เมื่อนึกถึงวัฒนธรรมการดื่มชา หลายคนมักจะนึกถึงชาอังกฤษเป็นลำดับแรก ๆ ในห้วงความคิด และคงคุ้นเคยกับสำนวนของชาวอังกฤษที่ว่า ‘Let’s put the kettle on’ แปลว่า เรามาตั้งกาต้มน้ำกันเถอะ เพื่อเตรียมชงชาสำหรับต้อนรับแขกในบ้าน วัฒนธรรมการต้อนรับขับสู้ (Hospitality) หรือสร้างความคุ้นเคย (Breaking the ice) ด้วยน้ำชาในลักษณะคล้าย ๆ กันนี้ ยังพบได้ในอีกฟากหนึ่งของดินแดนสองทวีปอย่าง ‘ตุรกี’ ด้วยเช่นกัน 

เมื่อได้ยินชาวตุรกีเอ่ยคำว่า Hoşgeldiniz (อ่านว่า ฮอช-เกล-ดิ-นิซ) แปลว่า ยินดีต้อนรับ เรามักจะเห็นรอยยิ้มที่ตามมาด้วยประโยค Çay ister misiniz? (อ่านว่า ชัย-อิสเตร์-มึซึนึส) แปลว่า รับชาสักแก้วไหมคะ? 

เรียนรู้วัฒนธรรมการดื่มชาของตุรกี เครื่องดื่มอัธยาศัยดีที่ทำให้ทุกชนชั้นเท่าเทียม
Tea house บนเทือกเขาสูงแห่งทะเลสาบ Uzungol จังหวัด Trabzon ประเทศตุรกี

Çay ในภาษาตุรกี แปลว่า ชา (ออกเสียงว่า ‘ชัย’ ละม้ายคล้ายกับคำว่า ชา ในภาษาไทย) มีรากศัพท์มาจากภาษาจีนว่า ‘chá’ หากเปรียบเทียบกับประวัติศาสตร์ของชาในอารยธรรมเก่าแก่ เช่น จักรพรรดิเซินหนงหยานในตำนานจีนโบราณและวัฒนธรรมการดื่มชาของราชวงศ์อังกฤษ (สมเด็จพระราชินี Catherine of Braganza แห่งโปรตุเกส ได้อภิเษกสมรสกับสมเด็จพระราชา Charles ที่ 2 แห่งราชวงศ์อังกฤษ และได้ริเริ่มวัฒนธรรมการดื่มชาในหมู่ชนชั้นสูงของอังกฤษใน ค.ศ. 1662) วัฒนธรรมการดื่มชาของชาวตุรกียังถือว่าอ่อนเยาว์นัก บางคนเชื่อว่าชาวตุรกีค้าขายและดื่มชามาตั้งแต่ 400 ปีก่อนคริสตกาล ในศตวรรษที่ 15 อาณาจักรออตโตมัน (Ottoman Empire) ก็เป็นทางผ่านของเส้นทางสายไหม (Silk Route) จากจีนไปยังยุโรป ชาเป็นหนึ่งในสินค้าที่มีการลำเลียงผ่านเส้นทางการค้านี้ด้วย อย่างไรก็ดี กาแฟยังคงได้รับความนิยมมากกว่าในสมัยนั้น ในขณะที่ชาเป็นที่นิยมสำหรับใช้เป็นเครื่องหอมเสียมากกว่าที่จะเป็นเครื่องดื่ม 

เรียนรู้วัฒนธรรมการดื่มชาของตุรกี เครื่องดื่มอัธยาศัยดีที่ทำให้ทุกชนชั้นเท่าเทียม
ภาพวาดของร้านกาแฟสมัยออตโตมัน

วัฒนธรรมการดื่มชาเริ่มเป็นที่แพร่หลายในตุรกีในศตวรรษที่ 19 โดยสุลต่าน Abdülhamid II เป็นผู้ที่ชื่นชอบดื่มชาเป็นชีวิตจิตใจ และได้นำเข้าเมล็ดชามาจากญี่ปุ่นและทดลองปลูกในจังหวัด Bursa แต่ไม่งอกงามเท่าที่ควร เพราะสภาพทางภูมิศาสตร์ไม่เอื้ออำนวย จึงต้องนำเข้าชามาจากเมือง Batumi ประเทศจอร์เจีย โดยคนงานในแถบชายแดนตุรกีกับจอร์เจียเป็นคนนำเข้าชาที่ส่งผ่านมาทางรัสเซีย แผนการปลูกชาของสุลต่านในตอนปลายสมัยออตโตมันต้องชะงักไป เพราะอาณาจักรออตโตมันต้องเผชิญกับสงครามโลกครั้งที่ 1

เรียนรู้วัฒนธรรมการดื่มชาของตุรกี เครื่องดื่มอัธยาศัยดีที่ทำให้ทุกชนชั้นเท่าเทียม
ภาพวาดสีน้ำมันของสุลต่าน Abdülhamid II ในพระราชวัง Tokapi
เรียนรู้วัฒนธรรมการดื่มชาของตุรกี เครื่องดื่มอัธยาศัยดีที่ทำให้ทุกชนชั้นเท่าเทียม
Mustafa Kemal Atatürk ผู้สถาปนาสาธารณรัฐตุรกีและรัฐบุรุษที่ชาวตุรกีเคารพเทิดทูน

