แดดบ่ายไม่ร้อนเกินกว่าจะจิบกาแฟ เพราะบ่ายวันนี้เราเลือกมาจิบกาแฟที่ ‘ร้านแซ่บเรคคอร์ด’ เป็นชื่อที่บรรดานักศึกษาหลังมหาวิทยาลัยขอนแก่นใช้เรียกร้าน ‘ZAAB Records Café

แต่ก่อนจะมาร้านนี้ ลูกค้าทุกคนต้องเคยหลงทางมาก่อน! บ้างก็ขับไปเจอวัด บ้างก็ขับเลยร้าน บ้างเจอป่า บ้างก็เจอร้านก้อย และแน่นอน ในที่สุดทุกคนต้องหาร้านจนเจอ ถึงมาบ่นเรื่องเล่าระหว่างทางให้ จักร-จักรพันธ์ ชัยศิริ เจ้าของร้านฟัง พอลูกค้าคนอื่น ๆ ได้ยินได้ฟัง ก็เกิดบทสนทนาขึ้นจนเป็น ‘คนรู้จักกัน’ ไปแบบไม่รู้ตัว และเมื่อมาถึงร้านสำเร็จ ก็จะพบกับบรรยากาศที่เต็มไปด้วยงานศิลปะ แผ่นเสียง เทปคาสเซ็ตต์ ต้นไม้ สุนัข 2 ตัว สระน้ำที่มีเรือน้อย 1 ลำ ชิงช้า และชายวัยกลางคนที่ยิ้มต้อนรับรอตรงบาร์กาแฟ

ZAAB Records Café คาเฟ่ขอนแก่นที่บุกเบิกศิลปะ ดนตรี เทศกาลแผ่นเสียง จนเป็นขวัญใจเด็ก มข.
ZAAB Records Café คาเฟ่ขอนแก่นที่บุกเบิกศิลปะ ดนตรี เทศกาลแผ่นเสียง จนเป็นขวัญใจเด็ก มข.

ซาบเรคคอร์ด

น้อยคนจะทราบว่า Zaab มาจากภาษาเยอรมัน มิใช่ภาษาลาวแต่อย่างใด เพราะที่ตั้งร้านและความแซ่บของเจ้าของร้าน ทำให้ไม่มีใครทราบว่าต้องเรียก ‘ซาบเรคคอร์ด’ ที่มีความหมายว่าซาบซึ้งจึงจะถูกต้อง

“เราตั้ง Zaab Records ขึ้นมาถ้าจำไม่ผิดน่าจะปี 2009 ด้วยแนวคิดที่ชอบดนตรีอยู่แล้ว ก็เลยลองทำร้านดู ส่วนใหญ่เป็นที่รวมตัวของน้อง ๆ นักดนตรี เวลาเขาเล่นเสร็จแล้วไม่มีที่ไป ก็จะมานั่งฟังเพลง มันก็เลยกลายเป็นจุดพบปะพูดคุย แลกเปลี่ยนความรู้กัน” เขาเปิดฉากเล่าเรื่องการเริ่มต้นทำร้านให้ฟังข้าง ๆ สระน้ำและต้นไม้ที่สั่นไหวตามลม เหมือนกับร่วมแอบฟังบทสนทนานี้อยู่ด้วย

“ครอบครัวเราอยู่ที่นี่ เพื่อนฝูงก็อยู่ที่นี่ ก็เลยทำร้านที่ขอนแก่นนี่แหละ ตอนร้านเริ่มใหญ่ขึ้นก็มีโซนนั่งดื่ม มีการจัดแสดงงานศิลปะ งานดนตรี เป็นร้านเดี่ยว ๆ ตั้งอยู่ข้างร้านก๋วยเตี๋ยว เวลามีคอนเสิร์ตทุกคนก็จะยืนติดริมถนน ถือว่าเป็นที่แรก ๆ ที่เอาสิ่งแปลกใหม่เข้ามาในขอนแก่น ตอนนั้นเริ่มทำ Records Store Day ทำกันเอง อินดี้สุด ๆ” เขาเล่าด้วยแววตาเบิกกว้าง เหมือนยังคงใจเต้นกับสิ่งนั้น

ZAAB Records Café คาเฟ่ขอนแก่นที่บุกเบิกศิลปะ ดนตรี เทศกาลแผ่นเสียง จนเป็นขวัญใจเด็ก มข.
ZAAB Records Café คาเฟ่ขอนแก่นที่บุกเบิกศิลปะ ดนตรี เทศกาลแผ่นเสียง จนเป็นขวัญใจเด็ก มข.

Records Store Day เป็นงานที่สนับสนุนร้านขายแผ่นเสียง ซึ่งจัดวันเดียวเท่านั้น แต่จัดพร้อมกันทั่วโลก จัดขึ้นในวันเสาร์ 1 วันของเดือนเมษายน และทุก ๆ วัน Black Friday ในเดือนพฤศจิกายน เพื่อ ‘เฉลิมฉลองวัฒนธรรมของร้านแผ่นเสียงที่เป็นเจ้าของโดยอิสระ’ วันนั้นเป็นการรวมตัวกันของแฟน ๆ ศิลปิน และร้านแผ่นเสียงอิสระหลายพันแห่งทั่วโลก รวมถึงร้านเล็ก ๆ แห่งนี้ที่ขอนแก่นเช่นกัน

“แล้วก็มีศิลปินที่จะออกแผ่นเสียงใหม่ ๆ แปลก ๆ ที่จะมาในวัน Records Store Day เป็นวันที่หายาก ลิมิเต็ด พี่ก็เลยลองจัดดู มีนักดนตรีขอนแก่นมาเล่น ในปีหนึ่งมันควรมีกิจกรรมที่ได้ทำร่วมกันที่เป็นอิสระของเราจริง ๆ อยากเล่นเพลงอะไรก็เล่น ต่างจากปกติที่ส่วนใหญ่นักดนตรีกลางคืนจะเล่นเพลงตามคำขอ ซึ่งเราตั้งโจทย์เลยว่า ‘นักดนตรีในงานต้องมีเพลงของตัวเองมาเล่นเท่านั้น’ ก็เป็นโจทย์ให้นักดนตรีที่มางานเริ่มสนุก เพราะเขาได้แสดงตัวตนผ่านเพลงและดนตรี”

ZAAB Records Café คาเฟ่ขอนแก่นที่บุกเบิกศิลปะ ดนตรี เทศกาลแผ่นเสียง จนเป็นขวัญใจเด็ก มข.
ZAAB Records Café คาเฟ่ขอนแก่นที่บุกเบิกศิลปะ ดนตรี เทศกาลแผ่นเสียง จนเป็นขวัญใจเด็ก มข.

