ในระหว่างเดินทางท่ามกลางความเร่งรีบวุ่นวายในเมืองกรุง ฉันเลือกที่จะเดินทางด้วย Grab Bike เพื่อไปพบกับหนุ่มนักวาดภาพที่หลงใหลในสิ่งก่อสร้างดั้งเดิม

หลุยส์-ศุภชัย วงศ์นพดลเดชา ‘นักวาดภาพเมือง’ หรือเรียกอีกชื่อว่า ‘Urban Sketcher’ ณ ร้านกาแฟตึกแถวห้องเดียวบนถนนพระสุเมรุ ถนนที่เต็มไปด้วยตึกราบ้านช่องสวยงามตลอดทั้งสาย ช่างเข้ากันกับบรรยากาศและบทสนทนาที่เกิดขึ้นต่อจากนี้ซะเหลือเกิน

…เสียงดนตรี Bossa กำลังเปิดคลอระหว่างสนทนาในร้านกาแฟที่นัดไว้…

Urban, sketcher, นักวาดภาพเมือง, หลุยส์ ศุภชัย

จุดเริ่มต้นจากสมุดสเกตช์

หลุยส์ หรือเจ้าของเพจ ‘Louis Sketcher’ เพจชื่อดังที่มีคนติดตามอยู่ 20,000 กว่าคน เป็นนิสิตที่จบมาจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สาขาวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์ไทย จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หลุยส์เล่าจุดเริ่มต้นให้ฟังว่า ช่วงที่เรียนอยู่ปี 3 – 4 เขามีโอกาสฟังบรรยายของอาจารย์อัสนี ทัศนะเรืองรอง หนึ่งในผู้ก่อตั้งกลุ่ม Bangkok Sketcher ซึ่งระหว่างที่อาจารย์อัสนีนำสมุดสเกตช์ขึ้นมาโชว์ประกอบการบรรยายด้วยก็จุดประกายให้หลุยส์ค้นพบตัวตนอีกด้านหนึ่ง

Urban, sketcher, นักวาดภาพเมือง, หลุยส์ ศุภชัย

เข้าสู่วงการนักสังเกตที่หลงใหลเสน่ห์ที่ซ่อนเร้นในเมือง

หลังจากเรียนจบและใช้ชีวิตเป็นสถาปนิกเต็มเวลา 2 ปี หลุยส์ก็เริ่มผันตัวเองมาเป็น Urban Sketcher อย่างเต็มตัว ซึ่งเปิดประสาทการรับรู้และการมองเห็นอย่างละเอียดลึกซึ้ง ก่อนจะเรียงร้อยเส้นสีอิสระต่อกันออกมาเป็นภาพวาดสีน้ำ ประกอบกับสิ่งแวดล้อมรอบข้างไปจนถึงผู้คน เกิดเป็นภาพที่สวยงามและมีเรื่องราวในตัวเอง

ดินสอ พู่กัน ขวดใส่น้ำขนาดจิ๋ว ถาดสีน้ำ และสมุดสเกตช์ คือ ของสำคัญที่หลุยส์พกติดตัวไว้เสมอเมื่อออกจากบ้าน

“เรายังชอบสถาปัตย์อยู่ ยังชอบอาชีพสถาปนิก แต่แค่รู้สึกว่า ในวัยที่ถ้าล้มแล้วก็คงยังไม่เจ็บมาก เราอยากออกมาทำตรงนี้ให้เต็มที่ก่อน”

Urban, sketcher, นักวาดภาพเมือง, หลุยส์ ศุภชัย Urban, sketcher, นักวาดภาพเมือง, หลุยส์ ศุภชัย

ต้องบอกว่า Urban Sketcher เป็นองค์กรที่มีอยู่ทั่วโลก โดยแต่ละเมือง แต่ละประเทศ จะมีองค์กรของตัวเอง อย่างในประเทศไทย เรามี Urban Sketcher Thailand กับ Bangkok Sketcher แล้วปลีกย่อยออกมาเป็นหัวเมืองต่างๆ เช่น Urban Sketcher ภูเก็ต เป็นต้น โดย Urban Sketcher Thailand จะมีข้อกำหนดกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนในการสเกตช์วาดภาพนั้นขึ้นมา ขณะที่ Bangkok Sketcher จะให้อิสระในการวาดมากกว่า

“ส่วนใหญ่ในกลุ่ม Bangkok Sketcher จะมีคนหลากหลายวัย ตั้งแต่เด็กประถม ตัวกระเปี๊ยกเลย ไปจนถึงวัยเกษียณ ซึ่งมันไร้กฎเกณฑ์ และเวลาที่บอกสถานที่ไป ทุกคนจะแพลนว่าย่านนั้นมีร้านอร่อยอะไรที่ห้ามพลาดบ้าง เราก็ยิ่งหลงเสน่ห์ มันยิ่งทำให้เราเห็นมุมเมืองหลายๆ ด้านที่กลมกล่อมขึ้น และพอเป็นตึกที่มีชีวิตก็ต้องมีร้านอาหารมาซัพพอร์ตชีวิตแถวๆ นั้น’’ ฉันฟังเขาเล่าพลางกำลังเปิดดูภาพวาดสีน้ำละมุนๆ ในสมุดสเกตช์ที่เดินทางมาถึงเล่มที่ 19  

Urban, sketcher, นักวาดภาพเมือง, หลุยส์ ศุภชัย

ดูรวมๆ แล้วมีเสน่ห์เหลือเกิน

ด้วยทักษะความสามารถของหลุยส์ที่สั่งสมมาทำให้มีคนเห็นแววชวนเขาทำภาพประกอบสีน้ำ บนโปสการ์ด บนหน้าปกหนังสือ บทความในนิตยสาร

“ช่วงที่เราเป็นฟรีแลนซ์ เราก็ยังต้องวาดเรื่อยๆ หยุดไม่ได้ เพราะถ้าหยุดแล้วมันจะฝืดมือ มันจะรู้สึกเหมือนคนไม่ได้ออกกำลังกาย เหมือนคนที่ติดการออกกำลังกายอย่างวิ่งมันก็จะคันเนื้อคันตัว เราก็ต้องทำอันนี้อย่างน้อยต้องมีอาทิตย์ละรูปสองรูป”

นอกจากนี้หลุยส์ยังเป็น Sketching TuTor ที่วาดสตูดิโอ มีคอร์สคนวาดเมืองตั้งแต่ขั้นเบสิก จนไปถึงสอนการออกไปสเกตช์นอกสถานที่ ซึ่งเป็นที่สนใจในคนทุกเพศทุกวัย

