28 กุมภาพันธ์ 2565
12 K

ช่วงวันหยุดที่ผ่านมา ดิฉันนั่งดูรายการวาไรตี้ญี่ปุ่นรายการหนึ่ง เป็นตอนที่เกี่ยวกับของที่แขกรับเชิญซื้อออนไลน์ ตอนแรก ๆ ทุกคนก็ขิงกันว่า มีอาหารหรือขนมอะไรที่เด็ดบ้าง จนมีนักแสดงคนหนึ่งพูดขึ้นมาว่า “อ้อ ฉันเพิ่งซื้อที่วางจานของ YAMAZAKI Jitsugyo ไป”

เพียงเท่านั้น แขกรับเชิญทั้ง 4 คนในรายการก็หันมามองนักแสดงคนนั้น แล้วพูดกันว่า “ใช่ ๆ! ยามาซากิ! ฉันซื้อนั้น นี้ โน้น”

“ที่เก็บลังกระดาษเขาสุดยอดมากเลย”

“ผมซื้อกล่องใส่มาส์กติดข้างฝา ซื้อมา 2 อันด้วย ของผู้ใหญ่กล่องหนึ่ง ของเด็กกล่องหนึ่ง”

“ฉันซื้อที่วางช้อนเล็ก ๆ มาอันหนึ่ง หลังจากนั้น ก็กลายเป็นแฟนคลับของแบรนด์นี้ไปเลย”

ทุกอย่างดูจริง ธรรมชาติมาก ทุกคนดูอินจากใจ

ด้วยความสงสัย ดิฉันเลยลองไปเสิร์ชดูว่า เจ้าแบรนด์ยามาซากินี้น่าสนใจอย่างไร พอดูไปเรื่อย ๆ ดิฉันก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา ใส่ไปใน To-shop-list in Japan ครั้งหน้า ถ้าได้ไปญี่ปุ่นเมื่อไร จะไปกว้านซื้อเลย คอยดู

เอาล่ะค่ะ มารู้จักโลกของ YAMAZAKI Jitsugyo กัน

เติบโตจากบริษัทโต๊ะรีดผ้า

บริษัท YAMAZAKI Jitsugyo ก่อตั้ง ค.ศ. 1971 ในเมืองนารา เริ่มจากการเป็นผู้ผลิตโต๊ะรีดผ้า จากนั้นบริษัทก็ค่อย ๆ ขยับขยายออกมาทำสินค้าในชีวิตประจำวัน เช่น กล่องทิชชู ที่แขวนผ้าเช็ดมือ กล่องใส่เครื่องประดับ

คนญี่ปุ่นเรียกยี่ห้อนี้ว่า YAMAZAKI Jitsugyo แต่โลโก้ ตลอดจนเวลาเขาสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษ เขาตัดเหลือเพียง YAMAZAKI เท่านั้น

สิ่งที่ลูกค้ามักพูดถึงแบรนด์ YAMAZAKI คือ พวกเขามักผลิตของที่เราอยากได้อยู่พอดี (แต่ไม่รู้ตัว) บางคนก็บอกว่า สินค้าแบรนด์นี้ทำให้รู้ว่า จริง ๆ แล้วเราก็มีเรื่องอึดอัด หรือเรื่องกวนใจเล็ก ๆ น้อย ๆ อยู่ในชีวิตประจำวัน แล้ว YAMAZAKI ก็เข้ามาแก้ปัญหาให้

ยกตัวอย่างเช่น แก้วน้ำบ้วนปาก หลายคนมีแก้วน้ำไว้บ้วนปากเวลาแปรงฟัน แต่เคยรู้สึกอึดอัดนิดหน่อยว่า แก้วจะแห้งอย่างไร

แบรนด์แก้ปัญหานี้ด้วยการทำที่แขวนแก้วติดผนัง และออกแบบแก้วให้บริเวณก้นแก้วมีแม่เหล็กติดอยู่

เมื่อเราใช้แก้วใบนี้บ้วนปากเสร็จ ก็คว่ำแก้วใต้ตะขอได้เลย (เสียงในหัวดิฉัน : อยากได้!!!!)

