29 มิถุนายน 2560
3 K

หากตอนนี้เรากำลังยืนอยู่ ณ พื้นที่อื่นๆ ของประเทศไทย สถานที่ซึ่งไม่ใช่หนึ่งในสามจังหวัดชายแดนใต้ ภาพตรงหน้าที่เห็นอยู่ตอนนี้ ก็คงเป็นแค่อะไรที่แสนจะสามัญ-ธรรมดา แต่ไม่ใช่กับที่นี่

บรรยากาศยามเย็นของตลาดในตัวเมือง ซึ่งคับคั่งไปด้วยผู้คนที่กำลังออกมาจับจ่ายซื้อหาอาหารเป็นภาพที่เห็นได้ทั่วไปในช่วงเวลาอันแสนสำคัญของศาสนาอิสลาม-เดือนเราะมะฎอน

ในช่วงหนึ่งของแต่ละปี ชาวมุสลิมทั่วโลกจะต้องถือศีลอดในเวลากลางวันไปจนถึงช่วงเวลาก่อนเช้าของอีกวันเป็นเวลา 1 เดือนเต็ม มันไม่ใช่เพียงแค่การอดน้ำ อดอาหาร หรือการที่ใครสักคนไม่สามารถรับประทานสิ่งใดได้เลยนอกจากการกลืนน้ำลาย แต่การถือศีลอดยังหมายความรวมไปถึงการปฏิบัติตนให้ถูกต้องตามหลักคำสอนของศาสนาทั้งภายนอกและภายใน การฝึกฝนความอดทนอดกลั้น การเข้าใจถึงความยากไร้ การเรียนรู้ที่จะเป็นผู้ให้ และหันมาทำความเข้าใจในคัมภีร์อัลกุรอานและหลักคำสอนของอิสลามที่แท้จริง

‘ตลาดจะบังติกอ’ ในวันนี้ยังคงหนาแน่นไปด้วยผู้คนเหมือนทุกๆ ปีที่ผ่านมา ช่วงเวลาก่อนการละศีลอดสำหรับเรานั้น ถือเป็นอีกช่วงของวันที่ยาวนาน น่าตื่นเต้น และสนุกที่สุด ในเวลาเดียวกัน เพราะทุกๆ คนในครอบครัวจะออกไปจ่ายตลาดเพื่อเลือกซื้ออาหารที่ตัวเองต้องการจะรับประทาน ภาพตรงหน้าที่เห็นคือการที่คนคนหนึ่งซึ่งไม่ได้กินอะไรเลยมาทั้งวัน กำลังเลือกซื้อและหยิบทุกอย่างที่ขวางหน้าจนไม่ลืมหูลืมตา (ฮา)

ตลาดจะบังติกอ ตลาดจะบังติกอ ตลาดจะบังติกอ ตลาดจะบังติกอ ตลาดจะบังติกอ

หลังกลับมาจากการซื้อของ ทุกคนจะช่วยกันจัดเตรียมสำรับสำหรับจัดโต๊ะอาหาร การจัดสำรับอาหารในเดือนเดือนนี้จะมีความพิเศษกว่ามื้ออาหารในวันธรรมดาทั่วๆ ไป ทั้งในแง่ของรูปร่างหน้าตาและปริมาณ ไม่ว่าจะเป็นบรรดาอาหารคาวหวานนับสิบ น้ำดื่มรสชาติต่างๆ ที่แตกต่างกันไป และสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้เลยคือผลไม้ที่เข้ามาทดแทนการขาดน้ำตาลอย่างอินทผลัม

ในหลายๆ ครั้งที่เราเลือกซื้ออาหารมากเกินความจำเป็น มันทำให้เราอดนึกถึงคนยากไร้ที่ไม่ได้ทานอะไรมาทั้งวันไม่ได้ และหากยิ่งพวกเขาเป็นชาวมุสลิมที่ต่างกำลังทำการถือศีลอดเช่นเดียวกันนั้น เขาเหล่านั้นจะหิวกระหายมากเพียงใด?

