13 กรกฎาคม 2561
10 K

ในระหว่างเดินทางท่ามกลางความเร่งรีบวุ่นวายในเมืองกรุง ฉันเลือกที่จะเดินทางด้วย Grab Bike เพื่อไปพบกับหนุ่มนักวาดภาพที่หลงใหลในสิ่งก่อสร้างดั้งเดิม

หลุยส์-ศุภชัย วงศ์นพดลเดชา ‘นักวาดภาพเมือง’ หรือเรียกอีกชื่อว่า ‘Urban Sketcher’ ณ ร้านกาแฟตึกแถวห้องเดียวบนถนนพระสุเมรุ ถนนที่เต็มไปด้วยตึกราบ้านช่องสวยงามตลอดทั้งสาย ช่างเข้ากันกับบรรยากาศและบทสนทนาที่เกิดขึ้นต่อจากนี้ซะเหลือเกิน

…เสียงดนตรี Bossa กำลังเปิดคลอระหว่างสนทนาในร้านกาแฟที่นัดไว้…

Urban, sketcher, นักวาดภาพเมือง, หลุยส์ ศุภชัย

จุดเริ่มต้นจากสมุดสเกตช์

หลุยส์ หรือเจ้าของเพจ ‘Louis Sketcher’ เพจชื่อดังที่มีคนติดตามอยู่ 20,000 กว่าคน เป็นนิสิตที่จบมาจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สาขาวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์ไทย จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หลุยส์เล่าจุดเริ่มต้นให้ฟังว่า ช่วงที่เรียนอยู่ปี 3 – 4 เขามีโอกาสฟังบรรยายของอาจารย์อัสนี ทัศนะเรืองรอง หนึ่งในผู้ก่อตั้งกลุ่ม Bangkok Sketcher ซึ่งระหว่างที่อาจารย์อัสนีนำสมุดสเกตช์ขึ้นมาโชว์ประกอบการบรรยายด้วยก็จุดประกายให้หลุยส์ค้นพบตัวตนอีกด้านหนึ่ง

Urban, sketcher, นักวาดภาพเมือง, หลุยส์ ศุภชัย

เข้าสู่วงการนักสังเกตที่หลงใหลเสน่ห์ที่ซ่อนเร้นในเมือง

หลังจากเรียนจบและใช้ชีวิตเป็นสถาปนิกเต็มเวลา 2 ปี หลุยส์ก็เริ่มผันตัวเองมาเป็น Urban Sketcher อย่างเต็มตัว ซึ่งเปิดประสาทการรับรู้และการมองเห็นอย่างละเอียดลึกซึ้ง ก่อนจะเรียงร้อยเส้นสีอิสระต่อกันออกมาเป็นภาพวาดสีน้ำ ประกอบกับสิ่งแวดล้อมรอบข้างไปจนถึงผู้คน เกิดเป็นภาพที่สวยงามและมีเรื่องราวในตัวเอง

ดินสอ พู่กัน ขวดใส่น้ำขนาดจิ๋ว ถาดสีน้ำ และสมุดสเกตช์ คือ ของสำคัญที่หลุยส์พกติดตัวไว้เสมอเมื่อออกจากบ้าน

“เรายังชอบสถาปัตย์อยู่ ยังชอบอาชีพสถาปนิก แต่แค่รู้สึกว่า ในวัยที่ถ้าล้มแล้วก็คงยังไม่เจ็บมาก เราอยากออกมาทำตรงนี้ให้เต็มที่ก่อน”

Urban, sketcher, นักวาดภาพเมือง, หลุยส์ ศุภชัย Urban, sketcher, นักวาดภาพเมือง, หลุยส์ ศุภชัย

ต้องบอกว่า Urban Sketcher เป็นองค์กรที่มีอยู่ทั่วโลก โดยแต่ละเมือง แต่ละประเทศ จะมีองค์กรของตัวเอง อย่างในประเทศไทย เรามี Urban Sketcher Thailand กับ Bangkok Sketcher แล้วปลีกย่อยออกมาเป็นหัวเมืองต่างๆ เช่น Urban Sketcher ภูเก็ต เป็นต้น โดย Urban Sketcher Thailand จะมีข้อกำหนดกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนในการสเกตช์วาดภาพนั้นขึ้นมา ขณะที่ Bangkok Sketcher จะให้อิสระในการวาดมากกว่า

“ส่วนใหญ่ในกลุ่ม Bangkok Sketcher จะมีคนหลากหลายวัย ตั้งแต่เด็กประถม ตัวกระเปี๊ยกเลย ไปจนถึงวัยเกษียณ ซึ่งมันไร้กฎเกณฑ์ และเวลาที่บอกสถานที่ไป ทุกคนจะแพลนว่าย่านนั้นมีร้านอร่อยอะไรที่ห้ามพลาดบ้าง เราก็ยิ่งหลงเสน่ห์ มันยิ่งทำให้เราเห็นมุมเมืองหลายๆ ด้านที่กลมกล่อมขึ้น และพอเป็นตึกที่มีชีวิตก็ต้องมีร้านอาหารมาซัพพอร์ตชีวิตแถวๆ นั้น’’ ฉันฟังเขาเล่าพลางกำลังเปิดดูภาพวาดสีน้ำละมุนๆ ในสมุดสเกตช์ที่เดินทางมาถึงเล่มที่ 19  

Urban, sketcher, นักวาดภาพเมือง, หลุยส์ ศุภชัย

ดูรวมๆ แล้วมีเสน่ห์เหลือเกิน

ด้วยทักษะความสามารถของหลุยส์ที่สั่งสมมาทำให้มีคนเห็นแววชวนเขาทำภาพประกอบสีน้ำ บนโปสการ์ด บนหน้าปกหนังสือ บทความในนิตยสาร

“ช่วงที่เราเป็นฟรีแลนซ์ เราก็ยังต้องวาดเรื่อยๆ หยุดไม่ได้ เพราะถ้าหยุดแล้วมันจะฝืดมือ มันจะรู้สึกเหมือนคนไม่ได้ออกกำลังกาย เหมือนคนที่ติดการออกกำลังกายอย่างวิ่งมันก็จะคันเนื้อคันตัว เราก็ต้องทำอันนี้อย่างน้อยต้องมีอาทิตย์ละรูปสองรูป”

