0

ถ้าเลือกได้

บ้าน อพาร์ตเมนต์ หรือคอนโดมิเนียม แบบไหนที่คุณอยากอยู่

แบบที่มินิมอล แบบที่รายล้อมไปด้วยของรักของหวง แบบไหนก็ได้ขอเพียงมีคนที่รักและเข้าใจ

เดี๋ยวก่อน เราไม่ได้กำลังขายบ้าน หรือพูดถึงขนาดของพื้นที่สะท้อนความสุข ตลอดจนวิถีชีวิตดีๆ แบบที่ใครเขาพูดกัน แต่กำลังยืนอยู่หน้า Casa Mila หรือบ้านของครอบครัวมิล่าในบาร์เซโลนา หนึ่งในผลงานของ Antoni Gaudi (อันตอนี เกาดี) สถาปนิกชาวกาตาลัน ผู้สร้างมหาวิหารซากราด้า ฟามีเลีย (The Sagrada Familia) โบสถ์ที่สร้างมาแล้ว 136 ปีและยังไม่คงสร้างไม่เสร็จจนถึงทุกวันนี้

Casa Mila, ประเทศสเปน

นอกจากเป็นบ้านและชุดห้องพักของคนรวยเมื่อร้อยปีก่อนแล้ว อาคารสูง 9 ชั้นหลังนี้มีเรื่องราวสนุกๆ มากมายเต็มไปหมด ตั้งแต่ที่มาของอพาร์ตเมนต์ การออกแบบที่ใช้เวลากว่า 5 ปี เพราะทั้งบู๊และบุ๋นกันระหว่างสภาเทศบาลเมือง นักออกแบบ และเจ้าของบ้าน ส่วนเรื่องของรายละเอียดที่ซ่อนอยู่ในงานออกแบบชั้นครูนั้นกลายเป็นเรื่องรองไปเลยเมื่อเรารู้ว่าหลังสร้างเสร็จได้ไม่นานเพื่อนบ้านทั้งละแวกต่างพูดใส่เลดี้มิล่าให้ทุบบ้านทิ้ง เพราะทั้งน่ากลัวและน่าเกลียด

แต่เธอและสามีก็ยังทนอยู่

Casa Mila, ประเทศสเปน

จนบ้านหลังนี้กลายเป็นอาคารเอกชนเพียงไม่กี่หลังในโลกที่ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก และดึงดูดนักท่องเที่ยวมายังบาร์เซโลนาปีละนับล้าน

เรื่องราวที่ได้จากการเยี่ยม Casa Mila นี้ บอกเราว่าการอยู่ในแวดล้อมที่เราไม่ได้ชอบนักคงไม่ใช่เรื่องเลวร้ายเท่าไหร่

 

1

‘รวย’ อย่างเดียวไม่พอ ต้อง…ด้วย

ย้อนกลับไปในช่วงปี 1900 ถนนกราเซียถือเป็นย่านสำคัญของเมืองบาร์เซโลนา เพราะเป็นที่ตั้งของโรงหนัง โรงละคร ร้านค้าหรู และคาเฟ่ และเป็นทำเลทองที่ผู้มั่งคั่งในเมืองนี้พร้อมใจกันเลือกลงหลักปักฐาน

Casa Mila, ประเทศสเปน

เช่นเดียวกับคู่รักข้าวใหม่ปลามัน อย่าง Pere Mila หนุ่มใหญ่นักธุรกิจและนักกฎหมายผู้ร่ำรวย และ Roser Segimon แม่หม้ายสาวผู้ร่ำรวยไม่แพ้กัน จากมรดกของสามีเก่าผู้สร้างตัวจากธุรกิจกาแฟในกัวเตมาลา ของขวัญวันแต่งที่เลดี้มิล่าซื้อให้ตัวเองคือที่ดินขนาด 1,835 ตารางเมตรบนถนนกราเซีย

