ในชั่วโมงนี้ หันไปทางไหนก็คงจะไม่มีใครไม่เคยเต้นรับบท TikTok Creator หรือร้องเพลงฮิตใน TikTok Challenge ที่สุดแสนจะติดหูไปทั้งวัน

แต่แพลตฟอร์มนี้ไม่ได้มีเพียงแค่คอนเทนต์เอ็นเตอร์เทนเมนต์ แพลตฟอร์มวิดีโอสั้นนี้ยังโดดเด่นด้านการศึกษาที่เติบโตขึ้นมาเกือบ 400 เปอร์เซ็นต์ ภายใน 1 ปี หรือจริง ๆ สามารถพูดได้ว่า คอนเทนต์การศึกษาบนแพลตฟอร์มนี้ คือ ‘การเรียนรู้คู่ความสนุก’ แบบที่เราไม่รู้สึกว่ากำลังเรียนอยู่

เป็นโอกาสดีครบรอบ 2 ปีของ #TikTokUni ที่เราจะมาพูดคุยกับ กานจิ-สิริประภา วีระไชยสิงห์ Campaign and Content Operations Lead จาก TikTok แบบหมดเปลือก ว่าด้วยเรื่องการเรียนรู้บน TikTok ที่เสพง่าย แปลกใหม่ และน่าจับตาว่าวัฒนธรรมการเรียนรู้สมัยใหม่นี้จะมาเปลี่ยนแปลงวงการการศึกษาหรือบุคคลธรรมดาได้อย่างไร

ถึงแม้บทความนี้จะเล่าเรื่องราวทั้งหมดไม่จบในวิดีโอสั้นเหมือนบนแพลตฟอร์ม แต่หลังจากจบบทความนี้ เวลาบน TikTok ของคุณจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

TikTok เติบโต

TikTok เริ่มเข้ามาในประเทศไทยช่วงปี 2018 ด้วยลักษณะเนื้อหาที่กระชับและเป็นวิดีโอสั้น จึงดึงดูดความสนใจได้อยู่หมัด แค่กดดู ก็สามารถเข้าใจเนื้อหาได้เลยทันที จึงไม่ใช่แพลตฟอร์มแค่ของคนรุ่นใดรุ่นหนึ่งอย่างเดียว แต่กำลังเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ในผู้ใช้งานทุก ๆ วัย 

“ที่ลักษณะคอนเทนต์กว้างขึ้น เพราะว่าเครื่องมือของเราง่าย ใคร ๆ ก็ทำได้ ไม่ยุ่งยาก ถ่ายเสร็จแล้วสามารถลงได้เลย กลายเป็น 1 คอนเทนต์” 

โดยเฉพาะช่วงที่ผ่านมา เราต้องอยู่บ้านเป็นส่วนใหญ่ ผู้คนต่างมองหาประสบการณ์ใหม่ ๆ การพัฒนาตนเอง แต่ไม่รู้จะไปไหน ไม่ว่าหันไปทางไหนเราจะเห็นน้อง ๆ มัธยมเต้นกันอย่างสนุกสนาน เหมือนกับที่คุณลุงคุณป้ามาแชร์เทคนิคการปลูกต้นไม้ใหม่ ๆ ในบ้านอย่างเพลิดเพลิน

เราจะเห็นคอนเทนต์หลากหลายประเภท ตั้งแต่การร้องเล่นเต้นรำ ขายของ ละครสั้น พากย์เสียง แต่งหน้า พากิน หรือแม้กระทั่งคอนเทนต์ในเชิงการศึกษา อย่างภาษา วิทยาศาสตร์ และความรู้รอบตัว

“เวลาคนนึกถึงคอนเทนต์ใน TikTok เชิงความรู้จะนึกถึงอะไร นึกถึงสอนภาษา บทสนทนาในชีวิตประจำวัน ภาษาเกาหลีที่แปลจากซีนละคร”

ปีที่ผ่านมาคอนเทนต์เชิงการศึกษาโตขึ้น 385 เปอร์เซ็นต์ทั่วโลก เป็นตัวเลขที่บอกนัยยะได้ว่า การเรียนรู้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันผู้คนไปแล้ว

การเรียนรู้ที่สอดไส้มาแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวนี้เอง ที่ทำให้การได้ท่องไปแพลตฟอร์มนี้น่าเพลิดเพลินและกระตุ้นความสงสัยใคร่รู้ในตัวเรา

เมื่อเทียบกับปี 2021 แล้ว ผู้คนใช้เวลาบนแพลตฟอร์มมากขึ้นถึง 71 เปอร์เซ็นต์ คิดเป็น 52 นาทีต่อคนต่อวัน ระบบนิเวศของ TikTok กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด และมีแนวโน้มการเติบโตของคอนเทนต์เชิงการศึกษา 3 ส่วน

ส่วนแรก ความกระชับ (Conciseness) หากผู้ใช้อยากเรียนรู้เรื่องเศษส่วน ก็ดูคอนเทนต์เรื่องเศษส่วนเลย หรือว่ามีปัญหาภาษาอังกฤษ สั่ง Starbucks ยังไง ต้องเข้าเรื่องการสั่งเป็นภาษาอังกฤษเลย นี่คือความกระชับของคอนเทนต์ที่หาที่ไหนไม่ได้มาก่อน

ส่วนที่สอง ความสร้างสรรค์ (Creativity) คือความสร้างสรรค์ในการถ่ายทอด และความครีเอทีฟของคนที่อยู่ในแพลตฟอร์มที่ทำให้เราทึ่ง พร้อมทั้งเครื่องมือตัดต่อที่ทุกคนใช้งานได้ง่าย ๆ ซึ่งมีส่วนช่วยทำให้การเล่าเรื่องไม่ธรรมดาอีกต่อไปด้วย Effects, Stickers หรือการ Duet และ Stitch ที่ทำให้ทุกคนมีส่วนร่วมกับบทเรียนนั้น ๆ ได้เพิ่มขึ้นไปอีก

