“ต้องกินเยอะ ๆ จะได้มีแรงเรียน”

เพราะวัยเรียนเป็นวัยที่ใช้พลังงานจากความเป็นเด็กอย่างคุ้มค่า ทั้งเรียนและทำกิจกรรม เมื่อใช้พลัง ก็ต้องเติมพลัง อาหารจึงเป็นแหล่งพลังงานสำคัญ เราไม่แปลกใจหากคุณเคยได้ยินประโยคข้างต้นผ่านหูกันมาบ้าง จากพ่อ แม่ ครู ญาติผู้ใหญ่ แม้แต่คุณลุง คุณป้า เจ้าของ ‘ร้านอาหารละแวกโรงเรียน’ 

Take Me Out ขอจัดทริปตะลอน 10 ร้านอาหารละแวกโรงเรียนให้ตามรอยสถานที่ที่เป็นทั้งแหล่งเติมพลังก่อนเข้าเรียน พบปะเพื่อนหลังเลิกเรียน พักผ่อนหย่อนใจระหว่างรอพ่อแม่มารับ เรียนจบไปนานก็ยังหวนกลับมากินได้เสมอ ที่สำคัญ แต่ละร้านมีรสชาติที่ครองใจลูกค้ามาหลายต่อหลายรุ่น

จะมีร้านไหนในความทรงจำของใครบ้าง เตรียมท้องให้ว่าง แล้วตามไปชิมกันเลย

01

JOHNNY Food & Drink

โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

‘จอนนี่’ ร้านอาหารตามสั่งสีชมพูขนาด 96 ตารางเมตรแห่งรั้วสามย่านมีอายุหลายสิบปี เริ่มขายตั้งแต่รุ่นอาเจ็ก ในทำเลสามย่านย่านมิตรทาวน์ และย้ายมาปักหลักที่ซอยจุฬา 11 จนถึงปัจจุบัน 

นักเรียนสาธิตจุฬาฯ ผู้ปกครอง พนักงานบริษัท ต่างมาฝากท้องกับอาหารร้านจอนนี่ เพราะรสชาติถูกปาก ราคาถูกใจ ปริมาณอิ่มท้อง แน่นอนว่าหาได้ไม่ง่ายนักในย่านใจกลางเมืองแบบนี้ 

ข้าวสวยนุ่ม ๆ เบคอน ต้นหอมชิ้นใหญ่ กระเทียมหัวโต ผัดคลุกเคล้าหอมกลิ่นกระทะ ก่อนเสิร์ฟเข้าปากด้วยรสชาติสุดรัญจวนใจ นี่คือข้าวผัดเจแปน เมนูซิกเนเจอร์ประจำร้านที่ พี่จอน เจ้าของร้านรุ่นปัจจุบันอยากให้ทุกคนลิ้มลอง ไม่ได้ชิมเหมือนมาไม่ถึง ผู้ปกครองและน้อง ๆ สาธิตจุฬาฯ รับประกัน!

หากมาในช่วงเย็นอาจต้องรอนานสักนิด เนื่องจากเป็นเวลาที่เด็ก ๆ เลิกเรียน นอกจากข้าวผัดเจแปน เราขอแนะนำอีก 2 เมนูอร่อย ได้แก่ ข้าวผัดมันกุ้ง ข้าวไข่ระเบิดซอส เป็นอีกเมนูที่ต้องสั่งให้ได้สักครั้งหากแวะมาที่ร้านจอนนี่ รับรองว่าคุ้มค่า สมกับการรอคิวในยามเย็นแน่นอน

“ลูกค้าร้านเราเป็นเด็กเยอะ ความเป็นกันเองของเราทำให้เข้าถึงเด็ก ๆ ได้ง่าย และเราตั้งใจเสิร์ฟอาหารดี ๆ ให้กับเขาในทุก ๆ จาน ร้านจอนนี่เลยเป็นอีกหนึ่งความทรงจำในวัยเรียนของเด็กเหล่านี้ ทำให้ร้านเราเต็มไปด้วยนักเรียนรุ่นปัจจุบันและศิษย์เก่าแวะเวียนมาไม่ขาดสาย” พี่จอนทิ้งท้าย

ที่ตั้ง : 223-225 ซอยจุฬา 11 ถนนพระรามที่ 4 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 

เปิดบริการวันจันทร์-เสาร์ เวลา 11.00 – 21.00 น.

โทรศัพท์ : 08 6512 2445

02

แพนเค้กพี่นุ

โรงเรียนราชินีบน

‘แพนเค้กพี่นุ’ ร้านแพนเค้กรถเข็นขนาดกะทัดรัดที่ครองตำแหน่งขวัญใจนักเรียน อาจารย์ ผู้ปกครอง โรงเรียนราชินีบนมาเกือบ 40 ปี การันตีความใส่ใจทั้งวัตถุดิบ รสชาติ และบริการ 

แค่เดินเฉียดร้านก็รับรู้ได้ถึงกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ 

หากถามถึงเมนูขึ้นชื่อที่ติดใจใครหลายคนก็คงหนีไม่พ้นแพนเค้ก ‘จุดจุด’ คือเจ้าแพนเค้กจิ๋ว ปาดเนยฉ่ำ ๆ ใส่ในถ้วยขนาดพอดี สนนราคาน่ารักที่ 3 ชิ้น 1 บาท เป็นเมนูยอดฮิตของลูกค้าทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าใครก็สะดุดกับกลิ่นหอมแป้งและเนยที่ลอยมาแต่ไกล ไม่ใช่แค่กลิ่นเท่านั้น แต่รสชาติของแป้งกับเนยหอม ๆ พอได้ชิมก็ทำให้ตาลุกวาวได้ไม่ยาก แถมเมนูอร่อยให้อีก จดนะ โตเกียวไส้หวานและคาว แป้งกรอบ และเมนูที่เกิดขึ้นจากความชอบของเด็ก ๆ อย่างไส้กรอกผัดไข่ ล้วนเด่นด้วยคุณภาพของวัตถุดิบและรสชาติของแป้งที่คิดค้นสูตรมาอย่างดีตั้งแต่รุ่นแม่ และปรับปรุงสูตรโดยพี่นุจนมีรสหวานกำลังดี กลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ แม้ทิ้งไว้นานก็ยังคงความนุ่มละมุนลิ้นชนิดที่ว่าใครกินก็ติดใจได้ไม่ยาก 

