ต้นปีที่ผ่านมา เราเจอเพจรวมภาพเก่าเพจหนึ่งกำลังเป็นที่พูดถึงและถูกแชร์ต่อจำนวนมากบนเฟซบุ๊ก เพราะเรื่องราวความน่ารักจำนวนมากที่บรรจุอยู่ภายในเพจ ชื่อของเพจนั้นก็คือ ‘เชียงใหม่ที่คุณไม่เคยเห็น

เชียงใหม่ที่คุณไม่เคยเห็น เป็นแฟนเพจเฟซบุ๊กรวบรวมและคัดภาพถ่ายในอดีตมานำเสนอบนเพจทุกวันตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ก่อตั้ง กระทั่งต้นปีที่ผ่านมา ภาพถ่ายเก่าๆ ภาพหนึ่งที่แอดมินโพสต์ลงเพจ กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เพจนี้มีความพิเศษและแตกต่างจากเพจรวมภาพเก่าอื่นๆ อย่างไม่เคยเห็นมาก่อน

ภาพที่แอดมินโพสต์ในวันนั้น คือ ภาพการเล่นน้ำสงกรานต์ของหนุ่มสาวจังหวัดเชียงใหม่ในอดีต นอกจากบรรยากาศสงกรานต์ในอดีตที่น่ารัก บวกกับความหน้าตาดีของหนุ่มสาวภายในภาพ ซึ่งทำให้ผู้คนเข้ามาแสดงความชื่นชอบกันจำนวนมาก ความพิเศษมากไปกว่านั้นคือ จู่ๆ ลูกๆ ของทั้งฝ่ายชายหนุ่มและหญิงสาวภายในภาพต่างก็นำภาพของพ่อและแม่พวกเขาในปัจจุบันมานำเสนอให้คนในเพจได้เห็น และบังเอิญไปกว่านั้น ลูกของทั้งสองฝ่ายยังเป็นคนรู้จักกัน และเรียนอยู่คณะเดียวกันด้วย ราวกับภาพความสัมพันธ์ที่ถูกบันทึกไว้ในอดีตส่งต่อมาถึงรุ่นลูกของพวกเขา

เชียงใหม่ที่คุณไม่เคยเห็น เพจรวมภาพเก่าที่ลูกหลานคนในภาพช่วยกันเชื่อมอดีตกับปัจจุบัน

ภาพถ่ายในอดีตของเพจเชียงใหม่ที่คุณไม่เคยเห็นจึงพิเศษและมีสีสันขึ้นมา ไม่เพียงเพราะคุณค่าทางประวัติศาสตร์ แต่ยังรวมถึงเรื่องราวในภาพที่ถูกถ่ายทอดเพิ่มเติมจากรุ่นลูก รุ่นหลาน ช่วยร้อยเรียงความทรงจำในอดีตของครอบครัวพวกเขามาผูกโยงกับปัจจุบัน หลังจากนั้นก็กลายเป็นธรรมเนียมไปแล้วว่า ทุกภาพที่เพจโพสต์ ทุกคนจะตั้งตารอดูลูกหลานของบุคคลภายในภาพมาโพสต์ภาพปัจจุบันของครอบครัว รอฟังเรื่องราวที่เกิดขึ้นภายในภาพ 

รวมถึงเหตุการณ์ปัจจุบันที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น ราวกับว่าเราได้เห็นตอนจบบริบูรณ์ของภาพถ่ายใบต่างๆ และทำให้ภาพถ่ายในอดีตของเพจเชียงใหม่ที่คุณไม่เคยเห็น มีชีวิตชีวาแตกต่างจากเพจอื่น กลายเป็นความทรงจำร่วมกันภายใต้บรรยากาศน่ารักๆ และอบอุ่น จนเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้คนเข้ามากดติดตามเพจนี้กว่า 2.5 แสนคน

เชียงใหม่ที่คุณไม่เคยเห็น เพจรวมภาพเก่าที่ลูกหลานคนในภาพช่วยกันเชื่อมอดีตกับปัจจุบัน
เชียงใหม่ที่คุณไม่เคยเห็น เพจรวมภาพเก่าที่ลูกหลานคนในภาพช่วยกันเชื่อมอดีตกับปัจจุบัน

5 ปีที่แล้วตอนที่ เบิร์ด-มนตรี ปัญญาฟู ตัดสินใจก่อตั้งเพจเชียงใหม่ที่คุณไม่เคยเห็น เขาเองก็ไม่อาจคาดเดาว่าภาพเก่าที่เขาชื่นชอบและคัดมานำเสนอลงเพจ จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นทำให้ผู้ติดตามไม่ได้เห็นแค่ภาพในอดีต แต่ยังได้รับรู้เรื่องราวหลายมิติภายในภาพ จากคำบอกเล่าของลูกหลานและผู้คนในภาพที่เขานำเสนอ ที่สำคัญ ความทรงจำที่มีร่วมกันในอดีตก็ยังร้อยผู้คนเข้าไว้ด้วยกัน จนเกิดเป็นมิตรภาพจำนวนมากข้างหลังภาพ

วันนี้เราชวนเบิร์ดมาพูดคุยกันถึงที่มาที่ไปของเพจ รวมถึงเรื่องราวน่ารักที่เกิดขึ้นจากภาพถ่ายใบเก่า

เชียงใหม่ที่คุณไม่เคยเห็น เพจรวมภาพเก่าที่ลูกหลานคนในภาพช่วยกันเชื่อมอดีตกับปัจจุบัน

เบิร์ดเริ่มต้นนำเสนอภาพถ่ายเก่าที่เขาชื่นชอบและสะสมไว้ลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัวตั้งแต่ 10 ปีที่แล้ว และมีผู้ที่ชื่นชอบภาพเก่าเช่นเดียวกับเขาติดตามจำนวนมาก กระทั่ง 5 ปีที่แล้ว เพื่อไม่ให้เนื้อหาส่วนตัวปะปนกับการลงภาพ เบิร์ดเลยตัดสินใจย้ายคลังภาพเก่าไปนำเสนอบนเพจ เชียงใหม่ที่คุณไม่เคยเห็น ที่เขาก่อตั้งขึ้น ถึงแม้ว่าจะใช้ชื่อเพจที่เกี่ยวข้องกับเชียงใหม่ แต่เนื้อหาภายในภาพถ่ายก็มีเรื่องราวของจังหวัดอื่นๆ ตลอดจนเรื่องราวต่างประเทศด้วยเช่นกัน

“ผมเริ่มต้นชื่นชอบภาพเก่าโดยมีต้นแบบมาจากคุณแม่ เขาเก็บภาพครอบครัวแทบทุกเหตุการณ์ไว้เต็มตู้ แล้วก็ชอบเปิดอัลบั้มภาพเหล่านั้นและเล่าเรื่องในภาพไปด้วย ทำให้ผมเห็นว่าภาพทุกภาพล้วนมีเรื่องราวและมีค่า

