Wild Chronicle – เชษฐา คือเพจเล่าเรื่องประวัติศาสตร์ ความขัดแย้ง และสงครามที่เกิดขึ้นในโลก 

ส่วน ปั๊บ-พงศ์ศรณ์ ภูมิวัฒน์ คือนักธุรกิจเต็มเวลาที่มีงานอดิเรกเป็นการทำเพจนี้ จะบอกว่าเป็นงานอดิเรกเสียทีเดียวก็คงไม่ถูกนัก เพราะเขาทุ่มเททั้งใจและเวลาให้กับมัน จนเนื้อหาในเพจได้รวมเล่มเป็นหนังสือ ได้แก่ พยัคฆ์ทมิฬสิ้นชาติ โลหิตอิสราเอล เชือดเช็ด เชเชน อสุราอาหม และ ประวัติย่อก่อการร้าย

จุดเด่นของเพจนี้ คือการอธิบายเรื่องยากๆ ให้เข้าใจง่าย เขาเล่าเรื่องความขัดแย้งจากมุมมองของทั้งสองฝ่าย เพื่อพยายามบอกว่า ไม่มีใครเลวหรือดีไปกว่าใคร ทุกคนต่างเป็นมนุษย์ มีอารมณ์ มีความทะเยอทะยาน มีอุดมการณ์ที่ยึดถือ มีพื้นเพ มีเงื่อนไขและปมชีวิตที่แตกต่างกันออกไป

เขาหวังว่าความขัดแย้งที่เขาบอกเล่าจะสะกิดใจคนอ่านให้เห็นใจ เข้าใจคนอื่นมากขึ้น และสุดท้ายจะสามารถมองย้อนกลับมาที่ตัวเอง ทำให้รู้จักตัวเองในที่สุด

จากกระทู้บน Pantip.com กลายเป็นเพจที่มีผู้ติดตามมากกว่า 230,000 คน นี่ยังไม่รวมกลุ่มบนเฟซบุ๊กที่มีสมาชิกอีกกว่า 120,000 คน ซึ่งเป็นเหมือนคอมมูนิตี้ที่เหนียวแน่น มีคนโพสต์แลกเปลี่ยนความรู้และมุมมองเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ สงคราม และเรื่องต่างประเทศ อยู่ทุกวัน

จากการเล่าเรื่องผ่านตัวอักษร มาเป็นทริปท่องเที่ยวพื้นที่สงครามที่ชวนลูกเพจไปเห็นพื้นที่จริง ได้คุยกับคนที่ผ่านเหตุการณ์จริง 

และนี่เป็นการบอกเล่าเรื่องราวของความฝันและความหวังของเจ้าของเพจ Wild Chronicle – เชษฐา

“ผมชอบอ่านเรื่องสงครามอยู่แล้ว”

ปั๊บชอบประวัติศาสตร์และการท่องเที่ยวมาตั้งแต่เด็กๆ เขาเรียนจบปริญญาตรีคณะรัฐศาสตร์ แม้จะไม่ได้ทำงานตรงสายหลังจากนั้น ก็ตามค้นคว้าศึกษาเรื่องในอดีต สงคราม และการเมืองรอบตัวอยู่ตลอด จนกระทั่งเมื่อ 7 ปีก่อน เขาตัดสินใจเขียนความรู้ที่สะสมมาลงเว็บไซต์ Pantip.com ในนาม ‘เชษฐา’

“ตอนนั้นผมอ่านเรื่องเกี่ยวกับกบฏพยัคฆ์ทมิฬในศรีลังกา อ่านมากๆ ก็อิน มันเป็นเรื่องของชาติที่สิ้นไปต่อหน้าต่อตาเลย ตอนนั้นไม่ได้อ่านหนังสือ แต่อ่านเว็บบอร์ดของฝั่งกบฏและเว็บบอร์ดฝั่งรัฐบาล ได้เห็นว่ารัฐบาลคิดยังไง กบฏคิดยังไง ประกอบกับการดูข่าวไปด้วย เราอยากเข้าใจว่าคนในชาติจะรู้สึกยังไง ก็เลยเอามาเขียนลงเว็บบอร์ดพันทิป

“ผมเป็นคนชอบอ่าน ชอบตามเรื่องสงครามอยู่แล้ว โดยตามจากข้อมูลทั้งสองฝั่ง พอตั้งกระทู้ก็อยากให้เป็นกระทู้ที่อ่านง่ายๆ อินเทอร์เน็ตเปลี่ยนพฤติกรรมคนหลายอย่าง อย่างหนึ่งคือนิสัยการอ่าน ผมคาดเดาว่าคนส่วนใหญ่ที่อ่านหนังสือบนอินเทอร์เน็ตไม่ชอบอ่านอะไรยาวๆ เลยลงรูปเยอะๆ ตัวอักษรน้อยๆ อธิบายให้เข้าใจง่ายที่สุด ให้คนสนุกตั้งแต่แรก แล้วค่อยๆ ใส่เนื้อหาที่ซับซ้อนหรือยากขึ้นมาหน่อยตามไป พอทำแล้วมีคนชอบเยอะ รู้สึกว่าตัวเองทำได้ดี เป็นสิ่งที่ทำแล้วมีคุณค่า”

“นี่เป็นการบอกเล่าเรื่องราวของความฝันและความหวังของคนเกือบสามล้านคนที่ได้ลุกโชนขึ้นมาเหมือนกองไฟอันแรงกล้า และเผาผลาญลุกลาม ไหม้ทำลายทุกสิ่งทุกอย่างพังพินาศ…”

ประโยคข้างต้นคือบทเกริ่นนำของกระทู้แรกของเขา ที่ตามมาด้วยภาพสลับตัวอักษร เขาออกแบบกระทู้เสมือนว่าเป็นเลย์เอาต์หน้าหนังสือหรือนิตยสาร อ่านง่ายและน่าติดตาม จนทำให้มีแฟนๆ รอตามอ่านเรื่องต่อไปมากมาย

“ก่อนหน้านี้ผมเคยเขียนนิยายตอนอายุสิบแปด ชื่อ ลำนำหกพิภพ ได้รางวัล Young Thai Artist Award หลังจากเล่มนั้นก็ไม่ได้เขียนอีกจนคิดว่าคงไม่ได้เป็นนักเขียนแล้ว แต่พอได้เขียนพันทิปแล้วดัง สนุก ก็เลยเขียนมาเรื่อยๆ 

“พอมีคนอ่านเยอะก็รู้สึกว่า ‘เฮ้ย เราก็มีแฟนนี่หว่า’ เพราะสมัยที่ออกหนังสือมีคนตามน้อยมาก (หัวเราะ) แล้วเราได้ทำประโยชน์บนอุดมการณ์ที่เรามีอยู่ ก็เลยกลายเป็นซีรีส์งานเขียนของตัวเอง ผมเริ่มจากเรื่อง พยัคฆ์ทมิฬสิ้นชาติ เชือดเช็ด เชเชน สงครามในรัสเซียใต้ อสุราอาหม ประวัติศาสตร์คนไทยที่อยู่ในอินเดียเหนือ ตอนแรกลงไปสามเรื่องบนพันทิปก่อน พอมันป๊อปปูลาร์มากๆ ก็เลยเอาไปลงเฟซบุ๊ก เพราะเฟซบุ๊กเข้ามา เราก็ปรับการเขียนบางอย่างให้เหมาะกับแพลตฟอร์ม ใช้ภาพเยอะเข้าไปอีก” (หัวเราะ)

