4 กุมภาพันธ์ 2565
7 K

The Cloud x OKMD

อรุณแรกของปี 2022 ฤดูหนาวที่บ้านๆน่านๆ อุ่นขึ้นโข ต่างจากเมื่อปลายธันวา 2021 ที่ควานหาเสื้อกันหนาว ถุงเท้า หมวก ผ้าพันคอกันวุ่น ฉันวางแก้วกาแฟดำลงบนโต๊ะปูนเปลือยหลังห้องสมุด ทำเลใหม่สำหรับจิบเบียร์ยามค่ำ จิบกาแฟยามเช้า ของชาวบ้านๆน่านๆ เปิดก๊อกน้ำ รดต้นไม้

โดยปกติมันเป็นเวลาที่ผ่อนคลาย เบิกบาน

หากวันนี้ไม่เป็นเช่นนั้น ฉันสังเกต เฝ้ามองมันมาครึ่งเดือนได้ละ ไม้ยืนต้นต้นเดียวหลังห้องสมุดที่ยังมีอยู่ มันทยอยทิ้งใบ หากยังคงดอกขาวพราวไว้ตามกิ่งก้าน ให้อุ่นใจว่า หน้าหนาวก็เช่นนี้แล ไม้ใหญ่ทิ้งใบให้ชีพยืนยง

เช้านี้ ใบผลิใหม่ที่เคยสดใส สีเขียวอ่อน เปลี่ยนเป็นคล้ำหมอง อับเฉา มั่นใจได้เลยมันไม่รอดแน่

แม้จะไม่เบิกบาน แต่ฉันก็ไม่ซึมเซาเหมือนที่เคยเป็น

เริ่มด้วยมะม่วง ต่อด้วยมะม่วง ตามด้วยอะโวคาโด ปีบ จำปา และมะรุมตามลำดับ แต่ละต้นกำลังอยู่ในวัยสะพรั่งให้ดอกให้ผล งดงาม อุดมสมบูรณ์

พองดงาม ให้ดอกให้ผล ให้ติดใจ ก็จากไปในฤดูหนาวเสมอ

10 ปีเข้ามาละ นับตั้งแต่วันที่ตั้งต้นให้มีให้เป็น ‘บ้านๆน่านๆ’ ห้องสมุดและเกสต์โฮม

10 ปี บ้านๆ น่านๆ ร้านหนังสือ/ห้องสมุด/ที่พัก/คาเฟ่ ท่ามกลางหนังสือคัดสรรนับหมื่นเล่ม
10 ปี บ้านๆ น่านๆ ร้านหนังสือ/ห้องสมุด/ที่พัก/คาเฟ่ ท่ามกลางหนังสือคัดสรรนับหมื่นเล่ม

ขวบปีแรก เราทำห้องสมุดคู่กับที่พัก ทั้งสองอย่างเล็ก ๆ ดูแลง่าย ขวบปีถัดมา เราทำคาเฟ่กับร้านหนังสือ ทั้งสองอย่างเล็ก ๆ ดูแลไม่ยาก รวมเป็น 4 อย่างที่เราจัดการดูแล ฉันพบว่าความสุขเป็นสิ่งที่หาง่าย และความทุกข์ก็หาได้ไม่ยาก

ทุกอย่างที่เราทำเติบโต เติบโต และเติบโต ในพื้นที่ 196 ตารางวา ในบ้านไม้ 2 ชั้น 2 หลัง ที่เราบริหารจัดการใส่แต่ละสิ่ง ผสมผสานให้รสมันดีงาม ไปกันได้ ไม่ท้องเสีย ไม่ท้องผูก

เรามีห้องสมุดที่ให้บริการอ่าน ยืมหนังสือ ให้ใช้พื้นที่ สำหรับทุกชาติ ทุกชนชั้น

หนังสือนับหมื่นเล่ม (ที่ส่วนใหญ่คัดสรรแล้ว) ในห้องสมุด กิจกรรมนานาระหว่างปี ล้วนมีที่มาจากมิตรสหายและครอบครัว จำนวนหนังสือเพิ่มขึ้นตามวันเวลา จำนวนผู้มาใช้ห้องสมุดก็เช่นกัน เราเขียนกติกาการใช้ห้องสมุดให้เป็นไปโดยไม่รบกวนตัวเอง ซึ่งก็หมายความว่าเราต้องใจกว้างพอที่จะรับใครก็ไม่รู้เข้ามาสู่พื้นที่ของครอบครัวด้วย

แต่คนแบบไหนล่ะที่เข้าห้องสมุด ชอบอ่านหนังสือ เราจะกลัวเกรงไปไย

10 ปี บ้านๆ น่านๆ ร้านหนังสือ/ห้องสมุด/ที่พัก/คาเฟ่ ท่ามกลางหนังสือคัดสรรนับหมื่นเล่ม
10 ปี บ้านๆ น่านๆ ร้านหนังสือ/ห้องสมุด/ที่พัก/คาเฟ่ ท่ามกลางหนังสือคัดสรรนับหมื่นเล่ม

ภาพผู้คน ทั้งนักท่องเที่ยว ทั้งคนในพื้นที่ เอกเขนกนั่งนอนอ่านในห้องสมุด อ่านกันยาวนานจริงจังเป็นครึ่งวัน ค่อนวัน มีให้เห็นมากขึ้น ๆ

