18 สิงหาคม 2561
5,951

นี่คือการนั่งเครื่องบินแบบเช่าเหมาลำครั้งแรกของผม

เครื่องบินของสายการบินมะฮอกกานีแบบ 40 ที่นั่ง มีขนาดใกล้เคียงรถบัส รอบตัวผมคือผู้ประกอบธุรกิจท่องเที่ยวและสื่อมวลชนสายท่องเที่ยวจากทั่วโลก พวกเรามาร่วมงาน Zatex หรือ Zambia Travel Expo ที่เมืองลูซากา ประเทศแซมเบีย แต่ก่อนจะได้ฟังสัมมนาและเดินดูบูทขององค์กรที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวทุกแขนงในแซมเบีย ผู้จัดงานพาพวกเราพวกเราบินไปยังแหล่งท่องเที่ยวที่ดีที่สุดในประเทศ นั่นคือเหตุผลที่ผมนั่งอยู่ในเครื่องบินลำนี้

ผมไม่แน่ใจว่า สายการบินอื่น สนามบินอื่น หรือประเทศอื่น มีระบบจัดการตั๋วสำหรับเครื่องบินเช่าเหมาลำยังไง แต่ที่นี่เจ้าหน้าที่หยิบปากกาลูกลื่นมาเขียนชื่อของผมและรายละเอียดการเดินทางลงบนบัตรโดยสาร และสติกเกอร์ติดกระเป๋า

โคตรคราฟต์!

ซาฟารี, สวนสัตว์, Zambia Safari, ประเทศแซมเบีย

พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินก็น่ารัก เธอเดินมาทักทายและยื่นขนมถุงๆ พวกมันฝรั่งทอดให้ตลอดการเดินทาง แม้กระทั่งช่วงที่เครื่องบินก้มหน้าแลนดิ้ง ถ้าเป็นสายการบินอื่น ช่วงนี้ผู้โดยสารและลูกเรือต้องคาดเข็มขัดนิรภัยอยู่กับที่นั่ง แต่ในจังหวะที่เครื่องบินถลาเข้าหาพื้นสนามบิน เธอก็ยังเดินแจกลูกอมอย่างอารมณ์ดี ราวกับกลัวว่าพวกเราจะขาดน้ำตาลในเลือด

ซาฟารี, สวนสัตว์, Zambia Safari, ประเทศแซมเบีย

สุดท้าย ก้นของเธอก็แตะเบาะก่อนล้อแตะพื้นแค่ 10 วินาที

ที่นี่ ประเทศแซมเบีย

แซมเบียอยู่ตรงไหนในโลก

ซาฟารี, สวนสัตว์, Zambia Safari, ประเทศแซมเบีย

เห็นรถที่รอรับพวกเราหน้าสนามบินมฟูเว่ (Mfuwe Airport) แล้วรู้สึกถึงความเป็นซาฟารีทันที มันเป็นรถกระบะที่สั่งซื้อมาจากออสเตรเลีย แล้วดัดแปลงส่วนกระบะให้ยกสูงเป็นที่นั่ง เปิดโล่งรอบด้าน เหมาะกับการดูสัตว์ทุกทิศ

และรับสายฝนทุกทาง

ออกจากสนามบินมาไม่ถึง 10 นาที ฝนก็เทลงมา และสาดเข้ามารอบด้าน เปียกเหมือนซ้อนมอเตอร์ไซค์กลางสายฝน พี่คนขับชะลอรถเข้าข้างทางแล้วหยิบเสื้อกันฝนยื่นให้เราคนละตัว แล้วขับลุยฝนต่อ

เรากำลังมุ่งหน้าสู่อุทยานแห่งชาติเซาธ์ลวงวา (South Luangwa National Park)

ผมและเพื่อนร่วมทางทุกคนเพิ่งเคยมาแซมเบียเป็นครั้งแรก ยิ่งไปกว่านั้น ผมและอีกหลายคนก็ไม่รู้มาก่อนว่า แซมเบียอยู่ตรงไหนบนแผนที่โลก

หลายคนทำการบ้านมาอย่างตั้งใจ แต่พอผมรู้ว่าทริปนี้จะมีคนจัดการทุกอย่างให้ ผมเลยตั้งใจว่า จะไม่หาข้อมูลใดๆ เกี่ยวกับแซมเบียล่วงหน้า ไม่อยากรู้ว่าอยู่ตรงไหน ภูมิประเทศเป็นยังไง ผู้คนหน้าตาแบบไหน พูดภาษาอะไร ไปเจอกันที่นั่นเลยดีกว่า ข้อมูลเดียวที่ผมตั้งใจหามาจากบ้านก็คือ อุณหภูมิ แซมเบียมีอากาศเย็นสบายคล้ายเชียงใหม่

ถ้าคุณอยากรู้ว่าแซมเบียอยู่ตรงไหน ผมให้เวลาคุณโยกหน้าจอไปเสิร์ชแผนที่ดูสักครู่ แต่ถ้าอยากลุ้นไปด้วยกัน ก็กระชับเสื้อกันฝนแล้วไปต่อเลย

แหล่งท่องเที่ยวที่เป็นจุดเด่นของประเทศแซมเบียมี 2 อย่าง คือ น้ำตกวิกตอเรีย ซึ่งเราจะไปเที่ยวกันในตอนหน้า และการท่องเที่ยวซาฟารี ที่นี่ความสมบูรณ์และหลากหลายของสัตว์ป่าสูงมาก สัตว์ป่าตัวพ่อของซาฟารี 5 ชนิด หรือที่เรียกว่า Big 5 ก็มีครบถ้วน ไม่ว่าจะไปย่านไหนก็จะได้เห็นสัตว์ป่าเกือบจะครบทุกชนิด

แต่ถึงอย่างนั้น การท่องเที่ยวซาฟารีในแซมเบียก็ยังไม่เป็นที่รู้จักมากเท่าประเทศเพื่อนบ้าน

ซาฟารี, สวนสัตว์, Zambia Safari, ประเทศแซมเบีย

ช่วงที่ฝนเริ่มซา พี่คนขับรถเล่าว่า จุดเด่นของซาฟารีแบบแซมเบียที่ไม่ค่อยจะมีใครเหมือนก็คือ ซาฟารีแบบเดิน แทนที่เราจะนั่งรถไปดู ก็เปลี่ยนเป็นการเดินเรียงแถวกันไป มีไกด์พร้อมปืนยาวเดินนำหน้า นักท่องเที่ยวเดินตามอีก 5 – 6 คน ปิดท้ายด้วยทีมงานอีกคนพร้อมปืนยาว

พวกเรากระจายตัวกันพักในรีสอร์ต 3 แห่ง อยู่ห่างกันร่วมสิบกิโลเมตร Kafunta Safari Lodge ของผมไม่มีทริปซาฟารีแบบเดิน แต่อีกแห่งมี เพื่อนร่วมทริปของผมเล่าว่า ชาวคณะนั้นโหวตการเที่ยวซาฟารีแบบขึ้นรถแทนการเดิน เพราะไม่อยากแบกอุปกรณ์กล้องหนักๆ เดินไกลๆ

ฟังแล้วก็เสียดายแทน

ที่พักของผมไม่ได้อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเหมือนที่อื่น แต่อยู่ในพื้นที่กันชนรอบอุทยานฯ เป็นพื้นที่ซึ่งชาวบ้านเดินเข้ามาเก็บไม้ เก็บน้ำผึ้งได้ เช่นเดียวกับสัตว์ที่เข้ามาหากินแถวนี้ได้เช่นกัน พอเริ่มเข้าเขตพื้นที่กันชน เราก็เห็นฝูงกวางเยอะมาก คุณพี่คนขับบอกว่า พอคนไม่ล่ามันก็รู้สึกปลอดภัย เลยมาใช้ชีวิตในบริเวณนี้เยอะมาก

เขาเล่าต่อว่า ที่พักในเขตอุทยานฯ กับด้านนอกแทบไม่ต่างกัน ทั้งหมดเป็นของเอกชน ถ้าอยู่ในเขตอุทยานต้องขออนุญาตจากรัฐบาล ถ้าอยู่ข้างนอกต้องขอจากหัวหน้าชุมชน ใช้ระบบเช่า 99 ปี เหมือนกัน ขออนุญาตจากหน่วยงานไหนก็จ่ายค่าเช่าให้หน่วยงานนั้น

รีสอร์ตไม่ได้จ่ายแค่ค่าเช่าที่ แต่ต้องจ่ายเงินให้ชุมชนทุกปี และต้องช่วยสนับสนุนโครงการต่างๆ ของชุมชน เช่น โรงเรียน โรงพยาบาล หรือถนน นั่นคือสิ่งที่ชุมชนได้จากการท่องเที่ยว เรื่องจ้างงานนั้นถือเป็นเรื่องเล็กมาก

ทุ่งรับแขก

พวกเราเดินลากกระเป๋าเข้ามาที่อาคารอเนกประสงค์ตรงกลางรีสอร์ต ที่นี่ใช้เป็นทั้งที่กินข้าว บาร์ ที่นั่งเล่น และที่ทำงาน เพราะเป็นจุดเดียวที่มีสัญญาณไวไฟ

แก้ว Welcome Drink คงกำลังเสียความมั่นใจ เพราะทุกคนพร้อมใจกันเดินผ่านพวกมันไปที่ระเบียง นาทีนี้ทุกคนอยากจะใช้มือทั้งสองข้างประคองกล้องถ่ายรูปแล้วรัวชัตเตอร์ก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากัน

จากระเบียงมองออกไปจะเห็นวิวพื้นที่ชุมน้ำแบบ 180 องศา อันที่จริงมันคือแม่น้ำ แต่ก็มีสันดอนผืนใหญ่หลายผืนโผล่ขึ้นมาซึ่งชะอุ่มไปด้วยหญ้าและพืชอีกหลายพันธุ์ ตรงนี้เป็นสวรรค์ของสัตว์กินพืช จึงเป็นสวรรค์ของสัตว์กินสัตว์ และสวรรค์ของคนที่อยากเห็นสัตว์กินสัตว์กินสัตว์กินพืช เพราะพื้นที่สุดท้ายที่ติดกับรีสอร์ตเป็นน้ำซึ่งกว้างเกินกว่าสัตว์ผู้ล่าจะกระโดดข้ามมาได้

ซาฟารี, สวนสัตว์, Zambia Safari, ประเทศแซมเบีย ซาฟารี, สวนสัตว์, Zambia Safari, ประเทศแซมเบีย

ตรงหน้าพวกเรามีฝูงกวางกำลังยืนกินอาหารตามธรรมชาติ และมีนกอินทรีเกาะอยู่ที่ต้นไม้ซึ่งยืนตายซาก เป็นภาพที่ให้ความรู้สึกเหมือนผมกำลังยืนอยู่หน้าจอโทรทัศน์ขนาดยักษ์