“ผมอยากเข้าใจมนุษย์มากขึ้น”

ปั๊บก็เหมือนเด็กผู้ชายคนอื่นๆ ที่สนใจเรื่องการรบ การต่อสู้ และสงคราม แต่สิ่งที่เขาสนใจไปมากกว่านั้นคือเรื่องของมนุษย์ เนื้อหาหลักของเพจจึงเป็นเรื่องความขัดแย้งผ่านมุมมองคนทั้งสองฝ่ายแบบไม่เข้าข้างใครเป็นพิเศษ

“ผมอยากเข้าใจมนุษย์มากขึ้น อยากรู้ว่าแต่ละคนคิดยังไง ซึ่งสงครามมันเป็นภาวะ Extreme เป็นภาวะที่คนจะแสดงธาตุแท้ เป็นภาวะที่ทำให้เกิดอะไรประหลาดๆ ขึ้นมาหลายอย่าง เช่น เกิดประเทศที่ไม่มีอยู่จริง เป็นชนกลุ่มน้อยที่ถูกกดขี่ เลยต้องต่อสู้เพื่อสร้างประเทศใหม่ของตัวเองขึ้นมา ในประเทศเขามีการบริหารของตัวเอง เขาใช้ทหารเด็ก มีองค์กร มีการจัดการ สิ่งเหล่านี้ทำให้เราเข้าใจมนุษย์มากขึ้นในทางหนึ่ง 

“หรืออีกเคสก็น่าสนใจมาก ถ้าพูดเรื่องคุณค่าของชาติ ชาติไทยมั่นคงแล้ว เราหลายๆ คนก็อาจจะไม่ได้แคร์ชาติมาก ขี้เกียจเคารพธงชาติหรืออะไรแบบนั้น แต่ถ้ามองกลับมาที่มุมของชนกลุ่มน้อย เขาจะรู้สึกว่าชาติเป็นของมีน้อย ชาติเป็นของที่ถูกทำลายได้ตลอดเวลา เขาจะรักมาก จะพยายามทุกอย่างเพื่อรักษาชาติไว้ จะมีความเห็นที่แตกต่างกับเรา ซึ่งเรื่องพวกนี้มันน่าสนใจ มันสะท้อนให้เห็นว่า ถ้าคนเราถูกกดดันไปถึงจุดหนึ่งจะเกิดอะไรขึ้น

“อย่างประเทศไทยเมื่อก่อนก็มีเหตุการณ์คล้ายๆ อย่างนี้ สมัยกรุงศรีอยุธยาแตก เมืองไทยแตกออกเป็นห้ากลุ่ม พระเจ้าตากสินเลยต้องออกมากอบกู้ชาติ มนุษย์เราจะคล้ายๆ กัน ซึ่งการที่เราไปศึกษาคนอื่นมันทำให้เราเข้าใจตัวเองมากขึ้นด้วย”

คุณค่าของ Wild Chronicle – เชษฐา คือการอธิบายเรื่องยากๆ ให้เข้าใจง่าย ในขณะเดียวกัน เขาหวังว่าเรื่องราวบนเพจจะช่วยเปิดใจให้เข้าใจคนอื่นมากขึ้น

“ปัญหาใหญ่ของโลกนี้ คือคนเรามีอีโก้สูงจนไม่พยายามเข้าใจคนที่แตกต่างกับตัวเอง ยิ่งพอไม่รู้จักคนอื่นเลย ก็ง่ายมากที่จะเชื่อว่าตัวเองดีกว่าใครๆ อย่างเรื่องพยัคฆ์ทมิฬ บางคนอาจจะไม่เคยได้ยินมาก่อน หรือถ้าพอได้ยินมาบ้างก็คิดว่าเป็นพวกก่อการร้าย แต่พออ่านเรื่องราวจริงๆ เขาจะไม่เห็นคนกลุ่มนี้ว่าเป็นคนดีหรือคนเลว จะเห็นว่าเขาก็เป็นแค่คนเหมือนกับเรานี่แหละ เป็นคนที่มีรัก โลภ โกรธ หลง มีการดิ้นรนต่อสู้เพื่อชีวิตของตัวเอง”

“การอ่านกับไปจริงมันคนละเรื่องกันเลย”

จากการศึกษาผ่านตัวอักษร พัฒนาเป็นการเดินทางไปดูพื้นที่จริง ไปคุยกับคนที่ได้รับผลกระทบจากสงครามจริง Wild Chronicle – เชษฐา จึงเปลี่ยนจากการเล่าเรื่องผ่านข้อมูลที่เก็บสะสมมา เป็นการถ่ายทอดประสบการณ์ที่ได้ไปท่องเที่ยวพื้นที่ความขัดแย้งจริงๆ

“จุดเปลี่ยนคือทริปเคอร์ดิสถาน ผมได้คุยกับคนอัสซีเรีย สตอรี่ของเขาคือชาวเคิร์ดปกป้องและดีกับเขามาก แต่พอถามคนอัสซีเรียว่าชอบคนเคิร์ดไหม เขาบอกว่า ตอบไม่ได้ การได้คุยกับคนที่ถูกระเบิดแก๊สพิษแล้วไม่ตาย เลยต้องเห็นคนตายต่อหน้าทีละคนๆ ได้เข้าค่ายผู้ลี้ภัยเจอผู้หญิงที่ถูกไอซิสข่มขืน หรือคุยกับอาจารย์ชาวเคิร์ดที่บอกว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลางมาจากการที่คนไม่เข้าใจกัน เกิดจาก Culture of Hate ที่แต่ละกลุ่มสอนให้เกลียดกันเองทั้งที่วัฒนธรรมใกล้กันมาก อาหรับต้องเกลียดยิว ยิวต้องเกลียดเคิร์ด เคิร์ดต้องเกลียดเปอร์เซีย

“เขาบอกว่า วิธีการแก้คือต้องพยายามสร้างวัฒนธรรมใหม่ให้ดี มันได้เห็นว่าคนที่ผ่านสงครามมาเขาเป็นแบบนี้นะ การอ่านกับไปจริงมันคนละเรื่องกันเลย ตอนนี้ก็เลยคิดจะจัดทริปพาลูกเพจไปเที่ยวจริงจังสักที”

“ทุกอย่างมันมีเหตุผลของมันอยู่แล้ว”

หลังจากนี้ ปั๊บตั้งใจจะทำธุรกิจของตัวเองน้อยลง และทุ่มเทให้กับ Wild Chronicle – เชษฐา เขาบอกว่าชีวิตมาถึงจุดที่มีความต้องการข้อสูงสุดของทฤษฎีมาสโลว์ คือ Self-actualization หรือการได้บรรลุสิ่งที่ตัวเองเป็น

“ผมเริ่มให้ความสำคัญกับอุดมการณ์ เริ่มมีคำถามว่าถ้าเราตายไปแล้วโลกจะจำเรายังไง ความดีของแต่ละคนแตกต่างกัน แต่ความดีของผมคือสิ่งนี้ ผมสามารถทำสิ่งนี้ และเชื่อว่ามันเป็นสิ่งดี

