สายฝนโปรยปราย สองเท้าของเราก้าวย่ำด้วยความเร็ว เพียงอึดใจก็ถึงแพร่งภูธร เบื้องหน้ามีอาคารเก่าสีขาวนวลสูง 2 ชั้น แบบโคโลเนียล เรียงรายล้อมรอบกันเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าอย่างผังเมืองต่างประเทศ หาชมได้ยากในกรุงเทพฯ 

1905 Heritage Corner แปลงโฉมโรงน้ำชาสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นเกสต์เฮาส์เคล้าประวัติศาสตร์

ตามเวลานัดหมาย สับปะรดแนน-ณัฐกฤตา พงษ์ธนานิกร ดีเจสาวประจำคลื่น Cat Radio เดินออกมาต้อนรับเราหน้า 1905 Heritage Corner ลักซูรีเกสต์เฮาส์ขนาดกะทัดรัดที่เธอทำร่วมกับ มาร์ค แซล์มอน ชายหนุ่มคนรู้ใจ

สับปะรดแนน-ณัฐกฤตา พงษ์ธนานิกร ดีเจสาวประจำคลื่น Cat Radio และ มาร์ค แซล์มอน

  จากความบังเอิญหาตึกเก่าทำสำนักงาน กลายเป็นความตั้งใจรีโนเวตตึกเก่าเป็นลักซูรีเกสต์เฮาส์ขนาด 3 ห้อง นับจากวันแรกเป็นเวลากว่า 4 ปี 1905 Heritage Corner จึงพร้อมเปิดรับแขกผู้มาเยือน หลังจากคุยกับสับปะรดแนน เราเชื่อว่าความดีงามของที่นี่ไม่ได้มีเพียงเรื่องราวประวัติศาสตร์ของอาคาร แต่ยังมีความพิถีพิถันของเขาและเธอรวมอยู่ด้วย

01

อดีตโรงน้ำชาและโรงงานทำฟันปลอม

1905 Heritage Corner เป็นอาคารหัวมุมในชุมชนแพร่งภูธร 1 ใน 3 แพร่งเก่าแก่ของรัตนโกสินทร์ บรรดาตึกเก่าอายุมากกว่า 100 ปี สร้างขึ้นราว ค.ศ. 1904 – 1906 ในสมัยรัชกาลที่ 5 เพราะ 1905 เป็นเลขที่เจ้าของโรงแรมชื่นชอบ เกสต์เฮาส์ขนาดย่อมจึงได้เลขนี้มาครอง มากไปกว่านั้น เธอยังสืบประวัติลงลึกไปถึงอดีตของย่านและอาคารเก่า จนได้เรื่องราวมาเล่าสู่กันฟัง

ย่านแพร่งภูธรเคยเป็น Shophouse ตึกแถวที่เป็นทั้งบ้านและร้านขายของ มีหมอ ทนายความ และข้าราชการอาศัยอยู่ ส่วนแพร่งนรา คาดว่าเคยเป็นคอกม้า เพราะตึกมีรูปทรงเตี้ยและแคบกว่าอีก 2 แพร่ง แถมยังเป็นที่ตั้งของโรงละครแนวเชกสเปียร์แห่งแรกของไทย ส่วนแพร่งสรรพศาสตร์เป็นแหล่งอาศัยของช่างเงินและช่างทองมากฝีมือ 

1905 Heritage Corner แปลงโฉมโรงน้ำชาสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นเกสต์เฮาส์เคล้าประวัติศาสตร์

ในบรรดา 3 แพร่งแห่งประวัติศาสตร์ มีเพียงแพร่งภูธรแพร่งเดียวที่สร้างผังชุมชนเป็นสี่เหลี่ยมอย่างต่างประเทศ เนื่องจากเป็นโครงการในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ด้วยพระองค์เคยเสด็จประพาสยุโรป จึงทรงอยากทดลองสร้างชุมชนที่มีบ้านเรือนล้อมรอบกันเป็นสี่เหลี่ยมและมีสวนสาธารณะอยู่ตรงกลางแบบยุโรป

สับปะรดแนนชวนเราย้อนไปชมร่องรอยของ 30 ปีก่อน อาคารเก่าเคยเป็นโรงงานทำฟันปลอมแห่งแรกของประเทศไทย เธอชี้ให้ดูรอยถลอกบนผนัง พร้อมเฉลยว่าเป็นรอยจากตู้เหล็กสีเหลืองเคยสดใส ก่อนถูกยกออกและทิ้งร่องรอยเลือนราง

ใช่! เธอยังคงเก็บรอยถลอกนั้นเอาไว้ 

1905 Heritage Corner แปลงโฉมโรงน้ำชาสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นเกสต์เฮาส์เคล้าประวัติศาสตร์

  ดีเจสาวคุยเก่งออกรส ชวนเราถอยกลับไปมากกว่า 100 ปีก่อน ลักซูรีเกสต์เฮาส์หัวมุมเคยเป็น ‘โรงน้ำชา’ พื้นที่สาธารณะและแหล่งพบปะสังสรรค์เคล้าน้ำชาของคนในชุมชน 