นอกจากนี้หลุยส์ยังเป็น Sketching TuTor ที่วาดสตูดิโอ มีคอร์สคนวาดเมืองตั้งแต่ขั้นเบสิก จนไปถึงสอนการออกไปสเกตช์นอกสถานที่ ซึ่งเป็นที่สนใจในคนทุกเพศทุกวัย

Urban, sketcher, นักวาดภาพเมือง, หลุยส์ ศุภชัย

ระหว่างที่ฉันทั้งฟังหลุยส์เล่าถึงความเป็น Urban Sketcher ในแบบที่หลุยส์เป็นอยู่นั้น มือก็พลางค่อยๆ เปิดดูภาพสเกตช์สีน้ำไปทีละหน้าๆ จนมาถึงหน้าเกือบสุดท้าย ซึ่งหลุยส์เล่าว่าเขาวาดรูปนั้นระหว่างที่ฝนกำลังตกพอดี

“อย่างอันนี้คือรอยฝนซึ่งเราชอบมากๆ แม้จะเป็นอุบัติเหตุ แต่เราก็ชอบมากเวลาวาดพวกนี้ บางทีสิ่งที่เราคิดวางแผนไว้ทั้งหมดมันอาจจะแข็งเกินไป โดยเฉพาะเวลาเรามีพื้นฐานมาจากสถาปนิก มันจะชอบคิดล่วงหน้าไปก่อน แต่ในความเป็นจริงมักจะมีเหตุการณ์ไม่คาดฝัน อุบัติเหตุบ้าง ความบังเอิญบ้าง แต่เราก็เก็บไว้ ไม่ก็สะบัดๆ สีทีหลังให้ภาพออกมามีลูกเล่น” ทันทีที่จบคำที่หลุยส์เล่า ฉันก็หยุดดูภาพนั้นอีกสักพักใหญ่ คิดขึ้นในใจว่า งานของหลุยส์ไม่ได้พิเศษแค่ลายเส้น ที่มีทั้งเรียบร้อยและไม่เรียบร้อย แต่ดูรวมๆ แล้วมีเสน่ห์ ความรู้สึกที่เห็นจากสีน้ำในภาพไม่เหมือนใคร ทั้งยังมีเรื่องราวบางอย่าง เพิ่มเติมเสริมแต่งให้ภาพพิเศษมากขึ้น นั่นเพราะภาพของหลุยส์ไม่ได้มาจากการสังเกตสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเพียงอย่างเดียว

“มองย้อนกลับไป มันก็ทำให้เราจดจำชั่วขณะที่เราวาดภาพนั้นได้ ทุกครั้งเวลาที่เราเปิดรูปเก่าๆ เราจำได้หมดเลยนะว่าที่นี่คือที่ไหนและบรรยากาศตอนนั้นเป็นยังไง”

Urban, sketcher, นักวาดภาพเมือง, หลุยส์ ศุภชัย

Urban, sketcher, นักวาดภาพเมือง, หลุยส์ ศุภชัย

เมื่อความหลงใหลเดินทางไปต่างแดน

สำหรับหลุยส์แล้ว การเป็น Urban Sketcher ไม่ได้หยุดอยู่แค่ภายในประเทศ แต่ยังพาเขาออกเดินทางไปยังที่ต่างๆ

“ล่าสุดเราไปมาเลเซีย ที่กูชิงก็ไม่ต่างกับภูเก็ตบ้านเรามากนัก มีอากาศร้อนชื้นเหมือนกัน หรือตึกแถวแบบจีนผสมกับมาเลที่เกือบคล้ายกับส่วนหนึ่งในภูเก็ต รวมๆ แล้วไม่ต่างจากแถวบ้านหม้อ เสาชิงช้า เท่าไหร่ แต่ถ้าไปญี่ปุ่นเราจะเริ่มเห็นความแตกต่าง อย่างสีไม้ ต้นไม้ที่จะสวยทุกต้น สวยไปหมด เหมือนเรากำลังมองภาพจิตรกรรมของญี่ปุ่นหรือจีน ที่ธรรมชาติมีความงามเหมือนในรูปภาพ”

หลุยส์เล่าความแตกต่างเวลาสเกตช์ภาพที่ต่างประเทศให้ฟังว่า เป็นเรื่องปกติมากที่คนจะมานั่งวาดภาพตามที่สาธารณะ ซึ่งถ้าเป็นที่บ้านเรา คนก็อาจจะมองด้วยสายตาที่ตั้งคำถามว่ามาทำอะไร หรือบ่อยครั้งก็มีเจ้าของที่หรือยามไล่ไม่ให้วาดภาพ

“ที่หนักสุดเลยคืออินเดีย เคยไปนั่งวาดแล้วเขาจะล้อมทุกทิศทางไม่มีพื้นที่ส่วนตัว แต่เขาดูแฮปปี้ดีนะ” หลุยส์เล่าพร้อมทำมือแสดงระยะห่างระหว่างเขากับคนอินเดีย

Urban, sketcher, นักวาดภาพเมือง, หลุยส์ ศุภชัย

The Exhibition-Moments in Bangkok

เป็นเวลากว่า 5 ปีแล้ว ในฐานะ Urban Sketcher ทำให้ตอนนี้หลุยส์มีภาพวาด อาทิ สะพานร้องไห้ วัดบวร วัดโพธิ์ หรือจะเป็นสวนสมเด็จย่าซึ่งเป็นภาพวาดแรกของหลุยส์ ที่วาดผ่านมุมมองการสเกตช์พร้อมลงสีน้ำมาแล้วพันกว่ารูป หรือสมุดสเกตช์จำนวน 19 เล่ม จนเกิดเป็นนิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกของตัวเอง ในชื่อว่า ‘คนวาดเมือง The Exhibition-Moments in Bangkok’ ซึ่งภายในงานจะประกอบด้วย 3 ส่วน ได้แก่  Old Town’s Romance  ตามด้วย Elegance in the city และในส่วนสุดท้ายคือ Wat Pho ซึ่งใจความสำคัญของงานนิทรรศการนี้ต้องการให้คนเมืองสังเกตถึงความงามของกรุงเทพฯ ตั้งแต่สิ่งสามัญอย่างอาคารบ้านเรือนในชุมชน ไปจนถึงสถาปัตยกรรมเก่าแก่ที่มีเรื่องราวมาอย่างยาวนาน

