15 กันยายนที่ผ่านมา ในวาระวันคล้ายวันเกิดของอาจารย์ศิลป์ พีระศรี ผู้เป็นบิดาแห่งวงการศิลปะสมัยใหม่ของประเทศไทยและผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยศิลปากร The Cloud จัดทริปพาผู้อ่านไปทำความรู้จักชีวิตและการทำงานของอาจารย์ฝรั่งชาวอิตาลีผู้นี้

ศิลป์ พีระศรี

ไฮไลต์สำคัญคือการได้รับเกียรติฟังบรรยายจาก คุณอรรถทวี ศรีสวัสดิ์ ศิษย์เก่ารุ่นที่ 7 ซึ่งเข้าศึกษาคณะจิตรกรรมประติมากรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร เมื่อ พ.ศ. 2500 และเป็นลูกศิษย์รุ่นรองสุดท้ายที่ได้เล่าเรียนวิชาศิลปะกับอาจารย์ศิลป์ พีระศรี ก่อนที่ท่านจะวางมือจากการสอนและถึงอนิจกรรมใน พ.ศ. 2505

คุณอรรถทวีในวัย 82 ปีสุขภาพแข็งแรงและยังเดินเหินได้อย่างคล่องแคล่ว เริ่มต้นการบรรยายที่หน้ารูปปั้นอาจารย์ศิลป์ พีระศรี ก่อนจะไปจบที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติศิลป์ พีระศรี อนุสรณ์ ซึ่งเดิมเป็นห้องทำงานและค้นคว้าวิจัยของท่านนั่นเอง

ศิลป์ พีระศรี ศิลป์ พีระศรี

แม้เวลาจะล่วงเลยผ่านมากว่า 60 ปีแล้ว นับจากวันที่คุณอรรถทวีย่างเท้าเข้าสู่มหาวิทยาลัยศิลปากร และเริ่มต้นการเป็นนักศึกษาวิชาศิลปะอย่างเต็มตัว แต่ทุกความทรงจำ ถ้อยคำ และสรรพความรู้ ที่ได้รับจากอาจารย์ฝรั่งนั้นยังตราตรึงอยู่ในจิตใจ

และนี่คือ 12 เรื่องเล่าของอาจารย์ศิลป์ พีระศรี ผู้บุกเบิกการสร้างสรรค์ผลงานศิลปกรรมสมัยใหม่ ศิลปะร่วมสมัย ในประเทศไทย จากความทรงจำอายุกว่า 60 ปีของลูกศิษย์รุ่นรองสุดท้ายของท่าน

01

 อาจารย์ศิลป์เข้มงวดกวดขันกับนักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากรมาตั้งแต่รุ่นแรก ท่านเป็นคนละเอียดถี่ถ้วนมาก สิ่งที่ท่านเอ่ยและคุณอรรถทวียังจดจำได้ดี แม้เวลาจะล่วงเลยมากว่า 60 ปีแล้วคือ “ก่อนที่จะเรียนศิลปะ นักศึกษาที่นี่ทุกคนจะต้องเป็นมนุษย์เสียก่อน หลังจากเป็นมนุษย์แล้ว จึงจะถ่ายทอดวิชาศิลปะได้”

ศิลป์ พีระศรี

ทุกคนคงทราบดีว่าความเป็นมนุษย์และสัตว์นั้นแตกต่างกัน มนุษย์มีความรู้สึกนึกคิด สร้างสรรค์ และเต็มไปด้วยศีลธรรมจรรยาแตกต่างจากสัตว์ อาจารย์ศิลป์ท่านพูดเสมอว่า ศิลปะเป็นเรื่องของความรู้สึกเฉพาะตัว แต่ความรู้สึกเพียงอย่างเดียวก็สร้างสรรค์งานศิลปะไม่ได้ ต้องมีความรู้ความเข้าใจธรรมชาติ สังคม และความสัมพันธ์ระหว่างสังคมมนุษย์ด้วย

02

คุณอรรถทวีเข้าศึกษาที่คณะจิตรกรรมประติมากรรมใน พ.ศ. 2500 ต้องเล่าเรียนทั้งสิ้น 5 ชั้นปีจึงจะจบการศึกษา โดยในช่วง 3 ปีแรกอาจารย์ศิลป์จะเข้มงวดเป็นพิเศษเพื่อปรับพื้นฐานความรู้และความแม่นยำทางศิลปะให้กับนักศึกษา ใครเรียนไม่ผ่านตามระดับที่กำหนดท่านจะให้รีไทร์

หากท่านเห็นนักศึกษาคนไหนมีแววว่าจะเรียนไม่ผ่านเกณฑ์ตั้งแต่ต้นเทอม ท่านจะเดินไปกระซิบบอกว่า “นายไม่มีหัวทางศิลปะ ไปเรียนอย่างอื่นแทนได้ไหม” หากนักศึกษามีความตั้งใจและมุมานะที่จะเรียนต่อ ท่านก็ให้โอกาส แต่ส่วนใหญ่เมื่อถึงปลายปีนักศึกษาเหล่านี้ก็มักมีคะแนนสะสมไม่ถึงเกณฑ์ ตามที่อาจารย์ฝรั่งคาดการณ์ไว้อยู่ดี

ศิลป์ พีระศรี

ที่ท่านคาดการณ์ได้แม่นยำขนาดนี้เพราะท่านรู้ลักษณะ ความสามารถพิเศษ และนิสัยใจคอของลูกศิษย์แต่ละคนเป็นอย่างดี ท่านจึงดูออกว่านักศึกษาคนไหนเหมาะหรือไม่เหมาะที่จะเรียนศิลปะ

03

เมื่อขึ้นปี 4 – 5 การเข้มงวดกวดขันอย่างชั้นปีแรกๆ จะเริ่มลดลง อาจารย์ศิลป์เริ่มปล่อยให้นักศึกษามีอิสระทางความคิด แต่งานที่ได้รับมอบหมายกลับหนักหนายิ่งกว่าปีแรกๆ เสียอีก คุณอรรถทวีเล่าพร้อมรอยยิ้มว่า “ทำงานส่งอาจารย์ฝรั่งกันแทบไม่ทัน”