  ใช่! เธอยังเก็บบรรยากาศของโรงน้ำชาเอาไว้ ผ่านแนวคิดหลักของ 1905 Heritage Corner

02

ฟื้นชีพเป็นเกสต์เฮาส์เคล้าโรงน้ำชา

เมื่อแรกพบตึกเก่า เธอคิดทำเกสต์เฮาส์โดยมีความรู้วิชาการโรงแรมเท่ากับศูนย์ ดีเจสาวต้องกลายเป็นสถาปนิกจำเป็น ไม่เพียงต้องฟื้นตึกสุดแคบอายุ 100 กว่าปีให้กลับมาสดใส เธอต้องอนุรักษ์ตึกให้เป็นไปตามกฎของราชการ กว่าจะลงมือรีโนเวตได้ต้องขออนุญาตทั้งสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์และกรมศิลปากร 

แม้ไม่เป็นตึกอนุรักษ์ เธอก็ตั้งใจอนุรักษ์ตึกแต่แรก ขนาดกระซิบบอกสถาปนิกว่า ถ้าเคาะโครงสร้างตึกแล้วเจอชิ้นส่วนเก่าเธอขอเก็บเอาไว้ บางส่วนก็เอาไปใช้ อย่างโครงประตูโค้ง แผ่นบันไดไม้สัก และผนังเดิมบางส่วน 

1905 Heritage Corner แปลงโฉมโรงน้ำชาสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นเกสต์เฮาส์เคล้าประวัติศาสตร์

ด้วยขนาดพื้นที่จำกัด ของทุกชิ้นและห้องทุกห้องไม่เพียงสวย แต่ต้องใช้ประโยชน์ได้ แม้แนวคิดหลักจะเป็นร้านน้ำชาเก่าแก่ แต่ใช่ว่าทุกอณูของพื้นที่จะเป็นจีนไปเสียหมด เธอซ่อนกลิ่นแบบจีนผ่านเฟอร์นิเจอร์สไตล์ฝรั่งและไทย โดยเฟอร์นิเจอร์ไม้ส่วนใหญ่เมดอินเมียนมา สวย เรียบง่าย มีเอกลักษณ์ ขอชื่นชมฝีไม้ของช่างฝีมือ!

1905 Heritage Corner แปลงโฉมโรงน้ำชาสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นเกสต์เฮาส์เคล้าประวัติศาสตร์

เมื่อเปิดประตูกรอบไม้เข้าไป เธอต้อนรับเราด้วยกลิ่นชาหอมฟุ้งลอยฟ่อง เราเดินเลี้ยวตามเจ้าของบ้านไปทางขวา เจอกับล็อบบี้ไม้สีเข้มขนาดเล็กประดับด้วยกระป๋องสีเงินสำหรับใส่ชานับ 10 กระป๋อง และตาชั่งจีนโบราณมีรอยกระดำกระด่างบอกอายุ ส่วนด้านหน้าล็อบบี้เป็นโต๊ะทานข้าว มีอักษรจีนสลักบนเก้าอี้ไม้ความสูงพอเหมาะ ถัดไปหน่อยเป็นห้องสมุดขนาดย่อมพร้อมโซฟาตัวยาวน่าเอนกาย อุดมไปด้วยหนังสือประวัติศาสตร์เกี่ยวกับประเทศไทยและทวีปเอเชีย

สายตาเรามองไปตามนิ้วเรียวยาวของเธอ นิ้วชี้ของสาวเจ้าหยุดตรงตู้หนังสือหลังใหญ่ สีหน้าเธอแสดงออกว่าภูมิใจ เพราะเธอนำตู้หนังสือมาวางได้ขนาดพอดิบพอดีกับพื้นที่ แม้จะต้องตัดน็อตออกถึง 2 นิ้วก็ยอม

1905 Heritage Corner แปลงโฉมโรงน้ำชาสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นเกสต์เฮาส์เคล้าประวัติศาสตร์

ขยับตัวเข้าไปด้านหลังอีกนิด เดินชิดเข้าไปอีกหน่อย เป็นห้องทานอาหารส่วนตัว ล้อมรอบด้วยผนังเก่า เธออยากให้หลังบ้านมีแสงอาทิตย์ส่องถึง จึงคิดทำช่องสูง ด้านบนเป็นกระจกใสบานใหญ่ เปิด-ปิดด้วยเฟือง ช่างแสนเก๋ 

03

ล่องสำเภาบนตึกเก่า

เจ้าบ้านพาเราก้าวเท้าขึ้นบันไดความกว้าง 1 คนเดินไปยังชั้น 2 ตามทางเราเห็นผนังก่ออิฐถือปูนดั้งเดิมที่เธอตั้งใจยั้งช่างไม่ให้ฉาบปูนทับลงไป เอาล่ะ! ด้านขวาเป็นห้องที่ 1 ด้านซ้ายเป็นห้องที่ 2  ส่วนด้านล่างเป็นห้องที่ 3

ห้องพักจำนวน 3 ห้อง จำลองการเดินทางของชาวจีนตั้งแต่ล่องสำเภาลำใหญ่ออกจากแผ่นดิน ข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกมาตั้งรกรากอยู่เมืองไทย เพื่อให้สอดคล้องกับประวัติของร้านน้ำชาเก่า 

  สับปะรดแนนเดินนำ เราเดินตาม  Let’s go!