YAMAZAKI แบรนด์ช่วยแก้ปัญหาการเก็บของ ด้วยสินค้าสวยและฟังก์ชันจนกระเป๋าตังค์สั่น

ช่วงโควิด YAMAZAKI ออกกล่องใส่มาส์กแบบติดข้างฝา แก้ปัญหาเวลาจะออกจากบ้านแล้วลืมเอาหน้ากากอนามัยไปด้วย ฝาด้านบนเป็นฝาแม่เหล็ก เปิดปิดเติมหน้ากากได้ง่าย (เสียงในหัวดิฉัน : อยากได้!!!!)

YAMAZAKI แบรนด์ช่วยแก้ปัญหาการเก็บของ ด้วยสินค้าสวยและฟังก์ชันจนกระเป๋าตังค์สั่น
ดึงหน้ากากง่าย ๆ
YAMAZAKI แบรนด์ช่วยแก้ปัญหาการเก็บของ ด้วยสินค้าสวยและฟังก์ชันจนกระเป๋าตังค์สั่น
เติมง่าย ๆ 
YAMAZAKI แบรนด์ช่วยแก้ปัญหาการเก็บของ ด้วยสินค้าสวยและฟังก์ชันจนกระเป๋าตังค์สั่น
ถ้าไม่อยากติดข้างฝา วางบนโต๊ะก็ได้

สิ่งที่ YAMAZAKI มุ่งหวัง คือการแอบอยู่เคียงข้างชีวิตลูกค้า ทำให้ลูกค้ารู้สึกแปลกใจและประทับใจเวลาใช้สินค้า จนลูกค้ารู้สึกว่าไม่ใช้แบรนด์นี้ไม่ได้

การจะทำเช่นนี้ได้ นักออกแบบของแบรนด์ต้องคอยสังเกตปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ หรือเรื่องกวนใจในชีวิตผู้คนอยู่เสมอ

วิธีการมองปัญหาและแก้ปัญหา

นักออกแบบของ YAMAZAKI มีวิธีการหาข้อมูลและแก้โจทย์ในชีวิตประจำวันของลูกค้าได้อย่างน่าสนใจ

ตอนที่จะออกแบบถ้วยตวง เธอเริ่มจากการสำรวจคนใกล้ตัวว่า ทุกคนมีถ้วยตวงหรือเปล่า จากการถามเพื่อน ๆ ในบริษัท เธอพบว่าในจำนวน 25 คน มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ไม่มีถ้วยตวง แม้แต่ผู้ชายที่อยู่คอนโดฯ คนเดียวก็ยังซื้อติดบ้านไว้

แต่พอถามต่อว่า ถ้วยตวงที่ใช้อยู่มีปัญหาอะไรบ้าง คนกว่าครึ่งหนึ่งบอกว่า มองเห็นมาตรวัดด้านข้างถ้วยยากบ้าง แก้วไม่ทนความร้อนบ้าง หรือแก้วถ้วยตวงมีรอยขีดข่วนเวลาใช้ไปนาน ๆ น้ำหนักก็ค่อนข้างมาก เธอเลยสรุปเบื้องต้นว่า คนต้องการถ้วยตวงที่ดูตัวเลขง่าย ทนความร้อน และเบา

เมื่อเธอลองเสิร์ชคำว่า ‘ถ้วยตวง’ และ ‘ถ้วยตวงเก๋ ๆ’ เธอพบว่า มีบทความหรือกระทู้จำนวนมากที่ใช้คำนี้ (5 แสนกว่าบทความ) เธอเลยลองดูต่อว่า คนเสิร์ชคำว่าอะไรต่อจากคำว่า ‘ถ้วยตวงเก๋ ๆ’ บ้าง ปรากฏว่า เธอเจอคำว่า

