The Cloud x TAT Contact Center เพื่อนร่วมทาง

ยโสธรเป็นเมืองน่ารักมีเสน่ห์ ทั้งฟากสิ่งเก่าที่ชวนให้คิดถึงประเพณี วัฒนธรรม งานบุญต่าง ๆ และฝั่งของใหม่ ที่หากได้ผ่านไปช่วงหลังมานี้ จะพบว่ามีหลายสิ่งเปลี่ยนไปจากแต่ก่อน ไม่ว่าจะเป็นการขยายตัวของบ้านเมือง ตึกรามบ้านช่อง ผู้คนหน้าใหม่ที่เข้ามาเปิดกิจการ รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นหลายรูปแบบ แปลงโฉมเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องงานบุญบั้งไฟนี้ให้ดูร่วมสมัยน่าสนใจ 

ท่ามกลางกระแสการพัฒนา มวลความน่ารักเรียบง่ายของวิถีชีวิตคนรุ่นเก่า กลับไม่ได้รุดหน้ารวดเร็วตามไปด้วย ยังคงอัตลักษณ์ดั้งเดิมแบบค่อยเป็นค่อยไป ขณะที่ชาวยโสธรนิวเจนก็กำลังเริ่มขยับตัวทีละน้อย หลายคนเปิดกิจการร้านรวงเก๋ไก๋ บ้างก็กลับมาสร้างสรรค์กิจกรรมแปลกใหม่ให้บ้านเกิด เป็นความเคลื่อนไหวครั้งใหม่ของคนในพื้นที่ที่ร่วมด้วยช่วยกันแต่งแต้มให้จังหวัดเล็ก ๆ แห่งนี้มีสีสันยิ่งขึ้น

คอลัมน์ Take Me Out ชวนทำความรู้จักจังหวัดยโสธรให้มากกว่าเดิม ผ่าน 10 สถานที่ทั่วเมืองบั้งไฟโก้ ชิมเมนูเด็ดแบบคนยโสฯ ในเขตเมืองเก่า ชอปปิงหมอนขวานผ้าขิดฝีมือชาวบ้านมากฝีมือ ตบท้ายด้วยชีวิตสุดฮิป ทั้งชมโบสถ์คริสต์ เลาะพิพิธภัณฑ์ แล้วตามฮอปปิงนานาคาเฟ่ที่ผสานวัฒนธรรมใหม่เก่าได้เข้ากั๊นเข้ากันอย่างไม่เคอะเขิน

01 

ร้านหมวยก๋วยจั๊บญวน

กวยจั๊บญวนสูตรต้นตำรับในอาคารสไตล์ชิโนยูโรเปียน

ร้านหมวยก๋วยจั๊บญวน, กวยจั๊บญวนสูตรต้นตำรับในอาคารสไตล์ชิโนยูโรเปียน

จังหวัดเล็ก ๆ รูปพระจันทร์เสี้ยวแห่งนี้ก่อกำเนิดขึ้นจากชุมชนการค้าชื่อ ‘บ้านสิงห์ท่า’ แหล่งรวมผู้คนมากหน้าหลายตาที่เข้ามาค้าขายกันอย่างคึกคักเมื่อกว่าร้อยปีก่อน แม้ปัจจุบันบรรยากาศจอแจนั้นจะแปรสภาพเป็นความสงบเงียบ ที่แฝงตัวอยู่ในทุกอณูของอาคารเก่าแบบชิโน-ยูโรเปียน แต่ร่องรอยความรุ่งเรืองก็ยังทาบทับสตัฟฟ์อยู่บนร้านรวงดั้งเดิมอยู่เช่นวันวาน

เจ๊หมวย-สุวรรณ แสนพันธ์ คือผู้กุมสูตรลับกวยจั๊บญวนมาเป็นรุ่นที่ 3 ผ่านเวลากว่า 40 ปี นับตั้งแต่ชาวเวียดนามอพยพมาลงหลักปักฐานที่บ้านสิงห์ท่าแห่งนี้ ด้วยวิธีการทำอันเป็นเอกลักษณ์และแตกต่างจากกวยจั๊บญวนของเจ้าอื่น เคี่ยวน้ำซุปด้วยกระดูกหมูเป็นวัน ๆ ได้รสนัวแบบโบราณ ใส่เพียงแค่หมูยอ หมูสับ และไข่นกกระทาต้ม ไม่ปรุงแต่งสิ่งอื่นจนเกินงาม เป็นสูตรออริจินอลที่อาจไม่ค่อยเห็นกันบ่อยนัก

ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล
ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล

เมื่อ East Meets West อาหารตะวันออกพบกับอาคารแบบตะวันตก ภายใต้ชายคาสถาปัตยกรรมเก่าอายุเกือบร้อยปี มีภาพถ่ายเก่าระบุ พ.ศ. 2474 เป็นเครื่องยืนยันถึงความโบราณและทรงคุณค่าของอาคารห้องนี้ พร้อมกับนั่งสังเกตการณ์วิถีชีวิตชาวเมืองเก่า เป็นบรรยากาศการกินที่ไม่ต้องพูดถึง นั่งซดน้ำซุปเข้มข้นกลมกล่อมของกวยจั๊บญวนหรือที่ในภาษาถิ่นเรียกกันว่า ข้าวเปียก กินกับแหนมคลุก อีกเมนูเด็ดมรดกจากชาวเวียตที่ปรับปรุงสูตรให้ถูกปากคนไทย ใส่ใบมะกรูดและมะพร้าวขูด ซึ่งเจ๊หมวยรับรองว่าสูตรนี้มีที่เดียวในยโสธร 

ที่ตั้ง : 83 ถนนวิทยะธำรงค์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลา : เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.30 – 18.00 น.

โทรศัพท์ : 09 3384 8557

02 

ข้าวปุ้นน้ำงัวยายนาง

ร้านดั้งเดิมประจำถิ่นมีทั้งคาวและหวานแบบคนยโสธร

ข้าวปุ้นน้ำงัวยายนาง, ร้านดั้งเดิมประจำถิ่นมีทั้งคาวและหวานแบบคนยโสธร

ลัดเลาะเข้าซอยไปในชุมชนหลังวัดมหาธาตุ วัดสำคัญคู่บ้านใจกลางเมือง มีอีกสถานที่ฝากท้องของชาวยโสธรแท้ ๆ ที่ควรไปลองชิมสักครั้งหากได้มาเยือน

นอกจากกวยจั๊บญวนแล้ว อีกหนึ่งของดีอร่อยปากที่ติดสอยตามมากับชาวเวียดนามพลัดถิ่น ผ่านการปรับปรุงผสมผสานกับอาหารอีสานจนลงตัว คือข้าวปุ้นน้ำงัว เมนูที่ปรุงอย่างใส่ใจโดย ยายนาง-ประนอม พรมชาติ ผู้เลื่อนตำแหน่งจากเคยเป็นลูกมือให้คุณแม่มารับช่วงกิจการต่อได้ 10 ปีแล้ว 

พาเลาะ 10 สถานที่เก่า-ใหม่ในยโสธร ที่ทำให้เข้าใจวัฒนธรรมคนเมืองบั้งไฟดียิ่งขึ้น

ว่ากันซื่อ ๆ ข้าวปุ้นน้ำงัว คือขนมจีนใส่น้ำซุปเนื้อวัวคล้ายก๋วยเตี๋ยว ตุ๋นเนื้อด้วยเตาถ่านกว่าค่อนวัน จนเนื้อนุ่มและน้ำซุปมีกลิ่นหอม แค่แตะจมูกก็ชวนน้ำลายสอ ใส่กะหล่ำซอยและสะระแหน่เป็นหน้าข้าวปุ้น โรยหอมเจียวปิดท้าย กินเคียงกับผักแพว ผักพื้นบ้านของชาวอีสาน รสชาติติดใจจนเคยมีนักชิมจากเมืองหลวง เอ่ยปากขอสูตรกลับไปทำกินเอง 

พาเลาะ 10 สถานที่เก่า-ใหม่ในยโสธร ที่ทำให้เข้าใจวัฒนธรรมคนเมืองบั้งไฟดียิ่งขึ้น

อีกเมนูควรลองคือหมี่กะทิ แนวกินตำรับอีสานให้ชิมร่วมด้วย แม้ชื่อจะเหมือนกัน แต่หน้าตาต่างจากของภาคกลางแบบคนละฝา เพราะทำจากเส้นเล็กราดด้วยน้ำแกงรสชาติออกหวาน เป็นเมนูท้องถิ่นที่แซ่บอีหลีสูสีตีคู่มาพร้อมกัน

เมื่อกินอาหารคาวเสร็จสรรพ อย่าลืมต่อด้วยขนมหวานชื่อดังของจังหวัด ลอดช่องจากแป้งข้าวเจ้าที่บีบด้วยมือ ออกมาเป็นเส้นเล็กบ้างยาวบ้าง ให้สัมผัสเหนียวนุ่ม หอมกลิ่นกะทิ ซดหมดถ้วยก็ชื่นใจดับร้อนได้ชะงัด

ผู้ใดสนใจอยากลองลิ้มรสชาติฉบับชาวยโสฯ ขอกำชับว่ารีบไปก่อนเที่ยง เพราะพอตะเว็นตรงหัว เพิงเล็ก ๆ ขนาด 4 โต๊ะม้าหินของยายนางจะคลาคล่ำไปด้วยขาประจำ ยังไม่ทันบ่าย 2 โมง อาหารก็ทยอยหมด เตรียมคว่ำหม้อเก็บร้านกลับบ้านแล้ว 

ที่ตั้ง : ใกล้วัดมหาธาตุ ถนนธาตุพิทักษ์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลา : เปิดบริการวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 09.00 – 14.00 น. ปิดวันเสาร์-อาทิตย์

โทรศัพท์ : 09 9026 0848

03 

แม่แย้มหมอนขิด

ร้านของฝากจากหัตถกรรมประจำจังหวัดที่ดังไกลทั่วโลก

แม่แย้มหมอนขิด, ร้านของฝากจากหัตถกรรมประจำจังหวัดที่ดังไกลทั่วโลก
พาเลาะ 10 สถานที่เก่า-ใหม่ในยโสธร ที่ทำให้เข้าใจวัฒนธรรมคนเมืองบั้งไฟดียิ่งขึ้น