ศิลป์ พีระศรี ศิลป์ พีระศรี

อาจารย์ศิลป์มักเดินออกจากห้องทำงานของท่านมาตรวจดูการทำงานของนักศึกษาทุกวัน เช้า กลางวัน เย็น นักศึกษาคนไหนไม่อยู่ หนีไปดูหนังฟังเพลง กลับมาจะโดนอาจารย์ตำหนิจนหูบวมไปตามๆ กัน อาจารย์ศิลป์จะตำหนิเป็นภาษาไทยบ้าง อิตาลีบ้าง คำที่คุณอรรถทวียังจำได้ดีคือ “Stupido!” แปลว่า เจ้าคนเขลา

อาจารย์ศิลป์เก่งกาจและมาตรฐานสูงมาก ทำให้ลูกศิษย์ของท่านแต่ละคนเก่งมาก รุ่นใหญ่ๆ นั้นเป็นระดับศิลปินแห่งชาติทั้งสิ้น อนุสาวรีย์อาจารย์ศิลป์ พีระศรี ที่ตั้งอยู่ ณ ลานมหาวิทยาลัยศิลปากร คือฝีมือของอาจารย์ สนั่น ศิลากร ปรมาจารย์ด้านการปั้นรูปเหมือน

ศิลป์ พีระศรี

04

 เวลาอาจารย์ศิลป์สอนหรือพูดคุยกับนักศึกษา ท่านจะใช้ภาษาไทยแปร่งๆ สำเนียงอิตาเลียน สมัยคุณอรรถทวีเข้าเรียนปีแรกๆ ก็ฟังสำเนียงอาจารย์ฝรั่งออกบ้างไม่ออกบ้าง บางครั้งอาจารย์ศิลป์ก็เชิญลูกศิษย์ที่คุ้นชินกับสำเนียงของท่านมาช่วยแปลสิ่งที่ท่านพูดจากภาษาไทยเป็นภาษาไทยให้เหล่านักศึกษาใหม่อีกที

แต่เมื่อขึ้นปีโตๆ ปรากฏว่าทุกคนก็สามารถเข้าใจภาษาไทยสำเนียงอิตาเลียนของอาจารย์ได้ถนัดดี ไม่มีปัญหา แถมยังสามารถถกเถียงถ้อยความยาวๆ ยากๆ กันได้อีกต่างหาก

หลังเลิกคาบเรียนท่านจะถามทุกครั้งว่า “ใครไม่เข้าใจตรงไหนบ้างหรือไม่” ถ้าไม่เข้าใจท่านจะอธิบายใหม่จนกว่าจะเข้าใจ ท่านคือผู้ขยายความรู้รอบตัวให้กับนักศึกษาทุกคน ไม่ว่าจะเป็นด้านสังคม ประวัติศาสตร์ และศิลปะนานาชาติ คุณอรรถทวีบอกว่า “ท่านมักเล่าให้พวกเราฟังความเคลื่อนไหวในแวดวงศิลปะโลก และวิเคราะห์อิทธิพลที่ส่งผลมาถึงประเทศไทยให้พวกเราฟังเสมอ”

ศิลป์ พีระศรี

05

 เป้าหมายที่อาจารย์ศิลป์วางไว้ตั้งแต่แรกตั้งหลักสูตรคณะจิตรกรรมประติมากรรม คือนักศึกษาทุกคนที่เรียนจบจะต้องออกไปทำงานศิลปะได้ทุกอย่าง จะเขียนรูปก็ได้ ทำงานราชการก็ได้ ทำบริษัทก็ได้ เพราะในยุคสมัยก่อนคนไทยไม่ค่อยนิยมซื้อภาพไปติดบ้าน ดูภาพก็ไม่ค่อยรู้เรื่อง ถ้าลูกศิษย์ของท่านเป็นศิลปินเขียนรูปขายเพียงอย่างเดียวคงจะใช้ชีวิตยากลำบากมาก

ท่านจึงวางหมุดหมายไว้เลยว่าลูกศิษย์ท่านที่เรียนจบไปแล้วจะต้องไม่อดตาย “ฉะนั้น ท่านจึงสอนวิชาและความรู้มากมาย เพื่อให้เรานำไปประกอบวิชาชีพได้อย่างหลากหลาย” ลูกศิษย์ของอาจารย์ศิลป์จึงเข้าไปอยู่ในสังคมไหนก็ได้ เพราะความรู้ความสามารถแน่น

ศิลป์ พีระศรี

ท่านสอนให้ขยันหมั่นเพียร และท่านก็เป็นตัวอย่างที่ดีเสมอมา ชีวิตของอาจารย์ฝรั่งคนนี้ เช้าปั่นจักรยานจากบ้านพัก เมื่อถึงมหาวิทยาลัยเดินตรวจดูความเรียบร้อยทุกห้อง ทุกคณะ สอนคาบเช้า เที่ยงรับประทานอาหารที่ห่อมาจากบ้าน ได้แก่ แซนด์วิชและกล้วยสุก นอนพักประมาณ 15 นาที จากนั้นช่วงบ่ายทำงานราชการ เป็นแบบนี้ทุกวัน ตั้งแต่ 1 โมงเช้าจนถึง 1 ทุ่ม

06

อาจารย์ศิลป์กวดขันเรื่องวิชาการ ความคิด ความรู้สึก อันมีความสำคัญต่อผู้เรียนศิลปะทุกแขนง ไม่ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรม จิตรกรรม ประติมากรรม ดนตรี วรรณศิลป์ และวรรณกรรม ทุกแขนงใช้อารมณ์ความรู้สึกของศิลปิน ประกอบกับความรู้รอบซึ่งเกี่ยวพันและใช้หลักการเดียวกันทั้งหมด เพราะฉะนั้น คนเรียนจิตรกรรม-ประติมากรรมจะมีความรอบรู้ถึงศิลปะแขนงต่างๆ เรียกว่า ‘ศิลปะสัมพันธ์’