ถ้วยตวงเก๋ ๆ ทนความร้อน

ถ้วยตวงเก๋ ๆ ทนความร้อน ฟังก์ชันได้

ถ้วยตวงเก๋ ๆ ทนความร้อน สีขาว

ถ้วยตวงเก๋ ๆ ทนความร้อน เครื่องล้างจาน

สรุปคือ เวลาคนขุ่นเคืองกับถ้วยตวงที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ก็จะเสิร์ชหาสินค้าที่ตอบโจทย์พวกเขามากขึ้น เธอเลยพยายามออกแบบถ้วยตวงที่ดูดี แต่มีคุณสมบัติครบถ้วน กล่าวคือ ทนความร้อน ใช้กับเครื่องล้างจานได้

และนี่คือถ้วยตวงที่เธอออกแบบ

YAMAZAKI Jitsugyo จากบริษัทผลิตโต๊ะรีดผ้า สู่สินค้าแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน ผ่านสินค้าที่เราเห็นแล้วมักอยากได้พอดี!

ถ้วยตวงทำเป็นชั้น ๆ ทำให้คนเห็นง่าย ยิ่งเวลาทำอาหาร ก็เทซอสโดยมองจากด้านบนได้เลย ไม่ต้องเทแล้วคอยยกมาดูด้านข้าง

YAMAZAKI Jitsugyo จากบริษัทผลิตโต๊ะรีดผ้า สู่สินค้าแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน ผ่านสินค้าที่เราเห็นแล้วมักอยากได้พอดี!

นอกจากนี้ เธอยังออกแบบเป็น 2 ไซส์ ขนาด 200 มล. และ 500 มล.​ โดยสามารถซ้อนกันได้ (ไม่เปลืองพื้นที่จัดเก็บ)

เพื่อความรื่นรมย์ในการทำอาหาร เธออกแบบช้อนตวงแบบใสที่ตัวช้อนเป็นชั้น ๆ เหลื่อมกันไปคล้ายกับถ้วยตวง เผื่อเอาไว้ใช้เป็นเซ็ตเข้าคู่กัน

YAMAZAKI แบรนด์ช่วยแก้ปัญหาการเก็บของ ด้วยสินค้าสวยและฟังก์ชันจนกระเป๋าตังค์สั่น
(อยากได้!!!!)

สิ่งที่บริษัทให้ความสำคัญ

สิ่งที่ YAMAZAKI ให้ความสำคัญในการออกแบบและผลิตสินค้า มี 3 ประการด้วยกัน

1. การออกแบบสินค้าให้เข้ากับการตกแต่งห้องและพื้นที่ แต่ขณะเดียวกันก็ดูดีและมีลูกเล่นเล็ก ๆ น้อย ๆ

2. สินค้านั้นทำให้ชีวิตผู้คนสะดวกสบายขึ้นในทุก ๆ วัน ขณะใช้ก็ยังรู้สึกแปลกใจและประทับใจ

3. อยู่เคียงข้างชีวิตผู้คน และทำให้พวกเขารู้สึกขาดเราไม่ได้

สินค้าส่วนใหญ่ของ YAMAZAKI จึงมักเป็นสีขาวหรือสีดำ เรียบง่าย แต่ฟังก์ชันตอบโจทย์ปัญหากวนใจในชีวิตประจำวันของเราจริง ๆ

“เรายินดีต้อนรับความท้าทาย

เราไม่เชื่อในการทำอะไรเดิม ๆ แบบที่เราทำมา

เราเกิดมาเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง”

จากเว็บไซต์บริษัท www.yamajitsu.co.jp

YAMAZAKI Jitsugyo จากบริษัทผลิตโต๊ะรีดผ้า สู่สินค้าแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน ผ่านสินค้าที่เราเห็นแล้วมักอยากได้พอดี!
YAMAZAKI Jitsugyo จากบริษัทผลิตโต๊ะรีดผ้า สู่สินค้าแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน ผ่านสินค้าที่เราเห็นแล้วมักอยากได้พอดี!