หากนึกถึงของดีเมืองไทยที่โกอินเตอร์ไปยังต่างประเทศ หนึ่งสิ่งที่แวบเข้ามาในหัวของใครหลายคนคือหมอนขิดลายช้างอย่างไม่ต้องสงสัย

แย้ม จันใด เจ้าของกิจการแม่แย้มหมอนขิดบอกว่า ต้นตำรับหมอนขิดที่เป็นเสมือนไอเท็มสามัญประจำบ้านทั่วไทยและดังไกลไปทั่วโลก แท้จริงอยู่ที่บ้านศรีฐาน อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร ตั้งแต่เกิดมาก็เห็นผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้านทำกันจนชินตา ถ่ายทอดภูมิปัญญาจากรุ่นสู่รุ่น เป็นกิจกรรมยามว่างพักระหว่างรอหน้านาของชาวอีสาน จนปัจจุบันกลายเป็นธุรกิจทำเงินเข้าหมู่บ้านเป็นกอบเป็นกำ

พาเลาะ 10 สถานที่เก่า-ใหม่ในยโสธร ที่ทำให้เข้าใจวัฒนธรรมคนเมืองบั้งไฟดียิ่งขึ้น

แต่เดิมหมอนขิดจะใช้ผ้าฝ้ายทอยกดอกที่ทำกันเองภายในหมู่บ้าน เป็นของสูง นิยมนำไปถวายพระ งานมงคล หรือมอบกันเป็นของที่ระลึก เมื่อลูกค้าเพิ่มขึ้น มีออเดอร์เยอะจนผลิตไม่ทัน จึงให้โรงงานรับหน้าที่ทอต่อ แต่ยังคงลวดลายแบบเดิมไว้ คือลายดอกและลายช้าง รวมทั้งเพิ่มสีสันให้หลากหลายโดนใจผู้ซื้อ ส่วนไส้ของหมอนขิดก็ใช้ฟางข้าว ผลพลอยได้จากนาในท้องถิ่น

ความพิเศษอยู่ที่หมอนขวานรูปสามเหลี่ยม แม่แย้มบอกว่าทำได้เฉพาะในหมู่บ้านศรีฐาน แม้จะมีคนมาขอเรียนวิชาแต่ก็ไม่ชำนาญมือเท่าแม่ ๆ ของบ้านนี้ เพราะเป็นสกิลล์เฉพาะตัวที่ต้องสอยและขึ้นรูปด้วยมือ

ที่นี่ใช่ว่ามีแต่หมอนขวาน หมอนขิดแบบเดิมที่เคยเห็น เพราะปัจจุบันสินค้าภูมิปัญญาชาวบ้านศรีฐานมีหลายขนาด หลากรูปทรง และมากด้วยฟังก์ชันการใช้งาน ทั้งเบาะรองนั่ง หมอนหนุน หมอนอิงรูปผลไม้ จนถึงหมอนเพื่อสุขภาพ ถ้าอยากได้หน้าตาที่ออกแบบเอง แวะเข้าไปพูดคุยกับแม่แย้มก่อนได้ หากไม่เหนือบ่ากว่าแรง แม่แย้มพร้อมขึ้นรูปให้ตามต้องการ 

แม้ว่าชื่อเสียงของ ‘หมอนขวานผ้าขิด’ จะได้ขึ้นเป็นตอนหนึ่งของคำขวัญประจำจังหวัดยโสธร แต่ออเดอร์ส่วนใหญ่มาจากชาวต่างชาติ ขายได้ในไทยเป็นส่วนน้อย ถ้ามีโอกาสได้แวะไปถึงถิ่น ลองอุดหนุนหมอนขิดของบ้านศรีฐานติดบ้านดูสักใบ หนุนก็หายเมื่อยไม่ปวดหลัง นอนหลับก็สบายเต็มตื่น ไทยทำ ไทยใช้ ไทยเจริญแน่นอน

ที่ตั้ง : 73 หมู่ 1 ตำบลศรีฐาน อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร 35150 (แผนที่)

วัน-เวลา : เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00 – 18.30 น.

โทรศัพท์ : 08 1579 0592

Facebook : แม่แย้มหมอนขิด

04

 โบสถ์ไม้วัดอัครเทวดามีคาแอล บ้านซ่งแย้

โบสถ์คริสต์สร้างจากไม้หลังใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

 โบสถ์ไม้วัดอัครเทวดามีคาแอล บ้านซ่งแย้, โบสถ์คริสต์สร้างจากไม้หลังใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

ยโสธรเป็นเมืองพหุวัฒนธรรม ไม่เพียงแต่ศาสนาพุทธที่ผูกพันแน่นแฟ้น และความเชื่อท้องถิ่นที่แสดงออกผ่านการบูชาพญาแถนบนฟ้ายามงานบุญบั้งไฟเท่านั้น ที่นี่ยังมีชุมชนผู้นับถือศาสนาคริสต์ขนาดใหญ่กระจายตัวอยู่ในหลายอำเภอ

บาทหลวงไพฑูรย์ แสนสวัสดิ์ คุณพ่อเจ้าวัดอัครเทวดามีคาแอล ซึ่งมีโบสถ์คริสต์ทำจากไม้ได้ชื่อว่าขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย บอกเล่าเรื่องราวให้ฟังว่า จากชุมชนเล็ก ๆ ที่ชาวบ้านหนีภัยมาตั้งรกรากเมื่อกว่าร้อยปีก่อน บาทหลวงเดซาแวล และ บาทหลวงออมโบรซีโอ มิชชันนารีชาวฝรั่งเศสจากบ้านเซซ่ง อำเภอป่าติ้ว เข้ามาช่วยเหลือจนชาวบ้านต่างเลื่อมใสและขอเข้ารีตในคริสต์ศาสนา ก่อนจะสร้างเป็นโบสถ์ขนาดเล็กประจำหมู่บ้านซ่งแย้ ใช้ไม้ที่หาได้ในท้องถิ่น ทำเป็นฝาขัดแตะแบบพื้นถิ่นอีสานอย่างจริงใจ

ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล
ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล

แรงศรัทธาของชาวบ้านและขนาดของชุมชนที่ขยายขึ้นตลอดเกือบร้อยปีที่ผ่านมา ทำให้โบสถ์ที่เห็นในปัจจุบันสร้างขึ้นเป็นหลังที่ 4 แล้ว โดยทำเป็นสถาปัตยกรรมแบบไทย มีหน้าจั่วชายคาแบบเฮือนอีสาน ตั้งตระหง่านเป็นศูนย์รวมจิตใจ และใช้ประกอบศาสนพิธีของคนในพื้นที่ ด้วยการร่วมแรงร่วมใจของพี่น้องชาวซ่งแย้ที่ช่วยกันชักลากไม้แดงและไม้ตะเคียนมาสร้างโบสถ์ 

สำหรับโครงสร้างอาคารใช้เสาไม้หลายร้อยต้น ส่วนหลังคามุงด้วยแผ่นไม้กว่า 80,000 แผ่น จุสัตบุรุษที่มาทำศาสนกิจทุกวันเสาร์อาทิตย์ได้นับร้อยคน ยิ่งหากได้ไปช่วงเทศกาลคริสต์มาส จะมีประเพณีแห่ดาว ภายในโบสถ์ประดับประดาด้วยดาวไม้หลากสีฝีมือชาวบ้าน ติดไฟสวยงามน่าดูชม

เดินไปอีกนิด ข้าง ๆ กันเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ชุมชนบ้านซ่งแย้ จัดแสดงเครื่องมือช่างไม้ที่ใช้สร้างโบสถ์ ศาสนภัณฑ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมตั้งแต่อดีต และเครื่องใช้ไม้สอยในวิถีชีวิตชาวอีสาน รวมถึงมีมุมจำหน่ายผลิตภัณฑ์โดยชาวบ้านในท้องถิ่น น่าอุดหนุนติดไม้ติดมือกลับบ้าน

ที่ตั้ง : บ้านหนองซ่งแย้ หมู่ 2 ตำบลคำเตย อำเภอไทยเจริญ จังหวัดยโสธร 35120 (แผนที่)

วัน-เวลา : เปิดบริการทุกวัน

05 

พิพิธภัณฑ์มาลัยข้าวตอก

แหล่งเรียนรู้มาลัยข้าวตอก พลังศรัทธาของชาวอีสานในงานบุญหนึ่งเดียวในโลก

พิพิธภัณฑ์มาลัยข้าวตอก, แหล่งเรียนรู้มาลัยข้าวตอก พลังศรัทธาของชาวอีสานในงานบุญหนึ่งเดียวในโลก

นอกเหนือจากงานบุญบั้งไฟ ยโสธรยังมี ‘งานแห่มาลัยข้าวตอก’ อีกงานบุญใหญ่ที่จัดขึ้นทุกปี 

จากความเชื่อในพระไตรปิฎกที่กล่าวถึงดอกมณฑารพ ดอกไม้สวรรค์ที่จะร่วงตกลงมาทุกเหตุการณ์สำคัญที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธเจ้า ตั้งแต่วันประสูติ ตรัสรู้ แสดงปฐมเทศนา จนถึงวันปรินิพพาน จึงเกิดความเชื่อในหมู่ชาวบ้านตั้งแต่โบราณว่า ดอกไม้ชนิดนี้เป็นสัญลักษณ์ของการนอบน้อมบูชาแด่พระพุทธองค์

พาเลาะ 10 สถานที่เก่า-ใหม่ในยโสธร ที่ทำให้เข้าใจวัฒนธรรมคนเมืองบั้งไฟดียิ่งขึ้น
พาเลาะ 10 สถานที่เก่า-ใหม่ในยโสธร ที่ทำให้เข้าใจวัฒนธรรมคนเมืองบั้งไฟดียิ่งขึ้น

