28 มิถุนายน 2564
17 K

เป็นภาพคุ้นชินของเราไปแล้ว เมื่อเอ่ยถึงภูเก็ตทีไร คงไม่พ้นลมทะเลฤดูร้อน ต้นสนทะเลพริ้วไหวตามแรงลม ผู้คนเวียนฝากร่างกายและหัวใจให้น้ำทะเลสีฟ้าสดใสเยียวยา ทว่าในจังหวัดภูเก็ต ที่เดียวกันนี้เอง เมื่อผ่านถนนท่าเรือ-เมืองใหม่ มุ่งสู่ท่าเรือลงเกาะยาว ตำบลป่าคลอก อำเภอถลาง กลับมีกระท่อมหลังน้อยนามว่า

‘Booktree Library & Café’ ที่เปิดเคียงกับคลินิกทำฟัน

‘หนังสือ ต้นไม้ ห้องสมุด’ เป็นสถานที่ที่ เม-เมทินี เพชรจู ตัดสินใจกลับบ้านเกิดมารื้อฟื้นความฝันอันเกือบเลือนหายไปในวัยเด็ก ‘ห้องสมุด’ พื้นที่ตรงหน้าอัดแน่นด้วยหนังสือ ต้นไม้ และบรรยากาศแห่งการอ่าน เสมือนดั่งบ้านของทุกคน ชิงช้าไม้ชานบ้าน เปลนอนผ้าสบายตัว เจ้าตูบแสนรัก และคุณเหมียวงีบหลับพริ้มบนชั้นหนังสือ

ห้องสมุดหลังนี้ฝันอยากเป็นพื้นที่ของทุกคน และแบ่งปันประโยชน์จากสิ่งที่เธอรักให้ได้มากที่สุด แค่มาอ่านหนังสือ นอนเหยียดขาสบายๆ ฟังเสียงสายฝนในกระท่อมไม้หลังอบอุ่น, เมมาเห็นภาพนี้คงยิ้มแก้มแทบปริ

“เวลาเราทำอะไรด้วยความรัก คนจะรับรู้ถึงความรู้สึกตรงนั้นได้ บางคนก็อยากรู้ว่าเจ้าของร้านเป็นใคร หนังสือมาจากไหน ซึ่งมีหลายคนเลยนะที่สนใจเบื้องหลังของร้านและอยากคุยกับเรา” ทันตแพทย์เล่าด้วยเสียงใจดี

และนี่คือเบื้องหลังของห้องสมุดเล็กๆ ในอำเภอเล็กๆ ของจังหวัดภูเก็ต

ทันตแพทย์-บรรณารักษ์

เม พ่อแม่ และบรรพบุรุษ เป็นคนป่าคลอกโดยกำเนิด ช่วงเวลาวัยเด็กที่ป่าคลอกเมื่อย้อนกลับไปเมื่อ 30 – 40 ปีที่แล้วคงไม่ต่างจากภาพที่เราเห็นภูเก็ตในภาพยนตร์ร่วมสมัยนัก เธอเล่าถึงอดีตด้วยเสียงเปื้อนรอยยิ้มว่า 

“เมื่อพูดถึงความเจริญแล้ว นับว่าป่าคลอกมีความเจริญน้อยที่สุด” 

ถนนลูกรัง ไฟฟ้ายังเข้าไม่ถึง ระบบขนส่งสาธารณะเข้าสู่ตัวอำเภอเมืองภูเก็ตก็ต้องลุ้นเอาว่ารถจะมาเมื่อไหร่ เราแอบคิดถึงตัวเองตอนเด็กที่เวลาจะไปโรงเรียนทีไร ต้องรีบตื่นแต่เช้าเพื่อรอรถสองแถวที่ผ่านชั่วโมงละคัน 

Booktree Library Cafe ห้องสมุดในกระท่อมไม้ในชุมชนเล็กๆ จ.ภูเก็ต ของหมอฟันกลับบ้าน

เพื่อนเล่นคลายเหงาของเมคือ หนังสือ 

“เราอ่านได้ทุกอย่างนะ แต่ไม่ได้เป็นหนอนหนังสือ อีกอย่างบ้านเราอยู่นอกเมือง สมัยนั้นภูเก็ตยังไม่มีร้านหนังสือมากนัก อาศัยซื้อตามสำนักพิมพ์ที่เขามาเปิดขายในโรงเรียน แล้วแม่เราก็เป็นคุณครู เลยมีหนังสือเยอะหน่อย พอเรามีโอกาสมาเรียนกรุงเทพฯ ก็ชอบเดินเล่นร้านหนังสือ ชอบบรรยากาศร้านหนังสือ แล้วก็ชอบจัดหนังสือด้วย”

