28 กุมภาพันธ์ 2565
12 K

ช่วงวันหยุดที่ผ่านมา ดิฉันนั่งดูรายการวาไรตี้ญี่ปุ่นรายการหนึ่ง เป็นตอนที่เกี่ยวกับของที่แขกรับเชิญซื้อออนไลน์ ตอนแรก ๆ ทุกคนก็ขิงกันว่า มีอาหารหรือขนมอะไรที่เด็ดบ้าง จนมีนักแสดงคนหนึ่งพูดขึ้นมาว่า “อ้อ ฉันเพิ่งซื้อที่วางจานของ YAMAZAKI Jitsugyo ไป”

เพียงเท่านั้น แขกรับเชิญทั้ง 4 คนในรายการก็หันมามองนักแสดงคนนั้น แล้วพูดกันว่า “ใช่ ๆ! ยามาซากิ! ฉันซื้อนั้น นี้ โน้น”

“ที่เก็บลังกระดาษเขาสุดยอดมากเลย”

“ผมซื้อกล่องใส่มาส์กติดข้างฝา ซื้อมา 2 อันด้วย ของผู้ใหญ่กล่องหนึ่ง ของเด็กกล่องหนึ่ง”

“ฉันซื้อที่วางช้อนเล็ก ๆ มาอันหนึ่ง หลังจากนั้น ก็กลายเป็นแฟนคลับของแบรนด์นี้ไปเลย”

ทุกอย่างดูจริง ธรรมชาติมาก ทุกคนดูอินจากใจ

ด้วยความสงสัย ดิฉันเลยลองไปเสิร์ชดูว่า เจ้าแบรนด์ยามาซากินี้น่าสนใจอย่างไร พอดูไปเรื่อย ๆ ดิฉันก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา ใส่ไปใน To-shop-list in Japan ครั้งหน้า ถ้าได้ไปญี่ปุ่นเมื่อไร จะไปกว้านซื้อเลย คอยดู

เอาล่ะค่ะ มารู้จักโลกของ YAMAZAKI Jitsugyo กัน

เติบโตจากบริษัทโต๊ะรีดผ้า

บริษัท YAMAZAKI Jitsugyo ก่อตั้ง ค.ศ. 1971 ในเมืองนารา เริ่มจากการเป็นผู้ผลิตโต๊ะรีดผ้า จากนั้นบริษัทก็ค่อย ๆ ขยับขยายออกมาทำสินค้าในชีวิตประจำวัน เช่น กล่องทิชชู ที่แขวนผ้าเช็ดมือ กล่องใส่เครื่องประดับ

คนญี่ปุ่นเรียกยี่ห้อนี้ว่า YAMAZAKI Jitsugyo แต่โลโก้ ตลอดจนเวลาเขาสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษ เขาตัดเหลือเพียง YAMAZAKI เท่านั้น

สิ่งที่ลูกค้ามักพูดถึงแบรนด์ YAMAZAKI คือ พวกเขามักผลิตของที่เราอยากได้อยู่พอดี (แต่ไม่รู้ตัว) บางคนก็บอกว่า สินค้าแบรนด์นี้ทำให้รู้ว่า จริง ๆ แล้วเราก็มีเรื่องอึดอัด หรือเรื่องกวนใจเล็ก ๆ น้อย ๆ อยู่ในชีวิตประจำวัน แล้ว YAMAZAKI ก็เข้ามาแก้ปัญหาให้

ยกตัวอย่างเช่น แก้วน้ำบ้วนปาก หลายคนมีแก้วน้ำไว้บ้วนปากเวลาแปรงฟัน แต่เคยรู้สึกอึดอัดนิดหน่อยว่า แก้วจะแห้งอย่างไร

แบรนด์แก้ปัญหานี้ด้วยการทำที่แขวนแก้วติดผนัง และออกแบบแก้วให้บริเวณก้นแก้วมีแม่เหล็กติดอยู่

เมื่อเราใช้แก้วใบนี้บ้วนปากเสร็จ ก็คว่ำแก้วใต้ตะขอได้เลย (เสียงในหัวดิฉัน : อยากได้!!!!)