“มีครั้งหนึ่งคุณแม่เคยเล่าเรื่องของคุณตาผมให้ฟัง ซึ่งผมเกิดมาไม่ทันได้เห็นท่าน แต่แม่ก็จะเอารูปของท่านมาเล่าให้ฟังว่า ตาเคยทำอะไรมาบ้าง เขาเคยเป็นผู้ใหญ่บ้านนะ เคยช่วยทำถนนให้คนในหมู่บ้านนะ นี่คือเสน่ห์ของภาพถ่ายเก่า บุคคลในภาพเขาไม่มีชีวิตอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ถูกบันทึกไว้ในภาพถ่าย คือสายตาของคนในภาพที่มองออกมา 

“แววตานั้นมองออกมาหาเรา ภาพมันสื่อความรู้สึกออกมาได้ มันมีความอบอุ่น ทำให้ผมรู้สึกว่าเขายังมีชีวิตอยู่และเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเรา ถ้าไม่มีภาพถ่าย ผมจะไม่มีทางรู้สึกแบบนี้เลย เพราะไม่มีภาพความทรงจำของเขาให้เห็น ใครจะรู้ว่าภาพภาพเดียว ทำให้ความทรงจำของคนชัดเจนขึ้นมา นี่เลยเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผมหลงใหลภาพเก่าตั้งแต่นั้นมา เวลาผมไปเที่ยวบ้านใคร ผมจะชอบขอเขาดูภาพในอัลบั้มครอบครัว ผมจะเห็นเรื่องราวในนั้น ทำให้รู้จักเขาในแง่มุมต่างๆ มากขึ้น ภาพเก่าเหล่านี้มันเลยมีเสน่ห์” เบิร์ดเล่าความหลงใหลใน ‘ภาพเก่า’

เชียงใหม่ที่คุณไม่เคยเห็น เพจรวมภาพเก่าที่ลูกหลานคนในภาพช่วยกันเชื่อมอดีตกับปัจจุบัน
เพจรวมภาพเก่าที่ลูกหลานคนในภาพช่วยกันเชื่อมอดีตกับปัจจุบัน

ด้วยความหลงใหลเรื่องราวของผู้คนในภาพเก่า เขาซื้อหนังสือรวมภาพเก่ามาสะสมจนเต็มตู้ นอกจากนั้น ยังเข้าร่วมกลุ่มคนรักภาพเก่าอีกจำนวนมาก ทำให้เบิร์ดมีโอกาสแลกเปลี่ยนข้อมูลภาพเก่ากับผู้ที่ชื่นชอบเหมือนกัน

การปลูกฝังของแม่ยังทำให้เบิร์ดเป็นคนที่เห็นคุณค่าของผู้คนภายในภาพทุกภาพ ต่อให้คนนั้นเป็นเพียงส่วนประกอบเล็กๆ ไม่ได้โดดเด่นอะไรจากภาพนั้น เขาก็จะค่อยๆ ตั้งใจมองทุกคนที่ปรากฏบนภาพอย่างละเอียด และหลายภาพที่เขานำเสนอลงเพจก็มีการครอปแง่มุมที่น่าสนใจของบุคคลเล็กๆ ซึ่งหลายคนไม่ทันได้สังเกตในภาพด้วย

“เราเป็นคนชอบสังเกตรายละเอียดเล็กๆ จากภาพใหญ่ เพราะในรายละเอียดเล็กๆ นั้นซ่อนอดีตที่เราไม่เคยเห็นมาก่อนไว้ มันถูกวางไว้นิ่งๆ ในภาพถ่ายนั้น และดึงดูดความสนใจของเราเข้าไป หลายครั้งเราจึงตั้งใจครอปและซูมเข้าไปที่ส่วนประกอบเล็กๆ นั้น ทำให้มันเด่นขึ้นมา เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ภาพของเพจไม่เหมือนใคร”

เพจรวมภาพเก่าที่ลูกหลานคนในภาพช่วยกันเชื่อมอดีตกับปัจจุบัน

“อย่างภาพคนขายอ้อยควั่น เดิมเป็นส่วนประกอบเล็กๆ จากภาพใหญ่ ซึ่งภาพนี้ผมเคยเห็นหลายครั้ง แต่คราวนี้กลับพบรายละเอียดที่ไม่ทันเห็นมาก่อน ผมเห็นว่ามีคนกำลังแบกอะไรอยู่ ดูน่าสนใจจัง ก็ตัดสินใจโพสต์ลงเพจไปก่อน เพราะเชื่อว่าเดี๋ยวก็มีสักคนในเพจที่รู้ แล้วก็มีคนมาคอมเมนต์จริงๆ เขาคือคนที่ยังทันได้เห็นสิ่งนี้ บางคนก็คิดถึง ไม่ได้เห็นมานานแล้ว แต่ละคนจะมาเล่าอดีตและประสบการณ์ของเขา เช่น เวลานั่งรถไฟจะมีคนมาแบกขายนะ เขาจะมัดเป็นรูปทรงกลมๆ แบบนี้แหละ พอเราตั้งใจโฟกัสที่ส่วนเล็กๆ มันก็ทำให้ภาพนี้มีอีกหนึ่งเรื่องราวขึ้นมาได้ 

“ผมเชื่อว่าคนหลายคนมีความทรงจำในอดีตเยอะมาก แต่เขาไม่รู้จะเริ่มต้นเล่าจากอะไร ภาพถ่ายจึงเป็นตัวกลาง และเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยทำให้เขานึกถึงความทรงจำบางอย่างได้ชัดเจนขึ้น และมาเล่าแลกเปลี่ยนกันในเพจ”

ความสนใจสังเกตรายละเอียดเล็กๆ นี่เองที่กลายเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของเพจเชียงใหม่ที่คุณไม่เคยเห็น

“บางคนชอบภาพเก่า เพราะเขาชอบภาพเจ้า ภาพพระ ภาพบุคคลสำคัญ แต่ผมชอบไปหมดเลย ผมชอบชีวิตเล็กๆ ที่เป็นองค์ประกอบในภาพใหญ่ หรือหลายคนอาจเรียกว่าตัวประกอบ อย่างรูปผู้หญิงกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีใบหน้าสวยกำลังอุ้มลูกอยู่บนดอยปุย ภาพนี้ก็เกิดจากการครอปจากภาพใหญ่มาโฟกัสที่เขาคนเดียว

“ผมรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้สวยมาก ปีที่ถ่ายผมยังไม่เกิดเลย แต่ความสวยของเธอยังร่วมสมัยถึงวันนี้ ผมเลยลงภาพแล้วเขียนว่า เธอสวยเกินยุคสมัยของเธอจริงๆ คนที่เข้ามาดูต่างก็ฮือฮากับความสวยของเธอ ภาพบางภาพเหมือนกับว่าคนในภาพนั้นคือคนในยุคปัจจุบัน อยู่ดีๆ ก็ไปยืนรวมกับคนอื่นๆ ในภาพที่ดูหน้าตาโบราณ แต่มีคนหนึ่งโผล่มาหน้าตาทันสมัย ราวกับนั่งไทม์แมชชีนย้อนกลับไป นี่ก็เป็นอีกรายละเอียดในภาพเก่าที่ผมชอบนำเสนอบนเพจ”