เราทำห้องสมุดโดยรู้อยู่เต็มอกว่า มันไม่ได้เงินทองโดยตัวมันเองดอก แต่ก็พอจะรู้ว่าห้องสมุดจะเป็นตัวเรียกทรัพย์ปัญญา ทรัพย์เงินทอง มาให้เราในที่สุด

เรามีห้องพักที่เน้นขายความเงียบ ขายความน้อย อยู่ชั้นบนของบ้านเจ้าของบ้าน 4 ห้อง และอยู่ชั้นสองของห้องสมุดอีก 2 ห้อง รวม 6 ห้อง ลูกค้าชาวไทย ชาวต่างชาติ ส่วนหนึ่งเลือกมาพักที่นี่ เพราะเรามี ห้องสมุด ช่างน่าชื่นใจ รัก ชอบ จะมาพักก็เปิดอินเทอร์เน็ตดูรูป อ่านกติกา หาโลเคชัน ให้ชัดก่อนตัดสินใจจอง

พอมีห้องสมุด มีที่พัก ก็น่าจะมีกาแฟสดให้ดื่มด่ำ  

โต๊ะ เก้าอี้ สำหรับอ่าน ทำงานในห้องสมุด ต้นไม้ การตกแต่งและบรรยากาศเหมาะที่จะดื่ม จะจิบอยู่แล้ว แล้วยังมีห้องสี่เหลี่ยมขนาด 2 x 3 เมตร อยู่ห้องหนึ่ง เพียงย้ายสัมภาระออก ก็เป็นห้องชงกาแฟได้เหมาะเจาะ

ตลอดวันเวลาที่เป็นคาเฟ่ จวบจนบัดนี้ เรามีบาริสต้า 3 คน

10 ปี บ้านๆ น่านๆ ร้านหนังสือ/ห้องสมุด/ที่พัก/คาเฟ่ ท่ามกลางหนังสือคัดสรรนับหมื่นเล่ม
10 ปี บ้านๆ น่านๆ ร้านหนังสือ/ห้องสมุด/ที่พัก/คาเฟ่ ท่ามกลางหนังสือคัดสรรนับหมื่นเล่ม
10 ปี บ้านๆ น่านๆ ร้านหนังสือ/ห้องสมุด/ที่พัก/คาเฟ่ ท่ามกลางหนังสือคัดสรรนับหมื่นเล่ม

คนแรกเป็นนักดนตรี กลางคืนร้องเพลงเล่นกีตาร์ กลางวันชงกาแฟ

คนที่ 2 เป็นเจ้าของห้องสมุดผู้คิดผู้ทำ บ้านๆน่านๆ

คนปัจจุบันเป็นกวี นอกจากการชงกาแฟแล้ว การเขียนบทกวีคล้ายจะเป็นชีวิตของเขาคู่กับ การอ่านหนังสือและดื่มเบียร์แบบไม่หยุดหย่อน บทสนทนาในท่วงทำนองหนังสือหนังหา ในจังหวะของบท กวี มีเสมอ ๆ เมื่อบาริสต้ารับออเดอร์แล้วคุณเอ่ยเอื้อนออกปากชวนเขาจำนรรจา

เราขายหนังสือด้วย

เขียนป้ายบนแผ่นไม้ด้วยชอล์กสี เหนือผนังชั้นวางหนังสือขายว่า Banban Nannan Book Shop จะเขียนด้วยภาษาไทยว่า ‘ร้าน’ ก็ฟังดูใหญ่โต เราไม่ได้มีหนังสือแน่น ๆ เต็มพื้นที่เหมือนร้านหนังสืออื่นเขา เราเลือกหนังสือจากไม่กี่สำนัก และจากนักเขียนไม่กี่คนมาวางขาย

Banban Nannan library and guest home : บันทึกจากเจ้าของร้านน่านๆ บ้านๆ สวรรค์อันเนิบช้าของเหล่าหนอนหนังสือที่จังหวัดน่าน
Banban Nannan library and guest home : บันทึกจากเจ้าของร้านน่านๆ บ้านๆ สวรรค์อันเนิบช้าของเหล่าหนอนหนังสือที่จังหวัดน่าน

ทว่าความน้อยกลับคือความโดดเด่น หนังสือแต่ละเล่มหันหน้าอวดปก โชว์ตัว ให้คนเลือกซื้อเห็นเต็ม ๆ ตา ให้เปิดอ่านกันเต็ม ๆ ใจ เรียงรายกระทบแสงไฟอยู่บนชั้นไม้ติดผนังแข็งแรง ราวกับมันคือชิ้นงานศิลปะที่ศิลปินนำมาจัดแสดง คอยเรียกผู้คนให้เข้าไปหา ราวกับตกอยู่ในภวังค์

มันเป็นเช่นนั้นจริง ๆ ในสถานที่นี้

เราจึงพบเห็นทั้งคนอ่านคนซื้อหนังสือจริงมากมาย และคนตั้งท่าถ่ายรูปกับหนังสือจังมากมาย