การได้สัมผัสแผ่นกระดาษ ซึมซับตัวอักษรทีละตัวช้าๆ ไล่จัดเรียงหนังสือทีละเล่ม เป็นความสุขของเธอ และโชคดีมากที่สมัยเด็กบ้านของเมมีหนังสือคอยโอบกอดเธออยู่เสมอ นอกจากหนังสือจะเป็นเพื่อนสนิทวัยเด็กของเมแล้ว

Booktree Library Cafe ห้องสมุดในกระท่อมไม้ในชุมชนเล็กๆ จ.ภูเก็ต ของหมอฟันกลับบ้าน

ปิงปองก็เป็นเพื่อนที่เธอรักมาจนถึงทุกวันนี้ (เมเป็นนักกีฬาปิงปองของโรงเรียนด้วยนะ)

“เมื่อก่อนเวลาเล่นทีก็ต้องไปที่โรงเรียน เพราะที่บ้านไม่มีกำลังซื้อโต๊ะปิงปองมาเล่น พอมีโอกาสก็เลยซื้อมาให้เด็กๆ แถวนี้เล่นกัน มีเด็กมาเล่นเยอะเลย แล้วเราชอบมากเวลาได้ยินเสียงเด็กเล่นปิงปอง” เธอส่งยิ้มร่า

จวบจนกาลเวลาผ่านไป เมเติบโตเป็นคุณหมอฟัน ผู้แบ่งเวลาจันทร์ถึงศุกร์ดูแลคลินิกทันตกรรมที่อำเภอตะกั่วป่า ส่วนช่วงเสาร์อาทิตย์ก็แวะกลับบ้านที่ป่าคลอก สวมร่างเป็นคุณบรรณารักษ์พิทักษ์หนังสือ 

ร้านหนังสือ-ห้องสมุด

แม้เติบโตเป็นหมอฟัน แต่ความฝันวัยเด็กยังคงขยับจังหวะเบาๆ เสมอไม่เสื่อมคลาย ในที่สุดเมื่อถึงเวลาจังหวะแจ่มแจ้งขึ้นมาอีกครั้ง เมตัดสินใจลาออกจากงานราชการ กลับสู่บ้านที่เคยเป็นสารตั้งต้นความฝันในวัย 50 

พอได้พูดคุยสืบสาวราวเรื่องจึงได้รู้ว่า จริงๆ แล้ว ‘Booktree’ เป็นชื่อร้านหนังสือของน้องชายเพื่อน แต่สะดุดปัญหาหลายอย่างเลยไม่ได้ไปต่อ เมเลยขอหยิบยืมชื่อ Booktree (หนังสือ ต้นไม้) สองสิ่งที่หลงรักมาใส่ปุ๋ยรดน้ำพรวนดิน จนเกิดเป็นร้านหนังสืออิสระ นามว่า ‘Booktree’ เมื่อ 10 ปีก่อน เธอว่าตัวตนของเจ้าของร้านคือมนตร์เสน่ห์ของร้านหนังสืออิสระ ที่ท้ายสุดก็ต่างดึงดูดคนที่ชอบอะไรคล้ายๆ กันเข้ามา คล้ายกับกฎแรงดึงดูดยังไงอย่างงั้น

จนเวลาล่วงผ่านเข้าปีที่ 7 ความฝันของเมก็เดินทางมาเคาะประตูร้านหนังสืออย่างไม่ทันตั้งตัว 

Booktree Library Cafe ห้องสมุดในกระท่อมไม้ในชุมชนเล็กๆ จ.ภูเก็ต ของหมอฟันกลับบ้าน
Booktree Library Cafe ห้องสมุดในกระท่อมไม้ในชุมชนเล็กๆ จ.ภูเก็ต ของหมอฟันกลับบ้าน

“จะทำห้องสมุดนะ…” เธอว่าอย่างนั้น

“พอเราแก่ก็อยากกลับไปอยู่ท่ามกลางหนังสือ เราอยากให้ความชอบของเราทำประโยชน์ให้คนอื่นได้ด้วย บางครั้งเราอ่านหนังสือแค่รอบเดียวก็วางไว้บนชั้น แต่ถ้าได้แบ่งปันสู่คนอื่น อย่างน้อยหนังสือหนึ่งเล่มส่งต่อให้คนอ่านได้สักสิบคน ประโยชน์ของมันก็เพิ่มมากขึ้นตามนั้น อีกอย่างเราอยากให้เด็กๆ แถวบ้านแวะมาอ่านหนังสือได้ด้วย”

ไม่นาน Booktree Library & Café ก็ผลิดอกบานสะพรั่งอีกครั้ง ณ อำเภอป่าคลอกบ้านเกิดของเม