ต่อมาภายหลังการก่อตั้งสาธารณรัฐตุรกี อตาเติร์ก (รัฐบุรุษและผู้ก่อตั้งสาธารณรัฐตุรกี) ตระหนักถึงอิทธิพลของชาที่มีต่อสังคมตุรกี กอปรกับราคาชาที่นำเข้ามายังตุรกีเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ จึงสั่งการให้กระทรวงเกษตรสำรวจสถานที่เหมาะสมแก่การปลูกชาในตุรกี รัฐสภาตุรกีได้ผ่านร่างกฎหมายใน ค.ศ. 1924 อนุญาตให้ปลูกชาทางฝั่งตะวันออกของทะเลดำ โดยเฉพาะในจังหวัด Rize ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น ‘Tea Capital of Turkey’ (บ้านเกิดของนาย Recep Tayyip Erdoğan ประธานาธิบดีตุรกีคนปัจจุบัน) เพราะมีภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสูง อากาศชื้น ฝนตกชุก เหมาะแก่การปลูกชา โดยมีพื้นที่ปลูกชาประมาณ 767 ล้านตารางเมตร โรงงานผลิตชาแห่งแรกก็ถือกำเนิดขึ้นในเมืองหลวงแห่งชานี้เช่นกันใน ค.ศ. 1947 ส่งผลให้ชากลายเป็นสินค้าหลักของสาธารณรัฐตุรกีในเวลาต่อมา 

เรียนรู้วัฒนธรรมการดื่มชาของตุรกี เครื่องดื่มอัธยาศัยดีที่ทำให้ทุกชนชั้นเท่าเทียม
ประธานาธิบดี Recep Tayyip Erdoğan
เรียนรู้วัฒนธรรมการดื่มชาของตุรกี เครื่องดื่มอัธยาศัยดีที่ทำให้ทุกชนชั้นเท่าเทียม
ไร่ชาทางตอนเหนือของจังหวัด Rize

ว่ากันว่าชาวตุรกีดื่มชามากเป็นอันดับที่ 2 รองจากน้ำเปล่า ผลสำรวจของ International Tea Committee พบว่า ชาวตุรกีดื่มชาคนละ 3 – 5 แก้วต่อวัน หรือคนละ 1,300 แก้วต่อปี กล่าวได้ว่าวัฒนธรรมการดื่มชาของชาวตุรกีเป็นวัฒนธรรมร่วมของทุกชนชั้น เป็นสินค้าที่เข้าถึงง่ายและมีความเป็นหนึ่งเดียวกัน (Homogeneous) ตั้งแต่ชาวนาจนถึงชนชั้นนักธุรกิจ นักการเมืองและข้าราชการล้วนแล้วแต่ดื่มชา โดยแทบทุกบ้าน สำนักงาน ร้านค้า ร้านอาหารน้อยใหญ่ในตุรกี ต่างมีกาต้มชาและชาเอาไว้เสิร์ฟต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง สำหรับชาวตุรกีแล้วจะไม่มีคำว่า ‘ชาไม่พอเสิร์ฟ’ เพราะเป็นธรรมเนียมที่เจ้าบ้านจะคะยั้นคะยอให้แขกดื่มชา และจะต้องเตรียมชาไว้ให้เพียงพอที่จะเสิร์ฟให้แขกได้ไม่อั้น จนกว่าแขกจะนำช้อนชาวางไว้บนปากแก้ว ซึ่งเป็นอันรู้กันว่าเป็นการปฏิเสธโดยสุภาพ

วัฒนธรรมการดื่มชาในตุรกีถือกำเนิดขึ้นพร้อม ๆ กับการก่อตั้งสาธารณรัฐตุรกี 

Çay เป็นสัญลักษณ์ที่สะท้อนสังคมที่เสมอภาค (Egalitarian) และมีความเป็นประชาธิปไตย ชาเป็นรหัสทางวัฒนธรรมที่คนทุกชนชั้นและหมู่เหล่าปลดล็อกเพื่อสังสรรค์และดื่มด่ำได้อย่างเท่าเทียมกัน เป็นเรื่องน่าสนใจที่จุดกำเนิด
ของวัฒนธรรมการดื่มชาของตุรกี แตกต่างไปจากประวัติศาสตร์กระแสหลักของชาที่มีความเชื่อมโยงกับประเพณีนิยมในราชสำนัก เช่น จีนหรืออังกฤษ อาจมีความเป็นไปได้ว่า สังคมตุรกีได้รับอิทธิพลจากอิสลามที่ส่งเสริมความสมัครสมานสามัคคีและมีน้ำหนึ่งใจเดียวกันในหมู่พี่น้องชาวมุสลิมด้วยก็เป็นได้ ชาจึงเป็นตัวเชื่อมความสัมพันธ์อันกลมเกลียวนั้นไว้ อย่างไรก็ดี ชาวตุรกีก็ใจกว้างพอที่จะแบ่งปันน้ำชาของเขาให้กับคนต่างถิ่นต่างศาสนาได้ร่วมลิ้มลองอย่างไม่หวงแหน

ชาที่ชาวตุรกีดื่มส่วนใหญ่เป็นชาดำ มีกลิ่นและรสชาติที่แตกต่างไปตามพื้นที่ มีการสืบทอดวิธีการผลิตใบชามาจากจีน และวิธีการชงชามาจากรัสเซีย โดยใช้กาต้มชาสองชั้น ชื่อว่า Çaydanlık (ชัย-ดาน-ลึก) คล้ายกับ กาซาโมวาร์ (Samovar) ของรัสเซีย กาด้านล่างมีไว้ใส่น้ำร้อน ส่วนกาด้านบนมีไว้ใส่น้ำชา กาต้มชามีทั้งแบบดั้งเดิมที่เป็นสังกะสี/อะลูมิเนียมตั้งบนเตาถ่านและกาไฟฟ้า สำหรับขั้นตอนการเสิร์ฟชา ต้องเทน้ำร้อนและน้ำชาจากกาทั้งสองใบผสมกันในแก้วชาในสัดส่วนที่พอเหมาะ เพื่อไม่ให้ชามีรสชาติฝาดขมหรือเจือจางเกินไป โดยปรับสัดส่วนได้ตามความชอบ