หนังสือที่เลือกมาขาย เป็นของนักเขียน/สำนักที่เรารู้จักคุ้นเคย และมีเนื้อหาที่เราสนใจ ทั้งยังไม่ค่อยจะมีขายในร้านหนังสือทั่ว ๆ ไป อันได้แก่หนังสือของ สนพ.บางลำพู ของ วรพจน์ พันธุ์พงศ์, สนพ. Shine Publishing House ของ วาด รวี, สนพ.ลูกสมุน (งานเขียนของ วัฒน์ วรรลยางกูร), สนพ.สมมติ (ส่วนใหญ่จะเป็นบทกวีและการเมือง), สนพ.10 มิลลิเมตร, หนังสือชุด ชายคาเรื่องสั้น, หนังสือรวมบทกวีของกวีหน้าใหม่, หนังสือของ สนพ.อ่าน (ซึ่งตอนนี้มีอยู่ไม่มาก), สำนักไต้ฝุ่นของ ปราบดา, สำนัก Sunday Afternoon ของ ปาลิดา พิมพะกร, สนพ.แซนด์วิช, สนพ.ไรท์เตอร์, สำนักกะทิกะลาของ ศุ บุญเลี้ยง และหนังสือบางเล่มของบางนักเขียน

Banban Nannan library and guest home : บันทึกจากเจ้าของร้านน่านๆ บ้านๆ สวรรค์อันเนิบช้าของเหล่าหนอนหนังสือที่จังหวัดน่าน
Banban Nannan library and guest home : บันทึกจากเจ้าของร้านน่านๆ บ้านๆ สวรรค์อันเนิบช้าของเหล่าหนอนหนังสือที่จังหวัดน่าน

ในยุคสมัยที่บ้านเมืองมีร้านหนังสือน้อยนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในต่างจังหวัด โอกาสที่จะพบเจอ หนังสือที่ชอบที่ใช่บนแผงจึงน้อยตาม ความเป็นสิ่งละอันพันละน้อยของเรา ทั้งที่พัก ห้องสมุด และคาเฟ่ คือตัวเชิญชวนให้ผู้คนมาพบเจอหนังสือหลายปกหลายเล่มที่เขาไม่เคยเห็น ไม่เคยรู้จักคนเขียน แต่เมื่อได้เปิด อ่าน ทำให้เขาพบว่า หนังสือที่ชอบที่ใช่ มีอยู่ที่นี่

แน่นอนว่าเราได้เงิน ได้ส่วนแบ่งจากการขายหนังสือ

แต่อื่นใดที่สำคัญกว่า มีความหมายกว่า คือการทำให้ผู้คนรู้จักและอ่านหนังสือที่เราเลือกสรร

หนังสือที่เลือกสรร นำพาเราเปิดประตูสู่โลกแห่งความรู้ ที่เคยปิดตายมายาวนาน

Banban Nannan library and guest home : บันทึกจากเจ้าของร้านน่านๆ บ้านๆ สวรรค์อันเนิบช้าของเหล่าหนอนหนังสือที่จังหวัดน่าน
Banban Nannan library and guest home : บันทึกจากเจ้าของร้านน่านๆ บ้านๆ สวรรค์อันเนิบช้าของเหล่าหนอนหนังสือที่จังหวัดน่าน

แนะนำหนังสือ

1

วัยหนุ่ม รวมความเรียงคัดสรร ในรอบ 15 ปี ของ วรพจน์ พันธุ์พงศ์ (2002 – 2017)

ผู้เขียน : วรพจน์ พันธุ์พงศ์

สำนักพิมพ์ : บางลำพู

ราคา : ปกอ่อน 450 บาท ปกแข็ง 690 บาท

ความเรียงกว่า 50 ชิ้น ในรอบ 15 ปี (2002 – 2017) ของ วรพจน์ พันธุ์พงศ์ หนังสือหนา 480 หน้า อ่านอิ่มกับตัวตน เรื่องราว การงาน ความคิด ความเชื่อ ทรรศนะของวรพจน์ในแต่ละช่วงปี

2

ด้วยรักแห่งอุดมการณ์

ผู้เขียน : วัฒน์ วรรลยางกูร

สำนักพิมพ์ : ลูกสมุน

ราคา : 350 บาท

‘ด้วยรักแห่งอุดมการณ์’ เป็นนวนิยายอิงประวัติศาสตร์การเมือง ว่าด้วยหนุ่มสาวนักอุดมคติที่มีความคิดฝันดีงาม เพื่อเปลี่ยนแปลงสังคมบ้านเมืองจากเงื้อมมือเผด็จการศักดินาและบรรดาขุนศึกให้เป็นสังคมอุดมคติ ให้ประชาชนได้มีสิทธิเสรีภาพและความเสมอภาค ปัจจุบัน วัฒน์ วรรลยางกูร เป็นผู้ลี้ภัยอยู่ที่ประเทศฝรั่งเศส

3

เสรีนิยมยืนขึ้น

ผู้เขียน : ปราบดา หยุ่น

สำนักพิมพ์ : ไต้ฝุ่น

ราคา : 295 บาท

‘เสรีนิยมยืนขึ้น’ เป็นความเรียงที่ชวนพิจารณาความเป็นมาของแนวคิดเสรีนิยม ความแตกต่างระหว่างเสรีนิยมในประเทศที่เป็น ‘สมัยใหม่’ กับประเทศที่ยังอยู่ในเงาของจารีตนิยม ‘ก่อนสมัยใหม่’ และชวนทบทวนถึงพื้นที่ของผู้มีแนวคิดเป็นเสรีนิยมในสังคมจารีต ที่มักกล่าวหาว่าเสรีนิยมเป็นภัยต่อความมั่นคง บนความเชื่อที่ว่าการพัฒนาสังคมอย่างมีประสิทธิภาพและความเป็นประชาธิปไตย ต้องเริ่มจากการยอมรับแนวคิดเสรีนิยมอย่าจริงใจและจริงจังให้ได้เสียก่อน

