“ต้องกินเยอะ ๆ จะได้มีแรงเรียน”

เพราะวัยเรียนเป็นวัยที่ใช้พลังงานจากความเป็นเด็กอย่างคุ้มค่า ทั้งเรียนและทำกิจกรรม เมื่อใช้พลัง ก็ต้องเติมพลัง อาหารจึงเป็นแหล่งพลังงานสำคัญ เราไม่แปลกใจหากคุณเคยได้ยินประโยคข้างต้นผ่านหูกันมาบ้าง จากพ่อ แม่ ครู ญาติผู้ใหญ่ แม้แต่คุณลุง คุณป้า เจ้าของ ‘ร้านอาหารละแวกโรงเรียน’ 

Take Me Out ขอจัดทริปตะลอน 10 ร้านอาหารละแวกโรงเรียนให้ตามรอยสถานที่ที่เป็นทั้งแหล่งเติมพลังก่อนเข้าเรียน พบปะเพื่อนหลังเลิกเรียน พักผ่อนหย่อนใจระหว่างรอพ่อแม่มารับ เรียนจบไปนานก็ยังหวนกลับมากินได้เสมอ ที่สำคัญ แต่ละร้านมีรสชาติที่ครองใจลูกค้ามาหลายต่อหลายรุ่น

จะมีร้านไหนในความทรงจำของใครบ้าง เตรียมท้องให้ว่าง แล้วตามไปชิมกันเลย

01

JOHNNY Food & Drink

โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

‘จอนนี่’ ร้านอาหารตามสั่งสีชมพูขนาด 96 ตารางเมตรแห่งรั้วสามย่านมีอายุหลายสิบปี เริ่มขายตั้งแต่รุ่นอาเจ็ก ในทำเลสามย่านย่านมิตรทาวน์ และย้ายมาปักหลักที่ซอยจุฬา 11 จนถึงปัจจุบัน 

นักเรียนสาธิตจุฬาฯ ผู้ปกครอง พนักงานบริษัท ต่างมาฝากท้องกับอาหารร้านจอนนี่ เพราะรสชาติถูกปาก ราคาถูกใจ ปริมาณอิ่มท้อง แน่นอนว่าหาได้ไม่ง่ายนักในย่านใจกลางเมืองแบบนี้ 

ข้าวสวยนุ่ม ๆ เบคอน ต้นหอมชิ้นใหญ่ กระเทียมหัวโต ผัดคลุกเคล้าหอมกลิ่นกระทะ ก่อนเสิร์ฟเข้าปากด้วยรสชาติสุดรัญจวนใจ นี่คือข้าวผัดเจแปน เมนูซิกเนเจอร์ประจำร้านที่ พี่จอน เจ้าของร้านรุ่นปัจจุบันอยากให้ทุกคนลิ้มลอง ไม่ได้ชิมเหมือนมาไม่ถึง ผู้ปกครองและน้อง ๆ สาธิตจุฬาฯ รับประกัน!

หากมาในช่วงเย็นอาจต้องรอนานสักนิด เนื่องจากเป็นเวลาที่เด็ก ๆ เลิกเรียน นอกจากข้าวผัดเจแปน เราขอแนะนำอีก 2 เมนูอร่อย ได้แก่ ข้าวผัดมันกุ้ง ข้าวไข่ระเบิดซอส เป็นอีกเมนูที่ต้องสั่งให้ได้สักครั้งหากแวะมาที่ร้านจอนนี่ รับรองว่าคุ้มค่า สมกับการรอคิวในยามเย็นแน่นอน

“ลูกค้าร้านเราเป็นเด็กเยอะ ความเป็นกันเองของเราทำให้เข้าถึงเด็ก ๆ ได้ง่าย และเราตั้งใจเสิร์ฟอาหารดี ๆ ให้กับเขาในทุก ๆ จาน ร้านจอนนี่เลยเป็นอีกหนึ่งความทรงจำในวัยเรียนของเด็กเหล่านี้ ทำให้ร้านเราเต็มไปด้วยนักเรียนรุ่นปัจจุบันและศิษย์เก่าแวะเวียนมาไม่ขาดสาย” พี่จอนทิ้งท้าย

ที่ตั้ง : 223-225 ซอยจุฬา 11 ถนนพระรามที่ 4 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 

เปิดบริการวันจันทร์-เสาร์ เวลา 11.00 – 21.00 น.

โทรศัพท์ : 08 6512 2445

02

แพนเค้กพี่นุ

โรงเรียนราชินีบน

‘แพนเค้กพี่นุ’ ร้านแพนเค้กรถเข็นขนาดกะทัดรัดที่ครองตำแหน่งขวัญใจนักเรียน อาจารย์ ผู้ปกครอง โรงเรียนราชินีบนมาเกือบ 40 ปี การันตีความใส่ใจทั้งวัตถุดิบ รสชาติ และบริการ 

แค่เดินเฉียดร้านก็รับรู้ได้ถึงกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ 

หากถามถึงเมนูขึ้นชื่อที่ติดใจใครหลายคนก็คงหนีไม่พ้นแพนเค้ก ‘จุดจุด’ คือเจ้าแพนเค้กจิ๋ว ปาดเนยฉ่ำ ๆ ใส่ในถ้วยขนาดพอดี สนนราคาน่ารักที่ 3 ชิ้น 1 บาท เป็นเมนูยอดฮิตของลูกค้าทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าใครก็สะดุดกับกลิ่นหอมแป้งและเนยที่ลอยมาแต่ไกล ไม่ใช่แค่กลิ่นเท่านั้น แต่รสชาติของแป้งกับเนยหอม ๆ พอได้ชิมก็ทำให้ตาลุกวาวได้ไม่ยาก แถมเมนูอร่อยให้อีก จดนะ โตเกียวไส้หวานและคาว แป้งกรอบ และเมนูที่เกิดขึ้นจากความชอบของเด็ก ๆ อย่างไส้กรอกผัดไข่ ล้วนเด่นด้วยคุณภาพของวัตถุดิบและรสชาติของแป้งที่คิดค้นสูตรมาอย่างดีตั้งแต่รุ่นแม่ และปรับปรุงสูตรโดยพี่นุจนมีรสหวานกำลังดี กลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ แม้ทิ้งไว้นานก็ยังคงความนุ่มละมุนลิ้นชนิดที่ว่าใครกินก็ติดใจได้ไม่ยาก 

นอกเหนือจากรสชาติอร่อยของขนม ความสบายใจที่ได้รับจากรุ่นแม่จนถึงรุ่นพี่นุ ก็เป็นหนึ่งเหตุผลที่นักเรียนราชินีบนหลายต่อหลายรุ่นยังคงวนเวียนกลับมาอุดหนุนกันอยู่เสมอ 

“สำหรับน้อง ๆ ที่นี่ เหมือนพี่เป็นส่วนหนึ่งของเขา เป็นเหมือนพี่ชายคนหนึ่งที่พ่อแม่และครูฝากดูแล พี่ดูแลลูกหลานมาหลายรุ่นแล้ว พี่ดีใจที่น้อง ๆ ไม่ลืมขนมพี่ แม่พี่พูดเสมอว่าลูกค้าคือผู้มีพระคุณ สมัยแม่พี่ขาย เด็ก ๆ เรียกว่า ป้าแพนเค้ก พอพี่มาขาย เรียกพี่นุ แม้แต่คุณยายก็ยังเรียกพี่ว่า พี่นุ” 

พี่นุบอกกับเราด้วยรอยยิ้ม พร้อม ๆ กับมือที่ยังคงทำแพนเค้กอย่างคล่องแคล่ว 

ที่ตั้ง : 5 ซอยเขียวไข่กา แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร 

เปิดบริการเวลา 06.00 – 08.00 และ เวลา 13.00 – 17.00 น.