นอกเหนือจากรสชาติอร่อยของขนม ความสบายใจที่ได้รับจากรุ่นแม่จนถึงรุ่นพี่นุ ก็เป็นหนึ่งเหตุผลที่นักเรียนราชินีบนหลายต่อหลายรุ่นยังคงวนเวียนกลับมาอุดหนุนกันอยู่เสมอ 

“สำหรับน้อง ๆ ที่นี่ เหมือนพี่เป็นส่วนหนึ่งของเขา เป็นเหมือนพี่ชายคนหนึ่งที่พ่อแม่และครูฝากดูแล พี่ดูแลลูกหลานมาหลายรุ่นแล้ว พี่ดีใจที่น้อง ๆ ไม่ลืมขนมพี่ แม่พี่พูดเสมอว่าลูกค้าคือผู้มีพระคุณ สมัยแม่พี่ขาย เด็ก ๆ เรียกว่า ป้าแพนเค้ก พอพี่มาขาย เรียกพี่นุ แม้แต่คุณยายก็ยังเรียกพี่ว่า พี่นุ” 

พี่นุบอกกับเราด้วยรอยยิ้ม พร้อม ๆ กับมือที่ยังคงทำแพนเค้กอย่างคล่องแคล่ว 

ที่ตั้ง : 5 ซอยเขียวไข่กา แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร 

เปิดบริการเวลา 06.00 – 08.00 และ เวลา 13.00 – 17.00 น.

โทรศัพท์ : 08 3896 3652 (แนะนำให้โทรหาพี่นุก่อนแวะไปอุดหนุน)

03

ร้านช้งเช้ง

โรงเรียนราชินี

ตึกแถว 1 คูหา 2 ทางเข้าออกแห่งซอยปานสุข ซ้ายมือมีครัวเปิด ขวามือมีโต๊ะชงกาแฟ เป็นสถานที่ตั้งของร้านอาหารหลากชื่อที่เปลี่ยนนามตาม ‘นักเรียนราชินี’ เจ้าของร้านเล่าให้เราฟังว่า ก่อนหน้าที่จะชื่อช้งเช้ง ร้านอาหารตามสั่งใกล้แม่น้ำเจ้าพระยานี้ไม่เคยมีชื่อมาก่อน ครั้นจนพิกุลแก้วรุ่นที่ 80 ตั้งให้ว่า ‘โนบรา’ เพราะคุณลุงสมชายเจ้าของร้านไม่เคยใส่เสื้อเวลาผัดข้าวเลย เปลี่ยนยุคมาสู่รุ่นที่ 100 กว่า ด้วยทำเลร้านที่อยู่ตรงกลางระหว่างคาเฟ่ VIVI และ Coconut จึงได้ชื่อ ‘วีโค่ (VICO)’ ไปโดยปริยาย

  นักเรียนราชินีรุ่น 115 เรียกร้านนี้ว่าช้งเช้ง ด้วยเหตุผลว่าคุณลุงกับคุณป้าเจ้าของร้านมักทะเลาะกันช้งเช้งวุ่นวายทุกครั้งที่ลูกค้าแน่นขนัด เมนูโปรดของชาวราชินีคือ ‘ข้าวผัดสามกษัตริย์’ เล่าง่าย ๆ เมนูนี้คือการรวมตัวกันของพริกเผา ไข่ และเนื้อสัตว์ ราดบนข้าวสวยร้อน ๆ เสิร์ฟพร้อมพริกน้ำปลา

  คุณป้าเจ้าของร้านบอกว่า สามกษัตริย์ครองใจนักเรียนเพราะเป็นเมนูที่ไม่มีผัก ปรับได้ตามความต้องการของสาว ๆ ราชินี มีทั้งสามกษัตริย์ปกติที่ใส่ไก่ หมึก กุ้ง ส่วนสามกษัตริย์บก เหมาะสำหรับคนแพ้อาหารทะเล เปลี่ยนเป็นหมูยอ ไส้กรอก หรือไก่ก็ได้ บอกคุณลุงคุณป้าได้เลยตามต้องการ

  ตลอด 30 ปีที่ช้งเช้งอยู่คู่โรงเรียนราชินี ทุกความเปลี่ยนแปลง ทุกความทรงจำ ฝังลึกในร้านอาหารตามสั่งขนาด 1 คูหา มีหลายเหตุการณ์เกิดขึ้นที่นี่ ทั้งอาจารย์ปกครองเดินผ่าน ทั้งนักเรียนวิ่งเอากระเป๋ามาจองโต๊ะหลังร้านเพราะกลัวไม่ได้ทาน คุณป้ากับคุณลุงก็ช่วยดูแลเด็ก ๆ จนศิษย์เก่า-ศิษย์ปัจจุบันแค่เดินผ่านซอยปานสุขก็ต้องแวะมาทักทาย และซื้อข้าวกลับบ้านเพื่อหวนรำลึกถึงสมัยเรียน

ที่ตั้ง : 394/5 ซอยปานสุข แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร (MRT สนามไชย)

เปิดบริการเวลา 05.00 – 19.00 น.