เมื่อขึ้นชั้นปีที่ 5 นักศึกษาต้องเรียนวิชา Aesthetic หรือสุนทรียศาสตร์ และวิชา Critics หรือการวิเคราะห์วิจารณ์งานศิลปะ อาจารย์ศิลป์มักส่งเสริมยุยงให้เราโต้เถียงกับท่าน ใครนิ่งเงียบจะโดนซักไซ้เป็นพิเศษ ท่านอยากให้ลูกศิษย์ของท่านรู้จักคิดและกล้าวิพากษ์วิจารณ์ชิ้นงานจากความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ท่านจะภูมิใจและพึงพอใจมากเมื่อนักศึกษากล้าถกเถียงกับท่าน  

ศิลป์ พีระศรี

อาจารย์ศิลป์บอกว่างานศิลปะมันสุนทรีย์หลายชั้น เริ่มจากชั้นแรก ชั้นกลาง และชั้นสูงสุด คนที่จะเข้าใจศิลปะขั้นสูงสุดได้ต้องมีพื้นฐานความรู้ มีความเข้าใจเรื่องสังคมอย่างลึงซึ้ง ไม่ใช่มีเพียงความรู้สึกอย่างเดียว และงานศิลปะก็ไม่ใช่ความรู้สึกของเราอย่างเดียว แต่สัมพันธ์กับคนดูด้วย

ลูกศิษย์ของอาจารย์ศิลป์อย่าง อาจารย์ถวัลย์ ดัชนี, อาจารย์อนันต์ ปาณินท์ และอีกหลายคน ทำงานด้วยชีวิตจิตใจเหมือนที่อาจารย์สอน มีความนึกคิด ความรู้สึก ความเข้าใจ ในสิ่งที่จะเขียนอย่างถ่องแท้ แล้วแสดงออกมาผ่านชิ้นงาน สิ่งเหล่านี้จะกลายเป็น ‘จิตวิญญาณ’ ซึ่งทำให้ชิ้นงานมีพลังมหาศาล

07

อาจารย์ศิลป์ พีระศรี หรือชื่อเดิมคือ คอร์ราโด เฟโรชี เข้าศึกษาในระดับชั้นประถมเมื่อปี 1868 พอจบหลักสูตร 5 ปีก็เข้าศึกษาในโรงเรียนมัธยมอีก 5 ปี หลังจากนั้นก็เข้าศึกษาทางด้านศิลปะในโรงเรียนราชวิทยาลัยศิลปะแห่งนครฟลอเรนซ์ จนจบหลักสูตรวิชาช่าง 7 ปี และได้รับประกาศนียบัตรช่างปั้นช่างเขียน ในขณะที่มีอายุ 23 ปี หลังจากนั้นไม่นานก็รับปริญญาบัตรเป็นศาสตราจารย์ที่มีความรอบรู้ทางด้านประวัติศาสตร์ศิลป์ วิจารณ์ศิลป์และปรัชญา

ก่อนเดินทางมารับราชการเป็นช่างปั้นประจำกรมศิลปากรที่ประเทศไทย ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6

ศิลป์ พีระศรี

หากเมื่อ 94 ปีก่อน คอร์ราโด เฟโรชี ศิลปินหนุ่มผู้มีฝีมือการปั้นหล่อฉกาจฉกรรจ์ไม่ตัดสินใจมาประเทศไทย และใช้เวลาอีกกว่าครึ่งชีวิตปูทางให้ศิลปะสมัยใหม่ในประเทศไทย สร้างครูของครูจนเกิดลูกศิษย์ศิลปะมากมายในประเทศไทย ท่านอาจจะเป็นศิลปินระดับโลกคนหนึ่งทีเดียว

ศิลป์ พีระศรี

08 

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติศิลป์ พีระศรี อนุสรณ์ เดิมเป็นห้องทำงานและสอนหนังสือของอาจารย์ โต๊ะกลางห้องที่เห็นอยู่นี้ เดิมเป็นโต๊ะสำหรับสอนหนังสือที่นักศึกษาจะมานั่งเรียนกัน บนโต๊ะมักเต็มไปด้วยข้าวของเครื่องใช้อย่างสมุด ดินสอ ตำราต่างๆ ยกเว้นยางลบที่อาจารย์ศิลป์กันหายด้วยการผูกเชือกห้อยไว้กับโต๊ะ เป็นยางลบคุณภาพดีที่ท่านสั่งมาจากต่างประเทศ แม้อาจารย์จะระแวดระวัง แต่บางครั้งก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย เพราะลูกศิษย์ที่ไม่ค่อยมีสตางค์มักนำไปตัดเป็นชิ้นเล็กๆ ผลัดแบ่งกันใช้

ศิลป์ พีระศรี

โต๊ะและเก้าอี้ทำงานของอาจารย์ศิลป์นั่งอย่างไรก็ไม่เมื่อย เพราะออกแบบมาอย่างดี พอดีกับสรีระมนุษย์เป๊ะ ทั้งมหาวิทยาลัยศิลปากรมี 2 ชุด ในห้องอาจารย์และห้องทำงานนักเรียนปี 4 – 5 แน่นอนว่าใครมาถึงห้องทำงานก่อนได้นั่งโต๊ะเก้าอี้ชุดนี้ก่อน เหล่านักศึกษาแย่งกันชุลมุนแทบทุกเช้า เพราะใครๆ ก็อยากนั่ง ขนาดอาจารย์ศิลป์นั่งทำงานทั้งวันท่านยังบอกเลยว่าไม่เมื่อยสักนิด

ส่วนกระดานดำในห้องนี้คือกระดานที่อาจารย์ฝรั่งใช้สอนจริงๆ เวลาจะบรรยายหรือสอนวิชาอะไร อาจารย์ศิลป์มักจะเขียนเฉพาะหัวข้อการบรรยายสั้นๆ ไว้บนกระดานดำ ท่านไม่ชอบเขียนอะไรเยอะแยะ ปกติท่านจะเขียนเป็นภาษาอังกฤษ ทั้งที่จริงๆ แล้วท่านเขียนภาษาไทยได้ แต่มีคนแอบไปล้อเลียนลายมือ ท่านจึงไม่เขียนเสียเลย

