วันอังคาร ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2565 มีพิธีเปิดห้องสมุดซึ่งเอกชนร่วมมือกับราชการคือกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม และมูลนิธิวิชาหนังสือ งานครึกครื้นใหญ่โต มีผู้เข้าร่วมงานมากถึงกว่า 200 คน ทั้งชาวสงขลาเองและจากจังหวัดอื่น ทั้งใกล้เคียงและห่างไกล นับเป็นต้นแบบโครงการห้องสมุดประจำเมืองแห่งแรกในจังหวัดสงขลา และแห่งแรกของประเทศไทย

ห้องสมุดในอาคารชั้นเดียวเก่า ๆ แห่งนี้ มีอะไรดี

ย้อนหลังไปเมื่อ 3 ปีก่อน เมื่อวันที่ 28 – 29 ตุลาคม พ.ศ. 2562 กรมส่งเสริมวัฒนธรรมจัดประชุมเรื่อง ‘ระบบหนังสือและสถาบันหนังสือแห่งชาติ’ ที่จังหวัดเพชรบุรี มีครูมกุฏร่วมหารืออยู่ด้วย ครูมกุฏ อรฤดี บรรณาธิการสำนักพิมพ์ผีเสื้อ และเลขานุการมูลนิธิวิชาหนังสือ ผู้คลุกคลีอยู่กับหนังสือมาทั้งชีวิต ความฝันสูงสุดคือสร้างโอกาสการเข้าถึงการอ่านให้แก่คนในประเทศอย่างเท่าเทียมกัน ผลการประชุมทำให้รู้ว่า ประเทศไทยยังไม่มีหน่วยงานใดรับผิดชอบโครงสร้างหนังสือและการอ่านของประเทศอย่างจริงจัง จึงเกิดโครงการส่งเสริมวัฒนธรรมหนังสือขึ้นอย่างย่อย ๆ เพื่อให้เห็นความสำคัญและจำเป็น รวมทั้งเป็นตัวแทนความต้องการของผู้คน และแนวคิดห้องสมุดประจำเมืองเป็นส่วนหนึ่งของโครงการนี้

เมื่อจะเปิดห้องสมุด วิธีง่าย ๆ คือเช่าอาคารสักหลัง หรือตั้งงบประมาณสร้างอาคารใหม่ แล้วเลือกสรรหนังสือใส่ไว้ให้เต็ม แต่ความคิดของครูมกุฏไม่ใช่เช่นนั้น กลายเป็นว่าพยายามหาบ้านหรืออาคารเก่าที่ไม่ใช้งาน และเจ้าของสถานที่ก็เห็นด้วยกับการมีห้องสมุดประจำเมือง สถาปัตยกรรมที่ทิ้งร้างก็จะมีชีวิตอีกครั้ง พร้อมกับได้สร้างโอกาสแห่งการอ่านแก่คนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว ในรูปแบบแนวคิดใหม่

ในเวลาเดียวกันนั้น คุณเกล้ามาศ ยิบอินซอย เจ้าของอาคารเก่าในบริเวณเมืองสงขลาก็ดำริจะใช้ประโยชน์จากโกดังข้าวเก่าที่ถนนนครนอก และด้วยเหตุที่เคยทำห้องสมุดพิพิธภัณฑ์พระราชนิเวศน์มฤคทายวันร่วมกันมา จึงตกลงจะร่วมกับกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งกำลังดำเนินงานวัฒนธรรมร้านหนังสือ โครงการหนังสือเดินทางร้านหนังสือ : Book Passport เพื่อให้สอดคล้องกัน และอนุญาตให้มูลนิธิวิชาหนังสือใช้อาคารอายุร่วมร้อยปีนี้จัดตั้งห้องสมุดประจำเมืองต้นแบบขึ้น

ห้องสมุด ยับ เอี่ยน ฉ่อย ที่โกดังข้าวเก่า ถนนนครนอก สงขลา จึงกลายเป็นทุกอย่างที่ผู้คนทั้งหลายอยากจะให้เป็น ตั้งแต่สถานที่ส่งเสริมการอ่าน กระจายความรู้และความสนุก จัดแสดงงานศิลปวัฒนธรรม เป็นแหล่งรวมข้อมูลประวัติศาสตร์ของเมือง ของชีวิตคนในท้องถิ่น ถ่ายทอดโดยคนในท้องที่ และเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ แม้แต่สถานที่เช็กอินถ่ายรูปของนักท่องเที่ยว

เหล่านี้คือชีวิตมากมายหลายแง่มุมที่จะปรากฏ ณ ห้องสมุดแห่งนี้

ยับ เอี่ยน ฉ่อย จากโกดังข้าว สู่ห้องสมุดมีชีวิตประจำเมืองสงขลาที่เต็มไปด้วยความสนุก

ห้องสมุดที่มีชีวิต

ภาพห้องสมุดในความคิดและความจำของคนทั่วไป อาจเป็นสถานที่เงียบ ๆ มีหนังสือมากมายให้เลือกหยิบ อ่าน ยืม แต่ในความคิดหวังของครูมกุฏ เป็นได้มากกว่านั้น

อาคารเก่าที่ในอดีตคือโกดังข้าว ยังคงโครงสร้างเดิมไว้ทุกประการ ไม่รื้อส่วนใดออก ไม่ก่อสร้างเพิ่ม ห้องสมุดประจำเมืองสงขลา ภายในแต่งเติมเพิ่มด้วยตู้หนังสือ ผู้คนมาใช้พื้นที่อ่านหนังสือ หย่อนใจ หรือแม้จะถ่ายรูปอย่างเดียวก็ไม่มีใครว่า

หลายคนเมื่อแรกเข้าต้องสะดุดตาเสาหนังสือกลางอาคาร เหตุที่มีเสาหนังสือนี้ ก็ด้วยการออกแบบและหมายให้เป็นจุดเด่นของห้องสมุดที่เห็นได้ตั้งแต่บนถนนไกล ๆ แต่เหตุผลที่ซ่อนไว้ก็คือ เสากลางอาคารเป็นจุดอ่อนที่สุด ถ้าไม่เสริมความแข็งแรงก็อาจเป็นจุดล่อแหลมให้เดินชนหรือกระแทกได้ง่าย จึงสร้างเสาหนังสือห่อหุ้มเสาไม้เล็ก ๆ เดิมไว้เพื่อบังไม่ให้ใครไปยืนพิงหรือเดินชน ขณะเดียวกันก็จำลองห้องเรียนวิชาบรรณาธิการศึกษามาไว้กลางห้องสมุด ว่าด้วยการเรียนเรื่องออกแบบสันปกหนังสือ ให้ผู้เรียนได้สังเกตศึกษาปกหนังสือเกือบ 1,000 ปก ในเวลาเดียวกัน