ส่วนสุดท้าย ความบันเทิง (Entertainment) ทุก ๆ คอนเทนต์ ไม่ว่าจะ Foodtainment หรือ Shoppertainment ต่างมีความเป็น ‘-tainment’ อยู่ในนั้น เพราะการเรียนรู้อยู่คู่ความสนุกได้จริง ๆ ซึ่งเป็นจุดเด่นและดีเอ็นเอสำคัญของคอนเทนต์เชิงความรู้บนแพลตฟอร์มนี้

TikTok Culture

เราอยู่ในยุคสมัยที่เทรนด์ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคการแต่งหน้า แต่งตัว เพลงฮิต หรือการกินราเม็ง ล้วนมีจุดเริ่มต้นมาจาก TikTok ก่อเกิดเป็นวัฒนธรรมที่ไม่ได้มาจากชาติใดชาติหนึ่ง แต่เป็น ‘วัฒนธรรม TikTok’

วัฒนธรรมที่ทุกคนสามารถเป็นตัวเอง จุดประกายความคิด และนำความสุขสนุกมาให้กับคนอื่น ๆ ซึ่งสิ่งนี้เป็นภาพสะท้อนมาจากภายในองค์กรโดยตรง

บทสนทนาแรกทุกเช้าในออฟฟิศของ TikTok อาจจะไม่ใช่ ‘กินข้าวมาหรือยัง’ แต่เป็น ‘เล่นไวรัลอันนี้หรือยัง’

“สิ่งสำคัญคือ เราก็อยากพัฒนาให้ผู้ใช้มีประสบการณ์ที่ดีที่สุด เพราะฉะนั้นเราจึงต้องเอาตัวเองเข้าไปเป็นผู้ใช้คนหนึ่ง เวลาเจอกัน เราจะเห็นทีมงานถ่ายไวรัลเหมือนกันกับทุกคนนี่แหละค่ะ” กานจิหัวเราะ

เธอเล่าต่อว่า กว่าจะออกมาเป็น 1 แคมเปญต้องประกอบด้วย Creativity, Entertainment และ Innovation กลายเป็นสิ่งใหม่ ๆ ที่คาดไม่ถึง และสร้างผลกระทบเชิงบวกกับผู้ใช้หรือคนในสังคม ซึ่งสิ่งนี้เป็น Vision และ Mission ของคนที่นี่

เมื่อสิ่งเหล่านี้สะท้อนออกมาเป็นวัฒนธรรมเชิงบวก เราจึงได้เห็นคอนเทนต์เชิงการศึกษาที่ไม่ได้มีเพียงคุณครูมาสอน แต่ทุก ๆ คนมาเล่าเรื่องผ่านประสบการณ์ และเป็นตัวเองได้โดยไม่มีใครมาตัดสิน เพราะใจความสำคัญคือการส่งต่อสิ่งที่เป็นประโยชน์ให้กับคอมมูนิตี้ และเมื่อส่งต่อไปเรื่อย ๆ ก็กลายเป็นการสร้าง Know-how บางอย่างให้คนอื่นโดยไม่รู้ตัว

“มี TikTok Creator เป็นคุณน้ากวาดถนนของ กทม. เขาจะบอกวันนี้เขากวาดพื้นที่ตรงนี้ เล่าอย่างแฮปปี้ในสิ่งที่เขาทำงาน เช่น ‘ทุกคน รู้ไหมว่าตัวการที่ทำให้ขยะตันคืออะไร’ หรือ ‘ป้าอยู่หน้างานเจอเหตุการณ์แบบนี้’

“กลายเป็นว่าเราเจออะไรแบบนี้จากคนที่รู้จริง คนที่มีประสบการณ์แล้วมาเล่าต่อ ซึ่งเป็นเรื่องที่เราก็ไม่เคยรู้มาก่อนเหมือนกัน”

หรือแม้แต่การ ‘สวัสดีวันจันทร์’ ในยุคนี้ ก็ถูกเปลี่ยนไปในรูปแบบของการส่งวิดีโอดูแลสุขภาพ แชร์วิดีโอนักกายภาพบำบัด แทนคำทักทายในรูปดอกไม้เป็นความห่วงใยให้คนที่เรารักไม่ปวดคอ บ่า ไหล่

ยินดีต้อนรับทุกคนสู่ TikTok Culture ณ บัดนี้

เรียนรู้คู่ TikTok

เมื่อการเรียนรู้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในห้องเรียน แต่รวมถึงการเลื่อนหน้าจอดูวิดีโอสั้น การ ‘เรียนรู้คู่ความสนุก’ จึงเป็นคอนเซ็ปต์ที่ทีมปรินต์แปะไว้เตือนใจข้างฝาบ้าน

นิยามของการเรียนรู้สำหรับพวกเขา คือการได้นำเสนอประสบการณ์ใหม่ ๆ และการบอกต่อ ส่งต่อข้อมูล ทั้งที่เป็นข้อมูลข่าวสารและข้อมูลความรู้ ให้กับผู้คนโดยที่เขาไม่เคยได้รับรู้เรื่องราวนั้นมาก่อน

รวมไปถึงการสร้างนิสัยหรือทักษะใหม่ ๆ ให้ทุก ๆ คนนำไปต่อยอดในชีวิตประจำวันได้ 

“บางคนเข้ามาเรียนรู้แบบอยู่ดี ๆ รู้เรื่องนี้ได้ยังไงนะ อันนี้คือทางอ้อม หรือบางคนตั้งใจเข้ามาค้นหาการเรียนเรื่องนี้ หาคำตอบ

 “เดี๋ยวนี้คนใช้ TikTok ค้นหา How-to ในอัตราที่เพิ่มขึ้นเยอะมาก เช่น ล็อกประตูยังไงให้ปลอดภัย เพราะคนอาจจะเคยเห็นในฟีดว่า วิธีป้องกันโจรเวลาไปพักที่ต่างจังหวัดมักจะเป็นแบบนี้ เป็นต้น”

ซึ่งการจะไปสู่ภาพการเรียนรู้เปิดกว้างที่วาดเอาไว้ จะต้องพัฒนาแพลตฟอร์มให้ยืดหยุ่นและเอื้อต่อหลากหลายรูปแบบการเรียน