เพจรวมภาพเก่าที่ลูกหลานคนในภาพช่วยกันเชื่อมอดีตกับปัจจุบัน

ภาพเก่าต่างๆ ที่เบิร์ดเลือกมาโพสต์ลงหน้าเพจทุกวัน นอกจากจะทำให้เขาได้ความรู้และมิตรภาพจากผู้คนที่เข้ามาคอมเมนต์ ครั้งหนึ่งเขายังได้รับมิตรภาพจากคนที่อยู่ภายในภาพเก่าด้วยเช่นกัน

“มีครั้งหนึ่งผมลงรูปเกี่ยวกับเมืองลาว ทั้งที่เป็นประเทศข้างๆ กับเรา เป็นเหมือนประเทศพี่น้อง แต่เราแทบไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับลาวเลย จนผมมีโอกาสไปเห็นรูปราชวงศ์ลาวที่งดงามมากๆ จึงไปศึกษาเรื่องราวเพิ่มเติม และตัดสินใจนำเสนอเรื่องนี้เป็นอัลบั้ม ‘เจ้าชีวิตคนสุดท้าย’ พอลงปุ๊บก็มีคนลาวมาดูเยอะมาก ตอนที่ผมมีโอกาสไปเที่ยวหลวงพระบาง พอคนลาวที่ติดตามโพสต์ของผมรู้เข้า เขาก็ติดต่อมา อาสาพาไปเที่ยวตามจุดที่น่าสนใจในประเทศ

“ภาพเก่าทำให้ผมเจอมิตรภาพหลายอย่างมาก ตอนลงภาพเกี่ยวกับราชวงศ์ลาว หม่อมสุพรรณมาลี (หม่อมสุพรรณาลี รังศรี ผาสุข) มาเห็นภาพที่ผมโพสต์ แล้วแอดเฟรนด์มาพูดคุย เขาดีใจมากที่เห็นคนนำเสนอเรื่องราวในอดีตของครอบครัวเขา และยินดีที่จะให้ภาพชีวิตเก่าๆ ของเขามาให้เผยแพร่ ทุกวันนี้ยังพูดคุยกันอยู่ ผมจะเรียกเขาว่าหม่อมยาย เขาเคยมาเที่ยวที่บ้านผมด้วย ทุกวันนี้เขาอายุแปดสิบแล้ว แต่ทันสมัยมาก มีเฟซบุ๊กและอยู่ในกลุ่มภาพเก่าของลาวด้วยครับ”

เพจรวมภาพเก่าที่ลูกหลานคนในภาพช่วยกันเชื่อมอดีตกับปัจจุบัน

ภาพ : หม่อมสุพรรณาลี รังศรี ผาสุข เต้นรำกับสามี ท่านขุนพิทักษ์ เจ้าสีหาราช รังศี ดำรงตำแหน่งคณะองคมนตรีประสม การเมือง ในงานบอลที่นายกฯ ลาวสุวรรณภูมา 1972 จัดที่เวียงจันทน์ ประเทศลาว

นอกจาการค้นหาภาพเก่ามานำเสนอ เบิร์ดยังคิดหาวิธีที่จะหล่อเลี้ยงเพจ เพื่อจะได้ทำต่อไปเรื่อยๆ โดยการรับปรับภาพขาวดำให้เป็นสี และปรับความคมชัดของภาพ ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดเด่นของภาพบนเพจ มีแฟนเพจจำนวนมากอยากสนับสนุน ส่งภาพมาให้เขาช่วยปรับ หลายครั้งเขาก็มีโอกาสเห็นภาพเก่าน่าสนใจที่ไม่เคยเผยแพร่ที่ไหนมาก่อน

“ผมเพิ่งเปิดรับทำภาพไม่กี่เดือน แต่ทำไปแล้วหลายร้อยภาพ ส่วนใหญ่เป็นคนที่เขาผูกพันกับเพจ เขาก็จะส่งรูปมาทีเป็นสิบรูปเลย เหมือนกับว่าได้ช่วยเหลือเพจและได้ความทรงจำที่แจ่มชัดขึ้น มีสีสันขึ้นกลับไปด้วย หลายภาพเป็นภาพโบราณที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ทุกครั้งถ้าเป็นไปได้ผมจะขอข้อมูลจากเขาและนำไปโพสต์บนเพจ บางภาพเป็นภาพของเจ้าที่เคยปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ ซึ่งเก็บไว้ในบ้านของลูกหลาน ไม่เคยเผยแพร่มาก่อน

“บางภาพถึงขั้นเป็นประวัติศาสตร์ของอำเภอได้เลย ผมจะขออนุญาตโพสต์และใส่แฮชแท็กของอำเภอนั้นเข้าไป พอกลุ่มคนในอำเภอนั้นมาเห็นก็จะตื่นเต้น ว่าอำเภอของเขามีประวัติศาสตร์นะ บางครั้งมีตำรวจส่งภาพมา เป็นภาพผู้ร้ายที่ถ่ายได้จากกล้องวงจรปิด ขอให้ผมช่วยทำให้ชัดขึ้น แต่ผมปฏิเสธไป เพราะว่าทำไม่ได้ ภาพนั้นมองไม่เห็นดวงตา เพราะสำหรับผม ดวงตาคือสิ่งที่พิเศษที่สุดของภาพ ถ้าผมไปจินตนาการแทน อย่างไรมันก็ไม่เหมือน

“และหลายงานที่ผมรับมา มักจะมาในลักษณะนี้ คือเป็นรูปขาวดำที่ให้ผมช่วยทำสี หรือเป็นรูปที่เบลอ มีรอยชำรุด ให้ผมช่วยซ่อมแซม มีอยู่ครั้งหนึ่งผมขอเวลาเขาทำหนึ่งสัปดาห์ แต่เขาบอกว่าไม่ได้ เพราะว่าพ่อของเขาซึ่งคือคนในรูปตอนนี้อยู่ในสภาวะห้าสิบ ห้าสิบ ว่าจะอยู่หรือไป ผมก็ต้องรีบทำให้ รูปหน้าศพเป็นหนึ่งในรูปที่ผมได้ทำบ่อย

“บางคนทะเลาะกันก็ฉีกรูปอีกฝ่ายทิ้งจนหมด เคยมีคนติดต่อมาขอให้ช่วยทำให้เป็นปกติ เพราะจะใช้เป็นรูปหน้าศพ ซึ่งผมทำให้ไม่ได้ มันชำรุดเกินไป ภาพถ่ายก็เหมือนความทรงจำที่แจ่มชัด มันถูกตรึงไว้ในภาพ และคนในภาพก็มีค่ากับความทรงจำของหลายๆ คน มันย้อนกลับไปไม่ได้อีกแล้ว เรากลับไปหาอดีตไม่ได้ แต่สิ่งที่บันทึกไว้ในภาพมีค่าเสมอ ผมอยากให้คิดดีๆ ก่อนจะฉีกภาพใดทิ้งไป เพราะไม่มีความทรงจำไหนจะแจ่มชัดเท่าภาพถ่ายอีกแล้ว” 