“เราอยากให้สังเกตเมืองมากขึ้น อินกับเมืองมากขึ้น ผ่านการบันทึกภาพด้วยการวาดลายเส้นง่ายๆ ไม่สลับซับซ้อน ซึ่งตั้งใจถ่ายทอดให้คนดูรู้สึกตามว่า นอกจากห้างแล้วกรุงเทพฯ ยังมีอะไรให้ไปอีกเยอะมาก”

Urban, sketcher, นักวาดภาพเมือง, หลุยส์ ศุภชัย

Urban, sketcher, นักวาดภาพเมือง, หลุยส์ ศุภชัย

คนมองเมือง-วาดเมือง

ระหว่างที่ฉันกำลังนั่งดื่มคาราเมลมัคคิอาโตพร้อมดูภาพสเกตช์ของหลุยส์ ประกอบเสียงดนตรีที่เปิดคลอเบาๆ สร้างบรรยากาศทีดีในการคุยแล้ว ฉันร้องถามเขาว่าทำไมถึงชอบย่านที่เรานัดหมายอยู่นี้

“เราเป็นคนชอบย่านถนนพระสุเมรุมาก เพราะเป็นทั้งแหล่งรวมตัวของศิลปินหรือคนที่มีความชอบมองหาความงามในเมืองแถวๆ นี้เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็น ช่างภาพ คนวาดรูป นักเขียน เขาจะอยู่ร่วมกันพบปะกันในย่านนี้เสมอ จะเห็นว่า จากตรงนี้ไปถึงป้อมพระสุเมรุ จะมีคาเฟ่น่ารักๆ มีวัดบวรนิเวศฯ มีพิพิธภัณฑ์ เป็นถนนเส้นที่น่ารัก

Urban, sketcher, นักวาดภาพเมือง, หลุยส์ ศุภชัย Urban, sketcher, นักวาดภาพเมือง, หลุยส์ ศุภชัย

“เราชอบตึกที่มันมีเรื่องราวมีประวัติศาสตร์มากกว่าโซนที่เป็นเมืองสมัยใหม่ ยิ่งเราเดิน ยิ่งมีปฏิสัมพันธ์กับเมืองมากขึ้น

“และเราจะทั้งรักมัน ทั้งไม่รักมัน เราเห็นข้อดีและข้อด้อย และยิ่งเราเห็นทั้งสองด้าน เราก็ยิ่งเห็นเหตุและผลของสิ่งที่เป็นอยู่ คำถามคือ เราจะสามารถช่วยเหลือหรือแก้ไขบางเรื่องยังไงได้บ้าง ยิ่งทำให้เราอยากมีส่วนร่วมกับเมืองมากขึ้น”

ฉันเห็นด้วยกับสิ่งที่หลุยส์กำลังเล่าให้ฟัง พลางฉุกคิดขึ้นมาอีกหนึ่งคำถามที่สงสัยว่าตลอดระยะเวลาที่หลุยส์ออกไปสเกตช์ภาพแต่ละที่ในกรุงเทพฯ มีสถานที่ไหนไหมในสมุดสเกตช์ที่หายไปจากพื้นที่จริง

“การรื้อถอนมันก็เป็นไปตามเวลา แต่ว่าเราก็จะมีคำถามต่อสังคมว่าการพัฒนาหรือการจะทำเป็นสวนสาธารณะอย่างที่นิยมในยุคนี้ ควรจะเป็นเหตุผลของการทำลายล้างสิ่งที่เคยมีให้หมดไปเชียวเหรอ หรือแท้จริงแล้ว เป็นสิ่งควรจะเก็บไว้ อย่างเช่น การรื้อถอนกุฏิเก่าของวัดสวนพลู แล้วสร้างอะไรที่ไม่สวยขึ้นมาทดแทน เราเรียนสถาปัตยกรรมมา เราเห็นคุณค่าทางสังคมของสิ่งนี้ เพราะเป็นสิ่งที่บ่งบอกประวัติศาสตร์ของยุคสมัยๆ หนึ่ง ซึ่งพอหายไปแล้ว ลูกๆ หลานๆ เราก็หาอ่านจากที่ไหนไม่ได้ เราก็เลยรู้สึกน่าเสียดาย”

Urban, sketcher, นักวาดภาพเมือง, หลุยส์ ศุภชัย Urban Sketcher นักวาดภาพเมืองที่จะทำให้หลงเสน่ห์และตกหลุมรักเมืองกรุงอีกครั้ง  Urban, sketcher, นักวาดภาพเมือง, หลุยส์ ศุภชัย

ก่อนจะถึงเวลาพระอาทิตย์ลาลับขอบฟ้า ซึ่งเป็นสัญญาณว่าถึงเวลาลากลับไปพักผ่อน

ฉันกวาดสายตาไปยังฝั่งซ้าย มองดูภาพที่ใครสักคนกำลังติดตั้งให้อยู่ในระดับสายตา

ภาพตึกสีเหลืองที่มีสายไฟระโยงระยางบังเสน่ห์บางส่วนของตึก ตรงหน้าทำให้เอ่ยปากถามหลุยส์ถึงจุดด่างพร้อย ที่คนกรุงเทพฯ เห็นและวิจารณ์มาตลอดชีวิต

“นักวาดรูปเขาชอบพวกสายไฟพวกนี้มากเลย มันสร้างเสน่ห์ในรูปวาด แม้จะไม่ใช่เสน่ห์ในชีวิตจริง เราว่ามันต้องบาลานซ์กัน อะไรที่เป็นระเบียบมันก็ต้องเป็นระเบียบ บางอันก็ตัดถ้ามันรบกวน แต่บางอันเราต้องเสนอความจริงไม่ควรบิดเบือนมัน” หลุยส์ทิ้งท้าย

Urban, sketcher, นักวาดภาพเมือง, หลุยส์ ศุภชัย

Writer

อุษา แม้นศิริ

นักศึกษาอาร์ตสายกราฟิก แต่สนใจอยากทำงานเขียน ชอบที่จะไปงานคอนเสิร์ตไม่ว่าจะไทยหรือต่างประเทศ สิ่งที่ขาดไม่ได้คือดนตรี สีฟ้า และชาเขียว

In Design

วิธีคิดและแรงบันดาลใจของนักออกแบบที่น่าทำความรู้จัก

ถ้าลองเข้าเว็บไซต์งานส่วนตัวของ ลันลัน-ด้วยรัก ผดุงวิเชียร ศิลปินภาพประกอบวัย 23 ปี จะพบว่านิยามคำว่า ‘ภาพประกอบ’ ของเธอกว้าง ตั้งแต่ภาพวาด แอนิเมชัน ของเล่นไขลาน ตุ๊กตา ไปจนถึงพรม 

