28 มิถุนายน 2564
486

เป็นภาพคุ้นชินของเราไปแล้ว เมื่อเอ่ยถึงภูเก็ตทีไร คงไม่พ้นลมทะเลฤดูร้อน ต้นสนทะเลพริ้วไหวตามแรงลม ผู้คนเวียนฝากร่างกายและหัวใจให้น้ำทะเลสีฟ้าสดใสเยียวยา ทว่าในจังหวัดภูเก็ต ที่เดียวกันนี้เอง เมื่อผ่านถนนท่าเรือ-เมืองใหม่ มุ่งสู่ท่าเรือลงเกาะยาว ตำบลป่าคลอก อำเภอถลาง กลับมีกระท่อมหลังน้อยนามว่า

‘Booktree Library & Café’ ที่เปิดเคียงกับคลินิกทำฟัน

‘หนังสือ ต้นไม้ ห้องสมุด’ เป็นสถานที่ที่ เม-เมทินี เพชรจู ตัดสินใจกลับบ้านเกิดมารื้อฟื้นความฝันอันเกือบเลือนหายไปในวัยเด็ก ‘ห้องสมุด’ พื้นที่ตรงหน้าอัดแน่นด้วยหนังสือ ต้นไม้ และบรรยากาศแห่งการอ่าน เสมือนดั่งบ้านของทุกคน ชิงช้าไม้ชานบ้าน เปลนอนผ้าสบายตัว เจ้าตูบแสนรัก และคุณเหมียวงีบหลับพริ้มบนชั้นหนังสือ

ห้องสมุดหลังนี้ฝันอยากเป็นพื้นที่ของทุกคน และแบ่งปันประโยชน์จากสิ่งที่เธอรักให้ได้มากที่สุด แค่มาอ่านหนังสือ นอนเหยียดขาสบายๆ ฟังเสียงสายฝนในกระท่อมไม้หลังอบอุ่น, เมมาเห็นภาพนี้คงยิ้มแก้มแทบปริ

“เวลาเราทำอะไรด้วยความรัก คนจะรับรู้ถึงความรู้สึกตรงนั้นได้ บางคนก็อยากรู้ว่าเจ้าของร้านเป็นใคร หนังสือมาจากไหน ซึ่งมีหลายคนเลยนะที่สนใจเบื้องหลังของร้านและอยากคุยกับเรา” ทันตแพทย์เล่าด้วยเสียงใจดี

และนี่คือเบื้องหลังของห้องสมุดเล็กๆ ในอำเภอเล็กๆ ของจังหวัดภูเก็ต

ทันตแพทย์-บรรณารักษ์

เม พ่อแม่ และบรรพบุรุษ เป็นคนป่าคลอกโดยกำเนิด ช่วงเวลาวัยเด็กที่ป่าคลอกเมื่อย้อนกลับไปเมื่อ 30 – 40 ปีที่แล้วคงไม่ต่างจากภาพที่เราเห็นภูเก็ตในภาพยนตร์ร่วมสมัยนัก เธอเล่าถึงอดีตด้วยเสียงเปื้อนรอยยิ้มว่า 

“เมื่อพูดถึงความเจริญแล้ว นับว่าป่าคลอกมีความเจริญน้อยที่สุด” 

ถนนลูกรัง ไฟฟ้ายังเข้าไม่ถึง ระบบขนส่งสาธารณะเข้าสู่ตัวอำเภอเมืองภูเก็ตก็ต้องลุ้นเอาว่ารถจะมาเมื่อไหร่ เราแอบคิดถึงตัวเองตอนเด็กที่เวลาจะไปโรงเรียนทีไร ต้องรีบตื่นแต่เช้าเพื่อรอรถสองแถวที่ผ่านชั่วโมงละคัน 

Booktree Library Cafe ห้องสมุดในกระท่อมไม้ในชุมชนเล็กๆ จ.ภูเก็ต ของหมอฟันกลับบ้าน

เพื่อนเล่นคลายเหงาของเมคือ หนังสือ 

“เราอ่านได้ทุกอย่างนะ แต่ไม่ได้เป็นหนอนหนังสือ อีกอย่างบ้านเราอยู่นอกเมือง สมัยนั้นภูเก็ตยังไม่มีร้านหนังสือมากนัก อาศัยซื้อตามสำนักพิมพ์ที่เขามาเปิดขายในโรงเรียน แล้วแม่เราก็เป็นคุณครู เลยมีหนังสือเยอะหน่อย พอเรามีโอกาสมาเรียนกรุงเทพฯ ก็ชอบเดินเล่นร้านหนังสือ ชอบบรรยากาศร้านหนังสือ แล้วก็ชอบจัดหนังสือด้วย”

การได้สัมผัสแผ่นกระดาษ ซึมซับตัวอักษรทีละตัวช้าๆ ไล่จัดเรียงหนังสือทีละเล่ม เป็นความสุขของเธอ และโชคดีมากที่สมัยเด็กบ้านของเมมีหนังสือคอยโอบกอดเธออยู่เสมอ นอกจากหนังสือจะเป็นเพื่อนสนิทวัยเด็กของเมแล้ว