เพจรวมภาพเก่าที่ลูกหลานคนในภาพช่วยกันเชื่อมอดีตกับปัจจุบัน

รวมมิตรภาพฮิตของเพจเชียงใหม่ที่คุณไม่เคยเห็น

1 ภาพแม่ค้าในอดีต

ที่มาที่ไปของเพจ ‘เชียงใหม่ที่คุณไม่เคยเห็น’ ภาพเก่าและความทรงจำที่เชื่อมอดีตกับปัจจุบัน ซึ่งถูกส่งต่อมาถึงรุ่นลูกของพวกเขา
ที่มาที่ไปของเพจ ‘เชียงใหม่ที่คุณไม่เคยเห็น’ ภาพเก่าและความทรงจำที่เชื่อมอดีตกับปัจจุบัน ซึ่งถูกส่งต่อมาถึงรุ่นลูกของพวกเขา

นี่เป็นรูปแรกๆ ที่ผมทำให้ชัดและใส่สีแล้วเกิดกระแส มาจากภาพใหญ่ที่ผมเลือกเจาะเฉพาะคนนี้ เพราะเขาสวยมาก พอโพสต์ไปก็มีคนเข้ามาคอมเมนต์ชมกันเยอะ จนกระทั่งมีคอมเมนต์หนึ่งบอกว่า คนในรูปคือคุณแม่ของเขาเอง ตอนนี้แม่ย้ายมาอยู่ที่ลำปาง แล้วก็ส่งรูปปัจจุบันของคุณแม่มาให้ ส่วนใหญ่รูปที่เป็นกระแสของเพจมักจะเป็นลูกที่มาคอมเมนต์และส่งภาพปัจจุบันคนในภาพมาให้

2 ภาพสาวรำวง

ที่มาที่ไปของเพจ ‘เชียงใหม่ที่คุณไม่เคยเห็น’ ภาพเก่าและความทรงจำที่เชื่อมอดีตกับปัจจุบัน ซึ่งถูกส่งต่อมาถึงรุ่นลูกของพวกเขา
ที่มาที่ไปของเพจ ‘เชียงใหม่ที่คุณไม่เคยเห็น’ ภาพเก่าและความทรงจำที่เชื่อมอดีตกับปัจจุบัน ซึ่งถูกส่งต่อมาถึงรุ่นลูกของพวกเขา

ภาพนี้ผมแทบไม่เชื่อเลยว่าจะหาภาพปัจจุบันของทุกคนเจอจนครบได้ ภาพนี้เกิดขึ้นจากการที่ไปเห็นรูปในเพจอะไรสักอย่าง แต่รูปไม่ชัด ก็เลยลองเอามาแต่งดู ด้วยความที่ตอนเป็นเด็กเราโตมากับเวทีรำวง เวลามีรำวงก็จะไปยืนดู ซึ่งเดี๋ยวนี้หาแทบไม่ได้แล้ว ผมเลยลงรูปไป พอลงไปปุ๊บ ความรู้ที่เข้ามาก็คือ ทุกคนในภาพเป็นคนจากจังหวัดเชียงราย 

ถ้าจำไม่ผิดน่าจะอำเภอพาน ซึ่งทั้งอำเภอนั้นส่วนใหญ่ทำอาชีพเกี่ยวกับรำวงกันหมด ผู้หญิงเป็นสาวรำวง ผู้ชายเป็นนักดนตรี ว่ากันว่านักดนตรีมีหลักร้อย สาวรำวงหลักพัน ผมก็ตกใจว่ามีอย่างนี้ด้วยเหรอ ยุคนั้นถือเป็นยุคเฟื่องฟูของนักดนตรีทางภาคเหนือ เพราะสมัยก่อนเขาจะแกะเพลงเล่นกันจริงจัง แล้วเป็นเพลงที่ทันสมัยมาก เป็นเพลงฝรั่ง เพราะสมัยนั้นยังไม่มีแกรมมี่ ไม่มีอาร์เอส ชาวบ้าน ชาวสวน เขาฟังเพลงฝรั่งกัน เวลาวัยรุ่นไปเต้นบนเวทีเขาจะเต้นเพลงฝรั่งกันนะ ทันสมัยมาก ตอนนั้นยังไม่มีพี่เบิร์ดเลย เพลงลูกกรุงเขาก็ไม่เต้นกันหรอกบนเวทีรำวง ต้องเป็นเพลงฝรั่งมันๆ ไปเลย หลายคณะไปทัวร์ไกลถึงภาคใต้เลยนะ นี่คือข้อมูลที่แต่ละคนที่เคยทำอาชีพนี้มาเล่าให้ฟังจากโพสต์

ตอนที่ผมลงรูปวันแรกก็มีคนโพสต์ภาพปัจจุบันของคนในภาพคนหนึ่ง วันต่อมามีมาอีกคน จนกระทั่งครบทุกคน ไม่น่าเชื่อเลย ผมก็เลยทำเป็นซีรีส์ภาพเกี่ยวกับสาวรำวงเลยว่ามีวงอะไรบ้างในอดีต

3 แห่นางนพมาศ

ที่มาที่ไปของเพจ ‘เชียงใหม่ที่คุณไม่เคยเห็น’ ภาพเก่าและความทรงจำที่เชื่อมอดีตกับปัจจุบัน ซึ่งถูกส่งต่อมาถึงรุ่นลูกของพวกเขา
ที่มาที่ไปของเพจ ‘เชียงใหม่ที่คุณไม่เคยเห็น’ ภาพเก่าและความทรงจำที่เชื่อมอดีตกับปัจจุบัน ซึ่งถูกส่งต่อมาถึงรุ่นลูกของพวกเขา

รูปนี้คือรูปวันสงกรานต์ เป็นการแห่นางนพมาศ ผมโพสต์ตอนวันสงกรานต์ ซึ่งส่วนใหญ่คนที่จะนั่งบนเสลี่ยงได้มักจะเป็นคนที่มีเชื้อเจ้า ในภาพนี้คือเจ้าของหลวงพระบาง ซึ่งต่อมาก็มีคนส่งภาพคุณแม่ของเขา ซึ่งเป็นนางนพมาศที่อยู่ในภาพมาให้ดู เลยทำให้ผมรู้ว่าเพจของผมไม่ได้มีแค่คนเชียงใหม่หรือคนไทยที่ติดตาม

4 หญิงสาวชาวเมี่ยน

ที่มาที่ไปของเพจ ‘เชียงใหม่ที่คุณไม่เคยเห็น’ ภาพเก่าและความทรงจำที่เชื่อมอดีตกับปัจจุบัน ซึ่งถูกส่งต่อมาถึงรุ่นลูกของพวกเขา
ที่มาที่ไปของเพจ ‘เชียงใหม่ที่คุณไม่เคยเห็น’ ภาพเก่าและความทรงจำที่เชื่อมอดีตกับปัจจุบัน ซึ่งถูกส่งต่อมาถึงรุ่นลูกของพวกเขา