1905 Heritage Corner แปลงโฉมโรงน้ำชาสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นเกสต์เฮาส์เคล้าประวัติศาสตร์

เริ่มจากห้องแรกด้านขวา ห้องนี้เธออาสาเป็นไต้ก๋ง ส่วนเราเป็นลูกเรือ เพราะเธอนำแนวคิดสถาปัตยกรรมแบบ Sino-Siamese มาไว้ในห้องด้วยการยกใต้ท้องเรือมาวางบนตึกเก่า เพื่อเล่าเรื่องการอพยพย้ายถิ่นของคนจีนโดยเรือสำเภา 

  มิน่า กระจกบานใหญ่ที่ควรเป็นหน้าต่างห้องจึงคล้ายหน้าต่างเรือมากกว่า ด้านบนตู้เสื้อผ้าไม้สีเข้มก็ประดับด้วยกระเป๋าเดินทางแบบสานสำหรับเก็บผ้าผ่อนอำลาบ้านเกิด ห้องนอนยังเป็นคนเรือขนาดนี้ ห้องน้ำแทบไม่ต้องพูดถึง

1905 Heritage Corner แปลงโฉมโรงน้ำชาสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นเกสต์เฮาส์เคล้าประวัติศาสตร์

เรือล่องบนสายน้ำได้ไม่นานก็เทียบท่าหน้าห้องหมายเลข 2 ไต้ก๋งสับปะรดแนนทอดสมอจอดเรือและพาเราเข้าสู่

Colonial Room เธอผสมความเป็นโคโลเนียลตามช่วงเวลาที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงรับความเป็นตะวันตกมาพัฒนาประเทศ เพื่อให้สยามดำรงอยู่ได้ในยุคล่าอาณานิคม เพียงเดินเข้ามาในห้องก็คลับคล้ายว่าเราได้ใส่เสื้อหมูแฮม สวมโจงกระเบน และสัมผัสตะวันตกผ่านเฟอร์นิเจอร์ที่เธอบรรจงวาง บอกแล้วว่าเธอเก็บทุกรายละเอียด!

ดื่มด่ำอารยธรรมตะวันตกจนหนำใจ เราเดินตามเธอลงมาชั้นล่าง ลัดเลาะเพียง 2 – 3 ก้าวก็ถึงห้องสุดท้าย Tea Room ขนาดเล็กกว่า 2 ห้องด้านบน แต่น่ารักสุดๆ สำหรับเรา เพราะ 2 คนหนุ่มสาวนำเสนอร้านน้ำชาจีนได้ชัดเจนแจ่มแจ้ง ถ้าเปรียบเป็นเรือก็คงเทียบท่าถึงจุดหมายอย่างถูกต้องและปลอดภัย เธอเล่าเรื่องห้องพักผ่านพ่อค้าชาวจีนที่เดินทางมาตั้งหลักปักฐานในเมืองไทย บนตู้เสื้อผ้าประดับด้วยถังตักน้ำอย่างจีน แถมแทรกรายละเอียดเล็กน้อยทำเราประทับใจจนอยากแปลงกายเป็นพ่อค้าจำเป็นที่ตื่นนอนแต่เช้าตรู่ลุกมาขายน้ำชาทันที

ความพิถีพิถันของเธอยังไม่หมด หากสังเกตห้องสวย 3 ห้องจะมีกาน้ำชาจิ๋วและถ้วยชาวางพร้อมดื่ม ถ้าแขกต้องการจิบชาฝรั่งก็มีให้ ไม่พอ! เธอแอบใส่ความเป็นไทยลงไปด้วยการวางพวงมาลัยดอกมะลิไว้บนโต๊ะหัวเตียงด้วย

04

ชีวิตละไมไปกับชุมชน

ไม่ต้องบอกก็เดาได้ว่าแขกส่วนใหญ่ของ 1905 Heritage Corner เป็นคนชอบประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ตลอดจนวิถีชีวิตของชุมชน หลายครั้งเจ้าบ้านสาวอาสาเป็นไกด์พาแขกเดินชมตลาดปากหม้อ ตลาดเก่าแถวแพร่งภูธร เธอยืนยันว่ามีขายทุกอย่าง แอบกระซิบว่าตลาดปากหม้อเป็นแหล่งวัตถุดิบสำหรับอาหารยามเช้า พูดถึงอาหาร อาหารก็มา