นอกจากตัวอักษรไทย อาจารย์ฝรั่งยังเขียนลวดลายไทยได้ และเขียนได้งดงามกว่าคนไทยหลายๆ คนด้วยซ้ำ ลองไปดูลายกระจังใบเทศบนอนุสาวรีย์รัชกาลที่ 1 จะเห็นฝีมือการสเกตช์ของอาจารย์ศิลป์ แล้วจะเข้าใจฝีมืออันอ่อนช้อยของท่าน

ศิลป์ พีระศรี

09

Santa Lucia เพลงประจำมหาวิทยาลัยศิลปากร คือเพลงพื้นเมืองประเทศอิตาลีที่อาจารย์ศิลป์ชื่นชอบมาก ท่านจะฮัมเพลงนี้เสมอทั้งเวลาสอนและปั้นงาน ลูกศิษย์จะได้ยินเพลงนี้จนติดหู

10

เรื่องอาจารย์ศิลป์รักงานและทำงานหนักเป็นเรื่องที่รู้กันทั่ว คุณอรรถทวีเล่าว่าวันหนึ่งที่เรียนวิชา Critics กันอย่างสนุกสนาน จนเวลาเกือบจะ 1 ทุ่มแล้ว คุณมาลินี พีระศรี ภรรยาอาจารย์ศิลป์ มายืนรออยู่ด้านนอกสักพักใหญ่ จึงตะโกนเข้ามาว่า “จะนอนกันอยู่ที่นี่หรืออย่างไร” อาจารย์ฝรั่งขยิบตากับลูกศิษย์แล้วจึงเลิกชั้นเรียน พวกเราต้องค่อยๆ เดินออกจากห้องเรียนทีละคน ผ่านหน้าอาจารย์มาลินีที่ยืนค้อนปนยิ้มแย้มอยู่หน้าห้อง

ศิลป์ พีระศรี

11 

ตามปกติอาจารย์ศิลป์จะเรียกอาจารย์คณะต่างๆ มาพบทุกวันเสาร์เพื่อเพิ่มเติมความรู้ให้ทุกคน มีอยู่ครั้งหนึ่ง อาจารย์เปรื่อง เปลี่ยนสายสืบ ลูกศิษย์อาจารย์ศิลป์รุ่นที่ 3 เมื่อเรียนจบท่านไปเป็นอาจารย์อยู่ที่คณะมัณฑนศิลป์ ท่านมานั่งฟังเพลง Symphony No.5 ของ Beethoven กับอาจารย์ศิลป์

ผู้ควบคุมวงดนตรีของแผ่นเสียงที่ฟังอยู่ตอนนั่น คือ Arturo Toscanini ชาวอิตาลี เมื่อฟังจบอาจารย์เปรื่องพูดขึ้นมาว่า “อาจารย์ครับ ผมมีโอกาสฟังเพลงนี้ของวง Vienna Orchestra ควบคุมวงโดย Herbert von Karajan ผมว่าเขาควบคุมวงได้ดีกว่า Toscanini ครับ”  

ศิลป์ พีระศรี

อาจารย์ฝรั่งตกใจและตอบกลับไปว่า “เอาล่ะ ถ้านายพูดอย่างนั้น ฉันจะสั่งแผ่นเสียงของวง Vienna Orchestra มาจากเมืองนอก แล้วเรามาฟังพร้อมกัน”

วันที่แผ่นเสียงมาถึง อาจารย์ศิลป์เชิญอาจารย์หลายท่านมาฟังด้วยกัน ปรากฏว่าเมื่อฟัง Symphony No.5 ในการควบคุมวงของ Herbert von Karajan จบ พลังที่ส่งออกมาจากแผ่นเสียงแผ่นนั้นกังวานไปทั่ว อาจารย์ศิลป์พูดขึ้นว่า “Krarajan เป็นคนหนุ่มไฟแรง ทำให้สัมผัสได้ถึงพลังในการควบคุมวง ที่เต็มไปด้วยความหนักแน่น” ในตอนนั้น Toscanini อายุร่วม 70 ปี ในขณะที่ Krarajan เพิ่งอายุ 30 กว่าปีเท่านั้นเอง เป็นอันว่าอาจารย์ฝรั่งเห็นตรงกับอาจารย์เปรื่องว่า Herbert von Karajan ควบคุมวงได้ดีกว่า

ศิลป์ พีระศรี

12 

วันเกิดอาจารย์ศิลป์แต่ละปี เหล่าลูกศิษย์จะจัดปาร์ตี้เล็กๆ ให้ท่าน ประกอบไปด้วยผลไม้และชากาแฟ ท่านไม่อยากให้ซื้ออาหารอะไรมากมาย ท่านรู้ว่าลูกศิษย์ไม่ค่อยมีสตางค์ แต่ลูกศิษย์ก็อยากจะจัดงานแฮปปี้เบิร์ธเดย์ให้อยู่ดี

ทุกวันที่ 15 กันยายนของทุกปี จึงได้รับการกำหนดให้เป็น ‘วันศิลป์ พีระศรี’ เพื่อรำลึกถึงครูผู้อุทิศตนทั้งชีวิต เพื่อนักเรียนและศิลปะจนวินาทีสุดท้าย เหล่าลูกศิษย์จะมาชุมนุมกัน วางดอกไม้ให้อาจารย์ จัดโต๊ะอาหารอิตาลีแฮปปี้เบิร์ธเดย์ให้ท่าน จนถึงปัจจุบันเป็นปีที่ 126 แล้ว

คุณอรรถทวีเอ่ยทิ้งท้ายพร้อมรอยยิ้ม “อาจารย์ศิลป์ พีระศรี พูดเสมอว่า คนไทยมีหัวศิลปะในสายเลือดทุกคน ขึ้นอยู่กับว่าจะทำหรือไม่ทำเท่านั้น”

ศิลป์ พีระศรี

บ้าน ที่ทำงาน และห้องแห่งความระลึกถึงอาจารย์ศิลป์ พีระศรี

Writer

มิ่งขวัญ รัตนคช

อดีต Urban Designer ผู้รักการเดินทางสำรวจโลกกว้าง สนใจงานออกแบบเชิงพฤติกรรมมนุษย์ และยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ เชื่อว่าทุกการเปลี่ยนแปลงเริ่มต้นจากน้ำหยดเล็กที่ไหลมารวมกัน