เรียนต่อไม่สะดุด – หลาย ๆ คนอาจจะคุ้นเคยกับวิดีโอขนาดสั้น แต่ตอนนี้โพสต์วิดีโอได้ยาวถึง 10 นาที เพื่อรองรับแนวโน้มของคอนเทนต์ที่เติบโตมากขึ้น เช่น How-to และ Tutorial เพราะในทุก ๆ รูปแบบของคอนเทนต์ล้วนมีความเหมาะสมในเรื่องของความยาวและรูปแบบแตกต่างกัน

เป็นมิตรต่อการเรียนรู้ – เนื่องจากเป็นแพลตฟอร์มที่ทุกเพศทุกวัยเข้ามาใช้ จึงมีทีม Content Moderator คอยดูแลตรวจสอบ ใช้ Algorithm คัดกรองคอนเทนต์ที่ไม่เหมาะสมในด่านแรก และมีหน่วย Human Review เป็นด่านที่สองเพิ่มความรัดกุมในการคัดกรอง

การเรียนรู้ไม่มีขีดจำกัด – ด้วยพื้นฐานการเป็นแพลตฟอร์มที่ขับเคลื่อนโดยคอมมูนิตี้ เหล่า Creator จึงเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้ผู้คนได้มาเจอคอนเทนต์ที่ตัวเองกำลังมองหา ต้องการเรียนรู้ หรือหากไม่ได้ต้องการเรียนรู้ ก็จะได้คำตอบอะไรบางอย่างกลับไป แม้แต่โฆษณาบนแพลตฟอร์มเองก็มาในรูปแบบคอนเทนต์เชิงการศึกษา อย่างข้อคิดจากหนัง หรือ วิธีการถ่ายภาพเจ๋ง ๆ จากกล้องโทรศัพท์

พื้นที่ปลอดภัยสำหรับการเรียนรู้ – การเรียนรู้ที่ดีเกิดจากการที่ทุกคนรู้สึกปลอดภัย

“Mission ของ TikTok คืออยากให้พื้นที่นี้เป็น Trusted Entertainment Platform เป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับทุกคนที่จะสามารถสร้างแรงบันดาลใจและความสุข

“ถ้าเขาเกิดรู้สึกไม่ปลอดภัย รู้สึกไม่สบายใจที่จะแชร์ ก็จะไม่เกิดความคิดสร้างสรรค์เลย ทั้ง ๆ ที่เป็นดีเอ็นเอและพื้นฐานสำคัญของแพลตฟอร์มเรา”

ทีมจึงต้องร่วมกันสร้างพื้นที่ที่ลดระดับความรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นคอมเมนต์หรือคอนเทนต์ที่ไม่เหมาะสม ควบคู่ไปกับการขยาย Creator Ecosystem และสร้าง Digital Literacy ให้กับทั้งแพลตฟอร์มเกี่ยวกับความถูกต้องของข้อมูลหรือผลกระทบของคอนเทนต์ เพื่อเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน

#สอนให้รู้ว่า…

ตลอด 2 ปีของ #TikTokUni เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้บนแพลตฟอร์มนี้

ทุก ๆ เดือนจะมีแคมเปญต่าง ๆ กระตุ้นให้คนออกมาแชร์ความรู้ ไม่ว่าจะเป็นภาษา ความรู้รอบตัว วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และเนื้อหาที่เป็นประโยชน์อีกมากมาย ซึ่งในโอกาสครบรอบ 2 ปีนี้ TikTok มาในธีม #สอนให้รู้ว่า

“ไม่ใช่แค่ TikTokUni สอนให้รู้ว่าอะไร แต่เราต้องการให้แรงบันดาลใจว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบตัวมีอะไรให้เรียนรู้อีกเยอะ” หรืออีกนัยหนึ่งก็เปรียบเหมือนการตั้งโจทย์ให้เราลองถามตัวเอง แล้วมองไปรอบ ๆ ตัวว่า สิ่งต่าง ๆ หรือเรื่องราวเหล่านี้ส่งผลกระทบกับเรายังไงบ้าง

ตัวอย่างเรื่องใกล้ตัวอย่างการบริการประชาชนของภาครัฐ อย่างที่กระทรวงต่างประเทศจัดทำวิดีโอสอนทำพาสปอร์ตที่มาบุญครองภายใน 10 นาที หรือการประชาสัมพันธ์พาสปอร์ต 10 ปี คอนเทนต์นี้คว้ายอดวิวสูงถึง 5 ล้านวิว โดยไม่ต้องพึ่งบูสต์หรือยิง Ads ใด ๆ 

“อันนี้เป็นจุดที่ถูกทาง เหมือน Right tool, Right content ที่คนมองหา แล้วเป็นเรื่องที่เราช่วยให้ข้อมูลหรือความรู้เขาในรูปแบบใหม่ ทำให้เห็นว่ายังมีอีกหลากหลายวิธีในการบริการข้อมูลให้กับประชาชน” 

นอกจากนี้ TikTok ร่วมมือกับหลายภาคส่วน ทั้งพิพิธภัณฑ์ ภาคการศึกษา และหน่วยงานรัฐเพื่อสร้างปรากฏการณ์การเรียนรู้ใหม่ ๆ ในการทลายข้อจำกัดการเรียนรู้รูปแบบเดิม ๆ TikTok ทำงานร่วมกันกับมิวเซียม 3 แห่งในไทย คือ ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ มิวเซียมสยาม และ TK Park

“ในฝั่งของแหล่งการเรียนรู้ข้างต้น เขาอาจจะมีข้อจำกัดในการพัฒนา Innovation ทำยังไงให้มีความตื่นตาตื่นใจ สามารถชักชวนคนรุ่นใหม่เข้ามา Join ได้บ้าง ก็ตรงกับสิ่งที่เราทำพอดี”