นอกจากที่ดินและไลฟ์สไตล์เสพศิลปะ เครื่องมือแสดงความรวยจริงของคนเมืองนี้ คือการจ้างศิลปินให้มาออกแบบบ้านทั้งหลัง ซึ่งยุคนั้นในยุโรปกำลังให้ความสนใจงานศิลปะแนวนวศิลป์ (Art Nouveau) สรรพสิ่งที่โค้ง พลิ้วไหวเกินธรรมชาติ งานไม้แกะสลัก เหล็กดัด และกระจกสีสเตนกลาส ชื่อของอันตอนี เกาดี สถาปนิกคนดังทำงานโดดเด่นในสไตล์โมเดร์นิสม์ หรืองานศิลปะแนวนวศิลป์ในแบบกาตาลัน จึงเป็นที่หนึ่งในใจของนายและนางมิล่า โดยเฉพาะผลงานที่ผ่านมาอย่าง Casa Batlló

โจทย์ของการออกแบบคฤหาสน์หลังนี้เรียบง่ายแต่น่าสนใจ นั่นคือต้องการพื้นที่สำหรับพักอาศัยที่ชั้นหนึ่งและอีก 4 ชั้นทำเป็นอพาร์ตเมนต์ให้เช่า

รวยอย่างเดียวไม่พอ ต้องฉลาดสุดๆ ด้วย

ถ้าเป็นคนรวยธรรมดาๆ คงทุ่มเงินสร้างเรือนหออยู่ไปถึงรุ่นลูกรุ่นหลานแล้วจบไป แต่ครอบครัวมิล่ามองไกลกว่านั้น

Casa Mila, ประเทศสเปน

 

2

‘อันตอนี เกาดี’ อย่างเดียวไม่พอ ต้อง…ด้วย

คงไม่ใช่เรื่อง หากจะสร้างอาคารที่คิดถึงห้องชุดจำนวนมาก มีที่จอดรถชั้นใต้ดิน มีลิฟต์ มีห้องใต้หลังคา มีประติมากรรมบทชั้นดาดฟ้า ในสมัยนี้

แต่ถ้าเป็นเมื่อ 100 กว่าปีก่อนคงไม่มีใครนึกภาพออกแน่ๆ

หลังจากคุณเกาดีส่งแบบร่างอพาร์ตเมนต์หรู 9 ชั้นบนถนนกราเซียแก่สภาเทศบาลบาร์เซโลนา ในปี 1906 การก่อสร้างจึงเริ่มต้นขึ้น ก่อนจะตามมาด้วยการร้องเรียนของสภาเทศบาล ทั้งเรื่องเสาที่ล้ำออกมาตรงทางเดินถนนและการก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่เกินอนุญาต พร้อมสั่งให้รื้อถอนห้องใต้หลังคาและดาดฟ้า แต่ต่อมาคณะกรรมาธิการผังเมืองใหม่ช่วยแก้ต่างแทนให้ โดยให้เหตุผลว่าสิ่งปลูกสร้างนี้เป็นงานสร้างสรรค์ที่ไม่ควรมีกฎเกณฑ์มาจำกัดการทำงาน คุณเกาดีจึงได้รับใบอนุญาตในที่สุด

Casa Mila, ประเทศสเปน

ไม่ต่างจากงานทุกชิ้นของคุณเกาดี แรงบันดาลใจของ Casa Mila มาจากธรรมชาติ คลื่น ภูเขา การทาสีผนังด้านในให้เหมือนอยู่ในทะเล หรือทาสีเพดานเป็นรูปดอกไม้สีสันสวยประหลาด การกำหนดแสงสว่างให้ส่องทั่วถึงด้วยการทาสีผนังด้วยสีเข้มไปจนอ่อนเพื่อควบคุมความสว่างของห้อง หน้าต่างและระบบระบายอากาศธรรมชาติทำให้ไม่ต้องใช้เครื่องปรับอากาศ รวมไปถึงงานเหล็กดัดรอบตัวอาคารด้านนอกซึ่งเป็นผลงานของ Josep Maria Jujol ผู้ช่วยคนสำคัญของคุณเกาดี

ผ่านไป 5 ปี ครอบครัวมิล่าก็ได้ฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่