ช่วงงานบุญเดือน 3 ก่อนหน้าวันมาฆบูชาเพียง 1 วัน ชาวตำบลฟ้าหยาด อำเภอมหาชนะชัย จะพากันเตรียมข้าวเหนียวพันธุ์ดีผลผลิตของแต่ละชุมชน มาคั่วไฟในหม้อดินตั้งบนเตาถ่าน เกลี่ยด้วยก้านกล้วยไปมา เป็นภูมิปัญญาที่ทำเพื่อรักษาอุณหภูมิของข้าวไม่ให้ไหม้ ออกมาเป็นข้าวตอกแตกสีขาวนวล ใช้ร้อยมาลัยแทนดอกไม้ด้วยลวดลายวิจิตรเฉพาะประจำบ้าน ห้อยระย้ากันเป็นพวงใหญ่หลากหลายแบบ บางคราวสูงเกิน 10 เมตรเลยก็มี เมื่อสำเร็จเสร็จสิ้นจึงใช้ลำไม้ไผ่ยกตั้งขึ้นสูงเหนือหัวตลอด 2 ฝากฝั่งถนน สวยงามตระการตา แถมเดี๋ยวนี้ยังจัดประกวดประชันกันจริงจัง ขึ้นรถแห่ทั่วเมือง แสดงถึงพลังศรัทธาและการร่วมแรงร่วมใจของชาวบ้านแถบนี้

มาลัยข้าวตอกฝีมือชั้นครูที่ชาวบ้านช่วยกันร้อยเป็นพุทธบูชาในแต่ละปี จะไปสุดเส้นทางที่วัดหอก่อง เมื่อถวายพระแล้ว จึงนำไปเก็บไว้ในศาลาการเปรียญและพิพิธภัณฑ์มาลัยข้าวตอกที่ตั้งอยู่ภายในวัด สำหรับเป็นแหล่งเรียนรู้และอนุรักษ์ให้ผู้สนใจเข้าชมได้ตลอดปี 

หากอยากร่วมประเพณีหนึ่งเดียวในโลกนี้ แนะนำว่ามาให้ตรงกับช่วงงานบุญเดือน 3 แต่ถ้าไม่สะดวก เข้ามาชมความประณีตของเหล่าพวงมาลัยข้าวตอกที่ห้อยกันเป็นทิวแถวในพิพิธภัณฑ์ได้เลย 

ที่ตั้ง : วัดหอก่อง ตำบลฟ้าหยาด อำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร 35130 (แผนที่)

วัน-เวลา : เปิดบริการทุกวัน เวลา 09.00 – 16.00 น.

06 

Zen cafe & restaurant

ร้านอาหาร คาเฟ่สี และที่พักแบบครบวงจรในที่เดียว

Zen cafe & restaurant, ร้านอาหาร คาเฟ่สี และที่พักแบบครบวงจรในที่เดียว

Zen cafe & restaurant เป็นร้านอาหารและคาเฟ่ที่ต่อยอดจากธุรกิจโรงแรมในเมืองยโสธร กิจการครอบครัวของ หยี-ศรัญญา สิงห์พันธ์ ด้วยความคิดอยากให้แขกต่างถิ่นที่มายโสธร ได้สัมผัสการพักผ่อนแบบครบวงจรในอาณาบริเวณเดียวกัน ทั้งนอนพัก กินอาหาร เข้าร้านคาเฟ่ และมีมุมถ่ายภาพไว้เช็กอิน

พาเลาะ 10 สถานที่เก่า-ใหม่ในยโสธร ที่ทำให้เข้าใจวัฒนธรรมคนเมืองบั้งไฟดียิ่งขึ้น

เดินทางจากกลางอำเภอเมืองยโสธรไม่ไกล ร้านอาศัยพื้นที่ด้านหน้าโรงแรมเป็นที่ตั้ง ออกแบบให้อิงกับอาคารที่พักด้านหลัง คุมโทนสีขาวให้คล้ายกัน ตัดกับสนามหญ้าสีเขียวดูอบอุ่นสบายตา ส่วนเรื่องเมนูอาหาร ถึงจะอยู่บนถิ่นอีสาน แต่ถ้าหวังมาชิมปลาส้มอาหารขึ้นชื่อประจำจังหวัด เจ้าของแอบบอกว่าไม่มีเมนูนั้น เพราะที่นี่เน้นอาหารไทยและอิตาเลียนเป็นหลัก ด้วยอยากให้เข้าถึงได้ง่ายกับคนทุกกลุ่ม ทั้งแขกที่มาพักและคนในพื้นที่ โดยทางร้านได้เชฟรสมือดีจากกรุงเทพฯ มารังสรรค์อาหารจานพิเศษเพื่อวันพักผ่อนให้ได้ลองลิ้มกัน ไม่ว่าจะเป็นสปาเกตตีหรือสเต๊กต่าง ๆ ซึ่งเป็นลิสต์เมนูขายดีประจำร้าน

ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล
ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล

ถ้าเพียงมานั่งชิลล์ชั่วประเดี๋ยว หรือแวะมาถ่ายรูปอัปเดตความเป็นไปของจังหวัดยโสธร ก็มีเครื่องดื่มทั้งกาแฟและชาไว้บริการ มีชามันม่วงญี่ปุ่นเป็นตัวชูโรง ได้รสชาติและกลิ่นมันม่วงหอมหวาน เป็นร้านแรก ๆ ที่มีเมนูนี้ ก่อนจะฮิตกันไปทั่วบ้านทั่วเมือง อ้อ ร้านยังมีขนมง่าย ๆ เอาใจคนรักของหวานด้วย เช่น วาฟเฟิลฟรุตตี้และชีสเค้กมิกซ์เบอรีให้ได้นั่งละเลียดกัน รวมถึงเบเกอรีโฮมเมดที่หยีลงมือทำเองสดใหม่ทุกวัน

ที่ตั้ง : 245 ถนนวารีราชเดช ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลา : เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00 – 21.00 น.

โทรศัพท์ : 06 4238 7875

Facebook : Zen cafe & restaurant 

07 

Me.homemade

คาเฟ่ลับที่ซ่อนตัวอยู่ใต้หอพักของสาวยโสธรกลับบ้าน

Me.homemade, คาเฟ่ลับที่ซ่อนตัวอยู่ใต้หอพักของสาวยโสธรกลับบ้าน

“ถึงแล้ว จุดหมายของคุณอยู่ทางซ้าย” 

อย่าเพิ่งตกใจ หากมาตามหมุดที่ปักพิกัดไว้ แต่ไม่ยักมีวี่แววของจุดหมายที่ตั้งใจมา เพราะ Me.homemade เป็นคาเฟ่ลับไซซ์มินิ ซ่อนตัวอยู่ใต้หอพักที่ภายนอกของร้านเหมือนออฟฟิศของหอทุกกระเบียด ทั้งตำแหน่งห้องแรกใต้ตึกและหน้าต่างสีชาปิดทึบ 

ปี๊ด-พิจิกา ภูมิแสน บอกว่าแม้ร้านของเธอจะขนาดเล็กชนิดเดินไม่กี่ก้าวก็สุดกำแพง แต่ใจจริงเธออยากให้พื้นที่นี้เป็นคอมมูนิตี้ของคนในยโสธรได้มาเปิดวงสนทนากัน ในร้านพอมีที่นั่งนิดหน่อยไว้แลกเปลี่ยนพูดคุยกับบาริสต้าสาวเจ้าของร้าน ส่วนด้านนอกจัดเป็นโซนเอาต์ดอร์สำหรับใครที่อยากออกมาพบปะรับลม

ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล
ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล

เครื่องดื่มที่นี่มีน้อยอย่างชนิดนับไม่ทันหมดนิ้วมือ เน้นกาแฟดำและกาแฟนมเป็นหลัก คัดสรรเมล็ดกาแฟมาอย่างดี เสริมมัทฉะและโฮจิฉะเข้ามาเพราะความชอบส่วนตัว และช่วงหลังมานี้เพิ่มโกโก้อีกเมนู เรื่องรสชาติวางใจได้ทั้งหมด เพราะกว่าจะมาเป็นร้านได้ทุกวันนี้ ปิ๊ดลงทุนไปกลับยโสธร-กรุงเทพฯ ทุกอาทิตย์ตลอดครึ่งปี ทำงานกับร้านกาแฟใหญ่ เก็บเกี่ยวประสบการณ์และความรู้ด้านนี้โดยเฉพาะ

เมนูขนมมีมัทฉะพุดดิ้งยืนพื้นคอยต้อนรับลูกค้าในทุกวัน ความพิเศษอยู่ตรงที่รสสัมผัสนุ่มนิ่มละมุนคล้ายขนมถ้วย ไม่เหมือนกับที่เคยกินมาที่ไหน เพราะเป็นสูตรที่ปิ๊ดลองทำ ปรับเองกับมือ และยังมีเค้กโฮมเมดชนิดต่าง ๆ ที่สลับสับเปลี่ยนไปตามวันและตามใจคนทำ

“เราชอบขนมตัวไหนก็จะทำ อย่างเค้กก้อนหนึ่ง ทุกครั้งจะแบ่งให้ตัวเองหนึ่งชิ้นเพื่อลองชิม เราจะไม่กล้าปล่อยผ่าน ทุกครั้งที่ทำต้องเทสต์ก่อน ถ้าวันไหนเจอความผิดพลาดก็จะไม่ขาย” ปิ๊ดเล่าเสริมถึงความใส่ใจ

ในทุกวันศุกร์ Me.homemade มีเซ็ตอาหารที่เธอทำร่วมกับเพื่อนแบบสนุก ๆ ให้ผู้สนใจได้ลองมาสั่งกันล่วงหน้า เป็นเมนูสุ่มที่ชวนทายใจคนทำว่าจะได้ชิมเมนูอะไรในแต่ละครั้ง แค่ฟังเธอเล่าก็อยากลองจองดูสักมื้อ

ที่ตั้ง : 1/109 ถนนแจ้งสนิท ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลา : เปิดบริการวันอาทิตย์-ศุกร์ เวลา 08.00 – 16.00 น. ปิดวันเสาร์