ตัดเข้าโฆษณาสักครู่

ผู้จัดการรีสอร์ตเชิญพวกเรามารวมตัว แก้ว Welcome Drink เคลื่อนย้ายจากถาดมาแตะริมฝีปากพวกเราเรียบร้อย ผู้จัดการซึ่งเป็นชาวตะวันตกอธิบายว่า ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำคือพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติ พื้นที่ตรงนี้จึงมีสัตว์ป่าแวะเวียนมาไม่ขาด เก้งกวางนี่เห็นได้ทั้งวัน บาบูนก็อยู่กันเต็มรีสอร์ต ฮิปโปจะขึ้นมาช่วงดึก ช้างก็เคยเข้ามาบ้างช่วงที่ต้นมะม่วงป่าออกลูก เสือดาวกับสิงโตก็เป็นแขกประจำ

“คืนนี้คุณอาจจะเจอสิงโตนะ”

ผมพยายามวิเคราะห์ว่า ประโยคนี้เป็นข้อเท็จจริง เป็นมุก หรือเป็นคำขู่เพื่อให้เราปฏิบัติตามกฎ

ซาฟารี, สวนสัตว์, Zambia Safari, ประเทศแซมเบีย ซาฟารี, สวนสัตว์, Zambia Safari, ประเทศแซมเบีย

“หลังพระอาทิตย์ตกและก่อนพระอาทิตย์ขึ้น ห้ามเดินออกนอกอาคารโดยลำพัง ไม่ว่าจะไปไหนก็ตามต้องมีเจ้าหน้าที่ไปด้วยเสมอ ถ้าคุณอยากไปไหนให้ปรบมือ จะมีเจ้าหน้าที่พาคุณไป” คุณผู้จัดการพูดแบบจริงจัง

“ประตูทุกบานต้องล็อกกลอนเสมอ ไม่งั้นลิงบาบูนอาจจะเปิดเข้ามา ในห้องของคุณอาจจะมีค้างคาว ไม่ต้องกลัว มันเป็นพันธุ์กินพืช ส่วนแมงมุมก็เป็นพันธุ์ที่ไม่อันตราย ไม่ต้องตกใจ”

คำแนะนำยังไม่หมดแค่นั้น

“ถ้าตอนกลางคืนได้ยินเสียงบาบูนผิวปากหรือร้อง ไม่ต้องตกใจ มันกำลังเตือนสัตว์ด้วยกันว่าเสือดาวหรือสิงโตอยู่แถวนี้”

การออกไปวิ่งนอกรีสอร์ตในช่วงเย็นหรือเช้าเป็นสิ่งที่ผมไม่ได้รับอนุญาต ผมไม่ควรห้าวหาญทดลองทำ Running Safari

เดี๋ยวจะได้วิ่งกันป่าราบ

ซาฟารี, สวนสัตว์, Zambia Safari, ประเทศแซมเบีย

รอสัตว์กินสัตว์กินสัตว์กินพืช

ซาฟารี, สวนสัตว์, Zambia Safari, ประเทศแซมเบีย

ซาฟารี, สวนสัตว์, Zambia Safari, ประเทศแซมเบีย

อาหารเย็นมื้อนี้จัดโต๊ะแบบลองเทเบิ้ลริมน้ำ และเสิร์ฟอาหารเป็นคอร์สตามธรรมเนียมตะวันตก พวกเรานั่งกันฝั่งละ 6 คน มีไกด์ของรีสอร์ตนั่งหัวโต๊ะ รวมเป็น 13 คน

เพื่อนร่วมทริปของผมทุกคนมีนิสัยเหมือนกันคือ พวกเขารักการคุยกับเพื่อนใหม่ ทุกครั้งที่ขึ้นรถ ขึ้นเครื่องบิน หรือนั่งที่ไหนก็ตาม เขาจะเปลี่ยนตำแหน่งที่นั่งเสมอ เพื่อจะได้คุยกับเพื่อนใหม่ คุยตลอดเวลา ไม่มีใครหลับ และไม่มีใครหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเล่นฆ่าเวลา ถ้าพวกเขาไม่มีอะไรทำ เขาจะชวนคนข้างๆ คุย

จะบอกว่าพวกเขาว่างก็ไม่ใช่ เพราะหลายคนต้องเปิดคอมพิวเตอร์ขึ้นมาปั่นงานในรถหรือแม้แต่ช่วงเวลาสั้นๆ ก่อนมื้ออาหาร แต่พอส่งงานเสร็จ พวกเขาก็มองแต่หน้าเพื่อนๆ ไม่มีการก้มมองหน้าจอแต่อย่างใด

ที่ผ่านมา ผมคุ้นเคยกับลองเทเบิ้ลในฐานะของสไตล์มากกว่าแก่นแท้ของมัน เวลาเราไปกินอาหารที่จัดโต๊ะแบบยาว เราก็คุยกับเพื่อนที่ไปด้วยกันซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ อาหารมื้อนี้ไม่ได้เป็นแบบนั้น ด้วยขนาดโต๊ะที่ไม่ใหญ่จนเกินไป บทสนทนาที่เกิดขึ้นจึงเป็นของคนทั้งโต๊ะ คุยเรื่องเดียวกันด้วยกัน ไม่มีการแอบคุยกับคนข้างๆ แทรกระหว่างที่คนอื่นกำลังพูด

เรื่องราวที่เอามาแลกเปลี่ยนกันเริ่มต้นด้วยประสบการณ์การไปเที่ยวซาฟารีในประเทศอื่น แล้วขยับมาเป็นการเดินป่าบนเส้นทางสุดโหดทั้งหลาย จากนั้นก็ยกระดับมาเป็นประสบการณ์เสี่ยงตาย เช่น โดนช้างวิ่งไล่รถ เดินป่าในอเมริกาแล้วเจอหมีวิ่งเข้าหา ตั้งแคมป์แล้วเจอสัตว์ป่าระยะประชิด สักพักชื่อสัตว์ที่พูดถึงก็เริ่มแปลกขึ้นเรื่อยๆ จนผมงงว่ามันคือตัวอะไรกันบ้าง

นาทีนั้นถ้าผมจะเล่าสักเรื่องให้คนทั้งโต๊ะตื่นเต้นกว่าเรื่องที่ผ่านๆ มาได้ คงต้องเจอมังกร หรือไม่ก็ไดโนเสาร์

แต่เรื่องสิงโตที่อยู่ตรงหน้าของพวกเราก็พอจะได้อยู่

ไกด์ของรีสอร์ตเป็นชาวเบลเยียม สวมเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีกากีของ Camel ใส่กางเกงขาสั้นสีเดียวกัน ดึงถุงเท้าขึ้นมาครึ่งน่อง มีเคราบางๆ สีขาว ผิวขาวของเขาอมแดง คงจะด้วยแรงแดด คาแรกเตอร์เหมือนนักสำรวจธรรมชาติที่เราเห็นในหนังฮอลลีวูด

เขาคือคนที่เล่าเรื่องสนุกที่สุดในค่ำคืนนี้ เขาเล่าเรื่องสัตว์แถวนี้ว่าแต่ละตัวมีพฤติกรรมยังไง ฟังดูรู้จักรู้ใจเหมือนเล่าเรื่องหมาที่บ้าน เรื่องของเขาไม่มีฉากพิสดารเหมือนเรื่องของผู้ร่วมทริป แต่ก็ดึงดูดให้ทุกคนตั้งใจฟังแบบติดหนึบ

ซาฟารี, สวนสัตว์, Zambia Safari, ประเทศแซมเบีย

หลังของหวาน เขาชวนทุกคนไปยืนริมระเบียง ไฟสนามของรีสอร์ตที่ส่องลงไปที่ทุ่งหญ้าทำให้เราเห็นว่ากวางกำลังยืนกินหญ้า เห็นฮิปโปตัวเบ้อเริ่มขึ้นจากน้ำมาเดินบนทุ่ง พวกมันมากัน 5 – 6 ตัว มีลูกเล็กๆ ด้วย ไกด์บอกว่า ตอนกลางวันฮิปโปจะนอนแช่น้ำคุยกัน ช่วงกลางคืนค่อยออกมาหาอะไรกิน

ฮิปโปพวกนี้อยู่ใกล้เรามาก ระยะเดียวกับที่เราเรียกมอเตอร์ไซค์รับจ้างได้ด้วยการยกมือ

หลายคนยกมือขึ้นมากดชัตเตอร์ แต่ก็ออกมาไม่สวยนัก เพราะความสว่างตอนนี้เพียงพอแค่ตาเห็น แต่สลัวเกินกว่าเลนส์จะเพ่งไหว

ซาฟารี, สวนสัตว์, Zambia Safari, ประเทศแซมเบีย

พี่ไกด์เอาสปอตไลต์อันใหญ่มาฉายไฟไล่ไปตามจุดต่างๆ แล้วดวงไฟก็ไปหยุดที่สิงโตตัวหนึ่งซึ่งยืนอยู่ไกลๆ ทางด้านซ้าย มันกำลังย่องมาหาฝูงกวางที่อยู่ตรงกลาง

เหมือนพวกเรากำลังนั่งอยู่ในห้องรับแขกหลังมื้ออาหารแล้วเปิดดูรายการสารคดีสัตว์ป่าทางช่อง National Geographic

“กวางวิ่งเร็วกว่าสิงโต ถ้าวิ่งพร้อมกันสิงโตไล่ไม่ทันหรอก มันก็เลยต้องอ้อมไปซุ่มรอกวางเผลอแล้วกระโจนเข้าใส่” พี่ไกด์อธิบายกลยุทธ์ของสิงโต

“แต่กวางและสัตว์อื่นๆ พอเห็นสิงโตมันก็เตือนกัน ฝูงกวางเลยถอยห่างออกมาอีกสักร้อยสองร้อยเมตร ตัวที่อยู่ริมสุดก็จ้องสิงโตไว้ พอสิงโตขยับ มันก็วิ่งหนี” นี่คือกลยุทธ์ของฝั่งกวาง

พอฝูงกวางย้ายไปยืนกินหญ้าด้านขวา สิงโตก็เดินอ้อมแม่น้ำไปโผล่ทางขวา แล้วเหตุการณ์เดิมก็ฉายซ้ำ ฝูงกวางรู้ตัวมันเลยวิ่งกลับไปอยู่ตรงกลาง

“เป็นแบบนี้มาหลายคืนแล้ว” เจ้าหน้าที่บอก “มันมีลูกด้วยนะ” พูดจบเขาก็เอาไฟส่องลูกสิงโตที่ยังรอแม่ทางด้านซ้าย

“ถ้าสัปดาห์นี้มันยังล่าไม่ได้ ก็ไม่รู้ว่ามันจะรอดไหม”