โทรศัพท์ : 0 2221 1509

04

กล่องดินสอ

โรงเรียนสตรีวิทยา

จากอดีตคุณครูประถมสู่การค้นพบว่าชอบทำของหวาน ทำให้ เปี๊ยบ-ชนัสถ์นันท์ จุลภาค ตัดสินใจเปิดร้าน ‘กล่องดินสอ’ ร้านขนมหวานที่มีเครื่องดื่มและอาหารครบจบในที่เดียว มาเสิร์ฟถึงที่ให้เด็กนักเรียนสตรีวิทยาตั้งแต่ พ.ศ. 2558 แม้เป็นร้านน้องใหม่ที่เปิดได้เพียง 7 ปี แต่ด้วยความเอาใจใส่และชอบคุยกับเด็ก ๆ ทำให้ร้านนี้เป็นรายชื่อร้านแรก ๆ ที่นักเรียนเจ้าถิ่นหลายคนแนะนำ เด็กคนไหนไม่กินผัก อยากเพิ่มชีสในเมนูอาหาร เพียงเปิดกล่องดินสอออกมาแล้วหยิบกระดาษกับปากกาติ๊กเลือกได้ตามใจ 

คุณเปี๊ยบเล่าว่าเค้กนูเทลลาและสปาเก็ตตี้คาโบนาร่าคือเมนูคาวหวานคู่ใจเด็กสตรีวิทยา 

ตกเย็นเมื่อไหร่เป็นต้องเดินเข้ามาสั่งที่ร้าน และนั่งคุยเล่นบ่นความเหน็ดเหนื่อยจากการเรียนให้เจ้าของร้านฟังเป็นประจำ ถ้าจะเรียกว่าร้านนี้เป็นพื้นที่ความสบายใจแห่งหนึ่งของเด็กสตรีวิทยาก็คงจะไม่ผิดนัก เพราะแม้แต่ผู้ปกครองยังปล่อยให้ลูกนั่งในร้านและรอรับกลับบ้านได้อย่างหมดห่วง

หลังจากประสบปัญหาโควิด-19 ทำให้ทางร้านต้องปรับตัว งดนั่งทานภายในร้านไปสักพักจนกว่าสถานการณ์จะปลอดภัยต่อเด็กทุกคน แต่ยังอุดหนุนทางร้านได้โดยการสั่งแบบกลับบ้านและสั่งเดลิเวอรี่ตามสไตล์ร้านขนมหวานยุค New Normal เพื่อลิ้มรสความรักพูน ๆ ที่ใส่ลงในจาน

กล่องดินสอ เป็นอีกหนึ่งร้านที่เราอยากให้คุณไปลอง แต่สำหรับศิษย์เก่าหรือใครก็ตามที่เคยเป็นลูกค้าประจำ เราขอท้าให้คุณเดินไปสั่งเมนู ‘เอาเหมือนเดิม’ แล้วคุณเปี๊ยบจะไม่ทำให้คุณผิดหวัง

ที่ตั้ง : เลขที่ 80 ถนนดินสอ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.

โทรศัพท์ : 09 2298 9296

Facebook : กล่องดินสอ-Klongdinsor

05

ศรีสมรเลิศรส

โรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนเวนต์

ศรีสมรเลิศรส aka ร้านป้าหมอน จากร้านกาแฟและอาหารเช้าสู่ร้านอาหารเก่าแก่รสเลิศย่านบางรัก ป้าหมอนเชื่อว่าการทำอาหารดี ๆ ให้คนกินคือความสุข ร้านศรีสมรเลิศรสเสิร์ฟเมนูก๋วยเตี๋ยว ข้าวหมูอบ ไก่อบ เมนูชูโรงรสชาติเด็ดดวงที่อยู่คู่กับนักเรียนเซนต์โยเซฟคอนเวนต์มากกว่า 50 ปี 

  รสชาติของเนื้อสัตว์เข้มข้น เนื้อสัมผัสนุ่มละลายลิ้น แสดงให้เห็นถึงการปรุงและตุ๋นอย่างพิถีพิถัน น้ำจิ้มรสแซ่บช่วยให้สดชื่นในวันที่อากาศร้อนอบอ้าว เราคงไม่ต้องสาธยายเพิ่มนักว่าทำไมร้านเก่าแก่แห่งนี้ถึงครองใจนักเรียนและคนย่านบางรัก แม้กระทั่งศิษย์เก่าหรือดาราอย่าง รถเมล์-คะนึงนิจ จักรสมิทธานนท์ และ ซี-ฉัตรปวีณ์ ตรีชัชวาลวงศ์ ยังแวะเวียนกลับมาทานเมนูยอดนิยมที่ร้านแห่งนี้อยู่เสมอ

อย่าลืมขอน้ำจิ้มแจ่วป้าหมอนเยอะ ๆ นะ บอกเลยว่าเป็นที่เด็ด!

“ร้านของเราไม่ได้ทำเพื่อผลกำไรเพียงอย่างเดียว แต่เราต้องมีเมตตา กรุณา และทำเพื่อคนอื่นด้วย บางครั้งเด็กนักเรียนอยากได้อะไร เราก็ให้เขาฟรี ๆ” ป้าหมอนบอกความตั้งใจกับเราในฐานะเจ้าของร้านอาหารศรีสมรเลิศรส และคริสเตียนคนหนึ่งที่ผูกพันกับนักเรียนเซนต์โยเซฟคอนเวนต์

ที่ตั้ง : 1, 2 ซอยพิพัฒน์ 2 แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 

เปิดทำการวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 06.00 – 15.00 น.