จากใจผู้เขียน

สิ่งที่น่าเสียดายประการเดียวของบริษัท YAMAZAKI คือ ไม่มีการให้ผู้บริหารหรือพนักงานสัมภาษณ์ออกสื่อเลย ดิฉันจึงไม่สามารถหาที่มาของชื่อบริษัท การยกระดับการออกแบบจากที่วางเตารีด มาเป็นสินค้าในบ้านเรือนเก๋ ๆ ตลอดจนกระบวนการออกแบบสินค้าโดยละเอียดได้

แต่เพียงแค่นี้ ก็ทำเอาดิฉัน (และเชื่อว่าคุณผู้อ่านหลาย ๆ ท่าน) ใจเต้นไปกับสินค้าของพวกเขา

ชาว YAMAZAKI เล่าแต่เรื่องราวของสินค้ากับชีวิตผู้คน แต่กลับนำตัวตนคนบริษัทไปแอบอยู่หลังม่าน คล้ายชะเง้อมองลูกค้าสนุกสนานอยู่เบื้องหน้า เท่านี้ก็มีความสุขแล้ว

YAMAZAKI Jitsugyo จากบริษัทผลิตโต๊ะรีดผ้า สู่สินค้าแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน ผ่านสินค้าที่เราเห็นแล้วมักอยากได้พอดี!
YAMAZAKI Jitsugyo จากบริษัทผลิตโต๊ะรีดผ้า สู่สินค้าแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน ผ่านสินค้าที่เราเห็นแล้วมักอยากได้พอดี!
YAMAZAKI แบรนด์ช่วยแก้ปัญหาการเก็บของ ด้วยสินค้าสวยและฟังก์ชันจนกระเป๋าตังค์สั่น

ภาพประกอบ 

https://lab.yamajitsu.co.jp

www.instagram.com/yamazaki.home.channel

Writer

Avatar

เกตุวดี Marumura

อดีตนักเรียนทุนรัฐบาลญี่ปุ่นผู้หลงใหลในการทำธุรกิจแบบยั่งยืนของคนญี่ปุ่น ปัจจุบัน เป็นอาจารย์สอนการตลาดที่คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Makoto Marketing

หลักสูตรการตลาดแบบจริงใจสไตล์ญี่ปุ่น

เดือนมีนาคมนี้ ดิฉันต้องไปทำงานที่เกาะคิวชู และตั้งใจอยู่เที่ยวต่อเล็กน้อย

ทริปหนึ่งที่ดิฉันอยากไปมากๆ คือ รถไฟ 7 ดาว หรือ Seven Stars in Kyushu ขบวนรถหรูที่วิ่งในเกาะคิวชู

รถไฟขบวนนี้ให้บริการตั้งแต่เดือนตุลาคม ค.ศ. 2013 …4 ปีมาแล้ว

ขณะที่ดิฉันกำลังหวังว่า ยอดจองจะซาลงไปบ้างแล้ว ณ ตอนนี้ เมื่อไปที่หน้าเว็บของรถไฟ JR Kyushu ดิฉันก็พบกับข้อความว่า

ทางบริษัทได้เปิดให้จองขบวนรถไฟ 7 ดาวช่วงเดือนมีนาคมถึงกันยายนตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ค.ศ. 2017 ขณะนี้ ยอดจองเต็มหมดแล้ว ขออภัยในความไม่สะดวก และขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งที่ท่านกรุณาสนใจ’

ร้านอาหารมิชลินสามดาวนี่จองยากแล้ว รถไฟเจ็ดดาวนั้นจองแสนยากยิ่งกว่า

ภายใน 1 เดือน…ยอดจองขบวนรถไฟขบวนนี้เต็มยาวไปถึงเดือนกันยายนของปีถัดไป และดิฉันก็ไม่แน่ใจว่า เขาจะเปิดให้จองรอบถัดไปเมื่อใด