“ทำไมไม่ล่าลูกฮิปโปแทน” ใครบางคนถาม

“แม่มันอยู่ ถึงแม่มันไม่อยู่ สิงโตตัวเดียวก็ล่าลูกฮิปโปไม่ได้ ต้องมีหลายตัวถึงจะช่วยกันฉีกเนื้อกินได้”

ค่ำคืนนี้เราไม่ได้ลาจากกันด้วยเรื่องเศร้า มีใครสักคนเล่าเรื่องนี้เป็นนิทานก่อนนอน

มีผู้ชาย 2 คนเข้าไปตั้งแคมป์ในป่า แล้วเจอสิงโต ทั้งคู่มองหน้ากันว่าจะทำยังไงดี ชายคนแรก หยิบรองเท้าผ้าใบขึ้นมาใส่ แล้วตั้งท่าเตรียมตัวออกวิ่ง

ชายคนที่สอง : จะบ้าเหรอ มึงคิดว่ามึงวิ่งเร็วกว่าสิงโตเหรอ

ชายคนแรก : กูไม่มีทางวิ่งเร็วกว่าสิงโตหรอก แต่กูวิ่งเร็วกว่ามึงแน่ๆ

เราต่างอยู่ในระยะปลอดภัยของกันและกัน

เช้านี้เรานัดกันตอนตี 5 ตอนที่ผมเปิดประตูห้องเดินออกมา ฟ้ายังมืดอยู่เลย

“คุณต้องปรบมือนะ” เจ้าหน้าที่คนหนึ่งรีบเดินเข้ามาหาผม แล้วส่องไฟฉายไปตามทาง เขาบอกว่า ถึงเป็นตอนเช้ามืดก็ต้องระวัง เพราะแต่ละคืนที่เขายืนยาม เขาเจอตัวนั้นตัวนี้เดินเข้ามาในรีสอร์ต ซึ่งก็เป็นข้อมูลชุดเดียวกับที่ผู้จัดการรีสอร์ตบอกเมื่อวาน

พอผมเจอเพื่อนร่วมทริปคนแรก เขารีบเล่าว่า เมื่อคืนเขาได้ยินเสียงบาบูนร้องทั้งคืน

เราอยู่ใกล้ชิดสัตว์ป่าขนาดนี้เลยเหรอ

หลังอาหารเช้า เราขึ้นรถมุ่งหน้าสู่อุทยานแห่งชาติเพื่อดูสัตว์ เวลาที่เหมาะกับการดูสัตว์คือ ตอนเช้าตรู่ และตอนกลางคืน ช่วงกลางวันร้อนๆ สัตว์จะหลบแดดอยู่ใต้พุ่มไม้ ไม่มีกิจกรรมใดๆ

ผมถามคนขับรถว่า การนั่งรถเข้าไปดูสัตว์แบบนี้ทำให้พฤติกรรมของสัตว์เปลี่ยนไปบ้างไหม เขาตอบว่า “แน่นอน มันจะชินกับพวกเรามากขึ้น แล้วก็สนใจพวกเราน้อยลงเรื่อยๆ”

เขาอธิบายต่อว่า การทำซาฟารีไม่ใช่มีรถก็ออกไปดูสัตว์ได้ แต่ต้องมีงานวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมสัตว์ป่า จะได้รู้ว่ารถของเราอยู่ใกล้สัตว์ได้แค่ไหน ตามทฤษฎีมีอยู่ 3 ระยะ ระยะแรก เป็นระยะที่สัตว์ไม่รู้สึกว่าเป็นอันตราย มันจะใช้ชีวิตของมันตามปกติ ระยะที่สอง มันจะเริ่มตื่นตัว หันมามองที่รถเรื่อยๆ และระยะที่สาม มันกำลังรู้สึกว่าเป็นอันตราย มันจะหยุดทุกอย่าง จ้องมองมาที่รถด้วยความกังวลว่าเราเป็นใคร จะทำร้ายมันไหม มันอาจจะวิ่งหนีไป หรือไม่ก็วิ่งเข้ามาทำร้ายรถด้วยความกลัว

“เพื่อความปลอดภัย เราจะไม่ข้ามเส้นไปถึงระยะที่สามเด็ดขาด” เขาว่าสัตว์แต่ละชนิดก็มีระยะไม่เท่ากัน

ซาฟารี, สวนสัตว์, Zambia Safari, ประเทศแซมเบีย

สัตว์ที่เราเจอมากที่สุดในเช้านี้คือเหล่าเก้งกวาง เหมือนได้ฝึกท่องศัพท์ภาษาอังกฤษหมวดชื่อสัตว์อีกครั้ง เพราะมีทั้ง Puku ทั้ง Impala และเพื่อนพ้องร่วมวงศ์วานอีกมากมาย พี่คนขับสอนให้เราสังเกตความแตกต่างระหว่างพันธุ์ ให้ดูเขา ดูสี ดูลายที่ก้น พอเราเห็นแล้วแยกได้ว่ามันคือตัวอะไร มันก็จะมีความหมายกับเรามากขึ้น

แล้วก็ยังเจอหมูป่า ม้าลาย ยีราฟ พี่คนขับบอกว่า ชาวบ้านที่นี่ไม่ล่ายีราฟ เพราะมีความเชื่อว่า ถ้าใครกินยีราฟ คนในครอบตัวจะตัวลายเหมือนยีราฟ

ซาฟารี, สวนสัตว์, Zambia Safari, ประเทศแซมเบีย

ซาฟารี, สวนสัตว์, Zambia Safari, ประเทศแซมเบีย ซาฟารี, สวนสัตว์, Zambia Safari, ประเทศแซมเบีย

ส่วนสิงโตก็ไม่ค่อยล่ายีราฟ เพราะถ้าเจอกันตัวๆ สิงโตอาจจะเอายีราฟไม่ลง

สิ่งที่คนทั้งรถตื่นเต้นที่สุด (ยกเว้นผม) ก็คือ ช้าง เป็นช้างป่าหลายโขลง พวกมันเดินเข้ามาใกล้เรามากด้วย

ซาฟารี, สวนสัตว์, Zambia Safari, ประเทศแซมเบีย ซาฟารี, สวนสัตว์, Zambia Safari, ประเทศแซมเบีย

เขาว่าทั่วแอฟริกามีช้างราว 4 – 5 แสนตัว อยู่ที่แซมเบียราว 15,000 ตัว แต่ละวันทั่วแอฟริกามีช้างโดนล่าวันละ 96 ตัว เพราะต้องการงา

บางทีช้างมันก็ควรจะอยู่ห่างๆ คนบ้างนะ

เที่ยงกลับมา

พอแดดเริ่มจัด สัตว์หลบไปนอนใต้พุ่มไม้ พี่คนขับก็วนรถพาเรากลับมาหลบใต้พุ่มไม้บ้าง

ซาฟารี, สวนสัตว์, Zambia Safari, ประเทศแซมเบีย

ซาฟารี, สวนสัตว์, Zambia Safari, ประเทศแซมเบีย

เที่ยงนี้พวกเรากินอาหารกันบนร้านที่เหมือนบ้านบนต้นไม้ โดยปกติเวลาผมเดินทางไปต่างประเทศ ผมไม่เคยพกซอสหรือน้ำพริกใดๆ ติดตัวไปด้วย เพราะอยากลองอาหารท้องถิ่นมากกว่า และไม่เห็นความจำเป็นใดๆ จนกระทั่งมื้อนี้

อาหารอย่างหนึ่งของมื้อนี้คือไข่เจียวที่ด้านในมีไส้เป็นพริกหยวกและผักอื่นๆ เพื่อนชาวเกาหลีใต้หยิบซอสพริกที่เอามาจากบ้านขึ้นมาราดเพิ่มความเผ็ด เขาถามผมว่า อยากได้รสเผ็ดแบบเอเชียหน่อยไหม ผมตอบรับ แล้วก็พบว่า มันเป็นความเผ็ดที่ถูกลิ้นคนไทยมาก

ผมไม่ได้ส่งซอสต่อให้ไกด์ แต่ส่งคำถามว่า ที่นี่ดูแลไม่ให้คนล่าสัตว์ยังไง

ซาฟารี, สวนสัตว์, Zambia Safari, ประเทศแซมเบีย

“ทั่วประเทศมีเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าราว 1,800 คน ซึ่งไม่พอหรอก ถ้าใช้คนลาดตระเวนยังไงก็ไม่พอ เราเลยวางแผนว่าจะใช้โดรนบินสำรวจ มันช่วยให้เราประหยัดงบประมาณได้มาก ทำงานได้พื้นที่กว้างขึ้น ถ้าเจอการล่าสัตว์ตรงไหนก็ติดต่อเจ้าหน้าที่ที่อยู่ใกล้ที่สุดให้ขับรถเข้าไป” เขาตอบ

คนที่มาช่วยภาครัฐทำสิ่งนี้ก็คือองค์กรพัฒนาเอกชน พวกเขาเอาทักษะที่จำเป็นมาช่วย ทั้งการบังคับใช้กฎหมาย ความรู้ในการดูแลสัตว์ป่า และเชื่อมต่อกับภาคเอกชนเพื่อหางบประมาณมาซื้อวิทยุสื่อสาร รถ โดรน และอุปกรณ์อื่นๆ ส่วนภาครัฐก็รับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนเงินเดิน ค่าอาหารตอนลาดตระเวน

ร่วมมือกันยังไงก็ดีกว่า

ผมเอ่ยปากขอซอสพริกจากเพื่อนเกาหลีใต้อีกรอบ

มองความมืด

หลังจากที่ปล่อยให้พวกเรานอนเอนหลังตลอดบ่าย ก็ได้เวลาขึ้นรถไปดูสัตว์รอบเย็น

สัตว์ที่เราเห็นไม่ต่างจากเมื่อเช้า แต่เยอะกว่า และรอบนี้เขาจอดรถให้เราดูนกบ่อยขึ้น โดยเฉพาะ Masho Eagle ที่แข็งแรงขนาดกินลูกลิงได้

ซาฟารี, สวนสัตว์, Zambia Safari, ประเทศแซมเบีย

ซาฟารี, สวนสัตว์, Zambia Safari, ประเทศแซมเบีย

พอพลบค่ำ เราก็เริ่มดูสัตว์ด้วยการใช้ไฟส่อง พี่คนขับบอกว่า ทุกบริษัทที่ทำทัวร์ซาฟารีกลางคืนต้องได้รับอนุญาต และแต่ละจุดจะมีรถเข้าไปพร้อมกันได้แค่ 4 คันเท่านั้น หลักสำคัญอีกข้อก็คือ ต้องส่องไฟแบบกวาดๆ ไม่ส่องแช่ไปที่ตาสัตว์

วิธีหาสัตว์ในความมืดนั้นง่ายมาก เพราะเมื่อฉายไฟเข้าไปเราจะเห็นดวงตาของมันสะท้อนแสงออกมาในความมืด ถ้าผมเป็นสัตว์แล้วไม่อยากเจอคน ก็แค่หลับแต่ แค่นี้ก็ไม่มีใครเห็นแล้ว