“ห้องสมุดคือสถานที่ให้บริการเครื่องมือความรู้และสติปัญญา และเป็นได้หลายอย่าง ไม่ควรทำให้ห้องสมุดตายด้วยการเอาหนังสือไปยัดไว้มากที่สุดจนล้น แต่ไม่มีคนเข้าไปอ่าน”

ครูมกุฏชี้ข้อเสียของห้องสมุด ซึ่งมักเจอปัญหาความแห้งแล้ง ไร้แรงดึงดูดนักอ่าน

“ห้องสมุด ยับ เอี่ยน ฉ่อย มีหนังสือไม่มาก แต่นโยบายของเราคือ ใครก็ตามที่เดินเข้ามาที่ห้องสมุด และอยากได้หนังสือเล่มใดเล่มหนึ่ง หรือประเภทไหนที่เขาเห็นว่าจำเป็นและต้องการอ่าน ลงชื่อไว้ เขียนบอกไว้ เราจะพยายามจัดหาให้” 

เมืองจะมีชีวิตได้ ต้องเกิดการมีส่วนร่วมจากทุกฝ่าย เช่นเดียวกับห้องสมุดแห่งนี้ที่เปิดให้ผู้ใช้บริการมีส่วนร่วม สิ่งนี้กลายเป็นเป้าหมายหลักของ ยับ เอี่ยน ฉ่อย ต่อไป นอกเหนือจากบริการหนังสือและความรู้ นั่นคือสร้างพื้นที่ทางวัฒนธรรม

ห้องสมุดที่เป็นมิตรกับนักเดินทาง

ในเมืองเก่าที่นักท่องเที่ยวสนใจหลั่งไหลกันมาเป็นจำนวนมาก ย่อมหนีไม่พ้นการปะทะของวัฒนธรรมหลากหลายทั้งที่มีอยู่เดิมและเกิดใหม่ ใจความสำคัญของที่นี่คือ สร้างพื้นที่ให้คนในท้องถิ่นได้มาพบปะกับคนจากต่างแดน

ห้องสมุด ยับ เอี่ยน ฉ่อย ประกาศตัวว่าในอนาคตจะเป็นแหล่งรวมข้อมูลสำหรับนักท่องเที่ยวไว้ให้ได้มากที่สุด ถ้าอยากรู้จักเมืองสงขลาทั้งตัวเมืองอันเป็นศูนย์กลางและอำเภอ ตำบล หมู่บ้านต่าง ๆ ที่นี่พร้อมเพิ่มมิติประวัติศาสตร์หรือเรื่องราวท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง อาจจะเป็นข้อมูลอีกชุดที่แตกต่างจากในพิพิธภัณฑ์ และพร้อมจะให้นักท่องเที่ยวเข้าถึงสถานที่จริง เช่นเดียวกับพร้อมจะเป็นศูนย์กลางให้ท้องถิ่นเสนอข้อมูล ทั้งประวัติศาสตร์วัฒนธรรม การศึกษาท่องเที่ยว และความเป็นไปในปัจจุบัน

“นักท่องเที่ยวอาจหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตได้บางส่วน แต่คงไม่ทั้งหมด ขณะที่ห้องสมุดของเรามีข้อมูลที่เป็นหลักฐานรับรองแล้ว เช่น หนังสือของ คุณเอนก นาวิกมูล ซึ่งเขียนเรื่องสงขลามากที่สุดในประเทศ คุณหาอ่านได้ทั้งหมดที่นี่ เราพยายามทำห้องสมุดนี้ให้เป็นศูนย์กลางของนักท่องเที่ยวที่จะรู้จักเมืองสงขลาและเมืองรอบข้างมากขึ้น ในอนาคต ที่นี่จะรวบรวมข้อมูลสถานที่หรือแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของอำเภอและตำบลต่าง ๆ รวมทั้งเชื่อมโยงการติดต่อ เช่น ให้คำแนะนำแก่ชุมชน กระทั่งถึงการรับส่งนักท่องเที่ยว จนถึงขั้นติดต่อทางธุรกิจกับชาวบ้าน”        

นอกจากกิน เที่ยว และพักผ่อนหย่อนใจในเมืองน่ารักอย่างสงขลา ยับ เอี่ยน ฉ่อย จะช่วยเพิ่มมิติให้ประสบการณ์การท่องเที่ยวของคุณมากยิ่งขึ้น

ห้องสมุดที่ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน

“วิธีคิดของเราคือ ต้องไม่กระทบกระเทือนใคร ไม่ทำให้ใครแม้แต่คนเดียวต้องเดือดร้อน เช่น เมื่อมีร้านขายหนังสืออยู่ในเมือง เราต้องไม่ทำให้ร้านขายหนังสือเดือดร้อน ไม่ขายหนังสือที่มีขายทั่วไป”

แล้วจะทำอย่างไร – เราสงสัย

“หน้าที่ของห้องสมุดคือส่งเสริมการอ่าน สมมติว่าเราเชิญนักเขียนชื่อดังและมีหนังสือออกใหม่มาเสวนาที่ห้องสมุด เราจะไม่ขายหนังสือของเขาในงานนั้น ถ้าคุณอยากได้หนังสือพร้อมลายเซ็น คุณต้องไปซื้อที่ร้านหนังสือ นี่คือวิธีทางกิจกรรมที่จะส่งเสริมกัน แต่ขณะเดียวกันเรามีหนังสือหายากให้สั่ง หนังสือที่ไม่มีขายทั่วไป เช่น หนังสือของราชบัณฑิตยสภา หนังสือของกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม เป็นต้น”        

