0

ถ้าเลือกได้

บ้าน อพาร์ตเมนต์ หรือคอนโดมิเนียม แบบไหนที่คุณอยากอยู่

แบบที่มินิมอล แบบที่รายล้อมไปด้วยของรักของหวง แบบไหนก็ได้ขอเพียงมีคนที่รักและเข้าใจ

เดี๋ยวก่อน เราไม่ได้กำลังขายบ้าน หรือพูดถึงขนาดของพื้นที่สะท้อนความสุข ตลอดจนวิถีชีวิตดีๆ แบบที่ใครเขาพูดกัน แต่กำลังยืนอยู่หน้า Casa Mila หรือบ้านของครอบครัวมิล่าในบาร์เซโลนา หนึ่งในผลงานของ Antoni Gaudi (อันตอนี เกาดี) สถาปนิกชาวกาตาลัน ผู้สร้างมหาวิหารซากราด้า ฟามีเลีย (The Sagrada Familia) โบสถ์ที่สร้างมาแล้ว 136 ปีและยังไม่คงสร้างไม่เสร็จจนถึงทุกวันนี้

Casa Mila, ประเทศสเปน

นอกจากเป็นบ้านและชุดห้องพักของคนรวยเมื่อร้อยปีก่อนแล้ว อาคารสูง 9 ชั้นหลังนี้มีเรื่องราวสนุกๆ มากมายเต็มไปหมด ตั้งแต่ที่มาของอพาร์ตเมนต์ การออกแบบที่ใช้เวลากว่า 5 ปี เพราะทั้งบู๊และบุ๋นกันระหว่างสภาเทศบาลเมือง นักออกแบบ และเจ้าของบ้าน ส่วนเรื่องของรายละเอียดที่ซ่อนอยู่ในงานออกแบบชั้นครูนั้นกลายเป็นเรื่องรองไปเลยเมื่อเรารู้ว่าหลังสร้างเสร็จได้ไม่นานเพื่อนบ้านทั้งละแวกต่างพูดใส่เลดี้มิล่าให้ทุบบ้านทิ้ง เพราะทั้งน่ากลัวและน่าเกลียด

แต่เธอและสามีก็ยังทนอยู่

Casa Mila, ประเทศสเปน

จนบ้านหลังนี้กลายเป็นอาคารเอกชนเพียงไม่กี่หลังในโลกที่ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก และดึงดูดนักท่องเที่ยวมายังบาร์เซโลนาปีละนับล้าน

เรื่องราวที่ได้จากการเยี่ยม Casa Mila นี้ บอกเราว่าการอยู่ในแวดล้อมที่เราไม่ได้ชอบนักคงไม่ใช่เรื่องเลวร้ายเท่าไหร่

 

1

‘รวย’ อย่างเดียวไม่พอ ต้อง…ด้วย

ย้อนกลับไปในช่วงปี 1900 ถนนกราเซียถือเป็นย่านสำคัญของเมืองบาร์เซโลนา เพราะเป็นที่ตั้งของโรงหนัง โรงละคร ร้านค้าหรู และคาเฟ่ และเป็นทำเลทองที่ผู้มั่งคั่งในเมืองนี้พร้อมใจกันเลือกลงหลักปักฐาน

Casa Mila, ประเทศสเปน

เช่นเดียวกับคู่รักข้าวใหม่ปลามัน อย่าง Pere Mila หนุ่มใหญ่นักธุรกิจและนักกฎหมายผู้ร่ำรวย และ Roser Segimon แม่หม้ายสาวผู้ร่ำรวยไม่แพ้กัน จากมรดกของสามีเก่าผู้สร้างตัวจากธุรกิจกาแฟในกัวเตมาลา ของขวัญวันแต่งที่เลดี้มิล่าซื้อให้ตัวเองคือที่ดินขนาด 1,835 ตารางเมตรบนถนนกราเซีย

นอกจากที่ดินและไลฟ์สไตล์เสพศิลปะ เครื่องมือแสดงความรวยจริงของคนเมืองนี้ คือการจ้างศิลปินให้มาออกแบบบ้านทั้งหลัง ซึ่งยุคนั้นในยุโรปกำลังให้ความสนใจงานศิลปะแนวนวศิลป์ (Art Nouveau) สรรพสิ่งที่โค้ง พลิ้วไหวเกินธรรมชาติ งานไม้แกะสลัก เหล็กดัด และกระจกสีสเตนกลาส ชื่อของอันตอนี เกาดี สถาปนิกคนดังทำงานโดดเด่นในสไตล์โมเดร์นิสม์ หรืองานศิลปะแนวนวศิลป์ในแบบกาตาลัน จึงเป็นที่หนึ่งในใจของนายและนางมิล่า โดยเฉพาะผลงานที่ผ่านมาอย่าง Casa Batlló