ท่ามกลางเสียงติติงถึงความเหมาะสมของงานออกแบบที่ชาวเมืองไม่น้อยลงความเห็นว่าน่าเกลียดน่ากลัว ทั้งจากรูปทรงเหมือนหินยักษ์ที่โค้งไหวทั่วตัวอาคาร บรรดาเหล็กดัด โครงสร้าง และฟาซาดหน้าตาประหลาด ทำให้ Casa Mila มีอีกชื่อเรียกอย่างล้อเลียนว่า La Pedrera หรือเหมืองหิน โดยหนึ่งเหตุผลที่เหล่าเพื่อนบ้านไม่เอ็นดูประติมากรรมบนชั้นดาดฟ้าและรูปทรงอาคารหน้าตาแปลกของ Casa Mila จนถึงขั้นพูดกดดันให้เลดี้มิล่าทุบตึกนี้ทิ้งไปเสียทั้งที่เพิ่งสร้างเสร็จไม่นาน เพราะคิดว่าการมีอยู่ของตึกหน้าตาน่ากลัวมีแต่จะทำให้อสังหาริมทรัพย์และที่ดินย่านนั้นราคาถูกลง

Casa Mila, ประเทศสเปน

โชคดีที่เลดี้มิล่าไม่ตัดสินใจเช่นนั้น ส่วนหนึ่งเพราะเกรงใจสามีผู้เป็นแฟนคลับคุณเกาดี อีกส่วนหนึ่งเพราะรู้สึกเสียดายค่าก่อสร้างและค่าจ้างออกแบบที่มหาศาล หลังจากมีการฟ้องร้องเรียกค่าออกแบบ ซึ่งคุณเกาดีเป็นผู้ชนะคดีเมื่อปี 1916

แม้เลดี้มิล่าจะไม่พอใจงานออกแบบ แต่เธอก็มีความอดทนมากพอ

หลังจากคุณเกาดีเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุเมื่อปี 1926 ขณะที่ยังทำงานออกแบบและดูแลการก่อสร้างมหาวิหารซากราด้า ฟามีเลีย เลดี้มิล่าก็สั่งเปลี่ยนการตกแต่งห้องของครอบครัวใหม่ทั้งหมด จากสไตล์โมเดร์นิสม์ก็กลายเป็นหลุยส์ที่ 16 ก่อนจะตัดสินขาย Casa Mila ให้บริษัทอสังหาริมทรัพย์แห่งหนึ่งเป็นเงิน 18 ล้านเหรียญเปเซตา (Pesetas) เมื่อ 1946 หรือหลังสามีเสียชีวิตไปได้ 6 ปี แต่เธอก็ยังคงอาศัยอยู่ที่ห้องเดิมจนวาระสุดท้ายของชีวิต

เรื่องราวที่ผ่านมาและความสวยงามที่เห็นเป็นประจักษ์ทำให้ Casa Mila กลายเป็นหนึ่งอาคารเอกชนไม่กี่หลังที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกขององค์การยูเนสโกในปี 1984 ก่อนจะเปลี่ยนมือมาเป็นของ Caxia Catalunya สถาบันการเงินของเมือง แล้วเปิดพื้นที่บนชั้นดาดฟ้าให้คนทั่วไปเยี่ยมชมประติมากรรมหินทราย The Garden of Warriors แล้วใช้เวลาเกือบ 10 ปีบูรณสถานที่เพื่อฟื้นคืนบรรยากาศเก่าๆ อย่างที่เรากำลังจะเข้าไปชมของจริงในนาทีถัดไปนี้

Casa Mila, ประเทศสเปน Casa Mila, ประเทศสเปน

เกาดีอย่างเดียวไม่พอ ต้องจิตใจแข็งแกร่งมากๆ ด้วย

จากสิ่งก่อสร้างที่คนทั้งเมืองเกลียดกลัว วันนี้ Casa Mila กลายเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ใครหลายคนใฝ่ฝันอยากมาบาร์เซโลนาสักครั้งหนึ่ง

 

3

‘เป็นอพาร์ตเมนต์’ อย่างเดียวไม่พอ ต้อง…ด้วย

หลังจากผ่านห้องโถงกลางของอาคารเข้ามาใน Casa Mila แล้ว จุดเยี่ยมชมแรกสุดของที่นี่คือ ประติมากรรมหินทราย The Garden of Warriors บนชั้นดาดฟ้า

Casa Mila, ประเทศสเปน

Casa Mila, ประเทศสเปน Casa Mila, ประเทศสเปน

เราใช้เวลาเดินลัดเลาะขึ้นลงบันไดเพื่อมองคุณทหารหินทรายรูปทรงล้ำๆ ในระยะใกล้ๆ ไม่นาน วิวเมืองบาร์เซโลนาในแบบ 360 ก็เรียกร้องความใจจากเราจนหมด ก่อนจะกลับมาสนใจงานโมเสกของคุณเกาดีที่ใช้เศษขวดเบียร์ประดับตกแต่งมาก่อนกาล และมาก่อนใคร