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Walk with The Cloud

กิจกรรมที่จะพาเดินทางไปทำความรู้จักเมืองในหลากหลายมิติ

28 พฤศจิกายน 2563
1 K

The Cloud x KIATNAKIN PHATRA

รู้ไหม นักประวัติศาสตร์สันนิษฐานว่า ชื่อ ‘บางกอก’ ถูกตั้งตามลักษณะพื้นที่ซึ่งเต็มไปด้วยต้นมะกอกน้ำริมเจ้าพระยาในอดีต 

มองย้อนกลับไปในหน้าประวัติศาสตร์ ต้นไม้คือหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญที่อยู่คู่กับการก่อร่างสร้างกรุงรัตนโกสินทร์มาตั้งแต่แรกเริ่ม ดังนั้น นอกจากศิลาจารึก โบราณวัตถุ และสถาปัตยกรรมเก่าแก่ทรงคุณค่าแล้ว เราเรียนรู้ประวัติศาสตร์ผ่านการเติบโตและคงอยู่ของต้นไม้ได้เช่นกัน

วันเวลาล่วงเลย จากเวนิสตะวันออกที่เต็มไปด้วยคูคลอง สู่เมืองบกที่การพัฒนารุดหน้าและเติบโต ต้นไม้โบราณที่เติบโตมาพร้อมกับเมืองหลงเหลืออยู่น้อยแทบจะนับต้นได้ เราจึงชักชวนผู้อ่านร่วมแกะรอยประวัติศาสตร์ ผ่านการเยี่ยมชมต้นไม้ใหญ่ที่ตั้งตระหง่านผ่านร้อนหนาวมานับร้อยปี ในย่านเก่าแก่ที่เปี่ยมไปด้วยเรื่องราวการผันเปลี่ยนวิถีวัฒนธรรมไปตามยุคสมัย ภายในคลองรอบกรุง ในทริป Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees เมื่อวันเสาร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

จากความตั้งใจของ The Cloud และกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร ร่วมด้วย BIG Trees กลุ่มคนที่ต้องการสร้างความเข้าใจเรื่องการสร้างพื้นที่สีเขียวที่ยั่งยืนให้กับเมือง โดยเราได้ ดร.พรธรรม ธรรมวิมล ผู้อำนวยการกลุ่มภูมิสถาปัตยกรรม สำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ดร.วิภากร ธรรมวิมล ที่ปรึกษาและอดีตนายกสมาคมภูมิสถาปนิกประเทศไทย ชนัตฎา ดำเงิน รุกขกร อรยา สูตะบุตร และ สันติ โอภาสปกรณ์กิจ ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่ม BIG Trees มาเป็นวิทยากรประจำทริป

แม้สายฝนจะโปรยปรายลงมาตลอดทั้งวัน แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความรู้ ตลอดจนบรรยากาศและความสนุกสนานของทริปลดน้อยลงเลย เตรียมหมวกและน้ำดื่มให้พร้อม นี่คือ 20 เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่น่าสนใจของชิ้นส่วนทางประวัติศาสตร์จากอดีต ที่มีลมหายใจและเติบโตมาพร้อมกับเมืองจนถึงปัจจุบันไปพร้อมกัน

01 

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees
15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees
15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

ในแง่ภูมิทัศน์เมือง ต้นไม้ใหญ่ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญ เพราะแสดงถึงการตั้งอยู่ของชุมชนหรือสถานที่สำคัญที่มีความหมาย เกาะรัตนโกสินทร์ชั้นในประกอบไปด้วยพระบรมมหาราชวัง และวังของพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูงหลายพระองค์ ทำให้พื้นที่บริเวณนี้ ตั้งแต่ในอดีตมีการปลูกต้นไม้และจัดภูมิทัศน์ไว้อย่างดี

ต่อมาเมื่อสยามเปลี่ยนแปลงการปกครอง เป็นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข วังบางส่วนเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานไปตามบริบทสังคมที่เปลี่ยนแปลง อย่างวังหน้าที่ถูกปรับพื้นที่เป็นมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ และโรงละครแห่งชาติ 

ต้นไม้เก่าแก่และการทำภูมิทัศน์โบราณรูปแบบต่างๆ จึงตกทอดกลายเป็นมรดกจากยุคเก่าที่ติดมากับพื้นที่ บางต้นยังคงอยู่ แต่บางต้นล้มหายตายจากไปตามสภาพการดูแลและเวลาที่ล่วงไป

ต้นโพธิ์ บริเวณลานโพธิ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ คือหนึ่งในต้นไม้เก่าแก่ประจำวังหน้าที่ตั้งตระหง่านอยู่ในบริเวณที่มีชัยภูมิเป็นที่นัดหมายและชุมนุมทางการเมืองของนักศึกษามายาวนาน ในสมัยแรกเริ่ม ตึกโดมมีปีกซ้ายขวา ขนาดอาคารยาวกว่าที่เห็นในปัจจุบันมาก แต่หลังจากเหตุการณ์ช่วง พ.ศ. 2519 ตึกโดมถูกตัดส่วนปีกซ้ายขวาออกไปเหลือเท่าที่เราเห็นในปัจจุบัน

นอกจากนี้ต้นโพธิ์ต้นนี้เคยเป็นที่เซ่นไหว้หัวหมูขอพรสำหรับการสอบของเหล่านักศึกษา แต่ถูกอาจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ สั่งห้าม เพราะมองว่าเป็นความงมงายและติดสินบนเจ้าที่ ในปัจจุบันต้นโพธิ์จึงกลายเป็นแลนด์มาร์กที่สำคัญของธรรมศาสตร์แทน 

02

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

ต้นกร่างที่ตั้งอยู่หน้าคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นเสมือนจิตวิญญาณของเด็กศิลปากรที่ยุคหนึ่งผูกพันกับมันมากจนถึงขั้นเรียกต้นไม้ต้นนี้ว่าคุณปู่กร่าง ถ้าเทียบตามรูปภาพโบราณสมัยรัชกาลที่ 4 เราจะเห็นยอดของต้นกร่างต้นนี้สูงขึ้นมาเหนือหลังคาตึก ทำให้อนุมานได้ว่า คุณปู่ต้นนี้มีอายุมากเกิน 100 ปีแล้ว 