“จะทำห้องสมุดนะ…” เมเปรยความตั้งใจกับคุณแม่และเพื่อนสนิทมิตรสหาย แม้ทุกคนจะพากันแยกย้ายและเติบโตไปคนละทิศละทาง พอรู้ข่าวจากเม หนังสือหลายเล่มถูกทยอยส่งจากเพื่อนที่กรุงเทพฯ บ้าง จากพี่น้องของเมบ้างหนังสือของเมที่เก็บสะสมบ้าง หนังสือหลั่งไหลมาที่ห้องสมุด ราวกับสายพานโรงงานช็อกโกแลตที่บรรจุช็อกโกแลตส่งถึงบ้านของเหล่าเด็กน้อย ใช่! เราเผลอนึกถึงหนังเรื่อง Charlie and the Chocolate Factory ภาพยนตร์วัยเด็กรสหอมหวาน

Booktree Library Cafe ห้องสมุดในกระท่อมไม้ในชุมชนเล็กๆ จ.ภูเก็ต ของหมอฟันกลับบ้าน

เมหาแผ่นไม้มาแกะสลักชื่อห้องสมุดด้วยตัวเอง ค่อยๆ ทำ ค่อยๆ จัดเรียงหนังสือใส่ชั้นไม้ แบ่งหมวดหมู่วรรณกรรมคลาสสิก วรรณกรรมสำหรับเด็ก How to สร้างกำลังใจ หนังสือตกแต่งบ้าน การเมือง ฯลฯ 

เมพยายามให้บรรยากาศดูผ่อนคลาย ไม่เป็นทางการเกินจนน่าอึดอัด ส่วนระบบการยืม-คืน แสนจะง่ายดายราวกับอ่านหนังสือของตัวเองอยู่ที่บ้าน เพียงแค่หยิบหนังสือที่อยากอ่านไปที่เคาน์เตอร์ เขียนชื่อหนังสือ ชื่อคนยืม และเบอร์โทรศัพท์ในสมุดเล่มเล็กๆ ที่เตรียมไว้ จากนั้นก็ยืมกลับบ้านได้เลย วันเวลาไม่ต้องพูดถึง ยาวนานเท่าไหร่ก็ได้ที่ใจต้องการ เพราะเมเข้าใจคนอ่านว่าบางเล่มไม่ควรรีบอ่านจบให้ทันเวลา บางอย่างต้องใช้เวลาละเมียดละไมทีละส่วน

ห้องสมุดเล็กๆ ในอำเภอเล็กๆ ของจังหวัดภูเก็ต ล้อมรอบด้วยหนังสือ ต้นไม้ และโต๊ะปิงปอง ที่อยากให้คนมานั่งๆ นอนๆ นานๆ

แถมเธอยังแบ่งพื้นที่บางส่วนสำหรับขายหนังสือด้วยนะ ถ้าเล่มไหนวางนานจนไม่มีคนรับไปอ่านต่อ ก็เก็บเข้าห้องสมุดไว้แบ่งปันนักอ่าน ซึ่งสถานการณ์ของร้านหนังสือไม่ได้ราบรื่นนัก ต้องใช้รายได้ส่วนตัวหล่อเลี้ยงเพื่อไปต่อ

“แต่เราจะทำยังไงให้มันอยู่ได้” ทันตแพทย์เจ้าของห้องสมุดและร้านหนังสืออิสระตั้งคำถาม

‘ทำทำไม’ หมัดฮุกจากคำพูดของคุณแม่ที่ถามเธอตั้งแต่เริ่มต้น เมรู้ดีว่าร้านหนังสือเลี้ยงตัวเองไม่ได้ เธอเลยหาคำตอบเพื่อคลายข้อสงสัย ว่าจะทำอย่างไรให้วงการร้านหนังสืออิสระมีลมหายใจอยู่ได้ ไม่ใช่รวยรินฮวบฮาบจนเจ้าของตกกระไดพลอยเข้าเนื้อตัวเอง เครื่องดื่มและเบเกอรี่เป็นคำตอบที่พอช่วยหล่อเลี้ยงร้านหนังสืออิสระให้ไปต่อ

ห้องสมุดเล็กๆ ในอำเภอเล็กๆ ของจังหวัดภูเก็ต ล้อมรอบด้วยหนังสือ ต้นไม้ และโต๊ะปิงปอง ที่อยากให้คนมานั่งๆ นอนๆ นานๆ

“ทำร้านหนังสือต้องอดทน แล้วต้องรู้ว่าความสุขจริงๆ ของเราคืออะไร อาชีพนี้ไม่รวยแน่นอน”

ประสบการณ์กว่า 10 ปีของการทำร้านหนังสืออิสระสอนให้เธอรู้จักคำว่า ‘อดทน’ 

