แดดบ่ายไม่ร้อนเกินกว่าจะจิบกาแฟ เพราะบ่ายวันนี้เราเลือกมาจิบกาแฟที่ ‘ร้านแซ่บเรคคอร์ด’ เป็นชื่อที่บรรดานักศึกษาหลังมหาวิทยาลัยขอนแก่นใช้เรียกร้าน ‘ZAAB Records Café

แต่ก่อนจะมาร้านนี้ ลูกค้าทุกคนต้องเคยหลงทางมาก่อน! บ้างก็ขับไปเจอวัด บ้างก็ขับเลยร้าน บ้างเจอป่า บ้างก็เจอร้านก้อย และแน่นอน ในที่สุดทุกคนต้องหาร้านจนเจอ ถึงมาบ่นเรื่องเล่าระหว่างทางให้ จักร-จักรพันธ์ ชัยศิริ เจ้าของร้านฟัง พอลูกค้าคนอื่น ๆ ได้ยินได้ฟัง ก็เกิดบทสนทนาขึ้นจนเป็น ‘คนรู้จักกัน’ ไปแบบไม่รู้ตัว และเมื่อมาถึงร้านสำเร็จ ก็จะพบกับบรรยากาศที่เต็มไปด้วยงานศิลปะ แผ่นเสียง เทปคาสเซ็ตต์ ต้นไม้ สุนัข 2 ตัว สระน้ำที่มีเรือน้อย 1 ลำ ชิงช้า และชายวัยกลางคนที่ยิ้มต้อนรับรอตรงบาร์กาแฟ

ZAAB Records Café คาเฟ่ขอนแก่นที่บุกเบิกศิลปะ ดนตรี เทศกาลแผ่นเสียง จนเป็นขวัญใจเด็ก มข.
ZAAB Records Café คาเฟ่ขอนแก่นที่บุกเบิกศิลปะ ดนตรี เทศกาลแผ่นเสียง จนเป็นขวัญใจเด็ก มข.

ซาบเรคคอร์ด

น้อยคนจะทราบว่า Zaab มาจากภาษาเยอรมัน มิใช่ภาษาลาวแต่อย่างใด เพราะที่ตั้งร้านและความแซ่บของเจ้าของร้าน ทำให้ไม่มีใครทราบว่าต้องเรียก ‘ซาบเรคคอร์ด’ ที่มีความหมายว่าซาบซึ้งจึงจะถูกต้อง

“เราตั้ง Zaab Records ขึ้นมาถ้าจำไม่ผิดน่าจะปี 2009 ด้วยแนวคิดที่ชอบดนตรีอยู่แล้ว ก็เลยลองทำร้านดู ส่วนใหญ่เป็นที่รวมตัวของน้อง ๆ นักดนตรี เวลาเขาเล่นเสร็จแล้วไม่มีที่ไป ก็จะมานั่งฟังเพลง มันก็เลยกลายเป็นจุดพบปะพูดคุย แลกเปลี่ยนความรู้กัน” เขาเปิดฉากเล่าเรื่องการเริ่มต้นทำร้านให้ฟังข้าง ๆ สระน้ำและต้นไม้ที่สั่นไหวตามลม เหมือนกับร่วมแอบฟังบทสนทนานี้อยู่ด้วย

“ครอบครัวเราอยู่ที่นี่ เพื่อนฝูงก็อยู่ที่นี่ ก็เลยทำร้านที่ขอนแก่นนี่แหละ ตอนร้านเริ่มใหญ่ขึ้นก็มีโซนนั่งดื่ม มีการจัดแสดงงานศิลปะ งานดนตรี เป็นร้านเดี่ยว ๆ ตั้งอยู่ข้างร้านก๋วยเตี๋ยว เวลามีคอนเสิร์ตทุกคนก็จะยืนติดริมถนน ถือว่าเป็นที่แรก ๆ ที่เอาสิ่งแปลกใหม่เข้ามาในขอนแก่น ตอนนั้นเริ่มทำ Records Store Day ทำกันเอง อินดี้สุด ๆ” เขาเล่าด้วยแววตาเบิกกว้าง เหมือนยังคงใจเต้นกับสิ่งนั้น

ZAAB Records Café คาเฟ่ขอนแก่นที่บุกเบิกศิลปะ ดนตรี เทศกาลแผ่นเสียง จนเป็นขวัญใจเด็ก มข.
ZAAB Records Café คาเฟ่ขอนแก่นที่บุกเบิกศิลปะ ดนตรี เทศกาลแผ่นเสียง จนเป็นขวัญใจเด็ก มข.

Records Store Day เป็นงานที่สนับสนุนร้านขายแผ่นเสียง ซึ่งจัดวันเดียวเท่านั้น แต่จัดพร้อมกันทั่วโลก จัดขึ้นในวันเสาร์ 1 วันของเดือนเมษายน และทุก ๆ วัน Black Friday ในเดือนพฤศจิกายน เพื่อ ‘เฉลิมฉลองวัฒนธรรมของร้านแผ่นเสียงที่เป็นเจ้าของโดยอิสระ’ วันนั้นเป็นการรวมตัวกันของแฟน ๆ ศิลปิน และร้านแผ่นเสียงอิสระหลายพันแห่งทั่วโลก รวมถึงร้านเล็ก ๆ แห่งนี้ที่ขอนแก่นเช่นกัน