Booktree Library Cafe ห้องสมุดในกระท่อมไม้ในชุมชนเล็กๆ จ.ภูเก็ต ของหมอฟันกลับบ้าน

ปิงปองก็เป็นเพื่อนที่เธอรักมาจนถึงทุกวันนี้ (เมเป็นนักกีฬาปิงปองของโรงเรียนด้วยนะ)

“เมื่อก่อนเวลาเล่นทีก็ต้องไปที่โรงเรียน เพราะที่บ้านไม่มีกำลังซื้อโต๊ะปิงปองมาเล่น พอมีโอกาสก็เลยซื้อมาให้เด็กๆ แถวนี้เล่นกัน มีเด็กมาเล่นเยอะเลย แล้วเราชอบมากเวลาได้ยินเสียงเด็กเล่นปิงปอง” เธอส่งยิ้มร่า

จวบจนกาลเวลาผ่านไป เมเติบโตเป็นคุณหมอฟัน ผู้แบ่งเวลาจันทร์ถึงศุกร์ดูแลคลินิกทันตกรรมที่อำเภอตะกั่วป่า ส่วนช่วงเสาร์อาทิตย์ก็แวะกลับบ้านที่ป่าคลอก สวมร่างเป็นคุณบรรณารักษ์พิทักษ์หนังสือ 

ร้านหนังสือ-ห้องสมุด

แม้เติบโตเป็นหมอฟัน แต่ความฝันวัยเด็กยังคงขยับจังหวะเบาๆ เสมอไม่เสื่อมคลาย ในที่สุดเมื่อถึงเวลาจังหวะแจ่มแจ้งขึ้นมาอีกครั้ง เมตัดสินใจลาออกจากงานราชการ กลับสู่บ้านที่เคยเป็นสารตั้งต้นความฝันในวัย 50 

พอได้พูดคุยสืบสาวราวเรื่องจึงได้รู้ว่า จริงๆ แล้ว ‘Booktree’ เป็นชื่อร้านหนังสือของน้องชายเพื่อน แต่สะดุดปัญหาหลายอย่างเลยไม่ได้ไปต่อ เมเลยขอหยิบยืมชื่อ Booktree (หนังสือ ต้นไม้) สองสิ่งที่หลงรักมาใส่ปุ๋ยรดน้ำพรวนดิน จนเกิดเป็นร้านหนังสืออิสระ นามว่า ‘Booktree’ เมื่อ 10 ปีก่อน เธอว่าตัวตนของเจ้าของร้านคือมนตร์เสน่ห์ของร้านหนังสืออิสระ ที่ท้ายสุดก็ต่างดึงดูดคนที่ชอบอะไรคล้ายๆ กันเข้ามา คล้ายกับกฎแรงดึงดูดยังไงอย่างงั้น

จนเวลาล่วงผ่านเข้าปีที่ 7 ความฝันของเมก็เดินทางมาเคาะประตูร้านหนังสืออย่างไม่ทันตั้งตัว 

Booktree Library Cafe ห้องสมุดในกระท่อมไม้ในชุมชนเล็กๆ จ.ภูเก็ต ของหมอฟันกลับบ้าน
Booktree Library Cafe ห้องสมุดในกระท่อมไม้ในชุมชนเล็กๆ จ.ภูเก็ต ของหมอฟันกลับบ้าน

“จะทำห้องสมุดนะ…” เธอว่าอย่างนั้น

“พอเราแก่ก็อยากกลับไปอยู่ท่ามกลางหนังสือ เราอยากให้ความชอบของเราทำประโยชน์ให้คนอื่นได้ด้วย บางครั้งเราอ่านหนังสือแค่รอบเดียวก็วางไว้บนชั้น แต่ถ้าได้แบ่งปันสู่คนอื่น อย่างน้อยหนังสือหนึ่งเล่มส่งต่อให้คนอ่านได้สักสิบคน ประโยชน์ของมันก็เพิ่มมากขึ้นตามนั้น อีกอย่างเราอยากให้เด็กๆ แถวบ้านแวะมาอ่านหนังสือได้ด้วย”

ไม่นาน Booktree Library & Café ก็ผลิดอกบานสะพรั่งอีกครั้ง ณ อำเภอป่าคลอกบ้านเกิดของเม

“จะทำห้องสมุดนะ…” เมเปรยความตั้งใจกับคุณแม่และเพื่อนสนิทมิตรสหาย แม้ทุกคนจะพากันแยกย้ายและเติบโตไปคนละทิศละทาง พอรู้ข่าวจากเม หนังสือหลายเล่มถูกทยอยส่งจากเพื่อนที่กรุงเทพฯ บ้าง จากพี่น้องของเมบ้างหนังสือของเมที่เก็บสะสมบ้าง หนังสือหลั่งไหลมาที่ห้องสมุด ราวกับสายพานโรงงานช็อกโกแลตที่บรรจุช็อกโกแลตส่งถึงบ้านของเหล่าเด็กน้อย ใช่! เราเผลอนึกถึงหนังเรื่อง Charlie and the Chocolate Factory ภาพยนตร์วัยเด็กรสหอมหวาน

