ในคลาสสุดท้ายของคอร์สริเน็น ดิฉันให้ผู้อบรมทุกคนออกมาเล่าริเน็น (ปรัชญา ความเชื่อของตน) บางท่านก็เลือกเล่าจากชีวิตตนเองก่อน บางท่านก็เล่าความเชื่อที่นำไปสู่ธุรกิจในปัจจุบัน

บางท่านก็เล่าตรงๆ ว่า เดิมทำธุรกิจเพื่อเงิน แต่พอประสบความสำเร็จระดับหนึ่ง ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรต่อ จนมาค่อยๆ ตกตะกอนว่า ธุรกิจตนเองสามารถช่วยพนักงาน ช่วยลูกค้าได้ 

ในคืนนั้น มีอยู่ 2 ท่าน ที่พูดประโยคเดียวกัน คือ “ไม่เคยคิดจะทำธุรกิจเลย”

ท่านหนึ่งมีปัญหาเรื่องผิวหน้าที่แพ้ง่าย เลยทำสกินแคร์จากวัตถุดิบที่ดี อีกท่านเป็นทันตแพทย์ที่ดูแลฟัน และเริ่มทำยาสีฟันสำหรับเด็ก เพื่อให้เด็กๆ แปรงฟันได้ดีขึ้น

เรื่องราวของทั้งคู่ชวนให้ดิฉันนึกถึงอดีตซาลารี่แมนคนหนึ่งที่ลาออกไปเรียนแพทย์ และกลับมาเปิดคลินิกของตนเอง

อะไรคือแรงบันดาลใจในการทำธุรกิจของเขา

อดีตมนุษย์เงินเดือนที่ขายไม่ค่อยออก

ทาคาฟุมิ โอบายาชิ (Takafumi Obayashi) จบจากคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยโตเกียว มหาวิทยาลัยชื่อดังของประเทศ เขาได้เข้าทำงานที่บริษัท Recruit ซึ่งเป็นบริษัทอันดับหนึ่งด้าน HR

หน้าที่ของเขาคือการขายโฆษณาลงเว็บ

เมื่อทำงานไปได้ปีกว่าๆ โอบายาชิก็ได้รับฉายาว่า ‘เซลล์ที่นัดลูกค้าได้ แต่ขายไม่ได้’ เขาชวนลูกค้าพูดคุยได้อย่างสนุกสนาน นั่งฟังเรื่องราวของลูกค้าได้เป็นวันๆ แต่ก็ปิดการขายไม่ได้

รุ่นน้องที่ทำโปรเจกต์เดียวกับโอบายาชิมีสภาพจิตใจไม่ค่อยแข็งแรงนัก ในฐานะหัวหน้า เขาจึงพารุ่นน้องไปพบแพทย์ประจำบริษัท โอบายาชิคาดหวังว่า คุณหมอที่บริษัทจะมีคำแนะนำดีๆ หรืออย่างน้อย รับฟังปัญหาของรุ่นน้องคนนี้บ้าง แต่หมอก็ซักถามรุ่นน้องเพียงเล็กน้อย และบอกว่า “เหนื่อยแย่เลยเนอะ พักงานหน่อยไหม” ทั้งหมดเสร็จสิ้นภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่นาที

กฎหมายญี่ปุ่นมีข้อบังคับว่า บริษัทที่มีพนักงานเกิน 50 คน ต้องมีแพทย์อาชีวเวชศาสตร์ (Occupational Physician) หรือแพทย์เฉพาะทางที่มีความเชี่ยวชาญในการดูแลสุขภาพของคนทำงาน คุณหมอมีหน้าที่ดูแลสุขภาพทั้งกายและใจให้กับพนักงาน

แต่ในโลกของความเป็นจริง คุณหมอที่โอบายาชิพบ มาตรวจคนไข้เหมือนเป็นงานอดิเรก ไม่ได้สนใจประวัติคนไข้ หรือชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ป่วยมากนัก