สำหรับลันลัน ภาพประกอบคือการสื่อสารโจทย์ผ่านศิลปะ จึงไม่จำเป็นต้องอยู่เฉพาะบนกระดาษสองมิติ ไม่ว่าจะรูปแบบไหน ถ้ามันทำหน้าที่เล่าเรื่องได้อย่างหมดจด ก็ถือเป็นภาพประกอบที่เยี่ยมยอดแล้ว

ในอีกแง่มุมหนึ่ง หลายครั้งลันลันก็ใช้ภาพประกอบมาเล่าเรื่องชีวิตของตัวเองด้วยเช่นกัน เธอกล่าวถึงเรื่องที่เป็นปัญหาของผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นสิ่งที่พบเจอเอง ผ่านกลิ่นอายลายเส้นภาพนิทานสำหรับเด็ก ไม่ว่าจะเป็นการคิดฟุ้งซ่านจนนอนไม่หลับ ที่ใช้ปลาว่ายวนเป็นตัวแทนการคิดเวียนไปมาตอนตี 3 ตัวการ์ตูนสัตว์ประหลาดคล้ายหมาที่กินไม่หยุดในช่วงกักตัว หรือปัญหาในครัวอย่างถังข้าวที่โดนรุกรานจากผีเสื้อกลางคืน

ด้วยรัก ผดุงวิเชียร ศิลปินภาพประกอบวัย 23 ใน USA ที่มีผลงานแสดงในลอนดอน โอซาก้า เวนิส

ความน่ารักในงานของลันลันโลดแล่นอยู่บนเวทีประกวดระดับโลกมาแล้วตั้งแต่ตอนเธอเรียนมัธยมปลาย งานของศิลปินวัยเยาว์ได้รับเลือกบนเวทีการประกวด Young Arts : Merit Award ค.ศ. 2014, 2015 และ 2016 โดยจัดแสดงผลงานที่ Disney Concert Hall ลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา 

ช่วงมหาวิทยาลัย ลันลันเป็นศิลปินในรอบสุดท้ายเวที Arte Laguna Prize 2018 ได้จัดแสดงผลงานที่เวนิส ประเทศอิตาลี (ลันลันแอบกระซิบมาว่า ปีนี้งานของเธอได้รับเลือกอีกครั้ง) ปีถัดมา เธอเข้ารอบสุดท้ายเวที RWS Royal Watercolor Society 2019 ได้จัดแสดงงานที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ รวมถึงได้เป็นศิลปินรับเชิญจัดแสดงผลงานที่ IYN Gallery ณ โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น และเข้ารอบสุดท้ายบนเวที Society Of Illustration ค.ศ. 2020, Association of Illustration ค.ศ. 2020, Society Of Illustration West ค.ศ. 2021

ศิลปินมากฝีมือคนนี้ยังเคยร่วมงานกับ Oliver Chin บรรณาธิการสำนักพิมพ์ Immedium ผู้แต่งหนังสือสำหรับเด็กมาแล้วกว่า 15 เล่ม รวมถึงเคยร่วมงานกับ Tom Kracauer และ Sean Hernandez ศิลปินผู้ทำงานผ่านหลากหลายสื่อและเทคนิค นอกจากนี้ เธอยังทำงานอาสาสมัครเป็นครูศิลปะจากผ้า (Fiber Art) ให้กับบุคคลที่มีความต้องการพิเศษในมูลนิธิ Exceptional Children Foundation

ไม่ว่าคุณจะเคยรู้จักเธอมาก่อนหรือไม่ เราอยากชวนลันลันมาพูดคุยเรื่องการเติบโตไปพร้อมกับศิลปะ ที่พาความฝันการศิลปินจากประเทศไทยมายัง Interlochen Arts Academy โรงเรียนศิลปะที่รัฐมิชิแกน ประเทศสหรัฐอเมริกา สู่ Rhode Island School of Design (RISD) มหาวิทยาลัยศิลปะซึ่งโด่งดังด้านการสอนศิลปะภาพประกอบ และอาชีพปัจจุบันในฐานะนักวาดภาพประกอบอิสระในลอสแอนเจลิส พร้อมคุยถึงที่มาของความหลากหลายทางเทคนิคที่เธอใช้ในงานศิลปะ ธรรมชาติอันเป็นแรงบันดาลใจมาตลอด อนาคตก้าวต่อไปที่ใฝ่ฝัน และกระแสในปัจจุบันอย่าง NFT หรือตลาดศิลปะดิจิทัล

มาเริ่มบทสนทนาที่จะทำให้เราอยากหยิบสิ่งใกล้ตัวมาประดิษฐ์งานศิลปะกันเถอะ 

ด้วยรัก ผดุงวิเชียร ศิลปินภาพประกอบวัย 23 ใน USA ที่มีผลงานแสดงในลอนดอน โอซาก้า เวนิส
ด้วยรัก ผดุงวิเชียร ศิลปินภาพประกอบวัย 23 ใน USA ที่มีผลงานแสดงในลอนดอน โอซาก้า เวนิส

ช่วงนี้ทำอะไรอยู่บ้าง

ตอนนี้เป็นฟรีแลนซ์ ทำภาพประกอบกับแอนิเมชันอยู่ แล้วก็ทำพรมขาย มีโปรเจกต์อยู่ในช่วงเซ็นสัญญา วาดภาพประกอบกับสำนักพิมพ์จากฝรั่งเศส เขากำลังจะทำหนังสือเกร็ดความรู้เรื่องสัตว์ต่างๆ ส่วนที่เราเข้าไปรับผิดชอบคือ หอยทาก

ทำไมภาพของลันลัน ส่วนใหญ่ถึงเป็นสัตว์กับธรรมชาติ

เราโตมากับธรรมชาติ ครอบครัวเราทุกคนชอบต้นไม้ ที่บ้านปลูกต้นไม้แนวป่าฝนเยอะมาก วิ่งเล่นในสวนของหมู่บ้าน ต้นไม้ก็เยอะ เรียนโรงเรียนรุ่งอรุณก็อยู่กับธรรมชาติ พอชีวิตล้อมรอบด้วยธรรมชาติ เลยได้แรงบันดาลใจมาจากสิ่งที่เห็นในชีวิตประจำวัน