โจทย์ของการออกแบบคฤหาสน์หลังนี้เรียบง่ายแต่น่าสนใจ นั่นคือต้องการพื้นที่สำหรับพักอาศัยที่ชั้นหนึ่งและอีก 4 ชั้นทำเป็นอพาร์ตเมนต์ให้เช่า

รวยอย่างเดียวไม่พอ ต้องฉลาดสุดๆ ด้วย

ถ้าเป็นคนรวยธรรมดาๆ คงทุ่มเงินสร้างเรือนหออยู่ไปถึงรุ่นลูกรุ่นหลานแล้วจบไป แต่ครอบครัวมิล่ามองไกลกว่านั้น

Casa Mila, ประเทศสเปน

 

2

‘อันตอนี เกาดี’ อย่างเดียวไม่พอ ต้อง…ด้วย

คงไม่ใช่เรื่อง หากจะสร้างอาคารที่คิดถึงห้องชุดจำนวนมาก มีที่จอดรถชั้นใต้ดิน มีลิฟต์ มีห้องใต้หลังคา มีประติมากรรมบทชั้นดาดฟ้า ในสมัยนี้

แต่ถ้าเป็นเมื่อ 100 กว่าปีก่อนคงไม่มีใครนึกภาพออกแน่ๆ

หลังจากคุณเกาดีส่งแบบร่างอพาร์ตเมนต์หรู 9 ชั้นบนถนนกราเซียแก่สภาเทศบาลบาร์เซโลนา ในปี 1906 การก่อสร้างจึงเริ่มต้นขึ้น ก่อนจะตามมาด้วยการร้องเรียนของสภาเทศบาล ทั้งเรื่องเสาที่ล้ำออกมาตรงทางเดินถนนและการก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่เกินอนุญาต พร้อมสั่งให้รื้อถอนห้องใต้หลังคาและดาดฟ้า แต่ต่อมาคณะกรรมาธิการผังเมืองใหม่ช่วยแก้ต่างแทนให้ โดยให้เหตุผลว่าสิ่งปลูกสร้างนี้เป็นงานสร้างสรรค์ที่ไม่ควรมีกฎเกณฑ์มาจำกัดการทำงาน คุณเกาดีจึงได้รับใบอนุญาตในที่สุด

Casa Mila, ประเทศสเปน

ไม่ต่างจากงานทุกชิ้นของคุณเกาดี แรงบันดาลใจของ Casa Mila มาจากธรรมชาติ คลื่น ภูเขา การทาสีผนังด้านในให้เหมือนอยู่ในทะเล หรือทาสีเพดานเป็นรูปดอกไม้สีสันสวยประหลาด การกำหนดแสงสว่างให้ส่องทั่วถึงด้วยการทาสีผนังด้วยสีเข้มไปจนอ่อนเพื่อควบคุมความสว่างของห้อง หน้าต่างและระบบระบายอากาศธรรมชาติทำให้ไม่ต้องใช้เครื่องปรับอากาศ รวมไปถึงงานเหล็กดัดรอบตัวอาคารด้านนอกซึ่งเป็นผลงานของ Josep Maria Jujol ผู้ช่วยคนสำคัญของคุณเกาดี

ผ่านไป 5 ปี ครอบครัวมิล่าก็ได้ฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่

ท่ามกลางเสียงติติงถึงความเหมาะสมของงานออกแบบที่ชาวเมืองไม่น้อยลงความเห็นว่าน่าเกลียดน่ากลัว ทั้งจากรูปทรงเหมือนหินยักษ์ที่โค้งไหวทั่วตัวอาคาร บรรดาเหล็กดัด โครงสร้าง และฟาซาดหน้าตาประหลาด ทำให้ Casa Mila มีอีกชื่อเรียกอย่างล้อเลียนว่า La Pedrera หรือเหมืองหิน โดยหนึ่งเหตุผลที่เหล่าเพื่อนบ้านไม่เอ็นดูประติมากรรมบนชั้นดาดฟ้าและรูปทรงอาคารหน้าตาแปลกของ Casa Mila จนถึงขั้นพูดกดดันให้เลดี้มิล่าทุบตึกนี้ทิ้งไปเสียทั้งที่เพิ่งสร้างเสร็จไม่นาน เพราะคิดว่าการมีอยู่ของตึกหน้าตาน่ากลัวมีแต่จะทำให้อสังหาริมทรัพย์และที่ดินย่านนั้นราคาถูกลง