“ผมอยากทำสื่อที่ทำให้คนเข้าใจคนอื่นและเข้าใจตัวเองได้ง่ายๆ สื่อตอนแรกก็คิดว่าจะเป็นหนังสือ ตอนนี้เป็นทั้งหนังสือ โพสต์เฟซบุ๊ก ทริป สัมมนา หรือแม้กระทั่งบอร์ดเกมเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ไทยที่อยากทำ แต่ไม่ว่าจะออกมาในรูปแบบไหน มันจะกลับไปตอบโจทย์ Vision หลักของเรา

“ต่อไปในอนาคตก็คงจะใหญ่และดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ถ้าถามผม จริงๆ การที่ได้ทำสิ่งนี้มันเติมเต็มผมอยู่แล้ว เป้าหมายมันบรรลุตั้งแต่เริ่มทำแล้ว”

“เราจำเป็นต้องรู้เรื่องสงครามใช่ไหม” เราถามทิ้งท้ายก่อนจบบทสนทนาในวันนั้น

“จำเป็นครับ ประเทศที่เจริญแล้วเขาจะไม่ได้เขียนประวัติศาสตร์เหมือนที่เราเรียน เขาจะแฟร์ ไม่ได้บอกว่าเขาดีหรือเลว แต่บอกว่าจริงๆ มันก็เป็นแบบนี้แหละ อย่างที่อังกฤษเป็นเจ้าอาณานิคม เขาก็ไม่ได้ดี ไม่ได้เลว แต่มันเป็นไปแบบนั้น

“พอประวัติศาตร์เวอร์ชันที่เป็นกลางออกไป คนที่เป็นกระแสหลักกับคนที่เป็นชนกลุ่มน้อยจะอยู่ด้วยกันได้ เพราะจะแยกประวัติศาสตร์ออกจากอีโก้ของตัวเอง ช่วยลดความขัดแย้งที่ไม่จำเป็นออกไป แต่ประเทศที่เพิ่งสร้างชาติขึ้นมา เขาต้องการชาตินิยมให้เข้มแข็ง มั่นคง อย่างจีนเป็นชาตินิยม สอนหนังสือก็ชาตินิยม แง่ดีคนก็ทำเพื่อชาติ ในที่สุดชาติจะเจริญขึ้น หลังจากนั้นก็อาจจะมีข้อเสียมาบ้าง สุดท้ายก็แล้วแต่แนวทางของแต่ละประเทศๆ ไป แต่ทุกอย่างมันมีเหตุผลของมันอยู่แล้ว”

ในสถานการณ์บ้านเมืองไปจนถึงวิกฤตโรคระบาดในตอนนี้ ปั๊บเข้าใจดีจากประสบการณ์ที่ศึกษาเรื่องคนอื่นมามาก เขาเชื่อว่าการสื่อสารกับคน ถ้าใช้สิ่งที่ใกล้ตัวมากๆ จะเกิดอคติ อีโก้ แต่ถ้าเล่าเรื่องคนอื่น วันหนึ่งเราจะเริ่มเข้าใจเองได้ว่า ‘สิ่งที่เราเป็นอยู่ก็ไม่ต่างกันเลยนี่นา’

Writer

พิมพ์อร นทกุล

บัญชีบัณฑิตที่พบว่าตัวเองรักหมามากกว่าคน

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

Page Maker

คุยกับเหล่านักทำเพจน่าสนใจในโลกออนไลน์

“เสียดายจังครับ ปู่หลับแล้ว” 

ตั๊ก-ปิยะพงษ์ ชิณเดช หนึ่งในแอดมินเพจ ZOO 101 หันมาบอกกับเราขณะที่เข็มนาฬิกาบนข้อมือชี้เลข 12

“อีกนานไหมคะถึงจะตื่น” – เราถามอย่างมีความหวัง

“ไม่แน่ใจครับ ทั้งวันนอนประมาณ 20 ชั่วโมง ตื่นแค่ 4 ชั่วโมงต่อวัน” – โอเค แปลว่าความหวังริบหรี่มาก

เรายืนอยู่หน้าอาศรมของ ปู่แฟลช สลอธ 2 นิ้ว เจ้าของรางวัลชนะเลิศ ‘ขวัญใจมหาชน Zoo Influencer Awards 2022’ จัดสำรวจโดย ZOO 101 เพจสาระอารมณ์ดีที่มุ่งมั่นสร้างชุมชนคนเข้าใจสัตว์และเป็นสื่อกลางในการให้ความรู้เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและสวนสัตว์อย่างถูกต้อง

อินฟลูเอนเซอร์ของเพจไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นเหล่าเซเลบหลากหลายสายพันธุ์สังกัดสวนสัตว์ทั่วไทยตั้งแต่เหนือยันใต้ 7 แห่ง ได้แก่ สวนสัตว์เชียงใหม่ สวนสัตว์สงขลา สวนสัตว์นครราชสีมา สวนสัตว์ขอนแก่น สวนสัตว์อุบลราชธานี โครงการคชอาณาจักร จังหวัดสุรินทร์ รวมถึง สวนสัตว์เปิดเขาเขียว ฐานที่มั่นหลักที่แทบจะต้องปูพรมแดงให้ทั่ว 5,000 ไร่ เพราะทุกส่วนจัดแสดงมีแฟนคลับของตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ขาหมู แอนด์เดอะแก๊ง

ท่ามกลางอากาศร้อนแต่ฝนโปรย ใครคิดว่า The Cloud จะหนีกลับบ้าน ขอบอกเลยว่าไม่! 

เพราะวันนี้เรามีภารกิจเยือนบ้านเหล่าดาราแห่งพงไพรพร้อมทีมแอดมินที่ตั้งใจมาแบ่งปันประสบการณ์แสนสนุก เบื้องหลังการปลุกปั้นเพจสาระน่ารู้ และเรื่องราวอบอุ่นหัวใจระหว่าง ‘คน’ กับ ‘สัตว์’ ให้ฟัง

ZOO 101 คู่มือสวนสัตว์โดยอินฟลูเอนเซอร์เขาเขียวที่มีตั้งแต่ 'ขาหมู' ถึง 'แก๊งหน้านิ่ง'

บทที่ 1

นกกระเรียนเปลี่ยนชีวิต

ตั๊กพาเดินไปยังคาเฟ่โล่งแจ้งข้างบ้าน ‘หมีขอ’ ที่กำลังกินอาหารและนอนหลับห่างไปไม่ถึง 3 เมตร ไม่มีกรง ไม่มีกระจกคั่นกลาง เห็นตั้งแต่เขี้ยวในปากยันขนแต่ละเส้นบนตัว

เราออกอาการตื่นเต้น 

แต่นั่นเป็นเรื่องปกติของคนที่ตื่นด้วยเสียง ‘ชะนี’ ปลุกในยามเช้า และวิ่งออกกำลังกายท่ามกลางเพื่อนต่างสายพันธุ์ รวมถึงฝูงลิงป่าที่ไม่ได้เป็นมิตรเท่าไหร่ แต่ยังไหวอยู่

“ผมเป็นนักสื่อสารวิทยาศาสตร์สังกัดสถาบันอนุรักษ์และวิจัยสัตว์ องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานกลางที่คอยช่วยสวนสัตว์ทำโครงการอนุรักษ์และวิจัย” เขาเริ่มเล่า