โทรศัพท์ : 08 3896 3652 (แนะนำให้โทรหาพี่นุก่อนแวะไปอุดหนุน)

03

ร้านช้งเช้ง

โรงเรียนราชินี

ตึกแถว 1 คูหา 2 ทางเข้าออกแห่งซอยปานสุข ซ้ายมือมีครัวเปิด ขวามือมีโต๊ะชงกาแฟ เป็นสถานที่ตั้งของร้านอาหารหลากชื่อที่เปลี่ยนนามตาม ‘นักเรียนราชินี’ เจ้าของร้านเล่าให้เราฟังว่า ก่อนหน้าที่จะชื่อช้งเช้ง ร้านอาหารตามสั่งใกล้แม่น้ำเจ้าพระยานี้ไม่เคยมีชื่อมาก่อน ครั้นจนพิกุลแก้วรุ่นที่ 80 ตั้งให้ว่า ‘โนบรา’ เพราะคุณลุงสมชายเจ้าของร้านไม่เคยใส่เสื้อเวลาผัดข้าวเลย เปลี่ยนยุคมาสู่รุ่นที่ 100 กว่า ด้วยทำเลร้านที่อยู่ตรงกลางระหว่างคาเฟ่ VIVI และ Coconut จึงได้ชื่อ ‘วีโค่ (VICO)’ ไปโดยปริยาย

  นักเรียนราชินีรุ่น 115 เรียกร้านนี้ว่าช้งเช้ง ด้วยเหตุผลว่าคุณลุงกับคุณป้าเจ้าของร้านมักทะเลาะกันช้งเช้งวุ่นวายทุกครั้งที่ลูกค้าแน่นขนัด เมนูโปรดของชาวราชินีคือ ‘ข้าวผัดสามกษัตริย์’ เล่าง่าย ๆ เมนูนี้คือการรวมตัวกันของพริกเผา ไข่ และเนื้อสัตว์ ราดบนข้าวสวยร้อน ๆ เสิร์ฟพร้อมพริกน้ำปลา

  คุณป้าเจ้าของร้านบอกว่า สามกษัตริย์ครองใจนักเรียนเพราะเป็นเมนูที่ไม่มีผัก ปรับได้ตามความต้องการของสาว ๆ ราชินี มีทั้งสามกษัตริย์ปกติที่ใส่ไก่ หมึก กุ้ง ส่วนสามกษัตริย์บก เหมาะสำหรับคนแพ้อาหารทะเล เปลี่ยนเป็นหมูยอ ไส้กรอก หรือไก่ก็ได้ บอกคุณลุงคุณป้าได้เลยตามต้องการ

  ตลอด 30 ปีที่ช้งเช้งอยู่คู่โรงเรียนราชินี ทุกความเปลี่ยนแปลง ทุกความทรงจำ ฝังลึกในร้านอาหารตามสั่งขนาด 1 คูหา มีหลายเหตุการณ์เกิดขึ้นที่นี่ ทั้งอาจารย์ปกครองเดินผ่าน ทั้งนักเรียนวิ่งเอากระเป๋ามาจองโต๊ะหลังร้านเพราะกลัวไม่ได้ทาน คุณป้ากับคุณลุงก็ช่วยดูแลเด็ก ๆ จนศิษย์เก่า-ศิษย์ปัจจุบันแค่เดินผ่านซอยปานสุขก็ต้องแวะมาทักทาย และซื้อข้าวกลับบ้านเพื่อหวนรำลึกถึงสมัยเรียน

ที่ตั้ง : 394/5 ซอยปานสุข แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร (MRT สนามไชย)

เปิดบริการเวลา 05.00 – 19.00 น.

โทรศัพท์ : 0 2221 1509

04

กล่องดินสอ

โรงเรียนสตรีวิทยา

จากอดีตคุณครูประถมสู่การค้นพบว่าชอบทำของหวาน ทำให้ เปี๊ยบ-ชนัสถ์นันท์ จุลภาค ตัดสินใจเปิดร้าน ‘กล่องดินสอ’ ร้านขนมหวานที่มีเครื่องดื่มและอาหารครบจบในที่เดียว มาเสิร์ฟถึงที่ให้เด็กนักเรียนสตรีวิทยาตั้งแต่ พ.ศ. 2558 แม้เป็นร้านน้องใหม่ที่เปิดได้เพียง 7 ปี แต่ด้วยความเอาใจใส่และชอบคุยกับเด็ก ๆ ทำให้ร้านนี้เป็นรายชื่อร้านแรก ๆ ที่นักเรียนเจ้าถิ่นหลายคนแนะนำ เด็กคนไหนไม่กินผัก อยากเพิ่มชีสในเมนูอาหาร เพียงเปิดกล่องดินสอออกมาแล้วหยิบกระดาษกับปากกาติ๊กเลือกได้ตามใจ 

คุณเปี๊ยบเล่าว่าเค้กนูเทลลาและสปาเก็ตตี้คาโบนาร่าคือเมนูคาวหวานคู่ใจเด็กสตรีวิทยา 

ตกเย็นเมื่อไหร่เป็นต้องเดินเข้ามาสั่งที่ร้าน และนั่งคุยเล่นบ่นความเหน็ดเหนื่อยจากการเรียนให้เจ้าของร้านฟังเป็นประจำ ถ้าจะเรียกว่าร้านนี้เป็นพื้นที่ความสบายใจแห่งหนึ่งของเด็กสตรีวิทยาก็คงจะไม่ผิดนัก เพราะแม้แต่ผู้ปกครองยังปล่อยให้ลูกนั่งในร้านและรอรับกลับบ้านได้อย่างหมดห่วง

หลังจากประสบปัญหาโควิด-19 ทำให้ทางร้านต้องปรับตัว งดนั่งทานภายในร้านไปสักพักจนกว่าสถานการณ์จะปลอดภัยต่อเด็กทุกคน แต่ยังอุดหนุนทางร้านได้โดยการสั่งแบบกลับบ้านและสั่งเดลิเวอรี่ตามสไตล์ร้านขนมหวานยุค New Normal เพื่อลิ้มรสความรักพูน ๆ ที่ใส่ลงในจาน

กล่องดินสอ เป็นอีกหนึ่งร้านที่เราอยากให้คุณไปลอง แต่สำหรับศิษย์เก่าหรือใครก็ตามที่เคยเป็นลูกค้าประจำ เราขอท้าให้คุณเดินไปสั่งเมนู ‘เอาเหมือนเดิม’ แล้วคุณเปี๊ยบจะไม่ทำให้คุณผิดหวัง

ที่ตั้ง : เลขที่ 80 ถนนดินสอ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.

โทรศัพท์ : 09 2298 9296

Facebook : กล่องดินสอ-Klongdinsor

05

ศรีสมรเลิศรส

โรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนเวนต์

ศรีสมรเลิศรส aka ร้านป้าหมอน จากร้านกาแฟและอาหารเช้าสู่ร้านอาหารเก่าแก่รสเลิศย่านบางรัก ป้าหมอนเชื่อว่าการทำอาหารดี ๆ ให้คนกินคือความสุข ร้านศรีสมรเลิศรสเสิร์ฟเมนูก๋วยเตี๋ยว ข้าวหมูอบ ไก่อบ เมนูชูโรงรสชาติเด็ดดวงที่อยู่คู่กับนักเรียนเซนต์โยเซฟคอนเวนต์มากกว่า 50 ปี 

  รสชาติของเนื้อสัตว์เข้มข้น เนื้อสัมผัสนุ่มละลายลิ้น แสดงให้เห็นถึงการปรุงและตุ๋นอย่างพิถีพิถัน น้ำจิ้มรสแซ่บช่วยให้สดชื่นในวันที่อากาศร้อนอบอ้าว เราคงไม่ต้องสาธยายเพิ่มนักว่าทำไมร้านเก่าแก่แห่งนี้ถึงครองใจนักเรียนและคนย่านบางรัก แม้กระทั่งศิษย์เก่าหรือดาราอย่าง รถเมล์-คะนึงนิจ จักรสมิทธานนท์ และ ซี-ฉัตรปวีณ์ ตรีชัชวาลวงศ์ ยังแวะเวียนกลับมาทานเมนูยอดนิยมที่ร้านแห่งนี้อยู่เสมอ

อย่าลืมขอน้ำจิ้มแจ่วป้าหมอนเยอะ ๆ นะ บอกเลยว่าเป็นที่เด็ด!

“ร้านของเราไม่ได้ทำเพื่อผลกำไรเพียงอย่างเดียว แต่เราต้องมีเมตตา กรุณา และทำเพื่อคนอื่นด้วย บางครั้งเด็กนักเรียนอยากได้อะไร เราก็ให้เขาฟรี ๆ” ป้าหมอนบอกความตั้งใจกับเราในฐานะเจ้าของร้านอาหารศรีสมรเลิศรส และคริสเตียนคนหนึ่งที่ผูกพันกับนักเรียนเซนต์โยเซฟคอนเวนต์

ที่ตั้ง : 1, 2 ซอยพิพัฒน์ 2 แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 

เปิดทำการวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 06.00 – 15.00 น.