โอบายาชิรู้สึกผิดหวังมาก แต่ขณะเดียวกัน คุณหมอท่านนั้นก็ทำให้โอบายาชิรู้ว่า โลกนี้มีอาชีพที่นั่งฟังเรื่องราวของคนอื่นได้ตลอด จุดแข็งในการเป็นนักฟังของเขาน่าจะได้ใช้งานเต็มที่แน่ การที่เขาเป็นมนุษย์เงินเดือน จะทำให้ยิ่งเข้าใจคนไข้ได้ง่ายกว่าคุณหมอที่เรียนจบแล้วมาตรวจคนไข้เป็นแน่

เมื่อคิดเช่นนี้ได้แล้ว โอบายาชิก็ยื่นซองลาออกจากบริษัท Recruit ในวัย 30 ปี หลังจากทำงานบริษัทได้ 5 ปี 

สาขาวิชาที่แทบไม่มีใครอยากเลือกเรียน

ตอนลาออก โอบายาชิคิดว่าตนเองต้องไปสอบเข้าคณะแพทย์ใหม่อีกครั้ง และเขาก็มุ่งมั่นเตรียมทำเช่นนั้นด้วย แต่โชคดีที่มีมหาวิทยาลัยการแพทย์แห่งหนึ่ง เปิดรับคนที่ต้องการเปลี่ยนสายงาน และข้ามการเรียนวิชาพื้นฐานในปี 1 และ 2 ได้ โอบายาชิจึงเลือกสอบเข้ามหาวิทยาลัยนั้น และเริ่มเรียนแพทย์ตั้งแต่ชั้นปี 3 เป็นต้นมา

Vision Partner คลินิกดูแลสุขภาพกายและใจคนทำงานโดยอดีตเซลส์แมนที่ขายของไม่ค่อยได้, ปรัชญาการทำธุรกิจแบบริเน็น
ภาพ : overs.zigexn.co.jp/people

เขามุ่งมั่นที่จะเป็นแพทย์ด้านอาชีวเวชศาสตร์แต่แรก แต่เมื่อบอกอาจารย์หรือคนรอบๆ ก็มีคนบอกแต่ว่า “สาขานี้สบายดีเนอะ” ไม่ค่อยมีใครสนใจไปเป็นแพทย์ประจำบริษัทสักเท่าไร แพทย์ด้านศัลยกรรม ด้านสมอง หรือด้านประสาทวิทยาดูเท่ และน่าจะสร้างรายได้มากกว่ากันนี่นา

แพทย์ที่จะเชื่อมระหว่างบริษัทกับพนักงาน

ฝั่งแพทย์เอง ไม่มีใครอยากทำงานบริษัท ส่วนฝั่งบริษัทเองก็ไม่ค่อยให้ความสนใจเรื่องแพทย์เท่าไร แต่ยอมมี เพียงเพราะกฎหมายบังคับ

แต่โอบายาชิกลับเห็นศักยภาพอันยิ่งใหญ่ของวิชาชีพนี้

หากหมอช่วยเหลือผู้ที่เป็นโรคซึมเศร้าหรืออยู่ในภาวะวิตกกังวลได้ ก็ย่อมทำให้บริษัทเติบโตได้ ยิ่งพนักงานแข็งแรง บริษัทก็จะยิ่งเติบโต

เมื่อโอบายาชิทำงานแพทย์จนขึ้นปีที่ 10 เขาก็ตัดสินใจเปิดคลินิกของตนเอง เพื่อช่วยเหลือคนทำงาน โดยตั้งชื่อว่า Vision Partner

Vision Partner คลินิกดูแลสุขภาพกายและใจคนทำงานโดยอดีตเซลส์แมนที่ขายของไม่ค่อยได้, ปรัชญาการทำธุรกิจแบบริเน็น
ภาพ : vision-partner.jp

สาเหตุที่เขาเลือกใช้คำว่า Vision เนื่องจากบางครั้ง คนเราก็มีช่วงที่ไม่รู้จะก้าวเดินต่อไปอย่างไร หรือมองไม่เห็นศักยภาพของตนเอง คลินิกแห่งนี้จะมอบ Vision ของทุกคน โดยเป็นส่วนหนึ่งที่อยู่เคียงข้างวิถีการใช้ชีวิต ปลดปล่อยศักยภาพของพวกเขาให้เบ่งบาน และเป็นพาร์ตเนอร์ที่ดีที่สุดสำหรับคนไข้ทุกคน