Urban, sketcher, นักวาดภาพเมือง, หลุยส์ ศุภชัย

ระหว่างที่ฉันทั้งฟังหลุยส์เล่าถึงความเป็น Urban Sketcher ในแบบที่หลุยส์เป็นอยู่นั้น มือก็พลางค่อยๆ เปิดดูภาพสเกตช์สีน้ำไปทีละหน้าๆ จนมาถึงหน้าเกือบสุดท้าย ซึ่งหลุยส์เล่าว่าเขาวาดรูปนั้นระหว่างที่ฝนกำลังตกพอดี

“อย่างอันนี้คือรอยฝนซึ่งเราชอบมากๆ แม้จะเป็นอุบัติเหตุ แต่เราก็ชอบมากเวลาวาดพวกนี้ บางทีสิ่งที่เราคิดวางแผนไว้ทั้งหมดมันอาจจะแข็งเกินไป โดยเฉพาะเวลาเรามีพื้นฐานมาจากสถาปนิก มันจะชอบคิดล่วงหน้าไปก่อน แต่ในความเป็นจริงมักจะมีเหตุการณ์ไม่คาดฝัน อุบัติเหตุบ้าง ความบังเอิญบ้าง แต่เราก็เก็บไว้ ไม่ก็สะบัดๆ สีทีหลังให้ภาพออกมามีลูกเล่น” ทันทีที่จบคำที่หลุยส์เล่า ฉันก็หยุดดูภาพนั้นอีกสักพักใหญ่ คิดขึ้นในใจว่า งานของหลุยส์ไม่ได้พิเศษแค่ลายเส้น ที่มีทั้งเรียบร้อยและไม่เรียบร้อย แต่ดูรวมๆ แล้วมีเสน่ห์ ความรู้สึกที่เห็นจากสีน้ำในภาพไม่เหมือนใคร ทั้งยังมีเรื่องราวบางอย่าง เพิ่มเติมเสริมแต่งให้ภาพพิเศษมากขึ้น นั่นเพราะภาพของหลุยส์ไม่ได้มาจากการสังเกตสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเพียงอย่างเดียว

“มองย้อนกลับไป มันก็ทำให้เราจดจำชั่วขณะที่เราวาดภาพนั้นได้ ทุกครั้งเวลาที่เราเปิดรูปเก่าๆ เราจำได้หมดเลยนะว่าที่นี่คือที่ไหนและบรรยากาศตอนนั้นเป็นยังไง”

Urban, sketcher, นักวาดภาพเมือง, หลุยส์ ศุภชัย

Urban, sketcher, นักวาดภาพเมือง, หลุยส์ ศุภชัย

เมื่อความหลงใหลเดินทางไปต่างแดน

สำหรับหลุยส์แล้ว การเป็น Urban Sketcher ไม่ได้หยุดอยู่แค่ภายในประเทศ แต่ยังพาเขาออกเดินทางไปยังที่ต่างๆ

“ล่าสุดเราไปมาเลเซีย ที่กูชิงก็ไม่ต่างกับภูเก็ตบ้านเรามากนัก มีอากาศร้อนชื้นเหมือนกัน หรือตึกแถวแบบจีนผสมกับมาเลที่เกือบคล้ายกับส่วนหนึ่งในภูเก็ต รวมๆ แล้วไม่ต่างจากแถวบ้านหม้อ เสาชิงช้า เท่าไหร่ แต่ถ้าไปญี่ปุ่นเราจะเริ่มเห็นความแตกต่าง อย่างสีไม้ ต้นไม้ที่จะสวยทุกต้น สวยไปหมด เหมือนเรากำลังมองภาพจิตรกรรมของญี่ปุ่นหรือจีน ที่ธรรมชาติมีความงามเหมือนในรูปภาพ”

หลุยส์เล่าความแตกต่างเวลาสเกตช์ภาพที่ต่างประเทศให้ฟังว่า เป็นเรื่องปกติมากที่คนจะมานั่งวาดภาพตามที่สาธารณะ ซึ่งถ้าเป็นที่บ้านเรา คนก็อาจจะมองด้วยสายตาที่ตั้งคำถามว่ามาทำอะไร หรือบ่อยครั้งก็มีเจ้าของที่หรือยามไล่ไม่ให้วาดภาพ

“ที่หนักสุดเลยคืออินเดีย เคยไปนั่งวาดแล้วเขาจะล้อมทุกทิศทางไม่มีพื้นที่ส่วนตัว แต่เขาดูแฮปปี้ดีนะ” หลุยส์เล่าพร้อมทำมือแสดงระยะห่างระหว่างเขากับคนอินเดีย

Urban, sketcher, นักวาดภาพเมือง, หลุยส์ ศุภชัย

The Exhibition-Moments in Bangkok

เป็นเวลากว่า 5 ปีแล้ว ในฐานะ Urban Sketcher ทำให้ตอนนี้หลุยส์มีภาพวาด อาทิ สะพานร้องไห้ วัดบวร วัดโพธิ์ หรือจะเป็นสวนสมเด็จย่าซึ่งเป็นภาพวาดแรกของหลุยส์ ที่วาดผ่านมุมมองการสเกตช์พร้อมลงสีน้ำมาแล้วพันกว่ารูป หรือสมุดสเกตช์จำนวน 19 เล่ม จนเกิดเป็นนิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกของตัวเอง ในชื่อว่า ‘คนวาดเมือง The Exhibition-Moments in Bangkok’ ซึ่งภายในงานจะประกอบด้วย 3 ส่วน ได้แก่  Old Town’s Romance  ตามด้วย Elegance in the city และในส่วนสุดท้ายคือ Wat Pho ซึ่งใจความสำคัญของงานนิทรรศการนี้ต้องการให้คนเมืองสังเกตถึงความงามของกรุงเทพฯ ตั้งแต่สิ่งสามัญอย่างอาคารบ้านเรือนในชุมชน ไปจนถึงสถาปัตยกรรมเก่าแก่ที่มีเรื่องราวมาอย่างยาวนาน

“เราอยากให้สังเกตเมืองมากขึ้น อินกับเมืองมากขึ้น ผ่านการบันทึกภาพด้วยการวาดลายเส้นง่ายๆ ไม่สลับซับซ้อน ซึ่งตั้งใจถ่ายทอดให้คนดูรู้สึกตามว่า นอกจากห้างแล้วกรุงเทพฯ ยังมีอะไรให้ไปอีกเยอะมาก”

Urban, sketcher, นักวาดภาพเมือง, หลุยส์ ศุภชัย

Urban, sketcher, นักวาดภาพเมือง, หลุยส์ ศุภชัย

คนมองเมือง-วาดเมือง

ระหว่างที่ฉันกำลังนั่งดื่มคาราเมลมัคคิอาโตพร้อมดูภาพสเกตช์ของหลุยส์ ประกอบเสียงดนตรีที่เปิดคลอเบาๆ สร้างบรรยากาศทีดีในการคุยแล้ว ฉันร้องถามเขาว่าทำไมถึงชอบย่านที่เรานัดหมายอยู่นี้