อาหารเช้าชุดใหญ่เบิ้มพร้อมวางบนโต๊ะ อาหารไทยก็มี อาหารฝรั่งก็มี แต่อาหารไทยจะหมุนเวียนกันไป 

1905 Heritage Corner แปลงโฉมโรงน้ำชาสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นเกสต์เฮาส์เคล้าประวัติศาสตร์
 Heritage Craft & Cafe

มื้อนี้สับปะรดแนนเสิร์ฟยำปลาดุกฟูและขนมใส่ไส้ห่อใบตองจากตลาดสดใกล้ชุมชน ส่วนอาหารฝรั่งเธอตั้งใจเสิร์ฟทุกวันเพราะอยากให้แขกมี Comfort Food ไว้เป็นความสบายใจยามเช้า เผื่อแขกทานอาหารบ้านเราไม่คล่อง

ถ้าอิ่มอร่อยจนหนังตาตึง เราขอชวนเดินทอดน่องไม่ไกลจากหัวมุม เลี้ยวซ้าย เดินตรง เลี้ยวขวาอีกหน่อย ก็ถึง Heritage Craft & Cafe คาเฟ่กาแฟรสเข้มที่สนับสนุนงานคราฟต์ท้องถิ่นกว่า 50 ชุมชน บอกเลยช้อปเพลิน แถมราคาดี!

  อ้อ หนุ่มสาวเจ้าบ้านยังช่วยกันเลือกของจากผู้ผลิตคนเก่งมาใช้ใน 1905 Heritage Corner ด้วยนะ อย่างสบู่เหลวอาบน้ำกลิ่นหอมชื่นใจ (แขกเลือกกลิ่นเองได้) ภาชนะอาหารจากช่างปั้นเซรามิก จังหวัดเชียงใหม่ ช้อน ส้อม และมีดสแตนเลสอย่างดี ด้วยการผลิตแบบดั้งเดิมของกลุ่มอรัญญิก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

 Heritage Craft & Cafe

05

Wake Up with the Community

ทุกเช้า วัยเก๋าและวัยรุ่นในชุมชนจะออกมารอพระบิณฑบาตหน้าบ้าน ส่วนข้างสุขุมาลอนามัย มีอาม่าอากงรวมตัวกันยืดเส้นยืดสายนับจังหวะ 1 2  3 พร้อมกัน พอพระอาทิตย์ตกดินเป็นสัญญาณให้แก๊งตะกร้อขาประจำออกมาเตะตะกร้อบอกเวลาให้แขกเข้านอน วิถีชุมชนย่านแพร่งภูธรเป็นแบบนี้ น่ารักไม่หยอก

“เราอยากให้แขกตื่นขึ้นมาพร้อมกับชุมชน มันเหมือน Sense of Place คุณนอนอยู่ที่ไหน คุณตื่นอยู่ที่ไหน เราพยายามกั้นเสียงและแสงไม่ให้มากไป ให้แขกได้รับรู้ความเป็นไปของบรรยากาศด้านนอก แต่ยังคงความเป็นส่วนตัว” 

เราไม่เคยพักที่นี่ แต่เราสัมผัสได้ถึงความใส่ใจของเธอ เราเรียกสับปะรดแนนว่าดีเจสาวไม่ถนัดนัก เพราะเธอดูแลเกสต์เฮาส์ขนาดย่อมและแขกดีมาก จนบางคนถามว่าเรียนจบการโรงแรมมาหรือ

“เปล่าเลย เราเรียนยูทูบ” เธอจบบทสนทาด้วยเสียงหัวเราะร่วน

สับปะรดแนน-ณัฐกฤตา พงษ์ธนานิกร ดีเจสาวประจำคลื่น Cat Radio และ มาร์ค แซล์มอน

1905 Heritage Corner

66, 68 ถนนแพร่งภูธร ศาลเจ้าพ่อเสือ พระนคร กรุงเทพฯ

www.1905heritagecorner.com

Facebook : 1905 Heritage Corner

เบอร์ติดต่อ : 020410102, 0909893107

Writer

ฉัตรชนก ชัยวงค์

เด็กเอกไทยที่สนใจประวัติศาสตร์ งานคราฟต์ และเรื่องท้องถิ่น เวลาว่างชอบกิน เล่นแมว และชิมโกโก้

Photographer

นิศาชล พร้อมสุทธิพงศ์

เป็นนักเรียนรู้ ชอบสำรวจโลก หลงเสียงเพลงและต้นไม้ รักเขาไม่น้อยไปกว่าทะเล ถ่ายภาพฟิล์มและวาดรูปบ้างบางวาระ ปัจจุบันอยู่ระหว่างเดินทางตามหาความหมายของชีวิต

Have a Nice Stay

รวมที่พักแนวคิดดีที่น่าไปนอนทำความรู้จัก

“เราอยากเป็นพื้นหลังให้กับคุ้มเจ้าบุรีรัตน์ค่ะ”