หลงไปในซอยลุงจักร

ลูกค้าหลักของร้านคือลูกค้าประจำเท่านั้น เพราะใครที่ฝ่าฟันอุปสรรคในการเดินทางมาได้ ส่วนใหญ่ก็ติดใจและมาอีกซ้ำ ๆ ลูกค้าขาจรก็มาบ้างเพราะปากต่อปาก บ้างเพราะเห็นในโซเชียลมีเดีย

แต่อย่างที่บอกไป ก่อนจะถึงร้านยังไงก็ต้องเคยหลงทางมาก่อน

“เราไม่อยากมีป้ายบอกทาง มันง่ายไป มันชี้นำ เหมือนเราต้องไปดูงานศิลปะ แล้วเราชี้นำคนดูงานศิลปะมากเกินไปมันก็ไม่ดี แล้วอีกอย่างหนึ่ง คอนเซ็ปต์ของการหลงทางก็คือ พอทุกคนพูดเรื่องเดียวกันว่า หลงทางแต่ทุกคนไม่รู้จักกัน ทำให้ทุกคนจอยกันด้วยเหตุการณ์เดียวกัน” เขาเล่าที่มาที่ไปของร้าน

“คนมาร้านนี้ ส่วนมากเป็นคนคอเดียวกัน คุยกันไม่ยาก หลังจากที่เขาพูดเรื่องหลงทาง เขาก็ถามกันว่ามาจากไหน คณะอะไร ถามไถ่กันเสร็จก็คุยเรื่องส่วนตัวของเขาเอง แต่หลายสิ่งหลายอย่างเกิดจากการหลงทางนะ บางคนใช้เวลามาเจอกันครั้งสองครั้งที่นี่ จากนั้นก็ไปที่อื่นด้วยกันต่อ” ฟังดูแล้วคงเหมือนประโยคที่ว่า ‘ศีลเสมอกัน’ ไปวัดก็เจอเพื่อนแบบหนึ่ง กินกาแฟพร้อมฟังเพลงก็เจอเพื่อนอีกแบบหนึ่ง

ZAAB Records Café คาเฟ่ขอนแก่นที่บุกเบิกศิลปะ ดนตรี เทศกาลแผ่นเสียง จนเป็นขวัญใจเด็ก มข.
ZAAB Records Café คาเฟ่ขอนแก่นที่บุกเบิกศิลปะ ดนตรี เทศกาลแผ่นเสียง จนเป็นขวัญใจเด็ก มข.

เราเบรกการคุยเล็กน้อยเพื่อจิบกาแฟแก้ง่วง ช่วยกันหยิบหนอนบุ้งออกจากโต๊ะ เพราะเราเลือกที่นั่งใกล้ต้นไม้และริมน้ำ รู้สึกเหมือนเวลาเดินช้าลงเล็กน้อย ความเครียดลดลง เพราะสีเขียวจากต้นไม้ใหญ่และไม้ใบนานาชนิด รวมถึงภาพวาดเด็กผู้หญิงวัยมัธยมต้นปากสีชมพูปนแดง ผมประบ่ามีหน้าม้า ขนาดสูงราว 2 เมตรที่จ้องมองพวกเราอยู่ แล้วค่อยเริ่มสัมภาษณ์กันต่อเกี่ยวกับร้านในช่วงเวลานี้

“ช่วงนี้เป็นช่วงที่กำลังจะปล่อยให้ร้านดำเนินไปในอีกรูปแบบหนึ่ง เพราะตัวพี่จะเดินทางไปต่างประเทศ เพื่อใช้ชีวิตในจุดที่เรารู้สึกว่า เราอยู่กับศิลปะแล้วมีความสุขให้มากที่สุด ยอมรับว่า 10 ปีที่ทำตรงนี้ เราได้ทำอะไรมาเยอะแล้ว แต่หลังจากนี้จะเป็นเรื่องของการเก็บประสบการณ์อีกรูปแบบหนึ่งในต่างแดน ตอนนั้นที่เคยไปก็คืออายุ 22 ปี แต่ตอนนี้อายุ 44 ปีแล้ว

“คิดว่าจะเล่าเรื่องต่าง ๆ และวิถีคนทำงานศิลปะที่นั่นผ่านโลกโซเชียล จริง ๆ ก็ชอบนั่งคุย แต่ด้วยมันถึงจุดอิ่มตัวกับที่นี่ เราเจอสิ่งที่เราอยู่ใกล้ ไม่ใช่ไม่รัก แต่บางครั้งเหมือนน้ำหล่อเลี้ยงชีวิตมันหายไป

“อย่างเช่นเรื่องการคมนาคมในบ้านเรา มันเป็นปัญหาหลัก ๆ สำหรับพี่ พี่ขับรถไม่เป็น ไปไหนพี่ต้องปั่นจักรยานหรือเรียก Grab แล้วการคมนาคมในต่างจังหวัดมันไม่ทั่วถึง จะไปเขื่อนอุบลรัตน์เรายังคิดแล้วคิดอีกเลย เพราะมันไม่เอื้ออำนวยสำหรับเรา

“ถ้าไปอยู่ที่นู่นแล้วอยากเข้าหาธรรมชาติ ก็เดินไปที่สถานีรถไฟ พอขึ้นรถไฟแล้ว อยู่ดี ๆ ก็ไปโผล่ที่ยอดเขาหรือพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ หรือไปโผล่ที่ปารีส ที่มิลาน มันเป็นเรื่องการคมนาคมที่สะดวก พอเราอยู่ที่นี่ก็เหมือนถูกบีบ ไม่ได้เรียกว่าทิ้งร้านไปไหน เรียกว่าฝากไว้ก่อน ฝากให้น้องชายดูแลแทน”

