สายฝนโปรยปราย สองเท้าของเราก้าวย่ำด้วยความเร็ว เพียงอึดใจก็ถึงแพร่งภูธร เบื้องหน้ามีอาคารเก่าสีขาวนวลสูง 2 ชั้น แบบโคโลเนียล เรียงรายล้อมรอบกันเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าอย่างผังเมืองต่างประเทศ หาชมได้ยากในกรุงเทพฯ 

1905 Heritage Corner แปลงโฉมโรงน้ำชาสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นเกสต์เฮาส์เคล้าประวัติศาสตร์

ตามเวลานัดหมาย สับปะรดแนน-ณัฐกฤตา พงษ์ธนานิกร ดีเจสาวประจำคลื่น Cat Radio เดินออกมาต้อนรับเราหน้า 1905 Heritage Corner ลักซูรีเกสต์เฮาส์ขนาดกะทัดรัดที่เธอทำร่วมกับ มาร์ค แซล์มอน ชายหนุ่มคนรู้ใจ

สับปะรดแนน-ณัฐกฤตา พงษ์ธนานิกร ดีเจสาวประจำคลื่น Cat Radio และ มาร์ค แซล์มอน

  จากความบังเอิญหาตึกเก่าทำสำนักงาน กลายเป็นความตั้งใจรีโนเวตตึกเก่าเป็นลักซูรีเกสต์เฮาส์ขนาด 3 ห้อง นับจากวันแรกเป็นเวลากว่า 4 ปี 1905 Heritage Corner จึงพร้อมเปิดรับแขกผู้มาเยือน หลังจากคุยกับสับปะรดแนน เราเชื่อว่าความดีงามของที่นี่ไม่ได้มีเพียงเรื่องราวประวัติศาสตร์ของอาคาร แต่ยังมีความพิถีพิถันของเขาและเธอรวมอยู่ด้วย

01

อดีตโรงน้ำชาและโรงงานทำฟันปลอม

1905 Heritage Corner เป็นอาคารหัวมุมในชุมชนแพร่งภูธร 1 ใน 3 แพร่งเก่าแก่ของรัตนโกสินทร์ บรรดาตึกเก่าอายุมากกว่า 100 ปี สร้างขึ้นราว ค.ศ. 1904 – 1906 ในสมัยรัชกาลที่ 5 เพราะ 1905 เป็นเลขที่เจ้าของโรงแรมชื่นชอบ เกสต์เฮาส์ขนาดย่อมจึงได้เลขนี้มาครอง มากไปกว่านั้น เธอยังสืบประวัติลงลึกไปถึงอดีตของย่านและอาคารเก่า จนได้เรื่องราวมาเล่าสู่กันฟัง

ย่านแพร่งภูธรเคยเป็น Shophouse ตึกแถวที่เป็นทั้งบ้านและร้านขายของ มีหมอ ทนายความ และข้าราชการอาศัยอยู่ ส่วนแพร่งนรา คาดว่าเคยเป็นคอกม้า เพราะตึกมีรูปทรงเตี้ยและแคบกว่าอีก 2 แพร่ง แถมยังเป็นที่ตั้งของโรงละครแนวเชกสเปียร์แห่งแรกของไทย ส่วนแพร่งสรรพศาสตร์เป็นแหล่งอาศัยของช่างเงินและช่างทองมากฝีมือ 

1905 Heritage Corner แปลงโฉมโรงน้ำชาสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นเกสต์เฮาส์เคล้าประวัติศาสตร์

ในบรรดา 3 แพร่งแห่งประวัติศาสตร์ มีเพียงแพร่งภูธรแพร่งเดียวที่สร้างผังชุมชนเป็นสี่เหลี่ยมอย่างต่างประเทศ เนื่องจากเป็นโครงการในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ด้วยพระองค์เคยเสด็จประพาสยุโรป จึงทรงอยากทดลองสร้างชุมชนที่มีบ้านเรือนล้อมรอบกันเป็นสี่เหลี่ยมและมีสวนสาธารณะอยู่ตรงกลางแบบยุโรป

สับปะรดแนนชวนเราย้อนไปชมร่องรอยของ 30 ปีก่อน อาคารเก่าเคยเป็นโรงงานทำฟันปลอมแห่งแรกของประเทศไทย เธอชี้ให้ดูรอยถลอกบนผนัง พร้อมเฉลยว่าเป็นรอยจากตู้เหล็กสีเหลืองเคยสดใส ก่อนถูกยกออกและทิ้งร่องรอยเลือนราง