นี่คือความตั้งใจของ ขวัญ-ครองขวัญ คองประเสริฐ กราฟิกดีไซเนอร์สาวดีกรีจากประเทศอังกฤษ ผู้เป็นเจ้าของ ‘โรงแรมบุรีรัตนา (Burirattana Hotel)’ ที่พักน้องใหม่สีขาวสะอาดตาใจกลางคูเมืองเชียงใหม่

ขวัญ-ครองขวัญ คองประเสริฐ เจ้าของ ‘โรงแรมบุรีรัตนา (Burirattana Hotel) เชียงใหม่

หลังจากเห็นเราทำหน้าฉงนกับประโยคข้างต้น ขวัญจึงอธิบายแนวคิดของเธอให้ฟัง

“เชียงใหม่เป็นเมืองที่มีผู้คนน่ารักค่ะ คนที่นี่อยู่กันอย่างเป็นมิตร ส่งเสริมและสนับสนุนซึ่งกันและกัน โรงแรมของเราอยู่ติดกับคุ้มเจ้าบุรีรัตน์ ใช้กำแพงเดียวกัน การเกิดขึ้นของโรงแรม เราอยากช่วยส่งเสริมกันกับคุ้มเจ้าฯ รวมถึงส่งเสริมสถานที่ต่าง ๆ ภายในคูเมืองของเชียงใหม่ด้วยค่ะ เพราะสมัยเด็ก ๆ บ้านของเราอยู่ใกล้กับคุ้มเจ้าฯ

“ทุก ๆ ปีที่คุ้มเจ้าฯ จัดเวิร์กชอปสอนวาดรูปให้เด็กที่สนใจ เราไปทุกปี เขาให้วาดภาพมุม Perspective ของคุ้มเจ้าบุรีรัตน์ จากมุมตอนนั้น เราลองนึกดูว่าถ้าด้านหลังเป็นอาคารหลังคาสีม่วงหรือสีชมพู คงจะลดทอนความสวยงามลงไปเยอะมากแน่ ๆ ตอนเด็กเราไม่ได้คิดหรอกว่าโตมาจะทำโรงแรมในพื้นที่ตรงนี้ พอได้มาทำ เราเลยตั้งใจว่าจะเป็นพื้นหลังให้กับคุ้มเจ้าบุรีรัตน์ เราไม่อยากเป็นอาคารใหญ่ที่บดบังความสวยงามของคุ้มเจ้าฯ 

“แต่เราอยากเชิดชู ตัวอาคารโรงแรมเลยตั้งใจเป็นเหมือนพี่น้องกับคุ้มเจ้าบุรีรัตน์”

Burirattana Hotel โรงแรมมินิมอล-ล้านนา กลางเชียงใหม่ แรงบันดาลใจจากคุ้มเจ้าบุรีรัตน์
Burirattana Hotel โรงแรมมินิมอล-ล้านนา กลางเชียงใหม่ แรงบันดาลใจจากคุ้มเจ้าบุรีรัตน์

รูปทรงอาคารของบุรีรัตนาออกแบบให้มีกลิ่นอายโคโลเนียลผสมล้านนา เหมือนกับคุ้มเจ้าบุรีรัตน์ 

“เราหยิบองค์ประกอบต่าง ๆ จากคุ้มเจ้าบุรีรัตน์มาใช้ตกแต่ง เช่น ฝาไหล ช่องลม ลายแกะสลักไม้ มาวางเป็นแพตเทิร์นตามส่วนต่าง ๆ ของโรงแรม สีที่ใช้เราก็หยิบมาจากภาพเวลามองคุ้มเจ้าบุรีรัตน์ มีตั้งแต่สีขาวงาช้างจากส่วนที่เป็นปูน สีดำมะเกลือจากส่วนที่เป็นไม้ สีน้ำเงินจากท้องฟ้า และสีเขียวจากสนามหญ้ารอบคุ้มเจ้าฯ”

ขวัญจบด้าน Graphic Communication ทำให้เกือบทุกจุดมีรายละเอียดการออกแบบอยู่จำนวนมาก

“เหมือนเราหาที่ปล่อยของเลยเนอะ” ขวัญหัวเราะสนุกหลังแซวตัวเอง ก่อนอธิบายการออกแบบของเธอต่อ “ตัวฟอนต์อักษรต่าง ๆ ที่ใช้ภายในโรงแรม ก็เป็นฟอนต์ที่เราออกแบบขึ้นมาเพื่อใช้กับที่บุรีรัตนาโดยเฉพาะนะคะ”

Burirattana Hotel โรงแรมมินิมอล-ล้านนา กลางเชียงใหม่ แรงบันดาลใจจากคุ้มเจ้าบุรีรัตน์

แม้ว่าการตกแต่งตัวอาคารหลายอย่างมีการหยิบยืมมาจากคุ้มเจ้าบุรีรัตน์ แต่เมื่อเข้ามาภายในโรงแรม เราพบว่าที่นี่ไม่ได้ให้ความรู้สึกโบราณหรือเป็นล้านนามาก ๆ