คลิกนิกแห่งนี้ให้คำปรึกษาด้านจิตใจ เช่น บางคนเครียดจนไม่กล้าไปทำงาน บางคนอารมณ์รุนแรงกว่าปกติ จะมีคุณหมอโอบายาชิและจิตแพทย์ท่านอื่นๆ ให้คำปรึกษา

นอกจากนี้ ยังมีบริการให้ความช่วยเหลือด้านอาชีพการงานอีกด้วย ใครที่แพทย์เห็นว่าไม่ควรต้องทำงานที่เดิมต่อ ก็จะมีระบบช่วยเหลือด้านการย้ายงาน

วันเปิดคลินิก

สิ่งที่ทำให้ดิฉันแปลกใจ คือวันที่คุณหมอเลือกเปิดคลินิก

คลินิก Vision Partner เปิดให้บริการวันที่ 7 พฤษภาคม ค.ศ.​ 2020 เป็นช่วงที่ COVID-19 กำลังระบาดหนักในญี่ปุ่นทีเดียว

คุณหมอและพาร์ตเนอร์เคยคิดที่จะเลื่อนวันเปิดให้บริการเหมือนกัน แต่เมื่อพวกเขากลับไปทบทวนสาเหตุที่พวกตนตั้งใจเปิดคลินิก พวกเขาจึงตัดสินใจที่จะลุยต่อไป

Vision Partner คลินิกดูแลสุขภาพกายและใจคนทำงานโดยอดีตเซลส์แมนที่ขายของไม่ค่อยได้, ปรัชญาการทำธุรกิจแบบริเน็น
ภาพ : vision-partner.jp

ความตั้งใจในการเปิดคลินิกคือการทุ่มเทช่วยเหลือคนทำงาน

แม้คลินิกต้องจำกัดการรับคนไข้ หรือคนอาจยังไม่กล้าออกจากบ้านเท่าไร แต่หมอโอบายาชิก็ตัดสินใจเปิดคลินิก เนื่องจากช่วง COVID-19 และหลังจากนี้ จะเป็นช่วงที่คนมีโอกาสที่จะรู้สึกเครียด ซึมเศร้าได้มาก เขาจึงต้องการเป็น พาร์ตเนอร์ที่ช่วยคนเหล่านี้

ความฝันของคุณหมอ

ปัจจุบัน คุณหมอประจำอยู่ทั้งที่โรงพยาบาล คลินิก และบริษัท

การเปิดคลินิกเป็นของตนเอง ตลอดจนการให้สัมภาษณ์สื่อต่างๆ นั้น ทำไปเพื่อให้คนรู้จักแพทย์ด้านอาชีวเวชศาสตร์ ตลอดจนทำให้วงการแพทย์เองยอมรับแพทย์ด้านนี้ยิ่งขึ้น

คุณหมอมุ่งมั่นที่จะเพิ่มจำนวนแพทย์ด้านอาชีวเวชศาสตร์ที่มีความปรารถนาดีให้มีมากขึ้นในสังคมญี่ปุ่น ขณะเดียวกัน ต้องการทำให้บริษัทที่กฎหมายไม่ได้บังคับให้มีแพทย์ประจำได้เห็นความสำคัญของแพทย์เหล่านี้ ที่สามารถช่วยเหลือพนักงานของพวกเขาและเปิดใจรับแพทย์ด้านนี้ยิ่งขึ้น

หากเริ่มทำธุรกิจโดยหวังกำไร คลินิกดังเช่น Vision Partner คงไม่เกิดขึ้น

แต่ด้วยความมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนวิธีคิดของผู้คน คุณหมอจึงตัดสินใจเปิดคลินิก ซึ่งจะทำให้เกิดการจ้างแพทย์ฝีมือดีเข้ามา ทำให้คนไข้และบริษัทได้เห็นผลลัพธ์ที่ดี