0 – 1000

แม้เมจะไม่ใช่หนอนหนังสือ แต่หนังสือและรสชาติของการอ่าน เป็นวัตถุดิบที่ทำให้เมเป็นเมในทุกวันนี้ 

“การอ่านสำคัญนะ เราสะสมมันทีละนิดๆ เราไม่รู้หรอกว่าวันไหนจะได้ใช้ จนวันหนึ่งมันจะมาเองและช่วยให้เราทำอะไรบางอย่างได้ ซึ่งเราก็อยากให้เด็กๆ ในชุมชนมีโอกาสได้อ่านหนังสือ สะสมความรู้ตั้งแต่เด็กๆ”

ห้องสมุดเล็กๆ ในอำเภอเล็กๆ ของจังหวัดภูเก็ต ล้อมรอบด้วยหนังสือ ต้นไม้ และโต๊ะปิงปอง ที่อยากให้คนมานั่งๆ นอนๆ นานๆ

การสร้างบรรยากาศและวัฒนธรรมการอ่านสำคัญมากต่อการเติบโตของเด็กคนหนึ่ง เราอาจเคยได้ยินมาไม่น้อยว่าคนไทยไม่ค่อยอ่านหนังสือ ไม่ก็อ่านหนังสือไม่เกิน 7 บรรทัด แต่เมบอกว่า นี่อาจจะเป็นบทพิสูจน์เล็กๆ ที่ดำรงไว้ซึ่งสังคมการอ่าน เธอเล่าเรื่องของ น้องไมร่า ที่คุณพ่อคุณแม่ชวนน้องทำภารกิจอ่านหนังสือให้ครบ 1,000 เล่มก่อนเข้า ป.1 แม้ฟังดูเกินความสามารถของเด็กตัวจิ๋ว แต่น้องไมร่าพิชิตภารกิจสำเร็จเป็นที่เรียบร้อย (ขอปรบมือให้ชุดใหญ่)

โดยร้านหนังสือและห้องสมุดของเมก็เป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จนั้น 

“เราอยู่ได้เพราะแบบนี้แหละ อยู่ๆ มันก็มีแรงอยากจะทำต่อ” เธอเล่าด้วยความภูมิใจ

อยากรู้-แบ่งปัน

“ยิ่งโตขึ้น เรายิ่งอยากรู้อะไรอีกมากมายเลย บางอย่างเรียนมาก็ไม่ได้ใช้ หรืออันที่อยากจะใช้ก็ไม่ได้เรียน มันคงดีถ้าเปิดพื้นที่ให้คนมาสอนทักษะในชีวิตประจำวัน ทำของใช้ด้วยตัวเอง บางอย่างเราไม่จำต้องซื้อด้วยซ้ำ”

เมเล่าปนตลกสะท้อนความจริง เพราะเราก็รู้สึกไม่ต่างกัน อย่างเรื่องใกล้ตัวมาก ดูแลต้นไม้ยังไงให้ไม่ตาย เราก็ต้องแอบเสิร์ชอากู๋กูเกิลอยู่ตลอด หรือหนังสือพังเราจะซ่อมอย่างไร อยากทำสมุดเราจะเย็บอย่างไร

ห้องสมุดเล็กๆ ในอำเภอเล็กๆ ของจังหวัดภูเก็ต ล้อมรอบด้วยหนังสือ ต้นไม้ และโต๊ะปิงปอง ที่อยากให้คนมานั่งๆ นอนๆ นานๆ

โชคดีที่ยังมีเพื่อนต่างแขนง พอได้ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนแลกวิชาความรู้กันไป เมตั้งใจว่าในอนาคตอยากให้พื้นที่ของ Booktree Library & Café เป็นพื้นที่แบ่งปันความรู้ ใครชำนาญการเรื่องใดก็เอามาเล่ามาแชร์ เพื่อนบางคนทำอาหารเก่งมาก ในขณะที่อีกคนทำงานคราฟต์ยอดเยี่ยม คงดีถ้าพื้นที่ตรงนี้เป็นศูนย์กลางที่ยึดโยงพวกเขาเข้าหากัน 

“เราอยากให้ตรงนี้เป็นที่แลกเปลี่ยนของคนที่มีองค์ความรู้แตกต่างกัน เรายินดีให้ใช้บริการสถานที่ฟรี และตั้งใจไว้ว่าจะจัดเวิร์กช็อปเล็กๆ เดือนละครั้งสองครั้ง ถ้าไม่ติดโควิด-19 จะมีอาจารย์มาสอนซ่อมหนังสือด้วยนะ”

ค่อยเป็น-ค่อยไป

ห้องสมุดเล็กๆ ในอำเภอเล็กๆ ของจังหวัดภูเก็ต ล้อมรอบด้วยหนังสือ ต้นไม้ และโต๊ะปิงปอง ที่อยากให้คนมานั่งๆ นอนๆ นานๆ