เมื่อโจทย์ที่มีมาลงตัวกับรูปแบบคอนเทนต์ที่ทั้งกระชับ สร้างสรรค์ และสนุกโดนใจวัยรุ่น จึงเกิดเป็นการร่วมงานกับ Top Creator มากกว่า 20 – 30 คน มาร่วมเล่าเรื่องแบบใหม่ในมิวเซียม เหมือนมีเพื่อนมาเล่าให้ฟังระหว่างเดินชมพิพิธภัณฑ์ แม้สิ่งนี้อาจเคยเกิดขึ้นแล้วในพิพิธภัณฑ์ระดับโลกอย่าง Lourve หรือ The Met แต่ก็เป็นก้าวแรกของมิวเซียมในไทยที่จะสร้างภาพการเรียนรู้ใหม่ ๆ และออกจากกรอบที่เคยมี

หรือแคมเปญสนุก ๆ ที่ร่วมมือกับ TK Park เปิดตำราวิชาแนะให้แนว ชวนเหล่าวัยรุ่นมาค้นหาคำถามที่ใช่กับตัวเอง เพื่อหาเส้นทางอาชีพในอนาคต ผ่าน #TikTokแนะแนว ตอบคำถามโดยรุ่นพี่หลากสายอาชีพด้วยเครื่องมือของ TikTok ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะอย่าง Q&A Feature ชวนทุกคนมาร่วมแชร์ประสบการณ์ให้น้อง ๆ ผ่านวิดีโอ

และเพื่อเริ่มเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษาไทย ก็ยังจับมือกับ InsKru และ กสศ. ในกิจกรรมเวิร์กชอปให้คุณครูกว่า 400 คน จากทุกจังหวัดทั่วประเทศ โดยให้ครูกลุ่มนี้เป็นเหมือน Teacher Changemaker ในการนำเสนอวิธีการสอนแบบใหม่ ๆ และจุดประกายกลุ่มครูด้วยกัน ขยายผลไปสู่โรงเรียนในทุก ๆ ตำบล ทุก ๆ จังหวัด

“เราพยายามอย่างเต็มที่ในการร่วมมือกับหลาย ๆ ภาคส่วน เพื่อช่วยให้ระบบการศึกษาค่อย ๆ เปลี่ยนแปลง อาจไม่ใช่ทั้งโครงสร้าง แต่อย่างน้อยในคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แล้วสร้างผลกระทบทางอ้อมให้แผ่ออกไปเป็นวงกว้าง ให้สิ่งที่เราทำไปได้ไกลมากขึ้น”

Lifelong Learning สำหรับทุกคน

#TikTokUni ทำให้ทิศทางการเรียนรู้บนแพลตฟอร์มนี้แตกย่อยได้มากขึ้น ทั้งแนวนอนและแนวตั้ง ทั้งยังสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้แบบใหม่ ๆ ให้กับผู้คน

“เราจะพยายามถามตัวเองอยู่เสมอว่า นอกจากเรียนรู้คู่ความสนุกแล้ว เราสร้างอิมแพ็คให้การศึกษาไทยยังไงบ้าง”

ถึงจะผ่านมาแค่ 2 ปี แต่ผลกระทบของโครงการนี้ก็เริ่มออกดอกออกผลในวงการการศึกษาไทย แม้อาจยังไม่ใช่ระดับโครงสร้างหรือนโยบาย แต่คนหน้างานอย่างคุณครูและนักเรียนกำลังได้เรียนรู้และเก็บเกี่ยวจากแพลตฟอร์ม คุณครูได้เกร็ดความรู้ในการสอน การเข้าถึงเด็กรุ่นใหม่ จากการแบ่งปันประสบการณ์ในคอมมูนิตี้ของครูทั่วโลก นักเรียนเองก็ได้เห็นช่องทางในการพัฒนาตน โยงไปถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนการสอนในห้อง เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตของพวกเขาในอนาคต

ในระยะยาว โจทย์สำคัญในการขยายการเรียนรู้จึงไม่ใช่แค่เพียงเพิ่มจำนวนผู้ใช้ แต่รวมไปถึงการทำให้คอนเทนต์ขยายแผ่กิ่งก้านสาขา เพื่อนิสิตนักศึกษา บัณฑิตที่จบมาแล้ว คนทำงาน พ่อแม่ และคนทุก ๆ วัย เกิดเป็น Lifelong Learning บนแพลตฟอร์มอย่างแท้จริง

“สุดท้ายแล้ว เรามองว่าจุดหนึ่งที่เติมเต็มการทำงานของเราคือ เวลาที่มีคนคนหนึ่งมาบอกว่า ‘พี่ หนูได้งานจากการพัฒนาตัวเอง การเรียนภาษาผ่าน TikTok และ การทำ Resume’

“หรืออีกคนบอกว่า เขาสามารถดูแลตัวเองได้ในช่วงที่เขาติดโควิด-19 ผ่านการดูคอนเทนต์ของคุณหมอคนหนึ่งบนแพลตฟอร์มของเรา”

การได้สร้างอิมแพ็คในเชิงการใช้ชีวิตของผู้คนให้ดียิ่งขึ้น ทำให้ผู้คนได้พัฒนาตัวเองในแบบที่ดีขึ้นในทุก ๆ ด้าน หรือการได้เป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันที่จะมาร่วมผลักดันและเปลี่ยนแปลงวงการการศึกษาไทยให้ก้าวไปข้างหน้า เป็นสิ่งที่ทีมงานภูมิใจและมุ่งผลักดันให้ TikTok เป็นอีกหนึ่ง Tools สำหรับการเรียนรู้และสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้เชิงบวก เพื่อให้ TikTok เป็นแพลตฟอร์มที่ส่งเสริม Lifelong Learning ให้กับทุกคนอย่างแท้จริง

Writer

ธฤดี อุดมธนะไพบูลย์

นักคิดเต็มเวลา นักเขียนบางเวลา รักวิทยาศาสตร์ ภาษา ศิลปะ และการได้นั่งคุยกับผู้คนในวันฝนตก