Casa Mila, ประเทศสเปน

โชคดีที่เลดี้มิล่าไม่ตัดสินใจเช่นนั้น ส่วนหนึ่งเพราะเกรงใจสามีผู้เป็นแฟนคลับคุณเกาดี อีกส่วนหนึ่งเพราะรู้สึกเสียดายค่าก่อสร้างและค่าจ้างออกแบบที่มหาศาล หลังจากมีการฟ้องร้องเรียกค่าออกแบบ ซึ่งคุณเกาดีเป็นผู้ชนะคดีเมื่อปี 1916

แม้เลดี้มิล่าจะไม่พอใจงานออกแบบ แต่เธอก็มีความอดทนมากพอ

หลังจากคุณเกาดีเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุเมื่อปี 1926 ขณะที่ยังทำงานออกแบบและดูแลการก่อสร้างมหาวิหารซากราด้า ฟามีเลีย เลดี้มิล่าก็สั่งเปลี่ยนการตกแต่งห้องของครอบครัวใหม่ทั้งหมด จากสไตล์โมเดร์นิสม์ก็กลายเป็นหลุยส์ที่ 16 ก่อนจะตัดสินขาย Casa Mila ให้บริษัทอสังหาริมทรัพย์แห่งหนึ่งเป็นเงิน 18 ล้านเหรียญเปเซตา (Pesetas) เมื่อ 1946 หรือหลังสามีเสียชีวิตไปได้ 6 ปี แต่เธอก็ยังคงอาศัยอยู่ที่ห้องเดิมจนวาระสุดท้ายของชีวิต

เรื่องราวที่ผ่านมาและความสวยงามที่เห็นเป็นประจักษ์ทำให้ Casa Mila กลายเป็นหนึ่งอาคารเอกชนไม่กี่หลังที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกขององค์การยูเนสโกในปี 1984 ก่อนจะเปลี่ยนมือมาเป็นของ Caxia Catalunya สถาบันการเงินของเมือง แล้วเปิดพื้นที่บนชั้นดาดฟ้าให้คนทั่วไปเยี่ยมชมประติมากรรมหินทราย The Garden of Warriors แล้วใช้เวลาเกือบ 10 ปีบูรณสถานที่เพื่อฟื้นคืนบรรยากาศเก่าๆ อย่างที่เรากำลังจะเข้าไปชมของจริงในนาทีถัดไปนี้

Casa Mila, ประเทศสเปน Casa Mila, ประเทศสเปน

เกาดีอย่างเดียวไม่พอ ต้องจิตใจแข็งแกร่งมากๆ ด้วย

จากสิ่งก่อสร้างที่คนทั้งเมืองเกลียดกลัว วันนี้ Casa Mila กลายเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ใครหลายคนใฝ่ฝันอยากมาบาร์เซโลนาสักครั้งหนึ่ง

 

3

‘เป็นอพาร์ตเมนต์’ อย่างเดียวไม่พอ ต้อง…ด้วย

หลังจากผ่านห้องโถงกลางของอาคารเข้ามาใน Casa Mila แล้ว จุดเยี่ยมชมแรกสุดของที่นี่คือ ประติมากรรมหินทราย The Garden of Warriors บนชั้นดาดฟ้า

Casa Mila, ประเทศสเปน

Casa Mila, ประเทศสเปน Casa Mila, ประเทศสเปน

เราใช้เวลาเดินลัดเลาะขึ้นลงบันไดเพื่อมองคุณทหารหินทรายรูปทรงล้ำๆ ในระยะใกล้ๆ ไม่นาน วิวเมืองบาร์เซโลนาในแบบ 360 ก็เรียกร้องความใจจากเราจนหมด ก่อนจะกลับมาสนใจงานโมเสกของคุณเกาดีที่ใช้เศษขวดเบียร์ประดับตกแต่งมาก่อนกาล และมาก่อนใคร

