ อิโต้

พูดถึงรายละเอียดปลีกย่อย จากการสังเกตพบว่า ตอนส่วนใหญ่ที่จัดอยู่ในประเภทสนุก คือตอนที่มีความยาว 24 นาที หรือตอนที่เป็น 1 : 1 ไม่ว่าจะเป็น พี่น้องฮิคิซึริป่วนพิสดาร แนวสนุก ๆ ที่ชวนนึกถึง The Addams Family ไม่น้อย เมืองแห่งป้ายสุสาน เป็นตอนนึงที่ดาร์กที่สุด ด้วยเนื้อเรื่องแนวกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเกี่ยวกับการทำ ‘บาป’ และ ‘ความรู้สึกผิด’ โทมิเอะ: รูปถ่าย ที่เป็นตัวชูโรงของอาจารย์ และ ลูกโป่งหัวมนุษย์ ซึ่งผมมองว่าทำได้ดีที่สุดในอนิเมะชุดนี้ โดยตอนที่อยากพูดถึงแบบไฮไลต์คือ 2 ตอนหลัง

สำหรับ ลูกโป่งหัวมนุษย์ เป็น 1 ใน 3 ตอนที่อาจารย์จุนจิชอบที่สุด เขาได้รับแรงบันดาลใจจากความฝันวัยเด็ก จนกลายเป็นหนึ่งในตอนที่น่ากลัวและ Iconic ที่สุดเมื่อพูดถึงผู้เขียนมังงะคนนี้กับ Adaptation อนิเมะชุดนี้จึงขาดเรื่องนี้กับซิกเนเจอร์อย่าง โทมิเอะ ไปไม่ได้ อีกอย่างคือการเติบโตมาในแถบชนบทและเข้าเมืองเป็นครั้งคราว ทำให้เขาเห็นบอลลูนลอยฟ้าเหนืออาคารบ้านเรือนและฉุกคิดขึ้นได้ว่าบอลลูนพวกนี้เหมือนเป็นตัวแทนเหล่าชีวิตในเมืองใหญ่ บวกกับความชอบในเรื่องลี้ลับอย่าง UFO กับวัตถุประหลาดบนฟากฟ้า เขาจึงรวมองค์ประกอบเหล่านั้นเข้าด้วยกันเป็นลูกโป่งหัวมนุษย์

จุนจิ อิโต้ คิดพล็อตเรื่องนี้ด้วยไอเดียกับความฝันที่ว่า ให้มีลูกโป่งลอยอยู่บนท้องฟ้าทั่วโลก แล้วลูกโป่งแต่ละลูกจะมีเชือกผูกศพห้อยต่องแต่งไปมา ซึ่งในตอนแรกเป็นเพียงลูกโป่งเฉย ๆ แต่พอขบคิดแล้วว่าจะทำให้มันประหลาดยังไง จึงเกิดเป็นไปเดียลูกโป่งโจมตีคนขึ้นมา แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังรู้สึกว่าขาดบางอย่าง องค์ประกอบสุดท้ายที่นึกขึ้นได้คือ “ถ้างั้นก็ให้ลูกโป่งเป็นหน้าคน ๆ นั้นซะเลยสิ” ตรงนี้มาจากแนวคิดของอาจารย์เองที่ว่า บางครั้งสิ่งที่น่ากลัวที่สุดก็คือตัวเราเอง เหมือนกับโอชิคิริตอนตัวเองจากอีกโลก และโทมิเอะกับการตั้งคำถามว่าอะไรคือตัวเรา และการกลัวการส่องกระจกของอาจารย์เอง เลยออกมาเป็นลูกโป่งหน้าคนที่พุ่งเอาเชือกมาแขวนคอตัวละครอย่างที่เห็นครับ

เจาะลึกปรมาจารย์ความสยอง จุนจิ อิโต้ กับเรื่องเขย่าขวัญฉบับอนิเมะใน Junji Ito Maniac

สำหรับ โทมิเอะ ซึ่งเป็นผลงานเดบิวต์และเป็นเหมือนมาสคอตของจุนจิ อิโต้ มาตลอด (พอ ๆ กับปลาและหอย) อาจารย์ไม่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากผู้หญิงคนไหนเป็นพิเศษ แต่ต้นกำเนิดมาจากการเป็นอมนุษย์ที่ถูกฆ่าตายแล้วเหมือนไม่ตาย ไม่ว่ากี่ครั้งก็จะกลับมา มาจากการที่เขาสูญเสียเพื่อนผู้ชายคนหนึ่งสมัย ม.ต้น จากอุบัติเหตุรถชน อาจารย์อธิบายว่ามันเป็นความรู้สึกแปลกที่วันหนึ่ง คน ๆ หนึ่งก็หายตัวไปจากโลก และเขาคาดหวังว่าจู่ ๆ เพื่อนคนนั้นจะกลับมาปรากฏตัวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น จึงถ่ายทอดความรู้สึกนี้มาสู่มังงะ และถ่ายทอดมันผ่านตัวละครโทมิเอะ 