Photographer

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป-ถ้าคุณโชคดีพอ-ท่ามกลางรถไฟฟ้าหลายขบวน คุณจะพบรถไฟขบวนหนึ่งที่ต่างจากขบวนอื่นๆ

ต่างจนอาจทำให้คุณรู้สึกประหลาดใจ

หากมองจากภายนอก รถไฟฟ้าขบวนนี้ห่อหุ้มด้วยงานศิลปะที่คุณอาจไม่รู้ความหมาย แทนที่จะเป็นโฆษณาจากแบรนด์ใหญ่ และหากเดินเข้าไปภายในขบวน พื้นที่โฆษณาภายในก็ถูกแทนที่ด้วยงานศิลปะอีกเช่นกัน หากคุณไม่ได้มัวแต่ก้มหน้าก้มตาอ่านข้อความในโทรศัพท์เคลื่อนที่ คุณอาจพบเจอข้อความที่กระทบใจในพื้นที่รถไฟฟ้า

งานศิลปะทั้งในและนอกขบวนที่มีชื่อโปรเจกต์ว่า ‘Universal Connections by Spiritual Fractal’ เป็นผลงานของ คามิน เลิศชัยประเสริฐ ศิลปินที่โด่งดังในระดับสากล ผลงานของเขาได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ และซื้อขายกันในหมู่นักสะสมศิลปะทั่วโลก ซึ่งปกติงานของศิลปินผู้นี้ใช่ว่าจะหาชมกันได้ง่ายๆ อย่างน้อยๆ ก็ต้องเดินทางไปพิพิธภัณฑ์เพื่อเสพงานเขา อย่างผลงานล่าสุดของเขาที่ชื่อนิทรรศการ The Timeless Present Moment ก็จัดกันที่ พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยใหม่เอี่ยม (MAIIAM) จังหวัดเชียงใหม่

การที่งานศิลปะของเขามาปรากฏบนรถไฟฟ้ากลางมหานครจึงไม่ใช่เรื่องปกติ หรืออาจใช้คำว่าประหลาดอย่างที่ว่าไว้ก็คงไม่ผิดนัก

สำหรับใครที่กำลังอ่านบรรทัดนี้บนรถไฟฟ้าขบวนนั้น เราขอแนะนำให้เงยหน้าจากจอแล้วเสพบรรยากาศรอบๆ คุณให้มากที่สุด แม้มันอาจจะเต็มไปด้วยความสงสัย แล้วค่อยมาอ่านบรรทัดถัดไปที่จะเฉลยทุกคำตอบ

ส่วนใครที่ยังไม่พบเจอ เราอยากชวนคุณอ่านเบื้องหลังโปรเจกต์นี้กันก่อน เผื่อวันหนึ่งคุณจะโชคดีได้โดยสารรถไฟขบวนนี้

Universal Connections by Spiritual Fractal

สถานีต้นทาง : เปลี่ยน ad เป็น art

โปรเจกต์นี้เริ่มต้นเมื่อกว่า 2 ปีก่อน ในช่วงเวลาใกล้ๆ กับที่ asiola เว็บไซต์ระดมทุนถือกำเนิด

พีท-ประณิธาน พรประภา ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้ง asiola คือเจ้าของความคิดในการเปลี่ยนพื้นที่โฆษณาบนรถไฟฟ้าเป็นงานศิลปะ และศิลปินที่เขานึกถึงคือ คามิน เลิศชัยประเสริฐ

อะไรคือจุดเริ่มต้น ทำไมต้องเป็นรถไฟฟ้า ทำไมจึงเป็นศิลปินรุ่นใหญ่จากเชียงใหม่

เชิญฟังคำตอบจากปากเขา

Universal Connections by Spiritual Fractal

จุดเริ่มต้นของโปรเจกต์นี้คือตอนไหน

เวลาผมคิดอะไรผมจะเริ่มคิดจากว่ามีปัญหาอะไรบ้าง และใช้วิธีสร้างสรรค์เพื่อแก้ไข ปัญหาที่ผมมองเห็นก็คือ พวกเราโชคดีที่อยู่ในเมืองที่มีเสน่ห์ มีครบทุกอย่าง ทั้งความหลากหลาย จิตวิญญาณ แต่ยิ่งนับวันพวกป้ายโฆษณายิ่งมากขึ้น ซึ่งมันทั้งรำคาญตา รำคาญจิตใจ และเราหลีกเลี่ยงมันไม่ได้ คือเราไม่ได้โดนแค่บน cloud ในโลกออนไลน์ แต่เรายังมาโดนบน ground อีกด้วย ผมเลยรู้สึกว่าถ้าเราหันมาใช้ป้ายพวกนี้ในทางที่ดี มันน่าจะมีประโยชน์

แล้วทำไมต้องเป็นรถไฟฟ้า

เราคิดว่ามีอะไรที่เป็นวิธีสื่อสารที่เข้าถึงทุกคนอย่างเท่าเทียม แล้วเราก็คิดถึงรถไฟฟ้า เพราะว่ามันเป็นสื่อที่ทุกคนสัมผัสได้ ไม่ได้แบ่งแยกผู้ชม ใครก็นั่งรถไฟฟ้าได้ เป็นสาธารณะ อีกอย่างมีคนเห็นเยอะ ผมรู้สึกว่ามันน่าจะดี ถ้าเราสามารถใช้สื่อตรงนี้ให้เป็นประโยชน์ได้

โดยส่วนตัวคุณเชื่ออะไรในงานศิลปะ จึงพยายามผลักดันมันให้ไปอยู่บนรถไฟฟ้า

ถ้าเกิดเราย้อนไปในอดีต ศิลปะนั้นเป็นต้นกำเนิดของหลายๆ อย่างการสร้างวัด สร้างโบสถ์ ก็คือการทำงานศิลปะนะ คนทำเขาเอาใจใส่ในสิ่งที่เขาทำ แต่พอวันเวลาผ่านไป คนคิดว่าศิลปะต้องเป็นงานที่เป็นชิ้นๆ แต่ผมไม่ได้คิดอย่างนั้น จริงๆ ศิลปะมันเป็นวิธีใช้ชีวิตของเราได้ และศิลปะที่ผมสนใจที่สุดคือศิลปะที่สามารถทำให้คนคิดได้ เราก็นึกถึงอาจารย์คามิน เลิศชัยประเสริฐ