การเปิดคลินิกในช่วง COVID-19 นี้ อาจเป็นก้าวเล็กๆ ที่ก้าวออกไปลำบากมาก แต่ด้วย Vision ที่งดงาม และความมุ่งมั่นที่จะปฏิวัติทัศนคติของผู้คนต่ออาชีพตน คุณหมอโอบายาชิก็ค่อยๆ ก้าวเดินต่อไป

Writer

เกตุวดี Marumura

อดีตนักเรียนทุนรัฐบาลญี่ปุ่นผู้หลงใหลในการทำธุรกิจแบบยั่งยืนของคนญี่ปุ่น ปัจจุบัน เป็นอาจารย์สอนการตลาดที่คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Makoto Marketing

หลักสูตรการตลาดแบบจริงใจสไตล์ญี่ปุ่น

ระหว่างที่ดิฉันนั่งอ่านใบสมัคร The Cloud School หลักสูตรริเน็นรุ่นที่ 5 อยู่ พบว่าผู้สมัครหลายท่านทำงานด้านการออกแบบและสถาปัตยกรรม มานั่งนึกดูดี ๆ ดิฉันเขียนบทความใน The Cloud มา 4 ปีแล้ว แทบไม่เคยเขียนถึงบริษัทออกแบบเท่าไหร่เลย 

นั่งนึก ๆ ดู ก็นึกถึงบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งดิฉันเรียกในใจว่า บริษัทรับออกแบบ ‘ความสุข’ เป็นบริษัทที่ทำให้ลูกค้าที่บรีฟงาน ผู้บริโภค ตลอดจนพนักงาน ยิ้มกันแก้มปริทีเดียว 

Orange & Partners 

ทำไมถึงตั้งชื่อบริษัทว่า Orange 

Orange & Partners บริษัทรับออกแบบความสุขแบบเซอร์ไพรส์ของ Kundo Koyama ผู้สร้างคุมะมง
ภาพ : www.orange-p.co.jp

ช่วงระหว่างกลางคืนกับกลางวัน มีดวงอาทิตย์ค่อย ๆ ส่องแสง

ช่วงระหว่างกลางวันกับกลางคืน ก็มีดวงอาทิตย์กำลังตกดิน 

ในช่วงจังหวะระหว่างกาลเวลาที่ไม่แน่ชัดนัก แต่ท้องฟ้ากลับค่อย ๆ เปลี่ยนสี ภาพตรงหน้า ปรากฏเป็นท้องฟ้าถูกย้อมเป็นสีส้ม 

สำหรับพวกเราแล้ว สีส้ม จึงเป็นสีของ ‘ความไม่แน่ชัด’ และ ‘ความประทับใจ’ 

ส่วนคำว่า Partners มาจากหลักคิดว่า บริษัทต้องการเติบโตไปพร้อมกับลูกค้า 

นี่คือที่มาของบริษัทรับออกแบบความสุขที่ชื่อ ‘Orange & Partners’ 

บริษัท Orange & Partners ก่อตั้งขึ้นในปี 2006 โดยคุณ Kundo Koyama นักเขียนบทและนักวางแผนชื่อดัง (เป็นหนึ่งในคนที่มีส่วนสร้างหมีคุมะมง และเป็นผู้เขียนบทหนังเรื่อง The Departures

Orange & Partners บริษัทรับออกแบบความสุขแบบเซอร์ไพรส์ของ Kundo Koyama ผู้สร้างคุมะมง
ภาพ : www.orange-p.co.jp

คุณ Koyama บอกว่า บริษัทเขาสรุปไว้ได้ด้วย 2 คำ คือ Surprise และ Happiness 

ในเว็บไซต์ของบริษัทเขียนไว้อย่างชัดเจนว่า พวกเขาปรารถนาจะเป็นพื้นที่แห่งความรัก ที่สร้างประโยชน์ให้กับโลก 