คาเฟ่ในจังหวัดขอนแก่นที่ให้ผู้คนดำดิ่งกับกาแฟ ความเงียบ และเพลงแจ๊ส ใน ‘พื้นที่ส่วนรวม แต่ความรู้สึกส่วนตัว’

รถไฟขบวนขอนแก่น-ปารีส

ปารีส เมืองในฝันของคนรักศิลปะ นับเฉพาะพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ใน 1 ปีมีงานแสดงมากถึง 24 ครั้ง ศิลปินทั่วโลกจึงต้องมาที่นี่เพื่อเสพ-ขาย-สร้างงานศิลปะในทุกแขนง การเดินทางของรถไฟขบวนสายปารีส-ขอนแก่น จอดลงที่หน้าบ้านของเด็กชายจักรพันธ์ตั้งแต่วัยเยาว์ จากการที่เขาเริ่มรู้จักกับ วินเซนต์ แวนโก๊ะ (Vincent Van Gogh)

“พี่จักรเคยตกหลุมรักขอนแก่นเหมือนที่ตกหลุมรักปารีสบ้างไหม”

ฉันส่งคำถามชวนปวดหัวให้แก่เจ้าของร้าน เพียงเพราะเกิดความสงสัยขึ้นมาขณะเดินชมบรรยากาศในร้าน ทั้ง ๆ ที่ตั้งอยู่ในขอนแก่น แต่ข้าวของในร้านกลับแสดงตัวตนไปในทางยุโรปเสียมากกว่า

“พี่ไม่เคยตกหลุมรักขอนแก่น จะพูดยังไงดี ขอนแก่นเป็นบ้านเกิด แต่ไม่ใช่เมืองที่พี่เข้ามาถึงแล้วต้องร้องว้าว พี่เคยทำงานชิ้นหนึ่งชื่อว่า ‘ขอนแก่นปารีส’ เป็นงานโฟโต้กล่องไฟแบบดิจิทัล ตอนนั้นพี่เอาตึกร้างมาซ้อนทับกับหอไอเฟล จะเห็นว่าขอนแก่นกับปารีสมีทำเลที่ตั้งคล้าย ๆ กัน

คาเฟ่ในจังหวัดขอนแก่นที่ให้ผู้คนดำดิ่งกับกาแฟ ความเงียบ และเพลงแจ๊ส ใน ‘พื้นที่ส่วนรวม แต่ความรู้สึกส่วนตัว’

“ขอนแก่นไม่มีภูเขา ปารีสก็ไม่มีภูเขา ขอนแก่นไม่มีทะเล ปารีสก็ไม่มีทะเล นี่คือสิ่งที่คล้ายกัน แต่สิ่งที่ไม่คล้ายกันคือคน ถ้าเราตั้งใจมองว่าปารีสมีอะไรเกิดขึ้นจากธรรมชาติที่โด่งดังไปทั่วโลกบ้าง อย่างเดียวที่มีก็คือแม่น้ำแซน ที่เหลือเกิดจากน้ำมือมนุษย์ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ศูนย์ศิลปะและวัฒนธรรมแห่งชาติฌอร์ฌ ปงปีดู มงมาร์ต หอไอเฟล แม้กระทั่งตัวคน ศิลปินที่ไปที่นั่นต่างสร้างปารีสด้วยความเป็นคนและความงาม

“ขอนแก่นก็เหมือนกัน แต่เรามุ่งไปที่เรื่องของการเป็นเมืองแบบนิวยอร์ก ภาพจำฮอลลีวูดของเขาค่อนข้างเยอะ การพัฒนาคือการนำตึกเข้าเมือง หรือการนำสิ่งของที่ล้ำสมัยเข้าเมือง แต่ที่โน่นการพัฒนาคือการทำให้บ้านดูทันสมัย บ้านรูปแบบเก่าแต่มีหุ่นยนต์ เมืองที่พัฒนาแล้วก็คือการที่เมืองนั้นเอาต้นไม้ไว้ในเมือง ไม่ใช่เอาออกจากเมือง”

นี่คือมุมมองที่มีต่อบ้านเกิด และเมืองอีกฟากโลกที่เป็นหมุดหมายที่รักของเขา

คาเฟ่ในจังหวัดขอนแก่นที่ให้ผู้คนดำดิ่งกับกาแฟ ความเงียบ และเพลงแจ๊ส ใน ‘พื้นที่ส่วนรวม แต่ความรู้สึกส่วนตัว’

ความเป็นมนุษย์และสุขนิยม

“Eat, drink and be merry for tomorrow we die”

“กินและดื่ม เพื่อตายอย่างสำราญในวันพรุ่งนี้”

เป็นวลีที่อยู่ในคัมภีร์ไบเบิลฉบับพระเจ้าเจมส์ (King James Bible) ที่ชวนคนให้ออกไปกิน ดื่ม เที่ยว และแสวงหาความสุขเสียตั้งแต่ตอนนี้ เพราะชีวิตนั้นสั้นเกินกว่าที่จะเสียเวลาไปกับความทุกข์ นี่คือคำถามที่เราส่งไปยังเจ้าของร้านว่ามีความเห็นอย่างไร เพราะตัวเขาก็เข้าข่ายการใช้ชีวิตแบบสุขนิยม

“ถามว่าสุขไหม ก็ไม่ได้สุขตลอดหรอก แต่ก็เป็นสุขนิยม เพราะพี่จะไปกิน ไปดื่ม มันก็เป็นความสุขของพี่ เกิดแนวคิดนี้มาได้ เพราะจุดหมายเราคือตาย ไม่ต้องอธิบายอะไรมากทุกคนก็รู้

“แล้วระหว่างทางเราจะทำอย่างไร ก่อนที่เราจะไป อยู่แล้วเราก็ต้องสุข มันมีเรื่องเข้ามาประเดประดังทำให้เราทุกข์ และท้ายที่สุดเราต้องสละเพื่อมีความสุขให้ได้ หาความสุขให้ตัวเองเหมือนกับตอนนี้ที่ต้องออกต่างประเทศ เพราะพี่ต้องทำให้ตัวเองมีความสุข ไปรีเซ็ตหลาย ๆ ความรู้สึก มันก็คือสุขนิยม” เขาตอบกลับด้วยท่าทีจริงจังกว่าเรื่องที่ผ่านมา อาจเพราะกำลังสนทนาเรื่องปรัชญาชีวิตอยู่