“แล้วก็มีศิลปินที่จะออกแผ่นเสียงใหม่ ๆ แปลก ๆ ที่จะมาในวัน Records Store Day เป็นวันที่หายาก ลิมิเต็ด พี่ก็เลยลองจัดดู มีนักดนตรีขอนแก่นมาเล่น ในปีหนึ่งมันควรมีกิจกรรมที่ได้ทำร่วมกันที่เป็นอิสระของเราจริง ๆ อยากเล่นเพลงอะไรก็เล่น ต่างจากปกติที่ส่วนใหญ่นักดนตรีกลางคืนจะเล่นเพลงตามคำขอ ซึ่งเราตั้งโจทย์เลยว่า ‘นักดนตรีในงานต้องมีเพลงของตัวเองมาเล่นเท่านั้น’ ก็เป็นโจทย์ให้นักดนตรีที่มางานเริ่มสนุก เพราะเขาได้แสดงตัวตนผ่านเพลงและดนตรี”

ZAAB Records Café คาเฟ่ขอนแก่นที่บุกเบิกศิลปะ ดนตรี เทศกาลแผ่นเสียง จนเป็นขวัญใจเด็ก มข.
ZAAB Records Café คาเฟ่ขอนแก่นที่บุกเบิกศิลปะ ดนตรี เทศกาลแผ่นเสียง จนเป็นขวัญใจเด็ก มข.

หลงไปในซอยลุงจักร

ลูกค้าหลักของร้านคือลูกค้าประจำเท่านั้น เพราะใครที่ฝ่าฟันอุปสรรคในการเดินทางมาได้ ส่วนใหญ่ก็ติดใจและมาอีกซ้ำ ๆ ลูกค้าขาจรก็มาบ้างเพราะปากต่อปาก บ้างเพราะเห็นในโซเชียลมีเดีย

แต่อย่างที่บอกไป ก่อนจะถึงร้านยังไงก็ต้องเคยหลงทางมาก่อน

“เราไม่อยากมีป้ายบอกทาง มันง่ายไป มันชี้นำ เหมือนเราต้องไปดูงานศิลปะ แล้วเราชี้นำคนดูงานศิลปะมากเกินไปมันก็ไม่ดี แล้วอีกอย่างหนึ่ง คอนเซ็ปต์ของการหลงทางก็คือ พอทุกคนพูดเรื่องเดียวกันว่า หลงทางแต่ทุกคนไม่รู้จักกัน ทำให้ทุกคนจอยกันด้วยเหตุการณ์เดียวกัน” เขาเล่าที่มาที่ไปของร้าน

“คนมาร้านนี้ ส่วนมากเป็นคนคอเดียวกัน คุยกันไม่ยาก หลังจากที่เขาพูดเรื่องหลงทาง เขาก็ถามกันว่ามาจากไหน คณะอะไร ถามไถ่กันเสร็จก็คุยเรื่องส่วนตัวของเขาเอง แต่หลายสิ่งหลายอย่างเกิดจากการหลงทางนะ บางคนใช้เวลามาเจอกันครั้งสองครั้งที่นี่ จากนั้นก็ไปที่อื่นด้วยกันต่อ” ฟังดูแล้วคงเหมือนประโยคที่ว่า ‘ศีลเสมอกัน’ ไปวัดก็เจอเพื่อนแบบหนึ่ง กินกาแฟพร้อมฟังเพลงก็เจอเพื่อนอีกแบบหนึ่ง

ZAAB Records Café คาเฟ่ขอนแก่นที่บุกเบิกศิลปะ ดนตรี เทศกาลแผ่นเสียง จนเป็นขวัญใจเด็ก มข.
ZAAB Records Café คาเฟ่ขอนแก่นที่บุกเบิกศิลปะ ดนตรี เทศกาลแผ่นเสียง จนเป็นขวัญใจเด็ก มข.

เราเบรกการคุยเล็กน้อยเพื่อจิบกาแฟแก้ง่วง ช่วยกันหยิบหนอนบุ้งออกจากโต๊ะ เพราะเราเลือกที่นั่งใกล้ต้นไม้และริมน้ำ รู้สึกเหมือนเวลาเดินช้าลงเล็กน้อย ความเครียดลดลง เพราะสีเขียวจากต้นไม้ใหญ่และไม้ใบนานาชนิด รวมถึงภาพวาดเด็กผู้หญิงวัยมัธยมต้นปากสีชมพูปนแดง ผมประบ่ามีหน้าม้า ขนาดสูงราว 2 เมตรที่จ้องมองพวกเราอยู่ แล้วค่อยเริ่มสัมภาษณ์กันต่อเกี่ยวกับร้านในช่วงเวลานี้

“ช่วงนี้เป็นช่วงที่กำลังจะปล่อยให้ร้านดำเนินไปในอีกรูปแบบหนึ่ง เพราะตัวพี่จะเดินทางไปต่างประเทศ เพื่อใช้ชีวิตในจุดที่เรารู้สึกว่า เราอยู่กับศิลปะแล้วมีความสุขให้มากที่สุด ยอมรับว่า 10 ปีที่ทำตรงนี้ เราได้ทำอะไรมาเยอะแล้ว แต่หลังจากนี้จะเป็นเรื่องของการเก็บประสบการณ์อีกรูปแบบหนึ่งในต่างแดน ตอนนั้นที่เคยไปก็คืออายุ 22 ปี แต่ตอนนี้อายุ 44 ปีแล้ว

“คิดว่าจะเล่าเรื่องต่าง ๆ และวิถีคนทำงานศิลปะที่นั่นผ่านโลกโซเชียล จริง ๆ ก็ชอบนั่งคุย แต่ด้วยมันถึงจุดอิ่มตัวกับที่นี่ เราเจอสิ่งที่เราอยู่ใกล้ ไม่ใช่ไม่รัก แต่บางครั้งเหมือนน้ำหล่อเลี้ยงชีวิตมันหายไป