“เราเป็นคนชอบย่านถนนพระสุเมรุมาก เพราะเป็นทั้งแหล่งรวมตัวของศิลปินหรือคนที่มีความชอบมองหาความงามในเมืองแถวๆ นี้เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็น ช่างภาพ คนวาดรูป นักเขียน เขาจะอยู่ร่วมกันพบปะกันในย่านนี้เสมอ จะเห็นว่า จากตรงนี้ไปถึงป้อมพระสุเมรุ จะมีคาเฟ่น่ารักๆ มีวัดบวรนิเวศฯ มีพิพิธภัณฑ์ เป็นถนนเส้นที่น่ารัก

Urban, sketcher, นักวาดภาพเมือง, หลุยส์ ศุภชัย Urban, sketcher, นักวาดภาพเมือง, หลุยส์ ศุภชัย

“เราชอบตึกที่มันมีเรื่องราวมีประวัติศาสตร์มากกว่าโซนที่เป็นเมืองสมัยใหม่ ยิ่งเราเดิน ยิ่งมีปฏิสัมพันธ์กับเมืองมากขึ้น

“และเราจะทั้งรักมัน ทั้งไม่รักมัน เราเห็นข้อดีและข้อด้อย และยิ่งเราเห็นทั้งสองด้าน เราก็ยิ่งเห็นเหตุและผลของสิ่งที่เป็นอยู่ คำถามคือ เราจะสามารถช่วยเหลือหรือแก้ไขบางเรื่องยังไงได้บ้าง ยิ่งทำให้เราอยากมีส่วนร่วมกับเมืองมากขึ้น”

ฉันเห็นด้วยกับสิ่งที่หลุยส์กำลังเล่าให้ฟัง พลางฉุกคิดขึ้นมาอีกหนึ่งคำถามที่สงสัยว่าตลอดระยะเวลาที่หลุยส์ออกไปสเกตช์ภาพแต่ละที่ในกรุงเทพฯ มีสถานที่ไหนไหมในสมุดสเกตช์ที่หายไปจากพื้นที่จริง

“การรื้อถอนมันก็เป็นไปตามเวลา แต่ว่าเราก็จะมีคำถามต่อสังคมว่าการพัฒนาหรือการจะทำเป็นสวนสาธารณะอย่างที่นิยมในยุคนี้ ควรจะเป็นเหตุผลของการทำลายล้างสิ่งที่เคยมีให้หมดไปเชียวเหรอ หรือแท้จริงแล้ว เป็นสิ่งควรจะเก็บไว้ อย่างเช่น การรื้อถอนกุฏิเก่าของวัดสวนพลู แล้วสร้างอะไรที่ไม่สวยขึ้นมาทดแทน เราเรียนสถาปัตยกรรมมา เราเห็นคุณค่าทางสังคมของสิ่งนี้ เพราะเป็นสิ่งที่บ่งบอกประวัติศาสตร์ของยุคสมัยๆ หนึ่ง ซึ่งพอหายไปแล้ว ลูกๆ หลานๆ เราก็หาอ่านจากที่ไหนไม่ได้ เราก็เลยรู้สึกน่าเสียดาย”

Urban, sketcher, นักวาดภาพเมือง, หลุยส์ ศุภชัย Urban Sketcher นักวาดภาพเมืองที่จะทำให้หลงเสน่ห์และตกหลุมรักเมืองกรุงอีกครั้ง  Urban, sketcher, นักวาดภาพเมือง, หลุยส์ ศุภชัย

ก่อนจะถึงเวลาพระอาทิตย์ลาลับขอบฟ้า ซึ่งเป็นสัญญาณว่าถึงเวลาลากลับไปพักผ่อน

ฉันกวาดสายตาไปยังฝั่งซ้าย มองดูภาพที่ใครสักคนกำลังติดตั้งให้อยู่ในระดับสายตา

ภาพตึกสีเหลืองที่มีสายไฟระโยงระยางบังเสน่ห์บางส่วนของตึก ตรงหน้าทำให้เอ่ยปากถามหลุยส์ถึงจุดด่างพร้อย ที่คนกรุงเทพฯ เห็นและวิจารณ์มาตลอดชีวิต

“นักวาดรูปเขาชอบพวกสายไฟพวกนี้มากเลย มันสร้างเสน่ห์ในรูปวาด แม้จะไม่ใช่เสน่ห์ในชีวิตจริง เราว่ามันต้องบาลานซ์กัน อะไรที่เป็นระเบียบมันก็ต้องเป็นระเบียบ บางอันก็ตัดถ้ามันรบกวน แต่บางอันเราต้องเสนอความจริงไม่ควรบิดเบือนมัน” หลุยส์ทิ้งท้าย

Urban, sketcher, นักวาดภาพเมือง, หลุยส์ ศุภชัย

Writer

อุษา แม้นศิริ

นักศึกษาอาร์ตสายกราฟิก แต่สนใจอยากทำงานเขียน ชอบที่จะไปงานคอนเสิร์ตไม่ว่าจะไทยหรือต่างประเทศ สิ่งที่ขาดไม่ได้คือดนตรี สีฟ้า และชาเขียว

In Design

วิธีคิดและแรงบันดาลใจของนักออกแบบที่น่าทำความรู้จัก

1 พฤศจิกายน 2565

“ไม่ได้เป็น Expert ทางด้านไหนซะทีเดียว แต่เรียนรู้ด้วยตัวเองจนรวบรวมพอมาเป็นผลงานได้”

เนตร พันธุมสินชัย หรือที่รู้จักกันในฐานะ ‘Wayward Gods’ บ้าง ‘Create! Nate! Create!’ บ้าง อธิบายความชอบอันมากมายหลากหลายของเขา 

ความชอบไม่จำเป็นต้องมีอย่างเดียว เป็นเรื่องปกติที่คนเรามักมีความชอบหลายแนวทางและรูปแบบ มีความสามารถมากกว่าหนึ่ง แม้อาจไม่ถึงขั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญ แต่อย่างน้อยทุกความชอบและความหมกมุ่นเหล่านั้น คงนำทางเราไปสู่เส้นทางไหนสักทาง ไม่ต่างกับเนตรที่เรียกตัวเองว่าเป็น Film Maker แต่สิ่งที่เราเห็นเขาทำในวันนี้ช่างมากกว่าสิ่งที่เขานิยามตัวเอง