ใช่! เธอยังคงเก็บรอยถลอกนั้นเอาไว้ 

1905 Heritage Corner แปลงโฉมโรงน้ำชาสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นเกสต์เฮาส์เคล้าประวัติศาสตร์

  ดีเจสาวคุยเก่งออกรส ชวนเราถอยกลับไปมากกว่า 100 ปีก่อน ลักซูรีเกสต์เฮาส์หัวมุมเคยเป็น ‘โรงน้ำชา’ พื้นที่สาธารณะและแหล่งพบปะสังสรรค์เคล้าน้ำชาของคนในชุมชน 

  ใช่! เธอยังเก็บบรรยากาศของโรงน้ำชาเอาไว้ ผ่านแนวคิดหลักของ 1905 Heritage Corner

02

ฟื้นชีพเป็นเกสต์เฮาส์เคล้าโรงน้ำชา

เมื่อแรกพบตึกเก่า เธอคิดทำเกสต์เฮาส์โดยมีความรู้วิชาการโรงแรมเท่ากับศูนย์ ดีเจสาวต้องกลายเป็นสถาปนิกจำเป็น ไม่เพียงต้องฟื้นตึกสุดแคบอายุ 100 กว่าปีให้กลับมาสดใส เธอต้องอนุรักษ์ตึกให้เป็นไปตามกฎของราชการ กว่าจะลงมือรีโนเวตได้ต้องขออนุญาตทั้งสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์และกรมศิลปากร 

แม้ไม่เป็นตึกอนุรักษ์ เธอก็ตั้งใจอนุรักษ์ตึกแต่แรก ขนาดกระซิบบอกสถาปนิกว่า ถ้าเคาะโครงสร้างตึกแล้วเจอชิ้นส่วนเก่าเธอขอเก็บเอาไว้ บางส่วนก็เอาไปใช้ อย่างโครงประตูโค้ง แผ่นบันไดไม้สัก และผนังเดิมบางส่วน 

1905 Heritage Corner แปลงโฉมโรงน้ำชาสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นเกสต์เฮาส์เคล้าประวัติศาสตร์

ด้วยขนาดพื้นที่จำกัด ของทุกชิ้นและห้องทุกห้องไม่เพียงสวย แต่ต้องใช้ประโยชน์ได้ แม้แนวคิดหลักจะเป็นร้านน้ำชาเก่าแก่ แต่ใช่ว่าทุกอณูของพื้นที่จะเป็นจีนไปเสียหมด เธอซ่อนกลิ่นแบบจีนผ่านเฟอร์นิเจอร์สไตล์ฝรั่งและไทย โดยเฟอร์นิเจอร์ไม้ส่วนใหญ่เมดอินเมียนมา สวย เรียบง่าย มีเอกลักษณ์ ขอชื่นชมฝีไม้ของช่างฝีมือ!

1905 Heritage Corner แปลงโฉมโรงน้ำชาสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นเกสต์เฮาส์เคล้าประวัติศาสตร์

เมื่อเปิดประตูกรอบไม้เข้าไป เธอต้อนรับเราด้วยกลิ่นชาหอมฟุ้งลอยฟ่อง เราเดินเลี้ยวตามเจ้าของบ้านไปทางขวา เจอกับล็อบบี้ไม้สีเข้มขนาดเล็กประดับด้วยกระป๋องสีเงินสำหรับใส่ชานับ 10 กระป๋อง และตาชั่งจีนโบราณมีรอยกระดำกระด่างบอกอายุ ส่วนด้านหน้าล็อบบี้เป็นโต๊ะทานข้าว มีอักษรจีนสลักบนเก้าอี้ไม้ความสูงพอเหมาะ ถัดไปหน่อยเป็นห้องสมุดขนาดย่อมพร้อมโซฟาตัวยาวน่าเอนกาย อุดมไปด้วยหนังสือประวัติศาสตร์เกี่ยวกับประเทศไทยและทวีปเอเชีย

สายตาเรามองไปตามนิ้วเรียวยาวของเธอ นิ้วชี้ของสาวเจ้าหยุดตรงตู้หนังสือหลังใหญ่ สีหน้าเธอแสดงออกว่าภูมิใจ เพราะเธอนำตู้หนังสือมาวางได้ขนาดพอดิบพอดีกับพื้นที่ แม้จะต้องตัดน็อตออกถึง 2 นิ้วก็ยอม