“อย่างเช่นเรื่องการคมนาคมในบ้านเรา มันเป็นปัญหาหลัก ๆ สำหรับพี่ พี่ขับรถไม่เป็น ไปไหนพี่ต้องปั่นจักรยานหรือเรียก Grab แล้วการคมนาคมในต่างจังหวัดมันไม่ทั่วถึง จะไปเขื่อนอุบลรัตน์เรายังคิดแล้วคิดอีกเลย เพราะมันไม่เอื้ออำนวยสำหรับเรา

“ถ้าไปอยู่ที่นู่นแล้วอยากเข้าหาธรรมชาติ ก็เดินไปที่สถานีรถไฟ พอขึ้นรถไฟแล้ว อยู่ดี ๆ ก็ไปโผล่ที่ยอดเขาหรือพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ หรือไปโผล่ที่ปารีส ที่มิลาน มันเป็นเรื่องการคมนาคมที่สะดวก พอเราอยู่ที่นี่ก็เหมือนถูกบีบ ไม่ได้เรียกว่าทิ้งร้านไปไหน เรียกว่าฝากไว้ก่อน ฝากให้น้องชายดูแลแทน”

คาเฟ่ในจังหวัดขอนแก่นที่ให้ผู้คนดำดิ่งกับกาแฟ ความเงียบ และเพลงแจ๊ส ใน ‘พื้นที่ส่วนรวม แต่ความรู้สึกส่วนตัว’

รถไฟขบวนขอนแก่น-ปารีส

ปารีส เมืองในฝันของคนรักศิลปะ นับเฉพาะพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ใน 1 ปีมีงานแสดงมากถึง 24 ครั้ง ศิลปินทั่วโลกจึงต้องมาที่นี่เพื่อเสพ-ขาย-สร้างงานศิลปะในทุกแขนง การเดินทางของรถไฟขบวนสายปารีส-ขอนแก่น จอดลงที่หน้าบ้านของเด็กชายจักรพันธ์ตั้งแต่วัยเยาว์ จากการที่เขาเริ่มรู้จักกับ วินเซนต์ แวนโก๊ะ (Vincent Van Gogh)

“พี่จักรเคยตกหลุมรักขอนแก่นเหมือนที่ตกหลุมรักปารีสบ้างไหม”

ฉันส่งคำถามชวนปวดหัวให้แก่เจ้าของร้าน เพียงเพราะเกิดความสงสัยขึ้นมาขณะเดินชมบรรยากาศในร้าน ทั้ง ๆ ที่ตั้งอยู่ในขอนแก่น แต่ข้าวของในร้านกลับแสดงตัวตนไปในทางยุโรปเสียมากกว่า

“พี่ไม่เคยตกหลุมรักขอนแก่น จะพูดยังไงดี ขอนแก่นเป็นบ้านเกิด แต่ไม่ใช่เมืองที่พี่เข้ามาถึงแล้วต้องร้องว้าว พี่เคยทำงานชิ้นหนึ่งชื่อว่า ‘ขอนแก่นปารีส’ เป็นงานโฟโต้กล่องไฟแบบดิจิทัล ตอนนั้นพี่เอาตึกร้างมาซ้อนทับกับหอไอเฟล จะเห็นว่าขอนแก่นกับปารีสมีทำเลที่ตั้งคล้าย ๆ กัน

คาเฟ่ในจังหวัดขอนแก่นที่ให้ผู้คนดำดิ่งกับกาแฟ ความเงียบ และเพลงแจ๊ส ใน ‘พื้นที่ส่วนรวม แต่ความรู้สึกส่วนตัว’

“ขอนแก่นไม่มีภูเขา ปารีสก็ไม่มีภูเขา ขอนแก่นไม่มีทะเล ปารีสก็ไม่มีทะเล นี่คือสิ่งที่คล้ายกัน แต่สิ่งที่ไม่คล้ายกันคือคน ถ้าเราตั้งใจมองว่าปารีสมีอะไรเกิดขึ้นจากธรรมชาติที่โด่งดังไปทั่วโลกบ้าง อย่างเดียวที่มีก็คือแม่น้ำแซน ที่เหลือเกิดจากน้ำมือมนุษย์ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ศูนย์ศิลปะและวัฒนธรรมแห่งชาติฌอร์ฌ ปงปีดู มงมาร์ต หอไอเฟล แม้กระทั่งตัวคน ศิลปินที่ไปที่นั่นต่างสร้างปารีสด้วยความเป็นคนและความงาม

“ขอนแก่นก็เหมือนกัน แต่เรามุ่งไปที่เรื่องของการเป็นเมืองแบบนิวยอร์ก ภาพจำฮอลลีวูดของเขาค่อนข้างเยอะ การพัฒนาคือการนำตึกเข้าเมือง หรือการนำสิ่งของที่ล้ำสมัยเข้าเมือง แต่ที่โน่นการพัฒนาคือการทำให้บ้านดูทันสมัย บ้านรูปแบบเก่าแต่มีหุ่นยนต์ เมืองที่พัฒนาแล้วก็คือการที่เมืองนั้นเอาต้นไม้ไว้ในเมือง ไม่ใช่เอาออกจากเมือง”

นี่คือมุมมองที่มีต่อบ้านเกิด และเมืองอีกฟากโลกที่เป็นหมุดหมายที่รักของเขา

คาเฟ่ในจังหวัดขอนแก่นที่ให้ผู้คนดำดิ่งกับกาแฟ ความเงียบ และเพลงแจ๊ส ใน ‘พื้นที่ส่วนรวม แต่ความรู้สึกส่วนตัว’

ความเป็นมนุษย์และสุขนิยม

“Eat, drink and be merry for tomorrow we die”

“กินและดื่ม เพื่อตายอย่างสำราญในวันพรุ่งนี้”