รถไฟขบวนนี้พิเศษอย่างไร

 

ที่มาของ ‘เจ็ดดาว’

รถไฟขบวนนี้มีเพียง 14 ห้อง รับแขกได้สูงสุด 28 คน ขบวนรถไฟวิ่งรอบเกาะคิวชู ผู้โดยสารสามารถเลือกได้ว่าจะขึ้นแบบ 2 วัน 1 คืน หรือ 4 วัน 3 คืน ราคามีตั้งแต่ 1.5 ถึงเกือบ 4 แสนเยน

Seven Stars in Kyushu

www.cruisetrain-sevenstars.jp

ที่มาของชื่อ ‘7 ดาว’ ไม่ได้หมายถึงระดับความหรู แบบโรงแรมห้าดาว หกดาว แต่เลข 7 หมายถึง ทั้งเจ็ดจังหวัดในเกาะคิวชู และยังหมายถึงทรัพยากรการท่องเที่ยว 7 อย่างของเกาะ ตลอดจนจำนวนของขบวนรถที่มี 7 ขบวน

เจ้าของคือ บริษัท JR Kyushu

ทำไมบริษัทที่เหมือนการรถไฟแห่งประเทศไทย ต้องมาทำรถไฟท่องเที่ยว

สาเหตุคือ การขาดทุนนับพันล้านเยน คิวชูต่างจากเมืองใหญ่อย่างโตเกียวหรือโอซาก้า จำนวนประชากรลดลงเรื่อยๆ ทุกปี ประกอบกับเจอคู่แข่งอย่างรถประจำทางและสายการบินราคาถูกเข้ามาตีตลาด ทำให้คนขึ้นรถไฟน้อยลง การหวังพึ่งรายได้จากค่าโดยสารเพียงอย่างเดียวจึงไม่ได้

บริษัท JR Kyushu จึงหันมาใช้ทรัพยากรที่ตนเองมี คือรถไฟ และแปลงเข้าสู่ธุรกิจใหม่… จากการขนส่งโดยสาร สู่การท่องเที่ยว

คอนเซปต์ในตอนนั้นมีแค่สร้าง ‘Cruise Train’ รถไฟที่สร้างประสบการณ์เหมือนนั่งเรือสำราญได้

รถไฟ 7 ดาว

www.1101.com

ความท้าทายของดีไซเนอร์

บุคคลสำคัญผู้แปลงคอนเซปต์บนแผ่นกระดาษให้กลายเป็นรถไฟของจริง คือ เอจิ มิโตะโอะกะ ดีไซเนอร์ชื่อดังของญี่ปุ่น

มิโตะโอะกะ ต้องเผชิญกับ 4 โจทย์สำคัญด้วยกัน

  1. รถไฟต้องสวยงาม มีความเป็นเรือสำราญ ทั้งที่พื้นที่มีจำกัด ขบวนรถกว้างเพียง 2.7 เมตร เมื่อหักลบกำแพงหน้าต่างออกแล้ว เขาเหลือความกว้างเพียง 1.9 เมตรเท่านั้น ในพื้นที่เล็กๆ นี้ เขาต้องออกแบบห้องอาบน้ำ อ่างล้างหน้า และพื้นที่ที่วางเตียงได้ 2 เตียง
  2. ต้องสร้างประสบการณ์อันสุดยอดให้ลูกค้า ลูกค้าต้องทานอาหาร ใช้ชีวิต และพักอยู่ในรถไฟได้ โดยไม่รู้สึกอึดอัด
  3. ต้องออกแบบภายใต้งบประมาณอันจำกัด เพราะ JR Kyushu ในขณะนั้นประสบปัญหาขาดทุนอยู่ ไม่สามารถใช้เงินลงทุนเยอะเกินตัวได้
  4. ต้องชูเสน่ห์ของคิวชูให้โลกรู้