โทรศัพท์ : 0 2238 1201

06

ข้าวต้มโอชารส

โรงเรียนอัสสัมชัญ

ร้านข้าวต้มแห่งนี้ขายมาตั้งแต่ พ.ศ. 2527 มีเมนูเด็ดที่ทุกคนต้องสั่ง คือ แกงจืดบ๊วยหมูสับ กุ้งราดน้ำปูดอง ปูผัดผงกะหรี่ที่ใช้ปูก้อนสด ๆ คุณภาพดีจากทะเลไทย แต่เมนูที่เป็นที่สุด คือ ไส้พะโล้ทอด (เมนูลับสุด) หมักเครื่องพะโล้จนสีเข้ม ทอดจนกรอบ เหมาะแก่การกินคู่กับข้าวต้มยามเย็นเป็นที่สุด

ร้านเปิดทำการเมื่อพระอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้า ตำแหน่งที่ตั้งอยู่ตรงข้ามรั้วอัสสัมชัญบางรัก ทำให้ร้านข้าวต้มร้านนี้เป็นขวัญใจเหล่าน้อง ๆ แห่งรั้วขาวแดงมามากกว่า 38 ปี

เมนูที่เราแนะนำไปข้างต้นคือเมนูขึ้นชื่อลือชาจากปากนักเรียนกางเกงขาสั้นแห่งรั้วอัสสัมชัญ หนุ่ม ๆ บอกว่าต้องสั่งทุกครั้งเมื่อแวะไป แม้กาลเวลาเปลี่ยนไปเพียงใด เมนูเหล่านี้ยังคงเป็นที่นิยมจากลูกค้าทั่วไป ศิษย์ปัจจุบัน รวมถึงศิษย์เก่าที่ออกโบยบินยังโลกกว้าง

“ร้านของเราพยายามรักษาคุณภาพให้เหมือน 38 ปีที่แล้ว ความเป็นกันเองของร้านและลูกค้า ทำให้ร้านเป็นที่นิยมเสมอมา ลูกค้าหรือนักเรียนบางคนที่เคยกินกับเรา ทุกวันนี้เขายังพาพ่อ แม่ ลูก หลาน มากินตลอด ทำให้รู้ว่าเราไม่ได้เป็นแค่ร้านอาหาร แต่เราเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของพวกเขา” 

สิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องรับประกันอย่างดีว่า เหตุใดร้านข้าวต้มแห่งนี้จึงเป็นขวัญใจชาวบางรักและน้อง ๆ รั้วขาวแดงจนถึงปัจจุบัน ถ้าอยากลองลิ้ม แนะนำให้รีบไป เพราะถ้าช้า ระวังของหมดนะ

ที่ตั้ง : 492/3 ซอยเจริญกรุง 49 แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร

เปิดบริการวันจันทร์-อาทิตย์ เวลา 17.30 – 3.00 น.

โทรศัพท์ : 08 1625 7518

07

ลุงกับป้า

โรงเรียนเทพศิรินทร์

ลอดตัวเข้ามาในรั้วสีเขียวของเขตคอนโด คุณจะพบกับ ‘ร้านลุงกับป้า’ ของ ลุงหม่อม กรณ และ ป้าแป๊ว บุปผา จากวันแรกที่ทั้งคู่จับพลัดจับผลูเปิดร้านอาหาร เวลาล่วงมากว่า 20 ปีที่ร้านนี้กลายเป็นร้านอาหารในดวงใจของชาวเทพศิรินทร์ทุกรุ่น เพียงก้าวเท้าเข้าไปในร้านก็พบกับคุณลุงนั่งยิ้มรอรับออเดอร์ที่โต๊ะด้านขวาของร้าน ถัดเข้าไปเป็นตู้ไอศกรีมที่หยิบทานเป็นของหวานหลังมื้ออาหารได้

  ลุงหม่อมเล่าว่าช่วงแรกที่เปิดร้านอาหาร คุณป้ายังทำอาหารไม่เป็นด้วยซ้ำ แต่ก็ลองผิดลองถูกจนเข้าที่ เมนูที่เด็กเทพศิรินทร์ไม่ว่ารุ่นไหน ๆ ก็แนะนำคือ ‘หมูกระเทียม’ และ ‘หมู/เนื้อผัดน้ำมันหอย’ ถึงขนาดยกให้เป็น ‘หมูกระเทียมที่อร่อยที่สุดในโลก’ เพราะกระเทียมร่วนกรอบ เนื้อหมูหมักรสอร่อย ผัดกำลังดี ไม่แข็งหรือแห้งเกินไป ทานคู่กับข้าวสวยร้อน ๆ กลิ่นหอมฉุย เข้ากันลงตัวจนอยากเบิ้ล!

  ไม่ว่าจะจบไปกี่รุ่น กี่ปี ทุกครั้งที่ผ่านย่านนี้ ศิษย์เก่า-ศิษย์ปัจจุบันต้องแวะเวียนมากิน ขณะที่กำลังสัมภาษณ์อยู่ก็มีศิษย์เก่าแวะเข้ามาทักลุงกับป้าด้วยรอยยิ้ม พร้อมสั่งเมนูโปรดสมัยเรียน โอกาสดีแบบนี้เราจึงขอถามลูกแม่รำเพยรุ่น 135 เสียหน่อยว่า เหตุผลที่ทำให้ร้านลุงกับป้าครองใจเด็กทั้งโรงเรียนคืออะไร

  “มันคือความผูกพัน ถ้าใครเรียนเทพศิรินทร์ต้องมากินร้านนี้ ลุงน่ารัก มีวันหนึ่งผมเดินมาบอกลุงว่า ลุง ๆ ผมสอบได้เกรดสี่ ลุงเลี้ยงข้าวผมได้ปะ แล้วลุงก็เลี้ยงจริง ๆ แค่นึกก็คิดถึงตอนนั้นแล้ว”

  ไม่เพียงเติมอาหารให้ท้อง แต่ยังเติมใจให้เป็นสีชมพูด้วย เพราะศิษย์เก่าเทพศิรินทร์ยืนยันว่า ร้านนี้คือจุดพบรักของเด็กเทพศิรินทร์กับเด็กสายปัญญามาหลายคู่ ร้านลุงกับป้าเป็นมากกว่าร้านอาหาร และเป็นชิ้นส่วนความทรงจำที่หากขาดหายไป ชีวิต 6 ปีในรั้วเทพศิรินทร์คงไม่มีสนุกขนาดนี้

“เช้า ๆ ต้องไล่เข้าโรงเรียน 8 โมงแล้วนะ บางคนลุงไล่จนได้ดี” ลุงหม่อมเล่าด้วยรอยยิ้ม

ที่ตั้ง : 34/3 ถนนมิตรพันธ์ แขวงป้อมปราบ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร

เปิดบริการทุกวัน ยกเว้นวันอาทิตย์ เวลา 06.00 – 15.00 น.