โทรศัพท์ : 0 2238 1201

06

ข้าวต้มโอชารส

โรงเรียนอัสสัมชัญ

ร้านข้าวต้มแห่งนี้ขายมาตั้งแต่ พ.ศ. 2527 มีเมนูเด็ดที่ทุกคนต้องสั่ง คือ แกงจืดบ๊วยหมูสับ กุ้งราดน้ำปูดอง ปูผัดผงกะหรี่ที่ใช้ปูก้อนสด ๆ คุณภาพดีจากทะเลไทย แต่เมนูที่เป็นที่สุด คือ ไส้พะโล้ทอด (เมนูลับสุด) หมักเครื่องพะโล้จนสีเข้ม ทอดจนกรอบ เหมาะแก่การกินคู่กับข้าวต้มยามเย็นเป็นที่สุด

ร้านเปิดทำการเมื่อพระอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้า ตำแหน่งที่ตั้งอยู่ตรงข้ามรั้วอัสสัมชัญบางรัก ทำให้ร้านข้าวต้มร้านนี้เป็นขวัญใจเหล่าน้อง ๆ แห่งรั้วขาวแดงมามากกว่า 38 ปี

เมนูที่เราแนะนำไปข้างต้นคือเมนูขึ้นชื่อลือชาจากปากนักเรียนกางเกงขาสั้นแห่งรั้วอัสสัมชัญ หนุ่ม ๆ บอกว่าต้องสั่งทุกครั้งเมื่อแวะไป แม้กาลเวลาเปลี่ยนไปเพียงใด เมนูเหล่านี้ยังคงเป็นที่นิยมจากลูกค้าทั่วไป ศิษย์ปัจจุบัน รวมถึงศิษย์เก่าที่ออกโบยบินยังโลกกว้าง

“ร้านของเราพยายามรักษาคุณภาพให้เหมือน 38 ปีที่แล้ว ความเป็นกันเองของร้านและลูกค้า ทำให้ร้านเป็นที่นิยมเสมอมา ลูกค้าหรือนักเรียนบางคนที่เคยกินกับเรา ทุกวันนี้เขายังพาพ่อ แม่ ลูก หลาน มากินตลอด ทำให้รู้ว่าเราไม่ได้เป็นแค่ร้านอาหาร แต่เราเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของพวกเขา” 

สิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องรับประกันอย่างดีว่า เหตุใดร้านข้าวต้มแห่งนี้จึงเป็นขวัญใจชาวบางรักและน้อง ๆ รั้วขาวแดงจนถึงปัจจุบัน ถ้าอยากลองลิ้ม แนะนำให้รีบไป เพราะถ้าช้า ระวังของหมดนะ

ที่ตั้ง : 492/3 ซอยเจริญกรุง 49 แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร

เปิดบริการวันจันทร์-อาทิตย์ เวลา 17.30 – 3.00 น.

โทรศัพท์ : 08 1625 7518

07

ลุงกับป้า

โรงเรียนเทพศิรินทร์

ลอดตัวเข้ามาในรั้วสีเขียวของเขตคอนโด คุณจะพบกับ ‘ร้านลุงกับป้า’ ของ ลุงหม่อม กรณ และ ป้าแป๊ว บุปผา จากวันแรกที่ทั้งคู่จับพลัดจับผลูเปิดร้านอาหาร เวลาล่วงมากว่า 20 ปีที่ร้านนี้กลายเป็นร้านอาหารในดวงใจของชาวเทพศิรินทร์ทุกรุ่น เพียงก้าวเท้าเข้าไปในร้านก็พบกับคุณลุงนั่งยิ้มรอรับออเดอร์ที่โต๊ะด้านขวาของร้าน ถัดเข้าไปเป็นตู้ไอศกรีมที่หยิบทานเป็นของหวานหลังมื้ออาหารได้

  ลุงหม่อมเล่าว่าช่วงแรกที่เปิดร้านอาหาร คุณป้ายังทำอาหารไม่เป็นด้วยซ้ำ แต่ก็ลองผิดลองถูกจนเข้าที่ เมนูที่เด็กเทพศิรินทร์ไม่ว่ารุ่นไหน ๆ ก็แนะนำคือ ‘หมูกระเทียม’ และ ‘หมู/เนื้อผัดน้ำมันหอย’ ถึงขนาดยกให้เป็น ‘หมูกระเทียมที่อร่อยที่สุดในโลก’ เพราะกระเทียมร่วนกรอบ เนื้อหมูหมักรสอร่อย ผัดกำลังดี ไม่แข็งหรือแห้งเกินไป ทานคู่กับข้าวสวยร้อน ๆ กลิ่นหอมฉุย เข้ากันลงตัวจนอยากเบิ้ล!

  ไม่ว่าจะจบไปกี่รุ่น กี่ปี ทุกครั้งที่ผ่านย่านนี้ ศิษย์เก่า-ศิษย์ปัจจุบันต้องแวะเวียนมากิน ขณะที่กำลังสัมภาษณ์อยู่ก็มีศิษย์เก่าแวะเข้ามาทักลุงกับป้าด้วยรอยยิ้ม พร้อมสั่งเมนูโปรดสมัยเรียน โอกาสดีแบบนี้เราจึงขอถามลูกแม่รำเพยรุ่น 135 เสียหน่อยว่า เหตุผลที่ทำให้ร้านลุงกับป้าครองใจเด็กทั้งโรงเรียนคืออะไร

  “มันคือความผูกพัน ถ้าใครเรียนเทพศิรินทร์ต้องมากินร้านนี้ ลุงน่ารัก มีวันหนึ่งผมเดินมาบอกลุงว่า ลุง ๆ ผมสอบได้เกรดสี่ ลุงเลี้ยงข้าวผมได้ปะ แล้วลุงก็เลี้ยงจริง ๆ แค่นึกก็คิดถึงตอนนั้นแล้ว”

  ไม่เพียงเติมอาหารให้ท้อง แต่ยังเติมใจให้เป็นสีชมพูด้วย เพราะศิษย์เก่าเทพศิรินทร์ยืนยันว่า ร้านนี้คือจุดพบรักของเด็กเทพศิรินทร์กับเด็กสายปัญญามาหลายคู่ ร้านลุงกับป้าเป็นมากกว่าร้านอาหาร และเป็นชิ้นส่วนความทรงจำที่หากขาดหายไป ชีวิต 6 ปีในรั้วเทพศิรินทร์คงไม่มีสนุกขนาดนี้

“เช้า ๆ ต้องไล่เข้าโรงเรียน 8 โมงแล้วนะ บางคนลุงไล่จนได้ดี” ลุงหม่อมเล่าด้วยรอยยิ้ม

ที่ตั้ง : 34/3 ถนนมิตรพันธ์ แขวงป้อมปราบ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร

เปิดบริการทุกวัน ยกเว้นวันอาทิตย์ เวลา 06.00 – 15.00 น.

โทรศัพท์ : 08 6792 3397

08

 เสียวหลัง

โรงเรียนวัดราชบพิธ

ถ้านึกถึงร้านอาหารใกล้รั้วโรงเรียนวัดราชบพิธ ‘เสียวหลัง’ ต้องเป็นหนึ่งในคำตอบแน่นอน ด้วยปริมาณอาหารที่ให้เยอะจุใจ ทำเลอยู่ใกล้โรงเรียนชายล้วนและโรงเรียนหญิงล้วนมากมาย จนกลายเป็นหนึ่งในตำนานร้านอาหารที่ไม่เคยมีโต๊ะว่าง เป็นเวลาเกือบ 50 ปีที่ร้านนี้อยู่ในหัวใจเด็ก ๆ หลายยุค

คุณป้าเปรมจิต แตงสวัตดิ์ เจ้าของร้าน เล่าให้เราฟังว่า เมื่อก่อนร้านไม่ได้ตั้งอยู่ในตึกแถว 1 คูหาอย่างในปัจจุบัน แต่ตั้งอยู่ในซอยที่จัดโต๊ะให้ลูกค้านั่งสองฝั่งผนัง โดยตรงกลางเป็นพื้นที่ให้คนสัญจร ด้วยพื้นที่ตรงนี้เป็นย่านการค้า จึงมีรถเข็นผักและรถเข็นสินค้าผ่านไปผ่านมาให้ลูกค้าได้ ‘เสียวหลัง’ 

  ก่อนหน้านี้ร้านเสียวหลังก็เหมือนร้านอาหารตามสั่งธรรมดาที่จะสั่งเมนูอะไรก็ได้ แต่เมื่อช่วงสิบปีก่อน ลูกค้าเริ่มเยอะขึ้น ร้านจึงต้องปรับจนเหลือแค่ 2 เมนู คือ กะเพราไก่ กับ ไก่กระเทียม 

  เนื้อไก่ชิ้นสวยพูน ๆ จาน และข้าวที่ตักมาในปริมาณให้ทานพอ ๆ กัน เป็นทีเด็ดมัดใจเด็ก ร.บ. และใกล้เคียงได้อยู่หมัด คุณป้ายืนยันว่านักเรียนราชบพิธมาทานทุกวัน วันไหนร้านไม่เปิดหรือไม่เจอคุณป้าก็จะรีบถามหา แม้จบการศึกษาไปแล้วก็ยังแวะกลับมาทานกันอยู่เสมอ

  ความผูกพันระหว่างร้านอาหารกับนักเรียนชาย ไม่ได้มีเพียงแต่ปริมาณอาหารและรสชาติถูกปาก แต่แฝงไว้ด้วยความสัมพันธ์และการดูแลเด็ก ๆ ดุจลูกหลาน ครั้งที่เจอนักเรียนหิวโซ แต่มีเงินไม่พอจะทาน คุณป้าก็ยินดีทำอาหารให้ฟรี จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมร้านนี้ถึงมีลูกค้าแน่นขนัดทุกวัน ทุกเวลา

ที่ตั้ง : 227 ถนนจักรเพชร แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

เปิดบริการวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 06.00 – 17.00 น. (แนะนำให้ไปก่อน 15.00 น.)