จากนั้นเดินไต่บันไดลงไปห้องใต้หลังคา ชมพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมงานทั้งชีวิตของคุณเกาดี ไม่เพียงจัดแสดงโมเดลของโครงสร้างอาคารน้อยใหญ่ให้เราเห็นกระบวนการคิด ยังนำเสนอเทคนิคการออกแบบสุดล้ำ สุดแสนจะนำสมัย อย่างการแขวนโซ่ทิ้งน้ำหนัก แล้วส่องผ่านกระจกเงาจะได้ภาพสามมิติเพื่อคำนวณน้ำหนักโครงสร้าง เป็นต้น รวมถึงตัวอย่างชิ้นส่วนธรรมชาติ แรงบันดาลใจของเส้นโค้งทั้งหมดในงานคุณเกาดีก็มีให้เห็นในโซนพิพิธภัณฑ์ถาวรนี้ด้วยเช่นกัน

Casa Mila, ประเทศสเปน Casa Mila, ประเทศสเปน

แล้วไปต่อกับตัวอย่างห้องชุดพร้อมเฟอร์นิเจอร์ พร้อมให้คุณลากกระเป๋าเข้าอยู่หลังทำสัญญาเช่า เพราะใจเต้นไม่เป็นจังหวะให้กับรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ คิ้วบัว ขอบประตูหน้าต่าง ไหนจะที่จับประตูลูกบิดที่ออกแบบสำหรับเจ้าของห้องผู้ถนัดซ้าย โต๊ะ ตู้ เตียง ที่เหมือนหลุดเข้าไปในละครย้อนยุค ซึ่งแม้ห้องจะถูกซอยยิบย่อยเป็นห้องเล็กห้องน้อย แต่คับที่อยู่ได้คับใจอยู่ยาก อพาร์ตเมนต์น่ารักขนาดนี้จะคับแค่ไหนก็ไหวอยู่

Casa Mila, ประเทศสเปน Casa Mila, ประเทศสเปน

ขอพักชมสิ่งที่น่าสนใจด้วยเรื่องราวผู้เช่ายุคแรกของ Casa Mila ซึ่งล้วนมาจากประกาศหาผู้เช่าใน La Vanguardia Newspaper

ผู้เช่าคนแรกๆ ของ Casa Mila คือ Miss Dick ครูสอนภาษาอังกฤษ จากหลักฐานคือประกาศโฆษณาคลาสเรียนภาษาอังกฤษที่ห้องของเธอในหน้าหนังสือพิมพ์ ก่อนจะตามมาด้วยสมาชิกคนอื่นๆ ซึ่งมีตั้งแต่นักธุรกิจ กงสุลอาร์เจนตินาประจำบาร์เซโลนา เจ้าชายจากอียิปต์ นอกจากนี้ยังมี The Mosella Tailor’s Shop ห้องเสื้อหรูเปิดทำการที่ชั้นล่างของอพาร์ตเมนต์แห่งนี้มาตั้งแต่ปี 1929

ปัจจุบันแม้จะเปิดเป็นพื้นที่สาธารณะให้คนเข้าเยี่ยมชมแล้ว ยังมีส่วนที่เป็นอพาร์ตเมนต์ให้เช่า ซึ่งจำกัดเฉพาะผู้เช่าเดิมที่อยู่มานานเกิน 70 ปี

‘เป็นอพาร์ตเมนต์’ อย่างเดียวไม่พอ ต้องเป็น Co-living Space ด้วย

ปัจจุบัน Casa Mila อยู่ใต้การดูแลของ Catalunya La Pedraza Foundation มูลนิธิที่ทำงานเพื่อสนับสนุนคนที่มีพรสวรรค์และความคิดสร้างสรรค์ แต่ขาดแคลนโอกาส

 

4

‘บินตรงลงบาร์เซโลนา’ อย่างเดียวไม่พอ

ต้อง Business Class ด้วย

การเดินทางสู่บาร์เซโลนาครั้งนี้ทาง Qatar Airways และการท่องเที่ยวสเปน ชวน The Cloud ลัดฟ้าบินตรงจากกรุงเทพฯ สู่มาลากา ในแคว้นอันดาลูเซีย หรือฝั่งใต้ของสเปน พาเราเที่ยวบ้านเกิดของคุณปีกัสโซ จิตรกรเอกของโลก ก่อนจะพาขึ้นเหนือเที่ยวบาร์เซโลนา ในแคว้นกาตาลุญญา ตะลุยกินทาปาสอาหารพื้นเมืองแบบ Non-stop จิบไวน์หวานสูตรพิเศษที่หาได้จากสเปนเท่านั้น