ลักษณะงานของที่นี่คือ งานออกแบบวางแผนการสื่อสาร ให้คำปรึกษาด้านแบรนด์ และให้คำปรึกษา เช่น มีบริษัทแห่งหนึ่งต้องการทดลองสร้างโรงแรมเพื่อรองรับตลาด Long Stay ทาง Orange & Partners ก็ช่วยออกแบบแนวคิดของโรงแรมนี้ให้อยู่กึ่งกลางระหว่างการพักสั้น ๆ กับการอยู่ระยะยาว 

Orange & Partners บริษัทรับออกแบบความสุขแบบเซอร์ไพรส์ของ Kundo Koyama ผู้สร้างคุมะมง
Orange & Partners บริษัทรับออกแบบความสุขแบบเซอร์ไพรส์ของ Kundo Koyama ผู้สร้างคุมะมง
Orange & Partners บริษัทรับออกแบบความสุขแบบเซอร์ไพรส์ของ Kundo Koyama ผู้สร้างคุมะมง
ภาพ : www.orange-p.co.jp

แขกพักที่นี่นานเท่าใดก็ได้ อาจจะมา Workcation ที่นี่ วันธรรมดา ทำงาน วันหยุด ก็ออกไปเดินเที่ยวในเมืองบ้าง คุยกับคนในเมืองบ้าง ทุกห้องมีห้องครัวและมีเครื่องซักผ้าอยู่ตรงพื้นที่ส่วนกลาง ได้ทำงานที่สงบ ๆ และได้เรียนรู้ชีวิตความเป็นอยู่ในท้องถิ่นด้วย 

อีกโครงการหนึ่ง คือ การออกแบบเครื่องประดับให้แบรนด์เก่าแก่ของเยอรมัน ชื่อ GROSSE ทาง Orange & Partners วางแนวคิดเครื่องประดับนี้เป็น ‘การทบทวน 1 ปีที่ผ่านมา และตัดสินใจเส้นทางในอนาคต’ 

Orange & Partners บริษัทของ Kundo Koyama ผู้สร้างคุมะมง ที่จะทำงานให้ลูกค้า ผู้บริโภค และพนักงาน สุขจนยิ้มแก้มปริ
Orange & Partners บริษัทของ Kundo Koyama ผู้สร้างคุมะมง ที่จะทำงานให้ลูกค้า ผู้บริโภค และพนักงาน สุขจนยิ้มแก้มปริ
ภาพ : www.orange-p.co.jp
Orange & Partners บริษัทของ Kundo Koyama ผู้สร้างคุมะมง ที่จะทำงานให้ลูกค้า ผู้บริโภค และพนักงาน สุขจนยิ้มแก้มปริ
ภาพ : www.grosse-onlineshop.com


สร้อยนี้มีชื่อว่า ‘Dear Future” แฝงความหมายถึงตัวฉันในอนาคต ในล็อกเก็ต มีคำ 5 คำให้เลือก ได้แก่ Faith (ฉันจะสร้างศรัทธา) Calm (ฉันจะใช้ชีวิตอย่างสงบ) True (เป็นตัวของตัวเอง รักตัวเอง) Luck (พบโชคดี) Leap (เติบโตอย่างก้าวกระโดด) เป็นเครื่องประดับที่ทุกครั้งที่สวมใส่ ก็จะนึกถึงภาพตนเองในอนาคต 

นอกจากนี้ หากสั่งซื้อทางออนไลน์ จะมีช่องให้เขียนจดหมายหาตนเองในอีก 1 ปีข้างหน้า เมื่อเวลาผ่านไป 1 ปี ทางระบบจะจัดส่งจดหมายฉบับนี้ให้ผู้ซื้อ สมคอนเซ็ปต์ Dear Future 

ความเชื่อของบริษัท

บริษัท Orange & Partners มีความเชื่อว่า งานคิดไอเดียและวางแผนกลยุทธ์นั้น เป็นบริการให้ใครสักคน ขณะเดียวกันก็แฝงความปรารถนาดีด้วย งานที่ดี จะทำให้ผู้คนรู้สึกประทับใจหรือตื่นเต้น และกลายเป็นการส่งต่อความรู้สึกร่วม เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน หรือสร้างเส้นทางใหม่ ๆ ได้