โทรศัพท์ : 08 6792 3397

08

 เสียวหลัง

โรงเรียนวัดราชบพิธ

ถ้านึกถึงร้านอาหารใกล้รั้วโรงเรียนวัดราชบพิธ ‘เสียวหลัง’ ต้องเป็นหนึ่งในคำตอบแน่นอน ด้วยปริมาณอาหารที่ให้เยอะจุใจ ทำเลอยู่ใกล้โรงเรียนชายล้วนและโรงเรียนหญิงล้วนมากมาย จนกลายเป็นหนึ่งในตำนานร้านอาหารที่ไม่เคยมีโต๊ะว่าง เป็นเวลาเกือบ 50 ปีที่ร้านนี้อยู่ในหัวใจเด็ก ๆ หลายยุค

คุณป้าเปรมจิต แตงสวัตดิ์ เจ้าของร้าน เล่าให้เราฟังว่า เมื่อก่อนร้านไม่ได้ตั้งอยู่ในตึกแถว 1 คูหาอย่างในปัจจุบัน แต่ตั้งอยู่ในซอยที่จัดโต๊ะให้ลูกค้านั่งสองฝั่งผนัง โดยตรงกลางเป็นพื้นที่ให้คนสัญจร ด้วยพื้นที่ตรงนี้เป็นย่านการค้า จึงมีรถเข็นผักและรถเข็นสินค้าผ่านไปผ่านมาให้ลูกค้าได้ ‘เสียวหลัง’ 

  ก่อนหน้านี้ร้านเสียวหลังก็เหมือนร้านอาหารตามสั่งธรรมดาที่จะสั่งเมนูอะไรก็ได้ แต่เมื่อช่วงสิบปีก่อน ลูกค้าเริ่มเยอะขึ้น ร้านจึงต้องปรับจนเหลือแค่ 2 เมนู คือ กะเพราไก่ กับ ไก่กระเทียม 

  เนื้อไก่ชิ้นสวยพูน ๆ จาน และข้าวที่ตักมาในปริมาณให้ทานพอ ๆ กัน เป็นทีเด็ดมัดใจเด็ก ร.บ. และใกล้เคียงได้อยู่หมัด คุณป้ายืนยันว่านักเรียนราชบพิธมาทานทุกวัน วันไหนร้านไม่เปิดหรือไม่เจอคุณป้าก็จะรีบถามหา แม้จบการศึกษาไปแล้วก็ยังแวะกลับมาทานกันอยู่เสมอ

  ความผูกพันระหว่างร้านอาหารกับนักเรียนชาย ไม่ได้มีเพียงแต่ปริมาณอาหารและรสชาติถูกปาก แต่แฝงไว้ด้วยความสัมพันธ์และการดูแลเด็ก ๆ ดุจลูกหลาน ครั้งที่เจอนักเรียนหิวโซ แต่มีเงินไม่พอจะทาน คุณป้าก็ยินดีทำอาหารให้ฟรี จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมร้านนี้ถึงมีลูกค้าแน่นขนัดทุกวัน ทุกเวลา

ที่ตั้ง : 227 ถนนจักรเพชร แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

เปิดบริการวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 06.00 – 17.00 น. (แนะนำให้ไปก่อน 15.00 น.)

โทรศัพท์ : 0 2222 7212

09

หมี่เต๋อ

โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย

‘หมี่เต๋อ’ เป็นร้านบะหมี่เกี๊ยวที่ครองใจเด็กกรุงเทพคริสเตียนมาตั้งแต่ พ.ศ. 2517 ต้นตำรับบะหมี่น้ำข้นที่คิดค้นสูตรเองจนมีรสชาติโดดเด่นแบบที่กินแค่ชามเดียวไม่พอ

หากพูดถึงหมี่เต๋อ บางคนอาจนึกถึงชื่อเรียกของเส้นอะไรสักอย่าง แต่แท้จริงแล้วหมี่เต๋อมาจากชื่อของ ‘ลุงเต๋อ’ เจ้าของร้านที่เด็กนักเรียน อาจารย์ หรือผู้ปกครอง คุ้นหน้ากันดี 

ขึ้นชื่อว่าหมี่เต๋อ ศิษย์เก่า ก.ท บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าเมนูที่ต้องสั่งคือ ‘สองกษัตริย์’ รวมหมี่หยกกับหมี่เหลืองไว้ในชามเดียว และ ‘สามกษัตริย์’ รวมหมี่หยก หมี่เหลือง และเส้นเล็ก ไว้ในชามเดียว

การผสมผสานของเส้นเหนียวนุ่ม เกี๊ยวลูกโต หมูแดงรสเข้มข้น และน้ำซุปหวานกระดูกหมู ทำให้ศิษย์เก่าและศิษย์ใหม่ไม่พลาดที่จะแวะ ยิ่งไปกว่ารสชาติ คือการที่เมนูแนะนำนี้มีที่มาจากเด็ก ๆ 

“เมื่อก่อนนี้เป็นจตุรมิตร มีเด็กคนหนึ่งมาถามว่า ทำยังไงถึงจะชนะทั้งสามโรงเรียนได้ เขามีความคิดอยากจะกินทั้งสามโรงเรียน เราก็ทำตามที่เขาบอก น่ารักดี ความคิดของเด็ก ๆ สนุกนะ”