โทรศัพท์ : 06 1962 6323

Facebook : Me.homemade

08 

Katanyu Baked & Coffee

ร้านเค้กของอดีตนักข่าวที่ผันตัวมาเปิดบ้านอบขนม

Katanyu Baked & Coffee, ร้านเค้กของอดีตนักข่าวที่ผันตัวมาเปิดบ้านอบขนม

เนม-กตัญญู บุญเดช อดีตนักข่าวสาวจากเมืองกรุงผู้ย้อนทางกลับบ้านเกิดมาเปิดร้านเค้ก พูดถึงจุดเริ่มต้นของ Katanyu Baked & Coffee ว่าเกิดขึ้นจากความชอบกินเค้กของตัวเอง และมองเห็นจุดที่บ้านเกิดยังไม่มีร้านขายเค้กอย่างเป็นจริงเป็นจัง ส่วนใหญ่เป็นคาเฟ่ที่มีขนมเป็นเพียงกำลังเสริม จึงลงเรียนเพิ่มทักษะด้านการทำเบเกอรีโดยเฉพาะ เพื่อเปิดเป็นร้านที่เน้นหนักเรื่องเค้กขึ้นในอำเภอเมืองยโสธร

ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล
ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล

ความคิดแรกเริ่มในหัวของเนม คืออยากทำร้านที่ลูกค้ามองเห็นห้องขนมขณะที่ทำในทุกกระบวนการ ตั้งแต่ผสมแป้งและตัดแบ่งเค้ก มีกระจกกว้างส่วนตัวไว้ทอดอารมณ์เปลี่ยนมุมมองออกไปสวนเล็ก ๆ ข้างกัน เธอตั้งใจให้ร้านขนาดไม่ใหญ่เกินไปจนรู้สึกห่างเหิน เพราะอยากให้ลูกค้าเหมือนอยู่บ้านตัวเอง วางเค้กหลากหลายสัญชาติที่ทำเองทุกวัน ทั้งทีรามิสุ ชีสเค้กหน้าไหม้ และบลูเบอร์รีชีสพาย

หากเอ่ยชื่อร้าน ขนมเปี๊ยะลาวาเป็นของขายดีที่หลายคนนึกถึง ถ้าได้มาลองชิมถึงที่ รับรองขากลับต้องมีติดมือกลับบ้านไปด้วย แม้จะดูเหมือนเป็นขนมที่หากินง่าย แต่ด้วยความพิถีพิถันและรสชาติที่ถูกใจ ก็ทำให้เค้กลาวาไส้เยิ้มฝีมือของเนมติดอันดับฮอตฮิตในหมู่ชาวยโสธรไปเรียบร้อยแล้ว อีกหนึ่งเมนูคือพายมะพร้าว ที่ต้องทำสดตอนเช้าในวันนั้น แล้วรีบวางขึ้นหน้าร้าน ไม่ทันไรก็หมดจากตู้ เป็นอีกเมนูยอดนิยมที่ไม่ได้มีทุกวัน หากใครอยากตามรอยมาชิมมีเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์เท่านั้น

ที่ตั้ง : 35/3 ถนนห้าธันวามหาราช ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลา : เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00 – 17.30 น. ปิดวันพุธ

โทรศัพท์ : 08 8924 9199

Facebook : Katanyu Baked & Coffee

09 

ยากิปัง Bread toast & Slow bar 

ร้านขนมปังปิ้งและกาแฟสโลว์บาร์ที่ชวนใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ตอนเช้า

ยากิปัง Bread toast & Slow bar, ร้านขนมปังปิ้งและกาแฟสโลว์บาร์ที่ชวนใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ตอนเช้า

การระบาดของโควิด-19 ทำให้ นุ๊ก-ธีรวิชญ์ ฝูงดี ได้มีโอกาสกลับมาอยู่บ้านกับครอบครัว ผละงานประจำอย่างวิศวกร และอาชีพเสริมที่เป็นนักดนตรีกลางคืนชั่วครู่ เปลี่ยนมาปิ้งขนมปังและดริปกาแฟยามเช้าตรู่ จนเจ้าตัวแอบบอกว่าช่วงแรกทำเอานาฬิกาชีวิตรวนอยู่พอควร

ยากิปัง Bread toast & Slow bar จับจองฟุตพาทหน้าอาคารพาณิชย์ 2 คูหา ตั้งโต๊ะพับง่าย ๆ คุมโทนกลิ่นอายดูนิปปอน ด้วยชื่อร้านบนป้ายผ้าเรียบง่ายเป็นกันเอง ขึงกับประตูเหล็กม้วนของอาคารพาณิชย์เก่าที่เท่เตะตา พร้อมจัดมุมเก้าอี้เล็ก ๆ เชื้อเชิญเหล่าคอฟฟี่เลิฟเวอร์มานั่งชิลล์มองถนนและผู้คนที่สัญจรไปมาริมถนนในยามเช้า ลองกาแฟที่มือชงเจ้าของร้านสรรหามาให้ได้ชิมกันจากทั่วประเทศ บางครั้งก็เป็นเมล็ดนอก หรือสบจังหวะอาจได้ชิมกาแฟดีกรีรางวัลที่บังเอิญได้มาพอดี

“เราอยากทำร้านขนมปังปิ้งและใช้เนยแท้ที่ทุกคนเข้าถึงได้”

ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล
ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล

นุ๊กวางคอนเซ็ปต์อย่างหนักแน่นว่า ขนมปังปิ้งของร้านต้องไม่ใช้มาการีน เขาจึงเริ่มต้นคิดค้นผสมเนยสดสูตรของตัวเองขึ้น ลองจนได้ออกมาเป็นรสชาติที่ลงตัวถูกใจ และปลอดภัยไร้ไขมันทรานส์ นอกจากเนยยอดนิยม ยังมีหน้าอื่น ๆ ด้วย อาทิ นูเทลลา บราวน์ชูก้า และเนยถั่ว รวมถึงมีแซนด์วิชแฮมชีสไว้เป็นทางเลือกเสริม บางวันอาจมีขนมปังโฮลวีตโฮมเมดให้ได้ลองชิมกัน

จิบกาแฟ กินขนมปังปิ้งโดยไม่ต้องเร่งรีบ สูดอากาศให้เต็มปอดเพื่อชาร์จพลังในเช้าวันใหม่ คลอเสียงเพลงฟังสบาย ๆ ที่คัดสรรมาแล้วย่างดีจากคนดนตรี แม้อาจดูแปลกใหม่สำหรับชาวยโสธร แต่นี่แหละ คือความฝันของนุ๊กที่อยากลองนำเสนอสิ่งที่ได้ไปเห็นมาจากในจังหวัดใหญ่ข้างเคียง

ที่ตั้ง : 215-217 ถนนรัตนเขต ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลา : เปิดบริการวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 06.30 – 11.30 น. ปิดวันจันทร์

โทรศัพท์ : 09 2495 8632

Facebook : ยากิปัง •焼きぱん•

10 

Vachi Old Town Specialty Coffee

ห้องรับแขกของคนยโสธร ที่เน้นเสิร์ฟกาแฟ Specialty ในย่านเมืองเก่า

Vachi Old Town Specialty Coffee, ห้องรับแขกของคนยโสธร ที่เน้นเสิร์ฟกาแฟ Specialty ในย่านเมืองเก่า
ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล

“เรามีคอนเซ็ปต์ว่าอยากเป็นห้องรับแขกของเมืองยโสธร”

ถ้าถามถึงร้านกาแฟในจังหวัดยโสธร เจ้าบ้านหลายคนต่างผายมือเป็นทางเดียวกันมาที่แบรนด์ Vachi ซึ่งดูแลโดย นุ่น-ภารดี ยโสธรศรีกุล และ แนน-ภัทร ยโสธรศรีกุล สองพี่น้องเจ้าของแบรนด์กาแฟสุดแข็งแกร่งแห่งยโสธร 

หลายปีมาแล้ว ทั้งคู่สตาร์ทจากร้านกาแฟเล็ก ๆ ก่อนขยายเป็นร้านใหญ่ขึ้นในชื่อ Vachi Coffee Bar & Bistro ริมถนนแจ้งสนิท ติดเส้นทางสายหลักของจังหวัด และล่าสุดคือ Vachi Old Town Specialty Coffee หรือเรียกง่าย ๆ ว่า วาชิ เมืองเก่า ที่เลือกโลเคชันโซนบ้านสิงห์ท่ามาตั้งร้าน 

หากคาแรกเตอร์ร้านแรกคือตัวแทนยโสธรรุ่นใหม่ ร้านที่สองนี้ก็เป็นภาพแทนความเก่าที่ต่างออกไป

‘วาชิ โอลด์ทาวน์’ เน้นกาแฟ Specialty เด่น ๆ จากหลากหลายที่มา ทั้งเฮาส์เบลนด์ที่เลือกใช้เมล็ดในไทย รวมทั้งมอบประสบการณ์ใหม่ผ่านเมล็ดกาแฟคุณภาพดีจากทั่วมุมโลก เป็นสโลว์บาร์ที่เข้ากับบรรยากาศแวดล้อมสโลว์ไลฟ์ เนิบช้าตามประสาชุมชนดั้งเดิม

ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล
ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล

ร้านนี้เกิดขึ้นจากความคิดอยากให้นักท่องเที่ยวใช้เวลาในเมืองเก่ามากกว่าแค่มาแวะถ่ายรูปตึกแล้วกลับ ตอนมีไอเดียจะเปิดร้านใหม่แถบนี้ ทั้งคู่ลงทุนขับรถวนเช้าเย็นเพื่อทำความรู้จักพื้นที่ให้มากที่สุด โจทย์หลักในการออกแบบร้าน คือ ต้องกลมกลืนกับบ้านเรือนรอบข้าง ผลลัพธ์ออกมาคือเก็บกำแพงเก่าคงไว้เป็นส่วนหนึ่งของร้าน ใช้สังกะสีเก่ามาสร้างตัวอาคาร หยิบเอาอิฐดินจากบ้านหลังเดิมมาใช้เป็นวัสดุก่อร้านแทบทั้งหมด ออกมาดูดิบและคลาสสิกไม่แปลกแยก แต่ก็ไม่ลืมแฝงดีไซน์ร่วมสมัยไปพร้อมกัน

สองสาวเล่าให้ฟังถึงเป้าหมายว่า วันนี้พวกเธอกำลังค่อย ๆ ก้าวผ่านทีละสเต็ป จากร้านกาแฟทั่วไปสู่การนำเสนอกาแฟ Specialty ให้กับคนยโสฯ ลงลึกเรื่องกาแฟ เสริมทีมบาริสต้าให้แข็งแกร่ง และเป้าหมายต่อไปคือกำลังคิดทำโรงคั่ว เพื่อแสดงตัวตนของ Vachi ผ่านกาแฟโปรไฟล์ของร้านเอง

ถ้ามีโอกาสแวะมาที่ Vachi ทุกเดือนจะมีเมนูสนุก ๆ เป็นกาแฟ Specialty of The Month ที่ให้โจทย์กับทีมบาริสต้าลองฟิวชันกับ Cold Brew ของร้าน อย่างเดือนที่แล้วมีเงาะ หลายเดือนก่อนเป็นน้ำตาลดอกมะพร้าว หรือน้ำหล่อฮังก้วยก็มี เป็นอีกร้านที่คอกาแฟและผู้หลงใหลเสน่ห์เมืองเก่าห้ามพลาด

ที่ตั้ง : 18 ถนนศรีสุนทร ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลา : เปิดบริการวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.00 – 17.00 น. และ วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 09.30 – 17.00 น.