โทรศัพท์ : 0 2222 7212

09

หมี่เต๋อ

โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย

‘หมี่เต๋อ’ เป็นร้านบะหมี่เกี๊ยวที่ครองใจเด็กกรุงเทพคริสเตียนมาตั้งแต่ พ.ศ. 2517 ต้นตำรับบะหมี่น้ำข้นที่คิดค้นสูตรเองจนมีรสชาติโดดเด่นแบบที่กินแค่ชามเดียวไม่พอ

หากพูดถึงหมี่เต๋อ บางคนอาจนึกถึงชื่อเรียกของเส้นอะไรสักอย่าง แต่แท้จริงแล้วหมี่เต๋อมาจากชื่อของ ‘ลุงเต๋อ’ เจ้าของร้านที่เด็กนักเรียน อาจารย์ หรือผู้ปกครอง คุ้นหน้ากันดี 

ขึ้นชื่อว่าหมี่เต๋อ ศิษย์เก่า ก.ท บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าเมนูที่ต้องสั่งคือ ‘สองกษัตริย์’ รวมหมี่หยกกับหมี่เหลืองไว้ในชามเดียว และ ‘สามกษัตริย์’ รวมหมี่หยก หมี่เหลือง และเส้นเล็ก ไว้ในชามเดียว

การผสมผสานของเส้นเหนียวนุ่ม เกี๊ยวลูกโต หมูแดงรสเข้มข้น และน้ำซุปหวานกระดูกหมู ทำให้ศิษย์เก่าและศิษย์ใหม่ไม่พลาดที่จะแวะ ยิ่งไปกว่ารสชาติ คือการที่เมนูแนะนำนี้มีที่มาจากเด็ก ๆ 

“เมื่อก่อนนี้เป็นจตุรมิตร มีเด็กคนหนึ่งมาถามว่า ทำยังไงถึงจะชนะทั้งสามโรงเรียนได้ เขามีความคิดอยากจะกินทั้งสามโรงเรียน เราก็ทำตามที่เขาบอก น่ารักดี ความคิดของเด็ก ๆ สนุกนะ”

ความผูกพันของลุงเต๋อและเด็ก ๆ มีมายาวนาน หลายรุ่น และใกล้ชิดกันมากกว่าร้านอาหารกับลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นการคิดค้นเมนูอร่อยจากเด็ก ๆ หรือการที่ผู้ปกครองไว้ใจฝากลูกไว้กับลุงเต๋อ เรียกได้ว่าเมื่อไหร่ที่พูดถึงเด็ก ก.ท ลุงเต๋อจะมีรอยยิ้มแต้มบนใบหน้าทันที 

“ทุกอย่างเราทำด้วยใจ ให้เด็กกินอิ่มและอร่อย เด็กนักเรียนทานจุกว่าผู้ใหญ่ บางคนเบิ้ล 2 พิเศษ แต่ก่อน 3 – 4 ชามก็มี เราก็ทำให้ตามใจเขา เขากินแล้วมีความสุข เราก็ดีใจ ภูมิใจที่เด็ก ๆ ชอบ

“มารับบริการจากลุงเต๋อได้เลยนะเด็ก ๆ ทุกคน” เจ้าของร้านใจดีทิ้งท้าย

แค่ได้ฟังก็รู้ถึงความอบอุ่นและความใส่ใจที่ลุงเต๋อใส่ลงไปในบะหมี่ทุกชาม

ที่ตั้ง : 10/2 ถนนศรีเวียง (ซอยตรงข้าม รร.กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย) แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร

เปิดบริการวันจันทร์-เสาร์ เวลา 08.00 – 15.00 น.

โทรศัพท์ : 08 4452 7866

10

สวีท

โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย 

“เจ๊ใหญ่ แฮมเบอร์เกอร์ น้ำส้ม” เสียงเรียกของเด็กสวนกุหลาบที่ ป้าใหญ่ เจ้าของร้านสวีท คุ้นเคยเป็นอย่างดีในเวลาเช้าตรู่ก่อนเคารพธงชาติ เป็นเวลาที่บรรยากาศภายในร้านเต็มไปด้วยนักเรียนชายใส่เสื้อสีฟ้า-ชมพู และสีขาว กำลังนั่งรับประทานมื้อเช้าสไตล์อเมริกันอย่างเอร็ดอร่อยจนแทบไม่มีที่ว่าง

ร้านนี้เปิดคู่รั้วสวนกุหลาบวิทยาลัยมาตั้งแต่ พ.ศ. 2525 ด้วยความตั้งใจเป็นร้านอาหารเช้าสไตล์อเมริกันเพื่อให้แหวกแนวจากร้านอื่น ๆ ที่ทำข้าวราดแกงและก๋วยเตี๋ยว เมนูที่เราอยากแนะนำ คือ ข้าวเนื้อทอดไส้กรอกไข่ดาวใส่เบคอน ที่มีสารอาหารเพียบพร้อมสำหรับมื้อเช้าก่อนไปทำกิจกรรมตลอดทั้งวัน แต่ถ้าใครไม่ใช่สายฝอ(ฝรั่ง) ทางร้านก็มีเมนูตามสั่งแบบไทย ๆ ให้ลิ้มรสความอร่อยด้วยเช่นกัน

ตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นจนตกลับฟ้าของทุก ๆ วัน คือช่วงเวลาที่ร้านสวีทเปิดให้บริการเป็นปกติในช่วงนี้ ไม่เหมือนกับสมัยที่ป้าใหญ่ยังเป็นสาว บางครั้งที่มีงานโรงเรียนจนเด็กต้องเลิกดึก ก็มีร้านป้าใหญ่ที่คอยเปิดร้านช่วยบรรเทาความหิวโหยให้เด็ก ๆ หรือบางทีก็โดนกดออดเรียกให้ลงมาชงกาแฟตั้งแต่ตี 4 

แม้มีร้านอาหารใหม่ ๆ เกิดขึ้นเต็มไปหมด แต่ความผูกพันกับเด็กสวนกุหลาบกว่า 40 ปี ก็ไม่ทำให้ชื่อเสียงของร้านสวีทจางลงแม้แต่น้อย ศิษย์เก่ายังคงแวะมาทานกันอยู่เรื่อย ๆ บางคนมีลูกแล้วก็ยังมาสั่งเมนูที่คุ้นเคย แถมแซวป้าใหญ่อยู่เรื่อยว่าทำไมยังไม่เลิกขาย แต่เห็นทีคนถามจะรู้คำตอบนั้นอยู่แก่ใจ

ที่ตั้ง : 103 ถนนตรีเพชร แขวงวังบูรพา เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

เปิดบริการทุกวัน เวลา 06.00 – 19.00 น.