งานวางแผนที่ดี จะช่วยให้ชีวิตผู้คนดีขึ้น อย่างกรณีโรงแรมข้างต้น นักท่องเที่ยวก็ได้มาเที่ยว พัก ทำงาน เรียนรู้วัฒนธรรมเก่าแก่ คนในชุมชนก็รู้สึกภูมิใจในเมืองตนเอง มีการสื่อสารแลกเปลี่ยนกับคนต่างถิ่นบ้าง 

นอกจากนี้ บริษัทเชื่อมั่นว่า ผลงานของพวกเขาจะทำให้ผู้คนทั่วโลกรู้สึกอบอุ่นได้ 

Orange & Partners บริษัทของ Kundo Koyama ผู้สร้างคุมะมง ที่จะทำงานให้ลูกค้า ผู้บริโภค และพนักงาน สุขจนยิ้มแก้มปริ
Orange & Partners บริษัทของ Kundo Koyama ผู้สร้างคุมะมง ที่จะทำงานให้ลูกค้า ผู้บริโภค และพนักงาน สุขจนยิ้มแก้มปริ

ปณิธานของ Orange & Partners คือการสร้างโลกที่มีเรื่องเซอร์ไพรส์ (ดี ๆ) และมีความสุข ผ่านงานสื่อสาร และเป็นพื้นที่แห่งความรักที่สร้างประโยชน์ให้กับโลกนี้ 

บริษัทนี้จึงไม่รับงานที่เป็นงานครีเอทีฟ แต่ดังเปรี้ยงปร้างแค่ระยะเวลาสั้น ๆ พวกเขาต้องการสร้างผลงานที่ทำให้ผู้คนรู้สึกประทับใจและอยู่ในความทรงจำของผู้คน เช่น การสร้างแบรนด์หรือการออกแบบโรงแรมที่อยู่ร่วมกับท้องถิ่นได้ 

การสร้างทีมที่จะไปสร้างเซอร์ไพรส์

ถึงตรงนี้ บริษัท Orange & Partners ดูเป็นบริษัทที่คิดดี ทำดีอย่างจริงจังมาก แต่จริง ๆ แล้ว บรรยากาศในการทำงาน มีแต่ความสมัครสมานกลมเกลียวและเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ 

ที่นี่มีการจัดอีเวนต์ต่าง ๆ บ่อยมาก ทั้งการไปชมดอกไม้ การไปเที่ยวด้วยกัน การอบรม ตลอดจนปาร์ตี้สังสรรค์ต่าง ๆ 

แต่สิ่งหนึ่งที่บริษัทให้ความสำคัญอย่างยิ่งยวด และทำมาตลอดตั้งแต่ตั้งบริษัทใหม่ ๆ คือ การเซอร์ไพรส์วันเกิดเพื่อนพนักงาน

ในช่วงแรก มีพนักงานเพียง 7 คน ทุกคนก็ช่วยกันคิดไอเดียเซอร์ไพรส์เจ้าของวันเกิดเวียนกันไป ปัจจุบัน แม้พนักงานจะมีจำนวนมากขึ้นเป็นเกือบ 30 คน พนักงานทุกคนก็ยังแบ่งหน้าที่กันรับผิดชอบเซอร์ไพรส์อยู่ 

ยกตัวอย่างการเซอร์ไพรส์ซาโตชิน พนักงานชายแผนกบัญชี

วันหนึ่งหลังประชุมเสร็จ บอร์ดบริษัทท่านหนึ่งบอกซาโตชินว่า “ซาโตชิน มีลูกค้าขอให้ออก Invoice แบบด่วนสุด ๆ ผมกดเข้าระบบไปแล้ว ฝากคุณช่วยทำเอกสารต่อนะ” 

ซาโตชินก็ตาลีตาเหลือกไปเปิดคอม แต่พอดูรายการที่ต้องออกใน Invoice แล้ว ช่องรายละเอียดเขียนว่า 

“ความพยายามของซาโตชินในการช่วยให้ทุกคนทำงานได้ราบรื่น… Priceless”

“ความใจดีเหมือนคุณพ่อที่พร้อมให้คำปรึกษาเสมอ… Priceless”