YAMAZAKI แบรนด์ช่วยแก้ปัญหาการเก็บของ ด้วยสินค้าสวยและฟังก์ชันจนกระเป๋าตังค์สั่น

ช่วงโควิด YAMAZAKI ออกกล่องใส่มาส์กแบบติดข้างฝา แก้ปัญหาเวลาจะออกจากบ้านแล้วลืมเอาหน้ากากอนามัยไปด้วย ฝาด้านบนเป็นฝาแม่เหล็ก เปิดปิดเติมหน้ากากได้ง่าย (เสียงในหัวดิฉัน : อยากได้!!!!)

YAMAZAKI แบรนด์ช่วยแก้ปัญหาการเก็บของ ด้วยสินค้าสวยและฟังก์ชันจนกระเป๋าตังค์สั่น
ดึงหน้ากากง่าย ๆ
YAMAZAKI แบรนด์ช่วยแก้ปัญหาการเก็บของ ด้วยสินค้าสวยและฟังก์ชันจนกระเป๋าตังค์สั่น
เติมง่าย ๆ 
YAMAZAKI แบรนด์ช่วยแก้ปัญหาการเก็บของ ด้วยสินค้าสวยและฟังก์ชันจนกระเป๋าตังค์สั่น
ถ้าไม่อยากติดข้างฝา วางบนโต๊ะก็ได้

สิ่งที่ YAMAZAKI มุ่งหวัง คือการแอบอยู่เคียงข้างชีวิตลูกค้า ทำให้ลูกค้ารู้สึกแปลกใจและประทับใจเวลาใช้สินค้า จนลูกค้ารู้สึกว่าไม่ใช้แบรนด์นี้ไม่ได้

การจะทำเช่นนี้ได้ นักออกแบบของแบรนด์ต้องคอยสังเกตปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ หรือเรื่องกวนใจในชีวิตผู้คนอยู่เสมอ

วิธีการมองปัญหาและแก้ปัญหา

นักออกแบบของ YAMAZAKI มีวิธีการหาข้อมูลและแก้โจทย์ในชีวิตประจำวันของลูกค้าได้อย่างน่าสนใจ

ตอนที่จะออกแบบถ้วยตวง เธอเริ่มจากการสำรวจคนใกล้ตัวว่า ทุกคนมีถ้วยตวงหรือเปล่า จากการถามเพื่อน ๆ ในบริษัท เธอพบว่าในจำนวน 25 คน มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ไม่มีถ้วยตวง แม้แต่ผู้ชายที่อยู่คอนโดฯ คนเดียวก็ยังซื้อติดบ้านไว้

แต่พอถามต่อว่า ถ้วยตวงที่ใช้อยู่มีปัญหาอะไรบ้าง คนกว่าครึ่งหนึ่งบอกว่า มองเห็นมาตรวัดด้านข้างถ้วยยากบ้าง แก้วไม่ทนความร้อนบ้าง หรือแก้วถ้วยตวงมีรอยขีดข่วนเวลาใช้ไปนาน ๆ น้ำหนักก็ค่อนข้างมาก เธอเลยสรุปเบื้องต้นว่า คนต้องการถ้วยตวงที่ดูตัวเลขง่าย ทนความร้อน และเบา

เมื่อเธอลองเสิร์ชคำว่า ‘ถ้วยตวง’ และ ‘ถ้วยตวงเก๋ ๆ’ เธอพบว่า มีบทความหรือกระทู้จำนวนมากที่ใช้คำนี้ (5 แสนกว่าบทความ) เธอเลยลองดูต่อว่า คนเสิร์ชคำว่าอะไรต่อจากคำว่า ‘ถ้วยตวงเก๋ ๆ’ บ้าง ปรากฏว่า เธอเจอคำว่า

ถ้วยตวงเก๋ ๆ ทนความร้อน

ถ้วยตวงเก๋ ๆ ทนความร้อน ฟังก์ชันได้

ถ้วยตวงเก๋ ๆ ทนความร้อน สีขาว

ถ้วยตวงเก๋ ๆ ทนความร้อน เครื่องล้างจาน

สรุปคือ เวลาคนขุ่นเคืองกับถ้วยตวงที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ก็จะเสิร์ชหาสินค้าที่ตอบโจทย์พวกเขามากขึ้น เธอเลยพยายามออกแบบถ้วยตวงที่ดูดี แต่มีคุณสมบัติครบถ้วน กล่าวคือ ทนความร้อน ใช้กับเครื่องล้างจานได้

และนี่คือถ้วยตวงที่เธอออกแบบ

YAMAZAKI Jitsugyo จากบริษัทผลิตโต๊ะรีดผ้า สู่สินค้าแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน ผ่านสินค้าที่เราเห็นแล้วมักอยากได้พอดี!