เป็นวลีที่อยู่ในคัมภีร์ไบเบิลฉบับพระเจ้าเจมส์ (King James Bible) ที่ชวนคนให้ออกไปกิน ดื่ม เที่ยว และแสวงหาความสุขเสียตั้งแต่ตอนนี้ เพราะชีวิตนั้นสั้นเกินกว่าที่จะเสียเวลาไปกับความทุกข์ นี่คือคำถามที่เราส่งไปยังเจ้าของร้านว่ามีความเห็นอย่างไร เพราะตัวเขาก็เข้าข่ายการใช้ชีวิตแบบสุขนิยม

“ถามว่าสุขไหม ก็ไม่ได้สุขตลอดหรอก แต่ก็เป็นสุขนิยม เพราะพี่จะไปกิน ไปดื่ม มันก็เป็นความสุขของพี่ เกิดแนวคิดนี้มาได้ เพราะจุดหมายเราคือตาย ไม่ต้องอธิบายอะไรมากทุกคนก็รู้

“แล้วระหว่างทางเราจะทำอย่างไร ก่อนที่เราจะไป อยู่แล้วเราก็ต้องสุข มันมีเรื่องเข้ามาประเดประดังทำให้เราทุกข์ และท้ายที่สุดเราต้องสละเพื่อมีความสุขให้ได้ หาความสุขให้ตัวเองเหมือนกับตอนนี้ที่ต้องออกต่างประเทศ เพราะพี่ต้องทำให้ตัวเองมีความสุข ไปรีเซ็ตหลาย ๆ ความรู้สึก มันก็คือสุขนิยม” เขาตอบกลับด้วยท่าทีจริงจังกว่าเรื่องที่ผ่านมา อาจเพราะกำลังสนทนาเรื่องปรัชญาชีวิตอยู่

“พี่จักรเชื่อไหมว่าร้านที่ดีทำให้ชีวิตคนดีขึ้น มีความสุขมากขึ้น” ฉันถามด้วยความสงสัยอีกครั้ง

คาเฟ่ในจังหวัดขอนแก่นที่ให้ผู้คนดำดิ่งกับกาแฟ ความเงียบ และเพลงแจ๊ส ใน ‘พื้นที่ส่วนรวม แต่ความรู้สึกส่วนตัว’
คาเฟ่ในจังหวัดขอนแก่นที่ให้ผู้คนดำดิ่งกับกาแฟ ความเงียบ และเพลงแจ๊ส ใน ‘พื้นที่ส่วนรวม แต่ความรู้สึกส่วนตัว’

“มีส่วนครับ มันเป็นคาแรกเตอร์ของร้านด้วย เหมือนกับว่าเราปล่อยให้ลูกค้าอยู่กับสิ่งที่เขาอยากเจอมากกว่า พี่พูดคุยสนุกสนานกับลูกค้า ดูไม่ใช่เจ้าของกิจการ บรรยากาศเมื่อก่อนมันเหมือนพี่มาเจอกับน้อง มาสร้างความรื่นเริงให้กับชีวิต ให้กับร้าน ให้กับคนที่มาร้าน ไม่ใช่แค่มานั่งแช่แล้วก็ไป

“แต่ปัจจุบันพี่ทำร้านเพื่อให้ทุกคนมีความเป็นส่วนตัวมากที่สุด มีคำพูดหนึ่งที่ว่า ‘พื้นที่ส่วนรวมแต่ความรู้สึกส่วนตัว’ เพราะอะไร เพราะพี่จัดโต๊ะห่างกัน แต่ละคนอยู่คนละมุม โดยไม่ต้องมีใครมาแอบดูเวลาเล่นโทรศัพท์ ปล่อยให้โล่งเลย ทุกคนมานั่งโง่ ๆ ที่นี่ นั่งแบบไม่ต้องคุยกับพี่ นั่งชิงช้า นั่งเปล นั่งตรงลานห้องหนังสือ ว่าง ๆ ก็ไปเล่นกับหมา เสร็จแล้วก็เข้าไปค้นดูเพลงแล้วก็นอน บางคนก็หลับไปเลย

“ความสุขในการทำงานคือทุกอย่าง ได้นั่งคุยกับน้อง ๆ ได้แลกเปลี่ยน ไม่มีรุ่นเล็ก รุ่นใหญ่ มีแค่เรา อีกอย่างคือได้ทำให้ตาน้องลุกวาว เวลาคุยเรื่องนู้นเรื่องนี้ มันทำให้น้องได้ค้นคว้า ได้เสาะหาสิ่งที่เกิดขึ้น ได้ออกเดินทาง” เขาพูดสรุปจบแบบสวยงาม ก่อนที่เราจะคุยเรื่องราวส่วนตัวกันต่ออีกนานนับชั่วโมง

แน่นอนว่าเราเป็นอีกหนึ่งคนที่หลงทางมาเจอกับพี่จักร บทสนทนา ผู้คน เรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นเรื่องจริง ที่นี่ให้ความสงบและอบอุ่นมากสำหรับนักศึกษาที่เหงาและคิดถึงบ้าน

คาเฟ่ในจังหวัดขอนแก่นที่ให้ผู้คนดำดิ่งกับกาแฟ ความเงียบ และเพลงแจ๊ส ใน ‘พื้นที่ส่วนรวม แต่ความรู้สึกส่วนตัว’
คาเฟ่ในจังหวัดขอนแก่นที่ให้ผู้คนดำดิ่งกับกาแฟ ความเงียบ และเพลงแจ๊ส ใน ‘พื้นที่ส่วนรวม แต่ความรู้สึกส่วนตัว’