ภาพนี้คือภาพของหญิงสาวชาวเมี่ยนหรือเย้าที่มีใบหน้าที่สวยมากๆ กำลังสวมชุดประจำชาติพันธุ์ของเขา มีผ้าโพกหัว นุ่งกางเกงขาก๊วย สวมเสื้อคลุมแขนยาวมีไหมพรมสีแดงเป็นพวงที่สอบเสื้อ ภาพนี้เป็นฝีมือการถ่ายของฝรั่ง ผมลงไปปุ๊บ ทุกคนก็เข้ามาชื่นชมความสวยงามของเธอกันเยอะมาก และตั้งข้อสังเกตกันว่ารูปนี้น่าจะถ่ายที่ลาว ซึ่งในภาพไม่ได้ระบุไว้ว่าถ่ายที่ไหน แล้วจู่ๆ ก็มีข้อความส่งมาหาผม บอกว่ารูปนี้เป็นแม่ของเขาเอง มีคนดึงรูปนี้จากเพจผมไปลงในกลุ่มม้งที่สหรัฐฯ แล้วเขาก็บอกว่า ยินดีที่เห็นภาพนี้ และเขาก็บอกเล่าข้อมูลของภาพนี้ให้ผมนำไปลงในเพจ และยังได้ภาพปัจจุบันของผู้หญิคนนี้มาลงคู่กันด้วย คนในภาพก็รู้สึกดีใจ คนที่ได้เห็นข้อมูลปัจจุบันต่างก็อิ่มเอมเช่นกัน

ภาพ : เชียงใหม่ที่คุณไม่เคยเห็น

Writer

อนิรุทร์ เอื้อวิทยา

นักเขียน และ ช่างภาพอิสระ ปัจจุบันชนแก้วอยู่ท่ามกลางเพื่อนฝูงที่เชียงใหม่

Photographer

A.W.Y

ช่างภาพจากเชียงใหม่ที่ชอบของโบราณ ยุค 1900 - 1990

Page Maker

คุยกับเหล่านักทำเพจน่าสนใจในโลกออนไลน์

ติดตามเพจสะใภ้ต่างชาติมาก็ตั้งเยอะ ดูคอนเทนต์คนไทยในต่างแดนมาก็ตั้งมาก 

แต่ยังไม่เคยเจอใครที่เป็นเหมือน บรีม-ศิริพร มัจฉิม เจ้าของเพจ ‘สะใภ้ไชน่า’ สักที

ไม่จำเป็นต้องขายชีวิตสวยหรูหรือความสำเร็จอันยากจะเอื้อมถึง เธอกลับเลือกขายเรื่องราวในชีวิตประจำวัน ผสมผสานความฮาแบบไร้สคริปต์ (ที่เจ้าตัวขอแย้งว่า ตัวเองเป็นคนจริงจังในชีวิต) พร้อมสอดแทรกสาระความรู้ที่คุณอาจไม่เคยรู้เกี่ยวกับประเทศจีนมาก่อน ตั้งแต่เรื่องสังคม วัฒนธรรม ยันการเมืองในแบบฉบับย่อยง่าย

ฤกษ์ดี เรามีโอกาสได้พูดคุยกับบรีม จึงอยากอาสาพาเพื่อนนักอ่านไปส่องว่าซ้อจากแดนมังกรคนนี้ ผ่านร้อนผ่านหนาวอะไรมา จนมีผู้ติดตามมากถึง 9 แสนกว่าคนใน TikTok 

นี่ยังไม่นับรวมแพลตฟอร์มอื่น ๆ

‘สะใภ้ไชน่า’ TikToker ที่มัดใจคนดูด้วยเรื่องจีน ๆ ฉบับย่อยง่าย จนมีผู้ติดตามเหยียบล้าน

จับพลัดจับผลูเรียนจีน

ย้อนกลับไปหลายสิบปีก่อน บรีมเป็นเพียงเด็กสาวชาวเหนือจากจังหวัดพิจิตรคนหนึ่ง เติบโตมาอย่างเรียบง่ายท่ามกลางความรักและความอบอุ่นของพ่อ แม่ และน้องอีก 2 คน

เมื่อก้าวเข้าสู่รั้วโรงเรียนพิจิตรพิทยาคม เธอนิยามตัวเองว่าเป็นเด็กหน้าห้อง งานแข่งขันเชิงวิชาการน้อยใหญ่จึงเป็นเหมือนของคู่กันกับตัวเธอในตอนนั้น

“เรารู้สึกว่าการเรียนคือการแข่งขันตลอดเวลา การเรียนก็เหมือนกับการเล่นเกม พอเราได้ที่หนึ่งตลอด พ่อแม่มีความสุข เราก็สนุกและมีความสุขด้วยเหมือนกัน”

ด้วยความที่บรีมเป็นเด็กเรียนดี เธอจึงได้รับคัดเลือกให้เข้าเรียนห้อง SMAT (ห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม) ต่อในชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย 

“ตอนนั้นโรงเรียนบังคับให้เลือกเรียนภาษาที่ 3 มีภาษาจีน ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส เพื่อนเราไปลงเรียนญี่ปุ่นกันหมด แล้วฝรั่งเศสคนก็ลงเต็มหมดเหมือนกัน เราเลยเรียนภาษาจีนก็ได้

“จำได้เลยว่าทั้งห้องเรามีอยู่ 3 คนที่ลงเรียนจีน คือเป็นภาษาที่ไม่ค่อยมีคนเลือก เพราะสมัยนั้นไม่ค่อยมีใครรู้อะไรเกี่ยวกับประเทศจีนหรือภาษาจีนเลย”

ทว่าเมื่อลองเรียนจริง เธอกลับพบความงดงามอย่างคาดไม่ถึง ด้วยตัวอักษรจีนเป็นตัวอักษรภาพ กอปรกับเธอชื่นชอบการวาดรูปอยู่เป็นทุนเดิม ทำให้ภาษาและวัฒนธรรมจีนแทรกซึมเข้าไปอยู่ในใจเธอได้ไม่ยากนัก

อย่างน้อย แดนมังกรก็ไม่ใช่สิ่งที่อยู่ไกลเกินตัวบรีมอีกต่อไป

‘สะใภ้ไชน่า’ TikToker ที่มัดใจคนดูด้วยเรื่องจีน ๆ ฉบับย่อยง่าย จนมีผู้ติดตามเหยียบล้าน

จากร้ายกลายเป็นรัก

ก่อนชีวิตของบรีมจะพลิกผันในช่วงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อก่อนการศึกษาต่อในชั้นอุดมศึกษา

“พ่อกับแม่เราแยกทางกัน หลังจากนั้นแม่ก็ว่างงาน จากที่เราเคยมีทุกอย่าง มีแม่บ้าน มีพี่เลี้ยง กลายเป็นว่าเราไม่มีอะไรเลย 