“น้ำเสียงอันอบอุ่นนุ่มนวลของซาโตชิน… Priceless”

มีรายละเอียดยาวขนาดนี้ จากนั้น ก็มีวิดีโอฉายขึ้นมา เป็นภาพบอร์ดบริษัทท่านนั้นไปขอพรศาลเจ้าเพื่อให้ซาโตชินสอบวุฒิด้านบัญชีผ่าน และซื้อเครื่องราง (แน่นอนว่า ถ่ายโดยบอร์ดท่านนั้น) 

ส่วนเพื่อน ๆ คนอื่นก็เดินเอาแก้วที่มีลายวาดหน้าเหมือนของซาโตชินมาให้ เพราะเขาเป็นคนชอบดื่มสาเก 

Orange & Partners บริษัทของ Kundo Koyama ผู้สร้างคุมะมง ที่จะทำงานให้ลูกค้า ผู้บริโภค และพนักงาน สุขจนยิ้มแก้มปริ
ภาพ : www.instagram.com/orange_and_partners

ส่วนการเซอร์ไพรส์ท่านประธานบริษัทนั้น ก็มีการเล่นใหญ่ไฟกะพริบเสมอ ๆ เช่น การสกรีนหน้าประธานบนรถหาเสียงและขับมาเซอร์ไพรส์ 

Orange & Partners บริษัทของ Kundo Koyama ผู้สร้างคุมะมง ที่จะทำงานให้ลูกค้า ผู้บริโภค และพนักงาน สุขจนยิ้มแก้มปริ
ภาพ : www.orange-p.co.jp

ส่วนอีกปีก็มีการฟอร์มทีม รวมพนักงานบริษัทในเครือทั้งหมด วิ่งผลัดกันจากจังหวัดโตเกียวไปยังจังหวัดนารา ซึ่งเป็นบ้านเกิดของท่านประธาน เป็นระยะทางประมาณ 500 กิโลเมตร 

ท่านประธานซึ่งเปิดบ้านเลี้ยงฉลองทุกคนอยู่แล้วนั้น ก็ได้เห็นคลิปวิดีโอที่พนักงานทุกคนแบ่งหน้าที่กัน ผลัดกันวิ่ง แล้วนักวิ่งคนสุดท้ายก็วิ่งเข้ามาเอาของขวัญมาให้ท่านประธาน 

คุณ Kundo Koyama เชื่อว่า การเซอร์ไพรส์ใครสักคนนั้นต้องใช้พลังสูงมาก ต้องแคร์คนคนนั้นจริง ๆ ต้องแอบสังเกต คอยเข้าใจ และเดาว่าทำอย่างไรคนคนนั้นถึงจะดีใจ เขาจึงตั้งใจฝึกให้พนักงานมีทักษะเช่นนี้ ยิ่งสนุกกับการเซอร์ไพรส์ ก็ยิ่งทำงานได้ดี 

จากกิจกรรมเซอร์ไพรส์วันเกิด (ซึ่งมีแทบทุกเดือน เดือนละหลายครั้ง) นี้ ชาว Orange & Partners จึงมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน สนุกกับการเล่น สนุกกับการทำงาน และแน่นอนว่า สนุกในการสร้างความสุขให้ลูกค้าและทุกคนที่เกี่ยวข้องนั่นเอง 

ความเชื่อที่ชัดเจน บวกกับการมีกิจกรรมที่ทำให้พนักงานทุกคนมีส่วนร่วม และสนุกกับการทำให้ผู้อื่นมีความสุข ทำให้บริษัท Orange & Partners ค่อย ๆ เติบโต และเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างวงจรความสุข (แบบเซอร์ไพรส์!) ให้เกิดขึ้นได้กว่า 16 ปี

www.orange-p.co.jp/english/

Writer

เกตุวดี Marumura

อดีตนักเรียนทุนรัฐบาลญี่ปุ่นผู้หลงใหลในการทำธุรกิจแบบยั่งยืนของคนญี่ปุ่น ปัจจุบัน เป็นอาจารย์สอนการตลาดที่คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load