ถ้วยตวงทำเป็นชั้น ๆ ทำให้คนเห็นง่าย ยิ่งเวลาทำอาหาร ก็เทซอสโดยมองจากด้านบนได้เลย ไม่ต้องเทแล้วคอยยกมาดูด้านข้าง

YAMAZAKI Jitsugyo จากบริษัทผลิตโต๊ะรีดผ้า สู่สินค้าแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน ผ่านสินค้าที่เราเห็นแล้วมักอยากได้พอดี!

นอกจากนี้ เธอยังออกแบบเป็น 2 ไซส์ ขนาด 200 มล. และ 500 มล.​ โดยสามารถซ้อนกันได้ (ไม่เปลืองพื้นที่จัดเก็บ)

เพื่อความรื่นรมย์ในการทำอาหาร เธออกแบบช้อนตวงแบบใสที่ตัวช้อนเป็นชั้น ๆ เหลื่อมกันไปคล้ายกับถ้วยตวง เผื่อเอาไว้ใช้เป็นเซ็ตเข้าคู่กัน

YAMAZAKI แบรนด์ช่วยแก้ปัญหาการเก็บของ ด้วยสินค้าสวยและฟังก์ชันจนกระเป๋าตังค์สั่น
(อยากได้!!!!)

สิ่งที่บริษัทให้ความสำคัญ

สิ่งที่ YAMAZAKI ให้ความสำคัญในการออกแบบและผลิตสินค้า มี 3 ประการด้วยกัน

1. การออกแบบสินค้าให้เข้ากับการตกแต่งห้องและพื้นที่ แต่ขณะเดียวกันก็ดูดีและมีลูกเล่นเล็ก ๆ น้อย ๆ

2. สินค้านั้นทำให้ชีวิตผู้คนสะดวกสบายขึ้นในทุก ๆ วัน ขณะใช้ก็ยังรู้สึกแปลกใจและประทับใจ

3. อยู่เคียงข้างชีวิตผู้คน และทำให้พวกเขารู้สึกขาดเราไม่ได้

สินค้าส่วนใหญ่ของ YAMAZAKI จึงมักเป็นสีขาวหรือสีดำ เรียบง่าย แต่ฟังก์ชันตอบโจทย์ปัญหากวนใจในชีวิตประจำวันของเราจริง ๆ

“เรายินดีต้อนรับความท้าทาย

เราไม่เชื่อในการทำอะไรเดิม ๆ แบบที่เราทำมา

เราเกิดมาเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง”

จากเว็บไซต์บริษัท www.yamajitsu.co.jp

YAMAZAKI Jitsugyo จากบริษัทผลิตโต๊ะรีดผ้า สู่สินค้าแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน ผ่านสินค้าที่เราเห็นแล้วมักอยากได้พอดี!
YAMAZAKI Jitsugyo จากบริษัทผลิตโต๊ะรีดผ้า สู่สินค้าแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน ผ่านสินค้าที่เราเห็นแล้วมักอยากได้พอดี!

จากใจผู้เขียน

สิ่งที่น่าเสียดายประการเดียวของบริษัท YAMAZAKI คือ ไม่มีการให้ผู้บริหารหรือพนักงานสัมภาษณ์ออกสื่อเลย ดิฉันจึงไม่สามารถหาที่มาของชื่อบริษัท การยกระดับการออกแบบจากที่วางเตารีด มาเป็นสินค้าในบ้านเรือนเก๋ ๆ ตลอดจนกระบวนการออกแบบสินค้าโดยละเอียดได้

แต่เพียงแค่นี้ ก็ทำเอาดิฉัน (และเชื่อว่าคุณผู้อ่านหลาย ๆ ท่าน) ใจเต้นไปกับสินค้าของพวกเขา

ชาว YAMAZAKI เล่าแต่เรื่องราวของสินค้ากับชีวิตผู้คน แต่กลับนำตัวตนคนบริษัทไปแอบอยู่หลังม่าน คล้ายชะเง้อมองลูกค้าสนุกสนานอยู่เบื้องหน้า เท่านี้ก็มีความสุขแล้ว