ชาวตุรกีส่วนใหญ่ชอบดื่มชาใส่น้ำตาล 1 – 2 ก้อน เพื่อลดความฝาดและช่วยดึงรสชาติ ‘อูมามิ’ ที่กลมกล่อมและสกัดกลิ่นหอมของใบชาออกมาอย่างลงตัว ก่อนดื่มชาหรือมื้ออาหาร ชาวตุรกี มักจะเอ่ยคำพูดให้แก่กันว่า Afiyet olsun! (อ่านว่า อะ-เฟียต-โอล-ซุน) แปลว่า ขอให้เจริญอาหาร เหมือนกับคำว่า Bon Appetit! ในภาษาฝรั่งเศส นั่นเอง

เรียนรู้วัฒนธรรมการดื่มชาของตุรกี เครื่องดื่มอัธยาศัยดีที่ทำให้ทุกชนชั้นเท่าเทียม
กาซาโมวาร์ (Samovar) ของรัสเซีย
เรียนรู้วัฒนธรรมการดื่มชาของตุรกี เครื่องดื่มอัธยาศัยดีที่ทำให้ทุกชนชั้นเท่าเทียม
Çaydanlık ที่ทําจากอะลูมิเนียมตั้งบนเตาถ่าน

นอกจากรูปร่างหน้าตาที่เป็นเอกลักษณ์ของกาต้มชา แก้วชาของตุรกีก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเช่นกัน แก้วใสรูปทรงดอกทิวลิปขนาดกะทัดรัด ไม่ทราบต้นกำเนิดที่แน่ชัด แต่เป็นที่เข้าใจกันว่า อิทธิพลของดอกทิวลิปมีมาตั้งแต่สมัยออตโตมัน ซึ่งเริ่มมีการเพาะปลูกไร่ดอกทิวลิปในตุรกี แก้วใสรูปทรงนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้ที่ดื่มชาสัมผัสกับสีสันมะฮอกกานีของน้ำชาผ่านถ้วยแก้ว นอกจากสีสันที่สวยงามแล้ว สีของน้ำชาที่มองเห็นผ่านถ้วยแก้วยังมีไว้สำหรับกะเกณฑ์ความอ่อนเข้มของชา ที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ชาที่มีความเข้มมากจะมีสีเหมือน ‘เลือดกระต่าย’ นอกจากนี้ รูปทรงของแก้วชายังเป็นที่รับรู้กันในหมู่ชาวตุรกีว่า เหมือนกับเอวที่คอดบางของสาว ๆ หรือ inci belli (อ่านว่า อิน-จี้-เบลลี่) ในภาษาตุรกี

ที่มาที่ไปของประโยค Çay ister misiniz? (รับชาสักแก้วไหมคะ?) กับวัฒนธรรมการดื่มชาของตุรกี ตั้งแต่เริ่มต้นจนจิบ
ร้านอาหารอิหร่านแห่งหนึ่งในกรุงอังการา เสิร์ฟ Çay คู่กับน้ำตาลเชื่อมแซฟรอน ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักของอาหารอาหรับ
ที่มาที่ไปของประโยค Çay ister misiniz? (รับชาสักแก้วไหมคะ?) กับวัฒนธรรมการดื่มชาของตุรกี ตั้งแต่เริ่มต้นจนจิบ
ชาใบไทม์ (Zahter) ที่นิยมเสิร์ฟในจังหวัด Gaziantep อันเลื่องชื่อในนามเมืองหลวงแห่งอาหารตุรกี

Çay ทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมความสัมพันธ์ (Social Facilitator)ในสังคมตุรกีอย่างดีเยี่ยม การดื่มชาเป็นองค์ประกอบที่ไม่อาจแบ่งแยกได้จากวิถีชีวิตของชาวตุรกี เริ่มตั้งแต่มื้ออาหารเช้า การพบปะสังสรรค์ในครอบครัว เพื่อนฝูง การทำความรู้จักคุ้นเคยกับเพื่อนใหม่ การประชุม และการพูดคุยธุรกิจ ซึ่งมักจะเริ่มขึ้นภายหลังจากการดื่มชา เรื่องราวของชาพบได้ในเนื้อเพลงพื้นบ้าน เรื่องสั้น นิทาน และนิยายภาษาตุรกี มีสำนวนภาษาตุรกีว่า ‘Çaysız sohbet aysız gökyüzü gibidir.’ แปลว่า บทสนทนาที่ปราศจากชา เปรียบเสมือนค่ำคืนที่ไร้ดวงจันทร์ 

ที่มาที่ไปของประโยค Çay ister misiniz? (รับชาสักแก้วไหมคะ?) กับวัฒนธรรมการดื่มชาของตุรกี ตั้งแต่เริ่มต้นจนจิบ
ตั้งกาต้มชาปิกนิกในวันฟ้าใสที่ Kazilcahamam ชาญเมืองอังการา อันเลื่องชื่อเรื่อง Thermal Spa National Park เนื้อวัวและเนื้อแกะแสนอร่อย
ที่มาที่ไปของประโยค Çay ister misiniz? (รับชาสักแก้วไหมคะ?) กับวัฒนธรรมการดื่มชาของตุรกี ตั้งแต่เริ่มต้นจนจิบ
วงน้ำชาของชายท้องถิ่นชาวตุรกีในยามบ่าย ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่งในเมือง Cappadocia

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ในช่วงต้น ค.ศ. 2020 กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวของตุรกี ได้ยื่นขอจดทะเบียนต่อ
องค์กรยูเนสโก (UNESCO) ให้วัฒนธรรมการดื่มชาเป็นอัตลักษณ์ วัฒนธรรมการต้อนรับขับสู้ และสัญลักษณ์
ของการมีปฏิสัมพันธ์ในสังคมตุรกี ให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ (Intangible Cultural Heritage) เพิ่มเติมจาก Turkish Coffee ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนไปแล้วเมื่อ ค.ศ. 2013 