โทรศัพท์ : 062 994 2559

Facebook : วาชิ คอฟฟี่บาร์ยโสธร Vachi Coffeebar&bistro, Coffee with space for ALL

Writer

พณิช ตั้งวิชิตฤกษ์

นักลองฝึกพิสูจน์อักษร ผู้แสร้งเป็นนักลองฝึกเขียน อดีตเป็นนักเรียนภาษา ผู้สนใจเป็นนักเรียนประวัติศาสตร์ศิลป์ รักในมวลรอบข้างที่ดี กาแฟ ชาเขียว และแมวเหมียว

Photographer

ณัฐพล พุ่มสาขา

ช่างภาพสาระพัดประโยชน์ จริงๆ แล้วงานหลักคือ ตัดต่อวีดีโอ ทำวีดีโอโฆษณา วีดีโองานแต่ง ได้มาจับกล้องเพราะทีมขาดช่างวีดีโอ หลังจากนั้นก็เริ่มฝึกเรียนรู้แบบ ครูพักลักจำมาเรื่อยๆ และแล้วอยู่มาวันนึง ช่าวภาพนิ่งในทีมก็ขาดอีก ผมจึงได้มาจับงานถ่ายภาพ จนถึงทุกวันนี้

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

The Cloud x TAT Contact Center เพื่อนร่วมทาง

คนยโสธรเป็นสายกรีนมาแต่กำเนิด พวกเขายึดถือการทำนาข้าวเป็นอาชีพเลี้ยงตัวมาแต่เก่าก่อน ผูกพันกับชีวิตชนิดแยกกันไม่ขาด ที่สำคัญคือต่อยอดเป็นเมืองเกษตรอินทรีย์มาสักพักใหญ่แล้ว จากความร่วมมือของชาวนาชาวไร่ที่ผันตัวมาใช่วิธีดูแลพืชพรรณให้ปลอดภัยทั้งกับตัวเองและผู้บริโภค ขณะเดียวกันทางจังหวัดก็ส่งเสริมเต็มที่ เกิดเป็นตราบั้งไฟหลากสี แบ่งตามมาตรฐานอินทรีย์แต่ละขั้น เพื่อช่วยรับรองผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรโดยเฉพาะ

เมื่อได้พูดคุยกับพี่น้องเกษตรกร พบว่าพวกเขาช่วยกันขับเคลื่อนสังคมเกษตรอินทรีย์กันอย่างคึกคัก สร้างช่องทางส่งขายอย่างเป็นระบบ รวมกลุ่มกันเป็นเครือข่ายมากมายในพื้นที่ ตั้งเป็นศูนย์เรียนรู้ด้านการปลูกพืชและปศุสัตว์ ทั้งยังมีตลาดให้จำหน่ายผลิตผลแทบทุกอำเภอ สับเปลี่ยนสถานที่ เวียนวันกันไปไม่ซ้ำในแต่ละอาทิตย์ 

หลังจากทำความรู้จักยโสธรผ่าน 10 สถานที่เก่า-ใหม่ของเมืองบั้งไฟ กันพอหอมปากหอมคอ คราวนี้มาสัมผัสอีกตัวตนของคนยโสฯ กับสารพัดพื้นที่สีเขียวปลอดสารพิษ ทั้งนาข้าวหอมมะลิ นาบัวหวาน ฟาร์มปศุสัตว์หลากหลายแนว หมู่บ้านอินทรีย์ที่ทำเกษตรปลอดสารกันทุกครัวเรือน รวมถึงคาเฟ่ที่เลือกนำเสนอความออร์แกนิกผ่านอาหารการกิน

เปลี่ยนบรรยากาศ Work from Home ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 แสนอุดอู้ แล้วออกไปสูดอากาศสดชื่นรื่นรมย์ที่ยโสธรผ่านคอลัมน์ Take Me Out ด้วยกัน

01 

บัวหวานยโสธร

นาบัวอินทรีย์ที่รักษาความหวานกรอบเหมือนเพิ่งเก็บจากบึง

บัวหวานยโสธร
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

จากอาชีพทำนาข้าวและแม่ค้ารับบัวมาขายตามตลาด จันทร์-ธนพร จันทร์หอม ผันตัวเริ่มทำนาบัวด้วยตัวเองเพราะความหลงใหลในรสชาติ เลือกแนวทางอินทรีย์ในการปลูก โดยมีเหตุผลเพียงไม่อยากทำร้ายสัตว์ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลายเป็นเม็ดบัวที่มีคุณภาพดีตามไปด้วย เพราะระบบนิเวศสมบูรณ์ ทำให้เหล่าผึ้งและชันโรงที่อยู่กันอย่างสบายใจก็เป็นลูกมือช่วยผสมเกสร จึงได้หน้าบัวที่เต็ม กลมสวยไม่เว้าแหว่ง และขายได้ราคาดี

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

เมื่อผลตอบรับดีจนไม่พอขาย จันทร์จึงเพิ่มบ่อบัวให้มากขึ้น วางแผนปลูกแต่ละบ่อให้บานไล่เลี่ยกันจะได้มีผลผลิตเก็บเกี่ยวทั้งปี นอกจากประคบประหงมด้วยความใส่ใจ บำรุงด้วยน้ำหมักสูตรพิเศษ และดูแลอย่างไร้สารเคมีแล้ว เคล็ดไม่ลับอยู่ในขั้นตอนสุดท้าย คือการแช่น้ำแข็งทันทีตั้งแต่เก็บขึ้นจากบ่อ ทำให้หวานกรอบจนถึงมือลูกค้า และนอกจากเม็ดบัวสดที่คนนิยมกิน จันทร์มีเมนูแนะนำด้วย นั่นคือ ส้มตำเม็ดบัว อีกทางเลือกที่แซ่บหลายใช้ได้ไม่แพ้กัน

หากสนใจอยากมาพิสูจน์ความหวาน เข้ามาอุดหนุนได้ทุกเมื่อ หรือถ้าอยากมาเที่ยวถ่ายรูปกับดอกบัวสีขาวเต็มบ่อ ลองติดต่อมาถามจันทร์ล่วงหน้าได้ว่าดอกบัวเริ่มบานแล้วหรือยัง จะได้มาแล้วไม่เสียเที่ยว

ที่ตั้ง : ตำบลค้อเหนือ อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ติดต่อนัดหมายล่วงหน้า

โทรศัพท์ : 06 2990 1395

Facebook : บัวอินทรีย์ บัวหวานยโสธร

02

บ้านไร่รุ้งตะวัน 

ฟาร์มเมล่อนญี่ปุ่น นาข้าวอินทรีย์ และคาเฟ่กลางทุ่งนา

บ้านไร่รุ้งตะวัน
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

 เอก-ธนิสร จิตตะมา ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านไร่รุ้งตะวัน กลับมาอำเภอเลิงนกทาบ้านเกิดอีกครั้ง หลังจากทำงานในกรุงเทพฯ กว่า 20 ปี เขาเล็งเห็นว่าตำบลที่อาศัยอยู่มีทรัพยากรธรรมชาติสมบูรณ์ สถานที่ท่องเที่ยวก็พอมีอยู่บ้าง น่าจะต่อยอดที่ดิน 20 กว่าไร่ของตนให้มีประโยชน์มากกว่าการปลูกข้าว หลังจากหาข้อมูลอยู่นานว่าจะปลูกพืชอะไร เอกก็พบว่าเมล่อนญี่ปุ่นเป็นพืชที่น่าสนใจ ปลูกได้ง่ายทั่วประเทศ เจริญเติบโตไวเพียง 3 เดือนก็เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ รวมถึงมีมูลค่าในท้องตลาดสูง 

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

จากคนไม่มีความรู้เรื่องเกษตร เขาทำการบ้านอย่างจริงจัง ลองผิดลองถูก หาความรู้เพิ่มเติมจากอินเทอร์เน็ตและเข้าอบรมตามที่ต่าง ๆ ลองปลูกทั้งสายพันธุ์ราคาแพงและถูกเพื่อเปรียบเทียบ ก่อนพบว่าคุณภาพต่างกันโดยสิ้นเชิง ทั้งรูปร่างของลูกและรสชาติ เขาเลือกพันธุ์ที่ดีที่สุด แม้ราคาสูงแต่ใครได้ลองลิ้มก็ติดใจ บางครั้งต้องรีบจองไว้ก่อนก็มี

แถมเอกยังมองการณ์ไกลแชร์พื้นที่นาที่ไม่ได้ใช้ให้กับสมาชิกวิสาหกิจชุมชน โดยเขาช่วยจัดการ ให้คำปรึกษา และควบคุมวิธีการทำให้เป็นอินทรีย์ 100 เปอร์เซ็นต์ ก่อนจะรวบรวมผลผลิตไปจำหน่ายให้ ภายใต้แบรนด์บ้านไร่รุ้งตะวัน ที่มีสารพัดใบรับรองอินทรีย์ทั้งภายในจังหวัดและเกรดส่งออกเป็นเครื่องการันตี

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

หลังจากทำมาพักใหญ่ เพิ่มนู่นเติมนี่ในพื้นที่จนทุกอย่างเปลี่ยนไปแทบไม่เหลือเค้าเดิม เขาแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งเป็นคาเฟ่เล็กกลางท้องทุ่ง นอกจากจะมีเมล่อนคุณภาพดีรสชาติหวานไว้ชูโรง ยังมีไอศกรีมข้าวเม่าอินทรีย์ที่อยากให้ลอง รวมถึงเครื่องดื่มอื่น ๆ ที่เอกอยากชวนให้นั่งลงมองนาข้าว พักเหนื่อยสักประเดี๋ยว แล้วค่อยออกเดินทางไปเที่ยวต่อ

ที่ตั้ง : 203 หมู่ 5 ตำบลบุ่งค้า อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร 35120 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00 – 20.00 น.