ที่นี่มีนมอุ่น ๆ พร้อมหนังสือให้เลือกอ่าน มีดินสอสีและกระดาษให้วาดรูป มีต้นไม้แจกฟรี มีสุนัข 2 ตัวคือ ‘แท่งทอง’ และ ‘แพนเค้ก’ ที่ขาดไม่ได้คือมีพ่อครัวสุดแจ๋วอย่าง ‘พี่เจี๊ยบ’ ทำให้นักศึกษาทั้งหลายเลือกฝากท้องไว้ ณ ที่แห่งนี้ นักศึกษาหลายรุ่นที่จบไปแล้ว ก็พูดได้เต็มปากว่าจบจากคณะแซ่บเรคคอร์ด

เพราะมีร้านนี้เป็นส่วนหนึ่งที่คอยโอบอุ้มผ่านพื้นที่ที่อบอุ่นคล้ายบ้าน ทำให้ผ่านวัยเรียนที่โหดร้ายไปได้ อย่างที่พี่จักรเคยบอกไว้ว่า “ที่นี่มีพื้นที่ส่วนรวม แต่ให้ความรู้สึกส่วนตัว”

คาเฟ่ในจังหวัดขอนแก่นที่ให้ผู้คนดำดิ่งกับกาแฟ ความเงียบ และเพลงแจ๊ส ใน ‘พื้นที่ส่วนรวม แต่ความรู้สึกส่วนตัว’

ZAAB Records Café 

ที่ตั้ง : 825 หมู่ 3 ซอยวัดลานหญ้า ตำบลศิลา อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการวันพุธ-อาทิตย์ เวลา 11.00 – 20.00 น.

โทรศัพท์ : 08 7234 4042

Facebook : ZAAB Records Café

Photographer

ณาฌารัฐ ภักดีอาสา

นักเรียนวารสารศาสตร์จากมอน้ำชี ที่เชื่อว่าชีวิตต้องผ่านน้ำ เบื่อการเรียนออนไลน์ อยากเรียนจบแล้ว รักใครรักจริง

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

23 พฤศจิกายน 2565
2 K

“การทำยางกับการทำกาแฟ มันมีบางอย่างคล้ายกัน”

เป็นหนึ่งในประโยคบทสนทนาของ เติ้ล-รังสิมันตุ์ ร่วมชาติ เจ้าของร้านกาแฟ The Rubberer หรือทายาทรุ่นสามธุรกิจทำยางในจังหวัดระยองที่สืบทอดต่อกันจากรุ่นสู่รุ่น

คาเฟ่ยางพาราแฝงตัวอยู่ในระยอง ไม่ได้ขายยางพาราและไม่ได้ขายกาแฟเพียงอย่างเดียว แต่นำสองสิ่งนี้มารวมกันเป็นหนึ่ง ยางกับกาแฟเชื่อมโยงกันอย่างไร การทำสองสิ่งนี้คล้ายกันตรงไหน ที่สำคัญ ระยองมีสวนยางด้วยเหรอ เพราะจังหวัดนี้ขึ้นชื่อเรื่องทุเรียนและผลไม้นานาชนิด รวมไปถึงทะเลสวย ๆ แต่กลับแทบไม่มีภาพจำของสวนยางเลย

เช้าตรู่วันศุกร์ เรารีบออกเดินทางปักหมุดไปยังตำบลมาบข่า อำเภอนิคมพัฒนา จังหวัดระยอง เพื่อไขข้อข้องใจ แต่ไม่นานความสงสัยก็หายไป เมื่อล้อรถหยุดหมุนจอดอยู่หน้าร้าน พร้อมเสียงของพี่คนขับตะโกนมาว่า “ถึงแล้ว” ความสงสัยได้แปรเปลี่ยนมาเป็นความประทับใจแรกต่อร้านกาแฟขนาดใหญ่ ลานกว้าง โล่ง โปร่ง สบาย 

The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน

ด้วยการออกแบบอิงจากโรงยาง ทั้งรูปทรงและวัสดุจากอิฐก้อนใหญ่ รวมทั้งหลังคายาวยื่นพิเศษซึ่งผสมความชอบญี่ปุ่นเล็กน้อยของเติ้ล จึงทำให้ The Rubberer มีหน้าตาเป็นเอกลักษณ์สมชื่อ

เพียงแค่ข้างนอกยังคล้ายโรงยาง แล้วภายในร้านกาแฟพร้อมเสิร์ฟความอร่อยนี้จะมีอะไรเกี่ยวกับยางอีก ไม่รีรอ รีบจ้ำอ้าวเข้าไปดูกัน

ต้นยาง

เติ้ลเป็นคนระยองตั้งแต่เกิด มีธุรกิจติดตัวตั้งแต่วัยเยาว์ ผูกพันกับยางตั้งแต่จำความได้ เพราะทำมาเนิ่นนานตั้งแต่สมัยคุณตาเป็นเกษตรกร มีทั้งสวนผลไม้และสวนยาง ขายส่งมาแล้วมากมายนับไม่ถ้วน จนถึงคราคุณตาได้ถ่ายทอดมอบประสบการณ์ต่อให้คุณพ่อรวมถึงตัวเติ้ลเอง จึงทำให้เขารู้จักกระบวนการและวิธีกรีดยางเป็นอย่างดี 

“ตอนเด็กคุณพ่อชอบพาไปดูว่าทำอะไรยังไง วิธีการกรีดยาง การดูหน้ายาง”

ความสนุก ความสุขของเขาไม่ใช่การทำสวนยาง ทว่าเป็นการได้เข้าไปวิ่งเล่น และใช้เวลาอยู่กับคุณพ่อในสวน เวลาผ่านไป เด็กน้อยซุกซนวิ่งเล่นในสวนคนนั้น ก็ได้รับบทมาช่วยคุณพ่อดูแลธุรกิจครอบครัวและดูแลลูกน้อง ให้ทุกอย่างเรียบร้อยมากขึ้นกว่าเดิม โดยธุรกิจของเขาทำตั้งแต่ปลูกยาง กรีดยาง มาทำเป็นยางแผ่น และนำจำหน่ายทั้งรูปแบบของยางแผ่นและน้ำยางสด แต่ไม่ได้นำไปแปรรูปเป็นหมอนหรืออะไร ส่วนถ้าถามถึงนักทำยางมือทองล่ะก็ คุณพ่อยังคงดำรงตำแหน่งเช่นเคย