ที่มาที่ไปของประโยค Çay ister misiniz? (รับชาสักแก้วไหมคะ?) กับวัฒนธรรมการดื่มชาของตุรกี ตั้งแต่เริ่มต้นจนจิบ
คาเฟ่สไตล์ Exotic มีกาต้มชาและเตาถ่านอยู่กลางร้าน ในฟาร์ม Cubuk ชาญเมืองอังการา

นักท่องเที่ยวที่เคยเดินทางไปนครอิสตันบูลคงจะคุ้นเคยกับบรรยากาศที่เหล่าบรรดาพ่อค้าพรมเปล่งเสียงทักทาย และเชื้อเชิญให้เข้าไปดื่มชาในร้าน ก่อนจะนำพรมมานำเสนอเรียงรายบนพื้น หนึ่งในเมนูที่เสิร์ฟบนเรือเฟอร์รี่ที่ให้บริการล่องเรือเยี่ยมชมทัศนียภาพของนครอิสตันบูลในช่องแคบบอสฟอรัส ก็หนีไม่พ้นชาแก้วร้อนที่พนักงานเสิร์ฟจัดวางใส่ถาดเดินขายให้กับนักท่องเที่ยวบนเรือ เพื่อดื่มด่ำไปกับบรรยากาศของกรุงเก่าสองอารยธรรมไบแซนไทน์ (Byzantine) และออตโตมันแห่งนี้ 

ที่มาที่ไปของประโยค Çay ister misiniz? (รับชาสักแก้วไหมคะ?) กับวัฒนธรรมการดื่มชาของตุรกี ตั้งแต่เริ่มต้นจนจิบ
Balik Ekmek Boats (เรือเสิร์ฟปลา) ในยามโพล้เพล้ที่ท่าเรือ Eminonu 

เปิดให้บริการเรือเฟอร์รีล่องชมวิวทิวทัศน์บนช่องแคบบอสฟอรัส นครอิสตันบูล

ใครจะรู้ว่า Çay เครื่องดื่มง่าย ๆ อัธยาศัยดี ที่ไม่มีความสลับซับซ้อนนี้ จะแฝงไว้ด้วยวัฒนธรรมอันเข้มข้นของชาวตุรกีได้อย่างลึกซึ้งเกินกว่าจะมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

แหล่งข้อมูล

Alhas, Ali Murat (2020) Turkey applies to add 4 cultural values to UNESCO list [accessed 28 February 2022] https://www.aa.com.tr/en/culture/turkey-applies-to-add-4-cultural-values-to-unesco-list/1790937

Afyoncu, Erhan (2018) Tea: Turkey’s favorite beverage came to Anatolia just 140 years ago [accessed 28 February 2022] https://www.dailysabah.com/feature/2018/05/03/tea-turkeys-favorite-beverage-came-to-anatolia-just-140-years-ago 

  Duman, Mustafa (2006) A Short History of Tea [accessed 28 February 2022] http://www.
Turkish-cuisine.org/drinks-6/non-alcoholic-drinks-93/tea-107.html

  Hann, C.M. (1990) Tea and the domestication of the Turkish state, Eothen Press: UK.

  Krishna, Priya (2017) Everything You Really Should Know About Cay, or Turkish Tea [accessed 28 February 2022] https://www.foodandwine.com/tea/everything-you-really-should-know-about-cay-or-turkish-tea

  Ministry of Economy of the Republic of Turkey (2018) Black Tea [accessed 28 February 2022]https://trade.gov.tr/data/5b8fd55613b8761f041fee87/566f5c6418d38d51f198f8cbd1fe1ea1.
pdf

  Turkish Tea [accessed 28 February 2022] https://turkishfoodie.com/turkish-tea/

  Turkish Tea, and Offer You Can’t Refuse [accessed 28 February 2022] https://theistanbulinsider.
com/turkish-tea-an-offer-you-cant-refuse/  Turkey breaks own record in tea consumption amid pandemic [accessed 28 February 2022]https://www.
hurriyetdailynews.com/turkey-breaks-own-record-in-tea-consumption-amid-pandemic-169751

Writer & Photographer

ณัฏฐมน ปั่นโพชา

นักสะสมความรู้ / ผู้ชื่นชอบการเดินทางและหลงเสน่ห์ของการพลัดถิ่น / เชื่อในความเหมือนที่แตกต่างของมนุษย์ / คลั่งไคล้ในอิริยาบถของแมว / ใช้ชีวิตตามวลี “to know the causes of things” / เฝ้ารอการออกเดินทางครั้งใหม่บนเส้นทางแห่งความฝัน

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

ในชั่วโมงนี้ หันไปทางไหนก็คงจะไม่มีใครไม่เคยเต้นรับบท TikTok Creator หรือร้องเพลงฮิตใน TikTok Challenge ที่สุดแสนจะติดหูไปทั้งวัน

แต่แพลตฟอร์มนี้ไม่ได้มีเพียงแค่คอนเทนต์เอ็นเตอร์เทนเมนต์ แพลตฟอร์มวิดีโอสั้นนี้ยังโดดเด่นด้านการศึกษาที่เติบโตขึ้นมาเกือบ 400 เปอร์เซ็นต์ ภายใน 1 ปี หรือจริง ๆ สามารถพูดได้ว่า คอนเทนต์การศึกษาบนแพลตฟอร์มนี้ คือ ‘การเรียนรู้คู่ความสนุก’ แบบที่เราไม่รู้สึกว่ากำลังเรียนอยู่