โทรศัพท์ : 09 8232 8961

Facebook : บ้านไร่รุ้งตะวัน Baan Rai Rung Tawan

03 

ดอกกระเจียวหวานอินทรีย์ บ้านโคกนาโก

ฟาร์มดอกกระเจียวหวาน อีกสัญลักษณ์ใหม่ของเมืองบั้งไฟ

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

หลายคนรู้จักดอกกระเจียวในฐานะพืชดอกสวยงามที่จะบานเต็มทุ่งในช่วงฤดูฝน แต่สำหรับชาวบ้านโคกนาโก อำเภอป่าติ้ว กลับให้นิยามต่างออกไป เพราะดอกกระเจียวคือพืชเศรษฐกิจที่นำเม็ดเงินเข้าสู่หมู่บ้านตลอดปี

“เราผลักดันจนเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัด เดี๋ยวนี้พูดถึงยโสธร คนไม่นึกถึงบุญบั้งไฟแล้ว นึกถึงดอกกระเจียว” โบ้-เมืองชัย ทองลา เล่าด้วยน้ำเสียงภูมิใจ ก่อนชวนเราย้อนไปเมื่อหลายปีก่อน ตอนบัณฑิตด้านเกษตรตั้งใจแน่วแน่ว่าจะไม่เดินทางสายงานประจำ แต่อยากมาทำสวนเกษตรตามความถนัดที่บ้านเกิด 

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

วันนั้นเขามองเห็นอรรถประโยชน์หลายอย่างของดอกกระเจียว พืชท้องถิ่นคู่วิถีชีวิตลูกอีสานมาตั้งแต่เด็ก จึงลองหยิบเอาพันธุ์จากป่ามาสู่เมือง นำมาปรับเข้ากับวิธีการสมัยใหม่ที่ได้เล่าเรียนมา ปลูกบนโคกควบคู่ไปกับนาข้าว

วันนี้เขายังคงดูแลแบบปลอดสารเหมือนเดิม บำรุงด้วยปุ๋ยคอกปุ๋ยหมัก ใช้ฟางข้าวมาคลุมดินเพื่อจัดการวัชพืช ทำให้ไม่ต้องพึ่งยาฆ่าหญ้า ด้วยความตั้งใจอยากควบคุมระบบการปลูกแบบอินทรีย์ จึงได้ผลผลิตออกมาดีและปลอดภัย เป็นที่สนใจของชาวบ้านทั้งในและนอกพื้นที่ ถึงขั้นซื้อพันธุ์และขอคำแนะนำลงใต้ไปปลูกถึงอำเภอเบตงเลยก็มี

โบ้ให้ความรู้เพิ่มเติมว่า ดอกกระเจียวมีหลายพันธุ์ รสชาติแตกต่างกันออกไป ทั้งเผ็ดซ่าคล้ายหน่อข่าจนถึงหวานกรอบอร่อยกินง่าย สำหรับฟาร์มของโบ้เลือกปลูกพันธุ์อย่างหลัง หากใครถูกใจรสชาติหรืออยากลองปลูก ไม่ว่าจะแปลงเล็ก ๆ กินในครัวเรือน หรือทำเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ ก็ขอคำแนะนำได้ถึงฟาร์ม หนุ่มบ้านโคกนาโกยินดีต้อนรับ

ที่ตั้ง : บ้านโคกนาโก อำเภอโคกนาโก อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร 35150 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ติดต่อนัดหมายล่วงหน้า

โทรศัพท์ : 09 5593 9010

Facebook : ดอกกระเจียวหวาน บ้านโคกนาโก

04 

นัธรินทร์ฟาร์มปูนา

ฟาร์มและศูนย์การเรียนรู้เรื่องปูนาแห่งแรกของยโสธร

นัธรินทร์ฟาร์มปูนา

นัธรินทร์ฟาร์ม ศูนย์เรียนรู้เรื่องการเลี้ยงปูนาที่เกิดจากความชอบกิน ตั้งต้นจากการเลี้ยงไว้แค่พอกินในครอบครัว ก่อนต่อยอดเป็นธุรกิจเสริมเพาะปูขยายพันธุ์จนเกินกิน

นัท-นัฐวุฒิ เงาฉาย เริ่มทำฟาร์มด้วยการหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตเกี่ยวกับปูนา และขั้นตอนการเลี้ยงขั้นพื้นฐาน เขาเลือกเลี้ยงปูนาพันธุ์พระเทพฯ ที่มีขนาดตัวใหญ่ ก้ามโต ต่างไปจากปูนาในแถบภาคกลาง ทำบ่อ 2 แบบสำหรับ 2 ช่วงอายุ โดยปูแรกเกิดจะอยู่ในบ่ออนุบาลหรือที่เรียกว่าบ่อน้ำใส เมื่ออายุครบ 2 เดือนจึงย้ายไปลงบ่อดินที่จัดบรรยากาศเสมือน ใส่ผักตบชวา พืชน้ำต่าง ๆ ให้ปูนาได้ใช้ชีวิตเหมือนอยู่ตามธรรมชาติ

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

จากผู้เริ่มต้นแบบไม่มีความรู้ สู่ศูนย์เรียนรู้ด้านการเลี้ยงปูนาแห่งแรกของจังหวัดยโสธรที่ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง และกำลังจะได้รับใบรับรองจากกรมประมงในฐานะผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ นัทยินดีอย่างยิ่งหากมีผู้สนใจเริ่มลองเลี้ยงปูนาเข้ามาขอคำแนะนำ หรือถ้านักท่องเที่ยวผ่านมาซื้อกลับบ้านก็ทำได้ แถมที่นี่ยังมีปูนาแปรรูปเป็นน้ำพริกปูนาให้ลองด้วย

ใครที่เป็นปูนาเลิฟเวอร์ อยากเลี้ยงไว้ดูเล่นก็เพลินตา ประกอบอาหารก็สบายใจ เพราะสะอาดและไร้พยาธิ ที่นี่มีชุดเริ่มต้นที่มาพร้อมพ่อพันธุ์-แม่พันธุ์ไว้จำหน่าย ลองดูได้ในเพจหรือจะโทรศัพท์ติดต่อไปก็ได้ พร้อมส่งถึงบ้านทั่วประเทศ

ที่ตั้ง : 61 หมู่ 7 บ้านหนองแหน ตำบลกุดชุม อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร 35140 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ติดต่อนัดหมายล่วงหน้า

โทรศัพท์ : 06 5536 2567

Facebook : นัธรินทร์ฟาร์มปูนา

05 

ฟาร์มแพะ ยโสธร

ฟาร์มแพะอินทรีย์ที่จำหน่ายตั้งแต่แพะจนถึงผลิตภัณฑ์แปรรูปจากน้ำนม

ฟาร์มแพะ ยโสธร
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

สิทธิ์-คิดดี คนธรรมดี หนุ่มนครศรีธรรมราช ย้ายมาใชีวิตแบบพอเพียงยังบ้านเกิดของภรรยา บนพื้นที่นามรดกขนาด 6 ไร่ เขาค่อย ๆ ปรับพื้นที่ทีละน้อย วางแลนด์สเคปตามโคกหนองนาโมเดล ใช้ศาสตร์พระราชาเป็นหลักคิดนำทาง หาความรู้เพิ่มเติมจากผู้รู้ในยูทูบ เช่น อาจารย์ยักษ์-วิวัฒน์ ศัลยกำธร และ โจน จันได รวมถึงขอคำแนะนำจากปราชญ์ชาวบ้านที่ต่าง ๆ ช่วงแรกสิทธิ์ลองเลี้ยงสัตว์หลายชนิดเพื่อบริโภคและจำหน่าย ภายหลังลงตัวแล้วจึงเหลือแค่แพะเป็นหลัก เพราะทำเงินได้มากที่สุด

ฟาร์มแห่งนี้เลี้ยงทั้งแพะเนื้อและแพะนม ผลิตอาหารอินทรีย์เลี้ยงแพะเอง โดยใช้ต้นกระถินป่นและเมล็ดข้าวโพดเพื่อลดต้นทุน และยังเพิ่มรายได้ด้วยการขายให้กับเกษตรกรในพื้นที่ เมื่อได้ผลผลิตจะส่งออกไปต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศลาว เวียดนาม และจีน ซึ่งเป็นตลาดหลักรับซื้อ

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

ถ้ามาถึงฟาร์มก็มีผลิตภัณฑ์แปรรูปหลากหลายให้ชอป ทั้งแพะแปรรูปทำเป็นบาร์บีคิวเพิ่มความเผ็ดร้อนสไตล์บ่าวใต้ และชานมที่ใช้ชามาเลฯ ผสมกับน้ำนมแพะ สิทธิ์บอกว่ามีคุณประโยชน์มากพอกันกับน้ำนมแม่เลยทีเดียว

ไม่ใช่แค่ได้สินค้าติดมือกลับไป แต่ทางฟาร์มยังเตรียมกิจกรรมรองรับนักท่องเที่ยวผู้มาเยือน ทั้งที่เหมาะสำหรับกลุ่มครอบครัวที่อยากพักผ่อนวิถีเกษตรกร ได้ให้นมแพะและสัมผัสได้อย่างใกล้ชิด มีเวิร์กชอปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวต่าง ๆ จากน้ำนมแพะ ทำเสร็จเอากลับบ้านไปใช้ ส่วนกลุ่มเกษตรกรแวะมาเรียนรู้ขั้นตอนการเลี้ยงได้เสมอ เพราะที่นี่คือฟาร์มแพะลำดับต้น ๆ ของภาคอีสาน และเป็นศูนย์การเรียนรู้เรื่องแพะของผู้เลี้ยงแพะในละแวกนี้ 

ที่ตั้ง : 221 หมู่ 3 ตำบลหนองหิน อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00 – 18.30 น.