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

แม้ว่าทั้งต้นกร่างที่มหาวิทยาลัยศิลปากรและต้นโพธิ์ที่ลานโพธิ์ของธรรมศาสตร์จะดูสวยงาม แผ่กิ่งก้านใบออกเป็นร่มเงาให้กับเรา แต่ในความจริงนั้น ทั้งสองต้นโตขึ้นได้มากกว่านี้ แต่เพราะสภาพพื้นที่ที่ถูกอาคารปิดล้อม ทำให้เราไม่สามารถชื่นชมความงามของต้นไม้ทั้งสองต้นอย่างเต็มที่ 

03

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

ในอดีต บริเวณพื้นที่ของกรมศิลปากรเคยเป็นที่ตั้งของวังมาก่อน ซึ่งมีถึง 3 วังด้วยกัน และมีต้นไม้โบราณที่ยังคงอยู่จนถึงปัจจุบัน คือต้นกร่างและต้นยางอินเดีย ซึ่งนอกจากสองต้นนี้แล้ว ยังมีต้นจันทร์อีกต้นหนึ่งแทรกตัวอยู่ข้างหลังพิพิธภัณฑ์อาจารย์ศิลป์ พีระศรี ตึกที่เคยเป็นท้องพระโรงเก่ามาก่อน ต้นจันทร์นับเป็นต้นไม้ใหญ่อีกต้นที่ถูกลืมเลือนไป ถ้าใครมีโอกาสแวะไปกรมศิลป์ ก็เดินไปแวะทักทายคุณปู่ต้นไม้ต้นนี้กันได้นะ 

04

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees
15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

เคยได้ยินคำว่า ‘โพธิ์ไทรไกรกร่าง’ กันไหม 4 ต้นไม้ใหญ่เหล่านี้ คือต้นไม้ที่มีความสำคัญในประวัติศาสตร์และพระพุทธประวัติ นอกจากแสดงฐานานุศักดิ์ของเจ้านายแล้ว ต้นไม้เหล่านี้ต้องใช้พื้นที่ในการเติบโตแผ่กิ่งก้านออกไปรอบด้าน จึงเหมาะให้ร่มเงากับพื้นที่ที่มีคนมารวมตัวกันเป็นจำนวนมาก ทำให้เป็นที่นิยมปลูกกันมากในวัดและวังสมัยก่อน

05

แนวคิดในการปลูกต้นไม้และการออกแบบภูมิทัศน์โบราณของไทย ได้อิทธิพลมาจากประเทศอินเดียและจีนเป็นหลัก แนวคิดแบบอินเดียมีความเชื่อมโยงกับพุทธประวัติ ความเชื่อ และความศรัทธา มองต้นไม้เป็นแหล่งอาหารและยารักษาโรค ในขณะที่แนวคิดแบบจีน นิยมใช้ตกแต่งสวนเพื่อความสวยงาม และถือเป็นการบำบัดจิตใจชนิดหนึ่ง มักพบเห็นได้ในรูปแบบของเขามอและต้นไม้สวยงามในวัง

ดังนั้น ต้นไม้ที่ปลูกในพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ชั้นในจึงจำแนกได้เป็น 2 ประเภท คือไม้มงคลและไม้ผล ไม้มงคลมักปลูกในพื้นที่วัง ส่วนไม้ผลมักปลูกริมคูคลอง เพื่อให้ประชาชนเก็บดอกผลรับประทานได้

06

นอกจากการปลูกต้นไม้เพื่อความสวยงามและประโยชน์ คนไทยสมัยก่อนก็นิยมปลูกต้นไม้ในเชิงสัญลักษณ์ด้วย เช่น การปลูกต้นยางนาที่โตสูงชะลูดจนมองเห็นจากที่ไกลๆ ไว้ในบริเวณวัด ทำให้คนที่เดินทางมาสังเกตเห็นต้นยางนาแล้วรู้ได้ทันทีว่าใกล้จะเข้าถึงเขตวัดแล้ว 

ในบริเวณภาคเหนือ เช่นเชียงตุงและเชียงใหม่ ก็มีการปลูกต้นไม้ในลักษณะนี้เหมือนกัน เรียกว่าไม้หมายเมืองเพื่อสัญลักษณ์ให้ผู้คนที่กำลังเดินทางเข้ามารับรู้ว่ากำลังใกล้ถึงเมืองแล้ว ต้นไม้จึงเป็นเหมือนจุดเช็กอินในสมัยก่อน

07

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

ต้นยางอินเดียที่เรานิยมปลูกกันอยู่ตอนนี้ สามารถเจริญเติบโตจนใหญ่มาก ขนาดที่ว่าในสมัยก่อนเราใช้ลำต้นของมันผูกล่ามช้างได้เป็นสิบๆ เชือก ดังนั้น ถ้าใครมีต้นยางอินเดียอยู่ที่บ้านและคิดจะนำมันลงกระถาง อย่าลืมหาพื้นที่กว้างๆ ให้รากและกิ่งก้านได้แผ่ออกไป และไม่ควรปลูกใกล้ตัวอาคารก่อสร้างเด็ดขาด 

08

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

ถ้าเดินเลียบคลองคูเมืองเดิมต่อไปจะเจอกับกลุ่มต้นตะเคียน 4 – 5 ต้นที่หน้าวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เป็นต้นไม้ชุดดั้งเดิมที่รัชกาลที่ 1 ทรงปลูก เพื่อใช้ในการสร้างเรือ อีกทั้งยังเป็นต้นไม้ใหญ่ที่มีอายุมากที่สุดที่ยังมีชีวิตอยู่ของกรุงรัตนโกสินทร์ จากภาพถ่ายโบราณที่หลงเหลืออยู่ เห็นได้ว่าต้นตะเคียนเคยถูกปลูกมากในบริเวณนี้ เพื่อสร้างความเขียวชอุ่มให้กับผู้คนที่ผ่านไปมา