ความผูกพันของลุงเต๋อและเด็ก ๆ มีมายาวนาน หลายรุ่น และใกล้ชิดกันมากกว่าร้านอาหารกับลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นการคิดค้นเมนูอร่อยจากเด็ก ๆ หรือการที่ผู้ปกครองไว้ใจฝากลูกไว้กับลุงเต๋อ เรียกได้ว่าเมื่อไหร่ที่พูดถึงเด็ก ก.ท ลุงเต๋อจะมีรอยยิ้มแต้มบนใบหน้าทันที 

“ทุกอย่างเราทำด้วยใจ ให้เด็กกินอิ่มและอร่อย เด็กนักเรียนทานจุกว่าผู้ใหญ่ บางคนเบิ้ล 2 พิเศษ แต่ก่อน 3 – 4 ชามก็มี เราก็ทำให้ตามใจเขา เขากินแล้วมีความสุข เราก็ดีใจ ภูมิใจที่เด็ก ๆ ชอบ

“มารับบริการจากลุงเต๋อได้เลยนะเด็ก ๆ ทุกคน” เจ้าของร้านใจดีทิ้งท้าย

แค่ได้ฟังก็รู้ถึงความอบอุ่นและความใส่ใจที่ลุงเต๋อใส่ลงไปในบะหมี่ทุกชาม

ที่ตั้ง : 10/2 ถนนศรีเวียง (ซอยตรงข้าม รร.กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย) แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร

เปิดบริการวันจันทร์-เสาร์ เวลา 08.00 – 15.00 น.

โทรศัพท์ : 08 4452 7866

10

สวีท

โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย 

“เจ๊ใหญ่ แฮมเบอร์เกอร์ น้ำส้ม” เสียงเรียกของเด็กสวนกุหลาบที่ ป้าใหญ่ เจ้าของร้านสวีท คุ้นเคยเป็นอย่างดีในเวลาเช้าตรู่ก่อนเคารพธงชาติ เป็นเวลาที่บรรยากาศภายในร้านเต็มไปด้วยนักเรียนชายใส่เสื้อสีฟ้า-ชมพู และสีขาว กำลังนั่งรับประทานมื้อเช้าสไตล์อเมริกันอย่างเอร็ดอร่อยจนแทบไม่มีที่ว่าง

ร้านนี้เปิดคู่รั้วสวนกุหลาบวิทยาลัยมาตั้งแต่ พ.ศ. 2525 ด้วยความตั้งใจเป็นร้านอาหารเช้าสไตล์อเมริกันเพื่อให้แหวกแนวจากร้านอื่น ๆ ที่ทำข้าวราดแกงและก๋วยเตี๋ยว เมนูที่เราอยากแนะนำ คือ ข้าวเนื้อทอดไส้กรอกไข่ดาวใส่เบคอน ที่มีสารอาหารเพียบพร้อมสำหรับมื้อเช้าก่อนไปทำกิจกรรมตลอดทั้งวัน แต่ถ้าใครไม่ใช่สายฝอ(ฝรั่ง) ทางร้านก็มีเมนูตามสั่งแบบไทย ๆ ให้ลิ้มรสความอร่อยด้วยเช่นกัน

ตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นจนตกลับฟ้าของทุก ๆ วัน คือช่วงเวลาที่ร้านสวีทเปิดให้บริการเป็นปกติในช่วงนี้ ไม่เหมือนกับสมัยที่ป้าใหญ่ยังเป็นสาว บางครั้งที่มีงานโรงเรียนจนเด็กต้องเลิกดึก ก็มีร้านป้าใหญ่ที่คอยเปิดร้านช่วยบรรเทาความหิวโหยให้เด็ก ๆ หรือบางทีก็โดนกดออดเรียกให้ลงมาชงกาแฟตั้งแต่ตี 4 

แม้มีร้านอาหารใหม่ ๆ เกิดขึ้นเต็มไปหมด แต่ความผูกพันกับเด็กสวนกุหลาบกว่า 40 ปี ก็ไม่ทำให้ชื่อเสียงของร้านสวีทจางลงแม้แต่น้อย ศิษย์เก่ายังคงแวะมาทานกันอยู่เรื่อย ๆ บางคนมีลูกแล้วก็ยังมาสั่งเมนูที่คุ้นเคย แถมแซวป้าใหญ่อยู่เรื่อยว่าทำไมยังไม่เลิกขาย แต่เห็นทีคนถามจะรู้คำตอบนั้นอยู่แก่ใจ

ที่ตั้ง : 103 ถนนตรีเพชร แขวงวังบูรพา เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

เปิดบริการทุกวัน เวลา 06.00 – 19.00 น.

โทรศัพท์ : 0 2222 9611

Facebook : ร้านสวีท

เรื่อง : ภูรินทร์ บุระคร, จันท์จุฑา ลดาวัลย์ ณ อยุธยา, ปณิตา พิชิตหฤทัย, วิมพ์วิภา ค้ำจุนวงศ์สกุล, สตางค์ พูลสวัสดิ์

ภาพ : ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ, ภูรินทร์ บุระคร

Writer & Photographer

The Cloud

นิตยสารออนไลน์ที่เล่า 3 เรื่องหลักอย่าง Local, Creative Culture และ Better Living ส่งเนื้อหารายวัน แต่เสิร์ฟความประณีตแบบนิตยสารรายเดือน

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

​กลับมาอีกครั้งกับมหกรรมด้านความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน Sustainability Expo 2022 (SX 2022) จัดขึ้นภายใต้แนวคิด ‘พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก’ ตลอด 7 วันเต็ม ตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน ถึง 2 ตุลาคม พ.ศ.​ 2565 ครอบคลุมกว่า 40,000 ตารางเมตรของศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) โฉมใหม่

งานนี้เป็นการรวมตัวขององค์กรทั้งในประเทศและต่างประเทศกว่า 100 แห่ง และผู้เข้าร่วมบรรยาย 150 คนจากทั่วโลก เพื่อมาร่วมแบ่งปันองค์ความรู้ เทรนด์ใหม่ ๆ ที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน รวมทั้งนำเสนอโมเดลในการดำเนินงานเพื่อความยั่งยืนขององค์กรชั้นนำ