จุนจิ อิโต้ ใส่ความปรารถนาของมนุษย์ลงไปในตัวโทมิเอะ ทั้งความเป็นอมตะ (จะเรียกแบบนี้ก็ได้) ไม่มีวันตาย แถมยังเพิ่มจำนวนได้ เป็นที่ต้องการเสมอ ชีวิตสมปรารถนา มักได้ในสิ่งที่ต้องการ มีเสน่ห์เย้ายวน น่าดึงดูด บริวารรายล้อมเหมือนราชินี แต่ในเวลาเดียวกันก็อันตรายและน่าสะพรึง สิ่งที่โทมิเอะมีคือทุกอย่างและความสามารถจะทำอะไรก็ได้ตามชอบ เพื่อความสนุก สะใจ ยั่วยวนด้วยการกระตุ้นอารมณ์ทางเพศตัวละครชาย ยั่วยวนให้คนมัวเมาในกิเลส จนทำเรื่องบ้า ๆ แล้วพบกับความวินาศ ส่วนเธอนั้นหัวเราะคิกคัก แม้กระทั่วยั่วยวนให้ผู้อื่นฆ่าตัวเอง เพราะไม่ต้องกังวลเรื่องข้อจำกัดของการมีเพียงชีวิตเดียว

การวาดโทมิเอะคืออีกหนึ่งผลงานที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากไอดอลอย่าง อุเมซุ คาสึโอะ เพราะในมังงะของอาจารย์คาสึโอะมีแนวทางการวาดที่เรียกว่า ‘สาวงามกับอสูร’ อยู่ครับ ก็คือการวาดให้สิ่งมีชีวิตดูสวยงามและอัปลักษณ์ในเวลาเดียวกัน ซึ่งเป็นเรื่องยากและท้าทาย แต่ท้ายที่สุดจุนจิก็สร้างตัวละครนี้โดยมองว่าโทมิเอะมีคุณสมบัตินี้อยู่ นอกจากนี้เธอยังเป็น ‘ผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลก’ สำหรับเขาด้วย ตัวละครหญิงอื่น ๆ จึงพยายามไม่วาดให้คล้ายโทมิเอะมากเกินไป แต่พอจะต้องวาดให้ออกมาสวย วาดไปวาดมาดันไปคล้ายกับโทมิเอะอีก

สำหรับตอนรูปถ่ายที่อยู่ใน Junji Ito Maniac ตอนนี้นับเป็นตอนที่สะท้อนธีมของโทมิเอะและความตั้งใจของอาจารย์จุนจิเต็ม ๆ คือใช้ความสวยเล่นสนุกด้วยการปั่นหัวตัวเอกหญิงที่ชื่อสึกิโกะ จากนั้นปล่อยให้สึกิโกะถ่ายรูป จนออกมาเป็นรูปที่สวยด้วยใบหน้าด้านหน้า และน่าเกลียดน่ากลัวจากหน้าที่งอกออกมาข้างหลัง ซึ่งนั่นคือความอัปลักษณ์ภายใต้ความสวยงามของตัวละครนี้ 

แรงบันดาลใจก่อนจะมาเป็นความสยองใน Junji Ito Maniac: Japanese Tales of the Macabre ของ จุนจิ อิโต้

สำหรับตอนสั้นที่ความยาว 10 กว่านาที ต้องพูดว่าคละคุณภาพกันไปครับ

ตอนที่ดูจบแล้วเฉย ๆ หรือสนุก แต่รู้สึกว่าจบแบบค้างคาเกินไปหรือไม่ครบถ้วน คือตอน รา ทางวงกตสุดจะทนไหว รถไอศกรีม เกยตื้น ผู้บุกรุก และ ตอนอุโมงค์พิศวง ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากอุโมงค์บ้านเกิดของอาจารย์จุนจิที่นาคัตสึงาวะ ตอนเหล่านี้บางตอนถือว่าเพียงพอ แต่บางตอนก็ต้องพูดอย่างตรงไปตรงมาว่า หากดูจบแล้วไปอ่านมังงะหรือยังไม่ได้ดูแล้วอ่านมังงะเลย จะได้รายละเอียดครบถ้วนและมีน้ำหนักกว่า การลำดับเรื่องที่แตกต่างแบบลงตัวกว่าครับ แต่ก็นับว่าทำได้ดีไม่น้อยสำหรับบางตอนที่แม้จะตัดให้สั้นลงแต่สารยังครบถ้วน กับบางตอนมีการลำดับใหม่ได้ดีกว่ามังงะ