ตอน ม.1 คุณพ่อคุณแม่พาไปดำน้ำ เราเห็นปลาเยอะๆ แล้วชอบมาก มันดูอิสระ สีสันสวย เลยเป็นแรงบันดาลใจให้ชอบวาดปลา

พอทำงานจากสิ่งรอบตัวแบบนี้ ตอนย้ายมาเรียนมัธยมปลายที่มิชิแกน เลยเริ่มมีสัตว์อื่นมากขึ้นอย่างกวาง กระรอก ไม่ใช่แค่งูหรือปลา เพราะมันคือสัตว์ที่เห็นในโรงเรียน หรือต้นไม้ต่างๆ อย่างตอนนี้อยู่แอลเอ บรรยากาศรอบตัวเป็นทะเลทราย ก็มีกระบองเพชรหรือทิวทัศน์ทะเลทรายในภาพมากขึ้น มันเปลี่ยนไปตามสถานที่

แล้วสัตว์ประหลาดมาจากไหน

ตอนมัธยมปลาย เราเริ่มเอาสัตว์หลายๆ ชนิดมาผสมกัน พอวาดเยอะขึ้นก็เริ่มคิดว่า ทำไมเราไม่สร้างตัวประหลาดของเราขึ้นมาเอง จนเข้ามหาวิทยาลัยเลยเป็นสัตว์ที่ Abstract มากขึ้น 

ด้วยรัก ผดุงวิเชียร ศิลปินภาพประกอบวัย 23 ใน USA ที่มีผลงานแสดงในลอนดอน โอซาก้า เวนิส

ขอย้อนกลับไปหน่อย ลันลันรู้ตัวว่าชอบและเริ่มวาดภาพตั้งแต่เมื่อไหร่

จำไม่ได้เลยว่าเริ่มตั้งแต่ตอนไหน (หัวเราะ) เพราะอนุบาลก็ชอบวาดและทำงานคราฟต์แล้ว วิชาศิลปะเป็นวิชาที่เราชอบและทำได้ดีที่สุด 

เราเรียนได้ศิลปะกับ ครูเล็ก (สุภาพร เจริญสุข) ตั้งแต่อนุบาลถึงจบมัธยมต้น มัธยมปลายมาเรียน Interlochen Arts Academy โรงเรียนศิลปะที่มิชิแกน สหรัฐอเมริกา ตอนนั้นติดเพื่อนไปลองเรียน ครูเล็กสอนศิลปะแบบไม่จำกัดอะไรเลย เช่น ถ้าเราสนใจเย็บผ้า ครูก็จะหาอุปกรณ์มาให้ เราอยากลองปั้นดิน ทำภาพพิมพ์ ครูก็หามาให้ ครูไม่ได้บังคับว่าอยู่ประถมต้องใช้แค่ดินสอสี อยากทำอะไรได้ทำหมด เลยเป็นจุดเริ่มต้นให้เราชอบทำงานศิลปะหลายๆ อย่าง ไม่ได้ติดอยู่กับแค่งานรูปแบบเดียว

งานศิลปะรูปแบบไหนที่ชอบทำเป็นพิเศษ

เราชอบทำงานกับผ้า จำได้ว่าตอน ป.6 คุณแม่ซื้อตุ๊กตาบลายธ์ (Blythe) มาให้แล้วเสื้อผ้ามันแพงมาก ครูเล็กเสนอว่ามาลองทำชุดตุ๊กตากันไหม เราได้ลองทำแล้วชอบมาก ทำชุดตุ๊กตาอยู่เป็นปีๆ ตอนนั้นน่าจะเป็นช่วงที่ได้ทำงานผ้ามากที่สุดแล้ว 

พอ ม.ปลาย ที่โรงเรียนเน้นศิลปะ เลยได้ลองทำงานผ้าอย่างอื่นเพิ่มอีก ได้ทำประติมากรรมนุ่ม (Soft Sculpture หรือประติมากรรมที่ทำจากวัสดุผิวสัมผัสนุ่ม) เรารู้สึกว่ามันเป็นเทคนิคที่เข้ากับสไตล์ที่ทำอยู่ เพราะอยากให้คนเห็นรูปเราแล้วมีความสุข พอมันมาเป็นอะไรนิ่มๆ จับแล้วก็ยิ่งมีความสุข เอามากอดได้ เอามาใช้ได้ บางทีใช้หลายเทคนิคมารวมกันก็มี ปักผ้า โครเชต์ ทำหมดเลย

ล่าสุดเห็นทำงานพรมด้วย 

ตอนแรกเลยเริ่มสนใจเทคนิคงานพรม เพราะรู้สึกว่ามันเหมือนรูปวาดนิ่มๆ และเป็นอะไรได้หลายอย่าง ทั้งเอาไว้แขวนบนผนังเป็นงานอาร์ต เอามาใช้เป็นพรม ทำเป็นเสื้อผ้า หรือทำเป็นกระเป๋า ช่วงที่ โควิด-19 เข้ามา คนก็สนใจพวกตกแต่งบ้านกันเยอะขึ้นมากๆ เพราะส่วนใหญ่ต้อง Work from Home เมื่อเราเอาพรมลายน่ารักๆ แปลกๆ มาใช้ มันช่วยให้บ้านมีสีสันขึ้น ดูสนุกขึ้น

หลายครั้งเรารู้สึกว่าศิลปะมันจับต้องไม่ได้ แต่เราอยากให้ศิลปะอยู่ร่วมกับชีวิตประจำวันได้ ไม่ใช่ต้องไป Museum อย่างเดียว พอเป็นพรมเลยตอบโจทย์ตรงนี้ทั้งหมด

มาสนใจงานภาพประกอบตอนไหน

ตอนเข้ามหาวิทยาลัยปีแรกที่ Rhode Island School of Design (RISD) เรายังไม่ต้องเลือกเอก เลยเป็นโอกาสได้ลองทำงานหลายๆ รูปแบบ เช่น Coding ทำงานศิลปะด้วยหุ่นยนต์ ซึ่งเราพบว่าตัวเองชอบวิชา Illustration (ภาพประกอบ) แล้วครูบอกยังว่า “จริงๆ การทำงานภาพประกอบมันไม่ได้ตายตัวแค่ภาพวาดนะ แค่เราสื่อสารหัวข้อออกมาได้ด้วยศิลปะ ก็ถือเป็นภาพประกอบแล้ว” เลยเลือกเรียนเอกนี้