เป็นโอกาสดีครบรอบ 2 ปีของ #TikTokUni ที่เราจะมาพูดคุยกับ กานจิ-สิริประภา วีระไชยสิงห์ Campaign and Content Operations Lead จาก TikTok แบบหมดเปลือก ว่าด้วยเรื่องการเรียนรู้บน TikTok ที่เสพง่าย แปลกใหม่ และน่าจับตาว่าวัฒนธรรมการเรียนรู้สมัยใหม่นี้จะมาเปลี่ยนแปลงวงการการศึกษาหรือบุคคลธรรมดาได้อย่างไร

ถึงแม้บทความนี้จะเล่าเรื่องราวทั้งหมดไม่จบในวิดีโอสั้นเหมือนบนแพลตฟอร์ม แต่หลังจากจบบทความนี้ เวลาบน TikTok ของคุณจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

TikTok เติบโต

TikTok เริ่มเข้ามาในประเทศไทยช่วงปี 2018 ด้วยลักษณะเนื้อหาที่กระชับและเป็นวิดีโอสั้น จึงดึงดูดความสนใจได้อยู่หมัด แค่กดดู ก็สามารถเข้าใจเนื้อหาได้เลยทันที จึงไม่ใช่แพลตฟอร์มแค่ของคนรุ่นใดรุ่นหนึ่งอย่างเดียว แต่กำลังเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ในผู้ใช้งานทุก ๆ วัย 

“ที่ลักษณะคอนเทนต์กว้างขึ้น เพราะว่าเครื่องมือของเราง่าย ใคร ๆ ก็ทำได้ ไม่ยุ่งยาก ถ่ายเสร็จแล้วสามารถลงได้เลย กลายเป็น 1 คอนเทนต์” 

โดยเฉพาะช่วงที่ผ่านมา เราต้องอยู่บ้านเป็นส่วนใหญ่ ผู้คนต่างมองหาประสบการณ์ใหม่ ๆ การพัฒนาตนเอง แต่ไม่รู้จะไปไหน ไม่ว่าหันไปทางไหนเราจะเห็นน้อง ๆ มัธยมเต้นกันอย่างสนุกสนาน เหมือนกับที่คุณลุงคุณป้ามาแชร์เทคนิคการปลูกต้นไม้ใหม่ ๆ ในบ้านอย่างเพลิดเพลิน

เราจะเห็นคอนเทนต์หลากหลายประเภท ตั้งแต่การร้องเล่นเต้นรำ ขายของ ละครสั้น พากย์เสียง แต่งหน้า พากิน หรือแม้กระทั่งคอนเทนต์ในเชิงการศึกษา อย่างภาษา วิทยาศาสตร์ และความรู้รอบตัว

“เวลาคนนึกถึงคอนเทนต์ใน TikTok เชิงความรู้จะนึกถึงอะไร นึกถึงสอนภาษา บทสนทนาในชีวิตประจำวัน ภาษาเกาหลีที่แปลจากซีนละคร”

ปีที่ผ่านมาคอนเทนต์เชิงการศึกษาโตขึ้น 385 เปอร์เซ็นต์ทั่วโลก เป็นตัวเลขที่บอกนัยยะได้ว่า การเรียนรู้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันผู้คนไปแล้ว

การเรียนรู้ที่สอดไส้มาแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวนี้เอง ที่ทำให้การได้ท่องไปแพลตฟอร์มนี้น่าเพลิดเพลินและกระตุ้นความสงสัยใคร่รู้ในตัวเรา

เมื่อเทียบกับปี 2021 แล้ว ผู้คนใช้เวลาบนแพลตฟอร์มมากขึ้นถึง 71 เปอร์เซ็นต์ คิดเป็น 52 นาทีต่อคนต่อวัน ระบบนิเวศของ TikTok กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด และมีแนวโน้มการเติบโตของคอนเทนต์เชิงการศึกษา 3 ส่วน

ส่วนแรก ความกระชับ (Conciseness) หากผู้ใช้อยากเรียนรู้เรื่องเศษส่วน ก็ดูคอนเทนต์เรื่องเศษส่วนเลย หรือว่ามีปัญหาภาษาอังกฤษ สั่ง Starbucks ยังไง ต้องเข้าเรื่องการสั่งเป็นภาษาอังกฤษเลย นี่คือความกระชับของคอนเทนต์ที่หาที่ไหนไม่ได้มาก่อน

ส่วนที่สอง ความสร้างสรรค์ (Creativity) คือความสร้างสรรค์ในการถ่ายทอด และความครีเอทีฟของคนที่อยู่ในแพลตฟอร์มที่ทำให้เราทึ่ง พร้อมทั้งเครื่องมือตัดต่อที่ทุกคนใช้งานได้ง่าย ๆ ซึ่งมีส่วนช่วยทำให้การเล่าเรื่องไม่ธรรมดาอีกต่อไปด้วย Effects, Stickers หรือการ Duet และ Stitch ที่ทำให้ทุกคนมีส่วนร่วมกับบทเรียนนั้น ๆ ได้เพิ่มขึ้นไปอีก

ส่วนสุดท้าย ความบันเทิง (Entertainment) ทุก ๆ คอนเทนต์ ไม่ว่าจะ Foodtainment หรือ Shoppertainment ต่างมีความเป็น ‘-tainment’ อยู่ในนั้น เพราะการเรียนรู้อยู่คู่ความสนุกได้จริง ๆ ซึ่งเป็นจุดเด่นและดีเอ็นเอสำคัญของคอนเทนต์เชิงความรู้บนแพลตฟอร์มนี้

TikTok Culture

เราอยู่ในยุคสมัยที่เทรนด์ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคการแต่งหน้า แต่งตัว เพลงฮิต หรือการกินราเม็ง ล้วนมีจุดเริ่มต้นมาจาก TikTok ก่อเกิดเป็นวัฒนธรรมที่ไม่ได้มาจากชาติใดชาติหนึ่ง แต่เป็น ‘วัฒนธรรม TikTok’