1905 Heritage Corner แปลงโฉมโรงน้ำชาสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นเกสต์เฮาส์เคล้าประวัติศาสตร์

ขยับตัวเข้าไปด้านหลังอีกนิด เดินชิดเข้าไปอีกหน่อย เป็นห้องทานอาหารส่วนตัว ล้อมรอบด้วยผนังเก่า เธออยากให้หลังบ้านมีแสงอาทิตย์ส่องถึง จึงคิดทำช่องสูง ด้านบนเป็นกระจกใสบานใหญ่ เปิด-ปิดด้วยเฟือง ช่างแสนเก๋ 

03

ล่องสำเภาบนตึกเก่า

เจ้าบ้านพาเราก้าวเท้าขึ้นบันไดความกว้าง 1 คนเดินไปยังชั้น 2 ตามทางเราเห็นผนังก่ออิฐถือปูนดั้งเดิมที่เธอตั้งใจยั้งช่างไม่ให้ฉาบปูนทับลงไป เอาล่ะ! ด้านขวาเป็นห้องที่ 1 ด้านซ้ายเป็นห้องที่ 2  ส่วนด้านล่างเป็นห้องที่ 3

ห้องพักจำนวน 3 ห้อง จำลองการเดินทางของชาวจีนตั้งแต่ล่องสำเภาลำใหญ่ออกจากแผ่นดิน ข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกมาตั้งรกรากอยู่เมืองไทย เพื่อให้สอดคล้องกับประวัติของร้านน้ำชาเก่า 

  สับปะรดแนนเดินนำ เราเดินตาม  Let’s go!

1905 Heritage Corner แปลงโฉมโรงน้ำชาสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นเกสต์เฮาส์เคล้าประวัติศาสตร์

เริ่มจากห้องแรกด้านขวา ห้องนี้เธออาสาเป็นไต้ก๋ง ส่วนเราเป็นลูกเรือ เพราะเธอนำแนวคิดสถาปัตยกรรมแบบ Sino-Siamese มาไว้ในห้องด้วยการยกใต้ท้องเรือมาวางบนตึกเก่า เพื่อเล่าเรื่องการอพยพย้ายถิ่นของคนจีนโดยเรือสำเภา 

  มิน่า กระจกบานใหญ่ที่ควรเป็นหน้าต่างห้องจึงคล้ายหน้าต่างเรือมากกว่า ด้านบนตู้เสื้อผ้าไม้สีเข้มก็ประดับด้วยกระเป๋าเดินทางแบบสานสำหรับเก็บผ้าผ่อนอำลาบ้านเกิด ห้องนอนยังเป็นคนเรือขนาดนี้ ห้องน้ำแทบไม่ต้องพูดถึง

1905 Heritage Corner แปลงโฉมโรงน้ำชาสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นเกสต์เฮาส์เคล้าประวัติศาสตร์

เรือล่องบนสายน้ำได้ไม่นานก็เทียบท่าหน้าห้องหมายเลข 2 ไต้ก๋งสับปะรดแนนทอดสมอจอดเรือและพาเราเข้าสู่

Colonial Room เธอผสมความเป็นโคโลเนียลตามช่วงเวลาที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงรับความเป็นตะวันตกมาพัฒนาประเทศ เพื่อให้สยามดำรงอยู่ได้ในยุคล่าอาณานิคม เพียงเดินเข้ามาในห้องก็คลับคล้ายว่าเราได้ใส่เสื้อหมูแฮม สวมโจงกระเบน และสัมผัสตะวันตกผ่านเฟอร์นิเจอร์ที่เธอบรรจงวาง บอกแล้วว่าเธอเก็บทุกรายละเอียด!

ดื่มด่ำอารยธรรมตะวันตกจนหนำใจ เราเดินตามเธอลงมาชั้นล่าง ลัดเลาะเพียง 2 – 3 ก้าวก็ถึงห้องสุดท้าย Tea Room ขนาดเล็กกว่า 2 ห้องด้านบน แต่น่ารักสุดๆ สำหรับเรา เพราะ 2 คนหนุ่มสาวนำเสนอร้านน้ำชาจีนได้ชัดเจนแจ่มแจ้ง ถ้าเปรียบเป็นเรือก็คงเทียบท่าถึงจุดหมายอย่างถูกต้องและปลอดภัย เธอเล่าเรื่องห้องพักผ่านพ่อค้าชาวจีนที่เดินทางมาตั้งหลักปักฐานในเมืองไทย บนตู้เสื้อผ้าประดับด้วยถังตักน้ำอย่างจีน แถมแทรกรายละเอียดเล็กน้อยทำเราประทับใจจนอยากแปลงกายเป็นพ่อค้าจำเป็นที่ตื่นนอนแต่เช้าตรู่ลุกมาขายน้ำชาทันที