นอกจากนี้ ครูมกุฏยืนยันแข็งขันว่า ยับ เอี่ยน ฉ่อย ไม่ใช่คาเฟ่

“เมื่อเราเปิดห้องสมุดได้เพียงวันเดียว มีคนนับสิบ ๆ คน หลายสิบทีเดียว มาแนะนำให้เปิดร้านกาแฟ เพราะสถานที่ดีมาก วิเศษมาก เขาว่ารวยแน่ ๆ ผมหัวเราะได้ข้ามคืนเลย ประเทศนี้เราจะไม่คิดทำอะไรอื่นแล้วหรือ นอกจากเปิดร้านกาแฟ จะมีประโยชน์อะไรถ้าเราเอาที่นี่ไปแข่งกับร้านกาแฟที่มีอยู่แล้วหลายสิบร้าน ถ้าเราเปิด ร้านอื่น ๆ ก็อาจจะเดือดร้อน เพราะสถานที่เราได้เปรียบ แต่จะมีประโยชน์อะไร อย่าลืมว่าเรามาที่นี่เพื่อทำห้องสมุด ไม่ใช่ร้านกาแฟ”

ครูมกุฏกล่าวถึงความหวังในอนาคตของห้องสมุดแห่งนี้ ว่าจะกลายเป็นพื้นที่ให้พักผ่อนหย่อนใจ อ่านหนังสือ หรือจัดกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งของคนเมืองสงขลาและต่างถิ่น คนรุ่นใหม่ ผู้ใหญ่วัยทำงาน ตลอดจนผู้สูงวัยก็มาใช้พื้นที่ได้ นอกจากนี้ที่นี่ยังทำงานร่วมกับเครือข่ายสร้างสรรค์อื่น ๆ ที่มีอยู่ เช่น a.e.y. space Art Space ย่านเมืองเก่าสงขลาที่จัดกิจกรรมทางศิลปวัฒนธรรมอยู่เป็นประจำ รวมทั้งสถาบันการศึกษา และกรมส่งเสริมวัฒนธรรมก็จะมีสถานที่แห่งนี้เป็นศูนย์ของการส่งเสริมวัฒนธรรม ตามความมุ่งหวังของอธิบดีคนก่อน คือ คุณชาย นครชัย โดยไม่ต้องก่อสร้างสำนักงานเพิ่มขึ้นใหม่        

โจทย์สำคัญที่คณะทำงานสำนักพิมพ์ผีเสื้อและมูลนิธิวิชาหนังสือ ซึ่งรับหน้าที่บริหารห้องสมุดแห่งนี้ ต้องรับไปคิดมากขึ้นอีกก็คือ จะทำอย่างไรให้ห้องสมุดคือพื้นที่แห่งวัฒนธรรม ความรู้ การแลกเปลี่ยนและส่งเสริมกันจากทั้งคนในและคนนอกพื้นที่จนพอจะเป็นต้นแบบให้จังหวัดอื่น ๆ ได้

ยับ เอี่ยน ฉ่อย จากโกดังข้าว สู่ห้องสมุดมีชีวิตประจำเมืองสงขลาที่เต็มไปด้วยความสนุก

ห้องสมุดวัฒนธรรม

เลขานุการมูลนิธิวิชาหนังสือคิดว่า การอ่านในปัจจุบันไม่ได้มีเพียงหนังสือกระดาษ แต่มนุษย์ที่ผ่านประสบการณ์มามากมาย ล้วนเป็นหนังสืออีกรูปแบบหนึ่งที่มีคุณค่าด้วย

“แต่เดิมเราให้ความรู้แก่คนโดยเอาหนังสือไปวางไว้ แล้วให้คนอ่านหรือยืมกลับไป เมื่อเวลาผ่านไป ความรู้ไม่ได้อยู่ในหนังสืออย่างเดียวแล้ว เราก็มักจะพูดว่าห้องสมุดมีชีวิต แต่เราไม่ได้เข้าใจว่าความมีชีวิตมันเป็นอย่างไร ความรู้ที่อยู่ในหนังสือคือความรู้แห้งที่จับใส่เข้าไป แต่มนุษย์ทุกคนเมื่ออายุมากขึ้น ความรู้อยู่ในตัวเขามากขึ้น ทำไมเราจึงไม่ใช้ประโยชน์จากคนเหล่านี้ ในฐานะเป็นแหล่งความรู้อย่างหนึ่ง เป็นหนังสือเล่มหนึ่งที่มีชีวิตชีวา มีวิญญาณ เป็นหนังสือเล่มใหญ่มหึมาไม่ซ้ำกันเลย”

จึงเกิดเป็นความคิดต่อมาว่า ห้องสมุดจะร่วมกับชาวสงขลากำหนดปฏิทินกิจกรรมตลอด 12 เดือนขึ้น ในแต่ละเดือนจะมีกิจกรรมทางศิลปะและวัฒนธรรมผลัดหมุนเวียนกันไป รวมทั้งเชิญผู้อาวุโส ผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญด้านต่าง ๆ ที่น่าสนใจ โดยเฉพาะคนสงขลาหรือคนในจังหวัดใกล้เคียง เช่น ปัตตานี ยะลา นราธิวาส มาบอกเล่าเรื่องเสมือนหนังสือเล่มหนึ่ง มาสนทนากับผู้ฟังประหนึ่งได้อ่านหนังสือเล่มนั้นส่วนใดส่วนหนึ่ง คนที่มาฟังก็อาจได้แรงบันดาลใจ นำกลับไปคิดต่อทำต่อให้งอกงาม เขาอาจกลายเป็นหนังสือเล่มใหม่ที่มีค่าชวนอ่านอีกเล่มหนึ่งต่อไป 

ซึ่งสอดคล้องกับความคิด Human Book หรือ Human Library ที่แพร่หลายกันแล้วในต่างประเทศ ก่อเกิดผลลัพธ์ที่น่าสนใจ ในงานมหกรรมหนังสือแห่งชาติครั้งล่าสุดก็จัดกิจกรรมเช่นนี้ให้ผู้คนได้อ่าน ‘หนังสือคน’ เช่นกัน

ส่วนกิจกรรมทางศิลปะ ครูมกุฏเล่าว่า นักศึกษาการแสดง นักเรียนศิลปะแขนงต่าง ๆ มีปัญหาอย่างหนึ่งคือ ไม่มีพื้นที่ให้แสดงผลงาน

“เราจะร่วมมือกับมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ที่ต้องการเวที ต้องการพื้นที่เสนอผลงานของนักศึกษา อาจเป็นการแสดงระยะสั้นหรือระยะยาว เช่น เปิดแสดงดนตรี แสดงภาพวาด งานศิลปะ และรวมทั้งจำหน่ายผลงาน กระทั่งเป็นศูนย์กลางติดต่อเพื่อเปิดแสดงหรือรับงานในสถานที่ต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องมือที่จะดึงนักท่องเที่ยวให้มามีส่วนร่วม และดึงคนในท้องที่ให้มาพบปะกับนักท่องเที่ยว ส่งเสริมกิจกรรมวัฒนธรรมทั้งหลายที่จะทำได้”