เรายังมีโอกาสได้เลือกซื้ออาหารตามที่ต้องการ ยังมีโอกาสได้กินอาหารตามที่เราชอบ ในบางครั้ง อาหารที่ซื้อมาก็เยอะเกินไปจนเหลือไปถึงมื้อต่อไป แต่สำหรับพวกเขานั้น, เขาอาจมีโอกาสได้ทานเพียงข้าวไม่กี่คำ มีกับข้าวใช้ทานร่วมในสำรับไม่กี่อย่าง หรือสำหรับบางครอบครัวที่ลำบากมากๆ อาจไม่ได้รับประทานอะไรเลยนอกจากน้ำเพียงไม่กี่แก้ว

และด้วยเหตุผลนี้เอง ครอบครัวของเราเลยมีกิจกรรมอีกหนึ่งกิจกรรมที่ทำร่วมกันกับกลุ่มนักปั่นจักรยานสายกิน ‘กลุ่ม NIGHT RIDE’ ซึ่งในวันปกติธรรมดาพวกเราจะออกไปปั่นเพื่อหาของกินในตัวเมืองปัตตานีกันทุกๆ คืนวันพุธ แต่กิจกรรมที่ถูกเพิ่มเข้ามาเป็นพิเศษในเดือนเดือนนี้ คือการที่พวกเราจะระดมเงินทุนเพื่อซื้อของใช้ที่จำเป็น อาหารคาวหวาน เครื่องดื่ม และเดินทางไปร่วมละศีลอดกับกลุ่มเด็กและเยาวชนที่พ่อและแม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบของสามจังหวัดชายแดนใต้

ภาพเหล่านั้น ยังคงติดอยู่ในส่วนลึกของใจในทุกๆ ครั้งที่เรานึกถึง

มันเป็นเหมือนความหดหู่ ที่ถูกเติมเต็ม
ความยากไร้ ที่ถูกมอบให้
ความสูญเสีย ที่ยังอาจติดอยู่ในใจ

แค่ขอให้พวกเขาเข้มแข็งขึ้น ได้ในสักวัน. . .

ศีลอด ศีลอด ปัตตานี

ไม่เพียงแต่ช่วงเวลาดีๆ ที่ทุกคนในครอบครัวจะได้รับประทานอาหารร่วมกัน แต่ยังมีอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญในเดือนเราะมะฎอนที่ชาวมุสลิมจะได้ทำการละหมาดตะรอเวี๊ยะฮฺที่มัสยิดใกล้บ้าน ซึ่งในช่วงเวลานี้เองที่ทุกคนจะมีโอกาสได้พบปะพูดคุยกับเพื่อนบ้านที่อาศัยอยู่ในละแวกเดียวกัน ได้กล่าวทักทาย หรือที่เรียกว่าการให้สลาม ซึ่งสิ่งสำคัญเหล่านี้อาจเป็นอะไรที่เรามองข้ามมาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา

บรรยากาศภายใน ‘มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี’ วันนี้เต็มไปด้วยผู้คนที่แต่งกายในชุดหลากสีสัน วันนี้คืออีกช่วงเวลาสำคัญที่มุสลิมทุกคนจะมารวมตัวกันที่มัสยิดเพื่อทำการละหมาดในวันอีด (Eid al-Fitr) หลังจากนั้นก็จะทำการบริจาคทาน (ในกรณีที่ทำได้) และเดินทางไปพบปะญาติพี่น้องในเวลาต่อไป

ปัตตานี ศีลอด ปัตตานี

เราเป็นอีกคนที่กำลังอยู่ในสถานที่ซึ่งความสูญเสียสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกช่วงขณะ และทุกคน ณ ที่แห่งนี้ก็รู้ดีว่าเหตุการณ์ความไม่สงบจะเกิดขึ้นตอนไหนก็ได้ ผู้คนภายนอกอาจตั้งคำถามว่า ทำไมพวกเราถึงยังใช้ชีวิตกันอย่างปกติ ทำไมคนถึงยังกล้าออกมาละหมาดกันจนเต็มมัสยิด? คนจากภายนอกที่ไม่ได้อาศัยอยู่ ณ ที่แห่งนี้อาจเกิดคำถามภายในว่า ‘ทำไม’