พี่คนขับตั้งใจว่าต้องพาเราไปดูสิงโตหรือเสือดาวให้ได้ แต่ก็ยังได้เจอแค่ไฮยีนาที่เดินมาวนรอบรถแบบไม่สะทกสะท้าน และยีราฟที่หลับด้วยการนั่งกับพื้น เจ้าหน้าที่สวนสัตว์คนหนึ่งเคยบอกผมว่า ยีราฟจะนอนท่านี้เมื่อมันรู้สึกปลอดภัยมากเท่านั้น เพราะมันลุกยาก ถ้าภัยมากว่าจะลุกได้ก็โดนล่าพอดี

ซาฟารี, สวนสัตว์, Zambia Safari, ประเทศแซมเบีย

สุดท้ายรถของเราก็ไม่เห็นสิงโต

แต่พวกเราก็ยังได้เห็นสิงโตตัวเดิมจากระเบียงรีสอร์ต แล้วเหตุการณ์ก็ยังเป็นไปแบบเดิม คือมันได้แต่เดินวนไปวนมา เพราะเพื่อนสัตว์ต่างช่วยกันส่งเสียงให้สัญญาณ

บทสนทนาระหว่างรอสิงโตล่าเหยื่อของพวกเราเป็นเรื่องการล่าสัตว์

ไกด์บอกว่า ที่นี่มีการออกใบอนุญาตให้ล่าแบบถูกกฎหมาย ล่าได้เฉพาะเก้งกวาง มีการตรวจตราอย่างเข้มงวด แต่ละปีออกใบอนุญาตให้แค่ 50 ตัว ถือเป็นการช่วยควบคุมประชากรกวางไปในตัว ล่าได้แค่ช่วงเดียวในรอบปี นอกเขตอุทยานฯ จะมีเจ้าหน้าที่รัฐขึ้นรถไปด้วย ขออนุญาตล่ากี่ตัวก็ต้องล่าตามนั้น สนนราคาค่าใบอนุญาตประมาณตัวละ 500 เหรียญสหรัฐฯ

“ชาวบ้านก็ล่าเหมือนกัน บางทีชาวบ้านในชุมชนรอบๆ ปลูกพืชได้ไม่ดี ก็ล่าพวกกวาง ควายป่า เอาเนื้อไปขายที่ตลาด ได้เงินไม่เยอะหรอก ไม่เท่าขายหนังเสือดาว หรืองาช้าง ที่มีการสั่งมาจากเอเชียตะวันออกไกล นั่นคือตลาดใหญ่ แต่คนล่าเขาได้เงินแค่ 5 – 10 เปอร์เซ็นต์ของราคาขายเท่านั้นเอง” ไกด์อธิบาย

โทษของการล่าสัตว์คือติดคุก 5 ปี ถ้าเป็นช้างก็ 10 ปี

เพื่อนร่วมทริปแชร์ว่า โทษการล่าสัตว์ป่าของบางประเทศในแอฟริกาคือติดคุก 15 ปี อีกคนเสริมว่า เคยได้ยินข่าวว่ามีคนไปล่าสัตว์ แต่สุดท้ายโดนสิงโตล่าแทนด้วย

อีกคนบอกว่า มีบางประเทศแก้ปัญหาด้วยการเปลี่ยนให้คนล่าเป็นคนดูแลป่าแทน เพราะเขามีทักษะทุกอย่างพร้อมแล้ว

“เราก็พยายามแก้ปัญหานี้ด้วยการจ้างชาวบ้าน ให้เป็นคนคอยลาดตระเวนในท้องถิ่น เราให้เงินคุณแล้ว คุณต้องไม่ฆ่าสัตว์นะ ซึ่งมันได้ผลดีเลย ในแต่ละพื้นที่จึงมีเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าซึ่งเป็นทั้งคนของภาครัฐและคนในท้องถิ่น” ไกด์แลกเปลี่ยนข้อมูลจากฝั่งแซมเบีย

ประเทศไทยเราก็มีโครงการลักษณะนี้ที่ถือว่าประสบความสำเร็จ ผมกำลังจะอ้าปากแบ่งปันกรณีตัวอย่างจากเมืองไทย แต่ก็โดนโยนคำถามข้ามโต๊ะมาหาก่อน

“เมืองไทยก็มีสัตว์ป่าเยอะ เห็นว่ายังมีเสืออยู่ที่ไทยเยอะมาก โทษของคนล่าสัตว์ป่าที่เมืองไทยรุนแรงไหม”

ผมพยายามนึกถึงข่าวคนล่าสัตว์ป่าที่เคยได้ยิน ตอนนั้นนึกออกแค่คนล่าเสือดำ

โทษของคนล่าเสือดำคืออะไรนะ ผมพยายามคิด แต่ก็ยังนึกไม่ออก

ผมเลยเล่าเรื่องนี้ให้ทุกคนฟังไปพลางๆ แต่พอถึงบทสรุปว่า โทษของคนล่าเสือคืออะไร ผมก็ยังนึกไม่ออก

ถึงตอนนี้ผมก็ยังตอบพวกเขาไม่ได้เลย

ซาฟารี, สวนสัตว์, Zambia Safari, ประเทศแซมเบีย

ถ้าคุณมีประสบการณ์เดินทางแปลกใหม่จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญส่งเรื่องราวของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’

ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เราจะมีสมุดบันทึกปกหนังเทียมเล่มสวยส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

ทรงกลด บางยี่ขัน

ตำแหน่งบรรณาธิการโดยอาชีพ เป็นนักเดินทางมือสมัครเล่น แบ่งเวลาไปสอนหนังสือโดยสมัครใจ และชอบจัดทริปให้คนสมัครไป

Travelogue

พื้นที่บรรจุประสบการณ์เดินทางทั่วมุมโลก

20 พฤศจิกายน 2564
877

ประตูเครื่องบินปิดลงที่สนามบินเดลี ประเทศอินเดีย ผู้โดยสารชุดสุดท้ายเดินขึ้นมาบนเครื่องบิน เสียงสื่อสารระหว่างพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินดังขึ้นว่า “Boarding Completed” นั่นหมายถึงจะไม่มีผู้โดยสารเดินขึ้นเครื่องบินมาเพิ่มอีกแล้ว 

ผมหน้าซีด หันไปหาเพื่อนอีก 3 คน และพบว่าทุกคนหน้าซีดพอกัน เพราะเราทุกคนต่างรู้ดีว่า การเดินทางครั้งนี้เราไม่ได้เดินทางมาแค่ 4 คน แต่กลุ่มของเราต้องมีให้ครบ 7 คนจึงจะสมบูรณ์

“เฮ้ย! มีคนตกเครื่อง” ผมอุทาน 

ผมเคยเป็นวิทยากรนำทัวร์ในประเทศอินเดียมาแล้วหลายครั้ง และรู้ว่าเหตุการณ์นี้วิกฤตมาก เพราะจุดหมายปลายทางของเราในวันนี้อยู่ที่เมืองเลห์ (Leh) บนเทือกเขาหิมาลัย สูงจากระดับน้ำทะเลไปถึง 3,500 เมตร หมอกลงปกคลุมหนาแน่น เที่ยวบินมีเฉพาะช่วงเช้าและมีจำนวนเที่ยวบินจำกัด ตั๋วใบใหม่อาจหาไม่ได้ภายในวันนี้

และที่สำคัญ เพื่อนอีก 3 คนที่มาขึ้นเครื่องบินไม่ทันนั้น เพิ่งเคยมาอินเดียเป็นครั้งแรก ใจผมรู้สึกว่าถ้ามีใครสักคนควรจะตกเครื่อง คนคนนั้นควรเป็นผมมากกว่า เพราะอย่างน้อยจากประสบการณ์ของการเดินทางในอินเดียหลายครั้ง ผมคงพอจะช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบาได้ ใครที่เคยเดินทางในประเทศอินเดีย คงจะทราบดีว่าสิ่งที่คาดหมายว่าแน่ก็อาจจะไม่แน่ เพราะสิ่งที่ไม่แน่นั้นมักจะเกิดขึ้นแน่นอน 

ผมขอให้เพื่อนของผมอีกคนหนึ่งช่วยติดต่อสื่อสารกับเพื่อนกลุ่มที่ตกเครื่องนั้นให้ซื้อตั๋วใหม่โดยเร็วที่สุด ท่ามกลางความคิดที่ปั่นป่วนอยู่ในสมองของผม ว่าจะต้องเตรียมแผนสำรองไว้อย่างไรบ้าง ในเมื่อคณะเดินทางมีคนตกเครื่องครึ่งคณะอย่างนี้

เครื่องบินกำลังจะเคลื่อนเข้าสู่รันเวย์ ทันใดนั้นก็มีข้อความส่งเข้ามาว่าตั๋วเครื่องบินใบใหม่ทั้งสามใบได้อยู่ในมือของเพื่อนแล้ว ผมถอนหายใจด้วยความโล่งอก พลางรู้สึกว่าการเป็นหัวหน้าทริปให้กลุ่มเพื่อนครั้งนี้ ดูท่าจะต้องเจอโจทย์หินเข้าให้แล้วจริง ๆ

เตรียมตัวไปเลห์

เส้นทางพิสูจน์มิตรภาพ เพื่อน 7 คนเดินทางท่องเที่ยว Leh และใช้ชีวิตบนเทือกเขาหิมาลัย

คณะเดินทางของเราทั้ง 7 คนเป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ชั้นมัธยม ระยะเวลาที่ยาวนานกว่า 10 ปีที่รู้จักกัน ทำให้เรารู้เช่นเห็นชาติกันดียิ่งกว่าอย่างอื่น วันแรกที่ผมได้รับโจทย์จากเพื่อนๆ ว่าเราจะไปเลห์-ลาดักห์กันนั้น ผมก็รับปากว่าจะจัดทริปให้ด้วยความตื่นเต้น แต่อีกใจหนึ่ง (ในฐานะที่เป็นหัวโจกจัดทริปมาหลายครั้ง) ผมก็รู้สึกว่าท้องไส้ปั่นป่วนไปหมด เพราะการเดินทางในเขตเทือกเขาสูงไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับคนที่ไม่คุ้นเคย แต่เงื่อนไขที่เพื่อน ๆ ของผมตั้งไว้นั้นก็ไม่มีอะไรมาก พวกเขาขอแค่อาหารอร่อย รสชาติไม่ประหลาด ที่พักสะดวกสบาย ควรจะมีน้ำอุ่น รถยนต์สะอาด คนขับรถยนต์ต้องสุภาพ โปรแกรมจะต้องไม่เหนื่อย และที่สำคัญก็คือราคาไม่แพง