“หน้าที่ของหน่วยงานมีหลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือการเพาะขยายพันธุ์สัตว์หายาก ซึ่งบางชนิดสูญพันธุ์จากธรรมชาติไปแล้ว แต่ยังมีในสวนสัตว์ เราก็ต้องขยายพันธุ์เพื่อปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ เช่น นกเงือก นกกระสาคอขาว นกตะกรุม นกกระเรียน และอีกหนึ่งหน้าที่สำคัญคือการสื่อสารเรื่องยากให้เข้าใจง่าย เพราะถ้าอนุรักษ์แค่ตัวสิ่งมีชีวิต แต่ชาวบ้านไม่เข้าใจ คนที่มีส่วนร่วมไม่เข้าใจก็จะไม่เกิดการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน”

ZOO 101 คู่มือสวนสัตว์โดยอินฟลูเอนเซอร์เขาเขียวที่มีตั้งแต่ 'ขาหมู' ถึง 'แก๊งหน้านิ่ง'
ภาพ : ปิยะพงษ์ ชิณเดช

เพื่อให้ทุกคนไปถึงเป้าหมายนั้น ZOO 101 จึงถือกำเนิดขึ้นในแพลตฟอร์ม Clubhouse เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องสัตว์ ๆ ในช่วงโควิด-19 โดยมี อรรถพร ศรีเหรัญ ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย (อดีตผู้อำนวยการสวนสัตว์เปิดเขาเขียว) เป็นผู้ริเริ่มตามนโยบายของคณะกรรมการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ตั้งชื่อ และชักชวนคนรอบตัวมาทำ แต่หลังจากความนิยม Clubhouse ลดลง แฟนเพจเฟซบุ๊กกลับงอกเงยขึ้นมาแทน

“แล้วทำไมต้อง 101” เราถามให้แน่ใจว่าไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับจังหวัดร้อยเอ็ด

“ท่านอยากให้เป็นเหมือนแหล่งความรู้ขั้นพื้นฐานสำหรับผู้เริ่มต้นรู้จักสวนสัตว์ (101 เป็นคำสแลงในภาษาอังกฤษ หมายถึง พื้นฐาน) เพราะในเพจเราไม่ได้มีแค่มุกเอาฮา แต่ยังมีสาระย่อยง่ายที่ได้จากงานวิชาการ ซึ่ง มิ้น-สุดารัตน์ บ่ายเจริญ เป็นเสาหลักด้านสาระของเรา มิ้ว-ศุภรัตน์ สวัสดิ์คุ้ม รับหน้าที่เบื้องหลังช่วยตรวจสอบบทความ ล่อน-ณัฐวุธ เดือนแจ่ม และผมช่วยกันถ่ายภาพ คิดมุก ดูแลโพสต์โดยรวม”

ZOO 101 คู่มือสวนสัตว์โดยอินฟลูเอนเซอร์เขาเขียวที่มีตั้งแต่ 'ขาหมู' ถึง 'แก๊งหน้านิ่ง'

แต่กว่าตั๊กจะก้าวมาถึงจุดนี้ กราฟชีวิตของเขาสวิงพอสมควร 

จากเด็กรัฐศาสตร์จบใหม่ที่ไม่รู้ว่าควรทำอะไรต่อ เขายื่นใบสมัครตำแหน่ง ‘คนขับรถ’ แต่ก็ถูกผู้อำนวยการคนก่อนเบรกไว้แล้วย้ายเขาไปเป็นผู้ช่วยนักวิจัยโครงการอนุรักษ์และวิจัยนกกระเรียนพันธุ์ไทย ซึ่งมีบทบาทสำคัญตั้งแต่การปล่อยคืนธรรมชาติ ติดตามความเป็นอยู่ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน

ปฏิเสธไม่ได้ว่าหลายครั้งสังคมยังคงตั้งคำถามถึงการแสวงหาผลประโยชน์จากสิ่งมีชีวิตในป่า แต่ถึงอย่างนั้นการพัฒนาไม่ได้ย่ำอยู่กับที่ สวนสัตว์หลายแห่งเปลี่ยนบทบาทจาก ‘ผู้บริโภคสัตว์’ สู่การเป็นผู้ผลิตสัตว์เพื่อส่งคืนธรรมชาติ ซึ่งประเด็นหลังเป็นเรื่องที่สมควรบอกต่อ

ครั้งนั้น ตั๊กกลายเป็นทีมย้ายนกกระเรียนจำเป็น ต้องเรียนหลักสูตรเร่งรัด ‘จับปากแล้วปิดตา’ แป๊บเดียว นกกระเรียนที่เคยสูญพันธุ์ก็กลับสู่ถิ่นฐานดั้งเดิมอีกครั้ง

“นกกระเรียนเปลี่ยนชีวิตผม” 

เขาไม่ได้พูดเกินจริง เพราะหน้าที่ต่อมาคือการขยับขึ้นเป็นนักวิจัยเต็มตัว ตัดสินใจเรียนต่อปริญญาโท คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ทำวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับนกกระเรียน แล้วหลังจากนั้นก็ไม่อาจถอนตัวจากวงการได้อีกเลย

ZOO 101 คู่มือสวนสัตว์โดยอินฟลูเอนเซอร์เขาเขียวที่มีตั้งแต่ 'ขาหมู' ถึง 'แก๊งหน้านิ่ง'
ภาพ : ปิยะพงษ์ ชิณเดช

บทที่ 2

แอดมินที่ป่วนสัตว์ทุก ‘คน’

ความประทับใจที่มีวันนี้ยังไม่จบ เราไปพบแอดมินเพจวันที่ 4 ตุลาคม ซึ่งถือเป็นทั้ง International Zookeeper Day และ World Animal Day พอดี ส่วนข้อต่อมาที่ต้องเอามือทาบอกด้วยความชื่นชอบคือ ที่นี่ใช้สรรพนามเรียกสัตว์เป็น ‘คน’ ไม่ใช่ตัว

“บางคนอาจมองสวนสัตว์เป็นเหมือนงานจัดแสดง แต่เราทุกคนอยู่ด้วยกันอย่างผูกพัน โดยเฉพาะซูคีปเปอร์ที่รักไม่ต่างจากคนในครอบครัว ผมเคยเห็นเขานำนกป่วยไปโรงพยาบาล เขาร้องไห้มาขอให้หมอช่วยรักษา ยิ่งตอนสัตว์มีลูก หมอกับซูคีปเปอร์เฝ้าตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ห่าง

“ยกตัวอย่าง องุ่น กับ เมลอน เขาเป็นเสือที่โตมาแบบเลี้ยงมือ เพราะในธรรมชาติพ่อแม่จะเลี้ยงแค่ลูกที่แข็งแรง ลูกที่อ่อนแอมีโอกาสตายสูง แต่ที่นี่ ถ้าเห็นว่าพ่อแม่เริ่มไม่เลี้ยง เราทนดูไม่ได้ ซูคีปเปอร์และหมอจะช่วยกันเลี้ยงต่อ ลุกขึ้นมาป้อนนมตอนตี 1 ตี 2 มันเลยเกิดเป็นความผูกพัน สัตว์ที่นี่จึงไม่ใช่ตัว แต่เป็นคน”

เราจินตนาการอย่างเข้าใจ เพราะเวลาที่ใช้ไปทั้งหมดคงไม่ต่างจากการเห็นลูกหลานของตนเติบโต และเมื่ออายุขัยของพวกเขาหมดลง ทั้งบ้านก็ท่วมไปด้วยน้ำตา