“เราไม่อยากให้กรอบของการทำโรงแรมต้องเหมือน ๆ กัน ย่านนี้มีโรงแรมเยอะมาก เราอยากเป็นโรงแรมใหม่ และเป็นคนรุ่นใหม่ที่ทำโรงแรมสำหรับคนรุ่นใหม่ แม้ว่าโรงแรมตั้งอยู่ท่ามกลางเมืองที่มีประวัติศาสตร์ก็ตาม

“เราเอาความใหม่มาอยู่ร่วมกับความเก่า ไม่ต้องการออกแบบให้หน้าตาออกมาเหมือนโบราณเป๊ะ ๆ แต่เราหยิบกลิ่นอายของเขามาปรับใช้ ลดทอนบางอย่างให้ร่วมสมัยมากขึ้น เลยเป็นที่มาของแนว The Minimal Lanna Essence ที่เราตั้งขึ้นมาเอง ซึ่งการที่ของใหม่อยู่ร่วมกับของเก่าได้ เรามองว่ามันคือเสน่ห์ของเชียงใหม่

Burirattana Hotel โรงแรมมินิมอล-ล้านนา กลางเชียงใหม่ แรงบันดาลใจจากคุ้มเจ้าบุรีรัตน์

“พอเป็นโรงแรมที่มองถึงคนรุ่นใหม่ เราต้องคิดถึงสิ่งที่คนรุ่นใหม่อยากได้สำหรับการพักผ่อน ไม่อยากให้บุรีรัตนาเป็นแค่โรงแรมที่พักแล้วก็ไป เราอยากเป็นจุดหมายสำหรับการพักผ่อน ทำยังไงให้เขาตั้งใจมาที่โรงแรม อะไรที่จะเชื่อมโยงกับโรงแรมได้บ้าง ช่วงที่กำลังสร้างโรงแรม เราลองวิ่งออกกำลังกายรอบ ๆ คูเมืองและถนนต่าง ๆ ในเวียง เพื่อจะทำเส้นทางให้ลูกค้า ว่าเขาเดินไปเที่ยวที่ไหนได้บ้างจากบุรีรัตนา เช่น เดินไปวัดพระสิงห์ วัดเจดีย์หลวง ประตูท่าแพ ถ้ามาเส้นนี้คุณแวะคาเฟ่นี้ได้นะ เราพยายามแนะนำจุดห้ามพลาดให้แขก ให้เขาได้ลองสำรวจเมือง

“ทุก 3 เดือน เราจะทำ Booklet คล้ายกับหนังสือพิมพ์แจกให้ลูกค้าที่มาพัก ในนั้นมีเนื้อหาเกี่ยวกับเชียงใหม่ที่เราคัดมานำเสนอ อาจเป็นประวัติของสถานที่ต่าง ๆ แนะนำสถานที่น่าสนใจ และจะเปลี่ยนแคมเปญไปเรื่อย ๆ อย่างแคมเปญ ‘Create a life you can’t wait to wake up to’ คือความตั้งใจที่เราอยากชวนแขกให้ลองตื่นเช้า สัมผัสอากาศสดชื่น เห็นดอยมีหมอก และออกไปชมวิถีชีวิตผู้คนเชียงใหม่ยามเช้า หรือแนะนำศิลปินรุ่นใหม่ที่น่าสนใจให้เขาได้รู้จัก 

“เราอยากให้มีกิจกรรมอยู่ตลอด เราไม่ได้อยากเป็นแค่ที่พัก แต่เป็นเหมือนจุดแรกที่เชื่อมโยงไปสู่จุดต่าง ๆ ในเชียงใหม่ ซึ่งในอนาคตเราอยากทำกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับคุ้มเจ้าบุรีรัตน์ให้มากขึ้น” สาวเจ้าเล่าความตั้งใจ

Burirattana Hotel โรงแรมมินิมอล-ล้านนา กลางเชียงใหม่ แรงบันดาลใจจากคุ้มเจ้าบุรีรัตน์
Burirattana Hotel โรงแรมมินิมอล-ล้านนา กลางเชียงใหม่ แรงบันดาลใจจากคุ้มเจ้าบุรีรัตน์

นอกจากกิจกรรมที่ทำให้ที่นี่มีชีวิตชีวาและแปลกใหม่ตลอดเวลา อีกสิ่งที่ขวัญนำมาใช้คือเทคโนโลยี