“พี่จักรเชื่อไหมว่าร้านที่ดีทำให้ชีวิตคนดีขึ้น มีความสุขมากขึ้น” ฉันถามด้วยความสงสัยอีกครั้ง

คาเฟ่ในจังหวัดขอนแก่นที่ให้ผู้คนดำดิ่งกับกาแฟ ความเงียบ และเพลงแจ๊ส ใน ‘พื้นที่ส่วนรวม แต่ความรู้สึกส่วนตัว’
คาเฟ่ในจังหวัดขอนแก่นที่ให้ผู้คนดำดิ่งกับกาแฟ ความเงียบ และเพลงแจ๊ส ใน ‘พื้นที่ส่วนรวม แต่ความรู้สึกส่วนตัว’

“มีส่วนครับ มันเป็นคาแรกเตอร์ของร้านด้วย เหมือนกับว่าเราปล่อยให้ลูกค้าอยู่กับสิ่งที่เขาอยากเจอมากกว่า พี่พูดคุยสนุกสนานกับลูกค้า ดูไม่ใช่เจ้าของกิจการ บรรยากาศเมื่อก่อนมันเหมือนพี่มาเจอกับน้อง มาสร้างความรื่นเริงให้กับชีวิต ให้กับร้าน ให้กับคนที่มาร้าน ไม่ใช่แค่มานั่งแช่แล้วก็ไป

“แต่ปัจจุบันพี่ทำร้านเพื่อให้ทุกคนมีความเป็นส่วนตัวมากที่สุด มีคำพูดหนึ่งที่ว่า ‘พื้นที่ส่วนรวมแต่ความรู้สึกส่วนตัว’ เพราะอะไร เพราะพี่จัดโต๊ะห่างกัน แต่ละคนอยู่คนละมุม โดยไม่ต้องมีใครมาแอบดูเวลาเล่นโทรศัพท์ ปล่อยให้โล่งเลย ทุกคนมานั่งโง่ ๆ ที่นี่ นั่งแบบไม่ต้องคุยกับพี่ นั่งชิงช้า นั่งเปล นั่งตรงลานห้องหนังสือ ว่าง ๆ ก็ไปเล่นกับหมา เสร็จแล้วก็เข้าไปค้นดูเพลงแล้วก็นอน บางคนก็หลับไปเลย

“ความสุขในการทำงานคือทุกอย่าง ได้นั่งคุยกับน้อง ๆ ได้แลกเปลี่ยน ไม่มีรุ่นเล็ก รุ่นใหญ่ มีแค่เรา อีกอย่างคือได้ทำให้ตาน้องลุกวาว เวลาคุยเรื่องนู้นเรื่องนี้ มันทำให้น้องได้ค้นคว้า ได้เสาะหาสิ่งที่เกิดขึ้น ได้ออกเดินทาง” เขาพูดสรุปจบแบบสวยงาม ก่อนที่เราจะคุยเรื่องราวส่วนตัวกันต่ออีกนานนับชั่วโมง

แน่นอนว่าเราเป็นอีกหนึ่งคนที่หลงทางมาเจอกับพี่จักร บทสนทนา ผู้คน เรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นเรื่องจริง ที่นี่ให้ความสงบและอบอุ่นมากสำหรับนักศึกษาที่เหงาและคิดถึงบ้าน

คาเฟ่ในจังหวัดขอนแก่นที่ให้ผู้คนดำดิ่งกับกาแฟ ความเงียบ และเพลงแจ๊ส ใน ‘พื้นที่ส่วนรวม แต่ความรู้สึกส่วนตัว’
คาเฟ่ในจังหวัดขอนแก่นที่ให้ผู้คนดำดิ่งกับกาแฟ ความเงียบ และเพลงแจ๊ส ใน ‘พื้นที่ส่วนรวม แต่ความรู้สึกส่วนตัว’

ที่นี่มีนมอุ่น ๆ พร้อมหนังสือให้เลือกอ่าน มีดินสอสีและกระดาษให้วาดรูป มีต้นไม้แจกฟรี มีสุนัข 2 ตัวคือ ‘แท่งทอง’ และ ‘แพนเค้ก’ ที่ขาดไม่ได้คือมีพ่อครัวสุดแจ๋วอย่าง ‘พี่เจี๊ยบ’ ทำให้นักศึกษาทั้งหลายเลือกฝากท้องไว้ ณ ที่แห่งนี้ นักศึกษาหลายรุ่นที่จบไปแล้ว ก็พูดได้เต็มปากว่าจบจากคณะแซ่บเรคคอร์ด

เพราะมีร้านนี้เป็นส่วนหนึ่งที่คอยโอบอุ้มผ่านพื้นที่ที่อบอุ่นคล้ายบ้าน ทำให้ผ่านวัยเรียนที่โหดร้ายไปได้ อย่างที่พี่จักรเคยบอกไว้ว่า “ที่นี่มีพื้นที่ส่วนรวม แต่ให้ความรู้สึกส่วนตัว”

คาเฟ่ในจังหวัดขอนแก่นที่ให้ผู้คนดำดิ่งกับกาแฟ ความเงียบ และเพลงแจ๊ส ใน ‘พื้นที่ส่วนรวม แต่ความรู้สึกส่วนตัว’

ZAAB Records Café 

ที่ตั้ง : 825 หมู่ 3 ซอยวัดลานหญ้า ตำบลศิลา อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการวันพุธ-อาทิตย์ เวลา 11.00 – 20.00 น.