นี่ยังเป็นห้องสมุดอยู่อีกหรือ

ยุคนี้เราอาจเรียกพื้นที่เช่นนี้ว่า ‘พื้นที่สาธารณะ (Public Space)’ แต่ครูมกุฏยังย้ำกับเราว่า ยับ เอี่ยน ฉ่อย คือห้องสมุดที่มีหลากหลายมิติในตัวเอง เพื่อสร้างชีวิตชีวาแบบที่ห้องสมุดเป็นได้และควรจะเป็น

“พฤติกรรมของห้องสมุดไม่ได้เปลี่ยนไป แต่องค์ประกอบของความเป็นห้องสมุดนั้นมีรายละเอียดเพิ่มขึ้น”

เราเห็นด้วยกับถ้อยคำของครูอย่างมาก แค่นึกภาพก็เห็นความสนุกรอต่อคิวกันแน่นไม่ไหวแล้ว

อนาคตของห้องสมุด

“ถึงแม้ไม่มี ยับ เอี่ยน ฉ่อย ตัวเมืองสงขลาก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีดีอยู่แล้ว แต่ครูคิดว่าท่ามกลางสิ่งเหล่านั้น เราไปแทรกอะไรอีกสักอย่างให้มีเสน่ห์ขึ้นมา ให้มันสนุกขึ้นมาได้มั้ย” ชายวัยเลข 7 เอ่ยด้วยพลังกระตือรือร้น

จากความคิดสำคัญแรกเริ่ม คือวางรากฐานอย่างเป็นรูปธรรมให้กับโครงการต้นแบบห้องสมุดประจำเมือง สถานีต่อไปของโมเดลนี้ คือเกาะสาหร่าย จังหวัดสตูล

“คนเกาะเขาขาดโอกาสมาตลอดชีวิตด้วยเรื่องต่าง ๆ การเป็นอยู่ที่สะดวกสบาย การเรียน การเดินทางราคาแพง ต้องเสี่ยงชีวิต เสี่ยงภัยกว่าคนอื่น แล้วเครื่องมือความรู้ก็ไปไม่ถึงเขาเท่ากับคนในเมือง ไม่ต้องเทียบกับคนกรุงเทพฯ นะครับว่าเหลื่อมล้ำกันแค่ไหน แค่คนบนเกาะกับอำเภอเล็ก ๆ ของเมืองสงขลาอย่างอำเภอหาดใหญ่ อำเภอรัตภูมิ ก็เทียบไม่ได้แล้ว

“เราต้องลองลงมือทำให้คนทั้งหลาย โดยเฉพาะรัฐบาลเห็นว่า มีวิธีที่ไม่ต้องใช้งบประมาณมากในการสร้างวัฒนธรรมหนังสือให้แก่คนในชาติ และสร้างโอกาสการเข้าถึงหนังสือได้อย่างเท่าเทียมมากยิ่งขึ้น เพื่อพัฒนาชาติด้วยความรู้ได้ง่ายขึ้น” ครูมกุฏกล่าวทิ้งท้ายด้วยความหวัง

ภาพ : ห้องสมุดยับ เอี่ยน ฉ่อย

ห้องสมุด ยับ เอี่ยน ฉ่อย

ที่ตั้ง : 213 ถนนนครนอก ซอยท่าน้ำศักดิ์สิทธิ์ ตำบลบ่อยาง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ​ : 09.00 – 17.00 น. (ปิดวันจันทร​์-พุธ)

Facebook : ห้องสมุด ยับ เอี่ยน ฉ่อย

Writer

คณิศร สันติไชยกุล

นักเรียนนิเทศศาสตร์ อยากเห็นโลกที่ดีกว่าเดิม ให้ความสำคัญกับการมีอยู่ไม่ต่างจากการจากไป

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

เราเดินทางมาถึงที่นี่ช่วงเย็น จากนัดกันไว้ช่วงเช้า เพราะสภาพอากาศทำให้เครื่องบินของเราล่าช้าไปหลายชั่วโมง

ปาล์ม-ศิริพจน์ กลับขันธ์ เจ้าของร้าน ควบตำแหน่งประธานผู้ประกอบการรุ่นใหม่ จ.ตรัง หรือ YEC Trang บอกว่าการดีเลย์เป็นเรื่องปกติมากของคนตรัง และยินดีรอรับแขกจากกรุงเทพฯ ตลอดวัน สมกับที่ร้านของเขาได้รับฉายาว่าเป็นสภากาแฟหรือศาลาว่ากลางของจังหวัดก็ว่าได้

มีเหตุผลมากมายว่าทำไมทั้งสถานที่กว้างใหญ่ พร้อมลานจอดรถแบบจุใจ แถมเดินทางถึงสนามบินได้ใน 10 นาที แต่เรามาวันนี้เพื่อคุยกับปาล์มถึงสิ่งที่ดีมากกว่านั้น

ตอนแรกก็นึกเสียดายที่ดันมาถึงตอนที่ร้านกำลังปิด แต่พอได้พูดคุยกับเจ้าของร้าน และได้เห็นพนักงานจำนวนมาก (ที่อาจจะมากเกินความจำเป็นด้วยซ้ำ) ร่วมกันทำความสะอาดร้านอย่างขยันขันแข็ง เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะเหมือนเพื่อนสนิท เรากลับรู้สึกโชคดีที่ได้เห็็นภาพแบบนี้

ภาพของ Occur Coffee ที่ไม่ได้เป็นเพียงร้านกาแฟ แต่มีเครื่องประดับเป็นสายยาง ฟองสบู่ และมิตรภาพ แบบฉบับชุมชน Occur ตามที่ปาล์มตั้งใจอยากให้มันเป็น

“ผมเนี่ย เป็นคนตรังที่รักจังหวัดตรังมาก! มาก จนคนอื่นงง” เขาว่า ตอนที่เรานั่งสนทนากันในร้านที่เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นทำจากไม้ยางพารา