เขาทำตั้งแต่วาดการ์ตูน เขียนบท กำกับ ออกแบบฉาก ออกแบบตัวละคร ออกแบบกราฟิก 3D ไปจนถึงคนทำ CG ซึ่งเพจ Wayward Gods เป็นโปรเจกต์ล่าสุดของเขาที่เกิดจากความชอบศิลปะไทยนำมาผสมผสานกับความเป็น Cyberpunk ผ่านคาแรกเตอร์ยักษ์ที่โลดแล่นบนโลกของ CG

มีโอกาสได้คุยกับเนตรทั้งที เขาเล่าเรื่องความชอบในแต่ละช่วงวัยให้ฟัง เริ่มจากฉากความฝันวัยเยาว์ของการอยากเป็นนักวาดการ์ตูน ฉากวัยรุ่นทำหนัง ฉากวัยทำงานด้านออกแบบ รวมไปถึงผลงาน 4 ชิ้นที่เนตรได้เรียนรู้ 

Wayward Gods : Film Maker ผู้ดันศิลปะไทยสู่โลก CG สุดล้ำ ด้วยทักษะที่ได้จาก YouTube

ฉากเปิด

เนตรเติบโตที่อเมริกาตั้งแต่เด็ก ในครอบครัวที่พ่อเป็นนักธุรกิจ แม่เป็นวิศวกร

ตัวเขาย้ายกลับมาเมืองไทยอีกครั้งตอนประถมศึกษาปีที่ 6 เรียนโรงเรียนอินเตอร์จนจบการศึกษามัธยมปลาย แล้วย้ายกลับไปเรียนมหาวิทยาลัยในด้านการตลาดที่อเมริกา ฟังยังไงก็ดูไม่มีตรงไหนเกี่ยวกับวงการศิลปะเลย

แต่เบื้องหลังของการอยู่กับตัวเลข คลุกคลีในด้านการตลาด เขาชื่นชอบการวาดรูปมาตั้งแต่จำความได้ และเสพติดการดูการ์ตูนในทุกรูปแบบ ดูการ์ตูนญี่ปุ่นตอนประถม อ่านการ์ตูนคอมมิกตอนมัธยม เขาโตมากับพวกซูเปอร์ฮีโร่ สไปเดอร์แมน แบทแมน Marvel ต่าง ๆ ตามประสาเด็กผู้ชาย จนกลายเป็นความใฝ่ฝันที่จะเป็นนักวาดการ์ตูนตั้งแต่ยังเล็ก

“จำได้ตอน ป.5 คุณครูถามว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร ก็เขียนไปว่าอยากเป็นนักวาดการ์ตูน พ่อชอบเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง” เขาหัวเราะ

Wayward Gods : Film Maker ผู้ดันศิลปะไทยสู่โลก CG สุดล้ำ ด้วยทักษะที่ได้จาก YouTube

ดูเหมือนว่าแววศิลปะเขาจะเฉิดฉายตั้งแต่วัยเยาว์ ความชอบของเขาตะโกนออกมาผ่านทางสิ่งที่ทำอย่างไม่รู้ตัว เพียงแต่ถูกผลักดันไปอีกทางหนึ่ง จึงเป็นทางแยกระหว่างสิ่งที่ชอบกับสิ่งที่เรียน ถึงแม้ว่าเขาจะหันกลับไปทางแยกตรงนั้น เลือกเรียนในสิ่งที่ชอบอีกครั้ง แต่ก็…

“เราตั้งใจจะไปเรียน Film School ที่อเมริกาต่อ ก็สมัครไป แต่ไม่เข้ารอบสักอันเลย” เนตรขำตัวเอง “ก็เราไม่ได้เรียนทางด้านนี้อยู่แล้วเนอะ มีแต่แบกกราวนด์ธุรกิจ” 

ดูเหมือนจังหวะของโชคชะตาจะไม่เข้าข้าง แล้วเรียนรู้จากที่ไหน ถ้าไม่ได้เรียนรู้ทางด้านนี้โดยตรง เราถามเขา

“จริง ๆ YouTube เป็นอันที่เรียนรู้เองมากที่สุด เพราะไม่ได้ไป Film School ไม่ได้ไป Art School พยายามเรียนรู้ทุกอย่างด้วยตัวเอง ด้วยการเรียนกราฟิก เรียน CG เรียนวาดรูปผ่านสิ่งรอบตัว

“เมื่อหลายปีที่แล้วเรามีโอกาสไปสอนที่ธรรมศาสตร์ ไปสอน Storytelling เด็กที่เรียนพวก 3D เราก็ไปสอนเป็นคอร์สเลย รู้สึกอิจฉาพวกน้อง ๆ นะที่ได้เรียน ในวัยนั้นเราก็อยากเรียนอะไรแบบนี้บ้าง แต่ไม่ได้เรียนเลย”

ดำเนินเรื่อง

Wayward Gods : Film Maker ผู้ดันศิลปะไทยสู่โลก CG สุดล้ำ ด้วยทักษะที่ได้จาก YouTube
Wayward Gods : Film Maker ผู้ดันศิลปะไทยสู่โลก CG สุดล้ำ ด้วยทักษะที่ได้จาก YouTube

แล้วก็มาถึงก้าวสำคัญของเนตร จากคนที่ชื่นชอบการวาดการ์ตูน เขาเลือกเดินทางตามใจตัวเองหลังเรียนจบมหาวิทยาลัย ด้วยการหันหลังให้กับด้านการตลาดที่เรียนมา แล้วหันมาทางสายครีเอทีฟมากขึ้นเรื่อย ๆ 

เหมือนเส้นทางสู่ Film Maker จะเริ่มชัดเจนแล้ว

Wayward Gods : Film Maker ผู้ดันศิลปะไทยสู่โลก CG สุดล้ำ ด้วยทักษะที่ได้จาก YouTube

“ผมวาดการ์ตูนเล่มนี้ ใช้เวลาทำประมาณ 1 ปี เขียนด้วยตัวเอง ไม่ได้พิมพ์กับสำนักพิมพ์ไหน เสร็จแล้วก็ลองส่งไปที่ค่ายหนังเมืองไทย ส่งไปทางกันตนา แล้วค่ายก็เรียกเราไปคุย จากนั้นเราก็ได้ทำงานที่กันตนาในด้านเขียนบท เริ่มจากการทำด้าน Storytelling วาดการ์ตูน และขยับไปทางแอนิเมชัน