แม้ห้องสมุดจะเปิดมาเกือบ 3 ปี พอพูดถึงผลลัพธ์ที่ตั้งใจไว้ว่าอย่างเป็นห้องสมุดเพื่อชุมชน ระหว่างทางก็ไม่ได้ราบเรียบอย่างที่คิดไว้ เมบอกว่าจริงๆ แล้วคนในละแวกนี้ไม่ได้เข้ามาใช้บริการบ่อยเมื่อเทียบกับคนจากที่อื่น เธอเล่าว่า “บางอย่างสิ่งที่เราคิดว่าสำคัญกับตัวเรา อาจจะไม่สำคัญกับคนอื่นก็ได้” เพื่อนละแวกบ้านในวัยเด็กของเมหลายคน สำหรับเขา การอ่านหนังสือในเวลาว่างระหว่างวันอาจจะไม่ใช่ตัวเลือกที่เลือกได้มากนัก เมื่อเทียบกับการทำงาน หาเงิน หล่อเลี้ยงชีวิต เธอจึงปล่อยให้กลายเป็นเรื่องของธรรมชาติมากกว่า ที่รอเวลาให้เด็กๆ และคนในชุมชนละแวกนั้นแวะเวียนเข้ามาเยือน

“ต้องค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป ของแบบนี้ต้องใช้เวลาและความอดทน” เธอยังเชื่อใน ‘เวลา’ และ ‘ความอดทน’

แต่ยังดีที่เด็กๆ แวะมาตีปิงปอง เล่นกับเจ้าตูบ ลูบหัวเจ้าเหมียว บ้างก็เข้ามาดูต้นไม้ 

เมเล่าเรื่องตลกให้เราฟังว่า ที่ร้านเธอชอบปลูกต้นไม้มาก จู่ๆ ก็มีคนมาฝากขายต้นไม้ด้วยเลย ห้องสมุดแห่งนี้เมถือว่าเป็นความสุขในช่วงบั้นปลายชีวิตในวัย 50 การได้ยินเสียงหัวเราะสดใสของเด็กๆ เห็นคนอ่านหนังสือ เห็นคนนั่งจิบกาแฟ เห็นคนจูงน้องหมามาเดินเล่น เห็นเพื่อนเล่นปิงปองด้วยกัน ล้วนมีความหมายและคุณค่ากับเธอมาก

ห้องสมุดเล็กๆ ในอำเภอเล็กๆ ของจังหวัดภูเก็ต ล้อมรอบด้วยหนังสือ ต้นไม้ และโต๊ะปิงปอง ที่อยากให้คนมานั่งๆ นอนๆ นานๆ

Booktree Library & Café (สาขา ภูเก็ต)

ที่ตั้ง : 16/3 หมู่ 2 ถนนท่าเรือ-เมืองใหม่ ตำบลป่าคลอก อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต (แผนที่)

เปิดบริการทุกวัน ยกเว้นวันพฤหัสบดี เวลา 9.00 – 18.00 น. 

โทรศัพท์ : 08 1539 3900  

Facebook : Booktree Library & Café

Writer

ปภาวิน พุทธวรรณะ

เพิ่งเรียบจบอยู่ในช่วง Gap Year พยายามจะทดลองใช้ชีวิตคราวละวันทีละวันดำเนินชีวิตปกติสามัญธรรมดา แฟนคลับคนเหงาลุง Haruki Murakami

Photographer

อธิวัฒน์ สุขคุ้ม

เป็นช่างภาพฟรีแลนซ์ ทำเพจรีวิวชื่อ ‘วาดแสง’ ชอบในการท่องเที่ยว เขา ทะเล ถ่ายภาพ กล้องฟิล์ม แคมปิ้ง รักอิสระ เป็นคนภูเก็ตโดยกำเนิด

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

บ้านพัฒก์ (BaanPat) คาเฟ่สีขาวสบายตา เลียบธารน้ำธรรมชาติ ล้อมรอบด้วยป่าโกงกาง และอิงแอบแนบข้างกับคอร์ตแบดมินตันหลังใหญ่ ทั้งสองสถานที่อยู่ในอาณาบริเวณเดียวกันกับบ่อกุ้งของ พัฒก์ เกษรแพทย์ และครอบครัว โดยพื้นที่แห่งนี้หมายมั่นตั้งใจเป็นพื้นที่สาธารณะของทุกคน

พัฒก์เป็นตัวตั้งตัวตีให้เกิดพื้นที่แห่งโอกาส จะเป็นอะไรก็ได้ จะทำอะไรก็ได้ 

บ้านพัฒก์ จ.ระยอง คาเฟ่สีขาวและคอร์ตแบดในพื้นที่สีเขียวที่อยากเป็น Public Space ของทุกคน