Booktree Library Cafe ห้องสมุดในกระท่อมไม้ในชุมชนเล็กๆ จ.ภูเก็ต ของหมอฟันกลับบ้าน

เมหาแผ่นไม้มาแกะสลักชื่อห้องสมุดด้วยตัวเอง ค่อยๆ ทำ ค่อยๆ จัดเรียงหนังสือใส่ชั้นไม้ แบ่งหมวดหมู่วรรณกรรมคลาสสิก วรรณกรรมสำหรับเด็ก How to สร้างกำลังใจ หนังสือตกแต่งบ้าน การเมือง ฯลฯ 

เมพยายามให้บรรยากาศดูผ่อนคลาย ไม่เป็นทางการเกินจนน่าอึดอัด ส่วนระบบการยืม-คืน แสนจะง่ายดายราวกับอ่านหนังสือของตัวเองอยู่ที่บ้าน เพียงแค่หยิบหนังสือที่อยากอ่านไปที่เคาน์เตอร์ เขียนชื่อหนังสือ ชื่อคนยืม และเบอร์โทรศัพท์ในสมุดเล่มเล็กๆ ที่เตรียมไว้ จากนั้นก็ยืมกลับบ้านได้เลย วันเวลาไม่ต้องพูดถึง ยาวนานเท่าไหร่ก็ได้ที่ใจต้องการ เพราะเมเข้าใจคนอ่านว่าบางเล่มไม่ควรรีบอ่านจบให้ทันเวลา บางอย่างต้องใช้เวลาละเมียดละไมทีละส่วน

ห้องสมุดเล็กๆ ในอำเภอเล็กๆ ของจังหวัดภูเก็ต ล้อมรอบด้วยหนังสือ ต้นไม้ และโต๊ะปิงปอง ที่อยากให้คนมานั่งๆ นอนๆ นานๆ

แถมเธอยังแบ่งพื้นที่บางส่วนสำหรับขายหนังสือด้วยนะ ถ้าเล่มไหนวางนานจนไม่มีคนรับไปอ่านต่อ ก็เก็บเข้าห้องสมุดไว้แบ่งปันนักอ่าน ซึ่งสถานการณ์ของร้านหนังสือไม่ได้ราบรื่นนัก ต้องใช้รายได้ส่วนตัวหล่อเลี้ยงเพื่อไปต่อ

“แต่เราจะทำยังไงให้มันอยู่ได้” ทันตแพทย์เจ้าของห้องสมุดและร้านหนังสืออิสระตั้งคำถาม

‘ทำทำไม’ หมัดฮุกจากคำพูดของคุณแม่ที่ถามเธอตั้งแต่เริ่มต้น เมรู้ดีว่าร้านหนังสือเลี้ยงตัวเองไม่ได้ เธอเลยหาคำตอบเพื่อคลายข้อสงสัย ว่าจะทำอย่างไรให้วงการร้านหนังสืออิสระมีลมหายใจอยู่ได้ ไม่ใช่รวยรินฮวบฮาบจนเจ้าของตกกระไดพลอยเข้าเนื้อตัวเอง เครื่องดื่มและเบเกอรี่เป็นคำตอบที่พอช่วยหล่อเลี้ยงร้านหนังสืออิสระให้ไปต่อ

ห้องสมุดเล็กๆ ในอำเภอเล็กๆ ของจังหวัดภูเก็ต ล้อมรอบด้วยหนังสือ ต้นไม้ และโต๊ะปิงปอง ที่อยากให้คนมานั่งๆ นอนๆ นานๆ

“ทำร้านหนังสือต้องอดทน แล้วต้องรู้ว่าความสุขจริงๆ ของเราคืออะไร อาชีพนี้ไม่รวยแน่นอน”

ประสบการณ์กว่า 10 ปีของการทำร้านหนังสืออิสระสอนให้เธอรู้จักคำว่า ‘อดทน’ 

0 – 1000

แม้เมจะไม่ใช่หนอนหนังสือ แต่หนังสือและรสชาติของการอ่าน เป็นวัตถุดิบที่ทำให้เมเป็นเมในทุกวันนี้ 

“การอ่านสำคัญนะ เราสะสมมันทีละนิดๆ เราไม่รู้หรอกว่าวันไหนจะได้ใช้ จนวันหนึ่งมันจะมาเองและช่วยให้เราทำอะไรบางอย่างได้ ซึ่งเราก็อยากให้เด็กๆ ในชุมชนมีโอกาสได้อ่านหนังสือ สะสมความรู้ตั้งแต่เด็กๆ”

ห้องสมุดเล็กๆ ในอำเภอเล็กๆ ของจังหวัดภูเก็ต ล้อมรอบด้วยหนังสือ ต้นไม้ และโต๊ะปิงปอง ที่อยากให้คนมานั่งๆ นอนๆ นานๆ