“ตอนนั้นไปคุยกับ คุณจาฤก กัลย์จาฤก ที่เป็นหัวหน้าใหญ่ของกันตนา เขาบอกว่าลองไปทางแอนิเมชันไหม เราก็เลยโอเค แล้วก็ได้สนิทกับ พี่คำป้อน-คมภิญญ์ เข็มกำเนิด ผู้กำกับ ก้านกล้วย ผมทำงานกับเขาตลอดเวลาที่ทำกันตนา ได้ช่วยเขียนเรื่อง Echo Planet ที่เป็นหนังของเขาด้วย เป็นภาพยนตร์แอนิเมชัน 3 มิติ เป็นการ์ตูนที่เขาลงทุนเยอะเหมือนกัน”

ตอนนั้นเส้นทาง Film Maker ของเนตรเหมือนจะไปได้สวย และได้ต่อยอดฝีมือมากมายจากการเข้าไปอยู่ที่กันตนาในฐานะฟรีแลนซ์เป็นเวลาหลายปี

จนเขาเริ่มหันมาทำของตัวเองอย่างเต็มตัว โดยไม่ได้พึ่งทางค่ายไหน แสดงผลงานผ่านทางยูทูบชาแนล Create! Nate! Create! ใน 3 ปีหลัง เนตรมีความสนใจทาง CG มากกว่าเดิม จึงลองฝึกฝนด้วยตัวเอง เน้นการเรียนรู้ผ่านทางยูทูบอย่างที่เคยทำ

“เพราะยูทูบเต็มไปด้วยคนเก่ง ๆ เป็นแรงบันดาลใจว่า ผมเองก็น่าจะทำแบบนั้นได้เหมือนกันนะ!”

เขาเริ่มจากงานชิ้นแรก ๆ ด้วยการลองทำ MV เพลง Enough for Loneliness and Internet Today ของวง TELEX TELEXS

“MV นี้เป็นชิ้นแรกที่เราพยายามจะทำ 3D ผสมกับภาพถ่าย ออกไปถ่ายตอนตี 2 ตี 3 ที่สยาม ไม่มีรถ ไม่มีอะไรเลย ก็เลยถ่ายกลางถนนได้ ถ่ายเป็นวิดีโอประมาณ 2 คืน มันเป็นฟีล ๆ เพลงเหงา ลองทำเล่น ๆ เฉย ๆ ไม่ได้หาตังค์กับเรื่องพวกนี้เลย ทำเพื่อเรียนรู้ ฝึกทำ”

ฉากไคลแมกซ์

Wayward Gods : Film Maker ผู้ดันศิลปะไทยสู่โลก CG สุดล้ำ ด้วยทักษะที่ได้จาก YouTube

เส้นทางการมาสาย CG ของเนตรเริ่มเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ จนล่าสุดโปรเจกต์ที่ชื่อว่า Wayward Gods ก็ปรากฏขึ้น นั่นทำให้คนส่วนใหญ่รู้จักเขาในชื่อนี้

“Wayward Gods เป็นเทพที่บิดเบี้ยวไปในทางที่เพี้ยนหน่อย ๆ เหมือนเทพที่ไม่ธรรมดา ไม่ได้ตามเส้นทางปกติ เพราะมัน Cyberpunk” เนตรเล่าอย่างอารมณ์ดี

จุดเริ่มต้นของ Wayward Gods เกิดจากความชอบเช่นเคย ไม่ต่างจากชิ้นงานอื่น ๆ ที่เขาเริ่มต้นทำด้วยความอยากลองในสิ่งที่สนใจ ถึงแม้ว่าเขาจะเติบโตที่เมืองนอก แต่ก็ยังชื่นชอบความเป็นไทย

“เราชอบยักษ์ จำได้ตั้งแต่เด็กเลย มาเมืองไทยก็เห็นรูปปั้นใหญ่ของยักษ์ เป็นไอคอนที่ชัดเจนที่สุดเกี่ยวกับความเป็นไทย เราก็เลยติดใจพวกยักษ์มาก”

Wayward Gods : Film Maker ผู้ดันศิลปะไทยสู่โลก CG สุดล้ำ ด้วยทักษะที่ได้จาก YouTube

“นี่คือสิ่งแรกที่ทำ หมวกหัวโขนเทสสึกัณฐ์ ได้แรงบันดาลใจมาจากทศกัณฐ์แหละ แต่เราอยากได้ชื่อญี่ปุ่น ๆ เลยตั้งว่าเทสสึ! ตั้งใจอยากได้หมวกหัวยักษ์ออกมาเป็นของจริง เป็นหมวกแบบ Cyberpunk ตอนแรกเรามีแค่ความอยากลองเลย จากนั้นก็ค่อย ๆ พัฒนาเป็นโลกของ CG ซึ่งมีหมวกหนุมานด้วย”

แล้วทำไมต้องนำมาผสมกับความ Cyberpunk – เราสานบทสนทนาต่อ

“Cyberpunk เป็นที่นิยมกันมากนะในตอนนี้ ดูบนอินสตาแกรมก็เต็มไปด้วยสไตล์ Cyberpunk หรือเกม Cyberpunk ก็มี  เลยคิดว่าเราลองเอาความเป็นไทยเข้ามาตรงนี้ได้ด้วยเหมือนกัน

“เรานำความชอบมาใส่ ไม่ได้คิดอะไรไปมากกว่านี้ แต่ก็รู้ว่าการทำด้วยตัวเองจะต้องไปฝึกเรียนกราฟิกให้มาก ๆ ถึงจะออกมาได้ตามแบบที่ต้องการ และทำได้แบบที่ไม่ต้องเสียตังค์ ยกเว้นซื้อคอมเนี่ยแหละ” เขาพูดติดตลก “เพราะทำจริง ๆ แล้วมันหลายล้านเหรียญ หลายล้านบาท แต่โอเค นั่งทำเองก็ได้ มันแค่ต้องใช้เวลา แต่ข้อดีของเทคโนโลยีในปัจจุบันคือทำได้ด้วยตัวเอง”

Wayward Gods : Film Maker ผู้ดันศิลปะไทยสู่โลก CG สุดล้ำ ด้วยทักษะที่ได้จาก YouTube
Wayward Gods : Film Maker ผู้ดันศิลปะไทยสู่โลก CG สุดล้ำ ด้วยทักษะที่ได้จาก YouTube

“นั่งปั้นจากโปรแกรม Blender ปัจจุบันในเมืองไทยคนหันมาใช้โปรแกรมนี้เยอะมาก ผมว่าดีที่สังคมออนไลน์ของคนทำ 3D มีเยอะขึ้น ประเทศไทยมีคนเก่งเยอะมากจริง ๆ โดยเฉพาะเรื่องโมเดลลิ่ง หลายคนเก่งระดับโลก ต้องยอมรับว่าเขาเก่งกว่าเราหลายเท่าเลย เราเป็นแค่มือสมัครเล่น