จากนั้นเดินไต่บันไดลงไปห้องใต้หลังคา ชมพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมงานทั้งชีวิตของคุณเกาดี ไม่เพียงจัดแสดงโมเดลของโครงสร้างอาคารน้อยใหญ่ให้เราเห็นกระบวนการคิด ยังนำเสนอเทคนิคการออกแบบสุดล้ำ สุดแสนจะนำสมัย อย่างการแขวนโซ่ทิ้งน้ำหนัก แล้วส่องผ่านกระจกเงาจะได้ภาพสามมิติเพื่อคำนวณน้ำหนักโครงสร้าง เป็นต้น รวมถึงตัวอย่างชิ้นส่วนธรรมชาติ แรงบันดาลใจของเส้นโค้งทั้งหมดในงานคุณเกาดีก็มีให้เห็นในโซนพิพิธภัณฑ์ถาวรนี้ด้วยเช่นกัน

Casa Mila, ประเทศสเปน Casa Mila, ประเทศสเปน

แล้วไปต่อกับตัวอย่างห้องชุดพร้อมเฟอร์นิเจอร์ พร้อมให้คุณลากกระเป๋าเข้าอยู่หลังทำสัญญาเช่า เพราะใจเต้นไม่เป็นจังหวะให้กับรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ คิ้วบัว ขอบประตูหน้าต่าง ไหนจะที่จับประตูลูกบิดที่ออกแบบสำหรับเจ้าของห้องผู้ถนัดซ้าย โต๊ะ ตู้ เตียง ที่เหมือนหลุดเข้าไปในละครย้อนยุค ซึ่งแม้ห้องจะถูกซอยยิบย่อยเป็นห้องเล็กห้องน้อย แต่คับที่อยู่ได้คับใจอยู่ยาก อพาร์ตเมนต์น่ารักขนาดนี้จะคับแค่ไหนก็ไหวอยู่

Casa Mila, ประเทศสเปน Casa Mila, ประเทศสเปน

ขอพักชมสิ่งที่น่าสนใจด้วยเรื่องราวผู้เช่ายุคแรกของ Casa Mila ซึ่งล้วนมาจากประกาศหาผู้เช่าใน La Vanguardia Newspaper

ผู้เช่าคนแรกๆ ของ Casa Mila คือ Miss Dick ครูสอนภาษาอังกฤษ จากหลักฐานคือประกาศโฆษณาคลาสเรียนภาษาอังกฤษที่ห้องของเธอในหน้าหนังสือพิมพ์ ก่อนจะตามมาด้วยสมาชิกคนอื่นๆ ซึ่งมีตั้งแต่นักธุรกิจ กงสุลอาร์เจนตินาประจำบาร์เซโลนา เจ้าชายจากอียิปต์ นอกจากนี้ยังมี The Mosella Tailor’s Shop ห้องเสื้อหรูเปิดทำการที่ชั้นล่างของอพาร์ตเมนต์แห่งนี้มาตั้งแต่ปี 1929

ปัจจุบันแม้จะเปิดเป็นพื้นที่สาธารณะให้คนเข้าเยี่ยมชมแล้ว ยังมีส่วนที่เป็นอพาร์ตเมนต์ให้เช่า ซึ่งจำกัดเฉพาะผู้เช่าเดิมที่อยู่มานานเกิน 70 ปี

‘เป็นอพาร์ตเมนต์’ อย่างเดียวไม่พอ ต้องเป็น Co-living Space ด้วย

ปัจจุบัน Casa Mila อยู่ใต้การดูแลของ Catalunya La Pedraza Foundation มูลนิธิที่ทำงานเพื่อสนับสนุนคนที่มีพรสวรรค์และความคิดสร้างสรรค์ แต่ขาดแคลนโอกาส

 