“ลูกค้าที่เข้ามาพัก เราจะให้เขาเป็นเพื่อนกับเราทางไลน์ เพราะทุกคนใช้มือถือกันเกือบตลอด เวลาลูกค้ามีปัญหาอะไรก็ติดต่อกับโรงแรมได้ตลอด ทางโรงแรมก็แจ้งข้อมูลต่าง ๆ ให้กับลูกค้าได้ อาจจะแนะนำที่เที่ยว แจ้งพยากรณ์อากาศ ถ้าฝนตกก็ช่วยแนะนำลูกค้าให้ยื่มร่มจากทางโรงแรมไปใช้ได้ หรือตอนนี้เป็นช่วงที่ฝนตก เราก็ทำเพลย์ลิสต์หน้าฝนส่งเป็นลิงก์ในแอปฯ ฟังเพลงให้ลูกค้าลองฟัง เราชอบการสื่อสารกับลูกค้า เราอยากให้เขาสนุก ที่นี่ฝ่ายคอนเทนต์กับกราฟิกอาจเป็นฝ่ายที่เหนื่อยที่สุดก็ได้นะคะ” ขวัญหัวเราะสนุกหลังแซวตัวเองอีกรอบ

Burirattana Hotel โรงแรมมินิมอล-ล้านนา กลางเชียงใหม่ แรงบันดาลใจจากคุ้มเจ้าบุรีรัตน์

โรงแรมบุรีรัตนามีห้องพักทั้งหมด 42 ห้อง แบ่งเป็น 5 ประเภท คือ Superior, Deluxe, Grand Deluxe มี Family Room เชื่อมกับอีกห้องสำหรับครอบครัวที่พาพี่เลี้ยงเด็กมาด้วย มีห้อง Burirattana Suite ห้องที่ดีที่สุดเพียง 2 ห้อง เห็นทิวทัศน์เมืองเชียงใหม่และความเป็นเมืองเก่า โดยเฉพาะเจดีย์ของวัดเจดีย์หลวงได้จากภายในห้อง 

อีกห้องที่น่าสนใจคือ ห้องประเภท Triple

“Triple เป็นห้องสำหรับ 3 คน เราคิดขึ้นจากลักษณะของคนรุ่นใหม่ บางคนไม่ได้มากับแฟน อาจมากับเพื่อน ๆ รวมกัน 3 คน เราไม่อยากใช้เตียงเสริม เพราะการวางแผนผังห้องจะเสีย ลูกค้าจะไม่ได้มุมที่สวย รวมถึงการนอนที่สบาย เราเลยทำห้องสำหรับ 3 คนขึ้นมาโดยเฉพาะ กลายเป็นว่าห้อง Triple เป็นห้องที่ขายดีมาก

“แม้ว่าเราจะเป็นโรงแรมที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ แต่เราก็เป็นโรงแรมที่คนรุ่นใหม่พาพ่อแม่มาพักผ่อน นอนสบาย มีบริการสำหรับผู้สูงอายุ เราคิดถึงขั้นมีหมอนให้เลือกเลยว่า ชอบหมอนแบบหมอนสูงหรือหมอนต่ำ”

Burirattana Hotel โรงแรมมินิมอล-ล้านนา กลางเชียงใหม่ แรงบันดาลใจจากคุ้มเจ้าบุรีรัตน์
Burirattana Hotel โรงแรมมินิมอล-ล้านนา กลางเชียงใหม่ แรงบันดาลใจจากคุ้มเจ้าบุรีรัตน์

นอกจากห้องพัก บุรีรัตนาก็มีห้องอาหารกับคาเฟ่คอยให้บริการสำหรับผู้ที่มาพักและผู้สัญจรเช่นกัน

“เราอ่านเรื่องราวเกี่ยวกับคุ้มเจ้าบุรีรัตน์ มีจุดหนึ่งน่าสนใจ คุ้มจะแยกห้องอาหารออกมาจากตัวบ้าน เพราะสมัยก่อนเชื่อกันว่ายิ่งห้องอาหารใหญ่ ที่เก็บข้าวเยอะแค่ไหน แปลว่ายิ่งร่ำรวยเท่านั้น เราเลยทำห้องอาหารของเราให้ดูเหมือนออกมาจากตัวอาคาร ตั้งใจให้ห้องอาหารบรรยากาศเด็กลงมาหน่อย สนุกยิ่งขึ้น เราตั้งชื่อว่า ‘กะทิ’

บุรีรัตนา โรงแรมของคนรุ่นใหม่ที่อยู่ร่วมกับความเก่าแก่แบบร่วมสมัย ท่ามกลางพื้นที่ประวัติศาสตรเชียงใหม่

“เรามองว่า ‘บุรีรัตนา’ เป็นผู้หญิงที่มีส่วนผสมระหว่างเอเชียกับตะวันตกหน่อย ๆ ได้รับอิทธิพลมาจากยุค รัชกาลที่ 5 – 6 เพราะคุ้มเจ้าฯ ก็สร้างในช่วงนั้น แต่ก็ยังมีความเรียบร้อยแบบผู้หญิงล้านนา 

“ส่วน ‘กะทิ’ มีความเป็นเด็ก เป็นน้องของบุรีรัตนา เป็นเด็กชายที่มีความซุกซนอยู่บ้าง กะทิชอบเก็บของจากห้องของพี่สาวมาเล่น บนผนังของห้องอาหารเลยมีของที่เกี่ยวข้องอยู่ในคุ้มเจ้าฯ มาตกแต่งให้ดูน่าสนใจ”