โทรศัพท์ : 0 2222 9611

Facebook : ร้านสวีท

เรื่อง : ภูรินทร์ บุระคร, จันท์จุฑา ลดาวัลย์ ณ อยุธยา, ปณิตา พิชิตหฤทัย, วิมพ์วิภา ค้ำจุนวงศ์สกุล, สตางค์ พูลสวัสดิ์

ภาพ : ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ, ภูรินทร์ บุระคร

Writer & Photographer

Avatar

The Cloud

นิตยสารออนไลน์ที่เล่า 3 เรื่องหลักอย่าง Local, Creative Culture และ Better Living ส่งเนื้อหารายวัน แต่เสิร์ฟความประณีตแบบนิตยสารรายเดือน

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

ไม่ว่าวันเด็กหรือวันไหน ๆ เราก็อยากชวนผู้ปกครองปิดหน้าจอ แล้วชวนลูกหลานออกไปใช้เวลาทำกิจกรรมสนุก ๆ ร่วมกัน ถ้านึกไม่ออกว่าจะไปไหน เราคัดสรรสถานที่มาให้เลือกหลายแนว มีทั้งสถานที่เดินทางง่าย สถานที่ใช้เวลาไม่มาก สถานที่ที่ไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งทุกที่ปลอดภัยและช่วยให้น้อง ๆ ได้พัฒนาทั้งทางด้านร่างกาย สติปัญญา ทักษะเฉพาะด้าน และดื่มด่ำกับธรรมชาติในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล

นี่คือ 18 สถานที่ที่เราอยากแนะนำให้พาลูกหลานไปก่อนที่พวกเขาจะผ่านพ้นวัยเด็กหรืออายุเกิน 18 ปี อย่ารอช้า เพราะว่าวัยเด็กอยู่ไม่นาน

#01

สวมบทบาทอาชีพในฝันที่ Rainbow Town

พิพิธภัณฑ์เด็กแห่งกรุงเทพมหานครแห่งที่ 1 (จตุจักร)

18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี

ถ้านึกถึงสถานที่ให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้และพัฒนาทักษะในกรุงเทพฯ ต้องนึกถึงพิพิธภัณฑ์เด็ก เพราะมีกิจกรรมให้ทำมากมาย และยังแบ่งตามช่วงอายุเพื่อส่งเสริม-พัฒนาทักษะให้ตรงกับความต้องการของเด็ก

กิจกรรมที่เราอยากแนะนำคือห้อง Rainbow Town ชั้น 2 ของอาคารสายรุ้ง เป็นเมืองจำลองที่สร้างขึ้นเพื่อส่งเสริมจินตนาการ กิจกรรมหลักในห้องนี้คือการเล่นบทบาทสมมติ ให้เด็ก ๆ รู้จักอาชีพ ลองทำอาชีพในฝัน เช่น นักบิน นักดับเพลิง กิจกรรมนี้เหมาะกับเด็กอายุ 3 – 6 ปี 

18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี
18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี
ภาพ : พิพิธภัณฑ์เด็กแห่งกรุงเทพมหานครแห่งที่ 1 (จตุจักร)

นอกจากห้องนี้ ภายในพิพิธภัณฑ์ยังมีอีกหลายอย่างที่เหมาะกับเด็กในช่วงวัย 1 – 6 ปี หากคุณพ่อ คุณแม่สนใจก็จับมือเด็ก ๆ มาเรียนรู้นอกบ้านกัน

  • วันอังคาร-วันอาทิตย์ เวลา 10.00 – 17.00 น.
  • ฟรี
  • สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ฯ ถนนกำแพงเพชร 2 เขตจตุจักร กรุงเทพฯ (แผนที่
#02

เรียนรู้ผ่านการเลอะ

Playville

18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี

Playville คือสนามเด็กเล่นในร่มใจกลางสุขุมวิทที่คำนึงถึงความต้องการและความเหมาะสมของเด็ก มีกิจกรรมมากมายให้เลือกทำ

ในสนามเด็กเล่นนี้ ทุก ๆ โซนมีทางเชื่อมถึงกันเพื่อให้เด็ก ๆ เดินไปได้ตามใจอยาก มีกิจกรรมพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็ก ทั้งบ่อบอล บ่อทราย พื้นหญ้าเทียม แทรมโพลีน แต่ที่แตกต่างจากสนามเด็กเล่นอื่นคือกิจกรรม Messy Play หรือให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านการเลอะ

18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี

สิ่งที่นำมาให้เด็ก ๆ ได้สัมผัสมีลักษณะและกลิ่นเฉพาะ แต่ไม่ต้องกังวลเพราะไม่เป็นอันตรายต่อเด็ก ๆ แน่นอน ผู้ปกครองจะเข้าไปดูแลเด็ก ๆ เอง หรือปล่อยให้พี่เลี้ยงดูแลก็ได้ รับรองว่าปลอดภัยหายห่วง 

  • วันจันทร์-วันอาทิตย์ เวลา 09.00 – 18.00 น.
  • เด็ก 350 บาท ฟรีผู้ใหญ่ 1 ท่าน/เหมาทั้งวัน เด็ก 450 บาท ฟรีผู้ใหญ่ 1 ท่าน/เด็กอายุต่ำกว่า 1 ขวบ 250 บาท ฟรีผู้ใหญ่
  • 49 Playscape ชั้น 2, เลขที่ 8/3 ซอยสุขุมวิท 49 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร (แผนที่)
#03

เรียนเทควันโดกับโค้ชเช

EMJOY

18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี
18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี
ภาพ : Choi’s Taekwondo Academy

Choi’s Taekwondo Academy เป็นคอร์สเทควอนโดที่ควบคุมมาตรฐานโดย โค้ชเช-ชเว ยองซอก โค้ชเทควันโดทีมชาติไทยผู้พาเด็กไทยไปคว้าเหรียญทองโอลิมปิกเมื่อ พ.ศ. 2563 เรียนกันที่ศูนย์เรียนรู้ EMJOY ในห้างสรรพสินค้า The EmQuartier

คอร์สนี้เด็ก ๆ จะได้ออกกำลังกายอย่างถูกต้องและปลอดภัย วอร์มร่างกายอย่างถูกวิธี หนำซ้ำยังเรียนเพื่อไปแข่งขันได้อีกด้วย นอกจากเพื่อร่างกายที่แข็งแรงผ่านการ เตะ ต่อยไม้กระดานและนวมแล้ว คอร์สนี้ยังสอนให้เด็ก ๆ มีความอดทน มีน้ำใจนักกีฬา พัฒนาทักษะการเข้าสังคม และเรียนรู้ศิลปะการป้องกันตัวอีกด้วย น้องเด็กอายุตั้งแต่ 4 – 18 ปี ไปสมัครเรียนกันได้เลย 

  • เปิดบริการ : วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 11.00 – 21.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 10.00 – 21.00 น.
  • คอร์ส 3 เดือน ราคา 12,900 บาท คอร์
  • ที่ตั้ง : EMJOY at EMQUARTIER ชั้น 2 อาคาร C 8 สุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ (แผนที่)
#04

เปิดประสบการณ์ดูดาวกลางเมืองแบบ 4K

ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา (ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพฯ)

18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี
18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี
ภาพ : ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา (ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพฯ)

ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพฯ เป็นแหล่งให้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ การพาเด็ก ๆ มาที่นี่ก็เพื่อส่งเสริมทักษะหรือกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ฝึกให้ตั้งคำถาม สังเกตสิ่งรอบตัว และเมื่อได้คำตอบก็จะเกิดเป็นแรงบันดาลใจต่อไปในอนาคต

ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพฯ มีนิทรรศการเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์มากมาย แต่กิจกรรมสำคัญที่พลาดไม่ได้ คือการดูดาวผ่านเครื่องฉายดาวที่ทันสมัย เพราะยากเหลือเกินที่เด็ก ๆ จะมองเห็นดวงดาวบนฟ้าด้วยตาเปล่าในเมืองกรุงยามค่ำคืน แต่ถ้ามาที่นี่ พวกเขาจะได้เห็นทั้งดวงดาว อวกาศ และเรื่องดาราศาสตร์จะไม่ใช่เรื่องไกลตัวสำหรับพวกเขาอีกต่อไป 

  • เปิดบริการ : วันศุกร์-วันอาทิตย์ เวลา 09.00 – 16.00 น. 
  • 30 บาท / เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ฟรี
  • 928 ถนนสุขุมวิท แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร (แผนที่)
#05

ดูเขาสัตว์หายากของนักธรรมชาติวิทยา

พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา

18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี
18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี

แม้เด็ก ๆ จะค้นคว้าต้นกำเนิดของโลกและสิ่งมีชีวิตได้จากห้องเรียนวิทยาศาสตร์ แต่ถ้าผู้ปกครองอยากให้ลูกได้สัมผัสความสมจริง ต้องพามาที่พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาย่านปทุมธานี 

จุดดึงดูดสายตาแรกหน้าพิพิธภัณฑ์นี้คือ ไดโนเสาร์จำลอง ส่วนด้านในมีการจำลองยุคไดโนเสาร์ วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต พันธุ์ไม้หายาก โมเดลสัตว์ขนาดเท่าตัวจริง และสิ่งที่ต้องไปชมให้ได้สักครั้ง คือห้องแสดงเขาสัตว์หายากทั้งในและต่างประเทศ มีทั้งละมั่ง กวางป่า วัวแดง ซึ่งได้รับมาจาก นายแพทย์บุญส่ง เลขะกุล นักธรรมชาติวิทยา 

โดยรอบพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยายังมีพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์อีก 4 แห่งที่น่าสนใจให้เด็ก ๆ ได้ไปเรียนรู้กันอีกเพียบ