4

‘บินตรงลงบาร์เซโลนา’ อย่างเดียวไม่พอ

ต้อง Business Class ด้วย

การเดินทางสู่บาร์เซโลนาครั้งนี้ทาง Qatar Airways และการท่องเที่ยวสเปน ชวน The Cloud ลัดฟ้าบินตรงจากกรุงเทพฯ สู่มาลากา ในแคว้นอันดาลูเซีย หรือฝั่งใต้ของสเปน พาเราเที่ยวบ้านเกิดของคุณปีกัสโซ จิตรกรเอกของโลก ก่อนจะพาขึ้นเหนือเที่ยวบาร์เซโลนา ในแคว้นกาตาลุญญา ตะลุยกินทาปาสอาหารพื้นเมืองแบบ Non-stop จิบไวน์หวานสูตรพิเศษที่หาได้จากสเปนเท่านั้น

ไม่ว่าจะสายอาร์ต จัดทริปตามรอยผลงานคุณเกาดี ทริปชมงานปีกัสโซ

สายประวัติศาสตร์ เดินเมืองดูอาคารบ้านเรือน ซึมซับวัฒนธรรมโรมันโบราณผ่านร่องรอยที่ซ้อนทับกับวิถีชีวิตคนเมืองอย่างพอดี หรือตามรอยอาหารท้องถิ่น เชื่อเถอะว่าสเปนจะดูแลคุณอย่างดี

Casa Mila, ประเทศสเปน Casa Mila, ประเทศสเปน

และโปรดทำตัวตามสบายเหมือนอยู่บ้าน เพราะที่ชั้น Business Class ของ Qatar Airways นอกจากที่นั่งแสนสบาย ของว่างและอาหารเสิร์ฟร้อนแล้ว ยังมีชุดนอนจาก The White Company ของลอนดอนให้เปลี่ยน พร้อมชุดอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่มาพร้อมกระเป๋าจาก Bric แบรนด์กระเป๋าเดินทางจากมิลาน ออกแบบพิเศษสำหรับสายการบินมอบให้ด้วย (ตรวจสอบเส้นทางการบินและราคาได้ที่นี่)

Casa Mila, ประเทศสเปน

แน่นอนว่าถ้า Qatar Airways เกิดเร็วกว่านี้สักร้อยปี นายและนางมิล่าต้องเลือกบินชั้น Business Class ไปๆ มาๆ ระหว่างบาร์เซโลนาและหลายเมืองใหญ่ทั่วโลกเพื่อเสพงานศิลปะ ซื้อที่ดินและสร้างอพาร์ตเมนต์ผลงานการออกแบบของฝีมือศิลปินท้องถิ่นอีกมากมายมหาศาลแน่ๆ

ถ้าคุณมีประสบการณ์เดินทางแปลกใหม่จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญส่งเรื่องราวของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’

ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เราจะมีสมุดบันทึกปกหนังเทียมเล่มสวยส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Travelogue

พื้นที่บรรจุประสบการณ์เดินทางทั่วมุมโลก

25 กันยายน 2564
288

3 SEP 2019

ตอนนี้เป็นเวลา 20.45 น .ของเฮลซิงกิ (Helsinki)                                                                                                                และเป็นเวลา 00.45 น. ของประเทศไทย                                                                                                          

ฉันอยู่บนเครื่องบินและกำลังเดินทางกลับจากประเทศโปแลนด์                                                                                                       

นี่เป็นครั้งแรกของ 2 สาวพี่น้องกับประเทศที่ไม่คุ้นเคย ถึงแม้น้องชายของฉันจะไม่ได้มาด้วย แต่ฉันก็อยากขอบคุณเขาที่อยู่เป็นเพื่อนคุณย่า ทำให้พวกเราพอจะคลายกังวลได้บ้างระหว่างเดินทางไกลบ้านครั้งนี้

เราใช้เวลาเดินทางมาโปแลนด์ 4 วันกับ 3 คืน เราเที่ยวกันเต็มที่ 2 วัน เพราะอีก 1 วัน ต้องไปร่วมงานประชุมวิชาการที่ IEC เพราะน้องสาวคนเก่งส่งงานวิจัยทางการแพทย์เข้ามา และได้รับเลือกให้มาแสดงในการประชุมครั้งนี้ ฉันภูมิใจในตัวน้องสาวคนนี้อย่างมากมาโดยตลอด และเธอเลือกฉันเป็นเพื่อนเดินทาง ทำให้ฉันได้เที่ยวสมใจ

เที่ยววันสบายๆ แวะปราสาท ดูงานศิลปะ จนหลงรัก Krakow เมืองเก่าแก่ที่สุดของโปแลนด์
เที่ยววันสบายๆ แวะปราสาท ดูงานศิลปะ จนหลงรัก Krakow เมืองเก่าแก่ที่สุดของโปแลนด์