สีของห้องกะทิ ขวัญตั้งใจเลือกให้เป็นสีเขียว บางคนอาจเคยได้ยินว่า สีเขียวไม่เหมาะกับห้องอาหาร เพราะจะทำให้อาหารดูไม่น่ากิน แต่ขวัญมองกลับกัน เธอคิดว่าสีเขียวอยู่คู่กับวัฒนธรรมการกินของไทยมาช้านาน เราใช้ใบตองในการห่อหรือรองอาหาร สีเขียวจึงเป็นสีที่อยู่คู่กับอาหารไทย และบางทีสีที่เป็นส่วนประกอบของอาหารไทย อย่างไข่ที่มีสีเหลือง พริกที่มีสีแดง ต่างก็ไปด้วยกันกับสีเขียวได้เป็นอย่างดี และยังขับเน้นให้อาหารโดดเด่นขึ้น

บุรีรัตนา โรงแรมของคนรุ่นใหม่ที่อยู่ร่วมกับความเก่าแก่แบบร่วมสมัย ท่ามกลางพื้นที่ประวัติศาสตรเชียงใหม่
บุรีรัตนา โรงแรมของคนรุ่นใหม่ที่อยู่ร่วมกับความเก่าแก่แบบร่วมสมัย ท่ามกลางพื้นที่ประวัติศาสตรเชียงใหม่

ส่วนเมนูอาหาร ขวัญเลือกไม่ทำอาหารแบบล้านนามาก ๆ และนำเสนอเมนูง่าย ๆ อย่างผัดไทย แต่เพิ่มความสนุกเข้าไปด้วยการมีลูกเล่นอย่างการนำมะพร้าวคั่วมาโรยด้านบน และอีกหลายเมนูที่มีกะทิหรือมะพร้าวเป็นส่วนประกอบ ซึ่งเป็นเหตุผลให้เธอตั้งชื่อห้องอาหารว่า กะทิ อันเป็นส่วนผสมของเมนูอาหารไทยจำนวนมาก เธอยังมองอีกว่ากะทิเป็น Vegan Friendly จึงยิ่งเหมาะสำหรับลูกค้าหลากหลายที่เข้ามาพักที่โรงแรมบุรีรัตนา

บุรีรัตนา โรงแรมของคนรุ่นใหม่ที่อยู่ร่วมกับความเก่าแก่แบบร่วมสมัย ท่ามกลางพื้นที่ประวัติศาสตรเชียงใหม่

“ที่นี่ตั้งใจต้อนรับผู้คนหลากหลายที่เข้ามาพัก เช่นเดียวกัน เราก็พยายามนำเสนอความหลากหลายของเชียงใหม่ให้กับเขาด้วย พ่อของเราเคยเล่าให้ฟังว่า โรงแรมของเราอยู่ใจกลางเชียงใหม่ เหตุผลที่ในอดีตใจกลางเมืองอยู่ตรงนี้ เพราะมีคนลองยิงธนูจากประตูท่าแพเข้ามาแล้วไม่ถึง นั่นหมายความว่า ที่ตรงนี้เป็นพื้นที่ปลอดภัยจริง ๆ

“นั่นคือสิ่งที่เราควรมอบให้กับผู้ที่มาพัก เรายังพยายามบอกลูกค้าเสมอว่า เขานอนอยู่ท่ามกลางสิ่งที่เรียกว่า เชียงใหม่ พื้นที่ใจกลางตรงนี้ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมากนัก วัดยังเป็นวัดแบบเดิม เจ้าของที่นี่ส่วนใหญ่ยังเป็นคนรุ่นเก่า ขณะเดียวกันก็มีสิ่งใหม่ ๆ เข้ามา แต่ทั้งหมดก็อยู่ร่วมกันได้ ส่งเสริมและสนับสนุนกันและกัน” 

ทั้งหมดนี่คือเรื่องราวของโรงแรมที่เป็นฉากหลังให้คุ้มเจ้าบุรีรัตน์อย่างเคารพนบน้อม

บุรีรัตนา โรงแรมของคนรุ่นใหม่ที่อยู่ร่วมกับความเก่าแก่แบบร่วมสมัย ท่ามกลางพื้นที่ประวัติศาสตรเชียงใหม่

Burirattana Hotel

ที่ตั้ง : 115 1-5 ถนนราชดำเนิน ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ (แผนที่)
โทรศัพท์ : 0 5328 3579

เว็บไซต์ : burirattanahotel.com

Facebook : Burirattana Hotel

Writer

อนิรุทร์ เอื้อวิทยา

นักเขียน และ ช่างภาพอิสระ ปัจจุบันชนแก้วอยู่ท่ามกลางเพื่อนฝูงที่เชียงใหม่

Photographer

สุขสันต์ เวียงศิริ

ช่างภาพอิสระ ผู้หารายได้มาเลี้ยงดูเจ้าหมาคอร์กี้

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load