YAMAZAKI Jitsugyo จากบริษัทผลิตโต๊ะรีดผ้า สู่สินค้าแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน ผ่านสินค้าที่เราเห็นแล้วมักอยากได้พอดี!
YAMAZAKI Jitsugyo จากบริษัทผลิตโต๊ะรีดผ้า สู่สินค้าแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน ผ่านสินค้าที่เราเห็นแล้วมักอยากได้พอดี!
YAMAZAKI แบรนด์ช่วยแก้ปัญหาการเก็บของ ด้วยสินค้าสวยและฟังก์ชันจนกระเป๋าตังค์สั่น

ภาพประกอบ 

https://lab.yamajitsu.co.jp

www.instagram.com/yamazaki.home.channel

Writer

Avatar

เกตุวดี Marumura

อดีตนักเรียนทุนรัฐบาลญี่ปุ่นผู้หลงใหลในการทำธุรกิจแบบยั่งยืนของคนญี่ปุ่น ปัจจุบัน เป็นอาจารย์สอนการตลาดที่คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Makoto Marketing

หลักสูตรการตลาดแบบจริงใจสไตล์ญี่ปุ่น

ในญี่ปุ่น มีร้านอาหารฝรั่งเศสแค่ ‘2 ร้าน’

ที่มีเชฟเป็นชาวญี่ปุ่นและได้ดาวมิชลิน 3 ดาว

หนึ่งในเชฟญี่ปุ่นที่ทำได้คือ เชฟฮิโรชิ นากามิชิ แห่งเมืองฮอกไกโด

 

เชฟฮิโรชิ นากานิชิ

mpdeluxe.mingpao.com

เท่านั้นยังไม่พอ

เชฟนากามิชิบริหารร้านอาหารทั้งหมด 5 ร้าน

4 ใน 5 ร้านของเขาได้ดาวมิชลิน

ร้าน Molière ได้ 3 ดาว

ส่วนอีก 3 ร้าน ได้ดาวมิชลินร้านละ 1 ดาว

รวม 6 ดาวพอดี

นากามิชิเกิดที่คานาซาว่า แต่ย้ายตามพ่อไปอยู่ที่ฮอกไกโด หลังเรียนที่โรงเรียนสอนทำอาหาร เขาเดินทางตามความฝันที่จะเป็นเชฟ ไปฝึกงานที่ร้านอาหารฝรั่งเศสที่ฝรั่งเศสกว่า 3 ปี

เขาอยากทำงานและเปิดร้านอาหารของตนเองที่ฝรั่งเศส นากามิชิไม่อยากกลับมาที่ฮอกไกโดอีก คนฮอกไกโดยังไม่ค่อยพิถีพิถันในการทานอาหารอย่างประณีตเหมือนคนฝรั่งเศสสักเท่าไร

และไม่ค่อยมีคนรู้จักอาหารฝรั่งเศสดีนัก

แต่โชคชะตาก็เล่นตลก พ่อของนากามิชิป่วย ทำให้เขาต้องกลับมาดูแลพ่อ

เมื่ออยู่ที่ฮอกไกโดสักพัก นากามิชิก็เริ่มเห็นภูมิลำเนาตนเองเปลี่ยนไป เขาเห็นเกษตรกรตั้งอกตั้งใจทำไร่ปลูกผัก ทั้งที่อากาศเหน็บหนาวเกือบตลอดปี

เกษตรกรคนหนึ่งบอกนากามิชิด้วยความภาคภูมิใจว่า ผืนดินแห่งนี้เป็นมรดกตกทอดจากบรรพบุรุษของพวกเรา”

นั่นเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้นากานิชิหันกลับมามองข้อดีของฮอกไกโด เมืองนี้มีวัตถุดิบชั้นยอด หากคนฮอกไกโดยังไม่ค่อยรู้จักอาหารฝรั่งเศส เขาจะเป็นคนสร้างวัฒนธรรมการกินแบบใหม่นี้ขึ้นมาเอง

ในขณะที่เชฟคนอื่นชอบคิดค้นและใช้เทคนิค หรืออุปกรณ์ทำอาหารใหม่ๆ ที่ทันสมัย นากามิชิกลับตัดสินใจทำอาหารแบบพื้นฐานอาหารฝรั่งเศสอย่างแท้จริง คืออาหารที่ทานในบ้าน เพราะฉะนั้น อุปกรณ์ที่ใช้ก็มีแค่กระทะ หม้อ ธรรมดาๆ แต่สิ่งที่นากามิชิให้ความสำคัญ คือการดึงรสชาติดั้งเดิมของวัตถุดิบนั้นๆ ให้ออกมาดีที่สุด