โทรศัพท์ : 08 7234 4042

Facebook : ZAAB Records Café

Photographer

ณาฌารัฐ ภักดีอาสา

นักเรียนวารสารศาสตร์จากมอน้ำชี ที่เชื่อว่าชีวิตต้องผ่านน้ำ เบื่อการเรียนออนไลน์ อยากเรียนจบแล้ว รักใครรักจริง

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

“ถ้าคนมาแล้วแฮปปี้ ก็ดีแล้วล่ะ”

คำพูดพร้อมเสียงหัวเราะของ ป้าตู๋-ธันยา จันทร์วิทัน ผู้บอกประวัติสั้น ๆ ของตัวเองว่า เป็นคนเชียงใหม่ เกิดที่นี่ โตที่นี่ เรียนหนังสือที่นี่ อีกทั้งยังเป็นเจ้าของแปลงที่ดินอันเป็นที่ตั้งของ ‘กาดต๋องตึง’ หนึ่งในตลาดขนาดเล็กค่อนไปทางปานกลางของจังหวัดเชียงใหม่ เต็มไปด้วยชีวิตชีวาจากธรรมชาติที่เจ้าของต้องการมอบความรื่นรมย์ให้กับผู้คน รวมถึงสร้างโอกาสให้แก่เหล่าพ่อค้าแม่ค้าไปพร้อม ๆ กัน

กาดต๋องตึง เชียงใหม่ ตลาดฟรีค่าเช่า 3 เดือน ศาลาถอดได้ และอยากเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคน

เอาเข้าจริง แรกเริ่มเดิมทีการกำเนิดเกิดมาของกาดแห่งนี้มีที่มาจากคำยุยงเชิญชวนของผู้อื่นเสียมากกว่า ป้าตู๋บอกว่า ที่ดินแปลงนี้เป็นหนึ่งในที่ดินของครอบครัว ค่อนข้างรกร้าง เนืองแน่นด้วยต้นไม้ใหญ่เก่าแก่ และแหล่งอาศัยของเหล่าสัตว์เลื้อยคลาน จนเพื่อนคนหนึ่งเอ่ยปากด้วยความเสียดาย

“ทำไมปล่อยให้มันร้าง ทำไมไม่ลองคิดหรือทำอะไรดูสักอย่างหนึ่ง” 

ป้าตู๋ริเริ่มบุกเบิกสถานที่ด้วยการนำผักออร์แกนิคของตนเข้ามาขายเป็นการกรุยทาง พร้อมกับขอให้บริษัท Bangkok Tokyo Architecture ของลูกสาว ช่วยสร้างศาลากลางแจ้งขึ้นมาให้

โดยคอนเซ็ปต์ของที่นี่ คือ ยกให้ธรรมชาติเป็นพระเอก แกล้มด้วยสถาปัตยกรรม วิถีท้องถิ่น และ ความคิดสร้างสรรค์ เพื่อหวังเป็นพื้นที่เล็ก ๆ ของเชียงใหม่ สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนที่มาเยือน

กาดต๋องตึง เชียงใหม่ ตลาดฟรีค่าเช่า 3 เดือน ศาลาถอดได้ และอยากเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคน

ความเป็นตัวของตัวเอง

“ไป ๆ มา ๆ กลายเป็นว่ามีคนสนใจอยากจะมาของขายของที่นี่ด้วย ก็เลยเปลี่ยนมาเป็น Weekend Market หรือตลาดเสาร์อาทิตย์ที่คนมาเดิน มากิน มาเที่ยว มาเสพ หรือมานั่งใต้ต้นไม้เงียบ ๆ แล้วก็ดูผู้คนเขาทำอะไรกัน จะมานั่งทำงาน จะมาทำอะไรก็ได้” 

ป้าตู๋บอกเล่าถึงความไป ๆ มา ๆ จนเกิดเป็นตลาดแห่งนี้ขึ้นมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ แม้กระทั่งเจ้าของพื้นที่อย่างเธอเองก็ยังไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า ผู้คนที่มาใช้บริการทางสุนทรียภาพของสถานที่แห่งนี้จะเอ็นจอยไปกับตลาดได้ขนาดนี้

ขณะเดียวกัน ป้าตู๋ยังพยายามยึดโยงความเป็นพื้นที่สีเขียวเอาไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยเอาธรรมชาติเป็นหลักสำหรับการตั้งฐาน แล้วจึงให้ตัวเองค่อย ๆ กลืนไปกับธรรมชาติเหล่านั้น เพราะฉะนั้น ต้นไม้เก่าแก่ทุกต้นภายในตลาดจึงไม่มีต้นไหนถูกตัด ล้ม โค่น แม้เพียงต้นเดียว มีแค่การเล็มตัดแต่งเพื่อให้เกิดการแตกกิ่ง จนกลายเป็นร่มเงาทางธรรมชาติให้แก่ผู้คนที่มาใช้บริการตลาดแห่งนี้

กาดต๋องตึง เชียงใหม่ ตลาดฟรีค่าเช่า 3 เดือน ศาลาถอดได้ และอยากเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคน
กาดต๋องตึง เชียงใหม่ ตลาดฟรีค่าเช่า 3 เดือน ศาลาถอดได้ และอยากเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคน

กาดต๋องตึงเปิดทำการตั้งแต่ 8 โมงเช้า ถึง 4 โมงเย็น ในทุก ๆ วันเสาร์และอาทิตย์ ความน่าขบขันที่ป้าตู๋เล่าให้ฟังเห็นจะเป็นการที่เธอมักถูกตั้งคำถามมากมาย และคำบอกเล่าจากคนรอบตัวที่ประดังประดาถาโถมใส่อย่างเอาแต่ใจ เช่น ทำไมถึงเปิด 8 โมง ทำไมไม่เปิด 7 โมงหรือ 9 โมง ไม่ก็บอกว่า เปิดถึงบ่าย 2 ก็พอแล้ว ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลล้วนไม่ได้มาจากคนขายในตลาดสักคนเดียว 

“มันขึ้นอยู่กับว่าเราต้องการให้เวลาทำงานของเราคือเวลาไหน บางคนบอก ทำไมไม่เปิดถึงตอนเย็น เปิดเป็นบาร์เบียร์ ลานเบียร์ เราก็บอกว่า ไม่เอาค่ะ” 

ปักธงเลยว่าไม่จำหน่ายแอลกอฮอล์ ป้าตู๋เชื่อว่าการทำอะไรสักอย่างไม่จำเป็นต้องเหมือนกับคนอื่นไปเสียหมด ความแตกต่างอย่างตั้งใจเพื่อให้เกิดความรื่นรมย์ สบายกายและสบายใจ คือสิ่งที่เธอต้องการ 