การสร้างบรรยากาศและวัฒนธรรมการอ่านสำคัญมากต่อการเติบโตของเด็กคนหนึ่ง เราอาจเคยได้ยินมาไม่น้อยว่าคนไทยไม่ค่อยอ่านหนังสือ ไม่ก็อ่านหนังสือไม่เกิน 7 บรรทัด แต่เมบอกว่า นี่อาจจะเป็นบทพิสูจน์เล็กๆ ที่ดำรงไว้ซึ่งสังคมการอ่าน เธอเล่าเรื่องของ น้องไมร่า ที่คุณพ่อคุณแม่ชวนน้องทำภารกิจอ่านหนังสือให้ครบ 1,000 เล่มก่อนเข้า ป.1 แม้ฟังดูเกินความสามารถของเด็กตัวจิ๋ว แต่น้องไมร่าพิชิตภารกิจสำเร็จเป็นที่เรียบร้อย (ขอปรบมือให้ชุดใหญ่)

โดยร้านหนังสือและห้องสมุดของเมก็เป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จนั้น 

“เราอยู่ได้เพราะแบบนี้แหละ อยู่ๆ มันก็มีแรงอยากจะทำต่อ” เธอเล่าด้วยความภูมิใจ

อยากรู้-แบ่งปัน

“ยิ่งโตขึ้น เรายิ่งอยากรู้อะไรอีกมากมายเลย บางอย่างเรียนมาก็ไม่ได้ใช้ หรืออันที่อยากจะใช้ก็ไม่ได้เรียน มันคงดีถ้าเปิดพื้นที่ให้คนมาสอนทักษะในชีวิตประจำวัน ทำของใช้ด้วยตัวเอง บางอย่างเราไม่จำต้องซื้อด้วยซ้ำ”

เมเล่าปนตลกสะท้อนความจริง เพราะเราก็รู้สึกไม่ต่างกัน อย่างเรื่องใกล้ตัวมาก ดูแลต้นไม้ยังไงให้ไม่ตาย เราก็ต้องแอบเสิร์ชอากู๋กูเกิลอยู่ตลอด หรือหนังสือพังเราจะซ่อมอย่างไร อยากทำสมุดเราจะเย็บอย่างไร

ห้องสมุดเล็กๆ ในอำเภอเล็กๆ ของจังหวัดภูเก็ต ล้อมรอบด้วยหนังสือ ต้นไม้ และโต๊ะปิงปอง ที่อยากให้คนมานั่งๆ นอนๆ นานๆ

โชคดีที่ยังมีเพื่อนต่างแขนง พอได้ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนแลกวิชาความรู้กันไป เมตั้งใจว่าในอนาคตอยากให้พื้นที่ของ Booktree Library & Café เป็นพื้นที่แบ่งปันความรู้ ใครชำนาญการเรื่องใดก็เอามาเล่ามาแชร์ เพื่อนบางคนทำอาหารเก่งมาก ในขณะที่อีกคนทำงานคราฟต์ยอดเยี่ยม คงดีถ้าพื้นที่ตรงนี้เป็นศูนย์กลางที่ยึดโยงพวกเขาเข้าหากัน 

“เราอยากให้ตรงนี้เป็นที่แลกเปลี่ยนของคนที่มีองค์ความรู้แตกต่างกัน เรายินดีให้ใช้บริการสถานที่ฟรี และตั้งใจไว้ว่าจะจัดเวิร์กช็อปเล็กๆ เดือนละครั้งสองครั้ง ถ้าไม่ติดโควิด-19 จะมีอาจารย์มาสอนซ่อมหนังสือด้วยนะ”

ค่อยเป็น-ค่อยไป

ห้องสมุดเล็กๆ ในอำเภอเล็กๆ ของจังหวัดภูเก็ต ล้อมรอบด้วยหนังสือ ต้นไม้ และโต๊ะปิงปอง ที่อยากให้คนมานั่งๆ นอนๆ นานๆ

แม้ห้องสมุดจะเปิดมาเกือบ 3 ปี พอพูดถึงผลลัพธ์ที่ตั้งใจไว้ว่าอย่างเป็นห้องสมุดเพื่อชุมชน ระหว่างทางก็ไม่ได้ราบเรียบอย่างที่คิดไว้ เมบอกว่าจริงๆ แล้วคนในละแวกนี้ไม่ได้เข้ามาใช้บริการบ่อยเมื่อเทียบกับคนจากที่อื่น เธอเล่าว่า “บางอย่างสิ่งที่เราคิดว่าสำคัญกับตัวเรา อาจจะไม่สำคัญกับคนอื่นก็ได้” เพื่อนละแวกบ้านในวัยเด็กของเมหลายคน สำหรับเขา การอ่านหนังสือในเวลาว่างระหว่างวันอาจจะไม่ใช่ตัวเลือกที่เลือกได้มากนัก เมื่อเทียบกับการทำงาน หาเงิน หล่อเลี้ยงชีวิต เธอจึงปล่อยให้กลายเป็นเรื่องของธรรมชาติมากกว่า ที่รอเวลาให้เด็กๆ และคนในชุมชนละแวกนั้นแวะเวียนเข้ามาเยือน

“ต้องค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป ของแบบนี้ต้องใช้เวลาและความอดทน” เธอยังเชื่อใน ‘เวลา’ และ ‘ความอดทน’

แต่ยังดีที่เด็กๆ แวะมาตีปิงปอง เล่นกับเจ้าตูบ ลูบหัวเจ้าเหมียว บ้างก็เข้ามาดูต้นไม้ 