วัฒนธรรมที่ทุกคนสามารถเป็นตัวเอง จุดประกายความคิด และนำความสุขสนุกมาให้กับคนอื่น ๆ ซึ่งสิ่งนี้เป็นภาพสะท้อนมาจากภายในองค์กรโดยตรง

บทสนทนาแรกทุกเช้าในออฟฟิศของ TikTok อาจจะไม่ใช่ ‘กินข้าวมาหรือยัง’ แต่เป็น ‘เล่นไวรัลอันนี้หรือยัง’

“สิ่งสำคัญคือ เราก็อยากพัฒนาให้ผู้ใช้มีประสบการณ์ที่ดีที่สุด เพราะฉะนั้นเราจึงต้องเอาตัวเองเข้าไปเป็นผู้ใช้คนหนึ่ง เวลาเจอกัน เราจะเห็นทีมงานถ่ายไวรัลเหมือนกันกับทุกคนนี่แหละค่ะ” กานจิหัวเราะ

เธอเล่าต่อว่า กว่าจะออกมาเป็น 1 แคมเปญต้องประกอบด้วย Creativity, Entertainment และ Innovation กลายเป็นสิ่งใหม่ ๆ ที่คาดไม่ถึง และสร้างผลกระทบเชิงบวกกับผู้ใช้หรือคนในสังคม ซึ่งสิ่งนี้เป็น Vision และ Mission ของคนที่นี่

เมื่อสิ่งเหล่านี้สะท้อนออกมาเป็นวัฒนธรรมเชิงบวก เราจึงได้เห็นคอนเทนต์เชิงการศึกษาที่ไม่ได้มีเพียงคุณครูมาสอน แต่ทุก ๆ คนมาเล่าเรื่องผ่านประสบการณ์ และเป็นตัวเองได้โดยไม่มีใครมาตัดสิน เพราะใจความสำคัญคือการส่งต่อสิ่งที่เป็นประโยชน์ให้กับคอมมูนิตี้ และเมื่อส่งต่อไปเรื่อย ๆ ก็กลายเป็นการสร้าง Know-how บางอย่างให้คนอื่นโดยไม่รู้ตัว

“มี TikTok Creator เป็นคุณน้ากวาดถนนของ กทม. เขาจะบอกวันนี้เขากวาดพื้นที่ตรงนี้ เล่าอย่างแฮปปี้ในสิ่งที่เขาทำงาน เช่น ‘ทุกคน รู้ไหมว่าตัวการที่ทำให้ขยะตันคืออะไร’ หรือ ‘ป้าอยู่หน้างานเจอเหตุการณ์แบบนี้’

“กลายเป็นว่าเราเจออะไรแบบนี้จากคนที่รู้จริง คนที่มีประสบการณ์แล้วมาเล่าต่อ ซึ่งเป็นเรื่องที่เราก็ไม่เคยรู้มาก่อนเหมือนกัน”

หรือแม้แต่การ ‘สวัสดีวันจันทร์’ ในยุคนี้ ก็ถูกเปลี่ยนไปในรูปแบบของการส่งวิดีโอดูแลสุขภาพ แชร์วิดีโอนักกายภาพบำบัด แทนคำทักทายในรูปดอกไม้เป็นความห่วงใยให้คนที่เรารักไม่ปวดคอ บ่า ไหล่

ยินดีต้อนรับทุกคนสู่ TikTok Culture ณ บัดนี้

เรียนรู้คู่ TikTok

เมื่อการเรียนรู้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในห้องเรียน แต่รวมถึงการเลื่อนหน้าจอดูวิดีโอสั้น การ ‘เรียนรู้คู่ความสนุก’ จึงเป็นคอนเซ็ปต์ที่ทีมปรินต์แปะไว้เตือนใจข้างฝาบ้าน

นิยามของการเรียนรู้สำหรับพวกเขา คือการได้นำเสนอประสบการณ์ใหม่ ๆ และการบอกต่อ ส่งต่อข้อมูล ทั้งที่เป็นข้อมูลข่าวสารและข้อมูลความรู้ ให้กับผู้คนโดยที่เขาไม่เคยได้รับรู้เรื่องราวนั้นมาก่อน

รวมไปถึงการสร้างนิสัยหรือทักษะใหม่ ๆ ให้ทุก ๆ คนนำไปต่อยอดในชีวิตประจำวันได้ 

“บางคนเข้ามาเรียนรู้แบบอยู่ดี ๆ รู้เรื่องนี้ได้ยังไงนะ อันนี้คือทางอ้อม หรือบางคนตั้งใจเข้ามาค้นหาการเรียนเรื่องนี้ หาคำตอบ

 “เดี๋ยวนี้คนใช้ TikTok ค้นหา How-to ในอัตราที่เพิ่มขึ้นเยอะมาก เช่น ล็อกประตูยังไงให้ปลอดภัย เพราะคนอาจจะเคยเห็นในฟีดว่า วิธีป้องกันโจรเวลาไปพักที่ต่างจังหวัดมักจะเป็นแบบนี้ เป็นต้น”

ซึ่งการจะไปสู่ภาพการเรียนรู้เปิดกว้างที่วาดเอาไว้ จะต้องพัฒนาแพลตฟอร์มให้ยืดหยุ่นและเอื้อต่อหลากหลายรูปแบบการเรียน

เรียนต่อไม่สะดุด – หลาย ๆ คนอาจจะคุ้นเคยกับวิดีโอขนาดสั้น แต่ตอนนี้โพสต์วิดีโอได้ยาวถึง 10 นาที เพื่อรองรับแนวโน้มของคอนเทนต์ที่เติบโตมากขึ้น เช่น How-to และ Tutorial เพราะในทุก ๆ รูปแบบของคอนเทนต์ล้วนมีความเหมาะสมในเรื่องของความยาวและรูปแบบแตกต่างกัน