พอฟังเรื่องราวของเขาแล้ว ขอลงมติเห็นด้วยที่เขารักบ้านเกิดมาก แต่ขอเถียงอย่าง 

เราไม่งงว่าทำไมเมืองตรังถึงได้น่ารักขนาดนั้น

Occur Coffee สภากาแฟในคาเฟ่จากไม้ยางพาราที่ใช้ทุกอย่างจากตรัง โดยคนตรัง เพื่อคนตรัง
Occur Coffee สภากาแฟในคาเฟ่จากไม้ยางพาราที่ใช้ทุกอย่างจากตรัง โดยคนตรัง เพื่อคนตรัง

“เกิดจากคนตรัง โดยคนตรัง เพื่อคนตรัง”

ก่อนอื่น ต้องบอกก่อนว่า Occur Coffee เป็นโปรเจกต์ที่เกิดขึ้นโดย Woodwork โรงงานแปรรูปไม้ยางพาราของ วิถี สุพิทักษ์ พาร์ตเนอร์คนสำคัญของปาล์ม จากความคิดที่ว่า ไม้ยางพาราจะนำไปทำอย่างอื่นนอกจากเฟอร์นิเจอร์ได้หรือไม่ พอคิดค้นนวัตกรรมใหม่ อบไม้ยางให้แข็งแรงขึ้น ที่นี่ก็ถือเป็นที่แรกที่ยืนยันว่าไม้ยางสามารถสร้างอาคารได้จริง

“นี่พื้นไม้ยาง โต๊ะไม้ยาง เก้าอี้ไม้ยาง ผนังไม้ยาง ยางหมดเลย ใช่ นี่ก็ยาง” เขาชวนให้มองตามรอบร้าน 

“จริง ๆ ทุกอย่างใน Occur มันควร Belong to ตรัง แล้วก็ควรจะ Proud of ตรังไปในอนาคต” ปาล์มย้ำแนวคิดอย่างภาคภูมิใจ “Occur เป็นแบรนด์ที่เกิดจากคนตรัง โดยคนตรัง เพื่อคนตรัง” 

ก่อนเป็นฝ่ายถามเรากลับบ้างว่า “ถ้ามาตรังแล้วไม่ได้ไปเที่ยวทะเล จะไปที่ไหน” เราส่ายหน้าแล้วสารภาพว่าไม่รู้

“เมื่อก่อนตรังไม่มีพื้นที่ของเมือง นี่เป็นไอเดียที่ทำให้เกิด Occur Coffee ขึ้นมา เราคิดว่าควรจะมีพื้นที่ที่รับรองแขกที่มาเที่ยวบ้าง ผมมีลูกค้าเป็นผู้หลักผู้ใหญ่เยอะมาก มีนักการเมืองใหญ่ ๆ คุณหมอเก่ง ๆ ผู้พิพากษาอยู่ที่นี่ จนเพื่อน ๆ แซวว่าเป็นศาลากลางของจังหวัด” เขาหัวเราะ “ใครจะมาใช้ก็ได้ มาดื่มกาแฟก็ดี มาประชุม มาคุยงาน นัดเพื่อนก็เจอกันที่นี่แหละครับ”

แต่ก็ใช่ว่าใครจะเปิดร้านกาแฟแล้วได้รับกระแสตอบรับที่ดีล้นหลามขนาดนี้ 

อาจเป็นเพราะความรักที่มีต่อกาแฟจนเรียกได้ว่าคลั่งไคล้ของปาล์ม มันเกิดขึ้นราว ๆ 10 ปีที่แล้ว

Occur Coffee สภากาแฟในคาเฟ่จากไม้ยางพาราที่ใช้ทุกอย่างจากตรัง โดยคนตรัง เพื่อคนตรัง
Occur Coffee สภากาแฟในคาเฟ่จากไม้ยางพาราที่ใช้ทุกอย่างจากตรัง โดยคนตรัง เพื่อคนตรัง

“กาแฟพิเศษคืออะไร”

ร้านกาแฟร้านแรกของปาล์มและร้านกาแฟ Specialty แรกของจังหวัดชื่อว่า Passione del Caffé 

ส่วนความรักที่มีต่อกาแฟ เกิดขึ้นบนดอยช้าง จ.เชียงราย

“ช่วงนั้นผมเจอมรสุมชีวิตครั้งแรกแล้วไม่รู้จะดีลยังไง เลยหาว่ามีที่ไหนที่ไปเที่ยวได้บ้าง มีทริปผุดขึ้นมาในเฟซบุ๊ก จัดโดยสมาคมกาแฟพิเศษไทย (SCATH) ก็เลยอยากไปลองดูว่า ไร่กาแฟมันเป็นยังไงนะ ไม่เคยเห็น”

ทริปนั้นทำให้เขาได้เจอกับคอกาแฟมากมายที่ปัจจุบันกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับแถวหน้า อาทิ วัลลภ ปัสนานนท์ อดีตนายกสมาคมกาแฟพิเศษไทย, หมู-นพพล อมรพิชญ์ปรัชญา จากร้าน Bottomless และ พ้ง-ศุภชัย สว่างอำไพ จากร้าน Duck You Caferista

“เขาคุยอะไรกันไม่รู้ เรื่องต้นกาแฟ เรื่องวิธีเก็บ เรื่อง Process เป็นเรื่องใหม่กับผมหมดเลย กาแฟพิเศษคืออะไร ตอนนั้นยังกินกาแฟขม ๆ อยู่ด้วยซ้ำ ผมตื่นเต้นมากแล้วก็มีเรื่องเอ๊ะเต็มไปหมด”

ไม่เพียงแค่ความเอ๊ะที่ยังหาคำตอบไม่ได้ แต่รสชาติของกาแฟในทริปนั้นก็ตราตรึงใจเขาจนลืมไม่ลง

“หรือกาแฟที่ดีมันต้องเป็นแบบนั้น” ปาล์มคิดกับตัวเอง

“แล้วทำไมกาแฟที่บ้านเราไม่เป็นแบบเขาล่ะ” นั่นเป็นคำถามที่สองที่เปลี่ยนทั้งชีวิตเขา และวิถีการดื่มกาแฟของคนตรังไปตลอดกาล

Occur Coffee สภากาแฟในคาเฟ่จากไม้ยางพาราที่ใช้ทุกอย่างจากตรัง โดยคนตรัง เพื่อคนตรัง

“ผมบ้าขึ้นทุกวัน และบ้าไม่หยุด”