อาจารย์คามินเป็นศิลปินที่ค่อนข้างมีจุดยืนที่ชัดเจน เป็น Conceptual Artist ซึ่งผมชอบ เพราะว่ามันกระตุ้นความคิดของทุกคน ซึ่งแต่ละคนอาจจะมีความเข้าใจในงานไม่เหมือนกันก็ได้ ผมก็เลยเดินทางไปเจออาจารย์คามินที่เชียงใหม่ พอไปเจออาจารย์ผมก็เคารพแกมาก ผมว่าศิลปินอย่างนี้เหลือน้อยแล้ว ศิลปินที่ชีวิตของเขาคือศิลปะของเขาจริงๆ ซึ่งการที่อาจารย์เป็นอย่างนั้นมันยิ่งเหมาะมากกับสิ่งที่เรากำลังจะสื่อ

คุณเชื่อว่ารถไฟขบวนเดียวจะสร้างการเปลี่ยนแปลงได้จริงเหรอ

ก็คงไม่ถึงกับสร้างการเปลี่ยนแปลง แต่สิ่งที่ผมคิดคือ งานพวกนี้มันจะไปกระตุ้นความคิดเล็กๆ น้อยๆ ไปเรื่อยๆ ซึ่งผมว่าการเปลี่ยนแปลงที่ดีที่สุดคือการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ จากหลายๆ คน ดีกว่าการเปลี่ยนแปลงใหญ่ๆ จากหนึ่งคนแน่นอน

Universal Connections by Spiritual Fractal

สถานีต่อไป : ระดมทุน

โปรเจกต์นี้ใช้วิธีระดมผ่านเว็บไซต์ asiola ระยะเวลาในการระดมทุนคือ 4 เดือน เป้าหมายที่ต้องการคือ 2,600,000 บาท

ไม่ใช่เรื่องง่ายในประเทศที่การระดมทุนผ่านโลกออนไลน์ยังเป็นเรื่องใหม่มาก เพราะฉะนั้นการหาเงินจากผู้ลงขันให้ถึงเป้าในระยะเวลาที่กำหนดจึงเป็นโจทย์ที่ไม่ง่าย

พีท ในฐานะเจ้าของความคิดต้นทางและเป็นหนึ่งในทีม asiola จึงต้องหาวิธีสื่อสารให้คนเข้าใจโปรเจกต์ และสร้างสิ่งจูงใจให้คนมาระดมทุมในโปรเจกต์นี้

Universal Connections by Spiritual Fractal

ทำไมจึงเลือกใช้วิธีระดมทุนกับโปรเจกต์นี้

การระดมทุนเป็นวิธีที่เหมาะที่สุดแล้ว ถ้าเกิดไม่มีตัวแปรที่เป็นการระดมทุนผมคงไม่ทำ สมมติเราบอกว่าเราจะทำงานศิลปะหุ้มรถไฟฟ้าแล้วเราก็หุ้มเองเลย มันก็จะจบแค่นั้น แต่โปรเจกต์นี้เราอยากทำสิ่งที่คนอื่นๆ ก็ต้องการเห็นมันเกิดขึ้นด้วย ไม่ใช่เราคนเดียว คือถ้าคนอื่นไม่ต้องการ มันก็จะไม่เกิด

มั่นใจว่าจะสำเร็จไหมตอนระดมทุน

ค่อนข้างมั่นใจนะ เราสร้างโปรเจกต์จากการออกแบบรางวัลต่างๆ จากรางวัลใหญ่ แล้วก็เป็นรางวัลเล็กรองลงมา เราอยากให้รางวัลมีหลายระดับ ตั้งแต่สามร้อยบาทจนถึงหลักแสน ถ้ารางวัลเล็กขายไม่ได้ อย่างน้อยรางวัลใหญ่ก็น่าจะมีคนที่เราสื่อสารไปหาได้ เราก็นั่งคิดร่วมกับอาจารย์คามินว่าจะมีรางวัลอะไรบ้าง ซึ่งอาจารย์คามินเป็นศิลปินที่มีชื่อเสียง มูลค่าของงานอาจารย์ค่อนข้างสูง ไม่ใช่เป็นศิลปินที่งานไม่มีมูลค่า ที่ผ่านมาก็มีคนสนับสนุนผลงานอาจารย์คามินเยอะอยู่แล้ว ผมจึงค่อนข้างมั่นใจ

Universal Connections by Spiritual Fractal

สถานีปลายทาง : คามิน เลิศชัยประเสริฐ

เรานัดพบ คามิน เลิศชัยประเสริฐ ที่กรุงเทพฯ ก่อนวันเสวนาในหัวข้อ ‘อุเบกขา : การเชื่อมต่อของจักรวาล’

สิ่งที่น่าสนใจของงานชุดนี้คือสื่อที่ใช้ในการนำเสนอนั้นหลากหลาย ทั้งรถไฟฟ้า แอนิเมชันในยูทูบที่สามารถสแกนคิวอาร์โค้ดในรถไฟฟ้าเข้าไปดูได้ และยังมีส่วนที่เป็นจิวเวลรี่ ซึ่งทำร่วมกับ อัตตา แกลเลอรี่

หากใครติดตามผลงานของคามินมาก่อน ย่อมรู้ว่าเขาคือศิลปินที่ทำความเข้าใจชีวิตผ่านการทำงานศิลปะ ทุกงานในช่วงหลังของเขาจึงมักเป็นหัวข้อที่ทำให้เราตระหนักถึงสัจธรรมบางประการของชีวิตมนุษย์

และงานชุด ‘Universal Connections by Spiritual Fractal’ ก็เป็นเช่นนั้น

Universal Connections by Spiritual FractalUniversal Connections by Spiritual Fractal