เงื่อนไขง่าย ๆ ทั้งนั้นเลยครับ แหะ แหะ…

ผมเคยเดินทางบนเทือกเขาหิมาลัยมาแล้ว 4 ครั้ง ประสบการณ์ทั้ง 4 ครั้งสอนให้ผมรู้ว่า โจทย์ที่เพื่อนตั้งนั้นซับซ้อนยิ่งกว่าสมการ 5 ตัวแปรเสียอีก ผมรีบติดต่อกับพี่ไกด์ที่คุ้นเคย บอกเงื่อนไขทั้งหมด และขีดเส้นงบประมาณเอาไว้ว่าต้องไม่เกินเท่านั้นเท่านี้ หลังจากผ่านการเลือกแล้วเลือกอีกหลายครั้ง เราก็ได้โรงแรมที่มีน้ำอุ่น ห้องนอนมาตรฐาน สะอาด และปลอดภัยในราคาที่ยอมรับได้ (ผมต่อรองเพิ่มด้วยว่า ในฐานะไกด์โดยสมมติ ต้องเข้าไปทำอาหารในครัวได้) รวมถึงได้ไกด์ที่ดีที่สุดคนหนึ่งในเมืองเลห์มาประกบร่วมทีม 

ยิ่งไปกว่านั้น ทางเราเจรจาอย่างไรไม่ทราบได้ ทางอินเดียจึงดูเป็นห่วงพวกเรามาก ด้วยเหตุนี้ทางบริษัททัวร์ฝั่งอินเดียส่งทีมงานอีกหนึ่งคนมาดูแลเราเป็นพิเศษ ตั้งแต่สนามบินเดลีและอยู่กับพวกเราตลอดทริป เท่ากับว่าคณะนี้มีลูกทัวร์ทั้งหมด 6 คน แต่ใช้ทีมงานดูแลถึง 3 คน (รวมผมเป็นทีมงานด้วย) เรียกได้ว่าประกบบริการกัน 2 ต่อ 1 ทะนุถนอมชนิดที่ว่าจะไม่ยอมให้มีอะไรมาแผ้วพานได้เลยทีเดียว

เส้นทางพิสูจน์มิตรภาพ เพื่อน 7 คนเดินทางท่องเที่ยว Leh และใช้ชีวิตบนเทือกเขาหิมาลัย
นอร์บู มัคคุเทศก์ท้องถิ่นชาวลาดักห์

การเดินทางครั้งนี้ผมมาอยู่ที่เดลีล่วงหน้าเพื่อน ๆ 2 วัน และเดินทางไปเจอทุกคนที่สนามบินเดลี ในชีวิตของผมมีอยู่ไม่กี่ครั้งที่จะหาตั๋วเครื่องบินชั้นธุรกิจให้กับตัวเอง แต่การเดินทางครั้งนี้ ผมตัดสินใจเอาไมล์การบินไทยที่มีไปแลกที่นั่งชั้นธุรกิจมาจนได้ เพราะต้องการน้ำหนักสัมภาระมากถึง 50 กิโลกรัม (และผมใช้เต็มโควต้าด้วย)

ในน้ำหนัก 50 กิโลกรัมประกอบด้วยเสื้อผ้าของผมเอง 10 กิโลกรัม ส่วนอีก 40 กิโลกรัมเป็นของกิน ที่ผมวางแผนมาแล้วอย่างรอบคอบว่า ถ้าเพื่อนรับประทานอะไรไม่ได้เลย ทุกคนจะต้องมีอาหารกินครบ 3 มื้อตลอดทุกวัน โดยไม่ต้องเดือดเนื้อร้อนใจ

เครื่องบินลดระดับลงที่เมืองเลห์ ภาพเทือกเขาสลับซับซ้อนปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนปรากฏขึ้นตรงหน้า เดือนเมษายนยังคงเป็นเดือนที่อากาศเย็นจัดสำหรับที่นี่ เราคลุมเสื้อกันหนาวให้กระชับตัว ก่อนจะออกไปปะทะกับสายลมแห่งเทือกเขาหิมาลัยที่ภายนอก ในที่สุดเราก็เดินทางมาถึงเลห์แล้ว

ก้าวแรกในเลห์

เรื่องกลุ่มของผมตกเครื่องกัน 3 จาก 7 คน เป็นที่โจษจันและขบขันในหมู่มัคคุเทศก์ชาวไทยและชาวอินเดียอย่างรวดเร็ว เพราะทุกคนต่างก็อัศจรรย์ใจว่าเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ผมก็ยืนยันแล้วยืนยันอีก ว่าผมได้ไปตามหาเพื่อนกลุ่มที่ตกเครื่องก่อนจะเดินมาขึ้นเครื่องแล้วแต่ก็ไม่พบ จึงได้วางใจว่าทุกคนน่าจะเดินมาขึ้นเครื่องแล้ว แต่ทำไมจึงกลายเป็นอย่างนี้ไปผมก็ไม่ทราบเหมือนกัน คงต้องให้เจ้าตัวมาอธิบายเอง

เลห์เป็นเมืองเอกของเขตการปกครองพิเศษลาดักห์ (Union territory of Ladakh) ถ้าเปรียบเทียบง่าย ๆ ก็คือ เลห์เป็นอำเภอเมืองของจังหวัดลาดักห์นั่นเอง ตั้งอยู่บนที่สูง 3,500 เมตรจากระดับน้ำทะเล ฉะนั้น นักท่องเที่ยวต่างถิ่นที่เดินทางมาที่นี่จึงเสี่ยงต่อการเป็นโรคแพ้ความสูง (Altitude Sickness) กันทุกคน นอกเหนือจากการรับประทานยาลดความดันป้องกันมาก่อนหน้าแล้ว สิ่งที่คนต่างถิ่นควรจะทำก็คือการนอนราบโดยสมบูรณ์ (Absolute Bed Rest) ก่อนระยะเวลาหนึ่ง เพื่อให้ร่างกายปรับตัวเข้าสู่ภาวะออกซิเจนน้อย จึงทำให้โปรแกรมวันแรกของเราไม่มีอะไรนอกจากการนอนเฉย ๆ (และรอให้คนที่ตกเครื่องเดินทางตามมาถึง) ก่อนจะออกไปสำรวจเมืองเลห์แห่งเขตการปกครองลาดักห์กันในช่วงเย็น

เส้นทางพิสูจน์มิตรภาพ เพื่อน 7 คนเดินทางท่องเที่ยว Leh และใช้ชีวิตบนเทือกเขาหิมาลัย

ลาดักห์เคยเป็นนครรัฐบนเทือกเขาหิมาลัยที่มีเจ้านครรัฐปกครองมาก่อน ชาวลาดักห์ส่วนมากนับถือพระพุทธศาสนานิกายวัชรยานแบบทิเบต และภาษาลาดักห์ก็เป็นภาษาตระกูลทิเบตเช่นกัน เราจึงรู้สึกได้ทันทีว่าลาดักห์มีความคล้ายคลึงกับทิเบตมากกว่าอินเดีย ถึงขนาดที่นักวิชาการบางคนกล่าวว่า ลาดักห์คือผืนแผ่นดินที่เก็บรักษาจิตวิญญาณของความเป็นทิเบตได้ดีที่สุด หลังจากที่รัฐบาลจีนได้ผนวกทิเบตให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของประเทศโดยสมบูรณ์

ลาดักห์เคยเป็นเมืองบนเส้นทางการค้าข้ามเทือกเขาหิมาลัยในสมัยโบราณ และมีเจ้าผู้ปกครองเป็นของตนเอง พระราชวังเลห์ (Leh Palace) ก่อสร้างขึ้นเมื่อราว ค.ศ.1600 ตั้งอยู่เคียงคู่กับวัดเซโม (Namgyal Tsemo Monastery) ที่ตั้งขึ้นก่อนหน้านั้นประมาณ 150 ปี สถานที่ทั้งสองแห่งนั้นสร้างขึ้นบนภูเขาอันสูงชัน จึงเปรียบได้กับศูนย์กลางของเมืองเลห์ในอดีต ปัจจุบันนักท่องเที่ยวจึงนิยมขึ้นไปชมทิวทัศน์มุมสูงจากสถานที่ทั้งสองแห่งนี้ หรือไม่ก็อาจจะไปชมทิวทัศน์จากสถูปสันติภาพ (Shanti Stupa) ก็ได้ แน่นอนว่าเราได้ชมทิวทัศน์จากทุกสถานที่ข้างต้น ทิวทัศน์นั้นสวยงามจับใจทุกคน

ยับ – ยุม 

วันรุ่งขึ้นเป็นวันที่เราเริ่มปรับตัวเข้ากับภูมิประเทศและสภาพอากาศได้แล้ว เราจึงออกเดินทางไกลกันสักหน่อย โปรแกรมของเราในวันนี้คือการเดินทางออกนอกเมืองเลห์ไปยังวัด 3 วัด คือ Matho Gompa, Hemis Gompa และ Thiksey Gompa และพระราชวัง 2 แห่ง คือ Shey Palace และ Stok Palace

เส้นทางพิสูจน์มิตรภาพ เพื่อน 7 คนเดินทางท่องเที่ยว Leh และใช้ชีวิตบนเทือกเขาหิมาลัย
Thiksey Gompa

พระพุทธศาสนาในเขตลาดักห์นั้นได้รับอิทธิพลจากทิเบตแทบทั้งหมด พระพุทธศาสนาในแถบนี้จึงเป็นพระพุทธศาสนานิกายวัชรยาน มีการบูชาพระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์หลายองค์ เพราะตามทฤษฎีแล้ว พระพุทธศาสนานิกายวัชรยานก็คือพระพุทธศาสนานิกายมหายาน ผสมผสานเข้ากับความเชื่อท้องถิ่นที่นับถือวิญญาณและความเร้นลับมาแต่เดิม จึงทำให้พระพุทธศาสนาในแถบนี้มีลักษณะเฉพาะแตกต่างไปจากที่เราคุ้นเคย

ผมเองพอมีความรู้พื้นฐานเรื่องศิลปะทิเบตอยู่บ้าง แต่คิดว่าเพื่อนคงไม่ได้สนใจใคร่รู้อะไรนัก ผมจึงไม่ได้อธิบายอะไรมาก นอกจากบอกเพื่อนคร่าวๆ ว่าให้ไหว้พระตามแบบที่เคยทำอยู่เป็นปกติในเมืองไทยก็ใช้ได้แล้ว เพราะเป็นศาสนาเดียวกัน แต่เนื่องจากพระพุทธศาสนาที่นี่แตกต่างจากพระพุทธศาสนาที่เราคุ้นเคยมาก จึงมีคนเกิดข้อสงสัยตั้งแต่วัดแรกที่เราไปถึงในตอนเช้า