The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน
The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน

คาเฟ่สไตล์ญี่ปุ่นที่สร้างใหม่จึงออกแบบทรงคล้ายโรงยาง และเลือกใช้วัสดุเป็นอิฐสีเทา ส่วนข้างบนหลังคามีช่องใสเล็ก ๆ ให้แสงส่องลงมา อิงจากโรงยางที่ต้องใช้ความร้อนอบยาง เดิมที่นี่เคยเป็นพื้นที่ของสวนมะพร้าว โรงโม่มัน และโรงยางจริง ๆ มาก่อน การออกแบบคาเฟ่จึงไม่เพียงเน้นความสวยงามหรือความเสมือนจริง แต่อบอวลด้วยเรื่องราวความผูกพันของเติ้ลกับยางร่วมกันไปทั้งร้าน

The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน

โรงยางเดิมซึ่งเอาไว้ใช้อบยาง ทำยางแผ่น อยู่บนพื้นที่โซนด้านหลังร้าน แต่ตอนนี้ได้ทุบทิ้งไปแล้ว โรงยางใหม่สร้างใกล้ ๆ บริเวณโรงยางเดิมแทน 

ส่วนสวนยางจะเขยิบออกไปไกลหน่อย อยู่คนละที่กับโรงยาง ซึ่งสวนของเขาก็ติดกับสวนเพื่อนบ้านละแวกนี้ที่ปลูกยางเหมือนกัน เป็นอีกการการันตีว่าระยองมีคนปลูกยางมากพอสมควร เพราะสองข้างทางเต็มไปด้วยต้นยางมากมายเลยทีเดียว

“ส่วนใหญ่ถ้านึกถึงระยองก็นึกถึงผลไม้ บางคนจะไม่รู้ว่าเรามียางพาราเหมือนกัน แต่ที่ระยองเขาก็ปลูกกันมานานแล้วครับ ตั้งแต่เด็กผมก็จำได้ว่าเป็นสวนยางแบบนี้เลย”

ลูกพี่ลูกน้องหรือญาติ ๆ ของเติ้ลในวัยนั้น หลายคนก็ทำอาชีพขายส่งน้ำยางเช่นเดียวกัน เวลาเลิกเรียนตอนเย็นก็มักมีผู้คนแวะเวียนมาเล่นกับเติ้ลในสวนอยู่บ่อยครั้ง 

“แต่ถ้าเทียบสมัยก่อน ตอนนู้นสวนยางมันก็เยอะกว่านะ มีช่วงหนึ่งยางราคาขึ้นกิโลเป็นร้อย เกษตรกรที่ทำสวนผลไม้อยู่แล้ว ก็เปลี่ยนมาทำสวนยางพาราเพราะราคาดีมาก” เขาพูดไปขำไป แต่ตอนนี้ด้วยพิษเศรษฐกิจทำให้ทุกอย่างกลับกัน เกษตรกรที่เคยทำสวนยาง ก็โค่นยางไปปลูกผลไม้ที่ราคาดีกว่า อย่างทุเรียน

แต่ในความโชคร้ายยังแอบมีสิ่งโชคดีเล็ก ๆ ซ่อนอยู่ คือความพิเศษของยางที่ไม่อาจหาได้จากการปลูกผลไม้ชนิดไหน

“ยางเขามีอายุนาน 20 – 30 ปี”

นั่นแปลว่าการปลูกยางไม่จำเป็นต้องดูแลเยอะ “ถ้าไม่มีคนกรีดยางก็ไม่เป็นอะไร มันไม่เสียหาย แต่ถ้าเรามีคนกรีด เราก็ได้รายได้จากตรงนั้น” เติ้ลชี้ให้เห็นถึงข้อดีต้นยาง

แต่ก็ต้องเน้นความชำนาญด้วยเช่นกัน “ถ้าเรากรีดยางดี กรีดไม่เข้าแก่นต้น ก็จะทำให้ต้นยางให้น้ำยางเราไปได้นานเลย การกรีดยาง ดูแลหน้ายาง จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ต้นยางผลิตน้ำยางออกมาได้นาน”

และความพิเศษอีกอย่าง ถ้าน้ำยางหมดต้นโดยเกิดจากการกรีดยางไม่ดี กรีดแล้วเข้าแก่นยาง ทำให้หน้ายางเสียหาย หรือต้นที่หมดอายุ ไปต่อไม่ไหว เขาสามารถตัดต้นยางนำไปขายได้ต่อแล้วก็ปลูกใหม่ มีความยืดหยุ่น แถมไม่ต้องฉีดยาเยอะแบบผลไม้ให้มากมาย นี่เป็นข้อดีเอกอุของการปลูกยาง

ต้นตอ

เห็นได้ชัดว่าเติ้ลเติบโตและผูกพันกับสวนยางมาตั้งแต่เล็ก จนถึงจุดหนึ่งเขาเริ่มสนใจอยากหาอะไรใหม่ ๆ ทำเพิ่มเติมจากสิ่งเดิมที่มีอยู่ มีความสุขพร้อมสร้างรายได้ไปด้วยกัน