“จริง ๆ ถ้ามีความใส่ใจและความพยายาม จะทำหนัง ทำเพลง ทำกราฟิก ก็ทำได้หมดด้วยตัวเอง แต่บางอันผมก็ใช้เวลาทำเยอะมาก เช่น คลิป 2 นาที ทำไป 3 เดือน” เขาแซวตัวเอง

ผสมผสาน

Wayward Gods : Film Maker ผู้ดันศิลปะไทยสู่โลก CG สุดล้ำ ด้วยทักษะที่ได้จาก YouTube
Wayward Gods : Film Maker ผู้ดันศิลปะไทยสู่โลก CG สุดล้ำ ด้วยทักษะที่ได้จาก YouTube

ผลงานจากนิทรรศการ ’10 ปีแรงบันดาลไทย’ ที่เพิ่งจบไป มีส่วนทำให้คนรู้จัก Wayward Gods มากขึ้น โดยเป็นการเล่าเรื่องยักษ์ พญานาค ในรูปแบบ Cyberpunk ผ่านการทำ CG ทั้งหมด ไม่ได้ผสมภาพจริง ซึ่งเป็นผลงานที่เนตรทำคนเดียว และใช้ระยะเวลานานหลายเดือน

“มันต้องปั้นโมเดล พวกโมเดลตึกผมปั้นเอง ส่วนโมเดลคนซื้อมาได้ หรือไม่ผมก็ทำงานร่วมกับศิลปินที่เป็นนักปั้นโมเดลจริง ๆ พวกเขาเก่งมาก ผมไม่ได้เชี่ยวชาญแต่ก็ทำงานร่วมกันได้ จึงเป็นเรื่องดีในแง่ว่าทำให้เราได้เจอและได้ทำงานกับคนเก่ง ๆ”

Wayward Gods : Film Maker ผู้ดันศิลปะไทยสู่โลก CG สุดล้ำ ด้วยทักษะที่ได้จาก YouTube

เนตรค้นคว้าเรื่องยักษ์อย่างหนักและนำมาดัดแปลงในฉบับตัวเอง ซึ่งเบื้องหลังของความเป็น Cyberpunk ล้ำสมัยเหล่านี้ เขาได้แรงบันดาลใจมาจากวรรณคดีและตำนานที่คนไทยคุ้นเคย ไม่ว่าจะเป็น รามเกียรติ์ หรือ นางสิบสอง

“เราชอบเรื่องยักษ์มาก ยิ่งยักษ์วัดแจ้ง ยักษ์วัดโพธิ์ อะไรแบบนี้ มียักษ์ที่ปลอมเป็นคน ใช้ชีวิตอยู่กับคนได้ ซึ่งผมชอบไอเดียนี้”

เมื่อได้ยินว่าเนตรมีความสุขแค่ไหน ที่ได้นำความเป็นไทยมาดัดแปลงให้เป็นศิลปะสมัยใหม่อย่าง Cyberpunk เราจึงสงสัยว่าเขาคิดเห็นอย่างไรที่คนส่วนใหญ่ไม่กล้านำความเป็นไทยมาเล่นกับศิลปะ เพราะกลัวดราม่าที่อาจเกิดขึ้นในภายหลัง และการทำงานศิลปะไทยอยู่ในความสนใจของคนในปัจจุบันมากน้อยแค่ไหน

“ผมว่ามันเป็นความสร้างสรรค์ของศิลปินนะ ในช่วงนี้มีศิลปะแนวนี้ออกมาเรื่อย ๆ ผมก็ตามศิลปินหลายคนบนโซเชียลมีเดีย ศิลปะแบบนี้มีเยอะขึ้น ส่วนใหญ่เขาก็ทำเป็น NFT เนี่ยแหละ เขาเอาความแฟนตาซีมาบวกกับความเป็นไทย ผมเลยคิดว่าน่าจะมีคนชื่นชอบไอเดียแบบนี้ น่าจะมีตลาดในแง่นั้น ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดี”

ผลของการเรียนรู้

ผลงานที่มากมาย ความชอบที่หลากหลาย วันเวลาที่เปลี่ยนไป นำไปสู่การต่อยอดที่ประกอบกลายเป็นเนตรในเวอร์ชันปัจจุบัน เราจึงนำ 4 ผลงานที่เปลี่ยนผ่านแต่ละช่วงวัยของเขามาให้ชาว The Cloud ได้ชมกัน

01 Rainbow Girl Storyboard TRAILER

เป็นหนึ่งในผลงานที่มีสตอรี่เบื้องหลัง เพราะเป็นงานชิ้นแรก ๆ หลังจากที่เขาจบจากกันตนา ผลงานชิ้นนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นของหลายอย่าง ซึ่งเทคนิคที่ใช้สร้างสรรค์เริ่มจากความชอบและความถนัดเหมือนเดิม คือการวาดการ์ตูนและการเล่าเรื่อง เหมือน Back to Basic อีกครั้งหนึ่ง เขาเริ่มทำ Trailer สตอรี่บอร์ด ‘Rainbow Girl’ ที่ในอนาคตตั้งใจสร้างเป็นหนังแฟนตาซีแฝงไปด้วยดราม่า

“เรื่องราวเกี่ยวกับผู้หญิงคนหนึ่งที่มีปัญหา ทุกอย่างที่เขาชอบ ที่เขารักในโลกนี้ จะระเบิดกลายเป็นสายรุ้ง” ฟังจากที่เนตรเล่ารู้เลยว่าจะแฟนตาซีแค่ไหน แต่ความดราม่าของเรื่องนี้ก็ไม่แพ้กัน

“เพราะเขาอยู่กับครอบครัวไม่ได้ อยู่กับคนรักไม่ได้ ไม่งั้นทุกคนจะกลายเป็นสายรุ้ง เมื่อผู้หญิงคนนี้รักใคร ทุกอย่างก็จะหายไป ๆๆ จนเหลือแค่ตัวเขาเอง ความทรงจำดี ๆ ที่เขาพยายามเก็บเอาไว้ก็ยังหายไปด้วย มันแย่สำหรับตัวละครนี้มาก ๆ ในแง่หนึ่งเหมือนเป็นหนังสยองขวัญ เป็นความโดดเดี่ยวของเขา”

เส้นทางสร้างโลกจินตนาการของ เนตร พันธุมสินชัย ที่เน้นทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ไม่ว่า Film, CG, 3D และ Animation

“ได้แรงบันดาลใจมาจากความคิดในใจเราเอง มีบางช่วงในชีวิตที่รู้สึกโดดเดี่ยว เลยตั้งคำถามกับตัวเองว่า มีอะไรที่พอจะอยู่ด้วยกันไปตลอดชีวิตได้บ้าง