  • เปิดบริการ :  วันอังคาร-วันศุกร์ เวลา 09.30 – 16.00 น. วันเสาร์ วันอาทิตย์ และวันนักขัตฤกษ์ เวลา 09.30 – 17.00 น.
  • ผู้ใหญ่ 100 บาท นักเรียนและนักศึกษาปริญญาตรี อายุไม่เกิน 24 ปีที่มีบัตรนักศึกษา และผู้อายุเกิน 60 ปี ฟรี
  • เทคโนธานี ตำบลคลองห้า อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี (แผนที่)
#06

เล่นน้ำพุกลางแจ้งที่คาเฟ่กลางกรุง

Wonder Wood Kids Cafe

18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี
18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี
ภาพ : Wonder Wood Kids Cafe

Wonder Wood Kids Cafe เป็นคาเฟ่ที่ตอบโจทย์ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ด้วยเครื่องเล่นมากมายที่ผ่านกระบวนการคิดมาอย่างดีว่าเหมาะสมในแต่ละช่วงวัย ช่วยส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกายและปัญญาให้กับเด็ก ๆ ซึ่งมีให้เลือกสรรทั้งกิจกรรมในร่มและกลางแจ้ง 

สิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจของทางร้านคือโซนเล่นน้ำที่เหมาะกับเด็กสายลุย สายเลอะ พร้อมด้วยเครื่องเล่นทั้งสไลเดอร์ ม้าโยก รถลาก บ่อทราย ให้เด็ก ๆ ได้ปล่อยพลังอย่างเต็มที่ เล่นเสร็จแล้วก็อาบน้ำล้างตัว เปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วต่อด้วยกิจกรรมในร่ม ซึ่งครบถ้วนทั้งการต่อบล็อกหรรษา สระบอล ในระหว่างรอทางร้านก็มีพื้นที่ให้ผู้ปกครองได้เอนหลังจิบชากินข้าวด้วยนะ

  • เปิดบริการ : วันจันทร์-วันอาทิตย์ เวลา 09.00 – 19.00 น.
  • เด็ก 350 บาท ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็กต่ำกว่า 6 เดือนเข้าฟรี
  • ซอยพัฒนาการ 51 แขวงสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพมหานคร (แผนที่)
#07

ให้อาหารไก่ เก็บไข่ในเล้า

LandLab

18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี
18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี

เยือน LandLab  ห้องแล็บการเรียนรู้วิทยาศาสตร์กลางทุ่งย่านนนทบุรี ให้เด็ก ๆ เรียนรู้พร้อมทำกิจกรรมมากมายเพื่อรู้จักวิทยาศาสตร์ผ่านธรรมชาติและสิ่งใกล้ตัว เช่น การให้อาหารสัตว์ การทำสบู่จากดอกไม้ ไปจนถึงการเข้าครัวจากวัตถุดิบภายในไร่ การให้อาหารไก่จากมือเปล่าและการเก็บไข่สด ๆ จากในเล้า รวมถึงเรียนรู้กระบวนการของการเกิดไข่จากไก่ตัวเป็น ๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่เด็กเมืองกรุงหลายคนไม่เคยสัมผัส

ยกตัวอย่างกิจกรรมเข้าครัวทำอาหารจากไข่ไก่และมันม่วง เด็ก ๆ จะได้เรียนรู้การลองผิดลองถูก ต้องจับไข่ยังไงถึงจะไม่แตก ทำยังไงให้มันม่วงกลายเป็นข้าวเกรียบ ไปจนถึงการคุมไฟเมื่อต้องทอดไข่และเผามันม่วง กิจกรรมเหล่านี้จะมอบทั้งความรู้และความสนุก เหมาะที่สุดสำหรับจดเข้าลิสต์ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์

  • เปิดบริการ : วันเสาร์-วันอาทิตย์ เวลา 09.00 – 17.00 น.
  • 1 ขวบครึ่ง Free Play, ไม่เกิน 3 ขวบ 250 บาท, 3 ขวบขึ้นไป 500 บาท, ผู้ใหญ่ 150 บาท Full Play ครอบครัว (3 คน) 2,000 บาท, (เพิ่มเด็ก 1,000/คน เพิ่มผู้ใหญ่ 500/คน)
  • ตำบลทวีวัฒนา อำเภอไทรน้อย นนทบุรี (แผนที่)
#08

English Camp สุดท้าทายที่จะช่วยปลดล็อกความกลัว

Bangyai English Village

18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี
18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี
ภาพ : BangYai English Village

Bangyai English Village เป็นพื้นที่การเรียนรู้ภาษาอังกฤษนอกห้องเรียนผ่านการผจญภัยท่ามกลางธรรมชาติ กิจกรรมจะแบ่งตามช่วงอายุ เหมาะกับเด็ก ๆ อายุ 1.3 – 17 ปี 

เมื่อมาที่นี่ เด็ก ๆ จะได้ใช้ทักษะภาษาอังกฤษแบบเต็มที่ผ่านการฟังและโต้ตอบกับเพื่อน ๆ และคุณครูชาวต่างชาติ โดยกิจกรรมเพื่อพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กอย่างจริงจังมี 2 โปรแกรมให้เลือก คือ 2 ชั่วโมง 15 กิจกรรม และ 4 ชั่วโมง 30 กิจกรรม 

รับรองว่าน้อง ๆ จะได้ฝึกทั้งภาษาอังกฤษ ปลดล็อกความกลัว สร้างความกล้าหาญ และได้รับความสนุกอย่างเต็มอิ่มแน่นอน

  • เปิดบริการ : วันศุกร์-วันอาทิตย์ เวลา 09.30 – 11.30 น./ 13.00 – 15.00 น. / 15.15 – 17.15 น. วันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09.30 – 11.30 น. / 13.00 – 15.00 น.
  • 2 ชั่วโมง 1,499 บาท / 4 ชั่วโมง 1,999 บาท
  • ซอยรวมฤทธิ์ ตำบลบ้านใหม่ อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี (แผนที่)
#09

วาดหน้าเค้กด้วยพู่กันวาดภาพ

FUN Cafe Bangkok

18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี
18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี
ภาพ : FUN Cafe Bangkok

FUN Cafe เป็นคาเฟ่ที่จัดกิจกรรมสร้างประสบการณ์ใหม่ให้น้อง ๆ ได้ลองรับบทบาทเป็นเชฟขนมหวาน แสดงฝีมือผ่านการเพนต์หน้าเค้ก

เด็กที่ชื่นชอบด้านศิลปะและฝันอยากเป็นเชฟขนมหวานหลายคนอาจมีเครื่องครัวไม่ครบครัน FUN Cafe จึงขอสานฝันให้ทุกคนได้ลองสรรสร้างรูปวาดและละเลงสีลงบนหน้าเค้ก หรือแม้กระทั่งบนรูปปั้นช็อกโกแลตผ่านพู่กันระบายสี ท้ายสุดก็ยังได้กินเค้กอร่อยหน้าตาดีฝีมือตัวเองอีกด้วย บรรยากาศภายในร้านก็แสนอบอุ่น พนักงานทุกคนพร้อมให้บริการอำนวยความสะดวกเต็มที่

  • วันพุธ-วันจันทร์ เวลา 10.00 – 19.00 น.
  • ค่าเพนต์เค้กชุดละ 155 บาท
  • 413, 6-7 ถนนมหาพฤฒาราม แขวง มหาพฤฒาราม เขตบางรัก กรุงเทพฯ (แผนที่)
#10

เรียนขี่ม้าในร้านอาหาร

The Hay – Equestrian Center & Eatery

18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี
18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี
ภาพ : The Hay – Equestrian Center & Eatery

The Hay – Equestrian Center & Eatery คือร้านอาหารที่เปิดสอนการเรียนขี่ม้า ซึ่งถือว่าเป็นกิจกรรมที่หาโอกาสเข้าร่วมได้ไม่ง่ายนัก เหมาะกับครอบครัวสายลุยที่พร้อมเปิดประสบการณ์และเพิ่มทักษะใหม่ไปในเวลาเดียวกัน  

ทางร้านมีการสอนเป็นรายครั้งและรายคอร์ส และจัดคอร์สตามความเหมาะสมสำหรับเด็กเล็ก เด็กโต และผู้ใหญ่ สอนตั้งแต่การนั่งบนหลังม้า การทรงตัวบนหลังม้า ไปจนถึงการให้ลองบังคับม้าเองเลย การเรียนขี่ม้าช่วยให้เด็ก ๆ ได้ฝึกการทรงตัว สอนให้ใจเย็น ใช้เวลาเรียนรู้ไปทีละขั้นตอน และยังนำไปต่อยอดเป็นกีฬาแข่งขันได้อีกด้วย หากผู้ปกครองกังวลเรื่องความปลอดภัย หายห่วงได้เลยเพราะคุณครูของที่นี่จะคอยดูแลอย่างใกล้ชิด และกำชับให้ใส่อุปกรณ์การขี่ม้าก่อนเสมอ

  • เปิดบริการ : วันจันทร์-วันศุกร์ (หยุดทุกวันพุธที่ 3 ของเดือน) ร้านอาหารเปิดเวลา 10.00 – 21.00 น. 
  • เรียนขี่ม้า 30 นาที  800 บาท 1 ชั่วโมง 1,300 บาท (ไม่รวมค่าเช่าอุปกรณ์)
  • 75 ซอยเอกชัย 131 ถนนพรมแดน เขตบางบอน กรุงเทพฯ (แผนที่)
#11

เดินศึกษาพันธุ์ไม้บนสกายวอล์ก

ศูนย์เรียนรู้ป่าในกรุง ปตท.