ความพิถีพิถันของเธอยังไม่หมด หากสังเกตห้องสวย 3 ห้องจะมีกาน้ำชาจิ๋วและถ้วยชาวางพร้อมดื่ม ถ้าแขกต้องการจิบชาฝรั่งก็มีให้ ไม่พอ! เธอแอบใส่ความเป็นไทยลงไปด้วยการวางพวงมาลัยดอกมะลิไว้บนโต๊ะหัวเตียงด้วย

04

ชีวิตละไมไปกับชุมชน

ไม่ต้องบอกก็เดาได้ว่าแขกส่วนใหญ่ของ 1905 Heritage Corner เป็นคนชอบประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ตลอดจนวิถีชีวิตของชุมชน หลายครั้งเจ้าบ้านสาวอาสาเป็นไกด์พาแขกเดินชมตลาดปากหม้อ ตลาดเก่าแถวแพร่งภูธร เธอยืนยันว่ามีขายทุกอย่าง แอบกระซิบว่าตลาดปากหม้อเป็นแหล่งวัตถุดิบสำหรับอาหารยามเช้า พูดถึงอาหาร อาหารก็มา

อาหารเช้าชุดใหญ่เบิ้มพร้อมวางบนโต๊ะ อาหารไทยก็มี อาหารฝรั่งก็มี แต่อาหารไทยจะหมุนเวียนกันไป 

1905 Heritage Corner แปลงโฉมโรงน้ำชาสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นเกสต์เฮาส์เคล้าประวัติศาสตร์
 Heritage Craft & Cafe

มื้อนี้สับปะรดแนนเสิร์ฟยำปลาดุกฟูและขนมใส่ไส้ห่อใบตองจากตลาดสดใกล้ชุมชน ส่วนอาหารฝรั่งเธอตั้งใจเสิร์ฟทุกวันเพราะอยากให้แขกมี Comfort Food ไว้เป็นความสบายใจยามเช้า เผื่อแขกทานอาหารบ้านเราไม่คล่อง

ถ้าอิ่มอร่อยจนหนังตาตึง เราขอชวนเดินทอดน่องไม่ไกลจากหัวมุม เลี้ยวซ้าย เดินตรง เลี้ยวขวาอีกหน่อย ก็ถึง Heritage Craft & Cafe คาเฟ่กาแฟรสเข้มที่สนับสนุนงานคราฟต์ท้องถิ่นกว่า 50 ชุมชน บอกเลยช้อปเพลิน แถมราคาดี!

  อ้อ หนุ่มสาวเจ้าบ้านยังช่วยกันเลือกของจากผู้ผลิตคนเก่งมาใช้ใน 1905 Heritage Corner ด้วยนะ อย่างสบู่เหลวอาบน้ำกลิ่นหอมชื่นใจ (แขกเลือกกลิ่นเองได้) ภาชนะอาหารจากช่างปั้นเซรามิก จังหวัดเชียงใหม่ ช้อน ส้อม และมีดสแตนเลสอย่างดี ด้วยการผลิตแบบดั้งเดิมของกลุ่มอรัญญิก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

 Heritage Craft & Cafe

05

Wake Up with the Community

ทุกเช้า วัยเก๋าและวัยรุ่นในชุมชนจะออกมารอพระบิณฑบาตหน้าบ้าน ส่วนข้างสุขุมาลอนามัย มีอาม่าอากงรวมตัวกันยืดเส้นยืดสายนับจังหวะ 1 2  3 พร้อมกัน พอพระอาทิตย์ตกดินเป็นสัญญาณให้แก๊งตะกร้อขาประจำออกมาเตะตะกร้อบอกเวลาให้แขกเข้านอน วิถีชุมชนย่านแพร่งภูธรเป็นแบบนี้ น่ารักไม่หยอก

“เราอยากให้แขกตื่นขึ้นมาพร้อมกับชุมชน มันเหมือน Sense of Place คุณนอนอยู่ที่ไหน คุณตื่นอยู่ที่ไหน เราพยายามกั้นเสียงและแสงไม่ให้มากไป ให้แขกได้รับรู้ความเป็นไปของบรรยากาศด้านนอก แต่ยังคงความเป็นส่วนตัว” 