ที่นี่เคยเป็นมาแล้วทั้งเวทีนักดนตรี เวทีนักประดิษฐ์ แม้แต่ปาร์ตี้ก็เคยจัดมาแล้ว พ่วงด้วยโรงแบดมินตันที่พัฒก์อยากให้เป็นพื้นที่พบปะ-แลกเปลี่ยนความคิด ชีวิต มุมมอง แถมสานสัมพันธ์น้องพี่ชาวระยองให้แน่นแฟ้น เพราะเขาได้รับสังคมที่ดีจากแบดมินตัน เขาจึงอยากสร้างสังคมนั้นในบ้านเกิด

อย่างที่บอก บ้านพัฒก์ เกิดขึ้นมาเพื่อคนระยองและเพื่อทุกคนจริง ๆ 

กระซิบดัง ๆ เพื่อเจ้าสัตว์สี่ขาด้วยนะ ที่นี่เป็น Pet Friendly วิ่งให้สบายใจเฉิบไปเลย

บ้านพัฒก์ จ.ระยอง คาเฟ่สีขาวและคอร์ตแบดในพื้นที่สีเขียวที่อยากเป็น Public Space ของทุกคน

เรานั่งคุยกับพัฒก์สบาย ๆ บนเก้าอี้ไม้ที่เขาทำเอง ต้นไม้ใหญ่แผ่ร่มเงาแสนร่มรื่น

บทสนทนาเป็นไปอย่างเรียบง่ายท่ามกลางสายลม แสงแดด และหมาสองสามตัว

พัฒก์เป็นเด็กระยองแต่กำเนิด ชอบเล่นแบดมินตันจนคนทางบ้านเห็นแววให้ไปคัดตัวเข้าเรียนระดับมัธยมศึกษาที่โรงเรียนสวนกุหลาบในกรุงเทพฯ เขาผ่านเข้าเรียนด้วยทักษะนักหวดลูกขนไก่

“ทั้งชีวิตอยู่กับการตีแบดอย่างเดียว” ชายหนุ่มพูดด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ

ก่อนย้ายทั้งชีวิตกลับบ้านเกิด พัฒก์จบการศึกษาจากภาควิชาการวางแผนภาคและเมือง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แม้แต่ชีวิตมหาลัย เขาก็ไม่ทิ้งกีฬาที่รัก

“ตอนเรียนสถาปัตย์งานเยอะ แต่ก็ยังดีแบดทุกวัน หยุดตีไม่ได้เลย” – ทำไมหยุดตีไม่ได้

“เรามีความเชื่อว่าการเรียนสำคัญ แต่สังคมภายนอกสำคัญกว่า การตีแบดนอกจากเป็นการออกกำลังกาย มันทำให้เรามีคอนเนกชันที่ดี ได้รับทัศนคติที่ดีจากการพบเจอผู้คน” เขาเล่า

บ้านพัฒก์ จ.ระยอง คาเฟ่สีขาวและคอร์ตแบดในพื้นที่สีเขียวที่อยากเป็น Public Space ของทุกคน

จากความเชื่อกลายเป็นจุดเริ่มต้นให้พัฒก์กลับบ้านมาสร้างชมรมแบดมินตันเล็ก ๆ นาม ‘บ้านพัฒก์’ ชมรมแบดมินตันที่ต้อนรับทุกคนในจังหวัดระยอง ระยะเวลา 4 ปีของการเกิดก๊วนแบด ทำให้เขาเห็นแล้วว่าสิ่งที่รักไม่อาจสร้างรายได้ จึงเกิดโปรเจกต์ทำเงินเพื่อหล่อเลี้ยงกิจกรรมการกีฬา

โปรเจกต์ที่ว่าคือคาเฟ่ พัฒก์ตั้งใจให้พื้นที่นี้เป็นพื้นที่เพื่อสังคมและเพื่อทุกคน

“เดิมทีตรงนี้เป็นป่า มีต้นกระถินขึ้นรก เมื่อมองด้วยมุม Top View ที่ดินของเราถูกประกบด้วยพื้นที่สีเขียวใจกลางเมือง เราอยากเพิ่มประสิทธิภาพพื้นที่สีเขียวให้ดี เลยทำพื้นที่เปิดโล่งให้คนเมืองมาใช้ แล้วพื้นที่นั้นก็ปรับเปลี่ยนเป็นอะไรก็ได้ ไม่จำกัด” เขามองพื้นที่ด้วยสายตาของสถาปนิกผังเมือง 

บ้านพัฒก์ จ.ระยอง คาเฟ่สีขาวและคอร์ตแบดในพื้นที่สีเขียวที่อยากเป็น Public Space ของทุกคน