4

ย่ำรุ่งอันยาวนาน

ผู้เขียน : รชา พรมภวังค์

สำนักพิมพ์ : Shine Publishing House

ราคา : 300 บาท

รวมบทกวีหลายรสของคนหนุ่ม ทั้งสุข เศร้า เหงา รัก การเมือง ‘ความรักไม่เคยถูกค้นพบ เธอไปถึงขอบโลก ขณะที่ฉันเพิ่งเดินทาง’ (เสี้ยวหนึ่งของบทกวีในเล่ม)

5

กวีราษฎร

ผู้เขียน : ไม้หนึ่ง ก.กุนที

จัดพิมพ์ : Lookshine

ราคา : ปกอ่อน 500 บาท ปกแข็ง 700 บาท

รวมบทกวี ของ ไม้หนึ่ง ก.กุนที ที่แทบจะครบทุกชิ้น ทั้งที่ไม่เคยตีพิมพ์แล้วและตีพิมพ์แล้ว (บางเราในนคร, รูปทรง มวลสาร พลังงาน และความรัก, สถาปนาสถาบันประชาชน)

ไม้หนึ่ง ก.กุนที ถูกยิงตายอย่างอุกอาจกลางลานจอดรถร้านครกไม้ไทยลาว ย่านลาดปลาเค้า กรุงเทพฯ เมื่อ วันที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2557 และจวบจนถึงวันนี้ คดียังไม่มีความคืบ คนร้ายยังคงลอยนวล

สั่งซื้อได้ที่ Facebook : Banban Nannan library and guest home

Banban Nannan library and guest home : บันทึกจากเจ้าของร้านน่านๆ บ้านๆ สวรรค์อันเนิบช้าของเหล่าหนอนหนังสือที่จังหวัดน่าน

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาร้านหนังสือเป็นแหล่งควมรู้สร้างสรรค์ โดยความร่วมมือของ The Cloud และ OKMD

Writer

Avatar

ชโลมใจ ชยพันธนาการ

อดีตข้าราชการครูโรงเรียนมัธยมประจำจังหวัดน่าน สอนวิชาภาษาไทย ผู้พานักเรียนเขียนหนังสือ ทำหนังสือ ขายหนังสือ ปัจจุบัน เจ้าของห้องสมุดบ้านๆ น่านๆ ให้บริการที่พัก คาเฟ่ ห้องสมุด ขายหนังสือ ช่องทางติดต่อ : Banban Nannan library and guest home

Photographer

Avatar

ทิฐธรรม คลี่ใบ

ช่างภาพ เจ้าของเพจ Momanggo Studio

The Bookseller

เรื่องราวของร้านหนังสืออิสระ แหล่งเรียนรู้รื่นรมย์

ตอนเด็ก ๆ ผมชอบอ่านหนังสือ และฝันอยากเป็นบรรณารักษ์ประจำห้องสมุดมาก ห้องสมุดที่มีหนังสือให้ดู ให้อ่านเยอะ ๆ มีอาชีพที่ได้อยู่กับหนังสือไปตลอดชีวิต ตอนจะเข้ามหาวิทยาลัยก็สนใจสาขาบรรณารักษ์ แต่คะแนนสอบเข้ามหาวิทยาลัยในตอนนั้นไม่เพียงพอ ความคิดที่จะเป็นบรรณารักษ์จึงค่อย ๆ จางไป หากการชอบอ่านหนังสือ อยากอยู่กับหนังสือยังคงอยู่ เวลาว่าง ๆ ผมชอบไปตามร้านหนังสือต่าง ๆ

จนวันหนึ่งได้เจอกับ ‘ร้านเล่า’ ร้านหนังสือเล็ก ๆ ที่อยู่ตรงกาดเชิงดอย ข้างมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (ในขณะนั้น ปัจจุบันย้ายมาที่ถนนนิมมานเหมินท์) ผมไปที่ร้านเล่าทุกอาทิตย์ ด้วยเสน่ห์ของร้านเล็ก ๆ ที่อบอุ่น และมีหนังสือแบบที่เราชอบที่มักจะหาซื้อยากจากร้านหนังสือใหญ่ ๆ ทั่วไป จนวันหนึ่งผมอยากหางานพิเศษทำ จึงลองไปสมัครงานที่ร้านเล่า และเฝ้ารอด้วยความตื่นเต้นเพราะอยากทำมาก ผมเริ่มทำงานพาร์ตไทม์ที่ร้านเล่าเมื่อ พ.ศ. 2546 จนเป็นพนักงานประจำเรื่อยมาจน พ.ศ. 2564 เป็นเวลา 18 ปี