เราไม่เคยพักที่นี่ แต่เราสัมผัสได้ถึงความใส่ใจของเธอ เราเรียกสับปะรดแนนว่าดีเจสาวไม่ถนัดนัก เพราะเธอดูแลเกสต์เฮาส์ขนาดย่อมและแขกดีมาก จนบางคนถามว่าเรียนจบการโรงแรมมาหรือ

“เปล่าเลย เราเรียนยูทูบ” เธอจบบทสนทาด้วยเสียงหัวเราะร่วน

สับปะรดแนน-ณัฐกฤตา พงษ์ธนานิกร ดีเจสาวประจำคลื่น Cat Radio และ มาร์ค แซล์มอน

1905 Heritage Corner

66, 68 ถนนแพร่งภูธร ศาลเจ้าพ่อเสือ พระนคร กรุงเทพฯ

www.1905heritagecorner.com

Facebook : 1905 Heritage Corner

เบอร์ติดต่อ : 020410102, 0909893107

Writer

Avatar

ฉัตรชนก ชัยวงค์

เด็กเอกไทยที่สนใจประวัติศาสตร์ งานคราฟต์ และเรื่องท้องถิ่น เวลาว่างชอบกิน เล่นแมว และชิมโกโก้

Photographer

Avatar

นิศาชล พร้อมสุทธิพงศ์

เป็นนักเรียนรู้ ชอบสำรวจโลก หลงเสียงเพลงและต้นไม้ รักเขาไม่น้อยไปกว่าทะเล ถ่ายภาพฟิล์มและวาดรูปบ้างบางวาระ ปัจจุบันอยู่ระหว่างเดินทางตามหาความหมายของชีวิต

Have a Nice Stay

รวมที่พักแนวคิดดีที่น่าไปนอนทำความรู้จัก

4 กุมภาพันธ์ 2566
85

การเลือกที่พักของคนยุคนี้ รีสอร์ตขนาดใหญ่สไตล์ที่พักครอบครัวซึ่งเปิดบริการมาหลายสิบปี เหมือนจะน่าสนใจน้อยกว่าโรงแรมบูติกยุคใหม่ที่ตั้งใจออกแบบมาให้เต็มไปด้วยมุมถ่ายรูป

แต่ ‘คำแสด ริเวอร์แคว รีสอร์ท’ จังหวัดกาญจนบุรี ดูจะเป็นข้อยกเว้น

คำแสด ริเวอร์แคว รีสอร์ท ที่พักวินเทจยุค Y2K ริมแม่น้ำแควใหญ่ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ 2,400 ต้น

ที่นี่คือที่พักสไตล์วินเทจบนพื้นที่ 120 ไร่ ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่กว่า 2,400 ต้น จนถือเป็นที่พักกลางป่าแห่งเดียวที่อยู่กลางตัวเมืองกาญจนบุรี แถมยังอยู่ติดแม่น้ำแควใหญ่แบบมีหาดส่วนตัวให้เราเดินลงไปแช่น้ำเล่นได้ จะพายเรือ ขี่จักรยาน ว่ายน้ำ สปา ดูนก ศึกษาธรรมชาติ ล่องแพ เล่นบ้านต้นไม้ ก็ได้

และที่ตอกย้ำความวินเทจแบบที่คนยุค Y2K ต้องกรี๊ดก็คือ ที่นี่เป็นโลเคชันถ่ายโฆษณาชาเขียวของญี่ปุ่นที่ ทาเคชิ คาเนชิโร (Takeshi Kaneshiro) พระเอกลูกครึ่งไต้หวัน-ญี่ปุ่นสุดเท่แห่งยุคนั้น บินมาเข้าฉาก จนท่าน้ำที่เขายืนในโฆษณาถูกเรียกว่า ‘สะพานทาเคชิ’ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

คำแสด ริเวอร์แคว รีสอร์ท ที่พักวินเทจยุค Y2K ริมแม่น้ำแควใหญ่ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ 2,400 ต้น

คำแสด ริเวอร์แคว รีสอร์ท จึงกลายเป็นสถานที่จัดกิจกรรม ‘อ่านเถิดหนา 07 : Best of 2022’ ของ The Cloud เมื่อปลายปีที่ผ่านมา และกำลังจะเป็นสถานที่จัด ‘อ่านเถิดหนา 08 : อ่านเอาแรง’ ในช่วงวันแรงงานที่จะถึงนี้