อาหารฝรั่งเศส อาหารฝรั่งเศส

 

www.sapporo-moliere.com

ตอนอายุ 33 ปี เขาเปิดร้านอาหารฝรั่งเศสของตนเอง ชื่อ Molière ด้วยรสชาติที่อร่อย และแปลกใหม่ ร้าน Molière เริ่มมีชื่อเสียงมากขึ้นเรื่อย ๆ

วันหนึ่ง ผู้ใหญ่บ้านของเมืองมัคคาริมุระติดต่อมาหานากามิชิ

คุณสนใจมาเปิดร้านอาหารที่นี่ไหมครับ เราอยากสร้างเมืองของเราให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ทางหมู่บ้านจะร่วมลงทุนกับคุณด้วย

นากามิชิติดใจธรรมชาติของเมืองนี้มาก ที่ดินห้อมล้อมไปด้วยภูเขา ด้านหลังเป็นผืนป่า มีผักและสมุนไพรรสเลิศอุดมสมบูรณ์

ขณะที่แผนการกำลังดำเนินไปได้ด้วยดี ในการประชุมสภาหมู่บ้านครั้งหนึ่ง สมาชิกส่วนใหญ่รู้สึกกลัวว่า ในที่ชนบทแบบนี้จะมีคนยอมขับรถมาทานอาหารฝรั่งเศสหรือ สมาชิกบางส่วนจึงยังไม่เห็นด้วยกับการนำเงินของคนในหมู่บ้าน ไปลงทุนสร้างร้านอาหารแห่งนี้

บางคนถึงกับบอกผู้ใหญ่บ้านว่า ถ้าธุรกิจขาดทุน ผู้ใหญ่บ้านต้องรับผิดชอบ

เมื่อผู้ใหญ่บ้านเผลอเล่าเรื่องนี้ให้นากามิชิฟัง นากามิชิจึงตัดสินใจนำเงินที่จะเก็บไว้สร้างบ้านให้แม่ทั้งหมดมาลงทุนสร้างร้านอาหาร

เมื่อเป็นเช่นนี้ สภาหมู่บ้านจึงยอมตกลงอนุมัติให้ก่อสร้างร้านได้

ความกล้าของนากามิชิคือ ตอนเขาวางแผนร้าน เขาวางแผน 3 ปี เพื่อจัดสรรเงินทุนบนสมมติฐานที่ว่า หากไม่มีลูกค้ามาที่ร้านนี้เลยตลอด 3 ปี ร้านจะยังอยู่ได้’

โชคดีที่ทุกอย่างไม่เป็นไปตามแผนของนากามิชิ เนื่องจากร้านอาหารฝรั่งเศสเป็นของแปลกใหม่ในย่านนั้น นักข่าวจึงมาทำข่าวกันเยอะ ทำให้ผู้คนสนใจอยากมาลอง เมื่อลอง ก็ติดใจในรสชาติ และกลายมาเป็นลูกค้าประจำนั่นเอง

ด้วยเสน่ห์ของร้านอาหารของนากามิชิ เมืองเล็กๆ อย่างเมืองมัคคาริมุระที่มีประชากรแค่ 2,000 คน จึงมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาปีละกว่า 8 แสนคน

สิ่งที่นากามิชิสัมผัสได้คือ เมื่อธุรกิจร้านอาหารไปได้ดี เกษตรกรก็มีกำลังใจ และมุ่งพัฒนาผักผลไม้ให้รสชาติดีขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้คนหนุ่มสาวก็เริ่มอยากหันกลับมาบ้านเกิดมากขึ้น เพราะเห็นกิจการของพ่อแม่ไปได้ดี

นั่นเป็นครั้งแรกที่นากามิชิได้เรียนรู้ว่า เพียงแค่อาหารอร่อยๆ ก็เปลี่ยนชะตาชีวิตของหมู่บ้านแห่งหนึ่งได้เลย’

หลังจากนั้น นากามิชิก็สร้างโรงเรียนสอนทำอาหาร เพื่อให้คนหนุ่มสาวฮอกไกโดที่อยากเป็นเชฟ สามารถมาฝึกวิชาได้

โรงเรียนสอนทำอาหาร

crea.bunshun.jp

นอกจากนี้ เขายังเข้าไปช่วยเมืองบิเอะด้วยการคิดค้นขนมข้าวโพดสุดอร่อย ที่ชูความหวานนุ่มของข้าวโพดเมืองบิเอะได้เป็นอย่างดี