งานภาพประกอบเข้ากับเราที่ไม่ตายตัวด้านเทคนิค อีกอย่างคือเราชอบทำงานตามโจทย์ สำหรับเรา การนั่งคิดตามโจทย์มันสนุกที่ว่าจะเสนอภาพออกไปอย่างไรดีให้เป็นสไตล์เรา และตอบโจทย์ที่ได้มาไปในเวลาเดียวกัน

ด้วยรัก ผดุงวิเชียร ศิลปินภาพประกอบวัย 23 ใน USA ที่มีผลงานแสดงในลอนดอน โอซาก้า เวนิส

จากการเรียนศิลปะที่อเมริกาตอน ม.ปลาย กับมหาวิทยาลัย ลันลันคิดว่าการสอนศิลปะที่ไทยกับอเมริกาแตกต่างกันอย่างไรบ้าง

จำได้ว่าช่วงก่อนย้ายไปอเมริกา เห็นเพื่อนที่ไทยหลายคนอยากเรียนศิลปะ ต้องไปติววาดภาพเหมือน (Still Life Drawing และ Portrait Drawing) ตอนแรกที่ไปเราก็แอบกังวลเหมือนกัน ว่าพื้นฐานจะพอหรือเปล่าเพราะไม่ได้ติวไป 

แต่พอไปถึง กลายเป็นว่าครูที่อเมริกาไม่อินกับภาพเหมือนเลย ครูบอกว่าภาพเหมือนมันฝึกกันได้ แต่คอนเซ็ปต์กับเรื่องราวของรูปสำคัญกว่า เขาบอกอีกว่า ถ้าว่าต้องวาดภาพให้เหมือนของจริง เราก็จะไม่ลองเทคนิคใหม่ๆ งานก็จะซ้ำๆ อยู่แบบเดิม 

ตอนสอบเข้ามหาวิทยาลัยในอเมริกา ไม่ได้ให้วาดภาพเหมือนแบบในไทย แต่ให้เราส่งงานอะไรที่คิดว่าแข็งแรงที่สุด จะเป็นศิลปะนามธรรม งานปั้น งานเย็บ อะไรได้หมดเลย ตอนเข้าไปเรียน ถ้าไม่ใช่วิชาวาดภาพเหมือน ครูก็จะไม่มาติเรื่องเทคนิค ความเหมือน หรือความสวย แต่จะให้ความเห็นว่างานของเรามันตอบโจทย์แค่ไหน และให้แนะนำว่าอะไรที่ปรับแล้ว งานจะสื่อสารได้ดีขึ้น 

แล้วการประกอบอาชีพศิลปินล่ะ ลันลันคิดว่าที่อเมริกามีอะไรที่ไม่เหมือนกันบ้าง

เรารู้สึกว่าคนที่นี่ให้ค่ากับงานศิลปะมาก เพราะเวลาศิลปินขายงาน เราจะคิดเป็นชั่วโมงว่างานชิ้นนี้ใช้เวลาทำกี่ชั่วโมงแล้วก็คูณไป เช่น ปกติคิดกันชั่วโมงละหกร้อยบาท อาจดูแพง แต่ว่าค่ากินอยู่ที่นี่ก็แพงมากเหมือนกัน คิดชั่วโมงเสร็จก็บวกค่าอุปกรณ์เข้าไปอีก จำได้ว่าเราเคยเห็นเพจประมูลงานศิลปะของไทย เขาตั้งราคาเริ่มต้นต่ำมาก จนเรางงว่า โห เขาใช้เวลาทำไปตั้งกี่ชั่วโมง ทำไมถึงขายถูกขนาดนี้

อีกอย่างที่รู้สึกคือ ที่อเมริกามีงานด้านศิลปะหลากหลายมาก มีหลายสายงานเราไม่ค่อยได้เห็นในไทย มันเปิดกว้างมากเลย

ศิลปะและการเติบโตของ ‘ลันลัน-ด้วยรัก ผดุงวิเชียร’ ศิลปินรุ่นใหม่ในอเมริกา ผู้หยิบวัสดุรอบตัวมาสร้างผลงานไร้กรอบ
ศิลปะและการเติบโตของ ‘ลันลัน-ด้วยรัก ผดุงวิเชียร’ ศิลปินรุ่นใหม่ในอเมริกา ผู้หยิบวัสดุรอบตัวมาสร้างผลงานไร้กรอบ

เปิดกว้างขนาดนี้ มีอะไรที่อยากลองทำอีกไหม และวางอนาคตตัวเองไว้อย่างไร

ถ้าไม่สนใจเรื่องเงินเลย อยากเปิดสตูดิโอกับเพื่อน ขายของทำมือให้จริงจังมากขึ้น เป็นสตูดิโอประหลาดๆ ขายแต่ของที่คนไม่ค่อยซื้อกัน (หัวเราะ)

และคิดมาสักพักแล้วว่าอยากทำงานกับ Stop Motion Studio (แอนิเมชันที่ทำโดยการถ่ายทีละภาพแล้วนำมาต่อกัน) ที่นี่มีบริษัททำ Stop Motion ให้โฆษณาโดยเฉพาะ ซึ่งเราเคยคุยแล้วเขาบอกว่า บริษัทต้องการศิลปินที่ทำได้หลายเทคนิค เพราะวิดีโอ Stop Motion แต่ละตัวไม่ได้ใช้เทคนิคเดียวเสมอไป ใช้ไม้ ผ้า กระดาษ ดิน หลายๆ อย่าง เราเองก็ชอบสร้างนู่นนี่จากของหลายๆ อย่างอยู่แล้ว เลยอยากลอง น่าสนุกดี

ไม่สนใจขายงานศิลปะทาง NFT (ตลาดศิลปะดิจิทัล) เหรอ

ตอนแรกก็สนใจนะ เห็นศิลปินหลายคนเริ่มเข้ามาขาย NFT และทำเงินได้จากตรงนี้ แต่พอเราหาข้อมูลเพิ่มไปเรื่อยๆ ก็พบว่าการเอารูปขึ้นระบบ NFT หนึ่งรูปมันใช้ทรัพยากรและพลังงานเยอะมาก ทำให้ตอนนี้เรายังไม่ขายผลงานทาง NFT รอดูก่อนว่า ในอนาคตตลาด NFT จะมีมาตรการแบบไหน ในการปรับตัวให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