โทรศัพท์ : 08 9626 6642

Facebook : ฟาร์มแพะ ยโสธร

06

ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงไร่ฮักคัก

ศูนย์การเรียนรู้ในพื้นที่สีเขียวของสองพี่น้องเกษตรกรแห่งยโสฯ

ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงไร่ฮักคัก
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

ไร่ฮักคักคือพื้นที่ทำการเกษตรแนวผสมผสานบนท้องทุ่งกว่า 30 ไร่ของ เอ้-โยษิตา วงศางามกิติ และ อี๊ด-จิตตนันท์ วงศางาม พี่น้องเจ้าของไร่ที่อยากแบ่งปันที่นาเพื่อทำเป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านเกษตรตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง 

ศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้เปรียบเสมือนต้นน้ำที่เชื่อมโยงเกษตรกรยุคใหม่กับเก่า มาแบ่งปันประสบการณ์ทำงานด้านเกษตรกรรมร่วมกัน มีปราชญ์ชาวบ้านและกลุ่มเกษตรกรคนรุ่นใหม่ในนาม Young Smart Farmer เต็มใจช่วยกันเป็นวิทยากรให้กับเยาวชนและเกษตรกรมือสมัครเล่นที่เข้ามาอบรม ขณะเดียวกันเมื่อพืชที่ปลูกในไร่ออกผลผลิตก็ส่งตรงไปวางขายที่ร้านไร่ฮักคักในเมืองเก่า เป็นวิถีเกษตรอินทรีย์ครบวงจรจนถึงมือผู้บริโภค

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

ด้วยไอเดียอยากเปิดพื้นที่สีเขียวให้เด็กมาปล่อยพลัง มีการเตรียมฐานกิจกรรมที่ทั้งสนุกสนานและได้ความรู้ ตั้งแต่การจัดการพื้นที่แบบโคกหนองนาโมเดล วิธีปลูกข้าวแบบต่าง ๆ การย้อมผ้าจากดอกไม้ หรือเก็บไข่เป็ดไข่ไก่มาทำเป็นไข่เค็ม มีไฮไลต์เป็นพิซซาโฮมเมดเตาดินที่ใช้แป้งข้าวให้ได้ลองทำและชิมกันริมทุ่งนา แถมยังสอดแทรกเรื่องคุณค่าของเกษตรกรให้เด็ก ๆ ในทุกกิจกรรม 

ส่วนของผู้ใหญ่เป็นเวิร์กชอปที่เปิดโอกาสให้เกษตรกรมาอบรมสร้างอาชีพ อาทิ เลี้ยงปลา ทำเห็ด เลี้ยงไก่ สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจอยากมาเที่ยวชมฟาร์มเกษตรอินทรีย์แห่งนี้ หรืออยากเรียนรู้วิธีการทำเกษตรอินทรีย์ขั้นต้น เอ้และอี๊ดยินดีต้อนรับ แต่โปรดติดต่อล่วงหน้าสักนิด เพื่อจะได้เตรียมกิจกรรมที่เหมาะกับเวลาและความสนใจ เนื่องด้วยไม่ได้เปิดเป็นสาธารณะ

ที่ตั้ง : 238 หมู่ 3 บ้านบ่อ ตำบลสำราญ อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ติดต่อนัดหมายล่วงหน้า

โทรศัพท์ : 09 2935 2451

Facebook : ไร่ฮักคัก Raihugkug

07

ไร่ฮักคัก เมืองเก่า

ปลายทางผลผลิตจากฟาร์มของเกษตรกรรุ่นใหม่

ไร่ฮักคัก เมืองเก่า
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

หลังจากไปเยือนต้นน้ำอย่างศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงไร่ฮักคักไปแล้ว เปลี่ยนบรรยากาศมาที่เมืองเก่าสิงห์ท่ากันบ้าง เพราะสองพี่น้องยังเปิดร้านในชื่อเดียวกับไร่ ตั้งอยู่ตรงกันข้ามกับศาลเจ้าพ่อหลักเมือง เพื่อใช้เป็นจุดหมายปลายน้ำของงานด้านเกษตรให้เหล่าคนรักสุขภาพเดินทางมาอุดหนุนกัน

ความตั้งใจลึก ๆ อีกอย่าง เอ้อยากฟื้นฟูโซนนี้ให้คึกคักยิ่งขึ้น โดยเริ่มจากเปิดเป็นร้านอาหารเช้าง่าย ๆ คัดสรรวัตถุดิบสดใหม่ปลอดภัย อาทิ ต้มเลือดหมูใส่จิงจูฉ่ายจากสวนผักอินทรีย์ ข้าวห่อใบบัว เมนูหากินยากก็ใช้ข้าวออร์แกนิกจากเครือข่าย หรือจะน้ำเงี้ยวและข้าวซอยจากฝีมือเอ้ สาวอีสานที่แวบไปเรียนอยู่เมืองเหนือมาหลายปีก็มีให้ลองชิม เมื่อท้องอิ่มแล้วอย่าเพิ่งรีบไปไหน มีของหวานเป็นไอศกรีมข้าวไรซ์เบอร์รี น้ำเต้าหู้ และกะทิสดไว้ช่วยดับร้อนด้วย

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

บางโอกาสอาคารเก่า 3 ห้องนี้ ก็เปลี่ยนเป็นที่พบปะของเครือข่ายเกษตรกร เช่น กลุ่ม Young Smart Farmer และกลุ่มตลาดเขียว โดยเอ้ยินดีเปิดหน้าร้านให้นำผลิตภัณฑ์จากไร่นาโดยตรงมาวางขาย มาเลือกหากันได้ในวันเสาร์ที่จะจัดถนนคนเดิน (ในห้วงย้ามปกติที่ไม่มีโรคโควิด-19)

ฟาร์มชอปแห่งนี้วางจำหน่ายพืชผักสดใหม่ที่ปลูกตั้งแต่หัวไร่ยันปลายนาในศูนย์การเรียนรู้ไร่ฮักคัก แปรรูปออกมาเป็นผลิตภัณฑ์หลายอย่าง เช่น กล้วยตาก คุกกี้อัลมอนด์ ขนมปังโฮลวีต ทองม้วนจากแป้งข้าว ฯลฯ ซึ่งเอ้ลดความหวานกว่าปกติ รับประกันว่าถูกใจคนรักสุขภาพ และยังมีพริกลาบที่อยู่ในขั้นตอนปรับปรุงสูตร น่าจะเสร็จพร้อมวางขายเร็ว ๆ นี้

ที่ตั้ง : ถนนอุทัยรามฤทธิ์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 06.00 – 15.30 น.

โทรศัพท์ : 09 2935 2451

Facebook : ไร่ฮักคัก Raihugkug

08

Organic Cafe

คาเฟ่ออร์แกนิกฮิมเซบายสุดชิลล์ที่ชวนใกล้ชิดธรรมชาติ

Organic Cafe
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

Organic Cafe เกิดจากแพลนของคุณแม่และ เป๋า-ธราธร ประดับศรี ที่อยากปลูกผักออร์แกนิกบนที่ดินของบ้านเพื่อส่งออก พอดีกับเจอน้ำท่วมใหญ่ทั่วภาคอีสานเมื่อ พ.ศ.2562 ทำให้ต้องพับแผนไปก่อน ลดพื้นที่ปลูกให้เล็กลง แล้วเปิดเป็นคาเฟ่เล็ก ๆ ที่ใช้ผักสดจากในแปลงมาเป็นวัตถุดิบในครัวแทน

 คาเฟ่ยอดฮิตของชาวเลิงนกทาแห่งนี้แบ่งเป็นโซนด้านในห้องแอร์ และด้านนอกริมฝั่งคลองเซบายสำหรับใครที่อยากดื่มด่ำบรรยากาศสุดชิลล์ แต่อาจต้องรอให้แดดร่มลมตกสักนิดจะเหมาะมาก เป๋าคุมโทนร้านทั้งหมดให้เป็นสีเขียวดูใกล้ชิดกับธรรมชาติสมชื่อ แถมฉากหลังยังเป็นทุ่งนาอินทรีย์ไกลสุดตา เป็นอีกมุมหนึ่งที่ลูกค้านิยมมาถ่ายรูปเช็กอิน 

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

สำหรับในร้านมีอาหารตามสั่งง่าย ๆ แต่เลือกใช้ผักสดปลอดสารที่ปลูกเองมาปรุง นอกจากความอร่อยแล้ว สิ่งที่ตามมาคือความปลอดภัย เป๋าบอกว่าอนาคตอาจทำแปลงผักใหญ่ขึ้น ให้ลูกค้าได้เข้าไปใกล้ชิดกับพืชผักอินทรีย์

มุมกาแฟเป็นส่วนที่เป๋าคลุกคลีดูแลเอง เขาตามหารสชาติกาแฟที่ถูกปากคนในพื้นที่ มีให้เลือกทั้งคั่วเข้มและคั่วกลาง หรือจะเป็นเมล็ดใหม่ ๆ ก็มีให้คอกาแฟได้ลองกันตามแต่โอกาสที่ได้มา แนะนำว่ามีเมนูซิกเนเจอร์ประจำร้านที่อยากให้ลองกันคือ OG SIG ด้วยรสชาติกาแฟบาง ๆ ผสานกับน้ำผึ้งและเลมอน ใส่น้ำสมุนไพรสูตรพิเศษ เป็นเครื่องดื่มออร์แกนิกที่ให้รสชาติฟรุตตีสดชื่นอย่าบอกใคร

ที่ตั้ง : 161 หมู่ 5 ตำบลสามแยก อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร 35120 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : วันจันทร์-เสาร์ เวลา 08.30 – 21.00 น. และวันอาทิตย์ เวลา 08.30 – 17.00 น.