พื้นที่คอร์ตแบดเดิมสมัยพัฒก์หัดตีลูกขนไก่ เขากลับมาปัดฝุ่นและรีโนเวตใหม่ พร้อมด้วยฟาซาด (Facade) ไม้ ด้านหน้า ส่วนด้านในปูพื้นไม้ปาร์เก้สีน้ำตาลสวยเงาวับ

โปรเจกต์สร้างคาเฟ่และรีโนเวตโรงตีแบดมินตัน เขาชวนน้องนักออกแบบมาทำงานด้วยกันพร้อมด้วยช่างอีก 2 คน ระยะเวลาก่อสร้างตีกลม ๆ ว่า 1 ปี แถมพัฒก์ลงมือก่อ-ฉาบเองกับทีมงานจิ๋ว ๆ 

สิ่งก่อสร้างที่ยืนเด่นสง่ากลางสนามหญ้าสีเขียว คือคาเฟ่ที่ผ่านการออกแบบมาแล้วอย่างดี เป็นอาคารเส้นตั้งสีขาวสะอาดตาตัดกับเส้นสีเขียวมากมายล้อมรอบทั่วบริเวณ งามทั้งแสงและเงา

พื้นที่ด้านในคาเฟ่ถูกจัดมุมง่าย ๆ มีบาร์เครื่องดื่มขนาดกะทัดรัด มุมที่ชอบมากคงเป็นโต๊ะไม้ตัวยาว (มาก) ตั้งตรงกลาง พัฒก์ว่าเขาอยากให้โต๊ะตัวนี้เป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนสนทนาระหว่างกัน

ที่นี่เสิร์ฟน้ำส้มคั้นสด ๆ เย็นชื่นใจ พร้อมด้วยเมนูกาแฟเอาใจสายคาเฟอีนที่พัฒก์ไปร่ำเรียนวิชากาแฟไกลถึงอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ และเคยมีเมนูคุกกี้กุ้ง จากกุ้งจิ๋วในบ่อกุ้งของที่บ้านด้วย

บ้านพัฒก์ จ.ระยอง คาเฟ่สีขาวและคอร์ตแบดในพื้นที่สีเขียวที่อยากเป็น Public Space ของทุกคน
บ้านพัฒก์ จ.ระยอง คาเฟ่สีขาวและคอร์ตแบดในพื้นที่สีเขียวที่อยากเป็น Public Space ของทุกคน

บ้านพัฒก์เติบโตเข้าสู่ปีที่ 2 ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 เราชวนเขาย้อนถึงวันแรกที่เห็นสถานที่ในฝันกลายเป็นจริง สถานที่ที่เจ้าบ้านยอมรับว่า เขาทำสถานที่นี้ขึ้นมาเพื่อคนอื่น 

“ตอนทำบุญเกือบสวดมนต์ไม่ได้.. ตื้นตัน” เขาหัวเราะน้อย ๆ ก่อนเล่าต่อ “มันอินครับ ตอนนั้นไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะเปิดร้านยังไง ก็เลยชวนเพื่อนที่เป็นครูประถมวัยมาจัดอีเวนต์ด้วยกัน จากครั้งนั้นคนก็เข้ามาเรื่อย ๆ ไม่คาดคิดว่าคนจะเยอะมากขนาดนี้ ต้องจอดรถกันไกลมาก ไกลจนไม่รู้จะรับแขกยังไง”

พัฒก์ยื่นคำมั่นสัญญาไว้ตั้งแต่ตอนต้นนู้นว่า ‘บ้านพัฒก์’ เป็นพื้นที่ ‘อะไรก็ได้’ ไม่จำกัด และ เขาเคยชวนเด็ก ๆ จากชมรมดนตรีจากโรงเรียนอัสสัมชัญระยองมาขับกล่อมในวันเสาร์-อาทิตย์

“ร้องเพราะหรือไม่เพราะก็ช่าง เราไม่สนใจเลย เราอยากเปิดพื้นที่ให้น้อง ๆ มากกว่า ของแบบนี้มันต้องมีครั้งแรกสิ มีบางโรงเรียนขอมาลองนะ เขาเอากลองมาเลย เราก็เอาเลย ลุย! บางทีคนมีอายุหน่อยมานั่งฟัง เขาก็หน้าเหยเก ก็ไม่เป็นไร น้อง ๆ ไม่ต้องเสียเซลฟ์ พี่เป็นกำลังใจให้ ไม่ลองไม่รู้หรอก เราเชื่อว่าการมีโอกาสให้ลอง มันถือว่าเพอร์เฟกต์มาก ๆ เพราะไม่ใช่ทุกคนจะได้รับโอกาส” เจ้าบ้านเล่าความตั้งใจ