“จากที่ตั้งใจว่าจะเรียนเภสัช เรียนแพทย์ เราเลยไปเข้าร่วมโครงการขอทุนเรียนดีของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่แทน แล้วเลือกคณะรัฐศาสตร์ เอกการเมืองและการปกครอง เพราะตอนนั้นอินเรื่องการเมืองช่วงรัฐประหาร พ.ศ. 2549 ด้วย เป็นช่วงที่ผลัดเปลี่ยนรัฐบาลบ่อย ๆ”

ใครจะรู้ว่าการตัดสินใจเรียนที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ในครั้งนั้น ทำให้เธอได้พบกับหนุ่มชาวจีนที่มาเรียนภาษาไทยอยู่ที่เดียวกัน ก่อนความสัมพันธ์แบบคนรู้จักจะพัฒนาเป็นคนรัก

“มีหลายเหตุการณ์ให้เราได้เจอกันบ่อย ๆ เรารับบทเป็นล่ามให้เขา อย่างเวลาเขาจะไปเที่ยวก็มาชวนว่า ไปด้วยกันไหม เราก็ติดสอยห้อยตามไปเที่ยวกับเพื่อนด้วย”

เมื่อความรักสุขงอม จึงได้เวลาของการแต่งงานและลงหลักปักฐานอยู่ที่เมืองจีน

ณ ดินแดนมังกรแห่งนี้เอง ที่เพจสะใภ้ไชน่าถือกำเนิดขึ้นอย่างเป็นทางการ

‘สะใภ้ไชน่า’ TikToker ที่มัดใจคนดูด้วยเรื่องจีน ๆ ฉบับย่อยง่าย จนมีผู้ติดตามเหยียบล้าน

สะใภ้ไชน่า

“ตอนนั้นเรามาบ้านสามีครั้งแรก แล้วอยู่ยาวเดือนหนึ่งโดยที่ไม่ได้ทำงาน เลยคิดว่าจะต้องเหงามากแน่ ๆ เพราะปกติเป็นคนพูดเก่ง เพื่อนก็เยอะ”

ซ้อจีนหน้าใหม่จึงเริ่มเปิดเพจ Facebook สะใภ้ไชน่าตั้งแต่ช่วง พ.ศ. 2560 – 2561 เป็นต้นมา

แล้วชื่อสะใภ้ไชน่าได้มายังไง – เราโยนคำถาม

“เราไลฟ์คุยกับลูกเพจแล้วช่วยกันตั้ง ตอนนั้นยังไม่มีสะใภ้อะไรเลย ไม่มีสะใภ้จีน สะใภ้เกาหลี เราเลยตั้งเป็นชื่อสะใภ้ แล้วต่อด้วยไชน่า ให้มันคล้องจองกันด้วย” 

คอนเทนต์ในช่วงแรกเริ่มของเพจเน้นไปที่การนำเสนอไลฟ์สไตล์ ให้ลูกเพจได้เห็นมุมมองการใช้ชีวิตของเธอในฐานะคนไทยที่อาศัยอยู่ในต่างแดน

‘สะใภ้ไชน่า’ TikToker ที่มัดใจคนดูด้วยเรื่องจีน ๆ ฉบับย่อยง่าย จนมีผู้ติดตามเหยียบล้าน

สำหรับบรีมแล้ว ‘เพจ’ จึงเป็นเหมือน ‘บันทึกความทรงจำและเรื่องราวในชีวิตประจำวัน’ 

ถึงแม้ในตอนนั้นยอดผู้ติดตามจะอยู่ที่ประมาณ 500 – 600 คน แต่เธอก็ไม่เคยย่อท้อ เพราะถือคติว่า ถ้าทำอะไรแล้วเธอจะทำมันให้ออกมาดีที่สุด

ก่อนที่ระยะหลังเธอเริ่มหันความสนใจมาที่การแชร์ รวมถึงนำข่าวคราวความเคลื่อนไหวในจีน ทั้งเรื่องสังคมและการเมือง มาแปลให้แฟน ๆ ได้ติดตามกัน

จนมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อเพจสะใภ้ไชน่ากลายเป็นสนามถกเถียงอันดุเดือดระหว่างลูกเพจด้วยกันเอง แทนที่จะเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความเห็นอย่างสร้างสรรค์อย่างที่เธอตั้งใจไว้

“เรื่องมันเกิดจากที่เราไปแปลข่าวซึ่งเป็นประเด็นร้อนแรงในจีน คือ ตอนนั้นจีนบริจาคหน้ากากอนามัยให้ไทย ช่วงที่เราขาดแคลนหน้ากาก แต่ในขณะเดียวกันไทยก็มีข่าวว่าส่งออกหน้ากากอนามัยให้อเมริกา 

“ทีนี้เลยเกิดความเข้าใจผิดขึ้น เพราะดันเป็นช่วงไทม์ไลน์ที่ต่อเนื่องกันพอดี เราก็แปลคอนเมนต์ชาวเน็ตจีนว่าเขาคิดยังไง มีคนมาคอมเมนต์ว่า อย่างนี้ไม่น่าช่วยแล้ว ครั้งหน้าฉันจะไม่ไปประเทศไทยแล้ว”

ซึ่งเจตนาที่แท้จริงของบรีม คือการเป็นสื่อกลางส่งต่อข่าวที่เป็นประโยชน์กับคนอื่นให้เข้าใจเกี่ยวกับประเทศจีนมากขึ้นเท่านั้นเอง

ทว่าจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เธอตัดสินใจห่างหายจากการทำเพจไประยะหนึ่ง เพราะรู้สึกเหมือนตนส่งต่อพลังงานลบให้แก่ลูกเพจโดยไม่ได้ตั้งใจ

Nihao Naohi

1 ปีให้หลัง บรีมตัดสินใจกลับมาเดินหน้าทำเพจอีกครั้ง และขยับขยายพื้นที่คอนเทนต์ไปยัง YouTube เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์และเป็นช่องทางในการทำรายได้เสริม แต่ยังคงความเป็นบันทึกเรื่องราวชีวิตของเธอในประเทศจีนไว้ดังเดิม

ก่อนจะเปลี่ยนมาอัปเดตคอนเทนต์ถี่ขึ้นใน TikTok อย่างที่เราเห็นทุกวันนี้แทน 

“พอเรามีลูก สมาธิมันสั้น โฟกัสอะไรนาน ๆ ไม่ได้ ตอนคลอดลูกก็หายไปอีก 2 – 3 เดือน เราเป็นซึมเศร้าหลังคลอดด้วย ทีนี้เลยลองมาเล่น TikTok แล้วลงคลิปไป 15 วินาที 1 นาทีบ้าง”

ด้วยข้อจำกัดของเวลาว่างที่ลดน้อยลง จากการที่เธอสวมหมวกเจ้าของธุรกิจบราปีกนกอีกใบหนึ่ง การตัดสินใจในครั้งนี้นับว่าถูกทีเดียว

‘สะใภ้ไชน่า’ TikToker ที่มัดใจคนดูด้วยเรื่องจีน ๆ ฉบับย่อยง่าย จนมีผู้ติดตามเหยียบล้าน
‘สะใภ้ไชน่า’ TikToker ที่มัดใจคนดูด้วยเรื่องจีน ๆ ฉบับย่อยง่าย จนมีผู้ติดตามเหยียบล้าน