มาทำความรู้จักที่พักสไตล์ย้อนยุคท่ามกลางธรรมชาติซึ่งเต็มไปด้วยเสน่ห์แห่งนี้กัน

คำแสด ริเวอร์แคว รีสอร์ท เปิดตัวประมาณ พ.ศ. 2534 โดย คุณลัดดาวัลย์ เผ่าวิบูลย์ ซึ่งมีธุรกิจร้านอาหารอยู่ในตัวเมืองกาญจนบุรี “คุณน้าเป็นคนชอบเที่ยวป่า เลยอยากสร้างรีสอร์ตที่เป็นสวนป่า คนขายที่ดินบอกว่า ที่นี่เป็นที่แปลงที่สวยที่สุดในแม่น้ำแควใหญ่ คุณน้ามาดูแล้วชอบก็เลยซื้อค่ะ เริ่มต้นจากปลูกบ้านหลังเล็ก ๆ อยู่ริมแม่น้ำ แล้วขยายมาเรื่อย ๆ” คุณเอิ๊ก-ผศ.ดร.อรลัชชา ศิวรักษ์ หลานสาวที่ปัจจุบันเข้ามาช่วยดูแลกิจการเล่าถึงที่มา แล้วอธิบายต่อว่า สามีของคุณน้าเป็นสถาปนิก ส่วนคุณน้าเองก็เป็นคนชอบออกแบบตกแต่งบ้านอยู่แล้ว เลยสนุกกับการทำรีสอร์ตแห่งนี้

คำแสด ริเวอร์แคว รีสอร์ท ที่พักวินเทจยุค Y2K ริมแม่น้ำแควใหญ่ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ 2,400 ต้น

ช่วงที่เปิดตัวใหม่ ๆ รีสอร์ตแห่งนี้ถือว่าใหญ่โตและหรูหรามาก มีการทำประชาสัมพันธ์ใหญ่โต ถึงขนาดมีการจัดอีเวนต์ใหญ่ ๆ อย่างเวทีประกวดนางงามระดับประเทศที่นี่ด้วย ถ้าเปรียบเทียบให้เห็นภาพ ที่นี่ในช่วงเปิดตัว ก็อยู่ในตลาดกลุ่มเดียวกับรีสอร์ตสุดหรูที่เขาใหญ่ในยุคนี้

ในส่วนของที่พักมีทั้งหมด 4 โซน รวมแล้วประมาณ 90 ห้อง บรรยากาศในห้องพักตกแต่งด้วยไม้ ซึ่งถ้าพูดกันในยุคนี้ก็ต้องบอกว่า เป็นสไตล์วินเทจที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นแบบเคร่งขรึม ห้องที่ถูกใจนักออกแบบทั้งหลายมากเป็นพิเศษคือห้องสวีต มีลูกเล่นในการแบ่งพื้นที่ภายในห้อง และรายละเอียดของงานไม้ที่หาไม่ได้จากที่พักยุคใหม่

คำแสด ริเวอร์แคว รีสอร์ท ที่พักวินเทจยุค Y2K ริมแม่น้ำแควใหญ่ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ 2,400 ต้น
คำแสด ริเวอร์แคว รีสอร์ท ที่พักวินเทจยุค Y2K ริมแม่น้ำแควใหญ่ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ 2,400 ต้น

เช่นเดียวกับล็อบบี้ย้อนยุคที่ตกแต่งด้วยไม้เป็นหลัก สวยคลาสสิกแบบสร้างความประทับใจแรกให้กับแขกทุกคน

ภายในรีสอร์ตแห่งนี้ไม่ได้มีแค่โรงแรมเท่านั้น ยังมีการจัดสรรพื้นที่บางส่วนขายเป็นบ้านจัดสรรให้เพื่อน ๆ และญาติ ๆ มาอยู่ท่ามกลางธรรมชาติด้วยกัน

“ด้วยความที่คุณน้าชอบต้นไม้ เลยปลูกต้นไม้เพิ่มเยอะมาก จนทำให้พื้นที่ 120 ไร่ของเรามีต้นไม้ใหญ่กว่า 2,400 ต้น เป็นรีสอร์ตกลางเมืองกาญจนบุรีแห่งเดียวที่มีต้นไม้ใหญ่มากขนาดนี้” คุณเอิ๊กอธิบายต่อว่า “ด้วยความที่คุณน้าชอบต้นไม้ รีสอร์ตของเราเลยมีสัดส่วนพื้นที่สีเขียวกับห้องพักเยอะมาก คือมีห้องพักน้อยมาก เมื่อเทียบกับพื้นที่ทั้งหมด”

คำแสด ริเวอร์แคว รีสอร์ท ที่พักวินเทจยุค Y2K ริมแม่น้ำแควใหญ่ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ 2,400 ต้น
คำแสด ริเวอร์แคว รีสอร์ท ที่พักวินเทจยุค Y2K ริมแม่น้ำแควใหญ่ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ 2,400 ต้น