เมเล่าเรื่องตลกให้เราฟังว่า ที่ร้านเธอชอบปลูกต้นไม้มาก จู่ๆ ก็มีคนมาฝากขายต้นไม้ด้วยเลย ห้องสมุดแห่งนี้เมถือว่าเป็นความสุขในช่วงบั้นปลายชีวิตในวัย 50 การได้ยินเสียงหัวเราะสดใสของเด็กๆ เห็นคนอ่านหนังสือ เห็นคนนั่งจิบกาแฟ เห็นคนจูงน้องหมามาเดินเล่น เห็นเพื่อนเล่นปิงปองด้วยกัน ล้วนมีความหมายและคุณค่ากับเธอมาก

ห้องสมุดเล็กๆ ในอำเภอเล็กๆ ของจังหวัดภูเก็ต ล้อมรอบด้วยหนังสือ ต้นไม้ และโต๊ะปิงปอง ที่อยากให้คนมานั่งๆ นอนๆ นานๆ

Booktree Library & Café (สาขา ภูเก็ต)

ที่ตั้ง : 16/3 หมู่ 2 ถนนท่าเรือ-เมืองใหม่ ตำบลป่าคลอก อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต (แผนที่)

เปิดบริการทุกวัน ยกเว้นวันพฤหัสบดี เวลา 9.00 – 18.00 น. 

โทรศัพท์ : 08 1539 3900  

Facebook : Booktree Library & Café

Writer

Avatar

ปภาวิน พุทธวรรณะ

เพิ่งเรียบจบอยู่ในช่วง Gap Year พยายามจะทดลองใช้ชีวิตคราวละวันทีละวันดำเนินชีวิตปกติสามัญธรรมดา แฟนคลับคนเหงาลุง Haruki Murakami

Photographer

Avatar

อธิวัฒน์ สุขคุ้ม

เป็นช่างภาพฟรีแลนซ์ ทำเพจรีวิวชื่อ ‘วาดแสง’ ชอบในการท่องเที่ยว เขา ทะเล ถ่ายภาพ กล้องฟิล์ม แคมปิ้ง รักอิสระ เป็นคนภูเก็ตโดยกำเนิด

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

เมื่อพูดถึงเวิ้งในจังหวัดเชียงใหม่ หลายคนคงนึกออกไม่มากก็น้อยตามแต่ที่เคยไป หรือนักศึกษารั้วม่วงอย่างผมคงหนีไม่พ้นเวิ้งคุณนลี อย่างไรก็ตาม ในช่วง 2 เดือนมานี้มี Community Space แห่งใหม่สำหรับคนเชียงใหม่เกิดขึ้นในทำเลใกล้กับสถานีรถไฟ

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

สถานที่แห่งนี้มีชื่อว่าHeng Station (เฮงสเตชั่น)’ เวิ้งอยู่ตรงข้ามกับสถานีรถไฟชนิดที่ระหว่างกำลังดื่มกาแฟอาจยกมือถือขึ้นมาถ่ายรูปรถไฟเป็นฉากหลังได้ หรือถ้ามาทานอาหารมื้อหนักก็มีร้านรองรับ พร้อมด้วยของหวานตบท้าย จบด้วยร้านเครื่องหอมไว้เป็นของติดไม้ติดมือกลับบ้าน

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

วันนี้ คิม-วโรดม สหชัยเสรี เขาคือชายหนุ่มผู้เกิด เติบโต และศึกษาเล่าเรียนที่เชียงใหม่ ก่อนต้องโยกย้ายตัวเองไปทำงานที่จังหวัดชลบุรี พร้อมกับเดินทางไปญี่ปุ่นทุกปี จนซึมซับวัฒนธรรมเหล่านั้นมาสั่งสมเอาไว้ แล้วจึงนำกลับมาประยุกต์ใช้เพื่อสานต่อธุรกิจที่บ้าน พร้อมกับเล่าเรื่องราวการรื้อฟื้นสถานที่ซึ่งมีความเป็นมายาวนานตั้งแต่ปี 1960 ให้มีชีวิตอีกครั้งหนึ่งในปี 2023 

เปิดประตูเวิ้งใหม่เอี่ยมมาเยี่ยมเยียนสถานที่เก่าแก่ 62 ปีพร้อมกันเลย

เสี่ยมเฮงพืชผล

สถานที่นี้มีเรื่องราวเริ่มต้นน่าสนใจ และต้อนย้อนกลับไปตั้งแต่สมัยรุ่นอากงของคิม เพราะแรกเริ่มเดิมทีตามคำบอกเล่าของเขา อากงข้ามน้ำข้ามทะเลหนีสงครามมาจากประเทศจีน ระหกระเหินมายังกรุงเทพฯ จากนั้นเดินเท้าตามรางรถไฟมาเรื่อย ๆ จนถึงจังหวัดเชียงใหม่ และลงหลักปักฐานด้วยการสมัครเข้าทำงานกับบริษัทเชลแล็กสยามในช่วงปี 1960