การกลับมาครั้งนี้ของบรีม ยังมาพร้อมกับคอนเทนต์ย่อยง่ายแนวไลฟ์สไตล์คล้ายกับตอนเธอเริ่มทำเพจในช่วงแรก เพราะเธอตระหนักได้ถึงเรื่อง Hate Speech และคิดว่าอยากทำคอนเทนต์ที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมมากขึ้น

“เราอยากแชร์เรื่องราวในแบบเบาสมอง ให้คนเข้าใจวัฒนธรรม เข้าใจคนจีน โดยที่เราไม่ได้อ้างทฤษฎีเหมือนตอนทำเรื่องการเมือง เพราะพอเรารู้ มันมีคนรู้ลึกกว่านั้นอีก รีเสิร์ชหนักมาก แล้วเราก็ปวดหัวกับสิ่งพวกนี้ เลยไม่อยากเจาะลึกอะไรแล้ว 

“เพราะบางคนเขาเลิกงานมา เขาไม่ได้อยากรู้อะไรลึก ๆ เขาแค่ต้องการความสบายใจ ต้องการอะไรที่มันสนุกสนานบ้าง”

‘สะใภ้ไชน่า’ TikToker ที่มัดใจคนดูด้วยเรื่องจีน ๆ ฉบับย่อยง่าย จนมีผู้ติดตามเหยียบล้าน

เราอดสงสัยไม่ได้ว่า คอนเทนต์ไหนกันที่ทำให้คนหันมาสนใจสะใภ้ไชน่ามากขึ้น

“คลิปแรกที่ถ่ายแฟนเรา ตอนนั้นเขาเดินไปซื้อขนมปังให้ เราก็เลยถ่ายนางเดิน แล้วเป็นช่วงเพลง I JUST WANNA PEN FAN YOU DAI BOR ? กำลังแมส เราก็ใส่เพลงนั้นไป พร้อมกับข้อความว่า ‘ข้อดีของการมีแฟนคนจีนมีอะไรบ้าง’ ก็ไล่เป็นข้อ ๆ หนึ่ง มีความรับผิดชอบสูง สอง มีความเป็นผู้นำ สาม ขยันทำงาน วางแผนการเงินดี สี่ สายเปย์ ห้า ผิวดีมาก 

“คนก็เออใช่ จริงด้วย อยากมีแฟนเป็นคนจีน” บรีมหัวเราะ

“แล้วมีคนถามว่ามีข้อเสียไหม เราก็ทำอีกคลิปหนึ่งเป็นข้อเสียของการมีแฟนคนจีน”

‘สะใภ้ไชน่า’ TikToker ที่มัดใจคนดูด้วยเรื่องจีน ๆ ฉบับย่อยง่าย จนมีผู้ติดตามเหยียบล้าน

หลังจากลงคลิปนั้น คอนเทนต์น้อยใหญ่ต่างทยอยเกิดขึ้นมากมายในช่องของบรีม เปิดโอกาสให้ทุกคนได้มาสำรวจแดนมังกรไปด้วยกัน 

ในขณะเดียวกัน การอาศัยอยู่ในต่างประเทศและทำคอนเทนต์เปิดโลกของสะใภ้ไชน่าคนนี้ อย่างเรื่องความแตกต่างทางวัฒนธรรม ที่ทำให้เธอต้องปรับตัวไม่มากก็น้อยทีเดียว เช่น ภาษาท้องถิ่นที่เธอไม่คุ้นชินนัก ทำให้ต้องใช้ภาษาท่าเข้าช่วยในระยะแรก อาหารจีนที่รสชาติไม่ได้จัดจ้านเท่าไทย หรือแม้แต่การบริการของพนักงานจีนที่แทบจะไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้ามากนัก เพราะมีเทคโนโลยีสะดวกครบครัน ตั้งแต่ QR Code สแกนเมนูยันหุ่นยนต์เสิร์ฟอาหาร

ความธรรมดาแสนพิเศษ

หากถามว่าเสน่ห์ความเป็นสะใภ้ไชน่าคืออะไร บรีมตอบเราสั้น ๆ แค่ว่า – ไม่มี

“เราไม่คิดว่าเพจเรามีจุดเด่นอะไรเลย เราเป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่ง ไม่ใช่คนเก่งหรือโดดเด่นอะไร นี่คือความธรรมดาที่ทุกคนก็เป็นบรีมได้เหมือนกัน อย่างน้อยเป้าหมายในการทำคลิปของเรามี 2 เรื่อง คือ ถ้าคุณไม่ได้ความบันเทิง คุณก็จะได้เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยกลับไป

“คนที่ติดตามเรา เขาจะชอบพูดว่าคุณบรีมเก่งจัง ไม่เหมือนสะใภ้คนอื่นเลย แต่บางคนปลูกผักอย่างสวย ทำอาหารอย่างเก่ง ซึ่งเราไม่มีคุณสมบัติอะไรแบบนั้น”

‘สะใภ้ไชน่า’ TikToker ที่มัดใจคนดูด้วยเรื่องจีน ๆ ฉบับย่อยง่าย จนมีผู้ติดตามเหยียบล้าน
สะใภ้ไชน่า : บันทึกความธรรมดาแสนพิเศษของสะใภ้จีน ผู้อยากเรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ พร้อมส่งต่อเกร็ดความรู้ให้กับผู้ชม

จุดขายของสะใภ้ไชน่าจึงไม่ใช่คอนเทนต์ที่โดดเด่นพิเศษกว่าใคร หรือโชว์เรื่องราวความสำเร็จในชีวิต แต่เป็นความตลกธรรมชาติของบรีม รวมถึงความอบอุ่นเป็นกันเองเหมือนเพื่อนที่มาตั้งวงสนทนาพาทีกัน

ถ้ายังไม่เห็นภาพ เราขอเสิร์ฟตัวอย่างคอนเทนต์ที่เธอทำไว้เป็นน้ำจิ้มให้นักอ่านได้ลิ้มลอง

1. อาหาร ใครติดภาพจำว่าอาหารจีนต้องเผ็ดกินแล้วลิ้นชา เหมือนทานหม่าล่า คลิปนี้บรีมมาไขความลับให้ได้รู้กันว่า อาหารจีนไม่ได้เผ็ดไปทั้งหมด อย่างมณฑลเจ้อเจียงที่เธออาศัยอยู่นั้น อาหารเรียกได้ว่าจืดกว่าที่เธอคิดไว้มาก ขนาดปลานึ่งยังใส่เพียงขิงเท่านั้นเอง

สะใภ้ไชน่า : บันทึกความธรรมดาแสนพิเศษของสะใภ้จีน ผู้อยากเรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ พร้อมส่งต่อเกร็ดความรู้ให้กับผู้ชม

อาหารท้องถิ่นเจ้อเจียง ประเทศจีน

2. สถานที่ท่องเที่ยว บรีมอาสาพาทัวร์พระราชวังต้องห้ามจำลอง สอดแทรกเกร็ดความรู้ที่ทำเอาเราถึงกับตกใจ เมื่อได้รู้ว่านางสนมสมัยก่อน หากไม่เป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้ จะถูกพาไปทำแท้ง บางทีถึงขั้นใช้วิธีการขูดมดลูกเลยทีเดียว