ZOO 101 คู่มือสวนสัตว์โดยอินฟลูเอนเซอร์เขาเขียวที่มีตั้งแต่ 'ขาหมู' ถึง 'แก๊งหน้านิ่ง'

“การตั้งชื่อแสดงถึงความผูกพันเช่นกัน ตั้งชื่อปุ๊บเหมือนรับเขาเข้ามาในครอบครัว แล้วการตั้งชื่อจะเป็นกิมมิกของแต่ละส่วนจัดแสดง เช่น สมเสร็จที่นี่ตั้งตามเดือน สิงหา กันยา ตุลญา ส่วนโซนวัวแดงจะเป็นวันสำคัญ ปีใหม่ สงกรานต์ ส่วนฮิปโปโปเตมัสจะเป็นตระกูลของกิน (หัวเราะ) พะโล้ ขาหมู หมูตุ๋น หมูหวาน หรือที่เชียงใหม่ ซูคีปเปอร์ผู้ชาย 3 คนต้องดูแลสิงโตขาวเพศเมีย 3 ตัว ก็เลยตั้งชื่อตามภรรยาของตัวเอง”

ตั๊กเล่าอย่างผู้รู้ที่ทำงานทั้งในออฟฟิศและเดินป่วนไปทั่ว ทักทายทั้งหมอ นักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ ซูคีปเปอร์ ไปจนถึงนักท่องเที่ยว

“ลูกเพจแซวว่าเราป่วนทุกคน (หัวเราะ) เขาไม่ยุ่งกับเรา แต่เราเป็นฝ่ายเข้าไปหาเอง เวลาจะถ่ายภาพต้องมานั่งรอประจำ ไม่ใช่มาปุ๊บถ่ายได้ทันที เว้นแต่แต้มบุญสูง รอทั้งวันไม่ได้อะไรเลยก็มี ซึ่งคนที่รู้เวลาตื่นดีที่สุดก็คือเหล่าซูคีปเปอร์ เราเลยต้องไปศึกษาหลายอย่างจากเขา”

ZOO 101 คู่มือสวนสัตว์โดยอินฟลูเอนเซอร์เขาเขียวที่มีตั้งแต่ 'ขาหมู' ถึง 'แก๊งหน้านิ่ง'

บทที่ 3

ศึกษาหลังบ้านและสื่อสารออกไป

นักเรียนประถมตัวน้อยเดินเรียงแถวส่งเสียงคุยกันด้วยความตื่นเต้นทุกครั้งที่มาถึงโซนใหม่ ระหว่างทางตั๊กแวะทักทาย น้าเขียด ซูคีปเปอร์ของ แม่มะลิ ที่ติดตามมาตั้งแต่ครั้ง ‘สวนสัตว์ดุสิต’ หรือ ‘เขาดินวนา’ ยังเปิดทำการ และบุคคลต่อมาที่นั่งเฝ้าส่วนจัดแสดงฮิปโปโปเตมัสคือ พี่ตี๋ เขายื่นกล้วยให้ตั๊กหนึ่งหวี เพื่อให้ช่างภาพของเราเก็บภาพสวย ๆ ตอนขาหมูอ้าปาก

ZOO 101 คู่มือสวนสัตว์โดยอินฟลูเอนเซอร์เขาเขียวที่มีตั้งแต่ 'ขาหมู' ถึง 'แก๊งหน้านิ่ง'

“แอดมินเพจขาหมู แอนด์เดอะแก๊ง คือซูคีปเปอร์ของขาหมู ที่เห็นว่าเขามีการ Live เพราะเวลาให้อาหารต้องนั่งเฝ้าเสมอ เนื่องจากลิงธรรมชาติจากภูเขาจะลงมาแย่งอาหารจนเด็ก ๆ ของเราไม่ได้กิน แล้วแต่ละวันมันจะเปลี่ยนที่ลงไม่ซ้ำเลยต้องเฝ้ากันตามเส้นทาง”

ยังไม่ทันที่ตั๊กจะให้อาหารฮิปโปโปเตมัส เราเห็นว่าขาหมูอ้าปากรออยู่นานจนต้องหุบไปเพราะเมื่อยกราม เป็นภาพที่น่ารักเสียจริง แต่ตรงนี้ตั๊กย้ำว่า ฮิปโปโปเตมัสนิสัยดุร้าย คนที่เข้าไปในกรงได้จะต้องเป็นซูคีปเปอร์ที่คุ้นเคย มิเช่นนั้นอาจโดนงาบ

ZOO 101 คู่มือสวนสัตว์โดยอินฟลูเอนเซอร์เขาเขียวที่มีตั้งแต่ 'ขาหมู' ถึง 'แก๊งหน้านิ่ง'

“วันนี้ไม่ได้เจอกับแอดมินเพจขาหมู จริง ๆ ZOO 101 เริ่มเป็นที่รู้จักเพราะไปแซวเพจอื่น แล้วเขาช่วยแชร์ต่อ เพจขาหมูเกิดก่อนเราหลายปี ส่วน ZOO 101 กำลังจะครบ 1 ปี ในวันเกิดหมูตุ๋นวันที่ 27 ตุลาคมนี้ ไปสุขสันต์วันเกิดได้”

บ้านหลังถัดไปห่างกันเพียงไม่กี่เมตร ฮิปโปโปเตมัสแคระที่เพิ่งพูดถึงกำลังนอนหลับปุ๋ยอยู่ข้าง แม่โจวน่า ขอบอกว่าขนาดหมูตุ๋นกำลังหลับก็ยังไม่ทิ้งคาแรกเตอร์แสนซนที่เราเคยเห็นกัน

กว่าคาแรกเตอร์ของเหล่าเซเลบจะออกมาจัดจ้านและเป็นตัวเองขนาดนี้ ตั๊กต้องใช้เวลาในการพูดคุยกับซูคีปเปอร์เพื่อเก็บข้อมูล โดยเฉพาะอย่างยิ่งนิสัยและพฤติกรรมของพวกเขา

“เวลาทำงานเครียด ผมชอบชวนน้องมาเดินถ่ายภาพ เดินคุยกับซูคีปเปอร์ ทุกคนน่ารัก แม้บางคนจะคุยกับคนไม่เก่งก็ตาม เขาจะเป็นคนบอกว่าต้องมากี่โมง ใครเริ่มกินอาหารอะไรก่อน แล้วจะกลับไปนอนเมื่อไหร่ บางทีเขาก็บอกผมว่า วันนี้เซเลบอารมณ์ไม่ดีนะ คงถ่ายภาพไม่ได้ ผมก็เรียนรู้และทำความรู้จักไปเรื่อย ๆ”

นอกจากรางวัลขวัญใจมหาชนในกิจกรรม Zoo Influencer Awards 2022 by ZOO 101 ตั๊กเองก็มีเซเลบที่เขาชื่นชอบเป็นพิเศษ แถมยังมาพร้อมเรื่องอินไซต์ที่ใครหลายคนยังไม่เคยรู้ เราเลยลองจัดแบบทดสอบมาสักหน่อย

ZOO 101 คู่มือสวนสัตว์โดยอินฟลูเอนเซอร์เขาเขียวที่มีตั้งแต่ 'ขาหมู' ถึง 'แก๊งหน้านิ่ง'