พอรู้ว่าต้องทำโปรเจกต์นี้ คุณเลือกจะถ่ายทอดผลงานอย่างไร

คือผมไม่ได้คิดเรื่องการถ่ายทอดก่อน ผมจะคิดว่าชีวิตผมตอนนี้สนใจเรื่องอะไร แล้วพอดีช่วงนั้นผมหมกหมุ่นอยู่กับ Fractal Geometry ซึ่งเป็นสิ่งที่ค้นพบโดยนักวิทยาศาสตร์ชื่อ Benoit Mandelbrot เขาพบว่าโครงสร้างของทุกสิ่งที่มีอยู่ในธรรมชาติ อย่างเช่น ร่างกายมนุษย์ เส้นเลือด ดีเอ็นเอ ต้นไม้ ภูเขา มันมีโครงสร้างที่ซ้ำกัน แม้แต่สิ่งที่เรามองไม่เห็นในธรรมชาติอย่างคลื่นต่างๆ ก็มีโครงสร้างเดียวกัน มีการซ้ำกันในตัวมันเอง แล้วจังหวะนั้นคุณพีทเขามาหาผม ชวนผมทำโปรเจกต์บีทีเอส โดยที่ผมไม่รู้จักเขามาก่อน ผมก็เลยเสนอเรื่องนี้กับเขา

Universal Connections by Spiritual Fractal

Universal Connections by Spiritual Fractal

ทำไมอยู่ดีๆ สนใจ Fractal Geometry

จริงๆ ผมไม่ได้สนใจคำนี้นะ แต่ผมสนใจความจริง ผมสนใจเนื้อหาของการทำความเข้าใจธรรมชาติ เรื่อง fractal ผมเคยอ่านมานานแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้เข้าใจในรายละเอียด จนกระทั่งผมมาดูสารคดีทางช่อง BBC แล้วก็เลยเริ่มเข้าใจมากขึ้น แต่ก็ไม่เคยเข้าใจว่ามันเชื่อมโยงกับการวิปัสสนาที่ผมทำอยู่ยังไง จนกระทั่งวันหนึ่งผมนั่งวิปัสสนาแล้วก็เข้าใจว่า อุปนิสัยของเราก็เกิดจากการซ้ำกันของการกระทำที่เราทำในแต่ละวัน เราเจออากาศแบบนี้แล้วเราไม่ชอบ เจออากาศเย็นเราชอบ มันก็ทำให้ผิวหนัง ร่างกาย อุปนิสัย เราเปลี่ยนไปตามสิ่งที่เราเจอทุกวันๆ กิจกรรมที่ซ้ำกัน ทำให้เกิดเป็นอุปนิสัยของแต่ละคน

ผมก็เลยโยงสองเรื่องนี้เข้าด้วยกัน ธรรมชาติที่เป็น physical อย่างต้นไม้ ภูเขา แม่น้ำ คลื่น พวกนี้มี fractal ทั้งหมด ส่วนภายในจิตใจ อย่างประสบการณ์ที่เกิดขึ้นข้างในเรา พวกนี้เป็น Spiritual Fractal แล้วจิตใจเรากับจักรวาล กับสิ่งที่เกิดขึ้นภายนอก มันจะสัมพันธ์กันหรือว่าต่อกันช่วงไหน งานนี้ผมก็เลยใช้คำว่า Universal Connection by Spiritual Fractal

Universal Connections by Spiritual Fractal

Universal Connections by Spiritual Fractal

การตระหนักรู้ถึงสิ่งที่คุณว่ามันจำเป็นยังไงกับการใช้ชีวิต

อย่างน้อยเราจะรู้ว่าเรามาจากไหน เราเป็นอะไร แล้วเราจะเข้าใจว่าที่สุดแล้วเราก็เหมือนกัน เราเป็นหนึ่งเดียวกัน เราไม่ได้ต่างกัน เราก็เป็นแค่สิ่งที่เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป เป็นวงโคจร เราจะเคารพคุณค่าความเป็นมนุษย์ในตัวเรา ซึ่งคุณค่าตัวนี้มีอยู่แล้วในมนุษย์ทุกคน แล้วเราก็จะมีอิสระจากวัตถุนิยมหรือสิ่งที่เป็น Propaganda ที่ทำให้เราต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ถึงจะมีความสุข ถึงจะเป็นคนมีรสนิยม เราจะมีความเชื่อมั่นและเข้าใจในความจริงของคุณค่าของตัวเราเอง ซึ่งอันนี้สำคัญ เพราะทุกวันนี้คนที่มีความสุขคือคนที่เข้าใจตรงนี้ ส่วนคนที่มีความทุกข์ก็คือคนที่ไม่เข้าใจตรงนี้แล้วพยายามจะหาความเข้าใจจากภายนอก หาคุณค่าจากภายนอก หาสิ่งที่คนยอมรับจากภายนอก

Universal Connections by Spiritual Fractal

Universal Connections by Spiritual Fractal

การที่ต้องนำเสนองานศิลปะบนรถไฟฟ้าส่งผลต่อการทำงานยังไงบ้าง

จริงๆ ก็ไม่ส่งผลอะไร แค่เราก็ต้องแก้ปัญหากับพื้นที่ เช่นโฆษณาชิ้นที่ต้องติดข้างในเปลี่ยนเป็นงานผมทั้งหมด ผมก็ต้องคิดว่าถ้าคนขึ้นรถไฟฟ้ามาเขาจะคิดอะไร แล้วเขาจะเข้าถึงงานผมได้ยังไง คือโครงสร้างของการใช้รถไฟในชีวิตประจำวัน เราขึ้นไปก็ต่างคนต่างอยู่ ทุกอย่างบนนั้นก็เป็นเรื่องของการโฆษณา แต่ตอนนี้เรามีโอกาสที่จะเปลี่ยนโฆษณาทั้งหมด แล้วเราจะพูดอะไร ผมก็จะเลือกหลายๆ ข้อความทำเป็นโปสเตอร์ไปไว้ในรถไฟฟ้า ซึ่งถ้อยคำพวกนี้ผมเอาของหลายๆ คนมา เช่น ท่านดาไลลามะ ท่านพุทธทาส เล่าจื่อ ที่พูดเกี่ยวกับชีวิต เป็นข้อความที่ทำให้เราเข้าใจสัจธรรม เห็นคุณค่าของการมีชีวิตอยู่ ซึ่งผมคิดว่ามันมีประโยชน์มากสำหรับคนที่อาจจะต้องการกำลังใจหรือหลงทาง