ตลอดเวลาที่ทำงานอยู่ที่ร้านเล่า ความฝันอยากเปิดร้านหนังสือเล็ก ๆ ค่อย ๆ ก่อตัว แต่ก็ยังเป็นเพียงแค่ความฝันลาง ๆ ว่า สักวันหนึ่งถ้ามีจุดหักเหอะไรเกิดขึ้น และได้ทำอาชีพอื่นที่ทำที่บ้านได้ ก็อยากจะมีร้านหนังสือเล็ก ๆ ที่บ้านของตัวเอง ทำงานไปด้วยเปิดร้านหนังสือไปด้วย กระทั่งการมาของโควิด-19 ที่ทำลายหลาย ๆ สิ่งหลาย ๆ อย่าง รวมทั้งธุรกิจร้านหนังสือเล็ก ๆ ที่ยอดขายลดลงมาก 

Waltz Bake x Harvest Moon Bookshop คู่รักที่เปลี่ยนบ้านเป็นร้านหนังสือและเบเกอรี่

ประกอบกับผมกำลังอยู่ในระหว่างการสร้างบ้านที่ผมกับภรรยา (อัง-ชฏิลรัตน์ ดอนปัน) ช่วยกันออกแบบเอง ซึ่งต้องการความใส่ใจมากพอสมควร จึงได้พูดคุยกับพี่ ๆ ที่ร้านเพื่อออกมาดูแลการสร้างบ้านเต็มตัว และพูดคุยกับภรรยา ซึ่งออกจากงานเพราะโควิด-19 เช่นกัน ที่เริ่มทำเบเกอรี่ทดลองขายมาสักพักถึงแผนการดำเนินชีวิตหลังจากบ้านเสร็จ

ลงตัวกันที่จะลองเปิดร้านเบเกอรี่โฮมเมดและร้านหนังสือเล็ก ๆ ที่บ้าน ส่วนร้านหนังสือ อยากให้เป็นร้านหนังสือทางเลือก ในแบบที่ตัวเราเองอยากเข้า วางหนังสือหลากหลายที่เราคัดเลือกมาแล้วในระดับหนึ่ง ไม่อยากขายหนังสือแบบเดียวกันเป็นพรืดเหมือนร้านใหญ่ ๆ

Waltz Bake x Harvest Moon Bookshop คู่รักที่เปลี่ยนบ้านเป็นร้านหนังสือและเบเกอรี่

ตอนเริ่มต้น ส่วนเบเกอรี่มีปัญหาไม่มากนัก เพราะภรรยาผมเริ่มลองทำมาสักพักแล้ว เพียงจัดการส่วนต่าง ๆ ให้เข้าที่เข้าทาง แต่ในส่วนร้านหนังสือมีปัญหาหลายอย่าง

เริ่มจากปัญหาทุนที่จำกัดในการซื้อสิ่งของอุปกรณ์ต่าง ๆ ชั้นหนังสือ โต๊ะ เก้าอี้ ฯลฯ เราแก้ปัญหาด้วยการพยายามทำเองในส่วนที่ทำได้ โต๊ะเก้าอี้บางส่วนหาซื้อของเก่ามาขัดทาสีเอง ชั้นหนังสือที่มีขายราคาแพงเกินไปสำหรับเรา จึงหาซื้อไม้หาช่างเพื่อทำชั้นหนังสือ ส่วนที่จำเป็นต้องซื้อก็หาในราคาสมเหตุผล

ปัญหาค่าประกันหนังสือของสายส่งหลายรายราคาค่อนข้างสูงสำหรับร้านเล็ก ๆ บางสายส่งไปถึงหลักแสนบาท จึงใช้ประสบการณ์จากการทำงานที่ร้านเล่า เลือกสายส่งที่ค่อนข้างเอื้อเฟื้อกับร้านหนังสืออิสระ คัดเลือกหนังสือที่เราชอบและเห็นว่าน่าสนใจ ซึ่งส่วนมากจะเป็นวรรณกรรมไทย วรรณกรรมแปล สังคมศาสตร์ ประวัติศาสตร์ การเมือง เป็นหนังสือที่ตามร้านใหญ่อาจจะไม่มี หรือหาตามร้านใหญ่ค่อนข้างยาก เพื่อทดแทนจำนวนหนังสือที่ยังมีน้อย

หรือปัญหาที่เคยได้เห็นตั้งแต่ทำงานที่ร้านเล่า คือหนังสือบางสำนักพิมพ์เข้าถึงยาก เนื่องจากอยู่กับสายส่งใหญ่ที่มีระบบครบวงจร มีสำนักพิมพ์ สายส่ง และหน้าร้านของตนเอง เข้าถึงยากทั้งค่าประกันที่สูงและการพยายามเพิ่มยอดขาย หนังสือที่กำลังเป็นที่สนใจมักจะสั่งไม่ได้ เพราะสายส่งเลือกส่งหนังสือไปที่หน้าร้านตนเองก่อน เมื่อเริ่มคลายความนิยมหรือมีพอเหลือจากหน้าร้านของสายส่งจึงเริ่มพอสั่งได้ บางสายส่งถ้าจะซื้อขาดมาขาย ก็ต้องซื้อในจำนวนที่เยอะเกินกำลัง – 50,000 บาทกับราคาลดเท่ากับฝากขายปกติ 

Waltz Bake x Harvest Moon Bookshop คู่รักที่เปลี่ยนบ้านเป็นร้านหนังสือและเบเกอรี่