เส้นทางพิสูจน์มิตรภาพ เพื่อน 7 คนเดินทางท่องเที่ยว Leh และใช้ชีวิตบนเทือกเขาหิมาลัย
พระพุทธรูปประธาน Matho Gompa

เพื่อนผมคนหนึ่งเดินยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ออกมาจากวิหารหลักของวัด พร้อมสะกิดให้เพื่อนที่เหลือเดินตามเข้าไปดู เห็นกิริยาอย่างนั้น ผมก็รู้ได้ทันทีว่าเพื่อนไปพบเจอเข้ากับอะไร ผมจึงตามเพื่อนไปทันที เพราะเข้าใจว่าเพื่อนต้องการคำอธิบายในเรื่องนี้อย่างแน่นอน และผมก็ไม่ผิดหวังในตัวเพื่อนเลยแม้แต่น้อย

เพราะที่หน้าจิตรกรรมขนาดใหญ่เบื้องหน้าพระประธาน ปรากฏรูปพระโพธิสัตว์หน้าตาดุดัน กำลังใช้แขนกอดเกี่ยวอยู่กับสตรีนางหนึ่ง ร่างกายเบื้องล่างของคนทั้งคู่เกี่ยวกระหวัดสนิทกันเป็นหนึ่งเดียว คนทั้งสองจุมพิตกันอย่างแนบแน่น ท่ามกลางปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดนั้น ร่างของพระโพธิสัตว์นิ่งสง่าอยู่กับที่ ในขณะที่ร่างของฝ่ายหญิงนั้นดูคล้ายกับกำลังเคลื่อนไหวอยู่ในอ้อมกอดของฝ่ายตรงข้าม

“นี่มันอะไรกัน นี่มันในวัดไม่ใช่เหรอ” เพื่อนผมทุกคนมีสีหน้าประหลาดใจ (และชอบใจพอ ๆ กัน)

เส้นทางพิสูจน์มิตรภาพ เพื่อน 7 คนเดินทางท่องเที่ยว Leh และใช้ชีวิตบนเทือกเขาหิมาลัย
ตัวอย่างจิตรกรรมยับ – ยุม
ภาพ : www.dollsofindia.com

เมื่อหลายปีก่อน ในประเทศไทยของเราเคยมีประเด็นร้อนแรงในโลกออนไลน์ เมื่อมีผู้โพสต์ภาพพระพุทธรูป (หรือพระโพธิสัตว์) ประทับนั่ง และมีสตรีนั่งทับอยู่ด้านบน แน่นอนว่าผู้เป็นพุทธศาสนิกชนย่อมร้อนใจ เพราะเข้าใจว่ามีคนกำลังล้อเลียนพระพุทธศาสนา จนกระทั่งในเวลาต่อมาก็ต้องมีผู้รู้รีบมาเฉลยให้ฟังว่า รูปเคารพที่มีลักษณะดังว่านั้นเป็นประติมากรรมที่ทำขึ้นทั่วไปในพระพุทธศาสนานิกายวัชรยาน โดยฝ่ายชายที่นั้นอาจเป็นพระพุทธเจ้าหรือพระโพธิสัตว์ก็ได้ และฝ่ายหญิงเป็นศักติหรือชายาของฝ่ายชาย

กิริยาเช่นนั้นอาจเปรียบง่าย ๆ เป็นสัญลักษณ์แทนปริศนาธรรม คือฝ่ายชายเปรียบเสมือนความกรุณาที่ต้องมีความมั่นคง ในขณะที่ฝ่ายหญิงเปรียบเสมือนปัญญาที่ต้องรู้จักพลิกแพลง ปรับใช้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ฉะนั้น ฝ่ายชายในรูปเคารพหรือภาพวาดประเภทนี้จึงมักจะไม่เคลื่อนไหว ในขณะที่ฝ่ายหญิงจะเป็นผู้เคลื่อนไหวแทน สะท้อนว่าเมื่อใดก็ตามที่ปัญญาและความกรุณาในแต่ละบุคคลผสานกันเป็นหนึ่งเดียว บุคคลนั้นย่อมเข้าถึงธรรมะได้ และแน่นอนว่าการเข้าถึงธรรมะนั้นย่อมนำมาซึ่ง ‘ความสุขอย่างยิ่ง’ ในชีวิตของมนุษย์ทุกคน

สิ่งนี้เรียกเป็นภาษาทิเบตว่า ‘ยับ – ยุม’ โดย ยับ หมายถึงเพศชาย และ ยุม หมายถึงเพศหญิง

การใช้สัญลักษณ์โดยธรรมชาติของมนุษย์แทนนี้ พบได้ทั่วไปในพื้นที่ที่นับถือพระพุทธศาสนานิกายวัชรยาน แม้ว่าเราจะไม่ได้นับถือพระพุทธศาสนานิกายนี้ แต่การทำความรู้จักและเข้าใจวัฒนธรรมที่แตกต่างกันไว้ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายแต่อย่างใด อย่างน้อยที่สุดก็จะได้ไม่ต้องตกใจ เวลาเดินเข้าไปในศาสนสถานบนเทือกเขาหิมาลัยแล้วพบเจอ ยับ – ยุม ไปหมดทุกแห่ง

ผมเห็นว่าวัฒนธรรมที่แตกต่างออกไปจากวิถีชีวิตที่เราคุ้นเคยนั้นน่ารู้จักเสมอ เช่นเดียวกับพระพุทธศาสนาที่ต่างบริบทกัน ก็ย่อมมีการตีความและการสร้างศิลปวัตถุที่แตกต่างกันออกไป เพราะฉะนั้น การทำความรู้จักกับความหลากหลายนั้นไว้ ก็คงจะสร้างความเข้าใจให้กับผู้ที่ได้เรียนรู้บ้างไม่มากก็น้อย เหมือนกับเพื่อน ๆ ของผมทุกคน ที่แม้ว่าพวกเราจะกลับจากลาดักห์มาหลายปีแล้ว แต่ก็ยังจดจำและเข้าใจปรัชญา ยับ – ยุม ได้อย่างแม่นยำ และเล่ารายละเอียดได้เป็นฉาก ๆ เลยทีเดียว

ผมภูมิใจในตัวเพื่อนทุกคนครับ ทุกคนเก่งมาก

หุบเขา สายลม และธงห้าสี

วันรุ่งขึ้นเป็นวันที่ 3 ของพวกเราบนเทือกเขาแห่งนี้ เรามีกำหนดการเดินทางไกลไปยังหุบเขานูบรา (Nubra Valley) ซึ่งเป็นหุบเขาท่องเที่ยวยอดนิยมของนักท่องเที่ยวที่มาเยือนดินแดนลาดักห์ เราจะไปค้างคืนในหุบเขานั้นคืนหนึ่ง การเดินทางวันนี้เป็นการเดินทางไกลพิเศษ เพราะต้องใช้เวลานั่งรถนานถึง 6 ชั่วโมง และต้องเดินทางผ่านหนึ่งในทางหลวงแผ่นดินที่ตั้งอยู่สูงที่สุดในโลก คือ 5,359 เมตรจากระดับน้ำทะเล ชื่อว่าช่องเขาคาร์ดุง หรือออกเสียงเป็นภาษาลาดักห์ว่าคาร์ดุง ลา (Khardung La)

เส้นทางพิสูจน์มิตรภาพ เพื่อน 7 คนเดินทางท่องเที่ยว Leh และใช้ชีวิตบนเทือกเขาหิมาลัย
หุบเขานูบรา (Nubra Valley)

เมื่อเราเดินทางอยู่บนเส้นทางหิมาลัยมุมใดก็ตาม สิ่งที่เราจะพบเห็นได้ทั่วไปคือธงห้าสีที่แขวนพาดจากภูเขาด้านหนึ่งยังภูเขาอีกด้านหนึ่ง ธงห้าสีนี้เรียกอีกอย่างหนึ่งว่าธงมนตรา มีความหมายสำคัญสำหรับชาวทิเบตและดินแดนใกล้เคียงมาก เนื่องจากบนธงห้าสีนี้จะมีบทสวดมนต์ในพระพุทธศาสนาเขียนหรือพิมพ์อยู่

ในอดีตนั้นผู้คนในแถบนี้อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ เพราะฉะนั้น การจะสาธยายมนต์จากตัวอักษรจึงเป็นเรื่องที่จำกัดอยู่แต่เฉพาะในหมู่ผู้รู้หนังสือเท่านั้น คนแถบนี้จึงเขียนบทสวดมนต์ศักดิ์สิทธิ์ลงบนธงราว และนำไปแขวนอยู่บนที่สูง เป็นความเชื่อที่ว่าเมื่อใดก็ตามที่สายลมพัดผ่านธงมนตราเหล่านี้ สายลมก็จะพัดพาเอาบทสวดมนต์ ซึ่งเปรียบเสมือนพรอันศักดิ์สิทธิ์ให้แผ่ลงไปสร้างความสันติสุขทั่วทั้งหุบเขา ด้วยคติอันเป็นมงคลนี้เองทำให้ชาวลาดักห์ซึ่งได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมทิเบตมาเต็มที่ นิยมผูกธงมนตราไว้บนที่สูงกับเขาด้วย

ธงห้าสีนั้นประกอบด้วยสีขาว สีน้ำเงิน สีเหลือง สีแดง และสีเขียว แทนสีพระวรกายของพระธยานิพุทธเจ้า หรือพระพุทธเจ้าผู้มีพระวรกายอันเป็นทิพย์ในสรวงสวรรค์ (นิกายวัชรยานเชื่อว่าพระพุทธเจ้าที่ประสูติบนโลกมนุษย์นั้นเป็นการแบ่งภาคลงมาเกิดของพระพุทธเจ้าเหล่านี้) พระพุทธเจ้าทั้งห้าพระองค์นั้นประกอบด้วยพระพุทธเจ้าไวโรจนะ พระพุทธเจ้าอักโษภยะ พระพุทธเจ้ารัตนสัมภวะ พระพุทธเจ้าอมิตาภะ และพระพุทธเจ้าอโมฆสิทธิ ซึ่งมีสีพระวรกายเป็นสีตามลำดับข้างต้น

และพระพุทธเจ้าที่แบ่งภาคลงมาเกิดในโลกมนุษย์จากพระพุทธเจ้าเหล่านี้ คือ พระพุทธเจ้ากกุสันธะ พระพุทธเจ้าโกนาคมนะ พระพุทธเจ้ากัสสปะ พระพุทธเจ้าโคตมะ และพระพุทธเจ้าเมตไตรยะ (พระศรีอาริยเมตไตรย) ในปัจจุบันพวกเราทุกคนอยู่ในยุคสมัยของพระพุทธเจ้าโคตมะ ซึ่งทรงแบ่งภาคมาจากพระอมิตาภพุทธบนสรวงสวรรค์ เราจึงได้ยินพระนามของพระอมิตาภพุทธอยู่บ่อย ๆ ในพระพุทธศาสนาที่ไม่ใช่นิกายเถรวาทนั่นเอง