ศิลปะและการเติบโตของ ‘ลันลัน-ด้วยรัก ผดุงวิเชียร’ ศิลปินรุ่นใหม่ในอเมริกา ผู้หยิบวัสดุรอบตัวมาสร้างผลงานไร้กรอบ
ศิลปะและการเติบโตของ ‘ลันลัน-ด้วยรัก ผดุงวิเชียร’ ศิลปินรุ่นใหม่ในอเมริกา ผู้หยิบวัสดุรอบตัวมาสร้างผลงานไร้กรอบ

เราเห็นลันลันเลือกวาดภาพด้วยมือหรือทำงานประดิษฐ์ มากกว่าดิจิทัลอาร์ต (ศิลปะดิจิทัลที่วาดด้วยคอมพิวเตอร์) มันให้ความรู้สึกต่างกันอย่างไร

เราชอบการทำงานศิลปะที่นั่งจับ นั่งใช้เวลากับวัสดุ เพราะได้รู้สึกเชื่อมโยงกับสิ่งที่ทำผ่านร่างกาย เป็นสิ่งที่จับต้องได้ เป็นรูปธรรม เลยเป็นเหตุผลที่เรารู้สึกผูกพันกับงานทุกชิ้น

เราก็ทำดิจิทัลอาร์ตบ้างนะ แต่จะมีลายเส้นคล้ายทำมืออยู่ดี ไม่ได้ดูดิจิทัลอาร์ตแบบแฟลช สีสด เส้นคม เท่าดิจิทัลอาร์ตส่วนใหญ่ในเทรนด์ตอนนี้ เคยลองทำแบบนั้นแล้วรู้สึกว่ามันไม่ใช่สิ่งที่ชอบ ไม่ใช่ตัวเรา

ลันลันมีวิธีสร้างโอกาสให้ตัวเองอย่างไร ถึงได้ไปจัดแสดงงานหลายประเทศทั่วโลก

ต้องยกเครดิตให้คุณแม่ เขาคอยผลักดันให้เราส่งงานเข้าประกวด เพื่อสร้างพอร์ตโฟลิโอให้ตัวเอง เราอยู่อเมริกา โอกาสมันยากมาก คนมีความสามารถก็เยอะ คุณแม่เลยสนับสนุนให้ลองส่งประกวดตั้งแต่ ม.ปลาย ตอนแรกเราก็ไม่ค่อยมั่นใจในงานของตัวเอง เพราะลายเส้นเราดูเด็ก ไม่ใช่แนววิจิตรศิลป์แบบที่คนอื่นส่งประกวด แต่พอได้ส่งจริงๆ ถึงรู้ว่ามันก็มีเวทีประกวดที่เหมาะกับงานสไตล์เรา

มีครั้งไหนที่เกิดคาดบ้างไหม

Arte Laguna Prize ที่ได้ไปจัดแสดงที่อิตาลี เราคิดว่าเขาไม่น่าจะชอบงานเรา เพราะคนอื่นคือยิ่งใหญ่ เช่น งานศิลปะนามธรรมขนาด 3 x 3 เมตร ส่วนของเราเป็น Artist Book (หนังสือที่เน้นการเล่าเรื่องเชิงทัศนศิลป์) เกี่ยวกับตัวละครซึ่งมีแรงบันดาลใจมาจากเห็ดชนิดต่างๆ วางเล็กจิ๋วอยู่มุมหนึ่งของนิทรรศการ ตกใจมากตอนได้เข้ารอบสุดท้ายครั้งแรก (หัวเราะ) พอปีนี้ได้เข้ารอบสุดท้ายอีกครั้ง ตกใจที่สุดเลย!

สุดท้ายแล้ว เล่าถึงผลงานที่มีความหมายต่อชีวิตให้ฟังสัก 5 ชิ้นได้ไหม

ได้เลยค่ะ

01 Night Thoughts

ศิลปะและการเติบโตของ ‘ลันลัน-ด้วยรัก ผดุงวิเชียร’ ศิลปินรุ่นใหม่ในอเมริกา ผู้หยิบวัสดุรอบตัวมาสร้างผลงานไร้กรอบ

Night Thoughts เป็นงานที่ทำในชั้นเรียน Animalia คือ ทำงานภาพประกอบที่เกี่ยวกับสัตว์ หรือใช้สัตว์มาเป็นองค์ประกอบ เราเลยเลือกปลาบาราคูด้า (Barracuda) ที่ว่ายเป็นทอร์นาโด เพราะเราชอบลักษณะการเคลื่อนไหวนี้มาก คิดว่ามันคล้ายตอนเรานอนไม่หลับ เวลาที่มีความคิดเข้ามาในหัวเยอะๆ ฟุ้งซ่าน วนไปเรื่อยๆ ซึ่งพอเป็นภาพนิ่ง มันอาจไม่เห็นความวุ่นวายหมุนวนของปลา เลยทำเป็นแอนิเมชัน ชิ้นนี้ได้ 3 รางวัล คือเข้ารอบสุดท้ายเวที Arte Laguna Prize ครั้งล่าสุด แล้วก็ได้เข้ารอบสุดท้ายเวที Society Of Illustration West และที่สี่ Society Of Illustration 

02 Quarantine Planet

ศิลปะและการเติบโตของ ‘ลันลัน-ด้วยรัก ผดุงวิเชียร’ ศิลปินรุ่นใหม่ในอเมริกา ผู้หยิบวัสดุรอบตัวมาสร้างผลงานไร้กรอบ
ศิลปะและการเติบโตของ ‘ลันลัน-ด้วยรัก ผดุงวิเชียร’ ศิลปินรุ่นใหม่ในอเมริกา ผู้หยิบวัสดุรอบตัวมาสร้างผลงานไร้กรอบ
ศิลปะและการเติบโตของ ‘ลันลัน-ด้วยรัก ผดุงวิเชียร’ ศิลปินรุ่นใหม่ในอเมริกา ผู้หยิบวัสดุรอบตัวมาสร้างผลงานไร้กรอบ
ศิลปะและการเติบโตของ ‘ลันลัน-ด้วยรัก ผดุงวิเชียร’ ศิลปินรุ่นใหม่ในอเมริกา ผู้หยิบวัสดุรอบตัวมาสร้างผลงานไร้กรอบ
ศิลปะและการเติบโตของ ‘ลันลัน-ด้วยรัก ผดุงวิเชียร’ ศิลปินรุ่นใหม่ในอเมริกา ผู้หยิบวัสดุรอบตัวมาสร้างผลงานไร้กรอบ

งานนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากช่วงโควิด-19 เพราะเดือนแรกๆ ที่ระบาด ทุกคนต้องกักตัวอยู่บ้าน เป็นประสบการณ์ใหม่มาก ไม่มีใครเคยอยู่บ้านทั้งวันทั้งคืนมาก่อน งานนี้เลยเป็นการเล่าเหตุการณ์ว่า การติดอยู่ในบ้านเราทำอะไรบ้าง ใช้สัตว์ประหลาดมาแทนตัวเรา ส่วนบ้านเป็นดาวเคราะห์ที่สัตว์ประหลาดต้องมาติดอยู่ 

ภาพแรก คือกองเสื้อผ้าที่เราขี้เกียจเก็บ ตอนนั้นเพิ่งย้ายไปอยู่บ้านคุณอาที่โอไฮโอ พอเอาเสื้อผ้าออกจากกระเป๋าก็ไม่ได้จัด กองอยู่แบบนั้น 

ภาพที่สอง คือการที่เราอยู่บ้านแล้วกินทั้งวัน เปิดตู้เย็นกินไม่หยุด 

ภาพที่สาม คือประชุมออนไลน์กับสัตว์ประหลาดจากดาวเคราะห์อื่นๆ ที่ต้องติดอยู่บ้านเหมือนกัน 

ภาพที่สี่ คืออยู่บ้านดูทีวี กดเปลี่ยนช่องไปเรื่อยๆ 

ภาพสุดท้าย คือการที่เราใช้เวลาผ่อนคลายในห้องน้ำเยอะมาก 

03 Moth

ศิลปะและการเติบโตของ ‘ลันลัน-ด้วยรัก ผดุงวิเชียร’ ศิลปินรุ่นใหม่ในอเมริกา ผู้หยิบวัสดุรอบตัวมาสร้างผลงานไร้กรอบ

ตอนเรียนมหาวิทยาลัยปีที่สี่ เราย้ายไปอยู่ห้องพักใหม่กับเพื่อน แล้วมีถังข้าวสาร ปิดฝาไว้อย่างแน่นหนา อยู่ดีๆ วันหนึ่งก็มีผีเสื้อกลางคืนไปสร้างรังอยู่ข้างใน ทำให้ถังนั้นใช้ไม่ได้อีกเลย เราไม่เคยรู้มาก่อนว่าผีเสื้อกลางคืนเข้าไปอยู่เพื่อกินข้าวสารได้ ตกใจมาก เลยเอาเหตุการณ์นั้นมาทำงาน Artist Book

เราเขียนเป็นกลอนไฮกุเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ว่า

Moth are flying around

Seeking roving then landed

On my precious rice 

แปลประมาณว่า ผีเสื้อกลางคืนมันบินไปมา แล้วร่อนลงมาอยู่บนข้าวที่แสนมีค่าของฉัน ใน Artist Book เป็นภาพตุ๊กตาผีเสื้อกลางคืนที่เราเย็บขึ้นมา ที่ตรงกลางตัวติดกระดุมเล็กๆ กับกล่องข้าว แล้วก็ปักกลอนไฮกุที่เราเขียนไว้ที่ปีก

04 พรมงู

ศิลปะและการเติบโตของ ‘ลันลัน-ด้วยรัก ผดุงวิเชียร’ ศิลปินรุ่นใหม่ในอเมริกา ผู้หยิบวัสดุรอบตัวมาสร้างผลงานไร้กรอบ

พรมชิ้นนี้มาจากภาพประกอบที่เคยทำ มีที่มาจากเรื่องราวตอนเด็ก เวลาไปวิ่งเล่นในหมู่บ้าน ได้ยินกลุ่มพี่แม่บ้านคุยกันถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านบ่อยๆ ว่ามีไอ้เหลือมมากินแมวทั้งตัว เพราะหมู่บ้านป่ารกมาก งูเยอะ พอมาเป็นภาพ เลยอยากให้เห็นว่ามีแมว มีไก่ หรือหมา อยู่ในงูทั้งตัว แล้วเวลาไปคุยกับเพื่อนหรือครูที่อเมริกา ทุกคนจะตกใจมากว่าที่บ้านเรามีงูตัวใหญ่ขนาดนี้เลยหรอ

05 Dancing Sardine

ศิลปะและการเติบโตของ ‘ลันลัน-ด้วยรัก ผดุงวิเชียร’ ศิลปินรุ่นใหม่ในอเมริกา ผู้หยิบวัสดุรอบตัวมาสร้างผลงานไร้กรอบ

Dancing Sardine เป็นปลากระป๋องของเล่นไขลาน เราทำงานชิ้นนี้ขึ้นมาในชั้นเรียนทำของเล่น เรามองสิ่งรอบตัวว่าใช้ทำประโยชน์อื่นๆ อะไรได้บ้าง ซึ่งตอนนั้นกินปลากระป๋องเยอะมาก และชอบรูปร่างของกระป๋อง เลยคิดไปว่าน่าสนุกดีถ้าเอามาทำของเล่น เพราะมันอันเล็กๆ และเป็นสิ่งที่ผู้คนเชื่อมโยงได้ ของเล่นไขลานเป็นปลามานั่งเต้นบนกระป๋องปลากระป๋องจึงเกิดขึ้น ปกติถ้าเป็นงาน 3D ชิ้นอื่น เราจะลงสี แต่งานนี้ไม่ลง คงเนื้อและความวาวของอะลูมิเนียมไว้ เพราะมันเป็นเอกลักษณ์ของวัสดุ

ภาพ : ด้วยรัก ผดุงวิเชียร

Writer

ภาสินี ประมูลวงศ์

เตยเป็นนักอ่าน รื้อค้น และเล่า เรื่องราวเกี่ยวกับศิลปะ มีความสนใจเป็นพิเศษด้านศิลปะกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคม สิ่งที่ชอบคือหนังสือและพิพิธภัณฑ์ สิ่งที่ไม่ชอบคือเสียงดัง ปัจจุบันเตยทำเพจชื่อ Artteller และพยายามเขียนหนังสืออยู่

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load