
เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569 ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ น.ส.รัศมี ทองสิริไพรศรี หรือ “ลูกหมี” นางแบบและนักแสดงชื่อดัง พร้อมด้วย นายเดชา กิตติวิทยานันท์ หรือ “ทนายเดชา” เดินทางมาฟังคำพิพากษาในคดีที่ลูกหมีเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง น.ส.มัณฑนา หิมะทองคำ หรือ “ปู มัณฑนา” นักแสดงชื่อดัง โดยศาลอาญากรุงเทพใต้ได้นัดอ่านคำพิพากษาในเวลา 10.00 น. บรรยากาศหน้าศาลคึกคักด้วยสื่อมวลชนและแฟนคลับทั้งสองฝ่ายที่ติดตามคดีนี้มาตลอดรอบหลายปี
⚖️ ศาลตัดสินอย่างไร เหตุผลที่ไม่รอลงอาญา
ศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำพิพากษาสั่งจำคุก 2 ปี “ปู มัณฑนา” ในคดีแจ้งความเท็จและหมิ่นประมาท โดยไม่รอลงอาญา เนื่องจากพิเคราะห์แล้วเห็นว่าทั้ง 2 คนเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง มีประชาชนติดตามเป็นจำนวนมาก และจากพยานหลักฐาน รวมถึงแชตสนทนาในแอปพลิเคชันไลน์ของทั้งฝ่ายโจทก์และจำเลย มีการพูดคุยในลักษณะของการลงทุนทางธุรกิจ เช่น เรื่องลูกค้า ซึ่งแตกต่างจากการกู้ยืมเงิน หากเป็นการพูดคุยเพื่อขอยืมเงินจะต้องมีการกล่าวถึงดอกเบี้ย ทำให้การที่จำเลยไปแจ้งความจึงเป็นความเท็จ โดยจำเลยทราบข้อเท็จจริงดังกล่าวอยู่แล้ว แต่ยังคงไปแจ้งความเพื่อให้โจทก์ได้รับโทษ อีกทั้งยังเป็นการใส่ร้ายป้ายสีโจทก์ จึงถือเป็นการหมิ่นประมาท ดังนั้น ศาลจึงมีคำพิพากษาให้จำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา
⚖️ จุดเริ่มต้นคดี ปมขัดแย้ง “ปู-ลูกหมี” เกิดขึ้นได้อย่างไร
คดีดังกล่าวเป็นการฟ้องร้องในความผิดฐานแจ้งความเท็จ กลั่นแกล้งผู้อื่น และหมิ่นประมาท โดยข้อหาหลักคือ ปู มัณฑนา ไปแจ้งความเท็จที่สน.ทองหล่อว่าลูกหมีเป็นนายทุนเงินนอกระบบเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา ซึ่งต้นตอของความขัดแย้งเริ่มในช่วงกลางปี 2567 จากการกู้ยืมเงิน แต่เมื่อถึงเวลาจ่ายคืน ฝ่ายผู้กู้จ่ายคืนด้วยเช็คเงินสดแต่ไม่สามารถขึ้นเงินได้ ทำให้เกิดการทวงถามและตอบโต้กัน ต่อมา น.ส.รัศมีจึงเข้าแจ้งความดำเนินคดีคู่กรณีฐานฉ้อโกง ที่สน.ทองหล่อ
⚖️ ย้อนดูคดีทั้งหมดของ “ปู มัณฑนา” สะสมโทษหนักแค่ไหน
คดีระหว่าง “ปู มัณฑนา” กับ “ลูกหมี รัศมี” ไม่ได้มีเพียงคดีเดียว แต่มีหลายคดีสะสมต่อเนื่อง ได้แก่ คดีฉ้อโกง “อ้อม พัชรมนต์” ศาลสั่งจำคุก 2 ปี คดีฉ้อโกง “ลูกหมี รัศมี” ศาลสั่งจำคุก 2 ปี คดีหมิ่นประมาท “ลูกหมี รัศมี” จำคุก 2 ปี รอลงอาญา คดีหมิ่นประมาท “ทนายกุ้ง” จำคุก 2 ปี รอลงอาญา และล่าสุดคดีแจ้งความเท็จเอาผิด “ลูกหมี รัศมี” ศาลพิพากษาจำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา
⚖️ ปฏิกิริยา “ลูกหมี” หลังชนะคดี ดีใจรอมาหลายปี
น.ส.รัศมี หรือลูกหมี กล่าวว่า ตนดีใจที่วันนี้ชนะคดี ยังมีคดีที่ฟ้องร้องอยู่อีก ก็ต้องดำเนินคดีต่อไปตามขั้นตอนกฎหมาย หากมีการโพสต์ข้อความหรือรูปของตนในทางที่เสื่อมเสียก็จะมีการยื่นฟ้องต่อไป แต่ละคดีตนมีความตื่นเต้นว่าผลคำพิพากษาจะออกมาเป็นอย่างไร เพราะว่าการกระทำของจำเลยเป็นการชักชวนตนไปลงทุนจริง มีการกล่าวหาตนทั้งบิดเบือนข้อเท็จจริง รู้สึกประสบความสำเร็จในการชนะคดีที่รอมา 2 ปี พร้อมตะโกนว่า “ชนะแล้วค่ะ”
⚖️ ทนายฝ่าย “ลูกหมี” แถลงหลังศาลตัดสิน

เฟซบุ๊ก “ทนายคลายทุกข์” ของทนายเดชา ได้โพสต์ข้อความระบุว่า “ศาลอาญากรุงเทพใต้พิพากษาจำคุก ปู มัณฑนา สองปี แจ้งความเท็จกลั่นแกล้งผู้อื่นและหมิ่นประมาท #ลูกหมีเป็นโจทก์” ขณะที่เฟซบุ๊ก “ทนายกุ้ง อำนวยพร มณีวรรณ์” ก็เผยว่า “ชนะอีกแล้วค่ะ ศาลสั่งจำคุก ปู มัณฑนา 2 ปี” ถือเป็นชัยชนะอีกครั้งของทีมกฎหมายฝั่งลูกหมีที่ต่อสู้คดีมาอย่างยาวนาน
⚖️ บทเรียนจากคดีนี้ และอะไรที่สังคมควรตระหนัก
คดี “ปู มัณฑนา vs ลูกหมี รัศมี” ถือเป็นบทเรียนสำคัญหลายประการสำหรับสังคมไทย คดีนี้ได้รับความสนใจจากสังคมอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นความขัดแย้งระหว่างคนในวงการบันเทิงที่มีประเด็นทางกฎหมายหลายส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งในแง่ของการแจ้งความเท็จ การหมิ่นประมาท และการฉ้อโกง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ากระบวนการยุติธรรมไทยพร้อมที่จะดำเนินคดีกับบุคคลสาธารณะโดยไม่ยกเว้น ขณะเดียวกันยังเป็นเครื่องเตือนใจว่า การแจ้งความเท็จเพื่อกลั่นแกล้งผู้อื่นนั้นมีบทลงโทษทางกฎหมายที่รุนแรงและส่งผลต่อชีวิตในระยะยาว ทั้งในแง่ชื่อเสียง อาชีพ และเสรีภาพส่วนบุคคล