ผมชอบธงมนตราเหล่านี้เป็นการส่วนตัว เพราะรู้สึกว่าเป็นกุศโลบายที่มีเสน่ห์และเป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่ ผมจึงซื้อธงมนตราจากตลาดมา 5 ม้วน เพื่อที่จะแบ่งธงมนตราบางส่วนไปผูกบนคาร์ดุง ลา และเมื่อพวกเราได้ขึ้นไปถึงทางหลวงแผ่นดินที่สูงที่สุดในโลกแล้ว ผมจึงได้มีโอกาสผูกธงมนตราสมใจ

เรามีกำหนดการจะต้องเดินทางไปให้ถึงนูบราวัลเลย์ตอนมื้อเที่ยง เมื่อพูดถึงเรื่องอาหารขึ้นมาแล้วผมก็อดโล่งใจไม่ได้ ทีแรกผมกลัวมากว่าเพื่อน ๆ จะไม่มีใครรับประทานอาหารบนเส้นทางนี้ได้ แต่ปรากฏว่าตั้งแต่อาหารมื้อแรกที่เราเดินทางมาถึง เพื่อนผมก็ตักอาหารเติมลงบนจานของตัวเองซ้ำแล้วซ้ำอีกอย่างไม่รอช้า เป็นอันว่าอาหารเสริมที่ผมหอบมาจากกรุงเทพฯ จึงไม่ได้ต้องทำหน้าที่ของตัวเองอย่างสมบูรณ์ เพราะพวกเรารับประทานอาหารท้องที่ผสมผสานไปกับอาหารที่เราคุ้นเคยได้เป็นอย่างดี 

สำหรับการเดินทางมานูบราวัลเลย์ ผมเตรียมหมูหย็องมาสองถุงใหญ่ บวกกับส้มตำสำเร็จรูปและน้ำพริกกากหมูอีกจำนวนหนึ่ง เดือนเมษายนเรามีเทศกาลสงกรานต์ที่มีวันหยุดยาวพิเศษ จึงทำให้นักท่องเที่ยวชาวไทยในลาดักห์มีมาก เราแบ่งปันเสบียงที่เตรียมมาให้กับนักท่องเที่ยวชาวไทยกลุ่มอื่น ๆ ด้วย บรรยากาศจึงอบอุ่นมาก แม้ว่าอากาศจะหนาวเย็นเพียงใดก็ตาม

เส้นทางพิสูจน์มิตรภาพ เพื่อน 7 คนเดินทางท่องเที่ยว Leh และใช้ชีวิตบนเทือกเขาหิมาลัย

กิจกรรมที่นักท่องเที่ยวนิยมมากที่สุด คือการไปขี่อูฐที่เนินทรายฮุนเดอร์ (Hunder Sand Dunes) ที่นี่มีอูฐพันธุ์บักเตรียน (Bactrian Camel) ซึ่งเป็นสายพันธุ์จากมองโกเลียให้นักท่องเที่ยวทดลองขี่ อูฐชนิดนี้มีเอกลักษณ์คือเป็นอูฐ 2 หนอก ในอดีตเมื่อครั้งการค้าเส้นทางสายไหมยังรุ่งเรือง คาราวานสินค้าใช้อูฐชนิดนี้เป็นเครื่องมือขนส่งสินค้าข้ามภูมิภาค ทำให้มีสายพันธุ์อูฐเหล่านี้แพร่กระจายอยู่ทั่วไปในเขตเทือกเขาหิมาลัยและเอเชียกลาง

การขี่อูฐที่นี่จะขี่เป็นกลุ่ม ๆ ใครมาด้วยกันก็ให้ขี่ไปด้วยกัน สนุกสนานมากเพราะพวกเราเฮฮาไปพร้อมกับเพื่อนได้ตลอดทาง ยิ่งนักท่องเที่ยวชาวไทยมีสัดส่วนมาก ก็จินตนาการได้เลยว่าที่เนินทรายฮุนเดอร์มีเสียงภาษาไทยกึกก้องสักเท่าไหน

ก๊วนเพื่อนชวนกันไปสัมผัส Leh (เลห์) บนหิมาลัยกับไกด์ท้องถิ่น เข้าวัด ชมวัง ผูกธงห้าสีและประสบการณ์ตกทะเลสาบน้ำแข็ง

คืนวันนั้นอากาศค่อนข้างหนาว เราพบว่าโรงแรมที่เราพักมีมาตรฐานของห้องที่ไม่เสมอกัน บางห้องเล็กแต่บางห้องใหญ่ บางห้องมีผ้าห่มให้ 2 ผืน ในขณะที่บางห้องให้ผ้าห่มถึง 4 ผืน บางห้องมีหน้าต่าง 3 ด้าน ในขณะที่บางห้องมีหน้าต่างเพียงด้านเดียว (ซึ่งห้องที่หน้าต่างน้อยก็จะไม่หนาวทรมาน เหมือนกับห้องที่มีหน้าต่างมาก) พวกเราสนุกสนานกับการสำรวจว่าแต่ละห้องนั้นต่างกันอย่างไร หลังจากนั้นปรากฏว่าเกิดเหตุไฟฟ้าดับทั้งนูบราวัลเลย์ เป็นเหตุให้เครื่องทำน้ำอุ่นไม่ทำงาน และเราทุกคนต้องตกอยู่ภายใต้ความมืดสนิทอยู่ชั่วระยะหนึ่ง แต่นั่นไม่ใช่อุปสรรคแต่อย่างใด เพราะเราต่างหัวเราะให้กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไม่รู้ว่าเราต้องทุกข์ร้อนอะไร เพราะเราตั้งใจมาสัมผัสกับธรรมชาติมิใช่หรือ

โจทย์การเดินทางที่ผมคิดว่ายากกลับคลี่คลายไปทีละน้อย ผมคิดว่าการเดินทางร่วมกันก็ควรเป็นเช่นนี้ คือควรถ้อยทีถ้อยอาศัย เจอปัญหาก็แก้ หรือเมื่อต้องเผชิญกับอุปสรรคที่ป้องกันไม่ได้ เราก็ต้องยอมรับและปรับตัว ไม่เช่นนั้นบรรยากาศของการเดินทางก็จะเสียไปทั้งหมด ผมยังนึกขอบคุณเพื่อนอยู่เสมอที่เข้าใจข้อจำกัดของพื้นที่ และทำให้การยกแก๊งคุณชายไปเที่ยวหิมาลัยของเราไม่ได้ยากเย็นถึงขนาดนั้น

เช้าวันรุ่งขึ้นเราขึ้นไปชมทิวทัศน์มุมสูงของนูบราวัลเลย์กันที่วัดดิสกิต (Diskit Monastery) วัดที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดในเขตนี้ พระอารามแห่งนี้สถาปนาขึ้นในราวคริสต์ศตวรรษที่ 14 และจนถึงบัดนี้ก็ไม่เคยร้างผู้คน ปัจจุบันยังมีการก่อสร้างรูปเคารพพระศรีอาริยเมตไตรยองค์ใหญ่ขึ้นที่บริเวณวัด เพื่อเป็นมงคลสัญลักษณ์ที่จะทำให้มั่นใจว่า หุบเขาแห่งนี้ที่จะได้รับการอำนวยพรจากมนตราอันศักดิ์สิทธิ์ไปนานเท่านาน

ก๊วนเพื่อนชวนกันไปสัมผัส Leh (เลห์) บนหิมาลัยกับไกด์ท้องถิ่น เข้าวัด ชมวัง ผูกธงห้าสีและประสบการณ์ตกทะเลสาบน้ำแข็ง
พระศรีอาริยเมตไตรยอนาคตพุทธเจ้า วัดดิสกิต (Diskit Monastery)

ทะเลสาบพันกอง

เช้าวันถัดมาเราออกเดินทางกันแต่เช้า เพื่อใช้เวลา 5 ชั่วโมงข้ามช่องเขา Chang La ไปยังทะเลสาบสีเทอร์ควอยซ์สดนามว่า ทะเลสาบพันกอง (Pangong Lake) ทะเลสาบแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ความสูง 4,225 เมตรจากระดับน้ำทะเล มีอาณาเขตบางส่วนเชื่อมต่อกับแผ่นดินทิเบตตะวันตก พื้นที่แห่งนี้จัดเป็นแอ่งที่ราบที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล (Endorheic Basin) และได้รับความคุ้มครองในฐานะพื้นที่ชุ่มน้ำภายใต้อนุสัญญาแรมซาร์

เดือนเมษายนจัดเป็นช่วงกลางฤดูใบไม้ผลิ ผิวทะเลสาบพันกองจึงมีแผ่นน้ำแข็งปกคลุมพอให้นักท่องเที่ยวลงไปเดินได้ ผมจึงได้โอกาสลงไปเดินเล่นบนทะเลสาบน้ำแข็งกับเขาด้วย บนผิวทะเลสาบแห่งนั้นมีนักท่องเที่ยวชาวไทยจำนวนมาก บวกกับนักท่องเที่ยวสัญชาติอื่นอีกเล็กน้อย สายลมเย็น ๆ ที่พัดผ่านผืนน้ำสีคราม ผสานเข้ากับสีน้ำตาลทะมึนของขุนเขาโดยรอบ สร้างบรรยากาศอันขรึมขลังอย่างไม่น่าเชื่อ แต่แล้วในระหว่างที่ผมกับเพื่อนอีกคนหนึ่งกำลังดื่มด่ำกับบรรยากาศที่เป็นใจนั้น ก็ปรากฏเสียงโหวกเหวกโวยวายมาจากอีกด้าน และเสียงนั้นก็คือเสียงของกลุ่มเพื่อนที่เหลือของผมซึ่งรออยู่ที่ริมฝั่งนั้นเอง

ก๊วนเพื่อนชวนกันไปสัมผัส Leh (เลห์) บนหิมาลัยกับไกด์ท้องถิ่น เข้าวัด ชมวัง ผูกธงห้าสีและประสบการณ์ตกทะเลสาบน้ำแข็ง
ก๊วนเพื่อนชวนกันไปสัมผัส Leh (เลห์) บนหิมาลัยกับไกด์ท้องถิ่น เข้าวัด ชมวัง ผูกธงห้าสีและประสบการณ์ตกทะเลสาบน้ำแข็ง