เพื่อไม่ให้ผู้โดยสารรู้สึกอึดอัด มิโตะโอะกะออกแบบหลังคาทรงโค้ง และใช้วัสดุที่ทำจากไม้ ทำให้ผู้โดยสารรู้สึกปลอดโปร่งมากขึ้น

เพื่อไม่ให้งบประมาณสูงเกินไป เขาใช้รถไฟขบวนเก่ามาตกแต่งใหม่ ทำให้ไม่ต้องสร้างขบวนรถไฟตั้งแต่ต้น

เหลืออีกสองโจทย์… คือสร้างประสบการณ์สุดยอดให้กับลูกค้า และชูเสน่ห์ของคิวชู

มันยากกว่าออกแบบรถไฟขบวนอื่นๆ เป็นสิบเท่าเลย” มิโตะโอะกะถึงกับเปรยออกมา

ห้องโดยสาร

www.japantimes.co.jp

ดีไซน์ที่ทำให้ช่างฝีมืออยากแสดงฝีมือ

ว่ากันว่า รถไฟ 7 ดาวขบวนนี้ ทำให้ใครหลายต่อหลายคนประทับใจจนน้ำตาไหล …ทั้งผู้โดยสารรวมถึงตัวพนักงานเอง

เครื่องประดับแต่ละชิ้น เฟอร์นิเจอร์แต่ละอย่าง ล้วนเกิดจากช่างฝีมือระดับสุดยอดของญี่ปุ่นทั้งนั้น

เคล็ดลับของ ‘งานศิลปะ’ ชิ้นนี้ อยู่ที่การออกแบบ

รถไฟขบวนนี้เป็นผลงานของ JR Kyushu และช่างฝีมือทุกคน แต่การจะแค่ขอความร่วมมือจากทุกคนเพื่อสร้างรถไฟขบวนนี้อย่างเดียวนั้นคงไม่พอ ผมและทีมต้องออกแบบแบบที่ช่างฝีมือเห็นแล้วรู้สึกว่าอยากแสดงฝีมือ (อยากโชว์ของ) ของตัวเอง ต้องเป็นงานออกแบบที่ปลุกวิญญาณของศิลปินแต่ละคนขึ้นมา

ดีไซน์แบบไหนกันที่ทำให้ช่างอยากโชว์ฝีมือ

ยกตัวอย่าง …ประตูและหน้าต่างไม้ในรถไฟแกะสลักโดยช่างไม้จากเมืองโอกาวะ จังหวัดฟุกุโอกะ ลวดลายบางแห่งเป็นเส้นเล็กบางละเอียดถึง 0.1 มิลลิเมตร

ไม้ฉลุ

minkara.carview.co.jp

หรืออ่างล้างมือ โคมไฟ ลูกบิดประตู ทั้งหมด ใช้ช่างฝีมือจากเมืองอาริตะ จังหวัดซากะ เป็นผู้วาดลาย

อ่างล้างมือ

nanatsuboshi-in-kyushu.jp

ส่วนเพดานไม้แกะสลักปิดทอง มาจากฝีมือของช่างแกะสลักและปิดทองเมืองไซตามะ

ตู้เสบียง

www.cruisetrain-sevenstars.jp

รถไฟที่ทุกคนรักและภูมิใจ

เมื่อขบวนรถสร้างเสร็จสิ้นสมบูรณ์ พนักงานที่ให้บริการต่างรู้สึกถึงความพิเศษของขบวนรถ ทำให้พวกเขายิ่งรู้สึกพิเศษในงานของตนเอง และมุ่งมั่นให้บริการลูกค้าอย่างเต็มที่

ในเมื่อ ‘เวที’ ของพวกเราพิเศษขนาดนี้ พวกเราก็ต้อง ‘แสดง’ กันอย่างเต็มที่

การดูแลของพนักงานรถไฟ 7 ดาวนั้น ไม่ได้เริ่มแค่ที่เลานจ์ในห้องพักรับรอง แต่เริ่มตั้งแต่ตอนโทรศัพท์ไปหาลูกค้า