‘การกิน’ เป็นคำตอบของเติ้ล ผู้หลงใหลการได้ลิ้มรสอะไรอร่อย ๆ เอ็นจอยอาหารและเครื่องดื่ม ประจวบเหมาะเป็นช่วงที่ได้ชิมกาแฟรสชาติใหม่แบบที่เขาไม่เคยทานมาก่อน ทำให้เกิดการตั้งคำถามว่าทำไมกาแฟบางตัวถึงมีหลายรสชาติ มีรสต่างกัน ไม่ได้มีเพียงรสเข้ม ๆ ขม ๆ อย่างที่เขาคุ้นเคย

“เฮ้ย! เหมือนเรากินอะไรก็ไม่รู้ มันแปลกดี มีเปรี้ยว มีหอม” 

จากความแปลกกลายเป็นความสนใจ ทำให้หันมาศึกษาด้านนี้อย่างจริงจัง และเริ่มอยากเปิดคาเฟ่เพื่อส่งต่อกาแฟรสชาติในแบบที่ชอบ

The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน

หลังจากได้ไปลองชิมกาแฟร้านต่าง ๆ อยู่พักใหญ่ เติ้ลก็ได้ไปเจอเมล็ดกาแฟไทยที่ชอบมาจากโรงคั่ว Cozy Factory ที่ทางโรงคั่วได้ไปพัฒนา และดูแลเกษตรกรสวนแม่บู่หย่า จังหวัดเชียงราย เขาเลยมีโอกาสได้ลองศึกษา เรียนรู้ และทำงานร่วมกับโรงคั่ว Cozy Factory ให้ช่วยออกแบบกาแฟเฉพาะของร้าน เป็นกาแฟไทย มีคาแรกเตอร์เอกลักษณ์ ไม่หวือหวามาก แต่มีอาฟเตอร์เทสดี หวาน ทานง่ายในทุกวัน

“กาแฟไทยอร่อยครับ สู้ต่างชาติได้เลย”

และหนึ่งในความสนุกของการทำกาแฟ คือการได้ทดลองอะไรใหม่ ๆ อยู่ตลอด เพราะคาแรกเตอร์ของกาแฟแต่ละตัวไม่เหมือนกัน มีเอกลักษณ์เฉพาะ เช่น กาแฟบางตัวกลิ่นฟลอรัล บางตัวเป็นฟรุตตี้

แล้วระยองปลูกกาแฟได้ไหม – เราถาม

“ผมว่าน่าจะปลูกโรบัสต้าได้ แต่อาราบิก้า สภาพแวดล้อม สภาพอากาศ ความสูงของระยอง ไม่เหมาะสมครับ” เขาตอบตามตรง

The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน

ต้นน้ำ-ปลายทาง

The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน

“แต่สุดท้ายเราก็ย้อนกลับมาอะไรที่เกี่ยวกับยางอยู่ดี” เขาพูดแซวตัวเอง

เติ้ลตั้งใจนำเรื่องราวยางมาเป็นคอนเซ็ปต์หลัก เพื่อแสดงให้เห็นตัวตนเขาและครอบครัว ให้ผู้คนได้เข้ามาสัมผัสความทรงจำดี ๆ ที่มีร่วมกับยาง ผ่านบรรยากาศร้าน สิ่งของ หรือแม้แต่ผ่านกาแฟที่เขาทำ

“เราคิดว่าการทำยางกับการทำกาแฟมีบางอย่างคล้ายกัน ความตั้งใจในการทำ ความประณีต ความใส่ใจ

“เรากรีดยางก็ต้องเป็นคนมีฝีมือกรีด หน้ายางถึงจะสวย ไม่ลึกเข้าไปในเนื้อยาง กาแฟก็เหมือนกัน เราต้องหาสารกาแฟจากต้นน้ำ มันมีความใส่ใจในกระบวนการทำครับ”

หากจิบกาแฟเสร็จ เดินออกมาหลังร้านสักนิด จะเจอมุมให้นั่งพินิจกับความทรงจำก้อนใหญ่ของเติ้ล เพราะสิ่งนั้นคือเครื่องรีดยางสมัยโบราณที่ใช้กันมาตั้งแต่สมัยคุณตา ซึ่งยังคงระบบแมนนวล ต้องใช้มือหมุน มีให้เลือก 2 ลาย และยังใช้งานได้ในปัจจุบัน เครื่องนี้ยังหมุนได้จริง แต่ตอนนี้ล็อกเอาไว้ให้คงอยู่ในสถานะเก็บความทรงจำ

“ยังใช้ได้ แต่อย่าใช้เลย” เติ้ลหัวเราะ

The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน
The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน

“เหมือนเครื่องบดปลาหมึกยักษ์!” เสียงของพี่ที่มากับเราพูดขึ้นมา

 “มีคนบอกแบบนี้เสมอครับ” เขาตอบกลับอย่างชอบใจ

เจ้าเครื่องบดปลาหมึกยักษ์หรือเครื่องรีดยางนี้ถือว่าเป็นแรร์ไอเท็มมาก น้อยคนที่เคยเห็นและเคยได้ลองใช้ เพราะตอนเติ้ลเกิดมาก็เหลือเพียงเครื่องดั้งเดิมที่ถูกเก็บไว้ และมาใช้เครื่องรีดยางที่มีมอเตอร์แทนในการทำงานแล้ว

“กระบวนการทำยางแผ่น เรานำน้ำยางสดมากรองแล้วใส่ในแบบ ใส่น้ำกรด รอเขาเซ็ตตัว แล้วเอาออกมาจากแบบ นำมาอัดให้แบนยาว แล้วนำไปเข้าเครื่องรีดยางเรียบและลายต่อ ออกมาเป็นแผ่นยางพารา ตากแดดแล้วก็นำมาเก็บเข้าโรงอบยางต่อ”

หากนึกภาพไม่ออก ให้ลองแหงนมองข้างบน จะพบแผ่นยางพาราแขวนเรียงรายตากแดดอยู่บนราวเหล็ก รอการเก็บในตอนเย็น เพราะหากฝนตกอาจทำให้เกิดเชื้อราได้ หน้าฝนจึงไม่ค่อยเห็นแผ่นยางพาราตากอยู่หลังร้าน