ดังนั้น หน้าที่การหาที่เที่ยวทั้งหมดจึงตกเป็นของฉัน ฉันตัดสินใจจะให้เวลาและทำความรู้จักกับเมืองเพียงหนึ่งเมืองแทนการวางแผนที่จะไปเที่ยวกันหลายๆ เมือง ฉันก็รู้สึกว่าคิดถูก เพราะตลอดเวลาที่อยู่ในเมืองนี้ ให้ความรู้สึกแตกต่างอยู่เสมอ ความคุ้นเคยและความเข้าใจสิ่งที่เมืองนี้เป็นทำให้เราตกหลุมรักเมืองนี้อย่างจริงจัง 

เมืองนี่คือ Krakow เมืองที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศโปแลนด์ และใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศ

เที่ยววันสบายๆ แวะปราสาท ดูงานศิลปะ จนหลงรัก Krakow เมืองเก่าแก่ที่สุดของโปแลนด์

31 AUG 2019

เราปักหมุดบน Google Maps มีสถานที่แนะนำหลากหลาย แต่กองทัพต้องเดินด้วยท้อง แม้เราจะวางแผนอย่างไร แต่เสน่ห์ของการท่องเที่ยวคือการได้พบเจอสิ่งที่อยู่นอกเหนือจากนั้น และอาหารเช้ามื้อแรกของเราก็ได้รับการแนะนำจาก Trip Advisor ซึ่งอยู่ในระยะทางใกล้พอจะเดินจากที่พักมาถึง ด้วยเวลาที่ต่างจากประเทศไทยประมาณ 5 ชั่วโมง พวกเราต้องตื่นเช้ามาก และร้านนี้เป็นเพียงไม่กี่ร้านที่เปิดตั้งแต่ 8 โมงเช้า ร้าน Charlotte คือที่ปักหมุดแรกของเรา

ระหว่างทางที่เดินเพื่อหาร้านนี้ แทบจะไม่มีคนด้วยซ้ำ เมืองเงียบเหมือนไม่มีใครตื่น ถึงแม้ถนนโล่งจะเหมาะกับการถ่ายรูปแบบไม่ติดผู้คนรอบข้าง แต่แสงก็ยังไม่พร้อมให้เราสวยผ่านเลนส์ขนาดนั้น เรามุ่งหน้าสู่ร้านอาหารเช้า และต้องแปลกใจที่ตั้งแต่หน้าร้านยันในร้านมีผู้คนเต็มไปหมด พนักงานหน้าร้านยิ้มแย้ม ทักทายและเชื้อเชิญ แล้วเราก็ไม่ผิดหวังกับมื้อเช้าแสนอร่อย บรรยากาศอบอุ่น พนักงานในร้านดูแลอย่างเป็นกันเองและบริการดีมาก

เที่ยววันสบายๆ แวะปราสาท ดูงานศิลปะ จนหลงรัก Krakow เมืองเก่าแก่ที่สุดของโปแลนด์

สิ่งที่ฉันประทับใจคือ ตระกร้าขนมปังกับแยมกระปุกใหญ่หลากหลายรส มีที่ตักแยมแต่ละกระปุกให้เลือกทาขนมปังอย่างเต็มที่ กระปุกแยมเหล่านี้จะเปลี่ยนไปโต๊ะนั้น โต๊ะนี้ ไม่ต่างจากเครื่องปรุงร้านก๋วยเตี๋ยวบ้านเรา

หลังจากอิ่มท้อง เราก็ตั้งใจไปเที่ยวสถานที่ใกล้ๆ กันก่อน โดยมีระยะทางเดินทางเท้าประมาณ 1 กิโลเมตรจากร้านอาหารเช้า เรากำลังไปที่ Wawel Royal Castle ระหว่างรอตั๋วเข้าชมปราสาทแถวยาวเป็นหางว่าว เนื่องจากช่องขายตั๋วมีแค่ 1 ช่อง และมีตัวเลือกสถานที่ภายในปราสาทให้เข้าชมเยอะมาก จำนวนสถานที่ก็แปรผันตามราคาค่าตั๋ว 