โทรศัพท์ : 06 3632 6644

Facebook : ออร์แกนิคคาเฟ่ – Organic Cafe

09 

หมู่บ้านอินทรีย์ บ้านโสกขุมปูน

หมู่บ้านเกษตรอินทรีย์ที่อยากชวนผู้มาเยือนลงดำนากันสักมื้อ

หมู่บ้านอินทรีย์ บ้านโสกขุมปูน

ชาวบ้านโสกขุมปูนยึดถืออาชีพทำนาข้าวแบบดั้งเดิมมาแต่ไหนแต่ไร จนกระทั่งปุ๋ยเคมีเริ่มเข้ามาเมื่อหลายสิบปีก่อน แรกใช้ผลผลิตก็ได้เยอะขึ้น ข้าวก็งอกงามดี แต่เวลาผ่านไปส่งผลให้ดินในนาเริ่มแข็งขึ้น สุขภาพของเกษตรกรก็เริ่มแย่ลง พ่อมั่น สามสี เป็นหนึ่งในผู้ได้รับผลกระทบดังกล่าว จึงริเริ่มชวนชาวบ้านกลับมาทำนาข้าวด้วยวิธีอินทรีย์ ดูแลบำรุงจากปุ๋ยธรรมชาติอีกครั้ง ตั้งแต่ พ.ศ. 2533 ในวันที่กระแสอินทรีย์ยังค่อยไม่แพร่หลายในสังคมไทย

“ส่งให้คุณด้วยรอยยิ้ม กินอิ่มปลอดภัย จากใจชาวนา สู่จานข้าวคุณ”

ชุ-ชุติมา ม่วงมั่น ทวนสโลแกนที่สื่อถึงความตั้งใจของ กลุ่มเกษตรกรทำนานาโส่ ให้เราฟังอีกครั้ง เธอคนนี้คือผู้รับไม้ต่อจากพ่อมั่น ช่วยดูแลแบรนด์ ‘ข้าวใจยิ้ม’ ข้าวไร้สารเคมีจากนาของเกษตรกรในชุมชน และเธอยังเป็นผู้วางหลักสูตรในโรงเรียนประจำหมู่บ้าน ปลูกฝังเรื่องเกษตรอินทรีย์ให้กับเยาวชน เรียนรู้วัฒนธรรมงานบุญเกี่ยวกับข้าว ด้วยความหวังว่าอยากส่งต่อความรู้และปลูกฝังให้เด็ก ๆ ยึดถืออาชีพปลอดภัยนี้ต่อไปในอนาคต

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

ปัจจุบันหมู่บ้านนี้ทำเกษตรอินทรีย์กันแทบทุกครัวเรือน แถมยังมีธรรมนูญของตำบลนาโส่ช่วยกำกับไว้ คือห้ามใช้ยาฆ่าแมลง ชาวบ้านก็ร่วมกันสอดส่องเป็นหูเป็นตา ช่วยให้นาอินทรีย์ปลอดภัยปราศจากเคมีด้วย

ทั้งนี้ชุมองว่าโรงสีไม่ใช่ปลายทางของเกษตรกร แต่สิ่งที่จะทำให้เกษตรกรมีรายได้คือการสร้างตลาด เธอทำวิจัยอยู่พักใหญ่ แล้วเกิดเป็น ‘ตลาดเขียว’ ของพี่น้องชาวยโสธร จุดนัดพบของเหล่าเกษตรกรกับผู้ซื้อ จัดขึ้นตามที่ต่าง ๆ ทั้งในอำเภอกุดชุมและอำเภอเมืองยโสธร 

ใครมาเยือนหมู่บ้านอินทรีย์แห่งนี้ รับรองจะตกหลุมรัก ทั้งมิตรไมตรีและวิถีชนบทของชาวบ้าน รวมถึงอากาศดีที่หายใจเข้าได้เต็มที่ไม่มีสารพิษลอยมาตามลม แถมชุยังอยากเชิญชวนแขกให้มากินข้าวหอมมะลิใหม่ ๆ ว่าดีงามแค่ไหน และทำความเข้าใจว่าทำไมข้าวหอมมะลิถึงมีราคาสูง ตั้งแต่ลองดำนาสาธิต ขั้นตอนการดูแลอย่างใส่ใจ จนถึงเก็บเกี่ยวยามข้าวออกรวง

ที่ตั้ง : บ้านโสกขุมปูน ตำบลนาโส่ อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร 35140 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ติดต่อนัดหมายล่วงหน้า

โทรศัพท์ : 08 0798 2236

Facebook : ข้าวใจยิ้ม หมู่บ้านอินทรีย์ยโสธร บ้านโสกขุมปูน

10 

อินดี้ ออร์แกนิค

ร้านค้าที่รวบรวมสารพัดผลิตผลอินทรีย์จากชาวอำเภอกุดชุม

อินดี้ ออร์แกนิค
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

อินดี้ ออร์แกนิค คือศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์อินทรีย์ที่รวบรวมสินค้านานาชนิดของชาวยโสธรไว้ครบครัน

ต๋อ-มาณิชรา ทองน้อย คร่ำหวอดงานด้านส่งเสริมเกษตรอินทรีย์มาหลายปีในเมืองหลวง ตัดสินใจเกษียณก่อนกำหนด มาทำนาข้าวและไร่อ้อยคั้นน้ำบนที่ดินของครอบครัว ก่อนจะสบโอกาสชวนเพื่อนบ้านโสกขุมปูน มาร่วมทำร้านค้าเพื่อจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ด้วยเหตุผลหลักคือ อยากเชื่อมเกษตรกรกับผู้บริโภคให้ใกล้กัน

“เราทำคล้าย ๆ สหกรณ์ เพื่อสนับสนุนให้คนได้กินอาหารดี ๆ และรองรับลูกหลานที่กลับมาอยู่บ้านให้มีรายได้จากการทำผลิตภัณฑ์อินทรีย์” ต๋อเฉลยถึงความตั้งใจเริ่มแรกเมื่อเกือบ 2 ปีก่อน

ปัจจุบันร้านมีสารพัดสินค้าปลอดภัยวางจำหน่าย ส่วนใหญ่มาจากพี่น้องชาวนาในหมู่บ้าน นำโดยข้าวหอมมะลิเกรดดี ข้าวไรซ์เบอร์รี และข้าวพันธุ์พื้นเมืองหากินยาก มีหลายยี่ห้อให้เลือกลองซื้อไปหุงที่บ้าน มั่นใจได้ว่าเป็นข้าวออร์แกนิกแท้ ไม่ปนข้าวจากที่อื่น หรือหากแวะมาตรงฤดูกาล ก็จะเจอพืชผักประจำฤดูกาลนั้น ๆ จากสวนอินทรีย์มาวางร่วมด้วย ทั้งมะเขือเทศราชินีลูกเต่งกรอบอร่อย แตงโมของดีประจำจังหวัด และหอมกระเทียมก็มีให้เลือกซื้อ 

ถ้าสนใจอยากได้พันธุ์ไม้ไปปลูกเองที่บ้าน ต๋อก็เพาะชำไว้เป็นกระถางให้ยกกลับไปได้เช่นกัน

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

นอกจากนี้ยังมีเนื้อโคขุนจากกลุ่มโคขุนหนองแหน มีให้เลือกตั้งแต่เนื้อทำสเต็ก เนื้อย่างเสียบไม้ จนถึงลูกชิ้นเนื้อ และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากต้นไผ่ตงอินทรีย์ของสวนไผ่ทองประสาร อย่างหน่อไม้ดอง หลอดไม้ไผ่ และถ่านไม้ไผ่

แต่สินค้าที่เหมาะกับช่วงนี้ที่โรคภัยกำลังถาโถม ต้องยกให้สมุนไพรจากสมุนไพรสูตรหมอยาพื้นบ้านแบบโบราณ และสูตรของโรงพยาบาลกุดชุมที่เชี่ยวชาญด้านแพทย์แผนไทย อย่างแคปซูลฟ้าทะลายโจร ก็มีวางจำหน่ายที่นี่ด้วย

ร้านเล็ก ๆ แต่อัดแน่นไปด้วยผลิตภัณฑ์อินทรีย์แห่งนี้ยังมีสินค้าอื่นอีกมาก เรียกได้ว่ามาที่เดียวได้ของฝากของดีของเด่นกลับบ้านแน่นอน

ที่ตั้ง : ปั๊มน้ำมัน ปตท. แยกตับเต่า ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.30 – 18.30 น.

โทรศัพท์ : 08 9718 2516

Facebook : อินดี้ ออร์แกนิค

Writer

พณิช ตั้งวิชิตฤกษ์

นักลองฝึกพิสูจน์อักษร ผู้แสร้งเป็นนักลองฝึกเขียน อดีตเป็นนักเรียนภาษา ผู้สนใจเป็นนักเรียนประวัติศาสตร์ศิลป์ รักในมวลรอบข้างที่ดี กาแฟ ชาเขียว และแมวเหมียว

Photographer

ณัฐพล พุ่มสาขา

ช่างภาพสาระพัดประโยชน์ จริงๆ แล้วงานหลักคือ ตัดต่อวีดีโอ ทำวีดีโอโฆษณา วีดีโองานแต่ง ได้มาจับกล้องเพราะทีมขาดช่างวีดีโอ หลังจากนั้นก็เริ่มฝึกเรียนรู้แบบ ครูพักลักจำมาเรื่อยๆ และแล้วอยู่มาวันนึง ช่าวภาพนิ่งในทีมก็ขาดอีก ผมจึงได้มาจับงานถ่ายภาพ จนถึงทุกวันนี้

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load