The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน
The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน

คนส่วนใหญ่ที่แวะเวียนมาคาเฟ่แห่งนี้เป็นคนต่างที่ต่างถิ่นและไม่ค่อยคุ้นเคยกับยาง มุมนี้จึงกลายเป็นมุมโปรดของใครหลายคน กลายเป็นพื้นที่ของการใช้เวลาร่วมกันในครอบครัว

“ลูกค้าบางคนที่พาคุณพ่อคุณแม่มา เขาก็ประหลาดใจกับโซนนี้ ได้มาเห็นของโบราณ และทำความรู้จักยางพารา”

เติ้ลรู้สึกอิ่มเอมกับภาพบรรยากาศของผู้คนที่ได้มาลองชิมกาแฟฝีมือตน และมีความสุขร่วมไปกับความทรงจำของเขาที่มีต่อยาง ซึ่งอนาคตเติ้ลเผยว่าอาจจะมีอะไรใหม่ ๆ เพิ่มเติมเข้ามาอีก พัฒนาให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม เขาได้เปิดร้านกาแฟทำตามฝัน แต่ไม่ทิ้งธุรกิจยางอย่างแน่นอน 

The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน
The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน

อย่างอร่อย

สุดท้าย ถ้ามา The Rubberer อย่าลืมสั่งกาแฟเมนูซิกเนเจอร์ของทางร้านไปลองชิม เมนูที่เติ้ลตั้งใจทำและคัดสรรมาแล้วว่าดีแน่นอน

‘กาแฟดำ Black’ และ ‘กาแฟนม White’ คาแรกเตอร์เมล็ดกาแฟชัดเจน และผ่านการคิดค้นอัตราส่วน ปริมาณนม ปริมาณกาแฟด้วยความประณีต ใส่ใจอย่างเต็มเปี่ยมในทุกขั้นตอนว่าเหมาะสมกับเมล็ดกาแฟสวนแม่บู่หย่ามากที่สุด

The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน

ขอแนะนำเมนู ‘BlackPink’ กาแฟลิ้นจี่สีชมพูสดใส ทานแล้วได้ความสดชื่นตามมาในทันที แถมด้วยเมนู ‘Larisa’ ซึ่งไม่ได้หมายถึงลิซ่าอย่างใด แต่เป็นชื่อลูกของเติ้ล วัยกำลังซนที่ชื่นชอบการดื่มน้ำส้มยูซุเป็นชีวิตจิตใจ คุณพ่อเติ้ลจึงนำความชอบของลูกมาเป็นแรงบันดาลใจ และกลายเป็นกาแฟส้มยูซุแก้วนี้

เยือนคาเฟ่พร้อมเสิร์ฟความอร่อยของกาแฟ ผ่านบรรยากาศร้านที่เต็มไปด้วยความทรงจำจากยางพาราและของโบราณในวันวาน

หรือถ้าใครอยากได้กาแฟในรูปแบบเมล็ด ที่นี่ก็มีขายโดยตัวยอดนิยม คือ House Blend มีแบบคั่วกลางและคั่วอ่อน

คั่วกลางเป็นการเบลนด์ระหว่าง Washed Process, Honey Process และ Natural Process ให้รสชาติออกโทนดาร์กช็อกคาราเมล กลมกล่อม เปรี้ยวน้อย เป็นรสชาติที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคย เหมาะสำหรับนำไปทำเมนูกาแฟเย็น

  ส่วนคั่วอ่อน เป็นการเบลนด์ระหว่าง Washed Process และ Natural Process รสชาติออกโทนฟรุตตี้ สดชื่น เปรี้ยว ผลไม้อบอวล และมีอาฟเตอร์เทสหอมหวาน เหมาะสำหรับทำเมนูกาแฟร้อน ใครชื่นชอบรสผลไม้ต้องไม่พลาด

เยือนคาเฟ่พร้อมเสิร์ฟความอร่อยของกาแฟ ผ่านบรรยากาศร้านที่เต็มไปด้วยความทรงจำจากยางพาราและของโบราณในวันวาน
เยือนคาเฟ่พร้อมเสิร์ฟความอร่อยของกาแฟ ผ่านบรรยากาศร้านที่เต็มไปด้วยความทรงจำจากยางพาราและของโบราณในวันวาน

เมื่อพระอาทิตย์เริ่มตก ถึงเวลาต้องแยกย้ายกัน ระหว่างทางนั่งรถกลับกรุงเทพฯ เราเริ่มอยากทานกาแฟฝีมือบาริสต้าคนนี้ที่ The Rubberer อีกรอบแล้ว

The Rubberer

ที่ตั้ง : 41/1 ม.3 ตำบลมาบข่า อำเภอนิคมพัฒนา จังหวัดระยอง (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : วันจันทร์-ศุกร์, เวลา 07.00 – 16.00 น. และ วันเสาร์-อาทิตย์, เวลา 08.30 – 16.00 น.

โทรศัพท์ : 09 4964 8008Facebook : The Rubberer

Writer

ณัฐกฤตา เจริญสุข

อดีตนักเรียนวิชาออกแบบ ผู้ชื่นชอบการสาดสีสันลงบนงานศิลปะ สาดจินตนาการลงบนงานเขียน อยากส่งต่อเรื่องราวดี ๆ ผ่านทางการสื่อสารทุกรูปแบบ

Photographer

ชาคริสต์ เจือจ้อย

ช่างภาพอิสระและนักปั่นจักรยานฟิกเกียร์ ชอบสั่งกระเพราหมูสับเผ็ดน้อยหวานๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load