เรื่องของสายส่งที่มีระบบครบวงจร ยังส่งผลต่อสำนักพิมพ์อิสระในบางแง่ เช่นบางครั้งมีการเพิ่มเปอร์เซ็นฝากขาย หรือการเลือกวางหนังสือ ส่งผลกระทบต่อนักเขียนเป็นทอด ๆ ไป สายส่งเหล่านี้เลือกได้ว่าจะส่งหรือไม่ส่งร้านไหน และจะดันหนังสือเล่มไหนหรือสำนักพิมพ์อะไรให้ขายดี

สิ่งเหล่านี้ผมเข้าใจว่าเป็นเรื่องเชิงธุรกิจ เป็นความจำเป็นในการดำเนินธุรกิจ แต่ในอีกทางมันมักจะเป็นอุปสรรคที่ร้านหนังสืออิสระหลายร้านมักต้องเจอ เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้การทำธุรกิจของร้านหนังสืออิสระบางร้านเป็นไปอย่างค่อนข้างลำบาก และทำให้การขยายตัวของร้านหนังสืออิสระมีน้อย สวนทางกับจำนวนนักอ่านที่เพิ่มมากขึ้น จากที่เคยทำงานร้านหนังสือมานานพอสมควร พอได้เห็นความเปลี่ยนแปลงว่าตอนนี้นักเรียน นักศึกษา คนวัยทำงาน อ่านหนังสือกันเยอะขึ้นมาก เมื่อเทียบเปอร์เซ็นต์กับเมื่อเกือบ 20 ปีที่แล้ว จำนวนนักอ่านเพิ่มมากขึ้น แต่นักเขียน สำนักพิมพ์ ที่ไม่ใช่ของสายส่ง สายส่งที่ไม่มีสำนักพิมพ์และหน้าร้านของตนเอง กลับไม่ได้มีผลตอบแทน ไม่ได้มีการดำเนินธุรกิจที่ดีขึ้นมากนัก เทียบกับบริษัทที่ครบวงจร

เราวางแผนแก้ปัญหาเรื่องการเข้าถึงหนังสือบางเล่มได้ยาก เงินสำหรับใช้จ่ายในครอบครัวจะใช้เงินจากการขายเบเกอรี่ ส่วนเงินที่ได้จากการขายหนังสือนั้น จะติดต่อกับสำนักพิมพ์ที่ขายขาดหนังสือเล่มที่เราต้องการ นำกำไรจากการขายหนังสือมาซื้อหนังสือเหล่านี้ ค่อย ๆ ซื้อทีละเล็กทีละน้อยเท่าที่ไหว ค่อย ๆ สะสมหนังสือที่เราสนใจ เพื่อวันหนึ่งข้างหน้าจะได้มีหนังสือให้เลือกอ่านเยอะขึ้น และหลากหลายมากยิ่งขึ้นกว่านี้

Waltz Bake x Harvest Moon Bookshop คู่รักที่เปลี่ยนบ้านเป็นร้านหนังสือและเบเกอรี่

แน่นอนว่าลำพังการเริ่มทำร้านหนังสืออิสระเล็ก ๆ ด้วยทุนจำกัด คงให้ผลตอบแทนไม่ได้มากพอสำหรับเราในตอนนี้ แต่พวกเราคิดว่าถ้าเรานำ 2 อย่าง ‘หนังสือ + เบเกอรี่’ มาไว้ด้วยกัน น่าจะพอมีทางเป็นไปได้ พอมีทางที่เราจะอยู่ได้ในเชิงธุรกิจ และได้ทำร้านหนังสือในแนวทางที่เราต้องการ พอมีทางที่ร้านหนังสือทางเลือกแบบเราจะค่อย ๆ ดีขึ้นในวันข้างหน้า คนที่ชอบหนังสือ มาดูหนังสือก็อาจจะอยากลองชิมเบเกอรี่ คนที่มากินเบเกอรี่แล้วเห็นชั้นหนังสือ ก็อาจจะสนใจลองเดินดูและซื้อหนังสือได้

ก่อนเปิดร้าน หลายคนเป็นห่วงเรื่องระยะทาง ที่ไม่เพียงอยู่ไกลจากตัวเมือง หากยังต้องเข้าซอกเล็กซอยน้อยกว่าจะถึง แต่เราคิดว่าในปัจจุบันตัวเมืองเชียงใหม่ขยายตัวมากขึ้นเรื่อย ๆ มีหมู่บ้านจัดสรรเกิดขึ้นมากมายตามอำเภอต่าง ๆ ที่ติดอำเภอเมือง หลายคนถึงแม้จะทำงานอยู่ในเมือง แต่ก็มีบ้านและใช้ชีวิตนอกเวลางานอยู่นอกเมือง เราไม่กังวลมากนัก แต่ก็ไม่คาดหวังมากเกินไปเช่นกัน รู้สึกเพียงว่าเหนื่อยมาก ๆ เพราะเราทำทุกอย่างเอง อยากให้ถึงวันเปิดเร็ว ๆ เพื่อที่หลังจากนั้น จะได้รู้ว่าอะไรดีไม่ดีแล้วค่อย ๆ ปรับแก้กันต่อไป เบเกอรี่พอมีลูกค้าเก่าอยู่บ้างแล้ว น่าจะค่อยเป็นค่อยไปได้ สิ่งที่กังวลเป็นเรื่องของชุมชนมากกว่า ว่าเราจะทำให้ชุมชนมีปัญหาอะไรบ้างหรือเปล่า