เที่ยววันสบายๆ แวะปราสาท ดูงานศิลปะ จนหลงรัก Krakow เมืองเก่าแก่ที่สุดของโปแลนด์

ระหว่างที่เรายืนรอประมาณ 1 ชั่วโมง ก็หาข้อมูลห้องที่เราอยากเข้าชมจากอินเทอร์เน็ต ทำความเข้าใจราคาและห้องต่างๆ จากการพูดคุยของคนที่ยืนอยู่หน้าเรากับคนขายตั๋ว เราเลือกแค่ State Room ห้องเดียว พอถึงคิว ใช้เวลาซื้อตั๋วเร็วมาก แม้จะเลือกแค่ห้องนี้ แต่ก็ดูห้องอื่นๆ ได้ด้วยประมาณ 20 ห้องและเข้าไปดูโบสถ์อันสวยงาม

เดินทางไกลบ้านไปชมประวัติศาสตร์ ศิลปะและวัฒนธรรมฉบับคน Polish ที่อดีตเมืองหลวงเก่าแก่ของโปแลนด์

หลังจากเข้าชมปราสาท เราเดินกลับมาที่จัตุรัส Rynek Glowny และเลือกเดินผ่านถนนที่เต็มไปด้วยร้านค้า นั่นยิ่งทำให้ความตั้งใจในการพิชิตภารกิจหาของฝากก็เพิ่มขึ้น ผู้คนที่เราคิดถึงจนอยากซื้อของกลับไปฝากก็มากขึ้นด้วย เลือกไปก็กดดันไปว่ายังขาดใครอยู่หรือเปล่า ซึ่งบริเวณจัตุรัสล้อมรอบด้วยร้านอาหารและร้านขายของ มี Cloth Hall ตรงกลาง ภายในมีร้านขายของฝากเต็มไปหมด ขอเตือนว่าอย่าเพิ่งรีบซื้อ แม้ของจะเหมือนกันแต่ราคาไม่เท่ากัน

เดินทางไกลบ้านไปชมประวัติศาสตร์ ศิลปะและวัฒนธรรมฉบับคน Polish ที่อดีตเมืองหลวงเก่าแก่ของโปแลนด์

และมื้อเที่ยงที่ค่อนไปทางบ่ายก็มาถึง เราตั้งใจตามหาอาหาร Polish แบบดั้งเดิม จากการเดินเลือกร้านจนเข่าอ่อน ก็มาหยุดที่ร้าน Hawelka สั่งเกี๊ยวสอดไส้และพอร์คชอปที่คล้ายกับหมูชุบแป้งทอด รสชาติดีทีเดียว 

เมื่อท้องอิ่มก็ขอจบทริปวันนี้ กลับที่พักไปยืดแข้งยืดขาให้สบายใจ

เดินทางไกลบ้านไปชมประวัติศาสตร์ ศิลปะและวัฒนธรรมฉบับคน Polish ที่อดีตเมืองหลวงเก่าแก่ของโปแลนด์

1 SEP 2019

วันนี้เราตั้งใจเปลี่ยนร้านอาหารเช้า มาที่ Cafe Stare Miasto บรรยากาศแปลกตา อบอุ่น อาหารอร่อย แต่ดูเหมือนว่ากาแฟเย็นจะเป็นปัญหาในการสั่งเครื่องดื่มของเราเสียแล้ว นอกจาก Starbucks ก็ไม่มีที่ไหนเข้าใจการดื่มกาแฟเย็นของคนไทยเลย แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น เพราะการผจญภัยที่ไกลกว่าเดิมรอเราอยู่ ซึ่งครั้งนี้ไม่อาจเดินไปถึง

เดินทางไกลบ้านไปชมประวัติศาสตร์ ศิลปะและวัฒนธรรมฉบับคน Polish ที่อดีตเมืองหลวงเก่าแก่ของโปแลนด์

เราพึ่งพารถเมล์และรถราง ด้วยการซื้อตั๋วแบบ 24 ชั่วโมง ราคา 15 PLN (ประมาณ 127 บาท) ที่เครื่องขายตั๋วบนรถ เราจ่ายด้วยบัตรเครดิตเพราะเหรียญไม่พอ คุณตาที่นั่งบนรถก็ยิ้มเอาใจช่วยด้วยความเอ็นดูว่าจะรอดมั้ย และปลายทางของเราอยู่ที่ภูเขา Manmade เป็นภูเขาที่มนุษย์สร้างขึ้น สมัยก่อนใช้สำหรับการรบ มีพิพิธภัณฑ์อยู่ภายใน อากาศวันนี้แดดแรง อุณหภูมิประมาณ 31 องศาเซลเซียส แต่รู้สึกดีมากที่ได้ใช้เรี่ยวแรงเดินขึ้นภูเขาลูกเล็กๆ ลูกนี้