แน่นอนว่า, สิ่งที่เกิดขึ้นไม่สามารถแปรเปลี่ยนเป็นความเคยชิน หรือแม้แต่เปลี่ยนเป็นระบบทางความคิดที่ทำให้เราทุกคน ณ ที่แห่งนี้รู้สึกว่าควรทำใจ แต่ยิ่งเราอยู่ใกล้กับความสูญเสียมากเท่าไหร่ ความตระหนักถึง ‘การจากไป’ และความใส่ใจใน ‘การมีอยู่’ ก็ยิ่งมากขึ้นเท่ากัน

ภายใน 365 วัน มีแค่ 2 ช่วงเวลาต่อปีเท่านั้นที่ชาวมุสลิมจะมีโอกาสได้ทำอะไรเพื่อให้ได้เข้าใจและเข้าถึงหลักคำสอนของศาสนาอิสลามมากเท่านี้ หลายๆ เดือนที่ผ่านมาเราอาจไม่เคยเห็นคุณค่าของน้ำสักแก้ว ข้าวสักจาน หรือแม้แต่ของหวานสักชิ้น หลายๆ เดือนที่ผ่านมา เราอาจไม่เคยเข้าใจความยากไร้ของผู้คนที่ไม่มีแม้แต่เงินจะซื้อข้าวกิน และหลายๆ ช่วงเวลา เรามักให้ความสำคัญกับคนที่อยู่ไกลตัว มากกว่าคนที่อยู่ใกล้ใจ

เรารู้สึกขอบคุณช่วงเวลาอันแสนพิเศษของศาสนาอิสลามเวลานี้ และสถานที่ซึ่งอยู่ใกล้กับความสูญเสียอย่างจังหวัดปัตตานี เพราะสิ่งเหล่านี้ทำให้เราเห็นคุณค่าของทุกช่วงขณะที่เรายังกินดีอยู่ดี และตระหนักอยู่ในทุกช่วงวินาที ว่าทุกอย่างล้วนต้องจากไป. . .

ถ้าคุณมีประสบการณ์เดินทางแปลกใหม่ / บทเรียนจากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญส่งเรื่องราวของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue/โรงเรียนนานาชาติ’

ถ้าผลงานของคุณได้รับการตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เราจะมีสมุดบันทึกปกหนังเล่มสวยส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

ชานิตยา จีน่า ดานิชสกุล

นักศึกษาวิชาการละคอนจบใหม่จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้หลงใหลในการแบกเป้เพื่อออกเดินทางไปเป็นคนแปลกหน้าตามสถานที่ต่างๆตั้งแต่เริ่มเข้ามหา’ลัย มีความฝันอยากเป็นนักเขียนฟรีแลนซ์ ที่สามารถเดินทางไปได้เรื่อยๆ และกลับมาเปิดโฮสเทลในบ้านเกิดที่ปัตตานี

Travelogue

พื้นที่บรรจุประสบการณ์เดินทางทั่วมุมโลก

5 มิถุนายน 2564
234

เพื่อเป็นการงาน CSD (Christopher Street Day) Frankfurt 2020 เป็นขบวนพาเหรดที่จัดปีละครั้ง เพื่อเฉลิมฉลองให้กับผู้มีความหลากหลายทางเพศ บางประเทศเรียกว่า Pride Parade หรือ Pride March งานนี้จัดเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคมปีที่แล้ว ควบคู่กับงานเสวนาออนไลน์ พิเศษตรงรูปแบบของขบวนพาเหรดที่เป็น Auto-Demo ภาษาเยอรมัน แปลว่า Car Demonstration Parade (ขบวนพาเหรดรถยนต์) เราเพิ่งรู้จักกับการจัดขบวนพาเหรดแบบนี้เป็นครั้งแรกที่นี่