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

แล้วเรื่องราวก็กระโดดข้ามมายังช่วงเวลาประมาณปี 1977 (พ.ศ. 2520) บริษัทเชลแล็กสยามปิดตัวลง โดยไม่แน่ใจว่าย้ายมายังสถานที่ ณ ปัจจุบันนี้อยู่ก่อนแล้วหรือเปล่า

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

ถึงอย่างนั้นอากงของคิมก็ซื้อที่ดินแปลงนี้แล้วเปิดกิจการของตัวเองในชื่อ ‘เสี่ยมเฮงพืชผล’ นับตั้งแต่ปี 1971-1992 (เสี่ยม มีความหมายว่า สยาม และเป็นที่มาของชื่อ เฮง สเตชั่น ในปัจจุบัน) โดยเปลี่ยนมาค้ากระเทียมเป็นหลัก แต่ก็ยังมีเชลแล็กและพืชผลทางเกษตรกรรมอื่น ๆ ซึ่งรับมาจากชาวสวนในภาคเหนือ และส่งขึ้นรถไฟไปกรุงเทพฯ สถานที่ตรงนี้ที่ติดกับสถานีรถไฟ จึงเป็นทำเลอันเหมาะสมอย่างไร้ข้อโต้แย้ง

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

ช่วงปี 1991 อากงเสีย เหลือเพียงอาม่า ซึ่งแบกรับธุรกิจนี้ด้วยตัวคนเดียวไม่ไหว ส่วนคุณพ่อของคิมอยู่ในเส้นทางสายอาจารย์ และไม่มีความสนใจสานต่อสถานที่แห่งนี้ เสี่ยมเฮงจึงปิดตัวลงในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ปี 1992 ซึ่งเป็นปีเกิดของคิมพอดี และถูกทิ้งเป็นโกดังร้างนับแต่นั้นมา

เฮงสเตชั่น

เวลาล่วงเลยมาจนกระทั่งคิมเรียนอยู่มหาวิทยาลัยปีที่ 3 เขาค่อย ๆ รื้อฟื้นสถานที่แห่งนี้อีกครั้งด้วยการเปิดห้องแถวเชิงพาณิชย์เล็ก ๆ อยู่ด้านหน้าติดกับถนน อีกทั้งยังได้เรียนรู้และซึมซับการลงทุนจากคุณลุง และเมื่อถึงวัยทำงาน เขาจึงเริ่มฉุกคิดได้ว่า น่าจะเอาสถานที่ตรงนี้มาใช้ประโยชน์แทนที่จะไม่ปล่อยให้ทิ้งร้าง

คิมคิดแล้วคิดอีกว่าจะใช้ที่ดินตรงนี้ทำอะไรดี แต่ทุกครั้งก็มีคำถามพ่วงท้ายเสมอว่า พื้นที่นี้เป็นทางลึก หน้าแคบ และคุณพ่อตั้งเงื่อนไขเอาไว้ 1 ข้อ คือ ทุกอย่างต้องคงรูปร่างเดิมให้มากที่สุด การทุบเพื่อประกอบร่างใหม่หลายครั้งอาจนำมาซึ่งปัญหากับคุณพ่อได้ จุดนี้เองที่คิมต้องนำความรู้ด้านวิศวกรรมที่เขาร่ำเรียนมาใช้อย่างเต็มที่ ในการรีโนเวตโกดังแห่งนี้ไม่ให้เป็นแค่ห้องแถวต่อ ๆ กัน

“ผมเริ่มก่อสร้างจริง ๆ คือมีนาคม ปี 2022 ใช้เวลารีเสิร์ชนานมาก ออกแบบ วางแปลน สลับแปลน จะมีสวนตรงไหนเพื่อให้ดูไม่อึดอัด พร้อมกับดูบริบทพื้นที่โดยรอบ”

สเตชั่น Community Space ในสวนหลังบ้าน จ.เชียงใหม่ ที่ปลุกโกดังปี 1960 ของอากงให้มีชีวิต
สเตชั่น Community Space ในสวนหลังบ้าน จ.เชียงใหม่ ที่ปลุกโกดังปี 1960 ของอากงให้มีชีวิต

คิมสร้างตึกหลังหนึ่งข้างในโกดังอีกที เทคานส่วนที่เป็นกำแพง วางตอม่อเสาใหม่ และก่อกำแพงขึ้นมาด้านใน แต่ด้านนอกยังคงทุกอย่างไว้เหมือนเดิม จากเดิมที่เป็นหลังคาเต็ม เขารื้อหลังคาออกครึ่งหนึ่ง และปรับพื้นที่ตรงนั้นออกเป็นสวน เพื่อเพิ่มความน่าสนใจและดึงดูดให้คนเดินเข้าไปด้านใน

“ผมเพิ่มพื้นที่ด้วยการขยายเข้ามาในพื้นที่ของเราเอง สร้างคอมมูนิตี้ให้คนมาใช้เวลาวันหยุดกับเพื่อน” ประโยคนี้เห็นจะเป็นชิ้นส่วนสุดท้ายที่ทำให้การก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์

Community Space

“ผมว่าการใช้คำว่า คอมมูนิตี้ ดูเป็นสถานที่ที่ให้คนมาพบปะกันมากกว่าเป็นพื้นที่ขายของ ผมอยากให้คนมานั่งเล่น มาคุยกัน ใช้เวลานั่งเม้ากับเพื่อนในช่วงวันหยุด ก็เลยใช้คำนี้”