สิ่งนั้นดูจะไม่คุ้มค่าทางธุรกิจ แต่สิ่งที่ได้กลับมาก็คือ ระบบนิเวศขนาดย่อม ทำให้เรารู้สึกเหมือนได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ เป็นบ้านของนกประมาณ 12 ชนิด และแหล่งผลิตอากาศที่สดชื่น โดยเฉพาะในช่วง PM 2.5 อากาศในนี้ก็ไม่แย่เหมือนข้างนอก

แล้วที่นี่ยังตั้งใจดูแลต้นไม้ใหญ่ทั้งหมดอย่างดีให้ยืนยงอีกยืนยาว ไม่หักหรือโค่นล้มลงมาสร้างความเสียหาย ด้วยการใช้บริการรุกขกรมืออาชีพภายใต้คำแนะนำของ BIG Trees

“สถานที่ไฮไลต์ของที่นี่คือหาดกรวด” คุณเอิ๊กพูดถึงพื้นที่ริมแม่น้ำแควใหญ่ ซึ่งเป็นหาดที่ค่อย ๆ ลาดลง พื้นล่างเป็นหินกรวดมน ในช่วงน้ำลง เราเดินลงไปท่องน้ำเล่นในแม่น้ำได้สบาย รวมไปถึงการเล่นน้ำแบบจริงจัง หรือการล่องแพที่ทางรีสอร์ตมีให้บริการ “เวลาอยู่ที่นี่ เอิ๊กชอบมานั่งสอนหนังสือออนไลน์แถวนี้ มันชิลล์มาก ถ้ามีแขกมา เราก็จัดตรงนี้ให้เป็นที่นั่งรับประทานอาหารเย็น อยากกินหมูกระทะพร้อมดูวิวพระอาทิตย์ตกริมแม่น้ำ ที่นี่ก็มีให้บริการ”

คำแสด ริเวอร์แคว รีสอร์ท ที่พักวินเทจยุค Y2K ริมแม่น้ำแควใหญ่ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ 2,400 ต้น
คำแสด ริเวอร์แคว รีสอร์ท ที่พักวินเทจยุค Y2K ริมแม่น้ำแควใหญ่ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ 2,400 ต้น

ในเมื่อเป็นวิวเด็ด ตรงนี้ก็เลยถูกใช้เป็นโลเคชันถ่ายหนัง ถ่ายละครมากมาย รวมไปถึงถ่ายโฆษณาชาเขียวซึ่งฉายในประเทศญี่ปุ่นด้วย

ในช่วงโควิด หลานวัย 10 ขวบ เอ่ยปากว่าอยากได้บ้านต้นไม้ ก็เลยเกิดพื้นที่ใหม่ในรีสอร์ตแห่งนี้ เป็นโครงเหล็กสูง 3 ชั้นที่ประกบอยู่ข้างต้นไม้ใหญ่ พอเดินขึ้นไปก็เหมือนเราได้ใช้ชีวิตอยู่บนต้นไม้ ให้ความรู้สึกพิเศษไปอีกแบบ

ความเปลี่ยนแปลงอีกอย่างก็คือ ที่นี่เริ่มปลูกผักและสมุนไพรมากขึ้น เพื่อนำมาผลิตเป็น Welcome Drink และขายเป็นสินค้า ตอนนี้มีแปลงเก๊กฮวยขนาดใหญ่ รวมไปถึงการเลี้ยงผึ้งอย่างจริงจัง แต่สินค้าที่ถือเป็นไฮไลต์ของที่นี่คือ ดอกปีบ คุณเอิ๊กเล่าว่า “ถนนเส้นหลักของเรามีต้นปีบขึ้นสองข้างทางเยอะมาก มีดอกปีบร่วงลงมาตลอด เราเลยเก็บมาตากแล้วทำเป็นชาดอกปีบ ใช้เป็น Welcome Drink จากนั้นก็เอาไปทำสบู่ แชมพู เจลแอลกอฮอล์ เพื่อให้บริการกับแขก ถ้าใครใช้แล้วติดใจ เราก็มีขายนะคะ”