ขนมข้าวโพดเมืองบิเอะ

www.travel.co.jp

นากามิชิยังสร้างร้านอาหารที่ใช้ผักสดๆ อร่อยๆ ในเมืองมาเป็นเมนูอาหารทั้งหมด

ลูกค้าที่แวะมาทานที่ร้านและประทับใจ ก็ซื้อผักและผลไม้ที่ร้านสหกรณ์ด้านหน้ากลับไปด้วยได้เลย

ณ ที่แห่งนี้ อาหารอร่อยๆ ก็กำลังฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวอันสงบเงียบอย่างบิเอะให้กลับมาคึกคักได้อีกเช่นเดียวกัน

ฮอกไกโดมีวัตถุดิบที่ไม่สามารถหาได้จากเมืองอื่นๆ ในโลกนี้”

เพราะฉะนั้น ไม่ว่านากามิชิจะได้รับคำเชิญให้ไปเปิดร้านที่๋โตเกียวหรือเมืองใหญ่เมืองอื่นๆ เขาปฏิเสธทั้งหมด

ณ วันนี้ เขายังคงมุ่งมั่นดึงรสชาติวัตถุดิบเมืองฮอกไกโด ที่สามารถลิ้มรสได้เฉพาะที่ฮอกไกโด ให้ออกมาดีที่สุด

จากเชฟที่เคยเกลียดฮอกไกโด วันนี้เขากลับกลายเป็นคนที่รักฮอกไกโด และทุ่มเทเพื่อเมืองนี้อย่างเต็มที่ที่สุด

 

ส่งท้าย: ธุรกิจที่ยั่งยืน

ในคอลัมน์ Makoto Marketing นี้ สิ่งที่ดิฉันย้ำอยู่เสมอคือ ธุรกิจไม่ได้มีไว้เพื่อสร้างกำไรให้บุคคลกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่พลังของธุรกิจที่แท้จริง คือการทำให้คนรอบๆ ธุรกิจมีความสุขนั่นเอง

ในบทความนี้ เราจะเห็นได้ชัดเจนว่าธุรกิจของนากามิชิได้ช่วยสังคมเพียงใด

ในตอนแรก นากามิชิเริ่มจากแค่ทำให้ลูกค้ามีความสุขด้วยอาหารอร่อยๆ แต่หลังจากนั้น เขาเริ่มขยายไปทำให้คู่ค้า ในที่นี้คือ เกษตรกรมีความสุข เมื่อยอดขายผักสูงขึ้น เกษตรกรก็มีรายได้มากขึ้น และสามารถคิดค้นทำผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ออกมาได้ ลูกค้าก็ยิ่งได้ทานของอร่อย

นอกจากนี้ เมื่อธุรกิจของนากามิชิมั่นคง เขาเริ่มขยับไปช่วยหมู่บ้านและชุมชนต่างๆ ให้มีรายได้จากการท่องเที่ยว เกิดการจ้างงานใหม่ๆ ในชุมชนนั้น และมีงานรองรับสำหรับหนุ่มสาวที่อยากอยู่ที่บ้านเกิดตนเอง

ธุรกิจที่อยู่ได้อย่างยั่งยืนจึงไม่ใช่ธุรกิจที่สร้างกำไรเฉพาะกลุ่มหรือพวกของตน แต่เป็นธุรกิจที่สร้างประโยชน์ให้คนรอบๆ ได้แก่ คู่ค้า ลูกค้า พนักงาน และสังคม ได้อย่างต่อเนื่อง หากดีแค่กับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เช่น ทำดีกับลูกค้า แต่กดราคาซัพพลายเออร์ หรือผลิตของที่ทำลายสิ่งแวดล้อม วันหนึ่ง บริษัทนั้นคงถูกฟ้องร้อง หรือไม่ได้รับความช่วยเหลือจากซัพพลายเออร์อีก ธุรกิจก็จะอยู่ไม่ได้ในที่สุด

ธุรกิจที่ดีนั้น ไม่ได้ Maximize profit แต่ต้อง Maximize everyone’s happiness ค่ะ

Writer

Avatar

เกตุวดี Marumura

อดีตนักเรียนทุนรัฐบาลญี่ปุ่นผู้หลงใหลในการทำธุรกิจแบบยั่งยืนของคนญี่ปุ่น ปัจจุบัน เป็นอาจารย์สอนการตลาดที่คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load