“ถ้าวันหนึ่งอะไรที่เราชอบหรือเราใช้ชีวิตอยู่กับมันมานาน แล้วความสุขของเราหายไปทีละนิด ๆ แล้วเราจะเหลืออะไร เหมือนทุกสิ่งที่เรารัก ทีวี แฟน สัตว์เลี้ยงหายไป ก็อยากให้คนดูตั้งคำถามว่าถ้าฉันอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ ฉันจะทำยังไง เพราะเป็นคำถามที่เราถามตัวเองด้วยว่า เราอยู่แบบนั้นได้รึเปล่า อยู่แบบที่ของที่เรารักหายไปเรื่อย ๆ”

02 “Unfortunately, I’m in love with the Angel of Solitude…” / HARUKA Short Film

ผลงานที่ทำตามกันมาติด ๆ กับผลงานชิ้นแรก เป็นหนังสั้นที่ข้ามน้ำข้ามทะเลไปถ่ายถึงลอสแอนเจลิส ทำงานกับนักแสดงและทีมงานชาวอเมริกาทั้งกอง ซึ่งเรื่องนี้รวมความชอบของเนตรเอาไว้มากมาย ทั้งเขียนบท ทำสตอรี่บอร์ด กำกับ ตัดต่อ และเป็นอีกหนึ่งเรื่องในการเริ่มทำ CG แถมเป็นผลงานที่ได้ส่งเข้า Festival อีกด้วย

“เป็นเรื่องของผู้ชายคนหนึ่งที่รักผู้หญิงซึ่งเป็นนางฟ้าแห่งความโดดเดี่ยว ความโดดเดี่ยวอีกแล้ว” เขาหัวเราะ “ถึงจะเหงาเหมือนกัน แต่เธอก็ไม่ต้องการอยู่กับคน ใกล้ชิดกับคนไม่ได้ มันมีความขัดแย้งในตัว ผู้ชายพยายามจะทำความเข้าใจกับผู้หญิงคนนี้ ว่าจะอยู่ด้วยกันยังไง จะอยู่ได้ไหม

“เรื่องนี้ก็มีความยากเหมือนกัน เพราะทีมงานเป็นชาวต่างชาติ เขามีสังคมและวิธีทำงานที่ต่างจากเมืองไทย ที่ไทยจะทำงานแบบสบาย ๆ เพื่อน ๆ กัน แต่ที่อเมริกาเขาจะมีกฎเกณฑ์เยอะมาก กว่าจะออกกองได้คือเครียดมาก แต่พอได้ความร่วมมือของคนมากขึ้นมันก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ เพราะมีคนมาช่วยแบ่งเบาภาระ”

03 TEEN ยักษ์ / Teaser Trailer (2015)

หนึ่งในผลงานที่เริ่มทำ CG ปั้นโมเดลเยอะขึ้นกว่าเรื่องก่อน ๆ

“เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเด็กที่โตมาแบบไม่รู้ตัวว่าตัวเองเป็นยักษ์ พ่อของเขาเป็นยักษ์ แต่ไม่ได้บอกแม่ และการที่เขาแตกต่างจากสังคม กลายเป็นความโกรธที่ทำให้เขาเป็นยักษ์ปล่อยพลังทำลายบ้านเมือง ผมจับอินเนอร์ของเด็กที่มีความโมโหต่อโลก คิดว่ามันเหมาะกับความเป็นยักษ์ในแง่ที่บางทีเขาก็เป็นฮีโร่ แต่บางทีเขาก็เป็นผู้ร้าย

“เนื้อเรื่องมีความขัดแย้งกัน มีความวุ่นวาย น่าสนใจมาก เพราะในสังคมทุกวันนี้ก็มีปัญหา เราจึงพยายามถ่ายทอดออกมาในเรื่องที่มีความดราม่า คอเมดี พยายามมีทุกอย่างเพื่อให้คนดูรู้สึกสนุกและได้อะไรกลับไป

“ตอนเด็ก ๆ ผมก็มีความโมโหต่อโลกนี้เหมือนกัน ความที่เราไม่ได้ป๊อปปูลาร์ ไม่ได้เป็นคนเก่ง ไม่ได้เป็นคนดีอะไร เราเป็นคนธรรมดาที่โดนบุลลี่ ก็เลยคิดว่าถ้านำเสนอออกมาในรูปแบบยักษ์จะเชื่อมโยงกับคาแรกเตอร์นี้ได้”

แล้วปล่อยพลังได้เหมือนยักษ์ไหม – เราถาม

“ตอนเด็ก ๆ ก็แค่ระเบิดในหัว” เนตรพูดขำ ๆ “มันเต็มไปด้วยความเกลียดโลกและเกลียดตัวเอง พอโตขึ้นไปเรื่อย ๆ ก็โอเค ยอมรับโลก ยอมรับตัวเองได้มากขึ้น แต่ความทรงจำนั้นยังอยู่ในตัวเรา แล้วก็พยายามถ่ายทอดมันออกมา”

“มันเป็นแค่ Trailer นะ ยังไม่เป็นหนัง ผลงานชิ้นนี้ส่งไปให้ Netflix ด้วย แต่ไม่ผ่าน (หัวเราะ) เป็นเรื่องของจังหวะด้วย ในชีวิตผมเจอจังหวะที่พลาดมาหลายครั้งแล้ว เช่น เราเกือบจะไปได้กับโปรเจกต์หนึ่ง แต่โปรเจกต์ที่มาก่อนหน้าเราเจ๊ง พอเจ๊ง เราก็เลยอดได้งบทั้งหมดที่กำลังมา”

เส้นทางสร้างโลกจินตนาการของ เนตร พันธุมสินชัย ที่เน้นทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ไม่ว่า Film, CG, 3D และ Animation

“แต่ยอดวิว Trailer อันนี้ก็เป็นแสนแล้ว เคยแชร์ในเพจ Drama Addict เมื่อหลายปีก่อน ซึ่งผลตอบรับดีมาก มีแต่คนเข้ามาชื่นชม บูมมากในช่วงนั้น”

04 WAYWARD GODS / DIVINE CYBERPUNK PROJECT – CINEMA 4D/AFTER EFFECTS SHORT

“พระเอกเป็นวิญญาณของยักษ์ที่ถูกจับไปอยู่ในร่างคน แต่ก็ไม่ได้มีพลังของความเป็นยักษ์ 100% แล้วเขาต้องหาทางปราบผู้ร้าย

“จริง ๆ เรื่องนี้เป็นเรื่องง่ายที่สุดจากบรรดาเรื่องทั้งหมดที่เราทำมา คอนเซ็ปต์เหมือนพวกเรื่องไอ้มดแดงอะไรแบบนี้ แต่พระเอกใช้ความรุนแรงไม่ได้ ผมเลยให้เขามีกีตาร์ที่ใช้ต่อสู้กับผู้ร้ายได้