จากรีสอร์ตสุดหรูในช่วงเปิดตัวเมื่อ 30 ปีก่อน พอเวลาเปลี่ยนไปก็เกิดการปรับเปลี่ยนให้เข้ากับยุคสมัย ซึ่งโดยมากจะปรับตามความถนัดของผู้จัดการโรงแรม จากรีสอร์ตสุดหรูกลายมาเป็นที่พักแนวกรุ๊ปสัมมนา จนในช่วง 10 ปีที่ผ่านมามีการปรับตัวเรื่องความยั่งยืน ทั้งการวางระบบแยกขยะ เอาเศษอาหารไปทำแก๊สหุงต้ม จนได้รางวัลศาสตร์พระราชา มีคนมาขอดูงานตลอด

‘คำแสด ริเวอร์แคว รีสอร์ท’ ที่พักสไตล์วินเทจบนที่ดิน 120 ไร่ มีต้นไม้ใหญ่กว่า 2,400 ต้น จนเป็นป่ากลางตัวเมืองกาญจนบุรี
‘คำแสด ริเวอร์แคว รีสอร์ท’ ที่พักสไตล์วินเทจบนที่ดิน 120 ไร่ มีต้นไม้ใหญ่กว่า 2,400 ต้น จนเป็นป่ากลางตัวเมืองกาญจนบุรี

“ตอนนี้กลุ่มคนที่มาที่นี่แล้วจะชอบคือกลุ่มครอบครัว คนวัย 40 ขึ้นไป กับเด็ก ๆ” คุณเอิ๊กพูดถึงตลาดในยุคปัจจุบันของที่นี่ “ด้วยบรรยากาศของที่พักทำให้คนสูงอายุคุ้นเคย บางคนมาอยู่เป็นเดือนเลย เราก็มีบริการทำอาหารเพื่อสุขภาพให้ ถ้ามาเป็นกลุ่มเราก็จัดกิจกรรมเต้นรำ คาราโอเกะเพลงเก่าให้ได้ ส่วนเด็ก ๆ เขาจะได้ดูนก ปีนต้นไม้ ขี่จักรยาน ไปดูรอยเท้าสัตว์”

“Family Outing ด้วย” คุณเอิ๊กพูดถึงอีกตลาดที่น่าสนใจมาก “พอเพื่อน ๆ เรามีครอบครัว เวลานัดเจอกันก็ต้องพาลูกไปด้วย ไม่รู้จะไปรวมตัวกันที่บ้านใครถึงจะพอ ก็มาที่นี่ มากี่บ้านก็ได้ พ่อแม่ก็สังสรรค์กันไป ลูกก็มีพื้นที่ให้วิ่งเล่น ไม่ต้องห่วง เคยมีกลุ่มผู้ปกครองจากโรงเรียนเดียวกัน ชวนกันไปชวนกันมา มากัน 140 คน เราก็รับได้สบาย”

ช่วงนี้ คำแสด ริเวอร์แคว รีสอร์ท กำลังเตรียมวางแผนเรื่องการปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่ เพื่อให้เข้ากับธุรกิจที่พักในยุคนี้ ส่วนจะออกมาอย่างไร ต้องติดตาม

3 Things
you should do

at Comsaed River Kwai Resort&Spa

01

ล่องแพที่หาดกรวด แค่นั่งชิลล์หรือเดินเล่นริมตลิ่งคงไม่พอ ที่นี่มีบริการล่องแพสัมผัสธรรมชาติดื่มด่ำกับแม่น้ำแควใหญ่แบบใกล้ชิดจากหาดหน้ารีสอร์ต และมีรถรับกลับมาส่งถึงที่พัก

02

ไปเยี่ยมสะพานทาเคชิ ถ้าคุณเป็นคนยุค Y2K ที่มี ทาเคชิ คาเนชิโร เป็นดาราคนโปรด นี่คือฉากที่คุณต้องไปเยือน

03

ใช้ผลิตภัณฑ์ดอกปีบ ถึงแม้ว่าที่นี่จะมีดอกคำแสดเป็นชื่อ แต่ดอกปีบก็เป็นไฮไลต์ไม่แพ้กัน ชาปีบนั้นหาชิมไม่ง่าย เช่นเดียวกันสบู่แชมพูดอกปีบที่ใช้กลิ่นจากดอกปีบจริง ๆ ก็หาไม่ง่ายเช่นกัน

คำแสด ริเวอร์แคว รีสอร์ท

Writer & Photographer

ทรงกลด บางยี่ขัน

ทรงกลด บางยี่ขัน

ตำแหน่งบรรณาธิการโดยอาชีพ เป็นนักเดินทางมือสมัครเล่น แบ่งเวลาไปสอนหนังสือโดยสมัครใจ และชอบจัดทริปให้คนสมัครไป

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load