อีกกิจกรรมที่น่ารักดี คือการประกวดประดิษฐ์ลูกขนไก่ มีเด็ก ๆ มาสมัครเพียบ

อ้อ อย่าลืมว่าที่นี่จะเป็นอะไรก็ได้ ถ้าอยากทำอะไรสนุก ๆ เจ้าบ้านเปิดกว้างมาก จะจัดนิทรรศการศิลปะ สารพัดเวิร์กชอป ร้อง-เล่น หรือเปิดตัวสินค้า ยันจัดงานแต่ง ขอให้กระซิบบอก

เราชวนพัฒก์คุยต่ออีกนิดบนเก้าอี้ไม้หน้าคาเฟ่ ใช่! เขาทำมันขึ้นมาเองจากการเหมาบ้านไม้ทั้งหลังในจังหวัดระยอง ไม้ส่วนหนึ่งอยู่บนฟาซาดหน้าคอร์ตแบด ไม้ส่วนหนึ่งกลายเป็นเฟอร์นิเจอร์

ลมพัดลู่ผิวเย็นสบาย ทำให้การสนทนาเป็นไปอย่างเนิบช้าและไม่รีบร้อน

บ้านพัฒก์ จ.ระยอง คาเฟ่สีขาวและคอร์ตแบดในพื้นที่สีเขียวที่อยากเป็น Public Space ของทุกคน

ทำไมสนุกกับการทำงานเพื่อคนอื่นมากมายขนาดนี้ – เราเอ่ยถามชายตรงหน้า

“เราไม่เคยหมดไฟกับการทำงานชุมชนเลยนะ อยากลุยตลอดเวลา พูดแล้วอาจจะดูอุดมการณ์ไปนิด เราเชื่อว่าเกิดมาทั้งที ต้องทำอะไรเพื่อคนอื่นบ้าง ตอนนี้มีปัญหาเต็มไปหมด ในเมื่อเรารู้ว่าต้องแก้ปัญหายังไงและเรามีโอกาส ทำไมเราจะไม่ทำล่ะ มันเป็นโอกาสที่โคตรดีเลยที่จะทำ

“ครอบครัวเราพร้อมสนับสนุนทุกอย่าง เราเลยพร้อมที่จะพัฒนาพื้นที่ตรงนี้ให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ พัฒนาสิ่งแวดล้อม เหล่านี้คือสิ่งที่เราอยากทำ มันดีกว่าจะทำเพื่อตัวเองคนเดียว

“เรามองว่าคนมาบ้านพัฒก์เยอะ เพราะจังหวัดระยองยังไม่เคยมีสิ่งนี้ เราพัฒนาบ้านพัฒก์ไปพร้อมกับพื้นที่จริง ๆ เราพยายามขยับตัวเองเพื่อคนอื่น เราอยากทำให้ที่นี่เป็น Public Space”

เราถามพัฒก์ในฐานะคนระยองว่า ‘พื้นที่สาธารณะสำคัญกับคนระยองยังไง’

“เพราะมันเป็นสิ่งที่เมืองกำลังขาด” เขาตอบทันที 

“ระยองเป็นเมืองอุตสาหกรรมที่สำคัญ เพราะ GDP สูงที่สุดในประเทศไทย ถ้า GDP สูง แปลว่าคนเราเก่ง ฉะนั้นเมืองควรมีพื้นที่สาธารณะที่ดีให้สมกับ GDP ที่สูงขนาดนี้ ถ้ามีพื้นที่ที่เหมาะสมกับจังหวัดระยองจริง ๆ จะดีมากเลยนะ เราไม่ได้หมายถึงสวนสาธารณะเช่นเดียวกับกรุงเทพฯ แต่ขอให้มันเป็นพื้นที่สาธารณะที่ส่งเสริมคุณภาพของคน จนทำให้เขารู้สึกว่าเขาก็มีคุณภาพชีวิตที่ดีได้”

บ้านพัฒก์คือหนึ่งในพื้นที่สาธารณะนั้น

พื้นที่ที่เป็นของคนระยอง พื้นที่ที่อยากทำให้คนระยองมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจริง ๆ 

‘บ้านพัฒก์’ คาเฟ่สีขาวและคอร์ตแบดในพื้นที่สีเขียวที่อยากเป็นพื้นที่สาธารณะแห่งเมืองระยอง

บ้านพัฒก์ 

ที่ตั้ง : 79/2 หมู่ 2 ถนนท่าบรรทุก อำเภอเมือง จังหวัดระยอง (แผนที่)

เปิดบริการทุกวัน ยกเว้นวันพุธ เวลา 10.00 – 17.00 น. 

โทรศัพท์ : 06 4542 9462

 

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load