ในตอนนี้ เฮงสเตชั่น เปิดทำการตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น

คิมไม่ได้ต้องการให้ที่นี่กลายเป็นผับหรือบาร์ สาเหตุมาจากส่วนหนึ่งของพื้นที่เป็นที่อยู่อาศัยของครอบครัว เขาขอแค่ให้คนที่มาได้นั่งเล่น พูดคุย พบปะ ไม่จำเป็นต้องรับประสบการณ์ คิดเสียว่าที่นี่คือ ‘สวนหลังบ้าน’ ซึ่งทุกคนเข้ามาเดินเล่นได้อย่างผ่อนคลาย อีกทั้งยังมี 1 ร้านข้าว 1 ร้านกาแฟ 1 ร้านเครื่องหอม และ 2 ร้านเบเกอรี่ คอยรองรับความต้องการของเหล่าผู้คนที่เข้ามาเยือน

แล้วคิมก็พาเราทัวร์ตามร้านต่าง ๆ อย่างเป็นมิตร และให้พวกเขาอธิบายถึงจุดเด่นที่อยากนำเสนอ เราเริ่มต้นกันที่…

School Coffee

ร้านกาแฟที่ตั้งอยู่หน้าสุดของโครงการ เปรียบเสมือนพื้นที่รับแขกให้ผู้คนเข้ามาซื้อกาแฟหรือเครื่องดื่มก่อนเดินสำรวจ ร้านกาแฟแห่งนี้มีคอนเซปต์ว่า สร้างความสุขให้ทุกภาคส่วน เริ่มต้นจากธรรมชาติ แหล่งปลูกกาแฟ ต้นกาแฟสายพันธ์ุต่าง ๆ การแปรรูปกาแฟที่เป็นผลไม้ให้กลายเป็นสารกาแฟ ส่วนถัดมาเป็นบาริสต้า และจบลงที่ลูกค้าทุก ๆ ท่านได้รับผลิตภัณฑ์ดี ๆ จากทางร้าน

สเตชั่น Community Space ในสวนหลังบ้าน จ.เชียงใหม่ ที่ปลุกโกดังปี 1960 ของอากงให้มีชีวิต
สเตชั่น Community Space ในสวนหลังบ้าน จ.เชียงใหม่ ที่ปลุกโกดังปี 1960 ของอากงให้มีชีวิต

เมื่อไหร่ก็ตามที่ทุกคนในทุกภาคส่วนมีความสุข วงล้อแห่งการพัฒนาก็จะเริ่มเป็นไปตามแนวทางที่ทางร้านตั้งใจ และขับเคลื่อนได้ด้วยตัวของมันเอง แต่ก็ใส่พลังเข้าไปได้ในบางจังหวะ (ตามที่ทางร้านได้บอกกับเรา) เมื่อมาถึงร้าน School Coffee ลูกค้าเลือกกาแฟที่อยากจิบได้ตามต้องการ ตั้งแต่เมล็ด ระดับการคั่ว และกระบวนการชงกาแฟ ซึ่งเมนูซิกเนเจอร์ที่พวกเขาไม่เคยทอดทิ้งและยังคงมีตลอดไป นั่นคือ ยาคูลท์ปีโป้ปั่นและโอริโอ้ปั่น เพื่อเป็นเกียรติให้แก่บาริสต้าคนแรกผู้คิดค้น 2 เมนูนี้ที่อยู่คู่กับร้านมาตั้งแต่ยังเปิดอยู่ที่กรุงเทพฯ อ้อ ขอกระซิบดัง ๆ ว่าร้านนี้เจ้าของเดียวกับ ร้านสุขพอดี นะ

KLĀY concept

ร้านเครื่องหอมที่เน้นเล่าเรื่องราวผ่านงานเซรามิก

เทียนหอมในถ้วยเทียนเซรามิกมาจากเทศบาลเมืองแม่โจ้ เนื่องจากทางร้านพยายามสนับสนุนผู้ประการรายย่อยให้ได้มากที่สุด สินค้านิยมคือเจ้าก้อนสี่เหลี่ยม วิธีใช้ง่าย ๆ ไม่มีอะไรซับซ้อน หยดน้ำมันหอมระเหยลงบนก้อนเซรามิก แล้วรอให้ดูดซึมน้ำหอม ซึ่งทางร้านดีไซน์ให้มีความกลมอยู่ภายใน จึงเกิดการถ่ายเทเข้า-ออกของอากาศผ่านเนื้อเซรามิก เป็นการกระจายกลิ่นหอมเบา ๆ

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน
เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

ขณะเดียวกัน ทางร้านยังมีการจัดเวิร์กช็อปให้แก่ผู้ที่สนใจ เป็นการผสมกลิ่มน้ำหอม ทำเทียนหอม และทำเครื่องหอม เน้นเรื่องของการพยายามให้ผ่อนคลายทุกประสาทสัมผัสผ่าน Therapy