ภายในงานประกอบไปด้วยกิจกรรมมากมายที่ไม่ควรพลาด และอยากเชิญชวนให้ไปเรียนรู้ สนุกกับกิจกรรมในแต่ละโซน มาร่วมสร้างสมดุลที่ดี เพื่อโลกที่ดีขึ้น ตามมาค้นหาเรื่องราวที่ดีต่อเราต่อโลกได้ในทั้ง 7 โซน

01 SEP Inspiration

​ร่วมเจาะลึกหัวใจแห่ง SX แรงบันดาลใจจาก Sufficiency Economy Philosophy และ UNSDGs พาไปเข้าใจสมดุลใหม่บนจอโอบล้อมรอบตัว บอกเล่าเรื่องราวของโลกในมิติต่าง ๆ และความรู้ใหม่จากองค์กรที่เป็นนักปฏิบัติด้านความยั่งยืน

ลายแทง Sustainability Expo 2022 มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน

02 Better Living

ความสมดุลนำมาซึ่งความเป็นอยู่ที่ดี

โซนนี้จะได้เห็นการจัดการทรัพยากรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตลอดจนห่วงโซ่คุณค่า เพื่อต้องการให้เกิดการบูรณาการร่วมกันที่เป็นรูปธรรมจากทุกฝ่าย ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือชุมชนได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ ขณะเดียวกันสิ่งแวดล้อมก็ได้รับการปฏิบัติอย่างถูกต้อง

ภายในโซนมีกิจกรรมตั้งแต่ต้นสาย คือการจัดการก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ของบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ส่วนกลางสาย ผู้ชมจะได้ทำความรู้จักกับการขยายชีวิตของวงจรบรรจุภัณฑ์ (EPR) ส่งต่อจนถึงปลายสายที่จำลองโรงงานรีไซเคิลขนาดย่อม Trashpresso ของ GC เปลี่ยนขยะพลาสติกให้กลายเป็นของใช้อื่น ๆ ได้ภายใน 5 นาที

ลายแทง Sustainability Expo 2022 มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน
ลายแทง Sustainability Expo 2022 มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน

03 Better Community

​สังคมดีตามมาจากความเป็นอยู่ที่ดี

​ชุมชนที่ดีสร้างอนาคตให้กับเราได้อย่างไร เดินโซนนี้จะได้คำตอบ

ลายแทง Sustainability Expo 2022 มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน

​เริ่มที่การจำลอง Smart City เหมือนเราเดินเข้าไปในเมืองสุดล้ำ เทคโนโลยีพร้อมสรรพ มองซ้ายขวาเห็นลาน EV PARK ที่นำรถยนต์ไฟฟ้า (EV) จากค่ายชั้นนำของประเทศไทย มองบนลงล่างเห็นแต่พื้นที่สีเขียวสารพัดประโยชน์ และยังจุใจไปกับการอัปเดตเทรนด์เทคโนโลยีใหม่จาก Microsoft, Dell, Tencent, Huawei และ Oculus

​ใครบ้างจะไม่อยากใช้ชีวิตในเมืองที่ทั้งตอบโจทย์เราและโลก

ลายแทง Sustainability Expo 2022 มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน
ลายแทง Sustainability Expo 2022 มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน

04 Better Me

ลายแทง Sustainability Expo 2022 มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน

​ชีวิตที่ดีและสังคมที่ดี ย่อมปราศจากผู้อยู่อาศัยที่ดีไปไม่ได้ 3 ปัจจัยหลักที่ SX 2022 หยิบยกมานำเสนอ ได้แก่ สุขภาพที่ดี อาหารที่ดี และการเรียนรู้ที่ไม่รู้จบ

สุขภาพที่ดี ผู้ชมจะได้เห็นความพร้อมทางด้านการแพทย์ ซึ่งพัฒนาร่วมกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย ก่อให้เกิดการบริการที่เข้าถึงผู้คนได้ในวงกว้างและรวดเร็วมากยิ่งขึ้นจากโรงพยาบาลชั้นนำของประเทศไทย เช่นการสาธิตวิธีใช้หุ่นยนต์ดินสอ มาดูแลผู้ป่วย OPD โดยโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

ลายแทง Sustainability Expo 2022 มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน
ลายแทง Sustainability Expo 2022 มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน

พิเศษสำหรับโซนนี้ บริษัท ชีวามิตร วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด ชวนทำพินัยกรรมชีวิต หรือ e-Living Will เพื่อสร้างการตระหนักรู้ในการวางแผนชีวิตของตัวเอง กับแนวคิด ‘อยู่ดี-ตายดี’

ปฏิเสธไม่ได้ว่าอาหารคือเรื่องสำคัญไม่แพ้เรื่องอื่นใดในภูมิทัศน์ของความยั่งยืน ภายในงานจึงมีโซนจำลองแนวคิด Farm-to-Table ซึ่งเป็นกลไกสำคัญให้เราไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังอีกต่อไป สร้างความยั่งยืนให้เกิดขึ้นจากผู้ผลิตส่งถึงมือผู้บริโภคโดยตรงอย่างครบวงจร

ลายแทง Sustainability Expo 2022 มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน

แถมยังมีอาหารแห่งอนาคตและอาหารโปรตีนทางเลือกจากเครือซีพีเอฟและไทยยูเนี่ยน พร้อมมีบริการให้คำปรึกษาสำหรับสตาร์ทอัพด้านอาหารอย่างโครงการ Space-F

ภายในโซนนี้ยังมีการจัดแสดงผลผลิตจากนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศไทยและ Creative Young Designers อย่างเช่น แคลเซียมที่สกัดจากกระดูกปลา วัสดุก่อสร้างที่ทำจากยางพารา ผลิตภัณฑ์จากไหมที่เหลือ และอื่น ๆ อีกมากมาย เพื่อนำเสนอถึงการเรียนรู้ต่อยอดที่ไม่รู้จบ