18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี
18 สถานที่เพื่อการเรียนรู้หลายแนวที่ผู้ปกครองน่าพาลูกหลานไปก่อนจะถึงวัย 18 ปี

ป่าในกรุง ปตท. เป็นโครงการพัฒนาพื้นที่สีเขียวในบริเวณที่ดินของ ปตท. และยังเป็นศูนย์เพื่อการเรียนรู้ด้วย เด็ก ๆ จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับก๊าซเรือนกระจกที่ส่งผลทำให้เกิดภาวะโลกร้อนและนิทรรศการเกี่ยวกับคุณค่าของป่าไม้ 

ภายในอาคารนิทรรศการจะแบ่งโซนให้ความรู้หลายเรื่อง เช่น เมล็ดพันธุ์ไม้ การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ประโยชน์ของต้นไม้ 1 ต้น เมื่อได้เรียนรู้ในเรื่องราวของป่าไม้จนเข้าใจแล้ว ส่วนไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้คือการเดินชมธรรมชาติบนสกายวอล์กระยะทางกว่า 200 เมตร มีระดับความสูงถึง 5 ระดับตลอดทางเดินจะได้เห็นระบบนิเวศที่สมบูรณ์ พันธุ์ไม้หลากหลายชนิด พร้อมได้สูดบรรยากาศดี ๆ กันอีกด้วย แนะนำว่าถ้ามาในช่วงเช้าบรรยากาศจะเย็นสบายและสดชื่นมาก

  • วันอังคาร-วันอาทิตย์ และวันนักขัตฤกษ์ เวลา 09.00 – 18.00 น. 
  • ฟรี 
  • 81 ถนนสุขาภิบาล 2 แขวงดอกไม้ เข
#12

เดินตามผีเสื้อและแมลงกว่า 500 ตัว

อุทยานผีเสื้อและแมลงกรุงเทพ

18 สถานที่แห่งการเล่นรู้ที่ผู้ปกครองควรชวนลูกหลานไปใช้เวลาด้วยกัน ก่อนที่พวกเขาจะผ่านพ้นวัยเด็ก
18 สถานที่แห่งการเล่นรู้ที่ผู้ปกครองควรชวนลูกหลานไปใช้เวลาด้วยกัน ก่อนที่พวกเขาจะผ่านพ้นวัยเด็ก
ภาพ : อุทยานผีเสื้อและแมลงกรุงเทพ

เมื่อพูดถึงสวนรถไฟ เรามักจะนึกถึงการปั่นจักรยาน ปิกนิก หรือนอนเล่นรับลม แต่ยังมีอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญซ่อนอยู่ นั่นคือการเข้าไปชมอุทยานผีเสื้อและแมลงที่ตั้งอยู่ภายในสวนรถไฟที่มีทั้งหมด 4 ส่วน แต่ส่วนที่ไม่อยากให้พลาดคือส่วนที่ 4 อาคารโดมจัดแสดงผีเสื้อมากกว่า 500 ตัว เด็ก ๆ จะได้ใกล้ชิด

กับผีเสื้อหลากหลายสายพันธุ์ทั่วโลก ได้เห็นทั้งความสวยงามและเรียนรู้วงจรชีวิตของผีเสื้อ-แมลงไปในตัว ถือเป็นกิจกรรมนอกห้องเรียนที่น้อง ๆ ต้องห้ามพลาด 

  • เปิดวันอังคาร-วันอาทิตย์ เวลา 08.30 – 16.30 น.
  • ฟรี
  • ถนนกำแพงเพชร 3 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร (แผน
#13

ชมการรีดพิษและจับงูอย่างปลอดภัย

สวนงู สถานเสาวภา สภากาชาดไทย

18 สถานที่แห่งการเล่นรู้ที่ผู้ปกครองควรชวนลูกหลานไปใช้เวลาด้วยกัน ก่อนที่พวกเขาจะผ่านพ้นวัยเด็ก
18 สถานที่แห่งการเล่นรู้ที่ผู้ปกครองควรชวนลูกหลานไปใช้เวลาด้วยกัน ก่อนที่พวกเขาจะผ่านพ้นวัยเด็ก

สวนงู สถานเสาวภา สถานที่เที่ยวเชิงวิชาการที่จะพาทุกคนไปรู้จักกับงูอย่างลึกซึ้งและปลอดภัย เหมาะกับการเรียนรู้ของคนทุกวัย เพราะมีทั้งการแสดงจากเจ้าหน้าที่และห้องจัดแสดงงูนานาชนิด 

น้อง ๆ จะได้พบกับงูหลายสายพันธุ์ที่อาจไม่เคยรู้จัก เช่น งูโมลัคแคนไพธัน งูแส้หางม้า และงูเขียวหางแฮ่มใต้ นอกจากนี้ยังมีเกมเล็ก ๆ ให้เด็ก ๆ ได้ตามหางูปลอมอีกด้วย ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ที่นี่ยังมีนิทรรศการแสดงพัฒนาการของตัวอ่อนในไข่ ภาพกระดูกงู ข้อมูลต่าง ๆ ของงูเช่น ฟันและเกล็ดงู 

และห้ามพลาดชมสาธิตการรีดงูและการจับงู เพราะการแสดงนี้จะทำให้เราได้เรียนรู้วิธีรับมือกับสัตว์เลื้อยคลานโดยไม่เป็นอันตรายต่อกันทั้งมนุษย์และสัตว์

  • วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 09.30 – 15.30 น. , วันปกติ สาธิตการรีดพิษงู เวลา 11.00 น. และสาธิตการจับงู 14.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ สาธิตการจับงู เวลา 11.00 น.
  • ผู้ใหญ่ 40 บาท นักเรียน/นักศึกษา 20 บาท เด็ก 10 บาท
  • 1871 ถนนพระรามที่ ๔ แขวง ปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร (แผนที่)
#14

ผจญภัยและปีนป่ายเครื่องเล่นกลางไร่ผลไม้

Get Growing Community Farm

18 สถานที่แห่งการเล่นรู้ที่ผู้ปกครองควรชวนลูกหลานไปใช้เวลาด้วยกัน ก่อนที่พวกเขาจะผ่านพ้นวัยเด็ก
18 สถานที่แห่งการเล่นรู้ที่ผู้ปกครองควรชวนลูกหลานไปใช้เวลาด้วยกัน ก่อนที่พวกเขาจะผ่านพ้นวัยเด็ก

Get Growing Community Farm สนามเด็กเล่นที่รายล้อมไปด้วยธรรมชาติในพื้นที่ขนาด 6 ไร่ ที่นี่มีความสนุกให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้หลายกิจกรรม เช่น การให้อาหารสัตว์ เก็บไข่ เวิร์กชอปการทำเก้าอี้ D.I.Y 

แต่ที่ดึงดูดสายตาได้มากกว่ากิจกรรมอื่นคือสนามเด็กเล่นขนาดใหญ่ที่มีทั้งโซนเปียกและโซนแห้งจะได้ทั้งวิ่ง ปีน กระโดด ดึง จับ เป็นการพัฒนาทางด้านร่างกาย ความคิดและจิตใจ ส่งเสริมความกล้าการตัดสินใจเลือกเครื่องเล่นในสนามเด็กเล่นสัมผัสโคลน อยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ เนื่องจากสนามเด็กเล่นจะเน้นไปทางล้ม ลุก คลุกคลีไปกับธรรมชาติอยากให้คุณพ่อ คุณแม่เตรียมชุดมาเผื่อให้น้อง ๆ ด้วยนะ 

  • เปิดทุกวันพุธ-วันอาทิตย์ เวลา 09.00 – 17.30 น.
  • ค่าใช้จ่ายแตกต่างกันไปในแต่ละกิจกรรม
  • 22 ตำบล บางกะเจ้า อำเภอพระประแดง สมุทรปราการ 10130 (แผนที่)
#15