เวิร์กช็อปเป็นกลุ่มได้ไม่เกิน 6 คน หากใครสนใจสอบถามหน้าร้านได้เลย 

The Dorm Bakery

หนึ่งในร้านเบเกอรี่ประจำ เฮงสเตชั่น ที่เปิดหน้าร้านเป็นของตัวเองครั้งแรกพร้อมกับโครงการ โดยภายในร้านประกอบด้วยเมนูเบเกอรี่ปกติและเมนูวีแกน (ทางร้านเรียกว่า สูตรเจ) ในราคาไม่แพง 

ทุกเมนูต่างประกอบด้วยความโฮมและแฮนด์เมด เมนูที่ทางร้านแนะนำว่าต้องลองลิ้มให้ได้ ได้แก่ เค้กแคร์รอต พายแอปเปิล และกราโนล่าบาร์ (ปราศจากกลูเต็น อัดแน่นด้วยคุณประโยชน์)

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

Circle.Pound

ร้านเค้กวันเกิดที่ขายเค้กแบ่งชิ้นสำหรับลูกค้าที่ไม่อยากทานเยอะมาก เมนูแนะนำ ได้แก่ โยเกิร์ตชีสเค้ก ซึ่งเป็นเมนูที่มีทุกวัน ส่วนเมนูพิเศษ ทางร้านขอแนะนำ เครมบรูเล่ ชีสเค้กท็อปด้วยน้ำตาลเผา เวลากินต้องใช้ช้อนเคาะด้านบน ลูกค้าสนุกด้วย อร่อยด้วย

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

POHSOP local-rice eatery

ร้านอาหารจานข้าวที่ให้ความสำคัญกับการใช้ข้าวอย่างแท้จริง เพราะร้านโพสพเลือกคัดสรรข้าวแต่ละชนิดตามแต่ฤดูกาล เพื่อยกระดับและเชิดชูข้าวให้กลายเป็นพระเอกของร้าน โดยทางร้านบอกว่าทุกเมนูปลอดเนื้อสัตว์ เพราะอยากให้ลูกค้าได้พักท้องจากการย่อยอาหารมื้อหนัก ๆ ที่มีเนื้อสัตว์เป็นส่วนประกอบ และหวังว่าอาหารของทางร้านจะเป็น Comfort Food สำหรับใครหลายคน

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

นอกจากนี้ทางร้านยังไม่ได้เจาะจงสัญชาติหรือประเภทอาหารของตน เพราะด้วยความต้องการที่จะก้าวข้ามการถูกจำกัดความ อาหารของร้านโพสพจึงมีอาหารหลายสัญชาติ และผสมผสานจนเกิดเป็นอาหารหน้าใหม่ได้อย่างลงตัว เช่น พิซซ่าดอย ใช้ผักดองเป็นหน้าพิซซ่า และแป้งทำจากข้าวปุกงา หรือ ข้าวแต๋นทาปาส เป็นการผสมผสานอาหารทานเล่นของสเปนกับไทย

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

ตามที่บอกไว้ตอนต้น คิมซึมซับเอาวัฒนธรรมญี่ปุ่นมาไม่มากก็น้อยจากการเดินทางไปแดนอาทิตย์อุทัยหลายต่อหลายครั้ง แนวคิดในการสร้างสถานที่แห่งนี้จึงพยายามให้กลายเป็นสวนญี่ปุ่นที่ผู้คนมาเดินเล่น นั่งคุย หย่อนใจ รวมไปถึงพักเหนื่อยจากการเดินห้างสรรพสินค้าหรือท่องเที่ยวในช่วงที่นักท่องเที่ยวหนาแน่นระดับไหล่นชนไหล่ ศอกชนศอก 

แม้เฮงสเตชั่น จะเปิดมาเพียง 2 เดือน แต่ก็มีคนแวะเวียนมาสร้างสีสันให้พื้นที่คึกคักไม่ขาดสาย และคิมเองก็อยากขยับขยายพื้นที่ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ รวมถึงวางแผนจะรีโนเวตโกดังอีกหลังที่อยู่ติดกัน เพื่อเพิ่มจำนวนร้านค้า ขยายพื้นที่สีเขียว ลดจำนวนพื้นปูน และใกล้ความเป็นสวนที่สุด 

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน
Heng Station
  • 142 ซอยรถไฟ ตำบลวัดเกต อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ (แผนที่)
  • เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
  • 08 3765 0940
  • Heng Station

Writer

Avatar

พัทธนันท์ สวนมะลิ

เด็กกรุงเทพฯ ผู้เป็น Sneakerhead และ Cinephile ที่หอบเสื่อผืนหมอนใบมาเรียนเชียงใหม่ แล้วสุดท้ายก็กลับไปตายรังที่กรุงเทพฯ

Photographer

Avatar

กรินทร์ มงคลพันธ์

ช่างภาพอิสระชาวเชียงใหม่ ร่ำเรียนมาทางศิลปะจากคณะที่ได้ชื่อว่ามีวงดนตรีลูกทุ่งแสนบันเทิงของเมืองเหนือ มีความสุขกับการกดชัตเตอร์ในแสงเงาธรรมชาติ ชอบแมว หมา และบ้าจักรยานไม่แพ้กิจกรรมกลางแจ้งอื่น ๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load