บทที่ 4

แบบประเมินความรู้เรื่อง อินฟลูเอนเซอร์เขาเขียว

คำชี้แจง

1. ข้อสอบมีทั้งหมด 5 ข้อ ข้อละ 20 คะแนน รวม 100 คะแนน

2. ให้ผู้อ่านเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว

1. คุณคิดว่า ‘ปู่แฟลช’ (สลอธ) นอนวันละกี่ชั่วโมง

หมายเหตุ ทดสอบความจำ อย่าแอบย้อนดูคำตอบนะ

ก. 8 – 10 ชั่วโมง เหมือนคนที่นอนเต็มอิ่ม

ข. 10 – 15 ชั่วโมง อากาศร้อนเลยนอนบ่อย

ค. 15 – 20 ชั่วโมง ไม่ต้องทำอะไรกันแล้ว

ง. ไม่มีข้อถูก

“ปู่แฟลชขึ้นแท่นอันดับหนึ่งจากผลสำรวจทั่วไทย พวกเราเลยทำป้ายประจำตำแหน่งสไตล์ญี่ปุ่นติดให้อยู่หน้าส่วนจัดแสดง (แต่ลูกเพจเรียกว่า อาศรม) แต่อีกอย่างที่เรายังไม่ได้มอบให้คือ น้ำพุ เพราะตามธรรมชาติ สลอธเคลื่อนไหวช้าก็จริง แต่พอฝนตกจะตื่นตัวมาก พอดีช่วงนี้หน้าฝนเลยไม่ได้เอาออกมา เดี๋ยวเตรียมเอาไว้ช่วงหน้าร้อนแทน”

ZOO 101 คู่มือสวนสัตว์โดยอินฟลูเอนเซอร์เขาเขียวที่มีตั้งแต่ 'ขาหมู' ถึง 'แก๊งหน้านิ่ง'
ภาพ : ณัฐวุธ เดือนแจ่ม

เฉลย ค. คลิกที่นี่เพื่อรู้จักนิสัยปู่แฟลชเพิ่มเติม

2. ใครคือเจ้าของ ‘เดอะ แก๊ง’ ที่แท้จริง

ก. หมูตุ๋น

ข. หมูหวาน

ค. พะโล้

ง. ขาหมู

“หมูตุ๋นคือฮิปโปโปเตมัสแคระที่ขนาดตัวเล็กกว่าฮิปโปโปเตมัสธรรมดา เป็นลูกของ พ่อเนลสัน และแม่โจวน่า มีน้องสาวชื่อ หมูหวาน ฮิปโปโปเตมัสแคระพบเฉพาะทางแถบแอฟริกาตะวันตก เห็นตัวเล็กแบบนี้แต่ความอันตรายไม่แพ้กัน ต้องเป็นซูคีปเปอร์เท่านั้นที่เข้าใกล้ได้

“ส่วนขาหมู หลายคนอาจไม่รู้ แต่เธอเป็นหลานของ แม่มะลิ ลูกสาวของ พ่อกรุณา (ลูกชายแม่มะลิ) กับ แม่ศรีพิงค์ ตอนนี้อายุ 4 ขวบ”

ZOO 101 คู่มือสวนสัตว์โดยอินฟลูเอนเซอร์เขาเขียวที่มีตั้งแต่ 'ขาหมู' ถึง 'แก๊งหน้านิ่ง'
ขาหมู
ZOO 101 คู่มือสวนสัตว์โดยอินฟลูเอนเซอร์เขาเขียวที่มีตั้งแต่ 'ขาหมู' ถึง 'แก๊งหน้านิ่ง'
หมูตุ๋น 
ภาพ : ณัฐวุธ เดือนแจ่ม

เฉลย ง. คลิกที่นี่เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับฮิปโปโปเตมัสแคระ และคลิกที่นี่เพื่อรู้จักฮิปโปโปเตมัสทั่วไป

3. ข้อใดคือเรื่องจริงของ ‘ป้าไอซ่า’ (วอมแบต) 

ก. ญาติของป้าที่ออสเตรเลียเปิดโพรงให้สัตว์ป่าหลบอัคคีภัยจนรอดตาย

ข. ป้าได้รับการแต่งตั้งให้เป็นทูตสันถวไมตรีระหว่างประเทศไทยกับออสเตรเลียตั้งแต่ พ.ศ. 2550

ค. ป้าไอซ่าอายุ 18 ปี ซึ่งเกินอายุเฉลี่ยทั่วไปของวอมแบตที่ 12 – 15 ปี

ง. ถูกทุกข้อ

“ป้าไอซ่าเป็นสัตว์ประจำชาติของออสเตรเลีย ถือเป็นวอมแบตตัวเดียวในประเทศไทย ส่วนจัดแสดงของป้าอยู่ในโซนออสเตรเลีย ชอบนอน 22 – 23 ชั่วโมงต่อวัน เป็นไปได้ยากที่จะมาเจอป้าตื่น แต่ผมเคยโชคดีเจอป้าออกมายืดเส้นยืดสายพอดี 

“ป้าเคยอยู่ที่เขาดินมาก่อน แกเคยมีสามี แต่สามีเสียไปแล้ว ตอนนี้อยู่กับซูคีปเปอร์แทน (หัวเราะ) แต่ไม่เป็นไรหรอก เพราะวอมแบตชอบอยู่ตัวเดียว จะอยู่กับแฟนเฉพาะช่วงผสมพันธุ์ ป้าเขาเป็นอินโทรเวิร์ตครับ แต่ในช่วงที่ออสเตรเลียมีไฟไหม้ป่า ญาติของป้าเปิดโพรงใต้ดินให้วัลลาบี กระต่าย กระรอก และอื่น ๆ มาหลบภัย ปรากฏว่าทุกตัวในโพรงรอดตาย เพราะอุณหภูมิใต้ดินยังเย็นและอยู่ได้ แถมบ้านญาติป้ายังกว้างด้วย”

ZOO 101 คู่มือสวนสัตว์โดยอินฟลูเอนเซอร์เขาเขียวที่มีตั้งแต่ 'ขาหมู' ถึง 'แก๊งหน้านิ่ง'

เฉลย ง. คลิกที่นี่เพื่อรู้จักป้าไอซ่า หญิงชราตัวโตผู้น่ารัก (อันดับหนึ่งในใจผู้เขียน)

4. ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับ ‘แก๊งหน้านิ่ง’ (คาปิบาร่า) 

ก. แก๊งหน้านิ่งเป็นหนูยักษ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

ข. แก๊งหน้านิ่งเป็นหนูที่หางยาวที่สุดในโลก

ค. แก๊งหน้านิ่งเป็นสัตว์ฟันแทะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก (มากกว่าบีเวอร์)

ง. แก๊งหน้านิ่งกินอุจจาระของตัวเองในตอนเช้า

“ผมเคยคุยกับแอดมินเพจขาหมู เขาบอกว่าคิดอะไรไม่ออกให้มาหาแก๊งหน้านิ่ง เพราะพวกเขาเป็นเจ้าของยอดไลก์และยอดแชร์สูงสุด มีงานวิจัยบอกว่า คนเราชอบสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมมากกว่าสัตว์เลื้อยคลาน ลงรูปคาปิบาร่ายังไงคนก็ชอบ แถมนิสัยโดยธรรมชาติยังเป็นมิตรกับทุกคน ถึงหน้าจะไม่ออกก็เถอะ”