ต้นเหตุของเสียงเอะอะโวยวาย ก็คือลมเหนือทะเลสาบพันกองกำลังพัดกระโชกแรงเต็มที่ จนกระทั่งผลักให้ผิวทะเลสาบซึ่งเป็นแผ่นน้ำแข็งนั้นเคลื่อนตัวออกจากฝั่ง ถ้ารอช้าอาจจะต้องติดอยู่บนแผ่นน้ำแข็งกลางทะเลสาบภายใต้อุณหภูมิติดลบก็เป็นได้ นักท่องเที่ยวจำนวนมากที่กำลังเพลิดเพลินอยู่บนแผ่นน้ำแข็งจึงต้องกระโดดขึ้นฝั่งอย่างรวดเร็ว บรรยากาศในเวลานั้นคล้ายกับการกู้ภัย เราให้ผู้หญิง เด็ก และผู้สูงอายุกระโดดขึ้นฝั่งไปก่อน 

จากนั้นจึงตามด้วยผู้ชาย โดยมีผมและเพื่อนอีกคนซึ่งเดินไปไกลกว่านักท่องเที่ยวคนอื่นตามมาเป็นคนสุดท้าย ตอนนั้นแผ่นน้ำแข็งเคลื่อนตัวออกจากชายฝั่งมากแล้ว เราไม่มีทางอื่นนอกจากต้องถอดรองเท้าและเดินลุยน้ำ เพื่อนของผมลุยน้ำข้ามไปก่อนอย่างทุลักทุเลพอตัว ส่วนผมกำลังจะโยนรองเท้าให้เพื่อนบนฝั่งช่วยรับ แต่ดูเหมือนริมขอบแผ่นน้ำแข็งจะรับน้ำหนักนักท่องเที่ยวมายาวนานเกินไป จนกระทั่งทานน้ำหนักไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว ก่อนที่ผมจะได้ก้าวเท้าลงลุยน้ำ แผ่นน้ำแข็งใต้เท้าผมก็แตกออก พร้อมกับการที่ตัวของผมดิ่งลงสู่น้ำอุณหภูมิต่ำกว่าจุดเยือกแข็งทันที

ภาวะตกใจสุดขีดเป็นเช่นนี้เอง !

เคราะห์ดีที่ผมพยุงตัวขึ้นมาได้ทัน น้ำจึงท่วมขึ้นมาไม่ถึงอก ทว่าตั้งแต่ท้องลงไปถึงเท้าของผมเปียกโชกเต็มที่ท่ามกลางความตกใจของทุกคนในบริเวณนั้น ยกเว้นกลุ่มเพื่อนของผมที่นอกจากจะไม่ช่วยอะไรแล้วยังได้แต่หัวเราะขบขัน ผมเองก็พลอยหัวเราะขบขันไปกับเขาด้วย และถือได้ว่าเป็นการตกทะเลสาบที่ราคาแพงที่สุดในชีวิต เพราะผมต้องสละโทรศัพท์มือถือไปหนึ่งเครื่อง ยังโชคดีที่อกผมไม่โดนน้ำ เพราะเราจะต้องเดินทางข้ามภูเขาหิมะอีก 5 ชั่วโมงกว่าจะกลับไปถึงเลห์ ถ้าอกผมโดนน้ำ เพื่อนที่เป็นหมอบอกว่ามีโอกาสเสี่ยงเป็นปอดบวมได้ การเป็นปอดบวมบนภูเขาหิมะนั้นฟังดูไม่ใช่เรื่องสนุกอย่างแน่นอน

ทักษะในการหัวเราะไปกับทุกสถานการณ์นั้น ผมเห็นว่าเป็นเรื่องที่ช่วยประคับประคองความรู้สึกได้จริง เพราะถ้ามัวแต่จ่อมจมอยู่กับสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งเราแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว (และป้องกันไม่ได้ด้วย เนื่องจากเป็นอุบัติเหตุ) ก็จะพลอยทำให้จิตใจของเราขุ่นมัววุ่นวาย อีกทั้งยังจะส่งผลให้คนอื่น ๆ พลอยไม่สนุกไปกับเราด้วย เพราะฉะนั้น เมื่อนึกถึงเหตุการณ์นี้ทีไร ผมจะย้ำเตือนกับตัวเองเวลาเจอเรื่องไม่คาดฝันว่า ให้คิดเสมอว่าทุกอุปสรรคที่เกิดขึ้นมีทางออก เราลงมือแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นตรงหน้าเสียก่อน อะไรทำได้ก็ทำ อะไรยังทำไม่ได้ก็ต้องยอมรับ และค่อย ๆ ใช้สติพิจารณา เพราะดีกว่าการหงุดหงิดว้าวุ่นเป็นไหน ๆ จริงไหมครับ

แต่การตกทะเลสาบอุณหภูมิต่ำกว่าศูนย์นั้น ผมขอครั้งเดียวในชีวิตก็นับว่าเพียงพอ และแน่นอนว่าเรื่องนี้ก็เป็นที่เล่าลือขบขันไปในหมู่มัคคุเทศก์ชาวไทยและชาวอินเดียบนเส้นทางหิมาลัยอย่างรวดเร็วด้วยเช่นกัน

ก๊วนเพื่อนชวนกันไปสัมผัส Leh (เลห์) บนหิมาลัยกับไกด์ท้องถิ่น เข้าวัด ชมวัง ผูกธงห้าสีและประสบการณ์ตกทะเลสาบน้ำแข็ง

เส้นทางพิสูจน์มิตรภาพ

วันรุ่งขึ้นเรามีโปรแกรมสบาย ๆ เดินทางไปยังวัดอัลชิ (Alchi Monastery) ซึ่งเป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดในบรรดาทุกวัดที่เราไปมา และเลยไปยังหมู่บ้านลามะยูรู (Lamayuru) ที่มีภูมิทัศน์แปลกตา เส้นทางวันนี้เป็นที่ลุ่มต่ำลงกว่าเมืองเลห์ สองข้างทางจึงเต็มไปด้วยต้นไม้ดอกไม้นานาชนิดที่ผลิบานประชันสีกันงดงามกว่าทุกวัน

ก๊วนเพื่อนชวนกันไปสัมผัส Leh (เลห์) บนหิมาลัยกับไกด์ท้องถิ่น เข้าวัด ชมวัง ผูกธงห้าสีและประสบการณ์ตกทะเลสาบน้ำแข็ง
หมู่บ้านลามะยูรู (Lamayuru)

เย็นวันนั้นเป็นเย็นวันสุดท้ายหลังจากใช้ชีวิตอยู่บนเทือกเขาหิมาลัยมาได้ครบสัปดาห์ พวกเรานั่งกองกันอยู่ที่โรงแรมเหมือนเช่นทุกวัน ผมมองกลุ่มเพื่อนรอบตัวแล้วก็ยิ้มออกมาด้วยความสุข พวกเราเดินทางร่วมกันบนเส้นทางที่ท้าทายแห่งนี้ด้วยกันได้สำเร็จ ย้อนกลับไปตั้งแต่ผมเริ่มเตรียมทริป สิ่งที่นึกกลัวอยู่ในใจก็คือการที่เราได้ยินอยู่เสมอว่า มีเพื่อนบางกลุ่มที่คบหาสนิทสนมกันมานาน แต่กลับต้องมาแตกคอกันเมื่อตัดสินใจออกเดินทางร่วมกัน ทั้ง ๆ ที่ฟังดูแล้วเส้นทางเหล่านั้น ก็ดูไม่น่าจะมีอุปสรรคอะไรให้ต้องทะเลาะเบาะแว้งกันเลยแม้แต่น้อย แล้วการเดินทางในพื้นที่ที่เต็มไปด้วยข้อจำกัดอย่างลาดักห์นั้นเล่า จะทำให้เรายังคงเป็นเพื่อนกันได้อยู่หรือไม่เมื่อจบทริป

ผมพบว่าเพื่อนของผมอยู่ง่าย กินง่ายกว่าที่คิด ทุกคนเข้าใจข้อจำกัดที่เกิดขึ้นอย่างยอดเยี่ยม และพร้อมที่จะสนุกสนานไปกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้น ผมคิดว่านี่คือเครื่องจรรโลงมิตรภาพ เพราะการเป็นเพื่อนกันนั้นต้องร่วมทุกข์และร่วมสุข จะให้มีแต่เฉพาะสุขและไม่มีทุกข์เลยนั้นคงเป็นไปไม่ได้ ผมนั่งอยู่ท่ามกลางความอิ่มเอมใจและเป็นสุข พลางนึกในใจว่า ถ้ามีพรสักข้อหนึ่งให้ผมอธิษฐานได้ ผมจะขอให้พวกเราเป็นเพื่อนกันอย่างนี้ตลอดไป 

ชั่ววินาทีนั้นเองมีสายลมเบา ๆ พัดผ่านริ้วธงมนตราบนภูเขามากระทบตัวผมวูบหนึ่ง คล้ายกับจะสื่อสารให้ผมมั่นใจได้ว่า พระโพธิสัตว์และสิ่งศักด์สิทธิ์ทั้งปวงในขุนเขาหิมาลัย ทรงได้ตอบรับคำอธิษฐานของผมแล้ว

ก๊วนเพื่อนชวนกันไปสัมผัส Leh (เลห์) บนหิมาลัยกับไกด์ท้องถิ่น เข้าวัด ชมวัง ผูกธงห้าสีและประสบการณ์ตกทะเลสาบน้ำแข็ง

คนต้นเรื่อง

เขมพัฒน์ หวังทวีทรัพย์, ชนัญญู จงสุตกวีวงศ์, ณัฐพงศ์ ลาภบุญทรัพย์, โตยธร อิการาชิ, บารมี มหคุณวรรณ, ปฐวี รักษ์สุธี และอธิยุต เลิศประพัฒน์

ที่ปรึกษาการเดินทาง

พิริยา ภูพงศ์พิรัตน์

แหล่งอ้างอิงข้อมูลประวัติศาสตร์และศิลปะ

เชษฐ์ ติงสัญชลี. (2562). ประติมานวิทยาในศิลปะทิเบตโดยสังเขป. ประกอบการบรรยายเรื่องศิลปะทิเบต.  

____________. (2562). พระพุทธเจ้าในลัทธิมหายาน. ประกอบการบรรยายวิชาประติมานวิทยาในศิลปะตะวันออก. ภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร. ธนู แก้วโอภาส. (2549). ประวัติศาสตร์เอเชียยุคใหม่. กรุงเทพฯ: สุขภาพใจ.
ปิยะแสง จันทรวงศ์ไพศาล. (2559). ศิลปะทิเบต. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เรามีของขวัญส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer

ณัฐพงศ์​ ลาภบุญทรัพย์

วิทยากรและครูสอนวิชาภาษาไทยและสังคมศึกษาฯ ผู้รักการเดินทางเพื่อรู้จักตนเองและรู้จักโลกเป็นชีวิตจิตใจ เดินทางไปแล้วครบทุกจังหวัดในประเทศไทย และกว่า 50 ประเทศทั่วโลก

Photographer

โตยธร อิการาชิ

เพื่อนต้นคูนผู้ซึ่งโหยหาการเดินทางเช่นกัน แต่ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันดูเหมือนโควิดจะไม่เข้าใจ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load