กาดต๋องตึง เชียงใหม่ ตลาดฟรีค่าเช่า 3 เดือน ศาลาถอดได้ และอยากเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคน

ป้าตู๋ยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเจนผ่านร้านเบเกอรี่แห่งหนึ่งบริเวณคูเมือง ประตูเชียงใหม่ ซึ่งเป็นร้านที่ไม่เสิร์ฟกาแฟแม้แต่แก้วเดียว ทางร้านขายเพียงแค่ชา ชาทุกชนิด 

“เขาบอก Sorry นะ We don’t serve coffee here.” เพราะว่าการเป็นร้านเบเกอรี่ไม่จำเป็นต้องเคียงคู่ด้วยกาแฟเสมอไป ป้าตู๋เองก็พอใจที่สถานที่ของเธอออกมาในรูปแบบที่เป็นอยู่นี้มากกว่า

ความเป็นนักธุรกิจ

ในแง่ธุรกิจ ป้าตู๋ยอมรับว่าการทำสถานที่แห่งนี้ย่อมมีเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ เข้ามาเกี่ยวข้องอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ใจความสำคัญของเธอไม่ใช่การคืนทุน และความตั้งใจที่ตามมาหลังจากทำสิ่งนี้ไปสักพัก ก็ไม่ใช่การสร้างความรื่นรมย์ให้แก่ผู้คนเพียงอย่างเดียว แต่ยังสร้างอาชีพให้เหล่าพ่อค้าแม่ค้าด้วย 

เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันที่อยู่ในสภาวะย่ำแย่ ข้าวยากหมากแพง แม้แต่บัตรคอนเสิร์ตยังราคาแรง สวนทางกับค่าแรงและเงินเดือนที่เท่าเดิม อย่างเหตุการณ์เกือบล่าสุดที่กาดสวนแก้วปิดตัวลง มีร้านค้าไม่น้อยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์นั้น และไม่อาจปฏิเสธได้ว่า การเกิดขึ้นของกาดต๋องตึงช่วยเหลือและสร้างโอกาสให้พ่อค้าแม่ค้ามากมายในระยะเวลาเพียง 4 เดือนเท่านั้น

กาดต๋องตึง เชียงใหม่ ตลาดฟรีค่าเช่า 3 เดือน ศาลาถอดได้ และอยากเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคน

“พ่อค้าแม่ค้าที่ขายที่นี่ส่วนหนึ่งเป็นคนแถวนี้ เขาตัดสินใจมาขายของได้อย่างรวดเร็ว เพราะมันใกล้บ้านเขาดีจังเลย หรือบางคนได้รับผลกระทบจากการปิดตัวของกาดสวนแก้ว ทางนั้นเขายังเก็บของไม่เสร็จ ก็มาขอขายที่นี่ เขาบอกมันใกล้บ้านเขา ซึ่งมันเป็นการโยกย้ายที่ทำมาหากินของเขา ตลาดของเราทำให้คนในบริเวณมีโอกาสทำมาหากินมากขึ้น คนในหมู่บ้านก็เอาของในหมู่บ้านมาขายได้ด้วย”

สำหรับป้าตู๋ สิ่งตอบแทนที่เธอต้องการ คือความหวังว่าสถานที่นี้จะอยู่ต่อไปได้ 

ที่นี่ไม่เก็บค่าเช่าใน 3 เดือนแรก ป้าตู๋บอกว่า สิ่งนี้ถือเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดอย่างหนึ่ง เป็นการให้เหล่าคนค้าขายมาทดลองก่อนว่าเขาจะอยู่ได้ไหม นอกจากนี้ป้าตู๋ยังเสริมว่า

“ไม่ได้เก็บค่าเช่าก็จริง แต่เราเก็บค่าสาธารณูปโภค 30 บาท เป็นค่าน้ำ ค่าไฟ”

เมื่อมีการทำธุรกิจเกิดขึ้น การเติบโตและหวังผลตอบแทนจึงกลายเป็นสิ่งที่ตามมา แต่เธอรู้ตัวว่าจะไม่คืนทุนใน 1 หรือ 2 ปีแน่นอน แต่อย่างน้อย สถานที่ของเธอก็กระตุ้นเศรษฐกิจได้ แม้จะเพียงแค่เขยิบเดียวหรือเพียง 1 ก้าว ก็ถือว่ามีการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในท้องถิ่นมากขึ้นแล้ว 

กาดต๋องตึง เชียงใหม่ ตลาดฟรีค่าเช่า 3 เดือน ศาลาถอดได้ และอยากเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคน

ต๋องตึง ชื่อนี้มีที่มา

สาเหตุของการตั้งชื่อว่า ‘กาดต๋องตึง’ ไม่ได้ไกลจากที่คาดคิดไว้สำหรับคนที่รู้ และอาจไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรนักสำหรับคนที่ไม่รู้ เนื่องจากที่มาของชื่อนั้นมาจากใบตองตึง ซึ่งถูกนำมาใช้เป็นวัสดุสำหรับมุงหลังคาศาลาประจำกาด ป้าตู๋เล่าให้ฟังอย่างครบถ้วนว่า แรกเริ่มเดิมทีนั้นมีพื้นฐานมาจากภูมิปัญญาของคนโบราณที่นำใบตองตึงแห้งแล้วมาเย็บสานกันเป็นแพเพื่อนำไปมุงหลังคา 

ในปัจจุบันสังเกตเห็นได้ตามทุ่งนา เพราะมันคือวัสดุที่นำไปใช้สร้างกระต๊อบ 

กาดต๋องตึง เชียงใหม่ ตลาดฟรีค่าเช่า 3 เดือน ศาลาถอดได้ และอยากเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคน

เพื่อให้ล้อไปกับความเป็นธรรมชาติ สถาปนิกชาวญี่ปุ่นของบริษัท บริษัท Bangkok Tokyo Architecture เล็งเห็นถึงความน่าอัศจรรย์ของการนำวัสดุทางธรรมชาติมาปรับใช้กับงานสถาปัตยกรรม ป้าตู๋เองก็ต้องการรักษาความเป็นธรรมชาติของพื้นที่เอาไว้อย่างครบถ้วน การจะใช้แผ่นเหล็ก (Metal Sheet) กระเบื้อง หรือสังกะสี ก็ดูจะหลุดจากความตั้งใจของตัวเองไปสักหน่อย แถมใบตองตึงยังระบายอากาศได้ดีกว่า เมื่อถูกน้ำฝน ยิ่งแนบแน่นทนทานขึ้นกว่าเก่า การใช้ใบตองตึงจึงมากับแนวคิดที่ว่า เปรียบเสมือนการนั่งอยู่ภายใต้กองใบไม้ เพื่อให้เกิดความใกล้ชิดกับธรรมชาติมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ 

ตัวศาลาเองก็มีการออกแบบที่แปลกไปกว่าศาลาสำหรับตลาดทั่วไป เนื่องจากหลังคาทรง Slope หันด้านปิดมาทางข้างหน้า และหันด้านเปิดไปทางข้างหลัง เพราะการออกแบบในครั้งนี้ยืนอยู่บนแนวคิดที่ว่า ต้องการให้เกิดความแตกต่างไปจากภาพจำเดิม ๆ ของตลาดที่ผู้คนเคยเห็นมา รวมถึงการนำด้านต่ำมาอยู่ข้างหน้า เพื่อให้ผู้คนได้เห็นการทำงานของใบตองตึงที่นำมาใช้ และความรู้สึกแง้ม ๆ ของด้านต่ำ ยิ่งเชิญชวนให้เกิดความรู้สึกสงสัยใคร่รู้ อยากมุดเข้าไปภายใน ก่อนจะเปิดกว้างออกไปในด้านหลัง

“แต่ไม่ทราบว่าคนอื่นเขาจะเข้าใจหรือเปล่านะ” ป้าตู๋เปรยติดตลก

กาดต๋องตึง เชียงใหม่ ตลาดฟรีค่าเช่า 3 เดือน ศาลาถอดได้ และอยากเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคน
กาดต๋องตึง เชียงใหม่ ตลาดฟรีค่าเช่า 3 เดือน ศาลาถอดได้ และอยากเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคน

ขณะเดียวกัน การใช้ใบตองตึงมาเป็นวัสดุก็ยังเสริมด้วยความแยบคายของการแทรกเสริมความคิดเกี่ยวกับการใช้ชีวิตที่แล้วแต่คนจะตีความกันไป การย่อตัวก้มหัวเพื่อเข้าไปยังภายในศาลา อาจหมายถึงการรู้จักยอมก้มหัวให้กับผู้อื่นบ้างเพื่อลดทิฐิของตน โดยมีธรรมชาติเป็นผู้สอนสั่ง หรืออีกแง่หนึ่ง การที่ใบตองตึงมีอายุการใช้งาน 2 – 3 ปี อย่างมากที่สุดคือ 4 ปี ก็มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนทั้งผืน สำหรับป้าตู๋แล้ว สิ่งนี้ถือเป็นการเรียนรู้ว่า ไม่มีอะไรที่อยู่ยงคงกระพัน เมื่อถึงเวลาของมัน มันก็ต้องไป

“สิ่งที่สถาปนิกออกแบบมันแตกต่างจากอาคารอื่น ๆ ตรงที่ตราบใดที่เราเลิกทำ ข้อต่อทุกข้อถอดออกจากกันได้หมด อาคารนี้แพงมาก” ป้าตู๋หัวเราะ “แพงเท่ากับตึก แพงเท่ากับห้องแถว 1 ห้อง แต่ละอันแต่ละชิ้นที่ผูกอยู่ข้างบน ใช้ช่างคนเดียวผูก เขาเป็นช่างเฟอร์นิเจอร์ ไม่ใช่ใครก็ได้ที่จะขึ้นมาผูก เขาค่อย ๆ ผูกทีละอัน ๆๆ ใช้เวลา 3 เดือน ข้อต่อแต่ละข้อก็มีการคำนวณและออกแบบมาอย่างดี ศาลาแห่งนี้เลยไม่จำเป็นต้องทิ้งให้เป็นอนุสาวรีย์ไว้กับที่นี่” เจ้าของตลาดเล่าพร้อมรอยยิ้ม

(ห้องสมุด) มนุษย์ (ห้อง) สละ (ห้อง) สลวย

‘ห้องสละ’ เป็นร้านรับบริจาคของใช้แล้วสภาพดี หากใครต้องการของชิ้นไหนก็หยิบได้ตามใจอยาก เพียงแต่ว่าต้องใส่เงินเข้าไปในโถที่เตรียมไว้ให้ ใส่เท่าไหร่ก็ได้ตามจิตศรัทธา โดยเงินจะนำไปสนับสนุนกิจกรรมของกลุ่มรักดี เป็นกลุ่มจิตอาสากลุ่มที่ดูแลเรื่องไฟไหม้ป่า ถางป่า การทำแนวกันไฟ ปลูกต้นไม้ ปลูกป่า เก็บขยะบนดอยสุเทพ ถือเป็นการสนับสนุนค่าอาหารกลางวัน เครื่องดื่ม ที่มาจากการสละสิ่งของเหล่านั้น เพื่อให้พวกเขามีแรงสำหรับออกไปสละแรงกายแรงใจทำจิตอาสาต่อไป

กาดต๋องตึง จ.เชียงใหม่ ตลาดเช้าเดินสบาย ๆ ที่ธรรมชาติมาบรรจบกับสถาปัตยกรรม วิถีท้องถิ่น และความคิดสร้างสรรค์
Tong Tung Market จ.เชียงใหม่ ตลาดเช้าเดินสบาย ๆ ที่ธรรมชาติมาบรรจบกับสถาปัตยกรรม วิถีท้องถิ่น และความคิดสร้างสรรค์

ส่วน ‘ห้องสลวย’ เป็น Workshop Space ที่ตั้งใจให้เป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้ด้านต่าง ๆ ในคราวที่แล้วมีคลาสสอน ‘การใช้โทรศัพท์ถ่ายรูปยังไงให้ออกมาสวย’ โดยเพื่อนพ้องที่รู้จักกัน