“ผลงานชิ้นนี้เป็นชิ้นที่ผมปั้นเองทุกอย่างเลย ยักษ์ พญานาค กีตาร์ แต่โมเดลคนยังไม่ได้ปั้นเพราะยังไม่เก่ง ตรงมอเตอร์ไซค์ผมก็ยังไม่ได้ทำ แต่มันเป็นความท้าทายของตัวเองในแง่นั้นด้วยว่าทำได้รึเปล่า ใช้เวลา 3 เดือนกว่าจะออกมาแบบนี้ เรานั่งทำด้วยตัวเอง

“ถือว่าเป็นงานที่สุดความสามารถของผมในตอนนี้เหมือนกัน จากการที่เรียนรู้มาทั้งหมดในชีวิต ได้รวมการทำวิดีโอ กราฟิก การตัดต่อ เล่าเรื่องภาพ ถึงเรื่องนี้จะไม่มีความอินเนอร์ใด ๆ แต่เน้นความสนุก” เนตรเน้นน้ำเสียงคำว่าสนุก!

“และในอนาคตก็อยากให้มันดีขึ้นกว่านี้ ดีขึ้นในแง่คุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นโมเดลลิ่งหรืออะไร อันนี้ก็เป็นข้อด้อยของเราที่ไม่ได้เก่งทุกอย่าง เราพยายามจะฝึกต่อไป”

เส้นทางสร้างโลกจินตนาการของ เนตร พันธุมสินชัย ที่เน้นทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ไม่ว่า Film, CG, 3D และ Animation
เส้นทางสร้างโลกจินตนาการของ เนตร พันธุมสินชัย ที่เน้นทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ไม่ว่า Film, CG, 3D และ Animation

ฉากต่อไป

สิ่งที่เนตรทำอยู่ในปัจจุบัน ไปไกลกว่าความใฝ่ฝันอยากเป็นนักวาดการ์ตูนของเด็กชายเนตรเมื่อตอน ป.5 มาก แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังยอมรับว่าตอนนี้มาไกลกว่าที่คิด

“จริง ๆ วงการนี้ยากกว่าการเขียนการ์ตูนอีกนะ คนเก่ง 3D มีเยอะมาก แต่ใจเราไปในทางนี้แล้ว รักการ์ตูน รักหนัง รักแอนิเมชัน 

“เราคิดว่าศิลปะภาพยนตร์เป็นอันเดียวที่รวบรวมความชอบของเราไว้ได้ทั้งหมด เพลง แอกติ้ง เขียนบท เลยคิดว่าตัวเองเหมาะกับคำว่า Film Maker มากกว่าจึงเลือกเดินทางสายนี้”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น เราจึงอยากรู้มุมมองของเนตรเสียหน่อยก่อนจากลากันไป

ในฐานะที่เรียกตัวเองว่าเป็น Film Maker เขาอยากให้วงการหนังไทยดีขึ้นอย่างไร ในเมื่อบอกว่าวงการนี้มีคนเก่ง 3D เยอะ

“ความสามารถคนไทยมีกันอยู่เยอะมาก เพียงแค่ไม่มีโอกาส ค่ายหนังไทยส่วนใหญ่มักจะหลีกเลี่ยงการทำอะไรที่ดูแพง ๆ เพราะเสี่ยง ซึ่งมันก็เสี่ยงจริง ๆ อันนี้ต้องยอมรับว่าต้องใช้เวลา ใช้คน และใช้ทุนเยอะมาก โอกาสที่จะหากำไรมันก็น้อย

“คนที่เก่งมาก ๆ ส่วนใหญ่ที่ปั้นโมเดลลิ่งในเมืองไทย เขาทำงานให้ฝรั่งด้วย เขาเก่งถึงขนาดที่ไปทำโมเดลให้กับค่ายหนังอเมริกาเลย

“การทำหนังที่ดี จะไม่มีจุดไหนที่ด้อยได้เลย ต้องมีทั้งบท แอกติ้ง ภาพ กราฟิก และเพลง หนังที่ดีต้องดีทุกอย่าง แค่กราฟิกอย่างเดียวไม่พอในการดึงดูดคนมาดู ถ้าคุณบทไม่ดีก็จบแล้วถูกไหม ปัญหาของไทยคือทำให้ทุกอันดีหมดได้ยากมาก มันยังไม่ไปถึงในแง่นั้น”

เกี่ยวกับเรื่องงบด้วยไหม – เราถามต่อ

“ใช่ แต่แค่งบก็ไม่พอ คือคุณมีตังค์ แต่คุณไม่มีตรงนี้ มันก็ยังล้มเหลวได้ ลงทุนมหาศาลได้แต่ถ้าบทไม่ดีคนก็จะยังด่าอยู่ มันโหดมาก วงการหนังคือศิลปะที่แพงที่สุดในโลกนะ ทำเพลงถูกกว่า ทำการ์ตูนถูกกว่า หนังมันเลยไม่ค่อยมีโอกาส ค่ายหนังก็พยายามจะเซฟงบ เพราะไม่ยิงนกไม่ได้หลายนัด”

เส้นทางสร้างโลกจินตนาการของ เนตร พันธุมสินชัย ที่เน้นทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ไม่ว่า Film, CG, 3D และ Animation

เมื่อถึงเวลาต้องลากันจริง ๆ เราขอให้ Film Maker เอ่ยคำลาในฉากจบปิดท้าย

“แค่หวังว่าคนจะชอบงานที่เราทำ แค่ได้คอมเมนต์ที่คนชื่นชอบ เราก็แฮปปี้ แค่นี้ก็ดีใจแล้ว” เนตรอมยิ้มพร้อมเล่าด้วยน้ำเสียงเคอะเขิน เป็นคำตอบเรียบง่าย จริงใจ และจริงจังของ Wayward Gods

ติดตามและรับชมผลงานได้ที่ : www.waywardgods.net

Writers

ณัฐกฤตา เจริญสุข

อดีตนักเรียนวิชาออกแบบ ผู้ชื่นชอบการสาดสีสันลงบนงานศิลปะ สาดจินตนาการลงบนงานเขียน อยากส่งต่อเรื่องราวดี ๆ ผ่านทางการสื่อสารทุกรูปแบบ

พู่กัน เรืองเวส

อดีตนักเรียนสถาปัตย์ สนใจใคร่รู้เรื่องผู้คนและรูปแบบการใช้ชีวิตอันหลากหลาย ชอบลองทำสิ่งแปลกใหม่ พอ ๆ กับที่ชอบนอนนิ่ง ๆ อยู่บ้าน

Photographer

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load