ปกติในรถไฟฟ้าซึ่งเป็นสิ่งที่คนใช้ในชีวิตประจำวัน เขาเห็นแต่สิ่งที่ยั่วยวนให้ซื้อ ให้บริโภค แต่เราเปลี่ยนเป็นข้อความที่บอกให้คุณพอใจในสิ่งที่มีอยู่ แม้กระทั่งกับความผิดหวัง เราทำให้เกิดความตระหนักรู้ในชีวิต เช่น อยู่ๆ คุณเห็นรูปหัวกะโหลกแล้วมีคำว่า ‘อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ทุกอย่างเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป’ อยู่บนรถไฟฟ้า แล้วเราพูดเรื่องนี้ทั้งขบวน ซึ่งบางคนเขาอาจจะกำลังป่วยอยู่ หรือบางคนอาจจะเพิ่งสูญเสียคนรัก เขาอาจจะปลงก็ได้

และที่โปสเตอร์ข้อความต่างๆ ข้างล่างเรายังสามารถสแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อเข้าไปดูแอนิเมชัน Universal Connection by Spiritual Fractal ได้ด้วย

Universal Connections by Spiritual Fractal

แล้วคุณสนใจอะไรในจิวเวลรี่ ทำไมถึงนำมาเป็นส่วนหนึ่งของงานชุดนี้ด้วย

ผมไม่ได้สนใจในจิวเวลรี่ ผมสนใจวิธีคิดของพระเครื่องที่คนศรัทธา ผมพยายามจะล้อกับโครงสร้างของสังคมไทยที่เล่นเรื่องความเชื่อระหว่างมิติที่มองไม่เห็นอย่างพระเครื่อง อย่างไสยศาสตร์ ซึ่งนั่นเป็นศรัทธา แต่สิ่งที่ผมกำลังสื่อสารมันเป็นวิทยาศาสตร์ ผมคิดว่าจิวเวลรี่อุเบกขาตัวนี้มันเป็นสิ่งที่เป็นทั้งศิลปะ และมันก็ร่วมสมัย แล้วข้างหลังของทุกอันคุณก็สามารถสแกนคิวอาร์โค้ดไปเข้าไปดูแอนิเมชันในยูทูบได้ด้วย ทำให้เครื่องประดับไม่ใช่แค่สิ่งที่เห็น

Universal Connections by Spiritual Fractal

งานชุดนี้ไม่มีคำอธิบายติดอยู่ที่รถไฟฟ้า คุณกลัวมั้ยว่าคนจะไม่เข้าใจ

ไม่กลัวอะไร เพราะทุกอย่างมันมีข้อจำกัดอยู่แล้ว เหมือนเราอ่านหนังสือ อ่านบทกวี คุณว่ามีกี่คนเข้าใจว่าคนเขียนเขียนว่าอะไร แต่นั่นไม่ใช่หน้าที่ของเรา หน้าที่ของเราคือทำให้งานเราดีที่สุด เหมือนคุณเขียนหนังสือเล่มนึง เป็นไปไม่ได้ที่คุณจะทำให้คนทั้งโลกอ่านเข้าใจ ถ้าคุณเขียนปรัชญาจะให้เด็ก ป.4 อ่านเหรอ แล้วคุณต้องเปลี่ยนปรัชญาของคุณให้เด็กอ่านเข้าใจก็ไม่ได้อีก เหมือนนักวิทยาศาสตร์ที่ค้นพบสิ่งที่เล็กกว่าอะตอม คุณยังจะต้องไปเขียนทฤษฎีนี้ให้เด็กประถมอ่านเหรอ นั่นไม่ใช่หน้าที่ของคุณ เพราะหน้าที่ของคุณคือการค้นพบตรงนั้น ซึ่งมันก็ยากพอแล้ว มันจึงจำเป็นต้องมีนักเขียน นักวิจารณ์ศิลปะ นักประวัติศาสตร์ศิลป์ นักข่าว ที่จะเป็นตัวแทนผมในการอธิบาย เพราะฉะนั้น ถ้าผมไม่รู้หน้าที่ ผมต้องไปนั่งคิดว่าบีทีเอสจะเข้าใจมั้ย คนดูจะเข้าใจมั้ย มิวเซียมจะเข้าใจมั้ย ถ้าคิดทุกอย่างนี้ผมไม่ต้องทำอะไรเลย เพราะว่าปัญหามันเยอะมาก

แต่ผมเชื่อว่า หากคนเข้าใจ งานนี้อาจเปลี่ยนชีวิตเขา แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นของเรา ทุกคนมีหน้าที่คนละอย่าง หน้าที่ของผมคือฝ่าฟันไปตรงนี้

Universal Connections by Spiritual Fractal

สำหรับคนที่อยากตามชมงานศิลปะบนรถไฟฟ้า สามารถตามไปได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2560 โดยรถไฟฟ้าขบวนนี้มีเพียงขบวนเดียว และไม่มีกำหนดแน่นอนว่าแต่ละวันจะวิ่งสายใด หากใครบังเอิญเจอ แนะนำให้เดินชมจนทั่วขบวน

Writer

จิรเดช โอภาสพันธ์วงศ์

อดีตบรรณาธิการบทสัมภาษณ์ The Cloud และเจ้าของนามปากกา jirabell เขียนหนังสือมาแล้ว 5 เล่มชื่อ เราไม่ได้อยู่คนเดียวอยู่คนเดียว, ความทรงจำอยู่ที่ไหน ความคิดถึงอยู่ที่นั่น, Lonely Land ดินแดนเดียวดาย, The Fairy Tale of Underfox และ รักเขาเท่าทะเล

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load