เพราะไม่มีคนทำเรื่องกาแฟ คือคำตอบที่ปาล์มดั้นด้นหามาได้

“ไม่ได้พูดแค่ตรังนะครับ จังหวัดใหญ่ ๆ ใกล้เคียงคือไม่มีเลย พี่ ๆ ในวงการเขาก็บอกว่า มันขาดคนขับเคลื่อน ถ้าอยากไปทำเดี๋ยวจะลงไปช่วย ตอนนั้นกาแฟพิเศษจะมารึเปล่าไม่รู้นะ แต่ผมรู้สึกว่าน่าจะเป็นความท้าทายใหม่ ๆ ที่เราจะลองเป็นคนมาบุกเบิกกาแฟพิเศษในพื้นที่ภาคใต้”

ท่ามกลางร้านกาแฟโบราณที่ราคาแพงสุดที่แก้วละ 40 บาท เขาตั้งราคาขายแก้วแรกขาดตัวที่ 75 บาท “ร้านเล็ก นั่งก็ไม่สบาย ทุกคนบอกว่าเจ๊งแน่นอน” ปาล์มยอมรับว่าเขาฝืนหยัดยืนเพื่อทำมัน

“ผมพูดเรื่องเดิม ๆ ว่าทำไมกาแฟถึงเปรี้ยว กาแฟตัวนี้แตกต่างกับตัวนั้นยังไง คีย์เวิร์ดเดิม ๆ แบบจำได้เลยว่าต้องพูดอะไร ไม่น่าจะต่ำกว่า 5 ปี จนร้านอื่น ๆ เริ่มปรับตัวตาม เราหวังแค่ให้คนชอบเราวันละคนก็พอ แต่ผมทำวันละคนมา 5 ปี มันก็ได้หลายร้อยคน

“ในวันแรกเขาอาจจะว่าผมบ้านะ แต่พอผมบ้าขึ้นทุกวัน และบ้าไม่หยุด เขาก็เชื่อและสุดท้ายก็มาบ้ากับผมทีละคน ร้านกาแฟในตรังก็เริ่มบ้ากับผมทีละร้าน จนตอนนี้ทั้งเมืองมันไม่มีร้านกาแฟแบบเดิมแล้ว

“เราชอบกาแฟจนถึงขั้น Crazy กับมัน เราหลงใหล ร้านแรกเลยชื่อว่า Passione ไง” เขาเฉลยให้รู้ 

“กับกาแฟ เรามากกว่ารัก มันคือความคลั่งไคล้ เราชอบมันมาก เราอยู่กับมันได้ทุกวัน ดีเราก็อยู่กับมัน ไม่ดีเราก็ยังอยู่กับมัน และผมเชื่อเรื่องกาแฟมาก” ส่วนนี่คือปณิธาน

ปัจจุบัน Passione del Caffé ก้าวเข้าสู่ปีที่ 7 ปาล์มมีฐานลูกค้ามากมาย เขาขยับขยายธุรกิจด้วยการเปิดโรงคั่ว เป็นที่ปรึกษาให้กับร้านกาแฟ Specialty อื่น ๆ เริ่มเป็นคนกลางกระจายเมล็ดกาแฟในตรัง ไปจนถึง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ 

ทั้งหมดทั้งมวล ปาล์มย้ำว่าเพราะได้รับความอนุเคราะห์จากรุ่นใหญ่ ๆ ในวงการกาแฟมาช่วยขับเคลื่อนและพัฒนาวงการกาแฟพิเศษในพื้นที่ภาคใต้ให้เกิดขึ้น

พอธุรกิจเดินทางมาถึงจุดหนึ่ง ตัวละครลับอีกตัวก็ปรากฏให้เห็น นั่นคือ จิรณรงค์ วงษ์สุนทร บรรณาธิิการบทความไลฟ์สไตล์ของ The Cloud ผู้ที่ชื่นชอบกาแฟจนคลั่งไคล้ไม่ต่างกัน

“เขามาแนะนำผมว่า เฮ้ย ถ้าคุณอยากทำสาขาเยอะ ๆ ในอนาคต คุณควรจะจ้างคนทำแบรนดิ้ง”

ตัวละครลับที่สองจึงปรากฏตัวในเวลาไล่เลี่ยกัน นั่นคือ ธีรนพ หวังศิลปคุณ จาก TNOP™ DESIGN ผู้รับหน้าที่ออกแบบร้านกาแฟในฝันของเขาใหม่ ติดอยู่ตรงที่ว่า “คุณปาล์มครับ เอ่อ ถ้าจะทำ ผมว่าต้องเปลี่ยนชื่อ” เขาเล่าพร้อมจำลองเหตุการณ์

ไม่นาน ทีมของธีรนพก็กลับมาพร้อมกับชื่อใหม่ที่ปาล์มตกลงปลงใจโดยทันที 

“ชื่อ Occur มันเหมือนกับการได้เกิดขึ้น ณ ตอนนั้น และมันก็เกิดขึ้นเพื่อทำบางสิ่งบางอย่างที่คาดไม่ถึง” 

ส่วนจะเป็นอะไรนั้น เรากำลังจะเล่าให้ฟัง

Occur Coffee สภากาแฟในคาเฟ่จากไม้ยางพาราที่ใช้ทุกอย่างจากตรัง โดยคนตรัง เพื่อคนตรัง
Occur Coffee สภากาแฟในคาเฟ่จากไม้ยางพาราที่ใช้ทุกอย่างจากตรัง โดยคนตรัง เพื่อคนตรัง

“เป็นโรบัสต้าแล้วทำไม”

“คำว่าสภากาแฟ ถ้าถามว่ามันอยู่ที่ไหนเนี่ย ตรังก็ต้องมาเป็นอันดับต้น ๆ”

ปาล์มบอกว่า บ้านเกิดของเขามีวัฒนธรรมการดื่มกาแฟมายาวนานและแข็งแรงมาก หลายคนอาจจะรู้ว่าเขาช่องของคนตรังก็เป็นแบรนด์กาแฟแรก ๆ ในประเทศไทย เพียงแต่มักจะอยู่ในรูปแบบของกาแฟโบราณหรือโรบัสต้าเป็นหลักคือ เข้ม ข้น หวาน มัน ซึ่งนิยมดื่มกันตั้งแต่ตี 3 – 4 เพื่อปลุกให้ตื่นตาสว่าง ก่อนออกไปทำอาชีพหลักคือกรีดยางพาราตอนหัวรุ่ง