สนทนาหลังกรงกับทีมแอดมิน ZOO 101 เยี่ยมบ้านอินฟลูอินเซอร์สวนสัตว์เขาเขียว ขาหมู หมูตุ๋น ป้าไอซ่า แก๊งหน้านิ่ง ฯลฯ

เฉลย ข. คาปิบาร่าไม่มีหาง คลิกที่นี่เพื่อรู้จักแก๊งหน้านิ่งและผองเพื่อนในรูปแบบหนังสือ

5. ใครคือสมเสร็จตัวจริง

ก. สิงหา

ข. กุ๊งกิ๊ง

ค. กอไผ่

ง. นับตังค์

“สมเสร็จเป็นสัตว์ป่าสงวนของไทย ไม่ใช่ตัวกินมด คนมักเข้าใจผิด สมเสร็จจะแยกบ้านกันอยู่ ครอบครัวใครก็ของคนนั้น ตามธรรมชาติจะไม่อยู่รวมกัน สิงหามีแม่ชื่อกันยา พ่อชื่อ ไต้ฝุ่น ส่วนตุลญามาจากอีกบ้าน เป็นคุณแม่แล้ว ความน่ารักของตุลญาคือเวลาเรียก เขาจะเดินมาดมกลิ่นฟุดฟิด ๆ เพราะสมเสร็จเป็นสัตว์ที่สายตาไม่ดี ส่วนสิงหาจะทะเล้น นิสัยกวนกว่า”

สนทนาหลังกรงกับทีมแอดมิน ZOO 101 เยี่ยมบ้านอินฟลูอินเซอร์สวนสัตว์เขาเขียว ขาหมู หมูตุ๋น ป้าไอซ่า แก๊งหน้านิ่ง ฯลฯ
ภาพ : ณัฐวุธ เดือนแจ่ม

เฉลย ก. คลิกที่นี่เพื่อรู้จักเหล่าสมเสร็จเพิ่มเติม 

ป.ล. กุ๊งกิ๊งคือลิงอุรังอุตัง กอไผ่คือสิงโต และนับตังค์คือนางอาย

6. (คำถามพิเศษ) ใครเป็นเซเลบมาจากเขาดินวนา

ก. บ่ายสอง (สมเสร็จ)

ข. แม่มะลิ (ฮิปโปโปเตมัส)

ค. ศรีนวล (เสือโคร่งขาว)

ง. แสนรัก (ช้าง)

“ใครมาถามหาแม่มะลิ แปลว่าไม่เด็กแล้วนะ (หัวเราะ) แม่มะลิเป็นขวัญใจวัยรุ่นสูงวัย ใจดี ถือเป็นฮิปโปโปเตมัสที่อายุยืนที่สุดในประเทศไทย”

แม่มะลิเป็นสาวเยอรมัน เกิดเมื่อวันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2508 ย้ายมาเนเธอร์แลนด์ตอนอายุ 1 ขวบ กระทั่ง พ.ศ. 2510 แม่มะลิรับหน้าที่นักเดินทางย้ายบ้านมาอยู่เขาดินวนา ก่อนจะมาเขาเขียวใน พ.ศ. 2562 

ปัจจุบันเธออายุ 57 ปี อยู่มาตั้งแต่สมัยจอมพลถนอม การย้ายมาที่เขาเขียวถือเป็นโอกาสดีในการพบครอบครัวอีกครั้งทั้งลูกและหลาน ซึ่งแม่มะลิมีลูก 14 ตัว กระจายอยู่ทั้งในไทยและต่างประเทศ

สนทนาหลังกรงกับทีมแอดมิน ZOO 101 เยี่ยมบ้านอินฟลูอินเซอร์สวนสัตว์เขาเขียว ขาหมู หมูตุ๋น ป้าไอซ่า แก๊งหน้านิ่ง ฯลฯ
ภาพ : ณัฐวุธ เดือนแจ่ม

เฉลย ข. คลิกที่นี่เพื่อรู้จักแม่มะลิและน้าเขียด ซูคีปเปอร์ดั้งเดิมตั้งแต่ที่เขาดิน

บทที่ 5

จงเป็นผู้สร้างอย่างต่อเนื่อง

สวนสัตว์แห่งแรกที่ผู้เขียนเคยไปคือเขาดินวนา จำได้ว่าตนเองในวัยเด็กเดินดูเพื่อนต่างสายพันธุ์ด้วยความสนุกสนานตามประสา และกลับบ้านอย่างสุขใจ หลังผ่านพ้นระดับมัธยม เราเริ่มเหินห่างกันกว่าเก่า เพราะไม่รู้สึกครื้นเครงกับสถานที่แห่งนั้นแล้ว

กระทั่งวันนี้ ความสนุกกลับมาอีกครั้งพร้อมการเติบโตทางความคิด เราเดินตากแดดท่ามกลางฝนปรอยด้วยรอยยิ้มที่ไม่ใช่เพื่องาน แต่เพราะรู้สึกสนุกที่ได้รู้จัก ‘เพื่อนเก่า’ อย่างแท้จริง และได้เข้าใจในสิ่งที่ทีมแอดมินพยายามสื่อสารกับสังคม

ประสบการณ์ 10 ปีของตั๊กสอนว่า หากอยากเป็นผู้สร้างต้องรู้จักสร้างอย่างต่อเนื่อง เขาอยากก่อตั้งชุมชนออนไลน์ให้คนมีส่วนร่วมในการทำความเข้าใจบทบาทของสวนสัตว์ และเข้าใจสัตว์อย่างถูกต้อง โดยเฉพาะปัญหาเรื่องการครอบครองสัตว์ป่าผิดกฎหมาย

“รักก็ต้องรักให้ถูกวิธี เราไม่ส่งเสริมให้คนเลี้ยงสัตว์ป่า ยกตัวอย่างนากเป็นสัตว์คุ้มครอง เลี้ยงไม่ได้ หรือเมื่อก่อนคนฮิตเลี้ยงนางอาย พอถึงระยะหนึ่งคนไม่เลี้ยงก็เอามาบริจาค บางคนบริจาคอย่างถูกต้อง แต่บางคนเอาใส่กล่องมาวางเฉย ๆ

“ตอนนี้เรามีอนุสัญญาไซเตส (CITES) หรืออนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้จะสูญพันธุ์ และพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ใช้ระบุได้ว่า อะไรเลี้ยงได้หรือไม่ หากลูกเพจมีข้อสงสัยทักมาถาม เรายินดีตอบเป็นอย่างยิ่ง”

ปัจจุบัน สวนสัตว์เป็นทั้งศูนย์การเรียนรู้และศูนย์อนุรักษ์ พวกเขามีบทบาทสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมภายใต้เงื่อนไขเพื่อความยั่งยืน

สนทนาหลังกรงกับทีมแอดมิน ZOO 101 เยี่ยมบ้านอินฟลูอินเซอร์สวนสัตว์เขาเขียว ขาหมู หมูตุ๋น ป้าไอซ่า แก๊งหน้านิ่ง ฯลฯ

“เราสำรวจชุมชนที่อยู่กับสัตว์ก่อนปล่อยพวกเขา ทั้งธรรมชาติ ผู้ล่า แหล่งอาหาร โดยเฉพาะชาวบ้าน เพราะนักวิจัยติดตามดูงานแล้วกลับมา แต่ชาวบ้านคือผู้รับผลกระทบโดยตรง” ตั๊กเล่ากระบวนการทำงาน ก่อนสลับไปพูดถึงเรื่องสวนสัตว์ยุคใหม่ให้ฟังต่อ

“ตอนนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว ตามหลักสวัสดิภาพสัตว์สากล จะไม่นิยมให้จับตัว เพราะอาจส่งต่อเชื้อโรค โดยเฉพาะตัวที่ไม่มีภูมิคุ้มกัน แม้เมื่อก่อนไม่เคร่ง แต่ปัจจุบัน กิจกรรมที่ให้ถ่ายภาพคู่กับสัตว์ ให้ลูบขน ให้อาหาร จะไม่มีให้เห็นแล้วภายใต้สังกัดองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย” เขายืนยัน เพราะแม้แต่ตัวเขาที่ทำงานในกระบวนการก็เกรงใจที่จะทักทายอย่างใกล้ชิด

“แต่เราก็ไม่ได้ปล่อยสัตว์อยู่เฉย ๆ โดยไม่มีการพัฒนา เรามีทีมส่งเสริมพฤติกรรมสัตว์คอยทำให้พฤติกรรมไม่จำเจ ช่วยย้ายของในส่วนจัดแสดง ทั้งเปลี่ยนสูตรอาหารและของเล่น โดยทีมจะมีข้อมูลในธรรมชาติว่าแต่ละฤดูกาลใครกินอะไร หรือทำอะไรบ้าง ก็ทำของเล่นไปเปลี่ยนให้เรื่อย ๆ”

สนทนาหลังกรงกับทีมแอดมิน ZOO 101 เยี่ยมบ้านอินฟลูอินเซอร์สวนสัตว์เขาเขียว ขาหมู หมูตุ๋น ป้าไอซ่า แก๊งหน้านิ่ง ฯลฯ

นอกจากหน้าที่รับผิดชอบต่อธรรมชาติ ZOO 101 ยังรับบทเป็นเพื่อนให้กับ Zoo Lover ทั่วไทย โดยเฉพาะลูกเพจที่คิดถึงเหล่าเซเลบจากเขาดิน ซึ่งตั๊กและทีมก็เดินถือกล้องไปแชะภาพมาส่งตามคำขออย่างไม่บ่ายเบี่ยง

ตลอดการสนทนา เราไม่ได้ยินคำว่า ‘รักสัตว์’ ออกจากปากเขาสักครั้ง

ตั๊กไม่ได้นิยามตัวเองเป็นเช่นนั้น เราจึงถามเขากลับว่า หากวันหนึ่งตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าที่แห่งนี้ไม่มีอะไรอยู่เลย เขาจะเป็นอย่างไร

“ผมจะคิดถึง” เขาตอบแค่นั้น แต่เราก็มองเห็นจากสิ่งที่เขาทำว่า ‘รักแค่ไหน’

“เราเข้าใจว่าถ้าสัตว์ชนิดหนึ่งหายไปอาจไม่ได้กระทบกับคนเมืองหรือคนที่อยู่ห่างไกล เหมือนสมันที่เป็นโลโก้ขององค์กรก็สูญพันธุ์จากโลกไปหมด มันไม่กระทบชีวิต แต่ผมตั้งคำถามว่า หากยังมีมันอยู่จะไม่ดีกว่าหรอ

“เราเป็นมนุษย์ที่เลือกได้ว่าจะสร้างหรือทำลาย ทำไมเราต้องเป็นผู้ทำลาย นกกระเรียนหายไปไม่ได้กระทบชาวนา แต่พอมันกลับมา คุณภาพชีวิตชาวนาก็ดีขึ้น

“หรือนกเงือกเป็นนักกระจายพันธุ์ไม้ การไม่มีนกเงือกในระยะสั้น ป่ายังคงเป็นป่า แต่ระยะยาวอาจเป็นป่าที่มีพืชเพียงไม่กี่ชนิด สุดท้ายความหลากหลายจะหายไป 

“เราต้องการความสมดุล ผมเชื่อว่าทุกอย่างมีบทบาทตามธรรมชาติและเหตุผลที่เขาเกิดมา ในระยะสั้นเรามองไม่เห็นผลกระทบ แต่ในระยะยาวมีแน่นอน”

สนทนาหลังกรงกับทีมแอดมิน ZOO 101 เยี่ยมบ้านอินฟลูอินเซอร์สวนสัตว์เขาเขียว ขาหมู หมูตุ๋น ป้าไอซ่า แก๊งหน้านิ่ง ฯลฯ

เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ตั๊กคนเดียวทำไม่ได้ องค์กรแห่งเดียวก็ทำไม่ได้ แต่หากทุกคนพยายามเข้าใจและร่วมมือกันย่อมให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า อย่างน้อยคือการรับผิดชอบในฐานะสมาชิกคนหนึ่งของโลก

“ตั้งแต่จบปริญญาตรี ผมคิดว่าอยากทำอะไรก็ได้ที่มีประโยชน์ต่อสังคมและโลกใบนี้ งานสื่อสารต้องทำต่อเนื่องจากรุ่นสู่รุ่นถึงจะเห็นผล เช่นเดียวกับงานอนุรักษ์นกกระเรียนที่เขาทำกันมา 30 – 40 ปี ผมเข้าไปหลังจากที่เพาะพันธุ์มาแล้ว 20 ปี นานนะครับกว่าจะปล่อยได้ เราเริ่มปล่อย พ.ศ. 2554 เพราะต้องรอให้นกมีปริมาณมากพอที่จะตั้งประชากรได้ แล้วรุ่นถัดจากผมก็ให้ไปโฟกัสเรื่องความยั่งยืนต่อ” เขาฝากอนาคตไว้กับคนรุ่นใหม่ เช่นเดียวกับที่เคยรับฝากความหวังของรุ่นพี่

“เราเป็นแค่ฟันเฟืองเล็ก ๆ ในกระบวนการแสนยาวนาน แต่เราทุกคนคือฟันเฟืองสำคัญ”

จบการสนทนาที่เขาเขียวประมาณ 14.00 น. เราขึ้นรถตู้กลับกรุงเทพฯ ด้วยความล้า แต่ก็ไม่อาจหลับลง ในสมองยังคงคิดถึงพวกเขาที่นั่น และคิดจนถึงตอนนี้ว่าจะเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนคุณภาพชีวิตของพวกเขาได้อย่างไร

งานง่าย ๆ คงเริ่มที่การเปิดรับและทำความเข้าใจ ลองสำรวจเพจ ZOO 101 เพื่อรู้จักกับโลกที่คนและสัตว์เป็นส่วนหนึ่งของกันและกันอย่างอ่อนโยน เพราะเราเชื่อว่าทัศนคติของคนคือสิ่งที่ยั่งยืนกว่าเงินบริจาค เปรียบเหมือนน้ำมันที่ทำให้กระบวนการอันยิ่งใหญ่เดินหน้าต่อไปอย่างไม่ติดขัด 

สนทนาหลังกรงกับทีมแอดมิน ZOO 101 เยี่ยมบ้านอินฟลูอินเซอร์สวนสัตว์เขาเขียว ขาหมู หมูตุ๋น ป้าไอซ่า แก๊งหน้านิ่ง ฯลฯ

Writer

วโรดม เตชศรีสุธี

นักจิบชามะนาวจากเมืองสรอง หลงใหลธรรมชาติ การเล่าเรื่อง และชอบสูดกลิ่นอายแห่งอารยธรรม

Photographer

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load