ช่วงที่มีการระบาดของโรค COVID-19 ในครั้งแรก ก็มีการรณรงค์เรื่องความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว เพื่อวางแผนมาตรการเฝ้าระวัง ในตอนนั้นทางรัฐบาลมีข้อกำหนดเรื่องการเว้นระยะห่างอย่างเข้มงวด เพื่อลดปริมาณผู้ติดเชื้อ การเดินประท้วงแบบปกติจึงต้องงดเว้นไป แต่ทางการอนุญาตให้ใช้รถยนต์ได้ โดยจะต้องมีผู้โดยสารคันละไม่เกิน 2 คน จึงทำให้เราได้เห็นการประท้วงแบบ Auto-Demo นี้แทนการเดินถนน

เดินขบวนทิพย์ในงานขบวนพาเหรดรถยนต์เพื่อความเท่าเทียมทางเพศ LGBTQ+

ผู้จัดต้องการให้มีพาเหรดนี้เกิดขึ้น แม้จะอยู่ในช่วงที่ยังต้องเฝ้าระวังสถานการณ์โรคระบาด ก็เลยนำไอเดีย Auto-Demo มาใช้กับงานพาเหรดในปีนี้เช่นกัน ในขบวนมีทั้งผู้สนับสนุนจากเมือง Frankfurt และเมืองใกล้เคียง เช่น Offenbach และ Wiesbaden มาร่วมด้วย ซึ่งงานในครั้งนี้จัดขึ้นที่ Romerberg ลานกว้างที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของ Frankfurt โชคดีที่ในวันงาน สถานการณ์ดีขึ้นมากแล้ว ทางการอนุญาตให้เดินขบวนและชุมนุมได้ 

โดยยังแนะนำให้มีการใส่หน้ากากและเว้นระยะห่าง 1.5 เมตรอยู่ 

เดินขบวนทิพย์ในงานขบวนพาเหรดรถยนต์เพื่อความเท่าเทียมทางเพศ LGBTQ+

ทุกคนมารวมตัวกันที่นี่ เพื่อฟังผู้นำการจัดงานพูดแนะนำงานและความสำคัญของความเท่าเทียมทางเพศ ก่อนที่จะเริ่มขบวน Auto-Demo ซึ่งผู้ร่วมขบวนและรถยนต์ทั้งหมดได้จอดรอเรียบร้อยแล้ว บนถนนริมแม่น้ำที่อยู่ไม่ไกลจากสถานที่จัดงานมากนัก

เมื่อถึงเวลา ทุกคนเดินไปขึ้นรถของตัวเองและรอสัญญาณจากทีมงาน ก่อนจะเริ่มขับออกไปพร้อมกับโบกธง Pride Flag ให้กับผู้คนรอบข้าง ทั้งขบวนมีรถประมาณ 20 – 30 คัน แต่ละคันมาจากองค์กรและหน่วยงานอิสระมากมาย รวมทั้งรถยนต์ส่วนบุคคล บางส่วนก็เป็นผู้ร่วมขบวนที่เดินเป็นหน้ากระดานทั้งระหว่างขบวนและท้ายขบวน

ในความรู้สึกของเราถือเป็นไอเดียที่ดีมาก เพราะเรื่องสิทธิมนุษยชนเป็นสิ่งสำคัญ และรณรงค์ได้ด้วยมาตรการความปลอดภัย ในขบวนพาเหรดครั้งนี้ เราได้เห็นข้อความที่น่าสนใจคือ การรณรงค์เรื่อง Artikel 3 หรือกฎหมายมาตราที่ 3 

เมื่อได้อ่านดู ก็พบว่ามีใจความสำคัญเรื่องความเท่าเทียม มีประโยคขึ้นต้นมาตราว่า

“All persons shall be equal before the law.”