คำถามคือ ระหว่างพัฒนาพื้นที่ให้ปลูกกาแฟอาราบิก้าได้ กับพัฒนาโรบัสต้าที่มีอยู่แล้วให้ดี ปาล์มเลือกอะไร

“ผมเลือกอย่างหลัง แล้วก็ไม่ได้แค่คิดอย่างเดียว ผมจะทำอย่างหลังแน่ ๆ นั่นคือเป้าหมายในอนาคต” เขาตอบอย่างหนักแน่น 

เพราะสิ่งที่เขาลงมือไปแล้ว คือการเข้าไปคุยและให้ความรู้กับเกษตรกรต้นน้ำว่าโรบัสต้าที่ดีจะต้องปลูกยังไง เก็บยังไง มีสายพันธุ์อะไรบ้าง และอะไรคือมาตรฐานของการเป็นพรีเมียมโรบัสต้า 

“ผมเปิดร้านนี้้มาเกือบ 2 ปี ผมขายโรบัสต้ามาตลอด เพื่อให้คนรู้ว่าเราไม่ใช่ร้านกาแฟ Specialty ที่จะต้องปานามา เกอิชา กาแฟมัน Local ได้นี่ เป็นโรบัสต้าแล้วทำไมหรอ แล้วในอนาคตถ้าโรบัสต้าที่เมืองเราดีพร้อม เราก็พร้อมจะใช้ทันที เพราะเราอยากจะทำเรื่องโรบัสต้าที่อยู่คู่กับคนตรังให้มันชัดขึ้น”

เราถามเขาตรง ๆ ว่าเป็นเพราะอะไรเขาถึงต้องทำขนาดนี้ ปาล์มตอบกลับมาง่าย ๆ ว่าแรงขับเคลื่อนเดียวของเขา คือการเกิดเป็นคนตรัง

“แล้วเราก็เป็นคนตรังบ้านนอกที่ลำบากมาก่อนด้วยสิ เราเคยรู้สึกว่า เมืองนี้ในอดีตมันไม่ได้เอื้อสำหรับเราเลย เราต้องเข้มแข็งมาก ต้องพยายามมาก ขยันสุด ๆ ถึงจะมีจุดยืนวันนี้ได้ เพราะการที่เราจะทำธุรกิจแรกอย่างร้านกาแฟเจ๊งมีสูงมาก ถ้าเราไม่เข้มแข็งจริง ไม่มั่นใจในจุดยืนของเราจริง เราเลิกไปนานแล้วในปีแรก

“โอกาสมันเอื้อสำหรับคนที่มีฐานะพอสมควรแล้ว แต่น้อง ๆ ที่ต่างอำเภอเหมือนเราเมื่อก่อนล่ะ ทุกวันนี้เขายังต้องไปทำงานที่อื่น ที่ผมทำทุก ๆ โปรเจกต์ ก็เพื่อพยายามจะเปลี่ยนเมืองให้มันพร้อมกับเราทุกคน” 

และมันควรจะเริ่มที่ร้านของเขา

Occur Coffee สภากาแฟในคาเฟ่จากไม้ยางพาราที่ใช้ทุกอย่างจากตรัง โดยคนตรัง เพื่อคนตรัง
Occur Coffee สภากาแฟในคาเฟ่จากไม้ยางพาราที่ใช้ทุกอย่างจากตรัง โดยคนตรัง เพื่อคนตรัง

“เรารู้สึกว่าคนนี้มันมีของดี”

“ที่นี่ทำเหมือนเป็นโรงเรียนเลยนะ ทุกคนเข้ามาจะต้องมีโปรเจกต์ของแต่ละบุคคล โปรเจกต์ร่วมกันเป็นคู่ โปรเจกต์ร่วมกันเป็นทีม อาจจะเป็นเมนูใหม่ ๆ กระบวนการการทำงานใหม่ ๆ ที่จะช่วยให้ร้านดีขึ้น หรืออย่างน้อย ทำให้เขาเก่งขึ้นก็ยังดี” ปาล์มว่า “ร้านเรามีสอบกลางภาคด้วยนะครับ”

ยิ่งฟังยิ่งมีความงุนงนอยู่บนใบหน้า จนเขาต้องรีบอธิบายให้หายข้องใจ

“คือผมออกข้อสอบเกี่ยวกับกาแฟ ขั้นตอนการทำงานในร้าน หรือประสบการณ์ที่ลูกค้าจะสัมผัสในร้าน นั่งนึกว่าอะไรที่เราสอนน้องไปแล้วบ้าง มันจะจำได้ไหม ทุกคนต้องมานั่งสอบข้อกา ข้อเขียน”

งั้นถ้าสอบตกจะทำยังไง เราถามอีก

“ง่ายมากเลยครับ ไม่ได้หักเงินเดือน ไม่ได้อะไรเลย เราให้ไปวิ่ง 5 กิโล 10 กิโลก็ว่าไป” เรารีบตอบกลับไปว่านั่นไม่ง่ายเลยนะ

“พนักงานร้านกาแฟมันก็วัยรุ่น ผมมาที่ร้านแล้วผมรู้สึก เฮ้ย ทุกอย่างมันถูกต้องไปหมด ทุกคนก็ทำงานตามหน้าที่ของตัวเอง บริการลูกค้าก็ตามแพตเทิร์น แต่ทำไมมันดูไม่สดชื่นเลย เพราะงั้นสิ่งสำคัญก็คือต้องออกกำลังกาย

ช่วงนั้นพอทำจริง ๆ ยอดขายมันเติบโตขึ้น โดยแค่เราวิ่ง มันแปลกมากเลยนะ”

นั่นสิ เพราะอะไร

“พอคนมันรีแลกซ์ หน้าตามันเฟรช อยากคุยกับผู้คนมากขึ้น มันนำเสนอมากขึ้น ผมไม่เคยหักเงินเดือนเลย เราทำกันแบบนี้ ทีมเราก็โตขึ้นเรื่อย ๆ แล้วก็สนุกสนานกัน”

นับว่าหายากที่พนักงานกับเจ้าของร้านจะอยู่กันแบบพี่น้องที่สนิทสนมกัน ปาล์มเล่าว่า หากยื่นจดหมายสมัครงานมา เขามักจะสนใจคนที่อยากเอาชนะอะไรบางอย่างและมีเป้าหมายยิ่งใหญ่เป็นพิเศษ