Waltz Bake x Harvest Moon Bookshop คู่รักที่เปลี่ยนบ้านเป็นร้านหนังสือและเบเกอรี่

ก่อนเปิดร้าน เราเพียงประกาศในช่องทางโซเชียลมีเดียและบอกกล่าวพี่น้องเพื่อนฝูง วันนั้นจึงมีเฉพาะคนรู้จักและลูกค้าเก่าเบเกอรี่มาให้กำลังใจ ค่อนข้างชุลมุนแต่อบอุ่น ทุกคนต่างเต็มใจรอ ช่วยอุดหนุนหนังสือ ไม่หงุดหงิดกับที่จอดรถที่มีเพียงน้อยนิด ทุกคนให้กำลังใจ เอาใจช่วยเรา รวมทั้งร้านหนังสืออิสระด้วยกันเอง ร้าน Book Re:public มาอุดหนุนขนมเครื่องดื่ม และซื้อหนังสือที่ผมเดาว่าที่ร้านเองก็น่าจะมีขาย พี่ ๆ ร้านเล่า และเวิ้งมาลัย มาให้กำลังใจ รวมถึงช่วยเก็บแก้วเก็บจาน ช่วยโบกช่วยดูที่จอดรถ น้องบางคนถึงกับมาช่วยล้างจาน

หลังจากนั้นหลายคนก็ช่วยไปเผยแพร่ ช่วยโฆษณาต่อ ๆ ไป จึงเริ่มมีลูกค้ามาเรื่อย ๆ ช่วยให้เราเริ่มตั้งไข่และเดินก้าวแรกได้เร็วขึ้น เริ่มมีผู้คนหลากหน้าหลายตาเข้ามา คนที่เคยซื้อขนมอยู่ในเมือง แต่เพิ่งรู้ข่าวก็อุตส่าห์ขับรถไกลมาหาพวกเรา หรือบางคนมาเพื่ออุดหนุนร้านหนังสืออิสระโดยเฉพาะ แต่ที่มักจะเรียกรอยยิ้มและกำลังใจให้เราเสมอ คือพ่อแม่ที่โดนลูกเกณฑ์มาด้วยความไม่เต็มใจ บ่นอุบอิบถึงความไกลและเส้นทางที่ลำบากเมื่อตอนมาถึง แต่ตอนกลับมักจะมาพูดคุยกับเราด้วยสีหน้าสบายใจยิ้มแย้มแจ่มใส คุณแม่ท่านหนึ่งพูดเล่นอย่างน่ารักว่า อยากซื้อที่ดินสร้างบ้านติดกัน

Waltz Bake x Harvest Moon Bookshop คู่รักที่เปลี่ยนบ้านเป็นร้านหนังสือและเบเกอรี่

เรื่องผลกระทบต่อคนในชุมชนเราก็ค่อย ๆ คลายความกังวล หมู่บ้านสันผักหวานน้อย อำเภอหางดง เป็นชุมชนที่ดี ผู้คนน่ารักและเอื้อเฟื้อ หลายคนคอยบอกทางคนที่หลงทาง บางคนคอยแนะนำเรื่องต่าง ๆ ช่วยแชร์รีวิว มาสอบถามสารทุกข์สุกดิบ อุดหนุนให้กำลังใจ ครั้งหนึ่งลูกค้าบอกว่าหลงทางเลยจอดสอบถามคนในหมู่บ้าน ไม่คิดว่าจะถึงกับขี่มอเตอร์ไซค์นำทางมาส่งถึงที่ร้าน – มาทราบตอนหลังว่าเป็นผู้ใหญ่บ้านเองที่นำทางมาส่ง

ถึงจะเหนื่อยกันมากในช่วงแรก ๆ แต่เรื่องเหล่านี้คอยพยุง คอยช่วยเป็นพลังใจเราได้อย่างมากมายมหาศาล

แม้ยังไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นยังไง แต่นับจากเปิดร้าน วันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2565 มาจนถึงตอนนี้ ถึงจะมีปัญหาอยู่บ้าง ผมก็ยังสบายใจ ได้ช่วยภรรยาทำขนมตอนเย็น ได้อยู่กับหนังสือ ลงมือแล้วและพยายามทำไปเรื่อย ๆ หาทางให้ร้านอยู่ให้ได้ ได้หาได้คัดเลือกหนังสือ ยังรู้สึกดีเมื่อมีคนซื้อหนังสือ หรือคนบอกว่าหนังสือน่าสนใจ เป็นทางเลือกเล็ก ๆ ให้กับคนที่สนใจในหนังสือ ยังได้อยู่กับหนังสือเหมือนเมื่อที่เคยเป็นมา 18 ปี

Waltz Bake x Harvest Moon Bookshop คู่รักที่เปลี่ยนบ้านเป็นร้านหนังสือและเบเกอรี่

แนะนำหนังสือ

โดย Harvest Moon Bookshop

1

เงาสีขาว

นักเขียน : แดนอรัญ แสงทอง

สำนักพิมพ์ : สามัญชน

ราคา : 780 บาท

นวนิยายแห่งความบ้าคลั่ง ปอกเปลือยตัวตนของปัจเจกที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งและมืดหม่น ออกมาในรูปแบบกระแสสำนึก ภาคกลางของนวนิยายไตรภาคที่เราไม่มีทางได้อ่านภาคต้นและภาคปลายแล้ว เป็นหนังสือที่ตั้งใจไว้นานแล้วว่า ถ้ามีร้านหนังสือต้องมีเล่มนี้ขาย