เดินขบวนทิพย์ในงานขบวนพาเหรดรถยนต์เพื่อความเท่าเทียมทางเพศ

เนื้อหาในกฎหมายมาตรานี้ยังพูดถึงสิทธิเท่าเทียมของชายและหญิง รัฐมีหน้าที่กำจัดความไม่เท่าเทียมใดก็ตามที่เกิดขึ้น ยังกล่าวด้วยว่า บุคคลไม่ควรได้รับการปฏิบัติด้วยความลำเอียง เพราะเพศ การมีลูก ชาติพันธุ์ ภาษา ถิ่นกำเนิด เชื้อสาย ความเชื่อ หรือความคิดเห็นที่เกี่ยวกับศาสนาและการเมือง และบุคคลไม่ควรได้รับการปฏิบัติที่ไม่เท่าเทียมเพราะมีความพิการ

(ข้อมูลอ้างอิง: https://www.bundesregierung.de/breg-en/chancellor/basic-law-470510)

ในฐานะผู้หญิงตรงเพศที่แต่งงานกับสามีซึ่งเป็นผู้ชายตรงเพศเช่นกัน เราจินตนาการไม่ได้เลยว่า ความไม่เท่าเทียมที่ชาว LGBTQ+ ต้องแบกรับนั้นนักหนาขนาดไหน แม้ว่าประเทศเยอรมนีจะเป็นประเทศประชาธิปไตยที่มีกฎหมายคุ้มครอง และผู้คนส่วนใหญ่ที่นี่ให้ความสำคัญกับเรื่องความเท่าเทียมและสิทธิมนุษยชนมาก แต่ในความเป็นจริง ชาว LGBTQ+ ก็ยังถูกเลือกปฏิบัติ ทั้งในการใช้ชีวิตประจำวัน ชีวิตส่วนตัว และการทำงาน 

ตราบใดที่ยังมีความไม่เท่าเทียมในสังคม การรณรงค์นี้ก็ยังคงต้องดำเนินต่อไป

เดินขบวนทิพย์ในงาน CSD Frankfurt ขบวนพาเหรดรถยนต์เพื่อความเท่าเทียมทางเพศ

นอกจากมาตราที่ 3 ที่เป็นกฎหมายพื้นฐานแล้ว ประเทศเยอรมนียังมีกฎหมายสมรสเท่าเทียม คู่รัก LGBTQ+ จดทะเบียนสมรสได้ และอุปการะบุตรบุญธรรมได้ด้วย เราได้เห็นครอบครัว LGBTQ+ ที่นี่กับลูกๆ หลายครั้ง และรู้สึกดีมากที่ได้อยู่ในประเทศที่มีกฎหมายรับรอง เราเชื่อว่าความรักที่ดีมาจากคนสองคนที่รักและเคารพกันในฐานะคนที่เท่าเทียม และความรักที่ดีก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้สถาบันครอบครัวเข้มแข็งและทำให้สังคมมีความเข้มแข็งตามไปด้วย

เราหวังว่าจะมีวันที่ประเทศไทยมีกฎหมายสมรสเท่าเทียมและกฎหมายความเท่าเทียมพื้นฐานเช่นกัน

สำหรับปีนี้งาน CSD Frankfurt 2021 จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 17 กรกฎาคม 2021 รูปแบบงานจะกลับมาเป็นขบวนพาเหรดเดินเท้า พร้อมกิจกรรม Mini-CSD ที่จะจัดขึ้นอีกครั้งช่วงฤดูใบไม้ร่วง เพื่อเป็นการสนับสนุนความเท่าเทียมทางเพศและดูแลความปลอดภัยให้ผู้เข้าร่วมงานทุกคน ติดตามรายละเอียดที่ : https://csd-frankfurt.de

เดินขบวนทิพย์ในงาน CSD Frankfurt ขบวนพาเหรดรถยนต์เพื่อความเท่าเทียมทางเพศ

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ โรงเรียนนานาชาติ’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เรามีหมวกรุ่นพิเศษจาก Painkiller Atelier X The Cloud ส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

วรรณิดา กสิวงศ์

เวดดิ้งแพลนเนอร์ @wondersweddings ชอบหนังสือ ช็อกโกแลตร้อน และดอกไม้ ใฝ่ฝันอยากเห็นประเทศไทยเป็นรัฐสวัสดิการ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load