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

นักประวัติศาสตร์ค้นพบผังภูมิทัศน์สมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ที่ระบุตำแหน่งและชนิดต้นไม้ที่ปลูกริมคลองคูเมืองเดิม ทั้งต้นพิกุล จำปี มะม่วง และขนุน แต่ปัจจุบันต้นไม้ดั้งเดิมแทบทั้งหมดถูกแทนที่ด้วยต้นไม้ชุดใหม่ จากการปรับปรุงพื้นที่สาธารณะริมคลองหลายครั้ง รวมถึงการสร้างสิ่งปลูกสร้าง อย่างสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ที่จำเป็นต้องก่อสร้างทับคลองคูเมืองเดิมทิศเหนือ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชน เมื่อระบบถนนกลายเป็นการสัญจรหลัก

ข้างๆ กันนั้น เราจะเจอสะพานหก ซึ่งยกขึ้นลงได้สำหรับเรือสัญจรผ่านไปมา แต่เป็นอันจำลองที่ถูกสร้างขึ้นมาในสมัยฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี ส่วนของจริงผุพังลงไปมากแล้ว สันนิษฐานว่าเคยตั้งอยู่ที่แถวโรงสี ข้างอนุสาวรีย์สหแห่งชาติหรืออนุสาวรีย์หมู ไม่ไกลกันเท่าไรจากตำแหน่งปัจจุบัน

09

ถัดจากเกาะรัตนโกสินทร์ชั้นในออกมาเพียงข้ามฝั่งคลองคูเมืองเดิม คือแพร่งภูธร แพร่งนรา และแพร่งสรรพศาสตร์ จุดเริ่มต้นการค้าที่เชื่อมต่อไปยังเยาวราชและเจริญกรุง สถาปัตยกรรมเก่าบริเวณนี้ได้อิทธิพลมาจากฝรั่งเศสที่เป็นห้องแถวล้อมรอบคอร์ทสี่เหลี่ยม หากสังเกตดีๆ จะเห็นต้นไม้ใหญ่เหลือรอดอยู่บ้างในบางคอร์ท

คลองคูเมืองเดิมจึงเป็นเหมือนเส้นแบ่งเขตของรัตนโกสินทร์ชั้นนอกและในออกจากกัน จากการสำรวจพื้นที่ยังขุดเจอโบราณสถานต่างๆ เช่น กำแพงเมืองเดิม ร่องรอยของรถรางต่างๆ ภูมิสมาคมสถาปัตยกรรมแห่งประเทศไทยและกรมศิลปากร จึงเริ่มโครงการปรับภูมิทัศน์และ Live Museum เพื่อให้เป็นอีกสถานที่หนึ่งสำหรับศึกษาประวัติศาสตร์ของกรุงเทพฯ 

10

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

ต้นมะฮอกกานีต้นใหญ่บริเวณหลังกระทรวงกลาโหม กลายเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กของพื้นที่บริเวณนี้ เพราะความสวยงามของใบและกิ่งที่แผ่ออกเห็นเด่นชัดมาแต่ไกล ครั้งหนึ่งเคยเกือบถูกเปลี่ยนให้เป็นต้นขนุนเพราะความเข้าใจผิดแต่มีเอกสารเก่ายืนยันถึงที่มาของต้นไม้ได้ จึงได้รับการดูแลแทนการขุดทิ้งไป ซึ่งทั้งหมดเป็นความร่วมมือกันจากหน่วยงานของภาครัฐ ทหาร และภาคประชาชน ทำให้ต้นไม้นี้กลับมาสวยงามอีกครั้งหนึ่ง 

09

เมื่อรัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสเมืองใหญ่ในต่างประเทศ พระองค์ทอดพระเนตรเห็นความศิวิไลซ์ในการวางผังและการจัดการพื้นที่เมือง จึงดำริให้สร้างสนามหลวงอย่างพลาซ่าในยุโรปและปรับปรุงถนน พร้อมปลูกต้นไม้อย่างเป็นระเบียบสวยงามเช่นถนนฌ็องเซลิเซ่ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส 

โดยประยุกต์แนวคิดการปลูกไม้ผลอย่างต้นมะขามเข้าไป เพราะต้นมะขามเป็นพืชสารพัดประโยชน์ ประชาชนเก็บใบ เปลือก ผล ไปรับประทานได้ และที่สำคัญคือใบละเอียด เช่นเดียวกับต้นมะฮอกกานี ไม้ยืนต้นที่ให้ร่มเงาได้ดีแม้มีใบขนาดเล็ก เพราะใบเล็กละเอียดเหล่านี้ปลิวไปได้และทำความสะอาดง่าย ไม่อุดตันท่อระบายน้ำ ไม่ทำให้บ้านเมืองสกปรก 

นอกจากนั้น ท่านยังคิดชื่อต้นมะขามด้วยเองสื่อถึงความน่าเกรงขาม แต่ในปัจจุบันนั้นหลงเหลือต้นมะขามที่อยู่มาตั้งแต่สมัยแรกเริ่มเพียงประมาณ 20 – 30 ต้นเท่านั้น 

10

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

เมื่อก่อนต้นมะขามตรงสนามหลวงเคยสุขภาพแข็งแรงมาก จนกระทั่งช่วงที่เป็นตลาดนัดสนามหลวง ทำให้มะขามถูกใช้เป็นเสาผูกผ้าใบกางเต็นท์ของแม่ค้า บ้างก็ถูกเทน้ำร้อนราด ทำให้ไม่เจริญเติบโต แต่ในปัจจุบันกำลังถูกฟื้นฟูจากความร่วมมือกันของภาครัฐและกลุ่ม BIG Trees 

11

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

อุทยานพระราชวังสราญรมย์สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 เพื่อเป็นที่ประทับปลายรัชสมัยของพระองค์ แต่พระองค์เสด็จสวรรคตก่อน ภายหลังรัชกาลที่ 5 มีพระราชดำริให้จัดสวนของตามแบบสวนอังกฤษ และทรงใช้อุทยานแห่งนี้เป็นพื้นที่ต้อนรับพระราชอาคันตุกะจากต่างชาติ มีการออกแบบภูมิสถาปัตยกรรมและตกแต่งอุทยานด้วยสระน้ำพุ สวนดอกไม้ โดยเฉพาะกุหลาบแดง ไม้ดอกที่ทรงโปรดปราน เรื่อยมาจนถึงการจัดงานฤดูหนาวในสมัยรัชกาลที่ 6