ทั้ง 4 โซนที่กล่าวมา จัดแสดงอยู่ที่ชั้น G ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) แต่แน่นอนว่างานยิ่งใหญ่ระดับนี้ ความสนุกยังไม่หมดเพียงเท่านี้แน่นอน เพราะยังมีอีก 3 โซนที่เหลือซึ่งจัดอยู่ที่ชั้น LG รอให้คุณได้เข้ามาร่วมสนุก เยี่ยมชม และเรียนรู้ไปพร้อม ๆ กัน

05 Food Festival

ลายแทง Sustainability Expo 2022 มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน

​เดินงานจนเหนื่อยล้า ก็ต้องแวะมาเติมพลังกันบ้าง SX 2022 จัดให้กับสัปดาห์แห่งเทศกาลอาหารในโซน ‘SX Food Festival’ ขึ้นชื่อว่าเทศกาลอาหารย่อมต้องคู่กับความรื่นเริง รับประกันงานนี้มีให้จนเอ่อล้น เพราะผู้ชมจะได้พบกับอาหารหลากหลายรสชาติ ทั้งไทย เอเชีย และตะวันตก ที่จะมาเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับต่อมรับรสของทุกคน ที่สำคัญคืออาหารภายในงาน เป็นอาหารปลอดสารพิษและไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมอย่างแน่นอน

ลายแทง Sustainability Expo 2022 มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน
ลายแทง Sustainability Expo 2022 มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน

​ไฮไลต์สำคัญของงานเทศกาลอาหาร ก็หนีไม่พ้นผู้ที่จะมารังสรรค์ให้ทุกคนได้ชิม SX 2022 เชิญเชฟชื่อดังจากทั้งรายการ Iron Chef Thailand และ MasterChef Thailand มาสอนวิธีทำอาหารให้มื้ออาหารของคุณดีขึ้นสำหรับโลกใบนี้ ลืมความคิดว่าอาหารรักสุขภาพนั้นมักจะไม่อร่อยและจืดชืดไปได้เลย

06 Sustainable Marketplace

ท้องอิ่ม พร้อมช้อปปิ้งต่อ SX 2022 จัดให้ต่อเนื่องกับ ‘โซนตลาดยั่งยืน’ เชิญชวนทุกคนมาเลือกซื้อสินค้าจากร้านค้าจากโครงการพัฒนาชุมชนต่าง ๆ เช่น OTOP ประชารัฐ และชุมชนดีมีรอยยิ้ม นำเสนอความยั่งยืนผ่านสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ลายแทง Sustainability Expo 2022 มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน

​ภายในโซนยังมีสินค้าเอาใจสายกรีนโดยเฉพาะกับตลาดสินค้ากรีน Green Living มาพร้อมกับผลิตภัณฑ์ที่เป็นนวัตกรรมเพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้นได้ เช่น เครื่องมือ Smart Farm ผลิตภัณฑ์พลังงานสะอาด เครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดพลังงาน และอีกมากมาย

​พิเศษสำหรับโซนนี้ แจกฟรีต้นไม้วันละ 2,000 ต้น เพียงคลิก rebrand.ly/SX2022 เพื่อกรอกข้อมูล พร้อมบอกเหตุผลที่คุณอยากได้ต้นไม้ไปปลูกที่บ้าน แล้วไปรับต้นไม้ได้ที่ Sustainable Book Garden ได้เลย 

07 Planet Kids

งานนี้ไม่ได้มีแค่กิจกรรมสำหรับผู้ใหญ่ วัยเด็กก็มีมาให้เหมือนกัน กับโซนสุดท้ายภายในงาน SX 2022 โซนจักรวาลคิดส์เพื่อโลก Planet Kids คือจักรวาลที่เชื่อมระหว่างโซน Food Festival กับโซน Sustainable Marketplace ให้เกิดเอกภพที่สมบูรณ์

เด็ก ๆ ต้องคู่กับสนามเด็กเล่นที่มีไว้ให้เล่น ให้เลอะ เพื่อเพิ่มประสบการณ์ชีวิต สนามเด็กเล่นภายในโซนนี้ออกแบบเป็นฐานกิจกรรมต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับแนวคิดความยั่งยืน เช่น การแยกขยะเพื่อโลก ทำความรู้จักกับพลังงานสะอาดเพื่อโลก และสร้างผู้พิทักษ์มหาสมุทรตั้งแต่ตัวน้อย ๆ

จินตนาการกว้างไกลของเด็ก ๆ จะถูกนำมาเชื่อมต่อไปสู่ความไร้ขีดจำกัดกับ KidsVerse โลกเสมือนที่จะพาเยาวชนเรียนรู้เกี่ยวกับความยั่งยืนแบบสนุกสนานผ่านโลก 3 ใบ ได้แก่ Good Balance สำหรับเด็ก ๆ ที่ชื่นชอบศิลปะ Better Living การอยู่ร่วมกับธรรมชาติ และ Better Community ตื่นตาไปกับโลกอนาคต

พิเศษสำหรับผู้เข้าชมงาน นอกเหนือจากได้เพลินเพลินไปกับโลกของความยั่งยืนอันกว้างใหญ่ ผู้เข้าชมยังสะสมคะแนน SX Shaper พร้อมแลกรับของรางวัลพิเศษได้ตลอดทั้งงานอีกด้วย

Sustainability Expo 2022 จัดขึ้นในวันที่ 26 กันยายน – 2 ตุลาคม พ.ศ. 2565 ที่ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ Sustainability Expo

Writer

คณิศร สันติไชยกุล

นักเรียนนิเทศศาสตร์ อยากเห็นโลกที่ดีกว่าเดิม ให้ความสำคัญกับการมีอยู่ไม่ต่างจากการจากไป

Photographer

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load