ไม่ว่าจะสายอาร์ต จัดทริปตามรอยผลงานคุณเกาดี ทริปชมงานปีกัสโซ

สายประวัติศาสตร์ เดินเมืองดูอาคารบ้านเรือน ซึมซับวัฒนธรรมโรมันโบราณผ่านร่องรอยที่ซ้อนทับกับวิถีชีวิตคนเมืองอย่างพอดี หรือตามรอยอาหารท้องถิ่น เชื่อเถอะว่าสเปนจะดูแลคุณอย่างดี

Casa Mila, ประเทศสเปน Casa Mila, ประเทศสเปน

และโปรดทำตัวตามสบายเหมือนอยู่บ้าน เพราะที่ชั้น Business Class ของ Qatar Airways นอกจากที่นั่งแสนสบาย ของว่างและอาหารเสิร์ฟร้อนแล้ว ยังมีชุดนอนจาก The White Company ของลอนดอนให้เปลี่ยน พร้อมชุดอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่มาพร้อมกระเป๋าจาก Bric แบรนด์กระเป๋าเดินทางจากมิลาน ออกแบบพิเศษสำหรับสายการบินมอบให้ด้วย (ตรวจสอบเส้นทางการบินและราคาได้ที่นี่)

Casa Mila, ประเทศสเปน

แน่นอนว่าถ้า Qatar Airways เกิดเร็วกว่านี้สักร้อยปี นายและนางมิล่าต้องเลือกบินชั้น Business Class ไปๆ มาๆ ระหว่างบาร์เซโลนาและหลายเมืองใหญ่ทั่วโลกเพื่อเสพงานศิลปะ ซื้อที่ดินและสร้างอพาร์ตเมนต์ผลงานการออกแบบของฝีมือศิลปินท้องถิ่นอีกมากมายมหาศาลแน่ๆ

ถ้าคุณมีประสบการณ์เดินทางแปลกใหม่จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญส่งเรื่องราวของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’

ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เราจะมีสมุดบันทึกปกหนังเทียมเล่มสวยส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Travelogue

พื้นที่บรรจุประสบการณ์เดินทางทั่วมุมโลก

จากตัวเมืองเชียงใหม่-อำเภอเชียงดาว จากถนนคอนกรีตเริ่มกลายเป็นถนนลูกรัง ภูเขาน้อยใหญ่สองข้างทาง กับฝนที่โปรยลงมาพอให้ชื่นใจ และ ‘ดอยหลวงเชียงดาว’ สูงตระหง่านอยู่สุดสายตาหลังจากยานพาหนะพาเรามาถึงจุดหมาย ชายวัยกลางคนผมยาวดกดำเดินออกมาต้อนรับ พร้อมเชื้อเชิญเราเข้าไปยังที่พัก

“สำหรับเรา พระอาทิตย์ขึ้น เหมือนการเริ่มต้นวันใหม่ในชีวิตของคนและธรรมชาติ เป็นการตื่นนอนและเดินทางในทุกวันเหมือนดวงอาทิตย์” เนย์-สุริยาวุธ อภิวงค์ เล่าถึงที่มาและการเดินทางของเขา จากจุดเริ่มต้นจนกลายเป็น ‘ตะวันตื่นฟาร์มสเตย์’

นอนเคียงธรรมชาติเชียงดาว ณ ตะวันตื่นฟาร์มสเตย์ ที่พักซึ่งคิดเงินตามแต่แขกจะให้

พบตะวัน

ตะวันตื่น เริ่มขึ้นจากการเดินทางจากเชียงใหม่ มาดูที่ดินตรงนี้ครั้งแรกกับเพื่อน เราเห็นภูเขาและพระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก จากจุดนี้ทำให้เรานึกถึงภาพวาดสมัยเป็นเด็ก” เจ้าบ้านเล่าพร้อมพาเดินชมโดยรอบ

เนย์ตัดสินใจเข้ามาลองใช้ชีวิตอยู่บนที่ดินผืนนี้รวมทั้งหมด 31 ไร่ ที่มีต้นน้ำ (แม่น้ำปิง) ขนาบข้าง พร้อมกับป่าไผ่และป่าเบญจพรรณโอบล้อม ในอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่

“เราเริ่มเข้ามาใช้ชีวิตที่นี่ เรียนรู้ความเป็นอยู่ของคนในชุมชนก่อน เราคิดว่าต้องเป็นคนที่นี่ให้ได้ก่อนเพื่อที่จะเข้าใจว่าสิ่งไหนควรทำ ไม่ควรทำ”