ต่อมาเป็นตอนที่ขอนิยามว่า จดจำแบบฝังลึกลงไปในจิตใจ ได้แก่ ตอน ห้องแห่งนิทรา กองหนังสือหลอน รูปปั้นไร้หัว ผมยาวแห่งห้องใต้หลังคา และ ข้างหลังตรอก ที่เคยได้คะแนนอันดับ 1 และเป็นที่นิยมมาก ถึงแม้อาจารย์จะยังรู้สึกว่าตัวเองทำได้ไม่เต็มที่ก็ตาม และตอน เด็กขี้แกล้ง ที่ไม่มีสิ่งเหนือธรรมชาติ แต่ขับเน้นความน่ากลัวของมนุษย์ออกมาได้ดี ทุกตอนที่กล่าวไปในประเภทนี้อนิเมะทำได้ในขั้นดี 

สำหรับประเภทจำฝังลึกยังมีอีก ซึ่งผมเลือกแยกมาพูดถึง คือ หญิงกระซิบ จากเล่ม เศษซากอสูร และ สยองหลายชั้น ที่ตีพิมพ์เป็นฉบับพิเศษในหนังสือ เจาะลึก อิโต้ จุนจิ หญิงกระซิบ เป็นตอนที่ต้องชมว่าอนิเมะถือว่าทำได้ดี เพราะถ่ายทอดเสียงทั้งพากย์และอารมณ์ความรู้สึกจากมังงะออกมาแทบครบ รวมถึงเป็นตอนที่ไม่รู้เหมือนกันว่าควรรู้สึกยังไงดี (ในแง่ดี และรู้แต่ว่าตอนนี้ดี) 

ส่วน สยองหลายชั้น ที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับเด็กผู้หญิงที่ค้นพบว่าตัวเองมีหลายชั้นเหมือนวงปีต้นไม้ ก็เป็นอะไรที่สยองและเป็นหนึ่งในตอนที่ดีกับจำฝังตาฝังใจที่สุดเช่นกัน และถ่ายถอดความรู้สึกหดหู่ชวนอึ้งผ่านงานด้านภาพได้อย่างดีทั้งฉบับอนิเมะและมังงะ 

แรงบันดาลใจก่อนจะมาเป็นความสยองใน Junji Ito Maniac: Japanese Tales of the Macabre ของ จุนจิ อิโต้

ในขณะที่ตอน ห้องสี่ชั้น และ สัตว์เลี้ยงแสนรักของโซอิจิ เป็นตอนที่ดูสนุก ๆ เบาสมอง ซึ่งถือว่าอาจารย์จุนจิเลือกมาเพื่อตัดมู้ดกับตอนหนัก ๆ ได้ค่อนข้างดี เด็กหนุ่มคาบตะปูตัวแสบสายปั่นอย่างโซอิจิ ที่ชอบสาปคนอื่นและมาพร้อมกับวลี “เดี๋ยวแกได้เจอความสยองขวัญแน่” ในแง่หนึ่งแม้ออกจะน่ารำคาญอยู่บ้าง แต่ก็เป็นตัวละครที่มีเสน่ห์มาก ๆ และพอเข้าใจได้เลยครับว่า ทำไมนอกจาก โทมิเอะ แล้ว โซอิจิ ถึงเป็นซีรีส์ยาวและเป็นที่นิยมในหมู่ผู้อ่านผลงานอาจารย์จุนจิ อิโต้ 

อาจารย์เคยเล่าตอนให้สัมภาษณ์ว่า โซอิจิเป็นเหมือนร่างแยกของอาจารย์ และมีองค์ประกอบบางอย่างของอาจารย์อยู่ในตัว แม้นิสัยจะไม่เหมือนกันเป๊ะ ซึ่งเดิมที โซอิจิไม่ใช่ตัวเอก แต่ตั้งใจให้เป็นแค่ตัวละครสุดเกรียนที่ไปป่วนทริปหน้าร้อนคนอื่น ในขณะที่ มิจินะ ที่เป็นญาติคือตัวเอกดั้งเดิม แต่หลังจากที่เขียนไปเขียนมา หมอนี่ก็ดูมีเอกลักษณ์และน่าจดจำ จนกลายเป็นเหมือนพระเอกของจักรวาลจุนจิ อิโต้ ไปซะอย่างนั้นเลยครับ ส่วนตอน สัตว์เลี้ยงแสนรักของโซอิจิ เราก็จะได้เห็นความเป็นทาสแมวของปรมาจารย์สยองขวัญท่านนี้ด้วยเช่นกัน