เป็นมิตรต่อการเรียนรู้ – เนื่องจากเป็นแพลตฟอร์มที่ทุกเพศทุกวัยเข้ามาใช้ จึงมีทีม Content Moderator คอยดูแลตรวจสอบ ใช้ Algorithm คัดกรองคอนเทนต์ที่ไม่เหมาะสมในด่านแรก และมีหน่วย Human Review เป็นด่านที่สองเพิ่มความรัดกุมในการคัดกรอง

การเรียนรู้ไม่มีขีดจำกัด – ด้วยพื้นฐานการเป็นแพลตฟอร์มที่ขับเคลื่อนโดยคอมมูนิตี้ เหล่า Creator จึงเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้ผู้คนได้มาเจอคอนเทนต์ที่ตัวเองกำลังมองหา ต้องการเรียนรู้ หรือหากไม่ได้ต้องการเรียนรู้ ก็จะได้คำตอบอะไรบางอย่างกลับไป แม้แต่โฆษณาบนแพลตฟอร์มเองก็มาในรูปแบบคอนเทนต์เชิงการศึกษา อย่างข้อคิดจากหนัง หรือ วิธีการถ่ายภาพเจ๋ง ๆ จากกล้องโทรศัพท์

พื้นที่ปลอดภัยสำหรับการเรียนรู้ – การเรียนรู้ที่ดีเกิดจากการที่ทุกคนรู้สึกปลอดภัย

“Mission ของ TikTok คืออยากให้พื้นที่นี้เป็น Trusted Entertainment Platform เป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับทุกคนที่จะสามารถสร้างแรงบันดาลใจและความสุข

“ถ้าเขาเกิดรู้สึกไม่ปลอดภัย รู้สึกไม่สบายใจที่จะแชร์ ก็จะไม่เกิดความคิดสร้างสรรค์เลย ทั้ง ๆ ที่เป็นดีเอ็นเอและพื้นฐานสำคัญของแพลตฟอร์มเรา”

ทีมจึงต้องร่วมกันสร้างพื้นที่ที่ลดระดับความรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นคอมเมนต์หรือคอนเทนต์ที่ไม่เหมาะสม ควบคู่ไปกับการขยาย Creator Ecosystem และสร้าง Digital Literacy ให้กับทั้งแพลตฟอร์มเกี่ยวกับความถูกต้องของข้อมูลหรือผลกระทบของคอนเทนต์ เพื่อเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน

#สอนให้รู้ว่า…

ตลอด 2 ปีของ #TikTokUni เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้บนแพลตฟอร์มนี้

ทุก ๆ เดือนจะมีแคมเปญต่าง ๆ กระตุ้นให้คนออกมาแชร์ความรู้ ไม่ว่าจะเป็นภาษา ความรู้รอบตัว วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และเนื้อหาที่เป็นประโยชน์อีกมากมาย ซึ่งในโอกาสครบรอบ 2 ปีนี้ TikTok มาในธีม #สอนให้รู้ว่า

“ไม่ใช่แค่ TikTokUni สอนให้รู้ว่าอะไร แต่เราต้องการให้แรงบันดาลใจว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบตัวมีอะไรให้เรียนรู้อีกเยอะ” หรืออีกนัยหนึ่งก็เปรียบเหมือนการตั้งโจทย์ให้เราลองถามตัวเอง แล้วมองไปรอบ ๆ ตัวว่า สิ่งต่าง ๆ หรือเรื่องราวเหล่านี้ส่งผลกระทบกับเรายังไงบ้าง

ตัวอย่างเรื่องใกล้ตัวอย่างการบริการประชาชนของภาครัฐ อย่างที่กระทรวงต่างประเทศจัดทำวิดีโอสอนทำพาสปอร์ตที่มาบุญครองภายใน 10 นาที หรือการประชาสัมพันธ์พาสปอร์ต 10 ปี คอนเทนต์นี้คว้ายอดวิวสูงถึง 5 ล้านวิว โดยไม่ต้องพึ่งบูสต์หรือยิง Ads ใด ๆ 

“อันนี้เป็นจุดที่ถูกทาง เหมือน Right tool, Right content ที่คนมองหา แล้วเป็นเรื่องที่เราช่วยให้ข้อมูลหรือความรู้เขาในรูปแบบใหม่ ทำให้เห็นว่ายังมีอีกหลากหลายวิธีในการบริการข้อมูลให้กับประชาชน” 

นอกจากนี้ TikTok ร่วมมือกับหลายภาคส่วน ทั้งพิพิธภัณฑ์ ภาคการศึกษา และหน่วยงานรัฐเพื่อสร้างปรากฏการณ์การเรียนรู้ใหม่ ๆ ในการทลายข้อจำกัดการเรียนรู้รูปแบบเดิม ๆ TikTok ทำงานร่วมกันกับมิวเซียม 3 แห่งในไทย คือ ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ มิวเซียมสยาม และ TK Park

“ในฝั่งของแหล่งการเรียนรู้ข้างต้น เขาอาจจะมีข้อจำกัดในการพัฒนา Innovation ทำยังไงให้มีความตื่นตาตื่นใจ สามารถชักชวนคนรุ่นใหม่เข้ามา Join ได้บ้าง ก็ตรงกับสิ่งที่เราทำพอดี”