Waltz Bake x Harvest Moon Bookshop ความฝันของคู่รักที่ทำบ้านเป็นร้านหนังสือและร้านเบเกอรี่สุดละมุนที่เชียงใหม่

2

มันทำร้ายเราได้แค่นี้แหละ

นักเขียน : ภรณ์ทิพย์ มั่นคง

สำนักพิมพ์ : อ่าน

ราคา : 550 บาท

หนังสือที่ควรอ่านเพื่อเรียนรู้ เพื่อสร้างความภูมิคุ้มกันให้กับจิตใจ ในการที่จะสู้กับความอยุติธรรมต่าง ๆ ในสังคมและชีวิต แค่ส่วนแทรกที่นำมาจากการเขียนบันทึกตอนอยู่ในคุก บนหน้ากระดาษพระคัมภีร์ที่แอบฉีกมาก็ควรค่าแก่การอ่านเป็นอย่างยิ่งแล้ว

Waltz Bake x Harvest Moon Bookshop ความฝันของคู่รักที่ทำบ้านเป็นร้านหนังสือและร้านเบเกอรี่สุดละมุนที่เชียงใหม่

3

เราต่างมีแสงสว่างในตัวเอง

นักเขียน : วรพจน์ พันธุ์พงศ์

สำนักพิมพ์ : สมมติ

ราคา : 300 บาท

รวมบทสัมภาษณ์ โดยมือสัมภาษณ์มากประสบการณ์ เรียกได้ว่าเป็นชั้นต้นคนหนึ่งของเมืองไทย เลือกคนสัมภาษณ์ได้น่าสนใจ ไม่ฟูมฟายเกินไป หลายคำถามนำไปสู่การเปิดมุมมองที่หลากหลาย

Waltz Bake x Harvest Moon Bookshop ความฝันของคู่รักที่ทำบ้านเป็นร้านหนังสือและร้านเบเกอรี่สุดละมุนที่เชียงใหม่

แนะนำโดย Waltz Bakes

4

วันที่เหมาะกับขนมปัง ซุป และแมว

นักเขียน : มูเระ โยโกะ

นักแปล : สิริพร คดชาพร

สำนักพิมพ์ : Sandwich

ราคา : 230 บาท

เรื่องราวของอากิโกะ อดีตบรรณาธิการสาวที่ผันตัวมาเปิดร้านอาหาร ขายแค่แซนด์วิชกับซุปเคียงคู่กัน โดยบอกเล่าเรื่องราวในแต่ละวันที่เกิดขึ้นรอบตัวอากิโกะอย่างราบเรียบ แต่แฝงด้วยนัยยะสำคัญของการใช้ชีวิตบางอย่างเอาไว้ เป็นหนังสือที่อ่านแล้วให้ความรู้สึกอุ่นใจและผ่อนคลายในขณะเดียวกัน

Waltz Bake x Harvest Moon Bookshop ความฝันของคู่รักที่ทำบ้านเป็นร้านหนังสือและร้านเบเกอรี่สุดละมุนที่เชียงใหม่

5

เยิรเงาสลัว

นักเขียน : จุนอิชิโร ทานิซากิ 

นักแปล : สุวรรณา วงศ์ไวศยวรรณ

สำนักพิมพ์ : openbooks

ราคา : 265 บาท 

เป็นหนังสือที่ชวนเราละเลียดมองในความงามของความเงาสลัวที่กระทบลอดส่องผ่านตามซอกซอนสถาปัตยกรรมบ้านเรือน เครื่องครัวของใช้ หรือแม้กระทั่งวิถีชีวิตของคนญี่ปุ่นที่มีสุนทรียะของความสลัวเข้ามาเกี่ยวข้อง เป็นหนังสือที่ทำให้เราหยุดนิ่งและซึมซับความเป็นญี่ปุ่นได้อย่างเข้าใจ

Waltz Bake x Harvest Moon Bookshop ความฝันของคู่รักที่ทำบ้านเป็นร้านหนังสือและร้านเบเกอรี่สุดละมุนที่เชียงใหม่

Waltz Bakes x Harvest Moon Bookshop

ที่ตั้ง : 114/2 บ้านสันผักหวานน้อย หมู่ 7 ต.สันผักหวาน อ.หางดง จ.เชียงใหม่ (แผนที่)

โทรศัพท์ : 08 4488 4824, 09 5698 2410

วัน-เวลาทำการ : เวลา 09.00 – 17.00 น. ปิดวันพุธ

Facebook : Harvest Moon Bookshop และ Waltz Bakes

Instagram : harvestmoon_bookshop และ Waltz_bakes

Writer & Photographer

Avatar

ปิยศักดิ์ ประไพพร

ใช้ชีวิตวัยเด็กที่จังหวัดลำพูน ย้ายมาอยู่เชียงใหม่ตอนอายุ 13 ปี เข้าเรียนภาควิชาสังคมวิทยา - มานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แต่ไม่จบการศึกษา ทำงานที่ร้านเล่า 18 ปี ปัจจุบันร่วมกับภรรยาเปิดร้านขนมและร้านหนังสืออยู่ที่บ้าน ในหมู่บ้านสันผักหวานน้อย อำเภอหางดง เชียงใหม่

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load