นอนเคียงธรรมชาติเชียงดาว ณ ตะวันตื่นฟาร์มสเตย์ ที่พักซึ่งคิดเงินตามแต่แขกจะให้

“เพราะเราใช้ชีวิตคลุกคลีกับชาวบ้าน เลยเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นในชุมชน จากคนแปลกหน้าเริ่มกลายเป็นครอบครัว พออยู่ที่นี่ครบสามฤดูกาล เราตัดสินใจกับเพื่อนๆ ว่า ควรทำแคมป์กราวนด์ที่มีฟาร์มไก่และร้านกาแฟเล็กๆ” เนย์เล่าด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม

ระหว่างบทสนทนา เสียงลมเอื่อยๆ กระทบต้นไม้ใหญ่ริมน้ำ ประกอบกับฝนที่โปรยลงมาเป็นระยะราวกับเสียงดนตรีจากธรรมชาติ และฝนสงบลงตอนเที่ยงวันพอดิบพอดี หลังจากเรากางเต็นท์และเก็บสัมภาระเรียบร้อย เนย์ตะโกนมาจากในครัวที่ทำมาจากไม้ไผ่ทั้งหลัง 

“มื้อเที่ยงวันนี้ผมจะทำ ‘คั่วแฮ่มไก่’ ให้กินนะ” 

หลังพูดจบประโยค เนย์ชักชวนเราเข้ามาในครัว ซึ่งเขากำลังเตรียมวัตถุดิบเพื่อปรุงอาหาร

นอนเคียงธรรมชาติเชียงดาว ณ ตะวันตื่นฟาร์มสเตย์ ที่พักซึ่งคิดเงินตามแต่แขกจะให้
นอนเคียงธรรมชาติเชียงดาว ณ ตะวันตื่นฟาร์มสเตย์ ที่พักซึ่งคิดเงินตามแต่แขกจะให้

“เมนูคั่วแฮ่มไก่ (คั่วแห้งไก่) เป็นอาหารท้องถิ่นของภาคเหนือ แต่ความพิเศษของคั่วแห้งไก่ที่เรากำลังจะทำคือ วัตถุดิบทั้งหมดหามาจากธรรมชาติ พืชผักท้องถิ่นที่ขึ้นเองริมน้ำ เก็บมาปลูกในแปลงที่ทำไว้ในฟาร์มสเตย์ ส่วนไก่ เป็นไก่พื้นเมืองที่เราเลี้ยงไว้เอง” เนย์เล่าปนยิ้มพร้อมทำอาหารต่ออย่างสนุกมือ

“บริเวณรอบๆ ไม่ได้มีแค่พืชผักอย่างเดียว แม่น้ำปิงที่นี่ใสมาก ในฤดูร้อนกับฤดูหนาวใสจนเห็นปลาเลย อยู่ที่นี่ได้กินปลาจนเบื่อ มันว่ายทวนน้ำขึ้นมาตลอด บางทีมันมากันเป็นโขยง ในแต่ละฤดูกาลจะมีปลาแตกต่างกัน อย่างช่วงนี้จะเป็นปลากด เพราะปลากดมากับน้ำขุ่น” เขาเล่าพร้อมตักอาหารใส่จาน และกินอาหารร่วมกันกับพวกเรา

นอนเคียงธรรมชาติเชียงดาว ณ ตะวันตื่นฟาร์มสเตย์ ที่พักซึ่งคิดเงินตามแต่แขกจะให้

หากสังเกตจะพบว่าสิ่งปลูกสร้างที่นี่ล้วนทำมาจากวัสดุธรรมชาติ อีกทั้งยังมีเอกลักณ์เฉพาะ ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ท่ามกลางหมู่บ้านของชนพื้นเมือง ไม่ว่าจะเป็นห้องครัว ห้องน้ำ ลานกางเต็นท์ และ แปลงผัก ล้วนทำมาจากไม้หลากหลายชนิดที่มีรูปร่างแตกต่างกันไป

“เราไม่ใช่นายทุนที่มีเงินมากมาย ก่อนที่จะมาทำฟาร์มสเตย์ เราเรียนจบทางด้านศิลปะ สาขาจิตรกรรมมาก่อน เลยมีความรัก ความชอบงานศิลปะอยู่แล้ว เลยเริ่มสร้างจากสิ่งเล็กๆ ตอนนั้นในความคิดของเรา คิดแต่ว่าจะทำยังไงให้ชาวบ้านได้ผลประโยชน์ มีรายได้ และอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้ เลยเก็บวัสดุรอบตัวมาสร้างที่นี่เองทั้งหมด อย่างพวกกิ่งไม้ ต้นไม้ เป็นกิ่งไม้ที่ชาวบ้านตัดทิ้งบ้าง เก็บที่ไหลมาตามแม่น้ำบ้าง เก็บจากต้นไม้ที่โค้นล้มในป่าบ้าง