ท่านชอบหมอนแบบไหนเป็นพิเศษหรือเปล่าคะ แบบนิ่มหรือแบบแข็ง

ในรถมีการแสดงดนตรีด้วย มีเพลงไหนที่อยากขอเป็นพิเศษไหมคะ”

เดินทางมาที่สถานีฮากาตะอย่างไรคะ มีอะไรให้ดิฉันช่วยไหมคะ”

พนักงานพูดคุยและใส่ใจความชอบของลูกค้าละเอียดจนในวันออกเดินทาง ถึงกับมีผู้โดยสารบางคนซื้อของฝากมาฝากพนักงานดูแลเลยทีเดียว

ในวันเดินทาง พนักงานทุกคนรู้สึกว่าพวกเขากำลังจะร่วมสร้างเรื่องราวแห่งความประทับใจไปพร้อมๆ กับผู้โดยสาร

สำหรับเด็กๆ ในท้องถิ่นนั้น พวกเขาพร้อมใจกันโบกมือให้จนกลายเป็นธรรมเนียมกันไปแล้ว

สำหรับคนในท้องถิ่น พวกเขาขอบคุณที่ขบวนรถไฟสายนี้พาคนที่สนใจในเกาะคิวชูมา ขอบคุณที่รถไฟซื้อวัตถุดิบจากท้องถิ่นไปปรุงอาหารรสเลิศ ขอบคุณโอกาสที่ให้พวกเขาได้แสดงวัฒนธรรมท้องถิ่นให้แก่ผู้โดยสาร ขอบคุณที่ให้โอกาสพวกเขาได้เล่าเรื่องท้องถิ่นที่พวกเขาภูมิใจ

สุดท้ายนี้ ขอจบเรื่องราวของรถไฟขบวนนี้ด้วยเรื่องราวของผู้โดยสารท่านหนึ่งค่ะ

ดิฉันมาเที่ยวรถไฟขบวนนี้กับคุณยาย ตอนคุยกับพนักงานทางโทรศัพท์ ดิฉันก็เผลอเล่าไปว่า คุณยายไม่ค่อยสบาย อาจทานอาหารไม่ได้เยอะมาก พอถึงวันที่ขึ้นรถไฟจริงๆ พนักงานดูแลก็มาถามคุณยายว่า ปริมาณอาหารพอดีไหม จะให้ลดหรือเพิ่มสิ่งใดหรือเปล่า คุณยายของฉันรู้สึกประทับใจจริงๆ ตัวฉันเองก็ไม่นึกว่าพนักงานจะสื่อสารกันขนาดนี้

“ส่วนตอนที่เราแวะลงสถานีหนึ่ง มีเด็ก ๆ ในเมืองมาเต้นรำแสดงให้พวกเราดู ดิฉันได้มีโอกาสคุยกับคุณแม่เด็กคนหนึ่ง ดิฉันชมว่า ‘เด็กๆ เต้นเก่งจังเลยนะคะ’ คุณแม่ท่านนั้นบอกว่า เด็กๆ ตื่นเต้นและรอวันนี้มานานมาก พวกเขาตั้งใจซ้อมกันใหญ่เลยค่ะ

“ดิฉันเพิ่งเข้าใจความหมายของการเดินทางในครั้งนี้ว่า มันไม่ใช่แค่ทริปหรูราคาแพง มิใช่แค่อาหารดี หรือรถไฟนั่งสะดวกสบาย แต่เป็นประสบการณ์และความทรงจำที่จะคงอยู่ไปในตลอดชีวิตดิฉัน

Writer

Avatar

เกตุวดี Marumura

อดีตนักเรียนทุนรัฐบาลญี่ปุ่นผู้หลงใหลในการทำธุรกิจแบบยั่งยืนของคนญี่ปุ่น ปัจจุบัน เป็นอาจารย์สอนการตลาดที่คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load