“ผมสัมภาษณ์เองทุกคน แล้วก็สัมภาษณ์เยอะด้วย ถ้าเขียนใบสมัครว่า หนูจะเป็นบาริสต้าอยู่ออสเตรเลียให้ได้ภายใน 5 ปี เรารีบรับเลย ซึ่งผมรับพนักงานตลอดเวลานะ บางทีก็มีเกินอัตรามากเลย แต่เราก็รู้สึกว่าคนนี้มันมีของดี เอามาก่อน ขาดทุนเดี๋ยวค่อยว่ากัน

“เพราะผมเริ่มคิดตั้งแต่มีพนักงานคนแรกเลยว่า เราฝึกน้อง ๆ ทุกคนเพื่อไม่ได้อยากจะให้เขาเป็นแค่คนชงกาแฟ เราอยากจะสร้างน้องพวกนี้ให้ออกไปเป็นผู้ประกอบการร้านกาแฟที่เจ๋ง ๆ ทั้ง จ.ตรัง เพื่อจะได้สร้างสรรค์เมืองที่ดีให้กับเรา ซึ่งตอนนี้เด็็กรุ่นแรกออกไปเปิดร้านกันครบทุกคนเลยนะ มันเป็นภาพที่ดีมาก”

นอกจากวงการกาแฟแล้ว ปาล์มยังตั้งชื่อกลุ่มให้พนักงานในห้องครัวว่า ตรัง Young Chef เพื่อมุ่งหวังจะทำเรื่องอาหารในบ้านเกิดให้เติบโตอย่างสร้างสรรค์ เพราะที่ Occur เองก็มีแปลงผักปลอดสารพิษเป็นของตัวเองสำหรับอาหารทุกจาน 

“ผมทำอาหารไม่ค่อยเป็น แต่มีแนวคิดว่า ตรังมีจุดเด่นเรื่องของกิน มีต้นทุนวัตถุดิบจากเขาป่านาเลหลากหลายมาก กลุ่มตรัง Young Chef ผมก็ให้โอกาสเขาได้สร้างสิ่งที่เขาอยากทำ อยากเป็น อยากเสิร์ฟ และภาคภูมิใจ

“ผมคิดว่าปีหน้าเนี่ย Occur จะสนุกขึ้น” เขาฝากให้ติดตาม 

“เราจะได้ทำอะไรในแบบที่เราคิดอยากจะทำจริง ๆ เราจะเติบโตแบบเข้มแข็ง แล้วก็น่าจะเป็นภาพใหม่ที่น่าตื่นเต้นกับคนตรังเหมือนกัน เพราะผมอยากเล่าเรื่องตรังให้คนตรังได้สัมผัสก่อน พอตรังเริ่มภูมิใจในตรัง ผมว่าคนอื่นจะเริ่มเข้าใจ”

Occur Coffee สภากาแฟในคาเฟ่จากไม้ยางพาราที่ใช้ทุกอย่างจากตรัง โดยคนตรัง เพื่อคนตรัง
Occur Coffee คาเฟ่จากไม้ยางพาราของคนบ้ากาแฟ ผู้เชื่อในโรบัสต้า และภาคภูมิใจในเมืองตรังเป็นที่สุด

ก่อนจากกัน ในฐานะเจ้าของร้านที่ทำอาหารไม่ค่อยเป็นและไม่เคยเป็นเจ้าของเมนูไหนในร้าน เราขอให้เขาแนะนำเมนูเด็ดที่ชนะใจท่านประธาน

“Occur Sunset & Sunlight ตอนที่เราเปิดร้าน ด้านหน้าฝั่งพระอาทิตย์ตกสีมันม่วงมาก เราเลยให้โจทย์น้อง ๆ แต่ละทีมแข่งกันไปทำเมนูอะไรก็ได้ที่แมตช์กับภาพร้านเรา ชื่อโปรเจกต์ว่าหัวเช้ากับวันเย็น เป็นภาษาใต้ 

“นี่เป็นเมนูที่น้อง ๆ เขานำเสนอแล้วพิชชิ่งชนะ เพราะกว่าจะวางขายแต่ละเมนูในร้านก็ผ่านการนำเสนอกันหลายรอบกว่าพี่ปาล์มจะซื้อไอเดีย แก้วนี้โอเค เรื่องเล่าดี ส่วนผสมดี รสชาติผ่าน” 

Occur Coffee คาเฟ่จากไม้ยางพาราของคนบ้ากาแฟ ผู้เชื่อในโรบัสต้า และภาคภูมิใจในเมืองตรังเป็นที่สุด

“เมนูข้าวหน้าหมูไก่ซูวี ใช้พริกไทยปะเหลียน เป็นสินค้า GI ของตรัง เป็นเมนูที่ผมว่าใครมากินก็รู้สึกเอร็ดอร่อย คือผมไม่เคยเห็นใครกินข้าวอันนี้แล้วเหลือแม้กระทั่งนิดเดียวในจาน เหลือแค่กระดูกไก่ เป็นเมนูที่น้อง ๆ ตรัง Young Chef นำเสนอมาแล้วมันโดนใจผมมาก น่าจะคัดจาก 20 จาน แล้วเลือกมาได้ขายแค่ 1 อย่างนี้ ผมกินเองทุกวันได้ โดยไม่มีเบื่อ ยังไงก็อยากจะนำเสนอ

“ผมไม่เคยคิดเมนูเองสักอันเดียว” เขาหัวเราะตอนเล่า แต่ก็คงเป็นเพราะเขามีความสุข

Occur Coffee คาเฟ่จากไม้ยางพาราของคนบ้ากาแฟ ผู้เชื่อในโรบัสต้า และภาคภูมิใจในเมืองตรังเป็นที่สุด

Occur Coffee

ที่ตั้ง : 119 หมู่ 3 ตำบลทับเที่ยง อำเภอเมือง จังหวัดตรัง (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดทุกวัน 09.00 – 17.00 น.

โทรศัพท์ : 095 261 4265 

Facebook : Occur Coffee

 

Writer

ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์

นักอยากเขียน บ้านอยู่ชานเมือง ไม่ชอบชื่อเล่นที่แม่ตั้งให้ มีคติประจำใจว่าอย่าเชื่ออะไรจนกว่าหมอบีจะทัก รักการดูหนังและเล่นกับแมว

Photographer

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load