เดินชมหิ่งห้อย

บางกะเจ้า

18 สถานที่แห่งการเล่นรู้ที่ผู้ปกครองควรชวนลูกหลานไปใช้เวลาด้วยกัน ก่อนที่พวกเขาจะผ่านพ้นวัยเด็ก
18 สถานที่แห่งการเล่นรู้ที่ผู้ปกครองควรชวนลูกหลานไปใช้เวลาด้วยกัน ก่อนที่พวกเขาจะผ่านพ้นวัยเด็ก
ภาพ : www.facebook.com/Lumpoo.Bangkrasorb

คุ้งบางกะเจ้า พื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ใกล้กรุงที่จะทำให้น้อง ๆ ได้ดื่มด่ำไปกับการชมหิ่งห้อย รับความรู้ระหว่างทางปั่นจักรยาน สัมผัสบรรยากาศชุมชนริมน้ำ อีกทั้งใช้เวลาว่างอย่างมีคุณภาพกับครอบครัว

เริ่มจากการเดินชมตลาดน้ำบางน้ำผึ้งที่มีร้านค้ามากมาย มีขายทั้งเสื้อผ้า อาหาร ขนมโบราณ หรือใครอยากไปเช่าจักรยานปั่นชมรอบคุ้งก็ย่อมได้ ไม่ไกลกันมีพิพิธภัณฑ์ปลากัดไทย บ้านธูปหอมสมุนไพร สวนป่า 200 ไร่ และสวนสาธารณะที่มีหอชมวิวสูงกว่า 7 เมตรอีกด้วย 

และสิ่งที่ต้องลองให้ได้สักครั้ง คือกิจกรรมชมหิ่งห้อย โดยในอดีตบางกะเจ้ามีจุดชมหิ่งห้อยถึง 11 จุด เพื่ออรรถรสเต็มเปี่ยม แนะนำให้ไปถึงก่อนมืด และไปที่หมู่บ้านหิ่งห้อย บางกระสอบ เพราะเป็นทั้งแหล่งอนุรักษ์และอนุบาลหนอนหิ่งห้อย มีทั้งตัวน้อยและใหญ่ให้ได้ชมแสงวิบวับ 

  • วันเสาร์-วันอาทิตย์ เวลา 08.00 – 16.00 น. ติดต่อล่วงหน้าเพื่อชมหิ่งห้อย โทร. 08 8940 5992 หรือ www.facebook.com/Lumpoo.Bangkrasorb/
  • ฟรี
  • 98 ตำบลบางน้ำผึ้ง อำเภอพระประแดง สมุทรปราการ (แผนที่)
#16

ถีบเรือเป็ด

สวนลุมพินี

18 สถานที่แห่งการเล่นรู้ที่ผู้ปกครองควรชวนลูกหลานไปใช้เวลาด้วยกัน ก่อนที่พวกเขาจะผ่านพ้นวัยเด็ก

สวนลุมพินีคือสวนอเนกประสงค์ที่กำลังจะมีอายุครบ 100 ปี ที่นี่มีกิจกรรมให้ทำมากมายตั้งแต่เช้าจรดเย็น ตั้งแต่วิ่ง ไทเก๊ก แอโรบิก ไปจนถึงปั่นจักรยาน (ในบางเวลา) แต่ที่เราอยากแนะนำเป็นกิจกรรมสุดคลาสสิก นั่นก็คือ การถีบเรือเป็ด กิจกรรมง่าย ๆ แต่น้อง ๆ หนู ๆ และผู้ปกครองจะได้เพลิดเพลินไปกับบรรยากาศในสวนเต็ม ๆ

  • วันจันทร์-วันอาทิตย์ เวลา 04.30 – 22.00 น.
  • ค่าเช่าเรือเป็ด 40 บาท
  • 192 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร (แผนที่)
#17

เล่นสไลเดอร์โคลนริมแม่น้ำ

Woodnote Natural

18 สถานที่แห่งการเล่นรู้ที่ผู้ปกครองควรชวนลูกหลานไปใช้เวลาด้วยกัน ก่อนที่พวกเขาจะผ่านพ้นวัยเด็ก
18 สถานที่แห่งการเล่นรู้ที่ผู้ปกครองควรชวนลูกหลานไปใช้เวลาด้วยกัน ก่อนที่พวกเขาจะผ่านพ้นวัยเด็ก
ภาพ : Woodnote Natural

Woodnote Natural เป็น Co-Playing Space ย่านนนทบุรีที่ทั้งครอบครัวจะได้ทำกิจกรรมพร้อมกัน ระหว่างที่ผู้ปกครองเพลิดเพลินไปกับการตั้งแคมป์ริมแม่น้ำ เด็ก ๆ ก็ยังได้ฝึกพัฒนาการผ่านการเล่นดิน ปั้นโคลน และอีกหลากหลายเวิร์กชอปที่จัดขึ้นเป็นพิเศษอีกด้วย

สิ่งแรกที่เราอยากแนะนำให้ลองทำคือการเปิดประสบการณ์เล่นเลอะเปรอะโคลน ทั้งเล่นดิน คลุกทราย ลุยโคลน ลงน้ำ ให้เด็ก ๆ สนุกสนานเต็มที่และพัฒนากล้ามเนื้อไปพร้อมกับจินตนาการผ่านการปั้นในสนามทรายและสไลเดอร์โคลน นอกจากนี้ยังมีสนาม Pump Track ให้ได้ท้าทายและเวิร์กชอปอีกมากมาย เช่น การฟังนิทาน 2 ภาษา ชมแสงพลุ และการเต้นสวิงที่เคยไปเมื่อปีใหม่ที่ผ่านมา 

  • วันอังคาร-วันศุกร์ เวลา 11.00 – 19.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09.00 – 20.00 น.
  • 1 day pass เด็ก 890 บาท ฟรีผู้ปกครอง 2 ท่าน ไม่จำกัดเวลา
  • ตำบลทวีวัฒนา อำเภอไทรน้อย นนทบุรี (แผนที่)
#18

สวมบทแอนดี้ Toy Story ในห้องนอนของเขา

Tooney Toy Museum

18 สถานที่แห่งการเล่นรู้ที่ผู้ปกครองควรชวนลูกหลานไปใช้เวลาด้วยกัน ก่อนที่พวกเขาจะผ่านพ้นวัยเด็ก
18 สถานที่แห่งการเล่นรู้ที่ผู้ปกครองควรชวนลูกหลานไปใช้เวลาด้วยกัน ก่อนที่พวกเขาจะผ่านพ้นวัยเด็ก
ภาพ : Tooney Toy Museum

พิพิธภัณฑ์ของเล่นย่านนนทบุรีแห่งนี้รวบรวม-ของเล่นของสะสมไว้มากกว่า 50,000 ชิ้น มีทั้งตัวการ์ตูนในอดีตและคาแรกเตอร์ฮอตฮิตในปัจจุบัน เด็ก ๆ จะได้เพลิดเพลินไปกับการ์ตูนตัวโปรด ส่วนผู้ปกครองก็จะได้ย้อนวัยกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง

ในพิพิธภัณฑ์มีหลากหลายโซนให้เลือกเดินชม ที่พลาดไม่ได้คือห้องของแอนดี้จากเรื่อง Toy Story พอเข้ามาแล้วคุณจะถ่ายภาพเก็บบรรยากาศจนหนำใจ หรือสวมบทบาทเป็นแอนดี้ก็ได้เช่นกัน

ถ้าอยากเดินให้ครบทุกโซนแนะนำให้เผื่อเวลาไว้ประมาณ 2 ชั่วโมง ปักหมุดวันว่าง แล้วพาเด็ก ๆ มาพบปะคาแรกเตอร์ที่ชอบอย่างใกล้ชิดได้เลย 

  • วันเสาร์-วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09.30 – 18.00น
  • ผู้ใหญ่ 150 บาท เด็ก 100 บาท
  • ซอยศรีสมาน 8 ตำบลบ้านใหม่ อำเภอปากเกร็ด นนทบุรี (แผนที่)

Writers

ธนพร ท้าวลา

ธนพร ท้าวลา

นิสิตปรัชญาปี 4 กำลังค้นหาตัวตนด้วยการเขียน หลงรักฤดูฝนในวันที่ไม่ต้องไปไหน ไม่ถูกกับอากาศหนาว งานอดิเรกเต้นยับ เป็นอาร์มี่หัวใจสีม่วง

มานิตา สุนทรพจน์

มานิตา สุนทรพจน์

เด็กสาวชาวอุทัย ผู้นมัสการให้แด่สายผลิตงานสร้างสรรค์ และผู้ฝากความสุขอนันต์ไว้บนพุงแมวและชาเขียว

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load