สะใภ้ไชน่า : บันทึกความธรรมดาแสนพิเศษของสะใภ้จีน ผู้อยากเรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ พร้อมส่งต่อเกร็ดความรู้ให้กับผู้ชม

พระราชวังจีนที่คนไม่ค่อยได้เห็น

3. มุมมองเรื่องความหลากหลายทางเพศ แม้ว่าประเด็น LGBTQ+ เริ่มเปิดกว้างมากขึ้นในเมืองใหญ่ ๆ ของจีน เช่น เซินเจิ้น เซี่ยงไฮ้ โดยเฉพาะในสายตาคนรุ่นใหม่ แต่ในแถบชนบทยังปิดกั้นอยู่พอสมควร แม้แต่ในภาษายังมีการใช้คำว่า 人妖 (เหรินเยา) แปลว่า ปีศาจที่เป็นคน เพื่อเรียกคนกลุ่มนี้โดยเฉพาะ รวมถึงรัฐบาลก็ยังไม่สนับสนุนผู้ชายหน้าหวานแต่งกายแบบหญิง

อย่างไรก็ดี บรีมเข้าใจว่าสาเหตุอาจเกิดจากความที่จีนเป็นสังคมใหญ่และมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 5,000 ปี แต่คิดว่าอีกไม่นานน่าจะผ่อนคลายเรื่องกฎพวกนี้ เพราะในปัจจุบันก็เริ่มมีการสร้างห้องน้ำ Unisex ตามปั๊มและจุดพักรถต่าง ๆ แล้ว

สะใภ้ไชน่า : บันทึกความธรรมดาแสนพิเศษของสะใภ้จีน ผู้อยากเรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ พร้อมส่งต่อเกร็ดความรู้ให้กับผู้ชม

คนจีนคิดยังไงกับ LGBT

4. นโยบายลูก 3 คน บรีมชวนเราขบคิดถึงนโยบายลูกคนเดียวของจีน ที่ปัจจุบันได้ปรับเปลี่ยนเป็นนโยบายลูก 3 คน เนื่องจากสมัยนี้คนไม่นิยมการมีบุตร ทำให้อัตราการเกิดลดลงมาก ด้วยความที่จีนเป็นสังคมคอมมิวนิสต์ ทุกคนจึงมี Mindset ที่ว่าต้องทำเพื่อส่วนรวม ให้มีแรงงานมาพัฒนาประเทศชาติต่อไป

สะใภ้ไชน่า : บันทึกความธรรมดาแสนพิเศษของสะใภ้จีน ผู้อยากเรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ พร้อมส่งต่อเกร็ดความรู้ให้กับผู้ชม

ประเทศจีนมีลูกได้สามคนแล้ว

จับมือไว้แล้วไปด้วยกัน

จากการทำเพจสะใภ้ไชน่าในวันแรกจนถึงวันนี้ ความสุขของบรีมยังคงเป็นการได้ไล่อ่านคอมเมนต์ลูกเพจที่เธอเรียกว่า ‘เพื่อน’ ส่งเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย

“พอทำเพจ มันไม่เหมือนกับว่าเรายืนอยู่บนสปอตไลต์แล้วมีคนมองมา ไม่ได้รู้สึกแบบนั้น ถ้าจะเป็นแบบนั้นคงต้องเป็นเพจที่มีความรักชู หรือมีชีวิตธรรมดาที่ไม่เหมือนคนอื่น 

“แต่เหมือนเรากำลังยืนอยู่ในพื้นที่ที่มีเพื่อน ๆ ยืนอยู่ด้วยกันเต็มไปหมด แล้วเม้ามอยเรื่องเดียวกันได้ ไม่ว่าคุณจะทำอาชีพอะไร” บรีมย้ำ

สะใภ้ไชน่า : บันทึกความธรรมดาแสนพิเศษของสะใภ้จีน ผู้อยากเรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ พร้อมส่งต่อเกร็ดความรู้ให้กับผู้ชม

ด้วยความที่อยากสร้างรอยยิ้มและมวลความสนุกในแต่ละวัน นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมสะใภ้ไชน่าถึงมักอัปโหลดคลิปใหม่ ๆ ในช่วงเย็นวันธรรมดาหลังคนเลิกเรียนหรือเลิกงาน และช่วงสายของวันเสาร์-อาทิตย์ ซึ่งเป็นเวลาที่คนส่วนใหญ่เริ่มทยอยลุกจากเตียง

ไม่เพียงแต่ความสุขที่บรีมได้รับจากคอมมูนิตี้ที่เธอและลูกเพจร่วมกันสร้างขึ้น เธอยังได้รู้จักตัวตนของตัวเอง และเข้าใจคนอื่นมากขึ้นด้วย

“เราได้รู้ว่าเราไม่ได้ชอบที่จะเสพพลังงานลบตลอดเวลา ที่สำคัญคือ เรารู้จักรับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเองและสังคมมากขึ้น”

หากกล่าวถึงทิศทางในอนาคตของเพจ บรีมยังคงจะทำคอนเทนต์ในแนวที่ทำอยู่ให้ดีต่อไป เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและเติมพลังชีวิตให้กับใครต่อใคร

“เราอยากให้เขารู้สึกว่าต้องไม่ยอมแพ้ ไม่ว่าจะเจอปัญหาอะไรในชีวิต เราว่าต้องมีทางออก แล้วถ้าพื้นที่ตรงนั้นมันไม่ใช่ของเรา เราก็แค่เดินไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะเจอสิ่งที่ใช่

“แล้วตอนนี้เราเพิ่งกลับมาไทยในรอบ 3 ปี ในอนาคตก็อยากจะทำเป็น Vlog พาไปตระเวนชิมอาหารตามที่ต่าง ๆ เพราะเรามีแพลนไปตะลอนเที่ยวประเทศไทยด้วย”

สะใภ้ไชน่าทิ้งท้ายพร้อมรอยยิ้ม “ขอบคุณลูกเพจทุกคนที่อยู่เป็นเพื่อนกันมาตลอด”

สะใภ้ไชน่า : บันทึกความธรรมดาแสนพิเศษของสะใภ้จีน ผู้อยากเรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ พร้อมส่งต่อเกร็ดความรู้ให้กับผู้ชม
ภาพ : สะใภ้ไชน่า Sapai China

ช่องทางการติดตาม

Facebook : สะใภ้ไชน่า Sapai China

YouTube : สะใภ้ไชน่า Sapai China

TikTok : สะใภ้ไชน่า-ซ้อบรีม (@sapaichina)

Writer

กชพรรณ ก่อสุวรรณวงศ์

เด็กนิเทศแดนกิมจิ เอ็นดูแมวทุกตัวบนโลก ชื่นชอบการอ่านนิยายในวันฝนพรำ และหลงรักเทศกาลคริสต์มาสเป็นพิเศษ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load