“เพราะเรามองเห็นความสามารถพิเศษของเพื่อนคนใดคนหนึ่ง งั้นมาเวิร์กชอปกันมั้ย เช่น คนนี้พับดอกไม้เป็นดอกกุหลาบเก่งมาก ก็มาสอนได้นะ ส่วนใหญ่เป็นคนรู้จักกันที่เราเชิญมาให้ความรู้”

Tong Tung Market จ.เชียงใหม่ ตลาดเช้าเดินสบาย ๆ ที่ธรรมชาติมาบรรจบกับสถาปัตยกรรม วิถีท้องถิ่น และความคิดสร้างสรรค์

Human Library หรือ ‘ห้องสมุดมนุษย์’ เป็นไอเดียที่เกิดจากความเชื่อว่า มนุษย์แต่ละคนเปรียบเสมือนหนังสือ 1 เล่ม ทุกการเติบโตไม่ต่างอะไรจากบทต่าง ๆ ที่ถูกบันทึกเอาไวในหนังสือแห่งชีวิต เมื่อถึงเวลาอันสมควรก็เอาประสบการณ์มาแบ่งปันกันได้ เลยเกิดเป็นมุมเล็ก ๆ ที่คนมานั่งคุยกัน 

กลายเป็นการเรียนรู้อะไรใหม่ ๆ เหมือนกำลังอ่านหนังสือ ป้าตู๋ยกตัวอย่างให้ฟังว่า

 “สมมติเราสนใจเรื่องดาราศาสตร์ ถ้ามีใครสักคนมานั่งคุยเรื่องดาราศาสตร์กับเรา มันก็เหมือนเรากำลังเปิดหนังสือ แต่เป็นหนังสือที่เล่าโดยประสบการณ์ และได้สนทนากับคนที่รู้จริงด้านนั้น ๆ”

ประโยชน์ของสถานที่ ความสุขของผู้คน

“มันคงไม่โตไปกว่านี้แล้ว” ประโยคนี้ของป้าตู๋ไม่ใช่การแสดงความเศร้าโศกแต่อย่างใด

แต่ด้วยขนาดที่ดินของตลาดแห่งนี้ โตไปมากกว่านี้แล้วไม่ได้จริง ๆ สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตต่อไปเห็นจะเป็นเรื่องอันไกลตัวสำหรับตลาดที่เพิ่งมีอายุเพียง 4 เดือน ทว่าความน่าสนใจอย่างหนึ่งที่ป้าตู๋บอกกับเรา คือ ถ้าหากพื้นที่ตรงนี้เลิกทำหน้าที่เป็นตลาด และศาลาที่ถอดประกอบได้ถึงเวลาปลดประจำการ ป้าตู๋ก็มีความคิดจะทำให้ที่ดินผืนนี้กลายเป็นสวนสาธารณะแห่งหนึ่งไปโดยปริยาย 

Tong Tung Market จ.เชียงใหม่ ตลาดเช้าเดินสบาย ๆ ที่ธรรมชาติมาบรรจบกับสถาปัตยกรรม วิถีท้องถิ่น และความคิดสร้างสรรค์
Tong Tung Market จ.เชียงใหม่ ตลาดเช้าเดินสบาย ๆ ที่ธรรมชาติมาบรรจบกับสถาปัตยกรรม วิถีท้องถิ่น และความคิดสร้างสรรค์

การเปลี่ยนแปลงข้างต้นที่อาจเกิดขึ้นและไม่เกิดขึ้น ถือว่ายังคงแนวคิดเดิมของสถานที่แห่งนี้เอาไว้ได้อย่างครบถ้วน ทั้งเป็นสถานที่ใกล้บ้านอันแสนดี เพื่อให้ผู้คนได้ออกมาใช้ชีวิต ใกล้ชิดธรรมชาติ และการเป็นพื้นที่สาธารณะในละแวกใกล้บ้านสำหรับทุกคน, กาดต๋องตึง ไม่ว่าจะในตอนนี้หรือภายภาคหน้า ก็จะยังคงเป็นสถานที่สำหรับหย่อนกาย คลายใจ ดื่มน้ำสักแก้ว นั่งดูดนตรีสด พร้อมบรรยากาศธรรมชาติ

ป้าตู๋กล่าวทิ้งท้ายว่า เธออาจไม่ใช่นักการเมืองหรืออินฟลูเอนเซอร์ ที่สร้างสถานที่แห่งนี้ขึ้นมาเพื่อขับเคลื่อนสังคมให้เกิดแรงกระเพื่อมระดับจังหวัด สถานที่นี้เป็นเพียงหนึ่งในสิ่งที่สะท้อนตัวตนของเธอ สถานที่ซึ่งมองเห็นความสำคัญของธรรมชาติที่มีต่อการใช้ชีวิตของผู้คน และหวังอย่างยิ่งว่า ที่แห่งนี้จะทำให้ทุกคนมีความสุข หากใครจะทำเลียนแบบก็เรียนเชิญตามสบายใจ (ป้าตู๋ยินดีจ๊าดหนัก) 

Tong Tung Market จ.เชียงใหม่ ตลาดเช้าเดินสบาย ๆ ที่ธรรมชาติมาบรรจบกับสถาปัตยกรรม วิถีท้องถิ่น และความคิดสร้างสรรค์

กาดต๋องตึง

ที่อยู่ : 309 ซอยหมู่บ้านริมน้ำ ตำบลหนองจ๊อม อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่

เปิดให้บริการวันเสาร์ – อาทิตย์ เวลา 08.00 – 16.00 น.

Facebook : กาดต๋องตึง บ้านริมน้ำ Tong Tung Market

Writer

พัทธนันท์ สวนมะลิ

เด็กกรุงเทพฯ ผู้เป็น Sneakerhead และ Cinephile ที่หอบเสื่อผืนหมอนใบมาเรียนเชียงใหม่ แล้วสุดท้ายก็กลับไปตายรังที่กรุงเทพฯ

Photographer

กรินทร์ มงคลพันธ์

ช่างภาพอิสระชาวเชียงใหม่ผู้รักจักรยานไม่น้อยไปกว่าลูก ซึ่งความรักที่มีต่อทั้งสองมากกว่าการถ่ายรูปด้วยซ้ำ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load