เดินทางไกลบ้านไปชมประวัติศาสตร์ ศิลปะและวัฒนธรรมฉบับคน Polish ที่อดีตเมืองหลวงเก่าแก่ของโปแลนด์
เดินทางไกลบ้านไปชมประวัติศาสตร์ ศิลปะและวัฒนธรรมฉบับคน Polish ที่อดีตเมืองหลวงเก่าแก่ของโปแลนด์

เราเดินทางกันต่อที่ MOCAK Museum of Contemporary Art in Krakow แต่รถเมล์พาเรามาไม่ถึง อาจเป็นเพราะเราเลือกสายรถเมล์ผิด ทำให้ต้องเดินผ่านตึกร้างด้วยความกังวล และคอยเตือนกันว่าอย่าเดินชิดตัวตึกนะ เพราะกลัวว่าจะมีคนกระชากเข้าไป หลังจากผ่านความตื่นเต้นระทึกใจกับตึกร้างไร้ผู้คน ก็ถึงจุดหมายและพบกับความประทับใจอย่างยากจะบรรยาย ความรู้สึกของเราคือ ศิลปะไม่แบ่งแยกภาษา แต่สัมผัสได้ด้วยใจ แนะนำที่นี่มากๆ เลยล่ะ

เดินทางไกลบ้านไปชมประวัติศาสตร์ ศิลปะและวัฒนธรรมฉบับคน Polish ที่อดีตเมืองหลวงเก่าแก่ของโปแลนด์
เดินทางไกลบ้านไปชมประวัติศาสตร์ ศิลปะและวัฒนธรรมฉบับคน Polish ที่ Krakow อดีตเมืองหลวงเก่าแก่ของโปแลนด์

จบทริปชมนิทรรศการศิลปะ เราก็กลับมาที่ Rynek Growny อีกครั้ง และแวะคาเฟ่ที่พวกเราขอแนะนำมากๆ ชื่อ Café Camelot ถ้ามาช่วงใกล้พระอาทิตย์ตกดินยิ่งโรแมนติก เพราะเขาจุดเทียนเพื่อสร้างบรรยากาศ นอกจากนี้ ยังมีสถานที่อีกหลายแห่งที่ไม่ได้อยู่ในการวางแผนของเรา ซึ่งหลายสถานที่ก็จัดอยู่ในสถานที่แนะนำของเมืองเช่นกัน 

เดินทางไกลบ้านไปชมประวัติศาสตร์ ศิลปะและวัฒนธรรมฉบับคน Polish ที่ Krakow อดีตเมืองหลวงเก่าแก่ของโปแลนด์

วันที่ 2 SEP 2019 เราอยู่ในงานประชุมวิชาการทั้งวัน

และวันที่ 3 SEP 2019 ก็เป็นวันที่เราเดินทางกลับประเทศไทย 

สำหรับเรา การเดินทางเป็นอะไรที่แสนพิเศษ ทำให้เราได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเอง รู้จักตัวเองมากขึ้น รู้ว่าเราทำในสิ่งที่เราเคยกลัวให้เกิดขึ้นจริงได้ และมีความรู้สึกมากมายเกิดขึ้นระหว่างการเดินทาง ความตื่นเต้น ประหม่า กังวล หงุดหงิด สบายใจ มีความสุข และคนที่เดินทางไปกับเราก็สำคัญมาก ไม่ว่าเขาคือใคร ขอให้เป็นคนที่เรารักก็พอ 

ความรักมีให้ได้กับทุกสิ่งเสมอ และความรักจะมอบของขวัญตอบแทนเป็นความสงบสุขสู่ใจเรา

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เรามีหมวกรุ่นพิเศษจาก Painkiller Atelier X The Cloud ส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

ลลิดา ธีระโกเมน

นักจิตวิทยา รักในการดูแลเด็กที่มีความต้องการพิเศษ ความสุข คือ หนังสือ เทียนหอม ดนตรีและเวลา

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load