แรงบันดาลใจก่อนจะมาเป็นความสยองใน Junji Ito Maniac: Japanese Tales of the Macabre ของ จุนจิ อิโต้

โดยรวมแล้วใช้คำว่า Junji Ito Maniac: Japanese Tales of the Macabre เป็นผลงานประเภท ‘ดีที่มี’ แล้วกันครับ อาจจะยังไม่สมบูรณ์ทางความรู้สึก แต่หากพูดถึงหน้าที่ของมันที่ทำแฟน ๆ ซึ่งลืมไปแล้วเพราะเคยอ่านล่าสุดตอนมัธยมต้นอย่างผม คนที่อ่านอยู่บ่อย ๆ และรอดูอนิเมะด้วย กับคนไม่รู้จักและไม่เคยดูมาก่อน หันมาชื่นชอบหรือชวนกลับไปอ่านและสนใจงานอาจารย์จุนจิ อิโต้ อีกครั้งได้ ก็นับว่าประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งเลยครับ ยิ่งติดอันดับแรก ๆ ในหลายประเทศทั่วโลกด้วยแล้ว ส่วนสำหรับผมถือว่าเพลิดเพลิน ดูแล้วอยากไปไล่อ่านผลงานอาจารย์ทั้งหมดใหม่อีกครั้ง

พอมานึก ๆ ดู ถึงตอนนี้ก็คงพูดได้แล้วล่ะครับว่า หลังจากที่อาจารย์จุนจิ อิโต้ มีศิลปินหลายคนเป็นไอดอล มาวันนี้เขากลายเป็นนักเขียนมังงะคนสำคัญที่สุดคนหนึ่งของวงการและของฝั่งซีกโลกตะวันออก เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก และเมื่อไหร่ก็ตามที่มีการประกาศสร้างผลงานหรือหยิบผลงานเก่า ๆ ที่เคยตีพิมพ์มาบอกเล่าในอีกฟอร์ม มักจะมีกระแสตอบรับที่ดีและผู้คนรอคอยกันเสมอ ประเทศไทยเป็นหนึ่งในนั้นเมื่อดูจากปฏิกิริยาของผู้คนตอนลงข่าวเกี่ยวกับอนิเมะเรื่องนี้

ขอปิดท้ายด้วยการพูดถึงผลงานของจุนจิ อิโต้ นอกเหนือจากนี้และที่กำลังจะมาหลังจากนี้ เป็นเรื่องน่าเสียดายที่ก่อนหน้านี้โปรเจกต์เกม Silent Hills ซึ่งเป็นการร่วมมือกันระหว่างตัวเทพที่ยกย่องและนับถือกันและกันอย่างอาจารย์จุนจิ, กิเยร์โม, เดล โตโร และ ฮิเดโอะ โคจิม่า (Hideo Kojima) จะถูกพับไป แต่เราก็กำลังจะได้ดู Uzumaki หรือ ก้นหอยมรณะ ที่จะสร้างเป็นอนิเมะขาวดำภาพดิบ ๆ แบบต้นฉบับ ออนแอร์ทางช่อง Adult Swim (ช่องที่มี Rick and Morty) กับ โทมิเอะฉบับ Live-action ของฝั่งฮอลลีวูดครับ และหวังอย่างยิ่งว่าจะได้ดูผลงานดัดแปลงจากมังงะเรื่องอื่น ๆ ของอาจารย์อีก ในคุณภาพที่พัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ 

ข้อมูลอ้างอิง
  • เจาะลึก อิโต้ จุนจิ
  • www.youtube.com
  • grapee.jp
  • www.mentalfloss.com
  • www.cbr.com
  • sabukaru.online
  • netflixlife.com

Writer

Avatar

โจนี่ วิวัฒนานนท์

แอดมินเพจ Watchman ลูกครึ่งกรุงเทพฯ-นนทบุเรี่ยน และมนุษย์ผู้มีคำว่าหนังและซีรีส์สลักอยู่บนดีเอ็นเอ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load