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

ภายหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง รัชกาลที่ 7 ทรงโปรดเกล้าฯ มอบอุทยานแห่งนี้ให้รัฐบาล จากนั้นจึงมีการปรับปรุงและเปิดเป็นสวนสาธารณะแห่งแรกๆ ของสยาม และหลังจากปลี่ยนมือมาอยู่ในการดูแลของคณะราษฎร จึงมีการสร้างสำนักงานของคณะราษฎรไว้ภายในพื้นที่อีกด้วย 

แม้ที่นี่จะมีพันธุ์ไม้หายากมากมายที่รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้นำมาปลูกไว้ แต่ต้นจามจุรีและมะขาม สองไม้ยืนต้นเก่าแก่ในไทยก็ยังคงยืนเด่นเป็นสง่าอยู่ที่นี่ตลอดมา

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

12

ภายในสวนสราญรมย์ยังมีอนุสาวรีย์ของพระนางเรือล่ม หรือสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี หนึ่งในพระราชินีของรัชกาลที่ 5 ที่เสด็จประพาสบางปะอิน ก่อนเกิดเหตุการณ์เรือล่มและไม่มีใครช่วยเหลือพระนางได้ เนื่องจากกฎมณเฑียรบาลในสมัยก่อน รัชกาลที่ 5 จึงทรงมีรับสั่งให้สร้างอนุสาวรีย์นี้ไว้เพื่อเป็นอนุสรณ์ถึงความรักของพระองค์ที่มีต่อพระนาง

13

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

ย้อนกลับไปช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ พื้นที่บริเวณมิวเซียมสยามเคยเป็นวังที่พระทับของเจ้านายถึง 5 พระองค์ เรื่อยมาถึงสมัยรัชกาลที่ 6 พระองค์มีพระบรมราชโองกางให้จัดตั้งกระทรวงพาณิชย์ขึ้นที่นี่ เนื่องจากอยู่ใกล้ย่านการค้าริมแม่น้ำเจ้าพระยา 

นอกจากอาคารกระทวงพาณิชย์ที่ต่อมาถูกปรับปรุงเป็นมิวเซียมสยาม จะเป็นสถาปัตยกรรมทรงคุณค่าที่ออกแบบและก่อสร้างด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยในยุคนั้นแล้ว ยังมีต้นไทรเก่าแก่อีก 2 ต้นที่เติบโตมาพร้อมกับอาคารตั้งแต่ยังเป็นกระทรวงพาณิชย์

14

เนื่องจากไม่มีการบันทึกเรื่องราวแรกเริ่มของต้นไทรคู่นี้เอาไว้ จึงคาดว่าอาจมีจุดเริ่มต้นได้ 2 กรณี คือ ตั้งใจปลูก เพราะเป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อทางพุทธประวัติ จึงนำมาปลูกไว้ในสถานที่สำคัญ หรือเติบโตขึ้นเองจากการทิ้งเมล็ดของนกที่บินมาบริเวณนี้ เนื่องจากต้นไทรเป็นไม้ยืนต้นที่ทนทานและมีระบบรากแข็งแรงมาก 

ความน่าสนใจคือ ในช่วงปรับปรุงอาคารและภูมิทัศน์เป็นมิวเซียมสยาม นักประวัติศาสตร์และนักออกแบบต้องร่วมมือกันประเมินคุณค่าของต้นไม้และองค์ประกอบต่างๆ โดยรอบพื้นที่ ต้นไทรใหญ่คู่นี้ทรงคุณค่าทั้งทาง Tangible และ Intangible ระบบก้านใบและรากค้ำจุนพื้นที่มาเนิ่นนาน พอๆ กับความเคารพศรัทธาที่ผู้คนมอบให้อย่างไม่เสื่อมคลาย

15

เคยมีโครงการสำรวจต้นไม้เก่าแก่ของประเทศไทยตามลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้ค้นพบว่า ความเชื่อเรื่องผีของคนไทยมีส่วนช่วยในการรักษาต้นไม้ จากการศึกษาพบว่า ต้นไม้เก่าแก่ส่วนใหญ่ที่ยังคงอยู่มักถูกปลูกอยู่ตามบริเวณอาณาเขตวัด ซึ่งต้นไม้ที่โตสมบูรณ์และแข็งแรงที่สุดมักอยู่ตามป่าช้าที่ไม่มีใครกล้าไปรบกวน

15 วิวัฒนาการบางกอกผ่านการเติบโตและคงอยู่ของคุณปู่ ต้นไม้รอบเกาะรัตนโกสินทร์, Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees

นี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งของเกร็ดความรู้ที่เราได้รับจาก Walk with The Cloud 27 : Island of Heritage Trees สัปดาห์หน้า เตรียมพบกับเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่บอกเล่าผ่านต้นไม้โบราณ ที่ชี้ให้เห็นรูปแบบการดำรงชีวิต ความศรัทธา การเปลี่ยนแปลงของเมืองและสังคมในแต่ละยุคสมัย ตั้งแต่เรื่องราวการวางผังเมืองโบราณ วิสัยทัศน์เกี่ยวกับการปลูกต้นในเมืองของเจ้านายหลายพระองค์ในอดีต เรื่อยมาจนถึงเรื่องราวการเคลื่อนไหวของภาครัฐ เอกชน และประชาสังคมในปัจจุบัน เพื่ออนุรักษ์ต้นไม้ซึ่งเปี่ยมไปด้วยคุณค่าทางประวัติศาสตร์รอบเกาะรัตนโกสินทร์ 

Writer

ณัฐณิชา โอภาสเสรีผดุง

นิสิตสถาปัตย์ สนใจประวัติศาสตร์ สถาปัตย์ ไลฟ์สไตล์ เวลาว่างหมดไปกับแมวและของกิน

Photographer

ปวรุตม์ งามเอกอุดมพงศ์

นักศึกษาถ่ายภาพที่กำลังตามหาแนวทางของตัวเอง ผ่านมุมมอง ผ่านการคิด และ ดู

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load