“มันอยู่ที่มุมมองและอยู่ที่คนที่จะไปจับ แล้วเอามาคิด เอามาทำ เราเคยคิดว่าต้องมีเงินเท่านั้น เท่านี้ ถึงจะสร้างบางสิ่งได้ แต่พอคิดดูดีๆ ขอแค่มีความคิด มีแรงกาย มีแรงใจ บางทีสร้างผลงานที่เรียกว่า Nature Art ขึ้นมาได้ จนหลังๆ เริ่มลดต้นทุนอะไรหลายๆ อย่าง เริ่มมีไอเดียใหม่ขึ้นมาเรื่อยๆ ยิ่งได้อยู่กับธรรมชาติ ยิ่งทำให้ความคิดแล่น”

นอนเคียงธรรมชาติเชียงดาว ณ ตะวันตื่นฟาร์มสเตย์ ที่พักซึ่งคิดเงินตามแต่แขกจะให้

แล้วชาวบ้านได้รับการช่วยเหลืออย่างไรบ้าง-เราถาม

“ตอนนี้เราเริ่มจากจุดเล็กๆ ชุมชนเรามีต้นน้ำกับป่าไผ่ ชาวบ้านเลยคิดกันว่าอยากทำล่องแพ เลยลองตัดไม้ไผ่มาทำแพกับชาวบ้าน พานักท่องเที่ยวที่เข้ามาพักไปล่องแพเป็นกิจกรรม แล้วรายได้จากล่องแพก็ให้ชาวบ้าน

“ตอนนี้ก็กำลังเริ่มทำอีกโครงการ เป็นโครงการปลูกไผ่ซางหม่น กำลังเริ่มเพาะกันอยู่เลย ปกติชุมชนแถวนี้จะตัดไม่ไผ่ขาย แต่ถ้าเราตัดมันไปเรื่อยๆ มันก็จะออกไม่ทัน ด้วยความที่เขตป่าของชุมชนนี้มีเกือบ สองพันไร่ ถ้าเราแบ่งออกเป็นสี่โซน ถ้าตัดโซนที่หนึ่ง ปีหน้าก็ตักโซนที่สอง หมุนเวียนกันไป ก็จะมีผลผลิตให้เราตลอดทุกปี และพอที่จะส่งออกได้เลยนะ ยิ่งผลิตภัณฑ์ไม้ไผ่ตอนนี้กำลังมาแรง ชาวบ้านเขาก็จะมีรายได้ตลอด” เจ้าบ้านเล่าอย่างภูมิใจ

ใช้ชีวิตและพูดคุยกับ สุริยาวุธ อภิวงค์ ชายผู้ปลูกทุนความคิดและจินตนาการ สรรสร้างเพื่ออยู่ร่วมกับธรรมชาติที่เชียงดาว

ทิศตะวันตก

หลังตะวันค่อยๆ ลับฟ้าไปไม่นาน เจ้าบ้านเริ่มก่อกองไฟริมลานไม้ไผ่ให้พวกเรา ก่อนจะมุ่งหน้าเข้าครัวเพื่อทำอาหารเย็น อาหารมื้อนี้เป็นอีกมื้อที่เรียบง่าย หลังจากทานอาหารร่วมกันกับเจ้าบ้าน บทสนทนายามดึกของเรายังคงดำเนินต่อไป พร้อมกับแสงของกองไฟดวงเล็กๆ ที่ทำให้รู้สึกอบอุ่นขึ้นเป็นกอง

ใช้ชีวิตและพูดคุยกับ สุริยาวุธ อภิวงค์ ชายผู้ปลูกทุนความคิดและจินตนาการ สรรสร้างเพื่ออยู่ร่วมกับธรรมชาติที่เชียงดาว
ใช้ชีวิตและพูดคุยกับ สุริยาวุธ อภิวงค์ ชายผู้ปลูกทุนความคิดและจินตนาการ สรรสร้างเพื่ออยู่ร่วมกับธรรมชาติที่เชียงดาว

“ท้องฟ้าตรงที่พวกเรานั่งคุยกันอยู่ ถ้ามองขึ้นไปในฤดูล่าทางช้างเผือก ที่นี่มองเห็นทางช้างเผือกด้วยตาเปล่าได้