เมื่อโจทย์ที่มีมาลงตัวกับรูปแบบคอนเทนต์ที่ทั้งกระชับ สร้างสรรค์ และสนุกโดนใจวัยรุ่น จึงเกิดเป็นการร่วมงานกับ Top Creator มากกว่า 20 – 30 คน มาร่วมเล่าเรื่องแบบใหม่ในมิวเซียม เหมือนมีเพื่อนมาเล่าให้ฟังระหว่างเดินชมพิพิธภัณฑ์ แม้สิ่งนี้อาจเคยเกิดขึ้นแล้วในพิพิธภัณฑ์ระดับโลกอย่าง Lourve หรือ The Met แต่ก็เป็นก้าวแรกของมิวเซียมในไทยที่จะสร้างภาพการเรียนรู้ใหม่ ๆ และออกจากกรอบที่เคยมี

หรือแคมเปญสนุก ๆ ที่ร่วมมือกับ TK Park เปิดตำราวิชาแนะให้แนว ชวนเหล่าวัยรุ่นมาค้นหาคำถามที่ใช่กับตัวเอง เพื่อหาเส้นทางอาชีพในอนาคต ผ่าน #TikTokแนะแนว ตอบคำถามโดยรุ่นพี่หลากสายอาชีพด้วยเครื่องมือของ TikTok ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะอย่าง Q&A Feature ชวนทุกคนมาร่วมแชร์ประสบการณ์ให้น้อง ๆ ผ่านวิดีโอ

และเพื่อเริ่มเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษาไทย ก็ยังจับมือกับ InsKru และ กสศ. ในกิจกรรมเวิร์กชอปให้คุณครูกว่า 400 คน จากทุกจังหวัดทั่วประเทศ โดยให้ครูกลุ่มนี้เป็นเหมือน Teacher Changemaker ในการนำเสนอวิธีการสอนแบบใหม่ ๆ และจุดประกายกลุ่มครูด้วยกัน ขยายผลไปสู่โรงเรียนในทุก ๆ ตำบล ทุก ๆ จังหวัด

“เราพยายามอย่างเต็มที่ในการร่วมมือกับหลาย ๆ ภาคส่วน เพื่อช่วยให้ระบบการศึกษาค่อย ๆ เปลี่ยนแปลง อาจไม่ใช่ทั้งโครงสร้าง แต่อย่างน้อยในคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แล้วสร้างผลกระทบทางอ้อมให้แผ่ออกไปเป็นวงกว้าง ให้สิ่งที่เราทำไปได้ไกลมากขึ้น”

Lifelong Learning สำหรับทุกคน

#TikTokUni ทำให้ทิศทางการเรียนรู้บนแพลตฟอร์มนี้แตกย่อยได้มากขึ้น ทั้งแนวนอนและแนวตั้ง ทั้งยังสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้แบบใหม่ ๆ ให้กับผู้คน

“เราจะพยายามถามตัวเองอยู่เสมอว่า นอกจากเรียนรู้คู่ความสนุกแล้ว เราสร้างอิมแพ็คให้การศึกษาไทยยังไงบ้าง”

ถึงจะผ่านมาแค่ 2 ปี แต่ผลกระทบของโครงการนี้ก็เริ่มออกดอกออกผลในวงการการศึกษาไทย แม้อาจยังไม่ใช่ระดับโครงสร้างหรือนโยบาย แต่คนหน้างานอย่างคุณครูและนักเรียนกำลังได้เรียนรู้และเก็บเกี่ยวจากแพลตฟอร์ม คุณครูได้เกร็ดความรู้ในการสอน การเข้าถึงเด็กรุ่นใหม่ จากการแบ่งปันประสบการณ์ในคอมมูนิตี้ของครูทั่วโลก นักเรียนเองก็ได้เห็นช่องทางในการพัฒนาตน โยงไปถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนการสอนในห้อง เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตของพวกเขาในอนาคต

ในระยะยาว โจทย์สำคัญในการขยายการเรียนรู้จึงไม่ใช่แค่เพียงเพิ่มจำนวนผู้ใช้ แต่รวมไปถึงการทำให้คอนเทนต์ขยายแผ่กิ่งก้านสาขา เพื่อนิสิตนักศึกษา บัณฑิตที่จบมาแล้ว คนทำงาน พ่อแม่ และคนทุก ๆ วัย เกิดเป็น Lifelong Learning บนแพลตฟอร์มอย่างแท้จริง

“สุดท้ายแล้ว เรามองว่าจุดหนึ่งที่เติมเต็มการทำงานของเราคือ เวลาที่มีคนคนหนึ่งมาบอกว่า ‘พี่ หนูได้งานจากการพัฒนาตัวเอง การเรียนภาษาผ่าน TikTok และ การทำ Resume’

“หรืออีกคนบอกว่า เขาสามารถดูแลตัวเองได้ในช่วงที่เขาติดโควิด-19 ผ่านการดูคอนเทนต์ของคุณหมอคนหนึ่งบนแพลตฟอร์มของเรา”

การได้สร้างอิมแพ็คในเชิงการใช้ชีวิตของผู้คนให้ดียิ่งขึ้น ทำให้ผู้คนได้พัฒนาตัวเองในแบบที่ดีขึ้นในทุก ๆ ด้าน หรือการได้เป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันที่จะมาร่วมผลักดันและเปลี่ยนแปลงวงการการศึกษาไทยให้ก้าวไปข้างหน้า เป็นสิ่งที่ทีมงานภูมิใจและมุ่งผลักดันให้ TikTok เป็นอีกหนึ่ง Tools สำหรับการเรียนรู้และสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้เชิงบวก เพื่อให้ TikTok เป็นแพลตฟอร์มที่ส่งเสริม Lifelong Learning ให้กับทุกคนอย่างแท้จริง

Writer

ธฤดี อุดมธนะไพบูลย์

นักคิดเต็มเวลา นักเขียนบางเวลา รักวิทยาศาสตร์ ภาษา ศิลปะ และการได้นั่งคุยกับผู้คนในวันฝนตก

Photographer

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load