เลย ปกติทางช้างเผือกจะขึ้นทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ แล้วลับของฟ้าในทิศตะวันตกเฉียงเหนือ” เจ้าบ้านชี้มือไปบนท้องฟ้าประกอบกับเปิดโทรศัพท์มือถือ และอวดรูปภาพทางช้างเผือกที่เขาเคยถ่ายไว้

ใช้ชีวิตและพูดคุยกับ สุริยาวุธ อภิวงค์ ชายผู้ปลูกทุนความคิดและจินตนาการ สรรสร้างเพื่ออยู่ร่วมกับธรรมชาติที่เชียงดาว

“ตะวันตื่นฟาร์มสเตย์ ตอนนี้ยังสร้างไม่เสร็จดี แต่คนตามกันเข้ามาเยอะพอสมควร จนเราประหลาดใจอยู่เหมือนกัน น่าจะบอกปากต่อปากกันไปเรื่อยๆ จนธุรกิจแถวนี้เข้ามาถามตลอดว่า ทำการตลาดยังไง ฐานลูกค้า กลุ่มเป้าหมายเป็นแบบไหน เราให้คำตอบเขาไม่ได้ เพราะเราไม่ได้ทำการตลาดอะไรเลย แต่นักท่องเที่ยวมาเข้าพักอยู่ตลอด 

“เลยตอบเขาไปว่าเราไม่ได้ขายการบริการ เราขายเรื่องราวกับวิถีชีวิต อยู่ที่นี่เราเป็นตัวเอง คนสมัยนี้จะเสาะหาอะไรที่มันมีเรื่องราวและเรียบง่าย คนที่เข้ามาพักมักถามเราเสมอว่า คิดค่าบริการยังไง เพราะเราไม่ได้แจ้งไว้ในช่องทางไหนเลย เราตอบลูกค้าไปว่า ‘แล้วแต่จะให้’ เราเป็นศิลปิน เราคิดว่าในเมื่อเราสร้างผลงานชิ้นหนึ่ง แล้วมันยังไม่เสร็จสมบูรณ์ เราไม่สามารถประเมินค่ามันได้ เลยบอกลูกค้าไปแบบนั้น” เขาเว้นจังหวะก่อนอธิบายเสริม

“ลูกค้าที่มาเข้าพักที่นี่จะให้มากให้น้อย เราไม่เคยคิดว่าขาดทุนสักครั้ง มันเป็นกำไรชีวิตทั้งนั้น เราคิดซะว่าได้รู้จักผู้คนมากขึ้น มาแบ่งปันเรื่องราว แบ่งปันประสบการณ์กันที่นี่ เราคิดว่านั้นเป็นกำไรของเราแล้วล่ะ” 

เนย์พูดทิ้งท้าย ก่อนพวกเราจะแยกย้ายกันไปพักผ่อน และเดินทางกลับเชียงใหม่ในตอนเช้าตรู่

ใช้ชีวิตและพูดคุยกับ สุริยาวุธ อภิวงค์ ชายผู้ปลูกทุนความคิดและจินตนาการ สรรสร้างเพื่ออยู่ร่วมกับธรรมชาติที่เชียงดาว

เดินทางตามตะวันกันต่อที่ ตะวันตื่นฟาร์มสเตย์

ที่ตั้ง : ตำบลเมืองงาย อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ 50170 (แผนที่

โทรศัพท์ : 09 1810 5009

Facebook : Tawan Tune Farm Stay ตะวันตื่น ฟาร์มสเตย์

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เรามีหมวกรุ่นพิเศษจาก Painkiller Atelier X The Cloud ส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer

นภัสรพี ศรีบุญปวน

นักศึกษาปริญญาตรี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่มีความฝันอยากท่องโลกกว้าง รักการเดินทาง กาแฟอเมริกาโน่ และการพบเจอเรื่องดีๆ ระหว่างการผจญภัยของชีวิต ไม่ว่าจะเป็น ผู้คน สถานที่ หรือความรู้สึก

Photographer

จารุเดช ไชยเลิศ

นักศึกษาวิจิตรศิลป์ สาขาถ่ายภาพ หนุ่มเชียงใหม่ ผู้หลงรัก ต้นไม้ กาแฟ และเสียงดนตรี ใช้กล้องเป็นเครื่องมือในการสื่อสาร และเป็นข้ออ้างให้ตัวเองออกไปเจอโลก ผู้คน และธรรมชาติ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load